จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการยกเลิกประกาศเชิญชวน

ประกวดราคาจ้างโครงการยกระดับการสร้างความเป็นธรรมทางการค้าโดยบูรณาการเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์

กรมการค้าต่างประเทศ 69029162185
฿99,725,400 ปีงบ 2569 ประกาศ 16 มี.ค. 2569 นนทบุรี
รายละเอียดการจ้าง

โครงการนี้เป็นความริเริ่มของกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีภารกิจหลักในการปกป้องและตอบโต้ทางการค้าเพื่อสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันทางการค้าระหว่างประเทศ โครงการมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับขีดความสามารถและคุณภาพการบริการผ่านการบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ากับกระบวนการทำงานด้านมาตรการเยียวยาทางการค้า ซึ่งปัจจุบันยังเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและใช้เวลานาน

ขอบเขตงานมุ่งเน้นการพัฒนาระบบที่ครอบคลุมหลายด้าน ได้แก่ การสร้างระบบตอบคำถามและให้คำแนะนำอัตโนมัติ (Chatbot/FAQ) แก่ผู้ประกอบการ, การพัฒนาระบบรับยื่นคำขอและติดตามสถานะการพิจารณาผ่านช่องทางออนไลน์ที่สะดวกและรวดเร็ว, การสร้างฐานข้อมูลรวมศูนย์สำหรับจัดเก็บและค้นหาข้อมูลหลักฐานจากผู้มีส่วนได้เสีย, และการพัฒนาระบบวิเคราะห์และคาดการณ์ความเสี่ยงทางการค้าระหว่างประเทศโดยใช้ AI โดยเชื่อมโยงกับแหล่งข้อมูลภายในและภายนอกหน่วยงาน

ผลลัพธ์ที่คาดหวังคือระบบดิจิทัลที่สมบูรณ์ ซึ่งจะช่วยลดขั้นตอนการทำงานของเจ้าหน้าที่ ลดการใช้กระดาษ เพิ่มความรวดเร็วและความโปร่งใสในการให้บริการ อำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการไทยในการเตรียมตัวรับมือกับมาตรการกีดกันทางการค้า ตลอดจนเสริมศักยภาพของกรมฯ ในการติดตามสถานการณ์และกำหนดนโยบายป้องกันเชิงรุกได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที

English summary

The Department of Foreign Trade, Ministry of Commerce of Thailand, intends to develop a digital and Artificial Intelligence (AI) integrated system to enhance the efficiency of its trade remedy services, such as anti-dumping (AD), countervailing duties (CVD), and safeguards (SG). This project aims to create an online system that facilitates application submission, status tracking, and advisory services for domestic producers. It also involves developing a centralized database and an AI-powered risk analysis and forecasting system for international trade threats. The ultimate goals are to streamline internal workflows, improve service accessibility and transparency for businesses, and empower the Department with proactive policy-making and trade defense capabilities.

สถานที่ดำเนินการ

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อยกระดับการบริการ และอำนวยความสะดวกทางการค้าให้มีความสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ด้วยการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการตอบคำถาม ให้คำแนะนำ และรับยื่นคำขอ
  • เพื่อพัฒนาระบบการยื่นคำขอของผู้ผลิต และการจัดเก็บข้อมูลหลักฐานประกอบการพิจารณาการใช้มาตรการเยียวยาทางการค้าที่ได้รับจากผู้ผลิตและผู้มีส่วนได้เสียในทุกๆฝ่าย ให้มีความทันสมัย รวมถึงลดการใช้กระดาษ และเพิ่มการจัดเก็บข้อมูลแบบรวมศูนย์ (Centralized Database) มากยิ่งขึ้น ให้สามารถค้นหาข้อมูลได้ง่าย และสะดวกต่อการนำมาวิเคราะห์และต่อยอด
  • เพื่อพัฒนาการเชื่อมโยงข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการช่วยค้นหาข้อมูลประกอบการพิจารณาการใช้มาตรการเยียวยาทางการค้าเพื่อปกป้องและรักษาผลประโยชน์สูงสุดทางการค้าของประเทศ โดยการนำเข้าข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากหลากหลายหน่วยงาน เพื่อให้สามารถดำเนินการวิเคราะห์ ประเมินสถานการณ์ และช่วยในการตัดสินใจโดยมีข้อมูลอ้างอิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • เพื่อพัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยทั้งในระดับภูมิภาคและเวทีโลกด้วยการดำเนินงานแบบเชิงรุกผ่านการติดตามสถานการณ์ คาดคะเนความเป็นไปได้และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ที่เชื่อมต่อกับฐานข้อมูลความรู้ของกรมฯ เพื่อให้สามารถดำเนินการป้องกันและออกแบบกลยุทธ์ได้

ขอบเขตของงาน

  • การพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศแบบบูรณาการ โดยครอบคลุม:
    • ระบบตอบคำถามและให้คำแนะนำอัตโนมัติ (AI Chatbot/FAQ System) แก่ผู้ประกอบการเกี่ยวกับมาตรการเยียวยาทางการค้า
    • ระบบรับยื่นคำขอและติดตามสถานะการพิจารณามาตรการเยียวยาทางการค้าผ่านช่องทางออนไลน์
    • ระบบแจ้งเตือนความคืบหน้าไปยังผู้ยื่นคำขอและผู้เกี่ยวข้อง
  • การพัฒนาฐานข้อมูลรวมศูนย์ (Centralized Database) สำหรับ:
    • จัดเก็บข้อมูลและหลักฐานจากผู้ผลิตและผู้มีส่วนได้เสีย
    • การสืบค้นข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณาของเจ้าหน้าที่
    • การลดการใช้กระดาษ (Paperless)
  • การพัฒนาระบบเชื่อมโยงและประมวลผลข้อมูล (Data Integration & Processing):
    • การนำเข้าข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอก
    • การใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการวิเคราะห์และประมวลผลข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้
  • การพัฒนาระบบวิเคราะห์และคาดการณ์ความเสี่ยง (Risk Analysis & Forecasting System):
    • การติดตามสถานการณ์และข่าวสารทางการค้าระหว่างประเทศ
    • การคาดการณ์ความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายทางการค้าที่อาจกระทบประเทศไทย
    • การแจ้งเตือนภัยไปยังเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง
  • การออกแบบและพัฒนาระบบให้มีความปลอดภัยและเชื่อถือได้
  • การสนับสนุนทางเทคนิคและการฝึกอบรมการใช้งาน

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • ระบบตอบคำถามและให้คำแนะนำอัตโนมัติ (AI-Powered Advisory System)
  • ระบบรับยื่นและติดตามคำขอมาตรการเยียวยาทางการค้าออนไลน์ (Online Application & Tracking System)
  • ระบบฐานข้อมูลรวมศูนย์สำหรับข้อมูลและหลักฐาน (Centralized Evidence Database)
  • ระบบวิเคราะห์และคาดการณ์ความเสี่ยงทางการค้าโดยใช้ AI (AI-Powered Trade Risk Analysis & Forecasting System)
  • ระบบแจ้งเตือนและรายงานสถานะ (Notification & Reporting System)
  • ระบบเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานภายนอก (Data Integration Interfaces)
  • เอกสารประกอบระบบ เช่น คู่มือการใช้งาน สำหรับผู้ใช้และผู้ดูแลระบบ
  • การฝึกอบรมการใช้งานระบบให้กับเจ้าหน้าที่กรมการค้าต่างประเทศ

ระยะเวลาดำเนินการ

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • ต้องเป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    • กรณีเป็นกิจการร่วมค้า (JV) ต้องมีข้อตกลงที่กำหนดสัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบชัดเจน หากมีผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผลงานที่ใช้เสนอต้องเป็นผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายนั้น
  • Standards Compliance: -
  • Experience: -
  • Previous Project Cost: -
  • Technical Capabilities:
    • ผู้เสนอราคาต้องมีหนังสือรับรองการแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่าย (Authorized Reseller) จากผู้ให้บริการระบบคลาวด์คอมพิวติง (Cloud Computing) ที่ออกให้โดยบริษัทผู้ผลิตหรือผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย โดยหนังสือต้องแสดงสิทธิ์การจำหน่ายและสิทธิ์ในการเข้าทำสัญญาแทนบริษัทผู้ให้บริการได้โดยตรง (หนังสือต้องมีอายุไม่เกิน 90 วันนับจากวันที่ออกจนถึงวันที่เสนอราคา)
  • Personnel: -
  • Financial Requirements (Non-basic as specified in TOR):
    • สำหรับนิติบุคคลไทยหรือต่างประเทศที่จัดตั้งเกิน 1 ปี: ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ (สินทรัพย์สุทธิ - หนี้สินสุทธิ) เป็นบวก จากงบการเงินที่ตรวจรับรองแล้วของปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
    • สำหรับนิติบุคคลที่จัดตั้งใหม่หรือยังไม่มีการรายงานงบการเงิน: ต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท
    • สำหรับบุคคลธรรมดา (ในกรณีที่มีวงเงินโครงการเกิน 500,000 บาท): ต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝาก (ไม่เกิน 90 วัน) ที่มีเงินฝากคงเหลือไม่ต่ำกว่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณโครงการ
    • ทางเลือกอื่นหากไม่มีมูลค่าสุทธิหรือทุนเพียงพอ: สามารถแสดงหนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อจากสถาบันการเงินที่รับรองโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (สำหรับผู้เสนอชาวไทย/ต่างชาติ) หรือจากธนาคารต่างประเทศที่ได้รับอนุญาต (สำหรับผู้เสนอชาวต่างชาติ) เป็นจำนวนไม่ต่ำกว่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณโครงการ

เกณฑ์การพิจารณา

ข้อกำหนดทางเทคนิค

โครงการนี้มุ่งพัฒนาระบบซอฟต์แวร์และแพลตฟอร์มดิจิทัลที่บูรณาการหลายระบบเข้าด้วยกัน โดยมีข้อกำหนดทางเทคนิคหลัก ได้แก่ 1) การพัฒนาระบบตอบคำถามและให้คำแนะนำอัตโนมัติ (AI Chatbot/FAQ) สำหรับให้บริการข้อมูลมาตรการเยียวยาทางการค้าแก่ผู้ประกอบการ 2) การพัฒนาระบบรับยื่นคำขอและติดตามสถานะออนไลน์ (Online Portal) ที่มีความปลอดภัยและสะดวกใช้ 3) การออกแบบและสร้างฐานข้อมูลรวมศูนย์ (Centralized Database) สำหรับจัดเก็บและจัดการข้อมูลหลักฐานจากหลายแหล่งในรูปแบบดิจิทัล 4) การพัฒนาระบบวิเคราะห์ข้อมูลและคาดการณ์ความเสี่ยงทางการค้าโดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI/ML) ที่สามารถเชื่อมโยงและประมวลผลข้อมูลจากแหล่งภายนอกได้ 5) การพัฒนาบนคลาวด์คอมพิวติง (Cloud Computing) ตามข้อกำหนดของผู้ให้บริการที่ได้รับการแต่งตั้ง และ 6) การสร้างระบบเชื่อมต่อข้อมูล (API/Data Integration) กับหน่วยงานพันธมิตรอื่นๆ เพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์และตัดสินใจ

เงื่อนไขสัญญา

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: ระบบนี้จะช่วยผู้ประกอบการไทยด้านมาตรการเยียวยาทางการค้าอย่างไร?
    A: ระบบจะช่วยอำนวยความสะดวกโดยให้คำแนะนำเบื้องต้นผ่านระบบอัตโนมัติ ช่วยเตรียมข้อมูลสำหรับการยื่นคำขอ และเปิดช่องทางยื่นคำขอและติดตามสถานะผ่านระบบออนไลน์ตลอด 24 ชม. ลดขั้นตอนและเวลาในการดำเนินการ

  • Q: ระบบวิเคราะห์ความเสี่ยงโดยใช้ AI จะทำงานอย่างไร?
    A: ระบบจะเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลความรู้ของกรมและแหล่งข้อมูลอื่นๆ จากนั้นใช้ปัญญาประดิษฐ์วิเคราะห์แนวโน้ม การเปลี่ยนแปลงนโยบาย และข้อมูลการนำเข้าส่งออก เพื่อคาดการณ์โอกาสที่อุตสาหกรรมไทยจะถูกฟ้องหรือได้รับผลกระทบจากมาตรการกีดกันทางการค้า

  • Q: ระบบฐานข้อมูลรวมศูนย์จะเก็บข้อมูลประเภทใดบ้าง?
    A: ระบบจะจัดเก็บข้อมูลและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับมาตรการเยียวยาทางการค้าทั้งหมด เช่น ข้อมูลคำขอของผู้ผลิต เอกสารการไต่สวน ผลการพิจารณา ข้อมูลการนำเข้า-ส่งออกจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และข้อมูลจากผู้มีส่วนได้เสียต่างๆ

  • Q: ระบบนี้จะเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานอื่นนอกเหนือจากกรมการค้าต่างประเทศหรือไม่?
    A: ใช่ ตามวัตถุประสงค์โครงการ ระบบจะพัฒนาการเชื่อมโยงข้อมูลที่จำเป็นจากหลากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาประกอบการวิเคราะห์และช่วยในการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • Q: ผู้ประกอบการสามารถตรวจสอบสถานะคำขอของตนเองได้ผ่านช่องทางใดบ้าง?
    A: ผู้ประกอบการสามารถตรวจสอบสถานะความคืบหน้าของคำขอที่ยื่นไว้ได้ผ่านระบบออนไลน์ของโครงการ พร้อมรับการแจ้งเตือนเมื่อมีสถานะเปลี่ยนแปลง

  • Q: ระบบตอบคำถามอัตโนมัติ (AI Chatbot) สามารถให้คำแนะนำในเรื่องใดได้บ้าง?
    A: ระบบสามารถให้คำแนะนำเบื้องต้นเกี่ยวกับหลักการ ขั้นตอน เอกสารที่ต้องเตรียม สำหรับการยื่นคำขอใช้มาตรการเยียวยาทางการค้าประเภทต่างๆ เช่น มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (AD) การอุดหนุน (CVD) และมาตรการปกป้อง (SG)

  • Q: การพัฒนาระบบบนคลาวด์คอมพิวติงมีความสำคัญต่อโครงการนี้อย่างไร?
    A: การใช้คลาวด์ช่วยให้ระบบมีความยืดหยุ่น ขยายได้ตามความต้องการ (Scalability) สูง และรองรับการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่และ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนเพิ่มความมั่นคงปลอดภัยในการให้บริการ

  • Q: ระบบนี้สนับสนุนการทำงานเชิงรุกของกรมฯ อย่างไร?
    A: ผ่านระบบวิเคราะห์และคาดการณ์ความเสี่ยง กรมฯ จะสามารถติดตามสถานการณ์ทางการค้าโลกได้อย่างใกล้ชิด คาดการณ์ปัญหาได้ล่วงหน้า และออกมาตรการป้องกันหรือเตรียมแผนรองรับได้ทันท่วงที แทนการรอรับมือเมื่อเกิดปัญหาแล้ว

  • Q: โครงการนี้สอดคล้องกับนโยบาย Thailand 4.0 และการปรับตัวทางดิจิทัลของภาครัฐอย่างไร?
    A: โครงการนี้เป็นตัวอย่างของการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มาประยุกต์ใช้เพื่อปรับปรุงบริการภาครัฐ (GovTech) ลดความซับซ้อนของกระบวนการ เพิ่มความโปร่งใส และสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันให้กับประเทศ ตามแนวทาง Thailand 4.0

  • Q: เมื่อระบบพัฒนาเสร็จสิ้น จะมีการฝึกอบรมการใช้งานให้กับผู้เกี่ยวข้องหรือไม่?
    A: ใช่ หนึ่งในงานส่งมอบของโครงการคือการฝึกอบรมการใช้งานระบบให้กับเจ้าหน้าที่ของกรมการค้าต่างประเทศ เพื่อให้สามารถใช้งานและบริหารจัดการระบบได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

1
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference: TOR)
โครงการยกระดับการสร้างความเป็นธรรมทางการค้าโดยบูรณาการเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์
๑. หลักการและเหตุผล
กรมการค้าต่างประเทศเป็นหน่วยงานภาครัฐภายใต้สังกัดของกระทรวงพาณิชย์ที่มีวิสัยทัศน์และพันธกิจ
ในการเป็นองค์กรขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้าด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรม โดยมีบทบาทหน้าที่สําคัญ หลายด้าน อาทิ การจัดระเบียบการบริหารการนําเข้าและส่งออก ดําเนินการปกป้องและตอบโต้ทางการค้า แก้ไขปัญหา อุปสรรค ข้อกีดกันทางการค้า ดําเนินการตามกฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบและกฎหมายอื่น ที่เกี่ยวข้อง ส่งเสริมและกํากับดูแลมาตรฐานสินค้านําเข้าและส่งออก และการดําเนินการให้ได้มาและรักษา ซึ่งสิทธิประโยชน์ทางการค้า เป็นต้น โดยมีกองปกป้องและตอบโต้ทางการค้าเป็นหนึ่งในหน่วยงานที่มีบทบาท สําคัญในการปกป้องและรักษาผลประโยชน์ทางการค้า ให้คําปรึกษา ดําเนินการไต่สวนและแก้ไขข้อพิพาทจาก มาตรการเยียวยาทางการค้า ของกรมฯ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการแข่งขันทางการค้าระหว่างประเทศ รวมถึงการศึกษา วิเคราะห์ ติดตามสถานการณ์การนําเข้าและผลการใช้มาตรการเยียวทางการค้าของกรมฯ
เพื่อจัดทําข้อมูลเตือนภัยประกอบการพิจารณาในระดับนโยบาย สร้างความพร้อมให้ผู้ประกอบการในการ เตรียมรับมือเกี่ยวกับมาตรการเยียวยาทางการค้า อันจะส่งผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้า
ไทยในเวทีโลก
ในยุคดิจิทัลที่ประชาคมโลกสามารถติดต่อสื่อสารและทําการค้าขายระหว่างกันได้อย่างรวดเร็ว ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ดําเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยมีการนําเข้าและส่งออกเป็นหนึ่งในกลไก สําคัญ โดยในปี พ.ศ. ๒๕๑๗ การส่งออกสินค้าของประเทศไทยขยายตัวร้อยละ ๕.๔ คิดเป็นมูลค่า ๓๐๐,๕๒๙.๕ ล้าน ดอลลาร์สหรัฐ และมีมูลค่าการนําเข้าถึง ๓๐๖,๘๐๙.๔ ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร สํานักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร, ๒๕๖๗) และใน เดือนมกราคม ๒๕๖๘ การส่งออกสินค้าของประเทศไทยขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ ๒ ที่ร้อยละ ๑๓.๖ คิดเป็นมูลค่า ๒๕,๒๗๗.๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีมูลค่าการนําเข้าถึง ๒๗,๑๕๗.๒ ล้านดอลลาร์สหรัฐ (โฆษกกระทรวง พาณิชย์และสํานักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า, ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘, ส่วนวิเคราะห์และติดตาม การจัดเก็บภาษีอากร สปข. กรมศุลกากร) ทั้งนี้ ผู้ผลิตภายในประเทศซึ่งเป็นกําลังสําคัญในการขับเคลื่อน ทางเศรษฐกิจในหลากหลายด้าน อาทิ การจ้างงาน การกระจายรายได้ และการลงทุน ต้องเผชิญกับ ความท้าทายมากมายจากสินค้าที่นําเข้า มาจากผู้ผลิต ในต่างประเทศ เพื่อขายในราคาต่ํากว่าราคาตลาด และมาตรการการนําเข้าสินค้าของแต่ละประเทศ ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะนโยบายทรัมป์ ๒.๐ ของ ฯพณฯ นายโดนัลด์ เจ. ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ที่มีการเน้นย้ํานโยบายทางการค้า สหรัฐอเมริกาต้องมาก่อน (America First Trade Policy) ซึ่งมีสาระสําคัญและวัตถุประสงค์เพื่อลดการพึ่งพา ปัจจัยจากต่างชาติ และตอบโต้สภาวะการขาดดุลทางการค้าด้วยมาตรการกําหนดกําแพงภาษีนําเข้าสินค้าจาก แหล่งผลิตสินค้าทั่วโลก ฯลฯ ประเทศไทยในฐานะประเทศผู้ส่งออกที่มีดุลการค้าเกินดุลกับสหรัฐอเมริกา
จึงมีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากมาตรการกีดกันทางการค้าที่อาจส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออก
และความสามารถในการแข่งขันของผู้ผลิตไทยในตลาดสหรัฐอเมริกา
ปัจจุบัน การอํานวยความสะดวกแก่ผู้ผลิตในประเทศเพื่อยื่นคําขอให้ไต่สวนมาตรการเยียวยาทางการค้า
และการแก้ต่างเมื่อผู้ส่งออกไทยถูกประเทศคู่ค้าฟ้อง ยังคงเป็นกระบวนการที่ต้องใช้ระยะเวลาดําเนินการ
เนื่องจากมีขั้นตอนที่ซับซ้อน โดยแต่ละประเทศได้อนุวัติกฎหมายตามที่องค์การการค้าโลก (World Trade Organization: WTO) กําหนด โดยมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด อนุวัติตาม AGREEMENT ON
เบญจมาภรณ์ พรมเพิ่ม ผศ.ดร.วิศิษฎ์ หิรัญกิตติ
คณุตม์ พึ่งเกษม
อําพร แสงศรีจันทร์
พรทิพย์ เตชะอุบล สีมา พันธ์พิจิตร
พัชราวรรณ ไทยอาจ

  • ๒ -
    IMPLEMENTATION OF ARTICLE VI OF THE GENERAL AGREEMENT ON TARIFFS AND TRADE (AD)
    มาตรการตอบโต้การอุดหนุน เป็นไปตาม AGREEMENT ON SUBSIDIES AND COUNTERVAILING MEASURES (CVD) และมาตรการปกป้องจากการนําเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้น เป็นไปตาม AGREEMENT ON SAFEGUARDS (SG) โดยแต่ละประเทศได้บัญญัติกฎหมายให้มีรายละเอียดเพิ่มเติมที่ยังคงสอดคล้องกับที่ WTO กําหนด ทําให้แนว ปฏิบัติของแต่ละประเทศแตกต่างกัน ประกอบกับผู้ประกอบการขาดความเข้าใจ เกี่ยวกับหลักการและกระบวนการ ยื่นคําขอใช้มาตรการฯ ตลอดจนความจําเป็นในการตรวจสอบ ความถูกต้องครบถ้วนของหลักฐานที่ต้องการความ ละเอียดถี่ถ้วน การรวบรวมความคิดเห็นและหลักฐาน สนับสนุนของผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายที่มาจากหลากหลาย แหล่งที่มา การคํานวณอัตราอากร และการพิจารณามาตรการอื่นๆ ซึ่งการใช้ระยะเวลาการดําเนินงานที่ยาวนาน อาจส่งผลกระทบ ต่อทั้งผู้ผลิตและเศรษฐกิจในวงกว้างตามมา นอกเหนือจากการดําเนินงานเชิงรับในการ ดําเนินการ ตามคําขอของผู้ผลิตแล้ว การดําเนินงานเชิงรุก อาทิ การติดตามข่าวสาร ความเสี่ยง และผลกระทบ ที่ อาจเกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมไทย จะช่วยให้สามารถกําหนดและตัดสินใจเชิงนโยบายป้องกัน และแก้ไขปัญหาอย่าง ทันท่วงที ซึ่งจะเป็นปัจจัยสําคัญในการยกระดับมาตรฐานด้านการให้บริการของกรมฯ เช่นกัน
    จากที่กล่าวมาข้างต้น การพัฒนาระบบที่สามารถจัดการข้อมูลจํานวนมากและลดขั้นตอนการทํางาน ของเจ้าหน้าที่แบบครบวงจร เพื่อให้สามารถดําเนินงานและสืบค้นข้อมูลได้ง่าย จึงถือเป็นสิ่งสําคัญในการ ยกระดับคุณภาพการดําเนินงานของกรมฯ และอํานวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการของกรมการค้า
    การซักถามเพื่อประเมินสถานการณ์ของผู้ผลิต ตลอดจนการให้คําแนะนําเบื้องต้นในการ เตรียมความพร้อมด้านข้อมูลในการยื่นคําขอผ่านระบบออนไลน์ พร้อมทั้งการมีระบบที่สามารถจัดเก็บข้อมูล ติดตาม ตรวจสอบสถานะการยื่นคําขอ ช่วยค้นหาข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณาประกอบกับเอกสาร จากผู้ผลิตที่ยื่นคําขอ และการแจ้งเตือนความคืบหน้าการดําเนินการของคําขอไปยังผู้ยื่น และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เพื่ออํานวยความสะดวก และส่งเสริมความร่วมมือในการปกป้องผลประโยชน์ ร่วมกันของผู้ผลิตสินค้าภายในประเทศ นอกจากนี้ ระบบยังสามารถช่วยให้เจ้าหน้าที่ของกรมฯ สามารถ ตรวจสอบหลักฐานและประมวลผลข้อมูลที่ได้รับจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ และนํามาประมวลผลโดยใช้ปัญญา ประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) เพื่อคาดการณ์ความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายในทางการค้า ระหว่างประเทศ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อประเทศไทย พร้อมทั้งแจ้งเตือนไปยังเจ้าหน้าที่ของกรมฯ
    ต่างประเทศ ซึ่งระบบดังกล่าวจะครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการสร้างความเข้าใจให้กับผู้ผลิตเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ต่างๆ
    ให้สามารถติดตามสถานการณ์และออกนโยบายป้องกันรวมถึงจํากัดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นแก่ผู้ผลิต
    ในประเทศได้อย่างรวดเร็ว
    ๒. วัตถุประสงค์
    ๒.๑ เพื่อยกระดับการบริการ และอํานวยความสะดวกทางการค้าให้มีความสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ด้วยการนําเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการตอบคําถาม ให้คําแนะนํา และรับยื่นคําขอ
    ๒.๒ เพื่อพัฒนาระบบการยื่นคําขอของผู้ผลิต และการจัดเก็บข้อมูลหลักฐานประกอบการพิจารณา การใช้ มาตรการเยียวยาทางการค้าที่ได้รับจากผู้ผลิตและผู้มีส่วนได้เสียในทุกๆฝ่าย ให้มีความทันสมัย รวมถึงลดการใช้ กระดาษ และเพิ่มการจัดเก็บข้อมูลแบบรวมศูนย์ (Centralized Database) มากยิ่งขึ้น ให้สามารถค้นหาข้อมูล
    ได้ง่าย และสะดวกต่อการนํามาวิเคราะห์และต่อยอด
    เบญจมาภรณ์ พรมเพิ่ม
    อําพร แสงศรีจันทร์
    ผศ.ดร.วิศิษฎ์ หิรัญกิตติ
    คณุตม์ พึ่งเกษม
    พรทิพย์ เตชะอุบล
    พัชราวรรณ ไทยอาจ
    สีมา พันธ์พิจิตร

    ๒.๓ เพื่อพัฒนาการเชื่อมโยงข้อมูลที่จําเป็นสําหรับการช่วยค้นหาข้อมูลประกอบการพิจารณาการใช้
    มาตรการเยียวยาทางการค้าเพื่อปกป้องและรักษาผลประโยชน์สูงสุดทางการค้าของประเทศ
    โดยการนําเข้า ข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากหลากหลายหน่วยงาน เพื่อให้สามารถดําเนินการวิเคราะห์ ประเมิน
    สถานการณ์ และช่วยในการตัดสินใจโดยมีข้อมูลอ้างอิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    ๒.๔ เพื่อพัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยทั้งในระดับภูมิภาคและเวทีโลกด้วย
    การดําเนินงานแบบเชิงรุกผ่านการติดตามสถานการณ์ คาดคะเนความเป็นไปได้และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ที่เชื่อมต่อกับฐานข้อมูลความรู้ของกรมฯ เพื่อให้สามารถดําเนินการป้องกัน
    และออกแบบกลยุทธ์ได้
    ๓. คุณสมบัติผู้ยื่นข้อเสนอ
    ๓.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย ๓.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่ว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
    ๓.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน
    ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
    ๓.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหาร
    พัสดุภาครัฐกําาหนดในราชกิจจานุเบกษา
    ๓.๗ เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
    ๓.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่กรมฯ ณ วันประกาศ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
    ๓.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่น ข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
    ๓.๑๐
    ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
    ๓.๑๐.๑. การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
    กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญา ของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
    ๓.๑๐.๒. กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลักกิจการ
    เค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
    สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้า
    ทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
    ๓.๑๐.๓. การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
    (๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่น
    เบญจมาภรณ์ พรมเพิ่ม ผศ.ดร.วิศิษฎ์ หิรัญกิตติ
    อําพร แสงศรีจันทร์ คณุตม์ พึ่งเกษม
    พรทิพย์ เตชะอุบล
    พัชราวรรณ ไทยอาจ
    สีมา พันธ์พิจิตร
  • ๔ -
    ข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
    สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วม ค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนาม
    กิจการร่วมค้า
    (๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้า ที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ (๑) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กรณีที่มีการ จําหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
    ๓.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement: e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๓.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
    ๓.๑๒.๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศซึ่งได้ จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนองบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่ หน่วยงานของรัฐกําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงิน กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคมของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่น ข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
    ๓.๑๒.๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงาน งบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดย ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอไม่ต่ํากว่า ๒๐ ล้านบาท
    ๓.๑๒.๓. สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่น ข้อเสนอ เป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการ ที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ
    รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
    ๓.๑๒.๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียง พอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
    (๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดา ที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจ
    ค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย
    แจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขา รับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    เบญจมาภรณ์ พรมเพิ่ม ผศ.ดร.วิศิษฎ์ หิรัญกิตติ
    อําพร แสงศรีจันทร์ คณุตม์ พึ่งเกษม
    พรทิพย์ เตชะอุบล
    พัชราวรรณ ไทยอาจ
    สีมา พันธ์พิจิตร
  • ๕ -
    (๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคล ธรรมดา ที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ
    หรือบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์
    และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร
    แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ
    หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ
    อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อ ที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจ จากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน

    ๓.๑๒.๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดา ที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๓.๑๒.๒ ข้อ ๓.๑๒.๓ และข้อ ๓.๑๒.๔.๒ มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคา ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
    ทั้งนี้ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ
    ของกิจการ แล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสาร ดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่า
    ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
    ๓.๑๒.๖. กรณีตาม ข้อ ๓.๑๒.๑ - ข้อ ๓.๑๒.๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้
    (๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
    (๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
    (๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และ งานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้ว ก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
    การจัดซื้อจัดจ้างฯ
    (๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติ
    (๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
    (๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงาน ขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
    ๓.๑๓ ผู้เสนอราคาต้องมีหนังสือรับรองการแต่งตั้งเป็นตัวแทนจําหน่าย (Authorized Reseller) จากผู้ให้บริการระบบคลาวด์คอมพิวติง (Cloud Computing) ที่ออกให้โดยบริษัทผู้ผลิตหรือผู้แทนจําหน่าย อย่างเป็นทางการในประเทศไทย โดยหนังสือดังกล่าวต้องแสดงสิทธิ์การจําหน่ายและสิทธิ์ในการเข้าทําสัญญา แทนบริษัทผู้ให้บริการระบบคลาวด์คอมพิวติ้งได้โดยตรง ทั้งนี้ หนังสือดังกล่าวจะต้องมีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน ถัดจากวันที่ออกหนังสือจนถึงวันที่เสนอราคา
    เบญจมาภรณ์ พรมเพิ่ม ผศ.ดร.วิศิษฎ์ หิรัญกิตติ
    อําพร แสงศรีจันทร์ คณุตม์ พึ่งเกษม
    พรทิพย์ เตชะอุบล
    พัชราวรรณ ไทยอาจ
    สีมา พันธ์พิจิตร