จ้างก่อสร้างระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างก่อสร้างปรับปรุงถนนลาดยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต สายเลียบคลองตาพลอย หมู่ที่ ๑๙ ตำบลบางหลวง เชื่อมต่อ หมู่ที่ ๙ ตำบลหินมูล อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม

องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม 69029114872
฿9,506,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 24 มิ.ย. 2569 นครปฐม
รายละเอียดการจ้าง

โครงการนี้เป็นการซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตโดยใช้วิธี Pavement In-Place Recycling ซึ่งเป็นกระบวนการที่นำวัสดุผิวทางเดิมมาขุดร่วนซุย ผสมกับวัสดุเพิ่มเติม เช่น ปูนซีเมนต์ หรือแอสฟัลต์ เพื่อปรับปรุงคุณภาพและกำลังรับแรงของชั้นทางเดิมให้ได้มาตรฐานที่กำหนด โดยผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนการปฏิบัติงานและประสานงานกับผู้ควบคุมงานเพื่อเก็บตัวอย่างวัสดุสำหรับการออกแบบส่วนผสม การดำเนินการจะรวมถึงการขุดซ่อมโครงสร้างทางเดิมที่เสียหาย (Deep Patch) การเสริมหินคลุกปรับระดับในกรณีที่โครงสร้างทางเสียรูป และการปรับปรุงชั้นทางเดิมด้วยวิธี Pavement In-Place Recycling ซึ่งต้องมีการทดสอบกำลังรับแรงอัด (Unconfined Compressive Strength) และความแน่นของการบดอัด (Modified Proctor Density) ตามมาตรฐานที่กำหนด นอกจากนี้ ยังรวมถึงการทำ Prime Coat, การทำผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตใหม่, การตีเส้นแบ่งทิศทางจราจร และการจัดทำเครื่องหมายจราจรต่างๆ ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทดสอบ การแก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบ และความเสียหายที่เกิดขึ้นในระหว่างการก่อสร้าง

English summary

This project aims to repair asphalt concrete road surfaces using the Pavement In-Place Recycling method. This process involves processing the existing road surface material, mixing it with additives such as cement or asphalt, to achieve a road layer with the required strength and durability. The scope includes repairing damaged existing road structures (Deep Patch), adding crushed stone for leveling, applying Prime Coat, and constructing a new asphalt concrete surface, along with road markings. The contractor must submit an work plan and coordinate with the supervisor for material sampling for mix design. The project also requires testing for Unconfined Compressive Strength and Modified Proctor Density. The contractor will be responsible for all testing costs, design modifications, and any damages incurred during construction.

สถานที่ดำเนินการ
  • ไม่ระบุใน TOR นี้

ผู้เสนอราคาและผู้ชนะ

รายชื่อบริษัทที่เข้าร่วมการประมูล

ผู้เสนอราคาทั้งหมด (0)

ไม่มีข้อมูลผู้เสนอราคา

โครงการนี้ไม่มีรายชื่อผู้เสนอราคา

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • ซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตให้ได้มาตรฐาน
  • ปรับปรุงโครงสร้างทางเดิมที่ไม่แข็งแรง (SOFT SPOT)
  • ปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่โดยวิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING ให้ได้กำลังรับแรงอัดและความแน่นตามที่กำหนด
  • ทำ Prime Coat, ผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตใหม่, และตีเส้นจราจร

ขอบเขตของงาน

  • ส่งแผนการปฏิบัติงานเพื่อขออนุมัติภายใน 7 วันหลังลงนามสัญญา
  • ประสานงานเก็บตัวอย่างวัสดุเพื่อออกแบบส่วนผสมภายใน 15 วันหลังลงนามสัญญา
  • ทำการขุดซ่อม (DEEP PATCH) โครงสร้างทางเดิมที่ไม่แข็งแรง (SOFT SPOT)
  • เสริมหินคลุกปรับระดับในกรณีที่โครงสร้างทางเสียรูป ทรุด หรือเป็นแอ่ง
  • ปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่โดยวิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING โดยการขุดร่วน ผสมวัสดุเพิ่ม (ปูนซีเมนต์/แอสฟัลต์) และบดอัดให้ได้ความแน่นและกำลังรับแรงอัดตามแบบ
  • การทดสอบกำลังรับแรงอัด (UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH) และความแน่นของการบดอัด (MODIFIED PROCTOR DENSITY)
  • การบ่มชั้นทางและเปิดการจราจร
  • ทำ PRIME COAT พื้นทางและพื้นไหลทาง
  • ทำผิวทางและผิวไหล่ทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต
  • ตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง
  • จัดทำเครื่องหมายจราจรหลัก, หลักกันโค้ง, หลักกิโลเมตร และ GUARD RAIL (ตามที่กำหนดในแบบ)

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • แผนการปฏิบัติงานที่ได้รับอนุมัติ
  • ผลการทดสอบวัสดุและชั้นทาง (กำลังรับแรงอัด, ความแน่น)
  • ชั้นทางที่ซ่อมสร้างเสร็จสมบูรณ์ตามมาตรฐาน
  • Prime Coat และผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่แล้วเสร็จ
  • เส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทางที่ตีเสร็จสมบูรณ์
  • เครื่องหมายจราจร, หลักกันโค้ง, หลักกิโลเมตร และ GUARD RAIL ที่ติดตั้งแล้วเสร็จ (ตามแบบ)

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา: ส่งแผนการปฏิบัติงาน
  • ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา: ประสานงานเก็บตัวอย่างวัสดุ
  • ระยะเวลาการบ่ม: อย่างน้อย 7 วัน หลังก่อสร้างเสร็จ (กรณีผสมปูนซีเมนต์)
  • ระยะเวลาการทดสอบกำลังรับแรงอัด: 7 วัน (สำหรับตัวอย่างบ่ม) และไม่เกิน 28 วัน (สำหรับตัวอย่างเจาะ)
  • ระยะเวลาโครงการโดยรวม: ไม่ระบุใน TOR

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่ส่วนราชการกำหนด
  • Standards Compliance:
    • การใช้วัสดุต้องเป็นไปตามมาตรฐาน มอก. 15 (ปูนซีเมนต์)
    • การทำ Prime Coat เป็นไปตาม มทช.225-2545
    • การทำผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตเป็นไปตาม มทช.230-2545
    • การทดสอบกำลังรับแรงอัดเป็นไปตาม มท. (ท) 303-2545 โดยอนุโลม
  • Experience:
    • ไม่ระบุประสบการณ์เฉพาะเจาะจงใน TOR นี้
  • Previous Project Cost:
    • ไม่ระบุ
  • Technical Capabilities:
    • มีเครื่องจักรขุดตัดรื้อชั้นทางเดิม
    • มีเครื่องจักรบดอัด
    • มีความสามารถในการทดสอบกำลังรับแรงอัดและทดสอบความแน่นของการบดอัด
  • Personnel:
    • ไม่ระบุคุณสมบัติเฉพาะของบุคลากรใน TOR นี้

เกณฑ์การพิจารณา

  • ไม่ระบุเกณฑ์การประเมินใน TOR นี้

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • การปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ (Pavement In-Place Recycling):
    • การขุดร่วนวัสดุเดิม
    • การผสมวัสดุเพิ่ม (ปูนซีเมนต์/แอสฟัลต์)
    • การบดทับให้ได้ความแน่นไม่น้อยกว่า 95% Modified Proctor Density
    • กำลังรับแรงอัด (Unconfined Compressive Strength) ตามที่กำหนดในแบบ
    • การบ่มชั้นทางอย่างน้อย 7 วัน (กรณีผสมปูนซีเมนต์)
  • การซ่อมโครงสร้างทางเดิม (DEEP PATCH): ตามแบบมาตรฐานงานแก้ไขผิวทางและพื้นทางเดิม
  • การเสริมหินคลุกปรับระดับ: ตามแบบ
  • PRIME COAT: ตาม มทช.225-2545
  • ผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต: ตาม มทช.230-2545
  • เส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง: ตามแบบมาตรฐานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง
  • วัสดุ:
    • หินคลุก: CRUSHED ROCK SOIL AGGREGATE TYPE BASE ตาม ม.306-2550 (LL ≤ 25, PI ≤ 6%, ความสึกหรอ ≤ 40%, CBR ≥ 80%), สะอาดปราศจากสารอันตราย
    • ปูนซีเมนต์: มาตรฐาน มอก. 15

เงื่อนไขสัญญา

  • การชำระเงิน: ไม่ระบุใน TOR นี้
  • การปรับ (Penalties): ไม่ระบุใน TOR นี้
  • การรับประกันผลงาน: ไม่ระบุใน TOR นี้
  • ผู้รับจ้างรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทดสอบช้ำ, ค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ใหม่, ค่าใช้จ่ายในการสำรวจ, การตรวจสอบ, การออกแบบส่วนผสม, การแก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบ, ค่าธรรมเนียมการตรวจสอบ, และผลความเสียหายใดๆ ในสนาม

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • ผู้รับจ้างต้องส่งแผนการปฏิบัติงานเมื่อใด?
    - ผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนการปฏิบัติงานต่อผู้ว่าจ้าง เพื่อจะทำการตรวจสอบและอนุมัติให้ใช้แผนการปฏิบัติงานภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
    • การเก็บตัวอย่างวัสดุเพื่อออกแบบส่วนผสมต้องทำเมื่อใด?
      • ผู้รับจ้างจะต้องประสานงานกับผู้ควบคุมงานเก็บตัวอย่างวัสดุภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
    • วิธีการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ (Pavement In-Place Recycling) มีขั้นตอนอย่างไร?
      • ใช้เครื่องจักรขุดตัดรื้อชั้นทางเดิมทำให้ร่วนซุย พร้อมกับคลุกเคล้าให้เข้ากับวัสดุที่ผสมเพิ่ม เช่น ปูนซีเมนต์หรือแอสฟัลต์ แล้วบดทับให้ได้ความแน่นและมีค่ากำลังรับแรงอัดตามที่กำหนด
    • การทดสอบกำลังรับแรงอัด (Unconfined Compressive Strength) ต้องทำอย่างไร?
      • เตรียมแท่งตัวอย่างทดสอบ 3 ตัวอย่างต่อ 1,500 ตร.ม. บ่มไว้ 7 วัน นำไปแช่น้ำ 2 ชั่วโมง แล้วทดสอบตามวิธี มท.(ท) 303-2545 โดยค่าเฉลี่ยต้องไม่น้อยกว่าที่กำหนด และอนุโลมให้มีแท่งตัวอย่างต่ำกว่าที่กำหนดได้ไม่เกิน 1 ก้อน แต่ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ของค่าที่กำหนด
    • หากผลการทดสอบกำลังรับแรงอัดต่ำกว่ากำหนด จะต้องทำอย่างไร?
      • ผู้รับจ้างอาจขอให้เจาะเก็บแท่งตัวอย่างเพื่อนําไปทดสอบใหม่ หากผลเฉลี่ยไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ของกําลังรับแรงอัดที่กําหนด (อนุโลมแท่งตัวอย่างต่ำกว่าร้อยละ 85 ได้ไม่เกิน 1 ก้อน แต่ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 70) หากยังไม่ได้มาตรฐาน ผู้รับจ้างจะต้องทำการก่อสร้างใหม่ทั้งหมดโดยผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย
    • การทดสอบความแน่นของการบดอัดชั้นทางต้องได้ค่าเท่าใด?
      • ต้องทําการบดอัดแน่นไม่น้อยกว่า 95 % MODIFIED PROCTOR DENSITY
    • การบ่มชั้นทางกรณีผสมปูนซีเมนต์ต้องทำอย่างไร?
      • พ่นน้ำลงไปบนผิวหน้าของชั้นทางเพื่อให้ผิวหน้าชุ่มชื้นตลอดเวลาติดต่อกันนานอย่างน้อย 7 วัน นับจากวันที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ
    • วัสดุหินคลุกที่ใช้ต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?
      • ต้องเป็นหินไม่รวม (CRUSHED ROCK SOIL AGGREGATE TYPE BASE) ตาม ม.306-2550 โดยมีค่า LL ไม่มากกว่า 25, PI ไม่มากกว่า 6%, ความสึกหรอไม่มากกว่า 40%, และมีค่า CBR ไม่น้อยกว่า 80% และต้องสะอาดปราศจากสารอันตราย
    • การเปลี่ยนแปลงแก้ไขแบบตามข้อ 2 และ 3 ของหมายเหตุ มีเงื่อนไขอย่างไร?
      • การเปลี่ยนแปลงแก้ไขตาม ข้อ 2 (เพิ่มบริเวณทางเชื่อม/ทางแยก) และ ข้อ 3 (เปลี่ยนช่วงหลักกิโลเมตร) จะต้องให้ได้ปริมาณงานตามที่กำหนดไว้ในแบบ
    • งานซ่อมแซมและทาสีใหม่ หรืองานจัดทำเครื่องหมายจราจร จะกำหนดไว้อย่างไร?
      • จะกำหนดไว้ในแบบแต่ละสายทางซึ่งต้องจัดทำให้อยู่ในสภาพที่เรียบร้อย

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ข้อกําหนดงานซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตโดยวิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING

  1. ผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนการปฏิบัติงานต่อผู้ว่าจ้าง เพื่อจะทําการตรวจสอบและอนุมัติให้ใช้แผนการปฏิบัติงาน ภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา 2. ผู้รับจ้างจะต้องประสานงานกับผู้ควบคุมงานเก็บตัวอย่างวัสดุภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาส่งหน่วยงานของทางราชการเพื่อทําการออกแบบ
    ส่วนผสมการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ และผู้รับจ้างจะต้องให้ข้อมูลในการสํารวจออกแบบ และรายละเอียดใดๆ ตามผู้ว่าจ้างกําหนด
  2. ทําการขุดซ่อม (DEEP PATCH) เพื่อการแก้ไขโครงสร้างขึ้นทางเดิมที่ไม่แข็งแรง (SOFT SPOT) ตามแบบมาตราฐานงานแก้ไขผิวทางและพื้นทางเดิม
  3. กรณีที่โครงสร้างทางเสียรูป ทรุด หรือเป็นแอ่ง และแบบกําหนดให้ทําการเสริมหินคลุกปรับระดับ ให้ทําการเสริมหินคลุกปรับระดับและบดทับให้เรียบร้อยก่อนที่
    จะทําการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่
  4. ทําการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ โดยวิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING โดยใช้เครื่องจักรขุดตัดรื้อชั้นทางเดิมทําให้ร่วนซุย พร้อมกับคลุกเคล้าให้เข้ากับ
    วัสดุที่ผสมเพิ่ม เช่น ปูนซีเมนต์หรือแอสฟัลต์หรือสารผสมเพิ่มอื่นใด แล้วบดทับให้ได้ความแน่นและมีค่ากําลังรับแรงอัด (UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH) ตามที่กําหนดในแบบ ในกรณีที่ใช้ปูนซีเมนต์ผสมเข้าไปในส่วนผสม จะต้องทําการปิดทับให้แล้วเสร็จภายในเวลา 2 ชั่วโมงนับจากเริ่มปรีดออกมา
    5.1 การทดสอบกําลังรับแรงอัด ให้เตรียมแท่งตัวอย่างทดสอบโดยการเก็บตัวอย่างตัวแทน 3 ตัวอย่าง จากทุกช่วงของการก่อสร้างที่มีพื้นที่ไม่เกิน 1,500 ตร.ม. ซึ่งเกิดจากการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ ด้วยการผสมปูนซีเมนต์ และให้ถือว่าตัวอย่างตัวแทน 3 ตัวอย่าง นี้เป็น 1 ชุดทดสอบ ภายหลังการบดอัดด้วย วิธีการทดลอง COMPACTION TEST แบบสูงกว่ามาตรฐาน ให้ดันตัวอย่างวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ออกจากแบบและบ่มไว้ในถุงพลาสติก เพื่อป้องกันมิให้ตัวอย่างสูญเสียความชื้น เป็นระยะเวลานาน 7 วัน เมื่อครบ 7 วัน ให้นําตัวอย่างทดสอบแต่ละชุด (3 ตัวอย่าง) ออกจากถุงพลาสติก แช่น้ําไว้นาน 2 ชั่วโมง จากนั้นจึงนําตัวอย่างวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ไปทดสอบกําลังรับแรงอัดตามวิธีการทดลองที่ มท.(ท) 303-2545 : วิธีการทดลอง หา UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH ของดิน” โดยอนุโลม
    ค่ากําลังรับแรงอัดเฉลี่ยของวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ในช่วงงานก่อสร้างของแต่ละช่วงต้องไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ในแบบ ทั้งนี้อนุญาตให้มี แท่งตัวอย่าง ที่มีกําลังรับแรงอัดต่ํากว่าที่กําหนดไว้ในแบบได้ไม่เกิน 1 ก้อน แต่ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ของค่าที่กําหนด
    5.2 การทดสอบช้ําหากค่ากําลังแรงอัดตามข้อ 5.1 ต่ํากว่าที่กําหนด ผู้รับจ้างอาจขอให้เจาะเก็บแท่งตัวอย่างช่วงที่เป็นปัญหาเพื่อนําตัวอย่างไปทดสอบ
    กําลังรับแรงอัดใหม่ ผลการทดสอบกําลังรับแรงอัดโดยเฉลี่ยของตัวอย่างทดสอบที่เจาะจากสนามจํานวน 3 ก้อน ที่อายุไม่เกิน 28 วัน จะต้องไม่น้อย กว่าร้อยละ 85 ของกําลังรับแรงอัดที่กําหนดไว้ในแบบ จึงจะถือว่าการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ ซึ่งผสมปูนซีเมนต์ในช่วงนั้นใช้ได้ ทั้งนี้อนุญาตให้มี แท่งตัวอย่างที่มีกําลังรับแรงอัดต่ํากว่าร้อยละ 85 ของกําลังรับแรงอัดที่กําหนดได้ไม่เกิน 1 ก้อน แต่ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของค่าที่กําหนด ถ้าผลการทดสอบไม่ได้ตามที่กําหนดนี้ ถือว่าการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ซึ่งผสมปูนซีเมนต์ใช้ไม่ได้ ผู้รับจ้างจะต้องทําการก่อสร้างโดยทําการ ปรับปรุงชั้นทางเดิม ในที่ซึ่งผสมปูนซีเมนต์อีกครั้งให้ได้มาตรฐานตามข้อกําหนด ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการทดสอบช้ํา และค่า
    ใช้จ่ายในการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ใหม่ให้ได้ตามข้อกําหนด
    .
    5.3 การทดสอบความแน่นของการบดอัดชั้นทาง ซึ่งได้จากการปรับปรุงชั้นทางเดิมโดยการผสมปูนซีเมนต์นั้น จะต้องทําการบดอัดแน่นไม่น้อยกว่า 95 %
    MODIFIED PROCTOR DENSITY ที่ได้จากการทดลองตัวอย่างวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ ในห้องทดลองโดยทําการทดสอบพื้นที่ 450 ตารางเมตร ต่อ 1 หลุมตัวอย่าง หรือตามที่กําหนดไว้เป็นอย่างอื่น
    5.4 ค่าใช้จ่ายในการสํารวจ การตรวจสอบ การออกแบบส่วนผสมการแก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบส่วนผสมใหม่ ค่าธรรมเนียมการตรวจสอบรวมถึงผล
    ความเสียหายใด ๆ ในสนาม ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งสิ้น
    5.5 การบ่มและการเปิดการจราจร ในกรณีที่เป็นการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ ซึ่งมีการผสมปูนซีเมนต์ หลังการก่อสร้างให้บ่มขึ้นทางนั้นโดยพ่นน้ําลงไป บนผิวหน้าของชั้นทางเพื่อให้ผิวหน้าชุ่มชื้นตลอดเวลาติดต่อกันนานอย่างน้อย 7 วัน นับจากวันที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและอนุญาตให้เปิดการจราจรได้
    ตามปกติตลอดช่วงเวลาการบ่ม
  5. PRIME COAT พื้นทางและพื้นไหลทาง ตาม มทช.225-2545
  6. ทําผิวทางและผิวไหล่ทางแบบ แอสฟัลต์คอนกรีต ตาม มทช.230-2545 และตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง
    ลําาดับ
    รายการ
    1
    หินคลุก
    2 น่า
    3 ปูนซิเมนต์
    On
    60
    4 PRIME COAT
    ข้อกําหนดในการซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต
    ข้อกําหนด
    ต้องเป็นหินไม่รวม ( CRUSHED ROCK SOIL AGGREGATE TYPE BASE )
    (
    ตาม ม.306-2550 ค่า LL. ต้องไม่มากกว่า 25 ค่า PI. ไม่มากกว่า 6% ค่าความสึกหรอไม่มากกว่า 40% มีค่า CBR. ไม่น้อยกว่า 80% ต้องสะอาดปราศจากสารต่างๆ เช่น เกลือ น้ํามัน กรด ด่าง และอินทรีย์วัตถุ หรือสารอื่นใดที่อาจจะเป็นอันตรายต่อคุณภาพของวัสดุที่ผสม
    มาตรฐานผลิตภัณอุตสาหกรรม มอก. 15 : มาตรฐานปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ อ้างถึง ” มาตรฐานงานไพร์มโคท” มล. 308-2550
    ผิวทางและไหล่ทาง อ้างถึง ” มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต ” มก. 313-2550 เส้นแบ่งทิศทางจราจร อ้างถึง ” แบบมาตรฐานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง
    หมายเหตุ
  7. รายละเอียดตามรูปตัดโครงสร้างทางสามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขในด้านเรขาคณิตและด้านโครง
    สร้างได้ตามความเหมาะสมกับสภาพทางที่จะดําเนินการทั้งนี้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง
  8. ภายในช่วงหลักกิโลเมตรตามที่กําหนดไว้ในแบบอาจจะกําหนดให้ทําการตอนใดก็ได้ตามความ
    เหมาะสม และอาจให้ทําการเพิ่มบริเวณทางเชื่อมเข้าสถานที่ราชการหรืออาคารสาธารณะ
    ในระยะไม่เกินเขตทางหลวง หรือทําการเพิ่มบริเวณทางแยกสาธารณะทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจ ของผู้ควบคุมงาน
  9. ในกรณีที่ไม่สามารถดําเนินการตามช่วงหลักกิโลเมตรที่กําหนดไว้ในแบบ สามารถเปลี่ยนแปลง
    แก้ไขได้ โดยพิจารณาดําเนินการในช่วงหลักกิโลเมตรอื่นภายในสายทาง ตามความเหมาะสมทั้ง
    นี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง
  10. การเปลี่ยนแปลงแก้ไขตาม ข้อ 2 และ ข้อ 3 จะต้องให้ได้ปริมาณงานตามที่กําหนดไว้ในแบบ 5. ความหนาของผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต จะกําหนดในแบบแต่ละสายทาง
  11. งานซ่อมแซมและทาสีใหม่ หรืองานจัดทําติดตั้งเครื่องหมายจราจรหลักกันโค้งหลักกิโลเมตรและ
    GUARD RAIL จะกําหนดไว้ในแบบแต่ละสายทางซึ่งต้องจัดทําให้อยู่ในสภาพที่เรียบร้อย
    กรมทางหลวงชนบท
    แบบมาตรฐานงานทาง สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
    งานซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต
    โดยวิธี PAVEMENT IN-PLACB RBCYCLING (ข้อกําหนดการก่อสร้าง)
    แบบเลขที่ กถ-7-603
    แผ่นที่ 102