ประกวดราคาจ้างก่อสร้างปรับปรุงถนนลาดยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต สายเลียบคลองบางเลน หมู่ที่ ๓,๖ ตำบลไผ่หูช้าง, หมู่ที่ ๑ ตำบลบางไทรป่า อำเภอบางเลน เชื่อมต่อ ถนน อบจ.นฐ.๐๐๑๘ บ้านไผ่คอกวัว - บ้านไผ่หูช้าง ตำบลบางเลน, ตำบลไผ่หูช้าง อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม
โครงการซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตนี้ มุ่งเน้นการปรับปรุงคุณภาพและความแข็งแรงของโครงสร้างทางเดิมโดยใช้วิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING ซึ่งเป็นเทคนิคที่นำวัสดุผิวทางเดิมมาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด กระบวนการหลักประกอบด้วยการขุดซ่อมแซมจุดที่โครงสร้างทางเดิมไม่แข็งแรง (SOFT SPOT) หรือมีลักษณะทรุดตัว การเสริมหินคลุกเพื่อปรับระดับหากแบบกำหนด และที่สำคัญคือการนำชั้นทางเดิมมาขุดร่วนซุยและผสมกับวัสดุประสาน เช่น ปูนซีเมนต์ หรือแอสฟัลต์ เพื่อสร้างเป็นชั้นทางใหม่ที่ได้มาตรฐาน โดยต้องควบคุมความแน่นและการบดอัดให้ได้ตามข้อกำหนด รวมถึงการทดสอบกำลังรับแรงอัด (UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH) ของวัสดุผสมอย่างสม่ำเสมอตามพื้นที่ก่อสร้างที่กำหนด ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทดสอบ การออกแบบส่วนผสม และการแก้ไขหากผลการทดสอบไม่เป็นไปตามมาตรฐาน นอกจากนี้ ยังรวมถึงการทำ PRIME COAT และการลาดยางแอสฟัลต์คอนกรีตสำหรับผิวทางและไหล่ทาง ตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง ตามมาตรฐานของกรมทางหลวงชนบท
English summary
This project aims to repair and construct asphalt concrete road surfaces using the PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING method. This involves improving the existing road layer in situ by excavating and repairing weak structural areas (SOFT SPOT), adding crushed stone for leveling if required by the design, and mixing the existing material with additives such as cement or asphalt. The mixture will then be compacted to achieve the specified density and unconfined compressive strength. Rigorous quality testing of materials and the road layer will be conducted. The scope also includes applying a prime coat and an asphalt concrete surface for the road and shoulder, along with traffic line markings, all in accordance with Rural Roads Department standards.
(ไม่ได้ระบุสถานที่ก่อสร้างที่ชัดเจนใน TOR ส่วนนี้)
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- ซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตให้มีความแข็งแรงและทนทานต่อการใช้งาน
- ปรับปรุงโครงสร้างทางเดิมที่ไม่แข็งแรงหรือไม่สมบูรณ์
- นำวัสดุผิวทางเดิมกลับมาใช้ประโยชน์สูงสุดด้วยเทคนิค PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING
- ควบคุมคุณภาพการก่อสร้างให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด
- เพิ่มความปลอดภัยและสะดวกสบายในการเดินทาง
ขอบเขตของงาน
- การส่งแผนการปฏิบัติงานเพื่อขออนุมัติภายใน 7 วันหลังลงนามสัญญา
- การประสานงานเพื่อเก็บตัวอย่างวัสดุและส่งออกแบบส่วนผสมการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ ภายใน 15 วันหลังลงนามสัญญา
- การขุดซ่อม (DEEP PATCH) โครงสร้างทางเดิมที่ไม่แข็งแรง (SOFT SPOT)
- การเสริมหินคลุกปรับระดับโครงสร้างทางที่เสียรูป ทรุด หรือเป็นแอ่ง ตามแบบ
- การปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ โดยวิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING โดยการขุดร่วน คลุกเคล้าวัสดุผสม (ปูนซีเมนต์หรือแอสฟัลต์) และบดอัดให้ได้ความแน่นและกำลังรับแรงอัดตามกำหนด
- การทดสอบกำลังรับแรงอัด (UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH) ของวัสดุผสมปูนซีเมนต์
- การทดสอบความแน่นของการบดอัดชั้นทาง (MODIFIED PROCTOR DENSITY) ไม่น้อยกว่า 95%
- การบ่มชั้นทางที่ผสมปูนซีเมนต์อย่างน้อย 7 วัน
- การทำ PRIME COAT พื้นทางและพื้นไหล่ทาง ตาม มทช.225-2545
- การทำผิวทางและผิวไหล่ทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต ตาม มทช.230-2545
- การตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง
- ผู้รับจ้างรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการสำรวจ ตรวจสอบ ออกแบบส่วนผสม แก้ไขแบบ ค่าธรรมเนียม และความเสียหายในพื้นที่
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- แผนการปฏิบัติงานที่ได้รับอนุมัติ
- ผลการออกแบบส่วนผสมการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่
- ชั้นทางที่ได้รับการปรับปรุงและบดอัดตามมาตรฐาน
- ผลการทดสอบกำลังรับแรงอัด (UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH) ที่ได้มาตรฐาน
- ผลการทดสอบความแน่นของการบดอัด (MODIFIED PROCTOR DENSITY) ที่ได้มาตรฐาน
- ชั้น PRIME COAT ที่ได้มาตรฐาน
- ชั้นผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ได้มาตรฐาน
- เส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทางที่ถูกต้อง
ระยะเวลาดำเนินการ
- การส่งแผนปฏิบัติงาน: ภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
- การเก็บตัวอย่างและส่งออกแบบส่วนผสม: ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
- ระยะเวลาบ่มชั้นทางที่ผสมปูนซีเมนต์: อย่างน้อย 7 วัน นับจากวันที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ
- (ระยะเวลาโครงการโดยรวมไม่ได้ระบุชัดเจนใน TOR ส่วนนี้)
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements:
- เป็นนิติบุคคล หรือ บุคคลธรรมดา ที่มีอาชีพรับจ้างก่อสร้าง
- มีผลงานการก่อสร้างประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคา ในวงเงินไม่น้อยกว่าที่กำหนด (ไม่ได้ระบุวงเงินใน TOR ส่วนนี้)
- (ข้อกำหนดพื้นฐาน เช่น การจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย, การเสียภาษี, การไม่มีหนี้สินกับหน่วยงานรัฐ จะถูกพิจารณาตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างทั่วไป)
- Standards Compliance:
- การก่อสร้างต้องเป็นไปตามมาตรฐานของกรมทางหลวงชนบท (มทช.) ที่ระบุ เช่น มทช.225-2545 (PRIME COAT), มทช.230-2545 (แอสฟัลต์คอนกรีต)
- การทดสอบกำลังรับแรงอัดอ้างอิงวิธีทดลองที่ มท. (ท) 303-2545 “วิธีการทดลอง หา UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH ของดิน” โดยอนุโลม
- มาตรฐานปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ มอก. 15
- มาตรฐานงานไพร์มโคท มก. 308-2550
- มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต มล. 313-2550
- มาตรฐานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง
- Experience:
- มีผลงานการก่อสร้างประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคา (รายละเอียดวงเงินผลงานไม่ได้ระบุใน TOR ส่วนนี้)
- Previous Project Cost:
- (ไม่ได้ระบุวงเงินขั้นต่ำของผลงานที่ผ่านมาใน TOR ส่วนนี้)
- Technical Capabilities:
- มีเครื่องจักรขุดตัดรื้อชั้นทางเดิม
- มีเครื่องจักรสำหรับบดอัดให้ได้ความแน่นตามมาตรฐาน
- มีความสามารถในการทดสอบคุณภาพวัสดุและชั้นทางตามที่กำหนด
- Personnel:
- (ไม่ได้ระบุคุณสมบัติเฉพาะของบุคลากรใน TOR ส่วนนี้ นอกเหนือจากความสามารถในการปฏิบัติงานตามขอบเขต)
เกณฑ์การพิจารณา
- การพิจารณาคุณภาพของวัสดุและชั้นทางที่ก่อสร้างให้เป็นไปตามข้อกำหนด (เช่น กำลังรับแรงอัด, ความแน่นของการบดอัด)
- การปฏิบัติตามแผนการปฏิบัติงานและระยะเวลาที่กำหนด
- การปฏิบัติตามมาตรฐานทางเทคนิคที่ระบุใน TOR
- (เกณฑ์การประเมินราคาและเกณฑ์การพิจารณาด้านเทคนิคโดยรวมไม่ได้ระบุชัดเจนใน TOR ส่วนนี้)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- การปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ (PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING):
- การขุดร่วนวัสดุเดิม
- การผสมวัสดุเพิ่ม (ปูนซีเมนต์ หรือ แอสฟัลต์ หรือสารผสมเพิ่มอื่นใด)
- การบดอัดให้ได้ความแน่นไม่น้อยกว่า 95% MODIFIED PROCTOR DENSITY
- กำลังรับแรงอัด (UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH) ตามที่กำหนดในแบบ (สำหรับส่วนผสมปูนซีเมนต์)
- การทดสอบกำลังรับแรงอัด (ปูนซีเมนต์):
- ทดสอบตัวอย่าง 3 ตัวอย่างต่อ 1,500 ตร.ม.
- บ่ม 7 วัน, แช่น้ำ 2 ชั่วโมง, ทดสอบตามวิธี มท. (ท) 303-2545
- ค่าเฉลี่ยต้องไม่น้อยกว่าที่กำหนด, อนุโลม 1 ก้อนต่ำกว่ากำหนดได้ไม่เกิน 85%
- การทดสอบซ้ำ: เจาะตัวอย่าง 3 ก้อน, อายุไม่เกิน 28 วัน, ค่าเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 85% ของค่าที่กำหนด, อนุโลม 1 ก้อนต่ำกว่า 70%
- การทดสอบความแน่น:
- ไม่น้อยกว่า 95% MODIFIED PROCTOR DENSITY
- PRIME COAT:
- ตาม มทช.225-2545
- ผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต:
- ตาม มทช.230-2545
- การตีเส้นจราจร:
- ตามแบบมาตรฐานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง
- วัสดุ:
- หินคลุก: CRUSHED ROCK SOIL AGGREGATE TYPE BASE, ตาม ม.306-2550 (LL ไม่เกิน 25, PI ไม่เกิน 6%, ความลึกไม่เกิน 40%, CBR ไม่น้อยกว่า 80%), สะอาดปราศจากสารอันตราย
- ปูนซีเมนต์: มาตรฐาน มอก. 15
เงื่อนไขสัญญา
- การจ่ายเงิน: (ไม่ได้ระบุรายละเอียดใน TOR ส่วนนี้)
- ค่าปรับ: (ไม่ได้ระบุรายละเอียดใน TOR ส่วนนี้)
- การรับประกันผลงาน: (ไม่ได้ระบุรายละเอียดใน TOR ส่วนนี้)
- ความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง:
- รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการสำรวจ, ตรวจสอบ, ออกแบบส่วนผสม, แก้ไขแบบ, ค่าธรรมเนียม, และความเสียหายในพื้นที่
- รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทดสอบซ้ำ และการปรับปรุงชั้นทางใหม่หากไม่ได้มาตรฐาน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- คำถาม: วิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING คืออะไร?
คำตอบ: คือวิธีการปรับปรุงชั้นทางเดิมในพื้นที่ โดยการนำวัสดุผิวทางเดิมมาขุดร่วน ผสมกับวัสดุเพิ่ม เช่น ปูนซีเมนต์ หรือแอสฟัลต์ แล้วบดอัดให้ได้มาตรฐาน เพื่อสร้างเป็นชั้นทางใหม่ - คำถาม: หากโครงสร้างทางเดิมไม่แข็งแรง ต้องทำอย่างไร?
คำตอบ: ต้องทำการขุดซ่อม (DEEP PATCH) เพื่อแก้ไขโครงสร้างทางเดิมที่ไม่แข็งแรง (SOFT SPOT) ตามแบบมาตรฐาน - คำถาม: การทดสอบกำลังรับแรงอัดของวัสดุผสมปูนซีเมนต์ มีเกณฑ์อย่างไร?
คำตอบ: ค่ากำลังรับแรงอัดเฉลี่ยของวัสดุผสมปูนซีเมนต์ต้องไม่น้อยกว่าที่กำหนดในแบบ โดยอนุโลมให้มีตัวอย่างที่ต่ำกว่ากำหนดได้ไม่เกิน 1 ก้อน แต่ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ของค่าที่กำหนด - คำถาม: หากผลการทดสอบกำลังรับแรงอัดต่ำกว่ามาตรฐาน ต้องทำอย่างไร?
คำตอบ: ผู้รับจ้างต้องทำการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ซึ่งผสมปูนซีเมนต์อีกครั้งให้ได้มาตรฐานตามข้อกำหนด โดยผู้รับจ้างจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด - คำถาม: ความแน่นของการบดอัดชั้นทางที่ปรับปรุงด้วยปูนซีเมนต์ ต้องได้มาตรฐานเท่าใด?
คำตอบ: ต้องทำการบดอัดแน่นไม่น้อยกว่า 95% MODIFIED PROCTOR DENSITY - คำถาม: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายอะไรบ้างนอกเหนือจากค่าก่อสร้าง?
คำตอบ: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการสำรวจ, ตรวจสอบ, ออกแบบส่วนผสม, แก้ไขแบบ, ค่าธรรมเนียมการตรวจสอบ, ผลความเสียหายในสนาม, ค่าทดสอบซ้ำ และค่าปรับปรุงชั้นทางใหม่หากไม่ได้มาตรฐาน - คำถาม: การบ่มชั้นทางที่ผสมปูนซีเมนต์ต้องทำอย่างไร?
คำตอบ: ต้องพ่นน้ำบนผิวหน้าให้ชุ่มชื้นตลอดเวลาติดต่อกันนานอย่างน้อย 7 วัน นับจากวันที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ - คำถาม: สามารถเปิดการจราจรได้เมื่อใดหลังการปรับปรุงชั้นทางด้วยปูนซีเมนต์?
คำตอบ: อนุญาตให้เปิดการจราจรได้ตามปกติ ตลอดช่วงเวลาการบ่ม - คำถาม: มาตรฐานที่ใช้สำหรับ PRIME COAT คืออะไร?
คำตอบ: ใช้มาตรฐาน มทช.225-2545 - คำถาม: มาตรฐานที่ใช้สำหรับผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตคืออะไร?
คำตอบ: ใช้มาตรฐาน มทช.230-2545
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ข้อกําหนดงานซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตโดยวิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING
- ผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนการปฏิบัติงานต่อผู้ว่าจ้าง เพื่อจะทําการตรวจสอบและอนุมัติให้ใช้แผนการปฏิบัติงาน ภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา 2. ผู้รับจ้างจะต้องประสานงานกับผู้ควบคุมงานเก็บตัวอย่างวัสดุภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาส่งหน่วยงานของทางราชการเพื่อทําการออกแบบ
ส่วนผสมการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ และผู้รับจ้างจะต้องให้ข้อมูลในการสํารวจออกแบบ และรายละเอียดใดๆ ตามผู้ว่าจ้างกําหนด - ทําการขุดซ่อม (DEEP PATCH) เพื่อการแก้ไขโครงสร้างขึ้นทางเดิมที่ไม่แข็งแรง (SOFT SPOT) ตามแบบมาตราฐานงานแก้ไขผิวทางและพื้นทางเดิม
- กรณีที่โครงสร้างทางเสียรูป ทรุด หรือเป็นแอ่ง และแบบกําหนดให้ทําการเสริมหินคลุกปรับระดับ ให้ทําการเสริมหินคลุกปรับระดับและบดทับให้เรียบร้อยก่อนที่
จะทําการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ - ทําการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ โดยวิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING โดยใช้เครื่องจักรขุดตัดรื้อชั้นทางเดิมทําให้ร่วนซุย พร้อมกับคลุกเคล้าให้เข้ากับ
วัสดุที่ผสมเพิ่ม เช่น ปูนซีเมนต์หรือแอสฟัลต์หรือสารผสมเพิ่มอื่นใด แล้วบดทับให้ได้ความแน่นและมีค่ากําลังรับแรงอัด (UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH) ตามที่กําหนดในแบบ ในกรณีที่ใช้ปูนซีเมนต์ผสมเข้าไปในส่วนผสม จะต้องทําการบดทับให้แล้วเสร็จภายในเวลา 2 ชั่วโมงนับจากเริ่มปรีตออกมา
5.1 การทดสอบกําลังรับแรงอัด ให้เตรียมแท่งตัวอย่างทดสอบโดยการเก็บตัวอย่างตัวแทน 3 ตัวอย่าง จากทุกช่วงของการก่อสร้างที่มีพื้นที่ไม่เกิน 1,500 ตร.ม. ซึ่งเกิดจากการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ ด้วยการผสมปูนซีเมนต์ และให้ถือว่าตัวอย่างตัวแทน 3 ตัวอย่าง นี้เป็น 1 ชุดทดสอบ ภายหลังการบดอัดด้วย วิธีการทดลอง COMPACTION TEST แบบสูงกว่ามาตรฐาน ให้ดันตัวอย่างวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ออกจากแบบและบ่มไว้ในถุงพลาสติก เพื่อป้องกันมิให้ตัวอย่างสูญเสียความชื้น เป็นระยะเวลานาน 7 วัน เมื่อครบ 7 วัน ให้นําตัวอย่างทดสอบแต่ละชุด (3 ตัวอย่าง) ออกจากถุงพลาสติก แช่น้ําไว้นาน 2 ชั่วโมง จากนั้นจึงนําตัวอย่างวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ไปทดสอบกําลังรับแรงอัดตามวิธีการทดลองที่ มท. (ท) 303-2545 * วิธีการทดลอง หา UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH ของดิน” โดยอนุโลม
ค่ากําลังรับแรงอัดเฉลี่ยของวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ในช่วงงานก่อสร้างของแต่ละช่วงต้องไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ในแบบ ทั้งนี้อนุญาตให้มี
แท่งตัวอย่าง ที่มีกําลังรับแรงอัดต่ํากว่าที่กําหนดไว้ในแบบได้ไม่เกิน 1 ก้อน แต่ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ของค่าที่กําหนด
5.2 การทดสอบช้ําหากค่ากําลังแรงอัดตามข้อ 5.1 ต่ํากว่าที่กําหนด ผู้รับจ้างอาจขอให้เจาะเก็บแท่งตัวอย่างช่วงที่เป็นปัญหาเพื่อนําตัวอย่างไปทดสอบ
กําลังรับแรงอัดใหม่ ผลการทดสอบกําลังรับแรงอัดโดยเฉลี่ยของตัวอย่างทดสอบที่เจาะจากสนามจํานวน 3 ก้อน ที่อายุไม่เกิน 28 วัน จะต้องไม่น้อย กว่าร้อยละ 85 ของกําลังรับแรงอัดที่กําหนดไว้ในแบบ จึงจะถือว่าการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ ซึ่งผสมปูนซีเมนต์ในช่วงนั้นใช้ได้ ทั้งนี้อนุญาตให้มี แท่งตัวอย่างที่มีกําลังรับแรงอัดต่ํากว่าร้อยละ 85 ของกําลังรับแรงอัดที่กําหนดได้ไม่เกิน 1 ก้อน แต่ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของค่าที่กําหนด ถ้าผลการทดสอบไม่ได้ตามที่กําหนดนี้ ถือว่าการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ซึ่งผสมปูนซีเมนต์ใช้ไม่ได้ ผู้รับจ้างจะต้องทําการก่อสร้างโดยทําการ ปรับปรุงชั้นทางเดิม ในที่ซึ่งผสมปูนซีเมนต์อีกครั้งให้ได้มาตรฐานตามข้อกําหนด ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการทดสอบช้ํา และค่า
ใช้จ่ายในการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ใหม่ให้ได้ตามข้อกําหนด
5.3 การทดสอบความแน่นของการบดอัดชั้นทาง ซึ่งได้จากการปรับปรุงชั้นทางเดิมโดยการผสมปูนซีเมนต์นั้น จะต้องทําการบดอัดแน่นไม่น้อยกว่า 95 %
MODIFIED PROCTOR DENSITY ที่ได้จากการทดลองตัวอย่างวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ ในห้องทดลองโดยทําการทดสอบพื้นที่ 450 ตารางเมตร ต่อ 1 หลุมตัวอย่าง หรือตามที่กําหนดไว้เป็นอย่างอื่น
5.4 ค่าใช้จ่ายในการสํารวจ การตรวจสอบ การออกแบบส่วนผสมการแก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบส่วนผสมใหม่ ค่าธรรมเนียมการตรวจสอบรวมถึงผล
ความเสียหายใด ๆ ในสนาม ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งสิ้น
5.5 การบ่มและการเปิดการจราจร ในกรณีที่เป็นการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ ซึ่งมีการผสมปูนซีเมนต์ หลังการก่อสร้างให้บ่มขึ้นทางนั้นโดยพ่นน้ําลงไป บนผิวหน้าของชั้นทางเพื่อให้ผิวหน้าชุ่มชื้นตลอดเวลาติดต่อกันนานอย่างน้อย 7 วัน นับจากวันที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและอนุญาตให้เปิดการจราจรได้
ตามปกติตลอดช่วงเวลาการบ่ม
6. PRIME COAT พื้นทางและพื้นไหล่ทาง ตาม มทช.225-2545
7. ทําผิวทางและผิวไหล่ทางแบบ แอสฟัลต์คอนกรีต ตาม มทช.230-2545 และตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง
ลําดับ
รายการ
1 หินคลุก
2 น่า
3 ปูนซิเมนต์
4 PRIME COAT
On
0
ข้อกําหนดในการซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต
ขอกําหนด
ต้องเป็นหินไม่รวม ( CRUSHED ROCK SOIL AGGREGATE TYPE BASE )
( ตาม ม.306-2550 ค่า LL. ต้องไม่มากกว่า 25 ค่า PI. ไม่มากกว่า 6% ค่าความลึกหรือไม่มากกว่า 40% มีค่า CBR. ไม่น้อยกว่า 80% ต้องสะอาดปราศจากสารต่างๆ เช่น เกลือ น้ํามัน กรด ด่าง และอินทรีย์วัตถุ หรือสารอื่นใดที่อาจจะเป็นอันตรายต่อคุณภาพของวัสดุที่ผสม
มาตรฐานผลิตภัณอุตสาหกรรม มอก. 15 : มาตรฐานปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ อ้างถึง " มาตรฐานงานไพร์มโคท” มก. 308-2550
*
ผิวทางและไหล่ทาง อ้างถึง” มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต ” มล. 313-2550 เส้นแบ่งทิศทางจราจร อ้างถึง ” แบบมาตรฐานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง
หมายเหตุ
"
- รายละเอียดตามรูปตัดโครงสร้างทางสามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขในด้านเรขาคณิตและด้านโครง
สร้างได้ตามความเหมาะสมกับสภาพทางที่จะดําเนินการทั้งนี้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง - ภายในช่วงหลักกิโลเมตรตามที่กําหนดไว้ในแบบอาจจะกําหนดให้ทําการตอนใดก็ได้ตามความ
เหมาะสม และอาจให้ทําการเพิ่มบริเวณทางเชื่อมเข้าสถานที่ราชการหรืออาคารสาธารณะ
ในระยะไม่เกินเขตทางหลวง หรือทําการเพิ่มบริเวณทางแยกสาธารณะทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจ ของผู้ควบคุมงาน - ในกรณีที่ไม่สามารถดําเนินการตามช่วงหลักกิโลเมตรที่กําหนดไว้ในแบบ สามารถเปลี่ยนแปลง
แก้ไขได้ โดยพิจารณาดําเนินการในช่วงหลักกิโลเมตรอื่นภายในสายทาง ตามความเหมาะสมทั้ง
นี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง - การเปลี่ยนแปลงแก้ไขตาม ข้อ 2 และ ข้อ 3 จะต้องให้ได้ปริมาณงานตามที่กําหนดไว้ในแบบ 5. ความหนาของผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต จะกําหนดในแบบแต่ละสายทาง
- งานซ่อมแซมและทาสีใหม่ หรืองานจัดทําติดตั้งเครื่องหมายจราจรหลักกันโค้งหลักกิโลเมตรและ
GUARD RAIL จะกําหนดไว้ในแบบแต่ละสายทางซึ่งต้องจัดทําให้อยู่ในสภาพที่เรียบร้อย
กรมทางหลวงชนบท
แบบมาตรฐานงานทาง สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
งานซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต
โดยวิธี PAVBMENT IN-PLACB RBCYCLING (ข้อกําหนดการก่อสร้าง)
แบบเลขที่ ทถ-7-603
แผ่นที่ 102