ประกวดราคาจ้างค่าบำรุงรักษาและปรับปรุงระบบขนส่งอัจฉริยะ ๑ แห่ง งานจ้างเหมาตรวจสอบ บำรุงรักษา และแก้ไขปัญหาระบบขนส่งอัจฉริยะที่สนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์บริหารจัดการจราจรและอุบัติเหตุ กรมทางหลวง (HTOC)
โครงการนี้เป็นงานจ้างเหมาบำรุงรักษาและปรับปรุงระบบขนส่งอัจฉริยะ (Intelligent Transport Systems: ITS) ของกรมทางหลวงที่สนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์บริหารจัดการจราจรและอุบัติเหตุ (HTOC) เนื่องจากอุปกรณ์และระบบต่างๆ ที่ติดตั้งไว้ได้ทยอยหมดอายุรับประกัน ส่งผลให้สำนักอำนวยความปลอดภัยจำเป็นต้องดำเนินการบำรุงรักษาเพื่อให้ระบบสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
ขอบเขตงานหลักประกอบด้วยการตรวจสอบ บำรุงรักษาเชิงป้องกัน (PM) ตามรอบเวลาที่กำหนด และการบำรุงรักษาเชิงแก้ไข (CM) เมื่อเกิดปัญหา เพื่อแก้ไขการชำรุดเสียหายของอุปกรณ์หรือระบบให้กลับมาทำงานได้ปกติ โดยครอบคลุมระบบงานหลัก 4 ระบบ ได้แก่ 1) เครื่องสำรวจปริมาณจราจรชนิดติดตั้งถาวร 2) ระบบประมาณระยะเวลาในการเดินทาง (Travel Time Estimation) 3) ระบบเผยแพร่ข้อมูลการจราจรให้กับผู้ใช้ทาง (Advanced Traveler Information System) และ 4) ระบบบริหารจัดการการใช้ช่องจราจรบนทางหลวง (Lane Management System) ซึ่งรวมถึงอุปกรณ์เช่น กล้อง CCTV, VMS, อุปกรณ์ตรวจวัดสภาพจราจรและสภาพอากาศ
วัตถุประสงค์เพื่อยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ ลดความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของระบบ และสนับสนุนการบริหารจัดการจราจรที่มีประสิทธิภาพผ่านการให้ข้อมูลที่ทันสมัยต่อประชาชนผู้ใช้ทางหลวง
English summary
This project is a maintenance and improvement outsourcing contract for the Intelligent Transport Systems (ITS) of the Department of Highways that supports the operations of the Highway Traffic Operations Center (HTOC). As the installed equipment and systems have gradually passed their warranty periods, the Office of Safety Administration needs to carry out maintenance to ensure continuous and efficient system operation.
The main scope of work includes inspection, scheduled Preventive Maintenance (PM), and Corrective Maintenance (CM) to address system or equipment failures and restore normal operation. The work covers four main subsystems: 1) Permanent traffic volume survey equipment, 2) Travel Time Estimation system, 3) Advanced Traveler Information System, and 4) Lane Management System, which includes devices such as CCTV cameras, Variable Message Signs (VMS), and traffic/weather monitoring equipment.
The objectives are to extend the equipment’s service life, reduce the risk of system downtime, and support efficient traffic management by providing up-to-date information to highway users.
งานสนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์บริหารจัดการจราจรและอุบัติเหตุ กรมทางหลวง (HTOC) ซึ่งเป็นศูนย์กลางการจัดการบนโครงข่ายทางหลวงทั่วประเทศ
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- ดำเนินการตรวจสอบ บำรุงรักษา และแก้ไขปัญหาระบบขนส่งอัจฉริยะภายใต้ศูนย์บริหารจัดการการจราจรและอุบัติเหตุ ที่สิ้นสุดระยะรับประกันสัญญาจ้าง ให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ดำเนินการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance: PM) ตามรอบระยะเวลาที่กำหนด เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
- ดำเนินการบำรุงรักษาเชิงแก้ไข (Corrective Maintenance: CM) เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการชำรุดเสียหายของอุปกรณ์หรือระบบ ให้ระบบกลับมาทำงานได้อย่างปกติ
- ให้ระบบสามารถให้บริการแก่ผู้ใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง ไม่เกิดความสะดุดหรือหยุดชะงัก
- ลดความเสี่ยงจากการชำรุดที่อาจกระทบต่อการดำเนินงานโดยรวม
- ยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ในระบบให้สามารถใช้งานได้อย่างยาวนานและคุ้มค่าตามมาตรฐานที่กำหนด
- สนับสนุนการบริหารจัดการระบบที่มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับนโยบายการดำเนินงานที่มุ่งเน้นความพร้อมใช้งาน
ขอบเขตของงาน
งานนี้ครอบคลุมการตรวจสอบ บำรุงรักษา (ทั้งเชิงป้องกันและเชิงแก้ไข) และแก้ไขปัญหาระบบขนส่งอัจฉริยะสำหรับศูนย์ HTOC ประกอบด้วยระบบงานย่อยหลัก 4 ระบบตามคำจำกัดความใน TOR:
- เครื่องสำรวจปริมาณจราจรฯ ชนิดติดตั้งถาวร: อุปกรณ์สำรวจข้อมูลจราจรชนิดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Microwave Radar) สำหรับตรวจวัดปริมาณจราจร, แยกประเภทรถ, วัดความเร็วเฉลี่ยและความหนาแน่น พร้อมระบบภาพจาก CCTV
- ระบบประมาณระยะเวลาในการเดินทางบนโครงข่าย (Travel Time Estimation): ระบบที่ใช้อุปกรณ์ตรวจวัดสภาพจราจร (แบบ Bluetooth และ WIFI) เพื่อตรวจสอบ ประมาณ และคาดการณ์ระยะเวลาเดินทาง
- ระบบเผยแพร่ข้อมูลการจราจรให้กับผู้ใช้ทาง (Advanced Traveler Information System - ATIS): ระบบเผยแพร่ข้อมูลจราจรและอุบัติเหตุผ่านป้าย VMS, Mobile Application และเครือข่ายสังคมออนไลน์
- ระบบบริหารจัดการการใช้ช่องจราจรบนทางหลวง (Lane Management System): ระบบจัดการช่องทางเดินรถผ่านป้าย VMS และป้ายแสดงข้อความ (Message Sign: MS)
ลักษณะงานประกอบด้วย:
- การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance: PM): การตรวจสอบและบำรุงรักษาตามกำหนดเวลาเพื่อป้องกันปัญหา
- การบำรุงรักษาเชิงแก้ไข (Corrective Maintenance: CM): การแก้ไขปัญหาในกรณีที่เกิดเหตุขัดข้อง เพื่อให้อุปกรณ์และระบบกลับมาใช้งานได้ปกติ
- รายละเอียดการดำเนินการที่ชัดเจนระบุอยู่ในเอกสารแนบ ๒, ๓ และ ๔ ของ TOR
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- การตรวจสอบ บำรุงรักษาเชิงป้องกันและเชิงแก้ไขระบบขนส่งอัจฉริยะทั้งหมดให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง
- การส่งมอบรายงานสรุปผลการปฏิบัติงานเป็นงวดๆ รวม 8 งวด ตามระยะเวลาที่กำหนดในสัญญา (ภายใน 35, 65, 95, 125, 155, 185, 215 วัน และหลังงานแล้วเสร็จ)
- อุปกรณ์และระบบทั้งหมดที่อยู่ในขอบเขตงาน (ระบบงานกลางและระบบงานย่อย 4 ระบบ) อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตามมาตรฐาน
- แผนการทำงาน (ภายใน 15 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา)
- แผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ (ภายใน 60 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา)
ระยะเวลาดำเนินการ
- ระยะเวลาดำเนินการแล้วเสร็จ: ไม่เกิน 245 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
- กำหนดยืนราคา: ไม่น้อยกว่า 245 วัน ตั้งแต่วันเสนอราคา
- การส่งรายงานสรุปผลการปฏิบัติงานเป็นงวดทุก 30-35 วัน (รวม 8 งวด) ตามรายละเอียดในข้อตกลงการจ่ายเงิน
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
Eligibility Requirements:
- ต้องเป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
- ต้องไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือไม่เป็นผู้ขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
- ต้องไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย (เว้นแต่มีการสละสิทธิ์)
Standards Compliance:
- ไม่ระบุเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับ ISO หรือมาตรฐานสากลในส่วนคุณสมบัติพื้นฐาน
Experience:
- ต้องมีผลงานติดตั้ง พัฒนา หรือบำรุงรักษางานในลักษณะเดียวกัน (ตามระบบงานย่อย 4 ระบบในข้อ 1.7.1 - 1.7.4) อย่างน้อยระบบใดระบบหนึ่ง กับงานที่ประกวดราคา
- เป็นผลงานที่แล้วเสร็จตามสัญญาอย่างน้อย 1 สัญญา ภายในระยะเวลา 5 ปี นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอ
- ผลงานต้องเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ และมีการส่งมอบงานและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
Previous Project Cost:
- มูลค่างานของผลงานอ้างอิงต้อง ไม่น้อยกว่า 1,600,000 บาท (หนึ่งล้านหกแสนบาทถ้วน)
Technical Capabilities:
- คุณสมบัติทางเทคนิคเฉพาะเจาะจงคาดว่าระบุในเอกสารแนบของ TOR (แนบ 2, 3, 4) ซึ่งไม่ได้แสดงในเอกสารหลักนี้
Personnel:
- ไม่ได้ระบุข้อกำหนดเกี่ยวกับระดับการศึกษา คุณวุฒิ หรือการรับรองของพนักงานโดยเฉพาะในส่วนคุณสมบัติพื้นฐาน
- ข้อกำหนดเกี่ยวกับบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะทางอาจระบุในเอกสารแนบของ TOR
หมายเหตุสำหรับกิจการร่วมค้า (JV):
- หากเป็นกิจการร่วมค้าและกำหนดให้มีผู้เข้าร่วมค้าหลัก ต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของ JV
- หากไม่ได้กำหนดผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไข
เกณฑ์การพิจารณา
- หลักเกณฑ์การพิจารณา: ใช้ หลักเกณฑ์ราคา (Price-Based)
- เกณฑ์ตัดสินผู้ชนะ: พิจารณาจาก ราคารวม ที่เสนอ
- เงื่อนไขเพิ่มเติม (แต้มต่อ):
- สิทธิ์ SME: หากผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ไม่เกินร้อยละ 10 จะได้รับสิทธิ์ให้จัดจ้างกับ SME นั้น โดยเรียงลำดับไม่เกิน 3 ราย (ผู้เข้าร่วมค้าใน JV ทุกรายต้องเป็น SME)
- สิทธิ์ไทยต่อต่างชาติ: หากผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลไทยเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นบุคคลต่างชาติหรือนิติบุคคลต่างประเทศ ไม่เกินร้อยละ 3 จะได้รับสิทธิ์จัดจ้าง (ผู้เข้าร่วมค้าใน JV ทุกรายต้องเป็นบุคคล/นิติบุคคลไทย)
- คณะกรรมการมีสิทธิ์ให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติม และสงวนสิทธิ์ไม่รับข้อเสนอที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขสำคัญ หรือราคาต่ำจนไม่น่าจะปฏิบัติงานได้
ข้อกำหนดทางเทคนิค
งานนี้เกี่ยวข้องกับการบำรุงรักษาระบบขนส่งอัจฉริยะ (ITS) ขนาดใหญ่ของกรมทางหลวง ซึ่งประกอบด้วยระบบย่อยที่ใช้เทคโนโลยีหลากหลาย:
- ระบบสำรวจจราจร: ใช้เทคโนโลยีเรดาร์คลื่นไมโครเวฟ (Microwave Radar) สำหรับตรวจจับและจำแนกประเภทยานพาหนะ อัตราความเร็ว และความหนาแน่น พร้อมระบบส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายสื่อสารทางไกล
- ระบบประมาณเวลาเดินทาง: ใช้เทคโนโลยีการตรวจจับสัญญาณ Bluetooth และ WiFi จากอุปกรณ์เคลื่อนที่ของผู้ใช้ทางเพื่อคำนวณเวลาเดินทาง
- ระบบเผยแพร่ข้อมูล: ใช้ป้ายจราจรอิเล็กทรอนิกส์ชนิดปรับเปลี่ยนข้อความได้ (VMS) และช่องทางดิจิทัล (Mobile App, Social Media) สำหรับกระจายข้อมูลแบบเรียลไทม์
- ระบบจัดการช่องจราจร: ใช้ป้าย VMS และป้ายข้อความ (MS) สำหรับควบคุมและแนะนำการใช้ช่องจราจรที่เหมาะสม
- การบำรุงรักษา: ต้องดำเนินการทั้งแบบ Preventive Maintenance (PM) และ Corrective Maintenance (CM) ตามมาตรฐานที่กำหนด รายละเอียดทางเทคนิคและวิธีการปฏิบัติงานที่แน่นอนระบุอยู่ในเอกสารแนบของ TOR (แนบ 2, 3, 4)
เงื่อนไขสัญญา
- วงเงินงบประมาณ/ราคากลาง: 10,943,104.64 บาท
- หลักประกันการเสนอราคา: 814,474.00 บาท (สามารถเป็นเงินสด, หนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์, พันธบัตรรัฐบาลไทย)
- หลักประกันสัญญา: ร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาได้
- การจ่ายเงิน: แบ่งจ่ายเป็น 8 งวด ตามอัตราส่วนต่อเมื่อส่งรายงานสรุปผลการปฏิบัติงานและกรมตรวจรับแล้ว:
- งวด 1 (10%): ภายใน 35 วันหลังลงนาม
- งวด 2 (10%): ภายใน 65 วันหลังลงนาม
- งวด 3 (15%): ภายใน 95 วันหลังลงนาม
- งวด 4 (15%): ภายใน 125 วันหลังลงนาม
- งวด 5 (15%): ภายใน 155 วันหลังลงนาม
- งวด 6 (15%): ภายใน 185 วันหลังลงนาม
- งวด 7 (10%): ภายใน 215 วันหลังลงนาม
- งวด 8 (10%): หลังงานแล้วเสร็จและตรวจรับมอบงานเรียบร้อย
- ค่าปรับ:
- กรณีจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต: ปรับร้อยละ 10 ของวงเงินงานจ้างช่วง
- กรณีผิดสัญญาอื่นๆ: ปรับรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้าง
- แหล่งเงินทุน: เงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. 2569
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
Q: ระบบขนส่งอัจฉริยะ (ITS) ที่ต้องบำรุงรักษาในโครงการนี้ ครอบคลุมพื้นที่ใดบ้าง?
A: จาก TOR ระบุว่าระบบสนับสนุนการทำงานของศูนย์บริหารจัดการจราจรและอุบัติเหตุกรมทางหลวง (HTOC) ซึ่งเป็นศูนย์กลางการจัดการการจราจรบนโครงข่ายทางหลวงของกรมทางหลวงทั่วประเทศ ดังนั้นอุปกรณ์และระบบที่ต้องบำรุงรักษาอาจกระจายตัวอยู่ตามจุดต่างๆ บนทางหลวงทั่วประเทศ ตามที่ระบบ HTOC ดูแลอยู่ -
Q: ผู้รับจ้างต้องมีความพร้อมด้านช่างเทคนิคหรือทีมงานอย่างไร เพื่อรองรับการบำรุงรักษาแบบแก้ไขฉุกเฉิน (CM)?
A: TOR หลักไม่ได้ระบุรายละเอียด แต่โดยธรรมชาติของงานบำรุงรักษาระบบที่สำคัญต่อการจราจร ผู้รับจ้างควรมีทีมงานช่างเทคนิคที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ITS พร้อม standby และมีแผนการตอบสนองต่อเหตุขัดข้อง (Response Time) ที่รวดเร็ว ซึ่งรายละเอียดเหล่านี้ควรมีการกำหนดในแผนการทำงานที่ต้องเสนอภายใน 15 วันหลังลงนามสัญญา -
Q: การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (PM) มีรอบการปฏิบัติงานบ่อยแค่ไหน?
A: TOR ระบุว่าเป็นการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน “ตามรอบระยะเวลาที่กำหนด” โดยรายละเอียดระยะเวลาและกิจกรรมที่ชัดเจนของ PM สำหรับแต่ละประเภทอุปกรณ์ คาดว่ากำหนดไว้ในเอกสารแนบ 2, 3, 4 ของ TOR ซึ่งผู้สนใจต้องดาวน์โหลดและศึกษาต่อไป -
Q: หากต้องเปลี่ยนอะไหล่หรืออุปกรณ์ที่ชำรุด ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ในราคาสัญญาหรือไม่?
A: ราคากลางและสัญญาครอบคลุม “ค่าบำรุงรักษาและปรับปรุง” ซึ่งโดยทั่วไปน่าจะรวมค่าแรงและค่าอะไหล่พื้นฐานสำหรับการบำรุงรักษาและแก้ไขปัญหาไว้แล้ว อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบรายละเอียดในเอกสารแนบของ TOR และแบบสัญญาอย่างละเอียดว่ามีข้อยกเว้นสำหรับอะไหล่ราคาสูงเฉพาะรายการหรือไม่ -
Q: ผู้รับจ้างต้องจัดทำและส่งรายงานผลการปฏิบัติงานในรูปแบบใด?
A: TOR ระบุให้ส่ง “รายงานสรุปผลการปฏิบัติงาน” เป็นงวดๆ ตามเวลาเพื่อเบิกจ่ายเงิน คาดว่ารายงานต้องแสดงผลการตรวจสอบ ปัญหาที่พบ การดำเนินการแก้ไข (PM/CM) และสถานะของอุปกรณ์/ระบบ แต่รูปแบบและเนื้อหารายละเอียดที่กำหนดอาจระบุเพิ่มเติมในเอกสารแนบหรือแบบฟอร์มของกรม -
Q: งานนี้มีการฝึกอบรมหรือถ่ายทอดความรู้ให้กับเจ้าหน้าที่ของกรมทางหลวงหรือไม่?
A: จาก TOR ที่ให้มา ไม่ได้กล่าวถึงข้อกำหนดในการฝึกอบรมหรือถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับเจ้าหน้าที่ของกรม งานเน้นที่การตรวจสอบ บำรุงรักษา และแก้ไขปัญหาเป็นหลัก -
Q: ผู้รับจ้างสามารถใช้โรงงานหรือศูนย์ซ่อมของบริษัทอื่นเป็น subcontractor สำหรับงานบางส่วนได้หรือไม่?
A: สัญญามีบทลงโทษกรณี “นำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับอนุญาตจากกรม” ซึ่งปรับสูงถึง 10% ของวงเงินงานจ้างช่วง ดังนั้นการจ้างช่วงใดๆ ต้องได้รับการอนุญาตจากกรมทางหลวงเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเสมอ -
Q: ระหว่างดำเนินงาน หากพบว่าต้องเพิ่มขอบเขตงานหรืออุปกรณ์นอกเหนือจากที่ระบุใน TOR จะดำเนินการอย่างไร?
A: ควรอ้างอิงตามเงื่อนไขในแบบสัญญาว่ามีกระบวนการขอเปลี่ยนแปลงงาน (Variation Order) หรือไม่ โดยทั่วไปงานเพิ่มเติม可能需要ทำสัญญาเพิ่มหรือบันทึกข้อตกลงแยกต่างหาก และต้องได้รับอนุมัติตามระเบียบของกรม -
Q: หลังจากส่งมอบงานและครบสัญญาแล้ว ผู้รับจ้างมีหน้าที่รับประกันงานหรือดูแลต่ออีกระยะหนึ่งหรือไม่?
A: TOR ไม่ได้ระบุระยะเวลารับประกันงานหลังการบำรุงรักษาและส่งมอบงานแล้ว เงื่อนไขการรับประกันผลงาน (Warranty) อาจระบุอยู่ในแบบสัญญาจ้าง (เอกสารแนบ 1.3) ซึ่งควรศึกษาต่อไป -
Q: ผู้รับจ้างต้องมีช่องทางการสื่อสารและประสานงานกับศูนย์ HTOC อย่างไรในช่วงดำเนินงาน?
A: TOR ไม่ได้ระบุชัดเจน แต่ด้วยความที่ระบบต้องทำงานต่อเนื่อง 24/7 ผู้รับจ้างจำเป็นต้องมีช่องทางติดต่อฉุกเฉิน (Hotline) และมีกระบวนการรายงานปัญหาที่ชัดเจนกับศูนย์ HTOC และสำนักอำนวยความปลอดภัย ซึ่งน่าจะเป็นส่วนหนึ่งของแผนการทำงานที่ต้องเสนอ
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ร่างขอบเขตของงาน (Terms of Reference)
ค่าบํารุงรักษาและปรับปรุงระบบขนส่งอัจฉริยะ ๑ แห่ง งานจ้างเหมาตรวจสอบ บํารุงรักษา และแก้ไข ปัญหาระบบขนส่งอัจฉริยะที่สนับสนุนการดําเนินงานของศูนย์บริหารจัดการจราจรและอุบัติเหตุ
กรมทางหลวง (HTOC)
๑. ความเป็นมา
กรมทางหลวงโดยสํานักอํานวยความปลอดภัย ได้มีการติดตั้งอุปกรณ์ และระบบขนส่งอัจฉริยะต่าง ๆ บนสายทางเพื่อสนับสนุนการดําเนินงานของศูนย์บริหารจัดการจราจรและอุบัติเหตุ กรมทางหลวง (Highway Traffic Operations Center : HTOC) ซึ่งประกอบด้วย เครื่องสํารวจปริมาณจราจร กล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) รวมถึงอุปกรณ์ตรวจวัดชนิดต่าง ๆ สําหรับการตรวจสอบสภาพจราจร และสภาพอากาศ ป้ายจราจร ชนิดปรับเปลี่ยนข้อความได้ (Variable Message Sign) ระบบควบคุมไฟสัญญาณจราจรแบบปรับเปลี่ยน อัตโนมัติ (Adaptive Traffic Signal Control) ระบบไฟสัญญาณจราจรอัจฉริยะบริเวณทางม้าลาย (Smart Crosswalk) ระบบควบคุมการใช้ความเร็วบนทางหลวง (Speed Enforcement) ระบบตรวจจับการกระทํา ความผิดบริเวณทางแยก (Redlight Enforcement) ตลอดจนระบบงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ปัจจุบันอุปกรณ์ และระบบขนส่งอัจฉริยะต่าง ๆ ได้ทยอยหมดอายุรับประกัน สํานักอํานวยความ ปลอดภัยจึงมีความประสงค์จะดําเนินการจ้างเหมาตรวจสอบ บํารุงรักษา และแก้ไขปัญหาอุปกรณ์และ ระบบงานที่สนับสนุนการดําเนินงานของศูนย์บริหารจัดการจราจรและอุบัติเหตุ กรมทางหลวง (HTOC) ที่หมด ระยะเวลารับประกัน เพื่อให้ระบบสามารถทํางานได้อย่างต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กรมทางหลวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีข้อมูลสําหรับใช้ในการติดตามสภาพจราจร และบริหารจัดการจราจร รวมถึงการ เผยแพร่ข้อมูลด้านการจราจรให้กับประชาชนผู้ใช้ทางเพื่อใช้ประกอบการวางแผนการเดินทาง ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น ป้ายจราจรชนิดปรับเปลี่ยนข้อความได้ (VMS) Mobile Application และเครือข่ายสังคมออนไลน์ อันจะ ส่งผลให้การบริหารจัดการจราจรบนทางหลวง มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ประชาชนได้รับความสะดวกสบาย
ในการเดินทางมากยิ่งขึ้น
คําจํากัดความ
๑.๑ ผู้ว่าจ้าง หมายถึง กรมทางหลวง โดยสํานักอํานวยความปลอดภัย
๑.๒ ผู้รับจ้าง หมายถึง ผู้ยื่นข้อเสนอที่มีคุณสมบัติตามที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
ซึ่งได้รับการพิจารณาคัดเลือกและลงนามในสัญญา
๑.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอ หมายถึง นิติบุคคลหรือกลุ่มนิติบุคคลที่มีคุณสมบัติตามกําหนดไว้ในเอกสาร
ประกวดราคา และมีสิทธิ์เข้ายื่นข้อเสนอเพื่อเข้ามารับจ้างดําเนินการงานนี้
๑.๔ ศูนย์บริหารจัดการจราจรและอุบัติเหตุ กรมทางหลวง (Highway Traffic Operations Center: HTOC) หมายถึง ศูนย์กลางการจัดการการจราจรและอุบัติเหตุบนโครงข่าย
๑.๕
๑.๖
อ
ทางหลวงของกรมทางหลวง
ระบบงาน
หมายถึง ระบบที่สนับสนุนการทํางานของศูนย์บริหารจัดการจราจรและ
อุบัติเหตุ แบ่งออกเป็น ๒ ระบบ ได้แก่ ระบบงานกลาง และระบบงานย่อย ระบบงานกลาง หมายถึง ระบบควบคุมการทํางานของระบบงานย่อยและระบบสนับสนุนอื่น ๆ
على
(
ex
อ
๑.๗ ระบบงานย่อย หมายถึง ระบบดังต่อไปนี้
๑.๘
๑.๗.๑
๑.๗.๒
๑.๗.๔
២
เครื่องสํารวจปริมาณจราจรฯ ชนิดติดตั้งถาวร หมายถึง อุปกรณ์สํารวจข้อมูล การจราจรชนิดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Microwave Radar) ที่ใช้ในการตรวจจัด ปริมาณจราจร แยกประเภทรถ ตรวจวัดความเร็วเฉลี่ย และความหนาแน่นของ
การจราจร พร้อมระบบภาพจากกล้องวงจรปิดสําหรับตรวจตราสภาพจราจรจาก
จุดสํารวจปริมาณจราจรบนทางหลวงทั่วประเทศ ซึ่งข้อมูลทั้งหมดจะถูกส่งผ่าน ระบบเครือข่ายสื่อสารทางไกลเพื่อจัดเก็บ และประมวลผล ณ เครื่องแม่ข่ายของ สํานักอํานวยความปลอดภัย ตามที่ระบุไว้ในเอกสารแนบ
ระบบประมาณระยะเวลาในการเดินทางบนโครงข่าย (Travel Time Estimation) หมายถึง ระบบที่ใช้ในการตรวจสอบ ประมาณ รวมไปถึงคาดการณ์ระยะเวลา ในการเดินทางบนโครงข่ายทางหลวง โดยจะมีการติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัด สภาพจราจร (แบบ Bluetooth และ WIFI) สําหรับตรวจวัดระยะเวลาการเดินทาง บนสายทาง เพื่อทําการคํานวณระยะเวลาในการเดินทางในแต่ละช่วงถนน ทั้งนี้ระบบสามารถใช้ข้อมูลจากแหล่งข้อมูลอื่นที่สามารถเชื่อมต่อเข้าสู่ศูนย์บริหาร จัดการจราจรและอุบัติเหตุ กรมทางหลวง มาประกอบเพื่อเพิ่มศักยภาพและ ความถูกต้องของข้อมูลได้ ตามที่ระบุไว้ในเอกสารแนบ ๑
ระบบเผยแพร่ข้อมูลการจราจรให้กับผู้ใช้ทาง (Advanced Traveler Information System) หมายถึง ระบบที่ช่วยในการเผยแพร่ข้อมูลการจราจรและอุบัติเหตุ รวมถึงอุบัติการณ์ต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ใช้ทางได้รับทราบข่าวสารประกอบการตัดสินใจ เดินทาง โดยข้อมูลเหล่านี้จะถูกเผยแพร่ผ่านป้ายจราจรชนิดปรับเปลี่ยนข้อความได้ (VMS) ที่ติดตั้งบนสายทาง ผ่าน Mobile Application ผ่านเครือข่ายสังคม ออนไลน์ รวมไปถึงช่องทางการติดต่อสื่อสารอื่น ๆ ที่จะมีเพิ่มเติมในอนาคต ตามที่ ระบุไว้ในเอกสารแนบ ๑
ระบบบริหารจัดการการใช้ช่องจราจรบนทางหลวง (Lane Management
System) หมายถึง ระบบที่ช่วยสนับสนุนการจัดการช่องทางเดินรถให้ผู้ใช้ยวดยาน
แต่ละประเภทสามารถขับขี่บนช่องทางได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย ลดปัญหา
การใช้ความเร็วที่ไม่เหมาะสมในช่องทาง รวมถึงการบริหารจัดการช่องจราจร ในกรณีมีเหตุการณ์ต่าง ๆ ผ่านป้ายจราจรชนิดปรับเปลี่ยนข้อความได้ (Variable Message Sign: VMS) กับป้ายเปลี่ยนข้อความหรือสัญลักษณ์แสดง ความเร็วจํากัดหรือชนิดของยานพาหนะที่ให้ใช้ช่องจราจร (Message Sign: MS) ตามที่ระบุไว้ในเอกสารแนบ ๑
การตรวจสอบ บํารุงรักษา และแก้ไขปัญหา หมายถึง การตรวจสอบการทํางานของอุปกรณ์ และระบบงานต่าง ๆ ตลอดจนการบํารุงรักษาตามกําหนดเวลา และการแก้ไขปัญหาในกรณีที่ มีเหตุขัดข้อง เพื่อให้อุปกรณ์และระบบงานต่าง ๆ สามารถกลับมาใช้งานได้เป็นปกติ ซึ่งมีทั้ง
على
C
อาย
3
การบํารุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance: PM) และการบํารุงรักษาเชิงแก้ไข (Corrective Maintenance: CM) โดยมีรายละเอียดการดําเนินการตามเอกสารแนบ ๒ ๓
และ ๔
อ
๒. วัตถุประสงค์
เพื่อดําเนินการตรวจสอบ บํารุงรักษา และแก้ไขปัญหาระบบขนส่งอัจฉริยะภายใต้ศูนย์บริหารจัดการ การจราจรและอุบัติเหตุ ที่สิ้นสุดระยะรับประกันสัญญาจ้าง ให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยครอบคลุมการบํารุงรักษาในลักษณะเชิงป้องกันตามรอบระยะเวลาที่กําหนด (Preventive Maintenance: PM) ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น และการบํารุงรักษาเชิงแก้ไข (Corrective Maintenance: CM) ซึ่งมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการชํารุดเสียหายของอุปกรณ์หรือระบบ เพื่อให้ระบบ
กลับมาทํางานได้อย่างปกติ
การดําเนินงานดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ระบบสามารถให้บริการแก่ผู้ใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง
ไม่เกิดความสะดุดหรือหยุดชะงัก ลดความเสี่ยงจากการชํารุดที่อาจกระทบต่อการดําเนินงานโดยรวม
นอกจากนี้ ยังเป็นการยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ในระบบให้สามารถใช้งานได้อย่างยาวนานและคุ้มค่าตาม มาตรฐานที่กําหนด ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการระบบที่มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับนโยบายการ ดําเนินงานที่มุ่งเน้นความพร้อมใช้งาน
๓. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๓.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย ๓.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๓.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๓.๔. ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ ตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบ
เครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๓.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงาน ของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคล ที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงาน ในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๓.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและ
การบริหารพัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
๓.๗ เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
Over
a
๔
๓.๔ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่กรมทางหลวง โดย สํานักอํานวยความปลอดภัย ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็น ผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม ในการประกวดราคา
อิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๓.๔ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาล
๓.๑๐
๓.๑๑
ของผู้ยื่นข้อเสนอราคาได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นนิติบุคคลและมีผลงานติดตั้ง พัฒนา หรือบํารุงรักษางานในลักษณะ เดียวกัน (ตามคําจํากัดความข้อ ๑.๗.๑ - ๑.๗.๔) อย่างน้อยระบบใดระบบหนึ่งกับงานที่ ประกวดราคาจ้างด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ ที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้ทํางานแล้วเสร็จตามสัญญา อย่างน้อย ๑ สัญญา มูลค่างานไม่น้อยกว่า ๑,๖๐๐,๐๐๐ บาท (เงินหนึ่งล้านหกแสนบาทถ้วน) ภายในระยะเวลา ๕ ปี นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอฯ เป็นผลงานแล้วเสร็จตามสัญญาซึ่งได้มี การส่งมอบงานและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงาน
ของรัฐ โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องส่งหนังสือรับรองผลงานหรือหลักฐานเอกสารซึ่งออกโดย หน่วยงานดังกล่าว พร้อมสําเนาสัญญาส่วนที่ระบุขอบเขตของงานและบัญชีแสดงปริมาณงาน
และค่างานมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอฯ
ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลักข้อตกลงฯ จะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือ
มูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วม ค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่น
ขอเสนอ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลักผู้เข้าร่วม
ค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
(๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายแบบข้อตกลงคุณธรรมผู้เข้าร่วมค้า
รายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่
ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วม ค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้
ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์(e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้า ที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ (๓.๑) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวด ราคาอิเล็กทรอนิกส์กรณีที่มีการจําหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
Љ
enel
ed
ઇ
๕
๓.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement: e - GP) ของกรมบัญชีกลาง ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑.
กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศซึ่งได้ จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหัก ด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดง ค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกําหนดให้เป็นวัน ยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอ เป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติ บุคคล ที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนา ธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะ
การเงินย้อนไปอีก ๑ ปีได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม
กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนด
มูลค่าของทุนจดทะเบียนโดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว
ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ํากว่า ๓ ล้านบาท
๓. สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอ เป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝาก ไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่น ข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือ
เป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่ง
ในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะ เข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคล ธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่
ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้
ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคาร แห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ
โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขา รับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่น ข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง
epร่าง
ประกาศกรมทางหลวง โดย สำนักอำนวยความปลอดภัย
เรื่อง ประกวดราคาจ้างค่าบำรุงรักษาและปรับปรุงระบบขนส่งอัจฉริยะ ๑ แห่ง งานจ้างเหมาตรวจสอบ บำรุงรักษา และแก้ไขปัญหาระบบขนส่งอัจฉริยะที่สนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์บริหารจัดการจราจร และอุบัติเหตุ กรมทางหลวง (HTOC)
ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
กรมทางหลวง โดย สำนักอำนวยความปลอดภัย มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างค่าบำรุง รักษาและปรับปรุงระบบขนส่งอัจฉริยะ ๑ แห่ง งานจ้างเหมาตรวจสอบ บำรุงรักษา และแก้ไขปัญหาระบบ ขนส่งอัจฉริยะที่สนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์บริหารจัดการจราจรและอุบัติเหตุ กรมทางหลวง (HTOC) ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ราคากลางของงานจ้าง ในการประกวดราคาครั้งนี้ เป็นเงิน ทั้งสิ้น ๑๐,๙๔๓,๑๐๔.๖๔ บาท (สิบล้านเก้าแสนสี่หมื่นสามพันหนึ่งร้อยสี่บาทหกสิบสี่สตางค์) จำนวน ๑ รายการ
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอโดยแสดงหลักฐานถึงขีดความสามารถและความพร้อมที่มีอยู่ใน วันยื่นข้อเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
๑. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติให้เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กำหนด ๒. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. ซึ่งสามารถจัดเตรียมเอกสารข้อเสนอได้ตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงวันเสนอ ราคา
๓. ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เลขที่ ลงวันที่ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๙ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ได้ตั้งแต่วันที่ ประกาศจนถึงวันเสนอราคา ได้ที่เว็บไซต์ www.doh.go.th หรือ www.gprocurement.go.th ทั้งนี้ หาก ต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของงาน โปรดสอบถามมายัง กรมทางหลวง โดย สำนัก อำนวยความปลอดภัย ผ่านทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ [email protected] หรือช่องทางตามที่กรมบัญชีกลาง กำหนด ภายในวันที่ ในเวลาราชการ โดยกรมทางหลวง โดย สำนักอำนวยความปลอดภัย จะชี้แจงราย ละเอียดดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์ www.doh.go.th และ www.gprocurement.go.th ในวันที่
ประกาศ ณ วันที่ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๙
สำเนาถูกต้อง
ยงยศ เจริญพงศ์เวช
(นายยงยศ เจริญพงศ์เวช)
นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการพิเศษ
(นายณัฐพงษ์ วิไลเศรษฐีวนิช)
ผู้อำนวยการสำนักอำนวยความปลอดภัย ปฏิบัติราชการแทน อธิบดีกรมทางหลวง
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ โดย นายยงยศ เจริญพงศ์เวช นักจัดการงาน ทั่วไปชำนาญการพิเศษร่าง
เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
เลขที่
การจ้างค่าบำรุงรักษาและปรับปรุงระบบขนส่งอัจฉริยะ ๑ แห่ง งานจ้างเหมาตรวจสอบ บำรุงรักษา และ แก้ไขปัญหาระบบขนส่งอัจฉริยะที่สนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์บริหารจัดการจราจรและอุบัติเหตุ กรม ทางหลวง (HTOC)
ตามประกาศ กรมทางหลวง โดย สำนักอำนวยความปลอดภัย
ลงวันที่ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
กรมทางหลวง โดย สำนักอำนวยความปลอดภัย ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “กรม” มีความประสงค์จะ ประกวดราคาจ้างค่าบำรุงรักษาและปรับปรุงระบบขนส่งอัจฉริยะ ๑ แห่ง งานจ้างเหมาตรวจสอบ บำรุงรักษา และแก้ไขปัญหาระบบขนส่งอัจฉริยะที่สนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์บริหารจัดการจราจรและอุบัติเหตุ กรม ทางหลวง (HTOC) ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ตามรายการ ดังนี้
ค่าบำรุงรักษาและปรับปรุงระบบ
ขนส่งอัจฉริยะ ๑ แห่ง งานจ้างเหมา
ตรวจสอบ บำรุงรักษา และแก้ไข
ปัญหาระบบขนส่งอัจฉริยะที่
สนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์
บริหารจัดการจราจรและอุบัติเหตุ
กรมทางหลวง (HTOC)
โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้
จำนวน ๑ งาน
๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๑.๑ ร่างรายละเอียดขอบเขตของงานทั้งโครงการ (Terms of Reference : TOR) (๑)เอกสารแนบ ๑
(๒)เอกสารแนบ ๒
(๓)เอกสารแนบ ๓
(๔)เอกสารแนบ ๔
(๕)เอกสารแนบ ๕
(๖)เอกสารแนบ ๖
๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาจ้างทำของ
๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
(๑) หลักประกันการเสนอราคา
(๒) หลักประกันสัญญา
๑.๕ บทนิยาม
(๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
(๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
(๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
๑.๗ แผนการทำงาน
๑.๘ แผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
๑.๙ ใบแจ้งการชำระเงิน สำหรับหลักประกันการเสนอราคา ๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
๒.๗ เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กรม ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขันอย่างเป็น ธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง ในวงเงิน ไม่น้อยกว่า ๑,๖๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท (หนึ่งล้านหกแสนบาทถ้วน) และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับ
หน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ กรม เชื่อถือ
๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้ เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน นามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้ เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม
กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๓ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ
ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ
ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา ๖. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๒.๑๔ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นนิติบุคคลและมีผลงานติดตั้งพัฒนา หรือ บํารุงรักษางานในลักษณะ
เดียวกัน (ตามคําจํากัดความข้อ ๑.๗.๑ – ๑.๗.๔) อย่างน้อยระบบใดระบบหนึ่งกับงานที่ประกวดราคาจ้างด้วย วิธีอิเล็กทรอนิกส์ ที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้ทํางานแล้วเสร็จตามสัญญาอย่างน้อย ๑ สัญญา มูลค่างานไม่น้อยกว่า ๑,๖๐๐,๐๐.๐๐ บาท (เงินหนึ่งล้านหกแสนบาทถ้วน) ภายในระยะเวลา ๕ ปี นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอฯ เป็นผล งานแล้วเสร็จตามสัญญาซึ่งได้มีการส่งมอบงานและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดย ตรงกับหน่วยงานของรัฐโดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องส่งหนังสือรับรองผลงานหรือหลักฐานเอกสารซึ่งออกโดยหน่วย งานดังกล่าว พร้อม
สําเนาสัญญาส่วนที่ระบุขอบเขตของงานและบัญชีแสดงปริมาณงานและค่างานมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอฯ ๒.๑๕ คุณสมบัติที่นอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ผู้เสนอราคาต้องมีคุณสมบัติตรงตาม ร่างขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR) ด้วย
๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง
การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
(ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๓ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อ เสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือ มีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ
หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน ทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ เอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา (๕) สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (๖) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) หลักประกันการเสนอราคา ตามข้อ ๕
(๒) สำเนาหนังสือรับรองผลงานจ้าง
(๓) สำเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) (ถ้ามี)
(๔) เอกสารเพิ่มเติมอื่นๆ ยื่นเอกสารตามข้อกำหนดการดำเนินการตาม ขอบเขตของงาน (Term of Reference:TOR) พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
(๕) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔. การเสนอราคา
๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วย อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้อง กรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอโดย ไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้ ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๒๔๕ วัน ตั้งแต่วันเสนอ ราคาโดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคา มิได้
๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน ๒๔๕ วัน นับ ถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
๔.๔ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญารายละเอียด ขอบเขตของ งานฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตาม เงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. และเวลาในการเสนอราคาให้ถือ
ตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์
เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และ การเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่กรมผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๗ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณาข้อ เสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะ กรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการ พิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และกรม จะพิจารณาลงโทษผู้ ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่กรมจะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ริเริ่มให้มีการกระ ทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของกรม
๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
(๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
(๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กำหนด
(๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ๔.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายใน ประเทศ โดยยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลา ดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน ๖๐ วัน
๔.๑๐ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา เว้นแต่เป็นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือ ที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา
๕. หลักประกันการเสนอราคา
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องวางหลักประกันการเสนอราคาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบการ จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ จำนวน ๘๑๔,๔๗๔.๐๐ บาท (แปดแสนหนึ่งหมื่นสี่พันสี่ร้อยเจ็ดสิบสี่บาทถ้วน)
๕.๑ เงินสด
๕.๒ หนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารภายในประเทศตามแบบที่คณะ กรรมการนโยบายกำหนด
๕.๓ พันธบัตรรัฐบาลไทย
๕.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอนำพันธบัตรรัฐบาลไทยหรือหนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ มาวางเป็นหลักประกันการเสนอราคาจะต้องส่งต้นฉบับเอกสารดังกล่าวมาให้กรม ตรวจสอบความถูกต้องในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น.
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอประสงค์จะวางหลักประกันการเสนอราคาเป็นเงินสด ให้ผู้ยื่นข้อเสนอ ดำเนินการชำระเงินผ่านช่องทางการชำระเงิน ดังนี้
ผ่านบริการรับชำระเงิน (Bill Payment) ผ่านระบบ KTB Corporate Online ตามใบ แจ้งการชำระเงิน ที่แนบมาพร้อมกับเอกสารเชิญชวนนี้
และส่งหลักฐานการชำระเงินกับธนาคาร พร้อมทั้งแบบแจ้งความประสงค์ชำระเงินค่า หลักประกันการเสนอราคา (เฉพาะกรณีที่มีหลักประกันการเสนอราคาหลายรายการพิจารณา) มาให้ กรม ตรวจสอบความถูกต้อง โดยยื่นมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอผ่านระบบ e-GP โดยการชำระเงินและส่งหลักฐาน การชำระเงินให้ดำเนินการในวันและเวลาที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันและเวลาเสนอราคาเท่านั้น กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ประสงค์จะใช้หนังสือ ค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารในประเทศเป็นหลักประกันการเสนอราคาให้ระบุชื่อผู้เข้าร่วมค้ารายที่ สัญญาร่วมค้ากำหนดให้เป็นผู้เข้ายื่นข้อเสนอกับหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หลักประกันการเสนอราคาตามข้อนี้ กรมจะคืนให้ผู้ยื่นข้อเสนอหรือผู้ค้ำประกันภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่กรมได้พิจารณาเห็นชอบรายงานผลคัดเลือกผู้ชนะการประกวดราคาเรียบร้อยแล้ว เว้นแต่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่คัดเลือกไว้ซึ่งเสนอราคาต่ำสุดหรือได้คะแนนรวมสูงสุดไม่เกิน ๓ ราย ให้คืนได้ต่อเมื่อ ได้ทำสัญญาหรือข้อตกลง หรือผู้ยื่นข้อเสนอได้พ้นจากข้อผูกพันแล้ว
การคืนหลักประกันการเสนอราคา ไม่ว่าในกรณีใด ๆ จะคืนให้โดยไม่มีดอกเบี้ย ๖. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
๖.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ กรมจะ
พิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคา
๖.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ กรม จะพิจารณา จาก ราคารวม
๖.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ ขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กรมกำหนดไว้ในประกาศและ เอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้ เปรียบเสียเปรียบต่อ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการพิจารณาผลฯ อาจ พิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
๖.๔ กรมสงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการผ่อนผัน ในกรณี ดังต่อไปนี้
(๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย อิเล็กทรอนิกส์
(๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวด อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ๖.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือกรม มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ กรมมีสิทธิที่จะไม่รับข้อ เสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ๖.๖ กรมทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคา ที่เสนอ ทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจจะ ยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของกรมเป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้องค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งกรมจะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์และลงโทษผู้ยื่นข้อ เสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่เชื่อถือได้ว่าการยื่นข้อ เสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมา ยื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น
ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่ อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือกรม จะให้ผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการตามเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ กรม มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอหรือไม่รับราคาของ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายใดๆ จากกรม
๖.๗ ก่อนลงนามในสัญญากรม อาจประกาศยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการคัดเลือก มีผล ประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม หรือสมยอม กันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใดในการเสนอราคา ๖.๘ หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่ไม่เกินร้อยละ ๑๐ ให้จัดซื้อจัดจ้างกับผู้ประกอบการ SMEs ดังกล่าว โดยจัดเรียงลำดับผู้ ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นไม่เกินร้อยละ ๑๐ ที่จะเรียกมาทำสัญญาไม่เกิน ๓ ราย
ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องเป็นผู้ประกอบการ SMEs
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ SMEs ที่จะได้แต้มต่อด้านราคาตามวรรคหนึ่ง จะต้องมี วงเงินสัญญาสะสมตามปีปฏิทินรวมกับราคาที่เสนอในครั้งนี้แล้ว มีมูลค่ารวมกันไม่เกินมูลค่าของรายได้ตาม ขนาดที่ขึ้นทะเบียนไว้กับ สสว.
๖.๙ หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการ SMEs แต่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติ ไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็น บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศไม่เกินร้อยละ ๓ ให้ จัดซื้อจัดจ้างกับบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยดังกล่าว ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย
๗. การทำสัญญาจ้าง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุใน ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับกรม ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวาง หลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้กรม ยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
๗.๑ เงินสด
๗.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่กรม ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ลงวันที่ที่ใช้ เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้น ไม่เกิน ๓ วัน ทำการ ๗.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง กำหนด
๗.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง
หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) ๗.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่งกรม ได้รับมอบไว้ แล้ว
๘. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
กรม จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่าย ทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง โดยแบ่งออกเป็น ๘ งวดดังนี้ งวดที่ ๑ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานเมื่อผู้ รับจ้างส่งรายงานสรุปผลการปฏิบัติงานฉบับที่ ๑ ให้แล้วเสร็จภายใน ๓๕ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา งวดที่ ๒ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานเมื่อผู้ รับจ้างส่งรายงานสรุปผลการปฏิบัติงานฉบับที่ ๒ ให้แล้วเสร็จภายใน ๖๕ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา งวดที่ ๓ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๕ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานเมื่อผู้ รับจ้างส่งรายงานสรุปผลการปฏิบัติงานฉบับที่ ๓ ให้แล้วเสร็จภายใน ๙๕ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา งวดที่ ๔ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๕ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานเมื่อผู้ รับจ้างส่งรายงานสรุปผลการปฏิบัติงานฉบับที่ ๔ ให้แล้วเสร็จภายใน ๑๒๕ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา งวดที่ ๕ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๕ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานเมื่อผู้ รับจ้างส่งรายงานสรุปผลการปฏิบัติงานฉบับที่ ๕ ให้แล้วเสร็จภายใน ๑๕๕ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา งวดที่ ๖ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๕ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานเมื่อผู้ รับจ้างส่งรายงานสรุปผลการปฏิบัติงานฉบับที่ ๖ ให้แล้วเสร็จภายใน ๑๘๕ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา งวดที่ ๗ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานเมื่อผู้ รับจ้างส่งรายงานสรุปผลการปฏิบัติงานฉบับที่ ๗ ให้แล้วเสร็จภายใน ๒๑๕ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา งวดที่ ๘ (งวดสุดท้าย) เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ ปฏิบัติงานทั้งหมดให้แล้วเสร็จเรียบร้อยตามสัญญาหรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ และ กรม ได้ตรวจรับมอบงาน จ้างเรียบร้อยแล้ว
๙. อัตราค่าปรับ
ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลง จ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
๙.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับ อนุญาตจากกรม จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงานจ้างช่วง นั้น
๙.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๙.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็น
รายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้าง
๑๐. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
๑๐.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ กรมได้รับอนุมัติเงินค่าจ้างจากเงิน งบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ แล้วเท่านั้น
๑๐.๒ เมื่อกรมได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลงจ้างตามการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามาจากต่าง ประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ตาม ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
(๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
(๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดย เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
(๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
๑๐.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งกรมได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ ภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ กรมจะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้ออกหนังสือ ค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้งจะพิจารณา
ให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ๑๐.๔ กรมสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบสัญญาหรือข้อ ตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
๑๐.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของกรม คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อเสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
๑๐.๖ กรม อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จะ เรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากกรมไม่ได้
(๑) กรมไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้รับจัดสรร แต่ไม่ เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
(๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการ
คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่น ใด ในการเสนอราคา
(๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่กรม หรือ กระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
(๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
๑๐.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
๑๑. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
๑๒. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
กรม สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการ คัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับกรม ไว้ชั่วคราว
กรมทางหลวง โดย สำนักอำนวยความปลอดภัย
กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
สำเนาถูกต้อง
ยงยศ เจริญพงศ์เวช
(นายยงยศ เจริญพงศ์เวช)
นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการพิเศษ
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
โดย นายยงยศ เจริญพงศ์เวช นักจัดการงาน
ทั่วไปชำนาญการพิเศษ