ประกวดราคาจ้างก่อสร้างปรับปรุงถนนลาดยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต สายเลียบคลองบอนใหญ่ หมู่ที่ ๗ ตำบลบัวปากท่า เชื่อมต่อ ตำบลนิลเพชร อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม
โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตโดยใช้วิธี Pavement In-Place Recycling ซึ่งเป็นเทคนิคการนำวัสดุผิวทางเดิมมาขุดร่วน คลุกเคล้ากับวัสดุผสมเพิ่ม เช่น ปูนซีเมนต์ หรือแอสฟัลต์ แล้วบดอัดให้ได้ความแน่นและกำลังรับแรงอัดตามที่กำหนด ผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนการปฏิบัติงานเพื่อขออนุมัติภายใน 7 วันหลังลงนามสัญญา และประสานงานกับผู้ควบคุมงานเพื่อเก็บตัวอย่างวัสดุส่งออกแบบภายใน 15 วัน นอกจากนี้ ยังต้องทำการขุดซ่อมโครงสร้างทางเดิมที่เสียหาย (DEEP PATCH) และเสริมหินคลุกปรับระดับหากจำเป็น ก่อนดำเนินการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ด้วยวิธี Pavement In-Place Recycling โดยมีข้อกำหนดการทดสอบกำลังรับแรงอัด ความแน่นของการบดอัด และการบ่มผิวทาง รวมถึงการทำ PRIME COAT และผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตใหม่ พร้อมตีเส้นจราจร ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทดสอบ การแก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบ และความเสียหายที่เกิดขึ้นในพื้นที่ก่อสร้าง
English summary
This project involves the repair and construction of asphalt concrete road surfaces using the Pavement In-Place Recycling method. This technique involves processing existing road materials, mixing them with additives such as cement or asphalt, and then compacting them to achieve the specified density and compressive strength. The contractor must submit an operational plan for approval within 7 days of contract signing and coordinate with the supervisor for material sampling and design submission within 15 days. Additionally, the contractor must perform deep patching of damaged road structures and, if necessary, add crushed rock for leveling before proceeding with the in-place recycling of the existing road layer. The project includes specific requirements for testing compressive strength, compaction density, and curing of the road surface, as well as applying a prime coat and a new asphalt concrete surface, followed by traffic line marking. The contractor will be responsible for all costs associated with testing, design modifications, and any damages incurred at the construction site.
- (ไม่ระบุในเอกสาร)
ผู้เสนอราคาและผู้ชนะ
ผู้ชนะการประมูล (1)
ผู้เสนอราคาทั้งหมด (0)
ไม่มีข้อมูลผู้เสนอราคา
โครงการนี้ไม่มีรายชื่อผู้เสนอราคา
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- ซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตโดยวิธี Pavement In-Place Recycling
- แก้ไขโครงสร้างพื้นทางเดิมที่ไม่แข็งแรง (SOFT SPOT) ด้วยการขุดซ่อม (DEEP PATCH)
- เสริมหินคลุกปรับระดับโครงสร้างทางที่เสียรูป ทรุด หรือเป็นแอ่ง
- ปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ให้ได้ความแน่นและมีค่ากำลังรับแรงอัดตามที่กำหนด
- ทำ PRIME COAT พื้นทางและพื้นไหล่ทาง
- ทำผิวทางและผิวไหล่ทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต
- ตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง
ขอบเขตของงาน
- ส่งแผนการปฏิบัติงานเพื่อขออนุมัติภายใน 7 วันหลังลงนามสัญญา
- ประสานงานกับผู้ควบคุมงานเก็บตัวอย่างวัสดุเพื่อออกแบบส่วนผสมการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ภายใน 15 วันหลังลงนามสัญญา
- ให้ข้อมูลในการสำรวจออกแบบและรายละเอียดตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนด
- ทำการขุดซ่อม (DEEP PATCH) แก้ไขโครงสร้างพื้นทางเดิมที่ไม่แข็งแรง (SOFT SPOT)
- เสริมหินคลุกปรับระดับและปิดทับให้เรียบร้อย กรณีโครงสร้างทางเสียรูป ทรุด หรือเป็นแอ่ง
- ปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่โดยวิธี Pavement In-Place Recycling โดยใช้เครื่องจักรขุดตัดรื้อฟื้นทางเดิมให้ร่วนซุย
- คลุกเคล้าวัสดุเดิมกับวัสดุผสมเพิ่ม เช่น ปูนซีเมนต์ หรือแอสฟัลต์ หรือสารผสมเพิ่มอื่นใด
- บดทับให้ได้ความแน่นและมีค่ากำลังรับแรงอัด (UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH) ตามที่กำหนดในแบบ
- กรณีใช้ปูนซีเมนต์ผสม ต้องบดทับให้เสร็จภายใน 2 ชั่วโมงนับจากเริ่มปรีดออกมา
- ทำ PRIME COAT พื้นทางและพื้นไหล่ทาง ตาม มทช.225-2545
- ทำผิวทางและผิวไหล่ทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต ตาม มทช.230-2545
- ตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- แผนการปฏิบัติงานที่ได้รับอนุมัติ
- ผลการออกแบบส่วนผสมการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่
- โครงสร้างพื้นทางเดิมที่ได้รับการแก้ไข (DEEP PATCH)
- ชั้นทางที่ได้รับการเสริมหินคลุกปรับระดับ (ถ้ามี)
- ชั้นทางที่ได้รับการปรับปรุงโดยวิธี Pavement In-Place Recycling ที่ได้มาตรฐานความแน่นและกำลังรับแรงอัด
- ผิวทางและผิวไหล่ทางที่ได้รับการทำ PRIME COAT
- ผิวทางและผิวไหล่ทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีตที่ได้มาตรฐาน
- เส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทางที่ถูกต้อง
- แท่งตัวอย่างทดสอบกำลังรับแรงอัด (UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH)
- ผลการทดสอบความแน่นของการบดอัด (MODIFIED PROCTOR DENSITY)
ระยะเวลาดำเนินการ
- (ไม่ระบุในเอกสาร)
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements:
- เป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย
- มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่ระบุในกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
- Standards Compliance:
- การทำ PRIME COAT ตาม มทช.225-2545
- การทำผิวทางและผิวไหล่ทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต ตาม มทช.230-2545
- การใช้หินคลุกต้องเป็นไปตาม มก. 306-2550 (ค่า LL. ไม่มากกว่า 25, PI. ไม่มากกว่า 6%, ความลึกไม่มากกว่า 40%, CBR. ไม่น้อยกว่า 80%)
- การใช้ปูนซีเมนต์ต้องเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณอุตสาหกรรม มอก. 15 (มาตรฐานปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์)
- การทดสอบกำลังรับแรงอัดตามวิธีการทดลองที่ มท.(ท) 303-2545 * วิธีการทดลอง หา UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH ของดิน " โดยอนุโลม
- Experience:
- (ไม่ระบุในเอกสาร)
- Previous Project Cost:
- (ไม่ระบุในเอกสาร)
- Technical Capabilities:
- มีเครื่องจักรขุดตัดรื้อฟื้นทางเดิม
- มีเครื่องจักรบดอัด
- มีความสามารถในการทดสอบกำลังรับแรงอัด (UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH) และความแน่นของการบดอัด (MODIFIED PROCTOR DENSITY)
- Personnel:
- (ไม่ระบุในเอกสาร)
เกณฑ์การพิจารณา
- (ไม่ระบุในเอกสาร)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- การปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่โดยวิธี Pavement In-Place Recycling:
- การขุดร่วน คลุกเคล้ากับวัสดุผสมเพิ่ม (ปูนซีเมนต์, แอสฟัลต์ หรือสารผสมเพิ่มอื่น)
- การบดทับให้ได้ความแน่นตามมาตรฐาน
- การทดสอบกำลังรับแรงอัด (UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH) เฉลี่ยไม่น้อยกว่าค่าที่กำหนดในแบบ โดยอนุโลมให้มีแท่งตัวอย่างที่ต่ำกว่าที่กำหนดได้ไม่เกิน 1 ก้อน แต่ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ของค่าที่กำหนด
- การทดสอบความแน่นของการบดอัดไม่น้อยกว่า 95 % MODIFIED PROCTOR DENSITY
- การบ่มผิวทางอย่างน้อย 7 วัน โดยพ่นน้ำให้ผิวหน้าชุ่มชื้นตลอดเวลา
- การซ่อมโครงสร้างทางเดิม:
- การขุดซ่อม (DEEP PATCH) สำหรับ SOFT SPOT
- การเสริมหินคลุกปรับระดับสำหรับโครงสร้างที่เสียรูป ทรุด หรือเป็นแอ่ง
- PRIME COAT: ตาม มทช.225-2545
- ผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต: ตาม มทช.230-2545
- เส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง: ตามแบบมาตรฐานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง
เงื่อนไขสัญญา
- Payment Schedule: - (ไม่ระบุในเอกสาร)
- Penalties: - (ไม่ระบุในเอกสาร)
- ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการทดสอบช้ำ และค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ใหม่ให้ได้ตามข้อกำหนด หากผลการทดสอบกำลังรับแรงอัดไม่ได้ตามมาตรฐาน
- ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการสํารวจ การตรวจสอบ การออกแบบส่วนผสมการแก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบส่วนผสมใหม่ ค่าธรรมเนียมการตรวจสอบรวมถึงผลความเสียหายใด ๆ ในสนาม
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- คำถาม: วิธี Pavement In-Place Recycling คืออะไร?
- คำตอบ: คือการนำวัสดุผิวทางเดิมมาขุดร่วน คลุกเคล้ากับวัสดุผสมเพิ่ม เช่น ปูนซีเมนต์ หรือแอสฟัลต์ แล้วบดอัดให้ได้ความแน่นและกำลังรับแรงอัดตามที่กำหนด เพื่อปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่
- คำถาม: ผู้รับจ้างต้องส่งแผนการปฏิบัติงานเมื่อใด?
- คำตอบ: ภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
- คำถาม: การทดสอบกำลังรับแรงอัดของชั้นทางที่ปรับปรุงด้วยปูนซีเมนต์มีข้อกำหนดอย่างไร?
- คำตอบ: ค่ากำลังรับแรงอัดเฉลี่ยต้องไม่น้อยกว่าที่กำหนดในแบบ อนุโลมให้มีแท่งตัวอย่างที่ต่ำกว่าที่กำหนดได้ไม่เกิน 1 ก้อน แต่ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ของค่าที่กำหนด
- คำถาม: หากผลการทดสอบกำลังรับแรงอัดต่ำกว่ามาตรฐาน ผู้รับจ้างต้องทำอย่างไร?
- คำตอบ: ผู้รับจ้างจะต้องทำการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ใหม่ให้ได้มาตรฐานตามข้อกำหนด โดยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด
- คำถาม: การทดสอบความแน่นของการบดอัดต้องได้ค่าเท่าใด?
- คำตอบ: ไม่น้อยกว่า 95 % MODIFIED PROCTOR DENSITY
- คำถาม: การบ่มผิวทางที่ผสมปูนซีเมนต์ต้องทำอย่างไร?
- คำตอบ: พ่นน้ำลงบนผิวหน้าให้ชุ่มชื้นตลอดเวลาติดต่อกันนานอย่างน้อย 7 วัน
- คำถาม: สามารถเปิดการจราจรได้เมื่อใดหลังจากการปรับปรุงชั้นทางด้วยปูนซีเมนต์?
- คำตอบ: อนุญาตให้เปิดการจราจรได้ตามปกติ ตลอดช่วงเวลาการบ่ม
- คำถาม: มาตรฐานงาน PRIME COAT และผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตอ้างอิงตามมาตรฐานใด?
- คำตอบ: PRIME COAT ตาม มทช.225-2545 และผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตตาม มทช.230-2545
- คำถาม: ใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทดสอบช้ำหากผลการทดสอบกำลังรับแรงอัดต่ำกว่ากำหนด?
- คำตอบ: ผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการทดสอบช้ำและค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ใหม่
- คำถาม: การเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายละเอียดตามรูปตัดโครงสร้างทางสามารถทำได้หรือไม่?
- คำตอบ: สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ตามความเหมาะสมกับสภาพทาง โดยอยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้างและผู้ควบคุมงาน และต้องได้ปริมาณงานตามที่กำหนด
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ข้อกําหนดงานซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตโดยวิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING
- ผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนการปฏิบัติงานต่อผู้ว่าจ้าง เพื่อจะทําการตรวจสอบและอนุมัติให้ใช้แผนการปฏิบัติงาน ภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา 2. ผู้รับจ้างจะต้องประสานงานกับผู้ควบคุมงานเก็บตัวอย่างวัสดุภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาส่งหน่วยงานของทางราชการเพื่อทําการออกแบบ
ส่วนผสมการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ และผู้รับจ้างจะต้องให้ข้อมูลในการสํารวจออกแบบ และรายละเอียดใดๆ ตามผู้ว่าจ้างกําหนด - ทําการขุดซ่อม (DEEP PATCH) เพื่อการแก้ไขโครงสร้างขึ้นทางเดิมที่ไม่แข็งแรง (SOFT SPOT) ตามแบบมาตราฐานงานแก้ไขผิวทางและพื้นทางเดิม
- กรณีที่โครงสร้างทางเสียรูป ทรุด หรือเป็นแอ่ง และแบบกําหนดให้ทําการเสริมหินคลุกปรับระดับ ให้ทําการเสริมหินคลุกปรับระดับและปิดทับให้เรียบร้อยก่อนที่
จะทําการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ - ทําการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ โดยวิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING โดยใช้เครื่องจักรขุดตัดรื้อฟื้นทางเดิมทําให้ร่วนซุย พร้อมกับคลุกเคล้าให้เข้ากับ
วัสดุที่ผสมเพิ่ม เช่น ปูนซีเมนต์หรือแอสฟัลต์หรือสารผสมเพิ่มอื่นใด แล้วบดทับให้ได้ความแน่นและมีค่ากําลังรับแรงอัด (UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH) ตามที่กําหนดในแบบ ในกรณีที่ใช้ปูนซีเมนต์ผสมเข้าไปในส่วนผสม จะต้องทําการบดทับให้แล้วเสร็จภายในเวลา 2 ชั่วโมงนับจากเริ่มปรีดออกมา
5.1 การทดสอบกําลังรับแรงอัด ให้เตรียมแท่งตัวอย่างทดสอบโดยการเก็บตัวอย่างตัวแทน 3 ตัวอย่าง จากทุกช่วงของการก่อสร้างที่มีพื้นที่ไม่เกิน 1,500 ตร.ม. ซึ่งเกิดจากการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ ด้วยการผสมปูนซีเมนต์ และให้ถือว่าตัวอย่างตัวแทน 3 ตัวอย่าง นี้เป็น 1 ชุดทดสอบ ภายหลังการบดอัดด้วย วิธีการทดลอง COMPACTION TEST แบบสูงกว่ามาตรฐาน ให้ดันตัวอย่างวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ออกจากแบบและบ่มไว้ในถุงพลาสติก เพื่อป้องกันมิให้ตัวอย่างสูญเสียความชื้น เป็นระยะเวลานาน 7 วัน เมื่อครบ 7 วัน ให้นําตัวอย่างทดสอบแต่ละชุด (3 ตัวอย่าง) ออกจากถุงพลาสติก แช่น้ําไว้นาน 2 ชั่วโมง จากนั้นจึงนําตัวอย่างวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ไปทดสอบกําลังรับแรงอัดตามวิธีการทดลองที่ มท.(ท) 303-2545 * วิธีการทดลอง หา UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH ของดิน " โดยอนุโลม
ค่ากําลังรับแรงอัดเฉลี่ยของวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ในช่วงงานก่อสร้างของแต่ละช่วงต้องไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ในแบบ ทั้งนี้อนุญาตให้มี
แท่งตัวอย่าง ที่มีกําลังรับแรงอัดต่ํากว่าที่กําหนดไว้ในแบบได้ไม่เกิน 1 ก้อน แต่ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ของค่าที่กําหนด
5.2 การทดสอบช้ําหากค่ากําลังแรงอัดตามข้อ 5.1 ต่ํากว่าที่กําหนด ผู้รับจ้างอาจขอให้เจาะเก็บแท่งตัวอย่างช่วงที่เป็นปัญหาเพื่อนําตัวอย่างไปทดสอบ
กําลังรับแรงอัดใหม่ ผลการทดสอบกําลังรับแรงอัดโดยเฉลี่ยของตัวอย่างทดสอบที่เจาะจากสนามจํานวน 3 ก้อน ที่อายุไม่เกิน 28 วัน จะต้องไม่น้อย กว่าร้อยละ 85 ของกําลังรับแรงอัดที่กําหนดไว้ในแบบ จึงจะถือว่าการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ ซึ่งผสมปูนซีเมนต์ในช่วงนั้นใช้ได้ ทั้งนี้อนุญาตให้มี แท่งตัวอย่างที่มีกําลังรับแรงอัดต่ํากว่าร้อยละ 85 ของกําลังรับแรงอัดที่กําหนดได้ไม่เกิน 1 ก้อน แต่ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของค่าที่กําหนด ถ้าผลการทดสอบไม่ได้ตามที่กําหนดนี้ ถือว่าการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ซึ่งผสมปูนซีเมนต์ใช้ไม่ได้ ผู้รับจ้างจะต้องทําการก่อสร้างโดยทําการ ปรับปรุงชั้นทางเดิม ในที่ซึ่งผสมปูนซีเมนต์อีกครั้งให้ได้มาตรฐานตามข้อกําหนด ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการทดสอบช้ํา และค่า
ใช้จ่ายในการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ใหม่ให้ได้ตามข้อกําหนด
5.3 การทดสอบความแน่นของการบดอัดขึ้นทาง ซึ่งได้จากการปรับปรุงชั้นทางเดิมโดยการผสมปูนซีเมนต์นั้น จะต้องทําการบดอัดแน่นไม่น้อยกว่า 95 %
MODIFIED PROCTOR DENSITY ที่ได้จากการทดลองตัวอย่างวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ ในห้องทดลองโดยทําการทดสอบพื้นที่ 450 ตารางเมตร ต่อ 1 หลุมตัวอย่าง หรือตามที่กําหนดไว้เป็นอย่างอื่น
5.4 ค่าใช้จ่ายในการสํารวจ การตรวจสอบ การออกแบบส่วนผสมการแก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบส่วนผสมใหม่ ค่าธรรมเนียมการตรวจสอบรวมถึงผล
ความเสียหายใด ๆ ในสนาม ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งสิ้น
ๆ
5.5 การบ่มและการเปิดการจราจร ในกรณีที่เป็นการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ ซึ่งมีการผสมปูนซีเมนต์ หลังการก่อสร้างให้บ่มขึ้นทางนั้นโดยพ่นน้ําลงไป บนผิวหน้าของชั้นทางเพื่อให้ผิวหน้าชุ่มชื้นตลอดเวลาติดต่อกันนานอย่างน้อย 7 วัน นับจากวันที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและอนุญาตให้เปิดการจราจรได้
ตามปกติตลอดช่วงเวลาการบ่ม - PRIME COAT พื้นทางและพื้นไหล่ทาง ตาม มทช.225-2545
- ทําผิวทางและผิวไหล่ทางแบบ แอสฟัลต์คอนกรีต ตาม มทช.230-2545 และตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง
ลําดับ
1 หินคลุก
2 น่า
รายการ
3 ปูนซิเมนต์
4
PRIME COAT
เอ
0
ข้อกําหนดในการซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต
ข้อกําหนด
ต้องเป็นหินไม่รวม ( CRUSHED ROCK SOIL AGGREGATE TYPE BASE )
( ตาม มก. 306-2550 ค่า LL. ต้องไม่มากกว่า 25 ค่า PI. ไม่มากกว่า 6% ค่าความลึกหรือไม่มากกว่า 40% มีค่า CBR. ไม่น้อยกว่า 80% ต้องสะอาดปราศจากสารต่างๆ เช่น เกลือ น้ํามัน กรด ด่าง และอินทรีย์วัตถุ หรือสารอื่นใดที่อาจจะเป็นอันตรายต่อคุณภาพของวัสดุที่ผสม
มาตรฐานผลิตภัณอุตสาหกรรม มอก. 15 : มาตรฐานปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ อ้างถึง” มาตรฐานงานไพร์มโคท” มก. 308-2550 ผิวทางและไหล่ทาง อ้างถึง” มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต ” ม0313-2550 เส้นแบ่งทิศทางจราจร อ้างถึง ” แบบมาตรฐานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง
หมายเหตุ
K - รายละเอียดตามรูปตัดโครงสร้างทางสามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขในด้านเรขาคณิตและด้านโครง
สร้างได้ตามความเหมาะสมกับสภาพทางที่จะดําเนินการทั้งนี้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง - ภายในช่วงหลักกิโลเมตรตามที่กําหนดไว้ในแบบอาจจะกําหนดให้ทําการตอนใดก็ได้ตามความ
เหมาะสม และอาจให้ทําการเพิ่มบริเวณทางเชื่อมเข้าสถานที่ราชการหรืออาคารสาธารณะ
ในระยะไม่เกินเขตทางหลวง หรือทําการเพิ่มบริเวณทางแยกสาธารณะทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจ ของผู้ควบคุมงาน - ในกรณีที่ไม่สามารถดําเนินการตามช่วงหลักกิโลเมตรที่กําหนดไว้ในแบบ สามารถเปลี่ยนแปลง
แก้ไขได้ โดยพิจารณาดําเนินการในช่วงหลักกิโลเมตรอื่นภายในสายทาง ตามความเหมาะสมทั้ง
นี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง - การเปลี่ยนแปลงแก้ไขตาม ข้อ 2 และ ข้อ 3 จะต้องให้ได้ปริมาณงานตามที่กําหนดไว้ในแบบ 5. ความหนาของผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต จะกําหนดในแบบแต่ละสายทาง
- งานซ่อมแซมและทาสีใหม่ หรืองานจัดทําติดตั้งเครื่องหมายจราจรหลักกันโค้งหลักกิโลเมตรและ
GUARD RAIL จะกําหนดไว้ในแบบแต่ละสายทางซึ่งต้องจัดทําให้อยู่ในสภาพที่เรียบร้อย
กรมทางหลวงชนบท
แบบมาตรฐานงานทาง สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
งานซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต
โดยวิธี PAVBMENT IN–PLACB RBCYCLING (ข้อกําหนดการก่อสร้าง)
แผ่นที่ 102
แบบเลขที่ กถ-7-603