จ้างก่อสร้างยกเลิกประกาศเชิญชวน

ประกวดราคาจ้างก่อสร้างปรับปรุงศูนย์ปฏิบัติการด้านนวัตกรรมและสร้างสรรค์สื่อใหม่ และภาพยนตร์ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 1 ห้อง

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ 69029169286
฿29,500,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 22 พ.ค. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ มีความประสงค์จะดำเนินการปรับปรุงอาคารศูนย์ปฏิบัติการด้านนวัตกรรมและสร้างสรรค์สื่อใหม่และภาพยนตร์ ซึ่งตั้งอยู่ที่เลขที่ 2 ถนนนางลิ้นจี่ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร พื้นที่ประมาณ 525 ตารางเมตร วัตถุประสงค์หลักของการปรับปรุงคือเพื่อให้ได้ผลงานที่มีมาตรฐาน มีคุณภาพ มีสภาพพร้อมใช้งานได้ทันทีเมื่อการปรับปรุงแล้วเสร็จ มีความมั่นคงถาวร มีฝีมือการทำงานที่ประณีต ละเอียด และถูกต้องตามหลักวิชาช่าง ขอบเขตงานครอบคลุมตั้งแต่หมวดงานรื้อถอน งานโครงสร้าง งานผนัง งานฝ้าเพดาน งานพื้น งานประตูและหน้าต่าง งานทาสี งานอื่นๆ งานสุขภัณฑ์ห้องน้ำ งานระบบประปาและสุขาภิบาล งานระบบไฟฟ้าและแสงสว่าง งานระบบสายสัญญาณคอมพิวเตอร์ งานระบบปรับอากาศและระบายอากาศ งานระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ งานครุภัณฑ์จัดซื้อ รวมถึงค่าใช้จ่ายพิเศษตามข้อกำหนด ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมงานให้พร้อมก่อนการก่อสร้าง รวมถึงที่พักคนงาน ค่าสาธารณูปโภคชั่วคราว ค่าวัสดุ แรงงาน เครื่องมือ ค่าขนส่ง ค่าประสานงาน และค่าดำเนินการต่างๆ ที่จำเป็นเพื่อให้งานแล้วเสร็จสมบูรณ์ตามสัญญา

English summary

Rajamangala University of Technology Krungthep intends to renovate the Media Innovation and Creative Studio and Film building, located at 2 Nang Linchi Road, Thung Maha Mek Subdistrict, Sathon District, Bangkok, with an area of approximately 525 square meters. The primary objective is to achieve a renovation that meets high standards of quality, is immediately ready for use upon completion, is structurally sound, and exhibits exquisite craftsmanship. The scope of work includes demolition, structural work, walls, ceilings, floors, doors and windows, painting, other miscellaneous works, sanitary ware, plumbing and sanitary systems, electrical and lighting systems, computer network systems, air conditioning and ventilation systems, fire alarm systems, and the procurement of furniture and equipment, along with special expenses as specified. The contractor must prepare the site, including temporary worker accommodations, utilities, materials, labor, tools, transportation, coordination, and all necessary operational costs to ensure the project is completed according to the contract.

สถานที่ดำเนินการ

2 ถนนนางลิ้นจี่

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อให้ได้ผลงานการปรับปรุงทั้งหมดที่มีมาตรฐาน มีคุณภาพ
  • เพื่อให้ได้ผลงานที่มีสภาพพร้อมใช้งานได้ทันทีเมื่อการปรับปรุงแล้วเสร็จ
  • เพื่อให้ได้ผลงานที่มีความมั่นคงถาวร
  • เพื่อให้ได้ผลงานที่มีฝีมือการทำงานที่ประณีต ละเอียด และมีความถูกต้องตามหลักวิชาช่าง

ขอบเขตของงาน

  • หมวดงานที่ ๑ งานรื้อถอน
  • หมวดงานที่ ๒ งานโครงสร้าง
  • หมวดงานที่ ๓ งานผนัง
  • หมวดงานที่ ๔ งานฝ้าเพดาน
  • หมวดงานที่ ๕ งานพื้น
  • หมวดงานที่ ๖ งานประตูและหน้าต่าง
  • หมวดงานที่ ๗ งานทาสี
  • หมวดงานที่ ๘ งานอื่นๆ
  • หมวดงานที่ ๙ งานสุขภัณฑ์ห้องน้ํา
  • หมวดงานที่ ๑๐ งานระบบประปาและสุขาภิบาล
  • หมวดงานที่ ๑๑ งานระบบไฟฟ้าและแสงสว่าง
  • หมวดงานที่ ๑๒ งานระบบสายสัญญาณคอมพิวเตอร์
  • หมวดงานที่ ๑๓ งานระบบปรับอากาศและระบายอากาศ
  • หมวดงานที่ ๑๔ งานระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้
  • งานครุภัณฑ์จัดซื้อ
  • ค่าใช้จ่ายพิเศษตามข้อกําหนดและค่าใช้จ่ายอื่นที่จําเป็นต้องมี

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • อาคารศูนย์ปฏิบัติการด้านนวัตกรรมและสร้างสรรค์สื่อใหม่และภาพยนตร์ที่ได้รับการปรับปรุงแล้วเสร็จตามมาตรฐานและคุณภาพที่กำหนด
  • เฟอร์นิเจอร์และครุภัณฑ์จัดซื้อตามรายการที่ระบุ
  • เอกสาร AS-BUILT DRAWING จำนวน 1 ชุด และสำเนา 2 ชุด
  • ใบรับประกันผลงาน

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาการก่อสร้าง: ไม่ระบุในเอกสารที่ให้มา
  • การส่งมอบงานงวดสุดท้าย: จะมีการตรวจรับงานงวดสุดท้าย โดยฝ่ายผู้ว่าจ้าง สถาปนิก วิศวกร ผู้ควบคุมงาน และฝ่ายผู้รับจ้าง
  • การรับประกันผลงาน: 2 ปี นับถัดจากวันที่ตรวจรับมอบงานงวดสุดท้าย

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • ผู้รับจ้างต้องเป็นบุคคลหรือนิติบุคคลที่ลงนามเป็นคู่สัญญากับผู้ว่าจ้าง
    • ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้จัดหาเครื่องจักร เครื่องมือ เครื่องใช้ แรงงานฝีมือดี ช่างผู้ชํานาญงานโดยเฉพาะ และวัสดุอุปกรณ์ทุกชนิดที่จําเป็นต้องใช้ในงานก่อสร้างอย่างดีมีประสิทธิภาพ
    • ผู้รับจ้างต้องจัดหาตัวอย่างวัสดุอุปกรณ์ทุกอย่าง ให้ผู้ว่าจ้างพิจารณาเห็นชอบอนุมัติ
    • ผู้รับจ้างต้องจัดทําแผนการปฏิบัติงานในรูป BAR CHART และตารางดําเนินงาน (WORK SCHEDULE)
    • ผู้รับจ้างต้องจัดหาตัวแทนของผู้ว่าจ้างที่มีความสามารถและประสบการณ์ เป็นผู้มีอํานาจเต็มประจําอยู่ ในสถานที่ก่อสร้างตลอดเวลาอย่างน้อย 1 คน
    • ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีโรงงาน โรงเก็บวัสดุอุปกรณ์ สํานักงานชั่วคราว บ้านพักคนงาน ห้องประชุม ตามที่กำหนด
    • ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีรั้วชั่วคราวรอบบริเวณก่อสร้าง
    • ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีถนนและทางเดินชั่วคราว
    • ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีระบบไฟฟ้าชั่วคราวและน้ําประปาชั่วคราว
    • ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้และเครื่องอํานวยความสะดวกทั้งหลายในการทํางาน รวมทั้งจัดให้มีสภาพการทํางานที่ดี ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและชีวิตของคนงาน
    • ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีอุปกรณ์เครื่องเวชภัณฑ์ในการปฐมพยาบาลและอุปกรณ์ช่วยชีวิต
    • ผู้รับจ้างต้องจัดหาอุปกรณ์ประตู-หน้าต่าง ตามที่ได้ระบุไว้ใน รายการขุดอุปกรณ์ประตู-หน้าต่าง (Hardware Group)
    • ผู้รับจ้างต้องจัดหาวัสดุ แรงงาน และอุปกรณ์ในการติดตั้งสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ประกอบทั้งหมด
    • ผู้รับจ้างต้องจัดหาวัสดุและอุปกรณ์ ที่มีคุณภาพ แรงงานที่มีฝีมือและความชํานาญ มีระบบคุณภาพที่ดี สําหรับงานทาสี
  • Standards Compliance:
    • มาตรฐานความปลอดภัยของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (สำหรับนั่งร้าน)
    • มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) สำหรับวัสดุต่างๆ เช่น อิฐก่อสร้าง, เหล็กเส้น, ไม้แปรรูป, กระเบื้อง, โครงคร่าวโลหะ, ปูนซีเมนต์ เป็นต้น
    • มาตรฐาน DIN 18555 (สำหรับปูนก่อและปูนฉาบคอนกรีตมวลเบา)
    • มาตรฐาน ASTM (สำหรับอลูมิเนียม)
    • มาตรฐาน ANSI A156.2, ANSI A156.5 (สำหรับอุปกรณ์ประตู-หน้าต่าง)
    • มาตรฐาน BS 4887 (สำหรับน้ำยาผสมปูนฉาบ)
  • Experience:
    • ผู้รับจ้างต้องมีช่างฝีมือดี ช่างผู้ชํานาญงานโดยเฉพาะ (สำหรับงานก่อสร้างทั่วไป)
    • ผู้รับจ้างต้องมีช่างฝีมือดี มีความชํานาญในการติดตั้ง (สำหรับประตูเหล็ก, ประตู-หน้าต่างอลูมิเนียม)
    • ผู้รับจ้างต้องมีช่างผู้ชํานาญงานโดยเฉพาะ (สำหรับระบบกันซึม, ระบบโครงคร่าวโลหะ)
    • ผู้รับจ้างต้องใช้ช่างที่มีฝีมือและความชํานาญโดยเฉพาะ (สำหรับงานไม้)
    • ผู้รับจ้างต้องใช้ช่างที่มีความชํานาญเฉพาะด้าน (สำหรับงานตกแต่งภายใน)
    • ผู้รับจ้างต้องมีแรงงานที่มีฝีมือและความชํานาญ (สำหรับงานทาสี)
  • Previous Project Cost: ไม่ระบุในเอกสาร
  • Technical Capabilities:
    • ความสามารถในการจัดหาเครื่องจักร เครื่องมือ เครื่องใช้ แรงงานฝีมือดี ช่างผู้ชํานาญงาน และวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็น
    • ความสามารถในการจัดทําแบบ SHOP DRAWING และแผงตัวอย่าง
    • ความสามารถในการจัดทําแผนการปฏิบัติงาน (BAR CHART, WORK SCHEDULE)
    • ความสามารถในการควบคุมคุณภาพวัสดุและการก่อสร้าง
    • ความสามารถในการประสานงานกับผู้รับจ้างรายอื่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • Personnel:
    • ต้องมีช่างฝีมือดี ช่างผู้ชํานาญงานโดยเฉพาะ
    • ต้องมีตัวแทนผู้รับจ้างที่มีความสามารถและประสบการณ์ เป็นผู้มีอำนาจเต็มประจำ ณ สถานที่ก่อสร้าง
    • ต้องมีช่างผู้ชำนาญงานเฉพาะด้านสำหรับงานที่ต้องการความประณีต
    • ต้องมีช่างผู้ชำนาญในเทคนิคเฉพาะด้าน (เช่น งานไฟฟ้า, แสงเสียง)

เกณฑ์การพิจารณา

  • การประเมินผลงานจะพิจารณาจากความถูกต้องตามแบบและรายการประกอบแบบ
  • การประเมินผลงานจะพิจารณาจากคุณภาพของวัสดุและฝีมือการทำงานที่ประณีต ละเอียด และถูกต้องตามหลักวิชาช่าง
  • การประเมินผลงานจะพิจารณาจากความพร้อมใช้งานของผลงานเมื่อการปรับปรุงแล้วเสร็จ
  • การประเมินผลงานจะพิจารณาจากความมั่นคงถาวรของโครงสร้าง
  • การประเมินผลงานจะพิจารณาจากความถูกต้องตามหลักวิชาช่างที่ดี

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • งานรื้อถอน: ดำเนินการรื้อถอนอาคารและสิ่งปลูกสร้างเดิมด้วยความระมัดระวัง ไม่ก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้อยู่อาศัยข้างเคียง
  • งานโครงสร้าง: เป็นไปตามแบบก่อสร้างและรายการประกอบแบบ โดยใช้วัสดุและวิธีการที่ได้มาตรฐาน
  • งานผนัง: ก่อผนังด้วยอิฐมอญหรือคอนกรีตมวลเบาตามแบบและมาตรฐานที่กำหนด รวมถึงการทำเสาเอ็นและคานทับหลัง
  • งานฝ้าเพดาน: ติดตั้งโครงคร่าวโลหะและแผ่นยิปซัมบอร์ดตามแบบและมาตรฐาน
  • งานพื้น: ปูกระเบื้องตามแบบและรายการประกอบแบบ โดยเตรียมพื้นผิวและใช้วัสดุที่ได้มาตรฐาน
  • งานประตู-หน้าต่าง: ติดตั้งประตู-หน้าต่างเหล็ก, ไม้, และอลูมิเนียม รวมถึงอุปกรณ์ประกอบ ตามแบบและมาตรฐานที่กำหนด
  • งานทาสี: ใช้สีคุณภาพดีตามที่ระบุในรายการประกอบแบบ ทาตามขั้นตอนและมาตรฐานของผู้ผลิต
  • งานระบบสุขาภิบาล: ติดตั้งระบบท่อน้ำดี น้ำทิ้ง และอุปกรณ์สุขภัณฑ์ตามแบบและมาตรฐาน
  • งานระบบไฟฟ้า: ติดตั้งระบบไฟฟ้าแสงสว่างและกำลัง รวมถึงอุปกรณ์สายไฟ โคมไฟ สวิตช์ และเต้ารับ ตามแบบและมาตรฐาน
  • งานระบบปรับอากาศ: ติดตั้งระบบปรับอากาศและระบายอากาศตามแบบและมาตรฐาน
  • งานระบบสายสัญญาณคอมพิวเตอร์: ติดตั้งระบบสายสัญญาณตามแบบและมาตรฐาน
  • ระบบกันซึม: ติดตั้งระบบกันซึมชนิดทาและชนิด PVC Membrane ตามบริเวณที่กำหนดและมาตรฐาน
  • การควบคุมคุณภาพ: การตรวจสอบและทดสอบคุณภาพวัสดุ การจัดทำแบบขยาย (SHOP DRAWING) การจัดทำแผนการปฏิบัติงาน และการประสานงานกับผู้เกี่ยวข้อง
  • ความปลอดภัย: การป้องกันอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน การรักษาความสะอาด และการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  • การส่งมอบงาน: การตรวจรับงานงวดสุดท้าย การซ่อมแซมบริเวณโดยรอบ การทำความสะอาดอาคาร และการส่งมอบเอกสาร AS-BUILT DRAWING

เงื่อนไขสัญญา

  • Payment Schedule: ไม่ระบุในเอกสาร
  • Penalties:
    • หากงานล่าช้า ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้น และไม่สามารถขอขยายระยะเวลาก่อสร้างได้ เว้นแต่กรณีที่เกิดจากความบกพร่องของผู้รับจ้างอื่นของผู้ว่าจ้าง
    • หากผู้รับจ้างไม่ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องตามที่ได้รับแจ้ง ผู้ว่าจ้างสงวนสิทธิ์ในการว่าจ้างผู้อื่นมาดำเนินการซ่อมแซม และผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
    • หากผู้รับจ้างไม่ส่งมอบ AS-BUILT DRAWING การจ่ายเงินงวดสุดท้ายจะเลื่อนออกไปจนกว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จ โดยผู้รับจ้างจะเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ มิได้
  • Warranty:
    • รับประกันผลงาน 2 ปี นับจากวันที่ตรวจรับมอบงานงวดสุดท้าย หากมีความชำรุดบกพร่องเกิดขึ้น ผู้รับจ้างต้องทำการซ่อมแซมทันทีโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
    • รับประกันระบบกันซึม 5 ปี

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออะไร?
    A: เพื่อให้ได้ผลงานการปรับปรุงอาคารศูนย์ปฏิบัติการด้านนวัตกรรมและสร้างสรรค์สื่อใหม่และภาพยนตร์ที่มีมาตรฐาน มีคุณภาพ พร้อมใช้งาน มีความมั่นคงถาวร และฝีมือการทำงานที่ประณีตถูกต้องตามหลักวิชาช่าง
  • Q: ขอบเขตงานครอบคลุมถึงส่วนใดบ้าง?
    A: ครอบคลุมงานรื้อถอน, งานโครงสร้าง, งานผนัง, งานฝ้าเพดาน, งานพื้น, งานประตู-หน้าต่าง, งานทาสี, งานอื่นๆ, งานสุขภัณฑ์ห้องน้ำ, งานระบบประปาและสุขาภิบาล, งานระบบไฟฟ้าและแสงสว่าง, งานระบบสายสัญญาณคอมพิวเตอร์, งานระบบปรับอากาศและระบายอากาศ, งานระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้, งานครุภัณฑ์จัดซื้อ และค่าใช้จ่ายพิเศษ
  • Q: ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกชั่วคราวอะไรบ้าง?
    A: ต้องจัดให้มีโรงงาน, โรงเก็บวัสดุอุปกรณ์, สำนักงานชั่วคราว, บ้านพักคนงาน, ห้องประชุม, รั้วชั่วคราว, ถนนและทางเดินชั่วคราว, ระบบไฟฟ้าชั่วคราว, และระบบน้ำประปาชั่วคราว
  • Q: มีข้อกำหนดเกี่ยวกับคุณภาพของวัสดุที่ใช้ในโครงการอย่างไรบ้าง?
    A: วัสดุทุกชนิดต้องเป็นของใหม่ มีคุณภาพดี ตรงตามที่ระบุในแบบและรายการประกอบแบบ และต้องผ่านการตรวจสอบและอนุมัติจากผู้ควบคุมงาน
  • Q: ผู้รับจ้างต้องจัดทำแบบขยาย (SHOP DRAWING) หรือไม่?
    A: ใช่ ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำแบบขยาย (SHOP DRAWING) ในส่วนที่จะดำเนินการเสนอต่อผู้ควบคุมงานเพื่อพิจารณาอนุมัติ
  • Q: การส่งมอบงานต้องมีเอกสารอะไรบ้าง?
    A: ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำ AS-BUILT DRAWING จำนวน 1 ชุด และสำเนา 2 ชุด ส่งมอบให้ผู้ว่าจ้างในวันตรวจรับงานงวดสุดท้าย
  • Q: ระยะเวลาการรับประกันผลงานคือเท่าใด?
    A: ระยะเวลา 2 ปี นับถัดจากวันที่ตรวจรับมอบงานงวดสุดท้าย
  • Q: หากพบข้อบกพร่องหลังการส่งมอบงาน ผู้รับจ้างต้องดำเนินการอย่างไร?
    A: ผู้รับจ้างต้องทำการซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยหรือใช้งานได้ดีดังเดิมทันทีที่ได้รับแจ้งจากผู้ว่าจ้าง โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
  • Q: มีข้อกำหนดเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงานอย่างไรบ้าง?
    A: ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันอันตรายต่างๆ เช่น รั้วกันตกจากที่สูง และต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  • Q: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสิ่งสาธารณูปโภคหรือไม่?
    A: ใช่ ผู้รับจ้างต้องดูแลรักษาสถานที่สาธารณะและสิ่งสาธารณูปโภคให้อยู่ในสภาพดี และรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการก่อสร้าง โดยต้องชดใช้แก้ไขซ่อมแซมให้คืนดีดังเดิม

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

*กวิทยาลัยง
“ยาลัยเทค
มงคลก
รายการประกอบแบบ
โครงการ
ปรับปรุงศูนย์ปฏิบัติการด้านนวัตกรรมและสร้างสรรค์สื่อใหม่ และภาพยนตร์ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร ๑ ห้อง
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ
ขอบเขตของงาน
วัสดุและอุปกรณ์
การควบคุมคุณภาพ สิ่งอํานวยความสะดวกชั่วคราว
ความปลอดภัย
การส่งมอบงาน
การรื้อถอนอาคาร การปรับปรุงบริเวณก่อสร้าง ผนังก่ออิฐ
งานคอนกรีตมวลเบา เหล็กเสริมคอนกรีต

งานไม้
ระบบกันซึม
ระบบกันซึมชนิดทา
สารบัญ
หน้า
4
6
8
12 173
1.5
17
18
19
20
22
25
28
32
34
ประตูเหล็ก
36
ประตู-หน้าต่างไม้ ประตู-หน้าต่างอลูมิเนียม
38
41
อุปกรณ์ประตู-หน้าต่าง
43
46
กระจก
งานกระเบื้อง
48
ระบบโครงคร่าวโลหะ
งานฉาบปูน
สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ประกอบ
50
52
55
ขอบเขตของงานตกแต่งภายใน
งานทาสี
56
57
ข้อกําาหนดเฉพาะงานสุขาภิบาล วาล์ว และ อุปกรณ์ประกอบท่อน้ํา
งานเดินท่อระบบสุขาภิบาล
65
67
72
ข้อกําหนดเฉพาะงานไฟฟ้า
อุปกรณ์เดินสายไฟ
80
81
“..
2
สายไฟฟ้า
สารบัญ (ต่อ)
หน้า
84
87
90
94
97
101
โคมไฟ สวิตซ์ และเต้ารับไฟฟ้า
แผงเมนสวิตช์ไฟฟ้าแรงต่ําและอุปกรณ์ประกอบ
ระบบปรับอากาศ
ระบบสายสัญญาณคอมพิวเตอร์ ครุภัณฑ์จัดซื้อ
3
ขอบเขตของงาน
SUMMARY OF WORK

  1. นิยาม คํานาม คําสรรพนาม
    ที่ปรากฏในสัญญาและเงื่อนไขแห่งสัญญาจ้างเหมางานก่อสร้าง แบบก่อสร้างรายการประกอบ แบบ ก่อสร้าง และเอกสารอื่นๆ ที่แนบสัญญาทุกฉบับ ให้มีความหมายตามที่ระบุไว้ในหมวดนี้ นอกจากจะมีการระบุ เฉพาะไว้เป็นอย่างอื่น หรือระบุเพิ่มเติมไว้ในเงื่อนไขแห่งสัญญานี้
    ผู้ว่าจ้าง หมายถึง เจ้าของโครงการที่ลงนามในสัญญาหรือตัวแทนที่ได้รับมอบหมายจากผู้ว่าจ้าง คณะกรรมการตรวจการจ้าง หมายถึง ตัวแทนของผู้ว่าจ้างที่แต่งตั้งในรูปของคณะ หรือกลุ่มบุคคลให
    ดําเนินงานด้านบริหารสัญญาจ้าง ตรวจการจ้างงานก่อสร้าง
    ผู้ควบคุมงาน หมายถึง ตัวแทนของผู้ว่าจ้างที่ได้รับการแต่งตั้งให้ควบคุมงานก่อสร้าง สถาปนิก และวิศวกร หมายถึง สถาปนิก และวิศวกรผู้ออกแบบสิ่งก่อสร้างของโครงการ ผู้รับจ้าง หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลที่ลงนามเป็นคู่สัญญากับผู้ว่าจ้างรวมถึง ตัวแทน หรือ ลูกจ้างที่
    อยู่ในความรับผิดชอบของผู้รับจ้างตามสัญญานี้
    งานก่อสร้าง หมายถึง งานต่างๆ ที่ระบุในแบบก่อสร้าง รายการประกอบแบบก่อสร้างและเอกสาร
    แนบสัญญา รวมทั้งงานประกอบอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
    แบบก่อสร้าง หมายถึง แบบก่อสร้างทั้งหมดที่ประกอบในการทําสัญญาจ้างเหมา และแบบก่อสร้างที่
    มีการเปลี่ยนแปลง แก้ไข และเพิ่มเติมภายหลัง
    รายการประกอบแบบก่อสร้าง หมายถึง เอกสารรายการแสดงรายละเอียดประกอบแบบก่อสร้าง
    ควบคุมคุณภาพของวัสดุอุปกรณ์ เทคนิคและข้อตกลง ต่างๆ ที่เกี่ยวกับงาน
    การอนุมัติ หมายถึง การอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้มีอํานาจในการอนุมัติ
  2. วัตถุประสงค์
    มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ มีความประสงค์จะทําการปรับปรุงสิ่งก่อสร้าง ศูนย์ปฏิบัติการ นวัตกรรมและสร้างสรรค์สื่อใหม่และภาพยนตร์ จํานวน 1 งาน ซึ่งตั้งอยู่ที่ เลขที่ 2 ถนนนางลิ้นจี่ แขวงทุ่ง มหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร พื้นที่ประมาณ 525 ตารางเมตร ตามรูปแบบและรายการที่กําหนดโดยมี วัตถุประสงค์หลักของการปรับปรุง เพื่อให้ได้ผลงานการปรับปรุงทั้งหมดที่มีมาตรฐาน มีคุณภาพ มีสภาพพร้อม ใช้งานได้ทันทีเมื่อการปรับปรุงแล้วเสร็จ มีความมั่นคงถาวร มีฝีมือการทํางานที่ประณีต ละเอียด และมีความ ถูกต้องตามหลักวิชาช่าง
  3. ขอบเขตของงาน
    งานปรับปรุงตามรูปแบบรายการ โดยมีขอบเขตของงานดังต่อไปนี้
    3.1 หมวดงานที่ ๑ งานรื้อถอน
    3.2 หมวดงานที่ ๒ งานโครงสร้าง
    3.3 หมวดงานที่ ๓ งานผนัง
    3.4 หมวดงานที่ ๔ งานฝ้าเพดาน
    3.5 หมวดงานที่ ๕ งานพื้น
    3.6 หมวดงานที่ 5 งานประตูและหน้าต่าง 3.7 หมวดงานที่ ๒ งานทาสี
    4
    3.8 หมวดงานที่ 4 งานอื่นๆ
    3.9 หมวดงานที่ ๙ งานสุขภัณฑ์ห้องน้ํา
    3.10 หมวดงานที่ ๑๐ งานระบบประปาและสุขาภิบาล 3.11 หมวดงานที่ ๑๑ งานระบบไฟฟ้าและแสงสว่าง
    3.12 หมวดงานที่ ๑๒ งานระบบสายสัญญาณคอมพิวเตอร์ 3.13 หมวดงานที่ ๑๓ งานระบบปรับอากาศและระบายอากาศ 3.14 หมวดงานที่ ๑๔ งานระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้
    3.15 งานครุภัณฑ์จัดซื้อ
    3.16 ค่าใช้จ่ายพิเศษตามข้อกําหนดและค่าใช้จ่ายอื่นที่จําเป็นต้องมี
  4. ราคางานก่อสร้าง/ปรับปรุง
    ราคางานก่อสร้าง/ปรับปรุง ให้รวมถึงรายการดังต่อไปนี้
    4.1 การเตรียมงาน เตรียมสถานที่ ให้พร้อมเพื่อการก่อสร้าง 4.2 ที่พักคนงาน สํานักงานชั่วคราว ฯลฯ
    4.3 ค่าขอมิเตอร์ไฟฟ้า ประปาชั่วคราว รวมถึงค่าน้ํา-ไฟฟ้าชั่วคราว ตลอดระยะเวลาการก่อสร้าง 4.4 ค่าวัสดุ แรงงาน เครื่องมือ และค่าขนส่ง
    4.5 ค่าประสานงานกับงานระบบอื่นๆ เช่น ระบบไฟฟ้า เป็นต้น โดยจะต้องแยกแต่ละรายการให้ชัดเจน 4.6 ค่าดําเนินการเกี่ยวกับเทคนิคการก่อสร้าง การป้องกันความเสียหายที่จะเกิดกับบุคคล และ
    ทรัพย์สินทั้งในและนอกสถานที่ก่อสร้าง ตลอดจนค่าดําเนินการต่างๆ ที่ผู้รับจ้างจะต้องกระทํา เพื่อให้งานที่แล้วเสร็จสมบูรณ์
    4.7 ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ตามเงื่อนไข และข้อกําหนดตามสัญญา
    4.8 ค่าทดสอบวัสดุต่าง ๆ ตามรายการประกอบแบบก่อสร้าง (SPECIFICATION) หรือเมื่อผู้ว่าจ้าง
    ประสงค์ให้ทําการทดสอบ
  5. สิ่งที่ไม่รวมในรายการเสนอราคา
  6. การสํารวจตรวจสอบสถานที่ก่อสร้าง
    ผู้รับจ้างต้องทําการสํารวจตรวจสอบสถานที่ก่อสร้างและบริเวณใกล้เคียงจนทราบเป็นที่พอใจแล้วถึง ลักษณะ และสภาพทั่วไป ทั้งระดับพื้นดินและขอบเขตสิ่งก่อสร้างต่างๆ ที่มีอยู่ สิ่งสาธารณูปโภคทั้งหลาย สิ่งที่ ต้องระมัดระวังรักษาไว้ ตลอดจนลู่ทางเข้า-ออก การขนส่งวัสดุสิ่งของและคนงาน ความสะดวกและข้อขัดข้อง ทั้งหลาย การจัดสถานที่ ที่จําเป็นสําหรับใช้ในการก่อสร้างตามที่ต้องการ พร้อมทั้งมีความเข้าใจอย่างดีใน การศึกษาวิธีการจัดหาโรงงาน การจัดทํามาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภยันตรายต่อสุขภาพ ชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน จัดทํามาตรการในการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม จัดหาวิธีป้องกันมิให้เกิดปัญหาจราจรที่เกิด จากการก่อสร้าง จัดหาวิธีป้องกันสาธารณประโยชน์ต่างๆ มิให้เกิดความเสียหาย จัดทํารั้วชั่วคราว และ สิ่งก่อสร้างชั่วคราว สามารถทํางานให้แล้วเสร็จสมบูรณ์ได้ อีกทั้งมีข้อมูลที่จําเป็นทั้งหลายอันเกี่ยวด้วยความ เสี่ยงภัย ความผันผวนของเหตุการณ์ และเหตุอื่นๆ ซึ่งอาจมีผลกระทบกระเทือนการทํางานก่อสร้างนี้เป็นอย่าง ดีแล้ว ไม่ว่ากรณีใดๆ ผู้รับจ้างจะยกข้ออ้างถึงการที่ตนไม่ทราบ ข้อเท็จจริงต่างๆ เพื่อประโยชน์ใดๆ ของตนมิได้
    5
    วัสดุและอุปกรณ์
    MATERIAL AND EQUIPMENT
  7. เครื่องมือ และวัสดุอุปกรณ์ในงานก่อสร้าง
    ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาเครื่องจักร เครื่องมือ เครื่องใช้ แรงงานฝีมือดี ช่างผู้ชํานาญงานโดยเฉพาะ และวัสดุ อุปกรณ์ทุกชนิดที่จําเป็นต้องใช้ในงานก่อสร้างอย่างดีมีประสิทธิภาพ รวมทั้งจะต้องจัดหานั่งร้านที่แข็งแรง มั่นคง ถูกต้องตามเทศบัญญัติ และข้อกําหนดนั่งร้านสําหรับงานก่อสร้างอาคาร” ในมาตรฐานความปลอดภัย ของวิศวกรรมสถานแห่ง ประเทศไทย และผู้รับจ้างจะต้องติดตั้งเครื่องหมายแสดงบริเวณที่อาจเกิดอันตรายทุก แห่ง และจะต้องทําการก่อสร้างสิ่งป้องกันชั่วคราวบริเวณอันตรายดังกล่าวด้วย การเคลื่อนย้าย รื้อถอน นั่งร้าน
    หรืออุปกรณ์เครื่องยกต่างๆ จะต้อง ได้รับการอนุมัติจากสถาปนิกหรือวิศวกรก่อนจึงจะดําเนินการได้
  8. การเตรียมวัสดุ
    2.1 วัสดุก่อสร้างที่ปรากฏอยู่ในแบบและรายการประกอบแบบ หรือที่มิได้อยู่ในแบบและรายการประกอบ แบบอันเป็นส่วนหนึ่ง หรือเป็นส่วนประกอบการก่อสร้างอาคารนี้ ให้เป็นไปตามหลักวิชาช่างที่ดีนั้น
    ผู้รับจ้างจะต้องจัดหามาเพื่อใช้ในงานก่อสร้างนี้ทั้งสิ้น
    2.2 วัสดุก่อสร้างที่ใช้ในการก่อสร้าง ผู้รับจ้างจะต้องจัดซื้อโดยได้รับอนุมัติจากสถาปนิก หรือวิศวกร หรือ
    ผู้ว่าจ้าง และจัดเตรียมนํามาใช้ให้ทันกับการก่อสร้างเพื่อไม่ให้งานก่อสร้างล่าช้า
    2.3 ในกรณีวัสดุก่อสร้าง หรืออุปกรณ์การก่อสร้างบางอย่าง ซึ่งระบุให้ใช้วัสดุต่างประเทศ ผู้รับจ้างจะต้อง สั่งของนั้นๆ ล่วงหน้าเพื่อให้ทันการใช้งานภายในระยะเวลาดําเนินการที่กําหนด โดยปราศจากเงื่อนไข ใดๆ ทั้งสิ้น
    2.4 ห้ามผู้รับจ้างนําวัสดุอุปกรณ์ที่ไม่ได้ใช้ในงานก่อสร้างนี้ หรือไม่ได้รับการอนุมัติจากสถาปนิกหรือวิศวกร
    หรือผู้ว่าจ้างเข้ามาในสถานที่ก่อสร้าง
  9. คุณภาพของวัสดุ
    วัสดุก่อสร้างทุกชนิดที่ใช้ในการก่อสร้างนี้จะต้องเป็นของที่ไม่เคยนําไปใช้งาน หรือเหลือจากการใช้งานมา ก่อน และต้องเป็นของใหม่จากผู้ผลิต ซึ่งจะต้องมีคุณภาพดีไม่มีรอยชํารุด เสียหาย แตกร้าวใดๆ และจะต้อง ถูกต้องตรงตามที่ระบุในแบบ และรายการประกอบแบบ หรือตามที่ได้รับอนุมัติ
  10. การตรวจสอบและทดสอบคุณภาพวัสดุ
    4.1 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสอบ และ/หรือทดสอบคุณภาพวัสดุอุปกรณ์ทุกชนิดที่จะนํามาใช้ในงาน ก่อสร้าง ก่อนที่จะออกจากโรงงานผู้ผลิตให้เป็นที่เรียบร้อยเสียก่อน และผู้รับจ้างต้องแสดงใบรับรอง ผลการทดลอง ดังกล่าวให้สถาปนิกตรวจดูเมื่อต้องการ เพื่อแสดงว่าวัสดุอุปกรณ์นั้นๆ ได้รับการ
    ตรวจสอบทดสอบตามมาตรฐานที่ถูกต้อง และมีคุณสมบัติครบถ้วนตามสัญญา
    4.2 ในกรณีที่มีข้อกําหนดให้ทดสอบวัสดุใดๆ ไว้ให้ผู้รับจ้างนําวัสดุ หรืออุปกรณ์ไปทดสอบตามสถาบัน มาตรฐานที่ได้กล่าวไว้ ในการนี้ผู้รับจ้างต้องแจ้งให้ผู้ควบคุมงานทราบล่วงหน้า เพื่อจะได้อยู่ร่วมในการ
    ทดสอบด้วยแล้วแต่กรณี
    6
  11. การเสนอตัวอย่างวัสดุอุปกรณ์
    5.1 ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาตัวอย่างวัสดุอุปกรณ์ทุกอย่าง ให้ผู้ว่าจ้างพิจารณาเห็นชอบอนุมัติ โดยผู้รับจ้าง จะต้องจัดทําแผนงานแสดงระยะเวลาจัดส่งตัวอย่างวัสดุอุปกรณ์ เพื่อการพิจารณาเห็นชอบอนุมัติ
    และการจัดส่งวัสดุอุปกรณ์ จะต้องมีระยะเวลาล่วงหน้าเพียงพอต่อการพิจารณาก่อนการสั่งซื้อและ ติดตั้งตามลําาดับขั้นตอนการใช้งาน
    เพื่อไม่ให้การทํางานต้องล่าช้าไป
    5.2 วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ทั้งหมด จะต้องได้รับการอนุมัติจากผู้ว่าจ้างก่อนการติดตั้ง หากผู้รับจ้างดําเนินการ ติดตั้งโดยพลการมิได้รับการอนุมัติ ผู้รับจ้างจะต้องจัดหามาเปลี่ยนให้ใหม่ทันทีตามที่ผู้ว่าจ้าง และจะ ถือเป็นข้ออ้างขอขยายระยะเวลาก่อสร้าง หรือคิดราคาเพิ่มมิได้ วัสดุที่ได้รับการอนุมัติแล้วยังไม่พ้น หรือบริวารได้ทําการติดตั้งโดยไม่
    ความรับผิดชอบของผู้รับจ้างในกรณีที่การปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง
    เป็นไปตามหลักวิชาช่างที่ดี
  12. การเทียบเท่าของวัสดุอุปกรณ์และการขอใช้วัสดุอื่นทดแทน
    6.1 ผู้ว่าจ้าง จะรับพิจารณาการเทียบเท่าของวัสดุอุปกรณ์ และ การขอใช้วัสดุอุปกรณ์อื่นทดแทนภายหลัง จากวันลงนามสัญญาก่อสร้างแล้วเท่านั้น ทั้งนี้ ผู้รับจ้างจะต้องยื่นเอกสารประกอบการขอเทียบเท่า 6.2 ผู้ว่าจ้าง ยืนยันให้ใช้วัสดุอุปกรณ์ตามที่ระบุไว้ได้ การพิจารณาอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษร เท่านั้น 6.3 การพิจารณาเทียบเท่าวัสดุอุปกรณ์จะต้องไม่เกิดจากความผิดพลาด หรือการทํางานบกพร่องของผู้รับจ้าง 6.4 ผู้รับจ้างจะต้องส่งรายละเอียดวัสดุอุปกรณ์ หลักฐานผลการทดสอบ เอกสารการรับประกันที่สามารถ ยืนยัน คุณภาพ และมาตรฐานผลิตภัณฑ์เพื่อประกอบการพิจารณา นอกเหนือจากการใช้งานแล้ว สถาปนิก วิศวกร จะ พิจารณาเรื่องความสวยงาม ความแข็งแรง ความปลอดภัย และการออกแบบ เป็นเรื่องสําคัญ โดยให้ถือคําวินิจฉัย ของสถาปนิก วิศวกร เป็นข้อยุติ สถาปนิก วิศวกร และผู้ว่าจ้าง สงวนสิทธิ์ที่จะพิจารณาการเทียบเท่าวัสดุอุปกรณ์ ที่เห็นว่ามีคุณภาพดีกว่า และราคาสูงกว่าที่ได้ระบุไว้ 6.5 ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับการประสานงานที่เกี่ยวข้อง หรืองานเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการ
    เทียบเท่า โดย ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในกรณีดังกล่าว
    6.6 ผู้รับจ้างไม่สามารถเรียกร้องค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น หรือเวลาที่สูญเสียไป ในกรณีที่ทําให้งานล่าช้าจากการ
    เทียบเท่า
    6.7 ผู้รับจ้างจะต้องเผื่อระยะเวลาในการพิจารณาการเทียบเท่าที่ต้องออกแบบใหม่รวมถึงกรณีที่เกี่ยวข้อง กับการขอ อนุญาตส่วนราชการที่เกี่ยวข้องด้วย และผู้รับจ้างจะขอขยายระยะเวลาก่อสร้างเพิ่มเติม จากสัญญามิได้
    7
    การควบคุมคุณภาพ QUALITY CONTROL
  13. แบบและรายการประกอบแบบ
    แบบก่อสร้างและรายการประกอบแบบก่อสร้างถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องเก็บรักษาไว้ใน สถานที่ก่อสร้างอย่างละ 1 ชุดเป็นอย่างน้อย โดยให้อยู่ในสภาพที่ดี และเป็นแบบแก้ไขครั้งสุดท้ายเท่านั้น ระยะ และมาตรฐานต่างๆ ให้ถือเอาตัวเลขที่ระบุในแบบเป็นหลัก (ยกเว้นตัวเลขที่เขียนผิดพลาด) ห้ามวัดจาก แบบโดยตรง ถ้ามีข้อสงสัยให้สอบถามผู้ควบคุมงาน ก่อนลงมือดําเนินการก่อสร้างทุกครั้ง หากมีส่วนหนึ่งส่วน ใดที่แบบ และรายการประกอบแบบขัดแย้งกันหรือไม่ชัดเจน ผู้รับจ้างจะต้องรีบแจ้งแก่ผู้ว่าจ้าง เพื่อให้จัดการ แก้ไขข้อขัดข้องนั้นในทันทีที่พบ โดยให้ถือคําวินิจฉัยของผู้ว่าจ้างเป็นข้อยุติ หากพบส่วนใดที่ได้ระบุไว้ในแบบ แต่มิได้ระบุไว้ในรายการประกอบแบบ หรือที่ได้ระบุไว้ในรายการประกอบแบบ แต่มิได้ระบุไว้ในแบบให้ถือ เสมือนว่าได้ระบุไว้ทั้งสองที่ หรือถ้ามิได้ระบุไว้ทั้งสองที่ แต่เพื่อความเรียบร้อยสมบูรณ์ของงานก่อสร้าง หรือ เพื่อให้ถูกต้องตามหลักวิชาช่างที่ดี ส่วนดีของงานก่อสร้างผู้รับจ้างจะต้องรีบดําเนินการโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพิ่มเติมจากสัญญาที่ตกลงไว้
  14. ระยะต่างๆ
    2.1 ระยะสําหรับการก่อสร้างให้ถือตัวเลขที่ระบุไว้ในแบบก่อสร้างเป็นสําคัญ การใช้ระยะที่วัดจากแผ่นแบบ โดยตรงอาจเกิดความผิดพลาดได้ หากมีข้อสงสัยในเรื่องระยะให้สอบถามผู้ควบคุมงาน เพื่อพิจารณา ตัดสินก่อนที่จะดําเนินการในส่วนนั้นๆ
    2.2 การแจ้งระยะในการทํางานร่วมกันในงานก่อสร้างที่ต้องมีงานของผู้รับจ้างช่วงของผู้รับจ้าง หรือผู้รับ จ้างอื่นที่ผู้ว่าจ้างจัดหา ก่อนจะเริ่มงานดังกล่าว ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสอบระยะต่างๆ ใน บริเวณที่ก่อสร้างร่วมกันจนเป็นที่ทราบและเข้าใจดีเสียก่อน ในกรณีนี้ให้ถือว่าผู้รับจ้างเป็น ผู้รับผิดชอบในการให้ขนาดระยะต่างๆ ที่เป็นจริงแก่ผู้รับจ้างช่วงดังกล่าว ไม่ว่าจะมีตัวเลขแสดงระยะ นั้นๆ ในแบบก่อสร้างหรือไม่ก็ตาม
  15. การจัดทําแบบขยาย (SHOP DRAWING)
    3.1 ผู้รับจ้างจะต้องตรวจสอบงานก่อสร้างกับแบบก่อสร้าง และรายการประกอบแบบต่างๆ ในทุกขั้นตอน หากไม่เป็นที่แน่ชัด หรือมีความจําเป็น หรือตามรายการที่ระบุให้จัดทํา SHOP DRAWING ผู้รับจ้าง จะต้องจัดทําแบบขยาย หรือแบบรายละเอียด หรือ SHOP DRAWING ในส่วนที่จะดําเนินการเสนอ ต่อผู้ควบคุมงานเพื่อพิจารณาอนุมัติ
    3.2 ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําแผนงานแสดงระยะเวลาจัดส่งแบบ เพื่อการพิจารณาเห็นชอบอนุมัติ และการ จัดส่งแบบจะต้องมีระยะเวลาล่วงหน้าเพียงพอต่อการพิจารณา ก่อนการดําเนินงานในส่วนนั้น ตามลําดับขั้นตอน การที่ผู้รับจ้างจัดทําแบบ SHOP DRAWING ล่าช้า หรือมีระยะเวลาตรวจสอบไม่ เพียงพอ จะถือเอาเป็นสาเหตุในการขอขยายระยะเวลาหรืออ้างว่าเป็นปัญหาความล่าช้าในการ ก่อสร้างไม่ได้
    3.3 การอนุมัติ SHOP DRAWING โดยผู้ควบคุมงานมิได้หมายความว่า ผู้รับจ้างได้รับการยกเว้นความ
    รับผิดชอบในการก่อสร้างส่วนนั้นๆ ผู้รับจ้างยังคงต้องรับผิดชอบในการแก้ไขให้เรียบร้อยสมบูรณ์
    ในกรณีที่มีปัญหาโดยรับผิดชอบทั้งในด้านค่าใช้จ่ายและระยะเวลาที่สูญเสียไป
    8
  16. แผนการปฏิบัติงานและวิธีการทํางาน
    4.1 ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําแผนการปฏิบัติงานในรูป BAR CHART และตารางดําเนินงาน (WORK SCHEDULE) แสดงระยะเวลาและลําดับการดําเนินงานในแต่ละประเภทของงาน ขณะเดียวกันต้อง แสดงการปฏิบัติงานร่วม และประสานงานกับผู้รับจ้างรายอื่นๆ แผนการปฏิบัติงานต้องประกอบด้วย รายละเอียดดังนี้
    4.1.1 แผนกําหนดวันเริ่มทํางานและวันสิ้นสุดงานของแต่ละส่วนของงานก่อสร้างโดยละเอียด
    (BAR CHART)
    4.1.2 แผนกําหนดวันสั่งซื้อ และวันส่งเข้าสถานที่ก่อสร้างของวัสดุอุปกรณ์ทุกชนิดที่ต้องใช้ใน
    การก่อสร้างโดยละเอียด
    4.1.3 แผนกําหนดจํานวนของพนักงาน ช่างแต่ละประเภท คนงานของผู้รับจ้างแต่ละเดือน 4.1.4 แผนกําหนดวันส่งวัสดุอุปกรณ์เข้าสถานที่ก่อสร้างของผู้รับจ้างช่วง และผู้รับจ้างอื่นที่ผู้
    ว่าจ้างจัดหา
    4.2 การรวบรวมข้อมูลเพื่อวางแผนการปฏิบัติงาน โดยการจัดทําแผนการปฏิบัติงาน ให้ผู้รับจ้างเป็นผู้ รวบรวมข้อมูลที่จําเป็นต่างๆ จากผู้รับจ้างช่วงและผู้รับจ้างอื่นๆ เพื่อวางแผนงานให้รัดกุมที่สุด และใน กรณีที่จําเป็นผู้ควบคุมงาน หรือสถาปนิก วิศวกรอาจออกคําสั่ง ให้ผู้รับจ้างปรับปรุงเปลี่ยนแปลง แผนการปฏิบัติงานให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ
    4.3 การยื่นเสนอการจัดทําแผนการปฏิบัติงานจะต้องทําเสนอต่อผู้ควบคุมงานภายใน 20 วัน นับแต่วันที่ เซ็นสัญญาจ้างเหมางานก่อสร้าง พร้อมทั้งให้คําชี้แจงรายละเอียดแก่ผู้ควบคุม เพื่อขอรับความ เห็นชอบทั้งนี้ตัวแทนของผู้รับจ้างจะต้องเซ็นชื่อรับรองแผนการปฏิบัติงานนี้ และการที่ผู้ควบคุม หรือ สถาปนิกได้ให้ความเห็นชอบในแผนการปฏิบัติงาน หรือการให้รายละเอียดเพิ่มเติมไม่ถือว่าผู้รับจ้างได้
    พ้นจากความรับผิดชอบแต่อย่างใด
    4.4 การบันทึกการทํางานจริงเทียบกับแผนการปฏิบัติงาน ผู้รับจ้างจะต้องทําแผนการปฏิบัติงานแสดงให้ ทุกฝ่ายเห็นชัดเจนในหน่วยงานก่อสร้าง และผู้รับจ้างจะต้องบันทึกการทํางานที่เป็นจริงเปรียบเทียบ กับแผนการปฏิบัติงานที่วางไว้ เพื่อความสะดวกในการตรวจสอบ ขั้นตอนและการประเมินผลการ
    ดําเนินงานได้ถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้นงานจนงานแล้วเสร็จสมบูรณ์
    4.5 ความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง ถ้างานบางส่วนที่ผู้รับจ้างปฏิบัติอยู่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของ ผู้รับจ้างช่วง และผู้รับจ้างอื่น ผู้รับจ้างจะต้องจัดเตรียมงานให้สัมพันธ์กัน ติดตามผลการทํางาน ก่อสร้างของผู้รับจ้างช่วงและผู้รับจ้างอื่นๆ นั้นอย่างสม่ําเสมอ และในกรณีที่พบว่าการก่อสร้างไม่ เป็นไปตามแผนการปฏิบัติงานดังกล่าว ก็ให้รายงานให้ผู้ควบคุม งานและผู้ว่าจ้างทราบเป็นลายลักษณ์
    อักษรโดยไม่ชักช้า
    4.6 ความเสียหายถ้ามีข้อบกพร่อง หรือเสียหายอันใดเกิดขึ้นจากความล่าช้า เนื่องมาจากการไม่สนใจ ติดตามงาน หรือมิได้เตรียมงานไว้อย่างถูกต้อง ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบแก้ไขสิ่งบกพร่องนั้น โดยผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น และจะขอขยายระยะเวลาก่อสร้างตามสัญญาเพิ่มไม่ได้ เว้นเสียแต่ว่างานที่บกพร่องเสียหายนั้นเกิดจาก หรือเป็นงานในหน้าที่โดยตรงของผู้รับจ้างอื่นของผู้
    ว่าจ้าง ความรับผิดชอบเหล่านั้นจึงจะตกเป็นหน้าที่ของผู้รับจ้างอื่นนั้น
    4.7 การเปลี่ยนแปลงหากผู้ควบคุมงานเห็นว่าจําเป็นจะต้องจัดปรับปรุงแผนการปฏิบัติงาน เพื่อให้ เหมาะสมกับเวลา และเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานตามความเป็นจริง ผู้รับจ้างจะต้องจัดทํา แผนการปฏิบัติงานใหม่ ส่งให้ผู้ควบคุมงานพิจารณาแทนแผนการปฏิบัติงานของเก่าทันที
    9
    ON
  17. การประสานงานกันระหว่างผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างช่วง ผู้รับจ้างอื่นที่ผู้ว่าจ้างจัดหา
    5.1 การให้ความสะดวกแก่ผู้รับจ้างช่วงและผู้รับจ้างรายอื่นในการทํางาน ผู้รับจ้างต้องคิดเผื่อไว้แล้วในการ
    อํานวยความสะดวกต่างๆ แก่การทํางานของผู้รับจ้างช่วงรวมทั้งผู้รับจ้างรายอื่นที่ผู้ว่าจ้างจัดหา เพื่อให้งานก่อสร้างนี้แล้วเสร็จสมบูรณ์ใช้งานได้ดี ผู้รับจ้างต้องอนุญาตให้ใช้สิ่งต่างๆ ในการทํางาน เช่น นั่งร้านที่ผู้รับจ้างมีอยู่ บันได รอกส่งของ ลิฟท์ขนส่ง ฯลฯ และต้องประสานงานไม่ให้เกิดการ ติดขัดในการใช้งานดังกล่าว และคิดค่าใช้จ่ายตามความเหมาะสมและยุติธรรม
    5.2 การให้ข้อมูลสําหรับงานก่อสร้าง ผู้รับจ้างต้องรับรู้ข้อมูลความต้องการต่างๆ ในงานก่อสร้างที่เกี่ยวข้อง กับงานของผู้รับจ้างช่วงและผู้รับจ้างรายอื่น เพื่อให้ทราบความต้องการต่างๆ ที่เกี่ยวกับตําแหน่ง และ ขนาดช่องเปิดในงานคอนกรีตที่ต้องเว้นเผื่อไว้ล่วงหน้า เสาหรือแท่นคอนกรีต ระดับพื้นและความลาด เอียง ฯลฯ ผู้รับจ้างต้องให้ขนาดระยะต่างๆ ที่เป็นจริงแก่ผู้รับจ้างช่วงที่กําหนด ผู้จัดหาที่กําหนด และ ผู้รับจ้างรายอื่นที่เจ้าของโครงการได้จ้างโดยตรง เพื่อให้สามารถทํางานให้เสร็จสมบูรณ์สอดคล้องกัน ไปได้ดี การแก้ไขเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่เกิดจากความบกพร่องของผู้รับจ้างที่ไม่ให้ข้อมูลที่ถูกต้องดังกล่าว ข้างต้น ให้ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดแต่ผู้เดียว
    5.3 การติดต่อประสานงานก่อสร้าง ผู้รับจ้างต้องทําให้แน่ใจว่า งานก่อสร้างของผู้รับจ้างช่วง และผู้รับจ้าง รายอื่นไม่เป็นเหตุขัดขวางงานก่อสร้าง ให้ล่าช้า ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบและจัดให้มีการประสานงาน ติดต่อระหว่างผู้รับจ้างกับผู้รับจ้างช่วงและผู้รับจ้างอื่น โดยจัดให้มีแผนงานแสดงขั้นตอนต่างๆ ที่วางไว้ เพื่อให้สอดคล้องและเป็นไปด้วยดีซึ่งกันและกัน ผู้รับจ้างต้องวางแผนการก่อสร้างทุกระบบอย่าง ละเอียดถี่ถ้วน และสอดคล้องกันเป็นอย่างดี เพื่อให้งานก่อสร้างเสร็จทันกําหนดเวลาตามสัญญา
  18. การเตรียมผิวเพื่อตกแต่งภายหลัง
    ในพื้นที่บางส่วนของอาคาร ในกรณีที่มีการกําหนดไว้ในแบบก่อสร้างให้เตรียมผิวไว้สําหรับตกแต่งภายหลัง
    ผู้รับจ้าง จะต้องลดระดับและทําการเตรียมผิวไว้ให้ถูกต้องกับวัสดุที่จะนํามาตกแต่งผิวการเตรียมผิวจะต้องทํา ด้วยความประณีต และต้องใช้ช่างที่มีฝีมือดี ในกรณีที่ควบคุมงาน หรือสถาปนิกลงความเห็นว่าการเตรียมผิวที่ ผู้รับจ้างทําไว้ไม่ดีพอ หรือไม่ถูกต้องกับวัสดุที่จะนํามาตกแต่งผิว และสั่งให้ผู้รับจ้างทําการแก้ไข ผู้รับจ้าง จะต้องทําให้ใหม่จนถูกต้องตามหลักวิชาช่างที่ดี โดยเป็นค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างเองรวมทั้งจะถือเป็นข้ออ้างใน การขอขยายระยะเวลาก่อสร้างตามสัญญาไม่ได้ และผู้รับจ้างจะต้องให้ความร่วมมือและอํานวยความสะดวก แก่ผู้รับจ้างงานตกแต่งทั้งตําแหน่งและระดับ วัสดุตกแต่งใดที่ไม่ได้กําหนดสีวัสดุ ให้ผู้รับจ้างแจ้งต่อผู้ออกแบบ ผ่านผู้ควบคุมงานเพื่อขอทราบรายละเอียดของสีและชนิดของ ผิววัสดุดังกล่าว โดยถือว่าเป็นหน้าที่ที่ผู้รับจ้าง จะต้องประมาณเวลาให้ถูกต้องกับการใช้งานของวัสดุแต่ละประเภท หากเกิดความล่าช้าผู้รับจ้างจะถือเป็นเหตุ
    ขอขยายระยะเวลาก่อสร้างตามสัญญาไม่ได้
  19. การเปลี่ยนแปลงงานก่อสร้าง
    7.1 ผู้ว่าจ้างมีสิทธิ์สั่งเปลี่ยนแปลง เพิ่มหรือลดงานส่วนหนึ่งส่วนใดนอกเหนือไปจากแบบก่อสร้าง หรือ รายการ ประกอบแบบตามสัญญาได้ โดยตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรในเรื่องค่าใช้จ่ายและระยะเวลาก่อสร้างที่ เพิ่มขึ้น หรือลดลงจากข้อตกลงในสัญญา โดยให้ยึดถือหลักการคิดราคาดังต่อไปนี้
    7.1.1 คิดราคาเป็นหน่วย ตามใบเสนอราคาของผู้รับจ้างในเอกสารแนบสัญญา
    7.1.2 ถ้ารายการที่เปลี่ยนแปลงไม่มีแสดงในใบเสนอราคาแบบสัญญา ผู้ว่าจ้างจะทําการตกลงราคา กับผู้รับจ้าง โดยยึดถือการประเมินราคาที่ยุติธรรมของวัสดุหรือแรงงานนั้นตามราคาใน ท้องตลาดขณะนั้น
    10
    7.2 ผู้รับจ้างเห็นว่าแบบหรือคําสั่งใดๆ ของผู้ว่าจ้างที่นอกเหนือไปจากแบบ และรายการประกอบแบบตาม สัญญา ซึ่งจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นผู้รับจ้างจะต้องแจ้งให้ผู้ว่าจ้างทราบเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่ออนุมัติ
    และผู้ว่าจ้างได้ทําการตกลงในเรื่องราคางานเพิ่ม-ลดเรียบร้อยแล้ว จึงเริ่มดําเนินงานได้ยกเว้นในกรณีที่การ ปฏิบัติงานนั้นๆ อยู่ในขอบเขตแห่งความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง ตามแบบและรายการประกอบแบบตาม หรือ อยู่ในขั้นตอนของแผนการปฏิบัติงานที่วิกฤต ให้ถือเป็นหน้าที่ของผู้รับจ้างที่จะต้องปฏิบัติงานให้แล้วเสร็จตาม แผน โดยจะเรียกร้องค่าจ้างได้เฉพาะงานเพิ่ม-ลด แต่จะขอขยายระยะเวลาก่อสร้างตามสัญญาไม่ได้
  20. หัวหน้าคุมงานของผู้รับจ้าง
    ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาตัวแทนของผู้ว่าจ้างที่มีความสามารถและประสบการณ์ เป็นผู้มีอํานาจเต็มประจําอยู่ ในสถานที่ ก่อสร้างตลอดเวลาอย่างน้อย 1 คน เป็นตัวแทนของผู้รับจ้างในขณะที่ผู้รับจ้างไม่อยู่ และเป็นผู้ที่ผู้ ว่าจ้างเห็นชอบแล้ว คําแนะนํา หรือคําสั่งใดที่ผู้ว่าจ้างหรือผู้ควบคุมงาน ได้สั่งแก่ตัวแทนของผู้ว่าจ้าง ให้ถือ เสมือนว่าได้สั่งแก่ผู้รับจ้างโดยตรง ผู้ว่าจ้างสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนตัวแทนของ ผู้รับจ้างได้หากเห็นว่าไม่
    เหมาะสม
  21. การตรวจงานระหว่างก่อสร้าง
    ผู้ว่าจ้าง หรือตัวแทนผู้ว่าจ้าง หรือคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ หรือ และผู้ควบคุมงาน มีสิทธิ์เข้าไปตรวจ งานก่อสร้างได้ตลอดเวลาโดยผู้รับจ้างจะต้องอํานวยความสะดวก เช่น บันไดชั่วคราว ทางเดินชั่วคราว ไฟฟ้า ส่องสว่าง และอื่นๆ ให้เรียบร้อย สําหรับการตรวจงานก่อสร้าง
  22. การสั่งหยุดงาน
    การก่อสร้างที่ผิดจากรูปแบบ หรือไม่ได้คุณภาพงานที่ดี ผู้ว่าจ้าง หรือตัวแทนผู้ว่าจ้าง หรือคณะกรรมการ ตรวจการจ้าง หรือ และผู้ควบคุมงาน มีสิทธิ์สั่งหยุดงานชั่วคราวได้ จนกว่าผู้รับจ้างจะดําเนินการให้เรียบร้อย
    โดยผู้รับจ้างจะเรียกร้องค่าเสียหายหรือขอขยายระยะเวลาก่อสร้างตามสัญญาไม่ได้
    11
    สิ่งอ้านวยความสะดวกชั่วคราว
    CONSTRUCTION FACILITIES AND TEMPORARY CONTROLS
  23. สิ่งอํานวยความสะดวกต่างๆ
    1.1 โรงงาน โรงเก็บวัสดุอุปกรณ์ ผู้รับจ้างจะต้องจัดให้มีโรงงาน โรงเก็บวัสดุอุปกรณ์เพื่อเก็บและป้องกัน ความเสียหายของวัสดุ และอุปกรณ์ทุก ชนิดที่นํามาใช้ในงานก่อสร้าง โดยมีขนาดตามความเหมาะสม และเพียงพอกับความต้องการ ทั้งนี้ห้ามผู้รับจ้าง นําวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือต่างๆ ที่ไม่ได้ใช้งาน ก่อสร้างในโครงการนี้มาเก็บไว้ในโรงเก็บวัสดุ
    งา-
    1.2 สํานักงานชั่วคราว ผู้รับจ้างจะต้องสร้างสํานักงานชั่วคราวในบริเวณสถานที่ก่อสร้างสําหรับเป็นที่
    ทํางานของผู้รับจ้างและผู้ควบคุมงาน ประกอบด้วยโทรศัพท์ ระบบไฟฟ้ากําลังและแสงสว่าง ห้องน้ํา ส้วม และอุปกรณ์ประกอบสํานักงานที่ จําเป็น เช่น โต๊ะวางแบบพร้อมที่แขวนแบบ เครื่องโทรสาร ตู้ เอกสาร เป็นต้น
    1.3 บ้านพักคนงาน ผู้รับจ้างจะต้องสร้างบ้านพักคนงาน ห้องน้ํา ห้องส้วม และสิ่งสาธารณูปโภคที่จําเป็น เพียงพอในบริเวณที่ผู้ควบคุมงานกําหนดไว้ โดยมีการดูแลให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัย ถูกสุขลักษณะ มี การขจัดขยะมูลฝอยเป็นประจํา ห้ามผู้รับจ้างหรือคนงานปลูกสร้างร้านค้า ร้านอาหารภายในเขตของ เจ้าของโครงการเป็นอันขาด นอกจากจะ ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของโครงการ 1.4 ห้องประชุม ผู้รับจ้างต้องจัดสร้างห้องประชุมในสํานักงานชั่วคราว สําหรับประชุมในงานก่อสร้าง
    ประกอบด้วย โต๊ะ เก้าอี้ กระดานพร้อมอุปกรณ์เครื่องเขียน และสิ่งจําเป็นต่างๆ ตามความเหมาะสม แบบรายละเอียดผังแสดงตําแหน่งสิ่งปลูกสร้างชั่วคราว ผู้รับจ้างต้องจัดทําแบบผังแสดงการจัดวาง
    1.5
    ตําแหน่งสิ่งปลูกสร้างชั่วคราวและสํานักงานชั่วคราวให้สถาปนิกพิจารณาอนุมัติก่อนสร้างอย่างน้อย 7 วัน และต้องเริ่มก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างชั่วคราว และสํานักงานชั่วคราวทันที เมื่อผู้ควบคุมงานพิจารณา อนุมัติเรียบร้อยแล้ว ในกรณีที่ต้องมีถนนชั่วคราวให้พยายามจัดวางตําแหน่งให้ตรงกับ ถนนที่จะ ก่อสร้างจริงตามที่แสดงในแบบ และจะต้องจัดลําดับตําแหน่งสิ่งปลูกสร้างชั่วคราวให้สัมพันธ์กับ วิธีการก่อสร้าง รวมทั้งจัดระบบการจราจรทั้งภายในและภายนอกหน่วยงานให้มีประสิทธิภาพ ไม่ ก่อให้เกิดการ ติดขัด หรือกีดขวางต่อการปฏิบัติงานก่อสร้างและการจราจรส่วนรวม
    1.6 การรักษาความสะอาดและสิ่งแวดล้อม ให้ผู้รับจ้างยึดถือปฏิบัติตามคู่มือการปฏิบัติงานตามประกาศ กรุงเทพมหานครเรื่อง “กําหนดหลักเกณฑ์ในการก่อสร้างอาคารและสาธารณูปโภค” ของสํานักการ โยธา กรุงเทพมหานคร และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยจะต้องไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรําคาญ ต่อผู้อยู่อาศัยข้างเคียง
    1.7 การดูแลรักษา ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีคนงานประจํา เพื่อดูแลความสะอาดสําหรับสิ่งปลูกสร้างชั่วคราว และที่สํานักงานชั่วคราวทุกวัน และผู้รับจ้างมีหน้าที่ซ่อมแซมดูแลบํารุงรักษา ให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ ดีตลอดระยะเวลาก่อสร้าง
    1.8 ค่าใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากการจัดให้มีสิ่งปลูกสร้างชั่วคราวการขออนุญาตการดูแลรักษา ความสะอาดและ สิ่งแวดล้อม การจัดหาและการใช้งานระบบสาธารณูปโภค สิ่งอํานวยความสะดวก ค่าบํารุง ดูแลรักษา และ คนงานประจํา เพื่อดูแลความสะอาด ตลอดจนการเก็บกวาดรื้อถอนออกไป เมื่อเสร็จงานเป็นภาระของผู้รับจ้าง ทั้งสิ้น
    12
  24. รั้วชั่วคราวรอบบริเวณก่อสร้าง
    ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีรั้วชั่วคราวรอบบริเวณก่อสร้าง ตามแนวเส้นเขตที่สถาปนิกกําหนดให้ (SITE BOUNDARIES) โดยจัดทํารั้วดังกล่าวด้วยไม้หรือโลหะบุด้วยแผ่นสังกะสี สูงไม่ต่ํากว่า 2.40 เมตร จากพื้นดิน ต้องมีลักษณะ เรียบร้อย มั่นคงแข็งแรง มีประตูปิด-เปิด ป้อมยาม และยามคอยควบคุมการเข้าออกตลอด ระยะเวลาก่อสร้างในจุดที่ สถาปนิกพิจารณาอนุมัติ สําหรับส่วนที่ติดกับสถานที่สาธารณะ เช่น ถนน ทางเท้า ที่ดินข้างเคียง ฯลฯ จะต้องมีการป้องกันวัสดุ หรือเศษวัสดุที่อาจตกลงมาเป็นอันตรายต่อชีวิต หรือสร้างความ เสียหายต่อทรัพย์สินที่อยู่ใกล้เคียงบริเวณก่อสร้าง โดยถือเป็นหน้าที่ที่ผู้รับจ้างจะต้องถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด และผู้รับจ้างต้องรักษาซ่อมแซมให้ดีอยู่เสมอ ตลอดระยะเวลาก่อสร้าง ทั้งนี้ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับภาระ ค่าใช้จ่ายแต่ผู้เดียวในการจัดทํา ติดตั้ง การขออนุญาต รวมทั้ง ค่าใช้จ่าย ค่าธรรมเนียมตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ค่ายาม ค่าบํารุงรักษา ค่ารื้อถอนออกไปเมื่อเสร็จงานด้วย
  25. ถนนและทางเดินชั่วคราว
    3.1 ถนนชั่วคราว ในระหว่างการก่อสร้างผู้รับจ้างต้องจัดให้มีทางเข้าออกสถานที่ก่อสร้างชั่วคราวโดยใช้ยาง แอสฟัลต์หรือ คอนกรีตที่มีประสิทธิภาพในการรับน้ําหนักบรรทุกของรถขนส่งปูบริเวณทางเข้าออก และจะต้องไม่กระทําการ ใดๆ ที่จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบระบายน้ํา หรือกีดขวางทางน้ํา สาธารณะและต้องดูแลรักษาทางเข้าออกดังกล่าว ให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดีตลอดระยะเวลาก่อสร้าง เมื่อเสร็จงานแล้วให้จัดการปรับปรุง ซ่อมแซมสิ่งต่างๆ ให้อยู่ในสภาพดีดังเดิมในกรณีที่จําเป็นต้องตาม กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น ตัดทางเท้า ต่อเชื่อม ท่อระบายน้ํากับท่อระบายน้ําสาธารณะผู้รับจ้างต้อง รับผิดชอบดําเนินการให้ถูกต้อง โดยเป็นค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างทั้งสิ้น
    3.2 ทางเดินชั่วคราว ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีทางเดินและบันไดชั่วคราวในบริเวณก่อสร้างตามความจําเป็น และตามขั้นตอนของงานก่อสร้าง เพื่อให้สามารถเข้าถึงบริเวณต่างๆ ของงานก่อสร้างได้ทุกแห่ง มี สภาพที่แข็งแรง ปลอดภัย และเมื่อหมดความจําเป็นแล้วให้ดําเนินการรื้อถอนออกไป พร้อมทั้ง ซ่อมแซมส่วนก่อสร้างที่เสียหายให้เรียบร้อย โดยเป็นค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างทั้งสิ้น
  26. ไฟฟ้าที่ใช้ในงานก่อสร้าง
    4.1 ระบบไฟฟ้าชั่วคราว ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีระบบไฟฟ้าชั่วคราวที่ใช้ในงานก่อสร้าง ทั้งในระบบไฟฟ้ากําลัง และ ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง ทั่วไปในบริเวณก่อสร้าง โดยผู้รับจ้างเป็นผู้รับภาระออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด ตั้งแต่การขออนุญาตติดตั้งระบบไฟฟ้า ชั่วคราวจากการไฟฟ้าฯ รวมทั้งค่าใช้จ่ายอุปกรณ์ทั้งหลาย ค่ากระแสไฟฟ้า ค่าบํารุงรักษา ค่ารื้อถอน และ ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ต้องจัดหา หรือคิดเผื่อไว้ การจัดให้มี ระบบไฟฟ้าชั่วคราวที่ใช้ในงานก่อสร้างดังกล่าวนี้ รวมไปถึงส่วนที่เป็นงานของผู้รับจ้าง ส่วนที่เป็นงาน ของผู้รับจ้างช่วงและผู้รับจ้างอื่นด้วย โดยผู้รับจ้างช่วงและผู้รับจ้าง อื่นเป็นผู้จ่ายเฉพาะค่าไฟฟ้าและ ค่าอุปกรณ์ในส่วนที่ตนใช้งานเอง หรือไม่ผู้รับจ้างติดต่อหน่วยงานของผู้ว่าจ้างเพื่อขออนุญาตต่อไฟฟ้า ชั่วคราวของผู้ว่าจ้าง ทั้งนี้ ผู้รับจ้างต้องจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งสิ้น
    4.2 ความปลอดภัยจากการใช้ไฟฟ้า ผู้รับจ้างต้องจัดหาวัสดุอุปกรณ์และดําเนินการติดตั้งระบบไฟฟ้า ชั่วคราวที่ใช้ในงานก่อสร้าง ให้มีความปลอดภัย แก่ชีวิตและทรัพย์สิน รวมทั้งมีระบบการป้องกันการ ลัดวงจรและการตัดตอนไฟฟ้าได้เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามที่มีกําหนดไว้ในระเบียบ
    ข้อบังคับของการไฟฟ้าฯ และหรือมาตรฐานความปลอดภัยตามกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ด้วย
    13
    4.3 ขนาดของกระแสไฟฟ้า ขนาดความต้องการกระแสไฟฟ้าชั่วคราวที่ใช้ในงานก่อสร้างดังกล่าว ให้เป็น ความรับผิดชอบของผู้รับจ้างที่ต้องจัดให้มีเพียงพอกับการใช้ในส่วนของงานข้างต้น และในส่วนที่เป็น งานของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างช่วงและผู้รับจ้าง รายอื่นที่ทํางานในงานก่อสร้างนี้ เพื่อให้งานก่อสร้าง ชุดหน้าไปได้ด้วยดีสม่ําเสมอตลอดระยะเวลาก่อสร้าง รวมถึงการทดสอบระบบไฟฟ้าทั้งหมด ผู้ควบคุม งานอาจออกคําสั่งให้ผู้รับจ้างจัดการแก้ไขเพิ่มเติมขนาด กระแสไฟฟ้าชั่วคราวจากการไฟฟ้าฯ ให้
    เหมาะสมได้ตามความจําเป็น โดยผู้รับจ้างเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น
  27. น้ําประปาที่ใช้ในงานก่อสร้าง
    ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีระบบน้ําประปาชั่วคราว เพื่อใช้ในงานก่อสร้างตั้งแต่เริ่มงานจนงานแล้วเสร็จ รวมถึง การทดสอบ ระบบสุขาภิบาลทั้งหมดโดยผู้รับจ้างเป็นผู้รับภาระออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด ตั้งแต่การขออนุญาต ติดตั้งระบบน้ําประปา จากการประปาฯ รวมทั้งค่าใช้จ่ายอุปกรณ์ทั้งหลาย ค่าน้ําประปา ค่าบํารุงรักษา ค่าซื้อ ถอน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ต้องจัดหาหรือคิดเผื่อไว้การจัดให้มีระบบน้ําประปาชั่วคราวดังกล่าวนี้ รวมไปถึงส่วน ที่เป็นงานของผู้รับจ้างเอง และในส่วนที่เป็นงานของผู้รับจ้างส่วนที่เป็นงานของผู้รับจ้างช่วง และผู้รับจ้างราย อื่นด้วย โดยผู้รับจ้างช่วงและผู้รับจ้างอื่น เป็นผู้จ่ายเฉพาะค่าน้ําและอุปกรณ์ในส่วนที่ตนใช้งานเอง หรือไม่ผู้รับ จ้างติดต่อหน่วยงานของผู้ว่าจ้างเพื่อขออนุญาตต่อน้ําประปาชั่วคราวของผู้ว่าจ้าง ทั้งนี้ผู้รับ
    รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งสิ้น
  28. การรักษาความสะอาดในบริเวณก่อสร้าง

    6.1 ระบบสุขาภิบาลชั่วคราว ผู้รับจ้างต้องจัดทําบ่อเกรอะ และท่อระบายน้ําทิ้งจากห้องน้ําชั่วคราว ร่อง ระบายน้ํา คันดิน หรืออื่นๆ เพื่อป้องกันน้ําผิวดินจากการก่อสร้างและจากฝนตก โดยจะต้องไม่ให้มีน้ํา ขังหรือส่งกลิ่นเหม็นในบริเวณก่อสร้าง
    6.2 ขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลต่างๆ ผู้รับจ้างต้องขนขยะมูลฝอย เศษวัสดุ สิ่งของเหลือใช้ และสิ่งปฏิกูล ต่างๆ ที่ทําความสกปรก หรือกีดขวางการทํางานออกจากบริเวณก่อสร้างอย่างสม่ําเสมอทุกวันตลอด ระยะเวลาก่อสร้าง และต้องเก็บกวาดทําความสะอาดให้เรียบร้อยทั่วบริเวณก่อสร้างเมื่อเสร็จงานโดย
    ผู้รับจ้างต้องยึดถือและปฏิบัติอย่างเคร่งครัดเพื่อความ ปลอดภัยและเป็นระเบียบเรียบร้อยตลอด
    ระยะเวลาก่อสร้าง
    14
    ความปลอดภัย
    SECURITY
  29. การป้องกันการบุกรุกที่ข้างเคียง
    ผู้รับจ้างต้องจํากัดขอบเขตการก่อสร้าง มิให้เกิดการบุกรุกเข้าไปในที่ข้างเคียงของผู้อื่น และต้องจัดให้มีการ ป้องกัน ดูแลมิให้คนงานของตนบุกรุกที่ของผู้อื่นรวมทั้งต้องจัดให้มีการป้องกันความเสียหายอันอาจจะเกิด ขึ้นกับสิ่งสาธารณูปโภคต่างๆ หรือทรัพย์สินและบุคคลในที่ข้างเคียง และต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย ค่าชดเชย รวมทั้งการแก้ไข ให้คืนดีในเมื่อเกิดการเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการกระทําของคนงานของตนใน กรณีข้างต้น
  30. การป้องกันบุคคลภายนอก
    ผู้รับจ้างต้องไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง หรือผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ควบคุมงาน หรือผู้ว่าจ้างของโครงการ ได้ ออกคําสั่งห้ามเข้าไปในบริเวณก่อสร้างตลอดระยะเวลาก่อสร้างทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน ให้ผู้รับจ้าง ออกคําสั่งให้ ตัวแทนผู้รับจ้าง และยามเฝ้าบริเวณปฏิบัติตามข้อนี้อย่างเคร่งครัด และเมื่อถึงเวลาเลิกงาน ก่อสร้างในแต่ละวันให้ ตัวแทนผู้รับจ้างดูแลจัดการให้ทุกคนออกไปจากสถานที่ก่อสร้าง ยกเว้นยามเฝ้าบริเวณ หรือการทํางานล่วงเวลาใน เวลากลางคืนที่ได้รับการอนุมัติแล้วเท่านั้น
  31. การป้องกันสิ่งสาธารณูปโภค
    ผู้รับจ้างต้องดูแลรักษาสถานที่สาธารณะ และสิ่งสาธารณูปโภคทั้งหลายให้อยู่ในสภาพดี ใช้งานได้ ตลอดเวลา และต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายต่างๆ ที่เกิดขึ้นต่อสถานที่สาธารณะทั้งหลาย หรือสิ่ง สาธารณูปโภคทั้งหลายอันเกิด จากการก่อสร้าง โดยต้องชดใช้ แก้ไข ซ่อมแซม ให้คืนดีดังเดิมโดยไม่ชักช้า และ ผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการนี้ทั้งสิ้น ผู้รับจ้างจะต้องไม่ทําให้เกิดการกีดขวางทางสัญจรไปมาของบุคคล
    ทั่วไปตลอดระยะเวลาก่อสร้าง
  32. การป้องกันสิ่งก่อสร้างที่มีอยู่เดิม
    4.1 สิ่งปลูกสร้างข้างเคียง ผู้รับจ้างต้องป้องกันมิให้เกิดความเสียหายใดๆ แก่สิ่งปลูกสร้างข้างเคียงใน ระหว่างทําการก่อสร้าง หากเกิดความเสียหายขึ้นผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบแก้ไขให้คืนสภาพดีดังเดิม โดยไม่ชักช้า ในกรณีที่ผู้ควบคุมงานเห็นว่าการป้องกันที่ผู้รับจ้างทําไว้ไม่เพียงพอหรือไม่ปลอดภัย อาจออกข้อกําหนด หรือคําสั่งให้ผู้รับจ้าง เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติม การป้องกันสิ่งปลูกสร้างนั้นๆ ได้ ตามที่เห็นสมควรโดยถือเป็นความรับผิดชอบของผู้รับจ้างที่ต้องปฏิบัติตามคําสั่งและออกค่าใช้จ่าย
    ทั้งหมด
    4.2 สิ่งก่อสร้างใต้ดิน ผู้รับจ้างต้องสํารวจจนเข้าใจดีแล้วว่า อาจจะมีสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ใต้ดินในบริเวณ ก่อสร้าง หรือบริเวณใกล้เคียง เช่น ท่อน้ําประปา ท่อระบายน้ํา สายโทรศัพท์ ฐานราก ฯลฯ ซึ่งผู้รับ จ้างต้องระวังรักษาให้อยู่ในสภาพที่ดี ตลอดระยะเวลาก่อสร้างหากเกิดความเสียหายขึ้นผู้รับจ้างต้อง รับผิดชดใช้แก้ไขซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพเดิม โดยเร็วในกรณีที่กีดขวางการก่อสร้างจําเป็นต้องขอ
    อนุญาตเคลื่อนย้ายจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ผู้รับจ้างรับผิดชอบดําเนินการเองทั้งหมด โดยเป็น
    ค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างทั้งสิ้น
    15
  33. การดูแล ป้องกัน และบํารุงรักษางานก่อสร้าง
    5.1 การดูแลรักษางานก่อสร้าง ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบแต่ผู้เดียวในการระวังดูแลรักษางานก่อสร้าง ทั้งหมด รวมทั้งวัสดุ เครื่องมือ อุปกรณ์ที่นํามาไว้ในบริเวณก่อสร้าง ตั้งแต่เริ่มงานจนกระทั่งผู้ว่าจ้างรับ มอบงานตามที่ผู้ควบคุมงานออก ใบรับรองการสําเร็จเรียบร้อยของงานแล้ว ในกรณีจําเป็นผู้รับจ้าง ต้องจัดทําเครื่องป้องกันความเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับวัสดุอุปกรณ์และงานก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็น การสร้างเป็นที่คลุม ที่กําบัง รวมทั้งการตั้งเครื่องสูบ น้ําป้องกันน้ําท่วม การป้องกันการขีดข่วน และ อื่นๆ ที่ผู้ควบคุมงานเห็นว่าเหมาะสม
    5.2 การป้องกันเพลิงไหม้ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีเครื่องดับเพลิงที่มีประสิทธิภาพและเพียงพอ ประจําที่อาคาร ที่ก่อสร้างทุกชั้น รวมทั้งในโรงเก็บวัสดุ เครื่องมือ และในที่ต่างๆ ที่จําเป็น มีการป้องกันและจัดการ อย่างเคร่งครัดต่อแหล่งเก็บเชื้อเพลิง โดยจัดให้มีคําเตือนที่เห็นเด่นชัดในการนําไฟ หรือวัสดุอื่นที่ทําให้
    เกิดไฟได้ เข้าใกล้บริเวณดังกล่าว
    5.3 ความรับผิดชอบ ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการจัดทําการดูแล ป้องกัน และบํารุงรักษา ดังกล่าว ข้างต้นทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียวและต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายอันเกิดแก่วัสดุอุปกรณ์และ งานก่อสร้างทั้งหมดจนกว่าผู้ว่าจ้าง รับมอบงานก่อสร้างงวดสุดท้ายหรืองานก่อสร้างทั้งหมด
  34. การหลีกเลี่ยงเหตุเดือดร้อนรําคาญ
    ในกรณีที่เห็นว่างานก่อสร้างไดน่าจะเป็นเหตุเดือดร้อนรําคาญแก่ผู้อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับสถานที่ก่อสร้าง
    ผู้ว่าจ้าง หรือตัวแทนผู้ว่าจ้าง หรือผู้ควบคุมงาน อาจออกคําสั่งให้ผู้รับจ้างทํางานก่อสร้างนั้น ตามวิธีและใน เวลาที่เหมาะสม เพื่อที่จะลดเหตุเดือดร้อน รําคาญดังกล่าวให้มีน้อยที่สุด และให้ถือว่าผู้รับจ้างได้คิดเผื่อไว้แล้ว ในการทํางานดังกล่าวทั้งในเรื่องระยะเวลาก่อสร้าง และค่าใช้จ่ายทั้งหมด
  35. ความปลอดภัยในการทํางาน
    ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้และเครื่องอํานวยความสะดวกทั้งหลายในการทํางาน รวมทั้งจัดให้มีสภาพการทํางานที่ดี ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและชีวิตของคนงาน ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีอุปกรณ์ ป้องกันอันตรายต่างๆ เช่น จัดสร้างรั้วกันตกจากที่สูง ทั้งหมดนี้ให้ผู้ควบคุมงานมีอํานาจออกคําสั่งให้ผู้รับจ้าง จัดทําและปรับปรุง แก้ไขได้ตามที่เห็นสมควร และผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบจัดการเรื่องนี้ให้เป็นไปตามกฎหมาย ที่เกี่ยวข้อง และประกาศตลอดระยะเวลาก่อสร้าง
  36. การปฐมพยาบาลและอุปกรณ์ช่วยชีวิต
    ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีอุปกรณ์เครื่องเวชภัณฑ์ในการปฐมพยาบาลและอุปกรณ์ช่วยชีวิตตามสมควร หรือ
    ตามที่กําหนดไว้ในกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีตู้ยาสามัญประจําบ้านไว้ตลอดระยะเวลาก่อสร้าง และต้องดูแลจัดให้มีเพิ่มเติม พอใช้อยู่เสมอ
  37. รายงานอุบัติเหตุ
    เมื่อมีอุบัติเหตุใดๆ เกิดขึ้นในบริเวณก่อสร้างไม่ว่าเหตุนั้นๆ จะมีผลกระทบกระเทือนความก้าวหน้าของงาน ก่อสร้าง หรือไม่ก็ตามให้ตัวแทนผู้ว่าจ้างรีบรายงานเหตุที่เกิดนั้นๆ ให้ผู้ควบคุมงานทราบในทันใด แล้วทํา รายงานเป็นลายลักษณ์อักษรระบุรายละเอียดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด และให้ระบุว่าได้จัดการแก้ไข เหตุการณ์นั้นๆ อย่างไรบ้าง รวมทั้งการป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก
    16
    การส่งมอบงาน
    CONTRACT CLOSEOUT
  38. การส่งมอบงาน
    1.1 การตรวจรับงานงวดสุดท้ายจะประกอบด้วย ฝ่ายผู้ว่าจ้าง สถาปนิก และฝ่ายผู้รับจ้าง ผู้ควบคุมงาน สถาปนิก วิศวกร และฝ่ายผู้รับจ้าง โดยจะทําการตรวจสอบและทดสอบส่วนประกอบอาคาร ระบบ ต่างๆ อย่างละเอียด หากมีข้อบกพร่องต่างๆ ผู้รับจ้างจะต้องรีบดําเนินการแก้ไขให้เรียบร้อยโดยเร็ว 1.2 การซ่อมแซมบริเวณโดยรอบสถานที่ก่อสร้างที่เกิดความเสียหาย อันเนื่องมาจากการทํางาน ผู้รับจ้าง
    จะต้อง ดําเนินการซ่อมแซมให้เสร็จเรียบร้อย ก่อนการส่งมอบงานงวดสุดท้าย
    1.3 การทําความสะอาดอาคาร ผู้รับจ้างจะต้องทําความสะอาดอาคารให้เรียบร้อย และผู้ว่าจ้างสามารถใช้
    งานได้ทันทีหลังจากการส่งมอบงานก่อสร้างแล้ว ส่วนการตกแต่งบริเวณผู้รับจ้างจะต้องกลบเกลี่ย พื้นดินให้เรียบร้อย เศษวัสดุก่อสร้างต่างๆ เศษไม้ ปูนทราย โรงงาน และส้วมชั่วคราวจะต้องเก็บขน ย้ายไปให้พ้นบริเวณภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้ว่าจ้าง รับมอบงานเรียบร้อยแล้ว
    1.4 กุญแจต่างๆ ผู้รับจ้างจะต้องทําป้ายถาวรแจ้งรายละเอียดไว้กับลูกกุญแจ ให้ตรงกับแม่กุญแจทุกชุด และจะต้องส่งมอบให้กับผู้ว่าจ้างทันที เมื่อผู้ว่าจ้างรับมอบงานแล้ว ห้ามผู้รับจ้างจําลองกุญแจเหล่านี้
    โดยเด็ดขาด
    1
    1.5 ผู้รับจ้างจะต้องจัดทํา AS-BUILT DRAWING ต้นฉบับ 1 ชุดและสําเนา 2 ชุด ส่งมอบให้ผู้ว่าจ้างในวัน ตรวจรับงานงวดสุดท้าย โดยประกอบด้วยแบบสถาปัตยกรรม โครงสร้าง ระบบไฟฟ้า สุขาภิบาล ปรับ อากาศและอื่นๆ ที่จําเป็นต่อการบํารุงรักษาและซ่อมแซมในอนาคต หากผู้รับจ้างไม่ดําเนินการให้แล้ว เสร็จ การจ่ายเงินงวดสุดท้ายจะต้องเลื่อนออกไป จนกว่าผู้รับจ้างจะดําเนินการแล้วเสร็จ โดยผู้รับจ้าง จะเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ มิได้
  39. การรับประกันผลงาน
    2.1 ภายในระยะเวลา 2 ปีนับถัดจากวันที่ตรวจรับมอบงานงวดสุดท้าย และผู้ว่าจ้างรับมอบงานก่อสร้าง แล้ว ในระหว่างนี้หากมีความชํารุดบกพร่องเกิดขึ้นแก่อาคาร อันเนื่องมาจากความผิดพลาด ไม่ รอบคอบ หรือการละเลยของผู้รับจ้าง ในขณะที่ทําการก่อสร้าง ผู้รับจ้างจะต้องทําการซ่อมแซมให้อยู่ ในสภาพเรียบร้อย หรือใช้งานได้ดีดังเดิม โดยทันทีที่ได้รับแจ้งจากผู้ว่าจ้าง และจะเรียกร้องค่าใช้จ่าย ใดๆ เพิ่มเติมไม่ได้ทั้งสิ้น
    2.2 ผู้ว่าจ้างสงวนสิทธิ์ ที่จะทําการว่าจ้างผู้อื่นมาดําเนินการซ่อมแซมหรือแก้ไขงาน ในส่วนที่บกพร่องและ เสียหาย ที่เกิดจากการกระทําโดยผู้รับจ้าง และผู้รับจ้างไม่เข้ามาดําเนินการแก้ไขให้เรียบร้อย ทําให้ ต้องไปว่าจ้างผู้อื่นมาทําการซ่อมแซมแทน โดยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบทั้งหมด
    www.
    17
    การรื้อถอนอาคาร
    BUILDING DEMOLITION
  40. การรื้อถอนอาคาร สิ่งปลูกสร้างเดิม
    ในทันทีที่ผู้รับจ้างได้เข้าครอบครองสถานที่ที่จะทําการก่อสร้าง ให้ผู้รับจ้างดําเนินการรื้อถอนอาคาร และ ซึ่งผู้รับจ้างต้องใช้ความระมัดระวังต่อท่อประปาและสายไฟฟ้าใต้ดินที่อาจ มีอยู่ไม่ให้กระทบกระเทือน หรือเกิดความเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการรื้อถอนอาคารและ สิ่งปลูกสร้างเดิม
    สิ่งปลูกสร้างเดิมที่มีอยู่ในบริเวณนั้น
  41. วิธีการรื้อถอนอาคาร และสิ่งปลูกสร้างเดิม
    ห้ามผู้รับจ้างใช้วิธีการรื้อถอนอาคาร และสิ่งปลูกสร้างเดิม โดยวิธีที่จะก่อให้เกิดอันตรายใดๆ หรือเป็นเหตุ ให้เกิดความตระหนกตกใจจากการกระทําดังกล่าวแก่ผู้อยู่ข้างเคียง เช่น การเผาไฟ การสุ่มไฟ ฯลฯ
  42. กรรมสิทธิ์ในวัสดุสิ่งของ
    วัสดุสิ่งของที่ได้จากการรื้อถอนอาคาร และสิ่งปลูกสร้างข้างต้นนี้ให้ตกเป็นของผู้รับจ้าง ยกเว้นวัสดุสิ่งของที่ ได้ระบุไว้เป็นพิเศษให้ส่งมอบแก่เจ้าของโครงการ และผู้รับจ้างต้องขนย้ายวัสดุสิ่งของที่ผู้รับจ้างได้มาจากการ รื้อถอนนี้ออกไปจากบริเวณก่อสร้าง ทั้งนี้ให้รวมถึงฐานราก และส่วนของอาคาร หรือสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ใต้ดิน หลุม ส้วม บ่อเก่า รากไม้ และสิ่งกีดขวางอื่นๆ ทั้งที่อยู่บนดินและใต้ดิน ในบริเวณก่อสร้างทั้งหมด
    18
    การปรับปรุงบริเวณก่อสร้าง
    SITE CLEARING
  43. การเตรียมงาน
    wwwwwww
    1.1 ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการตรวจสอบสํารวจบริเวณที่จะทําการก่อสร้างให้รู้สภาพต่างๆ ของสถานที่ ก่อสร้าง เพื่อที่จะได้เป็นแนวทางในการพิจารณาในการทํางาน SITEWORK ต่างๆ และลู่ทางสําหรับ การขนส่งวัสดุก่อสร้าง
    1.2 ผู้รับจ้างจะต้องรังวัดสถานที่ก่อสร้าง วางผัง จัดทําระดับ แนว และระยะต่างๆ ตรวจสอบความถูกต้อง ของหมุด หลักเขต และจัดทํารายงานถึงความถูกต้อง หรือความคลาดเคลื่อน หรือความไม่แน่นอน แตกต่างไปจากแบบ ก่อสร้างเป็นลายลักษณ์อักษร ให้สถาปนิก วิศวกร ตรวจสอบความถูกต้องก่อน นําเนินงานขั้นต่อไป
    1.3 ผู้รับจ้างจะต้องจัดเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ ช่างฝีมือดี และแรงงานที่เหมาะสมให้ เพียงพอ และพร้อมเพรียง เพื่อปฏิบัติงานก่อสร้างให้ดําเนินงานไปด้วยความรวดเร็ว เรียบร้อย มี ประสิทธิภาพ และได้ผลงานที่ถูกต้องสมบูรณ์ตามแบบและรายการประกอบแบบทุกประการ โดยเป็น
    ผลงานที่มีคุณภาพและมาตรฐานที่ดี
    1.4 ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติ และรับผิดชอบในการทํางาน ให้เป็นไปตามกฎหมายแรงงาน หรือเทศบัญญัติ รวมทั้ง ระเบียบข้อบังคับต่างๆ เพื่อให้การปฏิบัติงานก่อสร้างครั้งนี้เป็นไปอย่างเรียบร้อย และถูกต้อง
    ตามกฎหมาย
    1.5 ผู้รับจ้างจะต้องหาวิธีป้องกันความเสียหายอันอาจจะเกิดขึ้นกับทรัพย์สินของผู้อื่น และสาธารณูปโภค ข้างเคียง และต้องประกันอุบัติเหตุอันอาจจะเกิดขึ้นต่อทรัพย์สินสวัสดิภาพของคนงาน และบุคคลอื่น อันสืบเนื่องมาจากการปฏิบัติงานก่อสร้าง หากมีความเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการกระทํา ของผู้รับจ้าง หรือบริวาร หรือผู้อื่น ซึ่งปฏิบัติงานก่อสร้างในงานนี้ ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ และเป็นผู้ชดใช้ค่าเสียหายทั้งสิ้น
  44. งานปรับพื้นที่
    หลังจากดําเนินการรื้อถอนอาคาร หรือสิ่งปลูกสร้าง และสิ่งกีดขวางอื่นๆ ทั้งที่อยู่บนดิน และใต้ดิน และขน ย้ายออกจาก บริเวณก่อสร้างแล้ว ให้ดําเนินการปรับระดับพื้นดินให้เรียบเสมอกัน พร้อมที่จะดําเนินการ วาง ผัง ก่อสร้างอาคาร กําหนดแนว และระดับเริ่มต้นก่อสร้างตามที่กําหนดในแบบและรายการประกอบแบบตาม สัญญาต่อไป
    19
    ผนังก่ออิฐ
    BRICK MASONRY
  45. ขอบเขตของงาน
    งานก่อผนังตามที่ระบุไว้ในแบบ ผู้รับจ้างจะต้องจัดเตรียมทําแบบ SHOP DRAWING หรือแผงตัวอย่างใน ส่วนต่างๆ เพื่อขออนุมัติและตรวจสอบตามความต้องการของผู้ออกแบบก่อนทําการติดตั้ง
  46. วัสดุ
    2.1 อิฐมอญ หรืออิฐก่อสร้างสามัญขนาดเล็กจะต้องเป็นอิฐที่มีคุณภาพดีเผาไฟสุกทั่วก้อน เนื้อแข็งแกร่ง ไม่มีโพรงไม่แตกร้าว รูปร่างได้มาตรฐาน ไม่แอ่นบิดงอ จะต้องดูดน้ําไม่เกิน 25% และจะต้องต้านทาน แรงอัด สูงสุดไม่น้อยกว่า 100 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร หรือมีคุณสมบัติตามมาตรฐาน มอก. 77 2545 อิฐก่อสร้างสามัญ
    2.2 ปูนซีเมนต์ ใช้ปูนก่อสําเร็จรูป
    2.3 ทราย เป็นทรายน้ําจืด ปราศจากสิ่งเจือปนในปริมาณที่จะทําให้เสียความแข็งแรง มีขนาดคละกันดังนี้
    เบอร์ตะแกรงมาตรฐานสหรัฐ
    เปอร์เซ็นต์สะสมผ่านโดยนํ้าหนัก
    4
    100
    8
    95-100
    16
    60-100
    30
    35-70
    50
    15-35
    100
    2-15
    2.4 น้ําที่ใช้ผสมปูนก่อ ต้องเป็นน้ําจืดที่สะอาด ปราศจากสิ่งเจือปนจําพวกแร่ธาตุ กรด ด่าง และสารอินทรีย์
    ต่างๆ ในปริมาณที่จะทําให้ปูนก่อเสียความแข็งแรง
    2.5 ตะแกรงลวดที่ใช้ยึดผนังก่ออิฐ ต้องเป็นชนิดอาบสังกะสีขนาดช่อง 1/4”
    2.6 เหล็กเสริมใช้เหล็ก GRADE SR 24 มีคุณภาพเทียบเท่ามาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมไทย มอก.20-
    2543 เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต: เหล็กกลม
  47. ตัวอย่างวัสดุ
    ผู้รับจ้างต้องจัดหาตัวอย่างวัสดุที่จะใช้ไม่น้อยกว่า 2 ตัวอย่าง และส่งให้ผู้ออกแบบเห็นชอบและอนุมัติก่อน จึงจะนําไปใช้ติดตั้งได้ นอกจากระบุไว้เป็นอย่างอื่น
  48. การก่อผนัง
    4.1 การแต่งแนวเซาะร่องรอยต่อระหว่างแผ่นอิฐ แนวรอยต่อระหว่างแผ่นอิฐต้องไม่ตรงกันทุกชั้นในแนวตั้ง ต้องก่อสลับแนวชั้นต่อชั้น ขนาดรอยต่อประมาณ 1ซม. นอกจากระบุไว้เป็นอย่างอื่น ต้องให้เห็น รอยต่อโชว์แนวอิฐระหว่างแผ่นอิฐแต่ละแผ่นอย่าง ชัดเจน ได้ระดับทั้งแนวตั้งและแนวนอนโดย ปราศจากการหลุดล่อนของปูนก่อ
    20
    4.2 จุดตัดของผนังที่จุดตัดของผนังให้ใช้เสาเอ็นคสล.
    4.3 การยึดผนังติดกับโครงสร้างที่รอยต่อของด้านข้างและด้านบนของผนังกับโครงสร้างอาคารต้องยึดด้วย เหล็กเสริมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 6 มม. ทุกระยะ 40 ซม. โดยให้ปลายฝังอยู่ในผนังไม่น้อยกว่า 20
    ซม.
    4.4 คานทับหลัง
    ก. การก่อผนังอิฐทั้งหมด ให้ก่อโดยมีคานเอ็นทับหลังและเสาเอ็น ค.ส.ล. ทั้งหมด โดยมีคานเอ็นทับ
    หลัง ค.ส.ล. ทุกระยะไม่เกิน 2.60 ม. และมีเสาเอ็น ค.ส.ล. ทุกระยะไม่เกิน 2.20 ม.
    ข. ตามวงกบประตู-หน้าต่าง ตามแนวชิดกันระหว่างผนังและตามมุมผนังต่างๆ ทั้งหมดทุกแห่งให้ก่อ
    ผนังอิฐ โดยทําเสาเย็น และคานเอ็นทับหลัง ค.ส.ล. ตามความหนาของผนังทั้งหมด
    4.5 เสาเอ็นที่ขอบของช่องเปิดในผนัง (เช่นประตูและหน้าต่าง) ต้องมีเสาเอ็นโดยการใช้เหล็กเสริมตาม แนวดิ่งขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 9 มม. 2 เส้นวางอยู่ในตําแหน่งแกนกลางของแบบหล่อช่องละเส้น ปลายเหล็กแต่ละข้างมืด ติดกับโครงสร้าง กรอกคอนกรีตให้เต็ม นอกจากระบุไว้ในแบบว่าเป็นอย่างอื่น 4.6 ร่องกันแตก (CONTROL JOINTS) ให้ทํา CONTROL JOINTS ขนาดกว้าง 1 ซม. ลึก 1.5 ซม.
  49. การทําความสะอาด
    ผู้รับจ้างต้องทําความสะอาดผนังก่อหลังจากการติดตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้วให้สะอาด ปราศจากคราบน้ําปูน
    คราบไคล หรือรอยเปรอะเปื้อนต่างๆ ก่อนขออนุมัติตรวจสอบจากผู้ออกแบบและส่งมอบงาน
    21
    งานคอนกรีตมวลเบา
    AUTOCLAVED AERATED CONCRETE
  50. ขอบเขตของงาน
    งานก่อผนังตามที่ระบุไว้ในแบบ ผู้รับจ้างจะต้องจัดเตรียมทําแบบ SHOP DRAWING หรือแผงตัวอย่างใน ส่วนต่างๆ เพื่อขออนุมัติและตรวจสอบตามความต้องการของผู้ออกแบบก่อนทําการติดตั้ง
  51. วัสดุ
    2.1 คอนกรีตมวลเบา
    มอก.1505-2541
    ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ได้รับอนุญาตแสดงเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
    2.2 ปูนก่อบางสําเร็จรูป (THIN BED MORTAR) เป็นปูนก่อหรือปูนกาว สําหรับงานก่อบางคอนกรีตมวล เบา โดยเฉพาะใช้งานได้ทันทีเมื่อผสมน้ําตามสัดส่วนที่กําหนด โดยไม่ต้องผสมสารเคมีใดๆอีก ค่ากําลัง รับ แรงอัดที่ 28 วัน ไม่ต่ํากว่า 100 กก./ตร.ซม. ค่าแรงยึดเหนี่ยวไม่น้อยกว่า 1.37 กก./ตร.ซม. ปูน ก่อต้องมีแรง ยึดเหนี่ยวสูงรับแรงได้เร็วไม่ร่วน มีช่วงเวลาในการแต่งแนวก่อก่อนแข็งตัวไม่น้อยกว่า 7 นาที ใช้งานได้โดย ไม่ต้องราดน้ํา BLOCK ก่อนก่อ ตามมาตรฐาน DIN 18555 Mortars containing
    mineral binders
    2.3 ปูนฉาบสําเร็จรูป (RENDERING MORTAR) เป็นปูนฉาบที่ผลิตขึ้นสําหรับงานคอนกรีตมวลเบา โดยเฉพาะ สามารถใช้งานได้ทันทีเมื่อผสมน้ํา โดยไม่ต้องผสมส่วนผสมใดอีก มีค่ากําลังรับแรงอัดไม่ เกิน 50 กก./ตร.ซม. และมีค่าแรงยึดเหนี่ยวไม่น้อยกว่า 0.67 กก./ตร.ซม. ได้มาตรฐาน DIN 18555 Mortars containing mineral binders เนื้อละเอียด เหนียวลื่น ฉาบง่าย สามารถฉาบได้บางทีความ หนา 0.5 - 1.0 ซม. หลังจากราด น้ําที่ผนังได้โดยไม่แตกร้าว
    2.4 คานทับหลังสําเร็จรูป (LINTEL) ใช้วางลงบนผนังเหนือช่องเปิดประตู หรือหน้าต่างทดแทนการหล่อเสา เอ็น หรือทับหลัง ค.ส.ล. โดยมีระยะนั่งของปลายคานทั้งสองข้างไม่น้อยกว่า 15 ซม. มีความหนาเท่ากับ ผนัง ใช้ได้สําหรับกรณีที่ใช้ผนังหนา 10 ซม.ขึ้นไป ช่วยให้ทํางานได้รวดเร็วไม่ต้องรอทําเอ็น คสล.
  52. การผสมปูนเพื่อใช้งาน
    3.1 ผสมปูนก่อ ในสัดส่วน 1 ถุง ต่อน้ําประมาณ 12 ลิตร ผสมให้เข้ากันด้วยเหล็กกวนปูนที่ต่อเข้ากับสว่าน
    ไฟฟ้า เวลา 3-4 นาที ให้ส่วนผสมเข้ากันได้ดี ก่อนนําไปใช้งาน
    3.2 ผสมปูนฉาบสําเร็จรูป ในสัดส่วน 1 ถุงต่อน้ําประมาณ 9 ลิตร ผสมให้เข้ากันด้วยเหล็กกวนปูน จนเนื้อ
    เขากัน
    3.3 ปูนปูกระเบื้อง ให้ใช้ปูนก่อสําเร็จ (THIN BED MORTAR) ป้ายลงบนผนังโดยตรงด้วยเกรียงปูกระเบื้อง
    แล้วกดติดกระเบื้องทับลงไป เคาะให้ได้แนวและระดับ โดยไม่จําเป็นต้องฉาบก่อน
    3.4 ปูนที่ผสมไว้เมื่อเริ่มแข็งตัวหรือทิ้งไว้เกิน 3 ชั่วโมง แล้วไม่ควรนํามาใช้
  53. วิธีการก่อผนังคอนกรีตมวลเบา
    4.1 ทําความสะอาดบริเวณที่จะทําการก่อผนังคอนกรีตมวลเบา แล้วกําหนดระยะตีเส้นแนวก่อให้ถูกต้อง 4.2 เริ่มก่อโดยการใช้ปูนทรายทั่วไป วางลงไปตามแนวที่จะก่อเพื่อช่วยปรับระดับพื้นให้ได้แนวระนาบ เดียวกัน แล้ววางก้อนบล็อคก้อนแรกลงไปบนปูนทราย ใช้ค้อนยางและระดับน้ําช่วยจัดให้ได้แนวและ ระดับที่ถูกต้อง
    22
    4.3 เริ่มก่อก้อนที่ 2 โดยป้ายปูนก่อบริเวณด้านข้างของก้อนแรกด้วยเกรียงก่อ จะได้ความหนาของปูนก่อ ประมาณ 2-3 มม. แล้ววางบล็อกก้อนที่ 2 ลงไปให้ชิดกับก้อนแรก ใช้ค้อนยางเคาะให้ชิดกัน ตรวจเช็ค แนว ระดับด้วยระดับน้ํา ทําเช่นนี้ไปจนก่อจบขั้นนี้
    4.4 บล็อคชั้นที่ 2 ให้ก่อด้วยวิธีสลับแนวระหว่างแถวชั้นสูงขึ้นไป โดยให้แนวเหลื่อมกันครึ่งก้อน หรืออย่าง น้อย 10 ซม. ก่อให้ได้แนวตั้งและแนวนอน โดยป้ายปูนก่อบางที่ด้านข้างของก้อนแถวนั้น และด้านบน ของก้อน แถวล่าง ด้วยเกรียงก่อ ปูนก่อจะไม่หกล้นออกด้านข้าง และจะต้องป้ายปูนก่อให้เต็มต่อเนื่อง ตลอดแนว ไม่มี รูโพรง โดยไม่ต้องตอกแผ่นเหล็กใดๆ เพื่อยึดก้อนอีก
    4.5 ปลายก้อนทีก่อชนเสาโครงสร้างหรือเสาเอ็นจะต้องยืดด้วยแผ่นเหล็ก METAL STRAP ยาวประมาณ
    20 ซม. เข้ากับเสาด้วยตะปูคอนกรีต หรือพุกสกรูทุกระยะ 2 ชั้น
    4.6 หากพื้นที่ของผนังมีขนาดใหญ่เกินมาตรฐานที่กําหนดไว้ในตาราง จะต้องมีเสาเอ็น หรือคานเย็น คสล.
    โดยใช้เหล็กเสริม
    4.7 มุมกําแพงทุกมุมกรณีไม่ทําเสาเอ็น คสล. ให้ก่อประสานเข้ามุม (INTERICCIKIN(5) ทั้งนี้ผนังต้องมีระยะ ไม่เกินตารางและปลายกําแพงที่ยื่นออกมาจากเสาเกินกว่า 1.50 ม. (ยกเว้นกรณีใช้ผนังหนา 7.5 ซม. ต้องทําเสา เย็น และหรือ คานเอ็น คสล. ทุกขนาดพื้นที่ก่อไม่เกิน 10 ตร.ม.)
    4.8 การยืดวงกบเข้ากับผนัง ให้ใช้แผ่นเหล็ก METAL STRAP ยึดด้วยตะปูเข้ากับวงกบไม้ทุกขั้นของรอยต่อ ระหว่างชั้น แล้วป้ายทับด้วยปูนก่อ ก่อนวางลงไป แล้วอุดแนวรอยต่อข้างวงกบให้แน่นด้วยปูนก่อ (ยกเว้น กรณีใช้ผนังหนา 7.5 ซม. ต้องท่าเสา / คานเอ็น คสล.โดยรอบ
    4.9 สําหรับผนังความหนาตั้งแต่ 10 ซม. ขึ้นไป เหนือช่องประตูหน้าต่างหรือช่องเปิดอื่นๆ ทุกแห่งให้ใช้ทับ หลัง สําเร็จรูป (LINTEL) วางลงบนช่องเปิด ให้มีระยะนั่งทั้ง 2 ด้าน ไม่น้อยกว่า 15 ซม. แทนการหล่อ เสา/คาน เอ็น คสล.
    4.10 การก่อผนังให้ก่อชนท้องคานหรือท้องพื้นทุกแห่ง โดยเว้นช่องไว้ประมาณ 1.2 ซม. แล้วอุดด้วยปูน ทราย ตลอดแนว และจะต้องยึดแผ่นเหล็ก METAL STRAP ที่ท้องพื้นหรือท้องคานไว้ทุกระยะไม่เกิน 120 ซม. ผนังที่ก่อสูงไม่ชนท้องคานหรือพื้น (ก่อลอย) จะต้องทําทับหลัง คสล. ขนาดไม่เล็กกว่าเสา
    เอ็นตลอดแนว
    4.11 การก่อผนังที่ชนกับท้องพื้นโครงสร้างอาคารซึ่งอาจมีการแอ่นตัวลงมาได้ เช่น พื้นระบบ POST TENSION หรือ โครงสร้างเหล็ก จะต้องเว้นช่องว่างด้านบนไว้ประมาณ 2-4 ซม. แล้วเสริมวัสดุที่มี ความยืดหยุ่นตัว เช่น โฟม หรือ FIBER GLASS และหลีกเลี่ยงการฉาบในท้องพื้น แต่หากจําเป็นให้
    เซาะร่องไว้ตามแนวรอยต่อ
    4.12 การวางฝังท่อสายไฟและท่อน้ําไว้กับผนังสามารถใช้เหล็กเซาะร่องขุดออกตามแนว หรือเครื่องตัด ไฟฟ้า เป็นร่องแนวลึก 2 แนว สกัดออก ทั้งนี้ไม่ควรลึกเกิน 1 ใน 3 ของความหนาของผนัง จากนั้นอุด ปูนทรายให้ แน่นเต็ม แล้วปิดทับด้วยตาข่ายกว้าง 20 ซม. ตลอดแนวก่อนฉาบทับ
    4.13 กรณีที่ทําการติดตั้งท่อร้อยสายไฟและท่อน้ําไว้ก่อน ให้ก่อผนัง ห่างจากแนวท่อเล็กน้อย แล้วอุดด้วย ปูน ทราย, กรณีที่ช่องใหญ่กว่า 2 นิ้ว ให้เทคอนกรีตตลอดแนวท่อ หากเป็นที่ขนาดเล็กให้ใช้วิธีบาก ก้อน แล้วติด ทับด้วยลวดตาข่าย ขนาดกว้างไม่น้อยกว่า 20 ชม. ตลอดแนวก่อนทําการฉาบ
    23
  54. การฉาบปูน
    5.1 การเตรียมพื้นผิว
    ก. ใช้แปรงสีน้ําหรือไม้กวาดปาดเศษผงที่ติดอยู่บนผนังออกให้หมด
    ข. หากมีรอยแตกบินของผนังให้อุดซ่อมก่อนด้วยปูนซ่อม โดยผสมเศษผงคอนกรีตมวลเบา จากการ ตัด เข้ากับปูนก่อ คนให้เข้ากันกับน้ํา แล้วนําไปป้ายอุดจุดที่ต้องซ่อม ทิ้งไว้ให้แห้งก่อนฉาบ 1 วัน ค. ราดน้ําที่ผนังก่อนฉาบ เช่นเดียวกับผนังก่อทั่วไป แต่ไม่ถึงกับเปียกโชก
    ง. รอให้ผิวผนังดูดซับน้ําจนแห้งเล็กน้อย จึงเริ่มลงมือฉาบ
    5.2 ความหนาปูนฉาบที่แนะนํา 0.5-1.0 ซม. โดยทําการฉาบเป็น 2 ชั้น ชั้นละประมาณครึ่งหนึ่งของความ หนาทั้งหมด เมื่อฉาบขั้นแรกแล้วทิ้งไว้ให้ผิวหน้าแห้งหมาด บางส่วนจะเกิดรอยแตกเป็นปกติ จากการ หดตัวของปูน ปูนที่ฉาบต้องผสมไม่เหลวจนเกินไป เพราะจะทําให้เกิดการย้อยตัวของปูน เสียเวลารอ ให้หมาดนาน และเป็นสาเหตุของการแตกร้าว ฉาบปูนชั้นที่สองให้ได้ความหนาที่ต้องการปาดหน้าให้ เรียบร้อยแล้วทิ้งไว้ให้ผิวหน้าแห้งหมาดมากๆ สีน้ําด้วยแปรงให้ทั่ว พอดีกับการปั่นหน้า กดเกรียง แรงๆ แล้วขัดผิวหน้าให้เรียบก่อนลงฟอง การฉาบปูนโดยฉาบเป็นชั้นเดียวแล้วที่น้ําเลยนั้น ทําได้ เฉพาะกรณีฉาบหนาไม่เกิน 1.5 ชม. เท่านั้น
    5.3 ข้อแนะนําอื่นๆ หากผนังเปียกชุ่มน้ํามากเนื่องจากฝนตก ควรทิ้งไว้ให้แห้งไม่น้อยกว่า 1 สัปดาห์ ก่อน ฉาบให้ทําการติดลวดตาข่าย ตามคําแนะนํา เช่น มุมวงกบประตู, หน้าต่าง, รอยต่อเสาคาน ปูนฉาบ สามารถใช้ร่วมกับเครื่องผสม และเครื่องพ่นปูนฉาบได้ ไม่ควรใช้ปูนฉาบชนิดอื่น ฉาบบนผนังคอนกรีต มวลเบา โดยเฉพาะปูนทรายผสมเองหน้างานเพราะมีโอกาสหลุดร่อนและแตกร้าวสูง เพราะไม่มี
    คุณสมบัติยึดเหนี่ยวและสารอุ้มน้ําเพียงพอ
  55. การทําความสะอาด
    ผู้รับจ้างต้องทําความสะอาดทุกแห่งที่เกี่ยวข้องหลังจากการติดตั้งด้วยความประณีตสะอาดเรียบร้อย ปราศจากคราบ น้ําปูน คราบไคล หรือรอยเปรอะเปื้อนต่างๆ ก่อนขออนุมัติตรวจสอบจากผู้ออกแบบและส่ง
    มอบงาน
    wwwwwwww
    24
    เหล็กเสริมคอนกรีต
    CEMENT REINFORCEMENT
  56. ข้อกําหนดทั่วไป
    ข้อกําหนดในหมวดนี้คลุมถึงงานทั่วไปเกี่ยวกับการจัดหา การตัด การตัด และการเรียงเหล็กเสริม ตาม ชนิดและชั้นที่ระบุไว้ในแบบและในบทกําหนดนี้ งานที่ทําจะต้องตรงตามแบบบทกําหนด และตาม คําแนะนํา ของผู้ควบคุมงานอย่างเคร่งครัด รายละเอียดเกี่ยวกับเหล็กเสริมคอนกรีตซึ่งมิได้ระบุในแบบและ บทกําหนดนี้
    ให้ถือปฏิบัติตาม “มาตรฐานอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กโดยวิธีหน่วยแรงใช้งาน” ของวิศวกรรมสถานแห่ง ประเทศไทยที่ 1007-34 ทุกประการ
  57. วัสดุ
    รายการอ้างอิง
    ก. มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 20 - 2543 เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต: เหล็กกลม ข. มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 24 - 2536 เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต: เหล็กข้ออ้อย ค. มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 138 - 2535 ลวดผูกเหล็ก
    เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต หมายถึง เหล็กเส้นกลมเกลี้ยงธรรมดาหรือเหล็กข้ออ้อย เหล็กเสริมคอนกรีตนี้ต้องเป็น เหล็กที่มีขนาดโตเสมอต้นเสมอปลาย มีพื้นที่หน้าตัดไม่น้อยกว่าที่คิดจากเส้นผ่าศูนย์กลางของเหล็กซึ่งกําหนด ไว้ในแบบเป็นเหล็กใหม่ผิวสะอาด ปราศจากสนิมขุม หรือน้ํามัน ไม่มีรอยแตกร้าว และมีคุณภาพเทียบเท่า มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมของกระทรวงอุตสาหกรรม ทั้งขนาด น้ําหนัก และคุณสมบัติอื่นๆ ปริมาณและ ขนาดทั้งหมดของเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต ให้ถือปฏิบัติตามที่กําหนดไว้ในแบบโครงสร้าง ผู้รับจ้างจะต้องเตรียม เหล็กเสริมตามตําแหน่ง ปริมาณ ขนาด และคุณภาพให้ถูกต้องตามแบบและรายการประกอบแบบโดยเคร่งครัด เหล็กเสริมคอนกรีตยอมให้มีความคลาดเคลื่อนเล็กน้อย สําหรับขนาด น้ําหนัก และความยาว แต่ไม่ยอมให้มี ความคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับขนาดของพื้นที่หน้าตัดของเหล็กเส้นคุณสมบัติของเหล็กเสริมคอนกรีตถ้าไม่ได้ระบุ ไว้ในแบบเป็นอย่างอื่น ให้ใช้คุณสมบัติของเหล็กเสริมคอนกรีตดังต่อไปนี้
    ก. เหล็กเส้นกลม (SR-24)
    หน่วยแรงดึงถึงจุดคลาก (Yield Stress) มีค่าไม่น้อยกว่า 235 เมกาปาสกาล (ประมาณ 24 กก./มม.) ใช้สําหรับ เหล็กที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 6 - 9 มิลลิเมตร คุณสมบัติอื่น ๆ ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 20–2543 เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต: เหล็กกลม
    ข. เหล็กข้ออ้อย (SD-40)
    หน่วยแรงดึงถึงจุดคลาก (Yield Stress) มีค่าไม่น้อยกว่า 395 เมกาปาสกาล (ประมาณ 40 กก./มม.) ใช้สําหรับ เหล็กที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 12 32 มิลลิเมตรคุณสมบัติอื่น ๆ ตามมาตรฐาผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม มอก. 24 - 2536 เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต: เหล็กข้ออ้อย
    25
  58. วิธีการดาเนินงาน
    3.1 การทดสอบ
    ผู้ควบคุมงานมีสิทธิสั่งให้ผู้รับจ้างลุ่มน้ําตัวอย่างเหล็กแต่ละขนาดจากเหล็กกองใดๆก็ได้ที่นํามาใช้ไปทําการ
    ทดสอบคุณสมบัติดังกล่าวข้างต้น ณ สถาบันที่เชื่อถือได้และต้องเสนอผลการทดสอบเหล็กตัวอย่างต่อผู้ควบคุม งานเป็นจํานวน 3 ชุด ทุกครั้งที่มีการเก็บตัวอย่าง โดยผู้รับจ้างจะต้องออกค่าใช้จ่ายในการทดสอบเองทั้งสิ้น การสุ่มเก็บตัวอย่างให้ทําทุกครั้งเมื่อมีการส่งเหล็กเส้นเข้าสู่หน่วยงานก่อสร้าง
    เหล็กเสริมที่ผ่านการทดสอบคุณภาพแล้วเท่านั้น จึงจะสามารถนํามาใช้ในงานก่อสร้างได้ส่วนเหล็กเสริมที่รอผล การทดสอบห้ามนํามาใช้ และห้ามนําเหล็กรีดซ้ํา (SRR) มาใช้ในงานก่อสร้างโครงการนี้โดยเด็ดขาด เหล็กเสริม ที่มีคุณภาพต่ํากว่าข้อกําหนดให้ผู้รับจ้างนําออกไปให้พ้นบริเวณก่อสร้างโดยทันที
    การเก็บรักษาเหล็กเสริมคอนกรีต จะต้องเก็บเหล็กเสริมคอนกรีตไว้เหนือพื้นดินอย่างน้อย 30 ซม. และต้องมี หลังคาป้องกัน น้ําค้าง น้ําฝน และ เก็บรักษาให้พ้นสิ่งสกปรก ดิน สี น้ํามัน ฯลฯ เหล็กเสริมคอนกรีตที่ส่งเข้า หน่วยงานก่อสร้าง ผู้รับจ้างจะต้องจัดกองเก็บแยกกองก่อนหลัง ที่นําเข้ามา ตามลําดับ ทั้งนี้ เพื่อสามารถนํา เหล็กที่นําเข้ามาก่อนซึ่งได้รับการตรวจสอบอนุมัติจากผู้ควบคุมงานแล้วนําไปใช้ก่อน โดยไม่ปะปนกับเหล็กเส้น ซึ่งนําเข้ามาใหม่ ซึ่งยังไม่ได้รับการตรวจสอบอนุมัติจากผู้ควบคุมงาน
    3.2 วิธีการก่อสร้าง
    ก. การตัดและประกอบเหล็กเสริม จะต้องมีขนาดตรงตามที่กําหนดในแบบ การตัดและตัดจะต้องไม่ทํา
    ให้เหล็ก เสริมชํารุดเสียหาย
    ข. การงอเหล็กเสริมจะต้องใช้วิธีดัดงอเย็นสําหรับของอ หากในแบบไม่ได้ระบุถึงรัศมีของการงอเหล็ก ให้
    งอ ตามเกณฑ์กําหนดต่อไปนี้

ส่วนที่งอเป็นครึ่งวงกลม โดยมีส่วนที่ยื่นต่อออกไปอย่างน้อย 4 เท่าของขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ของเหล็กนั้น แต่ระยะยืนนี้ต้องไม่น้อยกว่า 6 ชม.
ส่วนที่งอเป็นมุมฉากโดยมีส่วนที่ยื่นต่อออกไปถึงปลายสุดของเหล็กอีก อย่างน้อย 12 เท่าของ
ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเหล็กนั้น
เฉพาะเหล็กลูกตั้ง และเหล็กปลอก ให้งอ 90 องศา หรือ 135 องศา โดยมีส่วนที่ยื่นถึงปลายขออีก อย่างน้อย 6 เท่า ของเส้นผ่าศูนย์กลางของเหล็ก แต่ต้องไม่น้อยกว่า 6 ซม. ก่อนเรียงเหล็กเสริมเข้า ที่จะต้องทําความสะอาดเหล็กมิให้เป็นสนิมขุม และวัสดุเคลือบต่างๆ ที่จะทําให้การ ยึดหน่วงเสียไป จะต้องเรียงเหล็กเสริมอย่างประณีต ให้อยู่ในตําแหน่งที่ถูกต้องพอดี และผูกยึดให้แน่นหนาระหว่าง
เท
คอนกรีต หากจําเป็นก็อาจใช้เหล็กเสริมพิเศษช่วยในการยึดติดตั้งได้ ซึ่งในแต่ละจุดของ โครงสร้าง ผู้รับจ้าง ต้องจัดยึดให้เหมาะสม ที่จุดตัดกันของเหล็กเสริมทุกแห่ง จะต้องผูกให้แน่นด้วย ลวดผูกเหล็ก เบอร์ 18 SWG (Annealed Iron Wire) โดยผูกแบบพันสาแหรกและพับปลายลวด เข้าในส่วนที่จะเป็นเนื้อคอนกรีตภายใน ให้รักษาระยะห่างระหว่างแบบกับเหล็กเสริมให้ถูกต้อง โดยใช้เหล็กแขวนก้อนมอร์ต้าเหล็กเสริมผิด หรือวิธี ใดซึ่งผู้ควบคุมงานให้ความเห็นชอบแล้ว ก้อน มอร์ต้าให้ใช้ส่วนผสมซีเมนต์ 1 ส่วนต่อทรายที่ใช้ผสม คอนกรีต 1 ส่วน ในกรณีที่มีเหล็กเสริม หลายๆ ชั้น จะต้องเสริมโดยมีช่องว่างระหว่างผิวเหล็ก (Clear Distance) ไม่น้อยกว่า 2.5 ซม. แต่ ไม่เกิน 4 ซม. หลังจากผูกเหล็กเสริมแล้วจะต้องให้ผู้ควบคุมงานตรวจก่อนเทคอนกรีตทุกครั้ง หาก ผูกทิ้งไว้นานเกินควร
26
3.3 การต่อเหล็กเสริม
ก. การต่อแบบทบ
การต่อเหล็กเสริมด้วยวิธีทาน ให้ทาบเหล็กเสริมซ้อนกันโดยระยะทางไม่น้อยกว่า 48 เท่า ของ เส้นผ่าศูนย์กลางของเหล็กเส้นกลมธรรมดา และ 36 เท่าของเส้นผ่าศูนย์กลางของเหล็กข้ออ้อย แต่ ต้องไม่น้อยกว่า 30 ซม. แล้วให้มัดด้วยลวดผูกเหล็กเบอร์ 18 SWG. เป็นระยะๆ ทุก 10 ซม. การ ต่อเหล็กเสริมด้วย วิธีทานในกรณีที่ต่อเหล็กต่างขนาดกัน ให้ใช้ความยาวที่ทาบซ้อนกันตามขนาด เส้นผ่าศูนย์กลางของท่อน เหล็ก ที่ใหญ่กว่าเป็นหลัก
ข. การต่อแบบเชื่อม
การต่อเหล็กเสริมด้วยวิธีเชื่อม ให้ใช้สําหรับเหล็กเสริมที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 25 มม. ขึ้นไป และเชื่อม ด้วยวิธีเหลาปลายเหล็กแบบเหลาดินสอ ชนปลายและต่อเชื่อมด้วยไฟฟ้า (Electric Arc Welding) โดย จะต้องให้กําลังของรอยเชื่อมไม่น้อยกว่าร้อยละ 125 ของกําลังของเหล็กเสริมนั้น ผู้รับจ้างต้อง ทําการ ทดสอบส่งตัวอย่างรอยเชื่อม และสําเนาผลการทดสอบกําลังประลัยของรอยเชื่อมจาก สถาบันที่ กําหนดให้ ผู้ควบคุมงานไว้เพื่อเปรียบเทียบและตรวจงานโดยเป็นค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้าง
3.4 รอยต่อเหล็กเสริม
ในกรณีที่มีความจําเป็นจะต้องต่อเหล็กเสริม ให้ต่อตามตําแหน่งต่อไปนี้
ก. พื้น ผนัง คสล. ให้ต่อที่บริเวณคานใต้เหล็กเสริมพิเศษ ข. กันสาดยื่น คานยื่น ฐานราก ห้ามต่อ
ค. คานทั่วไป เหล็กบนต่อที่ประมาณกลางคาน เหล็กล่างต่อที่หน้าเสาถึงระยะ 1/5 จาก ศูนย์กลางเสา ง. เสา ต่อบริเวณเหนือระดับพื้น 1.00 เมตร จนถึงระดับกึ่งกลางของความสูง รอยต่อทุกแห่งจะต้อง ได้รับการตรวจสอบและอนุมัติโดยผู้ควบคุมงานก่อนเทคอนกรีต และ ณ หน้า ตัด ใด ๆ ของคาน จะมี รอยต่อของเหล็กเสริมเกิน 25 % ของจํานวนเหล็กเสริมทั้งหมดไม่ได้จะต้องทําความสะอาด และให้ผู้ ควบคุมงานตรวจอีกครั้งก่อนเทคอนกรีตเหล็กพื้นเมื่อผูกเสร็จแล้ว ให้ทําทางเดินเหนือเหล็กโดยมีที่ รองรับวางตรงช่องว่างระหว่างเหล็กห้ามเหยียบย่ําบนเหล็กเสริมเป็นอันขาด
27
งานไม้
WOOD

  1. ข้อกําหนดทั่วไป
    งานในหมวดนี้รวมถึงงานไม้โครงสร้างและงานไม้ประกอบตกแต่งต่างๆ งานช่างไม้ งานโลหะ ประกอบ ต่างๆ งานติดตั้งประตู-หน้าต่าง โครงคร่าว คิ้วไม้ และหัวต่างๆ ดังที่ปรากฏในแบบก่อสร้าง และแบบขยาย รายละเอียดที่อาจมีเพิ่มเติมจากสถาปนิกหรือผู้ควบคุมงาน ไม้ทุกชิ้นที่มองเห็นได้ด้วยตา จะต้องใสตกแต่งให้ เรียบร้อยขนาดเท่ากันสม่ําเสมอ การเก็บไม้ ผู้รับจ้างจะต้องสร้างโรงเก็บไม้ หรือจัดหาที่เก็บซึ่งสามารถป้องกัน แดด น้ํา น้ําฝน ความชื้น และปลวกได้เป็นอย่างดี และจัดกองเก็บให้เรียบร้อย ควรอยู่ในที่โปร่ง ลมพัดผ่านได้ และสามารถนําไม้เข้า เก็บได้ทันทีที่นํามาถึงบริเวณก่อสร้าง ไม้ทั้งหมดที่ใช้ในโครงการนี้จะต้องมีคุณภาพดี ไม่ มีตาไม้หรือกระพี้ ไม่มีโพรงหรือรอยแตกร้าว ไม่บิดงอและข้อบกพร่องอื่นๆ ต้องเป็นไม้ที่ผ่านการอบและพึ่ง แห้งดีแล้ว ไม้ที่มี ความชื้นเกิน 16 % ห้ามนํามาใช้ในงานถาวร หากมีการยืดหดตัวภายหลังผู้รับจ้างจะต้อง แก้ไขและรับผิดชอบ ต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด ขนาดของไม้ที่ใช้สําหรับก่อสร้างทั้งหมด (ยกเว้นไม้สัก เมื่อได้ตกแต่งเสร็จเรียบร้อยแล้วจะต้องมีขนาด เต็มตามที่ระบุในแบบ) ยอมให้เสียเนื้อไม้เป็นคลองเลื่อย และ เมื่อใสตกแต่งเรียบร้อยพร้อมที่จะประกอบเข้า เป็นส่วนของอาคารแล้ว อนุญาตให้ขนาดไม้ลดลงได้ไม่เกินจาก ขนาดที่ระบุไว้ในรายการประกอบแบบนี้ การหดตัวของไม้จะต้องไม่ทําให้การรับแรงเปลี่ยนแปลงและไม่เป็น ผลเสียต่อวัสดุที่อยู่ติดกัน
    ไม้ขนาด 1/2” ไสตกแต่งแล้วเหลือไม่เล็กกว่า 3/8" ไม้ขนาด 1" ไสตกแต่งแล้วเหลือไม่เล็กกว่า 7/8" ไม้ขนาด 1 1/2" ไสตกแต่งแล้วเหลือไม่เล็กกว่า 1 3/8" ไม้ขนาด 2" ใสตกแต่งแล้วเหลือไม่เล็กกว่า 1 7/8 ไม้ขนาด 3" ไสตกแต่งแล้วเหลือไม่เล็กกว่า 2 3/4" ไม้ขนาด 4" ใสตกแต่งแล้วเหลือไม่เล็กกว่า 3 5/8" ไม้ขนาด 5" ใสตกแต่งแล้วเหลือไม่เล็กกว่า 4 5/8" ไม้ขนาด 6* ใสตกแต่งแล้วเหลือไม่เล็กกว่า 5 5/8"
    ไม้ขนาด 8" ไสตกแต่งแล้วเหลือไม่เล็กกว่า 7 1/2"
    ในกรณีที่ผู้ควบคุมงานไม่มั่นใจเกี่ยวกับชนิดของไม้ที่ส่งเข้ามาใช้ในงานก่อสร้าง ผู้ควบคุมงาน สามารถสั่งให้ ผู้รับจ้างนําตัวอย่างไม้ไปทําการทดสอบ เพื่อให้ได้ไม้ตามมาตรฐานที่กําหนด โดยค่าใช้จ่าย เป็นของผู้รับจ้าง
  2. รายการอ้างอิง
    มอก. 421 - 2525 ไม้แปรรูป : ข้อกําหนดทั่วไป
    มอก. 422 - 2530 ไม้สักแปรรูป
    มอก. 423 - 2530 ไม้กระยาเลยแปรรูป
    มอก. 424-2530) ไม้แปรรูปสําหรับงานก่อสร้างทั่วไป
    มอก. 504-2527 วงกบและบานกรอบไม้สําหรับประตูและหน้าต่าง มอก. 178-2538 แผ่นไม้อัด
    มอก. 516-2531 ไม้อัดน้ํายาซีซีเอ
    มอก. 276-2547 แผ่นชิ้นไม้อัดชนิดอัตราบ
    มอก. 877-2547 แผ่นชิ้นไม้อัดชนิดอัดกระทั่ง
    28
  3. วัสดุ
    ไม้ที่จะนํามาใช้งานขนาดชนิดคุณสมบัติของไม้ต้องมีคุณภาพที่ดี มีการหดตัวโก่งตัวน้อย ไม่มีรอยแตกร้าว มีสีและลวดลายของเสี้ยนไม้ (WOOD GRAIN) ที่สวยงามผิวเรียบสนิทไม่มีรูพรุน รวมถึงอุปกรณ์ยึดต่างๆ เช่น น๊อต สกรู ตะปู เป็นต้น ต้องได้มาตรฐานทางวิชาการก่อสร้างที่ดี และได้รับความเห็นชอบจากผู้ออกแบบก่อน
    นําไปใช้
    3.1 ไม้เนื้อแข็ง ไม้ที่จะนํามาใช้ในการก่อสร้าง ส่วนที่ระบุเป็นไม้แดงจะต้องเป็นไม้เนื้อแข็งตามมาตรฐาน มอก. 423-2530 และ มอก. 424-2530 และควรเป็นไม้ชนิดเดียวกันทั้งโครงการ การใช้ไม้มากกว่า 1 ชนิดในงานประเภทเดียวกัน ต้องได้รับการ อนุมัติจากผู้ออกแบบก่อนใช้งาน ถ้าไม่ได้ระบุไว้เป็นอย่าง อื่นในแบบก่อสร้าง ไม้เนื้อแข็งที่ระบุให้ตกแต่งผิวด้วยการทาหรือพ่นสี ให้ใช้ไม้ตะเคียนทอง (Hopea odorata) และไม้พยอม (Shorea talura) ไม้เนื้อแข็งสําหรับงานโครงสร้างหรือในส่วนที่ต้องการความ แข็งแรง ให้ใช้ไม้เต็ง (Shorea obtusa) ไม้รัง (Pentacme suavis) และไม้เคี่ยม (Cotylelobium Lanceolatum) ไม้เนื้อแข็งที่ระบุให้ตกแต่งผิวด้วยการย้อมสี ให้ใช้ไม้มะค่า (Afzelia xylocarpa) ไม้ สัก ตกแต่งผิวด้วยการย้อมสีขับลายไม้ ให้ใช้ไม้สักทอง (Tectona grandis) ชั้นคุณภาพที่ 1 3.2 ไม้เนื้ออ่อน ส่วนที่ทําเป็นไม้เคร่าผนังหรือเคร่าฝ้าเพดานให้ใช้ไม้ยางที่ผ่านการอัดน้ํายามาแล้ว ไม้ ตกแต่งประกอบเฟอร์นิเจอร์ นอกจากระบุเป็นอย่างอื่นในแบบให้ใช้ไม้สักทอง การอัดน้ํายา จะต้องมี คุณภาพไม่น้อยกว่าการอัดน้ํายาของ โรงงานอัดน้ํายาไม้ ขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ไม้สําหรับทํา เคร่าฝ้าและเคร่าเพดานจะต้องใสเรียบมาจาก โรงงานทั้งหมด ห้ามใช้เศษไม้ที่ประกอบแบบเท คอนกรีตท่าการ ก่อสร้างเด็ดขาด
    1
    3.3 ไม้สําหรับทําวงกบทั้งหมด (นอกจากระบุเป็นอย่างอื่นในแบบ) ให้ใช้ไม้เนื้อแข็งตามข้อ 3.1 การ ประกอบและ การเข้าไม่ให้ไปตามมาตรฐาน มอก. 504-2527 ขนาดของไม้วงกบตามระบุในแบบ ก่อสร้าง
    3.4 ไม้อัดทั้งหมดขนาด และความหนาของไม้อัดตามระบุในแบบ โดยใช้ให้ถูกต้องกับตําแหน่งของผนัง
    ดังต่อไปนี้
    ก. ไม้อัดที่ระบุให้ตกแต่งผิวด้วยการทาหรือพ่นสี ให้ใช้ไม้อัดยาง
    ข. ไม้วัดที่ระบุให้ตกแต่งผิวด้วยการย้อมสีขับลายไม้ ให้ใช้ไม้อัดสัก
    ค. ไม้อัดที่ระบุใช้ในส่วนของอาคารที่มีความชื้นสูง เช่น ห้องน้ํา, ครัว ฯลฯ ให้ใช้ไม้อัดชนิดทนความชื้น ง. ไม้อัดน้ํายา CCA กรณีไม้เนื้อแข็งที่ใช้กลางแจ้ง หรือถูกฝนสาดถึง ให้ใช้ไม้อัดน้ํายา CCA ตาม
    มาตรฐาน มอก. 516-2531
    3.5 วัสดุแผ่น LAMINATED ในส่วนที่ระบุในแบบก่อสร้าง ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ FORMICA หรือ PERSTORP
    หรือคุณภาพเทียบเท่า และ จะต้องมีความหนาไม่ต่ํากว่า 1 มม.
    3.6 แผ่นชิ้นไม้อัดชนิดอัดทะลัก ความหนาแน่นปานกลางชนิดกลวง ร่องขนาด 4 มม. เพื่อดูดซับเสียง ผิวไม้ สัก ขนาด ความหนาของแผ่นตามระบุในแบบคุณลักษณะตามมาตรฐาน มอก. 877-2547 ให้ใช้ ผลิตภัณฑ์
    A
    3.7 เครื่องยึดเหนี่ยวงานไม้ การยึดเครื่องทองเหลือง ตะปูเกลียว สลักเกลียว น็อต และเครื่องยึดต่างๆ ที่ มิได้ระบุในแบบก่อสร้าง หรือ รายการประกอบแบบ แต่เพื่อความมั่นคง แข็งแรง ผู้รับจ้างจะต้อง จัดหาและติดตั้งเพื่อให้แข็งแรงเรียบร้อย โดยเป็นค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างเอง
    29
    ก. การยึดด้วยตะปูหรือตะปูเกลียว ความยาวของตะปูที่ใช้ต้องไม่น้อยกว่า 2 เท่าของความหนา ของไม้ที่ยึด และ ตะปูเกลียวที่ใช้ขันยึดทุกตัวจะต้องใช้วิธีซ่อนหัวตะปูในเนื้อไม้เสมอ การเจาะรู สําหรับตะปูเกลียว สลักเกลียว หรือตอกตะปูเพื่อมิให้ไม้แตก ขนาดรูที่เจาะต้องเล็กกว่าขนาด ตะปูที่ ใช้
    ข. การยึดด้วยตัวน็อต ให้เจาะรูโตกว่าขนาดน็อตไม่เกิน 10% น็อตทุกตัวจะต้องมีแหวนมาตรฐาน หรือสลัก (Split Ring) รองใต้แป้นเกลียวทุกตัว และน็อตที่ใช้ในส่วนภายนอกอาคารทั้งหมด รวมทั้งภายในที่สามารถ มองเห็นจะต้องใช้น็อตชนิดสเตนเลสเกรด 304 โลหะอื่นๆ ที่ใช้ ประกอบในการก่อสร้าง สําหรับงานไม้ เช่น ตะปู ตะปูเกลียว น็อต เหล็กฉาก Expansion Bott ฯลฯ จะต้องเป็นของใหม่หมด ไม่เป็นสนิม และมีคุณภาพได้มาตรฐาน มอก. ขนาดเป็นไป ตาม ความเหมาะสมกับลักษณะงานที่จะใช้หรือตามความเห็นของผู้ควบคุมงาน อุปกรณ์ยึดและ โลหะอื่นๆที่ใช้ในส่วนภายนอกอาคารหรือสามารถมองเห็นได้ ให้ใช้ชนิดสเตนเลสเกรด 304
  4. ตัวอย่างวัสดุ
    ผู้รับจ้างต้องจัดหาวัสดุตัวอย่างที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย 2 ตัวอย่าง ให้ผู้ออกแบบได้ตรวจสอบก่อนที่จะ นําไปใช้งาน หรือได้ระบุไว้เป็นอย่างอื่น ตัวอย่างรวมถึงชนิดของไม้ สีเคลือบต่างๆ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง
  5. วิธีการดาเนินงาน
    การเตรียมงานไม้ ผู้รับจ้างจะต้องทําการบังไปสิ้นร่องต่างๆ ที่จําเป็นสําหรับเข้าไม่ไว้ให้เรียบร้อย ตลอดจน จัดเตรียม เหล็กประกับ สกรู ตะปู และอื่นๆ เพื่อให้ใช้ในการประกอบ และอุปกรณ์ต่างๆ เหล่านี้ หากติดตั้ง แล้วสามารถเห็นด้วยตา จะต้องจัดจังหวะให้แลดูเรียบร้อย ทั้งนี้โดยได้รับการตรวจเห็นชอบจากผู้ควบคุมงาน ก่อนติดตั้ง การประกอบและต่อไม้ เข้าไม้ การติดตั้งยึดโครงสร้างทั้งโครงผนัง หรือโครงฝ้าเพดาน จะต้องใช้ ช่างที่มีฝีมือและ ความชํานาญโดยเฉพาะ ซึ่งการประกอบการต่อและการเข้าไม้ จะต้องแนบสนิทเต็มหน้าที่ ประกบกันอย่างเรียบร้อย ตรง รอยต่อต้องยึดให้แน่นมั่นคงแข็งแรง ได้ฉากและได้แนว การต่อไม้ โดยทั่วไปไม่ อนุญาตให้ต่อไม้ เว้นแต่มีความจําเป็นซึ่งต้องได้รับอนุมัติจากผู้ควบคุมงานแล้ว โดยผู้รับ จ้างจะต้องทําอย่าง ประณีต และคํานึงถึงความสวยงามด้วย และอย่าต่อไม้ในตําแหน่งที่เห็นว่าเป็นจุดอันตราย แม้ว่าการต่อ ไม้จะ ทําได้ดีก็ตามการยึดสลักตลอดจนการใช้แหวนรองควรมีความแน่นหนาถาวรมั่นคงทุกตําแหน่ง รอยต่อต่างๆ ของโครงสร้างไม้ และรายละเอียดการก่อสร้างงานไม้ ถ้ามิได้ระบุในแบบก่อสร้างให้ปฏิบัติตาม มาตรฐานการ ก่อสร้างอาคารไม้ของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย โดยขออนุมัติหรือขอคําแนะนําจากผู้ควบคุมงาน ก่อน
    ทําการติดตั้ง
    5.1 บัวเชิงผนังไม้ จะต้องใสปรับแต่งให้เรียบร้อยตามชนิดและขนาดของไม้ที่ระบุในแบบหรือรายการ ประกอบแบบ และ จะต้องรอให้งานปูวัสดุผิวพื้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงดําเนินการติดตั้งได้ โดยใช้กาว ยางทาให้ทั่วปะติดผนังและยึดเสริมด้วย ตะปูเกลียวฝังพุกไนล่อนซ่อนหัวตะปูในเนื้อไม้ พร้อมทั้งอุด หัวตะปูด้วยไม้ชนิดและสีเดียวกับไม้บัวเชิงผนังให้ดูกลมกลืน กัน แล้วขัดแต่งให้เรียบร้อย มุมบัวเชิง ผนังทุกมุมให้ใช้วิธีเข้ามุม ห้ามใช้วิธีตัดชนเป็นอันขาด
    30
    9
    5.2 การประกอบไม้วงกบ ให้ใช้วิธีเจาะเดือยประกอบเข้ามุม 45 องศา และยึดด้วยตะปูเกลียว การติดตั้งวง กบไม้จะต้อง ได้ฉาก ได้ดิ่ง และมีการป้องกันมิให้มุมขอบไม้แตกบิน และเป็นรอยใดๆ ทั้งสิ้น การติดตั้ง วงกบไม้เข้ากับผนังก่ออิฐฉาบ ปูน จะต้องมีเสาเอ็นทับหลังโดยรอบผิวปูนฉาบที่ต่อกับวงกบและเรียบ เสมอกัน ให้เซาะร่องขนาด 5x5 มม. สม่ําเสมอ ตลอดแนวรอยต่อของวัสดุ ติดตั้งแนววงกบให้สัมพันธ์ กับผิวผนังสําเร็จ หรือเป็นไปตามที่สถาปนิกกําาหนดให้
    5.3 การติดตั้งประตู-หน้าต่างไม้ เข้าในวงกบ ต้องใช้ช่างผู้ชํานาญงานในการติดตั้งโดยเฉพาะ เมื่อเรียบร้อย แล้วจะต้องปิด เปิดได้สะดวกไม่มีการติดขัด หรือเสียดสีกันจนเกิดเสียงดัง เมื่อปิดจะต้องปิดได้สนิท สามารถกันลมและฝนได้เป็นอย่างดี หัวตะปูทั้งหมดจะต้องฝั่งและฉุดให้เรียบร้อย รวมทั้งผิวไม้ต่างๆ ทั้งหมดจะต้องขัดด้วยกระดาษทราย อุดรูตําหนิ แล้ว ขัดให้เรียบร้อย ก่อนทําการตกแต่งสีตามที่ กําหนด การกั้นผนังทุกชนิด ถ้าไม่ได้ระบุไว้เป็นอย่างอื่นในแบบก่อสร้าง ให้ถือว่าเป็นผนังกั้นสูงติด
    โครงสร้าง คาน หรือพื้น คอนกรีตทั้งหมด
    31
    ระบบกันซึม
    WATERPROOFING SYSTEM
    ระบบกันซึมชนิด พีวีซี เมมเบรน (PVC MEMBRANE WATERPROOFING)
  6. ข้อกําหนดทั่วไป
    ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายพร้อมจัดหาวัสดุ แรงงานที่ชํานาญงานโดยเฉพาะ และอุปกรณ์ที่จําเป็น ในการทําระบบกันซึมของส่วนต่างๆ ของอาคาร ส่วนประกอบ หรือ โครงสร้างตามที่ระบุในแบบ และรายการ ประกอบแบบ ผู้รับจ้างจะต้องส่งรายละเอียด ข้อกําหนดคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ที่ใช้ ข้อมูลทางเทคนิค ข้อแนะนําการ ติดตั้ง และข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวกับสินค้าของตนตามที่ผู้ควบคุมงานต้องการเพื่อพิจารณา ตรวจสอบ ผู้รับจ้างต้องจัดทํา Shop Drawing เพื่อให้ผู้ควบคุมงานตรวจสอบโดยแสดงรายละเอียดดังต่อไปนี้
    ก. อัตราความลาดเอียงและทิศทางการไหลของน้ําของหลังคาและรางน้ําแต่ละส่วน ข. แบบขยายการติดตั้งบริเวณ ชอบ มุม รอยต่อ จุดจบของระบบกันซึมแต่ละส่วน
  7. วัสดุ
    ค. การติดตั้งบริเวณรอยต่อของอาคาร (ถ้ามี)
    ง. การทํา Flashing ในแต่ละแห่ง
    จ. แบบขยายอื่น ที่เกี่ยวข้องหรือจําเป็นตามที่ผู้ควบคุมงานต้องการ
  1. เป็นแผ่นพีวีซี เมมเบรน แผ่นทั้งหมดจะถูกเชื่อมเข้าด้วยกัน โดยใช้เครื่องเป่าลมร้อน มีความ
    สวยงาม และเรียบเนียน สวยไปเป็นผืนเดียวกัน
  2. ทนต่อแสงแดดและน้ําขังได้ดี ทนต่อแรงกดเจาะ ใช้ได้กับระบบกันซึมขั้นสุดท้าย น้ํา และความชื้น
    จะไม่สามารถซึมผ่านได้ เป็นวิธีป้องกันการรั่วซึมผ่านรอยแตกร้าวของพื้นผิวได้ 100%
  3. สามารถติดได้ทั้งภายนอกและภายในอาคาร สามารถปูลงไปบนพื้นได้เลย และใช้ความร้อนเชื่อม
    รอยต่อของแผ่น รวมทั้งช่วยไล่สุญญากาศ ทําให้แผ่นถูกเชื่อมเข้าด้วยกันอย่างแนบสนิท
  4. มีผิวเนียนเรียบเคลือบเงา ทําความสะอาดง่าย ทนทานต่อสภาพภูมิอากาศได้ดี ยืดหยุ่นตัวสูง ปิด
    รอยแตกร้าวได้ดี
  5. มีความหนาไม่น้อยกว่า 2.0 มิลลิเมตร
  6. อายุการใช้งานนานมากกว่า 10 ปี
  1. วิธีการดาเนินงาน

    การติดตั้งระบบกันซึมให้ดําเนินการโดยช่างผู้ชํานาญงานโดยเฉพาะ ซึ่งสามารถแสดงผลงานและใบรับรอง ผลงานที่ผ่านมาได้ การติดตั้งระบบกันซึมจะต้องทําบนผิวที่สะอาดปราศจากฝุ่นผง คราบน้ํามัน และงานระบบ ต่างๆ (ถ้ามี) ติดตั้งเสร็จเรียบร้อยและได้รับการตรวจพิจารณาจากผู้ควบคุมงานแล้ว บริเวณขอบมุมที่ทําระบบ กันซึม จะต้องได้รับการทํามุมเอียงขนาด 5x5 ซม. ไว้ล่วงหน้าในขณะเทคอนกรีต และให้ทําสูงขึ้นตามแนวขอบ ผนังอย่างน้อย 20 ซม. ซ่อนปลายระบบกันซึมในร่องที่เตรียมไว้อุดด้วยวัสดุอุด ยาแนวให้เรียบร้อย ในกรณีไม่ สามารถซ่อนปลายแผ่นกันซึมได้ จะต้องทํา Flashing ป้องหันปลายแผ่นกันซึม โดยใช้แผ่น อลูมิเนียม หนาไม่ น้อยกว่า 2.0 มม. พับตามความเหมาะสมกับการใช้งาน อุดแนวให้เรียบร้อย รายละเอียดอื่นๆ ที่ไม่ได้กล่าวถึง ให้เป็นไปตามกรรมวิธีของผู้ผลิต และได้รับการพิจารณาเห็นชอบจากผู้ควบคุมงานแล้ว

    32
  2. การรับประกัน
    ผู้รับจ้างจะต้องออกในรับประกันผลงานทั้งด้านคุณภาพวัสดุ และคุณภาพในการติดตั้งว่าจะไม่เกิดการ รั่วซึมเป็น เวลาไม่ต่ํากว่า 5 ปี ถ้าเกิดปัญหาการรั่วซึมขึ้น ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการแก้ไข หรือจัดทําให้ใหม่จน ใช้งานได้ดี โดยเป็นค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างทั้งหมด
  3. ตัวอย่างผลิตภัณฑ์
    ASIA PVC Sheet Membrabe, YEN-200 PVC MEMBRANE, MB PVC ST-2000, ika Sarnafil Waterproofing, Fosroc หรือ เทียบเท่า
    33
    ระบบกันข็มชนิดทา
    (FLUID APPIED WATERPROOFING) 1. ข้อกําหนดทั่วไป
    www
    ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายพร้อมจัดหาวัสดุ แรงงานที่ชํานาญงานโดยเฉพาะ และอุปกรณ์ที่ จําเป็น ในการทําระบบกันซึมของส่วนต่างๆ ของอาคาร ส่วนประกอบ หรือ โครงสร้างตามที่ระบุในแบบและรายการ ประกอบแบบ ผู้รับจ้างจะต้องส่งรายละเอียด ข้อกําหนดคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ที่ใช้ ข้อมูลทางเทคนิค ข้อแนะนําการ ติดตั้ง และข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวกับสินค้าของตนตามที่ผู้ควบคุมงานต้องการเพื่อพิจารณา ตรวจสอบ ผู้รับจ้างต้องจัดทํา Shop Drawing เพื่อให้ผู้ควบคุมงานตรวจสอบโดยแสดงรายละเอียดดังต่อไปนี้
    ก. อัตราความลาดเอียงและทิศทางการไหลของน้ําของหลังคาและรางน้ําแต่ละส่วน ข. แบบขยายการติดตั้งบริเวณ ขอบ มุม รอยต่อ จุดจบของระบบกันซึมแต่ละส่วน
  4. วัสดุ
    ค. การติดตั้งบริเวณรอยต่อของอาคาร (ถ้ามี)
    ง. การทํา Flashing ในแต่ละแห่ง
    จ. แบบขยายอื่น ที่เกี่ยวข้องหรือจําเป็นตามที่ผู้ควบคุมงานต้องการ
    เป็นวัสดุกันซึมที่ปลอดภัย ปราศจากสารพิษ (Non-Toxic) มีความยืดหยุ่นตัวสูง ทนทานต่อการขัดสี ให้ การยึดเกาะเป็นอย่างดี สามารถป้องกันการซึมของน้ําได้ดี ทนแรงดันดี สามารถใช้กับผิวคอนกรีต เหล็กและ อิฐก่อได้ สามารถปรับความเข้มข้นกับการใช้งานได้
  5. วิธีการดาเนินงาน
    การติดตั้งระบบกันซึมให้ดําเนินการโดยช่างผู้ชํานาญงานโดยเฉพาะ ซึ่งสามารถแสดงผลงานและใบรับรอง ผลงานที่ผ่านมาได้ การติดตั้งระบบกันซึมจะต้องทําบนผิวที่สะอาดปราศจากฝุ่นผง คราบน้ํามัน และงานระบบ ต่างๆ (ถ้ามี) ติดตั้งเสร็จเรียบร้อยและได้รับการตรวจพิจารณาจากผู้ควบคุมงานแล้ว บริเวณขอบมุมที่ทําระบบ กันซึม จะต้องได้รับการทํามุมเอียงขนาด 5x5 ซม. ไว้ล่วงหน้าในขณะเทคอนกรีต และให้ทําสูงขึ้นตามแนวขอบ ผนังอย่างน้อย 20 ซม. ซ่อนปลายระบบกันซึมในร่องที่เตรียมไว้อุตด้วยวัสดุอุด ยาแนวให้เรียบร้อย ในกรณีไม่ สามารถซ่อนปลายแผ่นกันซึมได้ จะต้องทํา Flashing ป้องหันปลายแผ่นกันซึม โดยใช้แผ่น อลูมิเนียม หนาไม่ น้อยกว่า 2.0 มม. พับตามความเหมาะสมกับการใช้งาน อุดแนวให้เรียบร้อย รายละเอียดอื่นๆ ที่ไม่ได้กล่าวถึง ให้เป็นไปตามกรรมวิธีของผู้ผลิต และได้รับการพิจารณาเห็นชอบจากผู้ควบคุมงานแล้ว
    3.1 การติดตั้งระบบกันซึมภายในห้องใต้ดิน ถังเก็บน้ําใต้ดิน บ่อน้ํา สระว่ายน้ํา และกระถางต้นไม้ ผู้รับจ้าง จะต้องทําระบบทากันซึมทั้งพื้น และผนังภายใน ตามมาตรฐานการใช้งาน (ถังเก็บน้ําใต้ดิน ให้ทาทั้ง 6 ด้าน) โดยทาอย่างน้อย 2 ชั้น หลังจากนั้นจึงทําการบุวัสดุกรุผิวตามรายละเอียดที่ระบุในแบบและ รายการประกอบ แบบ โดยผู้รับจ้างจะต้องทําระบบกันซึมตามที่ระบุในรายละเอียดผลิตภัณฑ์ และ ดําเนินการตามมาตรฐานผู้ผลิต โดยเคร่งครัด
    3.2 การติดตั้งระบบกันซึมพื้นชั้นล่างภายในทั้งหมด ระเบียง และห้องน้ํา ผู้รับจ้างจะต้องทําระบบทากันซึม พื้นส่วนต่างๆ ตามมาตรฐานการใช้งาน ก่อนทําการเทปูนทราบปรับระดับ หลังจากนั้นจึงทําการปูวัสดุ พื้นตามรายละเอียดที่ระบุในแบบและรายการประกอบแบบ โดยผู้รับจ้างจะต้องทําระบบกันซึมตามที่
    ระบุในรายละเอียดผลิตภัณฑ์ และดําเนินการตามมาตรฐานผู้ผลิตโดยเคร่งครัด
    34
  6. การทดสอบ
    ผู้รับจ้างต้องทําการทดสอบการรั่วซึมของโครงสร้าง คสล.ก่อนทํากันซึม โดยการขังน้ําสูงประมาณ 7.5 ซม. ทิ้งไว้ เป็นเวลาไม่ต่ํากว่า 72 ซม. ถ้าเกิดการรั่วซึมให้ทําการซ่อมแซมแก้ไขให้เรียบร้อยแล้วทําการทดสอบซ้ํา จนไม่เกิด การรั่วซึม แล้วจึงทําระบบกันซึมได้
  7. การรับประกัน
    ผู้รับจ้างจะต้องออกในรับประกันผลงานทั้งด้านคุณภาพวัสดุ และคุณภาพในการติดตั้งว่าจะไม่เกิดการ รั่วซึมเป็น เวลาไม่ต่ํากว่า 5 ปี ถ้าเกิดปัญหาการรั่วซึมขึ้น ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการแก้ไข หรือจัดทําให้ใหม่จน ใช้งานได้ดี โดยเป็นค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างทั้งหมด
  8. ตัวอย่างผลิตภัณฑ์
    LANKO, SIKA, FOSROC, TUCFF CON, DR.FIXIT หรือ เทียบเท่า
    35
    ประตูเหล็ก
    STEEL DOORS AND FRAMES
  9. ข้อกําหนดทั่วไป
    บานประตูเหล็กและวงกบเหล็กที่ได้ระบุไว้ในแบบก่อสร้างทั้งหมด ผู้รับจ้างต้องจัดหาวัสดุอุปกรณ์ แรงงาน การ ประสานงานกับผู้รับเหมาช่วงและการจัดเตรียมเขียนแบบประกอบการติดตั้ง Shop drawing รวมถึงส่วน ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั่วๆ ไป ซึ่งจะต้องแสดงรายละเอียดการติดตั้ง (Installation) การยึด (Fixed) ระยะต่างๆ ให้ถูกต้องตาม แบบสถาปัตยกรรมและหลักวิชาการช่างที่ดีและจะต้องได้รับการอนุมัติจากผู้ควบคุมงาน
  10. วัสดุ
    2.1 เหล็กที่ใช้จะต้องเป็นแผ่นเหล็กชุบสังกะสี (Galvanized)
    2.2 ประตูและวงกบจะต้องพ่นสีรองพื้นภายในและภายนอกมาเรียบร้อยแล้วก่อนนํามาที่สถานที่ก่อสร้าง สี ที่ใช้ จะต้องเป็นสีซึ่งมีคุณสมบัติกันสนิม CAPTAIN, TOA, PAMMASTIC หรือคุณภาพเทียบเท่า
    2.3 วงกบและบาน
    ก. วงกบ ความหนาเหล็กไม่น้อยกว่า 1.6 มม. ขนาดประมาณ 2” x 4” หรือระบุในแบบ
    ข. บาน ความหนาเหล็กไม่น้อยกว่า 1.60 มม. ความหนาของบานประมาณ 44 มม. ภายในบานประตู จะต้อง เสริมโครงสร้าง (Stiffener) ระยะห่างต้องไม่เกิน 20 ซม. จะต้องทําจากเหล็กแผ่นชุบ สังกะสี (Galvanized) จุดรองรับอุปกรณ์ประตูทั้งหมดจะต้องเสริมเหล็กแผ่นชุบสังกะสีหนาไม่ น้อยกว่า 1.5 มม. ขอบบานประตู ต้องเรียบปราศจากรอยตะเข็บ
    2.4 ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ
  11. การด้าเนินงาน
    หรือคุณภาพเทียบเท่า
    3.1 ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาช่างฝีมือที่ดีมีความชํานาญในการติดตั้ง ให้เป็นไปตามรายละเอียดของ Shop Drawing และ ได้มาตรฐานทางวิชาการก่อสร้างที่ดี
    3.2 ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบสถานที่ที่มีการติดตั้งให้สมบูรณ์เรียบร้อย ถ้ามีข้อบกพร่องต่างๆ ให้แก้ไข ให้ถูกต้อง ก่อน จะมีการติดตั้ง
    3.3 การติดตั้งต้องมีความมั่นคงแข็งแรง เปิด-ปิด ได้สะดวก เมื่อปิดจะต้องมีขอยึด หรืออุปกรณ์ รองรับ มิให้เกิดความ เสียหายกับประตูหรือผนัง
    3.1 การติดตั้งวงกบ จะต้องได้ดิ่งและฉากถูกต้องตามหลักวิชาช่างที่ดี การยึดทุกจุดต้องมั่นคงแข็งแรง 3.5 รอยต่อรอบๆ วงกบประตูทั้งภายในและภายนอก ส่วนที่แนบติดกับปูนฉาบคอนกรีตไม้หรือวัสดุ อื่นใด จะต้อง อุดด้วย Silicone Sealant ผลิตโดยบริษัท TOA Paint (Thailand) Public Company Limited หรือ ตามที่ผู้ออกแบบกําหนด หรือเทียบเท่าด้วยความประณีตเรียบร้อย ก่อนการทําการอุดจะต้อง ทําความสะอาดรอยต่อให้ปราศจากฝุ่น คราบ น้ํามัน สิ่งเปรอะเปื้อน สกปรกต่างๆ และจะต้องปฏิบัติตาม คําแนะนําของบริษัทผู้ผลิต Silicone Sealant โดย เคร่งครัด
    3.6 การปรับระดับ ภายหลังการติดตั้งประตูแล้ว อุปกรณ์ทั้งหมดจะต้องได้รับการปรับให้อยู่ใน ลักษณะที่เปิด-ปิดได้ สะดวก
    3.7 ช่องเปิดสําหรับการติดตั้ง ผู้รับจ้างจะต้องไม่พยายามใส่บานประตูเข้ากับช่องเปิดที่ไม่ได้ฉาก หรือ ขนาดเล็ก เกินไป ช่องเปิดจะต้องมีระยะเว้นเพื่อการติดตั้งโดยรอบ ประมาณด้านละ 10 มม. เป็นอย่างน้อย
    36
    3.8 การทําสีตามที่ผู้ออกแบบกําหนดแผ่นประตูและวงกบเหล็ก จะต้องขัดให้ผิวเรียบทําความสะอาด ให้เรียบร้อยไม่ มีฝุ่นคราบน้ํามันใดๆ แล้วพ่นสีป้องกันสนิมอย่างน้อย 2 ครั้ง หรือตามมาตรฐานผู้ผลิตสีกันสนิม แล้วพ่นทับหน้า ด้วยสีน้ํามันอย่างน้อย 2 ครั้ง หรือโดยมีความสวยงามประณีตเรียบร้อย
    3.9 ผู้รับจ้างจะต้องทําความสะอาดในส่วนที่เกี่ยวข้องให้เรียบร้อยทุกแห่ง ผิวส่วนที่เป็นเหล็กของ ประตูทุกด้านให้ สะอาด ปราศจากคราบน้ําปูน รอยขีดข่วน หรือตําหนิต่างๆ ก่อนขออนุมัติตรวจสอบจาก ผู้ออกแบบและส่งมอบ งาน
    3.10 ผู้รับจ้างต้องรับประกันคุณภาพของประตู รวมถึงวัสดุต่างๆ ที่ใช้ในการติดตั้งทั้งหมด หากเกิด ข้อบกพร่องต่างๆ อันเนื่องมาจากคุณสมบัติของวัสดุและการติดตั้ง หลังจากการติดตั้ง ผู้รับจ้างจะต้องมาติดตั้ง ให้ใหม่และซ่อมแซม ให้อยู่ในสภาพที่ดี ด้วยความประณีตเรียบร้อย ตามจุดประสงค์ของผู้ออกแบบ โดยไม่คิด มูลค่าใดๆ ทั้งสิ้น
    37
    ประตู-หน้าต่างไม้
    WOOD DOORS AND WINDOWS
  12. ข้อกําหนดทั่วไป
    1.1 งานวงกบไม้
    ก. ไม้สําหรับทําวงกบจะต้องเป็นไม้ที่ผ่านการอบแห้งดีแล้ว มีขนาด และ ลักษณะตามที่กําหนดใน
    แบบก่อสร้าง
    ข. ลักษณะของไม้วงกบ ต้องไม่แตก ไม่บิด ไม่คดงอ ไม่มีกระพี้ไม้ ไม่มีรูหรือตาไม้ ไม่มีรอยมอดกิน ค. การจัดทําวงกบไม้ จะต้องใส บังใบ เซาะร่อง อย่างประณีต เรียบร้อย การประกอบวงกบ จะต้อง เข้าไม้โดยการเจาะเข้าเดือย และเข้ามุมอย่างประณีต ได้ติ่ง ได้ฉาก หรือได้แนวตามที่กําหนด ห้ามประกอบกันโดยวิธีติดชนโดยเด็ดขาดๆ
    ง. บังใบของวงกบตัวล่างของหน้าต่างทั่วไปต้องลึก 1.5 ซม. และวงกบประตูที่เปิดสู่ภายนอกบังใบ
    ธรณีต้องลึก 2 ซม. ร่องสําหรับติดตั้งกระจกขนาดกว้าง 9 มม.
    จ. วงกบประตูหรือธรณีประตูที่เปิดสู่ภายนอก จะต้องจัดทําบัวกันน้ํา มันกั้นน้ํา และส่วนเอียงเพื่อให้ น้ําไหลออก โดยยื่นให้พ้นขอบผนัง และทําร่องกันน้ําด้านล่าง เพื่อกันน้ําไหลย้อนสู่ผนังและยา แนวด้วยวัสดุกันซึม
    1.2 งานใบบานประตู-หน้าต่างไม้
    ก. ประตูไม้อัด ตามที่ระบุในแบบ
  1. ส่วนที่อยู่ภายในอาคารให้ใช้ประตูไม้อัดชนิดใช้ภายใน
  2. ส่วนที่ติดต่อกับภายนอกอาคารและประตูห้องน้ํา-ห้องส้วม ให้ใช้ประตูไม้อัดชนิดใช้ภายนอก 1. ใบบานต้องมีขนาด และ ลักษณะ ตามที่กําหนดในแบบก่อสร้าง ไม่โก่ง ไม่ปิด ไม่งอ ไม่มีรอย
    ตําาหนิ เช่นรอยแตก ร หรือ ตาไม้
    ค. การปรับใบบาน ต้องปรับให้พอดีกับบังใบของวงกบ ห่างกันไม่เกิน 2 มม. เท่ากันตลอดทั้งแนว ง. บานหน้าต่างคู่ บังใบเป็นมุมฉาก เพื่อป้องกันแสงลอด
    จ. บานหน้าต่างเมื่อปรับเสร็จแล้ว กรอบคิ้วบานและกรอบโดยรอบของบาน จะต้องได้ดิ่งระดับ (เมื่อ
    ติดตั้งมุ้งลวดแล้วจะได้แนวกัน)
  1. อุปกรณ์บานจะต้องติดตั้งให้ได้ ดิ่ง ระดับ การเจาะรูกลอน รูจะต้องพอดีกับกลอน และต้องแต่ง
    ผิวไม้รูกลอนให้สวยงาม
    ช. การใส่บานพับของบาน จะต้องยึดบานพับด้วยน๊อตเกลียวปล่อย ขันด้วยไขควงให้แน่นห้ามใช้
    ค้อนตอกโดยเด็ดขาด เพราะจะทําให้บานตก และบานหลุดออกได้
    ซ. การเจาะไม้เพื่อใส่อุปกรณ์บาน จะต้องเจาะไม้ให้พอดีกับอุปกรณ์ เพื่อความเรียบร้อยสวยงาม 2. การติดตั้งบานเลื่อน ตัวรางเลื่อนจะต้องสั้นกว่าวงกบ 10 ซม. เพื่อการซ่อมแซม ซึ่งอาจจะเกิดขึ้น
    ได้ (เปลี่ยนล้อเลื่อนออกโดยไม่ต้องซื้อชุดบานเลื่อนออกทั้งหมด)

    ญ. การตั้งกันชนบานเลื่อน จะต้องให้พอดีกับบานที่จะชนวงกบ และพอดีกับมือจับ (ไม่ถูกบานหนีบมือ) ฎ. ไม้บังรางจะต้องใส่บานพับ 2 อันด้านบนเพื่อการซ่อมบํารุง โดยเมื่อเปิดไม้บังรางแล้วจะต้องมอง
    บานพับไม่เห็น (บานพับฝังซ่อนอยู่ด้านในของไม้บังราง)
    ฎ.
    บานเลื่อน ตัวบังคับบานด้านล่างจะต้องเซาะร่องบนโดยเหลือริมด้านข้างไว้ประมาณ 5 ซม. เพื่อ ป้องกันบานหลุดและความเรียบร้อยและติดตั้งตัวกันแกว่งที่พื้นหรือวงกบ เพื่อวงกบจะได้ไม่ต้อง
    เซาะร่องวงกบป้องกันไม่ให้ฝุ่นลงร่องได้
    38
  2. วัสดุ
    2.1 วงกบประตู-หน้าต่างไม้ ทั้งหมดให้ใช้ไม้แดง (นอกจากระบุไว้เป็นพิเศษในแบบ) การเข้าไม้จะต้องให้ ถูกต้องตามมาตรฐาน มอก. 504-2527 วงกบและบานกรอบไม้สําหรับประตูและหน้าต่าง วงกบไม้ จะต้องมีขนาดและรูปร่างตามระบุในแบบ หากไม่ได้ระบุให้ใช้
    ก. ขนาด 2” x 4” สําหรับบานที่ใช้ห้องทั่วไป
    ข. ขนาด 2" x 5" สําหรับห้องน้ําหรือผนังห้อง (ที่ติดตั้งประตู) ด้านหนึ่งบุกระเบื้องเคลือบที่มีความ
    หนาไม่เกิน 5 มม.
    ค. ขนาด 2” x 6” สําหรับ
  1. ผนังด้านหนึ่งบุหินอ่อน, แกรนิต หรือกระเบื้องเคลือบที่มีความหนามากกว่า 10 มม.ป 2) ประตูที่ด้านหนึ่งติดตั้งบานมุ้งลวดกรอบบานไม้
  2. ประตู 2 บาน ที่ติดตั้งซ้อนกันในวงกบเดียวกัน 4) ประตูบานเลื่อน เป็นต้น
    2.2 บานประตูไม้อัดสําเร็จรูป ขนาดและความหนามาตรฐาน ให้ใช้ประตูไม้อัดที่ผลิตจากโรงงาน ประตูทุก บานจะต้องมีความหนา 35 มม. ประตูที่มีส่วนใดส่วนหนึ่งติดกันภายนอกอาคาร หรือบานห้องน้ําให้ใช้ ประตูไม้อัดชนิดใช้ภายนอก ไม้อัดที่ใช้ประกอบประตูต้องเป็นไม้จัดประเภทภายนอกชั้นคุณภาพ 1 ตามมาตรฐาน มอก.178-2538 แผ่นไม้อัด บานประตูไม้จริง จะต้องประกอบขึ้นจากไม้สักทอง และ จะต้องประกอบมาจากโรงงานให้เรียบร้อย การบากและการเข้าไม้ จะต้องแน่นและสนิทแข็งแรง ตาม มาตรฐาน มอก. 504-2527 และมีขนาดตามระบุในแบบ
    2.3 บานประตูไม้จริง จะต้องประกอบขึ้นจากไม้สักทอง และจะต้องประกอบมาจากโรงงานให้เรียบร้อย การบากและการเข้าไม้ จะต้องแน่นและสนิทแข็งแรง ตามมาตรฐาน มอก. 504-2527 และมีขนาด ตามระบุในแบบ
    ก. กรณีประตูบานคู่ที่ใช้เปิด-ปิดทางเดียว ตรงขอบบานประตูทั้งสองสัมผัสกันให้ทําบังใบบานประตู ข. ถ้าเปิด-ปิดสองทางขอบบานประตูทั้งสองสัมผัสกันให้ทําขอบบานเรียบ
    2.4 ประตูบานเกล็ดไม้ ให้ใช้ไม้สักคัดเกรดเอียงซ้อนจัดจํานวนเกล็ดและระยะซ้อนให้เหมาะสมกับขนาด
    ความสูงของบาน ส่วนความหนาของเกล็ดที่ใช้จะต้องเหมาะสมกับขนาดความกว้างของบาน
    2.5 บานมุ้งลวดในกรณีที่ระบุให้ติดมุ้งลวด
    ค. มุ่งลวดอลูมิเนียม กรอบอลูมิเนียม หรือในแบบระบุเป็นอย่างอื่น
    ข. มุ่งลวดอลูมิเนียม กรอบบานไม้ หรือในแบบระบุเป็นอย่างอื่น การติดตั้งมุ้งลวดต้องได้ระดับและ
    ติดกันทั้ง 4 ด้าน
  1. การคําเนินงาน
    3.1 ไม้วงกบทุกตัวก่อนนําไปติดตั้งให้ทาด้วยเซอร์และขาว 1 ครั้ง เมื่อติดตั้งแล้ว จะต้องได้ดิ่ง ได้ฉาก
    ถูกต้องตามหลักวิชาช่างที่ดี และตรงตามที่กําหนดในแบบและรายการประกอบแบบ
    3.2 การยึดไม้วงกบกับส่วนที่เป็นคอนกรีต ให้ติดตั้งโดยทําการฝังพุกไม้เตรียมไว้ก่อน แล้วจึงติดตั้งวง
    กบเข้ากับทุกไม้ในภายหลัง โดยยึดด้วยตะปูเกลียว
    3.3 การติดตั้งวงกบไม้กับส่วนที่เป็นผนังก่ออิฐหรือคอนกรีตบล็อค จะต้องเทเสาเอ็นและทับหลัง
    คอนกรีตเสริมเหล็กระหว่างอิฐหรือคอนกรีตบล๊อคกับวงกบไม้ทุกแห่ง
    39
    3.4 ห้ามไม่ให้ตอกตะปูด้านหน้าและด้านในของวงกบทุกวงและจะต้องรักษาผิวของไม้วงกบ โดยการตี ไม้อัดชนิดบาง (หนา 3 มม.) ปิดผิวไม้ ตอกตะปูเข็มยึดเข้ากับวงกบ ที่หน้า วงกบตัวข้างและตัว ล่างของวงกบหน้าต่างและประตู
    3.5 การติดตั้งบานประตูไม้ จะต้องใช้ช่างฝีมือดี ที่มีความชํานาญในการติดตั้ง มาดําเนินการด้วยความ ประณีตเรียบร้อย เมื่อติดตั้งแล้ว จะต้องได้ดิ่ง ได้มาก ได้ระดับ ทั้งในแนวตั้งและในแนวนอน รวมทั้งจะต้องมีความมั่นคง แข็งแรง สามารถ เปิด-ปิด ได้โดยสะดวก
    3.6 ควรมีการตรวจสอบแนวดิ่ง - ฉาก ก่อนการฉาบปูนอีกครั้งหนึ่ง
    3.7 การทาสีงานวงกบไม้และบานประตูไม้ ให้ดูรายละเอียดที่กําหนดในแบบและรายการประกอบ แบบในหมวดที่ 0600: งานไม้ ในหมวดที่ 12006 งานทาสี และในตารางรายการประตู-หน้าต่าง ประกอบการดําเนินงาน โดยให้ถือปฏิบัติตามที่ระบุในรายละเอียดผลิตภัณฑ์ และดําเนินการตาม มาตรฐาน ผู้ผลิตโดยเคร่งครัด
    40
    ประตู-หน้าต่างอลูมิเนียม
    ALUMINIUM DOORS AND WINDOWS
  2. ข้อกําหนดทั่วไป
    ประตูและหน้าต่างอลูมิเนียมที่ได้ระบุไว้ในแบบก่อสร้างทั้งหมด ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมเขียนแบบ ประกอบการติดตั้ง Shop Drawing รวมถึงส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั่วๆ ไป ซึ่งจะต้องแสดงรายละเอียดการ ติดตั้ง (Installation)การยึด (Fixed) แสดงระบบ (Pressure Equalization) การกันน้ําไหลซึม (Watertight) และแสดงระยะต่างๆ ตลอดจนความคลาดเคลื่อน (Tolerance) โดยละเอียดให้ถูกต้องตามมาตรฐาน มอก. 744-2530 วงกบและกรอบบานโลหะสําหรับประตูและหน้าต่าง : หน้าต่างอะลูมิเนียม และ มอก.829-2531 วงกบและกรอบบานโลหะ สําหรับประตูและหน้าต่าง : ประตูอะลูมิเนียม เพื่อขออนุมัติและตรวจสอบตาม ความต้องการของผู้ออกแบบ
  3. วัสดุ
    กรอบวงกบและส่วนประกอบต่างๆ ที่เป็น Aluminium ให้ใช้ Metal Finish เป็น Fluorocarbon Coating หรือ Natural Anodize หรือสี Uniton (Ut-1) ความหนาของผิวชุบ Anodic Film จะต้องไม่ต่ํากว่า 35 Micron การเคลือบและการเตรียมผิวก่อนเคลือบสีให้ดําเนินการตามกรรมวิธีที่ได้กําหนด ในกําหนดมาตรฐาน เลขที่ ASTM D1730-03 Standard Practices for Preparation of Aluminum and Aluminum Alloy Surfaces for Painting ka% ASTM B-449-93 Standard Specification for Chromates on Aluminum ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้ (Allowable Tolerance) 42 Micron -2 Micron และระบบการชุบเป็นลาย ลักษณ์อักษรจากโรงงานผู้ผลิต
    2.1 เนื้อของอลูมิเนียม (Aluminium Extrusion) ที่เป็น Alloy ชนิด 6063-T5 หรือ 505-15 ต้องมี
    คุณสมบัติตาม ASTMSpecification ดังต่อไปนี้
    ก. Ultimate tensile Strength 22,000 PSI
  4. Yield 21,000 PSI
    ค. Shear 17,000 PSI
    ง. Etastic Modulus 10,000,000 PS
    2.2 ขนาดและความหนาหน้าตัดอลูมิเนียมที่ใช้โดยทั่วไปจะต้องเหมาะสมกับลักษณะของตําแหน่งที่จะใช้
    โดยมีความหนาตามรายการคํานวณ แต่ไม่ต่ํากว่าที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้
    ก. ช่องแสง หรือกรอบติดตาย ความทน ไม่ต่ํากว่า 2.0 มิลลิเมตร ข. ประตู-หน้าต่างชนิดบานเลื่อน ความหนาไม่ต่ํากว่า 1.5 มิลลิเมตร
    ค. บานประตูสวิง ความหนาไม่ต่ํากว่า 2.3 มิลลิเมตร ใช้กรอบบานขนาดไม่เล็กกว่า 43 X 49
    มิลลิเมตร
    ง. อลูมิเนียมตัวประกอบต่างๆ ความหนาไม่ต่ํากว่า 1.0 มิลลิเมตร
    จ. เกล็ดอลูมิเนียม ชนิดพับปลายกันน้ําฝน ความหนาไม่ต่ํากว่า 1.5 มิลลิเมตร
  5. วงกบอลูมิเนียมสําหรับประตูภายในทั่วไป ถ้าไม่ได้ระบุไว้ในแบบก่อสร้างเป็นอย่างอื่น ให้ใช้ ขนาดไม่เล็กกว่า 1-3/4" X 4"หน้าต่างชนิดผลักกระทั่ง ความหนาไม่ต่ํากว่า 2.0 มิลลิเมตร ขนาดของวงกบให้มีขนาดเท่ากับความหนาของผนัง หรือตามที่สถาปนิกกําหนดให้ 1.รายการประกอบแบบมาตรฐาน จัดทําโดยคณะทํางานอาสาสมัคร กรรมการวิชาชีพ สมาคม
    สถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์
  6. Flashing อลูมิเนียมในส่วนที่มองไม่เห็น ความหนาไม่น้อยกว่า 2.0 มิลลิเมตร
    41
  7. Flashing อลูมิเนียมในส่วนที่มองเห็น และ/หรือเป็นแผ่นผิวของผนังอาคาร ความหนาไม่ต่ํา
    กว่า 3.0มิลลิเมตร
    ญ. กรอบบานมุ้งลวด หนาไม่ต่ํากว่า 1.5 มิลลิเมตร ขนาดต้องสามารถติดตั้งอุปกรณ์ปิด เปิดได้ 2.3 มุ้งลวด ให้ใช้มุ้งลวดในอ่อน โดยจะต้องมีจํานวนช่องตาข่ายด้านตามยาวของม้วนไม่ต่ํากว่า 16 ช่องต่อ 1 นิ้วจํานวนช่องตาข่ายด้านตามขวางของม้วนไม่ต่ํากว่า 18 ช่องต่อ 1 นิ้ว จัดชุดให้เหมาะสมกับขนาด
    ของช่องเปิด
  8. การดาเนินงาน
    3.1 งานอลูมิเนียมทั้งหมด จะต้องติดตั้งโดยช่างผู้ชํานาญงานโดยเฉพาะ และให้เป็นไปตามแบบขยายและ รายละเอียดต่างๆ ตาม Shop Drawings วงกบและกรอบบานของงานอลูมิเนียมจะต้องได้ดิ่งและฉาก ถูกต้องตามหลักวิชาช่างที่ดี
    3.2 ตะปูเกลียวสําหรับยึดงานอลูมิเนียมติดกับปูน จะต้องใช้ร่วมกับพุกชนิดที่ทําด้วยไนล่อน ระยะที่ยึดจะ ต้องไม่เกินกว่า 50 เซนติเมตร การยึดจะต้องมั่นคงแข็งแรง ตะปูเกลียวที่ใช้ทั้งหมดให้ใช้ชนิดสเตนเลส 3.3 รอยต่อรอบๆ วงกบ ประตู-หน้าต่าง ทั้งภายในและภายนอก ส่วนที่แนบติดกับปูนคอนกรีตหรือวัสดุอื่น ใด จะต้องอุดด้วย One Part Silicone Sealant และรองรับด้วย Joint Backing ชนิด Polyethylene โดยจะต้องทําความสะอาดรอยต่อให้สะอาด ปราศจากคราบน้ํามันและสิ่งสกปรกเสียก่อน ในกรณี จําเป็นจะต้องใช้ Primer ช่วยในการอุดยาแนว ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามกรรมวิธีของผู้ผลิตวัสดุอุด ยาแนวอย่างเคร่งครัด โดยเป็นค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างเอง แล้วแต่งแนวให้เรียบร้อย ขนาดของรอยต่อ
    จะ ต้องกว้างไม่น้อยกว่า 6 มม. แต่ไม่เกิน 10 มม.
    3.4 การสัมผัสกันระหว่างอลูมิเนียมกับโลหะอื่นๆ จะต้องทาด้วย Alkali-Resistant Bituminous Paints
    หรือ Zinc-Chronate Primer หรือ Isolator Tape เลยดบริเวณที่โลหะทั้งสองสัมผัสกันเสียก่อน 3.5 ยางอัดกระจก ให้ทํามาจากวัสดุ EPDM โดยใช้ขนาดที่เหมาะสมกับสภาพการใช้งาน
    3.6 Weather Strip ให้ทํามาจากวัสดุประเภท Polypropylene มีความสูงของใบที่ใช้ต้องมากกว่าช่องห่าง
    ประมาณ 15% ตลอดแนว
    3.7 ประตู หน้าต่างบานเลื่อน จะต้องมีระบบป้องกันมิให้บานหลุดได้อย่างปลอดภัย ช่องเปิดประตู หน้าต่างอลูมิเนียมจะต้องเตรียมช่องระบายน้ําออกได้อย่างเพียงพอเมื่อน้ําฝนสาดเข้าในช่องเปิด
    3.8 ภายหลังการติดตั้งประตู หน้าต่างอลูมิเนียม พร้อมอุปกรณ์ประกอบทั้งหมด จะต้องได้รับการปรับให้
    อยู่ในลักษณะที่เปิด-ปิด ได้สะดวกไม่ติดขัด
    3.9 วงกบและกรอบบานประตู หน้าต่างอลูมิเนียม เมื่อติดตั้งแล้วเสร็จ ผู้รับจ้างจะต้องติด Plastic Tape ป้องกันผิวของวัสดุเอาไว้ เพื่อให้ปลอดภัยจากน้ําปูนหรือสิ่งอื่นใดที่อาจจะทําความเสียหายกับวงกบ และกรอบบาน ห้ามใช้น้ํามันเครื่อง หรือน้ํามันทาผิวอลูมิเนียม เพื่อป้องกันน้ําปูนเป็นอันขาด 3.10 ผู้รับจ้างจะต้องทําความสะอาดผิวส่วนที่เป็นอลูมิเนียมของบานประตู-หน้าต่าง ทั้งด้านนอกและด้าน ในให้สะอาดปราศจากคราบปูน สี หรือสิ่งอื่นใด เพื่อให้ดูเรียบร้อยไม่กีดขวางการยาแนวของ Sealant และการทํางานของอุปกรณ์ประตู-หน้าต่าง ผู้รับจ้างจะต้องไม่ใช้เครื่องมือทําความสะอาด ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผิวของอลูมิเนียม
    42
    อุปกรณ์ประตู-หน้าต่าง
    DOOR AND WINDOW HARDWARE
  9. ข้อกําหนดทั่วไป
    1.1 ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาอุปกรณ์ประตู-หน้าต่าง ตามที่ได้ระบุไว้ใน รายการขุดอุปกรณ์ประตู-หน้าต่าง
    (Hardware Group) เพื่อดําเนินการติดตั้ง ตามตารางรายการประตู-หน้าต่าง
    1.2 ผู้รับจ้างจะต้องเสนอตัวอย่างและรายละเอียด เพื่อพิจารณาอนุมัติ ก่อนการติดตั้ง
    1.3 ผู้รับจ้างจะต้องพิจารณาตามหลักวิชาการ และความเหมาะสมของอุปกรณ์ที่ระบุไว้ หากพบว่าไม่
    ถูกต้อง ให้ผู้รับจ้างนําเสนออุปกรณ์ที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้ออกแบบพิจารณา
  10. วัสดุ
    2.1 นอกจากระบุไว้เป็นอย่างอื่นในแบบก่อสร้างและหมวดอื่นๆ แล้ว ให้ใช้วัสดุที่มีคุณสมบัติและคุณภาพ
    ตามความมุ่งหมายของผู้ออกแบบและต้องได้รับอนุมัติจากผู้ออกแบบก่อนการติดตั้ง
    2.2 บานพับ (Hinge)
    ก. บานพับประตูบานเปิดเหล็กทั่วไปต้องเป็นชนิด Ball Bearing (ชนิดมีลูกปืน) ขนาด 4 1/2" X
    4 1/2" จํานวน 3 ตัว ต่อบานประตู ต้องได้มาตรฐานผู้ผลิต
    ข. บานพับประตูเปิดไม้อัดทั่วไป ต้องเป็นชนิด 4 แหวน ขนาด 4" X 3” จํานวน 3 ตัวต่อบาน ประตู ต้องได้มาตรฐานอุตสาหกรรม มอก. 759-2531 บานพับสําหรับประตูและหน้าต่าง : บานพับสองปีก หรือมาตรฐานที่ใช้อ้างอิงตามหมวด 1 ข.
    ค. บานพับปรับมุม สําหรับหน้าต่างบานเปิดหรือบานกระทุ้ง ต้องได้มาตรฐานอุตสาหกรรม มอก 862-2532บานพับสําหรับหน้าต่าง : บานพับปรับมุมชนิดผิด หรือมาตรฐานที่ใช้อ้างอิงตาม
    หมวด 1ซ.
    ง. ให้ YALE, HAFELE COLT หรือคุณภาพเทียบเท่า
    2.3 กุญแจลูกบิด (Lock Set)
    ก. Lock And Door Knob ลูกบิดโดยทั่วๆ ไป ต้องผ่านการทดสอบ มาตรฐาน ANSI A156.2
    2003 Bored and Preassembled Locks and Latches
    ข. ไส้กุญแจต้องมีจํานวนไม่ต่ํากว่า 6 Pin Cylinders ทําจาก Solid Brass
    ค. ลูกกุญแจต้องทําจาก Nickel Silver
    ง. ประตูบานเปิดทั่วไปให้ใช้ลูกบิด Heavy Duty ผิว Satin Finish
    จ. ให้ใช้ YALE, HAFFLE COLT หรือคุณภาพเทียบเท่า
    2.4 กุญแจติดตาย (Deadbolt Set)
    ก. ต้องเป็นชนิด 1” (25 Mm) Throw, ประกอบด้วย Concealed Hardened Steel Rolter
    สามารถป้องกันการตัดและเลื่อย Bolt
    ข. ไส้กุญแจต้องมีจํานวนไม่ต่ํากว่า 6 Pin Cylenders ทําจาก Solid Brass
    ค. ได้มาตรฐาน ANSI A156.5-2001 Auxiliary Locks Grade 2 และ Gracle 3
    ง. YALE, HAFELE, COLT หรือคุณภาพเทียบเท่า
    2.5 อุปกรณ์กันกระแทกประตูและผนัง (Door And Wall Bumper)
    ก. ประตูบานเปิดทุกบานให้ติดตั้งที่กันกระแทก (Door Bumper) ทําด้วยยางกันกระแทกและ
    กรอบ Stainless Steel
    43
    ข. ประตูบานเปิดสําหรับห้องส้วมในห้องน้ํารวม (Public Rest Room) ให้ติดตั้งที่กันกระแทก
    ชนิดมีขอแขวนหาจาก Stainless Steel ยางกันกระแทกทําจากยางชนิดแข็ง
    2.6 กลอน (Bolt)
    ก. กลอนที่ใช้ติดประตูบานเปิดคู่ ให้ใช้กลอน Stainless Steel ขนาด 6” ฝังเรียบในบานประตู
    ทั้งบนและล่างเฉพาะด้านที่ไม่ติดกุญแจลูกบิด
    ข. กลอนที่ใช้ติดหน้าต่าง ให้ใช้กลอน Stainless Steel บน ขนาด 6” และกลอนล่างขนาด 4 2.7 แถบกันฝนและธรณีประตู (Weather Strip And Threshold)
    ก. สําหรับประตูภายนอก ให้ติดตั้งแถบกันฝนและธรณีประตู
    2.8 มีอจับและแป้นผลัก (Handel And Push Plate)
    ก. มือจับหน้าต่างหรือบานประตูที่ไม่ได้ติดกุญแจ ลูกบิดให้ติดมือจับเหล็กชุบโครเมียม ขนาด 4
    1
    บานละ 1 ชุด
    ข. ประตูที่เปิด 2 ทาง (2-Way Swing) ให้ติดตั้งแป้นผลัก Stainless ขนาด 0.10 X 0.30 ซม. ค. มือจับฝังในบานผิว Stainless สําหรับบานเลื่อน และบานเฟี้ยม
    ง. มีอจับบานกระทุ้ง
  1. มือจับผิว Stainless สําหรับบานไม้
  2. มือจับเหล็กสําหรับหน้าต่างเหล็กตามมาตรฐานผู้ผลิต
  3. มือจับสําหรับบานอลูมิเนียม (Fastener) สีเหมือนกับกรอบบานอลูมิเนียม
    2.9 อุปกรณ์รางเถื่อน (Sliding Door Equipments)
    ก. รางเลื่อน สําหรับบานเลื่อนและบานเฟี้ยมไม้ HAFELE หรือเทียบเท่า ข. รางเลื่อน สําหรับบานเลื่อนขนาดใหญ่ จะต้องมี Guide Rail ด้วย
    2,10 อุปกรณ์บานเกล็ดปรับมุม (Adjustable Louver)
    ก. ให้ใช้อุปกรณ์บานเกล็ดปรับมุม ขนาด 4” แบบมือหมุนของสามศรี หรือ คูณภาพเทียบเท่า
    2.11 ขอรับ-ขอสับ (Hook Set)
    ก. ขอรับ-ขอสับ สําหรับบานหน้าต่างที่ติดบานพับธรรมดา ให้ติดขอรับ-ขอสับเหล็กชุบโครเมียม 2.12 อุปกรณ์ประสานปิดประตูก่อน-หลัง (Co-Coordinator)
    ก. สําหรับประตูบานเปิดคู่ ที่มีบังคับและติดตั้ง Door Closer ให้ใช้อุปกรณ์ประสานปิดประตู
    2.13 ลูกกุญแจ (Keys)
    ก. ให้ผู้รับจ้างจัดทําระบบกุญแจ Grand Master Key, Master Key, Sub Master Key เสนอ
    ให้กับผู้ออกแบบก่อนการติดตั้ง
    ข. ลูกกุญแจต้องทําจากวัสดุ Nickel Silver
    ค. กุญแจ และลูกบิดประตูแต่ละชั้น ให้จัดทําลูกกุญแจ “Sub Master Key” สําหรับลูกบิดแต่
    ละชั้น จํานวนชั้น 5 ดอก
    ง. กุญแจและลูกบิดประตูทุกบานให้จัดทําลูกกุญแจเฉพาะแต่ละลูกบิด จํานวนลูกบิดละ 2 ดอก
    44
  1. การดําเนินงาน
    3.1 ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาวัสดุที่จะใช้แต่ละชนิด ไม่น้อยกว่า 2 ตัวอย่าง เพื่อขออนุมัติและตรวจสอบตาม
    ความต้องการของ ผู้ออกแบบ ก่อนที่จะนําไปติดตั้ง เช่น
    ก. ตัวอย่างของ Hardware ที่จะใช้ในงานก่อสร้างแสดงถึง ขนาด ลวดลาย สี และ Finishing ข. รายละเอียดประกอบตัวอย่างของ Hardware แสดงถึง ระบบกุญแจ (Key Systern), Function และ Specification แสดงถึงคุณสมบัติและข้อแนะนําในการติดตั้งจากบริษัทผู้ผลิต ค. ผู้รับจ้างต้องส่งรายละเอียดแสดงระยะ ตําแหน่ง การติดตั้งของ Hardware ให้ผู้ออกแบบ
    ได้รับรู้และอนุมัติก่อนการติดตั้ง Hardware
    3.2 ผู้รับจ้างต้องจัดหาช่างฝีมือที่ดีมีความชํานาญในการติดตั้ง ทุกส่วนที่ติดตั้งแล้วจะต้องได้ระดับในแนวตั้ง
    และแนวนอน ด้วยความประณีตเรียบร้อยถูกต้องตามหลักวิชาช่างที่ดี
    3.3 ผู้รับจ้างต้องมีการประสานงานร่วมกับผู้รับเหมาหลัก เพื่อกําหนดตําแหน่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในการ ติดตั้ง Hardware รวมถึงงานประตู-หน้าต่าง ที่จะมีการติดตั้งให้สมบูรณ์เรียบร้อย ถ้ามีข้อบกพร่องใดๆ ให้แก้ไขถูกต้องก่อนจะมีการติดตั้ง
    3.4 Hardware ที่ติดตั้งแล้วต้องมีความมั่นคงแข็งแรง มีอายุการใช้ยาวนาน เปิด-ปิดได้สะดวก เมื่อเปิดปิด จะต้องมีอุปกรณ์รองรับมิให้เกิดความเสียหายกับประตู-หน้าต่างหรือผนัง และสิ่งเกี่ยวข้องต่างๆ 3.5 ตะปูควง หรือตะปูเกลียว ทุกตัวที่ขันติดกับไม้ วัสดุที่เป็นโลหะ ผนัง ค.ส.ล. กําแพงก่ออิฐฉาบปูน จะต้องใช้ร่วมกับพุกพลาสติกที่แข็งแรง ทําด้วย Nylon หรือเทียบเท่า และใช้ถูกต้องตามหลักวิชาช่าง ที่ดี การยึดทุกจุดต้องมั่นคงแข็งแรงประณีตเรียบร้อย ตะปูควงหรือตะปูเกลียวที่แสดงหัวให้ใช้แบบหัว ฝังเรียบ (Phillips Head) ทั้งหมด
    3.6 จะต้องเตรียมกุญแจ Master Key, Grand Master Key, Locks และ Cylinders ต้องได้รับความ
    เห็นชอบจากผู้ออกแบบและนายจ้าง หรือระบุเป็นอย่างอื่น
    3.7 จะต้องมีกุญแจที่ใช้ระหว่างการก่อสร้าง (Construction Keying) เป็นกุญแจชั่วคราวเท่านั้น ให้ยกเลิก กุญแจชั่วคราวหลังจากโครงการได้เสร็จเรียบร้อยแล้ว และให้ใช้กุญแจจริง จํานวนกุญแจจริง ต้อง ได้รับความเห็นชอบจากผู้ออกแบบและผู้ว่าจ้าง
    3.8 ผู้รับจ้างต้องทําความสะอาดทุกแห่งที่เกี่ยวข้องหลังจากการติดตั้ง โดยปราศจากรอยขูดขีดหรือมีตําหนิ
    ต่างๆ และต้องไม่เปรอะเปื้อน ก่อนขออนุมัติการตรวจสอบจากผู้ออกแบบและส่งมอบงาน 3.9 ผู้รับจ้างจะต้องรับประกันคุณภาพคุณสมบัติของวัสดุและการติดตั้ง หลังจากการติดตั้งแล้วต้องแข็งแรง ปราศจากตําหนิต่างๆ หากเกิดตําหนิต่างๆ ผู้รับจ้างจะต้องเปลี่ยนให้ใหม่หรือซ่อมแซมแก้ไขให้อยู่ใน สภาพสมบูรณ์ ตามจุดประสงค์ของผู้ออกแบบ โดยไม่คิดมูลค่าใดๆ ทั้งสิ้น
    3.10 ชุดอุปกรณ์ประตู-หน้าต่าง
    3.11 ตารางการใช้อุปกรณ์กับประตู หน้าต่าง ให้ใช้ตามที่ระบุในแบบหากมิได้ระบุให้ใช้ตามข้อ 2
    45
    กระจก
    GLAZING
  2. ข้อกําหนดทั่วไป
    1.1 ให้ใช้กระจกที่ผลิตภายในประเทศ กรรมวิธีผลิตแบบ FLOAT GLASS นอกจากจะระบุเป็นอย่างอื่น 1.2 กระจกที่ใช้จะต้องมีคุณภาพดี ผิวเรียบสม่ําเสมอตลอดทั้งแผ่น ปราศจากริ้วรอยขีดข่วน ไม่หลอกตา
    หรือฝ้ามัว
    1.3 กระจกที่ใช้จะต้องเป็นกระจกใส กระจกตัดแสง หรืออื่นๆ ตามที่ระบุในแบบก่อสร้าง และจะต้องมีการ
    แต่งลบมุมให้เรียบร้อย มีขนาด และความหนาตามที่ต้องการ
    1.4 ความหนาของกระจก ให้ใช้ความหนาของกระจกดังนี้
    ก. สําหรับหน้าต่างโดยทั่วไป 6 มม.
    ข. สําหรับประตู 6 มม.
    ค. สําหรับกระจกติดตาย 6 มม.
    ง. สําหรับกระจกติดตาย ที่มีขนาดกว้างเกินกว่า 1.50 ม. 8 มม.
    จ. สําหรับกระจกบานเกล็ด 5 มม.
  3. สําหรับกระจกประตูหรือหน้าต่างที่มีการเจียรขอบ 8 มม.
    ซ. สําหรับกระจกหลังคา SKY-LIGHT ต้องใช้กระจกนิรภัยชนิดอัดซ้อน 2 ชั้น (AMINATED
    GLASS) ความหนาไม่น้อยกว่า 8 มม.
    1.5 รายการอ้างอิง
  4. วัสดุ
    ก. มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ 880-2547 กระจกโฟลตใส
    ข. มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ 965-2537 กระจกสําหรับอาคาร : กระจกนิรภัยเทมเปอร์ ค. มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ 1222-2539 กระจกสําหรับอาคาร : กระจกนิรภัยหลาย
    ชน
    ง. มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ 1345-2539 กระจกแผ่นสีตัดแสง
    2.1 กระจกประเภท FLOAT GLASS ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ
  1. หรือเทียบเท่า
    2.2 กระจกนิรภัยประเภท TEMPERED หรือ LAMINATED ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ
  2. หรือเทียบเท่า
    46
    2.3) วัสดุยาแนวประเภท SILICONE ชนิด ARCHITECTURAL GRADE ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ
  3. TOA
  4. SISTA
  5. จระเข้
  6. หรือเทียบเท่า
    2.4) ยางอัดกระจกประเภท NEOPRENE (GASKET) ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ
  7. หรือเทียบเท่า
  1. การดาเนินงาน
    3.1 การบรรจุกระจกเข้ากรอบทั่วไป ผู้รับจ้างจะต้องระมัดระวังในการใช้วัสดุอุดยาแนว ซึ่งอาจจะก่อให้เกิด
    ความสกปรก เลอะเทอะ หรือความเสียหายกับกระจก หรือกรอบบานในภายหลัง
    3.2 การล้างหรือทําความสะอาดเนื่องจากวัสดุอุดยาแนวนี้ ผู้รับจ้างจะต้องใช้ทินเนอร์ หรือน้ํายาอื่นๆที่ ผู้ผลิตได้แนะนําไว้เท่านั้น ห้ามมิให้ผสมน้ํายาใดๆ อันจะทําให้ความเข้มข้นของวัสดุอุดยาแนวลด
    น้อยลง โดยมิได้รับความเห็นชอบจากสถาปนิก
    3.3 ห้ามมิให้บรรจุกระจกเข้ากรอบในขณะที่สียังไม่แห้ง
    3.4 ผิวของกรอบบานและกระจก ก่อนใช้วัสดุยาแนวต้องทําความสะอาดให้ปราศจากความชื้น ไขมัน และ ฝุ่นละออง หลังจากยาแนวจะต้องตกแต่งวัสดุยาแนวส่วนที่เกินให้เรียบร้อย ก่อนที่วัสดุยาแนวนั้นจะ
    แข็งตัว
    3.5 กระจกทั้งหมดจะต้องสะอาด และปราศจากรอยขีดข่วน แตกร้าว หรือความคลาดเคลื่อนใดๆ ในเวลา
    ส่งมอบงาน
    …..
    47
    งานกระเบือง Tiling Work
  2. ข้อกําหนดทั่วไป
    ผู้รับจ้างจะต้องส่งรายละเอียด ข้อกําหนดคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ที่ใช้ ข้อมูลทางเทคนิค ข้อแนะนําการ ติดตั้ง และข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวกับสินค้าของตนตามที่ผู้ควบคุมงานต้องการเพื่อพิจารณาตรวจสอบ ผู้รับจ้างต้องจัดทํา Shop Drawing เพื่อให้ผู้ควบคุมงานตรวจสอบโดยแสดงรายละเอียดดังต่อไปนี้
    ก. แปลน และรูปด้านของการปูกระเบื้องทั้งหมด ระบุรุ่นของกระเบื้องแต่ละรุ่นให้ชัดเจน
    ข. แบบขยายการติดตั้งบริเวณ ขอบ มุม รอยต่อ จุดจบ ตําแหน่งของเส้นแบ่งแนว หรือ เส้นขอบคิ้ว
    PVC และ เศษของกระเบื้องทุกส่วน
    ค. อัตราความลาดเอียงและทิศทางการไหลของน้ําของพื้นแต่ละส่วน
    ง. แบบขยายอื่น ที่เกี่ยวข้องหรือจําเป็นตามที่ผู้ควบคุมงานต้องการ อาทิ ตําแหน่งติดตั้งอุปกรณ์งาน
    ระบบที่เกี่ยวข้อง เช่น สวิทซ์ ปลั๊ก ท่อระบายน้ําที่พื้น หรือ ช่องซ่อมบํารุง ต่างๆเป็นต้น ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาวัสดุแรงงานและอุปกรณ์อื่นๆ ที่จําเป็นในการบุ ปูกระเบื้อง ตามระบุในแบบรูปและ
    รายการ รวมถึงการทําความสะอาดป้องกันมิให้ส่วนที่ทําการตกแต่งแล้วชํารุดเสียหาย
  3. วัสดุ
    2.1 วัสดุที่นํามาใช้ ต้องเป็นวัสดุใหม่ที่ได้มาตรฐานของผู้ผลิต ปราศจากรอยร้าว หรือตําหนิใดๆ 2.2 รายละเอียด รูปแบบ ชนิด ขนาด ความหนา สีและลวดลาย ตามที่ระบุในแบบ
    2.3 ให้ใช้กระเบื้องชั้นคุณภาพที่ 1 ขนาดให้เป็นไปตามแบบ คุณสมบัติไม่ต่ํากว่า มอก. 37-2529 กระเบื้อง
    ดินเผาปูพื้น เป็นกระเบื้องสําหรับปูพื้นทั้งหมด
    2.4 กระเบื้องเซรามิค เกรด A ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ 2.5 กระเบื้องดินเผาเคลือบ ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ
    2.6 กระเบื้องเซรามิคต่างประเทศให้เป็นไปตามที่แสดงในแบบ
    2.7 วัสดุติดกระเบื้องและวัสดุยาแนวกระเบื้อง ตามมาตรฐาน ANSI A118.1 Dry-Set Portland Cerment
    ให้ใช้ ผลิตภัณฑ์ของ
  4. วิธีการดาเนินงาน
    3.1 การเตรียมผิว
    ก. ทําความสะอาดพื้นผิวที่จะปูกระเบื้องให้สะอาดปราศจากฝุ่นผงคราบไขมันและสกัดเศษปูนทรายที่
    เพราะอยู่ออก ให้หมด ล้างทําความสะอาดด้วยน้ํา
    ข. เทปูนทรายหรือฉาบปูนรองพื้น เพื่อปรับระดับให้ได้ดึง ได้ฉาก ได้แนว ได้ความลาดเอียงตาม ข้อกําหนดที่ระบุไว้ในงานฉาบปูน ขูดขีดผิวให้เป็นรอยหยาบตลอดพื้นที่ขณะที่ผิวปูนทรายยัง หมาดๆ อยู่
    ค. หลังจากเทปูนทรายหรือฉาบปูนรองพื้นแล้ว 24 ชั่วโมง ให้ทําการบ่มตลอด 3 วัน แล้วจึงเริ่ม
    ดําเนินการปู กระเบือง
    3.2 การเตรียมแผ่นกระเบื้อง ให้นําไปแช่น้ํา ก่อนนํามาใช้ ก่อนปูกระเบื้อง ให้ราดน้ําทําความสะอาดพื้นให้ เรียบร้อย และใช้กาวซีเมนต์ในการยึดติดกระเบื้อง ด้วยการ โบกให้ทั่วพื้น หรือผนัง แล้วจึงปูกระเบื้อง โดยให้ถือปฏิบัติตามที่ระบุในรายละเอียดผลิตภัณฑ์ และ ดําเนินการตามมาตรฐานผู้ผลิตโดยเคร่งครัด
    48
    3.3 การปูกระเบื้อง
    ก. ทําการหาแนวกระเบื้อง กําหนดจํานวนแผ่น และเศษแผ่นตามความเห็นชอบของผู้ควบคุมงาน
    แนวกระเบื้อง ทั่วไปให้ห่างกันประมาณ 2 มิลลิเมตร หรือตามที่ระบุไว้ในแบบ
    ข. ทําความสะอาดผิวปูนทรายรองพื้นให้สะอาด ปราศจากคราบไขมัน และเศษปูนทรายหรือสิ่ง สกปรกอื่นใด แล้ว พรมน้ําให้เปียกโดยทั่วกันเริ่มปูกระเบื้องตามแนวที่แบ่งไว้ โดยใช้กาวซีเมนต์
    เป็นตัวอืด
    ค. จัดแต่งแนวให้ตรงกันทุกด้านทั้งพื้นและผนัง การเข้ามุมกระเบื้องต้องใช้วิธีเจียรขอบ 45 องศา
    ประกบเข้ามุมเว้น แต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น
    ง. กดเกาะแผ่นกระเบื้องให้แน่นไม่เป็นโพรง ในกรณีที่เป็นโพรงจะต้องรื้อออกและทําการบุใหม่ จ. ขอบมุมกระเบื้องโดยทั่วไป ให้ใช้เส้น PVC สําเร็จรูปติดตั้งตามลักษณะของแต่ละมุมส่วนสีเป็นไป
    ตามที่ระบุ
    3.4 ไม่อนุญาตให้ปูกระเบื้องทับขอบวงกบใดๆ ทุกกรณี
    3.5 หลังจากปูกระเบื้องแล้วเสร็จ ทิ้งให้กระเบื้องแห้งแข็งตัวโดยไม่ถูกกระทบกระเทือนเป็นระยะเวลา อย่างน้อย 2 วัน ยาแนวรอยต่อด้วยกาวซีเมนต์สําหรับยาแนวโดยเฉพาะ โดยใช้สีตามที่สถาปนิก กําหนดให้
    3.6 ผิวกระเบื้องทั้งหมดเมื่อปูเสร็จเรียบร้อยแล้วจะต้องได้ดิ่ง ได้แนว ได้ระดับ เรียบสม่ําเสมอ ความไม่ เรียบร้อย ใดๆ ที่เกิดขึ้นตามความเห็นของสถาปนิก ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการแก้ไขโดยเป็นค่าใช้จ่าย ของผู้รับจ้าง งหมด
    3.7 ทิ้งไว้จนปูนยาแนวแห้งหมาดๆ จึงเริ่มเช็ดทําความสะอาดคราบน้ําปูนที่ติดอยู่บนแผ่นกระเบื้องออกให้
    เรียบร้อย
    3.8 ทําความสะอาดผิวกระเบื้อง แล้วลง Wax ขัดให้ทั่วอย่างน้อย 1 ครั้ง
    3.9 กระเบื้องดินเผาที่ไม่ได้เคลือบผิว หลังจากปูเสร็จแล้ว จะต้องเคลือบผิวด้วยน้ํายาเคลือบใสประเภท
    PENETRATION SEALER ให้ทั่วพื้นอย่างน้อย 2 เที่ยว
    19
    ระบบโครงคร่าวโลหะ
    Metal Stud Framing System
  5. ข้อกําหนดทั่วไป
    1.1 ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายพร้อมจัดหาวัสดุ แรงงานที่ชํานาญงานโดยเฉพาะ และอุปกรณ์ที่ จําเป็นในการทําระบบโครงเคร่าโลหะของส่วนต่างๆ ของอาหาร ส่วนประกอบ หรือ โครงสร้างตามที่ ระบุในแบบและรายการประกอบแบบผู้รับจ้างจะต้องส่งรายละเอียด ข้อกําหนดคุณสมบัติของ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ ข้อมูลทางเทคนิค ข้อแนะนําการติดตั้ง และข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวกับสินค้าของตนตามที่ผู้ ควบคุมงานต้องการเพื่อพิจารณาตรวจสอบผู้รับจ้างต้องจัดทํา Shop Drawing เพื่อให้ผู้ควบคุมงาน ตรวจสอบโดยแสดงรายละเอียดดังต่อไปนี้
    ก. แบบแปลน หรือรูปด้านของผนัง หรือฝ้าเพดาน แสดงตําแหน่งของโครงเคร่าทุกจุด ข. แบบขยายการติดตั้งบริเวณ ขอบ มุม รอยต่อ จุดจบ การขนมุมผนังของระบบโครงเคร่าโลหะ ค. แบบรายละเอียดการยึดยัน ห้อยแขวนกับโครงสร้างอาคาร หรือผนังส่วนต่างๆ ง. แบบขยายอื่น ที่เกี่ยวข้องหรือจําเป็นตามที่ผู้ควบคุมงานต้องการ อาทิ ตําแหน่งติดตั้งอุปกรณ์ งานระบบที่เกี่ยวข้อง เช่น สวิทซ์ ปลั๊ก ท่อระบายน้ําที่พื้น หรือ ช่องซ่อมบํารุง ต่างๆเป็นต้น 1.2 ผู้รับจ้างจะต้องตรวจสอบแบบก่อสร้างงานระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศ และระบบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง กับงานฝ้าเพดาน เพื่อเตรียมโครงสร้างสําหรับยึดดวงโคม หัวจ่ายระบบปรับอากาศ และประสานงาน กับงานส่วนอื่นๆ ให้ทํางานไปด้วยความเรียบร้อย
    1.3 ในกรณีที่จําเป็นต้องเตรียมช่องสําหรับเปิดฝ้าเพดาน หรือผนัง สําหรับซ่อมแซมส่วนต่างๆ ของอาคาร
    ในภายหลัง ให้แข็งแรงและเรียบร้อย ตามที่กําหนดในแบบก่อสร้าง หรือตามความเหมาะสม 1.4 ความสูงของฝ้าเพดานให้ถือตามระบุในแบบแต่อาจเปลี่ยนแปลงได้เล็กน้อยตามคําแนะนําของผู้ควบคุมงาน
  6. วัสดุ
    2.1 โครงคร่าวเหล็กชุบสังกะสี ให้ใช้ชนิดเหล็กชุบสังกะสี ความหนาแผ่นเหล็กที่ใช้ทําโครงคร่าวไม่ต่ํากว่า 0.50มม. ขนาดของโครงคร่าวรูปตัวซีสําหรับฝ้าเพดานขนาดไม่ต่ํากว่า 15 x 35 มม. ขนาดของโครง คร่าวรูปตัวซีสําหรับผนังขนาดความกว้างไม่ต่ํากว่า 6.5 มม. ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ มอก.
    2.2 โครงเคร่าโลหะ T-BAR ในส่วนที่ระบุให้ใช้เคร่าผ้าแบบ T-BAR ให้ใช้วัสดุทําด้วยเหล็กชุบสังกะสีเคลือบ
    สีสันโครงหลักสูงไม่น้อยกว่า 35 มม ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ มอก.
  7. วิธีการดาเนินงาน
    3.1 การติดตั้งโครงคร่าว
    ก. ยึดฉากริมฉาบเรียบกับผนังโดยรอบ ให้ได้ระดับที่ต้องการ
    ข. ยึดฉากเหล็กเข้ากับโครงสร้างอาคารให้ได้แนว โดยวางระยะห่างกัน 1.20 x 1.20 ม. ด้วยทุก เหล็ก 6 มม. โครงเคร่าโลหะสําหรับฝ้าเพดานแบบฉาบรอยต่อ หากในแบบรูปไม่ได้ระบุให้ติดตั้ง
    โครงเคร่าโลหะขนาดตาราง 0.40 × 1.00 ม.โดยตลอด
    ค. ยึดปลายด้านหนึ่งของลวดเข้ากับฉากเหล็ก
    ง. สอดปลายอีกด้านหนึ่งของลวดเข้ากับสปริงปรับระดับและชุดนิ้วโครง ปรับระดับด้วยสปริงปรับ
    ระดับ ห้ามยึดลวดกับส่วนที่ไม่ใช่โครงสร้าง เช่น ท่อน้ํา หรือ SUPPORTของท่อแอร์ เป็นต้น
    50
  8. ติดตั้งโครงคร่าวบนเข้ากับชุดนิ้วโครง ทุกระยะ 1.20 ม.
  9. ติดตั้งโครงคร่าวล่างเข้ากับโครงคร่าวบนด้วยตัวล็อคโครง โดยวางแนวให้ได้ฉากกับโครงคร่าวบน
    วางโครงคร่าวล่างทุกระยะ 0.40 ม. วัดจากศูนย์กลางถึงศูนย์กลางคร่าว
    ช. รอยต่อของเคร่าจะต้องสนิทและเรียบร้อย รอยต่อของกระเบื้องกับผนังหรือเสา หรือตรงส่วนที่
    เปลี่ยนระดับให้ปฏิบัติตามแบบขยายแบบก่อสร้างหากไม่ระบุจะต้องทําแบบขยายให้ผู้ควบคุม
    งานอนุมัติก่อน
    ซ. ปรับระดับโครงคร่าวทั้งระบบอย่างละเอียดที่สปริงปรับระดับ
    3.2 การติดตั้งแผ่น
    ก. ติดตั้งแผ่นยิปซั่มบอร์ด ชนิดขอบลาดเข้ากับโครงคร่าวล่าง ยึดแผ่นด้วยสกรูเกลียวปล่อยระยะไม่
    เกิน 25 ซม.
    ข. ขนส่งหัวตะปูเกลียวให้จมลงในแผ่นเล็กน้อย บริเวณด้านหัวและท้ายของแผ่นให้ยิงด้วยสกรูห่าง
    15 ซม.
    ค. รอยต่อบริเวณเข้ามุมของแผ่นยิบซั่มบอร์ด เช่น มุมฝ้าลดระดับ มุมผนัง และจุดหักมุมรอยต่อ
    อื่นๆ จะต้องเสริมเหล็กฉากชุบสังกะสีทุกมุมตลอดความยาวก่อนการฉาบปิดทับ
    ง. เมื่อติดตั้งแผ่นเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงดําเนินการฉาบอุดหัวสกรู และติดเทปฉาบแนวรอยต่อแผ่น ให้เรียบร้อยตามคําแนะนําของผู้ผลิต โดยเฉพาะบริเวณฝ้าบรรจบกับผนังจะต้องติดเทปแล้วจึง ฉาบรอยต่อให้เรียบร้อยเช่นกัน
    จ. ตรวจสอบความเรียบของฝ้าเพดานโดยใช้ไม้บรรทัดยาว 2.00 ม. ทาบที่กึ่งกลางแนว วัดที่ปลาย
    ไม้บรรทัดกับผิวแผ่นฝ้าจะต้องไม่เกิน 5 มม. ทุกแนว
  10. ในส่วนที่กําหนดให้ทาสี ให้ดําเนินงานตามรายละเอียดที่กําหนดไว้ในหมวดงานสี 12006 โดย
    เคร่งครัด
    ข. ฝ่าที่ติดตั้งแล้ว จะต้องได้ฉากในแนวตั้ง และได้ระดับในแนวนอน และจะต้องทําความสะอาดให้
    เรียบร้อย
    51
    งานฉาบปูน
    CEMENT PLASTER
  11. ข้อกําหนดทั่วไป
    1.1 ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายพร้อมจัดหาวัสดุ แรงงานที่ชํานาญงานโดยเฉพาะ และอุปกรณ์ที่ จําเป็นในการฉาบปูนของส่วนต่างๆ ของอาคาร ส่วนประกอบ หรือ โครงสร้างตามที่ระบุในแบบและ
    รายการประกอบแบบ
    1.2 ผู้รับจ้างจะต้องส่งรายละเอียด ข้อกําหนดคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ที่ใช้ ข้อมูลทางเทคนิค ข้อแนะนํา
    การติดตั้ง และข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวกับสินค้าของตนตามที่ผู้ควบคุมงานต้องการเพื่อพิจารณาตรวจสอบ 1.3 ผู้รับจ้างจะต้องจัดเตรียมแบบ (SHOP DRAWING) หรือแผงตัวอย่าง (MOCK UP PANEL) เพื่อ ตรวจสอบก่อนการอนุมัติเห็นชอบโดยผู้ควบคุมงาน โดยปูนฉาบที่ระบุไว้เป็นการฉาบปูนเรียบจะต้องมี พื้นผิวที่เรียบสม่ําเสมอไม่เกิดรูพรุน หรือมีเม็ดทรายที่มีขนาดโตกว่าที่กําหนดปรากฏขึ้นมามากเกินไป
    พื้นผิวที่ฉาบปูนเรียบร้อยแล้วจะต้องได้ระนาบมีความเรียบสม่ําเสมอไม่เกิดคลื่น (WAVING) และต้อง ยึดเกาะติดแน่นกับพื้นผิวที่ฉาบเมื่อเคาะตรวจสอบแล้ว ไม่มีเสียงดังที่แสดงถึงการไม่ยึดเกาะของปูน
    ฉาบกับผนังที่รองรับ
    1.4 ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินงานผิวฉาบปูนผนังตามลักษณะการฉาบปูน ตามที่กําหนดไว้โดยเคร่งครัด ทั้งการ เตรียมพื้นผิว การฉาบปูน รวมถึงการบ่มปูนฉาบ และทิ้งไว้จนปูนฉาบแห้ง แข็งตัวดีแล้ว จึงทําความ สะอาดปัดกวาดเศษปูนที่ติดอยู่ออก แล้วทาสีตาม หมวดที่ 12006 งานทาสี
    1.5 ผู้รับจ้างต้องจัดทํา Shop Drawing เพื่อให้ผู้ควบคุมงานตรวจสอบโดยแสดงรายละเอียดดังต่อไปนี้
    ก. ตําแหน่งของงานฉาบปูนแสดงส่วนที่เกี่ยวข้อง อาทิ แนวเสา คาน หน้าต่างประตู หรือแนวท่อ
    ที่ฝังอยู่ภายในผนังฉาย
    ข. ตําแหน่งติดตั้งตะแกรงกันแตก
    ค. ระยะร่อง หรือแนวชักร่องกันการแตกร้าวทั้งหมดในการฉาบนั้นๆ
    ง. แบบขยายอื่น ที่เกี่ยวข้องหรือจําเป็นตามที่ผู้ควบคุมงานต้องการ
  12. วัสดุ นอกจากระบุไว้เป็นอย่างอื่นในแบบก่อสร้าง ให้ใช้วัสดุที่มีคุณสมบัติ ดังนี้
    2.1 ปูนซิเมนต์ ใช้ปูนซิเมนต์ปอร์ตแลนด์คุณภาพเทียบเท่ามาตรฐาน ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมไทย มอก. 80-
    2517 ปูนซีเมนต์ผสม
    2.2 ปูนขาว/น้ํายาผสมปูนฉาบ
    2.2.1 ใช้ปูนขาวหินที่เผาสุกดีแล้ว ต้องเป็นปูนใหม่ไม่รวมตัวจับกันเป็นก้อนแข็ง
    2.2.2 น้ํายาผสมปูนฉาบ ต้องมีคุณภาพการยึดเกาะแน่น ลดการแตกร้าวช่วยกระจายกับฟองอากาศ และไม่มีส่วนผสมของ CHLORIDE ไม่กัดมือ คุณภาพเทียบเท่ามาตรฐาน BS 4887 Mortar admixtures.Specification for air-entraining (plasticizing) admixtures
    52
    2.3 ทรายน้ําจืด สะอาดปราศจากสิ่งเจือปนในปริมาณที่จะทําให้เสียความแข็งแรง มีขนาดคละกันดังนี้
    เบอร์ตะแกรงมาตรฐานสหรัฐ
    8
    16
    50
    100
    เปอร์เซ็นต์สะสมผ่านโดยน้ําหนัก
    60-90
    35-70
    10-30
    0-15
    2.4 น้ําน้ําที่ใช้ผสมปูนฉาบ ต้องเป็นน้ําจืดที่สะอาด ปราศจากสิ่งเจือปนจําพวกแร่ธาตุ กรด ด่าง และ สารอินทรีย์ต่างๆ ในปริมาณที่จะทําให้ปูนก่อเสียความแข็งแรง การใช้น้ํายาผสมปูนฉาบต้องทําตาม กรรมวิธีของบริษัทผู้ผลิตโดยเคร่งครัด
    2.5 ปูนซีเมนต์ ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ ตราเสือ, TPI, SCG หรือคุณภาพเทียบเท่า
    2.6 ปูนฉาบสําเร็จรูป ตามมาตรฐานการใช้งาน ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ ตราเสือ, TPI, อินทรีย์ หรือคุณภาพ
    เทียบเท่า
    2.7 น้ํายาผสมปูนฉาบ ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ Lanka, Sika, จระเข้ หรือคุณภาพเทียบเท่า
    2.8 เซี้ยม PVC สําเร็จรูป ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ จระเข้, Kassa, Chalawan หรือคุณภาพเทียบเท่า
  13. วิธีการดาเนินงาน
    3.1 การเตรียมผิวที่รับปูนฉาบ ผิวที่จะรับปูนฉาบต้องเสร็จแล้วไม่น้อยกว่า 3 วัน และต้องสะอาด ปราศจาก ฝุ่นละออง น้ํามัน เศษ ปูน หรือสิ่งใดๆ ที่จะทําให้แรงยึดเหนี่ยวระหว่างผิวที่จะรับปูนฉาบเสียไป ผิว คอนกรีตบางส่วนซึ่งเรียบเกินไป เนื่องจากไม้แบบเรียบต้องทําให้ขรุขระด้วยการกะเทาะผิว ขัดผิว หรือวิธีการอื่นๆ ที่ได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงาน ก่อนฉาบปูนต้องตรวจดูแนวของผิวที่จะรับ ปูนฉาบว่าตรงตามที่กําหนดไว้หรือไม่ ถ้าปรากฏว่าผิดแนวไปเกิน 2.5 ซม. ต้องเสริมด้วยตะแกรงลวด ยึดติดกับผิวด้วยตะปูแล้วแต่งให้ตรงแนวด้วยปูนฉาบ
    3.2 การผสมปูนฉาบให้ใช้ส่วนผสมของปูนฉาบ ดังนี้
    ปูนซิเมนต์ 1 ส่วน ปูนขาว 1/4 ส่วน
    1/10 ส่วน
    สําหรับปูนฉาบภายใน
    สําหรับปูนฉาบภายนอก
    หรือน้ํายาผสมปูนฉาบ ให้ใช้อัตราส่วนตามที่ผู้ผลิตกําหนดไว้ (กรณีระบุให้ใช้)
    ทราย 3 ส่วน
    น้ํา พอประมาณ
    3.3 การฉาบปูนโดยทั่วไป ให้ฉาบ 2 ชั้น ชั้นแรกหนาประมาณ 1 ซม. ชั้นที่สองหนาประมาณ 1 1/2 ชม ผู้รับเหมาอาจฉาบสามชั้นได้ การฉาบแต่ละครั้งอย่าเติมน้ําซ้ําอีกในส่วนผสมอันเดียวกันและควร กระทําภายใน 45 นาที หลังการผสม และห้ามนําปูนฉาบที่ผสมนานกว่า 2 ชม. มาใช้งาน กรรมวิธีใน การฉาบสองชั้นให้ปฏิบัติ ดังนี้
    53
    3.3.1 ฉาบขั้นแรก ก่อนการฉาบปูนต้องพรมน้ําให้ผิวที่จะรับปูนฉาบมีความชื้นสม่ําเสมอ แต่ไม่ถึงกับ
    โชกเพื่อว่าผนังเหล่านั้นจะได้ไม่แย่งน้ําจากปูนฉาบ และต้องรอให้น้ําที่ผิวระเหยออกหมดก่อน
    แล้วจึงฉาบปูนชั้นแรก
    การฉาบต้องกดให้แน่นเพื่อให้เกิดแรงยึดเหนี่ยวระหว่างผิวรับปูนฉาบและ
    ปูนฉาบมากที่สุด ผิวของปูนฉาบขั้นแรกต้องทําให้หยาบและขรุขระเล็กน้อย โดยการใช้แปรงหรือ ไม้กวาดไอ้ผิวตามแนวนอนในระหว่างที่ปูนฉาบยังไม่แข็งตัว หลังจากฉาบแล้วให้บ่มโดยการพรม น้ําให้ชื้นอยู่ตลอดเวลา 48 ชม. เสร็จแล้วทิ้งไว้ให้แห้งไม่น้อยกว่า 5 วัน ก่อนที่จะลงมือฉาบขั้นที่ สอง การฉาบครั้งแรกนี้ให้มีความหนาไม่เกิน 10 มม. 3.3.2 ฉายชั้นที่สอง ก่อนฉาบต้องทําความสะอาดและพรมน้ําให้ผิวของปูนฉาบขั้นแรกมีความชื้น สม่ําเสมอ แต่ไม่ถึงกับโชก เพื่อว่าผนังเหล่านั้นจะได้ไม่แย่งน้ําจากปูนฉาบ หลังจากปูนฉาบชั้น สองเริ่มแข็งตัว ให้บ่มด้วยการพรมหรือฉีดน้ําเป็นฝอยเป็นระยะๆ วันละประมาณ 4 - 5 ครั้ง เพื่อ รักษาความชื้นไว้ไม่น้อยกว่า 6 วัน และป้องกันการแตกร้าวขณะฉาบควรมีการป้องกันแดด ลม ซึ่งทําให้น้ําระเหยเร็วเกินไป และควรมีการทําระดับไว้เป็นจุดๆ ทั่วผนัง เพื่อให้การฉาบง่ายและ รวดเร็วขึ้น ระยะของปุ่มระดับควรห่างกันไม่เกิน 2 เมตร เมื่อฉาบเสร็จ ควรใช้ฟองน้ําชุบน้ํา และ กวดผิวที่ที่หมาดสนิทแล้วให้ดูสวยงามสําหรับการจับเหลี่ยม เสา คาน ให้ใช้ปูนเค็มรองพื้นไว้ ชั้นหนึ่งก่อน อัตราส่วนปูนทราย 1.3 การใช้เซี้ยมสําร็จรูป PVC สามารถกระทําได้โดยให้ผู้รับจ้าง เสนอวัสดุและแสดงตําแหน่งที่จะติดตั้งขออนุมัติจากผู้ควบคุมงานก่อนการฉาบปูนบริเวณ ดังต่อไปนี้ จะต้องติดตั้งลวดตาข่าย เพื่อช่วยในการยึดผิวปูนฉาบ
  • แนวที่ผนังก่ออิฐขึ้นกับโครงสร้าง อาทิ เสา หรือคาน
  • ทุกมุมของขอบวงกบประตูและหน้าต่าง
    แนวท่อที่มีขนาดใหญ่เท่าหรือเกือบเท่าความหนาของผนังก่ออิฐ
    3.4 การบ่มผิวปูนฉาบ จะต้องบ่มภายหลังจากการฉาบปูนแต่ละชั้น ให้มีความชื้นอยู่ตลอดเวลา ด้วยการใช้ น้ําพ่นเป็นละออง และพยายามหาทางป้องกัน หลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกแสงแดดโดยตรง หรือมีลมพัดจัด การบ่มผิวนี้ ให้ผู้รับจ้างถือเป็นสิ่งสําคัญที่จะต้องให้การดูแลเป็นพิเศษ
    3.5 ร่องกันแตก (CONTROL JOINTS) ให้ทํา CONTROL JOINTS ในปูนฉาบตามตําแหน่งที่ระบุไว้ในแบบ
    แต่หากไม่มีระบุในแบบ ให้เซาะร่องขนาดกว้าง 1 ซม. ลึกถึงผิวที่รองรับปูนฉาบ
    3.6 การทําความสะอาด ผู้รับจ้างต้องทําความสะอาดทุกแห่งที่เกี่ยวข้องหลังจากการติดตั้ง ด้วยความ ประณีตสะอาดเรียบร้อยปราศจากคราบน้ําปูน คราบไคล หรือรอยเปรอะเปื้อนต่างๆ ก่อนขออนุมัติ ตรวจสอบจากผู้ออกแบบและส่งมอบงาน
    3.7 การซ่อมแซมผิวปูนฉาบจะต้องแน่นตลอดผิว ที่ใดมีเสียงเคาะดังโปร่งหรือมีรอยแตกร้าวจะต้องทําการ ซ่อมแซม โดยสกัดออกเป็นบริเวณรอบรอยร้าวหรือบริเวณดังโปร่งนั้นไม่น้อยกว่า 10 ซม. ทําความ สะอาดรดน้ําพอประมาณแล้วจึงฉาบซ่อมแซม โดยผสมน้ํายาประเภท BONDING AGENT เช่น HIFLEX หรือที่เสนอและได้รับการอนุมัติจากผู้ควบคุมงาน ผิวของปูนฉาบใหม่กับปูนฉาบเก่าจะต้อง เป็นเนื้อเดียวกัน ในกรณีที่เกิดรอยแตกร้าวที่ผิวปูนฉาบแต่ไม่แตกร่อน ให้ตัดร่องให้ลึกโดยใช้ FIBER แล้วฉีดอุดด้วย PAINTABLE SILICONE ของ GE หรือเทียบเท่าในกรณีที่มีการซ่อมแซมงานคอนกรีต เกี่ยวกับโครงสร้างโดยวิธีฉาบ ผู้รับจ้างจะต้องทําการซ่อมแซมส่วนนั้นตามคําสั่งของผู้ควบคุมงานหรือ วิศวกรผู้ออกแบบ ผู้ควบคุมงานหรือวิศวกรผู้ออกแบบจะเป็นผู้กําหนดกรรมวิธีตลอดจนการเลือกใช้ วัสดุ ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมทั้งหมด
    54
    สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ประกอบ
    TOILET AND BATH ACCESSORIES
  1. ข้อกําหนดทั่วไป
    ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาวัสดุ แรงงาน และอุปกรณ์ในการติดตั้งสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ประกอบทั้งหมด ที่ระบุไว้ ในแบบ และรายการประกอบแบบ มาดําเนินการติดตั้งตามตารางรายการสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ประกอบ
  2. วัสดุ
    รายละเอียดวัสดุ ตามที่ระบุไว้ใน ตารางรายการสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ประกอบ
  3. การด้าเนินงาน
    3.1 การเตรียมงานก่อนการติดตั้ง ผู้รับจ้างจะต้องตรวจสอบขนาด ตําแหน่ง ระดับในงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ตั้งแต่ขั้นตอนงาน โครงสร้าง จนถึงขั้นติดตั้งเครื่องสุขภัณฑ์ โดยผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบต่อผล เสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด หากเกิด ความผิดพลาด คลาดเคลื่อน ทําให้งานติดตั้งสุขภัณฑ์เป็นไปโดยไม่ เรียบร้อย เมื่อพบปัญหาหรือคาดว่าจะมี ปัญหา ผู้รับจ้างจะต้องแจ้งให้สถาปนิกทราบและพิจารณา แก้ไขทันที ห้ามกระทําการใดๆ ไปโดยพลการ
    3.2 การติดตั้งผู้รับจ้างจะต้องต่อท่อและติดตั้งอุปกรณ์ทุกชิ้น และเครื่องสุขภัณฑ์ดังที่แสดงไว้ในแบบและ รายการ ประกอบแบบ รวมทั้งจัดหาเครื่องตกแต่ง ที่แขวน หรือที่รองรับเครื่องสุขภัณฑ์ และติดตั้ง แทรปพร้อม ช่องทําความสะอาด เดินท่อประปา ท่อระบายน้ําทิ้ง น้ําโสโครก ท่อระบายอากาศ จาก เครื่องสุขภัณฑ์ เข้าระบบต่างๆ โดยครบถ้วน มาตรฐานงานติดตั้งจะต้องเป็นไปตามหลักวิชาช่างที่ดี ผู้รับจ้างจะต้องใช้ช่างที่มีความชํานาญ และมี ฝีมือประณีตมาดําเนินการ โดยให้ถือปฏิบัติตามที่ระบุไว้ ในรายละเอียดผลิตภัณฑ์ และดําเนินการตาม มาตรฐานผู้ผลิตโดยเคร่งครัด หากผลงานไม่ได้คุณภาพ หรือไม่เรียบร้อย ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการ แก้ไขทันที โดยค่าใช้จ่ายเป็นของผู้รับจ้างเองทั้งสิ้น ระหว่างที่ทําการก่อสร้างงานอื่นๆ ภายในห้องน้ํายังไม่แล้วเสร็จ เครื่องสุขภัณฑ์ที่ติดตั้งแล้วจะต้องมี ถังไม้ หรือเครื่องปกคลุมอื่นป้องกันไว้ และใช้จาระบีเคลือบส่วนที่เป็นโครเมี่ยม และส่วนที่เป็นโลหะ อื่น ๆไว้เพื่อป้องกันการกัดของน้ําปูนและการขูดขีด
    3.3 การทําความสะอาดและการป้องกัน หลังจากการติดตั้งสุขภัณฑ์และอุปกรณ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว วัสดุ ทุกชิ้นจะต้องทําความสะอาดให้เรียบร้อย พร้อมทั้งป้องกันให้อยู่ในสภาพดีตลอด จนกว่าจะส่งมอบ งาน หากมีส่วนหนึ่งส่วนใดเสียหายหรือแตกร้าว ผู้รับจ้าง จะต้องเปลี่ยนให้ใหม่ ให้ดีคงสภาพเดิมโดย ไม่คิดมูลค่า
    55
    ขอบเขตของงานตกแต่งภายใน
  4. ขอบเขตของงาน
    1.1 จัดทําและกั้นห้อง ตกแต่งพื้น ผนัง และเพดานตามแบบและรายการ 1.2 จัดหาและติดตั้งเฟอร์นิเจอร์ติดผนัง ตามแบบและรายการ
    1.3 จัดหาและติดตั้งม่านและอุปกรณ์ ตามแบบและรายการ

    1.4 ผู้รับจ้างต้องประสานงานและให้ความร่วมมือแก่ช่างเทคนิคและผู้รับจ้างรายอื่น ๆ ได้แก่ งานระบบ ไฟฟ้า ระบบ ปรับอากาศ ระบบสุขาภิบาล และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ในอันที่จะทําให้งานตกแต่งภายใน และงานระบบอื่น ๆ แล้วเสร็จ
    หมายเหตุ
    ในกรณีที่เป็นงานต่อเนื่องหรือต้องร่วมงานกันหลายฝ่าย หากไม่มีข้อกําหนดให้เกี่ยวข้องกับงานขั้น
    หนึ่ง ชั้นใด ให้ถือเป็นหน้าที่ของผู้รับจ้างตกแต่งภายในที่จะดําเนินการให้ต่อเนื่องจนแล้วเสร็จ ผู้รับจ้างตกแต่งภายในต้องเคารพข้อกําหนดต่าง ๆ ของอาคารเป็นหลัก ในการดําเนินงานตลอดจน รับผิดชอบ ในความเสียหายใด ๆ อันที่จะเกิดขึ้นกับสภาพแวดล้อมของตัวอาคาร
  5. ฝีมือและแรงงาน
    2.1 ผู้รับจ้างต้องจัดหาและใช้ช่างฝีมือที่ได้มาตรฐานทําการตกแต่ง และติดตั้ง และดําเนินงานอื่น ๆ 2.2 งานที่ต้องใช้ความประณีต เช่นงานลวดลาย งานชุบโลหะฯลฯ ผู้รับจ้างต้องใช้ช่างที่มีความชํานาญ
    เฉพาะด้าน เป็นผู้จัดทํา รวมถึงงานที่เกี่ยวข้องทางด้านเทคนิค เช่น งานไฟฟ้า แสงเสียง ฯลฯ ผู้รับจ้าง จะต้องใช้ช่างที่มีความชํานาญในเทคนิคนั้นๆ เป็นผู้จัดทํา หรือประสานงานการติดตั้งให้ถูกต้องทํา
    หลักวิชาการ
  6. คุณภาพของวัสดุ
    วัสดุและอุปกรณ์ประกอบทุกชิ้นต้องมีคุณภาพดี ถูกต้องตามแบบ และรายการประกอบแบบ เป็น ของใหม่มีการชํารุด หรือเสื่อมสภาพ การเก็บรักษาวัสดุถูกต้องตามมาตรฐานของผู้ผลิต และจะต้องนําตัวอย่าง มาให้ผู้ออกแบบตรวจรับรอง ความถูกต้อง จึงทําการสั่งหรือติดตั้งได้ หากผู้รับจ้างติดตั้งโดยพลการ หรือใช้ วัสดุที่ชํารุดหรือเสื่อมสภาพ ผู้รับจ้างต้อง เปลี่ยนใหม่จนเป็นที่พอใจ ของผู้ว่าจ้าง หรือผู้ออกแบบ และถือเป็น
    ข้อเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ มิได้
  7. การประกันผลงาน

    ผู้รับจ้างต้องรับประกันผลงานในระยะเวลา 2 ปี นับจากวันส่งมอบงาน ถ้าหากมีความเสียหาย ผู้รับ จ้างต้อง ทําการซ่อมแซมให้สามารถใช้การได้ดี โดยจะเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ มิได้
    P
    56
    งานทาสี
    PAINT
  8. ขอบเขตของงาน
    1.1 ผู้รับจ้างต้องจัดหาวัสดุและอุปกรณ์ ที่มีคุณภาพ แรงงานที่มีฝีมือและความชํานาญ มีระบบคุณภาพที่ดี
    สําหรับงานทาสี ตามที่ระบุในแบบและรายการประกอบแบบ พร้อมการรับประกันคุณภาพ 1.2 ผู้รับจ้างจะต้องจัดส่งแค็ตตาล็อกสี หรือตัวอย่างสีที่ใช้ สีรองพื้น และอื่นๆ ให้ผู้ควบคุมงานพิจารณา อนุมัติตามวัตถุประสงค์ของผู้ออกแบบก่อนการสั่งซื้อ โดยจะต้องปฏิบัติตามคําแนะนําของผู้ผลิตอย่าง เคร่งครัด ให้ดําเนินการภายใต้การแนะนํา การตรวจสอบ และการเก็บตัวอย่างของผู้เชี่ยวชาญจาก ผู้ผลิตสี
    1.3 สีที่นํามาใช้จะต้องบรรจุอยู่ในถังหรือภาชนะที่ปิดสนิทเรียบร้อยมาจากโรงงาน โดยมีใบส่งของและ
    รับรองคุณภาพจากโรงงานผู้ผลิตที่สามารถตรวจสอบได้
    1.4 การเก็บรักษาจะต้องแยกห้องสําหรับเก็บสีเฉพาะ โดยไม่มีวัสดุอื่นเก็บรวม และเป็นห้องที่ไม่มีความชื้น สีที่เหลือจากการผสมหรือการทาแต่ละครั้ง จะต้องนําไปทําลายทันที พร้อมภาชนะที่บรรจุสีนั้น หรือ ตามความเห็นชอบของผู้ควบคุมงานห้องเก็บรักษา ต้องกําหนดเป็นเขตระวังอัคคีภัย ต้องมีป้ายแสดง เป็นเขตห้ามทํากิจกรรมที่ก่อให้เกิดความร้อน ประกายไฟ และห้ามสูบบุหรี่ รวมทั้งต้องมีอุปกรณ์
    ดับเพลิงให้เหมาะสมกับขนาดห้องเก็บรักษา
    1.5 การผสมสีและขั้นตอนการทาสี จะต้องปฏิบัติตามวิธีการของผู้ผลิตสีอย่างเคร่งครัด โดยได้รับอนุมัติ
    จากผู้ควบคุมงาน
    1.6 ห้ามทาสีขณะฝนตก อากาศขึ้นจัด หรือบนพื้นผิวที่ยังไม่แห้งสนิท และจะต้องมีเครื่องตรวจวัดความชื้น
    ของผนังก่อนการทาสีทุกครั้ง
    1.7 งานทาสีทั้งหมด จะต้องเรียบร้อยสม่ําเสมอ ไม่มีรอยแปรง รอยหยดสี หรือข้อบกพร่องอื่นใด และ จะต้องทําความสะอาดรอยสีเปื้อนส่วนอื่นๆ ของอาคารที่ไม่ต้องทาสี เช่น พื้น ผนัง กระจก อุปกรณ์
    ต่างๆ เป็นต้น
    1.8 งานที่ไม่ต้องทาสี โดยทั่วไปสีที่ทาทั้งภายนอกและภายใน จะทาผนังปูนฉาบ ผิวคอนกรีต ผิวท่อโลหะ
    โครงเหล็กต่างๆ ที่มองเห็น หรือตามระบุในแบบ สําหรับสิ่งที่ไม่ต้องทาสี มีดังนี้
    1.8.1 ผิวกระเบื้องปูพื้นและบุผนัง ฝ่ายคูสติก กระจก
    1.8.2 อุปกรณ์สําเร็จรูปที่มีการเคลือบสีมาแล้ว
    1.8.3 สแตนเลส
    1.8.4 ผิวภายในรางน้ํา
    1.8.5 โคมไฟ
    1.8.6 ส่วนของอาคารหรือโครงสร้างซึ่งซ่อนอยู่ภายในไม่สามารถมองเห็นได้ ยกเว้น การทาสีกัน
    สนิม
    1.9 การรับประกัน ผู้รับจ้างจะต้องเลือกใช้วัสดุสีและขั้นตอนการทาสีที่ดี สามารถรับประกันคุณภาพโด
    บริษัทผู้ผลิตและบริษัทผู้รับจ้างทาสีเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี
    57
  9. วัสดุ
    2.1 สีทาภายนอกและสีทาภายในอาคาร เช่น สีทาผนังปูนฉาบ, ผนังยิบซั่ม, ฝ้าเพดานยิบซั่ม, ฝ้าเพดานไม้ สังเคราะห์, ฝ้าเพดาน ค.ส.ล. เป็นต้น ให้ใช้สีน้ําชนิด Acrylic 100% หรือตามวัตถุประสงค์ของ ผู้ออกแบบ ผลิตภัณฑ์ของ CAPTAIN, TOA, PAMMASTIC หรือเทียบเท่า ดังนี้ 2.1.1 สีภายนอก เป็นสีน้ําอะครีลิค 100% รับประกัน 15 ปี ดังนี้
    สีรองพื้น
    CAPTAIN ALKALI RESISHING PRIMER
    PRIMELIME
    TOA ALKALI RESISITING PRIMER
    หรือเทียบเท่า
    สีทับหน้า
    PARASHIELD COOLMAX
    PAMMACRYLICSHIELD
    SUPERSHIELD 1|TANIUM
    ของ CAPTAIN
    ของ
    PAMMASTIC
    ของ
    TOA
    มอง
    CAPTAIN
    ของ
    PAMMASTIC
    ของ TOA
    หรือเทียบเท่า
    2.1.2 สีภายใน เป็นสีเช็ดล้างได้ มีคุณสมบัติ ในการฆ่าเชื้อโรคและฟอกอากาศ ดังนี้
    สีรองพื้น
    CAPTAIN ALKALI RESISTTING PRIMER
    ของ CAPTAIN
    PRIMELIME
    ของ
    PAMMASTIC
    TOA ALKALI RESISITING PRIMER
    หรือเทียบเท่า
    ของ
    TOA
    สีทับหน้า
    PARASHIELD FRESH:CLEAN
    ของ
    CAPTAIN
    EASY CLEAN
    ยอง
    PAMMAS TIC
    SUPERSHIELD DURACLEAN AT
    ของ
    TOA
    หรือเทียบเท่า
    2.1.3 สีทาฝ้าเพดาน เป็นสีเช็ดล้างได้ มีคุณสมบัติ ในการฆ่าเชื้อโรคและฟอกอากาศ ดังนี้
    สีรองพื้น
    CAPTAIN CONTACT PRIMER
    PERMABOND
    TOA CONTACT PRIMER
    ของ CAPTAIN
    ของ
    PAMMASTIC
    ของ
    TOA
    หรือเทียบเท่า
    สีทับหน้า
    PARASHIELD FRESHICLEAN CEILING PAINT
    ของ
    CAPTAIN
    EASY CLEAN CEILING PAINT
    ของ
    PAMMASTIC
    SUPERSHIELD DURACLEAN A+ CEILING PAINT
    ของ
    TOA
    หรือเทียบเท่า
    58
    2.2 สีน้ํามันสําหรับโลหะ หรือส่วนที่ระบุให้ทาสีน้ํามัน ให้ใช้สีน้ํามันชนิด Alkyd Enamel ดังนี้
    สีรองพื้น
    RED LEAD PRIMER
    ของ
    CAPTAIN
    ANTI - CORROSIVE PRIMER
    ของ
    PAMMASTIC
    RED LEAD PRIMER G - 1264
    ของ
    TOA
    หรือเทียบเท่า
    สีทับหน้า
    HIGH GLOSS ENAMEL
    ของ
    CAPTAIN
    SUPER GLOSS ENAMEL.
    ยอง
    PAMMASTIC
    GLIPTON HIGH GLOSS ENAMEL หรือเทียบเท่า
    ของ
    TOA
    2.3 สีน้ําอะครีลิค าหรับงานไม้ ดังนี้
    สีรองพื้น
    ALUMINIUM WOOD PRIMER
    ของ
    CAPTAINทับด้วย UNIVERSAL UNDERCOAT

    ALUMINIUM WOOD PRIMER
    ของ
    PAMMASTIC ŇUŠJE UNDERCOAT
    ALUMINIUM WOOD PRIMER
    ของ
    TOA ทับด้วย UNIVERSAL UNDERCOAT
    หรือเทียบเท่า
    สีทับหน้า
    FIBERCEMENTSHIELD
    ของ
    CAPTAIN
    PAMMACRYLICSI IIELD
    ของ
    PAMMASTIC
    FIBERCEMENTSHIELD
    ของ
    TOA
    หรือเทียบเท่า
    2.4 สีน้ําอะครีลิคสําหรับงานไม้เทียม หรือไม้สังเคราะห์ ดังนี้
    สีรองพื้น
    CAPTAIN PERFEX PRIMER ของ CAPTAIN
    SPEED PRIMER
    ของ
    PAMMASTIC
    TOA QUICK PRIMER
    ของ
    TOA
    หรือเทียบเท่า
    สีทับหน้า
    FIBERCEMENTSHIELD
    ของ
    CAPTAIN
    PAMMACRYLICSHIELD
    ของ
    PAMMASTIC
    FIBERCEMENTSHIELD
    ของ TOA
    หรือเทียบเท่
    59
    2.5 สีน้ํามันเกรดสูง ที่สามารถทนสภาวะอากาศ และการขูดขีดได้ดี สําหรับงานคอนกรีต ปูนฉาบ สําหรับ
    งานภายใน ที่ระบุให้ใช้สีชนิด Epoxy Enamel ดังนี้
    สีรองพื้น
    CAPTAIN_EXYGUARD CLEAR SEALER
    PAMOXY CLEAR SEALER
    TOA EPOGUARD VARNISH
    หรือเทียบเท่า
    ของ
    CAPTAIN
    จอง
    PAMMASTIC
    ของ TOA
    สีทับหน้า
    FXYGUARD ENAMEL
    PAMOXY FINISH COAT
    TOA EPOGUARD ENAMEL
    หรือเทียบเท่า
    ของ
    CAPTAIN
    ของ
    PAMMASTIC
    ของ
    TOA
    2.6 สีน้ํามันเกรดสูง ที่สามารถทนสภาวะอากาศ และการขูดขีดได้ดี สําหรับงานคอนกรีต ปูนฉาบ สําหรับ
    งานภายนอก ที่ระบุให้ใช้สีชนิด Polyurethane Enamel ดังนี้
    สีรองพื้น
    CAPTAIN EXYGUARD CLEAR SCALER
    PAMOXY CLEAR SEALER
    ของ CAPTAIN -6+6+–6
    ทอง
    PAMMASTIC
    ของ TOA
    TOA EPOGUARD VARNISH
    หรือเทียบเท่า
    สีทับหน้า
    SUPERGUARD ENAMEL
    ของ
    CAPTAIN
    PAMMATHANE FINISH COAT
    ของ
    PAMMASTIC
    TOA TOPGUARD
    ของ
    TOA
    หรือเทียบเท่า
    2.7 สีน้ํามันเกรดสูง ที่สามารถทนสภาวะอากาศ และการขูดขีดได้ดี สําหรับงานโลหะ สําหรับงาน
    ภายใน ที่ระบุให้ใช้สีชนิด Epoxy Enamel ดังนี้
    สีรองพื้น
    CAPTAIN EXYGUARD RED OXIDE
    ของ
    CAP !AIN
    PAMOXY METAL TECHO PRIMER
    ของ
    PAMMASTIC
    TOA RUSHTECT
    ของ
    TOA
    สีทับหน้า
    หรือเทียบเท่า
    EXYGUARD ENAMEL
    PAMOXY HINISH COAT
    TOA EPOGUARD ENAMEL หรือเทียบเท่า
    ของ
    CAPTAIN
    ของ
    PAMMASTIC
    ของ TOA
    60