ประกวดราคาจ้างก่อสร้างปรับปรุงถนนลาดยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต สายวัดไผ่รื่นรมย์ หมู่ที่ ๔ ตำบลทุ่งลูกนก เชื่อมต่อ หมู่ที่ ๘ ตำบลกระตีบ อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม
โครงการซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตโดยวิธี Pavement In-Place Recycling นี้ มุ่งเน้นการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางให้มีประสิทธิภาพและยืดอายุการใช้งาน โดยผู้รับจ้างจะต้องจัดทำแผนปฏิบัติงานและส่งให้ผู้ว่าจ้างอนุมัติภายใน 7 วันหลังลงนามสัญญา รวมถึงประสานงานกับผู้ควบคุมงานเพื่อเก็บตัวอย่างวัสดุส่งหน่วยงานราชการเพื่อออกแบบส่วนผสมการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ภายใน 15 วัน นอกจากนี้ ผู้รับจ้างต้องดำเนินการแก้ไขโครงสร้างทางเดิมที่ชำรุด เช่น การทำ Deep Patch สำหรับ Soft Spot หรือการเสริมหินคลุกปรับระดับในกรณีที่ทางเสียรูปหรือเป็นแอ่ง ก่อนเริ่มกระบวนการ Pavement In-Place Recycling ซึ่งเป็นการขุด รื้อ และคลุกเคล้าวัสดุผิวทางเดิมกับวัสดุผสมเพิ่ม เช่น ปูนซีเมนต์หรือแอสฟัลต์ แล้วบดอัดให้ได้ความแน่นและกำลังรับแรงอัดตามที่กำหนด การทดสอบคุณภาพมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการทดสอบกำลังรับแรงอัดของตัวอย่างวัสดุผสมปูนซีเมนต์ ซึ่งต้องได้ค่าเฉลี่ยไม่น้อยกว่าที่กำหนด และมีการควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวดหากผลทดสอบไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทดสอบซ้ำและดำเนินการแก้ไขจนกว่าจะได้มาตรฐาน นอกจากนี้ ต้องมีการทดสอบความแน่นของการบดอัดไม่น้อยกว่า 95% Modified Proctor Density และผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการสำรวจ ออกแบบ และความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ก่อสร้าง การบ่มผิวทางและเปิดการจราจรต้องเป็นไปตามข้อกำหนดที่ระบุไว้ รวมถึงการทำ Prime Coat และการลาดยางแอสฟัลต์คอนกรีต และการตีเส้นแบ่งทิศทางจราจร
English summary
This project aims to repair and construct asphalt concrete road surfaces using the Pavement In-Place Recycling method. This involves rehabilitating the existing road material by mixing it with new additives such as cement or asphalt to achieve a strong and durable road layer according to specified standards. The contractor must adhere to the approved work plan, including rigorous material and construction quality testing, to ensure the quality and safety of the road structure.
(ไม่ได้ระบุชัดเจนใน TOR ส่วนนี้)
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- ซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตให้ได้มาตรฐาน
- ปรับปรุงโครงสร้างชั้นทางเดิมให้มีความแข็งแรงและทนทาน
- ยืดอายุการใช้งานของโครงสร้างทาง
- แก้ไขปัญหาโครงสร้างทางเดิมที่ชำรุด เช่น Soft Spot, ทางเสียรูป, ทรุด หรือเป็นแอ่ง
- นำวัสดุผิวทางเดิมกลับมาใช้ประโยชน์สูงสุดด้วยวิธี Pavement In-Place Recycling
ขอบเขตของงาน
- จัดทำและส่งแผนปฏิบัติงานเพื่อขออนุมัติ
- ประสานงานเพื่อเก็บตัวอย่างวัสดุและส่งหน่วยงานราชการเพื่อออกแบบส่วนผสม
- ให้ข้อมูลในการสำรวจออกแบบและรายละเอียดตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนด
- ดำเนินการขุดซ่อม (Deep Patch) เพื่อแก้ไขโครงสร้างชั้นทางเดิมที่ไม่แข็งแรง (Soft Spot)
- เสริมหินคลุกปรับระดับในกรณีที่โครงสร้างทางเสียรูป ทรุด หรือเป็นแอ่ง
- ดำเนินการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ โดยวิธี Pavement In-Place Recycling ซึ่งประกอบด้วย:
- การขุดตัดรื้อชั้นทางเดิมให้ร่วนซุย
- การคลุกเคล้ากับวัสดุผสมเพิ่ม (ปูนซีเมนต์หรือแอสฟัลต์ หรือสารผสมเพิ่มอื่นใด)
- การบดทับให้ได้ความแน่นและค่ากำลังรับแรงอัดตามที่กำหนด
- ดำเนินการทดสอบคุณภาพวัสดุและผลงานก่อสร้างตามข้อกำหนด
- ดำเนินการบ่มผิวทางและเปิดการจราจร
- ทำ Prime Coat พื้นทางและพื้นไหล่ทาง
- ทำผิวทางและผิวไหล่ทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต
- ตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง
- ซ่อมแซมและทาสีใหม่ หรืองานจัดทำติดตั้งเครื่องหมายจราจรหลักกันโค้งหลักกิโลเมตรและ GUARD RAIL (หากกำหนดในแบบ)
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- แผนปฏิบัติงานที่ได้รับอนุมัติ
- ผลการทดสอบคุณภาพวัสดุ (เช่น กำลังรับแรงอัด, ความแน่นของการบดอัด)
- ผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ซ่อมสร้างเสร็จสมบูรณ์ตามมาตรฐาน
- Prime Coat ที่ดำเนินการแล้ว
- เส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทางที่ตีแล้ว
- เครื่องหมายจราจร, หลักกันโค้ง, หลักกิโลเมตร, GUARD RAIL (หากมีในแบบ)
ระยะเวลาดำเนินการ
- แผนปฏิบัติงาน: ภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
- การเก็บตัวอย่างวัสดุ: ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
- ระยะเวลาการบ่มผิวทาง (กรณีผสมปูนซีเมนต์): อย่างน้อย 7 วัน นับจากวันที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ
- (ระยะเวลาโครงการโดยรวมไม่ได้ระบุชัดเจนใน TOR ส่วนนี้ แต่จะขึ้นอยู่กับปริมาณงานและแบบ)
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements:
- เป็นนิติบุคคล หรือ บุคคลธรรมดา ที่มีอาชีพรับจ้างก่อสร้าง
- มีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคา ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
- (ข้อกำหนดพื้นฐานอื่นๆ เช่น การจดทะเบียน, การเสียภาษี จะต้องมีตามกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ)
- Standards Compliance:
- ต้องปฏิบัติตามมาตรฐาน มอก. 306-2550 (หินคลุก)
- ต้องปฏิบัติตามมาตรฐาน มอก. 15 (ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์)
- ต้องปฏิบัติตาม “มาตรฐานงานไพร์มโคท” ม.308-2550
- ต้องปฏิบัติตาม “มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต ” ม.313-2550
- ต้องปฏิบัติตาม “แบบมาตรฐานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง”
- ต้องปฏิบัติตามวิธีการทดลองที่ มท.(ท) 303-2545 “วิธีการทดลอง หา UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH ของดิน” โดยอนุโลม
- Experience:
- มีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคา ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
- Previous Project Cost:
- (ไม่ได้ระบุชัดเจนใน TOR ส่วนนี้)
- Technical Capabilities:
- มีเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่เหมาะสมสำหรับวิธี Pavement In-Place Recycling
- มีความสามารถในการควบคุมคุณภาพการผสม การบดอัด และการทดสอบวัสดุ
- Personnel:
- (ไม่ได้ระบุคุณสมบัติเฉพาะของบุคลากร เช่น วุฒิการศึกษา หรือใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ใน TOR ส่วนนี้)
เกณฑ์การพิจารณา
- การพิจารณาจากผลงานที่ผ่านมา
- การพิจารณาด้านเทคนิค (ความเหมาะสมของแผนงาน, เครื่องจักร, บุคลากร)
- การพิจารณาด้านราคา
- (รายละเอียดเกณฑ์การประเมินที่ชัดเจนจะอยู่ในเอกสารประกวดราคาฉบับเต็ม)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- การปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ (Pavement In-Place Recycling):
- การขุด รื้อ และคลุกเคล้าวัสดุเดิมกับวัสดุผสมเพิ่ม (ปูนซีเมนต์หรือแอสฟัลต์)
- การบดอัดให้ได้ความแน่นไม่น้อยกว่า 95% Modified Proctor Density
- การทดสอบกำลังรับแรงอัด (Unconfined Compressive Strength) ของตัวอย่างวัสดุผสมปูนซีเมนต์ โดยมีเกณฑ์ค่าเฉลี่ยและค่าต่ำสุดที่ยอมรับได้
- วัสดุ:
- หินคลุก: ตาม มอก. 306-2550 มีคุณสมบัติเฉพาะ เช่น ค่า LL, P, ความลึก, CBR และความสะอาด
- ปูนซีเมนต์: มาตรฐาน มอก. 15
- Prime Coat: ตามมาตรฐาน ม.308-2550
- แอสฟัลต์คอนกรีต: ตามมาตรฐาน ม.313-2550
- การทำงาน:
- การทำ Deep Patch สำหรับ Soft Spot
- การเสริมหินคลุกปรับระดับ
- การทำ Prime Coat
- การลาดยางแอสฟัลต์คอนกรีต
- การตีเส้นจราจร
- การควบคุมคุณภาพ:
- การทดสอบกำลังรับแรงอัด (Unconfined Compressive Strength)
- การทดสอบความแน่นของการบดอัด (Compaction Test)
- การบ่มผิวทาง (กรณีผสมปูนซีเมนต์) อย่างน้อย 7 วัน
เงื่อนไขสัญญา
- การจ่ายเงิน: (ไม่ได้ระบุรายละเอียดใน TOR ส่วนนี้)
- ค่าปรับ: (ไม่ได้ระบุรายละเอียดใน TOR ส่วนนี้)
- การรับประกันผลงาน: (ไม่ได้ระบุรายละเอียดใน TOR ส่วนนี้)
- ความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง:
- รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการสำรวจ, ตรวจสอบ, ออกแบบส่วนผสม, แก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบ, ค่าธรรมเนียมการตรวจสอบ
- รับผิดชอบผลความเสียหายใดๆ ในสนาม
- รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทดสอบซ้ำและค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ใหม่หากผลทดสอบไม่ได้มาตรฐาน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- คำถาม: วิธี Pavement In-Place Recycling คืออะไร?
- คำตอบ: เป็นวิธีการปรับปรุงชั้นทางเดิมโดยการนำวัสดุผิวทางเดิมมาขุด รื้อ แล้วคลุกเคล้ากับวัสดุผสมเพิ่ม เช่น ปูนซีเมนต์หรือแอสฟัลต์ จากนั้นจึงบดอัดให้ได้ความแน่นและกำลังรับแรงอัดตามที่กำหนด
- คำถาม: หากผลการทดสอบกำลังรับแรงอัดต่ำกว่ากำหนด ผู้รับจ้างต้องทำอย่างไร?
- คำตอบ: ผู้รับจ้างอาจขอเจาะเก็บตัวอย่างไปทดสอบใหม่ หากผลทดสอบเฉลี่ยยังต่ำกว่าร้อยละ 85 ของค่าที่กำหนด ผู้รับจ้างจะต้องทำการก่อสร้างปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ใหม่ทั้งหมด โดยผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเอง
- คำถาม: การบ่มผิวทางในกรณีที่ผสมปูนซีเมนต์ต้องทำอย่างไร?
- คำตอบ: ต้องพ่นน้ำบนผิวหน้าของชั้นทางเพื่อให้ผิวหน้าชุ่มชื้นตลอดเวลาติดต่อกันนานอย่างน้อย 7 วัน นับจากวันที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ
- คำถาม: วัสดุหินคลุกที่ใช้ต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?
- คำตอบ: ต้องเป็นหินไม่รวม (CRUSHED ROCK SOIL AGGREGATE TYPE BASE) ตาม มอก. 306-2550 โดยมีค่า LL ไม่มากกว่า 25, ค่า P ไม่มากกว่า 6%, ค่าความลึกไม่มากกว่า 40%, ค่า CBR ไม่น้อยกว่า 80% และต้องสะอาดปราศจากสารที่เป็นอันตราย
- คำถาม: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายอะไรบ้างนอกเหนือจากค่าก่อสร้าง?
- คำตอบ: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการสำรวจ, ตรวจสอบ, ออกแบบส่วนผสม, แก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบ, ค่าธรรมเนียมการตรวจสอบ, ผลความเสียหายในสนาม, ค่าทดสอบซ้ำ และค่าปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ใหม่หากไม่ได้มาตรฐาน
- คำถาม: การทดสอบความแน่นของการบดอัดต้องได้ค่าเท่าใด?
- คำตอบ: ต้องไม่น้อยกว่า 95% MODIFIED PROCTOR DENSITY
- คำถาม: หากแบบกำหนดให้เสริมหินคลุก ผู้รับจ้างต้องทำอย่างไรก่อนเริ่ม Pavement In-Place Recycling?
- คำตอบ: ต้องทำการเสริมหินคลุกปรับระดับและปิดทับให้เรียบร้อยก่อนที่จะทำการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่
- คำถาม: การตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทางต้องเป็นไปตามมาตรฐานใด?
- คำตอบ: อ้างอิงตาม “แบบมาตรฐานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง”
- คำถาม: หากมีปัญหาในการดำเนินงานตามช่วงหลักกิโลเมตรที่กำหนดไว้ในแบบ จะสามารถเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่?
- คำตอบ: สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ โดยพิจารณาดำเนินการในช่วงหลักกิโลเมตรอื่นภายในสายทางตามความเหมาะสม ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง และต้องได้ปริมาณงานตามที่กำหนดไว้ในแบบ
- คำถาม: ระยะเวลาในการบดทับหลังผสมปูนซีเมนต์ต้องเสร็จสิ้นภายในกี่ชั่วโมง?
- คำตอบ: ต้องทำเสร็จภายใน 2 ชั่วโมง นับจากเริ่มปรีดออกมา
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ข้อกําหนดงานซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตโดยวิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING
- ผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนการปฏิบัติงานต่อผู้ว่าจ้าง เพื่อจะทําการตรวจสอบและอนุมัติให้ใช้แผนการปฏิบัติงาน ภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
- ผู้รับจ้างจะต้องประสานงานกับผู้ควบคุมงานเก็บตัวอย่างวัสดุภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาส่งหน่วยงานของทางราชการเพื่อทําการออกแบบ
ส่วนผสมการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ และผู้รับจ้างจะต้องให้ข้อมูลในการสํารวจออกแบบ และรายละเอียดใดๆ ตามผู้ว่าจ้างกําหนด - ทําการขุดซ่อม (DEEP PATCH) เพื่อการแก้ไขโครงสร้างชั้นทางเดิมที่ไม่แข็งแรง (SOFT SPOT) ตามแบบมาตราฐานงานแก้ไขผิวทางและพื้นทางเดิม
- กรณีที่โครงสร้างทางเสียรูป ทรุด หรือเป็นแอ่ง และแบบกําหนดให้ทําการเสริมหินคลุกปรับระดับ ให้ทําการเสริมหินคลุกปรับระดับและปิดทับให้เรียบร้อยก่อนที่
จะทําการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ - ทําการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ โดยวิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING โดยใช้เครื่องจักรขุดตัดรื้อชั้นทางเดิมทําให้ร่วนซุย พร้อมกับคลุกเคล้าให้เข้ากับ
วัสดุที่ผสมเพิ่ม เช่น ปูนซีเมนต์หรือแอสฟัลต์หรือสารผสมเพิ่มอื่นใด แล้วบดทับให้ได้ความแน่นและมีค่ากําลังรับแรงอัด (UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH) ตามที่กําหนดในแบบ ในกรณีที่ใช้ปูนซีเมนต์ผสมเข้าไปในส่วนผสม จะต้องทําการบดทับให้แล้วเสร็จภายในเวลา 2 ชั่วโมงนับจากเริ่มปรีดออกมา
5.1 การทดสอบกําลังรับแรงอัด ให้เตรียมแท่งตัวอย่างทดสอบโดยการเก็บตัวอย่างตัวแทน 3 ตัวอย่าง จากทุกช่วงของการก่อสร้างที่มีพื้นที่ไม่เกิน 1,500 ตร.ม. ซึ่งเกิดจากการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ ด้วยการผสมปูนซีเมนต์ และให้ถือว่าตัวอย่างตัวแทน 3 ตัวอย่าง นี้เป็น 1 ชุดทดสอบ ภายหลังการบดอัดด้วย วิธีการทดลอง COMPACTION TEST แบบสูงกว่ามาตรฐาน ให้ดันตัวอย่างวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ออกจากแบบและบ่มไว้ในถุงพลาสติก เพื่อป้องกันมิให้ตัวอย่างสูญเสียความชื้น เป็นระยะเวลานาน 7 วัน เมื่อครบ 7 วัน ให้นําตัวอย่างทดสอบแต่ละชุด (3 ตัวอย่าง) ออกจากถุงพลาสติก แช่น้ําไว้นาน 2 ชั่วโมง จากนั้นจึงนําตัวอย่างวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ไปทดสอบกําลังรับแรงอัดตามวิธีการทดลองที่ มท.(ท) 303-2545 " วิธีการทดลอง หา UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH ของดิน” โดยอนุโลม
ค่ากําลังรับแรงอัดเฉลี่ยของวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ในช่วงงานก่อสร้างของแต่ละช่วงต้องไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ในแบบ ทั้งนี้อนุญาตให้มี
แท่งตัวอย่าง ที่มีกําลังรับแรงอัดต่ํากว่าที่กําหนดไว้ในแบบได้ไม่เกิน 1 ก้อน แต่ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ของค่าที่กําหนด
5.2 การทดสอบช้ําหากค่ากําลังแรงอัดตามข้อ 5.1 ต่ํากว่าที่กําหนด ผู้รับจ้างอาจขอให้เจาะเก็บแท่งตัวอย่างช่วงที่เป็นปัญหาเพื่อนําตัวอย่างไปทดสอบ
กําลังรับแรงอัดใหม่ ผลการทดสอบกําลังรับแรงอัดโดยเฉลี่ยของตัวอย่างทดสอบที่เจาะจากสนามจํานวน 3 ก้อน ที่อายุไม่เกิน 28 วัน จะต้องไม่น้อย กว่าร้อยละ 85 ของกําลังรับแรงอัดที่กําหนดไว้ในแบบ จึงจะถือว่าการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ ซึ่งผสมปูนซีเมนต์ในช่วงนั้นใช้ได้ ทั้งนี้อนุญาตให้มี แท่งตัวอย่างที่มีกําลังรับแรงอัดต่ํากว่าร้อยละ 85 ของกําลังรับแรงอัดที่กําหนดได้ไม่เกิน 1 ก้อน แต่ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของค่าที่กําหนด ถ้าผลการทดสอบไม่ได้ตามที่กําหนดนี้ ถือว่าการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ซึ่งผสมปูนซีเมนต์ใช้ไม่ได้ ผู้รับจ้างจะต้องทําการก่อสร้างโดยทําการ ปรับปรุงชั้นทางเดิม ในที่ซึ่งผสมปูนซีเมนต์อีกครั้งให้ได้มาตรฐานตามข้อกําหนด ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการทดสอบช้ํา และค่า
ใช้จ่ายในการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ใหม่ให้ได้ตามข้อกําหนด
5.3 การทดสอบความแน่นของการบดอัดชั้นทาง ซึ่งได้จากการปรับปรุงชั้นทางเดิมโดยการผสมปูนซีเมนต์นั้น จะต้องทําการบดอัดแน่นไม่น้อยกว่า 95 %
MODIFIED PROCTOR DENSITY ที่ได้จากการทดลองตัวอย่างวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ ในห้องทดลองโดยทําการทดสอบพื้นที่ 450 ตารางเมตร ต่อ 1 หลุมตัวอย่าง หรือตามที่กําหนดไว้เป็นอย่างอื่น
5.4 ค่าใช้จ่ายในการสํารวจ การตรวจสอบ การออกแบบส่วนผสมการแก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบส่วนผสมใหม่ ค่าธรรมเนียมการตรวจสอบรวมถึงผล
ความเสียหายใด ๆ ในสนาม ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งสิ้น
5.5 การบ่มและการเปิดการจราจร ในกรณีที่เป็นการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ ซึ่งมีการผสมปูนซีเมนต์ หลังการก่อสร้างให้บ่มขึ้นทางนั้นโดยพ่นน้ําลงไป บนผิวหน้าของชั้นทางเพื่อให้ผิวหน้าชุ่มชื้นตลอดเวลาติดต่อกันนานอย่างน้อย 7 วัน นับจากวันที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและอนุญาตให้เปิดการจราจรได้
ตามปกติตลอดช่วงเวลาการบ่ม - PRIME COAT พื้นทางและพื้นไหล่ทาง ตาม บทช.225-2545
- ทําผิวทางและผิวไหล่ทางแบบ แอสฟัลต์คอนกรีต ตาม มทช.2530-2545 และตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง
ลําดับ
1 หินคลุก
2 น้ํา
รายการ
3 ปูนซิเมนต์
4
PRIME COAT
10
o
ข้อกําหนดในการซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต
บ่อก้าหนด
ต้องเป็นหินไม่รวม ( CRUSHED ROCK SOIL AGGREGATE TYPE BASE ) ตาม มก. 306-2550 ค่า LL. ต้องไม่มากกว่า 25 ค่า P. ไม่มากกว่า 6% ค่าความลึกหรือไม่มากกว่า 40% มีค่า CBR. ไม่น้อยกว่า 80% ต้องสะอาดปราศจากสารต่างๆ เช่น เกลือ น้ํามัน กรด ด่าง และอินทรีย์วัตถุ หรือสารอื่นใดที่อาจจะเป็นอันตรายต่อคุณภาพของวัสดุที่ผสม
มาตรฐานผลิตภัณอุตสาหกรรม มอก. 15 : มาตรฐานปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ อ้างถึง " มาตรฐานงานไพร์มโคท” ม.308-2550
重
ผิวทางและไหล่ทาง อ้างถึง " มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต ” ม.313-2550 เส้นแบ่งทิศทางจราจร อ้างถึง ” แบบมาตรฐานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง
หมายเหตุ
" - รายละเอียดตามรูปตัดโครงสร้างทางสามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขในด้านเรขาคณิตและด้านโครง
สร้างได้ตามความเหมาะสมกับสภาพทางที่จะดําเนินการทั้งนี้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง - ภายในช่วงหลักกิโลเมตรตามที่กําหนดไว้ในแบบอาจจะกําหนดให้ทําการตอนใดก็ได้ตามความ
เหมาะสม และอาจให้ทําการเพิ่มบริเวณทางเชื่อมเข้าสถานที่ราชการหรืออาคารสาธารณะ
ในระยะไม่เกินเขตทางหลวง หรือทําการเพิ่มบริเวณทางแยกสาธารณะทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจ ของผู้ควบคุมงาน - ในกรณีที่ไม่สามารถดําเนินการตามช่วงหลักกิโลเมตรที่กําหนดไว้ในแบบ สามารถเปลี่ยนแปลง
แก้ไขได้ โดยพิจารณาดําเนินการในช่วงหลักกิโลเมตรอื่นภายในสายทาง ตามความเหมาะสมทั้ง
นี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง - การเปลี่ยนแปลงแก้ไขตาม ข้อ 2 และ ข้อ 3 จะต้องให้ได้ปริมาณงานตามที่กําหนดไว้ในแบบ 5. ความหนาของผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต จะกําหนดในแบบแต่ละสายทาง
- งานซ่อมแซมและทาสีใหม่ หรืองานจัดทําติดตั้งเครื่องหมายจราจรหลักกันโค้งหลักกิโลเมตรและ
GUARD RAIL จะกําหนดไว้ในแบบแต่ละสายทางซึ่งต้องจัดทําให้อยู่ในสภาพที่เรียบร้อย
กรมทางหลวงชนบท
แบบมาตรฐานงานทาง สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
งานซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต
โดยวิธี PAVBMENT IN-PLACB RBCYCLING (ข้อกําหนดการก่อสร้าง)
แผ่นที่ 102
แบบเลขที่ ทฤ-7-603