ประกวดราคาจ้างก่อสร้างงานบำรุงถนนสาย ชพ.4008 แยกทางหลวงหมายเลข 4001 - บ้านโพธิ์แบะ อ.เมืองชุมพร, ปะทิว จ.ชุมพร
โครงการนี้เป็นงานบำรุงรักษาทางหลวงชนบทสาย ชพ. 4008 ช่วงแยกทางหลวงหมายเลข 4001 ถึงบ้านโพธิ์แบะ อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงสภาพผิวจราจรและไหล่ทางให้มีความมั่นคงแข็งแรงและปลอดภัยต่อผู้ใช้รถใช้ถนน ด้วยเทคโนโลยีการฉาบผิวลาดยางสเลอรีซีลแบบ FIBROSEAL ซึ่งเป็นการผสมมอดิฟายด์แอสฟัลต์อิมัลชัน (CSS-15P) ร่วมกับเส้นใยแก้ว (Glass Fiber) เพื่อเพิ่มความทนทานต่อการสึกหรอและแรงดึง
ขอบเขตงานประกอบด้วยการเตรียมผิวทางเดิมทั้งที่เป็นแอสฟัลต์และคอนกรีต การฉาบผิวลาดยางสเลอรีซีลตลอดระยะทาง 1.640 กิโลเมตร โดยมีความกว้างผิวจราจร 7 เมตร และไหล่ทางข้างละ 2 เมตร รวมความกว้าง 11 เมตร นอกจากนี้ยังรวมถึงงานตีเส้นจราจรด้วยวัสดุเทอร์โมพลาสติกที่มีคุณสมบัติสะท้อนแสงตามมาตรฐาน มอก. 542-2549 เพื่อเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่ ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดอย่างเคร่งครัด ตั้งแต่การออกแบบส่วนผสม การทดสอบคุณภาพวัสดุในสนาม ไปจนถึงการควบคุมเครื่องจักรให้เป็นไปตามมาตรฐานงานทางของกรมทางหลวงชนบท
English summary
This project involves the maintenance of Rural Road CH. 4008, from the intersection of Highway 4001 to Ban Pho Bae, Mueang Chumphon District, Chumphon Province. The scope includes the application of a Fibroseal slurry seal (modified asphalt emulsion mixed with glass fibers) over a distance of 1.640 km. The project aims to enhance road durability and safety. Key tasks include surface preparation, application of the Fibroseal mixture, and thermoplastic road marking installation. All works must adhere to the Department of Rural Roads (DRR) standards, including material quality testing and specific machinery requirements.
สายทาง ชพ. 4008 แยกทางหลวงหมายเลข 4001 - บ้านโพธิ์แบะ
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อบำรุงรักษาและยืดอายุการใช้งานของผิวทางหลวงชนบทสาย ชพ. 4008
- เพื่อปรับปรุงสภาพผิวจราจรและไหล่ทางให้มีความมั่นคง แข็งแรง และปลอดภัย
- เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะและทนทานต่อการสึกหรอด้วยเทคโนโลยี FIBROSEAL
- เพื่อปรับปรุงเครื่องหมายจราจรบนผิวทางให้ได้มาตรฐานและเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่
ขอบเขตของงาน
- งานเตรียมผิวทาง (ทำความสะอาด, ซ่อมแซมรอยแตก/รอยต่อ, งาน Deep Patch หรือ Skin Patch)
- งานฉาบผิวลาดยางสเลอรีซีล (FIBROSEAL) ระยะทาง 1.640 กม.
- งานตีเส้นจราจรด้วยวัสดุเทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic)
- การควบคุมคุณภาพวัสดุและส่วนผสม (มอดิฟายด์แอสฟัลต์อิมัลชัน, เส้นใยแก้ว, มวลรวม)
- การทดสอบคุณสมบัติในสนาม (Mixing Time, Flow, Setting Time, Cohesion, Curing Time)
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- ผิวทางที่ฉาบด้วย FIBROSEAL ตามมาตรฐานระยะทาง 1.640 กม.
- เส้นจราจรและเครื่องหมายจราจรบนผิวทางด้วยวัสดุเทอร์โมพลาสติก
- รายงานผลการทดสอบวัสดุและส่วนผสม (Mix Design)
- เอกสารรับรองผลิตภัณฑ์ (ใบเสร็จ/ใบรับรองจากผู้ผลิต)
- การรับประกันผลงานตามระยะเวลาที่กำหนด
ระยะเวลาดำเนินการ
- ระยะเวลาดำเนินการตามที่ระบุในสัญญา (โปรดตรวจสอบในเอกสารสัญญาแนบท้าย)
- งานตีเส้นจราจรต้องดำเนินการหลังก่อสร้างผิวทางแล้วเสร็จไม่น้อยกว่า 7 วัน
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: ต้องเป็นนิติบุคคลที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
- Standards Compliance: วัสดุต้องเป็นไปตามมาตรฐาน มอก. (เช่น มอก. 2157-2547, มอก. 542-2549, มอก. 543-2550)
- Experience: มีประสบการณ์ในการทำงานฉาบผิวทางหรืองานบำรุงทางตามที่กรมทางหลวงชนบทกำหนด
- Technical Capabilities: ต้องมีเครื่องผสมที่สามารถผลิตส่วนผสม FIBROSEAL ได้อย่างต่อเนื่อง และมีชุดอุปกรณ์ตัดเส้นใยแก้ว (Auto Feeder) ที่ได้มาตรฐาน
- Personnel: ต้องมีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในการควบคุมงานฉาบผิวทางและงานตีเส้นจราจร
เกณฑ์การพิจารณา
- พิจารณาตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (e-bidding) โดยเน้นความถูกต้องของเอกสารทางเทคนิคและราคาที่เหมาะสม
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- มอดิฟายด์แอสฟัลต์อิมัลชัน: ชนิด CSS-15P (EMA) ตาม มอก. 2157-2547
- เส้นใยแก้ว (Glass Fiber): ความยาว 12-20 มม. ตามมาตรฐาน ISO
- ส่วนผสม: หินฝุ่น 80%, หิน 3/8 20% โดยน้ำหนัก
- วัสดุเทอร์โมพลาสติก: มอก. 542-2549 (ความหนาไม่น้อยกว่า 3.0 มม. สำหรับวิธีปาดลาก)
- ลูกแก้วสะท้อนแสง: มอก. 543-2550 (อัตราการโรยไม่น้อยกว่า 400 กรัม/ตร.ม.)
เงื่อนไขสัญญา
- การจ่ายเงินเป็นไปตามงวดงานที่ระบุในสัญญา
- มีการรับประกันความชำรุดบกพร่องของเครื่องหมายจราจรเป็นเวลา 24 เดือน
- ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทดสอบวัสดุทั้งหมด
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- ถาม: สามารถใช้เส้นใยแก้วแบบตัดสำเร็จรูป (Manual) ได้หรือไม่? ตอบ: ไม่ได้ ต้องใช้ชุดอุปกรณ์ตัดเส้นใยแก้วอัตโนมัติ (Auto Feeder) เท่านั้น
- ถาม: การทดสอบความคงทนของมวลรวมต้องใช้มาตรฐานใด? ตอบ: ใช้มาตรฐาน ASTM C88-05 (Sodium Sulfate) ไม่เกินร้อยละ 9
- ถาม: หากผลการทดสอบในสนามไม่ผ่านเกณฑ์ต้องทำอย่างไร? ตอบ: ต้องหยุดงานทันทีเพื่อหาสาเหตุ แก้ไข และเก็บตัวอย่างวัสดุไว้ตรวจสอบ
- ถาม: การตีเส้นจราจรบนผิวทางใหม่ต้องเว้นระยะเวลานานเท่าใด? ตอบ: ต้องดำเนินการหลังก่อสร้างผิวทางแล้วเสร็จไม่น้อยกว่า 7 วัน
- ถาม: วัสดุเทอร์โมพลาสติกที่หลอมเหลวแล้วสามารถเก็บไว้ใช้ได้นานเท่าใด? ตอบ: ห้ามนำวัสดุที่หลอมเหลวเกิน 6 ชั่วโมงมาใช้งาน
- ถาม: การตรวจสอบความหนาของเส้นจราจรทำอย่างไร? ตอบ: ใช้แผ่นโลหะวางรับขณะตีเส้นและวัดด้วย Micrometer
- ถาม: ค่า Sand Equivalent ของมวลรวมต้องไม่น้อยกว่าเท่าใด? ตอบ: ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ตามมาตรฐาน ASTM D2419
- ถาม: การบ่มผิวทาง (Curing Time) ทดสอบด้วยวิธีใดได้บ้าง? ตอบ: ใช้เครื่อง Cohesion Tester หรือวิธี Shoe Test หรือใช้รถยนต์น้ำหนัก 1.5 ตันวิ่งทดสอบ
- ถาม: อุณหภูมิอากาศขณะฉาบผิวทางต้องไม่ต่ำกว่าเท่าใด? ตอบ: ไม่ต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส
- ถาม: การรับประกันงานตีเส้นจราจรมีระยะเวลากี่ปี? ตอบ: 24 เดือน
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
กรมทางหลวงชนบท
DEPARTMENT
OF
RURAL
ROADS
แบบงานฉาบผิวลาดยางสเลอรีซีล (แบบ FIBROSEAL)
งานบํารุงถนนสาย ชพ. 4008 แยกทางหลวงหมายเลข 4001 บ้านโพธิ์แบะ
อ. เมืองชุมพร จ.ชุมพร
จํานวน 1 แห่ง
สํานักบํารุงทาง
กรมทางหลวงชนบท
แบบเลขที่ สบร.11 – 05/69
แบบงานฉาบผิวลาดยางสเลอรีซีล (แบบ FIBROSEAL)
งานบํารุงถนนสาย ชพ 4008 แยกทางหลวงหมายเลข 4001 บ้านโพธิ์แบะ
อ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร จํานวน 1 แห่ง
รายละเอียดประกอบแบบงานฉาบผิวลาดยางสเลอรีซีล (แบบ FIBROSEAL) ดําเนินการฉาบผิวลาดยางสเลอรีซีล (แบบ FIBROSEAL) ระยะทาง 1.640 กม.
งานฉาบผิวจราจรตามรูปตัดตามขวางงานฉาบผิวฯ ระยะทาง 1.640 กม
41
1001
360
ศพ 1013
360
327
1001
TYL1007
4103
IH4058]
WA3080
คนสายทาง nuЯ23+868
N: 10.559773
E: 99.271841
คลีนสุดโครงก MILF 11+000
N: 10.5037355
E : 99.2506996
อ่าวไทย
จุดเริ่มต้นสายทาง
ม +000
N: 10.4535379 E: 99.2142458
จุดเริ่มต้นโครงการ ม 1 +300 มที่
N: 10.4945393
E: 99.2451859
แผนที่สังเขป
หมายเหตุ
กรณีที่ไม่สามารถดําเนินการได้ตามรายการข้างต้น ให้ทํางานได้ตามสภาพพื้นที่โดยให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน
โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุแต่จะต้องได้ปริมาณงานไม่น้อยกว่าที่กําหนดในแบบก่อสร้าง
สารบัญแบบ
แผ่นที่
รายการ
1
แผนที่สังเขป รายละเอียดประกอบแบบ สารบัญแบบ
2
3
4
รายการข้อกําหนดและมาตรฐานทั่วไป งานฉาบผิวแบบไฟโบรซีล (FIBROSEAL)
รูปตัดตามขวางงานฉาบผิวลาดยางสเลอรีซีล (แบบ FIBROSEAL) งานตีเส้นจราจรและเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง
หมายเหตุ
อ้างอิง
แบบมาตรฐานงานทาง (สํานักสํารวจและออกแบบ กรมทางหลวงชนบท พ.ศ. 2561) แบบมาตรฐานงานสะพาน (สํานักสํารวจและออกแบบ กรมทางหลวงชนบท พ.ศ. 2564) แบบงานบํารุงรักษาทาง (สํานักบํารุงทาง กรมทางหลวงชนบท พ.ศ 2556) แบบมาตรฐานป้ายจราจร “กิจกรรมอํานวยความปลอดภัยขณะก่อสร้าง
สํานักบํารุงทาง
ULTIMILISAVALTAKIMÝÝM (ULILI FIBROSEAL)
จาน หุงถนนสาย 4000
แล N NW20 4001
เมืองชุมพล ชุมพ
แบ
แผนที่สังเขป
บ้านไท แบะ
- รายละเอียดประกอบแบบ
สารบัญแบบ
แบบ สบอ.11
05/69
แผ่นที่
กรมทางหลวงชนบท
นายเฉลิมพงษ์ โทมาก
เหลือง สาวๆ เห็นชอบ
นายพิรพันธ์ เขียว
นายสุเมธ ในโภคทรัพย์
นายบัณฑิต แพทย์
รฬน เขียนแบบ
ลอกแมน
ผอ.กต. อนุม - ผอ.กบท กุมภาพันธ์ 2559
Store
(TH) ผู้อํานวยการสํานักฯ
From
(แทน) อธิบดี
นายนพปฎล เสี่ยงบุญ
1 ร่างคนแผ่น
4
1
1.วัสดุ
รายการข้อกําหนดและมาตรฐานทั่วไป
1.1 แอสฟัลต์ คือมอดิฟายด์แอสฟัลต์อิมัลชันชนิด CSS-15P (EMA) ซึ่งเป็นประเภทแตกและแยกตัวช้าโดยมีคุณภาพตาม มอก 2157-2547 มอดิฟายด์แอสฟัลต์อิมัลชั่นสําหรับงานทาง
1.2 สารผสมเพิ่ม (ADDITIVES) ใช้เพื่อทําให้มอดิฟายด์แอสฟัลต์อิมัลชันแตกตัวเร็วขึ้นหรือช้าลง หรือใช้เพื่อให้มอดิฟายด์แอสฟัลต์ อิมัลชันเคลือบมวลรวมได้ดียิ่งขึ้น ปริมาณที่ใช้ต้องพอเหมาะเพื่อให้สามารถเปิดการจราจรได้ภายในเวลาที่ต้องการ สารผสมเพิ่มนี้จะใช้ หรือไม่ก็ได้แล้วแต่การออกแบบ
1.3 น้า ต้องเป็นน้ําสะอาด ปราศจากสารที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพของส่วนผสมไฟโบรซีล และต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบ คุมงานก่อนนํามาใช้งาน 1.4 มวลรวม (AGGREGATE) ต้องเป็นหินไม่ซึ่งแข็ง คงทน สะอาด ปราศจากดินหรือวัสดุไม่พึงประสงค์อื่นใด อาจมีวัสดุผสมแทรก ด้วยก็ได้ ในกรณีที่ไม่ได้ระบุคุณสมบัติไว้เป็นอย่างอื่น มวลรวมต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
1.4.1 มีค่า SAND EQUIVALENT เมื่อทดลองตาม ASTM D2419 วิธีทดลองหาค่า SAND EQUIVALENT ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 1.4.2 มีค่าความสึกหรอ เมื่อทดลองตาม มทช (1) 501.9 - 2545 : วิธีการทดสอบหาความลึกหรอของวัสดุชนิดเม็ดหยาบ โดยใช้ เครื่องมือทดสอบหาความสึกหรอ LOSS ANGELES ABRASION ไม่มากกว่าร้อยละ 35
1.4.3 มีค่าส่วนที่ไม่คงทน (Loss) เมื่อทดลองตาม ASTM: C88 -05"วิธีการทดลองหาความคงทน (SOUNDNESS) ของมวล รวม โดยใช้โซเดียมซัลเฟต จํานวน 5 รอบ ไม่มากกว่าร้อยละ 9
1.5 วัสดุผสมแทรก (MINERAL FILLER) วัสดุผสมแทรก เช่นปูนซีเมนต์ ปูนขาว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมวลรวมต้องใช้ในปริมาณ น้อยที่สุดเท่าที่จําเป็น จะใช้เมื่อต้องการปรับปรุงความสะดวกในการทํางาน (WORKABILITY) หรือปรับปรุงขนาดคละ (GRADATION) 1.6 เส้นใยแก้ว (GLASS FIBER) เส้นใยสมรรถนะสูง ใช้เสริมความแข็งแรงให้แก่ผิวทาง ทนต่อสารเคมีกัดกร่อน เป็นฉนวนไม่ติดไฟ ทนต่อการสึกหรอ โดยมีลักษณะเป็นเส้นกลมและมีคุณสมบัติดังตาราง
ตาราง แสดงคุณสมบัติของเส้นใยแก้วสําหรับใช้ในส่วนผสมของการฉาบไฟโบรซีล
ความยาว (มม)
คุณลักษณะ
เส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นใย (ไมครอน)
ความหนาแน่นเชิงเส้น (TEX)
ความชื้น (%)
ระยะตึงของไฟเบอร์กลาส (มม.)
ความสูญเสียจากการลุกไหม้ (%)
- ข้อกําหนดในการออกแบบส่วนผสมไฟโบรซีล
มาตรฐาน
ค่าที่กําหนด
12
20
ISO 1889 ISO 3344 ISO 3375
12 14 2,400
4,800
ISO 1887
สูงสุด 0.35 %
80 200 สูงสุด 1.75 %
2.1 การออกแบบส่วนผสมนี้ ให้ใช้วิธีของ ASPHALT INSTITUTE MANUAL SERIES NO.19 โดยวิธีหาค่า C.K.E. และตาม มาตรฐาน ASTM D 3910 (STANDARD PRACTICE FOR DESIGN, TESTING, AND CONSTRUCTION OF SLURRY SEAL) หรือใช้ มาตรฐานและวิธีทดลองของ INTERNATIONAL SLURRY SURFACING ASSOCIATION (ISSA) หรือวิธีอื่นใดที่กรมทางหลวงชนบทเห็นชอบ ซึ่งก่อนเริ่มงานให้ผู้รับจ้างทําการออกแบบส่วนผสม แล้วให้ผู้ควบคุมงานเก็บตัวอย่างวัสดุพร้อมเอกสารการออกแบบจากผู้รับจ้าง ส่งให้ กรมทางหลวงชนบททําการตรวจสอบ โดยผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น
สมกับการใช้งาน
2.2 คุณภาพของวัสดุที่จะใช้ออกแบบจะต้องผ่านการทดลองคุณภาพให้ใช้ได้แล้ว การออกแบบส่วนผสมจะต้องออกแบบให้เหมาะ 2.3 ส่วนผสมไฟโบรซีลต้องมีคุณสมบัติดังนี้
2.3.1 เวลาในการผสม (MIXING TIME) ที่ 25 องศาเซลเซียส 120-150 วินาที 2.3.2 ค่า FLOW อยู่ระหว่าง 10-20 มิลลิเมตร
2.3.3 เวลาในการแตกตัวและแยกตัว (INITIAL SETTING TIME) ไม่เกิน 15 นาที 2.3.4 ค่าการยึดเกาะ (COHESION)
- ทีเวลา 30 นาที มากกว่า 15 กก. เซนติเมตร
ที่เวลา 60 นาที มากกว่า 25 กก. เซนติเมตร
2.3.5 เวลาในการบ่ม (CURING TIME) ไม่เกิน 1 ชั่วโมง
2.3.6 ค่า WET TRACK ABRASION LOSS ไม่เกิน 500 กรัมต่อตารางเมตร
2.3.7 ค่า HUBBARD FIELD STABILITY ที่ 25 องศาเซลเซียส ไม่น้อยกว่า 11.8 กิโลนิวตัน (1,200 กิโลกรัมแรง)
- เครื่องจักรและเครื่องมือ
3.1 เครื่องผสม ต้องเป็นเครื่องชนิดที่ผลิตส่วนผสมของไฟโบรซีลได้อย่างต่อเนื่องไม่ขาดตอน มีเครื่องลําเลียงวัสดุต่างๆ พร้อมมาตรวัด ปริมาณ สามารถลําเลียงมวลรวม, วัสดุผสมแทรก, น้ํา มอติฟายด์แอสฟัลต์อิมัลชันและสารผสมเพิ่มลงสู่ถังผสมตามอัตราส่วนที่กําหนดได้ อย่างถูกต้อง มวลรวมและวัสดุผสมแทรกถูกลําเลียงลงสู่ถังผสมในตําแหน่งเดียวกัน เครื่องผสมสามารถลําเลียงวัสดุที่ผสมเข้ากันอย่างดีแล้วลง
เครื่องฉาบได้อย่างต่อเนื่องไม่ขาดตอน
3.2 รถเกรด เพื่อ CLEARING วัชพืชบริเวณไหล่ทาง
3.3 เครื่องกวาดฝุ่น เป็นแบบขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเองหรือแบบลากที่ติดตั้งที่รถไถนา (FARM TRACTOR) หรือรถอื่นใด ซึ่งเป็นชนิดไม้ กวาดหมุนโดยเครื่องกล ขนไม้กวาดอาจทําด้วยไฟเบอร์ ลวดเหล็ก ไนล่อน หวายหรือวัสดุอื่นใดที่เหมาะสม ทั้งนี้ต้องมีประสิทธิภาพพอที่จะ ทําให้พื้นที่ที่จะก่อสร้างสะอาด อาจใช้ร่วมกับเครื่องเป่าฝุ่นและไม้กวาดมือซึ่งสามารถทําความสะอาดผิวทางและรอยแตกได้
งานฉาบผิวแบบไฟโบรซีล (FIBROSEAL)
3.4 เครื่องเป่าลม (BLOWER) เป็นแบบติดตั้งที่รถไถนาหรือรถอื่นใด มีใบพัดขนาดใหญ่ให้กําลังลมแรงและมีประสิทธิภาพพอเพียงที่จะ ทําให้พื้นที่ที่จะก่อสร้างสะอาด 3.5 ชุดอุปกรณ์ตัดเส้นใยแก้ว (PRE-CHOPPED FIBER) ติดตั้งพร้อมอุปกรณ์ลําเลียงเส้นใย (GLASS FIBER FEEDER) เข้าห้องผสม แบบต่อเนื่องทํางานด้วยระบบอัตโนมัติ AUTO FEEDER สามารถควบคุมการทํางานและอัตราการลําเลียงส่วนผสมได้ ห้ามการใช้อุปกรณ์หรือ วิธีการตัดเส้นใยแก้วแบบ MANUAL หรือใช้เส้นใยแก้วที่ผ่านการตัดเรียบร้อยแล้ว เพราะจะทําให้ไม่สามารถควบคุมสัดส่วนผสมได้ซึ่งจะส่งผล ทําให้เกิดความเสียหายต่อคุณภาพของการฉาบผิวทางแบบไฟโบรซีล
3.6 อุปกรณ์อื่นๆ ที่จําเป็นในการดําเนินงาน เช่น เครื่องฉาบด้วยมือ พลั่ว - การเตรียมการก่อสร้าง
ก่อนทําการก่อสร้างให้ดําเนินการดังนี้
4.1 ให้กองมวลรวมให้เป็นระเบียบ โดยกองในบริเวณที่น้ําไม่ขังหรือบริเวณที่จะไม่ทําให้มวลรวมมีคุณสมบัติเปลี่ยนแปลงไป ก่อนนํา มวลรวมไปใช้งานจะต้องได้รับการตรวจสอบและได้รับการอนุญาตจาก ผู้ควบคุมงานก่อน
4.2 กรณีผิวทางเดิมเป็นผิวทางแอสฟัลต์ ให้ทําการตรวจสอบพื้นที่ที่จะทําการก่อสร้างและแก้ไข ความบกพร่องต่างๆ ก่อนฉาบผิว เช่น ถ้าผิวเดิมบางจุดมีความเสียหายหรือระดับไม่ดี ให้ทํา DEEP PATCH หรือ SKIN PATCH แล้วแต่กรณี
4.3 กรณีผิวทางเดิมเป็นผิวทางคอนกรีต ให้ทําการตรวจสอบรอยต่อและรอยแตกต่างๆแล้วทําการ แก้ไขซ่อมแซมตามความเหมาะสม ทํา ความสะอาดให้เรียบร้อย
4.4 ตรวจสอบอุปกรณ์ เครื่องจักรและเครื่องมือให้อยู่ในสภาพที่พร้อมจะนําออกใช้งานและผลิตส่วนผสมไฟโบรซีลได้ตามที่ออกแบบไว้ 4.5 ให้ทําการตรวจสอบและตรวจปรับมาตรวัดต่างๆ เพื่อให้ใช้วัสดุได้ตามอัตราส่วนที่ต้องการ 4.6 ในกรณีที่จําเป็นต้องกวาดฝุ่น ให้ใช้เครื่องกวาดฝุ่นกวาดวัสดุที่ไม่พึงประสงค์ออกจากผิวทางจนสะอาด ถ้าจําเป็นให้ใช้น้ําล้างด้วย 4.7 ต้องพิจารณาสภาวะอากาศให้เหมาะสม ห้ามทําการฉาบผิวในระหว่างฝนตกและอุณหภูมิของอากาศขณะฉาบต้องไม่ต่ํากว่า 10
องศาเซลเซียส
4.การตรวจสอบคุณสมบัติส่วนผสมในสนาม
เป็นการตรวจสอบคุณสมบัติของส่วนผสมว่าเป็นไปตามข้อกําหนดที่ออกแบบไว้หรือไม่ โดยมีการตรวจสอบดังนี้
4.1 ตรวจสอบขนาดคละของมวลรวมทั้งจาก STOCKPILE (GENERAL TEST) และจากหน้างานแต่ละวัน (CONTROL TEST) ว่าอยู่ ใน TOLERRANT LIMIT ของสูตรส่วนผสมเฉพาะงานหรือไม่ ซึ่งขนาดของมวลรวมมีผลต่อความหนาของผิวทางแบบไฟโบรซีล และคุณสมบัติ โดยรวมของส่วนผสมด้วย
4.2 ตรวจสอบความชื้น (MOISTURE CONTENT) ของมวลรวมเพื่อใช้ปรับเปอร์เซ็นต์ WATER CONTENT ในส่วนผสม และใช้คํานวณ น้ําหนักมวลรวมแห่งที่ใช้งานในแต่ละวันที่ทําการฉาบผิวทาง
4.3 ตรวจสอบค่า SAND EQUIVALENT ของมวลรวมที่มีขนาดผ่านตะแกรงเบอร์ 4 ซึ่งจะต้องมีค่าไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 4.4 ตรวจสอบส่วนผสม ว่าสามารถผสมมวลรวมกับแอสฟัลต์ให้เข้ากันได้อย่างทั่วถึงและสม่ําเสมอในเวลาที่ระบุในสูตรส่วนผสมเฉพาะ งานหรือไม่ (MIXING TIME) ซึ่งจะต้องอยู่ระหว่าง 120 - 160 วินาที
4.5 ตรวจสอบค่า FLOW ของส่วนผสม ซึ่งต้องอยู่ระหว่าง 10 – 20 มิลลิเมตร
A
4.6 ตรวจสอบช่วงเวลาในการแตกตัวหรือแยกตัว (INTIAL SETTING TIME) ของอนุภาคแอสฟัลต์ว่าเป็นไปตามที่กําหนดในสูตรส่วนผสม เฉพาะงานหรือไม่ ทั้งนี้ต้องไม่เกิน 15 นาที นับตั้งแต่เวลาที่เริ่มฉาบผิวทางบริเวณนั้น โดยใช้กระดาษสีขาวบางๆซับที่ผิวทาง ซึ่งต้องไม่มีสี ค่าของแอสฟัลต์เบือนติดกระดาษ
4.7 ตรวจสอบเวลาการบ่ม (CURING TIME) ว่าเป็นไปตามข้อกําหนดในสูตรส่วนผสมเฉพาะงานหรือไม่ วิธีการตรวจสอบทําได้โดยการ เก็บตัวอย่างส่วนผสมจากส่วนท้ายของรถฉาบผิว มาทําการทดลองวัดค่า TORQUE ด้วยเครื่อง COHESION TESTER จับเวลาจนกว่าได้ ค่า TORQUE ไม่น้อยกว่า 20 กก - ซม. หรือทดสอบผิวทางในสนามโดยใช้วิธี SHOE TEST ทําโดยการยืนบนผิวทางให้น้ําหนักตัวลงบนขา ข้างที่ถนัดค่อนไปทางปลายเท้า เผยอส้นเท้าขึ้นเล็กน้อยแล้วปิดเท้าไปมา 2-3 ครั้ง หากไม่ปรากฏว่าเม็ดของมวลรวมหลุดจากผิวทางจนเป็น แอ่งรอยเท้า แสดงว่าเกิดการบ่มตัวของผิวทางจนสามารถเปิดการจราจรได้แล้ว หรือใช้รถยนต์น้ําหนักไม่เกิน 1.5 ตัน วิ่งผ่านบนผิวทางที่ฉาบ แล้วด้วยความเร็วประมาณ 30 กม./ชม. ไม่มีเม็ดหินหลุดกระเด็นขึ้นมาจนสามารถมองเห็นรอยร่องล้อได้ชัดเจนในกรณีที่ผลตรวจสอบ คุณสมบัติส่วนผสมในสนามไม่เป็นไปตามสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน ต้องหยุดการก่อสร้าง เพื่อตรวจหาสาเหตุและทําการแก้ไข แล้วเก็บตัวอย่าง มวลรวมและมอติฟายด์แอสฟัลต์อิมัลชันที่ใช้ก่อสร้างในแปลงนั้นไว้เพื่อการตรวจสอบในภายหลัง ระหว่างการฉาบไฟโบรซีลถ้าผู้ควบคุมงาน เห็นว่าส่วนผสมของไฟโบรซีลที่ออกแบบไว้ ไม่เหมาะสมกับสภาพความเป็นจริงในสนาม หรือเห็นว่ามวลรวมวัสดุผสมไฟโบรซีลผิดพลาดจาก ข้อกําหนดของสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน
E
7
สํานักบํารุงทาง
KULNIUS IŠDINAHrvaškasŠŠA (ULLI FIBROSEAL)งาน งานนสาย 4000 แยกทางหลวงหมายเลข 4001 เมืองชุมพร จ มทร บ้านใหม่แบะ รายการข้อกําหนดและมาตรฐานทั่วไป งานฉาบผิวแบบไฟโบรซีล (FIBROSEAL) เลยแบบ สบ.11 – 05/59 แผ่นที่ นายเฉลิมพงษ์ ไทมาก นายศิรพันธ์ เขียวภักดี นายบัณฑิต แพทย์ นายสุเมธ ขึ้นโภคทรัพย์ นายนพปฏล เตียงบุญ 2 านวนแผ่น 4 กรมทางหลวงชนบท เฟสมพงษ์ สํารวจ เห็นชอบ คาน เขียนแบบ ออกแบบ ผอ.กต. อนุมัติ 2012 wanum กุมภาพันธ์ 2569 For (แทน) ผู้อํานวยการสํานักฯ (แทน) อธิบดี ระดับดินเดิม SIDE SLOPE งานบํารุงถนนสาย ชพ.4008 แยกทางหลวงหมายเลข 4001 อ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร บ้านโพธิ์แบะ ผิวไหล่ทาง ทําการกระเทาะเส้นจราจร (เดิม) 2.00 ม SLOPE ผิวทางกว้าง 11.00 ม ผิวจราจร 7.00 ม
ผิวใหล่ทาง
2.00 ม
SLOPE
ฉาบผิวทางและผิวไหล่ทางแบบ FIBROSEAL 0.25%
ทําความสะอาดผิวจราจรเดิม
โครงสร้างทางเดิม
Ө
ตารางส่วนผสม งานฉาบผิวทางแบบ FIBROSEAL 0.25 x
ชนิดผิวทาง
วัสดุหินฝุ่น FIBROSEAL 80% โดยนํ้าหนัก
วัสดุหิน 3/8 20% โดยนํ้าหนัก
บ
รูปตัดตามขวางงานฉาบผิวลาดยางสเลอรีซีล (แบบ FIBROSEAL)
ช่วงดําเนินการ กม ที่ 9+360
FIBROSEAL
0.25% ต่อนํ้าหนักหินผสม
กม ที่ 11+000
NOT TO SCALE
SIDE SLOPE
หมายเหตุ
1 การขนส่งมอดิฟายด์แอสฟัลต์อิมัลชันในกรณีที่เป็นถังบรรจุ DRUM โดยเฉพาะการชนขึ้นหรือลงต้องระมัดระวังไม่ให้ถังบรรจุมอดิฟายด์แอสฟัลต์อิมัลชันได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง เพราะอาจทําให้มอดิฟายด์แอสฟัลต์อิมัลชันแตกตัวได้
2 ก่อนใช้มอดิฟายด์แอสฟัลต์อิมัลชันที่บรรจุถังเก็บไว้เป็นเวลานาน ควรกลิ้งถังไปมาอย่างน้อยด้านละ 5 ครั้งก่อนบรรจุลงในเครื่องผสมไฟโปรซีล ทั้งนี้เพื่อให้มอดิฟายด์แอสฟัลต์อิมัลชันมีลักษณะ
เดียวกันอย่างทั่วถึง
3 ทุกครั้งที่ทําการผสมไฟโบรสเสร็จแล้วควรล้างเครื่องผสมให้สะอาด มิฉะนั้นจะมีแอสฟัลต์เกาะติดในเครื่อง ทําให้ไม่สะดวกในการทางานในครั้งต่อไป
4 เมื่อเปิดถังบรรจุมอดิฟายด์แอสฟัลต์อิมัลชันออกใช้ ควรใช้ให้หมดถึงหรือต้องปิดฝาอย่างดี มิฉะนั้น จะทําให้น้ําในถังระเหยได้ ซึ่งจะทําให้มอดิฟายด์แอสฟัลต์อิมัลชันเสื่อมสภาพ 5 ตําแหน่งช่วงดําเนินการก่อสร้างสามารถเปลี่ยนแปลงได้ โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
สํานักบํารุงทาง
จาน ถนนสาย 14000
แ พ ลงท า ส 4001
เมืองชุมพร จ.ชุมพร
แบบ
(WUU FIBROSEAL)
บ้านไหนนะ
รูปตัดตามขวางงานฉาบผิวลาดยางสเลอรี่ ล (แบบ FIBROSEAL)
แบบ สบร.11
นายเฉลิมพงษ์ โทมาก นายพิรพันธ์ เขียวก
นายบัณฑิต แพทย์
L
Le
นายสุเมธ ในโภคทรัพย์
นายนพปฎล เสียงบุญ
05/59 แม่น
3
จํานวนแผ่น
4
ระดับดินเดิม
2
กรมทางหลวงชนบท
เหลิมพงษ์ สํารวจ เห็นชอบ จรฟัน เขียนแบบ
ออกแบบ
ผลต
ผล กบท
กุมภาพันธ์ 2569
อนุ
7.
(เทพ) ผู้อํานวยการสํานักฯ
Tron.
(แทน) อธิบดี
งานตีเส้นจราจรและเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง
รายการประกอบแบบ
- เส้นขอบทางให้ตีเส้นทึบ ยกเว้นในบริเวณทางเชื่อม ให้ตีเส้นประ เส้น 1.00 ม เว้นระยะ 2.00 ม
- เส้นแบ่งทิศทางจราจร ให้ตีเส้นประ เส้น 3.00 ม. เว้นระยะ 9.00 ม ยกวันบริเวณทางโค้ง สะพาน และความกว้างไหล่ทางลดลงให้ตีเส้นทึบ
- ตําแหน่งการตีเส้นจราจร สามารถเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม โดยให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน ทั้งนี้ปริมาณงานจะต้องไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ในบัญชีปริมาณงาน การดําเนินการตีเส้นจราจรด้วยวัสดุเทอร์โมพลาสติก THERMOPLASTIC (มทช 241 - 2553)
ให้ดําเนินการดังนี้
1.วิธีดําเนินการจัดทํ
1.1 การเตรียมผิวทาง : ผิวทางจราจรที่ทําการตีเส้นหรือเครื่องหมายจราจรต้องสะอาดและแห้ง ต้องไม่ทําบนผิวทางที่สกปรก มีฝุ่นจับ หรือสิ่งแปลก ปลอมอื่นใด การลงวัสดุรองพื้นต้องใช้วิธีพ่นเพื่อให้วัสดุติดแน่น กับผิวจราจรสม่ําเสมอ โดยไม่ก่อให้เกิด
การเพิ่มตัวและเปลี่ยนสีเดิม สารวัสดุรองพื้นดังกล่าวต้องสอดคล้องกับผิวจราจรที่จะทํางานรวมทั้งปริมาณจะต้องเหมาะสม ทั้งนี้ต้องได้รับความเห็นชอบ จากผู้ควบคุมงานก่อน ในการลบเครื่องหมายจราจรเดิมออกโดยใช้เครื่องจักรกล
1.2 ในกรณีที่ตีเส้นจราจรหรือเครื่องหมายจราจรบนผิวทางที่ก่อสร้างใหม่ให้ดําเนินการภายหลังการก่อสร้างผิวทางแล้วเสร็จไม่น้อยกว่า 7 วัน
1.3 การเตรียมวัสดุเทอร์โมพลาสติก : เพื่อป้องกันมิให้สีผิดเพี้ยนหรือเกิดการแตกเปราะของเทอร์โมพลาสติกเนื่องจากให้ความร้อนสูงเกินกว่าผู้ผลิตกําหนดไว้
ต้องใช้วัสดุเทอร์โมพลาสติกให้เพียงพอกับความร้อนในเตาต้มที่มีการกวนอยู่ตลอดเวลาและจะต้องไม่ให้ความร้อนสูงกว่าที่ผู้ผลิตกําหนดไว้ไม่ว่าขณะใดๆ เมื่อวัสดุเหลวแล้วจะต้องรีบใช้ทันที ห้ามมิให้นําวัสดุเทอร์โมพลาสติกที่หลอมเหลวอยู่นานเกิน 6 ชั่วโมงมาใช้งาน
1.4 การเตรียมเครื่องมือ : ต้องใช้เครื่องมือ เครื่องจักรกล และอุปกรณ์ต่างๆ ตามลักษณะของวัสดุที่ใช้ทํางาน ปริมาณของวัสดุต้องอยู่ในกรอบขอบข่าย ที่ผู้ผลิตกําหนดไว้หากมีการทํามากกว่าหนึ่งชิ้นขึ้นไปต้องรอให้ชั้นแรกแห้งเสียก่อน - ข้อกําหนดคุณสมบัติ
2.1 วัสดุเทอร์โมพลาสติก (THERMOPLASTIC) หมายถึง วัสดุเทอร์โมพลาสติกที่ใช้ในการจัดทําเครื่องหมายจราจรโดยวิธี รีต หรือปาดลาก เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทําในประเทศไทย ซึ่งแสดงเครื่องหมายผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 542-2549 วัสดุเทอร์โมพลาสติก และ วัน/เดือน/ปี LOT. BATCH ของการผลิต ซึ่งมีคุณสมบัติและอัตราส่วน ของลูกแก้วในส่วนผสมไม่น้อยกว่า 30 % โดยน้ําหนักรวมทั้งใช้โรยบนเส้นเทอร์โมพลาสติก สะท้อนแสงในอัตราส่วนไม่น้อยกว่า 400 กรัมต่อตารางเมตร
2.2 ลูกแก้ว (GLASS BEADS) ที่ใช้กับวัสดุทําเครื่องหมายจราจรบนผิวทางเพื่อให้เกิดการสะท้อนแสงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทําในประเทศไทย ซึ่งแสดงเครื่องหมาย มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก 543-2550 ไว้ที่ผลิตภัณฑ์ และวัน/เดือน/ปี LOT. BATCH ของการผลิต
2.3 วัสดุรองพื้น (TACK COAT หรือ PRIMER) เป็นน้ํายาเคมีใช้พ่นบนผิวทางก่อนทําเครื่องหมายจราจรเพื่อช่วยในการยึดเกาะระหว่างวัสดุทําเครื่องหมายจราจร กับผิวทางมีคุณสมบัติตามที่ผู้ผลิตวัสดุเทอร์โมพลาสติกกําหนด - การตรวจวัดคุณลักษณะเครื่องหมายจราจร
3.1 ความหนา
3.1.1 ก่อนเริ่มงานต้องทําการทดลองตีเส้นในแปลงทดลองเพื่อให้อัตราวัสดุปาดลากและความเร็วของเครื่องจักรกลมีความสัมพันธ์ จนได้ความหนาตามที่
กําหนดโดยใช้แผ่นโลหะผิวเรียบวางรับในแนวที่เครื่องตีเส้นจะผ่าน เมื่อปาดลากวัสดุไปบนแผ่นโลหะนั้นแล้วให้นํามาวัดความหนาของเครื่องหมายจราจรนั้นๆ โดยใช้เครื่องมือวัดความหนาแบบ MICROMETER เพื่อผลการทดลองนี้ไปใช้ปฏิบัติในการทํางานจริง
3.1.2 ในระหว่างการปฏิบัติงานให้มีการตรวจวัดความหนาของเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง ทุกๆ 250 เมตร จํานวน 3 ตําแหน่ง (เส้นขอบทางและเส้นแบ่งทิศทางจราจร)
โดยทําการวัดภายหลังที่ทําการเครื่องหมายจราจรแล้วเสร็จ
3.2 ค่าแฟคเตอร์การสะท้อนแสง ( REFLECTANCE หรือ LUMINANCE FACTOR) ในระหว่างการปฏิบัติงานให้มีการตรวจวัดค่าการสะท้อนแสงของเครื่องหมายจราจรในปริมาณงาน ไม่น้อยกว่า 10 ตําแหน่ง แต่ละตําแหน่งอย่างน้อย 3 ค่า และในทุกช่วงเวลา 1 ชั่วโมงให้ตรวจสอบมาตรฐานเครื่องมือ (STANDARDIZATION) และปรับค่าให้ถูกต้อง - กรณีความหนาที่ตรวจวัด หรือ ค่าสะท้อนแสงไม่ผ่านตรวจสอบคุณภาพ ให้ผู้รับจ้างดําเนินการลบเครื่องหมายจราจรออกโดยใช้เครื่องจักรกลที่สามารถลบเครื่องหมายจราจร บนผิวทางและต้องไม่ทําอันตรายต่อโครงสร้างความแข็งแรงของผิวจราจรและชั้นทางนั้น และดําเนินการทําเครื่องหมายจราจรผิวทางใหม่
- การแสดงใบรับรองผลิตภัณฑ์
ผู้รับจ้างต้องส่งสําเนาต้นฉบับใบเสร็จ (คู่ฉบับจริง) ออกโดยเจ้าของผลิตภัณฑ์หรือตัวแทนจําหน่ายที่มีหนังสือแต่งตั้งจากเจ้าของผลิตภัณฑ์ของวัสดุที่ใช้งานพร้อมระบุเลขที่สัญญา แสดงต่อผู้ควบคุมงาน
ตารางที่ 1 แสดงเกณฑ์กําหนดคุณลักษณะเครื่องหมายจราจร
รายการที่ทําหนด - วัสดุ
1.1
ข้อก้าหนด
1.2 การใช้งาน
สีจราจร
วัสดุเทอร์โมพลาสติก
มอก 415-2541
พ่น
มาก542-2549 อัดรีดหรือปาดลาก - ตรวจสอบคุณลักษณะขณะทํางาน
2.1
ความหนา เมื่อแห้งเฉลี่ย, มิลลิเมตร
พ่น
≥ 2.0
วีดหรือปาดลาก
≥ 3.0
2.2 อัตราการใช้ลูกแก้ว (โรยจากเครื่อง) กรัมต่อตารางเมตร
≥ 400
≥ 400 - ตรวจสอบคุณลักษณะเมื่อเสร็จทันที (ตรวจรับงาน)
3.1
ความหนาเมื่อแห้งเฉลี่ย, มิลลิเมตร
พัน
รีดหรือปาดลาก
22.0
23.0
3.2
การสะท้อนแสง เมื่อวัดด้วยเครื่องวัดที่มี geometry ของการวัดที่ระยะ 30 เมตร
3.2.1 การสะท้อนแสงในเวลากลางวัน (2230), med.Lx : m
-2
สีขาว ไหลลง
130
2130
2100
≥ 100
L30), mcd.Lx m
-2
สีขาว
สีเหลือง
2200
≥ 200
≥ 130
≥ 130
3.2.2 การสะท้อนแสงในเวลากลางคืน (R
การสะท้อนแสง เมื่อวัดด้วยเครื่องวัดที่มี geometry ของการวัดที่ระยะ 15 เมตร
3.3
3.3.1 การวัด จ่าลองการมองเห็นในเวลากลางวัน
(1) แฟคเตอร์การสะท้อนแสง (reflectance) ร้อยละ
สีขาว
สีเหลือง
3.3.2 การวัดค่าจ่าลองการมองเห็นในเวลากลางคืน (R
สีขาว
สีเหลือง
275
275
- 45
2 45
L15),
mcd.Lx1. m
≥ 300 2200
≥ 300
≥ 200
หมายเหตุ การวัดค่าสะท้อนแสงโดยทั่วไปให้ใช้ตามข้อ 3.2 - หากมีความจําเป็นให้ใช้ตามข้อ 3.3 ได้โดยอนุโลม - ตรวจสอบคุณลักษณะหลังใช้งาน (ระยะเวลาประกัน)
4.1 การสะท้อนแสง เมื่อวัดด้วยเครื่องวัดที่มี geometry ของการวัดที่ระยะ 30 เมตร 4.1.1 การวัดค่าจําลองในเวลากลางวัน (4 430), mcd.x, m
สีขาว
เหลือง
.
mcd.Lx1
3.2.2 การวัดค่าจ่าลองในเวลากลางคืน (R30), med.txt, m - ระยะเวลาประกัน
สีขาว สีเหลือง
สํานักบํารุงทาง
งานปางถนนสาย 4008
LWNWA มา 4001-
เมืองชุมพล ชุมพ
แบบ
(UULI FIBROSEAL)
บ้านไพแบะ
นายเฉลิมพงษ์ โทมาก นายศิรพันธ์ เขียวภักดี
12 เดือน 1 ครั้ง 24 เดือน 1 ครั้ง
12 เดือน 1 ครั้ง 24 เดือน 1 ครั้ง
85
2 65
- 50
- 50
-2
100
≥ 100
≥ 65
≥ 65
24 เดือน
24 เดือน
นายบัณฑิต แพทย์
นายสุเมธ ในโภคทรัพย์
เลย แบบ สบร.1 - 05/08
นาย
นายนพปฎล เสียงบุญ จํานวนแน่น
4
กรมทางหลวงชนบท
เฉลิมพง สาว เห็นชอบ ศิรพัน เขียนแบบ
Le
ออกแบบ
ผลก
ผล กบท
กุมภาพันธ์ 2569
2
((I) ผู้อํานวยการสานักฯ
(แทน) อธิบดี
งานตีเส้นจราจรและเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง