จ้างก่อสร้างระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างก่อสร้างปรับปรุงถนนลาดยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต เลียบคลองชัยขันธ์ หมู่ที่ ๑๑,๑๒,๑๓ ตำบลบางระกำ เชื่อมต่อ ตำบลนราภิรมย์ อำเภอบางเลน และตำบลบางแก้วฟ้า อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม

องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม 69029114368
฿14,236,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 26 มิ.ย. 2569 นครปฐม
รายละเอียดการจ้าง

โครงการซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตโดยวิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING นี้ มุ่งเน้นการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางถนนให้มีประสิทธิภาพและยืดอายุการใช้งาน โดยผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดอย่างเคร่งครัด เริ่มจากการส่งแผนปฏิบัติงานเพื่อขออนุมัติ การประสานงานเพื่อเก็บตัวอย่างวัสดุสำหรับการออกแบบส่วนผสม การแก้ไขโครงสร้างทางเดิมที่ไม่แข็งแรง (SOFT SPOT) ด้วยการขุดซ่อม (DEEP PATCH) และการเสริมหินคลุกปรับระดับหากโครงสร้างทางเสียรูปหรือทรุดตัว ขั้นตอนสำคัญคือการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่โดยวิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING ซึ่งต้องใช้เครื่องจักรขุดรื้อวัสดุเดิม ผสมกับวัสดุเพิ่ม เช่น ปูนซีเมนต์หรือแอสฟัลต์ และบดอัดให้ได้ความแน่นและกำลังรับแรงอัดตามมาตรฐานที่กำหนด โดยมีข้อกำหนดเฉพาะสำหรับการทดสอบกำลังรับแรงอัด การทดสอบซ้ำหากไม่ผ่านเกณฑ์ การทดสอบความแน่นของการบดอัด (MODIFIED PROCTOR DENSITY ไม่น้อยกว่า 95%) รวมถึงการบ่มชั้นทางและกำหนดการเปิดการจราจร นอกจากนี้ ยังรวมถึงการทำ PRIME COAT และการทำผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตตามมาตรฐานที่กำหนด พร้อมตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง

English summary

This project aims to repair and construct asphalt concrete road surfaces using the PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING method. This involves rehabilitating the existing road material by mixing it with new additives such as cement or asphalt to achieve a strong and durable road layer according to specified standards. The contractor must submit an operational plan, control the quality of mixing, compaction, and testing as per requirements, including performing PRIME COAT and asphalt concrete surfacing, along with traffic line marking.

สถานที่ดำเนินการ

ไม่ระบุในเอกสารนี้

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • ซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตให้มีคุณภาพและได้มาตรฐาน
  • ปรับปรุงโครงสร้างทางเดิมที่ไม่แข็งแรง (SOFT SPOT)
  • ยืดอายุการใช้งานของผิวทาง
  • เพิ่มความแข็งแรงและความทนทานของชั้นทาง

ขอบเขตของงาน

  • ส่งแผนการปฏิบัติงานเพื่อขออนุมัติ
  • ประสานงานเพื่อเก็บตัวอย่างวัสดุสำหรับการออกแบบส่วนผสม
  • ขุดซ่อม (DEEP PATCH) โครงสร้างทางเดิมที่ไม่แข็งแรง
  • เสริมหินคลุกปรับระดับในกรณีโครงสร้างทางเสียรูป ทรุด หรือเป็นแอ่ง
  • ปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่โดยวิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING โดยการขุดรื้อ ผสมวัสดุเพิ่ม (ปูนซีเมนต์/แอสฟัลต์) และบดอัด
  • ดำเนินการทดสอบกำลังรับแรงอัด (UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH) และความแน่นของการบดอัด (MODIFIED PROCTOR DENSITY) ตามข้อกำหนด
  • ทำ PRIME COAT พื้นทางและพื้นไหล่ทาง
  • ทำผิวทางและผิวไหล่ทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต
  • ตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง
  • รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทดสอบช้ำและปรับปรุงชั้นทางใหม่หากไม่เป็นไปตามมาตรฐาน
  • รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการสำรวจ การตรวจสอบ การออกแบบส่วนผสมใหม่ ค่าธรรมเนียมการตรวจสอบ และผลความเสียหายใดๆ ในสนาม
  • ดำเนินการบ่มชั้นทางและอนุญาตให้เปิดการจราจรตามปกติในช่วงเวลาบ่ม

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • ชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ซ่อมสร้างเสร็จสมบูรณ์ตามมาตรฐาน
  • ผิวทางและผิวไหล่ทางที่ทำ PRIME COAT และแอสฟัลต์คอนกรีต
  • เส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทางที่ตีเสร็จสมบูรณ์
  • รายงานผลการทดสอบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

ระยะเวลาดำเนินการ

  • การส่งแผนการปฏิบัติงาน: ภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
  • การประสานงานเก็บตัวอย่างวัสดุ: ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
  • ระยะเวลาการบ่มชั้นทาง (กรณีใช้ปูนซีเมนต์): อย่างน้อย 7 วัน
  • ระยะเวลาการก่อสร้างโดยรวม: ไม่ระบุในเอกสาร (ต้องอ้างอิงจากแบบ)

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • เป็นนิติบุคคล/ผู้มีอำนาจตามกฎหมาย
    • มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด
  • Standards Compliance:
    • วัสดุหินคลุกต้องเป็นไปตาม ม.306-2550 (ค่า LL. ไม่มากกว่า 25, PI. ไม่มากกว่า 6%, ค่าความลึกไม่มากกว่า 40%, CBR. ไม่น้อยกว่า 80%)
    • ปูนซีเมนต์ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน มอก. 15
    • PRIME COAT ต้องอ้างอิง “มาตรฐานงานไพร์มโคท” มล. 308-2550
    • ผิวทางและไหล่ทางแอสฟัลต์คอนกรีต อ้างอิง “มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต” ม.313-2550
    • เครื่องหมายจราจร อ้างอิง “แบบมาตรฐานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง”
  • Experience:
    • ไม่ระบุประสบการณ์เฉพาะเจาะจงในเอกสารนี้
  • Previous Project Cost:
    • ไม่ระบุในเอกสารนี้
  • Technical Capabilities:
    • มีเครื่องจักรขุดตัดรื้อชั้นทางเดิม
    • มีเครื่องจักรสำหรับคลุกเคล้าวัสดุและบดอัด
    • มีความสามารถในการทดสอบกำลังรับแรงอัด (UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH) และความแน่นของการบดอัด (MODIFIED PROCTOR DENSITY)
  • Personnel:
    • ไม่ระบุคุณสมบัติเฉพาะของบุคลากรในเอกสารนี้

เกณฑ์การพิจารณา

  • การพิจารณาด้านเทคนิค: การตรวจสอบคุณสมบัติของผู้เสนอราคา การตรวจสอบแผนงาน และการตรวจสอบคุณสมบัติทางเทคนิค
  • การพิจารณาด้านราคา: การเสนอราคาที่เหมาะสม
  • (รายละเอียดเกณฑ์การประเมินที่ชัดเจนอาจอยู่ในเอกสารประกวดราคาฉบับเต็ม)

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • การปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ (PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING):
    • การขุดรื้อวัสดุเดิมให้ร่วนซุย
    • การผสมวัสดุเพิ่ม (ปูนซีเมนต์/แอสฟัลต์)
    • การบดอัดให้ได้ความแน่นตามกำหนด
    • กำลังรับแรงอัด (UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH) ตามที่กำหนดในแบบ
    • ความแน่นของการบดอัดไม่น้อยกว่า 95% MODIFIED PROCTOR DENSITY
    • การบ่มชั้นทาง (กรณีใช้ปูนซีเมนต์) อย่างน้อย 7 วัน
  • วัสดุ:
    • หินคลุก: CRUSHED ROCK SOIL AGGREGATE TYPE BASE ตาม ม.306-2550
    • ปูนซีเมนต์: มาตรฐาน มอก. 15
    • PRIME COAT: ตาม มล. 308-2550
    • แอสฟัลต์คอนกรีต: ตาม ม.313-2550
  • การตีเส้นจราจร: ตามแบบมาตรฐานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง

เงื่อนไขสัญญา

  • การจ่ายเงิน: ไม่ระบุรายละเอียดในเอกสารนี้ (อ้างอิงสัญญาหลัก)
  • ค่าปรับ: ไม่ระบุรายละเอียดในเอกสารนี้ (อ้างอิงสัญญาหลัก)
  • การรับประกันผลงาน: ไม่ระบุรายละเอียดในเอกสารนี้ (อ้างอิงสัญญาหลัก)
  • ค่าใช้จ่ายในการทดสอบ: ผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการทดสอบช้ำและค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ใหม่หากไม่เป็นไปตามข้อกำหนด
  • ค่าใช้จ่ายอื่นๆ: ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการสำรวจ การตรวจสอบ การออกแบบส่วนผสมใหม่ ค่าธรรมเนียมการตรวจสอบ และผลความเสียหายใดๆ ในสนาม

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: วิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING คืออะไร?
    A: เป็นวิธีการปรับปรุงชั้นทางเดิมโดยการขุดรื้อวัสดุเดิม ผสมกับวัสดุเพิ่ม เช่น ปูนซีเมนต์หรือแอสฟัลต์ แล้วบดอัดให้ได้ชั้นทางใหม่ที่มีคุณภาพ
  • Q: หากโครงสร้างทางเดิมไม่แข็งแรง (SOFT SPOT) ต้องทำอย่างไร?
    A: ต้องทำการขุดซ่อม (DEEP PATCH) เพื่อแก้ไขโครงสร้างทางเดิมที่ไม่แข็งแรงตามแบบมาตรฐาน
  • Q: ต้องใช้เครื่องจักรประเภทใดบ้างในการทำงานนี้?
    A: ต้องใช้เครื่องจักรขุดตัดรื้อชั้นทางเดิม เครื่องจักรสำหรับคลุกเคล้าวัสดุ และเครื่องจักรสำหรับบดอัด
  • Q: การทดสอบกำลังรับแรงอัดมีความสำคัญอย่างไร?
    A: เป็นการทดสอบเพื่อยืนยันว่าวัสดุที่ปรับปรุงแล้วมีกำลังรับแรงอัดเพียงพอตามที่กำหนดในแบบ ซึ่งส่งผลต่อความแข็งแรงทนทานของผิวทาง
  • Q: หากผลการทดสอบกำลังรับแรงอัดต่ำกว่ากำหนด จะต้องทำอย่างไร?
    A: ผู้รับจ้างจะต้องทำการก่อสร้างปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ใหม่ โดยผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด
  • Q: ความแน่นของการบดอัดต้องได้มาตรฐานเท่าใด?
    A: ต้องไม่น้อยกว่า 95% MODIFIED PROCTOR DENSITY
  • Q: หลังจากการก่อสร้างชั้นทางที่ผสมปูนซีเมนต์แล้ว ต้องบ่มนานเท่าใด?
    A: ต้องบ่มโดยการพ่นน้ำให้ผิวหน้าชุ่มชื้นตลอดเวลาติดต่อกันนานอย่างน้อย 7 วัน
  • Q: สามารถเปิดการจราจรได้เมื่อใด?
    A: สามารถเปิดการจราจรได้ตามปกติในช่วงเวลาการบ่ม (กรณีใช้ปูนซีเมนต์) และเมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จตามมาตรฐาน
  • Q: ใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทดสอบช้ำ?
    A: ผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการทดสอบช้ำและค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ใหม่
  • Q: วัสดุหินคลุกที่ใช้ต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?
    A: ต้องเป็นหินไม่รวม (CRUSHED ROCK SOIL AGGREGATE TYPE BASE) ตาม ม.306-2550 โดยมีค่า LL. ไม่มากกว่า 25, PI. ไม่มากกว่า 6%, ค่าความลึกไม่มากกว่า 40% และมีค่า CBR. ไม่น้อยกว่า 80%

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ข้อกําหนดงานซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตโดยวิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING

  1. ผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนการปฏิบัติงานต่อผู้ว่าจ้าง เพื่อจะทําการตรวจสอบและอนุมัติให้ใช้แผนการปฏิบัติงาน ภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา 2. ผู้รับจ้างจะต้องประสานงานกับผู้ควบคุมงานเก็บตัวอย่างวัสดุภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาส่งหน่วยงานของทางราชการเพื่อทําการออกแบบ
    ส่วนผสมการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ และผู้รับจ้างจะต้องให้ข้อมูลในการสํารวจออกแบบ และรายละเอียดใดๆ ตามผู้ว่าจ้างกําหนด
  2. ทําการขุดซ่อม (DEEP PATCH) เพื่อการแก้ไขโครงสร้างขึ้นทางเดิมที่ไม่แข็งแรง (SOFT SPOT) ตามแบบมาตราฐานงานแก้ไขผิวทางและพื้นทางเดิม
  3. กรณีที่โครงสร้างทางเสียรูป ทรุด หรือเป็นแอ่ง และแบบกําหนดให้ทําการเสริมหินคลุกปรับระดับ ให้ทําการเสริมหินคลุกปรับระดับและบดทับให้เรียบร้อยก่อนที่
    จะทําการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่
  4. ทําการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ โดยวิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING โดยใช้เครื่องจักรขุดตัดรื้อชั้นทางเดิมทําให้ร่วนซุย พร้อมกับคลุกเคล้าให้เข้ากับ
    วัสดุที่ผสมเพิ่ม เช่น ปูนซีเมนต์หรือแอสฟัลต์หรือสารผสมเพิ่มอื่นใด แล้วบดทับให้ได้ความแน่นและมีค่ากําลังรับแรงอัด (UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH) ตามที่กําหนดในแบบ ในกรณีที่ใช้ปูนซีเมนต์ผสมเข้าไปในส่วนผสม จะต้องทําการบดทับให้แล้วเสร็จภายในเวลา 2 ชั่วโมงนับจากเริ่มปรีดออกมา
    5.1 การทดสอบกําลังรับแรงอัด ให้เตรียมแท่งตัวอย่างทดสอบโดยการเก็บตัวอย่างตัวแทน 3 ตัวอย่าง จากทุกช่วงของการก่อสร้างที่มีพื้นที่ไม่เกิน 1,500 ตร.ม. ซึ่งเกิดจากการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ ด้วยการผสมปูนซีเมนต์ และให้ถือว่าตัวอย่างตัวแทน 3 ตัวอย่าง นี้เป็น 1 ชุดทดสอบ ภายหลังการบดอัดด้วย วิธีการทดลอง COMPACTION TEST แบบสูงกว่ามาตรฐาน ให้ดันตัวอย่างวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ออกจากแบบและบ่มไว้ในถุงพลาสติก เพื่อป้องกันมิให้ตัวอย่างสูญเสียความชื้น เป็นระยะเวลานาน 7 วัน เมื่อครบ 7 วัน ให้นําตัวอย่างทดสอบแต่ละชุด (3 ตัวอย่าง) ออกจากถุงพลาสติก แช่น้ําไว้นาน 2 ชั่วโมง จากนั้นจึงนําตัวอย่างวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ไปทดสอบกําลังรับแรงอัดตามวิธีการทดลองที่ มท.(ท) 303-2545 ” วิธีการทดลอง หา UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH ของดิน” โดยอนุโลม
    ค่ากําลังรับแรงอัดเฉลี่ยของวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ในช่วงงานก่อสร้างของแต่ละช่วงต้องไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ในแบบ ทั้งนี้อนุญาตให้มี แท่งตัวอย่าง ที่มีกําลังรับแรงอัดต่ํากว่าที่กําหนดไว้ในแบบได้ไม่เกิน 1 ก้อน แต่ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ของค่าที่กําหนด
    5.2 การทดสอบช้ําหากค่ากําลังแรงอัดตามข้อ 5.1 ต่ํากว่าที่กําหนด ผู้รับจ้างอาจขอให้เจาะเก็บแท่งตัวอย่างช่วงที่เป็นปัญหาเพื่อนําตัวอย่างไปทดสอบ
    กําลังรับแรงอัดใหม่ ผลการทดสอบกําลังรับแรงอัดโดยเฉลี่ยของตัวอย่างทดสอบที่เจาะจากสนามจํานวน 3 ก้อน ที่อายุไม่เกิน 28 วัน จะต้องไม่น้อย กว่าร้อยละ 85 ของกําลังรับแรงอัดที่กําหนดไว้ในแบบ จึงจะถือว่าการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ ซึ่งผสมปูนซีเมนต์ในช่วงนั้นใช้ได้ ทั้งนี้อนุญาตให้มี แท่งตัวอย่างที่มีกําลังรับแรงอัดต่ํากว่าร้อยละ 85 ของกําลังรับแรงอัดที่กําหนดได้ไม่เกิน 1 ก้อน แต่ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของค่าที่กําหนด ถ้าผลการทดสอบไม่ได้ตามที่กําหนดนี้ ถือว่าการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ซึ่งผสมปูนซีเมนต์ใช้ไม่ได้ ผู้รับจ้างจะต้องทําการก่อสร้างโดยทําการ ปรับปรุงชั้นทางเดิม ในที่ซึ่งผสมปูนซีเมนต์อีกครั้งให้ได้มาตรฐานตามข้อกําหนด ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการทดสอบช้ํา และค่า
    ใช้จ่ายในการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ใหม่ให้ได้ตามข้อกําหนด
    5.3 การทดสอบความแน่นของการบดอัดชั้นทาง ซึ่งได้จากการปรับปรุงชั้นทางเดิมโดยการผสมปูนซีเมนต์นั้น จะต้องทําการบดอัดแน่นไม่น้อยกว่า 95 %
    MODIFIED PROCTOR DENSITY ที่ได้จากการทดลองตัวอย่างวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ ในห้องทดลองโดยทําการทดสอบพื้นที่ 450 ตารางเมตร ต่อ 1 หลุมตัวอย่าง หรือตามที่กําหนดไว้เป็นอย่างอื่น
    5.4 ค่าใช้จ่ายในการสํารวจ การตรวจสอบ การออกแบบส่วนผสมการแก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบส่วนผสมใหม่ ค่าธรรมเนียมการตรวจสอบรวมถึงผล
    ความเสียหายใด ๆ ในสนาม ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งสิ้น
    5.5 การบ่มและการเปิดการจราจร ในกรณีที่เป็นการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ ซึ่งมีการผสมปูนซีเมนต์ หลังการก่อสร้างให้บ่มชั้นทางนั้นโดยพ่นน้ําลงไป บนผิวหน้าของชั้นทางเพื่อให้ผิวหน้าชุ่มชื้นตลอดเวลาติดต่อกันนานอย่างน้อย 7 วัน นับจากวันที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและอนุญาตให้เปิดการจราจรได้
    ตามปกติตลอดช่วงเวลาการบ่ม
  5. PRIME COAT พื้นทางและพื้นไหล่ทาง ตาม มทช.225-2545
  6. ทําผิวทางและผิวไหล่ทางแบบ แอสฟัลต์คอนกรีต ตาม มทช.230-2545 และตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง
    ลําดับ
    1 หินคลุก
    2 น้ํา
    รายการ
    3 | ปูนซิเมนต์
    4

    0
    PRIME COAT
    ข้อกําหนดในการซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต
    ข้อกําหนด
    ต้องเป็นหินไม่รวม ( CRUSHED ROCK SOIL AGGREGATE TYPE BASE )
    ( ตาม ม.306-2550 ค่า LL. ต้องไม่มากกว่า 25 ค่า PI. ไม่มากกว่า 6% ค่าความลึกหรือไม่มากกว่า 40% มีค่า CBR. ไม่น้อยกว่า 80% ต้องสะอาดปราศจากสารต่างๆ เช่น เกลือ น้ํามัน กรด ด่าง และอินทรีย์วัตถุ หรือสารอื่นใดที่อาจจะเป็นอันตรายต่อคุณภาพของวัสดุที่ผสม
    มาตรฐานผลิตภัณอุตสาหกรรม มอก. 15 : มาตรฐานปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ อ้างถึง " มาตรฐานงานไพร์มโคท " มล. 308–2550

ผิวทางและไหล่ทาง อ้างถึง มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต ” ม.313-2550 เส้นแบ่งทิศทางจราจร อ้างถึง ” แบบมาตรฐานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง
หมายเหตุ

  1. รายละเอียดตามรูปตัดโครงสร้างทางสามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขในด้านเรขาคณิตและด้านโครง
    สร้างได้ตามความเหมาะสมกับสภาพทางที่จะดําเนินการทั้งนี้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง
  2. ภายในช่วงหลักกิโลเมตรตามที่กําหนดไว้ในแบบอาจจะกําหนดให้ทําการตอนใดก็ได้ตามความ
    เหมาะสม และอาจให้ทําการเพิ่มบริเวณทางเชื่อมเข้าสถานที่ราชการหรืออาคารสาธารณะ
    ในระยะไม่เกินเขตทางหลวง หรือทําการเพิ่มบริเวณทางแยกสาธารณะทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจ ของผู้ควบคุมงาน
  3. ในกรณีที่ไม่สามารถดําเนินการตามช่วงหลักกิโลเมตรที่กําหนดไว้ในแบบ สามารถเปลี่ยนแปลง
    แก้ไขได้ โดยพิจารณาดําเนินการในช่วงหลักกิโลเมตรอื่นภายในสายทาง ตามความเหมาะสมทั้ง
    นี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง
  4. การเปลี่ยนแปลงแก้ไขตาม ข้อ 2 และ ข้อ 3 จะต้องให้ได้ปริมาณงานตามที่กําหนดไว้ในแบบ 5. ความหนาของผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต จะกําหนดในแบบแต่ละสายทาง
  5. งานซ่อมแซมและทาสีใหม่ หรืองานจัดทําติดตั้งเครื่องหมายจราจรหลักกันโค้งหลักกิโลเมตรและ
    GUARD RAIL จะกําหนดไว้ในแบบแต่ละสายทางซึ่งต้องจัดทําให้อยู่ในสภาพที่เรียบร้อย
    กรมทางหลวงชนบท
    แบบมาตรฐานงานทาง สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
    งานซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต
    โดยวิธี PAVBMENT IN-PLACB RBCYCLING (ข้อกําหนดการก่อสร้าง)
    แผ่นที่ 102
    แบบเลขที่ กถ-7-603