ประกวดราคาจ้างโครงการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนระบบเกษตรพันธสัญญา สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
สํานักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความประสงค์พัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนระบบเกษตรพันธสัญญาให้เป็นดิจิทัลเต็มรูปแบบ (Fully Digital) โดยโครงการนี้มุ่งยกระดับระบบเดิมที่ใช้งานตั้งแต่ปี 2562 เพื่อรองรับการให้บริการแบบครบวงจรตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา พ.ศ. 2560 และสอดคล้องกับมติครม. ในการเชื่อมโยงบริการกับแพลตฟอร์มดิจิทัลกลางของภาครัฐ
ขอบเขตงานครอบคลุมการพัฒนาและปรับปรุงระบบหลัก 6 ด้าน ได้แก่ 1) ระบบการแจ้งประกอบธุรกิจทางการเกษตร (แจ้ง, เปลี่ยนแปลง, ยืนยัน, เลิก) 2) ระบบทะเบียนผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตร 3) ระบบจัดเก็บสําเนาเอกสารสําหรับการชี้ชวนและร่างสัญญา 4) ระบบจัดเก็บข้อมูลเกษตรกร 5) ระบบการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท และ 6) ระบบการปรับเป็นพินัย พร้อมทั้งพัฒนาหน้าเว็บ Landing Page และระบบหลังบ้าน (Backend) สําหรับผู้ดูแลระบบ
ระบบที่พัฒนาจะต้องรองรับการใช้งานจากสองฝ่ายหลัก คือ ผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตร/เกษตรกร และเจ้าหน้าที่ของสํานักงาน ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค มีฟังก์ชันพื้นฐานเช่น การบันทึกประวัติการทํางาน การคํานวณระยะเวลา SLA การตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล และการเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบ Citizen Portal และ Government Data Exchange (GDX) เพื่อดึงข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมการปกครอง และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
English summary
The Office of the Permanent Secretary, Ministry of Agriculture and Cooperatives, intends to develop an information system to support the contract farming system into a Fully Digital service. This project aims to upgrade the existing system from 2019 to provide comprehensive services in accordance with the Promotion and Development of Contract Farming System Act B.E. 2560 and align with the Cabinet resolution on linking services to the central digital platform.
The scope of work includes the development and enhancement of six main systems: 1) Business Operation Notification System (registration, modification, confirmation, termination), 2) Registry of Agricultural Business Operators, 3) System for Storing Copies of Solicitation Documents and Draft Contracts, 4) Farmer Data Management System, 5) Dispute Mediation System, and 6) Administrative Fine System. It also includes developing a Landing Page and a Backend management system.
The system must support two main user groups: agricultural business operators/farmers and government officials at both central and regional levels. It must include basic functions such as activity logging, SLA calculation, data validation, and integration with the Citizen Portal and Government Data Exchange (GDX) to fetch data from related agencies like the Department of Provincial Administration and the Department of Business Development.
ไม่ระบุสถานที่ก่อสร้างชัดเจน เนื่องจากเป็นโครงการพัฒนาระบบซอฟต์แวร์ หน่วยงานผู้ว่าจ้างอยู่ที่ สํานักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถนนราชดําเนินนอก แขวงบ้านพานถม เขตพระนคร กรุงเทพฯ
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อให้สํานักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีระบบสารสนเทศเพื่อใช้ในการแจ้ง การประกอบธุรกิจและจัดทําทะเบียนผู้ประกอบธุรกิจ การบริหารจัดการข้อมูลของเอกสารสําหรับการชี้ชวน และร่างสัญญา ข้อมูลการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท และข้อมูลการปรับเป็นพินัย ให้สามารถรองรับการให้บริการ ในรูปแบบ Fully Digital ได้
- เพื่อเชื่อมโยงงานบริการจดแจ้งการประกอบธุรกิจทางการเกษตร กับระบบพอร์ทัลกลางเพื่อประชาชน (Citizen Portal) รวมทั้งการเชื่อมโยงข้อมูลสําหรับการให้บริการและการปฏิบัติงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้
- เพื่อให้เจ้าหน้าที่สํานักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีความรู้ความเข้าใจในการใช้งานระบบ สารสนเทศเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา พ.ศ. ๒๕๖๐ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขอบเขตของงาน
งานศึกษาและออกแบบ:
- จัดทําแผนดําเนินงานเสนอคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ภายใน 15 วันหลังลงนามสัญญา
- ศึกษา สํารวจความต้องการใช้งานจากผู้เกี่ยวข้อง ออกแบบฟีเจอร์ระบบ จัดทํา System Design และ Prototype เสนอภายใน 60 วันหลังลงนามสัญญา
งานพัฒนาระบบสารสนเทศหลัก (6 ระบบ):
-
ระบบแจ้งการประกอบธุรกิจทางการเกษตร:
- สําหรับผู้ประกอบธุรกิจ: ยื่นคําขอแจ้ง/เปลี่ยนแปลง/ยืนยัน/เลิกประกอบธุรกิจ กรอกข้อมูล สร้างไฟล์ PDF อัปโหลดเอกสาร
- สําหรับเจ้าหน้าที่: ตรวจสอบข้อมูล บันทึกสถานะ (อนุมัติ/ปฏิเสธ) ส่งต่อตามสายบังคับบัญชา บันทึกข้อมูลจากเอกสารแบบกระดาษ ออกและส่งใบรับแจ้งทางอีเมล
-
ระบบจัดเก็บและแสดงข้อมูลทะเบียนผู้ประกอบธุรกิจ:
- จัดเก็บและปรับปรุงข้อมูลผู้ประกอบธุรกิจให้เป็นปัจจุบัน
- แสดงข้อมูลและเปิดให้ประชาชนสืบค้นตรวจสอบได้
-
ระบบจัดเก็บสําเนาเอกสารสําหรับการชี้ชวน:
- สําหรับผู้ประกอบธุรกิจ: จัดส่งสําเนาเอกสารชี้ชวนและร่างสัญญา อัปโหลดไฟล์ PDF ตรวจสอบและเรียกดูเอกสาร
- สําหรับเจ้าหน้าที่: ตรวจสอบข้อมูล บันทึกสถานะ ส่งต่อ บันทึกข้อมูลจากเอกสารแบบกระดาษ ออกและส่งใบรับทางอีเมล
- แสดงข้อมูลเอกสารให้ประชาชนสืบค้นตรวจสอบได้
-
ระบบจัดเก็บข้อมูลเกษตรกร: บันทึก จัดเก็บ และปรับปรุงข้อมูลเกษตรกร เช่น ข้อมูลส่วนบุคคล พื้นที่ทําการเกษตร บริษัทคู่สัญญา
-
ระบบไกล่เกลี่ยข้อพิพาท:
- สําหรับผู้ประกอบธุรกิจ/เกษตรกร: ยื่นคําร้องไกล่เกลี่ย อัปโหลดเอกสารประกอบ ตรวจสอบและเรียกดูคําร้อง
- สําหรับเจ้าหน้าที่: ตรวจสอบคําร้อง บันทึกสถานะ (รับคําร้อง, ส่งต่อ) ส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บันทึกข้อมูลผลการดําเนินการไกล่เกลี่ย อัปโหลดไฟล์เอกสารผลการดําเนินการ
-
ระบบปรับเป็นพินัย (สําหรับเจ้าหน้าที่): บันทึกข้อมูลผลการดําเนินการปรับเป็นพินัย และอัปโหลดไฟล์เอกสารที่เกี่ยวข้อง
งานพัฒนาเว็บเพจ (Landing Page): พัฒนาหน้าเว็บแสดงข้อมูลข่าวสารและประชาสัมพันธ์ พร้อมระบบหลังบ้านสําหรับเพิ่ม/ลบ/แก้ไขข้อมูล
งานพัฒนาฟังก์ชันผู้ดูแลระบบ (Admin):
- สร้างและกําหนดสิทธิ์ผู้ใช้งานรายบุคคล
- เพิ่ม/ลบ/แก้ไขข้อมูลในทุกโมดูลของระบบ
- จัดการข้อมูลบน Landing Page
- ดูรายงานผู้ใช้งาน การเข้าใช้งาน และผู้เยี่ยมชม (รายวัน/เดือน/ไตรมาส/ปี)
งานพัฒนาฟังก์ชันพื้นฐานของระบบ:
- บันทึกประวัติการเพิ่ม/ลบ/แก้ไขข้อมูล (Audit Trail)
- กําหนดรหัสรายการสําหรับการสืบค้น
- ตั้งค่าการแจ้งเตือนก่อน/หลังครบกําหนด
- บันทึกและคํานวณระยะเวลาดําเนินงาน (SLA)
- ตรวจสอบความครบถ้วนถูกต้องของข้อมูลก่อนส่ง (Data Validation)
- แสดงหน้าตรวจสอบข้อมูลย้อนกลับก่อนส่ง (Confirmation Page)
งานเชื่อมโยงระบบ: พัฒนาการเชื่อมโยงงานบริการกับระบบ Citizen Portal และเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผ่าน GDX
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- แผนการดําเนินงาน (ภายใน 15 วันหลังลงนามสัญญา)
- System Design และ Prototype ของระบบ (ภายใน 60 วันหลังลงนามสัญญา)
- ระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนระบบเกษตรพันธสัญญาที่พัฒนาครบถ้วนตามขอบเขตงาน 6 ระบบ
- ระบบหลังบ้าน (Backend) สําหรับผู้ดูแลระบบ
- เว็บเพจ Landing Page พร้อมระบบบริหารจัดการหลังบ้าน
- ระบบที่รองรับการเชื่อมโยงกับ Citizen Portal และ Government Data Exchange (GDX)
- เอกสารประกอบการส่งมอบงาน และการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่
ระยะเวลาดำเนินการ
ระยะเวลาดําเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน 240 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง โดยมีไทม์ไลน์สําคัญคือ:
- เสนอแผนดําเนินงานภายใน 15 วันหลังลงนาม
- เสนอ System Design และ Prototype ภายใน 60 วันหลังลงนาม
- จัดทําและส่งมอบแผนการใช้งานพัสดุภายในประเทศภายใน 60 วันหลังลงนาม (สําหรับผู้ชนะการเสนอราคา)
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements:
- เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาดังกล่าว
- ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง ในวงเงินไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่สํานักงานเชื่อถือ
- ต้องมีนโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง
- กรณีโครงการมีวงเงินตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป (ไม่ใช่กรณีนี้) ต้องลงนามในข้อตกลงคุณธรรม (ระบุไว้แต่ไม่ใช้กับวงเงินนี้)
- ผู้ได้รับคัดเลือกต้องลงทะเบียนในระบบ e-GP
- ต้องรับและจ่ายเงินผ่านบัญชีธนาคาร (เว้นแต่การจ่ายไม่เกินสามหมื่นบาท)
- ต้องไม่เป็นผู้ไม่แสดงบัญชีรายรับรายจ่ายหรือแสดงไม่ถูกต้องครบถ้วน
- Standards Compliance: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีการดําเนินการตามมาตรฐาน ISO 9001 โดยต้องยื่นเอกสารใบรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในวันยื่นข้อเสนอ
- Experience: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีประสบการณ์และผลงานในการดําเนินงานที่มีลักษณะใกล้เคียงหรือเกี่ยวข้องกับการพัฒนาเว็บไซต์หรือระบบสารสนเทศที่มีมูลค่าไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท ให้แก่หน่วยงานของรัฐหรือเอกชนมาแล้ว ไม่น้อยกว่า 1 โครงการ ภายในระยะเวลา 8 ปีล่าสุด
- Previous Project Cost: ต้องมีผลงานในวงเงินไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาท)
- Technical Capabilities:
- ต้องจัดทํา 1) แผนผังแสดงภาพรวมการทำงานของระบบและการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน (Conceptual Diagram) และ 2) แผนผังแสดงขั้นตอนการทำงานระหว่างผู้ใช้งาน ระบบกลาง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (Process Flow/Swimlane Diagram) มายื่นพร้อมข้อเสนอ
- ต้องนำเสนอแนวทางเพิ่มเติมที่เป็นนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อเสริมประสิทธิภาพของระบบเกษตรพันธสัญญา โดยไม่ขัดต่อขอบเขตงาน
- Personnel: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์สำหรับการปฏิบัติงานภายใต้โครงการ ตามที่ปรากฏในขอบเขตของงานฯ ภาคผนวก 2 (ซึ่งไม่ได้แนบมาพร้อมเอกสารที่ให้วิเคราะห์) โดยต้องแนบเอกสารหลักฐานแสดงคุณวุฒิและระเบียนผลการศึกษา
เกณฑ์การพิจารณา
ใช้หลักเกณฑ์ราคา (Price-Based) ในการพิจารณา โดยจะพิจารณาจากราคารวมที่เสนอราคาต่ำสุดเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม มีข้อยกเว้นเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs และผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นคนไทย/นิติบุคคลไทย ดังนี้:
- หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดไม่เกินร้อยละ 10 จะได้รับสิทธิ์ให้จัดซื้อจัดจ้างด้วย (เรียงลำดับไม่เกิน 3 ราย)
- หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาผู้ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นบุคคลต่างชาติ/นิติบุคคลต่างประเทศไม่เกินร้อยละ 3 จะได้รับสิทธิ์ให้จัดซื้อจัดจ้างด้วย
ข้อกำหนดทางเทคนิค
ระบบที่พัฒนาต้องเป็นเว็บแอปพลิเคชันที่รองรับการทำงานแบบ Fully Digital มีฟังก์ชันการทำงานสำหรับสองกลุ่มผู้ใช้หลัก (ผู้ประกอบการ/เกษตรกร และเจ้าหน้าที่) ใน 6 โดเมนธุรกิจหลัก ได้แก่ การแจ้งประกอบธุรกิจ ทะเบียนผู้ประกอบธุรกิจ เอกสารชี้ชวน ข้อมูลเกษตรกร การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท และการปรับเป็นพินัย ระบบต้องมีฟังก์ชันพื้นฐานครบถ้วน เช่น Audit Trail, SLA Calculation, Data Validation, Confirmation Page และระบบแจ้งเตือน ต้องมีระบบหลังบ้าน (Backend) สำหรับผู้ดูแลระบบในการจัดการผู้ใช้ ข้อมูล และรายงาน รวมถึง Landing Page สำหรับประชาสัมพันธ์ ที่สำคัญต้องออกแบบให้รองรับการเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบภายนอกผ่าน Government Data Exchange (GDX) และการให้บริการผ่าน Citizen Portal
เงื่อนไขสัญญา
- วงเงินค่าจ้าง: ราคากลาง 3,323,823.33 บาท
- หลักประกันสัญญา: ร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้าง
- อัตราค่าปรับ:
- กรณีจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต: ปรับร้อยละ 10 ของวงเงินงานจ้างช่วงนั้น
- กรณีผิดสัญญาอื่นๆ: ปรับรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้าง
- ระยะเวลารับประกัน: ไม่น้อยกว่า 1 ปี นับจากวันที่หน่วยงานได้รับมอบงาน
- การจ่ายเงิน: แบ่งเป็น 4 งวด
- งวดที่ 1 (10%): ส่งมอบงานตามเงื่อนไขงวดที่ 1 (ภายใน 30 วัน)
- งวดที่ 2 (30%): ส่งมอบงานตามเงื่อนไขงวดที่ 2 (ภายใน 90 วัน)
- งวดที่ 3 (45%): ส่งมอบงานตามเงื่อนไขงวดที่ 3 (ภายใน 210 วัน)
- งวดสุดท้าย (15%): ตรวจรับมอบงานจ้างเรียบร้อยแล้ว
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
Q: ระบบนี้ต้องเชื่อมโยงกับระบบภาครัฐใดบ้าง?
A: ระบบที่พัฒนาต้องเชื่อมโยงกับระบบพอร์ทัลกลางเพื่อประชาชน (Citizen Portal) และระบบศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลกลางภาครัฐ (Government Data Exchange: GDX) เพื่อดึงข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ข้อมูลทะเบียนราษฎรจากกรมการปกครอง และข้อมูลทะเบียนนิติบุคคลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า -
Q: ผู้ใช้งานหลักของระบบมีใครบ้าง?
A: ผู้ใช้งานหลักแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ 1) ผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรและเกษตรกร ใช้สำหรับยื่นคำขอและติดตามสถานะ และ 2) เจ้าหน้าที่ของสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ใช้สำหรับตรวจสอบ อนุมัติ และบริหารจัดการข้อมูล -
Q: ระบบมีฟังก์ชันการแจ้งเตือนหรือไม่?
A: มี ระบบสามารถตั้งค่าการแจ้งเตือนผู้ใช้งานได้ ทั้งก่อนครบกำหนดและหลังเกินกำหนดการดำเนินงานในแต่ละขั้นตอน -
Q: ระบบสามารถคำนวณระยะเวลาการทำงานได้อย่างไร?
A: ระบบสามารถบันทึกระยะเวลาการดำเนินงานของแต่ละขั้นตอนได้ (SLA) โดยสามารถคำนวณระยะเวลาคงเหลือ โดยเริ่มนับจากเวลาที่ข้อมูลเข้าสู่ระบบ และมีเงื่อนไขเช่น ไม่นับวันหยุด, เริ่มนับวันทำการถัดไปหากส่งนอกเวลา -
Q: ก่อนส่งคำขอ ผู้ใช้สามารถตรวจสอบข้อมูลได้หรือไม่?
A: ได้ ระบบต้องแสดงการยืนยันข้อมูลก่อนส่ง (Confirmation Page) เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอตรวจสอบข้อมูลและเอกสารทั้งหมดเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนยืนยันการส่ง พร้อมมีช่องทางให้กลับไปแก้ไขได้ -
Q: Landing Page ของระบบต้องมีหน้าตาและฟังก์ชันอย่างไร?
A: Landing Page ต้องแสดงข้อมูลข่าวสารและประชาสัมพันธ์ โดยมีระบบหลังบ้านสำหรับผู้ดูแลระบบสามารถเพิ่ม ลบ แก้ไขข้อมูลได้ อย่างน้อยต้องมีเมนูแสดงการประกาศข่าวสาร, ข้อมูลติดต่อเจ้าหน้าที่, การดาวน์โหลดเอกสาร, และลิงก์ไปยังบริการย่อยต่างๆ -
Q: ระบบจัดการสิทธิ์ผู้ใช้งานอย่างไร?
A: ผู้ดูแลระบบสามารถสร้างและกำหนดสิทธิ์ผู้ใช้งานเป็นรายบุคคลได้ ตามบทบาทและหน้าที่การทำงาน -
Q: ข้อมูลในระบบมีความปลอดภัยและตรวจสอบย้อนกลับได้หรือไม่?
A: ได้ ระบบสามารถบันทึกเก็บประวัติการเพิ่ม ลบ แก้ไข ข้อมูลของแต่ละระเบียนข้อมูลได้ (Audit Trail) และมีการกำหนดรหัสรายการข้อมูลสำคัญเพื่อใช้ในการสืบค้นภายหลัง -
Q: ผู้ชนะการเสนอราคาต้องส่งแผนการใช้งานพัสดุที่ผลิตภายในประเทศเมื่อใด?
A: ผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำและยื่นแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศให้หน่วยงานภายใน 60 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา -
Q: ในกรณีที่ผู้ประกอบการมายื่นแจ้งด้วยตัวเองหรือส่งเอกสารทางไปรษณีย์ ระบบรองรับหรือไม่?
A: รองรับ เจ้าหน้าที่สามารถบันทึกข้อมูลและอัปโหลดไฟล์เอกสารคำขอแจ้งต่างๆ ในรูปแบบ PDF เข้าสู่ระบบแทนได้ ในกรณีที่ผู้ประกอบการมายื่นด้วยตนเองหรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ขอบเขตของงาน (TOR)
โครงการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนระบบเกษตรพันธสัญญา
สํานักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
๑. หลักการและเหตุผล
พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา พ.ศ. ๒๕๖๐ ได้กําหนดให้
สํานักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นสํานักงานเลขานุการของคณะกรรมการส่งเสริมและ
พัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา มีอํานาจหน้าที่ในการรับแจ้งการประกอบธุรกิจทางการเกษตร การจัดทํา ทะเบียนผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรและเปิดเผยให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ การจัดเก็บสําเนา เอกสารสําหรับการชี้ชวน การดําเนินกระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท และการปรับเป็นพินัยผู้กระทําผิดตาม พระราชบัญญัติฯ รวมทั้งการดําเนินการอื่น ๆ เพื่อสนับสนุนภารกิจส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา ทั้งนี้ เพื่อให้การทําสัญญาในระบบเกษตรพันธสัญญาเกิดความเป็นธรรม และเป็นการพัฒนาศักยภาพ ในการผลิตผลิตผลหรือบริการทางการเกษตรอย่างยั่งยืน ประกอบกับมติคณะรัฐมนตรีในคราวประชุม เมื่อวันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๖๖ เห็นชอบแนวทางวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติ การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๖๕ และเห็นชอบให้หน่วยงานของรัฐที่ยังไม่มีช่องทางการ ให้บริการในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ นํางานบริการมาพัฒนาบนแพลตฟอร์มดิจิทัลกลาง (Biz Portal และ Citizen Portal) เป็นทางเลือกแรก และให้หน่วยงานที่มีงานบริการที่พัฒนาเป็นรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์แล้ว นํางานบริการมาเชื่อมโยงกับแพลตฟอร์มดิจิทัลกลางดังกล่าว ซึ่งเป้าหมายของสํานักงานปลัดกระทรวงเกษตร
และสหกรณ์ มีแผนการเชื่อมโยงงานบริการกับแพลตฟอร์มดิจิทัลกลางให้แล้วเสร็จในปีงบประมาณ ๒๕๗๐
ที่ผ่านมาในปีงบประมาณ ๒๕๖๒ สํานักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีการพัฒนาระบบ สารสนเทศเพื่อสนับสนุนระบบเกษตรพันธสัญญา ซึ่งเป็นระบบสําหรับผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรและ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ซึ่งจากการใช้งานที่ผ่านมาพบว่าการแจ้งประกอบธุรกิจ และให้บริการในขั้นตอนต่าง ๆ ยังไม่สามารถให้บริการในรูปแบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ (Fully Digital) ขาดการเชื่อมโยงข้อมูลอย่างเป็นระบบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งระบบพอร์ทัลกลางเพื่อประชาชน
(Citizen Portal)
ในการนี้ เพื่อให้สํานักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์สามารถบริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศ ในระบบเกษตรพันธสัญญาเพื่อขับเคลื่อนนโยบายและแผนการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของ พระราชบัญญัติฯ โดยใช้เป็นเครื่องมือในการสนับสนุนการปฏิบัติงานทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
สํานักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยกระดับการให้บริการงานด้านเกษตรพันธสัญญารองรับ การให้บริการในรูปแบบ Fully Digital และ สอดคล้องกับ มติ ครม.ข้างต้น สํานักงานปลัดกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ จึงจําเป็นต้องจัดทําโครงการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนระบบเกษตรพันธสัญญา เพื่อให้สามารถบริการในรูปแบบดิจิทัลเต็มรูปแบบและพัฒนาการเชื่อมโยงงานบริการกับระบบพอร์ทัลกลาง เพื่อประชาชน (Citizen Portal) และระบบศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลกลางภาครัฐ (Government Data Exchange : GDX) รองรับการเชื่อมโยงข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้ในการให้บริการผู้ประกอบธุรกิจ ทางการเกษตรและประชาชน เช่น ข้อมูลทะเบียนราษฎรจากกรมการปกครอง ข้อมูลทะเบียนนิติบุคคล จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เป็นต้น ซึ่งจะสามารถอํานวยความสะดวกให้กับประชาชนในการเข้าถึงงานบริการ ของหน่วยงานได้อย่างสะดวกรวดเร็ว รวมทั้งการส่งเสริมความรู้ให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานให้สามารถทํางาน
ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
N.1 (นายณัฐภัทร ปรัชญาธิวัฒน์)
ประธานกรรมการ
(นายพุฒิพงศ์ คีรีทรัพย์มั่น)
กรรมการ
Cyn
(นายอนุวรรตน์ วรรณกิจ) กรรมการและเลขานุการ
- ๒ -
๒. วัตถุประสงค์
๒.๑ เพื่อให้สํานักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีระบบสารสนเทศเพื่อใช้ในการแจ้ง การประกอบธุรกิจและจัดทําทะเบียนผู้ประกอบธุรกิจ การบริหารจัดการข้อมูลของเอกสารสําหรับการชี้ชวน และร่างสัญญา ข้อมูลการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท และข้อมูลการปรับเป็นพินัย ให้สามารถรองรับการให้บริการ ในรูปแบบ Fully Digital ได้
๒.๒ เพื่อเชื่อมโยงงานบริการจดแจ้งการประกอบธุรกิจทางการเกษตร กับระบบพอร์ทัลกลางเพื่อประชาชน (Citizen Portal) รวมทั้งการเชื่อมโยงข้อมูลสําหรับการให้บริการและการปฏิบัติงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ ๒.๓ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สํานักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีความรู้ความเข้าใจในการใช้งานระบบ สารสนเทศเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา
พ.ศ. ๒๕๖๐ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
๓. ขอบเขตการดําเนินงาน
๓.๑ ผู้รับจ้างต้องจัดทําแผนการดําเนินงานในแต่ละกิจกรรมที่สอดคล้องกับขอบเขตการดําเนินงานภายใต้ โครงการเสนอคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ พิจารณาให้ความเห็นชอบ ภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา
๓.๒ ผู้รับจ้างต้องศึกษา สํารวจความต้องการใช้งานระบบจากผู้ใช้งานและผู้เกี่ยวข้อง รวบรวมและ ออกแบบ Feature ระบบให้สอดคล้องความต้องการ พร้อมจัดทํา System Design และจัดทํา Prototype ของระบบเสนอคณะกรรมการตรวจรับพัสดุพิจารณาให้ความเห็นชอบ ภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง ผู้รับจ้างต้องดําเนินการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนระบบเกษตรพันธสัญญา ดังนี้
๓.๓.๑ การแจ้งการประกอบธุรกิจทางการเกษตร การแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลการประกอบธุรกิจ ทางการเกษตร การแจ้งยืนยันการประกอบธุรกิจทางการเกษตร และการแจ้งเลิกการประกอบธุรกิจทางการเกษตร
๓.๓.๑.๑ ส่วนของผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตร โดยมีฟังก์ชันการทํางานระบบ ดังนี้
(๑) สามารถยื่นคําขอแจ้งการประกอบธุรกิจทางการเกษตรได้ โดยผู้ประกอบธุรกิจ ทางการเกษตรสามารถกรอกรายละเอียดข้อมูลผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรผ่านระบบ ได้แก่ ชื่อผู้ประกอบธุรกิจ ที่ตั้งสํานักงานแห่งใหญ่ ที่ตั้งสํานักงานสาขา ที่ตั้งสถานที่ประกอธุรกิจ ประเภทการประกอบธุรกิจ เป็นต้น แล้วจัดทําข้อมูลดังกล่าวเป็นไฟล์คําขอแจ้งการประกอบธุรกิจทางการเกษตรในรูปแบบ PDF ตามแบบฟอร์มที่กําหนด รายละเอียดตามภาคผนวก ๑ รวมทั้งสามารถ Upload ไฟล์คําขอแจ้งการประกอบ ธุรกิจและไฟล์เอกสารอื่น ๆ ในรูปแบบ PDF เข้าสู่ระบบเพื่อให้เจ้าหน้าที่พิจารณาตรวจสอบได้
(๒) สามารถยื่นคําขอแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลการประกอบธุรกิจทางการเกษตรได้
โดยผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรสามารถกรอกรายละเอียดข้อมูลการประกอบธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงผ่านระบบ แล้วจัดทําข้อมูลเป็นไฟล์คําขอแจ้งฯ ในรูปแบบ PDF ตามแบบฟอร์มที่กําหนด รายละเอียดตามภาคผนวก ๑ รวมทั้งสามารถ Upload ไฟล์คําขอแจ้งฯ และไฟล์เอกสารอื่น ๆ ในรูปแบบ PDF เข้าสู่ระบบเพื่อให้เจ้า
พิจารณาตรวจสอบได้
ๆ
จ้าหน้าที่
(๓) สามารถยื่นคําขอแจ้งยืนยันการประกอบธุรกิจทางการเกษตรได้ โดยผู้ประกอบ ธุรกิจทางการเกษตรสามารถกรอกรายละเอียดคําขอแจ้งฯ ผ่านระบบ และจัดทําข้อมูลเป็นไฟล์คําขอแจ้งฯ ในรูปแบบ PDF ตามแบบฟอร์มที่กําหนด รายละเอียดตามภาคผนวก ๑ รวมทั้งสามารถ Upload ไฟล์คําขอแจ้งฯ และไฟล์เอกสารอื่น ๆ ในรูปแบบ PDF เข้าสู่ระบบเพื่อให้เจ้าหน้าที่พิจารณาตรวจสอบได้
my f (นายณัฐภัทร ปรัชญาธิวัฒน์)
ส
Cy
(นายพุฒิพงศ์ คีรีทรัพย์มั่น)
(นายอนุวรรตน์ วรรณกิจ)
ประธานกรรมการ
กรรมการ
กรรมการและเลขานุการ - 6 -
(๔) สามารถยื่นคําขอแจ้งเลิกการประกอบธุรกิจทางการเกษตรได้ โดยผู้ประกอบ ธุรกิจทางการเกษตรสามารถกรอกรายละเอียดคําขอแจ้งฯ ผ่านระบบ และจัดทําข้อมูลเป็นไฟล์คําขอแจ้งฯ ในรูปแบบ PDF ตามแบบฟอร์มที่กําหนด รายละเอียดตามภาคผนวก ๑ รวมทั้งสามารถ Upload ไฟล์คําขอแจ้งฯ และไฟล์เอกสารอื่น ๆ ในรูปแบบ PDF เข้าสู่ระบบเพื่อให้เจ้าหน้าที่พิจารณาตรวจสอบได้
๓.๓.๑.๒ ส่วนของเจ้าหน้าที่ โดยมีฟังก์ชันการทํางานระบบ ดังนี้
(๑) สามารถตรวจสอบข้อมูลการแจ้งการประกอบธุรกิจทางการเกษตร แจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลการประกอบธุรกิจ แจ้งยืนยันการประกอบธุรกิจ และแจ้งเลิกการประกอบธุรกิจ จากระบบตามที่ผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรได้แจ้งไว้ โดยสามารถบันทึกสถานะการดําเนินงานของ เจ้าหน้าที่ เช่น การอนุมัติ การปฏิเสธ รวมถึงสถานะอื่น ๆ ตามขั้นตอนการทํางาน และบันทึกผลการตรวจสอบได้
(๒) สามารถส่งต่อข้อมูลผลการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ตามลําดับชั้นของสาย การบังคับบัญชา เพื่อพิจารณาอนุมัติ ปฏิเสธ รวมถึงสถานะอื่น ๆ ตามขั้นตอนการทํางาน
(๓) สามารถบันทึกข้อมูลและ Upload เอกสารคําขอแจ้งการประกอบธุรกิจ ทางการเกษตร แจ้งการเปลี่ยนแปลงข้อมูลการประกอบธุรกิจทางการเกษตร แจ้งยืนยันการประกอบธุรกิจ ทางการเกษตร และแจ้งเลิกการประกอบธุรกิจ และเอกสารหลักฐานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ในรูปแบบ PDF ในกรณี ผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรมาแจ้งการประกอบธุรกิจด้วยตัวเอง หรือส่งเอกสารทางไปรษณีย์ลงทะเบียนได้
(๔) สามารถจัดทําใบรับแจ้งการประกอบธุรกิจในรูปแบบไฟล์ PDF ตามแบบฟอร์ม ที่กําหนด รายละเอียดตามภาคผนวก ๑ และจัดส่งใบรับแจ้งการประกอบธุรกิจในรูปแบบไฟล์ PDF ให้ผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรทาง E-mail
๓.๓.๒ งานจัดเก็บและแสดงข้อมูลทะเบียนผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตร
๓.๓.๒.๑ สามารถจัดเก็บข้อมูลการแจ้งการประกอบธุรกิจ และปรับปรุงข้อมูลจากการ แจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลการประกอบธุรกิจทางการเกษตร แจ้งยืนยันการประกอบธุรกิจทางการเกษตร
และแจ้งเลิกการประกอบธุรกิจ เพื่อให้ข้อมูลผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรมีสถานะปัจจุบัน
๓.๓.๒.๒ สามารถแสดงข้อมูลผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรที่เป็นปัจจุบันในทะเบียน ผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตร และให้ประชาชนทั่วไปสามารถสืบค้นและตรวจสอบข้อมูลผู้ประกอบธุรกิจ
ทางการเกษตรได้โดยง่ายและมีประสิทธิภาพ
๓.๓.๓ การจัดเก็บสําเนาเอกสารสําหรับการชี้ชวน
๓.๓.๓.๑ ส่วนของผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตร โดยมีฟังก์ชันการทํางานระบบ ดังนี้
(๑) สามารถจัดส่งสําเนาเอกสารสําหรับการชี้ชวน โดยการบันทึกข้อมูลสําเนา เอกสารสําหรับการชี้ชวน และร่างสัญญา รวมทั้งสามารถ Upload ไฟล์สําเนาเอกสารสําหรับการชี้ชวน และ ร่างสัญญาและไฟล์เอกสารอื่น ๆ ในรูปแบบ PDF เข้าสู่ระบบเพื่อให้เจ้าหน้าที่พิจารณาตรวจสอบได้
ๆ
(๒) สามารถตรวจสอบและเรียกดูสําเนาเอกสารสําหรับการชี้ชวน และร่างสัญญา ในรูปแบบ PDF รวมทั้งสามารถแสดงรายงานตามเงื่อนไขต่าง ๆ ได้
๓.๓.๓.๒ ส่วนของเจ้าหน้าที่ โดยมีฟังก์ชันการทํางานระบบ ดังนี้
(๑) สามารถตรวจสอบข้อมูลสําเนาเอกสารสําหรับการชี้ชวน และร่างสัญญาจาก ระบบตามที่ผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรได้จัดส่งไว้ โดยสามารถบันทึกสถานะการตรวจสอบ เช่น การอนุมัติ การปฏิเสธ รวมถึงสถานะอื่น ๆ ตามขั้นตอนการทํางาน และบันทึกผลการตรวจสอบได้
เ
พ
Com
(นายณัฐภัทร ปรัชญาธิวัฒน์)
(นายพุฒิพงศ์ คีรีทรัพย์มั่น)
(นายอนุวรรตน์ วรรณกิจ)
ประธานกรรมการ
กรรมการ
กรรมการและเลขานุการ - ๔ -
(๒) สามารถส่งต่อข้อมูลผลการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ตามลําดับชั้นของสาย
การบังคับบัญชา เพื่อพิจารณาอนุมัติ ปฏิเสธ รวมถึงสถานะอื่น ๆ ตามขั้นตอนการทํางาน
(๓) สามารถบันทึกข้อมูลเอกสารสําหรับการชี้ชวนและร่างสัญญา รวมทั้ง Upload ไฟล์เอกสารสําหรับการชี้ชวน และร่างสัญญาเข้าสู่ระบบเป็นไฟล์ PDF ได้ ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจ ทางการเกษตรยื่นสําเนาเอกสารสําหรับการชี้ชวน และร่างสัญญาด้วยตนเอง หรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน
(๔) สามารถจัดทําใบรับสําเนาเอกสารสําหรับการชี้ชวนในรูปแบบไฟล์ PDF และ จัดส่งใบรับสําเนาเอกสารสําหรับการชี้ชวนในรูปแบบไฟล์ PDF ให้ผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรทาง E-mail
๓.๓.๓.๓ สามารถแสดงข้อมูลเอกสารสําหรับการชี้ชวนและร่างสัญญา และให้ประชาชน ทั่วไปสามารถสืบค้นและตรวจสอบข้อมูลเอกสารสําหรับการชี้ชวนและร่างสัญญาจากผู้ประกอบธุรกิจทางการ
เกษตรได้โดยง่ายและมีประสิทธิภาพ
๓.๓.๔ การจัดเก็บข้อมูลเกษตรกร
สามารถบันทึกจัดเก็บข้อมูลต่าง ๆ ของเกษตรกร เช่น ข้อมูลส่วนบุคคลของเกษตรกร ข้อมูล การทําการเกษตรและพื้นที่การทําเกษตร ข้อมูลบริษัทคู่สัญญา และข้อมูลอื่น ๆ และสามารถปรับปรุงข้อมูล เพื่อให้ข้อมูลมีความถูกต้องและเป็นปัจจุบัน
๓.๓.๕ การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท
๓.๓.๕.๑ ส่วนของผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรและเกษตรกร โดยมีฟังก์ชันการทํางานระบบ ดังนี้ (๑) สามารถยื่นคําร้องไกล่เกลี่ยข้อพิพาท โดยการบันทึกข้อมูลคําร้องไกล่เกลี่ย ข้อพิพาท รวมทั้งสามารถ Upload ไฟล์เอกสารอื่น ๆ ที่ใช้ประกอบการยื่นคําร้องในรูปแบบ PDF เข้าสู่ระบบ เพื่อให้เจ้าหน้าที่พิจารณาตรวจสอบได้
(๒) สามารถตรวจสอบและเรียกดูคําร้องไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ในรูปแบบ PDF รวมทั้ง
สามารถแสดงรายงานตามเงื่อนไขต่าง ๆ ได้
๓.๓.๕.๒ ส่วนของเจ้าหน้าที่ โดยมีฟังก์ชันการทํางานระบบ ดังนี้
(๑) สามารถตรวจสอบข้อมูลคําร้องไกล่เกลี่ยข้อพิพาทจากระบบตามที่ผู้ประกอบ ธุรกิจทางการเกษตรหรือเกษตรกรได้จัดส่งไว้ โดยสามารถบันทึกสถานะการตรวจสอบ เช่น การรับคําร้อง การส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสถานะอื่น ๆ ตามขั้นตอนการทํางาน และบันทึกผลการตรวจสอบได้
(๒) สามารถส่งต่อข้อมูลคําร้องไกล่เกลี่ยข้อพิพาทให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาดําเนินการตามระเบียบขั้นตอนการทํางาน
(๓) สามารถบันทึกข้อมูลผลการดําเนินการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ได้แก่ ข้อมูลคู่สัญญา ที่เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ข้อเท็จจริงหรือข้อสัญญาเกี่ยวกับประเด็นข้อพิพาทหรือข้อเรียกร้อง ของผู้ร้อง ช่วงเวลาและพื้นที่ที่เกิดข้อพิพาท ผลการดําเนินงานของคณะทํางานรวบรวมข้อเท็จจริง ผลการไกล่เกลี่ย ข้อพิพาทของคณะกรรมการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท และรายละเอียดของสัญญาประนีประนอมยอมความ เป็นต้น
(๔) สามารถ Upload ไฟล์เอกสารต่าง ๆ ได้แก่ ผลการดําเนินการไกล่เกลี่ย
ๆ
ข้อพิพาท สัญญาประนีประนอมยอมความ และคําสั่งจําหน่ายข้อพิพาท เป็นต้น
๓.๓.๖ การปรับเป็นพินัย (สําหรับเจ้าหน้าที่ส่วนกลาง/ส่วนภูมิภาค)
๓.๓.๖.๑) สามารถบันทึกข้อมูลผลการดําเนินการปรับเป็นพินัย ได้แก่ ข้อมูลของผู้ถูกกล่าวหา ผู้กระทําความผิดทางพินัย ข้อมูลการกระทําความผิด ผลการพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริง ผลการพิจารณา ปรับเป็นพินัย ผลการชําระค่าปรับเป็นพินัย และการส่งสํานวนเพื่อดําเนินการฟ้องคดี เป็นต้น
(นายณัฐภัทร ปรัชญาธิวัฒน์)
em (นายพุฒิพงศ์ คีรีทรัพย์มั่น)
Com
(นายอนุวรรตน์ วรรณกิจ)
ประธานกรรมการ
กรรมการ
กรรมการและเลขานุการ - ๕ -
๓.๓.๖.๒) สามารถ Upload ไฟล์เอกสารต่าง ๆ ได้แก่ ผลการปรับเป็นพินัย และเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในรูปแบบไฟล์ PDF ได้
๓.๓.๗ เว็บเพจของระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนระบบเกษตรพันธสัญญา (Landing Page)
๓.๓.๗.๑ พัฒนาหน้าเว็บเพจของระบบฯ ที่แสดงข้อมูลข่าวสารและประชาสัมพันธ์ โดยต้องมี ระบบบริหารจัดการข้อมูลหลังบ้าน (Backend) ที่สามารถเพิ่ม ลบ และแก้ไขข้อมูลโดยผู้ดูแลระบบได้
๓.๓.๗.๒ ต้องมีการแสดงเมนูหรือข้อมูลอย่างน้อย ดังนี้ - การประกาศ ข่าวสารต่าง ๆ
- ข้อมูลการติดต่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
- การดาวน์โหลดเอกสารต่าง ๆ
- ส่วนเชื่อมโยง (Link) ไปยังรายละเอียดของแต่ละบริการ หรือเนื้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง
๓.๔ ฟังก์ชันระบบงานของผู้ดูแลระบบ สามารถทํางานได้อย่างน้อย ดังนี้
๓.๔.๑ สร้างและกําหนดสิทธิ์ผู้ใช้งานเป็นรายบุคคลได้
๓.๔.๒ เพิ่ม ลบ และแก้ไขข้อมูลผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตร ข้อมูลการแจ้ง เปลี่ยนแปลง ยืนยัน และเลิกการประกอบธุรกิจทางการเกษตร ข้อมูลสําเนาเอกสารสําหรับการชี้ชวนและร่างสัญญา ข้อมูล เกษตรกร ข้อมูลการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ข้อมูลการปรับเป็นพินัย และข้อมูลอื่น ๆ ได้
๓.๔.๓ เพิ่ม ลบ และแก้ไขข้อมูล ของเว็บเพจของระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนระบบเกษตรพันธ สัญญา (Landing Page) ผ่านระบบบริหารจัดการข้อมูลหลังบ้าน (Backend)
๓.๔.๔ สามารถดูรายงาน ผู้ใช้งาน การเข้าใช้งานระบบทั้งหมดได้ ๓.๔.๕ สามารถเรียกดูรายงานทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคได้
ๆ
๓.๔.๖ สามารถเรียกดูรายงานผู้เข้าเยี่ยมชม โดยต้องสามารถเรียกดูรายงานเป็นรายวัน รายเดือน รายไตรมาส และรายปี ได้เป็นอย่างน้อย
๓.๕ ฟังก์ชันพื้นฐานในการทํางานของทุกระบบ สามารถทํางานได้อย่างน้อย ดังนี้
๓.๕.๑ ระบบสามารถบันทึกเก็บประวัติการ เพิ่ม ลบ แก้ไข ข้อมูลของแต่ละระเบียนข้อมูลได้ ๓.๕.๒ ต้องมีการกําหนดรหัสรายการระเบียนข้อมูลที่สําคัญเพื่อใช้ในการสืบค้นภายหลังได้ ๓.๕.๓ ระบบสามารถตั้งค่าการแจ้งเตือนผู้ใช้งานก่อนครบกําหนดและหลังเกินกําหนดการดําเนินงานได้ ๓.๕.๔ ระบบสามารถบันทึกระยะเวลาการดําเนินงานของแต่ละขั้นตอนได้ (SLA) โดยต้องสามารถ คํานวณระยะเวลาคงเหลือในการดําเนินการ โดยเริ่มนับจากเวลาที่ข้อมูลการขออนุญาตเข้าสู่ระบบฯ ตามเงื่อนไขที่กําหนด (เช่น ไม่นับวันหยุด, เริ่มนับวันทําการถัดไปหากส่งนอกเวลา)
๓.๕.๕ ระบบต้องมีการตรวจสอบข้อมูล (Data Validation) เพื่อตรวจสอบความครบถ้วน ถูกต้อง ของข้อมูลที่กรอก และเอกสาร/หลักฐานที่แนบตามเงื่อนไขที่กําหนด ก่อนอนุญาตให้ผู้ยื่นคําขอยืนยันการส่ง
(Submission)
๓.๕.๖ ระบบต้องแสดงการยืนยันข้อมูลก่อนส่ง (Confirmation) เพื่อแสดงข้อมูลและเอกสารทั้งหมด ที่ผู้ยื่นคําขอกรอกและแนบมา เพื่อให้ผู้ยื่นคําขอตรวจสอบความถูกต้องเป็นครั้งสุดท้ายก่อนยืนยันการส่ง พร้อมมีช่องทางให้กลับไปแก้ไขข้อมูลที่ผิดพลาดได้
ฟ.1 (นายณัฐภัทร ปรัชญาธิวัฒน์)
you (นายพุฒิพงศ์ คีรีทรัพย์มั่น)
Com
(นายอนุวรรตน์ วรรณกิจ)
ประธานกรรมการ
กรรมการ
กรรมการและเลขานุการร่าง
เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
เลขที่
การจ้างโครงการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนระบบเกษตรพันธสัญญา สำนักงานปลัดกระทรวง เกษตรและสหกรณ์
ตามประกาศ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ลงวันที่ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “สำนักงาน” มีความประสงค์จะ ประกวดราคาจ้างโครงการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนระบบเกษตรพันธสัญญา สำนักงานปลัด กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ตามรายการ ดังนี้
จ้างเหมางานพัฒนาระบบข้อมูล
สารสนเทศ
โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้
จำนวน ๑ งาน
๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๑.๑ ขอบเขตของงาน
๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาจ้างทำของ
๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
(๑) หลักประกันสัญญา
๑.๕ บทนิยาม
(๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
(๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
(๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
๑.๗ แผนการทำงาน
๑.๘ แผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
๒.๗ เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ สำนักงาน ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขัน อย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง ในวงเงิน ไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงาน ของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ สำนักงาน เชื่อถือ
๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้ เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน
นามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้ เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้างทำของจึงจะมีสิทธิในการเข้ายื่นข้อเสนอในนามกิจการ ร่วมค้าได้
(3.3) การยื่นข้อเสนอโดยวิธีคัดเลือกและวิธีเฉพาะเจาะจง หากผู้เข้าร่วมค้า รายใดได้รับหนังสือเชิญชวนจากหน่วยงานของรัฐแล้ว ให้ผู้เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตาม ข้อ (4.10.3) สามารถดำเนินการยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า
๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ดังนี้ (1) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างไม่เกิน 1 ล้านบาท ไม่ต้องกำหนดทุนจดทะเบียน (2) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 1 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 5 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท
(3) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 5 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 10 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท
(4) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 10 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 20 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ ต่ำกว่า 3 ล้านบาท
(5) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 20 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 60 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ ต่ำกว่า 8 ล้านบาท
(6) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 60 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 150 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท
(7) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 150 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 300 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ำกว่า 60 ล้านบาท
(8) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 300 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 500 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท
(9) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 500 ล้านบาทขึ้นไป ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ
ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนัก
งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา ๖. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
7. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีนโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อ จัดจ้าง
8 ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงนามในข้อตกลงคุณธรรม กรณีโครงการจัดซื้อจัดจ้างที่มี วงเงินตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป
9. ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งได้รับคัดเลือกเป็นคู่สัญญาต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้าง ภาครัฐ
ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement: e-GP) ของกรมบัญชีกลาง 10. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องไม่อยู่ในฐานะเป็นผู้ไม่แสดงบัญชีรายรับรายจ่ายหรือแสดง บัญชีรายรับรายจ่าย ไม่ถูกต้องครบถ้วนในสาระสำคัญ
11. ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งได้รับคัดเลือกเป็นคู่สัญญาต้องรับและจ่ายเงินผ่านบัญชี ธนาคาร เว้นแต่การจ่ายเงินแต่ละครั้งซึ่งมีมูลค่าไม่เกินสามหมื่นบาทคู่สัญญาอาจจ่ายเป็นเงินสดก็ได้
12. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีการดำเนินการตามมาตรฐาน ISO 9001 โดยต้องยื่นเอกสาร ใบรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในวันยื่นข้อเสนอเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการ ๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
(ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๑ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อ
เสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือ มีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน ทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ เอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา (๕) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด
ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) สำเนาหนังสือรับรองผลงานจ้าง
(๒) สำเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) (ถ้ามี)
(๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีประสบการณ์และผลงานในการดำเนินงานที่มี ลักษณะใกล้เคียงหรือเกี่ยวข้องกับการพัฒนาเว็บไซต์หรือระบบสารสนเทศที่มีมูลค่าไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท ให้แก่หน่วยงานของรัฐหรือเอกชนมาแล้ว ไม่น้อยกว่า 1 โครงการ ภายในระยะเวลา 8 ปีล่าสุด โดยต้อง แนบหนังสือรับรองผลงานและสำเนาสัญญาที่แสดงว่าผลงานนั้นเสร็จสิ้น เพื่อประกอบการพิจารณาของคณะ กรรมการ ทั้งนี้ให้แนบมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำ 1) แผนผังแสดงภาพรวมการทำงานของระบบ และการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน (Conceptual Diagram) และ 2) แผนผังแสดงขั้นตอนการทำงาน ระหว่างผู้ใช้งาน
ระบบกลาง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (Process Flow/Swimlane Diagram) ทั้งนี้ เอกสารที่จัดทำเพื่อ ประกอบการเสนอราคา ต้องมีความถูกต้อง ครบถ้วน และสามารถแสดงรายละเอียดได้อย่างชัดเจน หากเอกสารดังกล่าวมีข้อมูลไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน หรือไม่สามารถทำความเข้าใจได้อย่างชัดเจน คณะ กรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ขอสงวนสิทธิ์ไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอราย นั้น
(๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องนำเสนอแนวทางเพิ่มเติมที่เป็นนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่ เหมาะเพื่อเสริมประสิทธิภาพของระบบเกษตรพันธสัญญาได้ โดยไม่ขัดต่อขอบเขตงานจ้างและเป็นประโยชน์ ต่อทางราชการ พร้อมอธิบายถึงผลลัพธ์ที่นำเทคโนโลยีนั้น ๆ มาใช้งานในระบบ
(๖) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญและ ประสบการณ์สำหรับการปฏิบัติงานภายใต้โครงการ ตามที่ปรากฏไว้ในขอบเขตของงานฯ ภาคผนวก 2 โดยผู้ ยื่นข้อเสนอจะต้องแนบเอกสารหลักฐานแสดงคุณวุฒิ (ปริญญาบัตรหรือใบรับรองคุณวุฒิปริญญา) และระเบียน ผลการศึกษา พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง
โดยเจ้าของเอกสาร ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงนามรับรองพร้อมประทับตราบริษัทในเอกสารทุกฉบับ และจัด ทำตารางรายชื่อบุคลากรที่เสนอโดยมีโครงสร้างตารางตามตัวอย่างในขอบเขตของงานฯ ภาคผนวก 3 หากนำ เสนอข้อมูล
ที่มีรูปแบบหรือข้อมูลที่แตกต่างจากตัวอย่าง คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ขอสงวนสิทธิ์ไม่พิจารณาผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น โดยให้ยื่นมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
(๗) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔. การเสนอราคา
๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วย อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้อง กรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอโดย ไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้ ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๒๑๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอ ราคาโดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคา มิได้
๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน ๒๔๐ วัน นับ ถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
๔.๔ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญารายละเอียด ขอบเขตของ งานฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตาม เงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. และเวลาในการเสนอราคาให้ถือ ตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์
เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และ การเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่สำนักงานผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๗ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณาข้อ เสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะ กรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการ พิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และสำนักงาน จะพิจารณา ลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่สำนักงานจะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ ริเริ่มให้มีการกระทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของสำนักงาน ๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
(๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
(๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กำหนด
(๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ๔.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายใน ประเทศ โดยยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลา ดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน ๖๐ วัน
๔.๑๐ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๓๐ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา เว้นแต่เป็นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือ ที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา ๕. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
๕.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ สำนักงาน จะพิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคา
๕.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ สำนักงาน จะ พิจารณาจาก ราคารวม
๕.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ ขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่สำนักงานกำหนดไว้ในประกาศ และเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้ เปรียบเสียเปรียบต่อ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการพิจารณาผลฯ อาจ พิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
๕.๔ สำนักงานสงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการผ่อนผัน ในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย อิเล็กทรอนิกส์
(๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวด อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ๕.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือสำนักงาน มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ สำนักงานมีสิทธิที่จะ ไม่รับข้อเสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ๕.๖ สำนักงานทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคา ที่ เสนอทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจ จะยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อ ประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของสำนักงานเป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียก ร้องค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งสำนักงานจะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ และลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่ เชื่อถือได้ว่าการยื่นข้อเสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมายื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น
ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่ อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือสำนักงาน จะให้ผู้ ยื่นข้อเสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการตามเอกสาร ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ สำนักงาน มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอ หรือไม่รับราคาของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหาย ใดๆ จากสำนักงาน
๕.๗ ก่อนลงนามในสัญญาสำนักงาน อาจประกาศยกเลิกการประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใด ในการเสนอราคา
๕.๘ หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่ไม่เกินร้อยละ ๑๐ ให้จัดซื้อจัดจ้างกับผู้ประกอบการ SMEs ดังกล่าว โดยจัดเรียงลำดับผู้ ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นไม่เกินร้อยละ ๑๐ ที่จะเรียกมาทำสัญญาไม่เกิน ๓ ราย
ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องเป็นผู้ประกอบการ SMEs
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ SMEs ที่จะได้แต้มต่อด้านราคาตามวรรคหนึ่ง จะต้องมี วงเงินสัญญาสะสมตามปีปฏิทินรวมกับราคาที่เสนอในครั้งนี้แล้ว มีมูลค่ารวมกันไม่เกินมูลค่าของรายได้ตาม ขนาดที่ขึ้นทะเบียนไว้กับ สสว.
๕.๙ หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการ SMEs แต่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติ ไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็น บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศไม่เกินร้อยละ ๓ ให้ จัดซื้อจัดจ้างกับบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยดังกล่าว ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย
๖. การทำสัญญาจ้าง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุใน ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับสำนักงาน ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวาง หลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้สำนัก งานยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
๖.๑ เงินสด
๖.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่สำนักงาน ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ลงวันที่ที่ ใช้เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้น ไม่เกิน ๓ วัน ทำการ ๖.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง กำหนด
๖.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ
ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) ๖.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่งสำนักงาน ได้รับ มอบไว้แล้ว
๗. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
สำนักงาน จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่าย ทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง โดยแบ่งออกเป็น ๔ งวดดังนี้ งวดที่ ๑ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานเมื่อผู้ รับจ้างได้ส่งมอบงานให้กับผู้ว่าจ้างตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในขอบเขตของงาน ข้อ ๘.การส่งมอบงานและเงื่อนไข การชำระเงิน งวดที่ ๑ ให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วัน
งวดที่ ๒ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๓๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานเมื่อผู้ รับจ้างได้ส่งมอบงานให้กับผู้ว่าจ้างตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในขอบเขตของงาน ข้อ ๘.การส่งมอบงานและเงื่อนไข การชำระเงิน งวดที่ ๒ ให้แล้วเสร็จภายใน ๙๐ วัน
งวดที่ ๓ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๔๕ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานเมื่อผู้ รับจ้างได้ส่งมอบงานให้กับผู้ว่าจ้างตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในขอบเขตของงาน ข้อ ๘.การส่งมอบงานและเงื่อนไข การชำระเงิน งวดที่ ๓ ให้แล้วเสร็จภายใน ๒๑๐ วัน
งวดสุดท้าย เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๕ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ทั้งหมดให้แล้วเสร็จเรียบร้อยตามสัญญาหรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ และ สำนักงาน ได้ตรวจรับมอบงานจ้าง เรียบร้อยแล้ว
๘. อัตราค่าปรับ
ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลง จ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
๘.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับ อนุญาตจากสำนักงาน จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงาน จ้างช่วงนั้น
๘.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๘.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็น รายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้าง
๙. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งได้ทำสัญญาจ้างตามแบบดังระบุในข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ แล้วแต่กรณี จะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายใน
ระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๑ ปี นับถัดจากวันที่สำนักงานได้รับมอบงาน โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้ การได้ดีดังเดิมภายใน ๑ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่อง
๑๐. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
๑๐.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ สำนักงานได้รับอนุมัติเงินค่าจ้างจากเงิน งบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ แล้วเท่านั้น
๑๐.๒ เมื่อสำนักงานได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลงจ้าง ตามการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามาจาก ต่างประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตาม กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
(๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
(๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดย เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
(๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
๑๐.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งสำนักงานได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็น หนังสือภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ สำนักงานจะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้ ออกหนังสือค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้ง จะพิจารณาให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ๑๐.๔ สำนักงานสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบสัญญาหรือ ข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
๑๐.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของสำนักงาน คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อ เสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
๑๐.๖ สำนักงาน อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จะเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากสำนักงานไม่ได้
(๑) สำนักงานไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้รับจัดสรร แต่ ไม่เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
(๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่น ใด ในการเสนอราคา
(๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่สำนักงาน หรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
(๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
๑๐.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
๑๑. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
๑๒. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
สำนักงาน สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการ คัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับสำนักงาน ไว้ชั่วคราว
สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
สำเนาถูกต้อง
ชบา ผดุงชาติ
(นางสาวชบา ผดุงชาติ)
เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
โดย นางสาวชบา ผดุงชาติ เจ้าพนักงานธุรการ
ชำนาญงานราง
ประกาศสํานักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ
เรื่อง ประกวดราคาจ้างโครงการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนระบบเกษตรพันธสัญญา สํานักงาน
ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
สํานักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างโครงการ พัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนระบบเกษตรพันธสัญญา สํานักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ราคากลางของงานจ้าง ในการประกวดราคาครั้งนี้ เป็นเงิน ทั้งสิ้น ๓,๓๒๓,๘๒๓.๓๓ บาท (สามล้านสามแสนสองหมื่นสามพันแปดร้อยยี่สิบสามบาทสามสิบสามสตางค์) จํานวน ๑ รายการ
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอโดยแสดงหลักฐานถึงขีดความสามารถและความพร้อมที่มีอยู่ใน
วันยื่นข้อเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
Q.
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติให้เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กําหนด
๒. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่
ระหว่างเวลา
น. ถึง
น.
ซึ่งสามารถจัดเตรียมเอกสารข้อเสนอได้ตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงวันเสนอ
ราคา
ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เลขที่
ลงวันที่ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๙ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ได้ตั้งแต่วันที่ ประกาศจนถึงวันเสนอราคา ได้ที่เว็บไซต์ www.opsmoac.go.th หรือ www.gprocurement.go.th
หากท่านต้องการเสนอแนะ วิจารณ์ หรือ มีความเห็นเกี่ยวกับการจัดจ้างดังกล่าว โปรดให้
ความเห็น
เป็นลายลักษณ์อักษรมายังหน่วยงานโดยเปิดเผยตัว หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ภายในเวลา 16.00 น. ของวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ตามรายละเอียด ดังนี้
ชื่อผู้ติดต่อ
อีเมลล์แอดเดรส
โทรศัพท์
ที่อยู่
นายพุฒิพงศ์ คีรีทรัพย์มั่น
[email protected]
O 2281 5955 m 354,411
สํานักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา
สํานักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ถนนราชดําเนินนอก แขวงบ้านพานถม เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
ประกาศ ณ วันที่
กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๙
(นายโอภาส เทียงงามดี)
ผู้อํานวยการสํานักกฎหมาย
ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าสํานักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตร
สําเนาถูกต้อง
ชบา ผดุงชาติ (นางสาวชบา ผดุงชาติ) เจ้าพนักงานธุรการชํานาญงาน
พันธสัญญา
ปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ โดย นางสาวชบา ผดุงชาติ เจ้าพนักงานธุรการ
ชํานาญงาน