จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างเหมาบำรุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์เครือข่าย (Outsource Network)

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 69029075024
฿654,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 12 ก.พ. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) โดยฝ่ายวิศวกรรมโครงสร้างพื้นฐาน มีความประสงค์จ้างเหมาบริการบำรุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์เครือข่าย (Outsource Network) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความมั่นคงปลอดภัยของระบบเครือข่ายซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักรองรับระบบสารสนเทศและธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้ระบบเครือข่ายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ปลอดภัยจากภัยคุกคาม และสามารถรองรับการใช้งานที่เพิ่มขึ้นในอนาคต

ขอบเขตงานครอบคลุมบริการหลัก 3 ด้าน ได้แก่ 1) บริการบริหารและจัดการระบบเครือข่าย (Network Management Service) เช่น การจัดทำแผนผังเครือข่าย, การจัดการ IP Address, การ Backup Configuration, การจัดการสิทธิผู้ใช้งาน 2) บริการตรวจสอบสถานะและแก้ไขปัญหาฉุกเฉิน (Network Monitoring and Troubleshooting Service) โดยต้องตรวจสอบอุปกรณ์และสภาพแวดล้อมในห้อง Rack Room เป็นประจำ และตอบสนองแก้ไขปัญหาตาม SLA ที่กำหนด และ 3) บริการสนับสนุนคำร้องขอ (Network Support Service) ที่เกี่ยวข้องกับระบบเครือข่าย เช่น ระบบ LAN, Wireless, VDO Conference, CCTV, Call Center รวมถึงการสนับสนุนงานอื่นๆ เช่น การย้ายอุปกรณ์เครือข่าย และการปิดช่องโหว่ความปลอดภัย

ผู้รับจ้างต้องจัดหาพนักงานประจำเพื่อปฏิบัติงาน ณ สำนักงาน สปสช. ในเวลาทำการปกติ และให้บริการทางโทรศัพท์ (On-Call Service) ตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน ตลอดระยะเวลาสัญญา 6 เดือน (1 เมษายน - 30 กันยายน 2569) นอกจากนี้ ยังต้องมีภาระกิจปฏิบัติงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ สปสช. ณ สำนักงานเขตต่างจังหวัดได้ไม่เกินปีละ 24 ครั้ง

English summary

The National Health Security Office (NHSO) is inviting bids for outsourcing the maintenance of its computer network system. The project aims to enhance the efficiency, continuity, and security of the network infrastructure, which is critical for supporting the health insurance fund’s information systems and electronic transactions. The service contract period is 6 months, from April 1 to September 30, 2026, with an approximate budget of 654,000 THB.

The scope of work is comprehensive, covering three main service areas: 1) Network Management Service, including tasks like creating network diagrams, managing IP addresses, backing up configurations, and user management; 2) Network Monitoring and Troubleshooting Service, requiring proactive monitoring of network devices and the server room environment, with strict response and resolution times according to the defined Service Level Agreement (SLA); and 3) Network Support Service for various systems such as LAN, Wireless LAN, Video Conference, CCTV, and Call Center, along with ad-hoc support tasks.

The winning bidder must provide dedicated on-site personnel during NHSO’s regular office hours and offer 24/7 on-call telephone support for the entire contract duration. The contractor may also be required to travel to support NHSO’s regional offices up to 24 times per year.

สถานที่ดำเนินการ

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (รวมถึงสำนักงานเขตต่างจังหวัด)

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อดูแล, ซ่อมแซม, ปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์เครือข่าย ให้ดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด
  • เพื่อให้ระบบคอมพิวเตอร์เครือข่าย ได้รับความปลอดภัยจากผู้บุกรุก หรือจากผู้ไม่ประสงค์ดีและโปรแกรมอันตรายที่จะรบกวนการทำงานระบบคอมพิวเตอร์เครือข่าย
  • เพื่อกำหนดและจัดทำเอกสารรายงานและคู่มือการปฏิบัติงานเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์เครือข่าย
  • เพื่อกำหนดกฎ ระเบียบ ข้อบังคับและนโยบายด้านการใช้งานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารภายใน สปสช. ที่เหมาะสม รวมทั้งจัดระเบียบและควบคุมระบบคอมพิวเตอร์เครือข่ายภายใน สปสช.
  • เพื่อรองรับการทำงานระบบคอมพิวเตอร์เครือข่าย สปสช. ที่เกิดขึ้นในอนาคตอย่างต่อเนื่อง
  • เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาฉุกเฉินที่เกิดขึ้นภายในระบบคอมพิวเตอร์เครือข่าย สปสช. ได้อย่างทันท่วงที
  • เพื่อให้บริการผู้ใช้งานระบบคอมพิวเตอร์เครือข่าย สปสช. ได้อย่างต่อเนื่อง

ขอบเขตของงาน

งานบริการหลักแบ่งออกเป็น 3 ด้าน ดังนี้:

1. งานบริการการบริหารและจัดการระบบคอมพิวเตอร์เครือข่าย (Network Management Service):

  • ปฏิบัติตามมาตรฐานการดำเนินการบริหารและจัดการอุปกรณ์เครือข่าย เช่น การจัดการผู้ใช้งาน (User Management), การจัดการสิทธิ์ (User Permission), การจัดสรรทรัพยากร (Bandwidth Allocation), การบำรุงรักษา
  • จัดทำแผนผังเครือข่าย (Network Diagram) ตามการร้องขอ
  • เก็บสถิติการใช้เครือข่าย (Network Capacity)
  • Configure อุปกรณ์ระบบเครือข่าย
  • ทำ Backup Configuration ของอุปกรณ์เครือข่าย
  • บริหารจัดการ IP address
  • จัดการการเปลี่ยนแปลงในระบบ (Change Management) ผ่านระบบ Service desk หรือระบบบันทึกของ สปสช. ตามระบบ ISO 27001
  • ออกไปปฏิบัติงาน ณ สำนักงานเขตของ สปสช. (ต่างจังหวัด) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ไม่เกินปีละ 24 ครั้ง

2. งานบริการด้านการตรวจสอบสถานะและแก้ไขสิ่งผิดปกติของระบบคอมพิวเตอร์เครือข่าย (Network Monitoring and Troubleshooting Service):

  • ตรวจสอบสถานะการทำงานของอุปกรณ์เครือข่าย (Status Monitoring) เพื่อให้พร้อมใช้งานเสมอ
  • กำหนดค่าระดับการตรวจวัด (Threshold) สำหรับระบบตรวจสอบสถานะ และแจ้งเตือนตามที่กำหนด
  • ตรวจสอบสถานะอุปกรณ์, อุณหภูมิ และสิ่งแวดล้อมภายในห้อง Rack Room เป็นประจำ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง พร้อมบันทึกและรายงานผล
  • ทำหน้าที่เป็น First Level Support ในการแก้ปัญหา
  • วิเคราะห์และแยกแยะปัญหาที่เกิดจากระบบเครือข่าย
  • แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อให้ระบบเครือข่ายสามารถใช้งานได้ปกติ หากไม่สามารถแก้ไขได้ภายใน 1 ชั่วโมง ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ สปสช. เพื่อประสานกับผู้เชี่ยวชาญของบริษัท
  • แจ้งเจ้าหน้าที่ สปสช. เพื่อประสานปัญหากับหน่วยงานภายนอกหรือผู้ให้บริการโครงข่ายที่เกี่ยวข้อง ภายใน 20 นาทีหลังจากระบบมีปัญหา
  • ติดตามความคืบหน้าของการแก้ไขปัญหา ทุกๆ 30 นาที ในเวลาราชการ และแจ้งความคืบหน้าต่อผู้เกี่ยวข้อง
  • กำหนดแนวทางการแก้ปัญหาแบบทั้งชั่วคราวและถาวร
  • ทำการปิดปัญหา (Ticket Closure)

3. งานบริการสนับสนุนคำร้องขอและการบริหารการใช้งานระบบคอมพิวเตอร์เครือข่าย (Network Support Service):

  • ปฏิบัติงานตามการร้องขอที่เกี่ยวข้องกับระบบเครือข่าย ซึ่งครอบคลุม:
    • การตรวจสอบสาย LAN, ระบบ Wireless LAN, ระบบ VDO Conference, ระบบ CCTV, ระบบ Call Center, ระบบการให้บริการออนไลน์
    • การสนับสนุนตรวจสอบปัญหาของเครื่อง Server และ Client
    • การสนับสนุนการย้ายอุปกรณ์ Network ในการย้ายสำนักงาน สปสช. (ต่างจังหวัด)
    • การสนับสนุนการติดตั้งหรือย้ายเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย
    • การสนับสนุนการติดตั้ง Web Application ใหม่
    • การสนับสนุนการปิดช่องโหว่ของระบบ
    • การสนับสนุนการแก้ไขเหตุการณ์ทางด้านความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์เครือข่าย
    • การสนับสนุนการติดตั้งและแก้ไขปัญหาการใช้งานของ Printer

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • แผนผังเครือข่าย (Network Diagram) ตามการร้องขอ
  • สถิติการใช้เครือข่าย (Network Capacity)
  • Backup Configuration ของอุปกรณ์เครือข่าย
  • เอกสารรายงานและบันทึกการตรวจสอบห้อง Rack Room (อุปกรณ์, อุณหภูมิ, สิ่งแวดล้อม)
  • บันทึกการแจ้งปัญหาและความคืบหน้าตามระบบของ สปสช.
  • รายงานผลการดำเนินงานตาม SLA
  • เอกสารรายงานและคู่มือการปฏิบัติงานเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์เครือข่าย
  • กฎ ระเบียบ ข้อบังคับและนโยบายด้านการใช้งานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารภายใน สปสช.
  • แผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ (ต้องยื่นภายใน 60 วันนับจากวันลงนามสัญญา)
  • แผนการทำงาน (ต้องยื่นภายใน 15 วันนับจากวันลงนามสัญญา)

ระยะเวลาดำเนินการ

ระยะเวลาดำเนินโครงการ: ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 (6 เดือน)

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:

    • เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
    • ไม่ถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานของทางราชการ
    • ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น
    • ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย
    • ต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
  • Standards Compliance:

    • ต้องดำเนินการ Change Management ผ่านระบบของ สปสช. ตามระบบ ISO 27001 (อ้างอิงใน TOR)
  • Experience:

    • ไม่ได้ระบุประสบการณ์เฉพาะเจาะจง (เช่น จำนวนปี, โครงการที่คล้ายกัน) แต่ต้องแสดงขีดความสามารถและความพร้อมที่มีอยู่ในวันยื่นข้อเสนอ
  • Previous Project Cost:

    • ไม่ได้ระบุ
  • Technical Capabilities:

    • ต้องมีความสามารถในการบริหารและจัดการระบบอุปกรณ์เครือข่ายของ สปสช. ตามรายการอุปกรณ์ในภาคผนวก ข. (เอกสารแนบ)
    • ต้องสามารถ Configure อุปกรณ์ระบบเครือข่ายได้
    • ต้องสามารถบริหารจัดการ IP address ได้
    • ต้องสามารถวิเคราะห์และแยกแยะปัญหาที่เกิดขึ้นจากระบบเครือข่ายได้
    • หากจำเป็นต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ณ สปสช. ต้องรับผิดชอบจัดหาเอง
  • Personnel:

    • ต้องส่งเจ้าหน้าที่เพื่อดูแลระบบอุปกรณ์เครือข่ายตามวันเวลาทำการปกติของ สปสช.
    • ต้องมีรายชื่อผู้ประสานงานจำนวนไม่น้อยกว่า 2 ท่าน ประกอบด้วย ผู้จัดการโครงการ และตัวแทนฝ่ายขาย พร้อมหมายเลขโทรศัพท์และอีเมล์
    • เจ้าหน้าที่ต้องมีความรู้ความสามารถในการบริหารและจัดการระบบเครือข่าย และปฏิบัติงานตามเงื่อนไข SLA
    • ต้องมีบริการทางโทรศัพท์ (On Call Service) ตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน

เกณฑ์การพิจารณา

การพิจารณาใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น (Scoring Method) โดยมีน้ำหนักดังนี้:

  • ราคาที่ยื่นข้อเสนอ: น้ำหนัก 30.00% โดยคำนวณคะแนนจากสูตร 100 - (((ราคาของผู้เสนอราคา - ราคาต่ำสุด)/ราคาต่ำสุด) * 100)
  • ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่นๆ: น้ำหนัก 70.00% โดยมีเกณฑ์การให้คะแนนตามเอกสารแนบใน TOR
    (หมายเหตุ: ราคากลางที่ระบุในประกาศคือ 654,000 บาท)

ข้อกำหนดทางเทคนิค

ผู้เสนอราคาต้องเสนอรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะทางเทคนิคเปรียบเทียบระหว่างข้อกำหนดของ สปสช. กับข้อเสนอของบริษัท โดยระบุคุณสมบัติให้ชัดเจน พร้อมเอกสารอ้างอิง งานบริการต้องเป็นไปตามมาตรฐานการจัดการเครือข่าย เช่น User Management, User Permission, Bandwidth Allocation และต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการรับประกันและระดับการให้บริการ (SLA) ดังนี้:

  • ประสิทธิภาพด้านการตอบสนอง: ต้องไม่ต่ำกว่า 90%
  • ประสิทธิภาพด้านการแก้ไขปัญหา: ต้องไม่ต่ำกว่า 85%
  • เวลาแก้ไขปัญหา (Response & Resolution Time):
    • ปัญหาเร่งด่วน (ในเวลาทำการ 8.30-17.30 น.): เริ่มแก้ไขภายใน 30 นาที, แก้ไขเสร็จภายใน 4 ชั่วโมง
    • ปัญหาทั่วไป (ในเวลาทำการ): เริ่มแก้ไขภายใน 60 นาที, แก้ไขเสร็จภายใน 8 ชั่วโมง (คิดตามเวลาทำการ)
    • คำร้องขอแบบต่ำ (ทั้งในและนอกเวลาทำการ): เริ่มดำเนินการภายใน 6 ชั่วโมง, เสร็จภายใน 48 ชั่วโมง (คิดตามเวลาทำการ)
      การคำนวณ SLA ใช้ข้อมูลจากการแจ้งงานผ่านระบบของ สปสช.

เงื่อนไขสัญญา

  • ระยะเวลาสัญญา: 6 เดือน (1 เม.ย. - 30 ก.ย. 2569)
  • การจ่ายเงิน: แบ่งออกเป็น 6 งวด ตามรายละเอียดใน TOR ข้อ 8 (ไม่ระบุสัดส่วนในเอกสารที่ให้มา)
  • หลักประกันสัญญา: ร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้างที่ชนะการประกวด วางในรูปเงินสด, เช็ค/ดราฟท์, หนังสือค้ำประกันธนาคาร/บริษัทเงินทุน, หรือพันธบัตรรัฐบาล
  • ค่าปรับ:
    • กรณีจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต: ปรับร้อยละ 10 ของวงเงินงานจ้างช่วงนั้น
    • กรณีปฏิบัติผิดสัญญาอื่นๆ: ปรับรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้าง
  • การรับประกันงาน: รับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี นับจากวันที่ สปสช. รับมอบงาน และต้องซ่อมแซมแก้ไขภายใน 2 วัน นับจากได้รับแจ้ง
  • เงื่อนไขงบประมาณ: การทำสัญญาจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อ สปสช. ได้รับอนุมัติเงินงบประมาณประจำปี 2569 แล้วเท่านั้น

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: ผู้รับจ้างจำเป็นต้องมีพนักงานประจำปฏิบัติงานที่ สปสช. ตลอดระยะเวลาสัญญาหรือไม่?
    A: ใช่ ผู้เสนอราคาต้องส่งเจ้าหน้าที่เพื่อดูแลระบบอุปกรณ์เครือข่ายตามวันเวลาทำการปกติของ สปสช.

  • Q: บริการ On-Call Service ต้องพร้อมตลอดเวลาจริงหรือ?
    A: ใช่ ตาม TOR ข้อ 4.3.1 ผู้เสนอราคาจะต้องมีการบริการทางโทรศัพท์ (On Call Service) ตลอด 7 วัน x 24 ชั่วโมง ตลอดระยะเวลาโครงการ

  • Q: หากต้องเดินทางไปทำงานที่สำนักงานเขตต่างจังหวัด ใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย?
    A: สปสช. รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนของการเดินทางเท่านั้น ไม่รวมค่าที่พักและค่าเบี้ยเลี้ยงของเจ้าหน้าที่ผู้รับจ้าง

  • Q: กรณีที่แก้ไขปัญหาไม่ได้ภายใน 1 ชั่วโมง ต้องทำอย่างไร?
    A: ต้องแจ้งกับเจ้าหน้าที่ สปสช. เพื่อให้เจ้าหน้าที่ สปสช. ประสานงานกับทางผู้เชี่ยวชาญของบริษัทผู้เสนอราคา

  • Q: การประสานปัญหาไปยังผู้ให้บริการเครือข่ายภายนอก (เช่น ISP) ใครเป็นผู้ดำเนินการ?
    A: ผู้เสนอราคาจะต้องแจ้งกับเจ้าหน้าที่ สปสช. เพื่อให้เจ้าหน้าที่ สปสช. เป็นผู้แจ้งปัญหากับหน่วยงานภายนอกหรือผู้ให้บริการระบบโครงข่ายที่เกี่ยวข้อง

  • Q: งานนี้ครอบคลุมการสนับสนุนระบบใดบ้าง นอกเหนือจากเครือข่ายหลัก?
    A: ครอบคลุมการสนับสนุนระบบที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบ Wireless LAN, VDO Conference, CCTV, Call Center, การให้บริการออนไลน์, การติดตั้ง/แก้ไข Printer

  • Q: ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเครื่องมือในการปฏิบัติงานเองหรือไม่?
    A: ใช่ หากมีความจำเป็นต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับใช้ในการปฏิบัติงาน ณ สปสช. ทางผู้เสนอราคาจะต้องรับผิดชอบในการจัดหาเอง

  • Q: การเปลี่ยนแปลงใดๆ ในระบบเครือข่าย ต้องดำเนินการผ่านช่องทางใด?
    A: ต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลง (Change Management) ผ่านระบบ Service desk หรือระบบบันทึกอื่นๆ ของ สปสช. ทุกครั้ง ตามระบบ ISO 27001

  • Q: เกณฑ์การประเมินด้านเทคนิค (70%) มีรายละเอียดอย่างไร?
    A: มีเกณฑ์การให้คะแนนตามเอกสารแนบในข้อกำหนดขอบเขตของงาน (TOR) ซึ่งไม่ได้ระบุรายละเอียดในเอกสารประกาศนี้

  • Q: มีการรับประกันความชำรุดบกพร่องหลังส่งมอบงานหรือไม่?
    A: มี ผู้รับจ้างต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี นับถัดจากวันที่ สปสช. ได้รับมอบงาน

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ข้อกําหนดขอบเขตของงานจัดซื้อ/จัดจ้าง (Terms of Reference : TOR) จ้างเหมาบํารุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์เครือข่าย (Outsource Network)
สํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
ด้วย สํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยฝ่ายวิศวกรรมโครงสร้างพื้นฐาน มีความประสงค์จะดําเนิน โครงการจ้างเหมาบํารุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์เครือข่าย(Outsource Network) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพใน
การให้บริการข้อมูลประกันสุขภาพของหน่วยงานภายในและภายนอกสํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งคณะกรรมการกําหนดร่างขอบเขตของงาน (TOR) ได้ดําเนินการตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและ การบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 เรียบร้อยแล้ว โดยมีรายละเอียดดังนี้

  1. ความเป็นมา
    สํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้พัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อรองรับการบริหารจัดการ กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ รวมทั้งสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลที่ได้รับมอบหมาย ส่งผลให้เกิด ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์จํานวนมากเพื่อให้บริการแก่ประชาชน หน่วยบริการ และสถานพยาบาล โดยมี

    ความจําเป็นต้องใช้อุปกรณ์เครือข่ายเป็นเครื่องมือสําคัญในการเชื่อมต่อสื่อสารและรับ-ส่งข้อมูล เพื่อให้ ระบบงานดังกล่าวสามารถดําเนินการได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้ งานบริหารระบบ คอมพิวเตอร์เครือข่ายของสํานักงานฯ มีความซับซ้อน เนื่องจากเป็นระบบพื้นฐานที่รองรับการทํางานของ ระบบสารสนเทศทั้งหมด จึงต้องอาศัยบุคลากรที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์เฉพาะด้านในการ ดูแลและบริหารจัดการ
    เพื่อให้การบริหารจัดการระบบเครือข่ายของสํานักงานฯ มีความต่อเนื่อง ลดความเสี่ยงในการดําเนินงาน และสามารถรองรับการให้บริการได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย สํานักงานฯ จึงมีความประสงค์ที่จะ จ้างเหมาบํารุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์เครือข่าย(Outsource Network) ภายใต้การกํากับดูแลของฝ่าย วิศวกรรมโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้ระบบเครือข่ายสามารถสนับสนุนภารกิจของสํานักงานฯ ได้อย่างมี ประสิทธิภาพตามวัตถุประสงค์ที่กําหนดไว้
  2. วัตถุประสงค์
    2.1 เพื่อดูแล, ซ่อมแซม, ปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์เครือข่าย ให้ดําเนินงานได้อย่างมี
    ประสิทธิภาพมากที่สุด
    2.2 เพื่อให้ระบบคอมพิวเตอร์เครือข่าย ได้รับความปลอดภัยจากผู้บุกรุก หรือจากผู้ไม่ประสงค์ดีและ
    โปรแกรมอันตรายที่จะรบกวนการทํางานระบบคอมพิวเตอร์เครือข่าย
    2.3 เพื่อกําหนดและจัดทําเอกสารรายงานและคู่มือการปฏิบัติงานเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์เครือข่าย 2.4 เพื่อกําหนดกฎ ระเบียบ ข้อบังคับและนโยบายด้านการใช้งานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการ สื่อสารภายใน สปสช. ที่เหมาะสม รวมทั้งจัดระเบียบและควบคุมระบบคอมพิวเตอร์เครือข่าย ภายใน สปสช.
    2.5 เพื่อรองรับการทํางานระบบคอมพิวเตอร์เครือข่าย สปสช. ที่เกิดขึ้นในอนาคตอย่างต่อเนื่อง 2.6 เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาฉุกเฉินที่เกิดขึ้นภายในระบบคอมพิวเตอร์เครือข่าย สปสช. ได้อย่าง
    ทันท่วงที
    2.7 เพื่อให้บริการผู้ใช้งานระบบคอมพิวเตอร์เครือข่าย สปสช. ได้อย่างต่อเนื่อง
    ผู้ออกข้อกําหนด 1.
    FM-7.71 01-019

ไล
3..
ฉบับที่ 08
วันที่ 11 พฤษภาคม 2566
-2-
3. คุณสมบัติของผู้เสนอราคา
3.1 ผู้เสนอราคาต้องเป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพขายพัสดุ/รับจ้างงานที่จะจัดซื้อ/จัดจ้าง/ให้เช่า 3.2 ผู้เสนอราคาต้องไม่เป็นผู้ที่ถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานของทางราชการและได้แจ้งเวียนชื่อ แล้ว หรือไม่เป็นผู้ที่ได้รับผลของการสั่งให้นิติบุคคลหรือบุคคลอื่นเป็นผู้ทิ้งงาน ตามระเบียบของ
ทางราชการ
3.3 ผู้เสนอราคาต้องไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ประสงค์จะเสนอราคารายอื่น ณ วันประกาศนี้
หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม
3.4 ผู้เสนอราคาต้องไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่
รัฐบาลของผู้ประสงค์จะเสนอราคาได้มีคําสั่งให้สละสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
3.5 นิติบุคคลที่จะเข้าเป็นคู่สัญญากับสํานักงานซึ่งได้ดําเนินการจัดซื้อ/จัดจ้าง ด้วยระบบ : e-GP) ต้องลงทะเบียนในระบบ
อิเล็กทรอนิกส์
(e-Government
Procurement
อิเล็กทรอนิกส์ของสํานักงานบัญชีกลางที่เว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
4. รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ 4.1 รายละเอียดของพัสดุ
4.1.1 รายชื่อผู้ประสานงานของผู้รับจ้างจํานวนไม่น้อยกว่า 2 ท่านประกอบด้วย ผู้จัดการ
โครงการ และตัวแทนฝ่ายขาย พร้อมหมายเลขโทรศัพท์ และอีเมล์ที่สามารถติดต่อได้ 4.1.2 เอกสารตารางเปรียบเทียบข้อกําหนดทางเทคนิคที่ สปสช. กําหนด เทียบกับข้อเสนอที่ผู้ รับจ้างเสนอมา โดยผู้รับจ้างจะต้องระบุคุณสมบัติที่เสนอมาให้ชัดเจน พร้อมกับ
เอกสารอ้างอิงในการเสนอคุณสมบัติทางเทคนิคและเงื่อนไขทั้งหมด
4.1.3 ผู้เสนอราคาจะต้องกําหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า 90 วัน นับแต่วันยืนยันราคาสุดท้าย โดย ภายในกําหนดยืนราคา ผู้เสนอราคาต้องรับผิดชอบราคาที่ตนเสนอไว้และจะถอนการ เสนอราคามิได้
4.2 รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ (Specification)
4.2.1 รายละเอียดทางด้านบุคคลากร
4.2.1.1 ผู้เสนอราคาต้องส่งเจ้าหน้าที่เพื่อดูแลระบบอุปกรณ์เครือข่ายตาม วัน เวลาทํา
การปกติของ สปสช.
4.2.1.2 ผู้เสนอราคาต้องมีรู้ความสามารถในการบริหารและจัดการระบบอุปกรณ์ เครือข่าย ของ สปสช. ตามภาคผนวก ข. โดยต้องให้บริการและบริหารจัดการ ระบบคอมพิวเตอร์เครือข่ายให้เป็นไปตามเงื่อนไขการรับประกันและระดับการ ให้บริการ SLA ในข้อกําหนด 4.3.3 หากการให้บริการการบริหารและจัดการ ระบบคอมพิวเตอร์ข่าย ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขการรับประกันและระดับการ ให้บริการ SLA ของ สปสช. และ สปสช. มีสิทธิในการปรับผู้เสนอราคาตามอัตรา ที่ สปสช. กําหนด
ผู้ออกข้อกําหนด 1.
FM-7.71 01-019
1160
2.
3.
ฉบับที่ 08
วันที่ 11 พฤษภาคม 2566
-3-
4.2.1.3 หากผู้เสนอราคามีความจําเป็นต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ คอมพิวเตอร์ และเครื่องมือที่จําเป็นสําหรับใช้ในการปฏิบัติงาน ณ สปสช. ทาง ผู้เสนอราคาจะต้องรับผิดชอบในการจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ คอมพิวเตอร์ และเครื่องมือที่จําเป็นเพื่อใช้ปฏิบัติงาน
4.2.2 รายละเอียดทางด้านขอบเขตงาน
4.2.2.1
งานบริการการบริหารและจัดการระบบคอมพิวเตอร์เครือข่าย
4.2.2.1.1 ผู้เสนอราคาต้องปฏิบัติตามมาตรฐานการดําเนินการบริหารและ จัดการอุปกรณ์ระบบคอมพิวเตอร์เครือข่าย ที่เหมาะสม เช่น มาตรฐานจัดการในส่วนของผู้ใช้งานบนอุปกรณ์เครือข่าย
(User
Management), มาตรฐานการจัดการสิทธิเข้าถึงอุปกรณ์เครือข่าย ของผู้ใช้งาน(User Permission) การจัดสรรทรัพยากร (Bandwidth Allocation), มาตรฐานการบํารุงรักษา เป็นต้น ตามรายการอุปกรณ์
ภาคผนวก ข.
4.2.2.1.2 ผู้เสนอราคาต้องจัดทําแผนผังเครือข่าย (Network Diagram) ที่เกิด จากการร้องขอของ สปสช. สําหรับใช้เป็นข้อมูลสําหรับการวางแผน และติดตามการดําเนินงานต่างๆ ตามเป้าหมายที่กําหนดร่วมกับ เจ้าหน้าที่ สปสช.
4.2.2.1.3 ผู้เสนอราคาต้องเก็บสถิติการใช้เครือข่าย (Network Capacity) 4.2.2.1.4 ผู้เสนอราคาจะต้อง Configure อุปกรณ์ระบบเครือข่าย 4.2.2.1.5 ผู้เสนอราคาจะต้องทํา Backup Configuration ของอุปกรณ์
เครือข่าย
4.2.2.1.6 ผู้เสนอราคาจะต้องบริหารจัดการ IP address
4.2.2.1.7 เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในระบบคอมพิวเตอร์เครือข่าย (Change Request) ผู้เสนอราคาต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลง (Change Management) ผ่านระบบ Service desk หรือระบบบันทึกอื่นๆ ของ สปสช. ทุกครั้งตามระบบ ISO 27001
4.2.2.1.8 ผู้เสนอราคาจะต้องออกไปปฏิบัติงาน ณ สํานักงานเขตของ สปสช. (ต่างจังหวัด) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของ สปสช. ไม่เกินปีละ 24 ครั้ง โดยมี สปสช. รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนของการเดินทาง ไม่รวมค่าที่พัก และค่าเบี้ยเลี้ยงของเจ้าหน้าที่ของผู้เสนอราคา
4.2.2.2 งานบริการด้านการตรวจสอบสถานะและแก้ไขสิ่งผิดปกติของระบบคอมพิวเตอร์
เครือข่าย (Network Monitoring and Troubleshooting Service) 4.2.2.2.1 ผู้เสนอราคาต้องตรวจสอบสถานะการทํางานของอุปกรณ์เครือข่าย (Status Monitoring) ให้มีความพร้อมใช้งานอยู่เสมอ เพื่อให้ระบบ คอมพิวเตอร์เครือข่ายทํางานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ โดยหากพบสิ่งผิดปกติต้องรายงานกับเจ้าหน้าที่ของ สปสช. พร้อมทั้ง ประสานงานไปยังผู้ที่สามารถดําเนินการแก้ไขได้ต่อและติดตามการ
แก้ไขปัญหาจนแล้วเสร็จ
ผู้ออกข้อกําหนด 1.
FM-7.71 01-019
2.
3.
did
ฉบับที่ 08
วันที่ 11 พฤษภาคม 2566
ผู้ออกข้อกําหนด 1.
FM-7.71 01-019
-4-
4.2.2.2.2 ผู้เสนอราคาต้องคอนฟิกค่าระดับของการตรวจวัด (Threshold) หรือ สถานะของระบบตรวจสอบสถานะการทํางานอุปกรณ์เครือข่าย ให้ เป็นไปตามที่ สปสช. กําหนด โดยให้มีการแจ้งเตือน ส่งเข้าระบบรับ
แจ้งงานที่กําหนดไว้ หรือระบบที่ทาง สปสช. กําหนด
4.2.2.2.3 ผู้เสนอราคาต้องมีการตรวจสอบสถานะอุปกรณ์, อุณหภูมิ และ สิ่งแวดล้อม ภายในห้อง Rack Room สปสช. เป็นประจํา อย่างน้อย สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ในวันเวลาที่ สปสช. เปิดดําเนินการปรกติ รวมถึง การทําบันทึกและรายงานผล หากพบสิ่งผิดปรกติจะต้องมีการ รายงานกับเจ้าหน้าที่ของ สปสช. และแก้ไขปัญหาให้แล้วเสร็จตาม เงื่อนไขการ
4.2.2.2.4 ผู้เสนอราคาจะต้องเป็น First Level Support ในการแก้ปัญหา 4.2.2.2.5 ผู้เสนอราคาจะต้องวิเคราะห์ และแยกแยะปัญหาที่เกิดขึ้นจากระบบ
เครือข่าย
4.2.2.2.6 ผู้เสนอราคาจะต้องทําการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อให้ระบบ
เครือข่ายสามารถใช้งานได้ปกติ หากไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ภายใน 1 ชั่วโมง ต้องแจ้งกับเจ้าหน้าที่ สปสช. เพื่อให้เจ้าหน้าที่ สปสช. ประสานงานกับทางผู้เชี่ยวชาญของทางบริษัทผู้เสนอราคา
4.2.2.2.7 ผู้เสนอราคาจะต้องแจ้งกับเจ้าหน้าที่ สปสช. เพื่อให้เจ้าหน้าที่ สปสช. แจ้งปัญหากับหน่วยงานภายนอกหรือผู้ให้บริการระบบโครงข่ายที่ เกี่ยวข้องกับระบบเครือข่าย ภายใน 20 นาทีหลังจากระบบเครือข่าย
มีปัญหา
4.2.2.2.8 ผู้เสนอราคาต้องทําบันทึกการแจ้งปัญหาที่ทําการแจ้งกับเจ้าหน้าที่ สปสช. ที่เกี่ยวข้องกับระบบเครือข่ายและจะต้องติดตามความ
คืบหน้าของการแก้ปัญหาระบบเครือข่าย ทุกๆ 30 นาที ในเวลา
ราชการและต้องแจ้งความคืบหน้าของปัญหาต่อหัวหน้างานหรือ
เจ้าหน้าที่ สปสช. ที่เกี่ยวข้อง
4.2.2.2.9 ผู้เสนอราคาจะต้องกําหนดแนวทางการแก้ปัญหาแบบทั้งชั่วคราวและ
ถาวร
4.2.2.2.10 ผู้เสนอราคาจะต้องทําการปิดปัญหา
4.2.2.3 งานบริการสนับสนุนคําร้องขอและการบริหารการใช้งานระบบคอมพิวเตอร์
เครือข่าย (Network Support Service)
4.2.2.3.1 ผู้เสนอราคาต้องปฏิบัติงานตามการร้องขอของสํานักงานหลักประกัน สุขภาพในส่วนงานที่เกี่ยวข้องกับระบบคอมพิวเตอร์เครือข่าย ให้เป็นไป ตาม เงื่อนไขการรับประกันและระดับการให้บริการ SLA เพื่อ สนับสนุนการใช้งานระบบคอมพิวเตอร์เครือข่าย ดังนี้
การตรวจสอบสาย LAN
• การตรวจสอบปัญหาระบบ Wireless LAN
2.
แล
3.
ฉบับที่ 08
วันที่ 11 พฤษภาคม 2566
-5-
• การตรวจสอบปัญหาระบบ VDO Conference
• การตรวจสอบปัญหาระบบ CCTV
• การตรวจสอบปัญหาระบบ Call Center
• การตรวจสอบปัญหาระบบการให้บริการออนไลน์
4.3 เงื่อนไขเฉพาะของพัสดุที่จะจ้าง
การสนับสนุนตรวจสอบปัญหาของเครื่อง Server และ Client การสนับสนุนการย้ายอุปกรณ์ Network ในการย้ายสํานักงาน
สปสช. (ต่างจังหวัด)
การสนับสนุนการติดตั้งหรือย้ายเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย การสนับสนุนการติดตั้ง Web Application ใหม่ การสนับสนุนการปิดช่องโหว่ของระบบ
การสนับสนุนการแก้ไขเหตุการณ์ทางด้านความปลอดภัยของ
คอมพิวเตอร์เครือข่าย
การสนับสนุนการติดตั้งและแก้ไขปัญหาการใช้งานของ Printer
4.3.1 ผู้เสนอราคาจะต้องมีการบริการทางโทรศัพท์ (On Call Service ) ตลอด 7 วัน x 24 ชั่วโมง ตลอดระยะเวลาโครงการ พร้อมทั้งมีการแจ้งหมายเลขโทรศัพท์ หากมีการ เปลี่ยนแปลงหมายเลขโทรศัพท์ใหม่ต้องแจ้งล่วงหน้า อย่างน้อย 7 วัน
4.3.2 เงื่อนไขการรับประกันและระดับการให้บริการ SLA งานบริการด้านการตรวจสอบและแก้ไข ปัญหาของระบบคอมพิวเตอร์เครือข่าย โดยประสิทธิภาพด้านการตอบสนอง คิดเป็นร้อยละ 90 และ ประสิทธิภาพด้านการแก้ไขปัญหา คิดเป็นร้อยละ 85 โดยใช้รูปแบบการคํานวณ
จากการแจ้งงานผ่านระบบของ สปสช.
4.3.2.1 กรณีระบบคอมพิวเตอร์เครือข่ายเกิดปัญหาแบบเร่งด่วน ในเวลาทําการ (8.30- 17.30 น.) ผู้เสนอราคาต้องเริ่มดําเนินการแก้ปัญหาภายในเวลา 30 นาที นับจากที่ ได้รับแจ้งจากทางระบบตรวจสอบหรือทางเจ้าหน้าที่ของ สปสช. และต้อง ดําเนินการแก้ไขปัญหาให้แล้วเสร็จภายใน 4 ชั่วโมง นับจากที่ได้รับแจ้ง
4.3.2.2 กรณีระบบคอมพิวเตอร์เครือข่ายเกิดปัญหาแบบทั่วไป ในเวลาทําการ ผู้เสนอ ราคาต้องเริ่มดําเนินการแก้ปัญหาภายในเวลา 60 นาที นับจากที่ได้รับแจ้งจากทาง ระบบตรวจสอบหรือทางเจ้าหน้าที่ของ สปสช. และต้องดําเนินการแก้ไขปัญหาให้ แล้วเสร็จภายใน 8 ชั่วโมง (คิดตามเวลาทําการ) นับจากที่ได้รับแจ้ง สามารถ ยกเว้นการคิด SLA ได้ถ้าหากการแก้ไขนั้นต้องพึ่งพาจากปัจจัยภายนอก หรือตาม เจ้าหน้าที่ สปสช. เห็นสมควรแก่เหตุให้สามารถยกเว้น SLA ได้
4.3.2.3 กรณีมีคําร้องขอการใช้งานระบบคอมพิวเตอร์เครือข่ายแบบต่ํา ไม่ว่าจะเป็นใน เวลาทําการ หรือนอกเวลาทําการ ผู้เสนอราคาจะต้องเริ่มดําเนินการจัดการตามคํา ร้องขอภายในเวลา 6 ชั่วโมง นับจากที่ได้รับแจ้งงานและต้องดําเนินการตามคําขอให้ แล้วเสร็จภายใน 48 ชั่วโมง (คิดตามเวลาทําการ) นับจากที่ได้รับแจ้ง สามารถ
ผู้ออกข้อกําหนด 1.
FM-7.71 01-019
2.
3.
bid
ฉบับที่ 08
วันที่ 11 พฤษภาคม 2566ร่าง
เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
เลขที่
การจ้างเหมาบำรุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์เครือข่าย (Outsource Network)
ตามประกาศ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
ลงวันที่ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “สำนักงาน” มีความประสงค์จะ ประกวดราคาจ้างเหมาบำรุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์เครือข่าย (Outsource Network) ด้วยวิธีประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ตามรายการ ดังนี้
การจ้างจ้างเหมาบำรุงรักษาระบบ
คอมพิวเตอร์เครือข่าย (Outsource
Network)
โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้
จำนวน ๑ งาน
๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๑.๑ ขอบเขตของงาน
๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาจ้างทำของ
๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
(๑) หลักประกันสัญญา
๑.๕ บทนิยาม
(๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
(๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
(๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
๑.๗ แผนการทำงาน
๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน
ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
๒.๗ เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ สำนักงาน ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขัน อย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้ เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน นามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้ เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค
รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ
หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา ๖. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
(ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อ เสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือ มีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ
หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน ทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ เอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา (๕) สำเนาทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภพ.๒๐)
(๖) สำเนาหลักฐานการลงทะเบียนในระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมบัญชีกลาง (๗) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มีอำนาจของบริษัท (๘) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable
Document Format)
๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ ตามขอบเขตของงาน (TOR) ข้อ ๔.๑ (๒) รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ ตามขอบเขตของงาน (TOR) ข้อ ๖.๑.๓ (๓) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔. การเสนอราคา
๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วย อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้อง กรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอโดย ไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้ ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอราคา โดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคามิได้ ๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จ ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๙ ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๙
๔.๔ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญารายละเอียด ขอบเขตของ งานฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตาม เงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. และเวลาในการเสนอราคาให้ถือ ตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์
เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และ การเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่สำนักงานผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๗ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณาข้อ เสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการ พิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และสำนักงาน จะพิจารณา ลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่สำนักงานจะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ ริเริ่มให้มีการกระทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของสำนักงาน ๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
(๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
(๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กำหนด
(๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ๔.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายใน ประเทศ โดยยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลา ดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน ๖๐ วัน
๔.๑๐ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา เว้นแต่เป็นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือ ที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา ๕. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีคุณสมบัติ และมีเอกสารหลักฐานต่างๆ ครบถ้วนตามที่กำหนดใน เอกสาร จึงจะได้รับการพิจารณาในข้อต่อไปนี้
๕.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ สำนักงาน จะพิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น
๕.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น ในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ สำนักงานจะพิจารณาโดยให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ำหนักที่กำหนด ดังนี้
๕.๒.๑ การจ้างจ้างเหมาบำรุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์เครือข่าย (Outsource Network)
(๑) ราคาที่ยื่นข้อเสนอ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๓๐.๐๐ โดยมี วิธีการให้คะแนน ดังนี้ ๑๐๐ - (((ราคาของผู้เสนอราคา - ราคาต่ำสุด)/ราคาต่ำสุด) * ๑๐๐) (๒) ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนอื่นๆ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๗๐.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ กำหนดเกณฑ์การให้คะแนนตามเอกสารแนบในข้อกำหนดขอบเขตของ งาน (TOR)
โดยกำหนดให้น้ำหนักรวมทั้งหมดเท่ากับร้อยละ ๑๐๐
๕.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ ขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่สำนักงานกำหนดไว้ในประกาศ และเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้ เปรียบเสียเปรียบต่อ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการพิจารณาผลฯ อาจ พิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
๕.๔ สำนักงานสงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการผ่อนผัน ในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย อิเล็กทรอนิกส์
(๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวด อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ๕.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือสำนักงาน มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ สำนักงานมีสิทธิที่จะ ไม่รับข้อเสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ๕.๖ สำนักงานทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคา ที่ เสนอทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจ จะยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อ ประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของสำนักงานเป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียก
ร้องค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งสำนักงานจะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ และลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่ เชื่อถือได้ว่าการยื่นข้อเสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมายื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น
ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่ อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือสำนักงาน จะให้ผู้ ยื่นข้อเสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการตามเอกสาร ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ สำนักงาน มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอ หรือไม่รับราคาของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหาย ใดๆ จากสำนักงาน
๕.๗ ก่อนลงนามในสัญญาสำนักงาน อาจประกาศยกเลิกการประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใด ในการเสนอราคา
๖. การทำสัญญาจ้าง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุใน ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับสำนักงาน ภายใน ๕ วันทำการ นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้อง วางหลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้ สำนักงานยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
๖.๑ เงินสด
๖.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่สำนักงาน ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ลงวันที่ที่ ใช้เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้น ไม่เกิน ๓ วัน ทำการ ๖.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง กำหนด
๖.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) ๖.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่งสำนักงาน ได้รับ มอบไว้แล้ว
๗. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
สำนักงาน จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่าย ทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง โดยแบ่งออกเป็น ๖ งวด รายละเอียด ตามข้อกำหนดขอบเขตของงาน (TOR) ข้อ ๘
๘. อัตราค่าปรับ
ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลง จ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
๘.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับ อนุญาตจากสำนักงาน จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงาน จ้างช่วงนั้น
๘.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๘.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็น รายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้าง
๙. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งได้ทำสัญญาจ้างตามแบบดังระบุในข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ แล้วแต่กรณี จะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายใน ระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๑ ปี นับถัดจากวันที่สำนักงานได้รับมอบงาน โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้ การได้ดีดังเดิมภายใน ๒ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่อง
๑๐. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
๑๐.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ สำนักงานได้รับอนุมัติเงินค่าจ้างจากเงิน งบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ แล้วเท่านั้น
๑๐.๒ เมื่อสำนักงานได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลงจ้าง ตามการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามาจาก ต่างประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตาม กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
(๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
(๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดย
เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
(๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
๑๐.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งสำนักงานได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็น หนังสือภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ สำนักงานจะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้ ออกหนังสือค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้ง จะพิจารณาให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ๑๐.๔ สำนักงานสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบสัญญาหรือ ข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
๑๐.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของสำนักงาน คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อ เสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
๑๐.๖ สำนักงาน อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จะเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากสำนักงานไม่ได้
(๑) สำนักงานไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้รับจัดสรร แต่ ไม่เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
(๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่น ใด ในการเสนอราคา
(๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่สำนักงาน หรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
(๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
๑๐.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
๑๑. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
๑๒. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
สำนักงาน สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการ คัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับสำนักงาน ไว้ชั่วคราว
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
สำเนาถูกต้อง
ใกล้รุ่ง ทับทิม
(นางสาวใกล้รุ่ง ทับทิม)
ผู้อำนวยการกอง ฝ่ายบริหารทั่วไป
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
โดย นางสาวใกล้รุ่ง ทับทิม ผู้อำนวยการกอง
ฝ่ายบริหารทั่วไปราง
ประกาศสํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
เรื่อง ประกวดราคาจ้างเหมาบํารุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์เครือข่าย (Outsource Network) ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
สํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างเหมาบํารุงรักษา ระบบคอมพิวเตอร์เครือข่าย (Outsource Network) ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ราคา กลางของงานจ้าง ในการประกวดราคาครั้งนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น ๖๕๔,๐๐๐.๐๐ บาท (หกแสนห้าหมื่นสี่พันบาท ถ้วน) จํานวน ๑ รายการ
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอโดยแสดงหลักฐานถึงขีดความสามารถและความพร้อมที่มีอยู่ใน
วันยื่นข้อเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
ระหว่างเวลา
ราคา
๑. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติให้เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กําหนด ๒. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่
น. ถึง
น. ซึ่งสามารถจัดเตรียมเอกสารข้อเสนอได้ตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงวันเสนอ
๓. หากกรณีผู้ยื่นข้อเสนอต้องการเสนอแนะวิจารณ์ หรือมีความเห็นเป็นลายลักษณ์อักษร สามารถเสนอแนะได้โดยเปิดเผยตัวตน พร้อมเบอร์โทรศัพท์ และE-mail ที่ชัดเจน ได้ที่จดหมายลงทะเบียน หรือ Email : [email protected] หรือโทรสาร ๐๒-๑๔๓ ๙๗๓๐-๑ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐ - ๑๖.๓๐ น.
๔. ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เลขที่ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๙ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ได้ตั้งแต่วันที่ ประกาศจนถึงวันเสนอราคา ได้ที่เว็บไซต์ www.nhso.go.th หรือ www.gprocurement.go.th ทั้งนี้ หาก ต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมโปรดสอบถามมายังสํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้ที่หมายเลข
ลงวันที่
โทรศัพท์ ๐๖๑-๙๔๖๔๖๓๕ หรือช่องทางตามที่กรมบัญชีกลางกําหนด
ประกาศ ณ วันที่
กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๙
(นายสินชัย ต่อวัฒนกิจกุล)
รองเลขาธิการ ปฏิบัติงานแทน
สําเนาถูกต้อง
ใกล้รุ่ง ทับทิม (นางสาวใกล้รุ่ง ทับทิม) ผู้อํานวยการกอง ฝ่ายบริหารทั่วไป
เลขาธิการสํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ โดย นางสาวใกล้รุ่ง ทับทิม ผู้อํานวยการกอง ฝ่ายบริหารทั่วไป