ประกวดราคาจ้างโครงการสำรวจข้อมูลและประเมินสถานภาพอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะ และบริการดิจิทัล ประจำปี ๒๕๖๘ คาดการณ์แนวโน้ม ๓ ปี
สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) มีความประสงค์จ้างทำวิจัยและสำรวจข้อมูลเพื่อประเมินสถานภาพตลาดอุตสาหกรรมดิจิทัลหลักของประเทศไทย 3 สาขา ได้แก่ (1) อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ (Software) (2) อุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะ (Hardware and Smart Device) และ (3) อุตสาหกรรมบริการดิจิทัล (Digital Service) สำหรับปี 2568 และคาดการณ์แนวโน้มไปอีก 3 ปี (พ.ศ. 2569-2571) ด้วยงบประมาณ 2,300,000 บาท
โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อจัดทำข้อมูลสถานภาพอุตสาหกรรมที่ทันสมัย เปรียบเทียบกับมาตรฐานสากลได้ และใช้เป็นฐานข้อมูลสำหรับการวางนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ งานที่ผู้รับจ้างต้องดำเนินการครอบคลุมหลายด้าน ได้แก่ การศึกษาและปรับปรุงนิยามอุตสาหกรรมให้สอดคล้องกับยุคสมัย, วิเคราะห์ระบบนิเวศ (Ecosystem) และห่วงโซ่มูลค่า (Value Chain), คำนวณและวิเคราะห์มูลค่าตลาดทั้งการผลิตและการใช้ รวมถึงมูลค่าการนำเข้าและส่งออก, ศึกษาสถานภาพและจัดกลุ่มบุคลากรดิจิทัล, ตลอดจนการออกแบบและพัฒนาระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) สำหรับจัดเก็บ วิเคราะห์ และแสดงผลข้อมูลผ่านแดชบอร์ด (Dashboard) ในรูปแบบ Data Visualization
ผลลัพธ์จากโครงการนี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับ depa และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ในการติดตามการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม วิเคราะห์แนวโน้มเทคโนโลยีและธุรกิจ ตลอดจนกำหนดทิศทางการส่งเสริมการตลาด การลงทุน และการพัฒนาอุตสาหกรรมดิจิทัลของประเทศต่อไป
English summary
The Digital Economy Promotion Agency (depa) is inviting bids for a project to survey and assess the status of three core digital industries: Software, Hardware and Smart Devices, and Digital Services for the year 2025, including a 3-year trend forecast. The project budget is 2.3 million THB.
The primary objective is to produce up-to-date industry status data, aligned with international standards, to serve as a foundation for formulating national digital economy promotion policies. The contractor’s scope of work includes studying and refining industry definitions, analyzing the ecosystem and value chain, calculating and analyzing market size (production and consumption) and import-export values, assessing and classifying digital workforce status, and designing/developing a Big Data system for data storage, analysis, and visualization via a Dashboard.
The deliverables will provide crucial insights for depa and relevant public and private sector entities to monitor industry changes, analyze technological and business trends, and strategize for promoting investment and development in Thailand’s digital industries.
สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล เลขที่ 234/431 ซอยลาดพร้าว 10 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร (สถานที่นัดนำเสนอข้อเสนอทางเทคนิค)
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อศึกษาขอบเขตและปรับปรุงนิยามอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะ บริการดิจิทัล ที่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และเป็นไปตามหลักเกณฑ์สากล
- เพื่อศึกษาและปรับปรุงแบบจำลองการคำนวณหามูลค่าตลาด (รวมการค้าผ่านแพลตฟอร์ม) และประเมินสถานภาพอุตสาหกรรมให้สอดคล้องกับยุคดิจิทัล
- เพื่อศึกษาแนวโน้มความเปลี่ยนแปลงเชิงเทคโนโลยี โมเดลธุรกิจ ความต้องการตลาด และปัจจัยที่ส่งผลต่อการเติบโตของอุตสาหกรรม
- เพื่อศึกษาและรวบรวมข้อมูลบุคลากรดิจิทัล โดยจัดประเภทตามหลักเกณฑ์สากล
- เพื่อปรับปรุงระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) สำหรับจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูล พร้อมแสดงผลในรูปแบบ Data Visualization (Dashboard)
ขอบเขตของงาน
ด้านสถานภาพอุตสาหกรรม:
- ศึกษาขอบเขตและเสนอปรับปรุงนิยามอุตสาหกรรมทั้ง 3 สาขา ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและมาตรฐานสากล
- ศึกษา วิเคราะห์ระบบนิเวศ (Ecosystem) ห่วงโซ่มูลค่า (Value chain) และสถานภาพขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมดิจิทัล
- ศึกษาและวิเคราะห์แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงสถานภาพตลาดและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องทั้งในไทยและต่างประเทศ
- จัดทำระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่สำหรับจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลสถานภาพอุตสาหกรรมที่แสดงผลในรูปแบบที่เหมาะสม
- ออกแบบสถาปัตยกรรมระบบการจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่
- วิเคราะห์ปัญหา อุปสรรค ความต้องการ และข้อเสนอแนะของอุตสาหกรรม
ด้านมูลค่าตลาด:
- จัดเก็บและวิเคราะห์มูลค่าตลาดของอุตสาหกรรม (ด้านมูลค่าผลิตและมูลค่าการใช้) ปี 2568 และคาดการณ์แนวโน้ม 3 ปี
- จัดเก็บและวิเคราะห์มูลค่าการนำเข้าและมูลค่าการส่งออกของอุตสาหกรรม ปี 2568
- จัดทำ Model การคำนวณมูลค่าอุตสาหกรรม และมูลค่าแยกตามประเภทธุรกิจและช่องทางการจัดจำหน่าย
- จัดทำข้อมูลปัญหา อุปสรรค ความต้องการ และข้อเสนอแนะของอุตสาหกรรม
ด้านสถานภาพบุคลากรดิจิทัล:
- กำหนดนิยามและจัดกลุ่มประเภทบุคลากรดิจิทัลของอุตสาหกรรมทั้ง 3 สาขา ตามหลักเกณฑ์มาตรฐานสากล
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- รายงานผลการศึกษานิยามอุตสาหกรรมที่ปรับปรุงแล้ว
- รายงานผลการวิเคราะห์ระบบนิเวศ ห่วงโซ่มูลค่า และขีดความสามารถการแข่งขัน
- รายงานวิเคราะห์แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงตลาดและเทคโนโลยี
- ระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data System) สำหรับจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลอุตสาหกรรม
- สถาปัตยกรรมระบบการจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่
- รายงานวิเคราะห์ปัญหา อุปสรรค ความต้องการ และข้อเสนอแนะของอุตสาหกรรม
- รายงานการวิเคราะห์มูลค่าตลาด (ผลิต/ใช้) ปี 2568 และคาดการณ์ 3 ปี
- รายงานการวิเคราะห์มูลค่าการนำเข้าและส่งออก ปี 2568
- แบบจำลอง (Model) การคำนวณมูลค่าอุตสาหกรรม
- รายงานนิยามและการจัดกลุ่มบุคลากรดิจิทัลตามมาตรฐานสากล
- แดชบอร์ดแสดงผลข้อมูล (Dashboard) ในรูปแบบ Data Visualization
- การจัดงานแถลงผล (รูปแบบออนไลน์หรือออฟไลน์)
- ข้อเสนอทางด้านเทคนิค (Technical Proposal) และแผนการทำงาน
ระยะเวลาดำเนินการ
- กำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน 180 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
- การส่งมอบงานแบ่งเป็น 4 งวดหลัก:
- งวดที่ 1 (10% ของค่าจ้าง): ส่งมอบงานภายใน 30 วัน
- งวดที่ 2 (30% ของค่าจ้าง): ส่งมอบงานภายใน 120 วัน
- งวดที่ 3 (30% ของค่าจ้าง): ส่งมอบงานภายใน 150 วัน
- งวดสุดท้าย (30% ของค่าจ้าง): ส่งมอบงานทั้งหมดแล้วเสร็จและตรวจรับแล้ว
- วันเสนอราคาทางอิเล็กทรอนิกส์: 19 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.00 - 12.00 น.
- วันนำเสนอข้อเสนอทางเทคนิค: 20 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.30 น. ณ สำนักงาน depa
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: ต้องเป็นนิติบุคคล ไม่ถูกระบุชื่อในบัญชีผู้ทิ้งงานของทางราชการ ไม่มีผลประโยชน์ร่วมกันหรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
- Standards Compliance: -
- Experience: มีความเชี่ยวชาญในการทำวิจัยหรือสำรวจตลาด/อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง โดยมีประสบการณ์ทำงานไม่น้อยกว่า 3 ปี
- Previous Project Cost: ต้องมีผลงานที่เกี่ยวกับการวิจัยหรือการสำรวจความเห็นผู้ประกอบการด้านอุตสาหกรรม ในวงเงินไม่น้อยกว่า 1,150,000 บาท ต่อสัญญา ที่ได้จัดทำสำเร็จมาแล้วภายใน 5 ปี นับจากวันที่ยื่นข้อเสนอ อย่างน้อย 2 สัญญา และเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ หน่วยงานราชการ หรือเอกชน
- Technical Capabilities: ความสามารถในการออกแบบและพัฒนาระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และแดชบอร์ดแสดงผล (Dashboard)
- Personnel:
- บุคลากรด้านการวิจัย/การสัมภาษณ์ อย่างน้อย 3 คน มีประสบการณ์ทำงานที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย 3 ปี
- บุคลากรที่มีความรู้ด้านเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง อย่างน้อย 2 คน มีประสบการณ์ทำงานที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย 3 ปี
- Financial Requirements (เพิ่มเติมจากคำสั่ง):
- นิติบุคคลที่จดทะเบียนเกิน 1 ปี: ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ (สินทรัพย์สุทธิ - หนี้สินสุทธิ) เป็นบวก ตามงบการเงินปีสุดท้ายก่อนยื่นเสนอ
- นิติบุคคลที่ยังไม่มีการรายงานงบ: ต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท
- หากไม่มีมูลค่าสุทธิหรือทุนเพียงพอ: ต้องมีหนังสือรับรองวงเงินสินเชื่ออย่างน้อย 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณ (575,000 บาท)
เกณฑ์การพิจารณา
การพิจารณาใช้เกณฑ์ขั้นต่ำร่วมกับเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น โดยคำนวณคะแนนรวมจาก 2 ส่วน:
- ราคา (น้ำหนัก 20%): คำนวณจากสูตร 100 - (((ราคาของผู้เสนอราคา - ราคาต่ำสุด)/ราคาต่ำสุด) * 100)
- ข้อเสนอด้านเทคนิค/อื่นๆ (น้ำหนัก 80%): ต้องได้คะแนนขั้นต่ำร้อยละ 80 ขึ้นไป ประเมินจาก:
- ประสบการณ์/ผลงานที่ผ่านมา/ความเชี่ยวชาญของบุคลากร (20 คะแนน)
- ข้อมูลกรอบแนวคิด/วิธีการวิจัยที่มีความครบถ้วนตามขอบเขตการดำเนินงาน (50 คะแนน)
- ฐานข้อมูลและการแสดงผล Dashboard (10 คะแนน)
- การดำเนินการจัดงานแถลงผลฯ (ออนไลน์หรือออฟไลน์) (10 คะแนน)
- การควบคุมคุณภาพการดำเนินงาน (5 คะแนน)
- ความสมบูรณ์ในการนำเสนอ ความละเอียดและความครบถ้วนของเนื้อหา (5 คะแนน)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- นิยามอุตสาหกรรม: ต้องสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและเป็นไปตามหลักเกณฑ์สากลที่ยอมรับ (เพื่อเปรียบเทียบข้ามประเทศได้)
- ระบบฐานข้อมูล: ต้องเป็นระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) สำหรับจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลสถานภาพอุตสาหกรรม
- สถาปัตยกรรมระบบ: ต้องออกแบบให้เห็นภาพรวมของแหล่งข้อมูล ประเภทข้อมูล การเก็บบันทึก การจัดเตรียม และการประมวลผล
- การแสดงผล: ต้องมีแดชบอร์ด (Dashboard) แสดงผลข้อมูลในรูปแบบ Data Visualization ที่เหมาะสมและง่ายต่อการทำความเข้าใจ
- แบบจำลองการคำนวณ: ต้องจัดทำ Model การคำนวณมูลค่าอุตสาหกรรมที่พร้อมใช้งาน โดยผูกสูตรคำนวณ
- การจัดกลุ่มบุคลากร: ต้องจัดประเภทบุคลากรดิจิทัลตามหลักเกณฑ์มาตรฐานสากล (อ้างอิงรหัสสากล)
เงื่อนไขสัญญา
- วงเงินสัญญา: 2,300,000 บาท (ราคากลาง)
- หลักประกันสัญญา: ร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้าง (115,000 บาท) วางในวันทำสัญญา
- การจ่ายเงิน: แบ่งเป็น 4 งวด ตามการส่งมอบงานที่ตรวจรับแล้ว
- งวดที่ 1: 10% (30 วัน)
- งวดที่ 2: 30% (120 วัน)
- งวดที่ 3: 30% (150 วัน)
- งวดสุดท้าย: 30% (เมื่องานทั้งหมดแล้วเสร็จและตรวจรับ)
- ค่าปรับ:
- ค่าปรับกรณีจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต: ร้อยละ 10 ของวงเงินงานจ้างช่วงนั้น
- ค่าปรับกรณีปฏิบัติผิดสัญญาอื่นๆ: ร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้าง ต่อวัน
- แผนการทำงาน: ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนการทำงานเสนอภายใน 30 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
ถาม: โครงการนี้ต้องสำรวจข้อมูลจากแหล่งใดบ้าง?
ตอบ: ต้องศึกษาข้อมูลจากทั้งแหล่งภายในประเทศและต่างประเทศ โดยอ้างอิงแหล่งที่มาอย่างชัดเจน รวมถึง可能ต้องมีการสัมภาษณ์หรือสำรวจความเห็นจากผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม -
ถาม: แดชบอร์ด (Dashboard) ที่ต้องส่งมอบ ควรมีคุณสมบัติอย่างไร?
ตอบ: ต้องแสดงผลข้อมูลในรูปแบบ Data Visualization ที่เหมาะสม ง่ายต่อการทำความเข้าใจ และสามารถใช้ติดตามการเติบโตหรือการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม รวมทั้งแสดงข้อมูลแนวโน้มด้านต่างๆ -
ถาม: การ “ปรับปรุงนิยามอุตสาหกรรม” ต้องอ้างอิงมาตรฐานสากลใดเป็นหลัก?
ตอบ: TOR ไม่ได้ระบุมาตรฐานใดเจาะจง แต่ต้องเป็นหลักเกณฑ์ที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล เพื่อให้สามารถแลกเปลี่ยนหรือเปรียบเทียบข้อมูลอุตสาหกรรมกับนานาประเทศได้ -
ถาม: งานจัดงานแถลงผลเป็นข้อกำหนดที่ต้องทำหรือไม่?
ตอบ: ใช่ เป็นส่วนหนึ่งของขอบเขตการดำเนินงานและเป็นส่วนที่ถูกประเมินในข้อเสนอด้านเทคนิค (มีน้ำหนัก 10 คะแนน) สามารถจัดได้ทั้งรูปแบบออนไลน์หรือออฟไลน์ -
ถาม: การวิเคราะห์มูลค่าตลาดต้องคำนวณรวมการค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ด้วยหรือไม่?
ตอบ: ใช่ ตามวัตถุประสงค์ข้อ 3.2 ต้องรวมถึง “การค้าผ่านแพลตฟอร์ม ตัวกลาง หรือมีเดียแพลตฟอร์ม” ในการคำนวณหามูลค่าตลาด -
ถาม: ระยะเวลา 180 วัน สำหรับงานนี้ เพียงพอหรือควรวางแผนอย่างไร?
ตอบ: ระยะเวลาดำเนินการ 180 วัน (ประมาณ 6 เดือน) นับจากวันลงนาม เป็นข้อกำหนดตายตัวใน TOR ผู้เสนอราคาต้องวางแผนงานและทรัพยากรให้สอดคล้อง โดยมีกำหนดส่งมอบงวดงานชัดเจนภายใน 30, 120, และ 150 วัน -
ถาม: หลักฐานผลงาน “สัญญาเดียว” หมายความว่าอย่างไร?
ตอบ: หมายความว่าผลงานที่นำมายื่นต้องเป็นผลงานที่เกิดจากสัญญาจ้างเพียงฉบับเดียวที่มีวงเงินไม่ต่ำกว่า 1,150,000 บาท มิใช่การนำผลงานจากหลายสัญญามารวมกันเพื่อให้ได้วงเงินตาม要求 -
ถาม: หากทีมงานที่เสนอในข้อเสนอ ภายหลังไม่สามารถทำงานได้ จะสามารถเปลี่ยนตัวได้หรือไม่?
ตอบ: TOR ไม่ได้ระบุไว้ชัดเจน แต่โดยทั่วไปการเปลี่ยนตัวบุคลากรหลักอาจต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้าง (depa) ก่อน เนื่องจากเป็นส่วนสำคัญของข้อเสนอทางเทคนิคที่ได้รับการประเมิน -
ถาม: ระบบฐานข้อมูลที่พัฒนาขึ้น จะต้องโอนมอบสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาให้ depa หรือไม่?
ตอบ: TOR ฉบับนี้ไม่ระบุรายละเอียดเรื่องสิทธิ์ IP โดยตรง ควรตรวจสอบแบบสัญญาจ้างทำของแนบท้าย (เอกสารข้อ 1.3) ซึ่งน่าจะมีเงื่อนไขที่ชัดเจนเกี่ยวกับการโอนมอบสิทธิในงานที่จัดทำขึ้น -
ถาม: มีการสนับสนุนข้อมูลหรือการประสานงานจาก depa สำหรับการสำรวจหรือไม่?
ตอบ: TOR ไม่ได้ระบุการสนับสนุนข้อมูลเริ่มต้นจาก depa ไว้ชัดเจน แต่อาจมีการประสานงานทั่วไปในฐานะผู้ว่าจ้าง ผู้เสนอราคาควรออกแบบวิธีการวิจัยที่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ด้วยตนเองหรือระบุความต้องการการสนับสนุนในข้อเสนอ
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
depa
- ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
ชื่อโครงการ โครงการสํารวจข้อมูลและประเมินสถานภาพอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์และ
อุปกรณ์อัจฉริยะ และบริการดิจิทัล ประจําปี 2568 คาดการณ์แนวโน้ม 3 ปี
เงินงบประมาณโครงการ 2,300,000 บาท (สองล้านสามแสนบาทถ้วน)
ราคากลาง
2,300,000 บาท (สองล้านสามแสนบาทถ้วน) - หลักการและเหตุผล
สํานักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (สศค.) มีพันธกิจหลักในการส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาให้เกิด อุตสาหกรรมและนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ตลอดจนสนับสนุนให้ธุรกิจ วิสาหกิจชุมชน หน่วยงานและ ประชาชนนําเทคโนโลยีดิจิทัลรวมถึงข้อมูลขนาดใหญ่ไปใช้ให้เกิดประโยชน์เพื่อเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมและประเทศ โดยอุตสาหกรรมดิจิทัลประกอบไปด้วย อุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะ (Hardware and Smart Device) อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ (Software) อุตสาหกรรมบริการดิจิทัล (Digital Service) อุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ (Digital Content) การจัดทําฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และ อุตสาหกรรมโทรคมนาคม (Telecommunication) รวมถึงการหลอมรวมเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อใช้ในการ วิเคราะห์ข้อมูล ต่อยอดสู่การวางแผนและวางนโยบายทั้งภาครัฐและเอกชนในประเทศไทยให้เกิดความแม่นยํา มากขึ้น และอาจนําไปสู่การพลิกโฉมธุรกิจหรือบริการต่าง ๆ ในอนาคต ดังนั้น การสํารวจข้อมูลและประเมิน สถานภาพอุตสาหกรรมดิจิทัล จึงมีความจําเป็นอย่างยิ่งเพื่อให้ประเทศไทยมีข้อมูลสถานภาพอุตสาหกรรม ดิจิทัลของประเทศ ประกอบการพิจารณาออกแบบนนโยบาย กําหนดมาตรการส่งเสริมอุตสาหกรรมดิจิทัลโดย ภาครัฐ และแผนกลยุทธ์ของหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน
สํานักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ได้ดําเนินการสํารวจและจัดทําสถานภาพอุตสาหกรรมดิจิทัลมา
อย่างต่อเนื่อง ภายใต้ความร่วมมือกับพันธมิตรภาคเอกชน และภาครัฐที่มีภารกิจเกี่ยวเนื่องในการใช้ ประโยชน์จากข้อมูล และในปีนี้ ยังคงเห็นควรให้มีการสํารวจและจัดทําสถานภาพอุตสาหกรรมดิจิทัล เพื่อให้ ประเทศไทยมีข้อมูลอุตสาหกรรมทั้งในเชิงมูลค่า และสถานภาพทางการตลาด รวมถึงมีข้อมูลอื่น ๆ ที่จําเป็นต่อ กําหนดทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรมดิจิทัลไทยปรับเปลี่ยน รูปแบบการดําเนินธุรกิจให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ผลิตสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ และ สามารถเติบโตเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่มูลค่าอุตสาหกรรมดิจิทัลโลกทั้งปัจจุบันและอนาคต
1 - วัตถุประสงค์
3.1 เพื่อศึกษาขอบเขตและปรับปรุงนิยามอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะ บริการ ดิจิทัล ที่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และแนวทางการจัดกลุ่มของอุตสาหกรรมฯ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ให้สามารถแลกเปลี่ยนหรือเปรียบเทียบข้อมูลอุตสาหกรรมกับนานาประเทศได้
และจําแนกขนาดของธุรกิจที่สอดคล้องกับสถานภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน อันจะเป็นประโยชน์กับการจัดทํา
นโยบายหรือมาตรการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล
3.2 เพื่อศึกษาและปรับปรุงแบบจําลองการคํานวณหามูลค่าตลาด ซึ่งรวมถึงการค้าผ่านแพลตฟอร์ม ตัวกลาง หรือมีเดียแพลตฟอร์ม ของอุตสาหกรรมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะ บริการดิจิทัล และประเมินสถานภาพอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะ บริการดิจิทัล ของประเทศไทย ให้สอดคล้องกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไปจากผลของการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล
3.3 เพื่อศึกษาแนวโน้มความเปลี่ยนแปลงทั้งเชิงเทคโนโลยี โมเดลธุรกิจ ความต้องการของตลาด และ ปัจจัยบวกและลบที่ส่งผลกระทบต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะ บริการดิจิทัล อันมีผลกระทบต่อระบบนิเวศของอุตสาหกรรม สําหรับเป็นแนวทางการส่งเสริมอุตสาหกรรม ซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะ บริการดิจิทัล ในอนาคต
3.4 เพื่อศึกษาและรวบรวมข้อมูลบุคลากรดิจิทัล จําแนกตามอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์และ อุปกรณ์อัจฉริยะ บริการดิจิทัล โดยอ้างอิงรหัสและจัดประเภทบุคลากรดิจิทัลตามหลักเกณฑ์ที่เป็นที่ยอมรับใน ระดับสากล เพื่อให้สามารถแลกเปลี่ยนหรือเปรียบเทียบข้อมูลบุคลากรดิจิทัลกับนานาประเทศได้
3.5 เพื่อปรับปรุงระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่สําหรับจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการส่งเสริม อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะ บริการดิจิทัล รวมถึงการแสดงผล (Dashboard) ใน รูปแบบ Data Visualization เพื่อใช้ในการติดตามการเติบโตหรือการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม รวมทั้ง แสดงข้อมูลแนวโน้มด้านต่าง ๆ ของอุตสาหกรรมข้างต้น - ประโยชน์ของการสํารวจ
ๆ
4.1 เพื่อวางทิศทางการดําเนินงานในการส่งเสริมการตลาด การลงทุน และการพัฒนาอุตสาหกรรม ซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะ บริการดิจิทัล ในอนาคต
4.2 เพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมแนวโน้มเทคโนโลยีที่ส่งผลกระทบต่อ อุตสาหกรรม ซอฟต์แวร์ (Software) อุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะ (Hardware and Smart Device) อุตสาหกรรมบริการดิจิทัล (Digital Service)
4.3 เพื่อให้หน่วยงานทุกภาคส่วนสามารถนําข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในการวางแผน กําหนดกลยุทธ์การ ดําเนินธุรกิจหรือกิจกรรม วางกรอบนโยบายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันของประเทศไทย - คุณสมบัติของผู้เสนอราคา
5.1 ผู้เสนอราคาต้องไม่เป็นผู้ที่ถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานของทางราชการและได้แจ้งเวียนชื่อ แล้ว หรือไม่เป็นผู้ที่ได้รับผลของการสั่งให้นิติบุคคลหรือบุคคลอื่นเป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบของทางราชการ
2
5.2 ผู้เสนอราคาต้องไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้เสนอราคารายอื่น หรือไม่เป็นผู้กระทําการอัน
เป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม
5.3 ผู้เสนอราคาต้องไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาลของผู้เสนอราคาได้มีคําสั่งให้สละสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
5.4 ผู้เสนอราคาต้องไม่เป็นผู้ที่ถูกประเมินสิทธิผู้เสนอราคาในสถานะที่ห้ามเข้าเสนอราคาและห้ามทํา
สัญญาตามที่ กวพ. กําหนด
5.5 ผู้เสนอราคาต้องเป็นนิติบุคคล
5.6 ผู้เสนอราคามีความเชี่ยวชาญในการทําวิจัยหรือสํารวจตลาด หรืออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ งานดังกล่าว โดยมีประสบการณ์ในการทํางานไม่น้อยกว่า 3 ปี โดยจะต้องมีผลงานที่เกี่ยวกับการวิจัยหรือการ สํารวจความเห็นผู้ประกอบการด้านอุตสาหกรรม ในวงเงินไม่น้อยกว่า 1,150,000 (หนึ่งล้านหนึ่งแสนห้าหมื่น บาทถ้วน) ซึ่งเป็นสัญญาเดียวที่ได้จัดทําสําเร็จมาแล้วภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี นับถัดจากวันที่ยื่นข้อเสนอ อย่างน้อย 2 สัญญา และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ หน่วยงานราชการ หรือเอกชน และสํานักงานฯ ขอสวงนสิทธิ์ที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริง
5.7 ผู้เสนอราคาต้องมีบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ ประกอบด้วย
5.7.1 บุคลากรด้านการวิจัย การสัมภาษณ์ อย่างน้อย 3 คน และมีประสบการณ์ทํางานที่เกี่ยวข้อง
กับงานดังกล่าว อย่างน้อย 3 ปี
5.7.2 บุคลากรต้องมีความรู้ด้านเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับงานดังกล่าว อย่างน้อย
2 คน และมีประสบการณ์ทํางานที่เกี่ยวข้องกับงานดังกล่าว อย่างน้อย 3 ปี - หลักฐานการเสนอราคา
6.1 ส่วนที่ 1 อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
6.1.1 ในกรณีผู้เสนอราคาเป็นนิติบุคคล
(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจํากัด ให้ยื่นสําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติ บุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้มีอํานาจควบคุม (ถ้ามี) พร้อมรับรองสําเนาถูกต้อง (ข) บริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัด ให้ยื่นสําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติ บุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ ผู้มีอํานาจควบคุม (ถ้ามี) และ บัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) พร้อมรับรองสําเนาถูกต้อง
6.1.2 ในกรณีผู้เสนอราคาเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ยื่นสําเนาบัตร ประจําตัวประชาชนของผู้นั้น สําเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สําเนา บัตรประจําตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน พร้อมทั้งรับรองสําเนาถูกต้อง
6.1.3 ในกรณีผู้เสนอราคาเป็นผู้เสนอราคาร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่นสําเนาสัญญาของ การเข้าร่วมค้า สําเนาบัตรประจําตัวประชาชนของผู้ร่วมค้า และในกรณีที่ผู้เข้าร่วมค้าฝ่าย ใดเป็นบุคคลธรรมดาที่มิใช่สัญชาติไทย ก็ให้ยื่นสําเนาหนังสือเดินทาง หรือผู้ร่วมค้าฝ่ายใด เป็นนิติบุคคลให้ยื่นเอกสารตามที่ระบุไว้ในข้อ (1)
3
6.2 ส่วนที่ 2 อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
6.2.1 แค็ตตาล็อกและหรือแบบรูปรายการละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
6.2.2 หนังสือมอบอํานาจซึ่งปิดอากรแสตมป์ตามกฎหมายในกรณีที่ผู้เสนอราคามอบอํานาจให้
บุคคลอื่นลงนามในใบเสนอราคาแทน
6.2.3 เอกสารหนังสือรับรองการทํางาน หรือสําเนาสัญญาจ้างผลงานที่เกี่ยวกับการวิจัยหรือการ สํารวจความเห็น ในวงเงินไม่น้อยกว่า 1,150,000 (หนึ่งล้านหนึ่งแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) ซึ่งเป็นสัญญา เดียวที่ได้จัดทําสําเร็จมาแล้วภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี นับถัดจากวันที่ยื่นข้อเสนออย่างน้อย 2 สัญญา และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ หน่วยงานราชการ เอกชนที่สํานักงาน เชื่อถือ และสํานักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลขอสวงนสิทธิ์ที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริง
6.2.4 เอกสารที่แสดงว่าผู้เสนอราคา มีบุคลากรผู้เชี่ยวชาญในการดําเนินการวิจัย การสํารวจ ตลาดอุตสาหกรรมดิจิทัล หรือด้านเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับงานดังกล่าว ผู้เสนอราคาต้องมีบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ ประกอบด้วย
(1) บุคลากรด้านการวิจัย การสัมภาษณ์ อย่างน้อย 3 คน และมีประสบการณ์ทํางานที่ เกี่ยวข้องกับงานดังกล่าว อย่างน้อย 3 ปี
(2) บุคลากรต้องมีความรู้ด้านเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับงานดังกล่าว อย่างน้อย 2 คน และมีประสบการณ์ทํางานที่เกี่ยวข้องกับงานดังกล่าว อย่างน้อย 3 ปี ทั้งนี้ รายละเอียดของผู้เชี่ยวชาญ/ ที่ปรึกษา/ ทีมงาน โดยมีรายละเอียดดังนี้
ชื่อ-สกุล
ประสบการณ์ พร้อมทั้งหน้าที่ของบุคลากร และทีมงาน ทักษะความเชี่ยวชาญ / ชํานาญพิเศษ
ตัวอย่างงานวิจัยของ Project Manager ที่ผ่านมา
6.2.5 เอกสารการนําเสนอผลงานกรอบแนวคิด วิธีการวิจัยโครงการดังกล่าว และ/หรือผลงานที่ หน่วยงานของท่านมีประสบการณ์ดําเนินงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการดังกล่าว ในรูปแบบ
ของรายงาน และ Presentation - ขอบเขตการดําเนินงาน
เพื่อให้การดําเนินงานบรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการสํารวจข้อมูลและประเมินสถานภาพตลาด
ของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะ บริการดิจิทัล แบ่งเป็น 3 อุตสาหกรรมย่อย อันประกอบด้วย 1) ซอฟต์แวร์ (Software) 2) ฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะ (Hardware and Smart Device) 3) บริการดิจิทัล (Digital Service) ปี 2568 และคาดการณ์แนวโน้ม 3 ปี ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินงาน ตามขอบเขตการดําเนินงาน ดังต่อไปนี้
7.1 ด้านสถานภาพอุตสาหกรรม
7.1.1 ศึกษาขอบเขตและเสนอปรับปรุงนิยามอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์ อัจฉริยะ บริการดิจิทัล ที่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่เป็นที่
4
ยอมรับในระดับสากล ให้สามารถแลกเปลี่ยนหรือเปรียบเทียบข้อมูลอุตสาหกรรมดิจิทัลกับ
นานาประเทศได้
7.1.2 ศึกษา วิเคราะห์ระบบนิเวศ (Ecosystem) ห่วงโซ่มูลค่า (Value chain) และสถานภาพขีด ความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมดิจิทัล โดยจําแนกผู้เล่นในระบบนิเวศอย่าง ชัดเจน อย่างน้อยที่สุดในเชิงจํานวน ขนาด และลักษณะการให้บริการ
7.1.3 ศึกษาและวิเคราะห์แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงสถานภาพตลาดของต่างประเทศ และ เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะ บริการดิจิทัล ในยุค ดิจิทัลในเชิงเทคโนโลยี และธุรกิจ ทั้งแนวโน้มของไทยและแนวโน้มในต่างประเทศโดยอ้างอิง แหล่งที่มาอย่างชัดเจน
7.1.4 จัดทําระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่สําหรับจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลที่สื่อให้เห็นสถานภาพ อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะ บริการดิจิทัล ที่แสดงผลข้อมูลใน รูปแบบที่เหมาะสม ง่ายต่อการทําความเข้าใจ
7.1.5 ออกแบบสถาปัตยกรรมระบบการจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ ที่ทําให้เห็นภาพรวม
ของแหล่งข้อมูล ประเภทข้อมูล การเก็บบันทึก การจัดเตรียม และการประมวลผลข้อมูล 7.1.6 วิเคราะห์ปัญหา อุปสรรค ความต้องการ และข้อเสนอแนะของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์
ฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะ บริการดิจิทัล
7.2 ด้านมูลค่าตลาด
7.2.1 จัดเก็บและวิเคราะห์มูลค่าตลาดของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะ บริการดิจิทัล ด้านมูลค่าตลาดในส่วนของมูลค่าผลิตและมูลค่าการใช้ ปี 2568 และ คาดการณ์แนวโน้ม 3 ปี โดยจําแนกตามกลุ่มผู้ใช้ รายได้ของกิจการ หรือจําแนกตาม รูปแบบอื่น ๆ ที่เหมาะสม และได้รับการยอมรับจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
7.2.2 จัดเก็บและวิเคราะห์มูลค่าการนําเข้าและมูลค่าการส่งออกของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะ บริการดิจิทัล ปี 2558 โดยจําแนกตามประเภทสินค้าและ บริการ หรือจําแนกตามรูปแบบอื่น ๆ ที่เหมาะสม
7.2.3 จัดทํา Model การคํานวณมูลค่าอุตสาหกรรม และมูลค่าจําแนกตามประเภทธุรกิจ และ
ช่องทางการจัดจําหน่าย เป็นต้น โดยการผูกสูตรคํานวณที่พร้อมใช้งาน
7.2.4 จัดทําข้อมูลปัญหา อุปสรรค ความต้องการ และข้อเสนอแนะของอุตสาหกรรม
7.3 ด้านสถานภาพบุคลากรดิจิทัล
7.3.1 กําหนดนิยามและจัดกลุ่มประเภทบุคลากรดิจิทัลของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์และ อุปกรณ์อัจฉริยะ บริการดิจิทัล โดยจัดประเภทบุคลากรดิจิทัลตามหลักเกณฑ์ มาตรฐานสากล เพื่อให้สามารถแลกเปลี่ยนหรือเปรียบเทียบข้อมูลบุคลากรดิจิทัลกับ นานาประเทศได้
55๑.
ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
O (ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจํากัด
- สําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
ไฟล์ข้อมูล……… - บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
ไฟล์ข้อมูล….
O (ข) บริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัด - สําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
ไฟล์ข้อมูล…… - สําเนาหนังสือบริคณห์สนธิ
ไฟล์ข้อมูล… - บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ
ไฟล์ข้อมูล…… บัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) O ไม่มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ไฟล์ข้อมูล……
๒. ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอไม่เป็นนิติบุคคล
๓.
O (ก) บุคคลธรรมดา - สําเนาบัตรประจําตัวประชาชนของผู้นั้น
ไฟล์ข้อมูล……
O (ข) คณะบุคคล - สําเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน
- สําเนาบัตรประจําตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน
ไฟล์ข้อมูล……
ไฟล์ข้อมูล……..
ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า - สําเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า
ไฟล์ข้อมูล…..
(ก) ในกรณีผู้ร่วมค้าเป็นบุคคลธรรมดา - บุคคลสัญชาติไทย
สําเนาบัตรประจําตัวประชาชน
ไฟล์ข้อมูล
บุคคลที่มิใช่สัญชาติไทย
ขนาดไฟล์…….
ขนาดไฟล์……………
ขนาดไฟล์……
ขนาดไฟล์………..
ขนาดไฟล์……
ขนาดไฟล์………..
….. ขนาดไฟล์
….. ขนาดไฟล์…….
ขนาดไฟล์
…..uunalw………
ขนาดไฟล์
ขนาดไฟล์…….
สําเนาหนังสือเดินทาง
ไฟล์ข้อมูล………..
…..vunalw…….. - ๒
O (ข) ในกรณีผู้ร่วมค้าเป็นนิติบุคคล - ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจํากัด
สําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
ไฟล์ข้อมูล..
บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
ไฟล์ข้อมูล…
บริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัด
สําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
ไฟล์ข้อมูล…… - สํานาหนังสือบริคณห์สนธิ
- บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ
ไฟล์ข้อมูล……..
ไฟล์ข้อมูล..
บัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี)
ไม่มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่
…..vunalw……..
ขนาดไฟล์…..
ขนาดไฟล์
……………….
ขนาดไฟล์…….
ขนาดไฟล์…………..
ขนาดไฟล์……
มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่
ไฟล์……………..
ขนาดไฟล์………
๔. แบบตรวจสอบข้อมูลของผู้ประกอบการที่จะเข้าร่วมการเสนอราคาในโครงการที่มีวงเงินจัดซื้อ
จัดจ้างตั้งแต่ ๓๐๐ ล้านบาทขึ้นไป
ไฟล์ข้อมูล
ขนาดไฟล์…..
๕. แบบข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) ความร่วมมือป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (สําหรับส่วนราชการ/รัฐวิสาหกิจ/องค์การมหาชน/หน่วยงานของรัฐและภาคเอกชน) กรณีโครงการ จัดซื้อจัดจ้างที่มีวงเงินตั้งแต่ ๑,๐๐๐ ล้านบาทขึ้นไป
0 5. อื่น ๆ (ถ้ามี)
ไฟล์ข้อมูล……
ไฟล์ข้อมูล…….
ไฟล์ข้อมูล……
ขนาดไฟล์……..
ขนาดไฟล์……
ขนาดไฟล์…….
ข้าพเจ้าขอรับรองว่า เอกสารหลักฐานที่ข้าพเจ้ายื่นพร้อมการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในการคัดเลือกครั้งนี้ถูกต้องและเป็นความจริงทุกประการ
ลงชื่อ…….
ผู้ยื่นข้อเสนอ
(…………….0
0
0
0
0
บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
๑. แค็ตตาล็อกและหรือแบบรูปรายการละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
ไฟล์ข้อมูล…..
ขนาดไฟล์…….
๒. สําเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) (ถ้ามี)
ไฟล์ข้อมูล…
ขนาดไฟล์……
๓. สรุปรายละเอียดประกอบการอธิบายเอกสารตามที่หน่วยงานของรัฐกําหนดให้จัดส่งภายหลังวันเสนอ
ราคา เพื่อใช้ในประกอบการพิจารณา (ถ้ามี) ดังนี้
๓.๑
ไฟล์ข้อมูล
๓.๒ ……
ไฟล์ข้อมูล……
๔. อื่นๆ (ถ้ามี)
……….
ไฟล์ข้อมูล……
๔.๒……..
ไฟล์ข้อมูล……
๔.๓……….
ขนาดไฟล์……
ขนาดไฟล์………………….
ขนาดไฟล์……………….
ขนาดไฟล์…..
ไฟล์ข้อมูล….
ข้าพเจ้าขอรับรองว่าเอกสารหลักฐานที่ข้าพเจ้าได้ยื่นมาพร้อมการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ
จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในการคัดเลือกครั้งนี้ถูกต้องและเป็นความจริงทุกประการ
ลงชื่อ….
น
……………….
ขนาดไฟล์………………บทนิยาม
“ผลงาน” หมายความว่า ผลงานที่ใช้เทคนิคในการดําเนินการอย่างเดียวกันกับงานที่
ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
และต้องคํานึงถึงมูลค่าของราคาค่างานที่ผู้ยื่นข้อเสนอเคยดําเนินการมาแล้ว
ซึ่งการจะเห็นถึงขีดความสามารถนี้ได้ก็ย่อมจะต้องเป็นการบริหารงานภายใต้การจ้างครั้งเดียวมิใช่การจ้าง
ในหลาย ๆ ครั้งมารวมกัน โดยผลงานที่นํามายื่นจึงต้องเป็นผลงานของผู้ยื่นข้อเสนอในสัญญาเดียวเท่านั้น
และเป็นสัญญาที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้ทํางานแล้วเสร็จตามสัญญาที่ได้มีการส่งมอบงานและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
ซึ่งหนังสือรับรองผลงานก่อสร้างดังกล่าว หน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานเอกชนซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างจะต้องเป็น ผู้ออกหนังสือรับรองผลงานก่อสร้างให้กับผู้ยื่นข้อเสนอ(สําเนา)
ประกาศสํานักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล
เรื่อง ประกวดราคาจ้างโครงการสํารวจข้อมูลและประเมินสถานภาพอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์และ อุปกรณ์อัจฉริยะ และบริการดิจิทัล ประจําปี ๒๕๖๘ คาดการณ์แนวโน้ม ๓ ปี ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
สํานักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างโครงการสํารวจข้อมูล และประเมินสถานภาพอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะ และบริการดิจิทัล ประจําปี ๒๕๖๘ คาดการณ์แนวโน้ม ๓ ปี ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ราคากลางของงานจ้าง ใน การประกวดราคาครั้งนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น ๒,๓๐๐,000.00 บาท (สองล้านสามแสนบาทถ้วน) จํานวน ๑
รายการ
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอโดยแสดงหลักฐานถึงขีดความสามารถและความพร้อมที่มีอยู่ใน
วันยื่นข้อเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
Q.
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติให้เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กําหนด ๒. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐ น. ถึง ๑๒.๐๐ น. ซึ่งสามารถจัดเตรียมเอกสารข้อเสนอได้ตั้งแต่วันที่
ประกาศจนถึงวันเสนอราคา
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเข้านําเสนอข้อเสนอทางด้านเทคนิคให้สํานักงานพิจารณา ในวันที่
๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ เวลา ๑๓.๓๐ น. ณ สํานักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล เลขที่ ๒๓๔/๔๓๑ ซอย ลาดพร้าว ๑๐ ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร (โดยลําดับการนําเสนองานจะอ้างอิง ตามลําดับการเสนอราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์)
ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เลขที่
EBo๑๕/๒๕๖๙ ลงวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๙ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ได้ตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงวันเสนอราคา ได้ที่เว็บไซต์ www.depa.or.th หรือ www.gprocurement.go.th หรือ www.gprocurement.go.th
๔. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องชําระเงินค่าซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ในราคาชุดละ ๕๐๐.๐๐ บาท (ห้าร้อยบาทถ้วน) ตั้งแต่วันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ถึงวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
ประกาศ ณ วันที่ ๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๙
ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ (นายณัฐพล นิมมานพัชรินทร์)
ผู้อํานวยการสํานักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล
สําเนาถูกต้อง
ธนกฤต อุดมพรสุขสันต์ (นายธนกฤต อุดมพรสุขสันต์) ผู้อํานวยการฝ่ายบริหารการคลังและบริการ
กลาง
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
โดย นายธนกฤต อุดมพรสุขสันต์ ผู้อํานวยการ
ฝ่ายบริหารการคลังและบริการกลาง(สำเนา)
เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
เลขที่ EB๐๑๕/๒๕๖๙
การจ้างโครงการสำรวจข้อมูลและประเมินสถานภาพอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์ อัจฉริยะ และบริการดิจิทัล ประจำปี ๒๕๖๘ คาดการณ์แนวโน้ม ๓ ปี
ตามประกาศ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล
ลงวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “สำนักงาน” มีความประสงค์จะ ประกวดราคาจ้างโครงการสำรวจข้อมูลและประเมินสถานภาพอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์ อัจฉริยะ และบริการดิจิทัล ประจำปี ๒๕๖๘ คาดการณ์แนวโน้ม ๓ ปี ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e bidding) ตามรายการ ดังนี้
จ้างโครงการสำรวจข้อมูลและ
ประเมินสถานภาพอุตสาหกรรม
ซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์
อัจฉริยะ และบริการดิจิทัล ประจำปี
๒๕๖๘ คาดการณ์แนวโน้ม ๓ ปี
โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้
จำนวน ๑ งาน
๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๑.๑ ขอบเขตของงาน
๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาจ้างทำของ
๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
(๑) หลักประกันสัญญา
๑.๕ บทนิยาม
(๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
(๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
(๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
๑.๗ แผนการทำงาน
๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
๒.๗ เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ สำนักงาน ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขัน อย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง ในวงเงิน ไม่น้อยกว่า ๑,๑๕๐,๐๐๐.๐๐ บาท (หนึ่งล้านหนึ่งแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรง กับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ สำนักงาน เชื่อถือ
๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้ เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง
เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน นามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้ เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๑ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ
มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ
ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา ๖. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง
พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๒.๑๔ ผู้เสนอราคามีความเชี่ยวชาญในการทำวิจัยหรือสำรวจตลาด หรืออุตสาหกรรมที่ เกี่ยวข้องกับงานดังกล่าว โดยมีประสบการณ์ในการทำงานไม่น้อยกว่า ๓ ปี โดยจะต้องมีผลงานที่เกี่ยวกับการ วิจัยหรือการสำรวจความเห็นผู้ประกอบการด้านอุตสาหกรรม ในวงเงินไม่น้อยกว่า ๑,๑๕๐,๐๐๐ (หนึ่งล้าน หนึ่งแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) ซึ่งเป็นสัญญาเดียวที่ได้จัดทำสำเร็จมาแล้วภายในระยะเวลาไม่เกิน ๕ ปี นับถัดจาก วันที่ยื่นข้อเสนออย่างน้อย ๒ สัญญา และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ หน่วยงานราชการ หรือเอกชน และสำนักงานฯ ขอสวงนสิทธิ์ที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริง
๒.๑๕ ผู้เสนอราคาต้องมีบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ ประกอบด้วย
๒.๑๕.๑ บุคลากรด้านการวิจัย การสัมภาษณ์ อย่างน้อย ๓ คน และมีประสบการณ์ ทำงานที่เกี่ยวข้องกับงานดังกล่าว อย่างน้อย ๓ ปี
๒.๑๕.๒ บุคลากรต้องมีความรู้ด้านเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับงานดัง กล่าว อย่างน้อย ๒ คน และมีประสบการณ์ทำงานที่เกี่ยวข้องกับงานดังกล่าว อย่างน้อย ๓ ปี ๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
(ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย
ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๑ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อ เสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือ มีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน ทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ
ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ เอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา (๕) สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ (ถ้ามี)
(๖) สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ถ้ามี)
(๗) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอมอบอำนาจให้บุคคลอื่นกระทำการแทนให้แนบ หนังสือมอบอำนาจซึ่งติดอากรแสตมป์ตามกฎหมาย โดยมีหลักฐานแสดงตัวตนของผู้มอบอำนาจและผู้รับ มอบอำนาจ ทั้งนี้ หากผู้รับมอบอำนาจเป็นบุคคลธรรมดาต้องเป็นผู้ที่บรรลุนิติภาวะตามกฎหมายแล้วเท่านั้น (๒) สำเนาหนังสือรับรองผลงานประเภทเดียวกันกับงานจ้างประกวดราคา (๓) แค็ตตาล็อกและหรือแบบรูปรายการละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ (๔) ข้อเสนอทางด้านเทคนิค
(๕) เอกสารการนำเสนอผลงานกรอบแนวคิด วิธีการวิจัยโครงการดังกล่าว และ/ หรือผลงานที่หน่วยงานของท่านมีประสบการณ์ดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการดังกล่าว ในรูปแบบของ รายงาน และ Presentation
(๖) เอกสารที่แสดงว่าผู้เสนอราคาต้องมีบุคลากรผู้เชี่ยวชาญในการดำเนินการ วิจัย การสำรวจตลาดอุตสาหกรรมดิจิทัล หรือด้านเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับงานดัง
กล่าว ผู้เสนอราคาต้องมีบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ ประกอบด้วย
(๖.๑) บุคลากรด้านการวิจัย การสัมภาษณ์ อย่างน้อย ๓ คน และมี ประสบการณ์ทำงานที่เกี่ยวข้องกับงานดังกล่าว อย่างน้อย ๓ ปี
(๖.๒) บุคลากรต้องมีความรู้ด้านเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ งานดังกล่าว อย่างน้อย ๒ คน และมีประสบการณ์ทำงานที่เกี่ยวข้องกับงานดังกล่าว อย่างน้อย ๓ ปี ทั้งนี้ รายละเอียดของผู้เชี่ยวชาญ/ ที่ปรึกษา/ ทีมงาน โดยมีรายละเอียดดังนี้ - ชื่อ-สกุล
- ประสบการณ์ พร้อมทั้งหน้าที่ของบุคลากร และทีมงาน - ทักษะความเชี่ยวชาญ / ชำนาญพิเศษ
- ตัวอย่างงานวิจัยของ Project Manager ที่ผ่านมา (๗) เอกสารหนังสือรับรองการทำงาน หรือสำเนาสัญญาจ้างผลงานที่เกี่ยวกับ การวิจัยหรือการสำรวจความเห็น ในวงเงินไม่น้อยกว่า ๑,๑๕๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งล้านหนึ่งแสนห้าหมื่นบาท ถ้วน) ซึ่งเป็นสัญญาเดียวที่ได้จัดทำสำเร็จมาแล้วภายในระยะเวลาไม่เกิน ๕ ปี นับถัดจากวันที่ยื่นข้อเสนอ อย่างน้อย ๒ สัญญา และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ หน่วยงานราชการ เอกชนที่ สำนักงานเชื่อถือ และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลขอสวงนสิทธิ์ที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริง (๘) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔. การเสนอราคา
๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วย อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้อง กรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอโดย ไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้ ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอราคา
โดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคามิได้ ๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน ๑๘๐ วัน นับ ถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
๔.๔ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญารายละเอียด ขอบเขตของ งานฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตาม เงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐ น. ถึง ๑๒.๐๐ น. และเวลาในการ เสนอราคาให้ถือตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเข้านำเสนอข้อเสนอทางด้านเทคนิคให้สำนักงานพิจารณา ในวัน ที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ เวลา ๑๓.๓๐ น. ณ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล เลขที่ ๒๓๔/๔๓๑ ซอยลาดพร้าว ๑๐ ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร (โดยลำดับการนำเสนองานจะ อ้างอิงตามลำดับการเสนอราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์)
เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และ การเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่สำนักงานผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๗ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณาข้อ เสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะ กรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการ พิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และสำนักงาน จะพิจารณา ลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่สำนักงานจะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ ริเริ่มให้มีการกระทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของสำนักงาน ๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
(๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี)
รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
(๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กำหนด
(๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th (๖) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องชำระเงินค่าซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ใน ราคาชุดละ ๕๐๐.๐๐ บาท (ห้าร้อยบาทถ้วน) ผ่านช่องทางการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทยจำกัด (มหาชน) เลขที่บัญชี ๙๕๕๐๑๐๓๖๒๕ ชื่อบัญชีสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ตั้งแต่วันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ถึงวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙และส่งหลักฐานการชำระเงินกับธนาคารมาให้ สำนักงาน ตรวจสอบ ความถูกต้อง โดยส่งไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์มาที่ [email protected] ตั้งแต่วันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ถึงวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ โดยการชำระเงินและส่งหลักฐานการชำระเงินในวันสุดท้าย ให้ดำเนินการภายในเวลา ๑๖.๓๐ น.
หากปรากฎว่า ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดดำเนินการเป็นไปตามกรณีหนึ่งกรณีใด ดังต่อไปนี้ ให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นไม่มีสิทธิ์ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนั้น และหน่วยงานของ รัฐต้องไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายดังกล่าว
(๑) ไม่ชำระค่าซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือชำระไม่ ครบถ้วน
(๒) ชำระค่าซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ในวันหรือเวลาอื่น นอกเหนือจาก วันและเวลาที่กำหนดในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นการชำระก่อนถึงวัน และเวลาที่กำหนดหรือเมื่อพ้นวันและเวลาที่กำหนดแล้ว
(๓) ไม่ได้ส่งหลักฐานการชำระเงินตามช่องทางที่กำหนดไว้ในเอกสาร ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์มาให้หน่วยงานของรัฐตรวจสอบความถูกต้อง ภายในวันและเวลาที่กำหนดไว้ใน เอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๔.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายใน ประเทศ โดยยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลา ดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน ๖๐ วัน
๔.๑๐ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๓๐ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา เว้นแต่เป็นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือ ที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา ๕. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
๕.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ สำนักงาน จะพิจารณาตัดสินโดยใช้ เกณฑ์ขั้นต่ำร่วมกับเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น
๕.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
กรณีใช้เกณฑ์ขั้นต่ำร่วมกับเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่นในการพิจารณาผู้ชนะ การยื่นข้อเสนอ โดยจะพิจารณาให้คะแนนและน้ำหนักข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่นผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ ตามที่หน่วยงานกำหนด ตามที่หน่วยงานกำหนดดังนี้
๕.๒.๑ จ้างโครงการสำรวจข้อมูลและประเมินสถานภาพอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะ และบริการดิจิทัล ประจำปี ๒๕๖๘ คาดการณ์แนวโน้ม ๓ ปี (๑) ราคาที่ยื่นข้อเสนอ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๒๐.๐๐ โดยมี วิธีการให้คะแนน ดังนี้ ๑๐๐ - (((ราคาของผู้เสนอราคา - ราคาต่ำสุด)/ราคาต่ำสุด) * ๑๐๐) (๒) ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนอื่นๆ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๘๐.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้
๑.ประสบการณ์/ผลงานที่ผ่านมา/ ความเชี่ยวชาญของบุคลากร (๒๐)
๒.ข้อมูลกรอบแนวคิด วิธีการวิจัยที่มีความครบถ้วนตามขอบเขตของการดำเนินงาน (๕๐) ๓.ฐานข้อมูลและการแสดงผล Dashboard (๑๐)
๔.ดำเนินการจัดงานแถลงผลฯ ในรูปแบบออนไลน์หรือออฟไลน์ (๑๐)
๕.ควบคุมคุณภาพการดำเนินงาน (๕)
๖.ความสมบูรณ์ในการจัดลำดับในการนำเสนอ ความละเอียดของเนื้อหา ความครบถ้วนของเนื้อหา พร้อม อ้างอิงแหล่งที่มา (๕)
โดยกำหนดให้น้ำหนักรวมทั้งหมดเท่ากับร้อยละ ๑๐๐ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องได้ คะแนนข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่นผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำร้อยละ ๘๐.๐๐ ขึ้นไป
๕.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ ขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่สำนักงานกำหนดไว้ในประกาศ และเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้ เปรียบเสียเปรียบต่อ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการพิจารณาผลฯ อาจ พิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
๕.๔ สำนักงานสงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการผ่อนผัน ในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย อิเล็กทรอนิกส์
(๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวด อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น (๓) ไม่ชำระค่าซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือชำระไม่ครบถ้วน
(๔) ชำระค่าซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ในวันหรือเวลาอื่น นอกเหนือจากวันและเวลาที่กำหนดในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นการชำระก่อนถึงวัน และเวลาที่กำหนด หรือเมื่อพ้นวันและเวลาที่กำหนดแล้ว
(๕) ไม่ได้ส่งหลักฐานการชำระเงินตามช่องทางที่กำหนดในเอกสาร ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์มาให้หน่วยงานของรัฐตรวจสอบความถูกต้อง ภายในวันและเวลาที่กำหนดไว้ใน เอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๕.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือสำนักงาน มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ สำนักงานมีสิทธิที่จะ ไม่รับข้อเสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ๕.๖ สำนักงานทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคา ที่ เสนอทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจ จะยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อ ประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของสำนักงานเป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียก ร้องค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งสำนักงานจะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ และลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่ เชื่อถือได้ว่าการยื่นข้อเสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมายื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น
ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่ อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือสำนักงาน จะให้ผู้ ยื่นข้อเสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการตามเอกสาร ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ สำนักงาน มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอ หรือไม่รับราคาของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหาย ใดๆ จากสำนักงาน
๕.๗ ก่อนลงนามในสัญญาสำนักงาน อาจประกาศยกเลิกการประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใด ในการเสนอราคา
๖. การทำสัญญาจ้าง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุใน ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับสำนักงาน ภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวาง หลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้สำนัก งานยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
๖.๑ เงินสด
๖.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่สำนักงาน ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ลงวันที่ที่ ใช้เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้น ไม่เกิน ๓ วัน ทำการ ๖.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง กำหนด
๖.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) ๖.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่งสำนักงาน ได้รับ มอบไว้แล้ว
๗. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
สำนักงาน จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่าย ทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง โดยแบ่งออกเป็น ๔ งวดดังนี้ งวดที่ ๑ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานและ ส่งมอบงานตามขอบเขตงานงวดที่ ๑ ให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วัน
งวดที่ ๒ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๓๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานและ ส่งมอบงานตามขอบเขตงานงวดที่ ๒ ให้แล้วเสร็จภายใน ๑๒๐ วัน
งวดที่ ๓ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๓๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานและ ส่งมอบงานตามขอบเขตงานงวดที่ ๓ ให้แล้วเสร็จภายใน ๑๕๐ วัน
งวดสุดท้าย เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๓๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ทั้งหมดให้แล้วเสร็จเรียบร้อยตามสัญญาหรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ และ สำนักงาน ได้ตรวจรับมอบงานจ้าง เรียบร้อยแล้ว
๘. อัตราค่าปรับ
ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลง จ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
๘.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับ อนุญาตจากสำนักงาน จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงาน จ้างช่วงนั้น
๘.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๘.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็น รายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้าง
๙. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
๙.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ สำนักงานได้รับอนุมัติเงินค่าจ้างจากเงิน งบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ แล้วเท่านั้น
๙.๒ เมื่อสำนักงานได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลงจ้างตาม การประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามาจากต่าง ประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ตาม ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
(๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
(๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดย เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
(๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
๙.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งสำนักงานได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็น หนังสือภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ สำนักงานจะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้ ออกหนังสือค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้ง จะพิจารณาให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ๙.๔ สำนักงานสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบสัญญาหรือ ข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
๙.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของสำนักงาน คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อ เสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
๙.๖ สำนักงาน อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จะ เรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากสำนักงานไม่ได้
(๑) สำนักงานไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้รับจัดสรร แต่ ไม่เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
(๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่น ใด ในการเสนอราคา
(๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่สำนักงาน หรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
(๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
๙.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
๑๐. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
๑๑. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
สำนักงาน สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการ คัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับสำนักงาน ไว้ชั่วคราว
สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล
๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
สำเนาถูกต้อง
ธนกฤต อุดมพรสุขสันต์
(นายธนกฤต อุดมพรสุขสันต์)
ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารการคลังและบริการ
กลาง
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
โดย นายธนกฤต อุดมพรสุขสันต์ ผู้อำนวยการ
ฝ่ายบริหารการคลังและบริการกลาง