ประกวดราคาจ้างโครงการจ้างเหมาบริการบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ต่อพ่วง และระบบเครือข่าย
กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดประกวดราคาจ้างเหมาบริการบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ต่อพ่วง และระบบเครือข่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ด้วยวิธี e-bidding โดยมีงบประมาณราคากลาง 1,870,538.33 บาท
ขอบเขตงานครอบคลุมการให้บริการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) และซ่อมแซมแก้ไขปัญหา (Corrective Maintenance) สำหรับอุปกรณ์ไอทีทั้งหมดของกรม ณ ที่ตั้งจริง ซึ่งรวมถึง เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Server), เครื่องลูกข่าย (Client), โน้ตบุ๊ก, อุปกรณ์ต่อพ่วง (จอภาพ, แป้นพิมพ์, เมาส์, เครื่องพิมพ์, สแกนเนอร์) และอุปกรณ์ระบบเครือข่ายและเครื่องสำรองไฟ (UPS) ตามรายการในภาคผนวก ก. และ ข.
วัตถุประสงค์หลักคือ เพื่อให้อุปกรณ์ไอทีมีประสิทธิภาพและพร้อมใช้งานตลอดเวลา ลดข้อขัดข้องในการทำงาน โดยผู้รับจ้างต้องจัดส่งบุคลากรมาปฏิบัติงานประจำ 2 คน และมีที่ปรึกษาระบบเครือข่ายอีกอย่างน้อย 1 คน พร้อมให้คำปรึกษาและแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วทันที โดยมีเงื่อนไขการตอบสนองและแก้ไขปัญหาที่ชัดเจน เช่น การแก้ไขปัญหาที่เครื่องแม่ข่ายภายใน 3 ชั่วโมงหลังแจ้ง และจัดหาอุปกรณ์ทดแทนชั่วคราวหากซ่อมไม่สำเร็จภายใน 24 ชั่วโมง
English summary
The Department of Trade Negotiations (DTN) is inviting bids for an annual maintenance, repair, and troubleshooting service contract for computer equipment, peripherals, and network systems for the fiscal year 2026 via e-bidding. The approved budget for this project is 1,870,538.33 Baht.
The scope of work encompasses comprehensive on-site preventive and corrective maintenance services for all IT assets listed in the appendices. This includes servers, client computers (desktops), notebooks, peripherals (monitors, keyboards, mice, printers, scanners), and network devices/UPS units.
The primary objectives are to ensure all equipment operates at peak efficiency with maximum uptime, minimizing disruptions to staff operations and public services. The winning bidder must station two qualified technicians on-site and provide access to at least one network consultant. The contract stipulates strict service level agreements, such as responding to server issues within 3 hours of notification and providing temporary replacement equipment if repairs are not completed within 24 hours.
กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ของกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศมีประสิทธิภาพอยู่เสมอ และสามารถให้บริการประชาชนและสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ได้อย่างต่อเนื่อง
- เพื่อบํารุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย เครื่องคอมพิวเตอร์ลูกข่าย อุปกรณ์ต่อพ่วง และอุปกรณ์ระบบเครือข่าย ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา
- เพื่อให้คําปรึกษา ข้อเสนอแนะ และแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว ทันเวลา
ขอบเขตของงาน
- การจัดบุคลากร:
- จัดส่งบุคลากรมาปฏิบัติงานประจํา ณ กรมฯ จำนวน 2 คน โดยต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนด (วุฒิการศึกษาและประสบการณ์)
- จัดให้มีที่ปรึกษาด้านระบบเครือข่ายอย่างน้อย 1 คน (ไม่ต้องปฏิบัติงานประจำ) โดยต้องมีใบรับรองมาตรฐานสากล เช่น CCNA, CompTIA Network+ เป็นต้น
- บริการสําหรับเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Server):
- บริการดูแล บํารุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) ทั้ง Hardware และ Software ณ ที่ตั้ง
- ตรวจสอบประสิทธิภาพการทํางานและลบไฟล์ขยะ โดยแจ้งเจ้าหน้าทีล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วันทำการ
- กรณีชำรุด: ตรวจสอบแก้ไขปัญหาภายใน 3 ชั่วโมงนับจากได้รับแจ้ง
- หากซ่อมไม่สำเร็จภายใน 24 ชั่วโมง: จัดหาอุปกรณ์ทดแทนชั่วคราวที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่าหรือดีกว่ามาติดตั้งให้ใช้ได้จนกว่าจะซ่อมเสร็จ
- หากซ่อมแซมไม่ได้: จัดหาอุปกรณ์ใหม่ที่มีคุณสมบัติเทียบเท่าหรือดีกว่าเปลี่ยนทดแทนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย (ต้องเสนอขอความเห็นชอบเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน)
- บริการสําหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ลูกข่าย (Client) และอุปกรณ์ต่อพ่วง:
- บริการดูแล บํารุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) ทุกเครื่อง ณ ที่ตั้ง
- กรณีชำรุด: บุคลากรประจำต้องไปตรวจสอบแก้ไขปัญหาให้กับอุปกรณ์ทั้งหมดของกรมฯ
- การเปลี่ยนอุปกรณ์ (รวมทั้งอุปกรณ์สิ้นเปลือง ยกเว้นหมึกพิมพ์) สำหรับรายการในภาคผนวก ก.: ผู้รับจ้างต้องจัดหาอุปกรณ์คุณภาพเทียบเท่าหรือดีกว่าเปลี่ยนทดแทน และประมาณการค่าความเสียหายรายงานต่อกรมฯ
- หากซ่อมไม่สำเร็จภายใน 24 ชั่วโมง: จัดหาเครื่อง/อุปกรณ์ทดแทนชั่วคราวที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่าหรือดีกว่ามาติดตั้งให้ใช้ได้จนกว่าจะซ่อมเสร็จ
- หากซ่อมไม่สำเร็จภายใน 3 วันทำการหลังจากมีอุปกรณ์ทดแทน: กรมฯ มีสิทธิเรียกผู้อื่นมาซ่อมโดยผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
- ตรวจสอบและอัพเดทระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows
- ติดตั้งและดูแลโปรแกรมป้องกันไวรัส (ลิขสิทธิ์ของกรมฯ)
- ตรวจสอบและกําจัดไวรัส/มัลแวร์
- ติดตั้งและปรับแต่งโปรแกรมลิขสิทธิ์ถูกกฎหมาย
- ดําเนินการ Join Domain, ติดตั้งไดรเวอร์, ให้บริการสํารองและถ่ายโอนข้อมูล
- ให้คําปรึกษา แนะนํา ตรวจสอบ และแก้ไขปัญหาการติดตั้งและการใช้งาน
- การให้บริการโดยรวม: ให้บริการ ณ ที่ตั้งของกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- บุคลากรปฏิบัติงานประจำจำนวน 2 คน พร้อมเอกสารประวัติส่วนตัวและคุณสมบัติครบถ้วน
- การเข้าถึงที่ปรึกษาระบบเครือข่ายอย่างน้อย 1 คน พร้อมเอกสารรับรองคุณสมบัติ
- บริการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) เป็นประจำสำหรับอุปกรณ์ทั้งหมดตามขอบเขต
- บริการซ่อมแซมแก้ไขปัญหา (Corrective Maintenance) ตามเงื่อนไขเวลา Response Time และ Resolution Time ที่กำหนด
- การจัดหาอุปกรณ์ทดแทนชั่วคราวหรือถาวร (กรณีจำเป็น) ตามเงื่อนไขในสัญญา
- การอัพเดทระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์ความปลอดภัย
- การติดตั้งและดูแลโปรแกรมป้องกันไวรัส
- การให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะทางเทคนิค
- แผนการทำงาน (ต้องจัดทำภายใน 30 วันนับจากวันลงนามในสัญญา)
ระยะเวลาดำเนินการ
- กำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จ: ไม่เกิน 10 เดือน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
- การจ่ายเงิน: แบ่งเป็น 5 งวด งวดงานละ 2 เดือน นับถัดจากวันลงนามสัญญา
- กำหนดยืนราคา: ไม่น้อยกว่า 120 วัน นับตั้งแต่วันเสนอราคา
- ระยะเวลารับประกันงานจ้าง: ไม่น้อยกว่า 1 เดือน นับถัดจากวันที่กรมได้รับมอบงาน
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements:
- ต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) ของกรมบัญชีกลาง และมีข้อมูลถูกต้องครบถ้วน
- ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือไม่ขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
- กรณีเป็นกิจการร่วมค้า ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขเกี่ยวกับผู้เข้าร่วมค้าหลักและการมอบอำนาจการยื่นข้อเสนออย่างเคร่งครัด
- Standards Compliance: ไม่ได้ระบุเฉพาะ (เช่น ISO) แต่บุคลากรที่ปรึกษาระบบเครือข่ายต้องมีใบรับรองมาตรฐานสากล เช่น Cisco Certified Network Associate (CCNA) หรือสูงกว่า, Aruba Associate, CompTIA Security+ / Network+, ITIL Foundation Certificate
- Experience:
- บุคลากรปฏิบัติงานประจำ 2 คน ต้องมีประสบการณ์ในการซ่อมบํารุงเครื่องคอมพิวเตอร์ลูกข่าย ติดตั้ง Hardware Software และระบบปฏิบัติการ Windows อย่างน้อย 2 ปี
- Previous Project Cost: ไม่ได้ระบุ
- Technical Capabilities:
- ความสามารถในการบำรุงรักษาและซ่อมแซม Hardware และ Software ของเครื่องแม่ข่าย, เครื่องลูกข่าย, อุปกรณ์ต่อพ่วง, และอุปกรณ์เครือข่าย
- ความสามารถในการจัดหาอุปกรณ์ทดแทนชั่วคราวและถาวรได้ทันทีตามเงื่อนไขสัญญา
- ความสามารถด้านระบบเครือข่ายเพื่อให้คำปรึกษาและแก้ไขปัญหา (ผ่านที่ปรึกษา)
- Personnel:
- บุคลากรปฏิบัติงานประจำ 2 คน:
- มีวุฒิการศึกษาอย่างน้อยระดับ ปวส. ทางไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ หรือคอมพิวเตอร์
- มีประสบการณ์ในการซ่อมบํารุงเครื่องคอมพิวเตอร์ลูกข่าย ติดตั้ง Hardware Software และระบบปฏิบัติการ Windows อย่างน้อย 2 ปี
- ที่ปรึกษาด้านระบบเครือข่ายอย่างน้อย 1 คน:
- มีใบรับรองมาตรฐานสากลอย่างน้อย 1 รายการ เช่น CCNA, CompTIA Security+/Network+, ITIL Foundation
- บุคลากรปฏิบัติงานประจำ 2 คน:
เกณฑ์การพิจารณา
- ใช้หลักเกณฑ์ราคา (ราคาต่ำสุด) และพิจารณาจากราคารวมเป็นหลัก
- มีการพิจารณาแต้มต่อสำหรับผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็น SMEs และบุคคลธรรมดา/นิติบุคคลไทย ตามเงื่อนไขที่กำหนดในข้อ 5.7 และ 5.8 ของ TOR
- คณะกรรมการมีสิทธิพิจารณาไม่รับข้อเสนอหากมีคุณสมบัติไม่ครบ ยื่นเอกสารไม่ถูกต้อง/ไม่ครบ หรือเสนอรายละเอียดที่แตกต่างไปจากเงื่อนไขที่เป็นสาระสำคัญ
ข้อกำหนดทางเทคนิค
โครงการนี้เป็นบริการซ่อมบำรุงและให้คำปรึกษา ไม่ได้ระบุสเปคเทคนิคของผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่กำหนดเงื่อนไขการให้บริการทางเทคนิคที่ชัดเจน ได้แก่:
- เงื่อนไขเวลาแก้ไขปัญหา:
- Server: ตรวจสอบภายใน 3 ชั่วโมง, ซ่อมให้สำเร็จหรือจัดหาอุปกรณ์ทดแทนชั่วคราวภายใน 24 ชั่วโมง
- Client & Peripherals: ซ่อมให้สำเร็จหรือจัดหาอุปกรณ์ทดแทนชั่วคราวภายใน 24 ชั่วโมง, หากไม่สำเร็จภายใน 3 วันทำการเพิ่มเติม กรมมีสิทธิเรียกผู้อื่นมาซ่อมโดยผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
- คุณภาพของอะไหล่/อุปกรณ์ทดแทน: ต้องมีคุณภาพเทียบเท่า หรือดีกว่า ของเดิม
- บริการซอฟต์แวร์: ต้องอัพเดทระบบปฏิบัติการ Windows, ติดตั้ง/ดูแลโปรแกรมป้องกันไวรัส (ลิขสิทธิ์กรม), ติดตั้งไดรเวอร์และโปรแกรมลิขสิทธิ์ถูกกฎหมาย, Join Domain
- การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance): ต้องดำเนินการเป็นประจำ รวมถึงการตรวจสอบประสิทธิภาพและลบไฟล์ขยะ
เงื่อนไขสัญญา
- ราคากลาง: 1,870,538.33 บาท
- การเสนอราคา: ต้องเป็นราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว เสนอได้ครั้งเดียวผ่านระบบ e-GP
- การทำสัญญา: ผู้ชนะต้องทำสัญญาภายใน 7 วันนับจากได้รับแจ้ง
- หลักประกันสัญญา: วางหลักประกันร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้าง ณ เวลาทำสัญญา (รูปแบบ: เงินสด, เช็ค/ดราฟท์, หนังสือค้ำประกันธนาคาร/บริษัทเงินทุน, พันธบัตรรัฐบาล)
- การจ่ายเงิน: แบ่งจ่ายเป็น 5 งวด เท่าๆ กัน งวดงานละ 2 เดือน นับจากวันลงนาม จ่ายภายใน 10 วันทำการหลังสิ้นสุดงวด
- ค่าปรับ:
- นำงานไปจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต: ปรับร้อยละ 10 ของวงเงินงานจ้างช่วงนั้น
- ปฏิบัติผิดสัญญาอื่นๆ: ปรับรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้าง
- การรับประกันงานจ้าง: รับประกันความชำรุดบกพร่องที่เกิดขึ้นภายใน 1 เดือน นับจากวันที่กรมได้รับมอบงาน และต้องซ่อมแซมแก้ไขภายใน 3 วันหลังจากได้รับแจ้ง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
Q: บุคลากรที่มาปฏิบัติงานประจำต้องมีคุณสมบัติใดบ้าง?
- A: ต้องมีวุฒิ ปวส. ขึ้นไป สาขาไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ หรือคอมพิวเตอร์ และมีประสบการณ์ซ่อมบำรุงเครื่องลูกข่ายและติดตั้ง Windows อย่างน้อย 2 ปี พร้อมยื่นประวัติและเอกสารรับรอง
-
Q: ที่ปรึกษาระบบเครือข่ายจำเป็นต้องมาปฏิบัติงานที่กรมทุกวันหรือไม่?
- A: ไม่จำเป็น ที่ปรึกษาระบบเครือข่ายไม่ต้องปฏิบัติงานประจำที่กรม แต่ต้องพร้อมให้คำปรึกษา แนะนำ และแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับระบบเครือข่ายเมื่อได้รับการติดต่อ
-
Q: กรณีเครื่องแม่ข่ายเสีย ผู้รับจ้างมีเวลาตอบสนองและแก้ไขปัญหาได้ภายในกี่ชั่วโมง?
- A: ต้องเริ่มตรวจสอบแก้ไขปัญหาที่กรมภายใน 3 ชั่วโมง นับจากเวลาที่ได้รับแจ้งจากกรม
-
Q: หากซ่อมเครื่องคอมพิวเตอร์ลูกข่ายหรืออุปกรณ์ต่อพ่วงไม่สำเร็จภายในเวลาที่กำหนด จะเกิดอะไรขึ้น?
- A: หากซ่อมไม่สำเร็จภายใน 24 ชั่วโมง ผู้รับจ้างต้องจัดหาอุปกรณ์ทดแทนชั่วคราวมาติดตั้งให้ใช้ได้ หากหลังจากมีอุปกรณ์ทดแทนแล้วยังซ่อมไม่สำเร็จภายใน 3 วันทำการ กรมมีสิทธิเรียกผู้มีความสามารถรายอื่นมาซ่อมแทน โดยผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
-
Q: อะไหล่หรืออุปกรณ์ที่ใช้เปลี่ยนทดแทนต้องมีคุณภาพอย่างไร?
- A: ต้องมีคุณภาพเทียบเท่า (หรือดีกว่า) กับอุปกรณ์เดิมที่ชำรุด
-
Q: บริการรวมการเปลี่ยนหมึกพิมพ์หรือไม่?
- A: ไม่รวม เอกสารระบุว่าการเปลี่ยนอุปกรณ์ (รวมทั้งอุปกรณ์สิ้นเปลือง) โดย “ยกเว้นหมึกพิมพ์”
-
Q: ผู้รับจ้างมีหน้าที่อัพเดทซอฟต์แวร์ใดบ้าง?
- A: มีหน้าที่อัพเดทระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows ให้เป็นปัจจุบัน และติดตั้ง/ดูแลโปรแกรมป้องกันไวรัสที่เป็นลิขสิทธิ์ของกรม รวมถึงโปรแกรมลิขสิทธิ์อื่นๆ ตามที่กรมกำหนด
-
Q: การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) ดำเนินการบ่อยแค่ไหน?
- A: TOR ไม่ได้ระบุความถี่ที่ชัดเจน แต่กำหนดให้ต้องแจ้งเจ้าหน้าทีล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วันทำการก่อนดำเนินการ
-
Q: หากผู้รับจ้างไม่สามารถซ่อมแซมเครื่องแม่ข่ายได้เลย ต้องทำอย่างไร?
- A: ผู้รับจ้างต้องจัดหาอุปกรณ์ใหม่ที่มีคุณสมบัติเทียบเท่าหรือดีกว่ามาเปลี่ยนทดแทนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย พร้อมติดตั้งให้ใช้งานได้ดีดังเดิม โดยต้องทำหนังสือแจ้งกรมเพื่อขอความเห็นชอบก่อน
-
Q: มีเงื่อนไขพิเศษสำหรับผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็น SME หรือบริษัทไทยหรือไม่?
- A: ใช่ มีเงื่อนไขให้แต้มต่อด้านราคา สำหรับผู้เสนอที่เป็น SME (ราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดไม่เกิน 10%) และสำหรับบุคคล/นิติบุคคลไทย (ราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้เสนอต่างชาติไม่เกิน 3%) ตามเงื่อนไขและข้อยกเว้นที่กำหนดใน TOR
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
โครงการจ้างเหมาบริการบํารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ต่อพ่วงและระบบเครือข่าย
๑. หลักการและเหตุผล
กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ มีความประสงค์จ้างเหมาบริการบํารุงรักษาและซ่อมเครื่อง คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง ปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๙ เพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ สามารถใช้งาน ได้อย่างต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพ รวมถึงการให้คําปรึกษา ข้อเสนอแนะ และแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว ทันเวลา โดยไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และการให้บริการประชาชน ๒. วัตถุประสงค์
๒.๑ เพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ของกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศมีประสิทธิภาพอยู่
เสมอ และสามารถให้บริการประชาชนและสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ได้อย่างต่อเนื่อง
๒.๒ เพื่อบํารุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย เครื่อง คอมพิวเตอร์ลูกข่าย อุปกรณ์ต่อพ่วง และอุปกรณ์ระบบเครือข่าย ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา
๒.๓ เพื่อให้คําปรึกษา ข้อเสนอแนะ และแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว ทันเวลา
๓.
คุณสมบัติผู้ยื่นข้อเสนอ
๓.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๓.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๓.๓
ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๓.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมเจรจาการค้าระหว่าง
ประเทศบัญชีกลาง
๓.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงาน
ของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติ บุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติ บุคคลนั้นด้วย
๓.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการ บริหารพัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
๓.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอราคารายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่กรมเจรจา
การค้าระหว่างประเทศ ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๓.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๓.๑๐
ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
-๒-
(๑) การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้า รายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณ งาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญา ของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วม ค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สําหรับข้อตกลงฯ
ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก
เงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
(๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตาม
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่น ข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนาม กิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้า ที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ (๓.๑) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มี การจําหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๓.๑๑
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government
Procurement : e-GP) ของกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศบัญชีกลาง
๓.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จด ทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏใน งบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดง ฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐ กําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็น ช่วงระยะเวลาที่กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดงฐานะการเงิน กับกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุก ปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมเจรจาการค้าระหว่าง ประเทศพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงิน
ย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงาน งบแสดงฐานะการเงินกับกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ดังนี้ มูลค่า การจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ํากว่า ๑ ล้านบาท
(๓) สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอ เป็นบุคคลธรรมดาให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงิน
-6-
ฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการ ที่ยื่นข้อเสนอใน แต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดง หนังสือรับรองบัญชีเงิน
ฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
(๔) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียง
พอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
(๔.๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดาที่ ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของ โครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือ
บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตาม
ประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบ อํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๔.๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคล ธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือ
บริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบ
ธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้ง
เวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการ เงินทุน เพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อ
บริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงาน ใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ
(๕) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่ มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ (๒) ข้อ (๓) และข้อ (๔) (๔.๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตาม ประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคาในระบบ
บ
จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคาทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้ เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตาม ระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กําหนด โดยจะต้อง ยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้
ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
(๖). กรณีตามข้อ (๑) - ข้อ (๕) ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้
(๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ ตาม
พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
๔. ขอบเขตการดําเนินการ
รายการเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงที่กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศจ้างเหมาบริการ ดูแลบํารุงรักษา ซ่อมแซมแก้ไข ประกอบด้วย เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Server) เครื่องคอมพิวเตอร์ลูกข่าย (Client) เครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพา (Notebook) พร้อมอุปกรณ์ต่อพ่วง ได้แก่ จอภาพ แป้นพิมพ์ เมาส์ เครื่องพิมพ์ (Printer) และเครื่องสแกนเนอร์ (Scanner) และอุปกรณ์เครือข่าย เครื่องสํารองไฟ (UPS) ดังรายการ ตามภาคผนวก ก. และภาคผนวก ข. โดยเป็นการให้บริการดูแล บํารุงรักษา ซ่อมแซมแก้ไข ปรับแต่งอุปกรณ์ ณ ที่ตั้งอยู่ที่กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ รวมถึงการตรวจสอบ ให้คําปรึกษา คําแนะนํา และแก้ไขปัญหา เพื่อให้ เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงของกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ อยู่ในสภาพใช้งานได้ดีอย่างมี ประสิทธิภาพตลอดเวลา ปัญหาข้อขัดข้องต่างๆ ได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้องรวดเร็ว ทันเวลา เพื่อไม่ให้เกิด ผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และการให้บริการประชาชน โดยมีรายละเอียด ดังนี้
๔.๑ ผู้รับจ้างต้องจัดส่งบุคลากรมาปฏิบัติงานประจํากรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ จํานวน ๒ คน โดยต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ ความชํานาญ และประสบการณ์ตรงตามงานซ่อมบํารุง พร้อมแนบเอกสารประกอบดังนี้ รายชื่อบุคลากรที่เสนอให้ปฏิบัติงาน, ประวัติส่วนตัว, ประสบการณ์ทํางานที่เกี่ยวข้อง, หนังสือรับรองการฝึกอบรม หรือประกาศนียบัตร (ถ้ามี) โดยมีคุณสมบัติอย่างน้อย ดังนี้
- มีวุฒิการศึกษาอย่างน้อยระดับ ปวส. ทางไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ หรือคอมพิวเตอร์
- มีประสบการณ์ในการซ่อมบํารุงเครื่องคอมพิวเตอร์ลูกข่าย ติดตั้ง Hardware Software และ ระบบปฏิบัติการ Windows อย่างน้อย ๒ ปี
๔.๒ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีบุคลากรด้านระบบเครือข่าย อย่างน้อย ๑ คน ทําหน้าที่เป็นที่ปรึกษา ให้ ข้อเสนอแนะ และแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับระบบเครือข่ายของหน่วยงาน โดยไม่ปฏิบัติงานประจํากรมเจรจา การค้าระหว่างประเทศ พร้อมแนบเอกสารประกอบดังนี้ รายชื่อบุคลากรที่ให้คําปรึกษา, ประวัติส่วนตัว, ประสบการณ์ทํางานที่เกี่ยวข้อง, หนังสือรับรองการฝึกอบรม หรือประกาศนียบัตร (ถ้ามี) และมีคุณสมบัติใบรับรอง มาตรฐานสากลอย่างน้อย ๑ รายการ เช่น Cisco Certified Network Associate (CCNA) หรือสูงกว่า, Aruba Associate onan, CompTIA Security+ / Network+, ITIL Foundation Certificate
๔.๓ เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Server)
๔.๓.๑ ให้บริการดูแล บํารุงรักษาเชิงป้องกันสําหรับ Hardware และ Software ณ ที่ตั้งอยู่ที่ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เพื่อตรวจสอบ แก้ไขการทํางานของเครื่องให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ พร้อม ตรวจสอบประสิทธิภาพการทํางานของเครื่องและลบไฟล์ข้อมูลขยะ (Temporary Files / Cache) โดยแจ้งให้ เจ้าหน้าที่ทราบล่วงหน้าอย่างน้อย ๓ วันทําการ
ดําเนินการ ดังนี้
๓
๔.๓.๒ ในกรณีที่เครื่องชํารุดเสียหาย หรือเกิดปัญหาข้อขัดข้อง ไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติให้
๑) ดําเนินการตรวจสอบแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นที่กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ภายใน ๓ ชั่วโมง นับจากเวลาที่ได้รับแจ้ง
๒) หากยังไม่สามารถซ่อมแซม แก้ไขให้ใช้งานได้ดีดังเดิมภายใน ๒๔ ชั่วโมงติดต่อกัน นับจากเวลาที่เข้าตรวจสอบ ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่า หรือดีกว่ามาเปลี่ยนทดแทน
บ
-&-
และติดตั้งให้สามารถใช้งานได้ดีจนกว่าจะดําเนินการซ่อมให้เสร็จเรียบร้อย แล้วนํามาเปลี่ยนกลับคืนโดยไม่คิด ค่าใช้จ่ายใดๆ จากกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ
๓) หากไม่สามารถซ่อมแซม แก้ไขอุปกรณ์ที่ชํารุดเสียหายให้ใช้งานได้ดี จะต้องจัดหาอุปกรณ์ ที่มีคุณสมบัติเทียบเท่า หรือดีกว่า มาเปลี่ยนทดแทน พร้อมติดตั้งให้สามารถใช้งานได้ดีดังเดิม โดยจะต้องทําหนังสือแจ้ง เป็นลายลักษณ์อักษรให้กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน พร้อมส่งมอบอุปกรณ์ให้
กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ จากกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ
๔.๔ เครื่องคอมพิวเตอร์ลูกข่าย (Client) พร้อมจอภาพ แป้นพิมพ์ เมาส์ เครื่องพิมพ์ (Printer) และเครื่องสแกนเนอร์ (Scanner)
๔.๔.๑ ให้บริการดูแล บํารุงรักษาเชิงป้องกันสําหรับ Hardware และ Software ทุกเครื่องที่ใช้ งาน ณ ที่ตั้งอยู่ที่กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ตรวจสอบการทํางานให้เครื่องอยู่ในสภาพใช้งานได้ดี พร้อม ตรวจสอบประสิทธิภาพการทํางานของเครื่องและลบไฟล์ข้อมูลขยะ (Temporary Files / Cache) โดยแจ้งให้ เจ้าหน้าที่ทราบล่วงหน้าอย่างน้อย ๓ วันทําการ
๔.๔.๒ ในกรณีที่เกิดปัญหาข้อขัดข้อง หรืออุปกรณ์ชํารุดเสียหาย ไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ
๑) เจ้าหน้าที่ของผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานประจําที่กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ต้องไป ตรวจสอบ แก้ไขปัญหาข้อขัดข้องของเครื่องคอมพิวเตอร์ลูกข่ายและอุปกรณ์ต่อพ่วงทั้งหมดของกรมเจรจาการค้า ระหว่างประเทศ และหากมีการเปลี่ยนอุปกรณ์ (รวมทั้งอุปกรณ์สิ้นเปลือง ยกเว้นหมึกพิมพ์) สําหรับรายการตาม ภาคผนวก ก. ผู้รับจ้างต้องจัดหาอุปกรณ์ที่มีคุณภาพเทียบเท่า หรือดีกว่ามาเปลี่ยนทดแทน พร้อมทั้งประมาณการ ค่าความชํารุด และ/หรือความเสียหายที่เกิดขึ้นรายงานต่อกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ
๒) หากยังไม่สามารถซ่อมแซม แก้ไข ให้ใช้งานได้ดีดังเดิมภายใน ๒๔ ชั่วโมงติดต่อกัน นับจากเวลาที่ได้รับแจ้ง ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาเครื่องที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่า หรือดีกว่า มาเปลี่ยนทดแทน พร้อม ดําเนินการติดตั้งให้สามารถใช้งานได้ตามปกติจนกว่าจะทําการซ่อมแซมแก้ไขให้เสร็จเรียบร้อย แล้วนํามาเปลี่ยน กลับคืน โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ จากกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ
๓) หลังจากดําเนินการตามข้อ ๒) แล้ว หากยังไม่สามารถซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้งานได้
ต่อไปอีก ๓ วันทําการ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศมีสิทธิที่จะเรียกผู้มีความสามารถรายอื่นมาทําการ ซ่อมแซมแก้ไข โดยผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมดรวมถึงค่าอะไหล่ โดยกรมเจรจา การค้าระหว่างประเทศไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
๔) ตรวจสอบและดําเนินการอัพเดท (Update Patch) ระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows ให้เป็นปัจจุบัน ติดตั้งและดูแลโปรแกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศป้องกันไวรัสที่เป็นลิขสิทธิ์ของ
กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ รวมถึงตรวจสอบและกําจัดไวรัสและโปรแกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศไม่
พึงประสงค์ ติดตั้งและปรับแต่งโปรแกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมาย ให้กับเครื่อง คอมพิวเตอร์ลูกข่ายและอุปกรณ์ที่ระบุในภาคผนวก ก. ให้ครอบคลุมเครื่องคอมพิวเตอร์ลูกข่ายและอุปกรณ์ต่อพ่วง ทั้งหมดของกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ
๕) ดําเนินการ Join Domain ให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ลูกข่าย ติดตั้งไดรเวอร์ (Driver) ที่จําเป็นสําหรับการใช้งาน ให้บริการสํารองข้อมูลและถ่ายโอนข้อมูลตามความต้องการของผู้ใช้ ให้คําปรึกษา แนะนํา ตรวจสอบ และแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวกับการติดตั้ง การใช้งาน และการซ่อมแซมเครื่องคอมพิวเตอร์ลูกข่ายร่าง
ประกาศกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ
เรื่อง ประกวดราคาจ้างโครงการจ้างเหมาบริการบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ ต่อพ่วง และระบบเครือข่าย
ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างโครงการจ้างเหมา บริการบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ต่อพ่วง และระบบเครือข่าย ด้วยวิธี ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ราคากลางของงานจ้าง ในการประกวดราคาครั้งนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น ๑,๘๗๐,๕๓๘.๓๓ บาท (หนึ่งล้านแปดแสนเจ็ดหมื่นห้าร้อยสามสิบแปดบาทสามสิบสามสตางค์) จำนวน ๑ รายการ
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอโดยแสดงหลักฐานถึงขีดความสามารถและความพร้อมที่มีอยู่ใน วันยื่นข้อเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
๑. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติให้เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กำหนด ๒. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา ๑๓.๐๐ น. ถึง ๑๖.๐๐
น. ซึ่งสามารถจัดเตรียมเอกสารข้อเสนอได้ตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงวันเสนอราคา
๓. ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เลขที่ /๒๕๖๙ ลงวันที่ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๙ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ได้ ตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงวันเสนอราคา ได้ที่เว็บไซต์ www.dtn.go.th หรือ www.gprocurement.go.th ทั้งนี้ หากต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของงาน โปรดสอบถามมายัง กรมเจรจาการค้า ระหว่างประเทศ ผ่านทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ [email protected] หรือช่องทางตามที่กรมบัญชีกลาง กำหนด ภายในวันที่ ในเวลาราชการ โดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ จะชี้แจงรายละเอียดดังกล่าว ผ่านทางเว็บไซต์ www.dtn.go.th หรือ www.gprocurement.go.th และ www.gprocurement.go.th ใน วันที่
ประกาศ ณ วันที่ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๙
สำเนาถูกต้อง
นัจธพงศ์ เกียรติวานิชกุล
(นายนัจธพงศ์ เกียรติวานิชกุล)
นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการพิเศษ ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๖๙
(นางขวัญนภา ผิวนิล)
รองอธิบดี ปฏิบัติราชการแทน อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ
โดย นายนัจธพงศ์ เกียรติวานิชกุล นักวิชาการ พาณิชย์ชำนาญการพิเศษร่าง
เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
เลขที่
การจ้างโครงการจ้างเหมาบริการบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ต่อพ่วง และ ระบบเครือข่าย
ตามประกาศ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ
ลงวันที่ มกราคม ๒๕๖๙
กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “กรม” มีความประสงค์จะ ประกวดราคา จ้างโครงการจ้างเหมาบริการบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ต่อพ่วง และระบบเครือ ข่าย ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้
๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๑.๑ ขอบเขตของงาน
๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาจ้างบริการบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขคอมพิวเตอร์ ๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
(๑) หลักประกันสัญญา
๑.๕ บทนิยาม
(๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
(๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
(๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
๑.๗ แผนการทำงาน
๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ
ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
๒.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กรม ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขันอย่างเป็น ธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้ เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน นามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้ เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค
รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๑ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ
มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา ๖. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
(ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน สำเนาบัตรประจำตัว ประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย
(๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๑ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อ เสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือ มีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง
ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน ทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ เอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา (๕) สำเนาบัญชีผู้ถือหุ้น
(๖) สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
(๗) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) สำเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) (ถ้ามี)
(๒) ยื่นข้อเสนอด้านเทคนิคตามขอบเขตของงาน
(๓) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable
Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔. การเสนอราคา
๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วย อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้อง กรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอโดย ไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้ ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๑๒๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอ ราคาโดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคา มิได้
๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน ๑๐ เดือนนับ ถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
๔.๔ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญารายละเอียด ขอบเขตของ งานฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตาม เงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น.๑๓.๐๐ น. ถึง ๑๖.๐๐ น. และเวลาใน การเสนอราคาให้ถือตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์ เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และ การเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่กรมผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๗ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจ
สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณาข้อ เสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะ กรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการ พิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และกรม จะพิจารณาลงโทษผู้ ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่กรมจะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ริเริ่มให้มีการกระ ทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของกรม
๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
(๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
(๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กำหนด
(๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ๔.๙ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๓๐ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา เว้นแต่เป็นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือ ที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา
๕. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
๕.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ กรมจะ พิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคา และพิจารณาจากราคารวม
๕.๒ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ ขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กรมกำหนดไว้ในประกาศและ เอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้ เปรียบเสียเปรียบต่อ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการพิจารณาผลฯ อาจ พิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
๕.๓ กรมสงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการผ่อนผัน ในกรณี ดังต่อไปนี้
(๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย อิเล็กทรอนิกส์
(๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวด อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ๕.๔ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือกรม มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ กรมมีสิทธิที่จะไม่รับข้อ เสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ๕.๕ กรมทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคา ที่เสนอ ทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจจะ ยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของกรมเป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้องค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งกรมจะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์และลงโทษผู้ยื่นข้อ เสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่เชื่อถือได้ว่าการยื่นข้อ เสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมา ยื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น
ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่ อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือกรม จะให้ผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการตามเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ กรม มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอหรือไม่รับราคาของ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายใดๆ จากกรม ๕.๖ ก่อนลงนามในสัญญากรม อาจประกาศยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการคัดเลือก มีผล ประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม หรือสมยอม กันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใดในการเสนอราคา ๕.๗ หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่ไม่เกินร้อยละ ๑๐ ให้จัดซื้อจัดจ้างกับผู้ประกอบการ SMEs ดังกล่าว โดยจัดเรียงลำดับผู้ ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นไม่เกินร้อยละ ๑๐ ที่จะเรียกมาทำสัญญาไม่เกิน ๓ ราย
ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องเป็นผู้ประกอบการ SMEs
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ SMEs ที่จะได้แต้มต่อด้านราคาตามวรรคหนึ่ง จะต้องมี วงเงินสัญญาสะสมตามปีปฏิทินรวมกับราคาที่เสนอในครั้งนี้แล้ว มีมูลค่ารวมกันไม่เกินมูลค่าของรายได้ตาม ขนาดที่ขึ้นทะเบียนไว้กับ สสว.
๕.๘ หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการ SMEs แต่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติ ไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็น บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศไม่เกินร้อยละ ๓ ให้ จัดซื้อจัดจ้างกับบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยดังกล่าว ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย
๖. การทำสัญญาจ้าง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุใน ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับกรม ภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวาง หลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้กรม ยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
๖.๑ เงินสด
๖.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่กรม ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ลงวันที่ที่ใช้ เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้น ไม่เกิน ๓ วัน ทำการ ๖.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง กำหนด
๖.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) ๖.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่งกรม ได้รับมอบไว้ แล้ว
๗. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
กรม จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่าย ทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง โดยแบ่งออกเป็น ๕ งวด งวดงานละ ๒ เดือนนับถัดจากวันลงนามสัญญา ภายใน ๑๐ วันทำการนับจากวันสิ้นสุดงวด
๘. อัตราค่าปรับ
ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลง จ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
๘.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับ อนุญาตจากกรม จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงานจ้างช่วง นั้น
๘.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๘.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็น รายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้าง
๙. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งได้ทำสัญญาจ้างตามแบบดังระบุในข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ แล้วแต่กรณี จะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายใน ระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๑ เดือน นับถัดจากวันที่กรมได้รับมอบงาน โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้ การได้ดีดังเดิมภายใน ๓ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่อง
๑๐. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
๑๐.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ กรมได้รับอนุมัติเงินค่าจ้างจากเงิน งบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ แล้วเท่านั้น
๑๐.๒ เมื่อกรมได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลงจ้างตามการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามาจากต่าง ประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ตาม ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
(๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
(๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดย เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
(๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
๑๐.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งกรมได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ ภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ กรมจะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้ออกหนังสือ
ค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้งจะพิจารณา ให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ๑๐.๔ กรมสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบสัญญาหรือข้อ ตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
๑๐.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของกรม คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อเสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
๑๐.๖ กรม อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จะ เรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากกรมไม่ได้
(๑) กรมไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้รับจัดสรร แต่ไม่ เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
(๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่น ใด ในการเสนอราคา
(๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่กรม หรือ กระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
(๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
๑๐.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
๑๑. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
๑๒. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
กรม สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการ คัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับกรม ไว้ชั่วคราว
กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ
มกราคม ๒๕๖๙
ถึง น.
สำเนาถูกต้อง
นัจธพงศ์ เกียรติวานิชกุล
(นายนัจธพงศ์ เกียรติวานิชกุล)
นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการพิเศษ
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๖๙
โดย นายนัจธพงศ์ เกียรติวานิชกุล นักวิชาการ
พาณิชย์ชำนาญการพิเศษ