จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างโครงการระบบประมวลผลข้อมูลที่ใช้ประกอบการพิจารณามาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI)

กรมการค้าต่างประเทศ 69029090988
฿7,877,700 ปีงบ 2569 ประกาศ 24 มี.ค. 2569 นนทบุรี
รายละเอียดการจ้าง

กรมการค้าต่างประเทศ โดยกองปกป้องและตอบโต้ทางการค้า ดำเนินโครงการพัฒนาระบบสารสนเทศขั้นสูงโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสนับสนุนกระบวนการไต่สวนและทบทวนมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (Anti-Dumping Measures) โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดระยะเวลาในการวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบสอบถามของผู้มีส่วนได้เสีย (ผู้ส่งออกต่างประเทศ) ซึ่งมีปริมาณมากและซับซ้อน โดยเฉพาะข้อมูลธุรกรรมการขายรายใบแจ้งหนี้

ขอบเขตงานหลักประกอบด้วยการพัฒนา “ระบบประมวลผลข้อมูลที่ใช้ประกอบการพิจารณามาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI)” ตามข้อกำหนดทางเทคนิคโดยละเอียดในภาคผนวก ก. ระบบจะต้องมีความสามารถในการจัดการข้อมูลสินค้าและ Case ID, ตรวจสอบความครบถ้วนและสอดคล้องของข้อมูลแบบสอบถาม, วิเคราะห์พฤติกรรมการค้า, ตรวจสอบต้นทุนและค่าใช้จ่าย, คำนวณมูลค่าปกติ (Normal Value) และราคาส่งออก (Export Price) อย่างอัตโนมัติตามหลักเกณฑ์ของ พ.ร.บ. การตอบโต้การทุ่มตลาด และสุดท้ายคำนวณส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด (Dumping Margin) นอกจากนี้ งานยังรวมถึงการจัดหาและติดตั้งครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ตามภาคผนวก ข. การติดตั้งและทดสอบระบบบนคลาวด์สาธารณะ (Public Cloud) ตามข้อกำหนดในภาคผนวก ค. การจัดฝึกอบรมผู้ใช้งานและผู้ดูแลระบบ และการจัดทำคู่มือการใช้งานในรูปแบบต่างๆ

โครงการนี้คาดว่าจะช่วยลดความผิดพลาดจากมนุษย์ (Human Error) เร่งกระบวนการไต่สวน และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ ส่งผลให้สามารถใช้มาตรการคุ้มครองผู้ผลิตไทยได้อย่างทันท่วงที

English summary

The Department of Foreign Trade, specifically the Trade Defense and Remedies Division, is launching a project to develop an advanced information system powered by Artificial Intelligence (AI) to support the investigation and review processes of Anti-Dumping Measures. The project aims to enhance efficiency and reduce the time required to analyze vast and complex data from questionnaires submitted by stakeholders (foreign exporters), particularly detailed sales transaction data.

The core scope of work involves developing an “AI-powered data processing system for anti-dumping measure consideration” as per the detailed technical specifications in Appendix A. The system must be capable of managing product and case data, automatically verifying the completeness and consistency of questionnaire responses, conducting in-depth trade behavior analysis, verifying costs and expenses, automatically calculating Normal Value and Export Price according to the Anti-Dumping Act, and finally computing the Dumping Margin. Additionally, the project includes the procurement and installation of computer hardware and equipment as per Appendix B, deployment and testing of the system on a public cloud infrastructure meeting the requirements in Appendix C, user and administrator training, and the creation of various user manuals.

This project is expected to minimize human error, expedite investigation procedures, and improve officer productivity, thereby enabling timely implementation of trade remedies to protect Thai domestic industries.

สถานที่ดำเนินการ

563 ถนนนนทบุรี ตำบลบางกระสอ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี (ที่ตั้งกรมการค้าต่างประเทศ)

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพิ่มประสิทธิภาพในการวิเคราะห์ข้อมูลการทุ่มตลาด ให้สามารถตรวจสอบความครบถ้วนถูกต้อง สอดคล้องของข้อมูล จัดการข้อมูลที่มีปริมาณมาก กลั่นกรองข้อมูลให้ตรงตามความต้องการใช้ และคำนวณอัตราอากรตอบโต้การทุ่มตลาดได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว
  • ลดระยะเวลาจัดทำผลการไต่สวน/ทบทวน ได้อย่างทันท่วงที ให้ทันสถานการณ์ด้วยระบบจัดการและประมวลผลข้อมูลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI)
  • เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ ลดความผิดพลาดที่เกิดจากคน (Human error)

ขอบเขตของงาน

  • จัดทำแผนดำเนินโครงการ (Project Planning) และจัดประชุมชี้แจงภายใน 15 วันหลังลงนามสัญญา
  • ศึกษาวิธีการคำนวณส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดตาม พ.ร.บ. การตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ.2542 และที่แก้ไข
  • พัฒนาระบบประมวลผลข้อมูลที่ใช้ประกอบการพิจารณามาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ตามข้อกำหนดในภาคผนวก ก.
  • จัดหาและติดตั้งคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ตามรายการในภาคผนวก ข.
  • ดำเนินงานทดสอบระบบที่พัฒนา
  • ติดตั้งระบบงานที่พัฒนาบน Cloud Service สำหรับการใช้งานจริง (Production Environment) ตามข้อกำหนดในภาคผนวก ค.
  • จัดอบรมการใช้งานระบบให้เจ้าหน้าที่กรมการค้าต่างประเทศ แยกเป็น 2 หลักสูตร: หลักสูตรผู้ปฏิบัติงาน (ไม่น้อยกว่า 40 คน, 3 ชม.) และหลักสูตรผู้ดูแลระบบ (ไม่น้อยกว่า 5 คน, 1 ชม.)
  • จัดทำคู่มือการใช้งานระบบในรูปแบบ E-Book และคลิปวิดีโอ สำหรับผู้ปฏิบัติงานและผู้ดูแลระบบ
  • จัดทำเอกสารคู่มือการปฏิบัติงาน (ฉบับย่อ) ในรูปแบบ Infographic
  • จัดประชุมรายงานผลการดำเนินงานต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง พร้อมจัดทำรายงานการประชุม
  • ออกแบบและพัฒนาระบบให้อ้างอิงมาตรฐานความปลอดภัยที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ PDPA, Cybersecurity Act, มาตรการรักษาความปลอดภัยเว็บไซต์ และแนวทาง Generative AI Governance
  • ตรวจสอบช่องโหว่ความปลอดภัยของระบบก่อนขึ้นใช้งานจริง

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • แผนดำเนินโครงการ (Project Plan) พร้อมรายชื่อทีมงานและรายละเอียด
  • ข้อตกลงว่าด้วยการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับของทีมงานผู้รับจ้าง
  • เอกสารผลการวิเคราะห์และออกแบบระบบ (Software Requirement Specification) เช่น Workflow, Context Diagram, Use Case, ER-Diagram, Data Dictionary, Function Specification
  • ระบบต้นแบบ (Prototype)
  • รายงานชุดทดสอบและผลการทดสอบระบบ (Test Case, Test Procedure, User Acceptance Test Report)
  • เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่างๆ ตามภาคผนวก ข. ที่ติดตั้งและพร้อมใช้งาน
  • ระบบงานที่พัฒนาสมบูรณ์และติดตั้งบนคลาวด์สำหรับใช้งานจริง
  • รายงานการฝึกอบรมผู้ใช้งานและผู้ดูแลระบบ
  • คู่มือการใช้งานระบบ (E-Book, คลิปวิดีโอ) และคู่มือปฏิบัติงานฉบับย่อ (Infographic)
  • เอกสารและ Source Code ของระบบงานทั้งหมดฉบับสมบูรณ์ (ในรูปแบบไฟล์ Word, PDF, และไฟล์ที่แก้ไขได้)
  • แผนการบำรุงรักษาระบบงาน คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ ตลอดระยะเวลารับประกัน 2 ปี
  • รายงานการตรวจสอบช่องโหว่ความปลอดภัย (Vulnerability Assessment Report)
  • เอกสาร System Document และ Source Code เวอร์ชันล่าสุด เมื่อใกล้สิ้นสุดระยะเวลารับประกัน

ระยะเวลาดำเนินการ

ระยะเวลาดำเนินการทั้งหมด 365 วัน (1 ปี) นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา โดยมีการส่งมอบงานแบ่งเป็น 4 งวด:

  • งวดที่ 1 (15%): ภายใน 15 วัน หลังลงนาม (ส่งมอบแผนดำเนินโครงการ)
  • งวดที่ 2 (30%): ภายใน 120 วัน หลังลงนาม (ส่งมอบรายงานการวิเคราะห์เบื้องต้นและติดตั้งอุปกรณ์)
  • งวดที่ 3 (35%): ภายใน 270 วัน หลังลงนาม (ส่งมอบเอกสารออกแบบระบบฉบับสมบูรณ์และผลการทดสอบ)
  • งวดที่ 4 (20%): ภายใน 365 วัน หลังลงนาม (ส่งมอบระบบสมบูรณ์, การอบรม, คู่มือ, Source Code)

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • ต้องเป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    • กรณีเป็นกิจการร่วมค้า ต้องมีข้อกำหนดสัดส่วนการเข้าร่วมและความรับผิดชอบที่ชัดเจน
  • Standards Compliance: ไม่ได้ระบุ ISO ที่ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีโดยตรง แต่ระบบที่พัฒนาต้องอ้างอิงมาตรฐาน PDPA, Cybersecurity Act, ISO/IEC 27001 (ของผู้ให้บริการคลาวด์) เป็นต้น
  • Experience:
    • ต้องมีผลงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ ไม่น้อยกว่า 2,000,000 บาท ต่อหนึ่งสัญญา และเป็นสัญญาที่ดำเนินการแล้วเสร็จภายในระยะเวลา 5 ปี นับถึงวันยื่นข้อเสนอ
  • Previous Project Cost: ผลงานที่ผ่านมาต้องมีมูลค่าสัญญาอย่างน้อย 2,000,000 บาท ต่อสัญญา
  • Technical Capabilities: ต้องเสนอระบบที่ตรงหรือดีกว่าข้อกำหนดทางเทคนิคในภาคผนวก ก, ข และ ค (รวมถึงการเลือกใช้ Public Cloud Provider ที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด)
  • Personnel: ต้องจัดให้มีทีมงานผู้ปฏิบัติงานอย่างน้อย 7 คน มีคุณสมบัติดังนี้
    1. ผู้จัดการโครงการ (Project Manager): 1 คน, ปริญญาโทขึ้นไป, ประสบการณ์บริหารโครงการ IT ไม่น้อยกว่า 5 ปี
    2. ผู้เชี่ยวชาญระบบฐานข้อมูล (IT Database Management): 1 คน, ปริญญาตรีขึ้นไป, ประสบการณ์พัฒนาระบบฐานข้อมูลไม่น้อยกว่า 3 ปี
    3. นักจัดการและออกแบบระบบรักษาความปลอดภัย (IT Security): 1 คน, ปริญญาตรีขึ้นไป, ประสบการณ์ด้าน Security ไม่น้อยกว่า 3 ปี
    4. นักวิเคราะห์และออกแบบระบบ (System Analyst): 1 คน, ปริญญาตรีขึ้นไป, ประสบการณ์วิเคราะห์และออกแบบระบบไม่น้อยกว่า 3 ปี
    5. นักพัฒนาระบบ (Programmer): 1 คน, ปริญญาตรีขึ้นไป, ประสบการณ์พัฒนาระบบไม่น้อยกว่า 3 ปี
    6. นักทดสอบระบบ (Software Tester): 1 คน, ปริญญาตรีขึ้นไป, ประสบการณ์ทดสอบระบบไม่น้อยกว่า 3 ปี
    7. บุคลากรสนับสนุน (Project Coordinator): 1 คน, ปริญญาตรีขึ้นไป, ประสบการณ์ประสานงานโครงการไม่น้อยกว่า 1 ปี
      หมายเหตุ: บุคคลตามข้อ 1 และ 2 ต้องไม่ใช่บุคคลเดียวกัน

เกณฑ์การพิจารณา

การพิจารณาใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น (ตาม ม.65(6) แห่ง พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ) โดยมีน้ำหนักคะแนนดังนี้:

  1. ราคาที่เสนอ (30%)
  2. ข้อเสนอด้านเทคนิคหรืออื่นๆ (70%) แบ่งเป็น:
    • ผลงานและประสบการณ์ (10 คะแนน): ประเมินจากผลงานด้าน AI และ IT ที่มีต่อหน่วยงานรัฐใน 5 ปีที่ผ่านมา
    • แนวทางและวิธีการดำเนินโครงการ (10 คะแนน): แผนดำเนินงาน/บริหารโครงการ (5 คะแนน) และแผนบำรุงรักษาหลังรับประกัน (5 คะแนน)
    • ข้อเสนอด้านเทคนิค (80 คะแนน):
      • ระบบตามภาคผนวก ก. (70 คะแนน):
        • ความเข้าใจในกระบวนงานตามวัตถุประสงค์โครงการ (20 คะแนน)
        • แนวทางในการจัดทำและพัฒนาระบบ (20 คะแนน)
        • เทคโนโลยีที่จะนำมาใช้ (20 คะแนน)
        • ตัวอย่างระบบที่จะนำมาใช้ (10 คะแนน)
      • เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ตามภาคผนวก ข. (10 คะแนน): ประเมินจากคุณลักษณะที่เสนอเทียบกับข้อกำหนด

ผู้ชนะการเสนอราคาคือผู้ที่ผ่านคุณสมบัติ ยื่นข้อเสนอครบถ้วน และมีคะแนนรวมสูงสุด และต้องเข้านำเสนอข้อเสนอด้านเทคนิคตามที่กรมฯ กำหนด

ข้อกำหนดทางเทคนิค

ระบบเป็น Web Application แบบ Responsive ที่พัฒนาด้วย AI สำหรับคำนวณส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด (Dumping Margin) ตาม พ.ร.บ. หลักเกณฑ์ต้องครอบคลุมฟังก์ชันหลักดังนี้:

  1. การจัดการข้อมูลและตรวจสอบ: บริหารข้อมูลสินค้า, Case ID, คำตอบแบบสอบถามจากผู้ส่งออก (Annex I-VIII) ตรวจสอบความครบถ้วน ถูกต้อง สอดคล้องของข้อมูลด้วย AI และ Auto-validation
  2. การวิเคราะห์และตรวจสอบต้นทุน: ตรวจสอบต้นทุนการผลิต (COM), ค่าใช้จ่าย (SG&A), การปันส่วนต้นทุน, การกระทบยอดกับงบการเงิน และวิเคราะห์การขายต่ำกว่าทุน
  3. การคำนวณมูลค่าปกติ (Normal Value): คำนวณจากข้อมูลขายในประเทศ (Annex II) โดยคำนึงถึง 5% Sufficiency Test, การขายให้บริษัทในเครือ, การขายต่ำกว่าทุน และการสร้างมูลค่าปกติใหม่ (Constructed Normal Value)
  4. การคำนวณราคาส่งออก (Export Price): คำนวณจากข้อมูลขายส่งออกมาไทย (Annex IV) ปรับค่าใช้จ่าย (Allowances) และปรับเทอมการขายเป็น CIF
  5. การคำนวณส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด (Dumping Margin): เปรียบเทียบมูลค่าปกติและราคาส่งออก ณ หน้าโรงงาน เป็นรายรหัสสินค้า และคำนวณถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักเพื่อหาอัตราการทุ่มตลาด (% ของราคา CIF)
  6. การใช้งาน AI: สำหรับตรวจสอบการแบ่งประเภทสินค้า, เชื่อมโยงรหัสสินค้า, แนะนำการปันส่วนต้นทุน, ให้คำแนะนำการคำนวณมูลค่าปกติและราคาส่งออก
  7. ความปลอดภัยและมาตรฐาน: ออกแบบตาม PDPA, Cybersecurity Act, OWASP Top 10, มาตรฐานความปลอดภัยของระบบคลาวด์ (ISO/IEC 27001, 27701)
  8. โครงสร้างพื้นฐาน: ระบบต้องติดตั้งและทำงานบน Public Cloud Service ที่มีคุณสมบัติตามภาคผนวก ค. (เช่น มี Data Center ในไทย ≥3 แห่ง, ได้มาตรฐาน ISO, มี SLA ≥99.9%) พร้อมเครื่องแม่ข่ายเสมือน (Cloud Server) ตามข้อกำหนด

เงื่อนไขสัญญา

  • การชำระเงิน: แบ่งเป็น 4 งวด ตามการส่งมอบงานและตรวจรับ
    • งวดที่ 1: 15% เมื่อส่งมอบแผนดำเนินโครงการ (ภายใน 15 วัน)
    • งวดที่ 2: 30% เมื่อส่งมอบรายงานการวิเคราะห์เบื้องต้นและติดตั้งอุปกรณ์ (ภายใน 120 วัน)
    • งวดที่ 3: 35% เมื่อส่งมอบเอกสารออกแบบระบบฉบับสมบูรณ์และผลการทดสอบ (ภายใน 270 วัน)
    • งวดที่ 4: 20% เมื่อส่งมอบระบบสมบูรณ์ อบรม จัดทำคู่มือ และส่งมอบ Source Code (ภายใน 365 วัน)
  • ค่าปรับการส่งมอบล่าช้า: คิดในอัตราร้อยละ 0.05 ของมูลค่าสัญญาต่อวัน
  • ระยะเวลารับประกัน: รับประกันการบำรุงรักษา ซ่อมแซม ระบบงาน ครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ทั้งหมด เป็นลักษณะ On-site Service เป็นเวลา 2 ปี นับจากวันตรวจรับงานงวดสุดท้าย
  • Service Level Agreement (SLA) ในระยะรับประกัน:
    • ระดับ 1 (ปัญหารุนแรง, ระบบไม่สามารถใช้งานได้): ตอบสนองภายใน 1 ชั่วโมง และแก้ไขปัญหา ณ จุดรับติดต่อ
    • ระดับ 2 (ปัญหาทั่วไป, ระบบยังใช้งานได้): ตอบสนองภายใน 3 ชั่วโมง และแจ้งผลการแก้ไขภายใน 24 ชั่วโมง
  • บริการหลังการขาย:
    • จัดให้มีเจ้าหน้าที่ Help Desk ประจำที่กรมฯ สัปดาห์ละ 1 วัน เป็นเวลา 1 ปี
    • จัดให้มีบุคลากรสนับสนุนให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เป็นเวลา 2 ปี
    • จัดประชุมนำเสนอผลการดำเนินงานช่วงรับประกันอย่างน้อยไตรมาสละ 1 ครั้ง
  • ลิขสิทธิ์และกรรมสิทธิ์: ลิขสิทธิ์ในระบบงานทั้งหมด Source Code และเอกสารคู่มือ ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของกรมการค้าต่างประเทศทันทีที่ส่งมอบงาน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: ระบบนี้จะช่วยลดระยะเวลาไต่สวนได้อย่างไร?
    A: ระบบใช้ AI และกระบวนการอัตโนมัติในการตรวจสอบความครบถ้วนและสอดคล้องของข้อมูลจากแบบสอบถามจำนวนมาก ซึ่งเดิมใช้เวลามนุษย์ตรวจสอบนาน ลดขั้นตอนการคำนวณซ้ำซ้อน และสร้างรายงานอัตโนมัติ ทำให้กระบวนการไต่สวนเร็วขึ้น

  • Q: ระบบต้องเชื่อมต่อกับระบบเดิมของกรมการค้าต่างประเทศใดบ้าง?
    A: ระบบต้องสามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบ e-TR (https://etr.dft.go.th) เพื่อดึงข้อมูล Case ID, ข้อมูลเจ้าหน้าที่, กลุ่ม/ตำแหน่ง, และคำตอบแบบสอบถามของผู้ส่งออกได้

  • Q: AI ในระบบนี้มีบทบาทเฉพาะด้านใดบ้าง?
    A: AI มีบทบาทสำคัญหลายด้าน เช่น ตรวจสอบและเชื่อมโยงการแบ่งประเภทรหัสสินค้าอัตโนมัติ, วิเคราะห์และแนะนำหลักเกณฑ์การปันส่วนต้นทุนที่เหมาะสม, ให้คำแนะนำในการเลือกวิธีการคำนวณมูลค่าปกติและราคาส่งออก และช่วยตรวจจับความไม่สอดคล้องของข้อมูล

  • Q: ระบบต้องรองรับการคำนวณกรณีพิเศษใดบ้าง?
    A: ระบบต้องรองรับกรณีพิเศษหลายสถานการณ์ เช่น การคำนวณมูลค่าปกติใหม่ (Constructed Normal Value) เมื่อขายต่ำกว่าทุน 100%, การใช้ข้อมูลข้อเท็จจริงเท่าที่มีอยู่ (BIA) สำหรับผู้ส่งออกที่ไม่ให้ความร่วมมือ, การปรับเทอมการขาย (FOB, C&F) เป็น CIF, และการจัดการข้อมูลผู้ส่งออกที่ไม่ได้ผลิตในช่วงระยะเวลาไต่สวน (IP)

  • Q: ข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของระบบมีอะไรบ้าง?
    A: ระบบต้องออกแบบตาม PDPA, พ.ร.บ. Cybersecurity, มาตรฐาน OWASP Top 10 2021, แบ่งสภาพแวดล้อม Development/Test/Production แยกจากกัน, ต้องมีการตรวจสอบช่องโหว่ (Vulnerability Assessment) และใช้โปรโตคอลการเข้ารหัสเช่น HTTPS/SSL

  • Q: ทำไมต้องใช้ Public Cloud และมีข้อกำหนดอย่างไร?
    A: การใช้ Public Cloud ช่วยในด้านความยืดหยุ่น ความพร้อมใช้งานสูง (High Availability) และลดภาการจัดการโครงสร้างพื้นฐานของกรม ข้อกำหนดคลาวด์ที่เคร่งครัดรวมถึงต้องมี Data Center ในไทยอย่างน้อย 3 แห่ง, ได้รับมาตรฐาน ISO/IEC 20000-1, 27001, 27701, มี SLA ไม่ต่ำกว่า 99.9% และรองรับการสำรองข้อมูลอัตโนมัติ

  • Q: ระยะเวลารับประกัน 2 ปี ครอบคลุมบริการอะไรบ้าง?
    A: ครอบคลุมการบำรุงรักษา ซ่อมแซม แก้ไขข้อขัดข้องของทั้งระบบซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ที่จัดหาในโครงการ แบบ On-site Service พร้อมให้บริการ Help Desk และสนับสนุนตลอด 24 ชม. ตาม SLA ที่กำหนด

  • Q: ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมเอกสารส่งมอบในรูปแบบใดบ้าง?
    A: ต้องจัดเตรียมอย่างน้อย 3 ชุด (ทั้งฉบับพิมพ์และไฟล์ดิจิทัล) โดยไฟล์ดิจิทัลต้องอยู่ในรูปแบบที่แก้ไขได้ (เช่น .docx), PDF และบันทึกลง Flash Drive หรือ External HD

  • Q: ระบบต้องรองรับการทำงานกับข้อมูลภาษาต่างประเทศใดบ้าง?
    A: ระบบต้องแสดงเมนูและหัวข้อเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ และรองรับการบันทึกคำอธิบายสินค้าเป็นทั้งสองภาษา

  • Q: หากระหว่างการรับประกัน มีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ใครเป็นผู้รับผิดชอบปรับปรุงระบบ?
    A: ตามข้อกำหนดในสัญญา ผู้รับจ้างต้องปรับปรุงแก้ไขระบบตามรูปแบบการทำงานที่อาจเปลี่ยนแปลงไปตามข้อกฎหมายหรือข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ตลอดระยะเวลาการรับประกัน 2 ปี โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่ม

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

โครงการระบบประมวลผลข้อมูลที่ใช้ประกอบการพิจารณามาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด
๑. หลักการและเหตุผล
ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI)
กองปกป้องและตอบโต้ทางการค้า กรมการค้าต่างประเทศ มีหน้าที่ดําเนินการไต่สวนมาตรการเยียวยา ทางการค้า ซึ่งเป็นมาตรการที่ช่วยปกป้องผู้ผลิตในประเทศที่ได้รับความเสียหายจากการค้าที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งประกอบไปด้วยมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (Anti-Dumping Measure :AD) จากการแข่งขันทางด้านราคา ที่ไม่เป็นธรรม มาตรการตอบโต้การอุดหนุน (Countervailing Duty :CVD) จากการได้รับการอุดหนุนโดยรัฐบาล ของประเทศผู้ส่งออก และมาตรการปกป้องจากการนําเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้น (Safeguard measure :SG) จากการมีปริมาณ การนําเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ โดยมีภารกิจสําคัญในการให้คําแนะนําแก่ภาคอุตสาหกรรมภายใน และภาคเอกชนต่างๆ ในการยื่นคําขอใช้มาตรการและรวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทําผลการไต่สวนเสนอ ต่อคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง เพื่อกําหนดใช้มาตรการเยียวยาทางการค้าคุ้มครองผู้ผลิตในประเทศ ด้วยการเรียกเก็บ
อากรเพิ่มเติมจากอากรขาเข้าเพื่อเยียวยาความเสียหายให้แก่ผู้ผลิตไทย
ในกระบวนการไต่สวน โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด ผู้มีส่วนได้เสียซึ่งประกอบด้วย อุตสาหกรรมภายใน ผู้ส่งออกต่างประเทศ ผู้นําเข้า จะต้องตอบแบบสอบถามเพื่อให้ข้อมูลแก่กรมการค้าต่างประเทศ ในการพิจารณาดําเนินการเพื่อไต่สวนหรือทบทวนเพื่อต่ออายุการใช้มาตรการ ซึ่งข้อมูลที่ผู้มีส่วนได้เสียแต่ละรายให้ มีปริมาณที่มากและมีความซับซ้อน เนื่องจากต้องให้ข้อมูลธุรกรรมการขายเป็นรายใบแจ้งหนี้ในช่วงระยะเวลา การไต่สวน ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาในการตรวจสอบความครบถ้วนถูกต้อง และกลั่นกรองข้อมูลเพื่อใช้สําหรับ
การคํานวณอัตราอากรตอบโต้การทุ่มตลาด
การพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) ให้มีความสามารถในการกลั่นกรองข้อมูลให้มีความครบถ้วนถูกต้องน่าเชื่อถือ เพื่อนําไปใช้ประมวลผลและคํานวณข้อมูลสําหรับประกอบการพิจารณาตอบโต้การทุ่มตลาด จะสามารถสรุปข้อมูล ที่จําเป็นต้องใช้ในการคํานวณอัตราตอบโต้การทุ่มตลาดอย่างละเอียดได้อย่างรวดเร็ว ลดภาระงานและลดขั้นตอน ที่ต้องใช้เวลา เพิ่มประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่ได้เป็นอย่างมาก ลดเวลาในการดําเนินการไต่สวนหรือทบทวน
เพื่อใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด เพื่อให้สามารถใช้มาตรการเพื่อเยียวยาและคุ้มครองผู้ประกอบการไทย
ได้ทันต่อสถานการณ์
๒. วัตถุประสงค์
๒.๑. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการวิเคราะห์ข้อมูลการทุ่มตลาด ให้สามารถตรวจสอบความครบถ้วนถูกต้อง สอดคล้องของข้อมูล จัดการข้อมูลที่มีปริมาณมาก กลั่นกรองข้อมูลให้ตรงตามความต้องการใช้ และคํานวณอัตรา อากรตอบโต้การทุ่มตลาดได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด
๒.๒. ลดระยะเวลาจัดทําผลการไต่สวน/ทบทวน ได้อย่างทันท่วงที ให้ทันสถานการณ์ด้วยระบบจัดการ และประมวลผลข้อมูลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI)
๒.๓. เพิ่มประสิทธิภาพการทํางานของเจ้าหน้าที่ ลดความผิดพลาดที่เกิดจากคน (Human error)




-๒-
๓. คุณสมบัติผู้ยื่นข้อเสนอ
๓.๑. มีความสามารถตามกฎหมาย ๓.๒. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๓.๓. ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๓.๔. ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรี
ว่าการกระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๓.๕. ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน
ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ
กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๓.๖. มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหาร
พัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
๓.๗. เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
๓.๔. ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่กรมฯ ณ วันประกาศ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๓.๔. ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๓.๑๐.
ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
๓.๑๐.๑. การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญา ของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
๓.๑๐.๒. กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลักกิจการร่วมค้า นั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้า ทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
๓.๑๐.๓. การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่น
ข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
ในนามกิจการร่วมค้า
995


กะ
&
-60-
(๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้า ที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ (๑) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจําหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๑. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement: e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๓.๑๒. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศซึ่งได้จดทะเบียน เกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏ ในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่หน่วยงาน ของรัฐกําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่น ข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนา ธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้น ยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้

(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะ การเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอ จะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอไม่ต่ํากว่า 6 ล้านบาท
(๓) สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอ เป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการ ที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ
รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
(๔) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอ ที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
(๔.๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดา ที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจ
ค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย
แจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๔.๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดา ที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณ

กร
๕.
ษฎาบ
ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุน และประกอบธุรกิจ
หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์
ค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย แจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบ กิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น
ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อ ที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้ แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๕) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดา ที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔.๒ มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคา ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
ทั้งนี้ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ
แล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศ ว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่น ข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอ
รายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
(๖) กรณีตาม ข้อ (๑) - ข้อ (๕) ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้
(๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และงาน จ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อน วันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
การจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(5.5) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น

  1. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดให้มีทีมงานผู้ปฏิบัติงานที่มีความรู้ ความชํานาญ และมีประสบการณ์ ด้านการพัฒนาระบบสารสนเทศ อย่างน้อยจํานวน ๗ คน โดยมีคุณสมบัติอย่างน้อย ดังนี้
    (๑) ผู้จัดการโครงการ (Project Manager) จํานวน ๑ คน สําเร็จการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาโท สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ หรือสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือสาขา บริหารธุรกิจ หรือสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และมีประสบการณ์ในการบริหารโครงการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
    …….
    by 675



    wys
    -&
    หรือด้านพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้ ไม่น้อยกว่า ๕ ปี นับถึงวันที่ ยื่นข้อเสนอและเสนอราคา
    (๒) ผู้เชี่ยวชาญระบบฐานข้อมูล (IT Database Management) จํานวน ๑ คน สําเร็จการศึกษา ไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาตรี สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ หรือสาขาเทคโนโลยี สารสนเทศ หรือสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และมีประสบการณ์ด้านการพัฒนาระบบฐานข้อมูล ไม่น้อยกว่า ๓ ปี นับถึง วันที่ยื่นข้อเสนอและเสนอราคา
    (๓) นักจัดการและออกแบบระบบรักษาความปลอดภัย (IT Security) จํานวน ๑ คน สําเร็จการศึกษา ไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาตรี สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ หรือสาขาเทคโนโลยี สารสนเทศ หรือสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และมีประสบการณ์ด้านการจัดการและออกแบบระบบรักษาความปลอดภัย ไม่น้อยกว่า ๓ ปี นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอและเสนอราคา
    (๔) นักวิเคราะห์และออกแบบระบบ (System Analyst) จํานวน ๑ คน สําเร็จการศึกษา ไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาตรี สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ หรือสาขาเทคโนโลยี สารสนเทศ หรือสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และมีประสบการณ์ด้านการวิเคราะห์และออกแบบระบบ ไม่น้อยกว่า ๓ ปี นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอและเสนอราคา
    (๕) นักพัฒนาระบบ (Programmer) จํานวน ๑ คน สําเร็จการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาตรี สาขา วิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ หรือสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และมีประสบการณ์ด้านการพัฒนาระบบ ไม่น้อยกว่า ๓ ปี นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอและเสนอราคา
    (๖) นักทดสอบระบบ (Software Tester) จํานวน ๑ คน สําเร็จการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาตรี สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ หรือสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และมีประสบการณ์ด้านการทดสอบระบบ ไม่น้อยกว่า ๓ ปี นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอและเสนอราคา
    (๗) บุคลากรสนับสนุน (ผู้ประสานงานโครงการ Project Coordinator) จํานวน ๑ คน สําเร็จการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาตรี และมีประสบการณ์ด้านการประสานงานโครงการ ไม่น้อยกว่า ๑ ปี นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอและเสนอราคา
    ทั้งนี้ บุคลากรตามข้อ (๑) (๒) ต้องมิใช่บุคคลเดียวกัน โดยแนบเอกสาร ดังนี้
    ๑) ประวัติการทํางาน พร้อมเอกสารรับรองประสบการณ์การทํางาน
    ๒) หลักฐานการศึกษา
    ๓) สําเนาบัตรประจําตัวประชาชน
    ๔) หนังสือตกลงเข้าร่วมโครงการในวันที่ยื่นข้อเสนอและเสนอราคา
    ๓.๑๔. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือปัญญาประดิษฐ์ซึ่งเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญา โดยตรงกับหน่วยงานของรัฐไม่น้อยกว่า ๒,000,000 บาท (สองล้านบาทถ้วน) ต่อหนึ่งสัญญา และเป็นสัญญา ที่ดําเนินการแล้วเสร็จภายในระยะเวลา ๕ ปี นับถึงวันยื่นข้อเสนอพร้อมทั้งแนบสําเนาหนังสือรับรองผลงาน ซึ่งเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ


    96844
    กล
    หน
    -b-
    ๔. เงื่อนไขการยื่นข้อเสนอ
    ๔.๑. ข้อเสนอด้านคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
    ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องจัดทําเอกสารและยื่นเอกสารตามข้อ ๓.
    ๔.๒. ข้อเสนอด้านเทคนิค
    ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องจัดทําเอกสารและยื่นเอกสาร ดังนี้
    แผนงาน กระบวนการ และขั้นตอนการดําเนินการจัดทําโครงการระบบประมวลผลข้อมูล ที่ใช้ประกอบการพิจารณามาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI)
    ๔.๒.๒. แคตตาล็อกที่เสนอ ต้องแสดงรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะหรือคุณสมบัติของระบบงาน คอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่จัดซื้อในโครงการทุกรายการ
    ๔.๒.๓. ตารางเปรียบเทียบรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะหรือคุณสมบัติของแบบรูป หรือแคตตาล็อก แสดงรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะหรือคุณสมบัติของระบบงานคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่เสนอ ทั้งหมดกับรายการข้อกําหนดของกรมการค้าต่างประเทศที่กําหนดให้ชัดเจน โดยต้องระบุยี่ห้อ รุ่น ขนาด อย่างละเอียดชัดเจน เป็นรายข้อทุกข้อ และต้องอ้างอิงถึงรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะหรือคุณสมบัติของ ผลิตภัณฑ์จากเอกสารแคตตาล็อกที่แนบไว้ และต้องแสดงหมายเลขหรือหัวข้อของรายละเอียดดังกล่าวอ้างถึง พร้อมกับแนบเอกสารหรือเว็บไซต์ที่มี หรือเป็นข้อมูลที่อ้างอิงในแคตตาล็อกให้เห็นอย่างชัดเจนตามช่องทาง ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องส่งเอกสารเปรียบเทียบ พร้อมเอกสารอ้างอิงทั้งหมด หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดไม่ดําเนินการตามนี้
    กรมการค้าต่างประเทศขอสงวนสิทธิ์ในการไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอนั้น
    ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติข้อกําหนดและรายละเอียดข้อเสนอโครงการ
    อ้างถึงข้อ ข้อกําหนด/อุปกรณ์ที่ ข้อกําหนด/อุปกรณ์ที่ เปรียบเทียบ เอกสารอ้างอิง
    ต้องการ
    นําเสนอ
    ระบุหัวข้อให้ตรงกับ คัดลอกคุณลักษณะเฉพาะที่ ระบุรายละเอียด หัวข้อที่ระบุใน กรมการค้าต่างประเทศ คุณลักษณะเฉพาะของ
    ขอบเขตของงาน กําหนด
    ผู้ยื่นข้อเสนอ
    ระบุตรงตาม ระบุหมายเลขหน้า ข้อกําหนด/ดีกว่า ของเอกสารอ้างอิง ข้อกําหนด ของผู้ยื่นข้อเสนอ
    ๔.๓. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นแคตตาล็อก หรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของระบบงานคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่เสนอทุกรายการ รวมทั้งเอกสารตามข้อ ๓. เพื่อประกอบการพิจารณา หลักฐาน ดังกล่าวกรมการค้าต่างประเทศจะเก็บไว้เป็นเอกสารของทางราชการ สําหรับเอกสารที่ยื่นมาหากเป็นสําเนา ภาพถ่าย จะต้องรับรองสําเนาถูกต้อง โดยผู้มีอํานาจทํานิติกรรมแทนนิติบุคคล หากคณะกรรมการพิจารณา ผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ มีความประสงค์จะขอดูต้นฉบับแคตตาล็อก ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องนําต้นฉบับ มาให้คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ตรวจสอบภายใน 9 วันทําการนับถัดจาก
    วันที่ได้รับแจ้ง
    ๔.๔. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นเอกสารที่แจกแจงรายละเอียดค่าใช้จ่ายในการดําเนินงานที่สอดคล้องกับขอบเขต ของงาน โดยให้มีรายละเอียดค่าใช้จ่ายอย่างน้อยประกอบด้วย ค่าพัฒนาระบบ และค่าครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์
    kid
    law
    -60/-
    แยกรายการ ค่าจัดฝึกอบรม หรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ เป็นต้น โดยราคาที่เสนอต้องเป็นราคาค่าใช้จ่ายสุทธิที่ได้รวม ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายทั้งปวงแล้ว
    ๕. ขอบเขตการดําเนินงาน
    ผู้รับจ้างต้องดําเนินการตามขอบเขตการดําเนินงาน ดังนี้
    ๕.๑. ผู้รับจ้างต้องจัดทําแผนดําเนินโครงการ (Project Planning) และจัดประชุมเพื่อชี้แจงรายละเอียดแผน ดังกล่าวต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จํานวนอย่างน้อย ๑ ครั้ง ภายใน ๑๕ วัน นับถัด
    จากวันลงนามในสัญญา
    ๕.๒. ศึกษา วิธีการคํานวณส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดตาม พ.ร.บ.การตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน ซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ.๒๕๔๒ และที่แก้ไข และอนุบัญญัติที่เกี่ยวข้อง
    ๕.๓. พัฒนาระบบประมวลผลข้อมูลที่ใช้ประกอบการพิจารณามาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดด้วย ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ตามภาคผนวก ก.
    ๕.๔. จัดหาและติดตั้งคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ในโครงการนี้ ตามภาคผนวก ข.
    ๕.๕. ดําเนินงานทดสอบระบบที่พัฒนาในข้อ ๕.๓
    ๕.๖. ติดตั้งระบบงานที่ได้พัฒนาภายใต้โครงการนี้ และผ่านการทดสอบจากผู้ใช้งานบน Cloud Service สําหรับการใช้งานจริง (Production Environment) ตามภาคผนวก ค.
    ๕.๗. จัดอบรมการใช้งานระบบในข้อ ๕.๓ ให้กับเจ้าหน้าที่ของกรมการค้าต่างประเทศ โดยจําแนกเป็น ๒ หลักสูตร ดังนี้
    ๓ ชั่วโมง
    (๑) หลักสูตรสําหรับผู้ปฏิบัติงาน (เจ้าหน้าที่) จํานวนไม่น้อยกว่า ๔๐ คน ซึ่งมีระยะเวลาไม่น้อยกว่า
    (๒) หลักสูตรสําหรับผู้ดูแลระบบ จํานวนไม่น้อยกว่า ๕ คน ซึ่งมีระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๑ ชั่วโมง โดยผู้รับจ้างจะต้องจัดเตรียมเอกสารคู่มือประกอบการฝึกอบรมเป็นภาษาไทยตามจํานวนผู้เข้ารับ
    การอบรม โดยใช้สถานที่กรมการค้าต่างประเทศหรือสถานที่ของหน่วยงานอื่นในกระทรวงพาณิชย์ หรืออบรม ผ่านการประชุมช่องทางอิเล็กทรอนิกส์หรือตามที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุกําหนด ทั้งนี้ ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ออก ค่าใช้จ่ายในการอบรม เช่น วิทยากร สื่อการสอน อาหารว่าง อาหารกลางวัน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

    ๕.๔. จัดทําคู่มือแนะนําวิธีการใช้งานระบบประมวลผลข้อมูลที่ใช้ประกอบการพิจารณามาตรการตอบโต้ การทุ่มตลาดด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) สําหรับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน (Back office) และผู้ดูแลระบบ (Administrator) ที่ได้พัฒนาขึ้นภายใต้โครงการนี้ ทั้งในรูปของ E-Book และสื่อการสอนแบบคลิปวิดีโอ
    ๕.๔. จัดทําเอกสารคู่มือการปฏิบัติงาน (ฉบับย่อ) ตามข้อ ๕.๓ ในรูปแบบ Infographic
    ๕.๑๐. ผู้รับจ้างจะต้องจัดประชุมเพื่อนําเสนอรายงานผลการดําเนินการตามแผนดําเนินโครงการ ต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง อย่างน้อยเดือนละ ๑ ครั้ง หรือตามที่คณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุกําหนด นับถัดจากวันลงนามในสัญญา รวมทั้งจัดทํารายงานการประชุมทุกครั้งที่มีการประชุมระหว่าง
    เจ้าหน้าที่ของผู้รับจ้างกับเจ้าหน้าที่ของกรมการค้าต่างประเทศเกี่ยวกับการดําเนินงานตามโครงการและส่งให้ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุภายใน ๗ วันนับถัดจากวันประชุม และให้แก้ไขภายใน ๗ วันนับถัดจากวันที่มีรายงาน
    by

    กร
    -3-
    ๕.๑๑.ผู้รับจ้างจะต้องออกแบบและพัฒนาระบบประมวลผลข้อมูลที่ใช้ประกอบการพิจารณามาตรการ
    ตอบโต้การทุ่มตลาดด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยการออกแบบจะต้องอ้างอิงมาตรฐานและข้อกําหนดที่เกี่ยวข้อง ทั้งหมดที่ครอบคลุม สมบูรณ์ตามแนวทาง ดังต่อไปนี้
    (๑) พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.๒๕๖๒ (Personal Data Protection Act: PDPA) (๒) พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. ๒๕๖๒
    (๓) ประกาศคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เรื่อง มาตรการการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยสําหรับเว็บไซต์ พ.ศ. ๒๕๖๘
    (๔) แนวทางการประยุกต์ใช้ Generative Al อย่างมีธรรมาภิบาลสําหรับองค์กร โดยกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม และสํานักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ฉบับเผยแพร่ ณ ปี พ.ศ.๒๕๖๗
    ๕.๑๒. ผู้รับจ้างจะต้องตรวจสอบช่องโหว่ความปลอดภัยของระบบที่พัฒนาในโครงการนี้ก่อนขึ้นใช้งานจริง
  2. ระยะเวลาการดําเนินการ
    ระยะเวลาดําเนินการ ๓๖๕ วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา
    ๗. วงเงินงบประมาณ ๗,๘๗๗,๗๐๐ บาท (เจ็ดล้านแปดแสนเจ็ดหมื่นเจ็ดพันเจ็ดร้อยบาทถ้วน)
  3. เงื่อนไขในการส่งมอบงานและเงื่อนไขการชําระเงิน
    ๘.๑. การส่งมอบงานและการชําระเงิน
    ๔ งวด ดังนี้
    กําหนดการส่งมอบงาน ณ สถานที่ที่กรมการค้าต่างประเทศกําหนด โดยแบ่งการส่งมอบงานเป็น
    งวดที่ ๑ ร้อยละ ๑๕ ของวงเงินตามสัญญา เมื่อส่งมอบงานภายในระยะเวลา ๑๕ วันนับถัดจากวันลงนาม ในสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับฯ ได้ทําการตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว ตามรายละเอียดการส่งมอบงานดังนี้
    (๑) จัดทําและส่งมอบแผนการดําเนินงานโครงการ พร้อมรายชื่อทีมงาน วุฒิการศึกษา และประสบการณ์ทํางาน ตามข้อ ๕.๑ ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยมีรายละเอียดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
    (๑.๑) วัตถุประสงค์ในการจัดทําแผนบริหารจัดการโครงการ (๑.๒) แนวทางในการบริหารจัดการโครงการ (๑.๓) รายการที่ต้องส่งมอบตามข้อกําหนดของโครงการ
    (๑.๔) โครงสร้างทีมงานในโครงการและความรับผิดชอบ
    (๑.๕) ตารางเวลาการดําเนินงาน (Project Schedule Details)
    (๑.๖) รายการอุปกรณ์และเครื่องใช้ที่จําเป็นสําหรับโครงการ
    (๑.๗) แผนการติดตั้งระบบงานที่พัฒนา
    (๑.๘) แผนการติดตั้งและโอนย้ายระบบงานที่พัฒนาในโครงการนี้
    (๑.๙) แผนการส่งมอบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์
    (๑.๑๐) แผนการทดสอบระบบงานที่พัฒนา
    นĒdt-


    (๑.๑๑) แผนการฝึกอบรม
    (๒) จัดทําและส่งมอบข้อตกลงว่าด้วยการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับระหว่างผู้รับจ้างกับทีมงาน เจ้าหน้าที่ และลูกจ้างของผู้รับจ้าง
    งวดที่ ๒ ร้อยละ ๓๐ ของวงเงินตามสัญญา เมื่อส่งมอบงานภายในระยะเวลา ๑๒๐ วันนับถัดจากวันลงนาม ในสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับฯ ได้ทําการตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว ตามรายละเอียดการส่งมอบงานดังนี้
    (๑) จัดทําและส่งมอบรายงานการศึกษาเอกสารผลการวิเคราะห์และออกแบบระบบ (Software Requirement Specification) ดังนี้
    เอกสารสรุปความต้องการของระบบสารสนเทศและซอฟต์แวร์ (Function Requirement)
    ตามภาคผนวก ก. ประกอบด้วย
    (๑.๑) Workflow ของระบบงานทั้งหมด
    (ด.๒) Context Diagram
    (๑.๓) Use Case Diagram และ Use Case Description
    (๒) ผู้รับจ้างจะต้องจัดประชุมเพื่อชี้แจงรายละเอียดแผนการดําเนินโครงการ (Project Planning)
    และรายงานการศึกษาเอกสารผลการวิเคราะห์และออกแบบระบบ
    (๓) ติดตั้งและส่งมอบเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่างๆ ตามภาคผนวก ข.
    (๔) รายงานการประชุมเพื่อรายงานผลดําเนินการสําหรับการประชุมทุกครั้ง
    งวดที่ ๓ ร้อยละ ๓๕ ของวงเงินตามสัญญา เมื่อส่งมอบงานภายในระยะเวลา ๒๗๐ วันนับถัดจากวันลงนาม ในสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับฯ ได้ทําการตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว ตามรายละเอียดการส่งมอบงาน ดังนี้
    (๑) จัดทําและส่งมอบรายงานการศึกษาเอกสารผลการวิเคราะห์และออกแบบระบบ (Software Requirement Specification) ภายใน ๑๘๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา ดังนี้
    Specification)
    (๑.๑) เอกสารข้อกําหนดหน้าจอ/รายงาน และการทํางานของระบบ (Function
    (๑.๒) เอกสารการออกแบบระบบต้นแบบ (Prototype) ของระบบงานฯ
    (๑.๓) ระบบต้นแบบ (Prototype) ที่ประกอบไปด้วยอย่างน้อย ภาพรวมการทํางาน ตัวอย่าง หน้าจอ และตัวอย่างรายงาน และจัดทําเอกสารเพื่อยืนยันระบบต้นแบบ (Prototype) ก่อนมีการพัฒนาระบบ (Change Request)
    (๑.๔) รายงานชุดข้อมูลที่ใช้ทดสอบและขั้นตอนการทดสอบการทํางานของระบบงานที่พัฒนา ตามภาคผนวก ก. (Test case and Test Procedure) และทดสอบระบบงาน (User Acceptance Test) กับ ผู้ใช้งานที่เกี่ยวข้อง
    (๒) จัดทําและส่งมอบผลการดําเนินงานภายใน ๒๗๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา ดังนี้
    เอกสารสรุปความต้องการของระบบสารสนเทศและซอฟต์แวร์ (Function Requirement)
    ตามภาคผนวก ก. ประกอบด้วย
    (๒.๑) Workflow ของระบบงานทั้งหมด
    (๒.๒) Context Diagram
    cre
    กะ
    lcom

    Wante
    -60-
    Specification)
    (๒.๒) Context Diagram
    (b.m) Use Case Diagram a Use Case Description
    (๒.๔) เอกสารแบบจําลองความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูล (ER-Diagram)
    (๒.๕) เอกสารพจนานุกรมข้อมูล (Data Dictionary)
    (๒.๖) เอกสารข้อกําหนดหน้าจอ/รายงาน และการทํางานของระบบ (Function
    (๒.๗) เอกสารการออกแบบระบบต้นแบบ (Prototype) ของระบบงานฯ
    (๒.๘) รายงานผลการทดสอบการทํางานของระบบงาน (User Acceptance Test)
    (๓) รายงานการประชุมเพื่อรายงานผลดําเนินการสําหรับการประชุมทุกครั้ง
    งวดที่ ๔ ร้อยละ ๒๐ ของวงเงินตามสัญญา เมื่อส่งมอบงานภายในระยะเวลา ๓๖๕ วันนับถัดจากวันลงนาม ในสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับฯ ได้ทําการตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว ตามรายละเอียดการส่งมอบงาน ดังนี้
    (๑) อบรมการใช้งานภายใน ๓๐๐ วัน พร้อมทั้งจัดทํารายงานการฝึกอบรมตามข้อ ๕.๗
    (๒) ส่งมอบคู่มือการใช้งานและสื่อการสอนตามข้อ ๕.๗ ถึง ๕.๙
    (๓) จัดทําและส่งมอบผลการดําเนินงานฉบับสมบูรณ์ ดังนี้
    เอกสารสรุปความต้องการของระบบสารสนเทศและซอฟต์แวร์ (Function Requirement)
    ตามภาคผนวก ก. ประกอบด้วย
    รับประกัน ๒ ปี
    (๓.๑) Workflow ของระบบงานทั้งหมด
    (๓.๒) Context Diagram
    (๓.๓) Use Case Diagram และ Use Case Description
    (๓.๔) เอกสารแบบจําลองความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูล (ER-Diagram)
    (๓.๕) เอกสารพจนานุกรมข้อมูล (Data Dictionary)
    (๓.๖) เอกสารข้อกําหนดหน้าจอ/รายงาน และการทํางานของระบบ (Function Specification)
    (๓.๒) เอกสารการออกแบบระบบต้นแบบ (Prototype) ของระบบงานฯ
    (๓.๘) รายงานผลการทดสอบการทํางานของระบบงาน (User Acceptance Test)
    (๓.๙) เอกสารการทดสอบช่องโหว่ความปลอดภัยตามข้อ ๕.๑๒
    (๔) ส่งมอบเอกสารและ Source Code ของระบบงานทั้งหมดฉบับสมบูรณ์
    (๕) ส่งมอบแผนการบํารุงรักษาระบบงาน คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ในช่วงระยะเวลา
    (๖) ระบบงานที่ได้รับการพัฒนาสมบูรณ์ตามภาคผนวก ก.
    (๗) รายงานการประชุมเพื่อรายงานผลดําเนินการสําหรับการประชุมทุกครั้ง
    ๔.๒. การส่งมอบระบบงาน
    ในการส่งมอบระบบงาน ผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบ System Document ของระบบงานทั้งหมด ตามโครงการ พร้อมคําอธิบายอย่างละเอียดโดยใช้ภาษาไทยเป็นหลักทุกขั้นตอน ซึ่งต้องจัดทําในรูปแบบเอกสาร และจัดทําในรูปแบบไฟล์ Word และ PDF และไฟล์ที่แก้ไขได้



    …ครับ
    1661
    ทั้งนี้ ผู้รับจ้างจะต้องจัดทํารายงานหรือเอกสารที่จะส่งมอบในงวดที่ ๑ - ๔ อย่างน้อย ๓ ชุด พร้อมบันทึกไฟล์รายงานหรือเอกสารทั้งหมดในรูปแบบ Word และ PDF และไฟล์ที่สามารถแก้ไขได้ใน Flash Drive จํานวน ๓ ชุด สําหรับงวดที่ ๔ ผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบเอกสารการจัดทําระบบงานทั้งหมดฉบับสมบูรณ์พร้อมบันทึก ไฟล์ในรูปแบบ Word และ PDF และไฟล์ที่สามารถแก้ไขได้ใน External HD จํานวนอย่างน้อย ๒ ชุด
    ๔.๓. อัตราค่าปรับ
    หากผู้รับจ้างไม่สามารถทํางานให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กําหนดไว้ในสัญญา และผู้ว่าจ้างยังมิได้ บอกเลิกสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องชําระค่าปรับให้ผู้ว่าจ้างเป็นรายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๐๕ ของมูลค่าตามสัญญา นับถัดจากวันที่ครบกําหนดเวลาแล้วเสร็จ หรือวันที่ผู้ว่าจ้างได้ขยายเวลาทํางานให้ จนถึงวันที่ส่งมอบถูกต้อง
    ครบถ้วนตามขอบเขตของงาน
    ๔. การรับประกันความชํารุดบกพร่องและการบริการตลอดระยะเวลาประกัน
    ๔.๑. ผู้รับจ้างต้องรับประกันการบํารุงรักษา ซ่อมแซม แก้ไขข้อขัดข้องของคอมพิวเตอร์และระบบงาน ที่เกิดขึ้นทั้งหมดในโครงการนี้ รวมทั้งการเปลี่ยนแทนอุปกรณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และระบบงาน ทุกรายการที่เสนอ โดยมีการรับประกันในลักษณะ On-site Service เป็นระยะเวลา ๒ ปี นับถัดจากวันที่กรมการค้าต่างประเทศได้ตรวจรับงานงวดสุดท้ายและเสร็จสมบูรณ์ทั้งหมดตามสัญญา
    เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากคอมพิวเตอร์และระบบงานที่ส่งมอบตามสัญญาเกิดการเสียหายหรือขัดข้อง อันเนื่องมาจากการใช้งานตามปกติ ผู้รับจ้างต้องดําเนินการแก้ไขให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ดังเดิมภายในเวลา ๒๔ ชั่วโมง นับจากที่ได้รับแจ้ง ทั้งที่เป็นลายลักษณ์อักษร หรือทางโทรศัพท์ หรือแอปพลิเคชันออนไลน์ หรือ ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หากผู้รับจ้างไม่ดําเนินการดังกล่าว ภายในระยะเวลาที่กําหนด ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะจ้าง บุคคลภายนอกอื่นมาทําการแทน โดยผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบและออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นทั้งสิ้น
    ๔.๒. ผู้รับจ้างปฏิบัติตามข้อตกลงระดับการให้บริการ (Service Level Agreement: SLA) บํารุงรักษา ซ่อมแซม แก้ไขและปรับปรุงระบบฯ โดยเริ่มนับเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบระบบของกองปกป้องและตอบโต้
    ทางการค้าได้แจ้งแก้ไขผู้รับจ้างผ่านช่องทางที่กรมการค้าต่างประเทศกําหนด โดยถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการแจ้ง
    เหตุขัดข้องดังมีรายละเอียดดังนี้
    ระดับความรุนแรง ของปัญหา
    ระดับ ๑: สูง
    สถานการณ์
    ช่องทางการให้บริการ ระยะเวลาการตอบสนอง และติดตามการแก้ปัญหา
    ระบบฐานข้อมูลหรือแอพพลิเคชัน บริการแก้ไขปัญหาแบบ ตอบสนองภายใน ๑ ชั่วโมง
    ไม่สามารถใช้งานได้
    ระดับ : ตํา
    คําแนะนําเกี่ยวกับการใช้งาน
    ตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูล
    ประสิทธิภาพการทํางานของระบบ
    ฐานข้อมูลและแอพพลิเคชัน โดย
    ระบบยังใช้งานได้ตามปกติ
    Onsite Service หรือ และแก้ไขปัญหาให้แล้วเสร็จ
    Remote Access
    ณ จุดรับการติดต่อ
    ประสานงาน
    ภายใน ๓ ชั่วโมง
    ตอบสนองและแจ้งผลการ แก้ไขปัญหาให้แล้วเสร็จ ภายใน ๒๔ ชั่วโมง
    redh
    Dish


    -๑๒-
    ทั้งนี้ ผู้รับจ้างจะต้องไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น กรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถแก้ไขและปรับปรุงระบบฯ ให้สามารถทํางานได้ ผู้ว่าจ้างสามารถจ้างผู้อื่นมาดําเนินการแทน โดยผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายแทนผู้ว่าจ้าง ๔.๓. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ Help Desk อย่างน้อยจํานวน ๑ คน มาประจําที่กรมการค้าต่างประเทศ ในเวลาราชการ อย่างน้อยสัปดาห์ละ ๑ วัน เป็นระยะเวลา ๑ ปี นับถัดจากวันตรวจรับของคณะกรรมการตรวจรับ พัสดุในงวดสุดท้าย ซึ่งสามารถให้บริการช่วยเหลือผู้ใช้งานระบบฯ สามารถติดต่อ ประสานงาน แจ้งปัญหา
    และ/หรือร้องขอความช่วยเหลือให้คําปรึกษา
    กําหนด
    และแก้ไขปัญหาได้ในวันทําการของผู้ว่าจ้าง
    ทั้งนี้ การจัดบุคลากรมาประจําต้องเป็นไปตามรายละเอียดและเงื่อนไขที่กรมการค้าต่างประเทศ
    ๔.๔. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีบุคลากรซึ่งมีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์โปรแกรมระบบงานที่พัฒนาตามโครงการ ซึ่งสามารถให้บริการช่วยเหลือผู้ใช้งานระบบฯ สามารถติดต่อประสานงาน แจ้งปัญหา และ/หรือร้องขอ ความช่วยเหลือให้คําปรึกษา ตลอด ๒๔ ชั่วโมง และแก้ไขปัญหาได้ตามที่ผู้ว่าจ้างกําหนด รวมทั้งปรับปรุงระบบ ตามรูปแบบการทํางานที่อาจเปลี่ยนแปลงไปตามข้อกฎหมายหรือข้อกําหนดที่เกี่ยวข้อง โดยสามารถแจ้งเหตุ ข้อขัดข้องและข้อปรับปรุงผ่านทางโทรศัพท์ หรือแอปพลิเคชันออนไลน์ หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ได้ โดยถือว่า เป็นส่วนหนึ่งของการแจ้งเหตุขัดข้อง และคํานวณระยะเวลาตามข้อตกลงการให้บริการในข้อ ๙.๑ และข้อ ๙.๒ พร้อมทั้งจัดทํารายงานสรุปปัญหา และแนวทางการแก้ไข (ถ้ามี) และสํารองข้อมูลระบบงานเป็นเวลา ๒ ปี โดย ไม่คิดค่าใช้จ่ายในการดําเนินการ นับจากวันตรวจรับของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงวดสุดท้าย
    ทั้งนี้ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการประชุมเพื่อนําเสนอผลการดําเนินงานในช่วงระยะเวลาที่รับประกัน กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอย่างน้อยไตรมาสละ ๑ ครั้ง พร้อมทั้งจัดทํารายงานการประชุมภายใน ๑๕ วันหลังการ
    ประชุม
    ๔.๕. การกระทําใดๆ ของบุคลากรผู้รับจ้างอันอาจก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง แก้ไข ปรับปรุงต่อระบบ ฐานข้อมูลและสารสนเทศที่พัฒนาขึ้น ผู้รับจ้างจะต้องแจ้งและได้รับอนุญาตจากกองปกป้องและตอบโต้ทางการค้า
    ก่อนการดําเนินการ
    ๔.๖. ผู้รับจ้างต้องปรับปรุงแก้ไขเอกสารคู่มือต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือมีการพัฒนาระบบงานเพิ่มเติม และจะต้องจัดส่งเอกสารฉบับปรับปรุงแก้ไขใหม่ให้กรมการค้าต่างประเทศ ภายใน ๓๐ วันหลังจากที่มีการปรับปรุงแก้ไข โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ตลอดระยะเวลาการรับประกัน
    ๔.๗. เมื่อใกล้สิ้นสุดระยะเวลาการรับประกันตามสัญญาไม่น้อยกว่า ๖๐ วัน ผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบคู่มือ ระบบงานและเอกสารระบบงาน (System Document) พร้อมบันทึกลงใน Flash Drive ในรูปแบบไฟล์ Word และ PDF และในรูปแบบไฟล์ที่แก้ไขได้ พร้อม Source Code ฉบับสมบูรณ์ล่าสุด ให้แก่กรมการค้าต่างประเทศ
    ๑๐. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือก
    การพิจารณาผลการยื่นข้อเสนองานจ้างครั้งนี้ กรมการค้าต่างประเทศจะพิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ ราคา ประกอบเกณฑ์อื่นตามความในมาตรา ๖๕ (๖) แห่งพระราชบัญญัติจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ ดังนี้
    ds
    กัต


    wy

    ๑๓-
    ๑๐.๑. ราคาที่ยื่นเสนอ กําหนดน้ําหนักเท่ากับร้อยละ ๓๐
    ๑๐.๒. ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่นๆ กําหนดน้ําหนักเท่ากับร้อยละ ๗๐ โดยมีคะแนนเต็ม ๑๐๐ คะแนน ดังนี้
    ๑๐.๒.๑. ผลงานและประสบการณ์ของผู้ยื่นข้อเสนอ (๑๐ คะแนน)
    ประสบการณ์และผลงานที่ผ่านมาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศหรือปัญญาประดิษฐ์ ในช่วง
    ๕ ปีที่ผ่านมา โดยมีสําเนาหนังสือรับรองผลงาน ยื่นประกอบ (๑๐ คะแนน)
    เกณฑ์การพิจารณา
    มีผลงานด้านปัญญาประดิษฐ์มากกว่า ๑ ผลงาน
    มีผลงานด้านปัญญาประดิษฐ์ ๑ ผลงาน
    มีผลงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ แต่ไม่มีผลงานด้านปัญญาประดิษฐ์
    คะแนน
    ๑๐

    O
    ๑๐.๒.๒. แนวทางและวิธีการดําเนินโครงการ (๑๐ คะแนน) โดยมีเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้
    (๑) แผนการดําเนินงานและบริหารโครงการ (๕ คะแนน)
    เกณฑ์การพิจารณา
    ครบถ้วน ชัดเจน เป็นไปได้สูง และสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ (มีแผนการ ดําเนินงานที่เป็นลําดับชัดเจน เช่น Action Plan และ Gantt Chart แสดงช่วงเวลา ผู้รับผิดชอบดําเนินการ และกิจกรรมหลักครบถ้วนตามขอบเขตงาน)
    ครบถ้วน ชัดเจน แต่ยังขาดความสมบูรณ์ในบางประเด็น (เช่น มีแผนโดยรวม แต่ยังไม่แสดง รายละเอียดการดําาเนินงานหรือช่วงเวลาในบางส่วน แผนงานไม่สอดคล้องบางช่วงหรือขาด
    รายละเอียดกิจกรรมย่อย)
    ไม่ครบถ้วน ขาดความชัดเจน หรือไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์โครงการ
    คะแนน

    3
    0
    (๒) แผนการบํารุงรักษาระบบหลังจากครบกําหนดระยะเวลาการรับประกันผลงานตามที่
    กําหนดในโครงการ (๕ คะแนน)
    เกณฑ์การพิจารณา
    มีแผนการบํารุงรักษาระบบหลังจากครบกําหนดระยะเวลาการรับประกันผลงานตามที่กําหนด
    ในโครงการ พร้อมรายละเอียดค่าใช้จ่ายที่สามารถอธิบายได้ครบถ้วนและเหมาะสม (เช่น แนบ เอกสารแผนการบํารุงรักษา (Maintenance Plan) ตาราง SLA/Response Time รายละเอียดค่าใช้จ่ายรายปี และโครงสร้างทีมผู้ดูแล)
    มีแผนการบํารุงรักษาระบบหลังจากครบกําหนดระยะเวลาการรับประกันผลงานตามที่กําหนด
    ในโครงการ ที่สามารถอธิบายได้บางส่วน
    ไม่มีแผนการบํารุงรักษาระบบหลังจากครบกําหนดระยะเวลาการรับประกันผลงานตามที่
    กําหนดในโครงการและไม่สามารถอธิบายได้
    คะแนน

    E
    0
    Loore.


    кухня
    -๑๔-
    ๑๐.๒.๓. ข้อเสนอด้านเทคนิค (๘๐ คะแนน)
    นําเสนอแนวคิดและสถาปัตยกรรมของระบบ ทั้งในด้าน Software ด้าน Hardware
    และด้าน Database โดยมีเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้
    (๑) ระบบตามภาคผนวก ก.
    ๑) ความเข้าใจในกระบวนงานตามวัตถุประสงค์โครงการ (๒๐ คะแนน)
    เกณฑ์การพิจารณา
    นําเสนอความเข้าใจในกระบวนงานตามวัตถุประสงค์โครงการได้ครบถ้วนและสามารถนําหลัก
    การคํานวณไปพัฒนาต่อยอดระบบให้ใช้งานได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น นําเสนอความเข้าใจในกระบวนงานตามวัตถุประสงค์โครงการได้ครบถ้วน (พิจารณาจากเอกสารข้อเสนอและภาพแสดงกระบวนงาน เช่น System Architecture ที่แสดงความเข้าใจครบทุกขอบเขตของโครงการ ระบบใช้งานง่าย เชื่อมโยงข้อมูลชัดเจน มีหลายกรณีคํานวณ (Scenario) ให้เลือกใช้) นําเสนอความเข้าใจในกระบวนงานตามวัตถุประสงค์โครงการได้บางส่วน
    ไม่สามารถเข้าใจกระบวนงานตามวัตถุประสงค์โครงการได้
    ๒) แนวทางในการจัดทําและพัฒนาระบบ (๒๐ คะแนน)
    เกณฑ์การพิจารณา
    นําเสนอแนวทางในการจัดทําและพัฒนาระบบได้ครบถ้วนและแนวทางที่นําเสนอนั้นเป็น ประโยชน์ต่อการใช้งานและอํานวยความสะดวกในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และสามารถ นําไปพัฒนาต่อยอดไปสู่ระบบที่ใช้งานได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น
    นําเสนอแนวทางในการจัดทําและพัฒนาระบบได้ครบถ้วนและแนวทางที่นําเสนอนั้นเป็น
    ประโยชน์ต่อการใช้งาน
    (พิจารณาจาก เอกสารบรรยายข้อเสนอ และ Workflow diagram ที่แสดงทุกขั้นตอนหลัก ของระบบ ภาพตัวอย่าง UI หรือ Mockup ที่ชัดเจน และมีแผนการเชื่อมต่อกับระบบอื่นของ กรม เพื่อรองรับการพัฒนาในอนาคต)
    นําเสนอแนวทางในการจัดทําและพัฒนาระบบได้บางส่วน หรือขาดความชัดเจน ไม่สามารถเข้าใจกระบวนงานตามวัตถุประสงค์โครงการได้
    คะแนน
    ๒๐
    ๑๕
    ๑๐
    0
    คะแนน
    ๒๐
    ๑๕
    ๑๐
    0


    กอล์

    кутни
    -๑๕-
    คะแนน
    ๒๐
    ๓) เทคโนโลยีที่จะนํามาใช้ในการจัดทํา/พัฒนาระบบ (๒๐ คะแนน)
    เกณฑ์การพิจารณา
    นําเสนอเทคโนโลยีที่จะนํามาใช้ในการจัดทํา/ พัฒนาระบบได้ครบถ้วน และเทคโนโลยีที่
    นําเสนอนั้นเป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหาและอํานวยความสะดวกในการปฏิบัติงานของ
    เจ้าหน้าที่ในระยะยาวได้อย่างประหยัด และมีแนวโน้มที่จะสามารถพัฒนาต่อเนื่องไปสู่ ระบบงานที่รองรับการใช้งานที่มากขึ้นได้ในอนาคต
    นําเสนอเทคโนโลยีที่จะนํามาใช้ในการจัดทํา/พัฒนาระบบได้ครบถ้วน และเทคโนโลยีที่นําเสนอ
    นั้นเป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหาและอํานวยความสะดวกในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ใน
    ระยะยาวได้อย่างประหยัด
    (พิจารณาจากการอธิบายเหตุผลของการเลือกใช้เทคโนโลยี เช่น Framework, Database, หรือ Platform ที่เหมาะสม เสถียร ปลอดภัย)
    นําเสนอเทคโนโลยีที่จะนํามาใช้ในการจัดทํา/พัฒนาระบบได้ หรือเทคโนโลยีที่นําเสนอนั้นเป็น
    ประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหาและอํานวยความสะดวกในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในระยะ
    ยาวได้
    นําเสนอเทคโนโลยีที่จะนํามาใช้ในการจัดทํา/พัฒนาระบบได้ไม่ครบถ้วนหรือขาดความชัดเจน
    ไม่สามารถเข้าใจกระบวนงานตามวัตถุประสงค์โครงการได้
    ๔) ตัวอย่างระบบที่จะนํามาใช้ในการจัดทํา (๑๐ คะแนน)
    เกณฑ์การพิจารณา
    นําเสนอตัวอย่างระบบที่จะพัฒนาภายใต้โครงการและสามารถแสดงให้เห็นว่าจะสามารถพัฒนา
    ระบบที่นําไปปฏิบัติงานได้จริง สามารถอํานวยความสะดวกในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ มี ความคิดสร้างสรรค์ สะดวกต่อการใช้งาน และมีตัวเลือกให้เจ้าหน้าที่ปรับใช้ได้เหมาะสมกับการ คํานวณสําหรับข้อมูลจากผู้ส่งออกแต่ละรายได้อย่างสะดวก
    นําเสนอตัวอย่างระบบที่จะพัฒนาภายใต้โครงการและสามารถแสดงให้เห็นว่าจะสามารถพัฒนา
    ระบบที่นําไปปฏิบัติงานได้จริง
    (พิจารณาจาก Prototype หรือ Demonstration ที่ใช้งานได้จริงในฟังก์ชันหลัก มีความคิด สร้างสรรค์ ใช้งานง่าย และสะท้อนความเข้าใจในลักษณะข้อมูลของผู้ใช้งาน) นําเสนอตัวอย่างระบบที่จะพัฒนาภายใต้โครงการได้ไม่ครบถ้วนหรือขาดความชัดเจน
    ไม่สามารถนําเสนอตัวอย่างระบบที่จะพัฒนาภายใต้โครงการได้
    کو؟
    ๑๕
    ๑๐

    คะแนน
    ๑๐

    60

กะก

….
wyratter
-๑๖-
(๒) เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่างๆ ตามภาคผนวก ข. ๑๐ คะแนน
เกณฑ์การพิจารณา
ยื่นข้อเสนอโดยมีรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่างๆ ที่ดีกว่า
ภาคผนวก ข
ยื่นข้อเสนอโดยมีรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่างๆ
ตามภาคผนวก ข
คะแนน
๑๐
โดยกรมการค้าต่างประเทศจะพิจารณาคัดเลือกผู้ชนะการเสนอราคาจากผู้ที่ผ่านคุณสมบัติ ยื่นข้อเสนอ ถูกต้องครบถ้วน และมีคะแนนรวมสูงสุด เป็นผู้ชนะการเสนอราคา และผู้ยื่นข้อเสนอต้องมานําเสนอข้อมูล ด้านเทคนิคตาม วัน เวลา และสถานที่ที่กําหนดในประกาศและเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
เพื่อประกอบการพิจารณาให้คะแนนของคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หากผู้ยื่น ข้อเสนอไม่มานําเสนอข้อเสนอด้านเทคนิคตามที่กรมฯ กําหนดจะถือว่าไม่ผ่านการพิจารณา และหากผู้ยื่นข้อเสนอ ไม่ผ่านคุณสมบัติหรือยื่นเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนตามขอบเขตของงาน จะไม่ได้รับการพิจารณาให้นําเสนอ
ข้อเสนอด้านเทคนิค
๑๑. ข้อสงวนสิทธิ์ของกรมการค้าต่างประเทศ
๑๑.๑. ลิขสิทธิ์ในระบบงานทั้งหมดและโปรแกรมประยุกต์ที่ได้พัฒนาขึ้น Source Code ตลอดจนกรรมสิทธิ์ ในคู่มือเอกสารต่าง ๆ ของระบบงานทั้งหมดให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของกรมการค้าต่างประเทศทันทีที่ส่งมอบงาน ทั้งนี้ หลังจากส่งมอบ Source Code แก่กรมการค้าต่างประเทศแล้ว หากมีการแก้ไขเพิ่มเติม ผู้รับจ้างต้องทําการ ปรับปรุงและส่งมอบ Source Code เวอร์ชันล่าสุดให้แก่กรมการค้าต่างประเทศ ห้ามนําส่วนหนึ่งส่วนใด หรือทั้งหมดทําซ้ําหรือเผยแพร่ โดยมิได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากกรมการค้าต่างประเทศ หากพบว่าผู้รับจ้าง มีการกระทําดังกล่าว ผู้รับจ้างจะต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้ว่าจ้างเป็นเงินไม่น้อยกว่าราคารวมค่างานทั้งหมด ที่กําหนดไว้ในสัญญา
๑๑.๒. ในกรณีที่บุคคลภายนอกกล่าวอ้าง หรือใช้สิทธิเรียกร้องใด ๆ ว่ามีการละเมิดลิขสิทธิ์ หรือสิทธิ ที่เกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาของบุคคลอื่น ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการทั้งปวง เพื่อให้การกล่าวอ้างหรือการ เรียกร้องดังกล่าวระงับสิ้นไปโดยเร็ว และผู้รับจ้างจะไม่มอบข้อมูลรายงานเอกสารผลการวิเคราะห์ระบบ รวมถึง Source Code ที่พัฒนาขึ้นตามสัญญานี้แก่ผู้หนึ่งผู้ใด หากไม่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร
จากกรมการค้าต่างประเทศ
๑๑.๓. ในการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างหรือบุคลากรของผู้รับจ้าง หากเกิดความชํารุด บกพร่อง หรือเกิดความสูญเสีย เสียหายต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ ระบบงานอื่น รวมทั้งทรัพย์สินอื่นของกรมการค้าต่างประเทศ อันเป็นผล สืบเนื่องมาจากการกระทําหรือละเว้นการกระทํา ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายให้แก่กรมการค้า ต่างประเทศ ตามจํานวนที่เสียหายจริง ภายในระยะเวลาที่กรมการค้าต่างประเทศกําหนด

1


дуг
-๑๗-
๑๒. ผู้รับผิดชอบดําเนินการโครงการ
กองปกป้องและตอบโต้ทางการค้า และศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์
ที่อยู่ ๕๖๓ ถ.นนทบุรี ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี ๑๑๐๐๐ โทร. ๐๒-๕๔๗-๕๐๘๒
……..

กะต
ту
-๑๘-
ภาคผนวก ก.
รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของการประมวลผลข้อมูลที่ใช้ประกอบการพิจารณามาตรการตอบโต้
การทุ่มตลาดด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ผู้อํานวยการกองปกป้องและตอบโต้ทางการค้า
คํานิยาม
ผู้บังคับบัญชา เจ้าหน้าที่
หมายถึง
หมายถึง
หัวหน้ากลุ่ม และเจ้าหน้าที่ภายใต้กองปกป้อง
เว็บไซต์กองปกป้อง
หมายถึง
เว็บไซต์ของกองปกป้องและตอบโต้ทางการค้า
(www.thaitr.dft.go.th)
ระบบ e-TR
หมายถึง
และตอบโต้ทางการค้าทุกระดับ
Case ID
หมายถึง
แบบคําขอ/แบบปร
หมายถึง
พ.ร.บ.
หมายถึง
ต้นทุน (Cost of Manufacturing: COM)
หมายถึง
ค่าใช้จ่าย (SG&A expenses)
หมายถึง
ต้นทุนรวม (Cost of Production: COP)
ช่วง IP (Investigation Period: IP)
หมายถึง หมายถึง
ช่วง PP (Period Prior to Investigation: PP) หมายถึง
สินค้าที่ถูกพิจารณา (Subject Merchandise) หมายถึง
เว็บไซต์สําหรับรับ-ส่งเอกสารทางอิเล็กทรอนิกส์
ของกองปกป้องและตอบโต้ทางการค้า
(https://etr.dft.go.th)
Case ID ที่ปรากฏในเว็บไซต์กองปกป้องฯ แบบคําขอตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การยื่นคําขอให้พิจารณาตอบโต้การทุ่มตลาด หรือการอุดหนุน ตอบโต้การหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้ ทบทวนมาตรการ และขอคืนอากร พ.ศ. ๒๕๖๔ พระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน ซึ่งสินค้า จากต่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๔๒ และพระราชบัญญัติ การตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้า จากต่างประเทศ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒
ต้นทุนผลิต ประกอบด้วย ต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรง และค่าโสหุ้ย ซึ่งอาจแตกต่างกันไปสําหรับแต่ละ ผู้ส่งออกจากต่างประเทศ
ค่าใช้จ่ายในการจัดการ การขายและค่าใช้จ่ายอื่น ซึ่งอาจ แตกต่างกันไปสําหรับแต่ละผู้ส่งออกจากต่างประเทศ
แต่ละราย
ต้นทุนบวกกับค่าใช้จ่าย
ช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด ช่วงระยะเวลาก่อนการไต่สวนการทุ่มตลาด สินค้าที่ระบุในประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง เปิดไต่สวน/เปิดทบทวน สําหรับแต่ละ Case ID
More.
4

wy m
-๑๙-
รหัสสินค้า
๑. ข้อกําหนดคุณลักษณะทั่วไป
๑.๑.
หมายถึง
ประเภทย่อยของสินค้าที่ถูกพิจารณา ที่แบ่งตาม Product
type / Model / Grade หรืออื่นใดที่มีผลต่อการกําหนด ราคาหรือต้นทุนสินค้า
จะต้องแสดงผลการใช้งานผ่าน Web Browser ในรูปแบบ Responsive Web Design บนอุปกรณ์ ต่างๆ เช่น Computer Notebook Smart Phone และ Tablet เป็นอย่างน้อย
๑.๒. มีระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูลของผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
๑.๓.
แสดงเมนูและหัวข้อต่างๆ ด้วยภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
๑.๔. สามารถปฏิบัติการโดยให้รองรับการ Upload files หรือลากวางเพื่อ Upload ไฟล์เดียว หรือหลายไฟล์พร้อมกันได้ ในลักษณะที่ใกล้เคียงหรือคล้ายคลึงกับ Windows หรือ Cloud Storage โดยให้มีความเป็นมิตรต่อการใช้งาน
สามารถ Upload files ผ่านทางอินเทอร์เน็ต โดยต้องสามารถรองรับประเภทไฟล์ได้อย่างน้อย คือ MS Word, MS Excel, MS PowerPoint, PDF, PDF Searchable, JPEG, TIFF
มีการออกแบบและพัฒนาระบบให้มีความปลอดภัยจากความเสี่ยง ตามมาตรฐาน OWASP TOP ๑๐
(๒๐๒๑) เป็นอย่างน้อย และจัดให้มีการทดสอบด้านความปลอดภัยของระบบให้เป็นไปตามมาตรฐาน
การรักษาความปลอดภัย โดยแบ่งสภาพแวดล้อมในชุดระบบพัฒนา (Development) ชุดทดสอบ (Test) และชุดการใช้งานจริง (Production) แยกออกจากกันด้วย Physical หรือ Logical รวมทั้งดําเนินการ ปิด Port (Disable) ทั้งหมดที่ไม่ได้ใช้งาน
ดําเนินการตรวจสอบช่องโหว่ (Vulnerability Assessment Scanning) ด้วยเครื่องมือ และบุคลากร หรือทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศที่น่าเชื่อถือ และดําเนินการแก้ไขช่องโหว่ ให้แล้วเสร็จ พร้อมรายงานการตรวจประเมินและการแก้ไขช่องโหว่ดังกล่าว
ระบบรองรับการทํางานและการเชื่อมโยงข้อมูลภายใต้โปรโตคอลที่มีการเข้ารหัส เช่น HTTPS
และ SSL เป็นต้น
๑.๑๐. รองรับการเข้ารหัสและถอดรหัส Hashing Algorithms ตามมาตรฐานความปลอดภัยที่เป็นสากล
และมีความปลอดภัยเพียงพอ
๒. ฟังก์ชันการจัดการสิทธิ์ของผู้ใช้งานและการเชื่อมโยงข้อมูล
สามารถรองรับการเข้าสู่ระบบของเจ้าหน้าที่จาก ระบบ Active Directory ของกรมฯ
๒.๒. สามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบ etr ได้อย่างน้อย ดังนี้
๒.๒.๑. สามารถเชื่อมโยงข้อมูลกลุ่ม/ตําแหน่ง ของเจ้าหน้าที่จากระบบ e-tr ได้ เพื่อกําหนดสิทธิ์การ ใช้งานของระบบคํานวณส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดได้
๒.๒.๒. สามารถเชื่อมโยงการให้สิทธิการเข้าถึงข้อมูลของเจ้าหน้าที่ตามระดับชั้นที่ให้ไว้กับระบบ etr ได้ ๒.๒.๓. สามารถเชื่อมโยงข้อมูล Case ID กับระบบ etr ได้

……
กะ
ญหาด้
-๒๐-
จากระบบ etr ได้
๓.
๒.๒.๔. สามารถเชื่อมโยงข้อมูลคําตอบแบบสอบถามของผู้ส่งออกจากต่างประเทศเป็นราย Case ID
สามารถบันทึก Log การเข้าใช้งานและการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้งานทุกครั้ง
การบริหารจัดการข้อมูลการไต่สวนจากผู้ส่งออกจากต่างประเทศและการตรวจสอบข้อมูล
๓.๑. การจัดการข้อมูลสินค้า
๓.๑.๑. การจัดการข้อมูลสินค้าในระบบ
๓.๑.๑.๑. มีหน้าจอแสดงรายการรหัสสินค้าทั้งหมดในรูปแบบตารางที่สามารถค้นหา
เรียงลําดับ และ กรองข้อมูลได้
๓.๑.๑.๒. สามารถนําเข้าข้อมูลรหัสสินค้าจากไฟล์ Excel หรือ CSV หรือข้อมูล
จากคําตอบแบบสอบถามได้
๓.๑.๑.๓. สามารถจัดเก็บข้อมูลคุณลักษณะของสินค้า (Product Attributes) ในรูปแบบ Dynamic Fields ที่สามารถเพิ่มหรือลดได้ตามลักษณะของสินค้า โดยมีตัวอย่างหมวดข้อมูล ดังนี้
ทาง กายภาพ ทางเคมี)

คุณสมบัติทางเทคนิค (เช่น ความหนา ความกว้าง น้ําหนัก คุณสมบัติ
ข้อมูลคุณภาพ (เกรด ชั้นคุณภาพ มาตรฐานอุตสาหกรรม)
ข้อมูลการใช้งาน (ประเภทการใช้งาน อุตสาหกรรมปลายทาง ข้อกําหนดลูกค้า) กําหนดปัจจัยที่มีผลต่อราคาและต้นทุน
ข้อมูลพิกัดนําเข้าสินค้าของกรมศุลกากร
๓.๑.๑.๔. สามารถรองรับการบันทึกและจัดเก็บรหัสสินค้าตามมาตรฐานสากล อาทิ HS
Code (Harmonized System Code), JIS (Japanese Industrial Standard), ASTM (American Society for
Testing and Materials), ANSI (American National Standards Institute), SITC (Standard International
Trade Classification), ISIC (International Standard Industrial Classification of All Economic Activities เป็นต้น พร้อมคําอธิบายสินค้าเป็นภาษาไทย และภาษาอังกฤษ
๓.๑.๑.๕. สามารถรองรับการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงรหัสสินค้าได้ โดยเก็บประวัติ การเปลี่ยนแปลงและผู้ดําเนินการไว้เพื่อการตรวจสอบย้อนหลัง
๓.๑.๒. การจัดการข้อมูลสินค้าที่ถูกพิจารณา (Subject Merchandise) ตามประกาศเปิด การไต่สวน/ทบทวน แต่ละ Case ID
๓.๑.๒.๑. สามารถบันทึกและจัดเก็บข้อมูลขอบเขตสินค้าตามที่ระบุในประกาศ
เปิดการไต่สวน/ทบทวนได้ โดยสามารถกําหนดรายละเอียดเฉพาะของขอบเขตสินค้า ตามข้อ ๓.๑.๑.๓
๓.๑.๒.๒. รองรับการกําหนดขอบเขตสินค้าตามรหัสพิกัดศุลกากร (HS Code) และสามารถเชื่อมโยงกับรหัสสินค้าของผู้ส่งออกที่ระบุในคําตอบแบบสอบถาม (โดยเฉพาะใน Annex ||
และ Annex IV) ได้
๓.๑.๒.๓. สามารถตรวจสอบและแสดงผลรหัสสินค้าที่ตอบใน Annex II และ Annex IV ว่าอยู่ในขอบเขตสินค้าที่ถูกพิจารณาตามประกาศเปิดไต่สวน/ทบทวนหรือไม่
4801
กส
พงศ
-๒๑-
๓.๑.๒.๔. สามารถเชื่อมโยงข้อมูลสินค้าในข้อ ๓.๑.๑ กับสินค้าที่ถูกพิจารณา (Subject Merchandise) ได้ เพื่อใช้ในการตรวจสอบและคํานวณในขั้นตอนต่อไป
๓.๒. การจัดการข้อมูลในแต่ละ Case ID
และครบถ้วน
จะต้องสามารถบริหารจัดการและแสดงผลข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากแต่ละ Case ID ได้ โดยมีรายละเอียดดังนี้ ๓.๒.๑. ข้อมูลในแต่ละ Case ID
๓.๒.๑.๑. สามารถแสดงข้อมูลในแต่ละ Case ID ที่ได้รับจากระบบ etr ได้อย่างถูกต้อง
๓.๒.๑.๒. จะต้องรองรับข้อมูลในแต่ละ Case ID ที่ได้จากแบบสอบถามของผู้ส่งออก จากต่างประเทศได้หลายชุดข้อมูล เช่น ข้อมูลการไต่สวนจาก Case ID AD ๑๑๐๐ ได้รับคําตอบแบบสอบถาม จากผู้ส่งออกรายที่ ๑ รวม ๓ ครั้ง ผู้ส่งออกรายที่ ๒ รวม ๒ ครั้ง และ Case ID AD ๑๑๐๑ ได้รับคําตอบ แบบสอบถามจากผู้ส่งออกรายที่ ๑ ผู้ส่งออกรายที่ ๒ ผู้ส่งออกรายที่ ๓ ทุกรายเป็นจํานวน ๒ ครั้ง
๓.๒.๑.๓. สามารถแสดงข้อมูลภาพรวมของแต่ละ Case ID เช่น จํานวนแบบสอบถาม ของผู้ส่งออกจากต่างประเทศที่ตอบกลับ สถานะการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ และข้อมูลสรุปอื่นที่เกี่ยวข้อง
๓.๒.๑.๔. สามารถกําหนดและจัดเก็บข้อมูลสินค้าที่ถูกพิจารณา (Subject Merchandise) ตามประกาศเปิดการไต่สวน/ทบทวนของแต่ละ Case ID ได้ ตามรายละเอียดในข้อ ๓.๑
๓.๒.๒. การจัดการข้อมูลคําตอบแบบสอบถามของผู้ส่งออกจากต่างประเทศ สําหรับแต่ละ Case ID
๓.๒.๒.๑. สามารถแสดงข้อมูลคําตอบแบบสอบถามของผู้ส่งออกจากต่างประเทศ สําหรับแต่ละ Case ID ที่ได้รับจากระบบ etr ได้
๓.๒.๒.๒. สามารถบันทึกและจัดเก็บข้อมูลคําตอบแบบสอบถามของผู้ส่งออก
จากต่างประเทศ โดยรองรับการอัปโหลดไฟล์ข้อมูลโดยเจ้าหน้าที่ได้ ในกรณีที่ผู้ส่งออกจากต่างประเทศ
ไม่ได้นําเนินการผ่านระบบ etr
๓.๒.๒.๓. สามารถนําเข้าข้อมูลไฟล์คําตอบแบบสอบถามที่ตอบกลับในรูปแบบ Excel ตามรูปแบบแบบสอบถามของผู้ส่งออกจากต่างประเทศ ที่กําหนดได้ และสามารถนําเข้าข้อมูลไฟล์ประกอบการ พิจารณาในรูปแบบ MS Excel, MS Word, MS PowerPoint, PDF, PDF Searchable, JPEG และ TIFF ได้เป็นอย่างน้อย
๓.๒.๒.๔. สามารถเก็บประวัติของข้อมูลคําตอบแบบสอบถามของผู้ส่งออก
จากต่างประเทศ เป็นราย Case ID และรายครั้งได้
๓.๒.๒.๕. สามารถสร้างแบบจําลอง (Scenario) สําหรับการคํานวณข้อมูลการไต่สวน จาก แบบสอบถามของผู้ส่งออกจากต่างประเทศแต่ละรายได้หลายกรณี เพื่อใช้ในการวางแผนและเปรียบเทียบ ผลการคํานวณจากข้อมูลแต่ละส่วนที่แตกต่างกัน โดยต้องสามารถแจกแจงวิธีการที่ใช้ในการคํานวณได้
ยกตัวอย่างเช่น การคํานวณโดยใช้ข้อมูลตามคําตอบแบบสอบถามทั้งหมด
๓.๒.๒.๖. สามารถบันทึกวันที่ได้รับคําตอบแบบสอบถาม
๓.๒.๒.๗. สามารถระบุสถานะการดําเนินการ เช่น อยู่ระหว่างผู้ส่งออกจากต่างประเทศ
ดําเนินการ อยู่ระหว่างเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ เสร็จสิ้น
96504
nyorn

туган
-๒๒-
๓.๒.๓. การตรวจสอบความครบถ้วน ถูกต้อง และสอดคล้องของข้อมูล
จะต้องสามารถตรวจสอบความครบถ้วน ถูกต้อง และสอดคล้องของคําตอบแบบสอบถาม
โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
๓.๒.๓.๑. สามารถตรวจสอบความครบถ้วนได้ ว่าข้อมูลในคําตอบแบบสอบถาม
Appendix หรือ Annex ใดที่ไม่ให้ข้อมูลตามแบบฟอร์มที่กําหนด ตามภาคผนวก ง.
๓.๒.๓.๒. สามารถตรวจสอบรหัสสินค้าที่ตอบใน Annex I - Annex VI ว่าต้องเป็นสินค้า ที่อยู่ในขอบเขตสินค้าที่ถูกพิจารณาตามประกาศเปิดไต่สวน/ทบทวน ของ Case ID นั้นๆ และกรณีไม่ได้ระบุ ขอบเขตสินค้าที่ชัดเจน ระบุเพียงพิกัดสินค้า จะต้องสามารถประมวลผลขอบเขตสินค้าจากพิกัดสินค้า ตามพระราชกําหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ.๒๕๓๐ และที่แก้ไขเพิ่มเติม และรหัสสถิติ
๓.๒.๓.๓. สามารถตรวจสอบการแบ่งประเภทรหัสสินค้า โดยสามารถกําหนดปัจจัย
ที่มีผลกระทบด้านราคาและต้นทุนได้ ด้วยการเปรียบเทียบข้อมูลระหว่างผู้ส่งออกจากต่างประเทศใน Case ID เดียวกันโดยการใช้ปัญญาประดิษฐ์
๓.๒.๓.๔. ตรวจสอบ Flow ของเอกสาร และเอกสารตัวอย่าง Flow ของทั้งธุรกรรม การขายภายในประเทศและส่งออกมายังประเทศไทย ว่าข้อมูลที่ให้ใน Annex I - Annex VI ถูกต้อง
และสอดคล้องกับเอกสารหลักฐาน
๓.๒.๓.๕. ตรวจสอบข้อมูลที่ให้ในแต่ละส่วนของคําตอบแบบสอบถามว่ามีความถูกต้อง และสอดคล้องตรงกัน กระทบยอดได้ และสอดคล้องกับหลักฐานทางบัญชี ข้อมูลใดที่ไม่สอดคล้องกัน สามารถรวบรวมเพื่อออกแบบสอบถามเพิ่มเติมให้ผู้ส่งออกตรวจสอบ/ชี้แจงเพิ่มเติมได้
๓.๒.๓.๖. สามารถตรวจสอบ Annex II ให้ครอบคลุมสินค้าที่ถูกพิจารณา (Subject Merchandise) ทั้งที่ส่งออกมาไทยและที่ไม่ได้ส่งออกมาไทยโดยการเปรียบเทียบรหัสสินค้ากับข้อมูล ใน Appendix B๔ หรือ Appendix B5 ได้
๓.๒.๓.๗. สามารถตรวจสอบ Annex II ให้พิจารณาเฉพาะรหัสสินค้าที่ส่งออกมายังไทย โดยตัดข้อมูลรหัสสินค้าที่ไม่ได้ส่งออกมายังไทยออกจากการคํานวณ หรือกรณีมีรหัสสินค้าที่ใกล้เคียงกัน สามารถนํามาเทียบเคียงกับรหัสสินค้าที่ส่งออกมาไทยได้
๓.๒.๓.๔. สามารถตรวจสอบข้อมูลต้นทุนรวมของสินค้าที่ถูกพิจารณาที่ให้ใน Annex VI และ Annex VI(๑) ว่าสามารถกระทบยอดกับข้อมูลผลประกอบการของบริษัทใน Annex Vill และ Annex Vill(๑) ทั้งในภาพรวมและรายรหัสสินค้าได้
๓.๒.๓.๙. สามารถตรวจสอบว่า Annex VI และ Annex VI(๑) มีข้อมูลต้นทุนรวม แยกตามรหัสสินค้าและเปรียบเทียบกับการกําหนดราคาขาย ซึ่งเป็นราคาขายสําหรับแต่ละรหัสสินค้า
๓.๒.๓.๑๐. สามารถพิจารณาค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ขอหักเพื่อเป็นราคา ณ หน้าโรงงาน ใน Annex II, Annex IV และ Annex V โดยจะสามารถยอมรับค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ขอหักทอนได้ เมื่อผ่านเกณฑ์ดังนี้ สามารถตรวจสอบข้อมูลค่าใช้จ่ายที่ขอหัก ว่าสอดคล้องกับเงื่อนไข
การส่งสินค้า (Delivery term) เงื่อนไขการจ่ายเงิน (Credit term) และเงื่อนไขอื่นๆ ทางการขายหรือไม่
สามารถตรวจสอบหลักเกณฑ์ที่ใช้ขอหักค่าใช้จ่ายเป็นรายธุรกรรม ว่า
วิธีการคํานวณค่าใช้จ่ายที่ขอหักถูกต้องและตรวจสอบกับข้อมูลที่บันทึกในระบบบัญชีได้หรือไม่
โส,

พ.
&
Wy 20154
-10m-
กรณีใช้หลักการค่าใช้จ่ายตามจริง ต้องสามารถตรวจสอบกับเอกสาร
หลักฐานที่ให้ ว่าสอดคล้องกับข้อมูลรายธุรกรรมหรือไม่ สําหรับกรณีใช้หลักการปันส่วนต้องสามารถตรวจสอบที่มา ของหลักการ ในการปันส่วนว่าสมเหตุสมผลและตรวจสอบกับข้อมูลในระบบบัญชีได้
ข้อมูลใน Annex I- Annex VII (๑)
สามารถตรวจสอบหลักฐานค่าใช้จ่ายที่ให้ว่าเพียงพอหรือไม่ สอดคล้องกับ
๓.๒.๓.๑๑. สามารถตรวจสอบข้อมูลตามคําตอบแบบสอบถามในแต่ละส่วนว่ามีข้อมูล
ไม่ถูกต้อง หรือไม่สอดคล้องกัน หรือไม่สอดคล้องกับหลักฐานทางบัญชีได้
โดยอัตโนมัติ
๓.๒.๓.๑๒. ระบบต้องมี Auto-validation ที่ตรวจสอบความสอดคล้องของข้อมูล
๓.๒.๓.๑๓. หน้าจอแสดงข้อมูลผลการตรวจสอบข้อมูล
จัดทําหนังสือแจ้งแก้ไขถึงผู้ส่งออก
๓.๓.
แสดงข้อมูล ที่ไม่ครบถ้วน และไม่สอดคล้อง เพื่อให้เจ้าหน้าที่พิจารณา
บันทึกวันที่มีหนังสือแจ้งแก้ไขและบันทึกการตอบกลับหนังสือ
การจัดการรหัสสินค้าและการตรวจสอบต้นทุน ๓.๓.๑. การจัดการข้อมูลทั่วไปของสินค้า
โดยมีรายละเอียด ดังนี้
จะต้องสามารถสร้างและจัดการรหัสสินค้าตามคําตอบแบบสอบถามของผู้ส่งออก
๓.๓.๑.๑. มีหน้าจอสําหรับสร้างและจัดการรหัสสินค้าที่ผู้ส่งออกตอบในคําตอบ แบบสอบถาม โดยเจ้าหน้าที่สามารถเพิ่ม แก้ไข หรือลบข้อมูลได้
๓.๓.๑.๒. รองรับการจัดหมวดหมู่สินค้าตามลักษณะการใช้งาน คุณสมบัติทางกายภาพ คุณสมบัติทางเคมี หรือปัจจัยอื่นที่มีผลต่อราคาและต้นทุน
๓.๓.๑.๓. สามารถจัดเก็บข้อมูลคุณสมบัติทั่วไปของสินค้า (General Product
Information) เพื่อใช้เปรียบเทียบกับสินค้าของผู้ส่งออกรายอื่นใน Case ID เดียวกัน
๓.๓.๑.๔. สามารถเชื่อมโยงรหัสสินค้าตามมาตรฐานอุตสาหกรรม (Industrial Standard) หรือชื่อทางการค้า (Commercial Standards) โดยกําหนดประเภทความสัมพันธ์ (เหมือนกัน คล้ายคลึง ใกล้เคียง) และระบบสามารถระบุร้อยละความเหมือนและเหตุผลการเชื่อมโยงโดยปัญญาประดิษฐ์ และมีหน้าจอ
ระบุรหัสสินค้าให้เจ้าหน้าที่ยืนยันความเชื่อมโยง สําหรับกรณีที่ผู้ส่งออกจากต่างประเทศตอบแบบสอบถาม มากกว่า ๑ ราย ในการไต่สวน/ทบทวนแต่ละกรณี เพื่อทําการเปรียบเทียบข้อมูล
๓.๓.๒. หน้าจอสําหรับการตรวจสอบต้นทุนจริงหรือค่าใช้จ่าย
๓.๓.๒.๑. ตรวจสอบต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายที่ให้ใน Annex VI Annex VI (๑) Annex VII และ Annex VII (๑) เป็นรายรหัสบัญชีว่าสามารถกระทบยอดกับงบกําไรขาดทุนรายปี รายไตรมาส หรือรายเดือนได้
๓.๓.๒.๒. ตรวจสอบต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายเป็นรายรหัสสินค้ากับข้อมูลในระบบบัญชี
๓.๓.๒.๓. ตรวจสอบค่าใช้จ่ายที่ขอหักใน Annex II Annex IV และ Annex V กับข้อมูล
ในระบบบัญชี และตรวจสอบว่าสอดคล้องกับเอกสารที่ให้

๒.๑๐๔
id
พกกบ

-๒๔-
๓.๓.๓. หน้าจอสําหรับบริหารจัดการการปันส่วนต้นทุนสําหรับรหัสสินค้าที่ไม่เคยบันทึก ต้นทุนเป็นรายรหัสสินค้า โดยระบบจะต้องสามารถดําเนินการได้ดังต่อไปนี้
๓.๓.๓.๑. สามารถเลือกรหัสสินค้าที่ต้องการปันส่วนต้นทุนจากรายการ
๓.๓.๓.๒. สามารถเลือกวิธีการปันส่วน ได้แก่ ปริมาณ น้ําหนัก ปริมาตร มูลค่า เวลาผลิต
ค่าแรงงาน ต้นทุนวัตถุดิบ เป็นต้น
(Formula Builder)
๓.๓.๓.๓. สามารถกําหนดสูตรการคํานวณและพารามิเตอร์ที่ใช้ในเครื่องมือสร้างสูตร
๓.๓.๓.๔. ระบบจะคํานวณต้นทุนที่ปันส่วนและแสดงผลเป็นตาราง
๓.๓.๓.๕. มีกลไกการตรวจสอบความสมเหตุสมผลของการปันส่วน โดยเปรียบเทียบกับ การปันส่วนต้นทุนสินค้าอื่นนอกเหนือจากสินค้าที่ถูกพิจารณาของผู้ส่งออกรายนั้นๆ หรือต้นทุนของรหัสสินค้า ที่ใกล้เคียงกันของผู้ส่งออกรายอื่นใน Case ID เดียวกัน ข้อมูลต้นทุนของสินค้า ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน
๓.๓.๓.๖. ใช้ AI & Analytics Layer ในการวิเคราะห์และเสนอแนะหลักเกณฑ์ การปันส่วนที่เหมาะสมโดยเรียนรู้จากข้อมูลต้นทุนของสินค้าที่คล้ายคลึงกัน
๓.๓.๓.๗. สร้างรายงานแสดงผลการปันส่วนต้นทุน พร้อมระบุหลักเกณฑ์ที่ใช้และเหตุผลประกอบ
๔. การวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมการค้าเชิงลึกของผู้ส่งออกแต่ละราย
๔.๑. สามารถวิเคราะห์และสรุปช่องทางการจําหน่ายของผู้ส่งออกจากต่างประเทศแต่ละรายได้ ว่ามี ช่องทางการจําหน่ายในประเทศและส่งออกแบบใดบ้าง ตัวอย่างเช่น
ผู้ซื้อลําดับที่ ๑
โรงงาน
ผู้ซื้อที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
โรงงาน
ผู้ซื้อที่เกี่ยวข้องกัน
โรงงาน
ผู้ซื้อที่เกี่ยวข้องกัน
ผู้ซื้อลําดับที่ ๒
ผู้ซื้อลําดับที่ ๓
ผู้ซื้อที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
ผู้ซื้อที่เกี่ยวข้องกัน
ผู้ซื้อที่เกี่ยวข้องกัน
ผู้ซื้อที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
สามารถวิเคราะห์ราคาขายในแต่ละช่องทางการจําหน่าย ทั้งในประเทศและส่งออก ว่าราคาขาย
แตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร โดยวิเคราะห์เป็นรายเดือน รายไตรมาส และรายปี
สามารถวิเคราะห์กําไรในแต่ละช่องทางการจําหน่ายทั้งในประเทศและส่งออก ว่ามีกําไรแตกต่างกัน
หรือไม่ อย่างไร โดยวิเคราะห์เป็นรายเดือน รายไตรมาส และรายปี
๕. การตรวจสอบต้นทุนสินค้าที่ขายภายในประเทศต้นทาง
สามารถตรวจสอบต้นทุนรวม (Cost of Production: COP) ที่ตอบในแบบสอบถามกับงบการเงิน ที่ผ่านการรับรองจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (งบกําไรขาดทุน งบดุล งบต้นทุนการผลิต งบกระแสเงินสด และหมายเหตุประกอบงบการเงิน) ว่ามีความสอดคล้องกันและสามารถยอมรับในเบื้องต้นเพื่อใช้ในการตรวจสอบ ว่ามีการขายต่ํากว่าต้นทุนรวมหรือไม่ (Sales below Costs Test) โดยต้นทุนที่จะนํามาพิจารณาคือ ต้นทุน (Cost of Manufacturing: COM) บวกค่าใช้จ่าย (SG&A Expenses)

…..
atsorr
coa
-๒๕-
๕.๑.
การตรวจสอบต้นทุน (Cost of Manufacturing: COM)
๕.๑.๑. การตรวจสอบต้นทุนสําหรับรหัสสินค้าที่มีขายในประเทศผู้ส่งออกและส่งออกมาไทย
จะต้องสามารถตรวจสอบและปันส่วนต้นทุนตามหลักเกณฑ์กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๔๓)
ข้อ ๑ หากรหัสสินค้านั้นมีการจําหน่ายทั้งในประเทศผู้ส่งออกและส่งออกมายังประเทศไทย หรือหากไม่มี
รหัสสินค้าที่ตรงกันต้องตรวจสอบรหัสสินค้าที่ใกล้เคียงกันได้ โดยสามารถตรวจสอบความน่าเชื่อถือของต้นทุนและ
สามารถตรวจสอบกับงบการเงินได้
ดังต่อไปนี้
๕.๑.๒. การตรวจสอบความสอดคล้องของต้นทุนกับการกําหนดราคาขายรายธุรกรรม
ต้องสามารถตรวจสอบความสอดคล้องของต้นทุนกับราคาขาย โดยมีรายละเอียด
ระหว่างต้นทุนและราคา
๕.๑.๒.๑. ต้นทุนจะต้องสอดคล้องกับการกําหนดราคาขายของธุรกรรม ๕.๑.๒.๒. ต้องมี Price-Cost Correlation Analysis เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์
๕.๑.๒.๓. แสดงกราฟและแผนภูมิแสดงการกระจายของต้นทุนและราคา
๕.๑.๓. การตรวจสอบการแยกต้นทุนตามรหัสสินค้า
๕.๑.๓.๑. ตรวจสอบการขายทั้งภายในประเทศผู้ส่งออกและการส่งออกมายังไทย หากกําหนดราคาขายแยกตามรหัสสินค้า ต้นทุนก็ควรแยกตามรหัสสินค้า หรือกลุ่มสินค้าเป็นอย่างน้อย
๕.๑.๓.๒. ตรวจสอบปัจจัยที่ทําให้ราคาสินค้าแตกต่างกัน ว่าสอดคล้องกับโครงสร้าง ต้นทุนหรือไม่ หากราคาขายผันแปรตามความหนา พื้นผิว และเกรดของสินค้า ต้นทุนก็ควรผันแปรตามความหนา พื้นผิว และเกรดของสินค้าเช่นเดียวกัน
ตามรหัสสินค้าได้
ของที่มาไว้ด้วยกัน
ค่าโสหุ้ย
๕.๑.๓.๓. สามารถบันทึกข้อมูลเบื้องต้นสําหรับเป็นแนวทางการตรวจสอบการแยกต้นทุน
๕.๑.๓.๔. ระบบต้องมี Cost Variation Analysis ที่วิเคราะห์การผันแปรของต้นทุน ๕.๑.๓.๕. แจ้งเตือนเมื่อพบความไม่สอดคล้องในการแยกต้นทุน
๕.๑.๓.๖. มีตารางสรุปที่มาของต้นทุนต่อหน่วยเป็นรายรหัสสินค้าที่จัดกลุ่มประเภท
๕.๑.๔. การตรวจสอบหลักเกณฑ์การปันส่วนต้นทุน
มีหน้าจอสําหรับตรวจสอบหลักเกณฑ์การปันส่วนต้นทุน โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
๕.๑.๔.๑. สามารถตรวจสอบหลักเกณฑ์การปันส่วนต้นทุนของวัตถุดิบ ค่าแรงงาน
สําหรับผู้ส่งออกจากต่างประเทศที่ผลิตสินค้ามากกว่าหนึ่งชนิด
๕.๑.๔.๒. สามารถตรวจสอบวิธีการคํานวณเพื่อปันส่วนต้นทุนกับข้อมูลต้นทุนในระบบ บัญชี (Cost Allocation Method Validator) ที่ตรวจสอบความสมเหตุสมผลของวิธีการปันส่วน
๕.๑.๔.๓. แสดงผลการปันส่วนเป็นตารางและกราฟได้
๕.๑.๔.๔. สร้างรายงาน Cost Allocation ที่แสดงหลักเกณฑ์และผลการปันส่วน ๕.๑.๕. การตรวจสอบต้นทุนสินค้าที่ซื้อเพื่อนํามาขาย (Trading)
มีหน้าจอสําหรับตรวจสอบและแยกต้นทุน Trading โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

-๒๖-
เพื่อนํามาขาย (Trading)
ทีผลิตเอง
๕.๑.๕.๑.
สามารถตรวจสอบการแบ่งแยกต้นทุนสินค้าที่ผลิตเองกับต้นทุนสินค้าที่ซื้อ
๕.๑.๕.๒. ต้องมี Trading Cost Separator ที่แยกต้นทุน Trading ออกจากต้นทุนสินค้า
การตรวจสอบสินค้าคงคลัง (Inventory) และการกระทบยอด มีหน้าจอสําหรับตรวจสอบสินค้าคงคลังโดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
๕.๑.๖.๑. สามารถตรวจสอบสินค้าคงคลัง (Inventory) โดยกระทบยอดจากสูตร:
สินค้าปลายงวด = สินค้าต้นงวด + สินค้าที่ผลิต + สินค้าที่ซื้อ - ขาย สินค้าที่ผลิตเพื่อใช้เอง

๕.๑.๒.๒. สามารถตรวจสอบทั้งภาพรวมของบริษัท และรายรหัสสินค้า
๕.๑.๖.๓. แสดงรายงานความแตกต่างและข้อผิดพลาดในการกระทบยอด และมีระบบ แจ้งเตือนเมื่อพบความไม่สอดคล้องในการกระทบยอดสินค้าคงคลัง
๕.๑.๗. การตรวจสอบต้นทุนต่อหน่วยระหว่างการขายในประเทศผู้ส่งออกและส่งออกมายังไทย
มีหน้าจอสําหรับเปรียบเทียบต้นทุนต่อหน่วย โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
๕.๑.๒.๑. สามารถตรวจสอบเป็นรายรหัสสินค้าที่ขายในประเทศผู้ส่งออกและขายส่งออก
มาไทยว่ามีต้นทุนต่อหน่วยเท่ากันหรือไม่
๕.๑.๒.๒. มีหน้าจอแสดงคําอธิบายข้อมูลจากคําตอบแบบสอบถามของผู้ส่งออก
จากต่างประเทศ และมีหน้าจอแสดงข้อมูลที่ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบวิธีการคํานวณแสดงที่มาของต้นทุน สําหรับ ประกอบการพิจารณาในกรณีต้นทุนผลิตที่ขายในประเทศผู้ส่งออกกับส่งออกมาไทยไม่เท่ากัน และสามารถบันทึก
การตัดสินและเหตุผลจากเจ้าหน้าที่ได้
๕.๑.๗.๓. สามารถแสดงข้อมูลที่ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบวิธีการคํานวณเพื่อให้ได้ต้นทุน จากไฟล์ข้อมูลประเภท Excel, CSV ที่ export จากระบบ ERP หรือกระดาษทําการของผู้ส่งออกจากต่างประเทศได้
๕.๑.๗.๔. สามารถตรวจสอบการคํานวณและกระทบยอดกับข้อมูลบัญชีต้นทุน
๕.๑.๗.๕. สามารถให้คําแนะนําการเลือกต้นทุนต่อหน่วยสําหรับแต่ละรหัสสินค้าได้
๕.๑.๗.๖. หากข้อมูลตามคําตอบแบบสอบถามไม่น่าเชื่อถือต้องสามารถปรับปรุงการ คํานวณ หรือสามารถคํานวณต้นทุนขึ้นใหม่เป็นรายรหัสสินค้าได้ โดยการแจ้งเตือนว่าต้องคํานวณขึ้นใหม่ และสามารถคํานวณโดยนําต้นทุนของทั้งบริษัท หารด้วยปริมาณผลิต หรือวิธีอื่นตามที่เจ้าหน้าที่กําหนด
๕.๑.๔. การจัดการต้นทุนกรณีไม่มีการผลิตในช่วง IP
จะต้องสามารถจัดการกรณีรหัสสินค้าที่ไม่มีการผลิตในช่วง IP โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ ๕.๑.๘.๑. การใช้ข้อมูลสินค้าใกล้เคียง
สามารถนําข้อมูลต้นทุนของสินค้าที่มีรหัสสินค้าใกล้เคียงกันที่สุดที่มีการ
ผลิตในช่วง IP โดยใช้ข้อมูลจาก Appendix B) หรือประมวลผลจาก Appendix Bm หรือเปรียบเทียบจากข้อมูล ใน Annex II โดยพิจารณาความใกล้เคียงจากหลักเกณฑ์ในการกําหนดรหัสสินค้า เช่น สินค้าที่มีรหัสสินค้า xx หลักแรกตรงกัน มาถัวเฉลี่ยถ่วงน้ําหนัก
คํานวณต้นทุนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ําหนักจากสินค้าที่มีคุณลักษณะใกล้เคียง
که وه

1058
กล


พฤต
-๒๗-
๕.๑.๔.๒. การใช้ข้อมูลช่วงก่อน IP
หากมีการให้ข้อมูลต้นทุนช่วงก่อน IP เพิ่มเติม ต้องสามารถตรวจสอบ
สามารถบันทึกข้อมูลแวดล้อมเพิ่มเติม เพื่อตรวจสอบต้นทุนในช่วงดังกล่าว
ความถูกต้อง สอดคล้องของข้อมูลได้ โดยมีหลักการเดียวกันกับการตรวจสอบข้อมูลต้นทุนช่วง IP
ของสินค้าอื่นว่าใกล้เคียงกับช่วง IP หรือไม่
มีหน้าจอเปรียบเทียบต้นทุนกับสินค้าอื่น หากแตกต่างอย่างมีนัยสําคัญ
สามารถบันทึกผลการพิจารณาไม่ใช้ข้อมูลที่เสนอเพิ่มได้
๕.๑.๔.๓. ระบบสามารถสร้างสมมติฐานสําหรับการคํานวณขึ้นใหม่ เช่น ต้นทุนของสินค้า ที่ถูกพิจารณาทั้งหมดในช่วง IP หารด้วยปริมาณผลิตของสินค้าที่ถูกพิจารณา หรือต้นทุนผลิตของทั้งบริษัท หารด้วยปริมาณผลิตของทั้งบริษัท
๕.๑.๔. การกระทบยอดต้นทุนกับงบการเงิน
๕.๑.๙.๑. สามารถแสดงการกระทบยอดต้นทุนกับงบการเงินได้
๕.๑.๔.๒. แจ้งเตือนเมื่อพบความไม่สอดคล้องที่มีนัยสําคัญ พร้อมระบุเหตุผลความไม่สอดคล้อง
๕.๑.๑๐. การจัดการหมายเหตุและเหตุผลการคํานวณ
จะต้องสามารถจัดการหมายเหตุและเหตุผล โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
๕.๑.๑๐.๑. แสดงหมายเหตุการใช้หลักเกณฑ์ใดของแต่ละรหัสสินค้า
๕.๑.๑๐.๒. สามารถบันทึกเหตุผลและหลักเกณฑ์การคํานวณสําหรับแต่ละรหัสสินค้า ๕.๑.๑๐.๓. มีรายงานสรุปหลักเกณฑ์การคํานวณทั้งหมด
๕.๑.๑๐.๔. การตรวจสอบข้อมูลกับผู้ส่งออกจากต่างประเทศรายอื่น
สามารถตรวจสอบข้อมูลกับผู้ส่งออกจากต่างประเทศรายอื่นๆ ที่ตอบ
แบบสอบถาม เพื่อพิจารณาว่ามีความสอดคล้องกันหรือไม่
เดียวกัน

แสดงการเปรียบเทียบข้อมูลกับผู้ส่งออกจากต่างประเทศรายอื่นใน Case ID

สามารถแสดงกราฟและตารางเปรียบเทียบต้นทุนระหว่างผู้ผลิต สามารถระบุความแตกต่างที่มีนัยสําคัญและเหตุผลที่เป็นไปได้
๕.๒. การตรวจสอบค่าใช้จ่าย (SG&A expenses)
๕.๒.๑. สามารถรองรับการคํานวณโดยใช้หลักการเดียวกับต้นทุน
๕.๒.๒. สามารถตรวจสอบข้อมูลรายละเอียดว่า มีรายการใดในต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ซ้ําซ้อนกัน หรือไม่ ๕.๒.๓. สามารถตรวจสอบข้อมูลค่าใช้จ่ายที่ขอหักกับข้อมูลค่าใช้จ่ายในระบบบัญชี (Expense
Classification Validator)
๕.๒.๔. การตรวจสอบค่าใช้จ่ายเป็นรายรหัสสินค้า
๕.๒.๔.๑. สามารถตรวจสอบเป็นรายรหัสสินค้าว่ารหัสสินค้าที่ขายในประเทศและขายส่งออก
มาไทยมีค่าใช้จ่ายต่อหน่วยเท่ากันหรือไม่
کرو
กะเ
-๒๘-
๕.๒.๔.๒. สามารถตรวจสอบความถูกต้องและสอดคล้องของข้อมูลค่าใช้จ่าย กับหลักฐาน ทางบัญชี หรือกระดาษทําการ หรือไฟล์ข้อมูลที่ได้มาจากระบบ ERP ของผู้ส่งออกจากต่างประเทศ โดยสามารถ แสดงข้อมูลอธิบายหลักการ การคํานวณ ที่มาที่ไปของตัวเลขส่วนที่สําคัญ
๕.๒.๔.๓. สามารถกระทบยอดค่าใช้จ่าย ใน Annex VI, Annex VI(๑), Annex VII
และ Annex Vill(๑) กับข้อมูลทางบัญชี และงบกําไรขาดทุนได้
๕.๒.๔.๔. กรณีที่มีข้อมูลเป็นรายรหัสบัญชี ต้องสามารถแสดงการกระทบยอดค่าใช้จ่าย ตาม Annex VI Annex VII กับค่าใช้จ่ายที่ขอหักใน Annex II และ Annex IV และ Annex V ได้ โดยการกระทบ ยอดดังกล่าวต้องสามารถเชื่อมโยงกับเอกสาร หลักฐานค่าใช้จ่ายที่ขอหักที่ผู้ส่งออกจากต่างประเทศให้ด้วย
๕.๒.๔.๕. หากข้อมูลตามคําตอบแบบสอบถามไม่น่าเชื่อถือต้องสามารถปรับปรุง
การคํานวณ หรือสามารถคํานวณค่าใช้จ่ายขึ้นใหม่เป็นรายรหัสสินค้าได้ โดยการแจ้งเตือนว่าต้องคํานวณขึ้นใหม่ และสามารถคํานวณโดยนําค่าใช้จ่ายของทั้งบริษัท หารด้วยปริมาณขาย หรือวิธีอื่นตามที่เจ้าหน้าที่กําหนด
๕.๒.๔.๖. ต้องมี SG&A Unit Cost Analyzer ที่วิเคราะห์ค่าใช้จ่ายต่อหน่วย
๕.๒.๔.๗. แสดงการเปรียบเทียบ SG&A ต่อหน่วยระหว่างการขายในประเทศและส่งออก และสามารถวิเคราะห์สาเหตุของความแตกต่างได้
๕.๒.๔.๔. มีตารางสรุปที่มาของค่าใช้จ่ายต่อหน่วยเป็นรายรหัสสินค้า ที่จัดกลุ่มตาม
ประเภทของที่มาไว้ด้วยกัน
๕.๒.๕. การตรวจสอบค่าใช้จ่ายที่ขอหัก (Allowances)
ค่าใช้จ่ายที่ขอหักใน Annex II และ Annex IV ต้องตรวจสอบ ดังนี้ ๕.๒.๕.๑. ต้องรองรับการตรวจสอบค่าใช้จ่ายที่ขอหัก ยกตัวอย่างเช่น

ค่าบรรจุภัณฑ์
ค่าขนส่งภายในประเทศ ค่าคอมมิชชั่น

  • ค่า Credit Expense
    ค่าโฆษณา
    ค่า Oversea Insurance
    ค่าใช้จ่ายในการดาเนินการที่ท่าเรือ
    Rebate

Discount

Duty Drawback
๕.๒.๕.๒. ต้องตรวจสอบค่าใช้จ่ายที่ขอหัก ได้ดังต่อไปนี้
สามารถตรวจสอบกับเอกสารหลักฐานค่าใช้จ่ายที่ขอหักใน Annex VIII (๔)
ว่ามีความถูกต้อง สอดคล้องกับข้อมูลใน Annex II, Annex IV, Annex V หรือข้อมูลที่ให้เพิ่มเติม หรือไม่
สามารถตรวจสอบเทอมการขาย ว่าสอดคล้องกับค่าใช้จ่ายที่ขอหัก หรือไม่
เช่น Ex-factory, Ex-work หากมีการหักค่าใช้จ่าย ต้องตรวจสอบได้ว่าค่าใช้จ่ายดังกล่าว ต้องหักในทุกเทอม
wars.



&
….
-๒๙-
การขนส่ง หากเป็นเทอมรวมขนส่ง (delivered) ต้องหักค่าขนส่งในประเทศเป็นอย่างน้อย สําหรับค่าหีบห่อ หรือค่าบรรจุภัณฑ์ (packing/packaging) ต้องตรวจสอบว่ารหัสสินค้าเดียวกัน มีมูลค่าต่อหน่วยที่หักเท่ากันหรือไม่ สามารถตรวจสอบว่าค่าใช้จ่ายประเภทเดียวกันมีการขอหักทั้งใน Annex II
และ Annex IV หรือไม่ หากตรวจพบความแตกต่าง ระบบต้องสามารถระบุได้ และต้องแสดงข้อมูล
เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถพิจารณาและตรวจสอบเหตุผลความสมเหตุสมผลของการหักค่าใช้จ่ายนั้นได้อย่างชัดเจน
สามารถตรวจสอบว่าค่าใช้จ่ายที่ขอหักใน Annex II, Annex IV, Annex V ต้อง สามารถกระทบยอดกับ Annex V และ Annex VII ได้ ทั้งเป็นรายรหัสสินค้าและยอดรวมสําหรับสินค้าที่ถูกพิจารณา
5. การคํานวณมูลค่าปกติ (Normal Value) หรือราคาขายในประเทศต้นทาง (Annex II)
หลักเกณฑ์ตามมาตรา ๑๕ และกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๔๓) ออกตามความใน พ.ร.บ. การตอบโต้การทุ่มตลาดฯ พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยมีรายละเอียดดังนี้
๖.๑.
การตรวจสอบเอกสารหลักฐานประกอบการขายในประเทศผู้ส่งออก โดยมีรายละเอียดดังนี้
๒.๑.๑. สามารถบันทึกและแสดงหลักฐานประกอบการขายในประเทศผู้ส่งออกโดยสามารถแบ่ง ตามช่องทางการจําหน่าย (channel of sale) อย่างน้อยอย่างละ ๒ ธุรกรรม ตามที่แนบข้อมูลเป็น Annex Vill (๘) ๒.๑.๒. สามารถตรวจสอบหลักฐานที่แนบมา ว่าสอดคล้องกับข้อมูลที่ใน Annex II ทั้งข้อมูล รายละเอียดสินค้า คุณสมบัติสินค้า บรรจุภัณฑ์ ช่องทางการจําหน่าย (channel of sale) ระดับการจําหน่าย (level of trade) ปริมาณ มูลค่า เทอมการขาย เป็นต้น
๖.๒.
การตรวจสอบปริมาณการขายในทางการค้าปกติ
๕% Sufficiency Test (หรือ ๕% test)
จะต้องสามารถดําเนินการตรวจสอบ ๕% Sufficiency Test โดยเปรียบเทียบเป็นรายรหัสสินค้า ที่มีรายละเอียดและความสามารถดําเนินการได้ ดังต่อไปนี้
๖.๒.๑.๑. สามารถตรวจสอบว่าแต่ละรหัสสินค้ามีปริมาณการขายภายในประเทศ เกินร้อยละ ๕ ของปริมาณการส่งออกมาไทยหรือไม่ ยกตัวอย่างเช่น สินค้าเกรด aa มีการขายในประเทศมากกว่า ๕ ตัน ในขณะที่ส่งออกมาไทย ๑๐๐ ตัน ซึ่งเกินร้อยละ ๕ แสดงว่ามีปริมาณการขายมากพอที่จะนําราคาขายใน ประเทศมาใช้คํานวณมูลค่าปกติได้
๖.๒.๑.๒. มีรายงานสรุปผล ๕% test เป็นรายรหัสสินค้า และแสดงรายการสินค้า ที่ผ่านและไม่ผ่านเกณฑ์ ๕% แยกตามรหัสสินค้า
๖.๒.๑.๓. หากไม่ผ่าน ๕% test ไม่ต้องนําข้อมูลราคาขายภายในประเทศของรหัสสินค้า ชนิดนั้นมาคํานวณส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด แต่จะคํานวณมูลค่าปกติขึ้นใหม่ (Constructed Normal Value)
๖.๒.๑.๔. สามารถกําหนดและระบุรหัสสินค้าที่ต้องคํานวณมูลค่าปกติขึ้นใหม่
(Constructed Normal Value)
๖.๒.๑.๕. สามารถคํานวณมูลค่าปกติขึ้นมาใหม่เป็นรายรหัสสินค้า ตามหลักเกณฑ์ที่กําหนด โดยอัตโนมัติ ซึ่งคํานวณจาก ต้นทุนต่อหน่วย (Annex V) + ค่าใช้จ่ายต่อหน่วย (Annex VI) + กําไรที่เหมาะสม โดยหากแต่ละรหัสสินค้าใช้หลักเกณฑ์ที่ต่างกัน ต้องสามารถจัดกลุ่มการคํานวณแยกเป็นกลุ่มตามหลักเกณฑ์ได้
๖.๒.๑.๖. สามารถบันทึกเหตุผลและวิธีการที่ใช้สําหรับแต่ละรหัสสินค้า


lee

…วัน
-mo-
๖.๒.๒. ตรวจสอบการขายกับบริษัทในเครือ
จะต้องสามารถตรวจสอบการขายทุกธุรกรรม ว่าเป็นการขายให้กับผู้ซื้อที่เป็นบริษัท
ในเครือที่มีความเกี่ยวข้องกัน (Affiliated parties) หรือไม่ โดยมีหลักการพิจารณาดังต่อไปนี้
๖.๒.๒.๑. เปรียบเทียบราคาขายให้ผู้ซื้อที่เกี่ยวข้องกับไม่เกี่ยวข้องกันได้ โดยแสดง เป็นร้อยละของราคาว่าราคาที่ขายให้ผู้ซื้อที่เกี่ยวข้องกัน ขายราคาต่ําหรือสูงกว่าราคาที่ขายให้ผู้ซื้อที่ไม่เกี่ยวข้อง
กันอย่างมีนัยสําคัญหรือไม่ โดยเจ้าหน้าที่สามารถเลือกเกณฑ์นัยสําคัญเองได้
๖.๒.๒.๒. สามารถเลือกธุรกรรมที่ขายให้ผู้ซื้อที่เกี่ยวข้องกัน ว่าจะนํามาคํานวณ
ส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด หรือไม่
๖.๒.๒.๓. สามารถเลือกพิจารณามูลค่าปกติจากราคาที่ขายให้กับผู้ซื้ออิสระทอดแรก โดยประมวลผลข้อมูลจากช่องทางการจําหน่าย (channel of sale) ที่ระบุใน Annex II และ Annex IV ว่าเป็นการ ขายผู้ซื้อที่มีความเกี่ยวข้องกัน หรือเป็นการขายให้ผู้ซื้ออิสระทอดแรก หากเปรียบเทียบแล้วพบว่าราคาขายให้ผู้ซื้อ ที่เกี่ยวข้องกับไม่เกี่ยวข้องกันมีราคาต่างกันอย่างไม่มีนัยสําคัญ สามารถนําข้อมูลทั้งหมดมาเฉลี่ยเข้าด้วยกันได้ แต่ หากต่างกันเกินร้อยละ ๕ (หรือตามที่เจ้าหน้าที่กําหนด) ต้องสามารถนําธุรกรรมที่ขายให้ผู้ซื้อที่เกี่ยวข้องกัน
ออกจากการคํานวณได้
๖.๒.๒.๔. กรณีทุกธุรกรรมเป็นการขายให้ผู้ซื้อที่เกี่ยวข้องกัน ก่อนขายให้ผู้ซื้ออิสระทอด แรก ต้องสามารถคํานวณมูลค่าปกติจากราคาขายให้ผู้ซื้ออิสระทอดแรก หักค่าใช้จ่าย (SG&A) และกําไรของผู้ซื้อที่ เกี่ยวข้องกัน
๖.๒.๒.๕. สามารถเลือกวิธีการคํานวณเพื่อนํามาพิจารณาเป็นมูลค่าปกติ พร้อมแสดงตาราง ผลของมูลค่าปกติจากแต่ละวิธีการคํานวณ
เกี่ยวข้องกัน
๖.๒.๓. การพิจารณาปัจจัยอื่นๆ ซึ่งอาจแตกต่างกันในผู้ส่งออกจากต่างประเทศแต่ละราย
จะต้องสามารถพิจารณาปัจจัยอื่นๆ ประกอบการตัดสินใจ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ ๖.๒.๓.๑. แสดงสัดส่วนการขายให้ผู้ซื้อที่เกี่ยวข้องกับผู้ซื้อที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
๖.๒.๓.๒. สามารถเปรียบเทียบอัตรากําไรระหว่างการขายให้ผู้ซื้อที่เกี่ยวข้องกับผู้ซื้อที่ไม่
๖.๒.๓.๓. สามารถวิเคราะห์พฤติกรรมการขายให้กับผู้ซื้อที่เกี่ยวข้อง กับผู้ซื้อที่ไม่ เกี่ยวข้องกันว่าแตกต่างกันหรือไม่ โดยเปรียบเทียบด้วยราคาต่อหน่วย หรือ การให้ส่วนลดจาก Annex II
และ Annex IV
๖.๒.๓.๔. สามารถบันทึกข้อมูลนโยบายของบริษัทและแนวทางการค้าที่ผ่านมาได้
๖.๒.๓.๕. สามารถวิเคราะห์ลักษณะการขายว่าเป็นแบบฤดูกาลหรือไม่ โดยแสดงกราฟการ ขายรายเดือน รายไตรมาส โดยนําข้อมูลมาเปรียบเทียบกับผู้ส่งออกรายอื่นใน Case ID เดียวกันได้ ยกตัวอย่างเช่น Annex IV การขายส่งออกมาไทยจะมีแนวโน้มเข้ามามากขึ้นช่วงก่อนตรุษจีนหรือสงกรานต์ เป็นต้น
๖.๒.๓.๖. สามารถบันทึกคําอธิบายจากผู้ส่งออกว่าเหตุใดราคาขายให้กับผู้ซื้อที่เกี่ยวข้อง จึงมีราคาต่ําหรือสูงกว่าราคาขายให้ผู้ซื้อที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
བ བ བ བ མ བ བ བ བ ་
བད་
10
น์d
กับ

นาฏ
-67-
๖.๒.๔. การคํานวณค่าภาระที่ปรับลด (Allowances) และค่าใช้จ่ายที่ขอหัก เพื่อเปรียบเทียบ ขั้นตอนทางการค้าเดียวกัน
๖.๒.๔.๑. สามารถนําราคาขายในประเทศตามใบแจ้งหนี้ มาหักค่าใช้จ่ายตามเทอมการขาย เช่น Delivered, Ex-Work ตามข้อ ๕.๒.๕ โดยเปรียบเทียบข้อมูลในคําตอบแบบสอบถามใน Annex II และ Annex IV กับเอกสารที่ให้
๖.๒.๔.๒. สามารถคํานวณเป็นรายธุรกรรมเพื่อให้เป็นเงื่อนไขราคาที่ขาย ณ ที่ทําการของ
ผู้ขาย (Ex-factory/Ex-work)
๖.๒.๔.๓. กรณีค่าใช้จ่ายที่ขอหักรายการใดมีมูลค่าต่อหน่วยที่เท่ากันใน Annex II
และ Annex IV ต้องสามารถตรวจสอบได้
๒.๓. การคํานวณมูลค่าปกติสําหรับกลุ่มสินค้าที่มีปริมาณการขายในประเทศผู้ส่งออกที่ไม่น้อยกว่า ร้อยละ ๕ ของปริมาณการส่งออกมายังประเทศไทย
5.๓.๑. การทดสอบการขายต่ํากว่าทุน
จะต้องสามารถตรวจสอบการขายต่ํากว่าทุน โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
๖.๓.๑.๑. สามารถคัดเลือกเฉพาะรหัสสินค้าที่ผ่านเกณฑ์ ๕% sufficiency test มาตรวจสอบการขายต่ํากว่าทุนรายธุรกรรมการขาย
๒.๓.๑.๒. สามารถตรวจสอบโดยเปรียบเทียบราคาขายเป็นรายรหัสสินค้าตามใบแจ้งหนี้ ที่หักค่าใช้จ่ายที่ขอหัก ใน Annex II ว่าเป็นการขายไม่ต่ํากว่าทุนโดยการเปรียบเทียบกับข้อมูลต้นทุนรวม
๒.๓.๑.๓. กรณีมีข้อมูลรายงานขาย (Sales Report) ต้องสามารถตรวจสอบว่า รายละเอียดในรายงานขาย สอดคล้องกับข้อมูลธุรกรรมการขายใน Annex II, Annex IV และ Annex V เช่น มูลค่าขาย ปริมาณขาย เทอมการขาย
๒.๓.๑.๔. มีรายงานสรุปผลการตรวจสอบการขายต่ํากว่าทุนเป็นรายรหัสสินค้า
5.๓.๒. การกําหนดมูลค่าปกติตามผลการตรวจสอบการขายต่ํากว่าทุนเป็นรายรหัสสินค้า สามารถ สร้างกรณีสําหรับการคํานวณมูลค่าปกติตามเงื่อนไขการคํานวณ ดังนี้
สําหรับแต่ละรหัสสินค้า
๖.๓.๒.๑. กรณีปริมาณการขายต่ํากว่าทุน ไม่เกินร้อยละ ๒๐ ใช้ข้อมูลทุกธุรกรรม
๒.๓.๒.๒. กรณีปริมาณการขายต่ํากว่าทุน เกินร้อยละ ๒๐ แต่น้อยกว่าร้อยละ ๑๐๐ ใช้เฉพาะธุรกรรมที่ราคาขายหลังหักค่าใช้จ่ายไม่ขายต่ํากว่าทุน
บวกกําไรที่เหมาะสม
๒.๓.๒.๓. กรณีขายต่ํากว่าทุนร้อยละ ๑๐๐ ให้คํานวณมูลค่าปกติขึ้นใหม่จากต้นทุนรวม
๒.๓.๓. สามารถคํานวณมูลค่าปกติขึ้นใหม่ เพื่อรองรับกรณีการขายต่ํากว่าทุนร้อยละ ๑๐๐ โดย คํานวณอัตรากําไรที่เหมาะสมได้ดังนี้
5.๓.๓.๑. ต้องมี Profit Margin Calculator ที่รองรับการคํานวณอย่างน้อย 5 วิธี
คํานวณจากรหัสสินค้าที่ส่งออกมาไทย ที่ขายแบบมีกําไรในประเทศ
และนํามาถัวเฉลี่ยหาอัตรากําไร

นา
กะ

พาครับ



-๓๒-
หาอัตราทําไร
หักด้วยต้นทุนขายและค่าใช้จ่าย
๖.๔.

คํานวณจากรหัสสินค้าที่ขายแบบมีกําไรในประเทศ และนํามาถัวเฉลี่ย
คํานวณอัตรากําไรจากงบการเงิน ด้วยการนํารายได้จากการขายสินค้า
ใช้อัตรากําไรของผู้ส่งออกจากต่างประเทศรายอื่นใน Case ID เดียวกัน ใช้อัตรากําไรจากข้อมูลคําขอของ Case ID นั้นๆ
ใช้อัตรากําไรจากกลุ่มอุตสาหกรรมสินค้านั้นๆ
๒.๓.๓.๒. แสดงการเปรียบเทียบอัตรากําไรจากวิธีการต่างๆ
๒.๓.๓.๓. บันทึกเหตุผลการเลือกใช้อัตรากําไรที่เหมาะสม
๒.๓.๓.๔. คํานวณมูลค่าปกติโดยนําต้นทุนรวมบวกกับอัตรากําไรที่เลือก ๒๖.๓.๓.๕. แสดงรายละเอียดการคํานวณมูลค่าปกติขึ้นใหม่
การกําหนดมูลค่าปกติ ณ หน้าโรงงาน
จะต้องสามารถแสดงผลมูลค่าปกติ ณ หน้าโรงงาน โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
๖.๔.๑. สามารถคํานวณตามหลักเกณฑ์ข้างต้นตามที่แต่ละรหัสสินค้าผ่านเกณฑ์
ตามข้อ ๖.๑ – ๖.๓ เพื่อได้มูลค่าปกติ ณ หน้าโรงงานเป็นรายรหัสสินค้าถัวเฉลี่ยถ่วงน้ําหนัก
วิธีการคําานวณ

๖.๔.๒. แสดงมูลค่าปกติ ณ หน้าโรงงานเป็นรายรหัสสินค้าในรูปแบบตาราง
๖.๔.๓. บันทึกหลักเกณฑ์ที่ใช้ในการคํานวณสําหรับแต่ละรหัสสินค้า
๖.๔.๔. แสดงรายละเอียดการคํานวณแบบขั้นตอนสําหรับแต่ละรหัสสินค้า
๖.๔.๕. สร้างรายงานสรุปมูลค่าปกติ ณ หน้าโรงงานเป็นรายรหัสสินค้าพร้อมหมายเหตุ
๖.๔.๖. แสดงกราฟเปรียบเทียบมูลค่าปกติระหว่างรหัสสินค้าต่างๆ
๖.๔.๗. มีฟังก์ชันการส่งออกข้อมูลในรูปแบบ Excel,Word, PDF สําหรับการรายงาน
๗. การคํานวณราคาส่งออกมาไทย
จะต้องสามารถคํานวณราคาส่งออกตามมาตรา ๑๔ ของ พ.ร.บ.
๗.๑. การตรวจสอบเอกสารหลักฐานประกอบการขายส่งออกมาไทย โดยมีรายละเอียดดังนี้
๗.๑.๑. สามารถบันทึกและแสดงหลักฐานประกอบการขายส่งออกมาไทย โดยสามารถแบ่งตาม ช่องทางการจําหน่าย (channel of sale) อย่างน้อยอย่างละ ๒ ธุรกรรม ตามที่แนบข้อมูลเป็น Annex VII (๑๐)
๗.๑.๒. สามารถตรวจสอบหลักฐานที่แนบมา ว่าสอดคล้องกับข้อมูลที่ใน Annex IV ทั้งข้อมูล รายละเอียดสินค้า คุณสมบัติสินค้า บรรจุภัณฑ์ ช่องทางการจําหน่าย (channel of sale) ระดับการจําหน่าย (level of trade) ปริมาณ มูลค่า เทอมการขาย เป็นต้น
๗.๒. การตรวจสอบธุรกรรมส่งออกกับบริษัทในเครือ
จะต้องสามารถตรวจสอบการขายส่งออกทุกธุรกรรม โดยใช้หลักการเดียวกับ ข้อ ๖.๒.๒ ข้างต้น
โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
๗.๒.๑. การตรวจสอบราคาส่งออกให้ผู้ซื้อที่เกี่ยวข้องกัน

neon
….


มา บ
-66-
๗.๒.๑.๑. เปรียบเทียบราคาขายให้ผู้ซื้อที่เกี่ยวข้องกับไม่เกี่ยวข้องกันได้ โดยแสดง เป็นร้อยละของราคาว่าราคาที่ขายให้ผู้ซื้อที่เกี่ยวข้องกัน ขายราคาต่ําหรือสูงกว่าราคาที่ขายให้ผู้ซื้อที่ไม่เกี่ยวข้อง
กันอย่างมีนัยสําคัญหรือไม่ โดยเจ้าหน้าที่สามารถเลือกเกณฑ์นัยสําคัญเองได้
ส่งออกน่าเชื่อถือหรือไม่
๒.๒.๑.๒. สามารถระบุข้อสังเกตและเหตุผล จากการตรวจสอบได้ เพื่อบ่งบอกว่าราคา
๗.๒.๑.๓. สามารถแสดงการเปรียบเทียบราคาส่งออกเฉลี่ยระหว่างผู้ซื้อที่เกี่ยวข้องกันและ
ผู้ซื้อที่ไม่เกี่ยวข้องกัน โดยสามารถเปรียบเทียบแยกรายรหัสสินค้าได้
๗.๒.๒. การจัดการกรณีไม่ยอมรับธุรกรรมขายให้ผู้ซื้อที่เกี่ยวข้องกัน สามารถคํานวณราคาส่งออกใหม่ โดยใช้ราคาที่ขายให้กับผู้ซื้ออิสระทอดแรก
๗.๒.๓. กรณีทุกธุรกรรมเป็นการขายให้ผู้ซื้อที่เกี่ยวข้องกัน ก่อนขายให้ผู้ซื้ออิสระทอดแรก ต้อง สามารถคํานวณราคาส่งออกจากราคาขายให้ผู้ซื้ออิสระทอดแรก หักค่าใช้จ่าย (SG&A) และกําไรของผู้ซื้อ
ที่เกี่ยวข้องกัน
๗.๒.๔. การใช้แหล่งข้อมูลทางเลือก สามารถบันทึกราคาขายของแต่ละรหัสสินค้าได้ พร้อมสามารถระบุแหล่งที่มาของข้อมูลที่นํามาพิจารณาเปรียบเทียบ ยกตัวอย่างเช่น เลือกเฉพาะบางธุรกรรม ราคาตลาดโลกหรือราคากลาง ราคาตามคําร้องของอุตสาหกรรมภายใน ข้อมูลจากสถิติกรมศุลกากร เป็นต้น
๗.๓. การตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยน
จะต้องสามารถตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยน โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
๗.๓.๑.๑. อัตราแลกเปลี่ยนในธุรกรรมขายอย่างน้อยควรจะเป็นอัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยรายเดือน
จาก Annex VIII (๒)
๗.๓.๑.๒. สามารถตรวจสอบอัตราอ้างอิงจากเว็บไซต์ของธนาคารกลางของประเทศผู้ส่งออก หรือธนาคารแห่งประเทศไทยได้
การคํานวณค่าภาระที่ปรับลด (Allowances) และค่าใช้จ่ายที่ขอหัก (Direct selling expenses) สามารถนําราคาขายส่งออกมาไทยตามใบแจ้งหนี้ มาหักค่าใช้จ่ายตามเทอมการขาย เช่น FOB, CIF
ตามข้อ ๕.๒.๕ โดยเปรียบเทียบข้อมูลคําตอบแบบสอบถามใน Annex IV กับเอกสารที่ให้
๗.๔.๑. สามารถบันทึกและคํานวณการหักทอนค่าใช้จ่ายต่างๆ
๗.๔.๑.๑. ส่วนลดต่างๆ (Discount)
๗.๔.๑.๒. เงินคืน (Rebate)
๗.๔.๑.๓. ค่าขนส่งภายในประเทศ
๗.๔.๑.๔. ค่าขนส่งทางทะเล
๗.๔.๑.๕. ค่าบรรจุภัณฑ์
๗.๔.๑.๖. ค่าคอมมิชชั่น
๗.๔.๑.๗. ค่าประกันภัย (Insurance)
๗.๔.๑.๘. ค่า Clearance & Handling เช่น ค่ายกของ (Steavador) ค่าดําเนินการ
ที่ท่าเรือ (Terminal Charge) และค่าบรรจุภัณฑ์ไม่ให้ของกลิ้ง (dunnager)
(,

….
-๓๔-
๗.๔.๑.๔. Duty Drawback สามารถหักกลับในด้านมูลค่าปกติ หรือบวกกลับในด้าน ราคาส่งออก เพื่อปรับให้เป็น ณ ระดับการค้าเดียวกัน
๗.๔.๑.๑๐. ค่า Credit Expense
๗.๔.๑.๑๑. ค่าโฆษณา
๗.๔.๑.๑๒. ค่าใช้จ่ายในการดําเนินการที่ท่าเรือ
๗.๔.๒. สามารถคํานวณเป็นรายธุรกรรมเพื่อให้เป็นเงื่อนไขราคาที่ขาย ณ ที่ทําการของผู้ขาย (Ex-factory/Ex-work)
๗.๕.
การคํานวณราคาส่งออก ณ หน้าโรงงาน โดยมีรายละเอียดดังนี้
๗.๕.๑.๑. สามารถคํานวณด้วยการนําข้อมูลราคาส่งออกตาม Annex IV ที่ได้รับการตรวจสอบ ตามข้างต้นทั้งหมดแล้ว หักออกด้วยค่าใช้จ่ายที่ขอหัก ตามข้อ ๗.๓ เพื่อได้ราคาส่งออก ณ หน้าโรงงาน เป็นรายรหัสสินค้าถัวเฉลี่ยถ่วงน้ําหนัก
๗.๕.๑.๒. สามารถบันทึกหลักเกณฑ์ที่ใช้ในการคํานวณสําหรับแต่ละรหัสสินค้า
๗.๕.๑.๓. แสดงรายงานสรุปราคาส่งออกเป็นรายรหัสสินค้าพร้อมหมายเหตุวิธีการคํานวณ
4. การคํานวณราคาส่งออก ณ ท่าเรือปลายทาง (Cost, Insurance, Freight: CIF)
จะต้องสามารถตรวจสอบว่าเป็นราคาส่งออก ณ ระดับใด เพื่อคํานวณราคาส่งออก CIF ถัวเฉลี่ย
ถ่วงน้ําหนัก
สามารถตรวจสอบเทอมการขายส่งออกมาไทยโดยสามารถระบุเทอมการขายเป็นรายธุรกรรมส่งออก
เช่น ราคาส่งมอบ ณ ท่าเรือปลายทาง (Cost, Insurance, Freight: CIF) ราคาส่งมอบ ณ ท่าเรือต้นทาง (Free On Board: FOB) ราคาส่งมอบ ณ ท่าเรือปลายทาง แต่ไม่รวมค่าประกันภัย (Cost and Freight: C&F) ราคาส่งมอบ ณ หน้าโรงงาน (Ex-work) หรืออื่นๆ ได้
๔.๒.
อัตโนมัติ
การคํานวณปรับราคาเป็น CIF
๔.๒.๑. กรณีมีการขายส่งออกเทอมการขาย CIF
จะต้องสามารถจัดการกรณีที่ผู้ส่งออกมีเทอมการขาย CIF โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ ๔.๒.๑.๑. หากผู้ส่งออกนั้น มีเทอมการขาย CIF สามารถนํามาถัวเฉลี่ยถ่วงน้ําหนักได้
๔.๒.๑.๒. แสดงรายละเอียดธุรกรรม CIF ทั้งหมดที่นํามาคํานวณถัวเฉลี่ยถ่วงน้ําหนัก ๔.๒.๒. กรณีไม่มีการขายเทอม CIF แต่มีเทอม FOB
จะต้องสามารถปรับราคา FOB เป็นราคา CIF โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
๔.๒.๒.๑. หากไม่มีราคา CIF แต่มีราคา FOB ให้ปรับเป็นราคา CIF โดยบวกค่า ประกันภัยและค่าขนส่งระหว่างประเทศ ซึ่งอาจนําข้อมูลมาจากข้อมูลตามคําขอเปิดไต่สวน/ทบทวน ของ Case ID นั้น หรือผู้ส่งออกจากต่างประเทศรายอื่นที่ร่วมตอบแบบสอบถาม หรือจากแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่ราคา อย่างเป็นทางการ
๔.๒.๒.๒. แสดงรายละเอียดการบวกค่าประกันภัยและค่าขนส่งระหว่างประเทศ ๔.๒.๒.๓. แสดงการคํานวณเป็นรายธุรกรรมเพื่อคํานวณแบบถัวเฉลี่ยถ่วงน้ําหนัก
J
3
!
กร ก
-๓๕-
๔.๒.๓. กรณีไม่มีเทอม CIF แต่มีเทอม C&F
จะต้องสามารถปรับราคา C&F เป็นราคา CIF โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้
๔.๒.๓.๑. หากไม่มีราคา CIF แต่มีราคา C&F ให้ปรับเป็น CIF โดยบวกค่าประกันภัย
ซึ่งอาจนําข้อมูลมาจากคําขอเปิดไต่สวน/ทบทวน ของ Case ID นั้น หรือผู้ส่งออกจากต่างประเทศรายอื่น ที่ร่วมตอบแบบสอบถาม หรือจากแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่ราคาอย่างเป็นทางการ
๔.๒.๓.๒. แสดงรายละเอียดการบวกค่าประกันภัย
๔.๒.๓.๓. แสดงการคํานวณเป็นรายธุรกรรมเพื่อคํานวณแบบถัวเฉลี่ยถ่วงน้ําหนัก ๔.๒.๔. กรณีเป็นการขายระดับอื่นๆ
จะต้องสามารถปรับราคาระดับอื่นๆ เป็นราคา CIF โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ ๔.๒.๔.๑. มี Multi-term to CIF Converter ที่รองรับทุกเทอมการขาย ซึ่งอาจนําข้อมูล มาจากคําขอเปิดไต่สวน/ทบทวน ของ Case ID นั้น หรือผู้ส่งออกจากต่างประเทศรายอื่นที่ร่วมตอบแบบสอบถาม หรือจากแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่ราคาอย่างเป็นทางการ
๔.๒.๔.๒. สามารถบันทึกวิธีการและหลักเกณฑ์ที่ใช้ในการปรับ
๔.๒.๔.๓. แสดงรายละเอียดค่าใช้จ่ายที่ต้องบวกหรือหักเพื่อปรับเป็น CIF
๔.๒.๕. สามารถนําเข้าข้อมูลเพิ่มเติม สําหรับกรณีข้อมูลค่าประกันภัยและค่าขนส่งระหว่าง ประเทศไม่สามารถยอมรับได้
๔.๒.๕.๑. นําเข้าข้อมูลจากการสอบถามเพิ่มเติม โดยให้ผู้ตอบแบบสอบถามประมาณการ เพื่อนํามาตรวจสอบกับข้อมูลจากแหล่งอื่นได้
๔.๒.๕.๒. เลือกข้อมูลค่าใช้จ่ายจากผู้ตอบแบบสอบถามรายอื่น
๔.๒.๕.๓. ใช้ข้อมูลค่าใช้จ่าย จากแบบสอบถามของผู้นําเข้า หรือใช้ข้อมูลจากแหล่งอื่นที่ เหมาะสม เช่น บจ.ไทยเดินเรือทะเล ผ่านช่องทางนําเข้าข้อมูลพร้อมระบุที่มาของแหล่งข้อมูล
การคํานวณราคาส่งออก CIF ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ําหนัก
๘.๓.
จะต้องสามารถคํานวณราคาส่งออก CIF ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ําหนัก โดยนําข้อมูลราคาทั้งหมดที่ปรับเป็น
CIF แล้วมาคํานวณถัวเฉลี่ยถ่วงน้ําหนักได้ โดยสามารถเลือกได้ว่าจะใช้การคํานวณจากรูปแบบใด
๔. การคํานวณส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด
จะต้องสามารถเปรียบเทียบระหว่างมูลค่าปกติ ณ หน้าโรงงานและราคาส่งออก ณ หน้าโรงงาน ถัวเฉลี่ย ถ่วงน้ําหนักเป็นรายรหัสสินค้า เพื่อให้ได้ส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดของแต่ละรหัสสินค้า แล้วนํามาหาค่าเฉลี่ย ถ่วงน้ําหนักกับปริมาณส่งออกมาไทยของแต่ละรหัสสินค้า เพื่อให้เป็นค่าถัวเฉลี่ยถ่วงน้ําหนัก ๑ ค่า สําหรับ นําไปเทียบเป็นอัตราร้อยละของราคาส่งออกเฉลี่ย CIF ตามตัวอย่างดังนี้
1
ใช้!
&
-mb-
รหัสสินค้า
หน้าโรงงาน
(๑)
(๒)
ทุ่มตลาด (๓) = (๑)-(๒)
มูลค่าปกติ ณ ราคาส่งออก ณ ส่วนเหลื่อมการ ปริมาณส่งออกมา มูลค่าส่วนเหลื่อมการทุ่ม
หน้าโรงงาน
ตลาด
(๕) = (๓) X (๔)
ไทย (๔)
A
๑๐
๑๕
-&
๑๐
0
-๕๐
B
២០
๑๐
๑๐
mo
๓๐๐
C
๑๕
๑๒

๕๐
๑๕๐
D
๒๕
mo
-&
๒๐
-600
รวม
๑๐๐
๓๐๐
๔.๑. การคํานวณส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด
ส่วนเหลื่อมการทุ่ม
ตลาด/หน่วย
ราคา CIF อัตราการทุ่มตลาด (ของราคา CIF)
๔.๑.๑. การคํานวณส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดเป็นรายรหัสสินค้า

๑๐
= 60%
จะต้องสามารถคํานวณส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดเป็นรายรหัสสินค้าได้ โดยมีขั้นตอนดังนี้ ๘.๑.๑.๑ เปรียบเทียบมูลค่าปกติ ณ หน้าโรงงาน กับราคาส่งออก ณ หน้าโรงงาน
หมายเลข (๒) โดยคํานวณถัวเฉลี่ยถ่วงน้ําหนักแยกตามรหัสสินค้า
๔.๑.๑.๒ คํานวณส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด หมายเลข (๓) = มูลค่าปกติ หมายเลข (๑) -
ราคาส่งออก หมายเลข (๒)
๔.๑.๑.๓ แสดง Highlight สินค้าที่มีส่วนเหลื่อมติดลบด้วยสีที่แตกต่าง ๔.๑.๒. การคํานวณมูลค่าส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดถัวเฉลี่ยถ่วงน้ําหนัก โดยมีขั้นตอนดังนี้
๙.๑.๒.๑. นําส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด หมายเลข (๓) ของแต่ละรหัสสินค้า คูณกับปริมาณส่งออกมาไทย หมายเลข (๔) ของรหัสสินค้านั้น เป็นหมายเลข (๕) มูลค่าส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด
๔.๑.๒.๒. รวมผลคูณทั้งหมดของแต่ละรหัสสินค้า สําหรับ หมายเลข (๔) ปริมาณส่งออก
มาไทย และหมายเลข (๕) มูลค่าส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด
๔.๑.๒.๓. หารด้วยปริมาณส่งออกมาไทยทั้งหมด (ผลรวมของ หมายเลข (๔)
เพื่อได้ส่วนเหลื่อมถัวเฉลี่ยต่อหน่วย (Margin/ton หรือ Margin/unit)
๔.๑.๓. การคํานวณอัตราการทุ่มตลาดเป็นร้อยละของราคา CIF โดยมีขั้นตอนดังนี้
๔.๑.๓.๑. คํานวณราคาส่งออกเฉลี่ย CIF ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ําหนัก จากข้อ ๔.๓
๔.๑.๓.๒. นําส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดถัวเฉลี่ยต่อหน่วย จากข้อ ๙.๑.๒ หารด้วยราคา ส่งออกเฉลี่ย CIF แล้วคูณ ๑๐๐ ได้เป็นอัตราการทุ่มตลาดเป็นร้อยละของราคาส่งออก CIF (Dumping Margin as
% of CIF)
๔.๑.๓.๓. แสดงการคํานวณแบบตารางอย่างชัดเจน
9

กดท

มหาดบ
-๓๗-
หน้าจอแสดงภาพรวมผลการคํานวณส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด (Dumping Margin Overview) จะต้องสามารถแสดงข้อมูลแยกรายผู้ส่งออกจากต่างประเทศ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบ
วิเคราะห์ และพิจารณาได้โดยสะดวก โดยมีรายละเอียดดังนี้
๔.๒.๑. หน้าจอภาพรวมผลการคํานวณ (Overview Dashboard)
๔.๒.๑.๑. หน้าจอสําหรับผู้บริหาร ต้องสามารถสรุปผลอัตราอากรตอบโต้การทุ่มตลาด
ที่เจ้าหน้าที่สรุปผลแล้ว เป็นรายชื่อผู้ส่งออก อัตราอากรตอบโต้การทุ่มตลาด ปริมาณและสัดส่วนการส่งออก
และประเทศ เป็นราย Case ID ได้
ประเทศ ก
รายชื่อ
ปริมาณการส่งออก
อัตราอากรตอบโต้
สัดส่วน (%)
(ตัน)
การทุ่มตลาด
ผู้ส่งออก กก
mo
60
&%
ผู้ส่งออก กข
๕๐
๕๐
๑๕%
ผู้ส่งออกรายอื่น
๒๐
๒๐
๒๘%
รวมการส่งออกประเทศ ก
๑๐๐
๑๐๐
ประเทศ ข
ผู้ส่งออก ขก
ผู้ส่งออก ขข
ผู้ส่งออก ขค
ผู้ส่งออกรายอื่น
รวมการส่งออกประเทศ ข
๑๐๐
๑๐
61%
๓๐๐
mo
๒๐%
๕๐

๒๔%
๕๕๐
๕๕
๔๕%
๑๐๐๐
๑๐๐
๔.๒.๑.๒. หน้าจอสําหรับเจ้าหน้าที่
ต้องมีหน้าสรุปแบบผู้บริหาร และหน้าการคํานวณเป็น scenario พร้อม
คําแนะนําจาก AI สําหรับผู้ส่งออกแต่ละราย
การใช้ข้อมูลข้อเท็จจริงเท่าที่มีอยู่ (Best Information Available: BIA) และการคํานวณอัตราอากร ตอบโต้การทุ่มตลาดสําหรับผู้ส่งออกรายอื่นที่ไม่ให้ความร่วมมือในการไต่สวน/ทบทวน
๑๐.๑. การบันทึกสถานะการตรวจสอบความร่วมมือของผู้ส่งออกและการกําหนดเกณฑ์สําหรับผู้ส่งออก ที่เข้าข่ายการใช้ข้อเท็จจริงเท่าที่มีอยู่
จะต้องมีหน้าจอสําหรับตรวจสอบและบันทึกเกณฑ์การไม่ให้ความร่วมมือหรือให้ความร่วมมือ
แต่ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์หรือไม่น่าเชื่อถือ โดยสามารถรองรับหลักเกณฑ์การปฏิบัติงานที่พิจารณาได้ว่าผู้ส่งออก
จากต่างประเทศไม่ให้ความร่วมมือในกระบวนการไต่สวน/ทบทวน ได้แก่
๑๐.๑.๑. ไม่ตอบแบบสอบถามภายในเวลาที่กําหนด
๑๐.๑.๑.๑. บันทึกเหตุผลและให้ความเห็นของเหตุผลว่าสามารถรับฟังได้หรือไม่ ๑๐.๑.๑.๒. ต้องมี Deadline Tracker ที่ติดตามกําหนดเวลาตอบแบบสอบถาม ๑๐.๑.๑.๓. บันทึกวันที่ได้รับคําตอบแบบสอบถามและเปรียบเทียบกับกําหนดเวลา
བ…

นางเ
กะ
-๓๘-
ไม่เท่ากัน
๑๐.๑.๒.
๑๐.๑.๓.
ตอบแบบสอบถามไม่ครบถ้วน เช่น ตอบเฉพาะข้อมูลราคาส่งออกโดยไม่ตอบส่วนอื่นๆ ๑๐.๑.๒.๑. ต้องมี Completeness Checker ที่ตรวจสอบความครบถ้วนของคําตอบ ๑๐.๑.๒.๒. แสดงรายการข้อมูลที่ขาดหายไป (Missing data list)
ตอบแบบสอบถามครบถ้วน แต่ข้อมูลไม่น่าเชื่อถือ เช่น ข้อมูลเดียวกันแต่ตอบปริมาณ
๑๐.๑.๓.๑. ต้องมี consistency checker ที่ตรวจสอบความถูกต้องสอดคล้อง ของข้อมูล ๑๐.๑.๓.๒. แสดงรายการที่ไม่น่าเชื่อถือดังกล่าวในรูปแบบสรุปย่อ หรือตาราง
หากไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลในคําตอบแบบสอบถามได้ โดยเฉพาะในส่วนของต้นทุน จะต้องสามารถบันทึกผลการตรวจสอบและเหตุผลที่ไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ และแสดงรายการข้อมูล
ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบ
๑๐.๒. การใช้ข้อมูลข้อเท็จจริงเท่าที่มีอยู่ (Facts Available หรือ Best Information Available-BlA) สําหรับผู้ส่งออกที่เข้าเกณฑ์ตามข้อ ๑๐.๑ สามารถดําเนินการดังนี้
๑๐.๒.๑. จะต้องสามารถเลือกและคํานวณอัตราอากรจากข้อเท็จจริงเท่าที่มีอยู่ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
๑๐.๒.๑.๑. สามารถเลือกมูลค่าปกติ ณ หน้าโรงงานจากธุรกรรมที่มีมูลค่าต่อหน่วยสูงสุด และราคาส่งออก ณ หน้าโรงงานจากธุรกรรมที่มีมูลค่าต่อหน่วยต่ําสุด เพื่อนํามาคํานวณส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดได้ ๑๐.๒.๑.๒. สามารถเลือกรหัสสินค้าที่มีมูลค่าส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดสูงที่สุดมาเป็นตัวแทน ในการคํานวณส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดได้
๑๐.๒.๑.๓. สามารถเลือกรหัสสินค้าที่ส่งออกมาไทยมากที่สุดเป็นตัวแทนในการคํานวณได้ ๑๐.๒.๑.๔. สามารถเลือกข้อมูลจากใน Appendix หรือ Annex ที่คํานวณเป็นราคาขายใน ประเทศต่อหน่วยสูงสุด และราคาขายส่งออกมาไทยต่ําสุด เพื่อนํามาคํานวณส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดได้
๑๐.๒.๑.๕. สามารถเลือกธุรกรรมการขายเทอม CIF ที่มีราคาต่ําสุด เพื่อนํามาหาอากร
ตอบโต้การทุ่มตลาดได้
๑๐.๒.๑.๖. สามารถเลือกราคา CIF จากผู้ส่งออกที่มีมูลค่าต่ําที่สุดได้
๑๐.๒.๒. จะต้องสามารถจัดการการใช้ข้อเท็จจริงเท่าที่มีอยู่บางส่วน (Partial BIA) โดยใช้ข้อมูลจาก คําตอบแบบสอบถามในส่วนที่ไม่เป็นคุณกับข้อมูลในแบบสอบถามอื่นที่เป็นปกติทางการค้า เช่น มูลค่าปกติ เลือกจากคําขอหรือแหล่งข้อมูลอื่นๆ และราคาส่งออกจากข้อมูลตามคําตอบแบบสอบถาม หรือตามเกณฑ์อื่น ที่ คํานวณมาแล้วตามข้อ ๖ หรือข้อ ๗ หรือข้อ ๘
๑๐.๓. กรณีผู้ส่งออกรายอื่น ที่ไม่เข้าร่วมกระบวนการไต่สวน
๑๐.๓.๑. สามารถเลือกมูลค่าปกติ ณ หน้าโรงงานจากธุรกรรมที่มีมูลค่าต่อหน่วยสูงสุด และราคา ส่งออก ณ หน้าโรงงานจากธุรกรรมที่มีมูลค่าต่อหน่วยต่ําสุด จากผู้ส่งออกรายใดก็ได้ โดยพิจารณาเป็นรายประเทศ
เพื่อนํามาคํานวณส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดได้
๑๐.๓.๒. สามารถเลือกรหัสสินค้าที่มีมูลค่าส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดสูงที่สุดจากผู้ส่งออกรายใดก็ได้
โดยพิจารณาเป็นรายประเทศ
ที่สุดได้
๑๐.๓.๓.สามารถเลือกธุรกรรมการขายเทอม CIF ที่มีราคาต่ําที่สุด หรือราคา CIF จากผู้ส่งออกที่ราคาต่ํา


Neote

-๓๙-
๑๑. การแสดงผลและการส่งออกข้อมูล ๑.๑. การสร้างรายงาน
๑๑.๑.๑. สามารถสรุปสาระสําคัญที่ผู้ส่งออกให้ข้อมูลในคําตอบแบบสอบถามได้
๑๑.๑.๒. สามารถสร้างรายงานสรุปการคํานวณส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดที่ครอบคลุมทุกขั้นตอน ๑๑.๑.๓. ตารางแสดงผลต้องแสดงผลเป็นทศนิยม ๒ หลัก ที่ตัดเศษให้สามารถคํานวณตามจริง ได้ถูกต้อง ๑๑.๑.๔. รายงานต้องแสดงหลักเกณฑ์ที่ใช้ในการคํานวณแต่ละส่วน
๑๑.๑.๕. รายงานต้องมีหมายเหตุอธิบายวิธีการและข้อยกเว้นต่างๆ ๑๑.๑.๖. สามารถส่งออกรายงานในรูปแบบ Word, PDF และ Excel ๑๑.๑.๗. สามารถจัดทํารายงานฉบับเปิดเผยสําหรับผู้ส่งออกแต่ละรายได้ ๑๑.๒. การทํา Audit Trail
๑๑.๒.๑. ต้องบันทึกประวัติการเปลี่ยนแปลงข้อมูลทั้งหมด
๑๑.๒.๒. ต้องบันทึกผู้ใช้งาน วันที่-เวลา และรายละเอียดการเปลี่ยนแปลง ๑๑.๒.๓. สามารถติดตามย้อนหลังได้ถึงข้อมูลต้นฉบับ
๑๑.๒.๔. มีระบบ Version Control สําหรับการคํานวณ
๑๒. การใช้งานด้านปัญญาประดิษฐ์
ระบบจะต้องมีความสามารถในการใช้งานด้วยปัญญาประดิษฐ์ โดยมีรายละเอียดดังนี้
๑๒.๑. สามารถตรวจสอบการแบ่งประเภทรหัสสินค้า โดยสามารถกําหนดปัจจัยที่มีผลกระทบด้านราคา และต้นทุนได้ ด้วยการเปรียบเทียบข้อมูลระหว่างผู้ส่งออกจากต่างประเทศใน Case ID เดียวกัน (ตามข้อ ๓.๒.๓.๓) ๑๒.๒. สามารถเชื่อมโยงรหัสสินค้าตามมาตรฐานอุตสาหกรรม (Industrial Standard) หรือชื่อทางการค้า (Commercial Standards) โดยกําหนดประเภทความสัมพันธ์ (เหมือนกัน คล้ายคลึง ใกล้เคียง) และระบบ สามารถระบุร้อยละความเหมือนและเหตุผลการเชื่อมโยงโดยปัญญาประดิษฐ์ และมีหน้าจอระบุรหัสสินค้าให้ เจ้าหน้าที่ยืนยันความเชื่อมโยง สําหรับกรณีที่ผู้ส่งออกจากต่างประเทศตอบแบบสอบถาม (ตามข้อ ๓.๓.๑.๔)
๑๒.๓. สามารถวิเคราะห์และเสนอแนะหลักเกณฑ์การปันส่วนต้นทุนที่เหมาะสมโดยเรียนรู้จากข้อมูลต้นทุน ของสินค้าที่คล้ายคลึงกัน (ตามข้อ ๕.)
๑๒.๔. สามารถให้คําแนะนําการเลือกต้นทุนต่อหน่วยสําหรับแต่ละรหัสสินค้าได้ (ตามข้อ ๕.๑.๗.๕) ๑๒.๕. สามารถให้คําแนะนําในการคํานวณมูลค่าปกติ ณ หน้าโรงงาน ด้วยปัญญาประดิษฐ์ พร้อมระบุเหตุผล ที่ใช้วิธีการคํานวณที่แนะนํา (ตามข้อ ๖.)
๑๒.๖. สามารถให้คําแนะนําในการคํานวณราคาส่งออก ณ หน้าโรงงาน ด้วยปัญญาประดิษฐ์ พร้อมระบุ เหตุผลที่ใช้วิธีการคํานวณที่แนะนํา (ตามข้อ ๗.)
๑๓. ตัวอย่างแบบสอบถามของผู้ส่งออกจากต่างประเทศ
ตัวอย่างแบบสอบถามของผู้ส่งออกจากต่างประเทศ ตาม QR Code ดังนี้
DFT
a
4657011.
Yvon


Nor
-GO-
ภาคผนวก ข.
รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของเครื่องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ต่างๆ
ผู้รับจ้างต้องเสนอคุณลักษณะเฉพาะของเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ทุกรายการ รวมทั้งรายละเอียดทาง
เทคนิคให้ครบถ้วนทุกรายการ ซึ่งผู้รับจ้างจะต้องเสนอคุณลักษณะเฉพาะไม่ต่ํากว่าคุณลักษณะเฉพาะตามที่ระบุใน เอกสารนี้ และสามารถทํางานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่ผู้รับจ้างเสนอ จะต้องมีคุณสมบัติอย่างน้อย ดังนี้
ด.
เป็นรุ่นที่ยังอยู่ในสายการผลิต ในวันที่ยื่นข้อเสนอการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ จะต้องเป็นของใหม่ (Brand New) ไม่ใช่ของเก่าใช้แล้ว (Used) หรือของล้าสมัย (Obsolete) หรือของที่ใช้งานแล้วและนํามาปรับปรุง ใหม่ (Reconditioned) โดยผู้รับจ้างต้องส่งเอกสารแคตตาล็อก และหรือรูปแบบรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ ของอุปกรณ์เพื่อประกอบการพิจารณาหลักฐาน
๒. ผู้รับจ้างต้องจัดทําแผนการติดตั้งและทดสอบเครื่องคอมพิวเตอร์พร้อมอุปกรณ์ทั้งหมดในโครงการ รวมทั้งจัดหาอุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมของสถานที่ที่ใช้ในการติดตั้งด้วย เช่น สาย UTP สาย Fiber ปลั๊กไฟ รางสายไฟ และอื่นๆ เป็นต้น
๓. ผลิตภัณฑ์ที่ผู้รับจ้างเสนอจะต้องได้รับการรับประกันไม่น้อยกว่า ๓ ปี นับจากวันที่คณะกรรมการตรวจ รับพัสดุได้รับมอบและตรวจรับงานงวดสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว หากเกิดการชํารุดเสียหายอันเนื่องมาจากการใช้งาน ตามปกติ หรือเกิดจากความบกพร่องเรื่องคุณภาพวัสดุ การผลิต หรือการประกอบเครื่อง ผู้รับจ้างต้องแก้ไขให้ใช้ งานได้ดังเดิมโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
๔. ผู้รับจ้างต้องจัดทําสติ๊กเกอร์อย่างดี โดยบนสติ๊กเกอร์ต้องแสดงข้อมูลชื่อของผู้รับจ้าง Serial Number เลขที่สัญญา ชื่อโครงการ วันเริ่มและวันสิ้นสุดการรับประกันผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นและเบอร์โทร Call Center ของ บริษัทผู้รับจ้าง และติดสติ๊กเกอร์ดังกล่าวบนอุปกรณ์ที่ติดตั้งและส่งมอบทุกชิ้น

๑. เครื่องคอมพิวเตอร์ สําหรับงานประมวลผล แบบที่ ๒ จํานวน ๑๐ เครื่อง โดยมีคุณลักษณะอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
มีหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) ที่มีแกนหลักรวมกันไม่น้อยกว่า 4 แกนหลัก (4 core) และแกนเสมือน รวมกันไม่น้อยกว่า 4 แกนเสมือน (4 Thread) และมีเทคโนโลยีเพิ่มสัญญาณนาฬิกาได้ ในกรณีที่ต้องใช้ ความสามารถในการประมวลผลสูง (Turbo Boost หรือ Max Boost) โดยมีความเร็วสัญญาณนาฬิกา สูงสุด ไม่น้อยกว่า ๕.0 GHz จํานวน ๑ หน่วย
หน่วยประมวลผลกลาง (CPU) มีหน่วยความจําแบบ Cache Memory รวมในระดับ (Level) เดียวกัน ขนาดไม่น้อยกว่า ๑๖ MB
มีหน่วยประมวลผลเพื่อแสดงภาพ โดยมีคุณลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือดีกว่า ดังนี้
๑) เป็นแผงวงจรเพื่อแสดงภาพแยกจากแผงวงจรหลักที่มีหน่วยความจําขนาดไม่น้อยกว่า ๒ GB หรือ ๒) มีหน่วยประมวลผลเพื่อแสดงภาพติดตั้งอยู่ภายในหน่วยประมวลผลกลาง แบบ Graphics Processing Unit ที่สามารถใช้หน่วยความจําหลักในการแสดงภาพขนาดไม่น้อยกว่า 6 GB หรือ
๓) มีหน่วยประมวลผลเพื่อแสดงภาพที่มีความสามารถในการใช้หน่วยความจําหลักในการแสดงภาพ
ขนาดไม่น้อยกว่า ๒ GB
……..
tar.
…..

นาฏบ
…….
-๔๑-

มีหน่วยความจําหลัก (RAM) ชนิด DDR๕ หรือดีกว่า มีขนาดไม่น้อยกว่า ๑๖ GB
มีหน่วยจัดเก็บข้อมูลชนิด Solid State Drive ขนาดความจุไม่น้อยกว่า ๕๐๐ GB จํานวน ๑ หน่วย มีช่องเชื่อมต่อระบบเครือข่าย (Network Interface) แบบ ๑๐/๑๐๐/๑000 Base-T หรือดีกว่า จํานวน
ไม่น้อยกว่า ๑ ช่อง
มีช่องเชื่อมต่อ (Interface) แบบ USB 0.0 หรือดีกว่า ไม่น้อยกว่า ๓ ช่อง
มีแป้นพิมพ์และเมาส์
มีจอแสดงภาพขนาดไม่น้อยกว่า ๒๗ นิ้ว จํานวน ๑ หน่วย
มีชุดโปรแกรมระบบปฏิบัติการสําหรับเครื่องคอมพิวเตอร์และเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก แบบสิทธิการใช้งาน ภายในสํานักงาน ประเภทติดตั้งมาจากโรงงาน (OEM) ที่มีลิขสิทธิ์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย มีชุดโปรแกรมจัดการสํานักงาน แบบที่ ๑ ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีคุณลักษณะอย่างน้อย
ดังนี้
๑) มีโปรแกรมสําหรับประมวลค่าหรือระบบจัดเตรียมเอกสาร
๒) มีโปรแกรมสําหรับประเภทตารางการคํานวณ
๓) มีโปรแกรมสําหรับประเภทการนําเสนอข้อมูล
๔) มีโปรแกรมสําหรับบริการจัดการจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (Email)
๕) สามารถบริหารจัดการสิทธิ์แบบรวมศูนย์ได้จากส่วนกลาง
๒. เครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก สําหรับงานประมวลผล จํานวน ๑ เครื่อง โดยมีคุณลักษณะอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
มีหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) ที่มีแกนหลักรวมกันไม่น้อยกว่า 4 แกนหลัก (๘ core) และ แกนเสมือนรวมกันไม่น้อยกว่า 4 แกนเสมือน (4 Thread) และมีเทคโนโลยีเพิ่มสัญญาณนาฬิกาได้ ในกรณีที่ต้องใช้ความสามารถในการประมวลผลสูง (Turbo Boost หรือ Max Boost) โดยมีความเร็ว สัญญาณนาฬิกาสูงสุด ไม่น้อยกว่า ๔.0 GHz จํานวน ๑ หน่วย
หน่วยประมวลผลกลาง (CPU) มีหน่วยความจําแบบ Cache Memory รวมในระดับ (Level) เดียวกัน ขนาดไม่น้อยกว่า ๑๒ MB
มีหน่วยความจําหลัก (RAM) ชนิด DDR๕ หรือดีกว่า ขนาดไม่น้อยกว่า ๑๖ GB
มีหน่วยจัดเก็บข้อมูลชนิด Solid State Drive ขนาดความจุไม่น้อยกว่า ๕๐๐ GB จํานวน ๑ หน่วย มีจอภาพที่รองรับความละเอียดไม่น้อยกว่า ๑,๙๒๐ x ๑,๐๘๐ pixel และมีขนาดไม่น้อยกว่า ๑๔ นิ้ว
มีกล้องความละเอียดไม่น้อยกว่า ๑,๒๘๐ x ๗๒๐ pixel หรือ ๗๒op
มีช่องเชื่อมต่อ (Interface) แบบ USB 6.0 หรือดีกว่า ไม่น้อยกว่า ๓ ช่อง
มีช่องเชื่อมต่อแบบ HDMI หรือ VGA จํานวนไม่น้อยกว่า ๑ ช่อง
มีช่องเชื่อมต่อระบบเครือข่าย (Network Interface) แบบ ๑๐/๑๐๐/๑๐๐๐ Base-T หรือดีกว่า แบบติดตั้งภายใน (Internal) หรือภายนอก (External) จํานวนไม่น้อยกว่า ๑ ช่อง
สามารถใช้งานได้ไม่น้อยกว่า Wi-Fi (IEEE ๘๐๒.๑๑ ax) และ Bluetooth
มีชุดโปรแกรมระบบปฏิบัติการสําหรับเครื่องคอมพิวเตอร์และเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก แบบสิทธิการใช้งาน ภายในสํานักงาน ประเภทติดตั้งมาจากโรงงาน (OEM) ที่มีลิขสิทธิ์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย
dt

…….


-๔๒-
มีชุดโปรแกรมจัดการสํานักงาน แบบที่ ๑ ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีคุณลักษณะอย่างน้อย
ดังนี้
๑) มีโปรแกรมสําหรับประมวลคําหรือระบบจัดเตรียมเอกสาร
๒) มีโปรแกรมสําหรับประเภทตารางการคํานวณ
๓) มีโปรแกรมสําหรับประเภทการนําเสนอข้อมูล
๔) มีโปรแกรมสําหรับบริการจัดการจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (Email)
๕) สามารถบริหารจัดการสิทธิ์แบบรวมศูนย์ได้จากส่วนกลาง
๓. เครื่องพิมพ์เลเซอร์หรือ LED สีชนิด Network แบบที่ ๒ (๓๑ หน้า/นาที) จํานวน ๒ เครื่อง โดยมีคุณลักษณะ อย่างน้อย ดังต่อไปนี้

มีความละเอียดในการพิมพ์ไม่น้อยกว่า ๖ooxboo dpi
มีความเร็วในการพิมพ์ขาวดําสําหรับกระดาษ A4 ไม่น้อยกว่า ๓๑ หน้าต่อนาที (ppm) มีความเร็วในการพิมพ์สีสําหรับกระดาษ A4 ไม่น้อยกว่า ๓๑ หน้าต่อนาที (ppm)
สามารถพิมพ์เอกสารกลับหน้าอัตโนมัติได้
มีหน่วยความจํา (Memory) ขนาดไม่น้อยกว่า ๕๑๒ MB
มีช่องเชื่อมต่อ (Interface) แบบ USB 5.0 หรือดีกว่า จํานวนไม่น้อยกว่า ๑ ช่อง
มีของเชื่อมต่อระบบเครือข่าย (Network Interface) แบบ ๑๐/๑๐๐/๑000 Base-T หรือดีกว่า จํานวน
ไม่น้อยกว่า ๑ ช่องและสามารถใช้งานผ่านเครือข่ายไร้สาย Wi-Fi (IEEE ๘๐๒.๑๑b, g, n) ได้
มีถาดใส่กระดาษได้รวมกันไม่น้อยกว่า ๒๕๐ แผ่น
สามารถใช้ได้กับ A๔, Letter, Legal และสามารถกําหนดขนาดของกระดาษเองได้
10
kade.
Norve


-๔๓-
ภาคผนวก ค.
รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะระบบคลาวด์คอมพิวติ้ง (Cloud computing)
๑. ระบบคลาวด์คอมพิวติ้ง (Cloud computing)
ระบบของโครงการระบบประมวลผลข้อมูลที่ใช้ประกอบการพิจารณามาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดด้วย
ปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะต้องถูกติดตั้งอยู่บนระบบคลาวด์คอมพิวติ้ง (Cloud computing) ที่มีคุณสมบัติอย่างน้อย ดังนี้
(๑) ศูนย์ข้อมูลของระบบต้องทํางานบนผู้ให้บริการระบบที่จัดเก็บข้อมูลบนเครื่องแม่ข่ายแบบ สาธารณะ (Public cloud) ที่มีประสบการณ์การทํางานระบบคลาวด์ที่จัดเก็บข้อมูลไว้บนเครื่องแม่ข่ายแบบ สาธารณะ (Public cloud) ขนาดใหญ่ในระดับโลก โดยต้องให้บริการและมีศูนย์ข้อมูลที่ตั้งอยู่ในหลายประเทศไม่ ต่ํากว่า ๗ ประเทศทั่วโลก มีศูนย์ข้อมูลที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยไม่น้อยกว่า ๓ แห่ง ในวันยื่นประมูล เพื่อให้มีความมั่นคงและมี
เสถียรภาพในการให้บริการ
(๒) มีมาตรฐานการให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศระบบคลาวด์ (IT Services Management) ISO/IEC ๒๐๐๐๐-๑ เป็นอย่างน้อย
(๓) มีมาตรฐานการบริหารจัดการความปลอดภัยของข้อมูล (Data Protection Management) ISO/IEC ๒๗๐๐๑ (หรือ มตช. ๒๗๐๐๑) และ CSA STAR เป็นอย่างน้อย
(๔) มีมาตรฐานสําหรับการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล (Data Privacy) ISO/IEC ๒๗๗๐๑ (หรือ มตช. ๒๗๗๐๑) เป็นอย่างน้อย
๒๕๖๒
(๕) ต้องมีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO) ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.
(๖) ต้องดําเนินการลบ หรือทําลายข้อมูลโดยสมบูรณ์ ภายใน ๓๐ วัน หลังจากวันที่สิ้นสุดสัญญา หรือวันที่ บอกเลิกสัญญา
(๗) มีมาตรฐานการจัดการความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศในระบบคลาวด์ สําหรับหน่วยงาน โครงสร้างพื้นฐานสําคัญทางสารสนเทศ (Critical Information Infrastructure: CII) ISO/IEC ๒๗๐๑๗ หรือ CSA STAR และ ISO/IEC ๒๗๐๑๘ หรือ CSA STAR เป็นอย่างน้อย
(๔) มีระบบการจัดการสิทธิ์การเข้าถึงผ่านทาง Self-Service Portal โดยสามารถรองรับการตรวจสอบ ความถูกต้องแบบหลายชั้น (Multi-Factors Authentication) เมื่อเข้าสู่ระบบคลาวด์คอนโซล (Cloud Console) (๔) แพลตฟอร์มคลาวด์สาธารณะ (Platform Public Cloud) สามารถให้บริการ Self- Service Portal ผ่าน เว็บเบราว์เซอร์ (web browser) สําหรับลูกค้าเพื่อที่จะสามารถจัดการทรัพยากร คลาวด์ (cloud) ซึ่งรวมไปถึงโครงสร้างพื้นฐานในรูปแบบบริการ (Infrastructure as a Service) และแพลตฟอร์ม ในรูปแบบบริการ (Platform as a Service) เพื่อให้สามารถใช้งานได้ตามความต้องการของแอพพลิเคชั่น
(๑๐) มีบริการที่สามารถให้บริการในประเทศไทยได้โดยรวมไม่น้อยกว่าประเทศละ ๗๐ บริการ
(๑๑) รองรับการถ่ายโอนข้อมูล (Data Transfer) ระหว่างศูนย์ข้อมูล (Availability Zone) ภายในประเทศ (Region เดียวกัน) แบบไม่จํากัดโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
…….



-๔๔-
(๑๒) รองรับบริการฐานข้อมูลหลากหลายโดยรองรับ MySQL, PostgreSQL และ Microsoft SQL Server
ได้เป็นอย่างน้อย โดยสามารถบริหารผ่านทาง Self Service Portal
รองรับการปรับเปลี่ยนระหว่างระบบที่ใช้งาน (Active/Standby)
มีพื้นที่สํารองข้อมูลเท่ากับจํานวนของพื้นที่ Database และสามารถทําการกําหนด Policy
backup พร้อมทั้งสามารถทํา restore point in time ได้
(๑๓) รองรับการสํารองข้อมูล (Data Backup) เป็นระยะแบบอัตโนมัติตามนโยบายการสํารองข้อมูล (Data Backup) โดยรองรับการกําหนดช่วงเวลาการสํารองข้อมูลขั้นต่ําที่ระดับชั่วโมง
(๑๔) มีการสํารองข้อมูล (Backup) ทั้งภายในศูนย์ข้อมูลหลัก (DC Site) และศูนย์ข้อมูลสํารอง (Backup Site) ของผู้ให้บริการคลาวด์ทุกวัน โดยทําการเก็บข้อมูลไว้ระยะเวลาอย่างน้อย ๗ วัน
(๑๕) รองรับการให้บริการการเก็บข้อมูลแบบข้อมูลวัตถุ (Object) บนศูนย์ข้อมูล (Datacenter) ที่ตั้งอยู่ใน
ประเทศไทย
(๑๖) สามารถรับเรื่องร้องเรียน (Open Cases) ไม่จํากัดจํานวนผู้ติดต่อและไม่จํากัดจํานวนเหตุการณ์ (๑๗) รองรับการขยายจํานวนของเครื่องเสมือน (Virtual Machine) ได้แบบอัตโนมัติ
(๑๘) ระบบบริการคลาวด์ (Cloud Services) ที่มีศูนย์รับแจ้งเหตุ ผ่านทางโทรศัพท์ และอีเมล (E-Mail) ได้ ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง ๗ วันต่อ สัปดาห์
(๑๙) ผู้ให้บริการ สามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีระดับของการให้บริการ (Service Level Agreement) ไม่ต่ํากว่า ๙๙.๙๐ % ต่อเดือน
(๒๐) รองรับการเก็บล็อก (Log) ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ที่เข้าและออกจากระบบคลาวด์ (Cloud)
๒. เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายเสมือน
(๑) เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายเสมือน (Cloud Server) แบบที่ ๑ จํานวนอย่างน้อย ๒ เครื่อง โดยมีคุณลักษณะอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
มีหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) จํานวนไม่น้อยกว่า ๒ แกนหลัก (core) มีหน่วยความจําหลัก (RAM) ขนาดไม่น้อยกว่า ๔ GB
มีหน่วยจัดเก็บข้อมูล (Storage) ขนาดความจุไม่น้อยกว่า ๑ TB สามารถเชื่อมต่อระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้
ติดตั้งซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมาย จํานวน ๑ ลิขสิทธิ์
มีระบบป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์พร้อมใช้งาน
มีระบบป้องกันการบุกรุกเครือข่าย (Firewall) พร้อมใช้งาน

  • รองรับการใช้งานผ่านระบบเครือ ข่ายแบบ IPv
    ที่ให้บริการเช่า
    มีการดําเนินการสํารองเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายเสมือน (Virtual Machine Backup)

    Nrom
    -๔๕-
    (๒) เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายเสมือน (Cloud Server) แบบที่ ๒ จํานวนอย่างน้อย ๒ เครื่อง โดยมีคุณลักษณะอย่างน้อย ดังต่อไปนี้

มีหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) จํานวนไม่น้อยกว่า ๔ แกนหลัก (core)

  • มีหน่วยความจําหลัก (RAM) ขนาดไม่น้อยกว่า 4 GB
    ที่ให้บริการเช่า
    มีหน่วยจัดเก็บข้อมูล (Storage) ขนาดความจุไม่น้อยกว่า ๑ TB
    สามารถเชื่อมต่อระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้
    มีระบบจัดการฐานข้อมูล (RDBMS) พร้อมใช้งานที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมาย จํานวน ๑ ลิขสิทธิ์ ติดตั้งซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมาย จํานวน ๑ ลิขสิทธิ์
    มีระบบป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์พร้อมใช้งาน
    มีระบบป้องกันการบุกรุกเครือข่าย (Firewall) พร้อมใช้งาน
    รองรับการใช้งานผ่านระบบเครือ ข่ายแบบ IPv5
    มีการดําเนินการสํารองเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายเสมือน (Virtual Machine Backup)

    มา