ประกวดราคาจ้างเหมาบริการโครงการบริหารจัดการของเสียและสารเคมีภาคอุตสาหกรรม (จ้างเหมาบริการกำจัด บำบัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วหรือของเสียเคมีวัตถุที่ตกค้างในพื้นที่บริษัท แวกซ์ กาเบ็จ รีไซเคิล เซ็นเตอร์ จำกัด และพื้นที่ของนายสมพงษ์ ลิ้มพัฒนสกุล ตำบลรางบัว อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี)
โครงการนี้จัดทำขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาการตกค้างของสิ่งปฏิกูล วัสดุที่ไม่ใช้แล้ว และของเสียเคมีวัตถุในพื้นที่ของบริษัท แวกซ์ กาเบ็จ รีไซเคิล เซ็นเตอร์ จำกัด และพื้นที่ของนายสมพงษ์ ลิ้มพัฒนสกุล จังหวัดราชบุรี ซึ่งเกิดจากการประกอบกิจการเดิมและเหตุเพลิงไหม้ ทำให้เกิดปัญหามลพิษ กลิ่นเหม็น และความเสี่ยงต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนและสิ่งแวดล้อม กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินการกำจัด/บำบัดของเสียที่ตกค้างคงเหลืออยู่ประมาณ 3,200 ตัน ให้ถูกต้องตามหลักวิชาการและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำแผนการทำงาน ตรวจสอบพื้นที่ รวบรวม ขนถ่าย ขนส่ง และกำจัด/บำบัดของเสียเหล่านี้ให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง
English summary
This project aims to manage and dispose of industrial waste and chemical substances (including solid waste, non-usable materials, and chemical waste) remaining in the areas of Wax Garbage Recycle Center Co., Ltd. and Mr. Sompong Limphatthanaskul’s property in Chom Bueng District, Ratchaburi Province. The contractor will be responsible for collecting, transporting, and properly treating/disposing of these wastes according to technical standards and relevant laws to mitigate pollution and environmental impacts. The estimated volume of waste to be managed is approximately 3,200 tons.
ตำบลรางบัว
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อกำจัด/บำบัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วหรือของเสียเคมีวัตถุที่ตกค้างในพื้นที่เป้าหมาย
- นำสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วหรือของเสียเคมีวัตถุที่ตกค้างในพื้นที่เป้าหมายไปกำจัด/บำบัดอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ
- ดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน และกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย
ขอบเขตของงาน
- จัดทำแผนการทำงานภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
- ตรวจสอบพื้นที่และสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว หรือของเสียเคมีวัตถุที่ตกค้างในพื้นที่เป้าหมาย ซึ่งมีจำนวนไม่น้อยกว่า 3,200 ตัน
- นำผลการตรวจสอบมาจัดทำแผนการดำเนินงานการกำจัด/บำบัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว หรือของเสียเคมีวัตถุที่ตกค้างทั้งหมดในพื้นที่
- รวบรวม ขนถ่าย ขนส่ง และกำจัด/บำบัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วหรือของเสียเคมีวัตถุที่ตกค้างในพื้นที่เป้าหมาย
- ดำเนินการกำจัด/บำบัดในพื้นที่บริเวณโรงงานของผู้ยื่นข้อเสนอ
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- แผนการทำงาน
- รายงานผลการตรวจสอบพื้นที่และสิ่งปฏิกูล/ของเสีย
- แผนการดำเนินงานการกำจัด/บำบัด
- การกำจัด/บำบัดสิ่งปฏิกูล วัสดุที่ไม่ใช้แล้ว หรือของเสียเคมีวัตถุที่ตกค้างในพื้นที่ให้แล้วเสร็จ
ระยะเวลาดำเนินการ
ไม่เกิน 210 วัน
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements:
- เป็นนิติบุคคล ผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
- ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่กรมโรงงานอุตสาหกรรม ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
- ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งสละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
- ต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
- Standards Compliance:
- การประกอบกิจการโรงงานต้องอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว พ.ศ. ๒๕๖๖
- Experience:
- มีผลการดำเนินงานการจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วหรือของเสียเคมีวัตถุ ตามรายงานที่ผู้ว่าจ้างกำหนดตามแบบฟอร์มแสดงผลงานการจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วหรือของเสียเคมีวัตถุ (เอกสารแนบท้ายหมายเลข ๒)
- Previous Project Cost:
- (ไม่ระบุ)
- Technical Capabilities:
- มีรายละเอียดการประกอบกิจการโรงงาน และมีศักยภาพในการบำบัดและหรือกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วหรือของเสียเคมีวัตถุที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.๔) หรือใบอนุญาตให้ใช้ที่ดินและประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรม (กนอ.๐๓/๖) หรือหนังสือรับรองการประกอบกิจการโรงงานในเขตประกอบการอุตสาหกรรม ตามมาตรา ๓๐ แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๕๓๕ (ข.๒)
- มีความสามารถในการขนย้ายสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วหรือของเสียเคมีวัตถุ (เอกสารแนบท้ายหมายเลข ๓)
- มีวิธีการดำเนินงานกำจัด/บำบัด และรายการคำนวณความสามารถของเครื่องจักรในการดำเนินการ ที่สอดคล้องกับสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วหรือของเสียเคมีวัตถุ
- Personnel:
- (ไม่ระบุ)
- Financial Requirements:
- มีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
- หรือกรณีที่ยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า 4 ล้านบาท
- หรือสามารถขอวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการ หรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง
เกณฑ์การพิจารณา
(ไม่ระบุในเอกสารที่ให้มา)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- การกำจัด/บำบัดสิ่งปฏิกูล วัสดุที่ไม่ใช้แล้ว หรือของเสียเคมีวัตถุ ต้องเป็นไปตามหลักวิชาการ
- การดำเนินการต้องเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน และกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย
- การประกอบกิจการโรงงานต้องอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว พ.ศ. ๒๕๖๖
- ต้องมีความสามารถในการขนย้ายสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วหรือของเสียเคมีวัตถุ
- ต้องมีวิธีการดำเนินงานกำจัด/บำบัด และรายการคำนวณความสามารถของเครื่องจักรในการดำเนินการ ที่สอดคล้องกับสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วหรือของเสียเคมีวัตถุ
เงื่อนไขสัญญา
- ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนการทำงานภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
- (ไม่ระบุเงื่อนไขการชำระเงินและค่าปรับในเอกสารที่ให้มา)
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: ปริมาณของเสียที่ต้องจัดการในโครงการนี้มีประมาณเท่าใด?
- A: ประมาณ 3,200 ตัน
- Q: พื้นที่เป้าหมายของโครงการนี้อยู่ที่ใด?
- A: พื้นที่ของบริษัท แวกซ์ กาเบ็จ รีไซเคิล เซ็นเตอร์ จำกัด และพื้นที่ของนายสมพงษ์ ลิ้มพัฒนสกุล ตำบลรางบัว อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี
- Q: ผู้รับจ้างต้องดำเนินการอะไรบ้างตามขอบเขตงาน?
- A: จัดทำแผนงาน, ตรวจสอบพื้นที่, รวบรวม, ขนถ่าย, ขนส่ง, และกำจัด/บำบัดสิ่งปฏิกูล/ของเสีย
- Q: ระยะเวลาในการดำเนินงานโครงการนี้คือเท่าใด?
- A: ไม่เกิน 210 วัน
- Q: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานประเภทใด?
- A: ต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.๔) หรือใบอนุญาตให้ใช้ที่ดินและประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรม (กนอ.๐๓/๖) หรือหนังสือรับรองการประกอบกิจการโรงงานในเขตประกอบการอุตสาหกรรม ตามมาตรา ๓๐ แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๕๓๕ (ข.๒)
- Q: หากผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นใหม่และยังไม่มีงบแสดงฐานะการเงิน ต้องมีทุนจดทะเบียนเท่าใด?
- A: ต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า 4 ล้านบาท
- Q: ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถใช้หนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อแทนการแสดงมูลค่าสุทธิของกิจการได้หรือไม่?
- A: ได้ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการ หรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง
- Q: การกำจัด/บำบัดของเสียต้องเป็นไปตามกฎหมายใดบ้าง?
- A: กฎหมายว่าด้วยโรงงาน และกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย
- Q: ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนการทำงานภายในกี่วันหลังจากลงนามในสัญญา?
- A: ภายใน 15 วัน
- Q: เอกสารแนบท้ายที่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติผู้ยื่นข้อเสนอมีอะไรบ้าง?
- A: เอกสารแนบท้ายหมายเลข 2 (แบบฟอร์มแสดงผลงาน) และเอกสารแนบท้ายหมายเลข 3 (ความสามารถในการขนย้าย)
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ขอบเขตงาน
จ้างเหมาบริการโครงการบริหารจัดการของเสียและสารเคมีภาคอุตสาหกรรม (จ้างเหมาบริการกําจัด/บําบัด สิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วหรือของเสียเคมีวัตถุที่ตกค้างในพื้นที่ บริษัท แวกซ์ กาเบ็จ รีไซเคิล เซ็นเตอร์ จํากัด และพื้นที่ของนายสมพงษ์ ลิ้มพัฒนสกุล ตําบลรางบัว อําเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี)
๑. หลักการและเหตุผล/ความเป็นมา
โครงการของบริษัท แวกซ์ กาเบ็จ รีไซเคิล เซ็นเตอร์ จํากัด ตั้งอยู่บนโฉนดที่ดินเลขที่ ๑๐๕๖๔ เลขที่ดิน ๒ โฉนดที่ดินเลขที่ ๑๐๒๙๕ เลขที่ดิน ๔๔ และโฉนดที่ดินเลขที่ ๑๐๒๙๖ เลขที่ดิน ๑ เป็นผู้ประกอบกิจการเกี่ยวกับ การบําบัดและกําจัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว เดิมมีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน 4 ใบ สถานะปัจจุบัน ไม่มีการดําเนินงานแล้ว 5 ใบ และยังมีใบอนุญาตอยู่ ๓ ใบ และพื้นที่ของนายสมพงษ์ ลิ้มพัฒนสกุล ซึ่งเป็น กรรมการ ในบริษัท แวกซ์ กาเบ็จ รีไซเคิล เซ็นเตอร์ จํากัด ตั้งอยู่ บน นส.๓ ก. เลขที่ ๗๐๐ ได้รับใบอนุญาต ค้าของเก่า แม้บริษัทฯ และนายสมพงษ์ฯ มิได้ประกอบกิจการแล้ว แต่ยังมีปัญหาสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว หรือของเสียเคมีวัตถุที่ยังตกค้างในพื้นที่จํานวนมาก ทั้งที่อยู่ในโรงงานและนอกบริเวณโรงงาน ในเบื้องต้น ประเมินว่ามีสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วหรือของเสียเคมีวัตถุในถัง ๒๐๐ ลิตร ตกค้างอยู่ในพื้นที่ ประมาณ ๓๔,000 ถัง และของเสียตกค้างในบ่อกักเก็บอีกจํานวนมาก โดยสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วหรือของเสียเคมีวัตถุ ที่ตกค้าง ได้แก่ ถังเปล่า ตัวทําละลายใช้แล้ว น้ํามันปนเปื้อน น้ําปนเปื้อน กากสี เศษผ้าปนเปื้อน ผงเหล็ก และ วัสดุดูดซับ ตะกอนน้ํามัน เป็นต้น ซึ่งผู้ประกอบกิจการมิได้ดําเนินการกําจัดให้ถูกวิธี ต่อมาได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ ในพื้นที่โครงการ เมื่อวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๖๕ ทําให้อาคารเสียหายไป ๓ อาคาร ถังโลหะขนาด ๒๐๐ ลิตร บรรจุกากของเสียประมาณ 5,000 ถัง ได้รับความเสียหาย
จากเหตุการณ์ดังกล่าวข้างต้นกระทรวงอุตสาหกรรมใช้กฎหมายในความรับผิดชอบ ได้แก่ พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๕๓๕ และพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. ๒๕๓๕ เข้าไปสั่งการให้บริษัทฯ และนายสมพงษ์ฯ นําสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วหรือของเสียเคมีวัตถุที่ตกค้างทั้งหมดในพื้นที่ออกไปกําจัด/บําบัดให้หมด โดยให้ เป็นไปตามข้อกฎหมายและหลักวิชาการ เมื่อครบกําหนดเวลาตามคําสั่งปรากฏว่า บริษัทฯ และนายสมพงษ์ฯ ยังมิได้นําสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วหรือของเสียเคมีวัตถุที่ตกค้างทั้งหมดในพื้นที่ออกไปกําจัด/บําบัด รวมทั้ง ยังพยายามที่จะดําเนินการจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วหรือของเสียเคมีวัตถุบางส่วนอย่างไม่ถูกต้อง
เป็นสาเหตุก่อให้เกิดกลิ่นเหม็นของของเสียที่ตกค้าง และน้ําฝนชะล้างบริเวณกองของเสียที่ถูกเพลิงไหม้กลางแจ้ง ที่อาจรั่วซึมออกสู่แหล่งน้ําสาธารณะ เป็นเหตุเดือดร้อนแก่ประชาชนที่อยู่อาศัยใกล้เคียง ทําให้เกิดเหตุภยันตราย ต่อสาธารณชน อันเนื่องมาจากการแพร่กระจายของมลพิษ หากปล่อยไว้เช่นนั้นอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัย ของประชาชนในพื้นที่ และส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมความเป็นอยู่ของประชาชน ประกอบกับ การประกอบกิจการของบริษัทฯ และนายสมพงษ์ฯ ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมความเป็นอยู่ของประชาชน ในพื้นที่โดยรอบมาเป็นระยะเวลานาน จึงต้องเร่งแก้ไขปัญหาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งในระยะแรกกรมโรงงานอุตสาหกรรมได้รับการจัดสรรงบประมาณ รายจ่ายงบกลาง รายการเงินสํารองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเป็น ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ เพื่อแก้ไขปัญหากากอุตสาหกรรมหรือของเสียเคมีวัตถุ ตกค้างและปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม จากการประกอบกิจการโรงงาน กรณี บริษัท แวกซ์ กาเบ็จ รีไซเคิล เซ็นเตอร์ จํากัด และพื้นที่ของนายสมพงษ์ ลิ้มพัฒนสกุล ตําบลรางบัว อําเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี รวมเป็นจํานวนเงินทั้งสิ้น ๕๙,๕๕๓,๕๐๐ บาท (ห้าสิบเก้าล้านแปดแสนห้าหมื่นสามพันสี่ร้อยบาทถ้วน) โดยมีการดําเนินการสํารวจ เก็บและวิเคราะห์ตัวอย่าง รวบรวม ขนถ่าย ขนส่ง และกําจัด/บําบัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วหรือของเสีย เคมีวัตถุไปแล้ว เป็นจํานวน ๑๓,๔๕๑.๐๕ ตัน ประกอบด้วย กากสี น้ํามันเสื่อมสภาพ ผงสี ภาชนะบรรจุภัณฑ์ พลาสติก เศษผ้า ถุงบิ๊กแบ็ก น้ําปนเปื้อนน้ํามัน สารเคมี ดินปนเปื้อน ภาชนะบรรจุภัณฑ์โลหะ และสิ่งปฏิกูล หรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วหรือของเสียเคมีวัตถุอื่น ๆ ซึ่งปัจจุบันยังคงเหลือสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วหรือของเสีย
๒/๑๐
เคมีวัตถุที่ตกค้างในพื้นที่ทั้งหมดเป็นจํานวน ๒,๑๑๗,๙๘ ต้น ประกอบด้วย กากตะกอนน้ํามัน น้ําปนน้ํามัน ถังโลหะ/ถังพลาสติก/ถัง IBC/ถุง BIG BAG บรรจุของเสียอันตราย บรรจุสารเคมีเสื่อมสภาพ หรือบรรจุของเสียรวม และกองของเสียรวม เช่น กล่องกระป๋องสเปรย์ หลอดไฟ ภายในอาคาร ๓ ๔ ๑๐ ๑๑ ๑๖ ๑๘ ๒๒ ๒๔ ๒๖ ๒๙
๓๑ และ ๓๓
กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม จึงมีความจําเป็นที่จะต้องขอรับการจัดสรรงบประมาณ
เพื่อการดําเนินการจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วหรือของเสียเคมีวัตถุที่ตกค้างคงเหลือในพื้นที่
ซึ่งการดําเนินงานในเรื่องนี้ หากไม่เร่งดําเนินการจะก่อให้เกิดความเสียหายและส่งผลกระทบต่อชุมชนและ สิ่งแวดล้อมในวงกว้างได้
การดําเนินการในครั้งนี้กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้รับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจําปี ปีงบประมาณ
พ.ศ. ๒๕๖๙
๒. วัตถุประสงค์
เพื่อกําจัด/บําบัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วหรือของเสียเคมีวัตถุที่ตกค้างในพื้นที่เป้าหมาย รายละเอียด ตามผังบริเวณพื้นที่โครงการบริษัท แวกซ์ กาเบ็จ รีไซเคิล เซ็นเตอร์ จํากัด และพื้นที่ของนายสมพงษ์ ลิ้มพัฒนสกุล (เอกสารแนบท้ายหมายเลข ๑) โดยนําสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วหรือของเสียเคมีวัตถุที่ตกค้างในพื้นที่ เป้าหมายไปกําจัด/บําบัดอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ และเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน และกฎหมาย
ว่าด้วยวัตถุอันตราย
๓.
คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๓.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย ๓.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ๓.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๓.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๓.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน
ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๓.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ
ภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
๓.๗ เป็นนิติบุคคล ผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
๓.๔ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่กรมโรงงานอุตสาหกรรม ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๓.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอ ได้มีคําสั่งสละเอกสิทธิ์ และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๓.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
(๑) การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้อง มีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลัก มากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
๓/๑๐
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจกรรมร่วมค้านั้น
ต้องใช้ผลงานของผู้ร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
(๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย
จะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้า ที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ (๓.๑) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มี การจําหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๓.๑๑. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
๓.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียน เกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏ ในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่หน่วยงาน ของรัฐกําหนดให้เป็นวันที่ยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอ
๑
เป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วง ของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ ซึ่งยังไม่มี รายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมี ทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ํากว่า 4 ล้านบาท
๓. สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือ ในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการ หรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง หรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือก จะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝาก ที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการ หรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศ ของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณา
๔/๑๐
จากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจ จากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการ หรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจ
ค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย
แจ้งเวียนให้ทราบหรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการ เงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัท
ที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
ซึ่งออกให้แก่ผู้ที่ยื่นข้อเสนอ
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศ ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
(e-GP) จนถึงวันเสนอราคา
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี
ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศ ว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้ มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วน
ตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
5. กรณีตามข้อ ๑ - ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้
(๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ ตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้วและงานจ้าง ก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่
พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ (๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์ และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๔. คุณสมบัติอื่น
๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอทุกราย รวมถึงผู้ยื่นข้อเสนอทุกรายที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบ “กิจการร่วมค้า” ต้องยื่นสําเนา ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.๔) หรือใบอนุญาตให้ใช้ที่ดินและประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรม
(กนอ.๐๓/๖) หรือหนังสือรับรองการประกอบกิจการโรงงานในเขตประกอบการอุตสาหกรรม ตามมาตรา ๓๐ แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๕๓๕ (ข.๒)
๕/๑๐
๔.๒ กรณี ผู้ยื่นข้อเสนอรายเดียว ต้องมีรายละเอียดการประกอบกิจการโรงงาน และมีศักยภาพในการบําบัด และหรือกําจัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วหรือของเสียเคมีวัตถุ ที่กําหนดไว้ในใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.๔) หรือใบอนุญาตให้ใช้ที่ดินและประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรม (กนอ.๐๓/๖) หรือหนังสือรับรองการประกอบกิจการ โรงงานในเขตประกอบการอุตสาหกรรม ตามมาตรา ๓๐ แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๕๓๕ (ข.๒) ซึ่งสอดคล้องและครอบคลุมการจัดการ ตามลักษณะคุณสมบัติและความเป็นอันตรายของสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว หรือของเสียเคมีวัตถุที่ตกค้างในพื้นที่ทั้งหมด และการประกอบกิจการโรงงานของผู้ยื่นข้อเสนอต้องอยู่ภายใต้ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว พ.ศ. ๒๕๖๖ และการประกอบกิจการโรงงานของผู้ยื่นข้อเสนอต้องไม่อยู่ระหว่างที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมระงับ การรับสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว ตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๕๓๕ มาจัดการ
ทั้งนี้ ต้องมีผลการดําเนินงานการจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วหรือของเสียเคมีวัตถุ ตามรายงาน ที่ผู้ว่าจ้างกําหนดตามแบบฟอร์มแสดงผลงานการจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วหรือของเสียเคมีวัตถุ
(เอกสารแนบท้ายหมายเลข ๒)
๔.๓ กรณี ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบ “กิจการร่วมค้า” ตามข้อ ๓.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอทุกรายต้องมี รายละเอียดการประกอบกิจการโรงงาน และมีศักยภาพในการบําบัดและหรือกําจัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว หรือของเสียเคมีวัตถุที่กําหนดไว้ในใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.๔) หรือใบอนุญาตให้ใช้ที่ดินและ ประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรม (กนอ.๐๓/๖) หรือหนังสือรับรองการประกอบกิจการโรงงานในเขต ประกอบการอุตสาหกรรม ตามมาตรา ๓๐ แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๕๓๕ (ข.๒) ซึ่งรายละเอียด การประกอบกิจการโรงงานของผู้ยื่นข้อเสนอทุกรายรวมกัน ต้องสอดคล้องและครอบคลุมการจัดการ
ตามลักษณะคุณสมบัติและความเป็นอันตรายของสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วหรือของเสียเคมีวัตถุที่ตกค้าง ในพื้นที่ทั้งหมด และการประกอบกิจการโรงงานของผู้ยื่นข้อเสนอทุกรายต้องอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว พ.ศ. ๒๕๖๖ และการประกอบ กิจการโรงงานของผู้ยื่นข้อเสนอทุกรายต้องไม่อยู่ระหว่างที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมระงับการรับสิ่งปฏิกูลหรือ วัสดุที่ไม่ใช้แล้ว ตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๕๓๕ มาจัดการ
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอทุกรายต้องมีผลการดําเนินงานการจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วหรือของเสีย เคมีวัตถุ ตามรายงานที่ผู้ว่าจ้างกําหนดตามแบบฟอร์มแสดงผลงานการจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วหรือ ของเสียเคมีวัตถุ (เอกสารแนบท้ายหมายเลข ๒)
๔.๔ ผู้ยื่นข้อเสนอ ต้องมีความสามารถในการขนย้ายสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วหรือของเสียเคมีวัตถุ (เอกสารแนบท้ายหมายเลข ๓) และกําจัด/บําบัดในพื้นที่บริเวณโรงงานของผู้ยื่นข้อเสนอ ภายในระยะเวลา การดําเนินการที่กําหนดไม่เกิน ๒๑๐ วัน โดยต้องยื่นวิธีการดําเนินการกําจัด/บําบัด และรายการคํานวณ ความสามารถของเครื่องจักรในการดําเนินการ ที่สอดคล้องกับสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วหรือของเสียเคมีวัตถุ
๕. ขอบเขตงาน
ผู้รับจ้างต้องจัดทําแผนการทํางานภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา ตามแบบฟอร์ม ที่กรมบัญชีกลางกําหนด และแผนการทํางานนี้ให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา
๕.๑ ตรวจสอบพื้นที่และสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน หรือของเสียเคมีวัตถุ ตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย ที่ตกค้างอยู่ในพื้นที่เป้าหมาย ซึ่งมีจํานวนไม่น้อยกว่า ๓,๒๐๐ ตัน โดยมีรายละเอียด เบื้องต้น ตามบัญชีของเสียภายในพื้นที่เป้าหมาย (เอกสารแนบท้ายหมายเลข ๓) และนําผลการตรวจสอบมาจัดทํา แผนการดําเนินงานการกําจัด/บําบัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว หรือของเสียเคมีวัตถุที่ตกค้างทั้งหมดในพื้นที่
ตามขอบเขตของงาน โดยประกอบด้วย