จ้างก่อสร้างระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างก่อสร้างปรับปรุงถนนลาดยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต สายเลียบคลองท่าเรือ - บางพระ (ฝั่งซ้าย) หมู่ที่ ๕ ตำบลมาบแค เชื่อมต่อ ตำบลทุ่งน้อย อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม

องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม 69029116819
฿4,962,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 23 มิ.ย. 2569 นครปฐม
รายละเอียดการจ้าง

โครงการนี้เป็นการซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตโดยใช้วิธี Pavement In-Place Recycling ซึ่งเป็นเทคนิคการปรับปรุงชั้นทางเดิมในพื้นที่ โดยผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด เริ่มจากการส่งแผนการปฏิบัติงานเพื่อขออนุมัติภายใน 7 วันหลังลงนามสัญญา และประสานงานกับผู้ควบคุมงานเพื่อเก็บตัวอย่างวัสดุส่งออกแบบภายใน 15 วัน นอกจากนี้ ยังต้องทำการขุดซ่อมโครงสร้างทางเดิมที่อ่อนแอ (Soft Spot) และเสริมหินคลุกปรับระดับในกรณีที่โครงสร้างทางเสียรูปหรือทรุดตัว ก่อนที่จะดำเนินการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ด้วยเครื่องจักรขุดตัดรื้อชั้นทางเดิมให้ร่วนซุย ผสมกับวัสดุที่กำหนด เช่น ปูนซีเมนต์หรือแอสฟัลต์ แล้วบดทับให้ได้ความแน่นและกำลังรับแรงอัดตามแบบที่กำหนด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากใช้ปูนซีเมนต์ จะต้องบดทับให้เสร็จภายใน 2 ชั่วโมงหลังการผสม การทดสอบคุณภาพกำลังรับแรงอัดของวัสดุผสมปูนซีเมนต์จะดำเนินการตามมาตรฐานที่กำหนด และผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทดสอบซ้ำหากผลไม่เป็นไปตามมาตรฐาน รวมถึงค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงแก้ไขใหม่ นอกจากนี้ ยังต้องมีการทดสอบความแน่นของการบดอัดให้ได้ไม่น้อยกว่า 95% Modified Proctor Density และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการสำรวจ ออกแบบ และผลความเสียหายใดๆ ในสนาม รวมถึงการบ่มชั้นทางเป็นเวลาอย่างน้อย 7 วัน และการเปิดการจราจรตามปกติ สุดท้ายจะมีการทำ Prime Coat และผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต รวมถึงตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทางตามมาตรฐานที่กำหนด

English summary

This project involves the repair and improvement of asphalt concrete road surfaces using the Pavement In-Place Recycling method. The contractor is required to submit an operational plan for approval within 7 days of contract signing and coordinate with the supervisor for material sampling within 15 days for design purposes. The scope includes deep patching of weak road structures, leveling with crushed stone if necessary, and then recycling the existing road layer in-place. This involves milling the existing layer, mixing it with additives like cement or asphalt, and compacting it to meet specified density and unconfined compressive strength requirements. Specific testing protocols for cement-stabilized materials, including strength and compaction, are detailed, with the contractor bearing the costs for re-testing and remedial work. The project also covers prime coating, asphalt concrete surfacing, and traffic line marking according to relevant standards.

สถานที่ดำเนินการ

(ไม่ได้ระบุใน TOR ส่วนนี้)

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • ซ่อมแซมและปรับปรุงผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ชำรุดให้ได้มาตรฐาน
  • ยืดอายุการใช้งานของโครงสร้างทางเดิม
  • เพิ่มความแข็งแรงและความทนทานของผิวทาง
  • ลดปริมาณวัสดุเหลือทิ้งจากการก่อสร้างโดยการนำวัสดุเดิมกลับมาใช้ใหม่

ขอบเขตของงาน

  • การส่งแผนการปฏิบัติงานเพื่อขออนุมัติ
  • การประสานงานกับผู้ควบคุมงานเพื่อเก็บตัวอย่างวัสดุและส่งออกแบบ
  • การขุดซ่อมโครงสร้างทางเดิมที่ไม่แข็งแรง (DEEP PATCH)
  • การเสริมหินคลุกปรับระดับในกรณีที่โครงสร้างทางเสียรูป ทรุด หรือเป็นแอ่ง
  • การปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่โดยวิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING โดยการขุดตัดรื้อ ผสมวัสดุเพิ่ม (ปูนซีเมนต์หรือแอสฟัลต์) และบดอัดให้ได้มาตรฐาน
  • การทดสอบกำลังรับแรงอัด (UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH) ของวัสดุผสมปูนซีเมนต์
  • การทดสอบความแน่นของการบดอัด (MODIFIED PROCTOR DENSITY)
  • การบ่มชั้นทางเป็นเวลาอย่างน้อย 7 วัน
  • การทำ PRIME COAT พื้นทางและไหล่ทาง
  • การทำผิวทางและผิวไหล่ทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต
  • การตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • แผนการปฏิบัติงานที่ได้รับการอนุมัติ
  • ผลการทดสอบคุณภาพวัสดุ (กำลังรับแรงอัด, ความแน่นของการบดอัด)
  • ชั้นทางที่ได้รับการปรับปรุงและซ่อมแซมตามมาตรฐาน
  • ผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่แล้วเสร็จ
  • เส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทางที่ถูกต้อง
  • รายงานผลการก่อสร้าง

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาส่งแผนการปฏิบัติงาน: ภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
  • ระยะเวลาประสานงานเก็บตัวอย่างวัสดุ: ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
  • ระยะเวลาบ่มชั้นทาง (กรณีผสมปูนซีเมนต์): อย่างน้อย 7 วัน นับจากวันที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ
  • (ระยะเวลาโครงการโดยรวมไม่ได้ระบุไว้ใน TOR ส่วนนี้)

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • เป็นนิติบุคคล หรือ บุคคลธรรมดา ที่มีอาชีพรับจ้างเหมา
    • มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่ระบุในเอกสารประกวดราคา
  • Standards Compliance:
    • ต้องปฏิบัติตามมาตรฐาน มก. 306-2550 (หินโม่รวม)
    • ต้องปฏิบัติตามมาตรฐาน มอก. 15 (ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์)
    • ต้องปฏิบัติตาม มทช.225-2545 (PRIME COAT)
    • ต้องปฏิบัติตาม มทช.230-2545 (แอสฟัลต์คอนกรีต)
    • ต้องปฏิบัติตาม ม.313-2550 (มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต)
    • ต้องปฏิบัติตาม “มาตรฐานงานไพร์มโคท” มล. 308-2550
    • ต้องปฏิบัติตาม “แบบมาตรฐานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง”
    • การทดสอบกำลังรับแรงอัดให้ใช้วิธีการทดลองที่ มท.(ท) 303-2545 วิธีการทดลอง หา UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH ของดิน” โดยอนุโลม
  • Experience:
    • (ไม่ได้ระบุประสบการณ์เฉพาะเจาะจงใน TOR ส่วนนี้)
  • Previous Project Cost:
    • (ไม่ได้ระบุข้อกำหนดเกี่ยวกับมูลค่าโครงการที่เคยทำใน TOR ส่วนนี้)
  • Technical Capabilities:
    • ต้องมีเครื่องจักรขุดตัดรื้อชั้นทางเดิม
    • ต้องมีเครื่องจักรสำหรับบดอัด
    • ต้องมีความสามารถในการทดสอบคุณภาพวัสดุตามที่กำหนด
  • Personnel:
    • (ไม่ได้ระบุคุณสมบัติเฉพาะของบุคลากรใน TOR ส่วนนี้)

เกณฑ์การพิจารณา

  • (ไม่ได้ระบุเกณฑ์การประเมินราคาใน TOR ส่วนนี้)

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • การปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ (PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING):
    • การขุดตัดรื้อชั้นทางเดิมให้ร่วนซุย
    • การผสมวัสดุเพิ่ม (ปูนซีเมนต์ หรือ แอสฟัลต์ หรือสารผสมเพิ่มอื่นใด)
    • การบดทับให้ได้ความแน่นและค่ากำลังรับแรงอัด (UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH) ตามที่กำหนดในแบบ
    • กรณีใช้ปูนซีเมนต์: ต้องบดทับให้เสร็จภายใน 2 ชั่วโมงนับจากเริ่มปรีดออกมา
    • การทดสอบกำลังรับแรงอัด (UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH):
      • ค่าเฉลี่ยต้องไม่น้อยกว่าที่กำหนดในแบบ
      • อนุญาตให้มีแท่งตัวอย่างที่ต่ำกว่ากำหนดได้ไม่เกิน 1 ก้อน แต่ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ของค่าที่กำหนด
      • การทดสอบซ้ำ (หากจำเป็น) ค่าเฉลี่ยต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ของค่าที่กำหนด อนุญาตให้มีแท่งตัวอย่างที่ต่ำกว่าร้อยละ 85 ได้ไม่เกิน 1 ก้อน แต่ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของค่าที่กำหนด
    • การทดสอบความแน่นของการบดอัด: ต้องไม่น้อยกว่า 95% MODIFIED PROCTOR DENSITY
  • PRIME COAT: ตาม มทช.225-2545
  • ผิวทางและผิวไหล่ทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต: ตาม มทช.230-2545
  • วัสดุหินคลุก: ตาม มก. 306-2550 (CRUSHED ROCK SOIL AGGREGATE TYPE BASE) โดยมีคุณสมบัติตามที่กำหนด (LL, PI, ความลึก, CBR)
  • ปูนซีเมนต์: มาตรฐาน มอก. 15 มาตรฐานปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์
  • การตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง: ตามแบบมาตรฐานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง

เงื่อนไขสัญญา

  • การชำระเงิน: (ไม่ได้ระบุใน TOR ส่วนนี้)
  • ค่าปรับ: (ไม่ได้ระบุใน TOR ส่วนนี้)
  • การรับประกันผลงาน: (ไม่ได้ระบุใน TOR ส่วนนี้)
  • ความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง:
    • ค่าใช้จ่ายในการทดสอบซ้ำและปรับปรุงแก้ไขใหม่
    • ค่าใช้จ่ายในการสำรวจ การตรวจสอบ การออกแบบส่วนผสม การแก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบส่วนผสมใหม่ ค่าธรรมเนียมการตรวจสอบ
    • ความเสียหายใดๆ ในสนาม
  • การบ่มและการเปิดการจราจร:
    • กรณีผสมปูนซีเมนต์: บ่มโดยพ่นน้ำบนผิวหน้าอย่างน้อย 7 วัน
    • อนุญาตให้เปิดการจราจรได้ตามปกติในช่วงเวลาบ่ม

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: วิธี Pavement In-Place Recycling คืออะไร?
    A: คือการนำวัสดุผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตเดิมมาขุดร่วน ผสมกับวัสดุประสาน เช่น ปูนซีเมนต์หรือแอสฟัลต์ แล้วบดอัดให้ได้มาตรฐาน เพื่อปรับปรุงโครงสร้างทางเดิม
  • Q: ผู้รับจ้างต้องส่งแผนการปฏิบัติงานเมื่อใด?
    A: ภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
  • Q: ต้องประสานงานกับผู้ควบคุมงานเพื่อเก็บตัวอย่างวัสดุเมื่อใด?
    A: ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
  • Q: หากโครงสร้างทางเดิมไม่แข็งแรง (Soft Spot) ต้องทำอย่างไร?
    A: ต้องทำการขุดซ่อม (DEEP PATCH) ตามแบบมาตรฐานงานแก้ไขผิวทางและพื้นทางเดิม
  • Q: หากโครงสร้างทางเสียรูปหรือทรุดตัว ต้องทำอย่างไร?
    A: หากแบบกำหนดให้เสริมหินคลุกปรับระดับ ต้องดำเนินการเสริมและปิดทับให้เรียบร้อยก่อนปรับปรุงชั้นทางเดิม
  • Q: มีข้อกำหนดพิเศษอย่างไรในการผสมปูนซีเมนต์?
    A: ต้องทำการบดทับให้เสร็จภายใน 2 ชั่วโมงนับจากเริ่มปรีดออกมา
  • Q: การทดสอบกำลังรับแรงอัดของวัสดุผสมปูนซีเมนต์มีเกณฑ์อย่างไร?
    A: ค่าเฉลี่ยต้องไม่น้อยกว่าที่กำหนดในแบบ อนุญาตให้มีแท่งตัวอย่างที่ต่ำกว่ากำหนดได้ไม่เกิน 1 ก้อน แต่ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ของค่าที่กำหนด
  • Q: ใครเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการทดสอบซ้ำหากผลไม่เป็นไปตามมาตรฐาน?
    A: ผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการทดสอบซ้ำและค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ใหม่ให้ได้ตามข้อกำหนด
  • Q: ต้องบ่มชั้นทางที่ผสมปูนซีเมนต์นานเท่าใด?
    A: อย่างน้อย 7 วัน โดยการพ่นน้ำลงบนผิวหน้าให้ชุ่มชื้นตลอดเวลา
  • Q: สามารถเปิดการจราจรได้เมื่อใดหลังการก่อสร้าง?
    A: อนุญาตให้เปิดการจราจรได้ตามปกติ ตลอดช่วงเวลาการบ่ม

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ข้อกําหนดงานซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตโดยวิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING

  1. ผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนการปฏิบัติงานต่อผู้ว่าจ้าง เพื่อจะทําการตรวจสอบและอนุมัติให้ใช้แผนการปฏิบัติงาน ภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา 2. ผู้รับจ้างจะต้องประสานงานกับผู้ควบคุมงานเก็บตัวอย่างวัสดุภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาส่งหน่วยงานของทางราชการเพื่อทําการออกแบบ
    ส่วนผสมการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ และผู้รับจ้างจะต้องให้ข้อมูลในการสํารวจออกแบบ และรายละเอียดใดๆ ตามผู้ว่าจ้างกําหนด
  2. ทําการขุดซ่อม (DEEP PATCH) เพื่อการแก้ไขโครงสร้างขึ้นทางเดิมที่ไม่แข็งแรง (SOFT SPOT) ตามแบบมาตราฐานงานแก้ไขผิวทางและพื้นทางเดิม
  3. กรณีที่โครงสร้างทางเสียรูป ทรุด หรือเป็นแอ่ง และแบบกําหนดให้ทําการเสริมหินคลุกปรับระดับ ให้ทําการเสริมหินคลุกปรับระดับและปิดทับให้เรียบร้อยก่อนที่
    จะทําการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่
  4. ทําการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ โดยวิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING โดยใช้เครื่องจักรขุดตัดรื้อชั้นทางเดิมทําให้ร่วนซุย พร้อมกับคลุกเคล้าให้เข้ากับ
    วัสดุที่ผสมเพิ่ม เช่น ปูนซีเมนต์หรือแอสฟัลต์หรือสารผสมเพิ่มอื่นใด แล้วบดทับให้ได้ความแน่นและมีค่ากําลังรับแรงอัด (UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH) ตามที่กําหนดในแบบ ในกรณีที่ใช้ปูนซีเมนต์ผสมเข้าไปในส่วนผสม จะต้องทําการบดทับให้แล้วเสร็จภายในเวลา 2 ชั่วโมงนับจากเริ่มปรีดออกมา
    5.1 การทดสอบกําลังรับแรงอัด ให้เตรียมแท่งตัวอย่างทดสอบโดยการเก็บตัวอย่างตัวแทน 3 ตัวอย่าง จากทุกช่วงของการก่อสร้างที่มีพื้นที่ไม่เกิน 1,500 ตร.ม. ซึ่งเกิดจากการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ ด้วยการผสมปูนซีเมนต์ และให้ถือว่าตัวอย่างตัวแทน 3 ตัวอย่าง นี้เป็น 1 ชุดทดสอบ ภายหลังการบดอัดด้วย วิธีการทดลอง COMPACTION TEST แบบสูงกว่ามาตรฐาน ให้ดันตัวอย่างวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ออกจากแบบและบ่มไว้ในถุงพลาสติก เพื่อป้องกันมิให้ตัวอย่างสูญเสียความชื้น เป็นระยะเวลานาน 7 วัน เมื่อครบ 7 วัน ให้นําตัวอย่างทดสอบแต่ละชุด (3 ตัวอย่าง) ออกจากถุงพลาสติก แช่น้ําไว้นาน 2 ชั่วโมง จากนั้นจึงนําตัวอย่างวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ไปทดสอบกําลังรับแรงอัดตามวิธีการทดลองที่ มท.(ท) 303-2545 วิธีการทดลอง หา UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH ของดิน” โดยอนุโลม
    ค่ากําลังรับแรงอัดเฉลี่ยของวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ในช่วงงานก่อสร้างของแต่ละช่วงต้องไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ในแบบ ทั้งนี้อนุญาตให้มี แท่งตัวอย่าง ที่มีกําลังรับแรงอัดต่ํากว่าที่กําหนดไว้ในแบบได้ไม่เกิน 1 ก้อน แต่ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ของค่าที่กําหนด
    “2
    5.2 การทดสอบช้ําหากค่ากําลังแรงอัดตามข้อ 5.1 ต่ํากว่าที่กําหนด ผู้รับจ้างอาจขอให้เจาะเก็บแท่งตัวอย่างช่วงที่เป็นปัญหาเพื่อนําตัวอย่างไปทดสอบ
    กําลังรับแรงอัดใหม่ ผลการทดสอบกําลังรับแรงอัดโดยเฉลี่ยของตัวอย่างทดสอบที่เจาะจากสนามจํานวน 3 ก้อน ที่อายุไม่เกิน 28 วัน จะต้องไม่น้อย กว่าร้อยละ 85 ของกําลังรับแรงอัดที่กําหนดไว้ในแบบ จึงจะถือว่าการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ ซึ่งผสมปูนซีเมนต์ในช่วงนั้นใช้ได้ ทั้งนี้อนุญาตให้มี แท่งตัวอย่างที่มีกําลังรับแรงอัดต่ํากว่าร้อยละ 85 ของกําลังรับแรงอัดที่กําหนดได้ไม่เกิน 1 ก้อน แต่ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของค่าที่กําหนด ถ้าผลการทดสอบไม่ได้ตามที่กําหนดนี้ ถือว่าการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ซึ่งผสมปูนซีเมนต์ใช้ไม่ได้ ผู้รับจ้างจะต้องทําการก่อสร้างโดยทําการ ปรับปรุงชั้นทางเดิม ในที่ซึ่งผสมปูนซีเมนต์อีกครั้งให้ได้มาตรฐานตามข้อกําหนด ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการทดสอบช้ํา และค่า
    ใช้จ่ายในการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ใหม่ให้ได้ตามข้อกําหนด
    5.3 การทดสอบความแน่นของการบดอัดขึ้นทาง ซึ่งได้จากการปรับปรุงชั้นทางเดิมโดยการผสมปูนซีเมนต์นั้น จะต้องทําการบดอัดแน่นไม่น้อยกว่า 95 %
    MODIFIED PROCTOR DENSITY ที่ได้จากการทดลองตัวอย่างวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ ในห้องทดลองโดยทําการทดสอบพื้นที่ 450 ตารางเมตร ต่อ 1 หลุมตัวอย่าง หรือตามที่กําหนดไว้เป็นอย่างอื่น
    5.4 ค่าใช้จ่ายในการสํารวจ การตรวจสอบ การออกแบบส่วนผสมการแก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบส่วนผสมใหม่ ค่าธรรมเนียมการตรวจสอบรวมถึงผล
    ความเสียหายใด ๆ ในสนาม ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งสิ้น
    5.5 การบ่มและการเปิดการจราจร ในกรณีที่เป็นการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ ซึ่งมีการผสมปูนซีเมนต์ หลังการก่อสร้างให้บ่มชั้นทางนั้นโดยพ่นน้ําลงไป บนผิวหน้าของชั้นทางเพื่อให้ผิวหน้าชุ่มชื้นตลอดเวลาติดต่อกันนานอย่างน้อย 7 วัน นับจากวันที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและอนุญาตให้เปิดการจราจรได้
    ตามปกติตลอดช่วงเวลาการบ่ม
  5. PRIME COAT พื้นทางและฟื้นไหล่ทาง ตาม มทช.225-2545
  6. ทําผิวทางและผิวไหล่ทางแบบ แอสฟัลต์คอนกรีต ตาม มทช.230-2545 และตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง
    ลําาดับ
    1
    หินคลุก
    2 น้ํา
    รายการ
    3 ปูนซิเมนต์
    4 PRIME COAT
    on
    0
    ข้อกําหนดในการซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต
    ข้อกําหนด
    ต้องเป็นหินโม่รวม ( CRUSHED ROCK SOIL AGGREGATE TYPE BASE ) ตาม มก. 306-2550 ค่า LL. ต้องไม่มากกว่า 25 ค่า PI. ไม่มากกว่า 6% ค่าความลึกหรอไม่มากกว่า 40% มีค่า CBR. ไม่น้อยกว่า 80% ต้องสะอาดปราศจากสารต่างๆ เช่น เกลือ น้ํามัน กรด ด่าง และอินทรีย์วัตถุ หรือสารอื่นใดที่อาจจะเป็นอันตรายต่อคุณภาพของวัสดุที่ผสม
    มาตรฐานผลิตภัณอุตสาหกรรม มอก. 15 : มาตรฐานปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ อ้างถึง " มาตรฐานงานไพร์มโคท” มล. 308-2550
    ผิวทางและไหล่ทาง อ้างถึง” มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต ” ม.313-2550 เส้นแบ่งทิศทางจราจร อ้างถึง ” แบบมาตรฐานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง
    หมายเหตุ
  7. รายละเอียดตามรูปตัดโครงสร้างทางสามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขในด้านเรขาคณิตและด้านโครง
    สร้างได้ตามความเหมาะสมกับสภาพทางที่จะดําเนินการทั้งนี้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง
  8. ภายในช่วงหลักกิโลเมตรตามที่กําหนดไว้ในแบบอาจจะกําหนดให้ทําการตอนใดก็ได้ตามความ
    เหมาะสม และอาจให้ทําการเพิ่มบริเวณทางเชื่อมเข้าสถานที่ราชการหรืออาคารสาธารณะ
    ในระยะไม่เกินเขตทางหลวง หรือทําการเพิ่มบริเวณทางแยกสาธารณะทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจ ของผู้ควบคุมงาน
  9. ในกรณีที่ไม่สามารถดําเนินการตามช่วงหลักกิโลเมตรที่กําหนดไว้ในแบบ สามารถเปลี่ยนแปลง
    แก้ไขได้ โดยพิจารณาดําเนินการในช่วงหลักกิโลเมตรอื่นภายในสายทาง ตามความเหมาะสมทั้ง
    นี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง
  10. การเปลี่ยนแปลงแก้ไขตาม ข้อ 2 และ ข้อ 3 จะต้องให้ได้ปริมาณงานตามที่กําหนดไว้ในแบบ 5. ความหนาของผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต จะกําหนดในแบบแต่ละสายทาง
  11. งานซ่อมแซมและทาสีใหม่ หรืองานจัดทําติดตั้งเครื่องหมายจราจรหลักกันโค้งหลักกิโลเมตรและ
    GUARD RAIL จะกําหนดไว้ในแบบแต่ละสายทางซึ่งต้องจัดทําให้อยู่ในสภาพที่เรียบร้อย
    กรมทางหลวงชนบท
    แบบมาตรฐานงานทาง สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
    งานซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต
    โดยวิธี PAVEMENT IN-PLACB RBCYCLING (ข้อกําหนดการก่อสร้าง)
    แผ่นที่ 102
    แบบเลขที่ กถ-7-603