ประกวดราคาจ้างก่อสร้างปรับปรุงถนนลาดยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต สายเลียบคลองชลประทาน หมู่ที่ ๑๖,๕ ตำบลห้วยขวาง อำเภอกำแพงแสน เชื่อมต่อ ตำบลหนองงูเหลือม อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม
โครงการซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตโดยวิธี Pavement In-Place Recycling นี้ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อปรับปรุงโครงสร้างชั้นทางเดิมที่ชำรุดเสียหายให้กลับมามีความแข็งแรงและใช้งานได้ตามมาตรฐาน โดยผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด เริ่มจากการส่งแผนปฏิบัติงานเพื่อขออนุมัติ การประสานงานเพื่อเก็บตัวอย่างวัสดุสำหรับการออกแบบส่วนผสม การแก้ไขปัญหาโครงสร้างชั้นทางเดิมที่ไม่แข็งแรง (Soft Spot) ด้วยการขุดซ่อม (Deep Patch) และการเสริมหินคลุกปรับระดับหากจำเป็น จากนั้นจึงเข้าสู่กระบวนการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ด้วยวิธี Pavement In-Place Recycling ซึ่งเป็นการนำวัสดุผิวทางเดิมมาขุดร่วน ผสมกับวัสดุเพิ่มเติม เช่น ปูนซีเมนต์หรือแอสฟัลต์ แล้วบดอัดให้ได้ความแน่นและกำลังรับแรงอัดตามที่กำหนด ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบในการทดสอบกำลังรับแรงอัดของวัสดุผสมปูนซีเมนต์ การทดสอบความแน่นของการบดอัด รวมถึงค่าใช้จ่ายในการสำรวจ ออกแบบ และแก้ไขเปลี่ยนแปลงส่วนผสมต่างๆ นอกจากนี้ยังรวมถึงการทำ Prime Coat การทำผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต และการตีเส้นจราจร
English summary
This project aims to repair and construct asphalt concrete road surfaces using the Pavement In-Place Recycling method. This involves rehabilitating the existing road layers by mixing them with additional materials such as cement or asphalt to achieve the required strength and durability according to specified standards. The contractor must submit an operational plan, control construction quality, and conduct material testing strictly as per the requirements.
- (ไม่ระบุใน TOR)
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- ปรับปรุงโครงสร้างชั้นทางเดิมที่ไม่แข็งแรง (SOFT SPOT)
- เสริมหินคลุกปรับระดับในกรณีที่โครงสร้างทางเสียรูป ทรุด หรือเป็นแอ่ง
- ปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่โดยวิธี Pavement In-Place Recycling ให้ได้ความแน่นและมีค่ากำลังรับแรงอัดตามที่กำหนด
- ทำ Prime Coat พื้นทางและพื้นไหล่ทาง
- ทำผิวทางและผิวไหล่ทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต
- ตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง
ขอบเขตของงาน
- ส่งแผนการปฏิบัติงานเพื่อตรวจสอบและอนุมัติภายใน 7 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา
- ประสานงานกับผู้ควบคุมงานเก็บตัวอย่างวัสดุภายใน 15 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา เพื่อส่งหน่วยงานของทางราชการทำการออกแบบส่วนผสมการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่
- ให้ข้อมูลในการสำรวจออกแบบและรายละเอียดตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนด
- ทำการขุดซ่อม (DEEP PATCH) เพื่อแก้ไขโครงสร้างชั้นทางเดิมที่ไม่แข็งแรง (SOFT SPOT)
- เสริมหินคลุกปรับระดับและปิดทับให้เรียบร้อยในกรณีที่โครงสร้างทางเสียรูป ทรุด หรือเป็นแอ่ง ตามแบบกำหนด
- ปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ โดยวิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING โดยใช้เครื่องจักรขุดตัดรื้อชั้นทางเดิม ทำให้ร่วนซุย พร้อมกับคลุกเคล้าให้เข้ากับวัสดุที่ผสมเพิ่ม เช่น ปูนซีเมนต์หรือแอสฟัลต์ หรือสารผสมเพิ่มอื่นใด แล้วบดทับให้ได้ความแน่นและมีค่ากำลังรับแรงอัด (UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH) ตามที่กำหนดในแบบ
- ในกรณีที่ใช้ปูนซีเมนต์ผสม จะต้องทำการบดทับให้แล้วเสร็จภายในเวลา 2 ชั่วโมง นับจากเริ่มปรีดออกมา
- การทดสอบกําลังรับแรงอัดของวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์
- การทดสอบความแน่นของการบดอัดชั้นทาง (MODIFIED PROCTOR DENSITY) ไม่น้อยกว่า 95%
- รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการสำรวจ การตรวจสอบ การออกแบบส่วนผสม การแก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบส่วนผสมใหม่ ค่าธรรมเนียมการตรวจสอบ รวมถึงผลความเสียหายใดๆ ในสนาม
- การบ่มและการเปิดการจราจรหลังการก่อสร้าง (กรณีผสมปูนซีเมนต์)
- ทำ PRIME COAT พื้นทางและพื้นไหล่ทาง ตาม มทช.225-2545
- ทำผิวทางและผิวไหล่ทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต ตาม มทช.230-2545
- ตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- แผนการปฏิบัติงานที่ได้รับการอนุมัติ
- ผลการทดสอบวัสดุ (กำลังรับแรงอัด, ความแน่นของการบดอัด)
- ชั้นทางที่ได้รับการปรับปรุงตามมาตรฐาน
- ผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ได้มาตรฐาน
- Prime Coat ที่ได้มาตรฐาน
- เส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทางที่ถูกต้อง
ระยะเวลาดำเนินการ
- (ไม่ระบุใน TOR)
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements:
- เป็นนิติบุคคล หรือ บุคคลธรรมดา ที่มีอาชีพรับจ้างก่อสร้าง
- มีผลงานตามเงื่อนไขที่กำหนด
- Standards Compliance:
- มาตรฐาน ม.306-2550 (หินคลุก)
- มาตรฐาน มอก 15 (ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์)
- มาตรฐานงานไพร์มโคท มล. 308-2550
- มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต ม.313-2550
- แบบมาตรฐานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง
- วิธีการทดลอง มท.(ท) 303-2545 “วิธีการทดลอง หา UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH ของดิน” โดยอนุโลม
- Experience:
- มีผลงานการก่อสร้างประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคา ในวงเงินไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของวงเงินงบประมาณที่ตั้งไว้
- หรือ มีผลงานการก่อสร้างประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคา ในวงเงินไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 ของวงเงินงบประมาณที่ตั้งไว้ โดยให้พิจารณาจากยอดรวมของผลงานที่แล้วเสร็จในแต่ละปีย้อนหลัง 2 ปี
- Technical Capabilities:
- มีเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับงาน Pavement In-Place Recycling, การบดอัด, การทำ Prime Coat, การทำผิวแอสฟัลต์คอนกรีต และการตีเส้นจราจร
- Personnel:
- (ไม่ระบุใน TOR)
- Previous Project Cost:
- (ระบุใน Experience)
เกณฑ์การพิจารณา
- (ไม่ระบุใน TOR)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- การปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ โดยวิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING โดยใช้เครื่องจักรขุดตัดรื้อชั้นทางเดิมทำให้ร่วนซุย พร้อมกับคลุกเคล้าให้เข้ากับวัสดุที่ผสมเพิ่ม เช่น ปูนซีเมนต์หรือแอสฟัลต์หรือสารผสมเพิ่มอื่นใด แล้วบดทับให้ได้ความแน่นและมีค่ากําลังรับแรงอัด (UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH) ตามที่กําหนดในแบบ
- การทดสอบกําลังรับแรงอัดของวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ ต้องไม่น้อยกว่าค่าที่กําหนดในแบบ โดยอนุโลมตาม มท.(ท) 303-2545
- การทดสอบความแน่นของการบดอัดชั้นทาง ต้องไม่น้อยกว่า 95 % MODIFIED PROCTOR DENSITY
- การทำ PRIME COAT พื้นทางและพื้นไหล่ทาง ตาม มทช.225-2545
- การทำผิวทางและผิวไหล่ทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต ตาม มทช.230-2545
- การตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง ตามแบบมาตรฐานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง
เงื่อนไขสัญญา
- Payment Schedule: - (ไม่ระบุใน TOR)
- Penalties: - (ไม่ระบุใน TOR)
- Other Terms:
- ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทดสอบซ้ำ และค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ใหม่ให้ได้ตามข้อกำหนด หากผลการทดสอบไม่ได้มาตรฐาน
- ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการสำรวจ การตรวจสอบ การออกแบบส่วนผสม การแก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบส่วนผสมใหม่ ค่าธรรมเนียมการตรวจสอบ รวมถึงผลความเสียหายใดๆ ในสนาม
- การบ่มผิวทาง (กรณีผสมปูนซีเมนต์) ต้องพ่นน้ำให้ผิวหน้าชุ่มชื้นตลอดเวลาติดต่อกันนานอย่างน้อย 7 วัน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- ผู้รับจ้างต้องส่งแผนการปฏิบัติงานเมื่อใด?
- ผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนการปฏิบัติงานต่อผู้ว่าจ้าง เพื่อจะทำการตรวจสอบและอนุมัติให้ใช้แผนการปฏิบัติงานภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา- การเก็บตัวอย่างวัสดุเพื่อออกแบบส่วนผสมต้องทำเมื่อใด?
- ผู้รับจ้างจะต้องประสานงานกับผู้ควบคุมงานเก็บตัวอย่างวัสดุภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
- วิธีการแก้ไขปัญหาโครงสร้างชั้นทางเดิมที่ไม่แข็งแรง (SOFT SPOT) คืออะไร?
- ทำการขุดซ่อม (DEEP PATCH) เพื่อการแก้ไขโครงสร้างชั้นทางเดิมที่ไม่แข็งแรง (SOFT SPOT) ตามแบบมาตราฐานงานแก้ไขผิวทางและพื้นทางเดิม
- หากโครงสร้างทางเสียรูป ทรุด หรือเป็นแอ่ง ต้องทำอย่างไร?
- หากแบบกำหนดให้ทำการเสริมหินคลุกปรับระดับ ให้ทำการเสริมหินคลุกปรับระดับและปิดทับให้เรียบร้อยก่อนที่จะทำการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่
- การบดทับชั้นทางที่ผสมปูนซีเมนต์ต้องเสร็จภายในเวลากี่ชั่วโมง?
- ในกรณีที่ใช้ปูนซีเมนต์ผสมเข้าไปในส่วนผสม จะต้องทำการบดทับให้แล้วเสร็จภายในเวลา 2 ชั่วโมง นับจากเริ่มปรีดออกมา
- การทดสอบกำลังรับแรงอัดของวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ ต้องทำอย่างไร?
- เตรียมแท่งตัวอย่างทดสอบ 3 ตัวอย่าง จากทุกช่วงการก่อสร้างพื้นที่ไม่เกิน 1,500 ตร.ม. บ่ม 7 วัน นำแช่น้ำ 2 ชั่วโมง แล้วทดสอบกำลังรับแรงอัดตามวิธี มท.(ท) 303-2545
- หากผลการทดสอบกำลังรับแรงอัดต่ำกว่ากำหนด ผู้รับจ้างต้องทำอย่างไร?
- ผู้รับจ้างอาจขอให้เจาะเก็บแท่งตัวอย่างช่วงที่เป็นปัญหาเพื่อนําตัวอย่างไปทดสอบกําลังรับแรงอัดใหม่ หากผลยังไม่ได้มาตรฐาน ผู้รับจ้างจะต้องทําการก่อสร้างใหม่ โดยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด
- ความแน่นของการบดอัดชั้นทางที่ได้จากการปรับปรุงชั้นทางเดิมโดยการผสมปูนซีเมนต์ ต้องไม่น้อยกว่าเท่าใด?
- ต้องทําการบดอัดแน่นไม่น้อยกว่า 95 % MODIFIED PROCTOR DENSITY
- ใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการสำรวจ การตรวจสอบ และการออกแบบส่วนผสม?
- ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งสิ้น
- การบ่มผิวทางในกรณีที่ผสมปูนซีเมนต์ต้องทำอย่างไร?
- พ่นน้ำลงไปบนผิวหน้าของขึ้นทางเพื่อให้ผิวหน้าชุ่มชื้นตลอดเวลาติดต่อกันนานอย่างน้อย 7 วัน นับจากวันที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ
- การเก็บตัวอย่างวัสดุเพื่อออกแบบส่วนผสมต้องทำเมื่อใด?
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ข้อกําหนดงานซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตโดยวิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING
- ผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนการปฏิบัติงานต่อผู้ว่าจ้าง เพื่อจะทําการตรวจสอบและอนุมัติให้ใช้แผนการปฏิบัติงาน ภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา 2. ผู้รับจ้างจะต้องประสานงานกับผู้ควบคุมงานเก็บตัวอย่างวัสดุภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาส่งหน่วยงานของทางราชการเพื่อทําการออกแบบ
ส่วนผสมการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ และผู้รับจ้างจะต้องให้ข้อมูลในการสํารวจออกแบบ และรายละเอียดใดๆ ตามผู้ว่าจ้างกําหนด - ทําการขุดซ่อม (DEEP PATCH) เพื่อการแก้ไขโครงสร้างชั้นทางเดิมที่ไม่แข็งแรง (SOFT SPOT) ตามแบบมาตราฐานงานแก้ไขผิวทางและพื้นทางเดิม
- กรณีที่โครงสร้างทางเสียรูป ทรุด หรือเป็นแอ่ง และแบบกําหนดให้ทําการเสริมหินคลุกปรับระดับ ให้ทําการเสริมหินคลุกปรับระดับและปิดทับให้เรียบร้อยก่อนที่
จะทําการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ - ทําการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ โดยวิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING โดยใช้เครื่องจักรขุดตัดรื้อชั้นทางเดิมทําให้ร่วนซุย พร้อมกับคลุกเคล้าให้เข้ากับ
วัสดุที่ผสมเพิ่ม เช่น ปูนซีเมนต์หรือแอสฟัลต์หรือสารผสมเพิ่มอื่นใด แล้วบดทับให้ได้ความแน่นและมีค่ากําลังรับแรงอัด (UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH) ตามที่กําหนดในแบบ ในกรณีที่ใช้ปูนซีเมนต์ผสมเข้าไปในส่วนผสม จะต้องทําการบดทับให้แล้วเสร็จภายในเวลา 2 ชั่วโมงนับจากเริ่มปรีดออกมา
5.1 การทดสอบกําลังรับแรงอัด ให้เตรียมแท่งตัวอย่างทดสอบโดยการเก็บตัวอย่างตัวแทน 3 ตัวอย่าง จากทุกช่วงของการก่อสร้างที่มีพื้นที่ไม่เกิน 1,500 ตร.ม. ซึ่งเกิดจากการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ ด้วยการผสมปูนซีเมนต์ และให้ถือว่าตัวอย่างตัวแทน 3 ตัวอย่าง นี้เป็น 1 ชุดทดสอบ ภายหลังการบดอัดด้วย วิธีการทดลอง COMPACTION TEST แบบสูงกว่ามาตรฐาน ให้ดันตัวอย่างวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ออกจากแบบและบ่มไว้ในถุงพลาสติก เพื่อป้องกันมิให้ตัวอย่างสูญเสียความชื้น เป็นระยะเวลานาน 7 วัน เมื่อครบ 7 วัน ให้นําตัวอย่างทดสอบแต่ละชุด (3 ตัวอย่าง) ออกจากถุงพลาสติก แช่น้ําไว้นาน 2 ชั่วโมง จากนั้นจึงนําตัวอย่างวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ไปทดสอบกําลังรับแรงอัดตามวิธีการทดลองที่ มท.(ท) 303-2545 " วิธีการทดลอง หา UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH ของดิน” โดยอนุโลม
ค่ากําลังรับแรงอัดเฉลี่ยของวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ในช่วงงานก่อสร้างของแต่ละช่วงต้องไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ในแบบ ทั้งนี้อนุญาตให้มี แท่งตัวอย่าง ที่มีกําลังรับแรงอัดต่ํากว่าที่กําหนดไว้ในแบบได้ไม่เกิน 1 ก้อน แต่ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ของค่าที่กําหนด
5.2 การทดสอบช้ําหากค่ากําลังแรงอัดตามข้อ 5.1 ต่ํากว่าที่กําหนด ผู้รับจ้างอาจขอให้เจาะเก็บแท่งตัวอย่างช่วงที่เป็นปัญหาเพื่อนําตัวอย่างไปทดสอบ
กําลังรับแรงอัดใหม่ ผลการทดสอบกําลังรับแรงอัดโดยเฉลี่ยของตัวอย่างทดสอบที่เจาะจากสนามจํานวน 3 ก้อน ที่อายุไม่เกิน 28 วัน จะต้องไม่น้อย กว่าร้อยละ 85 ของกําลังรับแรงอัดที่กําหนดไว้ในแบบ จึงจะถือว่าการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ ซึ่งผสมปูนซีเมนต์ในช่วงนั้นใช้ได้ ทั้งนี้อนุญาตให้มี แท่งตัวอย่างที่มีกําลังรับแรงอัดต่ํากว่าร้อยละ 85 ของกําลังรับแรงอัดที่กําหนดได้ไม่เกิน 1 ก้อน แต่ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของค่าที่กําหนด ถ้าผลการทดสอบไม่ได้ตามที่กําหนดนี้ ถือว่าการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ซึ่งผสมปูนซีเมนต์ใช้ไม่ได้ ผู้รับจ้างจะต้องทําการก่อสร้างโดยทําการ ปรับปรุงชั้นทางเดิม ในที่ซึ่งผสมปูนซีเมนต์อีกครั้งให้ได้มาตรฐานตามข้อกําหนด ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการทดสอบช้ํา และค่า
ใช้จ่ายในการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ใหม่ให้ได้ตามข้อกําหนด
5.3 การทดสอบความแน่นของการบดอัดชั้นทาง ซึ่งได้จากการปรับปรุงชั้นทางเดิมโดยการผสมปูนซีเมนต์นั้น จะต้องทําการบดอัดแน่นไม่น้อยกว่า 95 %
MODIFIED PROCTOR DENSITY ที่ได้จากการทดลองตัวอย่างวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ ในห้องทดลองโดยทําการทดสอบพื้นที่ 450 ตารางเมตร ต่อ 1 หลุมตัวอย่าง หรือตามที่กําหนดไว้เป็นอย่างอื่น
5.4 ค่าใช้จ่ายในการสํารวจ การตรวจสอบ การออกแบบส่วนผสมการแก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบส่วนผสมใหม่ ค่าธรรมเนียมการตรวจสอบรวมถึงผล
ความเสียหายใด ๆ ในสนาม ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งสิ้น
5.5 การบ่มและการเปิดการจราจร ในกรณีที่เป็นการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ ซึ่งมีการผสมปูนซีเมนต์ หลังการก่อสร้างให้บ่มขึ้นทางนั้นโดยพ่นน้ําลงไป บนผิวหน้าของขึ้นทางเพื่อให้ผิวหน้าชุ่มชื้นตลอดเวลาติดต่อกันนานอย่างน้อย 7 วัน นับจากวันที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและอนุญาตให้เปิดการจราจรได้
ตามปกติตลอดช่วงเวลาการบ่ม - PRIME COAT พื้นทางและฟื้นไหลทาง ตาม มทช.225-2545
- ทําผิวทางและผิวไหล่ทางแบบ แอสฟัลต์คอนกรีต ตาม มทช.230-2545 และตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง
ลําดับ
1 หินคลุก
2
น่า
เ
0
รายการ
3 ปูนซิเมนต์
4 PRIME COAT
ข้อกําหนดในการซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต
ข้อก้าหนด
ต้องเป็นหินโม่รวม ( CRUSHED ROCK SOIL AGGREGATE TYPE BASE ) ตาม ม.306-2550 ค่า LL. ต้องไม่มากกว่า 25 ค่า PI. ไม่มากกว่า 6% ค่าความสึกหรอไม่มากกว่า 40% มีค่า CBR. ไม่น้อยกว่า 80% ต้องสะอาดปราศจากสารต่างๆ เช่น เกลือ น้ํามัน กรด ด่าง และอินทรีย์วัตถุ หรือสารอื่นใดที่อาจจะเป็นอันตรายต่อคุณภาพของวัสดุที่ผสม
มาตรฐานผลิตภัณอุตสาหกรรม มอก 15 : มาตรฐานปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ อ้างถึง ” มาตรฐานงานไพร์มโคท” มล. 308-2550
ผิวทางและไหล่ทาง อ้างถึง” มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต ” ม.313-2550 เส้นแบ่งทิศทางจราจร อ้างถึง ” แบบมาตรฐานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง
หมายเหตุ
雏 - รายละเอียดตามรูปตัดโครงสร้างทางสามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขในด้านเรขาคณิตและด้านโครง
สร้างได้ตามความเหมาะสมกับสภาพทางที่จะดําเนินการทั้งนี้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง - ภายในช่วงหลักกิโลเมตรตามที่กําหนดไว้ในแบบอาจจะกําหนดให้ทําการตอนใดก็ได้ตามความ
เหมาะสม และอาจให้ทําการเพิ่มบริเวณทางเชื่อมเข้าสถานที่ราชการหรืออาคารสาธารณะ
ในระยะไม่เกินเขตทางหลวง หรือทําการเพิ่มบริเวณทางแยกสาธารณะทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจ ของผู้ควบคุมงาน - ในกรณีที่ไม่สามารถดําเนินการตามช่วงหลักกิโลเมตรที่กําหนดไว้ในแบบ สามารถเปลี่ยนแปลง
แก้ไขได้ โดยพิจารณาดําเนินการในช่วงหลักกิโลเมตรอื่นภายในสายทาง ตามความเหมาะสมทั้ง
นี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง - การเปลี่ยนแปลงแก้ไขตาม ข้อ 2 และ ข้อ 3 จะต้องให้ได้ปริมาณงานตามที่กําหนดไว้ในแบบ 5. ความหนาของผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต จะกําหนดในแบบแต่ละสายทาง
- งานซ่อมแซมและทาสีใหม่ หรืองานจัดทําติดตั้งเครื่องหมายจราจรหลักกันโค้งหลักกิโลเมตรและ
GUARD RAIL จะกําหนดไว้ในแบบแต่ละสายทางซึ่งต้องจัดทําให้อยู่ในสภาพที่เรียบร้อย
กรมทางหลวงชนบท
แบบมาตรฐานงานทาง สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
งานซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต
โดยวิธี PAVBMENT IN-PLACB RBCYCLING (ข้อกําหนดการก่อสร้าง)
แผ่นที่ 102
แบบเลขที่ กถ-7-603