จ้างก่อสร้างระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างก่อสร้างปรับปรุงถนนลาดยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต สายหมู่ที่ ๓,๕ ตำบลห้วยหมอนทอง เชื่อมต่อ หมู่ที่ ๕ ตำบลรางพิกุล อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม

องค์การบริหารส่วนนครปฐม 69029113345
฿6,530,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 24 เม.ย. 2569 นครปฐม
รายละเอียดการจ้าง

โครงการซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตโดยวิธี Pavement In-Place Recycling มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงและยืดอายุการใช้งานของโครงสร้างทางเดิม โดยใช้วิธีการรีไซเคิลวัสดุในที่ ซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและช่วยลดค่าใช้จ่ายโครงการ ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ ได้แก่ การส่งแผนปฏิบัติงานให้ผู้ว่าจ้างตรวจสอบและอนุมัติ, ประสานงานเพื่อเก็บตัวอย่างวัสดุสำหรับการออกแบบส่วนผสม, ทำการซ่อมแซมจุดที่โครงสร้างทางอ่อนแอ (Deep Patch), เสริมหินคลุกในบริเวณที่โครงสร้างทางทรุดหรือเป็นแอ่ง, ดำเนินการปรับปรุงชั้นทางเดิมโดยวิธี Pavement In-Place Recycling โดยใช้เครื่องจักรขุดตัดรื้อฟื้นทางเดิมและผสมกับวัสดุอื่น ๆ เช่น ปูนซีเมนต์ หรือแอสฟัลต์, PRIME COAT พื้นทาง และสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต รวมถึงตีเส้นแบ่งทิศทางจราจร ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านคุณภาพ วัสดุ และวิธีการทดสอบที่กำหนดไว้ใน TOR อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทดสอบกำลังรับแรงอัดของวัสดุผสมปูนซีเมนต์ ซึ่งจะต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด หากไม่เป็นไปตามข้อกำหนด ผู้รับจ้างต้องดำเนินการแก้ไขจนกว่าจะผ่านเกณฑ์ที่กำหนด

English summary

This project aims to repair and improve the existing road structure using the Pavement In-Place Recycling method, which involves recycling materials in situ. This approach is environmentally friendly and helps reduce project costs. The contractor must submit a work plan for approval by the employer, coordinate sample collection for mix design, perform repairs of weak structural points (Deep Patch), add base course material to areas with road subsidence or potholes, carry out in-place pavement recycling using machinery to excavate and rework the existing layer mixed with materials such as cement or asphalt, PRIME COAT the surface, construct an asphalt concrete pavement, and mark traffic lanes. The contractor must strictly adhere to quality, material, and testing method requirements specified in the TOR, particularly compressive strength testing of cement-mixed materials, which must meet established standards. If these are not met, the contractor must rectify the situation until the criteria are fulfilled.

สถานที่ดำเนินการ
  • ไม่ระบุ -

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • ปรับปรุงและยืดอายุการใช้งานของโครงสร้างทางเดิม
  • ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการขนย้ายวัสดุใหม่
  • ประหยัดค่าใช้จ่ายโครงการ

ขอบเขตของงาน

  • ส่งแผนปฏิบัติงานให้ผู้ว่าจ้างอนุมัติ
  • ประสานงานเก็บตัวอย่างวัสดุเพื่อออกแบบส่วนผสม
  • ทำการซ่อมแซมจุดที่โครงสร้างทางอ่อนแอ (Deep Patch)
  • เสริมหินคลุกในบริเวณที่โครงสร้างทางทรุดหรือเป็นแอ่ง
  • ปรับปรุงชั้นทางเดิมโดยวิธี Pavement In-Place Recycling
  • PRIME COAT พื้นทางและพื้นไหลทาง
  • สร้างผิวทางและผิวไหล่ทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต
  • ตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • แผนปฏิบัติงานที่ได้รับการอนุมัติ
  • ตัวอย่างวัสดุสำหรับการออกแบบส่วนผสม
  • พื้นผิวทางที่ปรับปรุงแล้วตามมาตรฐาน
  • เส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทางที่ชัดเจน

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาในการส่งแผนปฏิบัติงาน: 7 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา
  • ระยะเวลาในการประสานงานเก็บตัวอย่างวัสดุ: 15 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา
  • ระยะเวลาการบ่มผิวทางที่ผสมปูนซีเมนต์: อย่างน้อย 7 วัน นับจากวันที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: (ไม่ได้ระบุรายละเอียดใน TOR)
  • Standards Compliance: ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน มอก. 15 สำหรับปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์, มทร. 225-2545 สำหรับ PRIME COAT, มล. 313-2550 สำหรับผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต และแบบมาตรฐานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง
  • Experience: (ไม่ได้ระบุรายละเอียดใน TOR)
  • Previous Project Cost: (ไม่ได้ระบุรายละเอียดใน TOR)
  • Technical Capabilities: ต้องมีความสามารถในการใช้เครื่องจักรขุดตัดรื้อฟื้นทางเดิม, ผสมวัสดุ, บดอัด และทดสอบกำลังรับแรงอัดของวัสดุผสมปูนซีเมนต์
  • Personnel: (ไม่ได้ระบุรายละเอียดใน TOR)

เกณฑ์การพิจารณา

(ไม่ได้ระบุรายละเอียดใน TOR)

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • หินคลุกต้องเป็นหินไม่รวม (Crushed Rock Soil, Aggregate Type Base) ตาม ม.306–2550 ค่า L ต้องไม่มากกว่า 25 ค่า, ความลึกไม่มากกว่า 40%, CBR ไม่น้อยกว่า 80%
  • ปูนซีเมนต์ต้องเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณอุตสาหกรรม มอก 15: มาตรฐานปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์
  • ผิวทางและไหล่ทางต้องเป็นไปตามมาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต มล. 313-2550
  • กำลังรับแรงอัดเฉลี่ยของวัสดุผสมปูนซีเมนต์ต้องไม่น้อยกว่าที่กำหนดในแบบ
  • ความแน่นของการบดอัดขึ้นทางต้องไม่น้อยกว่า 95% Modified Proctor Density

เงื่อนไขสัญญา

(ไม่ได้ระบุรายละเอียดใน TOR)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • คำถาม: ผู้รับจ้างต้องดำเนินการอย่างไรหากการทดสอบกำลังรับแรงอัดในช่วงใดช่วงหนึ่งต่ำกว่าที่กำหนด?
    คำตอบ: ผู้รับจ้างอาจขอให้เจาะเก็บตัวอย่างจากบริเวณที่เป็นปัญหาเพื่อนำไปทดสอบกำลังรับแรงอัดใหม่ หากผลการทดสอบโดยเฉลี่ยไม่เป็นไปตามข้อกำหนด ผู้รับจ้างต้องดำเนินการก่อสร้างใหม่ให้ได้มาตรฐาน

  • คำถาม: การบ่มผิวทางที่ผสมปูนซีเมนต์ต้องทำอย่างไร?
    คำตอบ: ต้องพ่นน้ำลงบนผิวหน้าของชั้นทางเพื่อให้ชุ่มชื้นตลอดเวลาติดต่อกันนานอย่างน้อย 7 วัน นับจากวันที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ

  • คำถาม: ค่าใช้จ่ายในการสํารวจและการออกแบบส่วนผสมเป็นใครที่ต้องรับผิดชอบ?
    คำตอบ: ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด

  • คำถาม: หากมีการเปลี่ยนแปลงด้านเรขาคณิตและโครงสร้างทางตามความเหมาะสม ใครจะเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ?
    คำตอบ: ผู้ว่าจ้างจะพิจารณาดำเนินการ

  • คำถาม: การทดสอบกำลังรับแรงอัดต้องดำเนินการอย่างไร?
    คำตอบ: ต้องเตรียมแท่งตัวอย่างทดสอบโดยการเก็บตัวอย่างตัวแทน 3 ตัวอย่าง จากทุกช่วงของการก่อสร้างที่มีพื้นที่ไม่เกิน 1,500 ตร.ม และทดสอบตามวิธีการทดลอง มทส. (1) 303-2545

  • คำถาม: ความหนาของผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตจะกำหนดไว้ที่ใด?
    คำตอบ: กำหนดไว้ในแบบแต่ละสายทาง

  • คำถาม: หากพบว่ามีแท่งตัวอย่างที่มีกำลังรับแรงอัดต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด สามารถทำได้หรือไม่?
    คำตอบ: อนุญาตให้มีแท่งตัวอย่างที่มีกำลังรับแรงอัดต่ํากว่าที่กําหนดไว้ในแบบได้ไม่เกิน 1 ก้อน แต่ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ของค่าที่กำหนด

  • คำถาม: การทดสอบความแน่นของการบดอัดขึ้นทางต้องทำอย่างไร?
    คำตอบ: ต้องทำการบดอัดแน่นไม่น้อยกว่า 95% Modified Proctor Density ที่ได้จากการทดลองตัวอย่างวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ ในห้องทดลอง

  • คำถาม: หากการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ซึ่งผสมปูนซีเมนต์ใช้ไม่ได้ ผู้รับจ้างต้องทำอย่างไร?
    คำตอบ: ผู้รับจ้างจะต้องทำการก่อสร้างโดยทําการปรับปรุงขึ้นทางเดิม ในที่ซึ่งผสมปูนซีเมนต์อีกครั้งให้ได้มาตรฐานตามข้อกําหนด

  • คำถาม: การเปลี่ยนแปลงแก้ไขช่วงหลักกิโลเมตรสามารถทำได้หรือไม่?
    คำตอบ: สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ โดยพิจารณาดำเนินการในช่วงหลักกิโลเมตรอื่นภายในสายทาง ตามความเหมาะสมทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ข้อกําหนดงานซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตโดยวิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING

  1. ผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนการปฏิบัติงานต่อผู้ว่าจ้าง เพื่อจะทําการตรวจสอบและอนุมัติให้ใช้แผนการปฏิบัติงาน ภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา 2. ผู้รับจ้างจะต้องประสานงานกับผู้ควบคุมงานเก็บตัวอย่างวัสดุภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาส่งหน่วยงานของทางราชการเพื่อทําการออกแบบ
    ส่วนผสมการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ และผู้รับจ้างจะต้องให้ข้อมูลในการสํารวจออกแบบ และรายละเอียดใดๆ ตามผู้ว่าจ้างกําหนด
  2. ทําการชุดซ่อม (DEEP PATCH) เพื่อการแก้ไขโครงสร้างขึ้นทางเดิมที่ไม่แข็งแรง (SOFT SPOT) ตามแบบมาตราฐานงานแก้ไขผิวทางและพื้นทางเดิม
  3. กรณีที่โครงสร้างทางเสียรูป ทรุด หรือเป็นแอ่ง และแบบกําหนดให้ทําการเสริมหินคลุกปรับระดับ ให้ทําการเสริมหินคลุกปรับระดับและปิดทับให้เรียบร้อยก่อนที่
    จะทําการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่
  4. ทําการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ โดยวิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING โดยใช้เครื่องจักรขุดตัดรื้อฟื้นทางเดิมทําให้ร่วนซุย พร้อมกับคลุกเคล้าให้เข้ากับ
    วัสดุที่ผสมเพิ่ม เช่น ปูนซีเมนต์หรือแอสฟัลต์หรือสารผสมเพิ่มอื่นใด แล้วบดทับให้ได้ความแน่นและมีค่ากําลังรับแรงอัด (UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH) ตามที่กําหนดในแบบ ในกรณีที่ใช้ปูนซีเมนต์ผสมเข้าไปในส่วนผสม จะต้องทําการปิดทับให้แล้วเสร็จภายในเวลา 2 ชั่วโมงนับจากเริ่มรีดออกมา
    5.1 การทดสอบกําลังรับแรงอัด ให้เตรียมแท่งตัวอย่างทดสอบโดยการเก็บตัวอย่างตัวแทน 3 ตัวอย่าง จากทุกช่วงของการก่อสร้างที่มีพื้นที่ไม่เกิน 1,500 ตร.ม ซึ่งเกิดจากการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ ด้วยการผสมปูนซีเมนต์ และให้ถือว่าตัวอย่างตัวแทน 3 ตัวอย่าง นี้เป็น 1 ชุดทดสอบ ภายหลังการบดอัดด้วย วิธีการทดลอง COMPACTION TEST แบบสูงกว่ามาตรฐาน ให้ดันตัวอย่างวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ออกจากแบบและบ่มไว้ในถุงพลาสติก เพื่อป้องกันมิให้ตัวอย่างสูญเสียความชื้น เป็นระยะเวลานาน 7 วัน เมื่อครบ 7 วัน ให้นําตัวอย่างทดสอบแต่ละชุด (3 ตัวอย่าง) ออกจากถุงพลาสติก แช่น้ําไว้นาน 2 ชั่วโมง จากนั้นจึงนําตัวอย่างวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ไปทดสอบกําลังรับแรงอัดตามวิธีการทดลองที่ มทส. (1) 303-2545 " วิธีการทดลอง หา UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH ของดิน " โดยอนุโลม

    ค่ากําลังรับแรงอัดเฉลี่ยของวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ในช่วงงานก่อสร้างของแต่ละช่วงต้องไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ในแบบ ทั้งนี้อนุญาตให้มี แท่งตัวอย่าง ที่มีกําลังรับแรงอัดต่ํากว่าที่กําหนดไว้ในแบบได้ไม่เกิน 1 ก้อน แต่ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ของค่าที่กําหนด
    5.2 การทดสอบซ้ําหากค่ากําลังแรงอัดตามข้อ 5.1 ต่ํากว่าที่กําหนด ผู้รับจ้างอาจขอให้เจาะเก็บแท่งตัวอย่างช่วงที่เป็นปัญหาเพื่อนําตัวอย่างไปทดสอบ
    กําลังรับแรงอัดใหม่ ผลการทดสอบกําลังรับแรงอัดโดยเฉลี่ยของตัวอย่างทดสอบที่เจาะจากสนามจํานวน 3 ก้อน ที่อายุไม่เกิน 28 วัน จะต้องไม่น้อย กว่าร้อยละ 85 ของกําลังรับแรงอัดที่กําหนดไว้ในแบบ จึงจะถือว่าการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ ซึ่งผสมปูนซีเมนต์ในช่วงนั้นใช้ได้ ทั้งนี้อนุญาตให้มี แท่งตัวอย่างที่มีกําลังรับแรงอัดต่ํากว่าร้อยละ 85 ของกําลังรับแรงอัดที่กําหนดได้ไม่เกิน 1 ก้อน แต่ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของค่าที่กําหนด ถ้าผลการทดสอบไม่ได้ตามที่กําหนดนี้ ถือว่าการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ซึ่งผสมปูนซีเมนต์ใช้ไม่ได้ ผู้รับจ้างจะต้องทําการก่อสร้างโดยทําการ ปรับปรุงขึ้นทางเดิม ในที่ซึ่งผสมปูนซีเมนต์อีกครั้งให้ได้มาตรฐานตามข้อกําหนด ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการทดสอบช้ํา และค่า
    ใช้จ่ายในการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ใหม่ให้ได้ตามข้อกําหนด
    5.3 การทดสอบความแน่นของการบดอัดขึ้นทาง ซึ่งได้จากการปรับปรุงชั้นทางเดิมโดยการผสมปูนซีเมนต์นั้น จะต้องทําการบดอัดแน่นไม่น้อยกว่า 95 %
    MODIFIED PROCTOR DENSITY ที่ได้จากการทดลองตัวอย่างวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ ในห้องทดลองโดยทําการทดสอบพื้นที่ 450 ตารางเมตร ต่อ 1 หลุมตัวอย่าง หรือตามที่กําหนดไว้เป็นอย่างอื่น
    5.4 ค่าใช้จ่ายในการสํารวจ การตรวจสอบ การออกแบบส่วนผสมการแก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบส่วนผสมใหม่ ค่าธรรมเนียมการตรวจสอบรวมถึงผ
    ความเสียหายใด ในสนาม ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งสิ้น

    5.5 การบ่มและการเปิดการจราจร ในกรณีที่เป็นการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ ซึ่งมีการผสมปูนซีเมนต์ หลังการก่อสร้างให้บ่มขึ้นทางนั้นโดยพ่นน้ําลงไป บนผิวหน้าของชั้นทางเพื่อให้ผิวหน้าชุ่มชื้นตลอดเวลาติดต่อกันนานอย่างน้อย 7 วัน นับจากวันที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและอนุญาตให้เปิดการจราจรได้
    ตามปกติตลอดช่วงเวลาการบ่ม
  5. PRIME COAT พื้นทางและพื้นไหลทาง ตาม มทร. 225-2545
  6. ทําผิวทางและผิวไหล่ทางแบบ แอสฟัลต์คอนกรีต ตาม บทช.230-2545 และตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง
    ลําดับ
    รายการ
    หินคลุก
    2 น่า
    2
    3 ปูนซิเมนต์
    4
    PRIME COAT
    ข้อกําหนดในการซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต
    ขอกําหนด
    ต้องเป็นหินไม่รวม ( CRUSHED ROCK SOIL, AGGREGATE TYPE BASE ) ตาม ม.306–2550 ค่า L.. ต้องไม่มากกว่า 25 ค่ํา 1. ไม่มากกว่า 6% ค่าความลึกหรือไม่มากกว่า 40% มีค่า CBR, ไม่น้อยกว่า 80% ต้องสะอาดปราศจากสารต่างๆ เช่น เกลือ น้ํามัน กรด ด่าง และอินทรีย์วัตถุ หรือสารอื่นใด อาจจะเป็นอันตรายต่อคุณภาพของวัสดุที่ผสม
    มาตรฐานผลิตภัณอุตสาหกรรม มอก 15 : มาตรฐานปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ อ้างถึง ” มาตรฐานงานไพร์มโคท * มก. 308-2550

    5 ผิวทางและไหล่ทาง อ้างถึง " มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต " มล. 313-2550
    เส้นแบ่งทิศทางจราจร อ้างถึง " แบบมาตรฐานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง
    หมายเหตุ
  7. รายละเอียดตามรูปตัดโครงสร้างทางสามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขในด้านเรขาคณิตและด้านโครง
    สร้างได้ตามความเหมาะสมกับสภาพทางที่จะดําเนินการทั้งนี้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง
  8. ภายในช่วงหลักกิโลเมตรตามที่กําหนดไว้ในแบบอาจจะกําหนดให้ทําการตอนใดก็ได้ตามความ
    เหมาะสม และอาจให้ทําการเพิ่มบริเวณทางเชื่อมเข้าสถานที่ราชการหรืออาคารสาธารณะ
    ในระยะไม่เกินเขตทางหลวง หรือทําการเพิ่มบริเวณทางแยกสาธารณะทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจ ของผู้ควบคุมงาน
  9. ในกรณีที่ไม่สามารถดําเนินการตามช่วงหลักกิโลเมตรที่กําหนดไว้ในแบบ สามารถเปลี่ยนแปลง
    แก้ไขได้ โดยพิจารณาดําเนินการในช่วงหลักกิโลเมตรอื่นภายในสายทาง ตามความเหมาะสมทั้ง
    นี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง
  10. การเปลี่ยนแปลงแก้ไขตาม ข้อ 2 และ ข้อ 3 จะต้องให้ได้ปริมาณงานตามที่กําหนดไว้ในแบบ 5. ความหนาของผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต จะกําหนดในแบบแต่ละสายทาง
  11. งานซ่อมแซมและทาสีใหม่ หรืองานจัดทําติดตั้งเครื่องหมายจราจรหลักกันโค้งหลักกิโลเมตรและ
    GUARD RAIL จะกําหนดไว้ในแบบแต่ละสายทางซึ่งต้องจัดทําให้อยู่ในสภาพที่เรียบร้อย
    แบบมาตรฐานงานทาง สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
    งานซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต
    โดยวิธี PAVEMENT IN PLACE RECYCLING (ข้อกําหนดการก่อสร้าง)
    แผ่นที่ 162