จ้างก่อสร้างระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างก่อสร้างปรับปรุงถนนลาดยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต สายบ้านวังไม้แดง หมู่ที่ ๕ ตำบลกำแพงแสน เชื่อมต่อ หมู่ที่ ๙ ตำบลดอนข่อย อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม

องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม 69029120400
฿4,316,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 26 มิ.ย. 2569 นครปฐม
รายละเอียดการจ้าง

โครงการซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตโดยวิธี Pavement In-Place Recycling (PIR) มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของถนนให้มีความแข็งแรงและปลอดภัยยิ่งขึ้น โดยใช้วิธีการ PIR ซึ่งเป็นการนำวัสดุเดิมมาผสมกับวัสดุใหม่ เพื่อปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ ทำให้ลดปริมาณขยะดินลูกรังและประหยัดทรัพยากร ผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนปฏิบัติงานเพื่ออนุมัติภายใน 7 วัน, ประสานงานเก็บตัวอย่างวัสดุภายใน 15 วัน และดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ เช่น ขุดซ่อม (Deep Patch), เสริมหินคลุก, ปรับปรุงชั้นทางเดิมโดยวิธี PIR, Prime Coat, ทำผิวทาง Asphalt Concrete และตีเส้นแบ่งทิศทางจราจร การทดสอบกำลังรับแรงอัดมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด หากไม่ผ่านเกณฑ์ จะต้องทำการปรับปรุงแก้ไขจนกว่าจะผ่านมาตรฐาน ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทดสอบและการแก้ไขทั้งหมด รวมถึงการบ่มผิวทางและเปิดให้ใช้งานได้ตามปกติ

English summary

This project involves the repair of asphalt concrete pavement using the Pavement In-Place Recycling (PIR) method. The scope includes excavation repairs, base course reinforcement with aggregate, in-place layer improvement via PIR, prime coating, and asphalt concrete paving, along with traffic lane marking. The project aims to improve road infrastructure while minimizing environmental impact and reducing costs through resource utilization. Bidders must submit a work plan for approval within 7 days and coordinate material sampling within 15 days. Strict adherence to strength testing standards is required, with the contractor responsible for all testing and corrective action expenses.

สถานที่ดำเนินการ
  • ไม่ระบุในเอกสารนี้ -

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของถนนให้มีความแข็งแรงและปลอดภัยยิ่งขึ้น
  • ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการลดปริมาณขยะดินลูกรัง
  • ประหยัดค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างโดยใช้วิธีการ PIR

ขอบเขตของงาน

  • ส่งแผนปฏิบัติงานเพื่ออนุมัติ
  • ประสานงานเก็บตัวอย่างวัสดุเพื่อออกแบบส่วนผสม
  • ขุดซ่อม (Deep Patch) โครงสร้างขึ้นทางเดิมที่ไม่แข็งแรง
  • เสริมหินคลุกปรับระดับ
  • ปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่โดยวิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING
  • Prime Coat พื้นทางและพื้นไหล่ทาง
  • ทำผิวทางและผิวไหล่ทางแบบ Asphalt Concrete
  • ตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • แผนปฏิบัติงานที่ได้รับการอนุมัติ
  • ตัวอย่างวัสดุที่ผ่านการออกแบบส่วนผสม
  • พื้นทางที่ปรับปรุงแล้วตามมาตรฐาน
  • ผิวทาง Asphalt Concrete ที่ติดตั้งเรียบร้อย
  • เส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทางที่ชัดเจน

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ส่งแผนปฏิบัติงานภายใน 7 วันนับจากวันลงนามในสัญญา
  • ประสานงานเก็บตัวอย่างวัสดุภายใน 15 วันนับจากวันลงนามในสัญญา
  • ระยะเวลาการบ่มผิวทาง (หลังผสมปูนซีเมนต์) อย่างน้อย 7 วัน

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: ไม่ได้ระบุรายละเอียดเฉพาะเจาะจงในเอกสารนี้
  • Standards Compliance: ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน มอก. 15 สำหรับปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์, มก. 308-2550 สำหรับ Prime Coat และ มล. 313-2550 สำหรับ Asphalt Concrete
  • Experience: ไม่ได้ระบุรายละเอียดเฉพาะเจาะจงในเอกสารนี้
  • Previous Project Cost: ไม่ได้ระบุรายละเอียดเฉพาะเจาะจงในเอกสารนี้
  • Technical Capabilities: ต้องมีความสามารถในการใช้เครื่องจักรขุดตัดรื้อชั้นทางเดิม, เครื่องบดอัด และอุปกรณ์ทดสอบกำลังรับแรงอัด
  • Personnel: ไม่ได้ระบุรายละเอียดเฉพาะเจาะจงในเอกสารนี้

เกณฑ์การพิจารณา

  • ไม่ได้ระบุรายละเอียดเฉพาะเจาะจงในเอกสารนี้ แต่เน้นการปฏิบัติตามมาตรฐานและข้อกำหนดทางเทคนิคที่ระบุไว้

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • หินคลุกต้องเป็นหินไม่รวม (Crushed Rock Soil Aggregate Type Base) มีค่า CBR ไม่น้อยกว่า 80%
  • ปูนซีเมนต์ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน มอก. 15
  • ผิวทาง Asphalt Concrete ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน มล. 313-2550
  • กำลังรับแรงอัดของวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ต้องไม่น้อยกว่าที่กำหนดในแบบ

เงื่อนไขสัญญา

  • ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทดสอบและการแก้ไขหากไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน
  • ระยะเวลาการบ่มผิวทางอย่างน้อย 7 วันก่อนเปิดให้ใช้งาน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • คำถาม: การปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ (PIR) คืออะไร?
    คำตอบ: เป็นวิธีการนำวัสดุเดิมมาผสมกับวัสดุใหม่ เพื่อปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของถนนโดยไม่ต้องขุดลอกใหม่ ลดปริมาณขยะและประหยัดทรัพยากร

  • คำถาม: หากการทดสอบกำลังรับแรงอัดไม่ผ่านเกณฑ์ จะต้องทำอย่างไร?
    คำตอบ: ผู้รับจ้างจะต้องทำการปรับปรุงแก้ไขจนกว่าจะผ่านมาตรฐาน และเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด

  • คำถาม: ระยะเวลาบ่มผิวทางหลังจากการผสมปูนซีเมนต์นานเท่าใด?
    คำตอบ: อย่างน้อย 7 วัน โดยต้องพ่นน้ำเพื่อรักษาความชื้นบนผิวหน้าตลอดระยะเวลาดังกล่าว

  • คำถาม: ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการอย่างไรหากพบว่าโครงสร้างทางเสียรูป ทรุด หรือเป็นแอ่ง?
    คำตอบ: จะต้องทำการเสริมหินคลุกปรับระดับก่อนที่จะทำการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่

  • คำถาม: การทดสอบความแน่นของการบดอัดชั้นทางต้องทำอย่างไร?
    คำตอบ: ต้องทำการบดอัดแน่นไม่น้อยกว่า 95% Modified Proctor Density ตามมาตรฐานที่กำหนด

  • คำถาม: ผู้รับจ้างมีความรับผิดชอบอะไรบ้างในงานนี้?
    คำตอบ: รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทดสอบ, การแก้ไขหากไม่ผ่านเกณฑ์, และการบ่มผิวทาง

  • คำถาม: หากต้องการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดด้านเรขาคณิตและโครงสร้างของถนน จะทำได้อย่างไร?
    คำตอบ: สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม แต่ต้องอยู่ภายใต้ดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง

  • คำถาม: มาตรฐานงาน Prime Coat คืออะไร?
    คำตอบ: มก. 308-2550

  • คำถาม: มาตรฐานงาน Asphalt Concrete คืออะไร?
    คำตอบ: มล. 313-2550

  • คำถาม: ถ้าการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ซึ่งผสมปูนซีเมนต์ในช่วงใดช่วงหนึ่ง ไม่ได้ตามที่กำหนด จะต้องทำอย่างไร?
    คำตอบ: ผู้รับจ้างจะต้องทำการก่อสร้างโดยทําการปรับปรุงชั้นทางเดิม ในที่ซึ่งผสมปูนซีเมนต์อีกครั้งให้ได้มาตรฐานตามข้อกําหนด

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ข้อกําหนดงานซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตโดยวิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING

  1. ผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนการปฏิบัติงานต่อผู้ว่าจ้าง เพื่อจะทําการตรวจสอบและอนุมัติให้ใช้แผนการปฏิบัติงาน ภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา 2. ผู้รับจ้างจะต้องประสานงานกับผู้ควบคุมงานเก็บตัวอย่างวัสดุภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาส่งหน่วยงานของทางราชการเพื่อทําการออกแบบ
    ส่วนผสมการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ และผู้รับจ้างจะต้องให้ข้อมูลในการสํารวจออกแบบ และรายละเอียดใดๆ ตามผู้ว่าจ้างกําหนด
  2. ทําการขุดซ่อม (DEEP PATCH) เพื่อการแก้ไขโครงสร้างขึ้นทางเดิมที่ไม่แข็งแรง (SOFT SPOT) ตามแบบมาตราฐานงานแก้ไขผิวทางและพื้นทางเดิม 4. กรณีที่โครงสร้างทางเสียรูป ทรุด หรือเป็นแอ่ง และแบบกําหนดให้ทําการเสริมหินคลุกปรับระดับ ให้ทําการเสริมหินคลุกปรับระดับและปิดทับให้เรียบร้อยก่อนที่
    จะทําการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่
  3. ทําการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ โดยวิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING โดยใช้เครื่องจักรขุดตัดรื้อชั้นทางเดิมทําให้ร่วนซุย พร้อมกับคลุกเคล้าให้เข้ากับ
    วัสดุที่ผสมเพิ่ม เช่น ปูนซีเมนต์หรือแอสฟัลต์หรือสารผสมเพิ่มอื่นใด แล้วบดทับให้ได้ความแน่นและมีค่ากําลังรับแรงอัด (UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH) ตามที่กําหนดในแบบ ในกรณีที่ใช้ปูนซีเมนต์ผสมเข้าไปในส่วนผสม จะต้องทําการปิดทับให้แล้วเสร็จภายในเวลา 2 ชั่วโมงนับจากเริ่มปรีดออกมา 5.1 การทดสอบกําลังรับแรงอัด ให้เตรียมแท่งตัวอย่างทดสอบโดยการเก็บตัวอย่างตัวแทน 3 ตัวอย่าง จากทุกช่วงของการก่อสร้างที่มีพื้นที่ไม่เกิน 1,500 ตร.ม. ซึ่งเกิดจากการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ ด้วยการผสมปูนซีเมนต์ และให้ถือว่าตัวอย่างตัวแทน 3 ตัวอย่าง นี้เป็น 1 ชุดทดสอบ ภายหลังการบดอัดด้วย วิธีการทดลอง COMPACTION TEST แบบสูงกว่ามาตรฐาน ให้ดันตัวอย่างวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ออกจากแบบและบ่มไว้ในถุงพลาสติก เพื่อป้องกันมิให้ตัวอย่างสูญเสียความชื้น เป็นระยะเวลานาน 7 วัน เมื่อครบ 7 วัน ให้นําตัวอย่างทดสอบแต่ละชุด (3 ตัวอย่าง) ออกจากถุงพลาสติก แช่น้ําไว้นาน 2 ชั่วโมง จากนั้นจึงนําตัวอย่างวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ไปทดสอบกําลังรับแรงอัดตามวิธีการทดลองที่ มท.(ท) 303-2545 " วิธีการทดลอง หา UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH ของดิน” โดยอนุโลม
    ค่ากําลังรับแรงอัดเฉลี่ยของวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ในช่วงงานก่อสร้างของแต่ละช่วงต้องไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ในแบบ ทั้งนี้อนุญาตให้มี
    แท่งตัวอย่าง ที่มีกําลังรับแรงอัดต่ํากว่าที่กําหนดไว้ในแบบได้ไม่เกิน 1 ก้อน แต่ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ของค่าที่กําหนด
    5.2 การทดสอบช้ําหากค่ากําลังแรงอัดตามข้อ 5.1 ต่ํากว่าที่กําหนด ผู้รับจ้างอาจขอให้เจาะเก็บแท่งตัวอย่างช่วงที่เป็นปัญหาเพื่อนําตัวอย่างไปทดสอบ
    กําลังรับแรงอัดใหม่ ผลการทดสอบกําลังรับแรงอัดโดยเฉลี่ยของตัวอย่างทดสอบที่เจาะจากสนามจํานวน 3 ก้อน ที่อายุไม่เกิน 28 วัน จะต้องไม่น้อย กว่าร้อยละ 85 ของกําลังรับแรงอัดที่กําหนดไว้ในแบบ จึงจะถือว่าการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ ซึ่งผสมปูนซีเมนต์ในช่วงนั้นใช้ได้ ทั้งนี้อนุญาตให้มี แท่งตัวอย่างที่มีกําลังรับแรงอัดต่ํากว่าร้อยละ 85 ของกําลังรับแรงอัดที่กําหนดได้ไม่เกิน 1 ก้อน แต่ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของค่าที่กําหนด ถ้าผลการทดสอบไม่ได้ตามที่กําหนดนี้ ถือว่าการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ซึ่งผสมปูนซีเมนต์ใช้ไม่ได้ ผู้รับจ้างจะต้องทําการก่อสร้างโดยทําการ ปรับปรุงชั้นทางเดิม ในที่ซึ่งผสมปูนซีเมนต์อีกครั้งให้ได้มาตรฐานตามข้อกําหนด ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการทดสอบช้า และค่า
    ใช้จ่ายในการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ใหม่ให้ได้ตามข้อกําหนด
    5.3 การทดสอบความแน่นของการบดอัดชั้นทาง ซึ่งได้จากการปรับปรุงชั้นทางเดิมโดยการผสมปูนซีเมนต์นั้น จะต้องทําการบดอัดแน่นไม่น้อยกว่า 95 %
    MODIFIED PROCTOR DENSITY ที่ได้จากการทดลองตัวอย่างวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ ในห้องทดลองโดยทําการทดสอบพื้นที่ 450 ตารางเมตร ต่อ 1 หลุมตัวอย่าง หรือตามที่กําหนดไว้เป็นอย่างอื่น
    5.4 ค่าใช้จ่ายในการสํารวจ การตรวจสอบ การออกแบบส่วนผสมการแก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบส่วนผสมใหม่ ค่าธรรมเนียมการตรวจสอบรวมถึงผล
    ความเสียหายใด ๆ ในสนาม ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งสิ้น
    5.5 การบ่มและการเปิดการจราจร ในกรณีที่เป็นการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ ซึ่งมีการผสมปูนซีเมนต์ หลังการก่อสร้างให้บ่มขึ้นทางนั้นโดยพ่นน้ําลงไป บนผิวหน้าของชั้นทางเพื่อให้ผิวหน้าชุ่มชื้นตลอดเวลาติดต่อกันนานอย่างน้อย 7 วัน นับจากวันที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและอนุญาตให้เปิดการจราจรได้
    ตามปกติตลอดช่วงเวลาการบ่ม
  4. PRIME COAT พื้นทางและพื้นไหล่ทาง ตาม มทส. 225-2545
  5. ทําผิวทางและผิวไหล่ทางแบบ แอสฟัลต์คอนกรีต ตาม มทช.230-2545 และตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง
    ลําดับ
    1 หินคลุก
    2 น่า
    รายการ
    3 ปูนซิเมนต์
    4
    PRIME COAT

    0
    ข้อกําหนดในการซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต
    ขอก้าหนด
    ต้องเป็นหินไม่รวม ( CRUSHED ROCK SOIL AGGREGATE TYPE BASE )
    ( ตาม ม.306–2550 ค่า LL. ต้องไม่มากกว่า 25 ค่า PI. ไม่มากกว่า 6% ค่าความลึกหรือไม่มากกว่า 40% มีค่า CBR. ไม่น้อยกว่า 80% ต้องสะอาดปราศจากสารต่างๆ เช่น เกลือ น้ํามัน กรด ด่าง และอินทรีย์วัตถุ หรือสารอื่นใดที่อาจจะเป็นอันตรายต่อคุณภาพของวัสดุที่ผสม
    มาตรฐานผลิตภัณอุตสาหกรรม มอก. 15 : มาตรฐานปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ อ้างถึง ” มาตรฐานงานไพร์มโคท” มก. 308-2550
    3
    ผิวทางและไหล่ทาง อ้างถึง” มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต ” มล. 313-2550 เส้นแบ่งทิศทางจราจร อ้างถึง ” แบบมาตรฐานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง
    หมายเหตุ
  6. รายละเอียดตามรูปตัดโครงสร้างทางสามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขในด้านเรขาคณิตและด้านโครง
    สร้างได้ตามความเหมาะสมกับสภาพทางที่จะดําเนินการทั้งนี้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง
  7. ภายในช่วงหลักกิโลเมตรตามที่กําหนดไว้ในแบบอาจจะกําหนดให้ทําการตอนใดก็ได้ตามความ
    เหมาะสม และอาจให้ทําการเพิ่มบริเวณทางเชื่อมเข้าสถานที่ราชการหรืออาคารสาธารณะ
    ในระยะไม่เกินเขตทางหลวง หรือทําการเพิ่มบริเวณทางแยกสาธารณะทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจ ของผู้ควบคุมงาน
  8. ในกรณีที่ไม่สามารถดําเนินการตามช่วงหลักกิโลเมตรที่กําหนดไว้ในแบบ สามารถเปลี่ยนแปลง
    แก้ไขได้ โดยพิจารณาดําเนินการในช่วงหลักกิโลเมตรอื่นภายในสายทาง ตามความเหมาะสมทั้ง
    นี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง
  9. การเปลี่ยนแปลงแก้ไขตาม ข้อ 2 และ ข้อ 3 จะต้องให้ได้ปริมาณงานตามที่กําหนดไว้ในแบบ 5. ความหนาของผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต จะกําหนดในแบบแต่ละสายทาง
  10. งานซ่อมแซมและทาสีใหม่ หรืองานจัดทําติดตั้งเครื่องหมายจราจรหลักกันโค้งหลักกิโลเมตรและ
    GUARD RAIL จะกําหนดไว้ในแบบแต่ละสายทางซึ่งต้องจัดทําให้อยู่ในสภาพที่เรียบร้อย
    กรมทางหลวงชนบท
    แบบมาตรฐานงานทาง สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
    งานซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต
    โดยวิธี PAVBMENT IN-PLACB RBCYCLING (ข้อกําหนดการก่อสร้าง)
    แผ่นที่ 102
    แบบเลขที่ ทฤ-7-603