ประกวดราคาจ้างเหมาบริการโครงการบริหารจัดการของเสียและสารเคมีภาคอุตสาหกรรม (จ้างเหมาบริการกำจัด บำบัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วหรือของเสียเคมีวัตถุของ บริษัท เอกอุทัย จำกัด (สาขาอุทัย) อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา)
โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกำจัดและบำบัดสิ่งปฏิกูล วัสดุที่ไม่ใช้แล้ว และของเสียเคมีวัตถุที่ตกค้างอยู่ในพื้นที่บริษัท เอกอุทัย จำกัด (สาขาอุทัย) อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีประวัติการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมและเกิดเหตุสารเคมีรั่วไหล โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรมได้รับงบประมาณจำนวน 30,000,000 บาท เพื่อดำเนินการจัดการของเสียที่อยู่บนพื้นดินทั้งหมดให้หมดไปจากพื้นที่อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการและกฎหมายว่าด้วยโรงงานและวัตถุอันตราย
ขอบเขตงานครอบคลุมการสำรวจและจัดทำแผนการดำเนินงาน การขนย้าย การบำบัด และการกำจัดกากอุตสาหกรรมปริมาณไม่น้อยกว่า 2,700 ตัน โดยผู้รับจ้างต้องมีมาตรการความปลอดภัยที่เข้มงวดเพื่อป้องกันการรั่วไหลสู่สิ่งแวดล้อมระหว่างการปฏิบัติงาน ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นนิติบุคคลที่มีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.4) หรือใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง ซึ่งระบุประเภทการจัดการของเสียที่สอดคล้องกับของเสียในพื้นที่ และต้องไม่มีประวัติถูกระงับการรับสิ่งปฏิกูลจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม
English summary
The Department of Industrial Works (DIW) is seeking a service provider to manage, treat, and dispose of industrial waste and hazardous chemicals remaining at Ek-Uthai Co., Ltd. (Uthai Branch), Phra Nakhon Si Ayutthaya Province. The project aims to clear at least 2,700 tons of waste in compliance with the Factory Act and the Hazardous Substances Act. The budget is 30,000,000 THB. Bidders must possess a valid Factory License (R.G.4) or equivalent, covering the specific types of waste, and must not be under any suspension order from the DIW regarding waste acceptance.
บริษัท เอกอุทัย จำกัด (สาขาอุทัย) อำเภออุทัย
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อกำจัด/บำบัดกากอุตสาหกรรมและสารเคมีตกค้างในพื้นที่บริษัท เอกอุทัย จำกัด (สาขาอุทัย) ให้หมดไป
- เพื่อให้การจัดการของเสียเป็นไปอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการและกฎหมายว่าด้วยโรงงานและวัตถุอันตราย
- เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในพื้นที่
ขอบเขตของงาน
- สำรวจพื้นที่และจัดทำแผนการดำเนินงาน (ภายใน 30 วันหลังลงนามสัญญา)
- รวบรวม ขนถ่าย และขนส่งกากอุตสาหกรรมและสารเคมีออกจากพื้นที่
- ดำเนินการบำบัดและกำจัดของเสียตามหลักวิชาการ
- จัดทำมาตรการความปลอดภัยและป้องกันการรั่วไหลสู่สิ่งแวดล้อมตลอดระยะเวลาโครงการ
- ปฏิบัติงานให้ครอบคลุมปริมาณของเสียไม่น้อยกว่า 2,700 ตัน จนกว่าของเสียบนพื้นดินจะหมดไป
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- แผนการดำเนินงาน (Work Plan)
- รายงานการจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว
- หลักฐานการกำจัด/บำบัดของเสียที่ถูกต้องตามกฎหมาย
- มาตรการความปลอดภัยและรายงานผลการดำเนินงานเป็นระยะ
ระยะเวลาดำเนินการ
- แผนการทำงานต้องจัดทำภายใน 30 วันนับจากวันลงนามในสัญญา
- ระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าของเสียจะหมดไปจากพื้นที่ (ตามงบประมาณปี พ.ศ. 2569)
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: ต้องเป็นนิติบุคคล มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคา และไม่เป็นผู้ทิ้งงาน
- Standards Compliance: ต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.4) หรือ กนอ.03/6 หรือ ข.2 ที่สอดคล้องกับประเภทของเสีย
- Experience: ต้องมีผลการดำเนินงานการจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว ตามแบบฟอร์มที่กำหนด
- Previous Project Cost: -
- Technical Capabilities: ต้องมีศักยภาพในการบำบัดและกำจัดของเสียตามลักษณะความเป็นอันตรายของสารเคมีในพื้นที่
- Personnel: -
เกณฑ์การพิจารณา
- พิจารณาจากคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอที่ครบถ้วนตามเงื่อนไข
- พิจารณาจากความสอดคล้องของใบอนุญาต (ร.ง.4) กับประเภทของเสีย
- พิจารณาจากแผนการดำเนินงานและความปลอดภัย
- การคัดเลือกเป็นไปตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (e-bidding)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- ต้องจัดการของเสียไม่น้อยกว่า 2,700 ตัน
- วิธีการจัดการต้องถูกต้องตามหลักวิชาการและกฎหมายว่าด้วยโรงงานและวัตถุอันตราย
- ต้องมีมาตรการป้องกันการรั่วไหลของสารเคมีสู่สิ่งแวดล้อม
- สถานที่กำจัดต้องเป็นของผู้รับจ้างเองหรือสถานที่ที่ผู้ว่าจ้างเห็นชอบ
เงื่อนไขสัญญา
- งบประมาณโครงการ 30,000,000 บาท
- ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามแผนงานที่ได้รับความเห็นชอบอย่างเคร่งครัด
- การปรับปรุงแผนงานต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้างก่อนดำเนินการ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: ปริมาณของเสียที่ต้องกำจัดมีจำนวนเท่าใด? A: ไม่น้อยกว่า 2,700 ตัน
- Q: ผู้รับจ้างต้องมีใบอนุญาตประเภทใด? A: ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.4) ที่ครอบคลุมประเภทของเสีย
- Q: หากเป็นกิจการร่วมค้า ต้องใช้ผลงานของใคร? A: ใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียว
- Q: ต้องจัดทำแผนงานภายในกี่วัน? A: 30 วันนับจากวันลงนามในสัญญา
- Q: หากโรงงานผู้รับจ้างถูกระงับการรับของเสีย สามารถยื่นประมูลได้หรือไม่? A: ไม่ได้
- Q: งบประมาณโครงการนี้คือเท่าใด? A: 30,000,000 บาท
- Q: สถานที่กำจัดของเสียต้องเป็นที่ใด? A: สถานที่ของผู้รับจ้างเอง หรือสถานที่ที่ผู้ว่าจ้างเห็นชอบ
- Q: มาตรการความปลอดภัยต้องครอบคลุมเรื่องใดบ้าง? A: การป้องกันการรั่วไหลสู่สิ่งแวดล้อมและการจัดเตรียมอุปกรณ์ในพื้นที่
- Q: โครงการนี้ตั้งอยู่ที่ใด? A: บริษัท เอกอุทัย จำกัด (สาขาอุทัย) จ.พระนครศรีอยุธยา
- Q: การยื่นข้อเสนอต้องทำผ่านระบบใด? A: ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP)
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
๑.
ขอบเขตของงาน
จ้างเหมาบริการโครงการบริหารจัดการของเสียและสารเคมีภาคอุตสาหกรรม
(จ้างเหมาบริการกําจัด/บําบัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วหรือของเสียเคมีวัตถุของ บริษัท เอกอุทัย จํากัด (สาขาอุทัย) อําเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา)
หลักการและเหตุผล/ความเป็นมา
จากกรณีเหตุการณ์ลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมและสารเคมี ซึ่งจัดเป็นสิ่งปฏิกูลหรือ วัสดุที่ไม่ใช้แล้วตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน และของเสียเคมีวัตถุตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย ในพื้นที่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้ร่วมกับสํานักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบโกดังเก่า ตั้งอยู่หมู่ที่ ๒ ตําบลภาชี อําเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ภายในอาคารพบถังเหล็ก แกลลอนพลาสติก Lugger Box และบรรจุภัณฑ์อื่น บรรจุกากอุตสาหกรรมลักษณะ เป็นของเหลว และเศษวัสดุปนเปื้อนที่มีกลิ่นเหม็นฉุนสารเคมีอีกเป็นจํานวนมาก สืบทราบว่ามีความเกี่ยวข้องกับ โรงงานแห่งหนึ่งที่ได้รับอนุญาตให้จัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว ต่อมาในวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ จึงได้เข้าร่วมตรวจสอบโรงงานบริษัท เอกอุทัย จํากัด (สาขาอุทัย) จากการตรวจสอบพบว่า การจัดการวัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์ไม่เป็นไปตามที่ได้รับอนุญาต พบถังสารเคมีชํารุดรั่วไหลส่งกลิ่นเหม็นภายในโรงงาน ซึ่ง สํานักงาน อุตสาหกรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ออกคําสั่งการปรับปรุงแก้ไขตามมาตรา ๓๗ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๕๓๕ ให้บริษัทฯ ปรับปรุงแก้ไขการประกอบกิจการให้เป็นไปตามกฎหมาย อย่างเคร่งครัด และ กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้ระงับการนําสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วในระบบอิเล็กทรอนิกส์ เข้าไปภายในบริษัทฯ จนกว่าจะปรับปรุงการประกอบกิจการให้เป็นไปตามที่กฎหมายกําหนด แต่โรงงาน ไม่ดําเนินการให้เรียบร้อย และยังพบว่าโรงงานมีการก่อสร้างกําแพงอิฐบล็อกและนํารั้วสังกะสีมาปกปิดอําพราง ซ่อนเร้น เพื่อมิให้มองเห็นเข้าไปด้านใน รวมทั้งยังพบร่องรอยการเกลี่ยดินถมดิน จึงได้นําหมายค้นศาลจังหวัด พระนครศรีอยุธยา ที่ ๔๖/๖๖ เข้าตรวจค้นภายในโกดังและภายนอกโกดังในวันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๖๖ และ
ได้รวบรวมเอกสารหลักฐานส่งให้พนักงานสืบสวนดําเนินการทางกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๖๗ ได้เกิดเหตุมีกลุ่มควันสีเหลืองเกิดขึ้นภายในพื้นที่ บริษัท เอกอุทัย จํากัด บริเวณที่มีการกองเก็บ ถัง IBC ขนาด 9 ลบ.ม. ซึ่งภายในบรรจุสารเคมีประเภทกรด ได้มีการรั่วไหล สํานักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงใช้รถแบคโฮตักทรายอัดให้แน่นเพื่อทําทาง เข้าไปจนถึงจุดที่เกิดปฏิกิริยา และโรยปูนขาวผสมทราย กลุ่มควันถึงสงบ รวมถึงได้ทําการป้องกันโดยทําคันดิน บล็อคบริเวณที่เกิดเหตุและรั้วด้านนอก เพื่อป้องกันการรั่วไหลของสารเคมี และองค์การปกครองส่วนตําบลสามบัณฑิต ได้ตั้งเต็นท์จุดตรวจเฝ้าระวังบริเวณฝั่งถนนตรงข้ามกับบริษัท เอกอุทัย จํากัด เพื่อช่วยเฝ้าระวังเหตุ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง
ด้วยเหตุนี้ กรมโรงงานอุตสาหกรรม จึงมีความจําเป็นต้องกําจัด/บําบัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว หรือของเสียเคมีวัตถุให้หมดไปจากพื้นที่ดังกล่าว โดยที่ผ่านมาได้รับงบประมาณเพื่อดําเนินการดังกล่าวแล้ว ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ - ๒๕๖๘ และจัดการของเสียไปแล้ว รวมแล้วทั้งสิ้น ๔๖๘.๓๓ ตัน (ครั้งที่ ๑ จํานวน ๔๑๔.๑๕ ตัน และครั้งที่ ๒ จํานวน ๕๕๔.๑๘ ตัน) และในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ได้รับ งบประมาณ จํานวน ๓๐,000,000 บาท (สามสิบล้านบาท) เพื่อดําเนินการจัดการของเสียที่อยู่บนพื้นดินนําไป จัดการให้ถูกต้องตามหลักวิชาการและให้หมดไปจากพื้นที่ดังกล่าว
๒. วัตถุประสงค์ …
๒/๑๐
๒. วัตถุประสงค์
นํากากอุตสาหกรรมและสารเคมีซึ่งจัดเป็นสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วหรือของเสียเคมีวัตถุที่ตกค้าง
ในพื้นที่บริษัท เอกอุทัย จํากัด (สาขาอุทัย) ไปกําจัด/บําบัดอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการและดําเนินการให้เป็นไป ตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน และกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย จํานวนไม่น้อยกว่า ๒,๗๐๐ ตัน (เอกสารแนบท้าย
หมายเลข ๑)
๓. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๓.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย ๓.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ๓.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๓.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจาก เป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๓.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน
ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๓.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ
ภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
๓.๗ เป็นนิติบุคคล ผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
๓.๔ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่กรมโรงงานอุตสาหกรรม ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอ
ได้มีคําสั่งสละเอกสิทธิ์ และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๓.๑๐
ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
(๑) การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้อง มีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลัก มากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลักกิจการร่วมค้านั้น
ต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
(๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย
จะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า
๓/๑๐
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้า ที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ (๓.๑) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มี การจําหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๓.๑๑
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
(Electronic Government Procurement : e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
๓.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑.
กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียน เกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏ ในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่หน่วยงาน ของรัฐกําหนดให้เป็นวันที่ยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอ
เป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วง ของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ ซึ่งยังไม่มี รายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมี ทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ํากว่า 6 ล้านบาท
๓. สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือใน บัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการ หรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง หรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือก จะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝาก ที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการ หรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศ ของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณา จากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจาก สํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณี…
๔/๑๐
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการ หรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศหรือบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ํา ประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุน เพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัท
ที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่ รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
ซึ่งออกให้แก่ผู้ที่ยื่นข้อเสนอ
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดา ที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ตามที่ประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคา ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) จนถึงวันเสนอราคา
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ
แล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศ ว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ.๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นขอเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นขอเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
ยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
5. กรณีตามข้อ ๑ - ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้
๕
(๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ ตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ.๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อน วันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
การจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์ และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(5.5) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๔. คุณสมบัติอื่น
๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอทุกราย รวมถึงผู้ยื่นข้อเสนอทุกรายที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบ “กิจการร่วมค้า” ต้องยื่นสําเนา ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.๔) หรือใบอนุญาตให้ใช้ที่ดินและประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรม
(กนอ.๐๓/๖) หรือหนังสือรับรองการประกอบกิจการโรงงานในเขตประกอบการอุตสาหกรรม ตามมาตรา ๓๐ แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๕๓๕ (ข.๒)
๔.๒ กรณี…
๕/๑๐
๔.๒ กรณี ผู้ยื่นข้อเสนอรายเดียว ต้องมีรายละเอียดการประกอบกิจการโรงงาน และมีศักยภาพในการบําบัดและ หรือกําจัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว ที่กําหนดไว้ในใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.๔) หรือใบอนุญาต ให้ใช้ที่ดินและประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรม (กนอ.๐๓/๖) หรือหนังสือรับรองการประกอบกิจการโรงงาน ในเขตประกอบการอุตสาหกรรม ตามมาตรา ๓๐ แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๕๓๕ (ข.๒) ซึ่งสอดคล้องกับ วิธีจัดการ ตามลักษณะคุณสมบัติและความเป็นอันตรายของสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วหรือของเสียเคมีวัตถุ ที่ตกค้างในพื้นที่ทั้งหมด และการประกอบกิจการโรงงานของผู้ยื่นข้อเสนอต้องไม่อยู่ในระหว่างที่กรมโรงงาน อุตสาหกรรมระงับการรับสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว ตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๕๓๕ มาจัดการ
ทั้งนี้ ต้องมีผลการดําเนินงานการจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว ของเสียคงค้าง หรือจัดการ การปนเปื้อนในพื้นที่ ตามรายงานที่ผู้ว่าจ้างกําหนดตามแบบฟอร์มแสดงผลงาน (เอกสารแนบท้ายหมายเลข ๒)
๔.๓ กรณี ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบ “กิจการร่วมค้า” ตามข้อ ๓.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอทุกรายต้องมี รายละเอียดการประกอบกิจการโรงงาน และมีศักยภาพในการบําบัดและหรือกําจัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว ที่กําหนดไว้ในใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.๔) หรือใบอนุญาตให้ใช้ที่ดินและประกอบกิจการ ในนิคมอุตสาหกรรม (กนอ.๐๓/๖) หรือหนังสือรับรองการประกอบกิจการโรงงานในเขตประกอบการอุตสาหกรรม ตามมาตรา ๓๐ แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๕๓๕ (ข.๒) โดยต้องสอดคล้องกับจัดการ ตามลักษณะ คุณสมบัติและความเป็นอันตรายของสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วหรือของเสียเคมีวัตถุที่ตกค้างในพื้นที่ทั้งหมด และ การประกอบกิจการโรงงานของผู้ยื่นข้อเสนอทุกรายต้องไม่อยู่ในระหว่างที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมระงับการรับ สิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว ตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๕๓๕ มาจัดการ
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอทุกรายต้องมีผลการดําเนินงานการจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วตามรายงาน
ที่ผู้ว่าจ้างกําหนดตามแบบฟอร์มแสดงผลงานการจัดการวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว (เอกสารแนบท้ายหมายเลข ๒)
๕. ขอบเขตของงาน
ผู้รับจ้างต้องจัดทําแผนการทํางานภายใน ๓๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา ตามแบบฟอร์มที่กรมบัญชีกลาง กําหนด และแผนการทํางานนี้ให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา
๕.๑ สํารวจและจัดทําแผนการดําเนินงานตามขอบเขตของงาน โดยต้องจัดทําแผนการดําเนินการที่มี รายละเอียดครอบคลุมกิจกรรมตามขอบเขตของงาน ข้อ ๕.๒ - ๕.๖ ปริมาณกากอุตสาหกรรมและสารเคมี ซึ่งเป็น สิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วหรือของเสียเคมีวัตถุ วิธีการรวบรวมขนถ่าย ขนส่ง การจัดการ โดยให้คํานึงถึงความ ปลอดภัย รวมทั้ง ต้องเสนอช่วงเวลาการปฏิบัติงานในพื้นที่เป้าหมาย ทั้งนี้ ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้าง และผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามแผนอย่างเคร่งครัด โดยแผนการดําเนินงานกําจัด/บําบัด ต้องไม่น้อยว่า ๒,๗๐๐ ตัน และครอบคลุมตามบัญชีเอกสารแนบท้ายหมายเลข ๑ และจนกว่าของเสียที่อยู่บนดินจะหมดไปจากพื้นที่เป้าหมาย
กรณีที่มีการปรับปรุงแผนการดําเนินงานต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้างก่อน
ทั้งนี้ แผนการกําจัด/บําบัดกากอุตสาหกรรมและสารเคมี ซึ่งเป็นสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วหรือของเสีย เคมีวัตถุ ต้องมีวิธีการที่เหมาะสม และถูกต้องตามหลักกฎหมายและเป็นไปตามหลักวิชาการ โดยนําไปกําจัด/ บําบัดยังสถานที่รับกําจัด/บําบัดของผู้รับจ้างเอง หรือสถานที่ที่ผู้ว่าจ้างเห็นชอบ
๕.๒ จัดทํามาตรการความปลอดภัยในการทํางาน และมาตรการป้องกันการรั่วไหลของกากอุตสาหกรรมและ สารเคมี ซึ่งเป็นสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วหรือของเสียเคมีวัตถุ สู่สิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการปฏิบัติงาน พร้อมทั้ง จัดเตรียมอุปกรณ์ในการทํางาน โดยจัดทําเป็นรายการและจัดให้มีไว้ในพื้นที่ปฏิบัติงานในบริเวณที่เหมาะสม โดยมีเงื่อนไขดังนี้
(๑) ตลอดระยะเวลา…