ประกวดราคาจ้างการพัฒนาระบบสารสนเทศการนำข้อมูลสู่ฐานข้อมูลรูปแบบดิจิทัล เพื่อพัฒนาสำนักงานสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล
สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มอบหมายให้พัฒนาระบบสารสนเทศแบบครบวงจรเพื่อยกระดับการบริหารจัดการองค์ความรู้ด้านความมั่นคงของประเทศให้มีประสิทธิภาพและทันสมัย สอดคล้องกับนโยบาย Digital Transformation เป้าหมายหลักคือการสร้างระบบฐานข้อมูลดิจิทัลที่รวบรวมข้อมูลที่กระจัดกระจายให้เป็นระบบเดียวกัน ช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการค้นหา ลดการสูญหายของข้อมูล และเป็นช่องทางเผยแพร่ความรู้สู่สาธารณะ
ขอบเขตการดำเนินงานครอบคลุมการพัฒนาระบบหลัก 3 ส่วน ได้แก่ ระบบจัดการความรู้ (KMS) สำหรับจัดเก็บและสืบค้นข้อมูลเชิงวิชาการและปฏิบัติการ ระบบห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ (E-Library) เพื่อให้บริการหนังสือและสื่อดิจิทัล และระบบการเรียนรู้ออนไลน์ (E-Learning) สำหรับจัดอบรมและทดสอบความรู้
ผู้รับจ้างต้องดำเนินงานทั้งหมด เริ่มตั้งแต่การศึกษาความต้องการ (System Requirement) จนถึงการพัฒนาระบบให้สมบูรณ์ โดยระบบต้องถูกพัฒนาบนสถาปัตยกรรมฐานข้อมูลเดียว (Single Platform Architecture) มีการออกแบบ UX/UI ที่ใช้งานง่าย สวยงาม และทันสมัย รวมถึงมีมาตรฐานความปลอดภัยที่รองรับเทคโนโลยีใหม่
English summary
The National Security Council Office (NSCO) is commissioning the development of a comprehensive information system to modernize and enhance the efficiency of managing national security knowledge, aligning with Digital Transformation policy. The core objective is to create a digital database platform that consolidates currently scattered data into a unified system, improving search speed, reducing data loss, and serving as a public channel for disseminating security knowledge.
The scope of work encompasses the development of three main systems: a Knowledge Management System (KMS) for storing and retrieving academic and operational data, an Electronic Library (E-Library) system for digital book and media services, and an E-Learning system for organizing online training and testing.
The contractor is responsible for the entire process, from conducting system requirement studies to full system development. The system must be built on a Single Platform Architecture with a unified database, feature user-friendly, modern, and aesthetically pleasing UX/UI design, and incorporate security standards that support new technologies.
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อพัฒนาระบบฐานข้อมูลความมั่นคงสำหรับรวบรวมและใช้ประโยชน์
- เพื่อพัฒนาระบบจัดการความรู้และระบบการเรียนการสอนด้านความมั่นคงให้กับบุคลากรภายในสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงบุคคลทั่วไป
ขอบเขตของงาน
ผู้รับจ้างต้องพัฒนาระบบสารสนเทศให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และแนวคิด UX/UI ที่ใช้งานง่าย ทันสมัย สวยงาม และสามารถพัฒนาต่อยอดได้ โดยมีรายละเอียดดังนี้:
- ศึกษาและเก็บรวบรวมความต้องการ: ศึกษาขั้นตอนและกระบวนการทำงานที่เกี่ยวข้อง วิเคราะห์และสรุปเป็นเอกสารข้อกำหนดความต้องการของระบบสารสนเทศทั้ง 3 ระบบ (KMS, E-Library, E-Learning) และจัดทำเป็นรายงานเริ่มต้นโครงการ (Inception Report)
- ออกแบบระบบ: ออกแบบระบบสารสนเทศ เช่น Wireframe หรือ Mock up ที่สอดคล้องกับข้อมูลที่ศึกษา เพื่อนำเสนอและขอความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้าง
- พัฒนาระบบสารสนเทศ: พัฒนาระบบให้ใช้งานง่าย มีมาตรฐานความปลอดภัยรองรับเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยมีข้อกำหนดดังนี้
- สถาปัตยกรรมระบบ (System Architecture) ต้องเป็นแบบ Single Platform Architecture ทำงานบนฐานข้อมูลผู้ใช้งานเดียวกัน (Unified Database) และบริหารจัดการสิทธิ์จากจุดเดียว (Centralized Management)
- ระบบต้องมีลักษณะเป็น Web Content Management System (WCMS) ที่สามารถบริหารจัดการ เพิ่ม ลบ และแก้ไขเนื้อหาเว็บไซต์ได้
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- เอกสารข้อกำหนดความต้องการระบบสารสนเทศ (System Requirement)
- รายงานเริ่มต้นโครงการ (Inception Report) ที่ระบุขอบเขต วิธีการทำงาน แผนงาน และรายละเอียดอื่นๆ
- แบบออกแบบระบบสารสนเทศ เช่น Wireframe หรือ Mock up ที่ได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้าง
- ระบบสารสนเทศที่พัฒนาสมบูรณ์ ประกอบด้วย:
- ระบบจัดการความรู้ (Knowledge Management System)
- ระบบจัดการห้องสมุดกายภาพและห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ (E-Library)
- ระบบบริหารจัดการการเรียนรู้ (E-Learning)
ระยะเวลาดำเนินการ
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements:
- เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
- ต้องลงทะเบียนในระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง
- Standards Compliance:
- ต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 29110 หรือมาตรฐาน CMMI ระดับที่ 3 ขึ้นไป โดยมีหนังสือรับรองที่ยังไม่หมดอายุ
- Experience:
- ต้องมีประสบการณ์ในด้านการพัฒนาระบบ ในวงเงินไม่น้อยกว่า 1,250,000 บาท จำนวนอย่างน้อย 1 ผลงาน ซึ่งเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานเอกชนที่ผู้ว่าจ้างเชื่อถือ
- Previous Project Cost: 1,250,000 บาท ต่อ 1 ผลงาน
- Technical Capabilities: -
- Personnel: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีทีมปฏิบัติงานประกอบด้วยตำแหน่งต่อไปนี้ โดยแต่ละตำแหน่งต้องมีวุฒิการศึกษาและประสบการณ์ขั้นต่ำดังนี้:
- ผู้จัดการโครงการ (Project Manager): ปริญญาโท, ประสบการณ์ 5 ปี
- ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Science): ปริญญาโท, ประสบการณ์ 5 ปี
- ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมข้อมูล (Data Engineer): ปริญญาโท, ประสบการณ์ 5 ปี
- ผู้เชี่ยวชาญด้านกระบวนการ (Business Analyst): ปริญญาโท, ประสบการณ์ 2 ปี
- นักวิเคราะห์และออกแบบระบบ (System Analyst): ปริญญาตรี, ประสบการณ์ 5 ปี
- ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Specialist): ปริญญาตรี, ประสบการณ์ 2 ปี
- ผู้บริหารจัดการฐานข้อมูล (Database Administrator): ปริญญาตรี, ประสบการณ์ 2 ปี
- นักพัฒนาโปรแกรมประยุกต์ (Application Developer): ปริญญาตรี, ประสบการณ์ 2 ปี
- นักออกแบบกราฟิก (Graphic Designer): ปริญญาตรี, ประสบการณ์ 2 ปี
- นักทดสอบระบบ (Software Tester): ปริญญาตรี, ประสบการณ์ 2 ปี
เกณฑ์การพิจารณา
ข้อกำหนดทางเทคนิค
ระบบสารสนเทศที่จะพัฒนาต้องมีลักษณะและคุณสมบัติทางเทคนิค ดังนี้:
- สถาปัตยกรรมระบบ: ต้องพัฒนาภายใต้ Single Platform Architecture โดยทำงานบน Unified Database และมีระบบจัดการสิทธิ์แบบรวมศูนย์ (Centralized Management)
- ประเภทระบบ: ต้องมีลักษณะเป็น Web Content Management System (WCMS) ที่สามารถบริหารจัดการเนื้อหาได้
- การออกแบบ: ต้องสอดคล้องกับแนวคิด User Experience (UX) และ User Interface (UI) ที่ใช้งานง่าย ทันสมัย สวยงาม
- ความปลอดภัย: ต้องมีมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยที่รองรับเทคโนโลยีสมัยใหม่
- ขอบเขตการทำงาน: ต้องครอบคลุมระบบย่อย 3 ระบบ ได้แก่ ระบบจัดการความรู้ (KMS), ระบบจัดการห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ (E-Library), และระบบบริหารจัดการการเรียนรู้ (E-Learning)
เงื่อนไขสัญญา
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- ระบบที่ต้องพัฒนามีความเชื่อมโยงกันอย่างไร? ระบบทั้ง 3 (KMS, E-Library, E-Learning) จะถูกพัฒนาบนสถาปัตยกรรมเดียวกัน (Single Platform) โดยใช้ฐานข้อมูลผู้ใช้งานร่วมกันและบริหารจัดการจากศูนย์กลาง ทำให้ข้อมูลเชื่อมโยงและใช้งานร่วมกันได้สะดวก
- ผู้ใช้งานหลักของระบบมีใครบ้าง? บุคลากรภายในสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเปิดให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงบางส่วนได้ โดยเฉพาะช่องทางเผยแพร่ความรู้สู่สาธารณะ
- ระบบ E-Library จะจัดการหนังสือรูปแบบกายภาพอย่างไร? ระบบจะต้องมีส่วนสำหรับจัดการห้องสมุดกายภาพด้วย ซึ่งน่าจะรวมถึงระบบยืม-คืน การติดตามสถานะ และการเชื่อมโยงข้อมูลกับทรัพยากรดิจิทัล
- ระบบ E-Learning ต้องรองรับฟังก์ชันอะไรบ้าง? ต้องสามารถจัดหลักสูตรออนไลน์ จัดการการอบรม และจัดการการทดสอบได้
- การรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 29110 หรือ CMMI Level 3 จำเป็นสำหรับโครงการขนาดนี้อย่างไร? การรับรองเหล่านี้เป็นการรับประกันว่าผู้พัฒนามีกระบวนการบริหารและพัฒนาซอฟต์แวร์ที่มีคุณภาพ ซึ่งสอดคล้องกับความสำคัญของข้อมูลความมั่นคงของประเทศที่ต้องการระบบที่มีความน่าเชื่อถือสูง
- ทีมงานจำเป็นต้องมี Data Scientist และ Data Engineer เพราะเหตุใด? เนื่องจากข้อมูลองค์ความรู้มีความหลากหลายทั้งเชิงวิชาการและปฏิบัติการ การมีผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ข้อมูลและวิศวกรรมข้อมูลจะช่วยในการออกแบบโครงสร้างข้อมูล การวิเคราะห์ และการเตรียมข้อมูลให้มีประสิทธิภาพ
- ระบบต้องรองรับการพัฒนาต่อยอดในอนาคตอย่างไร? เอกสารระบุว่าระบบต้อง “สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดในระยะต่อไปได้” ซึ่งหมายความว่าการออกแบบสถาปัตยกรรมและโค้ดต้องมีความยืดหยุ่นและเป็นมาตรฐาน
- ความท้าทายหลักของโครงการนี้อาจมีอะไรบ้าง? การบูรณาการข้อมูลจากแหล่งที่กระจัดกระจาย การออกแบบ UX/UI ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานหลากหลายกลุ่ม (ตั้งแต่บุคลากรภายในจนถึงประชาชน) และการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลระดับชาติ
- ผู้รับจ้างมีบทบาทในการศึกษาและกำหนด Requirement มากน้อยเพียงใด? ผู้รับจ้างมีบทบาทสำคัญในการ “ศึกษา เก็บรวบรวมความต้องการ” จากผู้ว่าจ้างและกระบวนการทำงานจริง เพื่อสรุปเป็นเอกสารข้อกำหนดที่ครบถ้วน
- สิ่งที่ต้องส่งเพื่อแสดงคุณสมบัติมีอะไรบ้าง? ต้องแนบสำเนาหนังสือรับรองผลงานและสำเนาสัญญาจ้างที่มีรายละเอียดขอบเขตงาน, เอกสารแสดงมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน, หนังสือรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 29110 หรือ CMMI, และข้อมูลทีมงานพร้อมประวัติยืนยันคุณวุฒิและประสบการณ์
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ขอบเขตการดําเนินงาน (Terms of Reference)
โครงการพัฒนาระบบสารสนเทศการนําข้อมูลสู่ฐานข้อมูลรูปแบบดิจิทัล เพื่อพัฒนาสํานักงานสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล
ความเป็นมา
สํานักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นองค์กรที่มีบทบาทสําคัญในการกําหนดนโยบายและแผน ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงของประเทศ ซึ่งต้องอาศัยองค์ความรู้ที่ถูกต้อง ครบถ้วน และมีความน่าเชื่อถือ เพื่อใช้ประกอบการวิเคราะห์สถานการณ์และตัดสินใจเชิงนโยบายในระดับชาติ อีกทั้ง สํานักงานฯ เป็นหน่วยงานที่มีภารกิจหนึ่งในการดําเนินการสนับสนุนการศึกษา วิจัย รวบรวม พัฒนา ส่งเสริม และเผยแพร ข้อมูลหรือองค์ความรู้เกี่ยวกับความมั่นคงแห่งชาติ เพื่อสนับสนุนงานด้านความมั่นคง ตามข้อบัญญัติ ในพระราชบัญญัติสภาความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๒๑ (๒) โดยในปัจจุบัน สํานักงานฯ มีองค์ความรู้ภายในหน่วยงานที่หลากหลาย อาทิ สถานการณ์ความมั่นคงรูปแบบเก่า และสถานการณ์ ความมั่นคงแบบองค์รวม ซึ่งเป็นข้อมูลทั้งในเชิงวิชาการ ข้อมูลเชิงปฏิบัติการ และข้อมูลจากการวิจัย อีกทั้ง มีหนังสือที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทั้งในรูปแบบเอกสาร และรูปแบบดิจิทัลอีกด้วย อย่างไรก็ตาม การเก็บ เอกสารที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงดังกล่าว ยังคงกระจัดกระจาย และไม่ได้อยู่ในระบบเดียวกันอันทําให้ ขาดประสิทธิภาพในการใช้ข้อมูลเพื่อการกําหนดนโยบายและแผน การตัดสินเชิงนโยบาย ซึ่งอาจนําไปสู่ ความไม่ครบถ้วนในการบริหารจัดการในมิติความมั่นคงของประเทศในภาพรวมได้
โครงการพัฒนาระบบสารสนเทศการนําข้อมูลสู่ฐานข้อมูลรูปแบบดิจิทัลเพื่อพัฒนาสํานักงาน
บ
สู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล จะทําให้สํานักงานฯ มีระบบสารสนเทศเพื่อจัดการองค์ความรู้ภายในสํานักงานฯ ให้สามารถเข้าถึงได้อย่างรวดเร็ว ลดความล่าช้าในการค้นหาเอกสาร และเพิ่มความเป็นระบบในการจัดเก็บ มากยิ่งขึ้น นอกจากนั้น ยังเป็นช่องทางเผยแพร่องค์ความรู้ด้านความมั่นคงสู่สาธารณะในรูปแบบบทความ วิชาการ รูปภาพ และวิดีโอ รวมถึงเป็นช่องทางการเรียนรู้ออนไลน์ (E-learning) สําหรับผู้ที่สนใจศึกษาเกี่ยวกับ ความมั่นคง ทั้งในกลุ่มบุคลากรของสํานักงานฯ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นักวิจัย นักศึกษา และประชาชนทั่วไป โดยระบบสารสนเทศจะประกอบไปด้วย ๓ ระบบหลัก ได้แก่ ๑) ระบบจัดการความรู้ (Knowledge Management System) เพื่อรวบรวม บริหาร และเผยแพร่องค์ความรู้ด้านความมั่นคงอย่างเป็นระบบ ลดการสูญหายของข้อมูลและเพิ่มความสามารถในการสืบค้น ทําให้ข้อมูลที่กระจัดกระจายสามารถ ถูกจัดระเบียบและนํามาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ๒) ระบบจัดการห้องสมุดกายภาพ และห้องสมุด อิเล็กทรอนิกส์ (E-Library) เพื่อให้บุคลากรภายในสํานักงานฯ สามารถใช้บริการห้องสมุดได้สะดวก และสามารถเข้าถึงหนังสือและองค์ความรู้ในรูปแบบไฟล์ดิจิทัลได้ทุกที่ทุกเวลา ลดข้อจํากัดของการใช้เอกสาร ในรูปแบบกระดาษ และเพิ่มความสะดวกในการค้นหาและอ้างอิงข้อมูล และ ๓) ระบบบริหารจัดการการเรียนรู้ (E-Learning) เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรและสร้างการเรียนรู้ต่อเนื่องในประเด็นด้านความมั่นคง
ลงนามผูกําหนดขอบเขตของงาน
(นางสาวสุนิสา แพรภัทรประสิทธิ์)
(นางสาวพรทิพย์ ตันประเสริฐ)
ประธานกรรมการ
กรรมการ
6
(นายติณณภพ เตียวเจริญกิจ) (นายธีณภัทร เคนโยธา)
กรรมการ
กรรมการ
(นายนิติ พงศ์สุขเสถียร)
กรรมการและเลขานุการ
- ๒ -
5
โดยสามารถจัดหลักสูตรออนไลน์ การอบรม และการทดสอบได้ อนึ่ง การดําเนินโครงการดังกล่าว เป็นการส่งเสริมให้ สํานักงานฯ ก้าวสู่การเป็นองค์กรที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ (Digital Transformation) เพื่อรองรับความท้าทายในอนาคต
๒. วัตถุประสงค์
เพื่อพัฒนาระบบฐานข้อมูลความมั่นคงสําหรับรวบรวมและใช้ประโยชน์ รวมทั้งพัฒนาระบบจัดการ
ความรู้ และระบบการเรียนการสอนด้านความมั่นคงให้กับบุคลากรภายในสํานักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงบุคคลทั่วไป
๓.
คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๓.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย ๓.๒ ไม่เป็นนิติบุคคลล้มละลาย
๓.๓
ไม่อยู่ระหว่างการเลิกกิจการ
๓.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน
ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๓.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๓.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหาร
พัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
๓.๗ เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
๓.๔ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ผู้รับจ้าง ณ วันประกาศ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
๓.๔ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์ หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์ และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๓.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
๑
๓.๑๑ ผู้ยื่นเสนอต้องมีประสบการณ์ในด้านการพัฒนาระบบ ในวงเงินไม่น้อยกว่า ๑,๒๕๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งล้านสองแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) จํานวนอย่างน้อย ๑ ผลงาน ซึ่งเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงาน ภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานเอกชนที่ผู้ว่าจ้างเชื่อถือ ทั้งนี้ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องแนบสําเนาหนังสือรับรองผลงาน และสําเนาสัญญาจ้างที่มีรายละเอียดขอบเขตของงาน พร้อมรับรองสําเนาถูกต้อง เพื่อยืนยันคุณสมบัติดังกล่าว
ในวันที่ยื่นเอกสารประกวดราคา
ลงนามผูกําหนดขอบเขตของงาน
(นางสาวสุนิสา แพรภัทรประสิทธิ์)
ประธานกรรมการ
0
(นางสาวพรทิพย์ ตันประเสริฐ)
กรรมการ
ติณณ
(นายติณณภพ เตียวเจริญกิจ)
(นายธีณภัทร เคนโยธา)
(นายนิติ พงศ์สุขเสถียร)
กรรมการและเลขานุการ
กรรมการ
กรรมการ - 6-
๓.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๓.๑๒.๑ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ (งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อน วันที่หน่วยงานของรัฐกําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน) เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ไทยหากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะ การเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคล ที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือน มกราคม – เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นแบบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปีได้
๑
๓.๑๒.๒ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงาน งบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ํากว่า ๑ ล้านบาท
๓.๑๒.๓ กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอ ที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถ ขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอ ในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศหรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ
อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคาร
แห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณา
จากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงาน ใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ ผู้ยื่นข้อเสนอ สามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่น ข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศหรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์
ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศ
ของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ
หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุน เพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อ
บริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงาน
ลงนามผู้กําหนดขอบเขตของงาน
(นางสาวสุนิสา แพรภัทรประสิทธิ์) (นางสาวพรทิพย์ ตันประเสริฐ)
ประธานกรรมการ
กรรมการ
ณ
(นายติณณภพ เตียวเจริญกิจ)
กรรมการ
(นายธีณภัทร เคนโยธา)
กรรมการ
ส
(นายนิติ พงศ์สุขเสถียร)
กรรมการและเลขานุการ
- ๔ -
ใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๓.๑๒.๔ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ ตามข้อ ๓.๑๒.๒ และข้อ ๓.๑๒.๓ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทย กําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าเอกสาร แล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบต่างประเทศว่าด้วยการรับรอง เอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติมกําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอ
มิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วน
ตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
๓.๑๒.๕ กรณีตามข้อ ๓.๑๒.๑ - ๓.๑๒.๔ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้
(๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
๓.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 29110 ว่าด้วยการรับรองคุณภาพ การบริหารงานหรือผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ หรือได้รับมาตรฐาน CMMI ระดับที่ ๓ ขึ้นไป โดยมีหนังสือรับรอง มาตรฐานที่ยังไม่หมดอายุ
๓.๑๔ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีทีมปฏิบัติงานโดยประกอบไปด้วยอย่างน้อย ดังนี้
๓.๑๔.๑ ผู้จัดการโครงการ (Project Manager) วุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาโท ต้องมีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย ๕ ปี
๓.๑๔.๒ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Science) วุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาโท ต้องมีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย ๕ ปี
๓.๑๔.๓ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมข้อมูล (Data Engineer) วุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาโท ต้องมีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย ๕ ปี
๓.๑๔.๔ ผู้เชี่ยวชาญด้านกระบวนการ (Business Analyst) วุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาโท ต้องมีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย ๒ ปี
๓.๑๔.๕ นักวิเคราะห์และออกแบบระบบ (System Analyst) วุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาตรี ต้องมีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย ๕ ปี
๓.๑๔.๖ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Specialist) วุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาตรี ต้องมีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย ๒ ปี
ลงนามผู้กําหนดขอบเขตของงาน
(นางสาวสุนิสา แพรภัทรประสิทธิ์)
(นางสาวพรทิพย์ ตันประเสริฐ)
Mcda
(นายติณณภพ เตียวเจริญกิจ)
(นายธีณภัทร เคนโยธา)
ประธานกรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
(นายนิติ พงศ์สุขเสถียร)
กรรมการและเลขานุการ - & -
๓.๑๔.๗ ผู้บริหารจัดการฐานข้อมูล (Database Administrator) วุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับ ปริญญาตรี ต้องมีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย ๒ ปี
๓.๑๔.๘ นักพัฒนาโปรแกรมประยุกต์ (Application Developer) วุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับ ปริญญาตรี ต้องมีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย ๒ ปี
๓.๑๔.๙ นักออกแบบกราฟิก (Graphic Designer) วุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาตรี ต้องมีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย ๒ ปี
๓.๑๔.๑๐ นักทดสอบระบบ (Software Tester) วุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาตรี ต้องมีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย ๒ ปี
๔. ขอบเขตการดําเนินงาน
ผู้รับจ้างต้องพัฒนาระบบสารสนเทศให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การใช้งานของผู้ว่าจ้าง และสอดคล้องกับแนวคิดและกระบวนการออกแบบการใช้งานและอินเทอร์เฟซของผู้ใช้งาน (User
มีความสวยงาม
Experience / User Interface : UX/UI) โดยมีการวางโครงสร้างระบบการใช้งานไม่ซับซ้อน ทันสมัย และมีองค์ประกอบที่ชัดเจน ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงได้ง่าย รวมถึง สามารถนําไปพัฒนาต่อยอดในระยะ ต่อไปได้ ทั้งนี้ มีรายละเอียดของขอบเขตการดําเนินงาน อย่างน้อยดังนี้
๔.๑ ศึกษา เก็บรวบรวมความต้องการ (System Requirement) ขั้นตอน และกระบวนการทํางาน ที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้ร่วมในการวิเคราะห์และออกแบบระบบได้อย่างครบถ้วนถูกต้อง พร้อมทั้งสรุปเป็นเอกสาร ข้อกําหนดความต้องการระบบสารสนเทศ ซึ่งประกอบด้วย ๑) ระบบจัดการความรู้ (Knowledge Management System) ๒) ระบบจัดการห้องสมุดกายภาพ และระบบห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ (E-Library) และ ๓) ระบบบริหารจัดการการเรียนรู้ (E-Learning) โดยจัดทําในรูปแบบรายงานเริ่มต้นของโครงการ (Inception Report) ซึ่งต้องระบุ ขอบเขต วิธีการทํางาน แผน สิ่งของที่จําเป็น และรายละเอียดอื่น ๆ
บ
ๆ
๔.๒ ออกแบบระบบสารสนเทศ หรือโครงร่างของเว็บไซต์ (Wireframe) หรือแบบจําลองของระบบ สารสนเทศ (Mock up) ที่อย่างน้อยต้องมีความสอดคล้องกับข้อมูลที่ได้ศึกษาตามข้อ ๔.๑ ทั้งนี้ ตัวอย่างระบบ สารสนเทศต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้าง
๔.๓ พัฒนาระบบสารสนเทศให้มีความสวยงาม ใช้งานง่ายเหมาะสมกับพฤติกรรมและความต้องการ ของผู้ใช้งาน รวมถึงมีมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยที่รองรับกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยมีรายละเอียด ดังนี้
๔.๓.๑ สถาปัตยกรรมของระบบสารสนเทศ (System Architecture) ต้องได้รับการพัฒนาภายใต้ สถาปัตยกรรมเดียวกัน (Single Platform Architecture) โดยทํางานอยู่บนฐานข้อมูลผู้ใช้งานเดียวกัน (Unified Database) และสามารถบริหารจัดการสิทธิ์การใช้งานได้จากจุดเดียว (Centralized Management)
เพื่อลดความซ้ําซ้อนของข้อมูลและสะดวกต่อการดูแลรักษา
๔.๓.๒ ให้มีลักษณะเป็น Web Content Management System (WCMS) ที่สามารถบริหารจัดการ เพิ่ม ลบ และแก้ไขเนื้อหาของเว็บไซต์ได้
ลงนามผูกําหนดขอบเขตของงาน
(นางสาวสุนิสา แพรภัทรประสิทธิ์)
(นางสาวพรทิพย์ ตันประเสริฐ)
จ
(นายติณณภพ เตียวเจริญกิจ)
(นายธีณภัทร เคนโยธา)
ประธานกรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
(นายนิติ พงศ์สุขเสถียร)
กรรมการและเลขานุการ