ประกวดราคาจ้างพัฒนาระบบการสื่อสารและประสานงานเครือข่ายเกษตรกรระดับชาติ
โครงการพัฒนาระบบการสื่อสารและประสานงานเครือข่ายเกษตรกรระดับชาติ จัดทำโดยสำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการสื่อสารกับเกษตรกรทั่วประเทศ โดยมุ่งใช้ LINE Official Account (LINE OA) ซึ่งเป็นช่องทางที่เกษตรกรคุ้นเคย มาพัฒนาเป็นระบบสื่อสารกลางที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ
ขอบเขตงานหลักประกอบด้วยการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่เชื่อมโยงกับ LINE OA โดยเน้นการสร้างระบบลงทะเบียนผู้ใช้งานที่เชื่อมต่อกับระบบยืนยันตัวตนไทยดี (ThaiD) และฐานข้อมูลเครือข่ายเกษตรกร พร้อมฟังก์ชันสืบค้นขั้นสูง (Power Search) และระบบจัดการสมาชิกที่รองรับกฎหมาย PDPA รวมถึงการพัฒนาระบบเมนูลัด (Rich Menu Full System) เพื่อเก็บข้อมูลเชิงลึก (Insights) และระบบแบบสอบถามออนไลน์สำหรับรวบรวมความต้องการของเกษตรกร
นอกจากระบบแล้ว โครงการยังครอบคลุมการบริหารจัดการ LINE OA เป็นเวลา 12 เดือน พร้อมการผลิตและเผยแพร่เนื้อหาสื่อดิจิทัล (กราฟิก 60 โพสต์, วิดีโอ 1 ชิ้น) และสื่อโทรทัศน์ รวมถึงการจัดกิจกรรมออนไลน์เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมไม่น้อยกว่า 10 ครั้ง เพื่อให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร นโยบาย และองค์ความรู้ได้อย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และแม่นยำ ส่งผลให้การกำหนดนโยบายช่วยเหลือเกษตรกรเป็นไปอย่างตรงจุดและทันต่อสถานการณ์
English summary
The National Farmers Council aims to develop a comprehensive communication system via LINE Official Account to address the delayed and insufficient communication issues faced by farmers. This project encompasses the development of an information technology system integrated with a database, a registration system with identity verification (ThaiD), a Rich Menu system, and advanced search functions (Power Search) for precise and rapid communication. It also includes the production and dissemination of digital and television media content, the creation of an online questionnaire system to gather in-depth insights, and the management of the LINE OA account for 12 months.
กรุงเทพมหานคร (สถานที่ดำเนินงานหลักตามที่อยู่สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ)
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อพัฒนาระบบสื่อสารกลางผ่าน LINE Official Account (LINE OA) ที่เชื่อมต่อกับฐานข้อมูลเครือข่ายเกษตรกรและระบบยืนยันตัวตน พร้อมฟังก์ชันสืบค้นข้อมูลขั้นสูง (Power Search) ให้สามารถสื่อสารสั่งการ และให้บริการข้อมูลแก่สมาชิกได้อย่างแม่นยํา ทั่วถึง และรวดเร็ว
- เพื่อจัดทําระบบรวบรวมข้อมูลปัญหาและความต้องการของเกษตรกรเชิงลึก (Insights) ผ่านการใช้เมนูลัด (Rich Menu) และระบบแบบสอบถามอิเล็กทรอนิกส์ สําหรับนําผลการวิเคราะห์ไปประกอบการกําหนดนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรให้ตรงจุด
- เพื่อผลิตและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร องค์ความรู้ และนโยบายสําคัญในรูปแบบสื่อดิจิทัลและสื่อโทรทัศน์ที่เข้าใจง่าย ช่วยสร้างการรับรู้ที่ถูกต้อง ยกระดับความรู้ความเข้าใจ และส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กรสู่สาธารณชน
- เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมระหว่างเกษตรกรและองค์กรผ่านกิจกรรมออนไลน์ และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการด้วยระบบตอบกลับอัตโนมัติที่ช่วยลดความล่าช้าในกระบวนการสื่อสาร ทําให้การแก้ไขปัญหาทันต่อสถานการณ์
ขอบเขตของงาน
1. การวางแผนและการพัฒนาระบบ:
- จัดทําแผนการดําเนินงาน (Action Plan)
- ออกแบบโครงสร้างสถาปัตยกรรมระบบ (System Architecture)
- ออกแบบและพัฒนาระบบ (System Design and Development)
- จัดหา/พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเชื่อมโยงกับ LINE OA
2. การพัฒนาและจัดการระบบเทคโนโลยีหลัก:
- ระบบลงทะเบียนผู้ใช้งาน (Register User): เชื่อมต่อฐานข้อมูล, เชื่อมโยงกับไทยดี (ThaiD) เพื่อยืนยันตัวตน, มีระบบจัดการความยินยอม PDPA, ระบบจัดการสถานะสมาชิก, ระบบติดป้ายกํากับกลุ่มผู้ใช้งาน (Dynamic User Tagging), ระบบสืบค้นขั้นสูง (Power Search), แดชบอร์ดแสดงสถิติเรียลไทม์, ฟังก์ชันส่งออกข้อมูล
- ระบบการติดต่อผู้ใช้งานและเครื่องมืออัจฉริยะ: พัฒนาเมนูลัด (Rich Menu Full System) เพื่อเก็บข้อมูลเชิงลึก (Insights), ติดตั้งระบบข้อความตอบกลับอัตโนมัติ (Auto-Reply)
- ระบบแบบสอบถามและการประมวลผล: พัฒนาระบบสร้างและจัดการแบบสอบถามออนไลน์, ระบบประมวลผลและรายงานผลในรูปแบบแผนภูมิ
3. การผลิตเนื้อหาและบริหารจัดการ LINE OA:
- จัดทําแผนบริหารจัดการ LINE Official Account
- จัดทําแผนการผลิตเนื้อหาและประชาสัมพันธ์ (Content and Public Relations)
- ผลิตและเผยแพร่เนื้อหาสื่อดิจิทัล (กราฟิก Small Post) และสื่อโทรทัศน์
- บริหารจัดการ LINE OA ตลอดระยะเวลาสัญญา (12 เดือน) รวมถึงการ Broadcast และการตอบกลับ
4. กิจกรรมส่งเสริมการมีส่วนร่วมและการฝึกอบรม:
- จัดกิจกรรมออนไลน์เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วม
- จัดอบรมการใช้งานระบบ
- จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ (Launch Event)
5. การรายงานและการส่งมอบ:
- จัดทํารายงานฉบับต่างๆ (Inception, Interim, Final Report)
- จัดทําคู่มือการใช้งานระบบ (User Manual)
- ส่งมอบไฟล์ต้นฉบับ (Master Files) ของสื่อประชาสัมพันธ์ทั้งหมด
- ส่งมอบรหัสต้นฉบับ (Source Code) และสิทธิ์การเข้าถึงระดับผู้ดูแลระบบ (Admin Access)
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- แผนการดําเนินงาน (Action Plan) และร่างสถาปัตยกรรมระบบ
- ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่พัฒนาสําเร็จ (ระบบลงทะเบียน, ระบบเมนูลัด, ระบบแบบสอบถาม)
- LINE Official Account ที่บริหารจัดการเป็นเวลา 12 เดือน
- สื่อดิจิทัล: กราฟิก (Small Post) จํานวน 60 โพสต์
- สื่อวิดีโอ: Video Clip จํานวน 1 ชิ้นงาน พร้อมหลักฐานการออกอากาศทางโทรทัศน์
- รายงานผลการบริหารจัดการ LINE OA และรายงานวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก (Insights)
- รายงานสรุปผลกิจกรรมส่งเสริมการมีส่วนร่วม (Engagement Activities) ไม่น้อยกว่า 10 ครั้ง
- คู่มือการใช้งานระบบ (User Manual) ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์และรูปเล่ม
- รหัสต้นฉบับ (Source Code) ของระบบลงทะเบียนผู้ใช้งาน พร้อมสิทธิ์ Admin Access
- รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) ประกอบด้วยผลงานทั้งหมด
- งานประชุมสรุปและประชาสัมพันธ์โครงการ
- รายงานประเมินพฤติกรรมการใช้บริการเมนูลัด (Rich Menu)
- รายงานผลการจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ (Launch Event)
ระยะเวลาดำเนินการ
ระยะเวลาดําเนินงานไม่เกิน 180 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง โดยมีระยะเวลาบริหารจัดการ LINE OA รวมในสัญญาเป็นเวลา 12 เดือน
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: ต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่ ก.พ.ร. กำหนด (เช่น ไม่ล้มละลาย, ไม่ถูกระงับการยื่นข้อเสนอ, ไม่ถูกระบุเป็นผู้ทิ้งงานในระบบ e-GP)
- Standards Compliance: มีเอกสารการรับรองมาตรฐานสากล ISO หรือ Certificate อื่น ที่มีมาตรฐานเทียบเท่า ครบ 2 ประเภท (ระบุในเกณฑ์คะแนนด้านเทคนิค)
- Experience: ต้องมีผลงานด้านบริหารจัดการหรือประชาสัมพันธ์บนช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) เช่น Social Listening, Facebook, Instagram, Line OA, ฯลฯ หรือที่ใกล้เคียงกับขอบเขตการดําเนินงานของโครงการนี้ ซึ่งผลงานดังกล่าวต้องเป็นผลงานในสัญญาเดียว ให้กับหน่วยงานภาครัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือเอกชนที่น่าเชื่อถือ ไม่น้อยกว่า 1 ผลงาน
- Previous Project Cost: มูลค่าผลงานที่ต้องมีไม่น้อยกว่า 2,500,000 บาท (สองล้านห้าแสนบาทถ้วน) ภายในระยะเวลา 5 ปี ที่ผ่านมานับจนถึงวันที่เสนอราคา
- Technical Capabilities: ต้องแสดงขีดความสามารถในการพัฒนาระบบตามขอบเขตงานทางเทคนิคที่ระบุ เช่น ระบบเชื่อมต่อ LINE OA, ระบบลงทะเบียนผู้ใช้งาน, ระบบเมนูลัด, ระบบแบบสอบถามออนไลน์, การผลิตเนื้อหาสื่อดิจิทัลและโทรทัศน์
- Personnel: ต้องจัดเตรียมรายชื่อบุคลากรโครงการทั้งหมด (Project Workforce) มาแสดงในแผนการดำเนินงาน
เกณฑ์การพิจารณา
ใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น (Score and Cost) โดยให้คะแนนตามน้ำหนักดังนี้
- ราคา (30%): คำนวณจากสูตร 100 - (((ราคาของผู้เสนอราคา - ราคาต่ำสุด)/ราคาต่ำสุด) * 100)
- ข้อเสนอด้านเทคนิค (70%): ประกอบด้วย
- ผลงานและประสบการณ์ (20%): แบ่งเป็นผลงาน 5 คะแนน และมูลค่าผลงาน 5 คะแนน, การมีใบรับรองมาตรฐาน ISO หรือเทียบเท่า 2 ประเภท 10 คะแนน
- คุณลักษณะเฉพาะ/ทางเทคนิค (50%): ประกอบด้วย
- การสร้างการรับรู้บนสื่อสังคมออนไลน์ (10 คะแนน)
- การสร้างความสนใจบนสื่อสังคมออนไลน์ (10 คะแนน)
- การเผยแพร่เนื้อหาผ่านสื่อหลัก (Mass Media) (10 คะแนน)
- สื่อหลัก (Mass Media) บนสื่อสังคมออนไลน์ (YouTube) (10 คะแนน)
- การนำเสนองาน (Presentation) (10 คะแนน)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
ระบบที่พัฒนาต้องมีคุณสมบัติทางเทคนิคขั้นต่ำดังนี้
- ระบบลงทะเบียนผู้ใช้งาน: ต้องเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลเครือข่ายเกษตรกร, เชื่อมโยงกับระบบไทยดี (ThaiD) ของกรมการปกครองเพื่อยืนยันตัวตน, มีระบบจัดการความยินยอมตาม PDPA, มีฟังก์ชัน Power Search, มีแดชบอร์ดสรุปสถิติผู้ลงทะเบียนแบบเรียลไทม์แบ่งตามภูมิภาคและประเภทเกษตรกร, มีระบบจัดการสถานะสมาชิกและติดป้ายกํากับกลุ่มผู้ใช้งาน (Dynamic User Tagging), มีฟังก์ชันส่งออกข้อมูลเป็น Excel/CSV, และมีระบบตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลเบื้องต้น
- ระบบเมนูลัดและเครื่องมืออัจฉริยะ: ต้องเป็น Rich Menu Full System ที่สามารถเก็บข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานเชิงลึก (Insights) ได้, มีระบบข้อความตอบกลับอัตโนมัติ (Auto-Reply)
- ระบบแบบสอบถามออนไลน์: ต้องสามารถสร้างและจัดการชุดคำถามได้, มีระบบประมวลผลและรายงานผลการตอบแบบสอบถามในรูปแบบแผนภูมิ
- การผลิตสื่อ: ต้องผลิตกราฟิก (Small Post) 60 โพสต์ และวิดีโอคลิป 1 ชิ้นสำหรับเผยแพร่ทางโทรทัศน์และออนไลน์
- การบริหารจัดการ LINE OA: ต้องบริหาร account เป็นเวลา 12 เดือน พร้อมรายงานสถิติและวิเคราะห์ข้อมูล
เงื่อนไขสัญญา
- วงเงินงบประมาณ: ราคากลาง 5,200,000 บาท
- การจ่ายเงิน: แบ่งเป็น 3 งวด
- งวดที่ 1 (15%): หลังส่ง Inception Report และแผนการดำเนินงานครบถ้วนภายใน 60 วัน
- งวดที่ 2 (50%): หลังส่ง Interim Report แสดงความคืบหน้าระบบหลักและเนื้อหา พร้อมรายงานบริหารจัดการ LINE OA 3 เดือนแรก ภายใน 120 วัน
- งวดสุดท้าย (35%): หลังส่งมอบงานทั้งหมดครบถ้วน ตรวจรับแล้ว ภายใน 180 วัน
- ค่าปรับ:
- กรณีจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต: ปรับร้อยละ 0.20 ของวงเงินงานจ้างช่วงนั้น
- กรณีผิดสัญญาอื่นๆ: ปรับรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้าง
- การรับประกัน: รับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี นับจากวันที่ได้รับมอบงาน
- หลักประกันสัญญา: ผู้ชนะการประกวดราคาต้องวางหลักประกันสัญญาร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้าง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- ระบบนี้จะช่วยเกษตรกรได้อย่างไร? ระบบจะช่วยให้เกษตรกรได้รับข้อมูลข่าวสารสำคัญ เช่น การแจ้งเตือนภัยธรรมชาติ โรคพืช และโอกาสทางการตลาด ได้อย่างรวดเร็วและตรงจุดผ่าน LINE ซึ่งเป็นแอปที่เกษตรกรใช้เป็นประจำ ลดเวลาการรับข้อมูลจาก 3-7 วันเหลือเพียงไม่กี่วินาที
- เกษตรกรต้องทำอะไรบ้างเพื่อใช้ระบบ? เกษตรกรเพียงเพิ่ม LINE OA ของสภาเกษตรกรฯ เป็นเพื่อน และทำการลงทะเบียนผ่านเมนูที่กำหนด โดยระบบจะเชื่อมโยงกับข้อมูลไทยดีเพื่อยืนยันตัวตน ทำให้กระบวนการง่ายและรวดเร็ว
- ข้อมูลส่วนบุคคลของเกษตรกรจะปลอดภัยหรือไม่? ระบบได้ออกแบบให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) โดยมีระบบจัดการความยินยอม (Consent Management) ที่ชัดเจนก่อนการลงทะเบียน และข้อมูลจะถูกเก็บรักษาภายใต้มาตรฐานความปลอดภัย
- เมนูลัด (Rich Menu) คืออะไร และมีประโยชน์อย่างไร? เมนูลัดคือเมนูแบบกราฟิกใน LINE OA ที่ช่วยให้เกษตรกรเข้าถึงบริการต่างๆ ได้ง่าย เช่น ดูข้อมูลข่าวสาร ตอบแบบสอบถาม หรือดูความรู้ นอกจากจะสะดวกแล้ว ระบบยังสามารถเก็บข้อมูลพฤติกรรมการใช้งาน (Insights) เพื่อนำไปพัฒนาบริการให้ดีขึ้น
- หากเกษตรกรไม่มีอินเทอร์เน็ตหรือสมาร์ทโฟน จะได้รับข้อมูลอย่างไร? โครงการนี้ยังรวมถึงการผลิตและเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อโทรทัศน์ ซึ่งเป็นช่องทางพื้นฐานที่เกษตรกรทุกคนเข้าถึงได้ เพื่อให้การสื่อสารครอบคลุมมากที่สุด
- ระบบแบบสอบถามออนไลน์จะนำผลไปใช้อย่างไร? ผลการตอบแบบสอบถามจะถูกประมวลผลและวิเคราะห์เป็นข้อมูลเชิงลึก (Insights) ส่งให้สภาเกษตรกรฯ ใช้ประกอบการกำหนดนโยบายและมาตรการช่วยเหลือที่ตรงกับความต้องการที่แท้จริงของเกษตรกรในแต่ละพื้นที่
- หลังจากพัฒนาระบบแล้ว จะมีการสนับสนุนหรือดูแลต่ออย่างไร? ผู้รับจ้างมีหน้าที่บริหารจัดการ LINE OA เป็นเวลา 12 เดือนเต็มหลังพัฒนา系統เสร็จสิ้น รวมถึงการอัปเดตเนื้อหา ตอบคำถามอัตโนมัติ และวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อเนื่อง
- ผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการแต่ไม่ได้เป็นสมาชิกสภาเกษตรกรฯ สามารถใช้บริการได้หรือไม่? ระบบออกแบบเพื่อบริการเครือข่ายเกษตรกรในวงกว้าง เกษตรกรทั่วไปสามารถลงทะเบียนและใช้บริการพื้นฐานได้ แต่อาจมีข้อมูลหรือบริการบางส่วนที่เฉพาะสำหรับสมาชิกเครือข่าย
- มีการฝึกอบรมการใช้ระบบสำหรับเจ้าหน้าที่สภาเกษตรกรฯ หรือไม่? ใช่ โครงการรวมถึงการจัดอบรมการใช้งานระบบจำนวน 1 ครั้งสำหรับผู้ดูแลระบบหรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถบริหารจัดการระบบต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- หากระบบมีปัญหาหรือข้อเสนอแนะ เกษตรกรสามารถติดต่อได้ทางไหน? เกษตรกรสามารถติดต่อผ่านช่องทางปกติของ LINE OA ได้ตลอดเวลา ซึ่งระบบมีทั้งการตอบกลับอัตโนมัติและทีมงานคอยดูแล นอกจากนี้ยังสามารถใช้แบบสอบถามในระบบเพื่อส่งความต้องการหรือปัญหาได้โดยตรง
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
G
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference: TOR)
โครงการพัฒนาระบบการสื่อสารและประสานงานเครือข่ายเกษตรกรระดับชาติ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙
๑. หลักการและเหตุผล
ภาคเกษตรกรรมถือเป็นรากฐานสําคัญของประเทศไทย ปัจจุบันมีประชากรกว่า ๒๕ ล้านคน ที่ประกอบอาชีพในภาคการเกษตร (ข้อมูลจากสํานักงานสถิติแห่งชาติ, ๒๕๖๗) ซึ่งนอกจากจะเป็นแหล่งผลิต อาหารที่สําคัญของประเทศแล้ว ยังเป็นรากฐานทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมที่สืบทอดมายาวนาน อย่างไรก็ตาม การสื่อสารและการเข้าถึงข้อมูลของเกษตรกรในปัจจุบันยังประสบปัญหาสําคัญหลายประการ อาทิ ระบบการสื่อสารแบบเดิมที่อาศัยการส่งต่อข้อมูลผ่านหนังสือราชการและการประชาสัมพันธ์ผ่านผู้นํา ชุมชนมีข้อจํากัดอย่างมาก จากการศึกษาของสภาเกษตรกรแห่งชาติในปี ๒๕๖๗ พบว่า การส่งข้อมูลสําคัญ จากส่วนกลางไปถึงเกษตรกรในระดับพื้นที่ใช้เวลาเฉลี่ยถึง ๓-๗ วัน ส่งผลให้เกษตรกรไม่สามารถรับรู้ข้อมูลที่ จําเป็นได้ทันท่วงที โดยเฉพาะในสถานการณ์เร่งด่วน เช่น การระบาดของโรคพืช การแจ้งเตือนภัยธรรมชาติ
หรือโอกาสทางการตลาดที่มีระยะเวลาจํากัด จากการสํารวจความคิดเห็นของเกษตรกรในเครือข่ายสภา เกษตรกรแห่งชาติเมื่อปลายปี ๒๕๖๗ พบว่าเกษตรกรส่วนใหญ่ประสบปัญหาการเข้าถึงข้อมูลล่าช้า ทําให้เสีย โอกาสในการพัฒนาผลผลิตและการเข้าถึงตลาด นอกจากนี้ การรวบรวมข้อมูลปัญหาและความต้องการของ เกษตรกรในระบบเดิมยังใช้เวลานานทําให้การแก้ไขปัญหาไม่ทันต่อสถานการณ์ ในขณะที่การจัดประชุมรับฟัง ความคิดเห็นแบบดั้งเดิมมีข้อจํากัดด้านงบประมาณและการเดินทาง ส่งผลให้เกษตรกรส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้า
ร่วมในการแสดงความคิดเห็นได้อย่างทั่วถึง
สภาเกษตรกรแห่งชาติ ในฐานะองค์กรตัวแทนของเกษตรกรที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติ สภาเกษตรกรแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๓ ได้ตระหนักถึงความสําคัญของการพัฒนาระบบสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ จากการศึกษาพฤติกรรมการใช้เทคโนโลยีของเกษตรกรในเครือข่าย พบว่าแอปพลิเคชัน LINE เป็นช่องทาง การสื่อสารที่เกษตรกรคุ้นเคยและใช้งานเป็นประจําในชีวิตประจําวัน โดยผลการสํารวจในปี ๒๕๖๗ แสดงให้ เห็นว่าเกษตรกรในเครือข่ายกว่าร้อยละ ๙๕ ใช้ LINE เป็นช่องทางหลักในการติดต่อสื่อสาร (รายงานการ สํารวจการใช้เทคโนโลยีของเกษตรกร, สภาเกษตรกรแห่งชาติ ๒๕๖๗) การพัฒนาระบบสื่อสารผ่าน แพลตฟอร์ม LINE Official Account จึงเป็นแนวทางที่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหาการสื่อสารที่มีอยู่เดิม เนื่องจากสามารถส่งข้อมูลข่าวสารถึงเกษตรกรได้อย่างรวดเร็ว ครอบคลุม และมีค่าใช้จ่ายที่คุ้มค่า อีกทั้งยัง สามารถรวบรวมข้อมูล ความคิดเห็น และข้อเสนอแนะจากเกษตรกรได้อย่างเป็นระบบ เพื่อนําไปสู่การพัฒนา
นโยบายและมาตรการช่วยเหลือที่ตรงกับความต้องการของเกษตรกรอย่างแท้จริง
ระบบดังกล่าวจะช่วยยกระดับประสิทธิภาพการทํางานของสภาเกษตรกรแห่งชาติ ส่งเสริม
การมีส่วนร่วมของเกษตรกรในการกําหนดนโยบาย และเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือกับความท้าทาย ด้านการเกษตรในอนาคต ทั้งในด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การแข่งขันทางการค้าระหว่างประเทศ และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติในการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร และการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
มักงาน
Angam
แห่งชาติ
" ๒.วัตถุประส ข้อมูล ณ วันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๖๙
g
๒. วัตถุประสงค์
๒.๑. เพื่อพัฒนาระบบสื่อสารกลางผ่าน LINE Official Account (LINE OA) ที่เชื่อมต่อกับฐานข้อมูล เครือข่ายเกษตรกรและระบบยืนยันตัวตน พร้อมฟังก์ชันสืบค้นข้อมูลขั้นสูง (Power Search) ให้สามารถ สื่อสารสั่งการ และให้บริการข้อมูลแก่สมาชิกได้อย่างแม่นยํา ทั่วถึง และรวดเร็ว
๒.๒. เพื่อจัดทําระบบรวบรวมข้อมูลปัญหาและความต้องการของเกษตรกรเชิงลึก (Insights) ผ่านการใช้ งานเมนูลัด (Rich Menu) และระบบแบบสอบถามอิเล็กทรอนิกส์ สําหรับนําผลการวิเคราะห์ไปประกอบการ กําหนดนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรให้ตรงจุด
๒.๓. เพื่อผลิตและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร องค์ความรู้ และนโยบายสําคัญในรูปแบบสื่อดิจิทัลและสื่อ โทรทัศน์ที่เข้าใจง่าย ช่วยสร้างการรับรู้ที่ถูกต้อง ยกระดับความรู้ความเข้าใจ และส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของ องค์กรสู่สาธารณชน
๒.๔. เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมระหว่างเกษตรกรและองค์กรผ่านกิจกรรมออนไลน์ และเพิ่ม ประสิทธิภาพการบริหารจัดการด้วยระบบตอบกลับอัตโนมัติที่ช่วยลดความล่าช้าในกระบวนการสื่อสาร ทําให้
การแก้ไขปัญหาทันต่อสถานการณ์
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
๓.๑. มีความสามารถทางกฎหมาย ๓.๒. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๓.๔. ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว
เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๓.๕. ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของ
หน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๓.๖. มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการ
บริหารพัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
๓.๗. เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๓.๘. ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอราคารายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่สํานักงานสภา เกษตรกรแห่งชาติ (สกช.) ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์/วันที่ยื่นข้อเสนอ หรือไม่เป็นผู้กระทํา การอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๓.๔. ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่น ข้อเสนอได้มีคําสั่งสละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๓.๑๐. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีคุณสมบัติและปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดทําและแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคลหรือนิติ บุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๕ ดังต่อไปนี้
(๑) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องไม่เป็นผู้ที่ถูกระบุชื่อว่าเป็นคู่สัญญาที่ไม่ได้แสดงบัญชีรายรับรายจ่ายหรือ แสดงบัญชีรายรับรายจ่ายไม่ถูกต้องครบถ้วนในสาระสําคัญตามประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดทําและแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคลหรือนิติ บุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๕๔ (แก้ไขเพิ่ม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๔ และ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๕)
(๒) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นนิติบุคคลหรือนิติบุคคลที่ได้ลงทะเบียนในระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรม บัญชีการที่เว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (e-Government: e-GP)
Angaño
Q
มงานสภามาล
รักแข่งชา
ข้อมูล ณ วันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๖๙
๓
๓.๑๑.
ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก
ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าจะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของหรือ
มูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
- กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอสําหรับ ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
- กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ สําหรับข้อตกลงระหว่าง ผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อใน หนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า
๓.๑๒. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
๓.๑๓. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๓.๑๓.๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะ การเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ (หนึ่ง) ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
๓.๑๓.๒.กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบ
แสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่น ข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ดังนี้
กว่า ๑ ล้านบาท
(๑) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างไม่เกิน ๑ ล้านบาท ไม่ต้องกําหนดดทุนจดทะเบียน
(๒) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ํา
๕
(๓) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ํากว่า ๒ ล้านบาท
(๔) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๒๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๒๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจด ทะเบียนไม่ต่ํากว่า ๓ ล้านบาท
(๕) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๒๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน 50 ล้านบาท ต้องมีทุนจด ทะเบียนไม่ต่ํากว่า 4 ล้านบาท
៨
(๖) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 50 ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๕๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจด ทะเบียนไม่ต่ํากว่า ๒๐ ล้านบาท
(๗) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๕๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๓๐๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจด ทะเบียนไม่ต่ํากว่า 50 ล้านบาท
(๔) จดทะเบียนไม่ต่ํากว่า ๑๐๐ ล้านบาท
(๔) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๓๐๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕๐๐ ล้านบาท ต้องมีทุนมูลค่า การจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕๐๐ ล้านบาทขึ้นไป ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ํากว่า ๒๐๐ ล้านบาท
Angan.
สํานักงาน
83แห่งชาติ
แก๓.๑๓.๓…
ข้อมูล ณ วันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๖๙
โ
๓.๑๓.๓.สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ (ห้าแสน) บาทขึ้นไป กรณี ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา โดยพิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ (เก้าสิบ) วัน ก่อนวัน ยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการ และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง
หรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง
แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๓.๑๓.๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียนหรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้า ยื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการ หรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้าประกันตามประกาศของธนาคารแห่ง ประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบโดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของ วงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออก ให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน)
๓.๑๓.๕.กรณีตาม (๓.๑๒.๑) (๓.๑๒.๔) ยกเว้นสําหรับกรณีดังต่อไปนี้
(๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ
(๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม
พระราชบัญญัติ ล้มละลาย (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๖๑
๓.๑๔. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องไม่อยู่ในฐานะเป็นผู้ไม่แสดงบัญชีรายรับรายจ่ายหรือแสดงบัญชีรายรับรายจ่าย ไม่ถูกต้องครบถ้วนในสาระสําคัญตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กําหนด
๓.๑๕. ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งได้รับการคัดเลือกเป็นคู่สัญญาต้องรับและจ่ายเงินผ่านบัญชีธนาคารเว้นแต่การจ่ายเงินแต่ ละครั้งซึ่งมีมูลค่าไม่เกินสามหมื่นบาท คู่สัญญาอาจจ่ายเป็นเงินสดก็ได้ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.กําหนด
๓.๑๖. ผู้เสนอราคาต้องมีผลงานด้านบริหารจัดการหรือประชาสัมพันธ์บนช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) เช่น Social Listening, Facebook, Instagram, Line OA, ฯลฯ หรือที่ใกล้เคียงกับขอบเขต การดําเนินงานของโครงการนี้ ซึ่งผลงานดังกล่าวต้องเป็นผลงานในสัญญาเดียว ให้กับหน่วยงานภาครัฐ หรือ รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชนที่น่าเชื่อถือ ไม่น้อยกว่า ๑ ผลงาน ที่มีมูลค่าไม่น้อยกว่า ๒,๕๐๐,๐๐๐บาท (สองล้าน ห้าแสนบาทถ้วน) ภายในระยะเวลา ๕ ปี ที่ผ่านมานับจนถึงวันที่เสนอราคา โดยผู้เสนอราคาต้องแนบหนังสือ รับรองผลงานหรือสําเนาสัญญาจ้างมาพร้อมกับการเสนอราคาด้วย
๔. ขอบเขตการดําเนินงาน
การพัฒนาระบบ และการบริหารจัดการ LINE Official Account
๔.๑. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทําแผนการดําเนินงาน (Action Plan) ที่มีรายละเอียดอย่างน้อยดังต่อไปนี้
๔.๑.๑. ออกแบบโครงสร้างสถาปัตยกรรมระบบ (System Architecture)
๔.๑.๒. ออกแบบและพัฒนาระบบ (System Design and Development) ๔.๑.๓. แผนบริหารจัดการ LINE Official Account (LINE OA)
๔.๑.๔. แผนการผลิตเนื้อหาและประชาสัมพันธ์ (Content and Public Relations)
๔.๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดหา หรือพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเชื่อมโยงกับ LINE Official Account (LINE OA) ซึ่งต้องมีการเข้าถึงและเก็บข้อมูลเชิงลึก (Insights) ผ่านเมนูลัด (Rich Menu Full System) และฟังก์ชันต่าง ๆ โดยมีรายละเอียดทางเทคนิคอย่างน้อยดังนี้
am
Angaño
ในกงานสภาเf/๔.๒.๑…
ข้อมูล ณ วันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๖๙
รแห่งชาติ
๕
๔.๒.๑. ระบบลงทะเบียนผู้ใช้งาน (Register User)
๔.๒.๑.๑. มีระบบการลงทะเบียนผู้ใช้งาน (User) เพื่อเก็บข้อมูลผู้ใช้งาน
จัดเก็บข้อมูลสมาชิกได้
๔.๒.๑.๒ สามารถเชื่อมต่อระบบฐานข้อมูล (Database Connection) เพื่อรองรับการ
๔.๒.๑.๓. รองรับการเชื่อมโยงระบบการลงทะเบียนกับระบบไทยดี (ThalD) ของกรมการ ปกครอง เพื่อยืนยันตัวตนและเก็บข้อมูลกลุ่มเป้าหมายได้
๔.๒.๑.๔. สามารถสืบค้นข้อมูลขั้นสูง (Power Search) เพื่อค้นหาผู้ใช้งานในระบบได้สะดวกรวดเร็ว ๔.๒.๑.๕. มีระบบจัดเก็บความยินยอม (Consent) ข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA Consent Management) ของผู้ใช้งานก่อนการลงทะเบียนตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒
๔.๒.๑.๖. สามารถแสดงรายงานในรูปแบบของแดชบอร์ดสรุปสถิติผู้ลงทะเบียน (User Registration Dashboard) ได้ ดังนี้
เกษตรกร หรือช่วงอายุ ได้
Broadcasting) ได้
แสดงผลภาพรวมข้อมูลผู้ลงทะเบียนแบบ Real-time แบ่งตามภูมิภาคได้ แสดงผลภาพรวมข้อมูลผู้ลงทะเบียนแบบ Real-time แบ่งตาม ประเภท
๔.๒.๑.๗. มีระบบการจัดการสถานะสมาชิก (Member Management System) ได้ ดังนี้
- สามารถแก้ไข ระงับ หรือยืนยันสถานะสมาชิกรายบุคคลได้ มีระบบการบริหารจัดการ (Back End) สําหรับผู้ดูแลระบบ
๔.๒.๑.๘. สามารถจัดกลุ่มผู้ใช้งาน (Dynamic User Tagging) ได้ ดังนี้ - มีฟังก์ชันติดป้ายกํากับ (Tag) ให้กับผู้ใช้งานที่ลงทะเบียนสําเร็จได้
สามารถแยกกลุ่มเป้าหมายในการส่งข้อความบรอดแคสต์เฉพาะกลุ่ม (Targeted
๔.๒.๑.๙. สามารถส่งออกข้อมูลรายงาน (Data Export Function) ได้ ดังนี้
มีฟังก์ชันการส่งออกข้อมูลผู้ลงทะเบียนตามเงื่อนไขที่กําหนดได้ - สามารถส่งออกข้อมูลรูปแบบไฟล์ Excel หรือ CSV เพื่อนําไปใช้ประโยชน์ต่อใน ภารกิจอื่นของสภาเกษตรกรฯ ได้
๔.๒.๑.๑๐. สามารถตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล (Data Validation) ประเภทของ รูปแบบข้อมูลเบื้องต้น เช่น เลขบัตรประชาชน, รหัสไปรษณีย์ หรือเบอร์โทรศัพท์ ได้เป็นอย่างน้อย
๔.๒.๒. ระบบการติดต่อผู้ใช้งานและเครื่องมืออัจฉริยะ
๔.๒.๒.๑. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดหา หรือพัฒนาระบบเมนูลัด (Rich Menu Full System) ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลและเก็บข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานของกลุ่มเป้าหมายเชิงลึก (Insights) ได้
๔.๒.๒.๒. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องติดตั้งระบบข้อความตอบกลับอัตโนมัติ (Auto-Reply) เพื่อ
ให้บริการข้อมูลเบื้องต้นแก่ผู้ใช้งาน
๔.๒.๒.๓. สามารถประเมินและวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้บริการเมนูลัด (Rich Menu) ได้
๔.๒.๓. ระบบแบบสอบถามและการประมวลผล
๔.๒.๓.๑. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดหา หรือพัฒนาระบบสร้างแบบสอบถามออนไลน์ ที่สามารถ จัดการชุดคําถาม (Questionnaire Management) สําหรับสร้างคําถามเพื่อเก็บข้อมูลเกษตรกรได้
๔.๒.๓.๒. มีระบบการประมวลผลและรายงานผลการตอบแบบสอบถาม เพื่อนําไป วิเคราะห์ข้อมูลต่อไป
๔.๒.๓.๓. ระบบสามารถจัดทํารายงานสรุปผลการตอบแบบสอบถามในรูปแบบแผนภูมิได้
นักงานสถ
Angono.
sแห่งชาติ
/๔๒.๔…
ข้อมูล ณ วันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๖๙ร่าง
ประกาศสำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ
เรื่อง ประกวดราคาจ้างพัฒนาระบบการสื่อสารและประสานงานเครือข่ายเกษตรกรระดับชาติ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างพัฒนาระบบการสื่อสาร และประสานงานเครือข่ายเกษตรกรระดับชาติ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ราคากลาง ของงานจ้าง ในการประกวดราคาครั้งนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น ๕,๒๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท (ห้าล้านสองแสนบาทถ้วน) จำนวน ๑ รายการ
-จ้างพัฒนาระบบการสื่อสารและประสานงานเครือข่ายเกษตรกรระดับชาติ จำนวน 1 โครงการ
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอโดยแสดงหลักฐานถึงขีดความสามารถและความพร้อมที่มีอยู่ใน วันยื่นข้อเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
๑. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติให้เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กำหนด ๒. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. ซึ่งสามารถจัดเตรียมเอกสารข้อเสนอได้ตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงวันเสนอ ราคา
๓. ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เลขที่ ลงวันที่ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๙ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ได้ตั้งแต่วันที่ ประกาศจนถึงวันเสนอราคา ได้ที่เว็บไซต์ www.nfc.or.th หรือ www.gprocurement.go.th ทั้งนี้ หาก ต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของงาน โปรดสอบถามมายัง สำนักงานสภาเกษตรกรแห่ง ชาติ ผ่านทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ [email protected] หรือช่องทางตามที่กรมบัญชีกลางกำหนด ภายในวันที่ ในเวลาราชการ โดยสำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ จะชี้แจงรายละเอียดดังกล่าวผ่านทาง เว็บไซต์ www.nfc.or.th และ www.gprocurement.go.th ในวันที่
ประกาศ ณ วันที่ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๙
สำเนาถูกต้อง
อ้อยทิพย์ สุกแสง
(นางสาวอ้อยทิพย์ สุกแสง)
หัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไป
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๖๙ โดย นางสาวอ้อยทิพย์ สุกแสง หัวหน้าฝ่าย บริหารทั่วไป
(นายณรงค์รัตน์ ม่วงประเสริฐ) เลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติร่าง
เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
เลขที่ e-bidding
การจ้างพัฒนาระบบการสื่อสารและประสานงานเครือข่ายเกษตรกรระดับชาติ
ตามประกาศ สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ
ลงวันที่ มีนาคม ๒๕๖๙
สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “สำนักงาน” มีความประสงค์จะ ประกวดราคาจ้างพัฒนาระบบการสื่อสารและประสานงานเครือข่ายเกษตรกรระดับชาติ ด้วยวิธีประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ตามรายการ ดังนี้
จ้างพัฒนาระบบการสื่อสารและ
ประสานงานเครือข่ายเกษตรกรระดับ
ชาติ
โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้
จำนวน ๑ โครงการ
๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๑.๑ ขอบเขตของงาน
๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาจ้างทำของ
๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
(๑) หลักประกันการเสนอราคา
(๒) หลักประกันสัญญา
๑.๕ บทนิยาม
(๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
(๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
(๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
๑.๗ แผนการทำงาน
๑.๘ ขอบเขตของงาน (Terms of Reference TOR) โครงการพัฒนาระบบการ สื่อสารและประสานงานเครือข่ายเกษตรกรระดับชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
๒.๗ เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ สำนักงาน ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขัน อย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง ในวงเงิน ไม่น้อยกว่า ๒,๕๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท (สองล้านห้าแสนบาทถ้วน) และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วย งานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ สำนักงาน เชื่อถือ
๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้ เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน นามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้ เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๒ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ
ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ
ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา ๖. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
(ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๒ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อ
เสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือ มีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน ทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ เอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา (๕) สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ถ้ามี) (ถ้ามี)
(๖) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) หลักประกันการเสนอราคา ตามข้อ ๕
(๒) สำเนาหนังสือรับรองผลงานจ้าง
(๓) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔. การเสนอราคา
๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วย อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้อง กรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอโดย ไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้ ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๖๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอราคา โดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคามิได้ ๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน ๑๘๐ วัน นับ ถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
๔.๔ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องนำเอกสารในส่วนที่เป็นสาระสำคัญที่มีปริมาณมากและเป็น อุปสรรคในการนำเข้าระบบได้แก่ นำเสนอข้อเสนอด้านเทคนิคต่อคณะกรรมการ ณ สำนักงานสภาเกษตรกร
แห่งชาติ เลขที่ ๑๒๐ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ อาคารซี ชั้น ๕ ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ พร้อมสรุปจำนวนเอกสารดังกล่าวมาส่ง ณ สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติเลขที่ ๑๒๐ ศูนย์ราชการเฉลิม พระเกียรติ อาคารซี ชั้น ๕ ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ภายใน ๕ วันนับถัดจากวันเสนอราคา โดยผู้ ยื่นข้อเสนอต้องลงลายมือชื่อ พร้อมประทับตราสำคัญของนิติบุคคล (ถ้ามี) กำกับในเอกสารนั้นด้วย และ upload ไฟล์แบบสรุปจำนวนเอกสารในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format) ผ่านระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
๔.๕ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญารายละเอียด ขอบเขตของ งานฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตาม เงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. และเวลาในการเสนอราคาให้ถือ ตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์
เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และ การเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
๔.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่สำนักงานผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๘ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณาข้อ เสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะ กรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการ พิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และสำนักงาน จะพิจารณา ลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่สำนักงานจะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ ริเริ่มให้มีการกระทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของสำนักงาน ๔.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
(๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
(๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กำหนด
(๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ๔.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายใน ประเทศ โดยยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลา ดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน ๖๐ วัน
๔.๑๑ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา เว้นแต่เป็นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือ ที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา ๕. หลักประกันการเสนอราคา
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องวางหลักประกันการเสนอราคาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบการ จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ จำนวน ๒๕๙,๘๑๕.๐๐ บาท (สองแสนห้าหมื่นเก้าพันแปดร้อยสิบห้าบาทถ้วน)
๕.๑ เงินสด
๕.๒ หนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารภายในประเทศตามแบบที่คณะ กรรมการนโยบายกำหนด
๕.๓ พันธบัตรรัฐบาลไทย
๕.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอนำพันธบัตรรัฐบาลไทยหรือหนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ มาวางเป็นหลักประกันการเสนอราคาจะต้องส่งต้นฉบับเอกสารดังกล่าวมาให้สำนัก งานตรวจสอบความถูกต้องในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอประสงค์จะวางหลักประกันการเสนอราคาเป็นเงินสด ให้ผู้ยื่นข้อเสนอ ดำเนินการชำระเงินผ่านช่องทางการชำระเงิน ดังนี้
โอนเงินเข้าบัญชี บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เลขที่บัญชี ๙๘๑๗๑๙๖๔๖๑ ชื่อ บัญชี สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ
และส่งหลักฐานการชำระเงินกับธนาคาร พร้อมทั้งแบบแจ้งความประสงค์ชำระเงินค่า หลักประกันการเสนอราคา (เฉพาะกรณีที่มีหลักประกันการเสนอราคาหลายรายการพิจารณา) มาให้ สำนัก งาน ตรวจสอบความถูกต้อง โดยยื่นมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอผ่านระบบ e-GP โดยการชำระเงินและส่ง
หลักฐานการชำระเงินให้ดำเนินการในวันและเวลาที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันและเวลาเสนอราคา เท่านั้น
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ประสงค์จะใช้หนังสือ ค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารในประเทศเป็นหลักประกันการเสนอราคาให้ระบุชื่อผู้เข้าร่วมค้ารายที่ สัญญาร่วมค้ากำหนดให้เป็นผู้เข้ายื่นข้อเสนอกับหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หลักประกันการเสนอราคาตามข้อนี้ สำนักงานจะคืนให้ผู้ยื่นข้อเสนอหรือผู้ค้ำประกัน ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่สำนักงานได้พิจารณาเห็นชอบรายงานผลคัดเลือกผู้ชนะการประกวดราคา เรียบร้อยแล้ว เว้นแต่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่คัดเลือกไว้ซึ่งเสนอราคาต่ำสุดหรือได้คะแนนรวมสูงสุดไม่เกิน ๓ ราย ให้คืนได้ต่อเมื่อได้ทำสัญญาหรือข้อตกลง หรือผู้ยื่นข้อเสนอได้พ้นจากข้อผูกพันแล้ว การคืนหลักประกันการเสนอราคา ไม่ว่าในกรณีใด ๆ จะคืนให้โดยไม่มีดอกเบี้ย ๖. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
๖.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ สำนักงาน จะพิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น
๖.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น ในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ สำนักงาน
จะพิจารณาโดยให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ำหนักที่กำหนด ดังนี้
๖.๒.๑ จ้างพัฒนาระบบการสื่อสารและประสานงานเครือข่ายเกษตรกรระดับ ชาติ
(๑) ราคาที่ยื่นข้อเสนอ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๓๐.๐๐ โดยมี วิธีการให้คะแนน ดังนี้ ๑๐๐ - (((ราคาของผู้เสนอราคา - ราคาต่ำสุด)/ราคาต่ำสุด) * ๑๐๐) (๒) ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนอื่นๆ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๗๐.๐๐ ประกอบด้วย
(๒.๑) ผลงาน และประสบการณ์ของผู้เสนอราคา กำหนดน้ำหนัก เท่ากับร้อยละ ๒๐.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ ๑. ผลงานผู้เสนอราคา ๕ คะแนน๒.มูลค่าผลงานของผู้ เสนอราคา ๕ คะแนนมีเอกสารการรับรองมาตรฐานสากล ISO หรือ Certificate อื่น ที่มีมาตรฐานเทียบเท่า ครบ ๒ ประเภท๑๐ คะแนน
(๒.๒) คุณลักษณะเฉพาะ/ทางเทคนิค กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อย ละ ๕๐.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ ๑. การสร้างการรับรู้บนสื่อสังคมออนไลน์(Social Media) ๑๐ คะแนน๒. การสร้างความสนใจบนสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ๑๐ คะแนน๓. การเผยแพร่เนื้อหาผ่าน สื่อหลัก(Mass Media) ๑๐ คะแนน๔. สื่อหลัก (MassMedia) บนสื่อสังคมออนไลน์ (YouTube) ๑๐ คะแนน ๕. การนำเสนองาน (Presentation) ๑๐ คะแนน
โดยกำหนดให้น้ำหนักรวมทั้งหมดเท่ากับร้อยละ ๑๐๐
๖.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ ขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่สำนักงานกำหนดไว้ในประกาศ และเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้ เปรียบเสียเปรียบต่อ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการพิจารณาผลฯ อาจ พิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
๖.๔ สำนักงานสงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการผ่อนผัน ในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย อิเล็กทรอนิกส์
(๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวด อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ๖.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือสำนักงาน มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ สำนักงานมีสิทธิที่จะ ไม่รับข้อเสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ๖.๖ สำนักงานทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคา ที่ เสนอทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจ จะยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อ ประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของสำนักงานเป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียก ร้องค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งสำนักงานจะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ และลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่ เชื่อถือได้ว่าการยื่นข้อเสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมายื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น
ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่ อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือสำนักงาน จะให้ผู้ ยื่นข้อเสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการตามเอกสาร ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ สำนักงาน มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอ หรือไม่รับราคาของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหาย ใดๆ จากสำนักงาน
๖.๗ ก่อนลงนามในสัญญาสำนักงาน อาจประกาศยกเลิกการประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น
ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใด ในการเสนอราคา
๗. การทำสัญญาจ้าง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุใน ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับสำนักงาน ภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวาง หลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้สำนัก งานยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
๗.๑ เงินสด
๗.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่สำนักงาน ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ลงวันที่ที่ ใช้เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้น ไม่เกิน ๓ วัน ทำการ ๗.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง กำหนด
๗.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) ๗.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่งสำนักงาน ได้รับ มอบไว้แล้ว
๘. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
สำนักงาน จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่าย ทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง โดยแบ่งออกเป็น ๓ งวดดังนี้ งวดที่ ๑ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๕ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน รายงานฉบับขั้นต้น (Inception Report) ในรูปแบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (.pdf) จำนวน ๑ ไฟล์ และในรูป แบบกระดาษ ตามจำนวนคณะกรรมการตรวจรับ ประกอบด้วย
(๑) งานการประชุมเริ่มงาน (Kick off) จำนวน ๑ งาน
(๒) แผนการดำเนินงาน (Action Plan) จำนวน ๑ ฉบับ
- ร่างสถาปัตยกรรมระบบ (โดย สังเขป) (System Architecture) - รายชื่อบุคลากรโครงการทั้งหมด (Project Workforce) – - แผนการออกแบบและพัฒนาระบบ (System Design and Development)
- แผนบริหารจัดการ LINE Official Account (LINE OA) - แผนการผลิตเนื้อหาและประชาสัมพันธ์ (Content and Public Relations) - แผนการบริหารความเสี่ยง (Risk Management)
ให้แล้วเสร็จภายใน ๖๐ วัน
งวดที่ ๒ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๕๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน รายงานฉบับความคืบหน้า (Interim Report) ในรูปแบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (.pdf)จำนวน ๑ ไฟล์ และใน รูปแบบกระดาษ ตามจำนวนคณะกรรมการตรวจรับ ประกอบด้วย
- รายงานความก้าวหน้าการจัดหา หรือพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่ แสดงให้เห็นว่าระบบหลัก (Core System) สามารถใช้งานได้แล้ว
(๑) ระบบลงทะเบียนผู้ใช้งาน (User)
(๒) ระบบส่วนติดต่อผู้ใช้งานและเครื่องมืออัจฉริยะ
(๓) ระบบแบบสอบถามและการประมวลผล
- รายงานความก้าวหน้าการผลิตเนื้อหา (Content Progress) ได้แก่ กราฟิก (Small Post) จำนวนไม่น้อยกว่า ๓๐ โพสต์ และความคืบหน้าการผลิตวิดีโอ
- รายงานผลการบริหารจัดการ LINE Official Account (ระยะ ๓ เดือนแรก) ซึ่ง ประกอบด้วยสถิติการ Broadcast, การตอบกลับอัตโนมัติ และรายงานความพึงพอใจผู้ใช้งาน ให้แล้วเสร็จภายใน ๑๒๐ วัน
งวดสุดท้าย เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๓๕ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน 1. รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) ในรูปแบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (*.pdf) จำนวน ๑ ไฟล์ และในรูปแบบกระดาษ ตามจำนวนคณะกรรมการตรวจรับ ประกอบด้วย - รายงานสรุปผลกิจกรรมส่งเสริมการมีส่วนร่วม (Engagement Activities) ครบ ตามจำนวนไม่น้อยกว่า ๑๐ ครั้ง
- รายงานผลการผลิตและเผยแพร่เนื้อหาทางโทรทัศน์ พร้อมหลักฐานการ ออกอากาศ
- รายงานสรุปผลการผลิตและเผยแพร่เนื้อหาทั้งหมด ได้แก่ กราฟิก (Small Post) ครบจำนวน ๖๐ โพสต์ และ วีดิทัศน์ (Video Clip) จำนวน 1 ชิ้นงาน ฉบับสมบูรณ์ พร้อมส่งมอบไฟล์ต้นฉบับ (Master Files) ของสื่อประชาสัมพันธ์ทั้งหมด
- รายงานสรุปผลการบริหารจัดการ LINE Official Account ตลอดสัญญา (๑๒ เดือน) พร้อมวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก (Insights) พฤติกรรมผู้ใช้งานและข้อเสนอแนะ 2. คู่มือการใช้งานระบบ (User Manual) ในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์และเอกสารรูปเล่ม 3. จัดอบรมการใช้งานระบบ จำนวน ๑ ครั้ง
4. จัดส่งรายงานระบบการติดต่อผู้ใช้งานและเครื่องมืออัจฉริยะ
5. จัดส่งรายงานระบบแบบสอบถามและการประมวลผล
6. งานประชุมสรุปและประชาสัมพันธ์โครงการ (Overall)
7. จัดทำรายงานประเมินและวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้บริการเมนูลัด (Rich Menu) เพื่อการ พัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน จำนวน ๑ ครั้ง
8. รายงานผลการจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ (Launch Event) พร้อมภาพถ่ายกิจกรรมและ สรุปข่าวประชาสัมพันธ์ที่ได้รับการเผยแพร่
9. รหัสต้นฉบับ (Source Code) ของระบบลงทะเบียนผู้ใช้งานที่พัฒนาขึ้น พร้อมสิทธิ์การเข้าถึง ระดับผู้ดูแลระบบ (Admin Access) ทั้งหมดของโครงการ
ทั้งหมดให้แล้วเสร็จเรียบร้อยตามสัญญาหรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ และ สำนักงาน ได้ตรวจรับมอบงานจ้าง เรียบร้อยแล้ว
๙. อัตราค่าปรับ
ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลง จ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
๙.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับ อนุญาตจากสำนักงาน จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๐.๒๐ ของวงเงินของงาน จ้างช่วงนั้น
๙.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๙.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็น รายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้าง
๑๐. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งได้ทำสัญญาจ้างตามแบบดังระบุในข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ แล้วแต่กรณี จะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายใน ระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๑ ปี นับถัดจากวันที่สำนักงานได้รับมอบงาน โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้ การได้ดีดังเดิมภายใน ๑ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่อง
๑๑. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
๑๑.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ สำนักงานได้รับอนุมัติเงินค่าจ้างจากเงิน งบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ แล้วเท่านั้น
๑๑.๒ เมื่อสำนักงานได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลงจ้าง ตามการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามาจาก ต่างประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตาม กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
(๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง
คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
(๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดย เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
(๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
๑๑.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งสำนักงานได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็น หนังสือภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ สำนักงานจะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้ ออกหนังสือค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้ง จะพิจารณาให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ๑๑.๔ สำนักงานสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบสัญญาหรือ ข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
๑๑.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของสำนักงาน คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อ เสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
๑๑.๖ สำนักงาน อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จะเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากสำนักงานไม่ได้
(๑) สำนักงานไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้รับจัดสรร แต่ ไม่เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
(๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่น ใด ในการเสนอราคา
(๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่สำนักงาน หรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
(๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
๑๑.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
๑๒. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
๑๓. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
สำนักงาน สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการ คัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับสำนักงาน ไว้ชั่วคราว
สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ
มีนาคม ๒๕๖๙
สำเนาถูกต้อง
อ้อยทิพย์ สุกแสง
(นางสาวอ้อยทิพย์ สุกแสง)
หัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไป
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๖๙
โดย นางสาวอ้อยทิพย์ สุกแสง หัวหน้าฝ่าย
บริหารทั่วไป