ประกวดราคาจ้างโครงการส่งเสริมการค้าออนไลน์สู่ตลาดโลก (Cross-Border e-Commerce)
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) มีความประสงค์จะจ้างเหมาบริการเพื่อดำเนิน “โครงการส่งเสริมการค้าออนไลน์สู่ตลาดโลก (Cross-Border e-Commerce)” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขยายมูลค่าการส่งออกสินค้าไทย สนับสนุนผู้ประกอบการไทยใช้ช่องทาง Cross-Border e-Commerce และเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการรายย่อยและ SME ไทย
ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบการดำเนินโครงการทั้งหมดเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ โดยจัดกิจกรรมหลัก 4 ครั้ง แบ่งเป็นรูปแบบออนไลน์ 1 ครั้ง และออฟไลน์ 3 ครั้ง แต่ละกิจกรรมต้องประกอบด้วยกิจกรรมย่อยคือ “การแนะนําโมเดลธุรกิจ” และ “การเจรจาจับคู่ธุรกิจ” ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการที่ต้องบรรลุ ได้แก่ มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมรวมไม่น้อยกว่า 9,000 ราย, จับคู่เจรจาธุรกิจไม่น้อยกว่า 200 คู่, และมีมูลค่าคาดการณ์การสั่งซื้อสะสมไม่น้อยกว่า 120 ล้านบาท
ขอบเขตงานครอบคลุมการวางแผนโครงการทั้งหมด ตั้งแต่การออกแบบแนวคิด (Concept), ชื่อสโลแกน (Slogan), และสัญลักษณ์ (Key Visual) การผลิตสื่อวีดิทัศน์เปิดโครงการ การจัดระบบลงทะเบียนดิจิทัล การประสานงานเชิญผู้เชี่ยวชาญและผู้แทนจากแพลตฟอร์มออนไลน์ การจัดหาสถานที่และอุปกรณ์ การจัดล่ามและผู้ดำเนินรายการมืออาชีพ การบันทึกและตัดต่อวิดีโอ ตลอดจนการสรุปผลและติดตามประเมินผลหลังกิจกรรม โดยโครงการจะต้องแล้วเสร็จภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569
English summary
The Department of International Trade Promotion (DITP) intends to hire a contractor to implement the “Cross-Border e-Commerce Promotion Project” for the fiscal year 2026. The main objectives are to expand the export value of Thai products via digital channels, support Thai entrepreneurs in utilizing cross-border e-commerce, and enhance the competitiveness of micro-entrepreneurs and SMEs.
The contractor will be fully responsible for project execution to achieve the set objectives. This involves organizing 4 main events: 1 online and 3 offline. Each event must include sub-activities: “Business Model Introduction” and “Business Matching/Negotiation.” Key performance indicators (KPIs) to be met are: total participants not less than 9,000, business matching pairs not less than 200, and projected purchase value not less than 120 million baht.
The scope of work encompasses overall project planning, including conceptual design, slogan, key visual, production of an opening project video, setting up a digital registration system, coordinating and inviting experts and representatives from online platforms, venue and equipment provision, arranging professional interpreters and bilingual moderators, video recording and editing, as well as post-event reporting and follow-up evaluation. The entire project must be completed by August 31, 2026.
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จังหวัดนนทบุรี (สำหรับการนำเสนอข้อเสนอด้านเทคนิค)
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อขยายมูลค่าการส่งออกสินค้าไทยผ่านช่องทาง Cross-Border e-Commerce
- เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยใช้ช่องทาง Cross-Border e-Commerce ในการดำเนินธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ
- เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการรายย่อย และผู้ประกอบการ SMEs ไทย ให้สามารถขยายตลาดและเพิ่มโอกาสทางการค้าระหว่างประเทศผ่านแพลตฟอร์มและเครือข่ายพันธมิตร
ขอบเขตของงาน
-
ภาพรวมการดำเนินโครงการ:
- จัดกิจกรรมแนะนําโมเดลธุรกิจ สร้างเครือข่ายทางธุรกิจ และเจรจาการค้า ทั้งสิ้น 4 ครั้ง (ออนไลน์ 1 ครั้ง, ออฟไลน์ 3 ครั้ง) โดยแต่ละครั้งต้องมีกิจกรรมย่อยอย่างน้อย 2 ส่วน คือ (1) กิจกรรมแนะนําโมเดลธุรกิจ และ (2) กิจกรรมการเจรจาจับคู่ธุรกิจ
- นำเสนอแนวคิด (Concept), รูปแบบ (Theme), ชื่อสโลแกน (Slogan), สัญลักษณ์ (Key Visual) และอาร์ตเวิร์ค (Art Work) อย่างน้อยอย่างละ 2 ชิ้นงาน
- จัดทำแผนการดำเนินงาน (Action Plan) ทั้งโครงการและแต่ละกิจกรรมโดยละเอียด
- จัดทำวีดิทัศน์เปิดโครงการ 1 วีดิทัศน์ (เนื้อหาไทย, Subtitle อังกฤษ) และตัดต่อเป็นภาพนิ่ง/เคลื่อนไหวแบบสั้น
- จัดให้มีเจ้าหน้าที่เพียงพอสำหรับการดำเนินงานทั้งหมด รวมถึงการลงทะเบียน, การประสานงาน, การจัดกิจกรรม, การจัดหาล่ามแปลสด/แปลเนื้อหา
- สรุปผลการจัดกิจกรรมแต่ละครั้ง (4 ครั้ง) และส่งกรมภายในวันเดียวกันหลังกิจกรรมเสร็จ
- สรุปผลการดำเนินการจัดกิจกรรมของทั้งโครงการในภาพรวม พร้อมติดตามประเมินผลผู้ประกอบการที่จับคู่ธุรกิจ และจัดทำสรุปในรูปแบบ Infographic/PPT/Canva ภายใน 15 วันหลังกิจกรรมครั้งที่ 4
-
กิจกรรมรูปแบบออนไลน์ (1 ครั้ง):
- จัดหาสถานที่เอกชนที่เหมาะสม ตกแต่งให้สวยงามสอดคล้องกับงาน
- ออกแบบและจัดทำอาร์ตเวิร์คและกราฟิกสำหรับการประชาสัมพันธ์
- จัดทำระบบลงทะเบียนล่วงหน้า (Pre-Registration) แบบดิจิทัล พร้อมระบบแจ้งเตือน และแชร์ฐานข้อมูล/แดชบอร์ดแบบ Real Time ให้กรม
- รับสมัครผู้ประกอบการผ่านอย่างน้อย 3 ช่องทาง
- ประชาสัมพันธ์ผ่าน KOL/Influencer ที่มียอดผู้ติดตามมากกว่า 7 แสนคน
- ประสานนัดหมายผู้ประกอบการผ่านอย่างน้อย 2 ช่องทาง
- กำหนดหัวข้อ/ประเด็นที่น่าสนใจอย่างน้อยกิจกรรมละ 2 หัวข้อ
- ประสานเชิญผู้เชี่ยวชาญ/ผู้แทนแพลตฟอร์ม/ผู้ขายที่ประสบความสำเร็จเข้าร่วมกิจกรรม (ไม่น้อยกว่า 3 หน่วยงาน/ราย)
- จัดให้มีผู้ดำเนินรายการมืออาชีพที่มีชื่อเสียง พูดได้ 2 ภาษา (ไทย-อังกฤษ) และมีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 1 ปี
- จัดหาล่ามสำหรับการแปลสด/แปลเนื้อหา (ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 1 ปี)
- จัดทำ e-Document ข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมให้ผู้เข้าร่วม
- จัดหาชุดอุปกรณ์จัดกิจกรรมออนไลน์ครบวงจร (สตูดิโอ, อินเทอร์เน็ต Hi-Speed, โสตทัศนูปกรณ์, ระบบแสงสีเสียง)
- บันทึกเทปกิจกรรมแบบวีดิทัศน์ตลอดงาน ตัดต่อและเผยแพร่ผ่าน Facebook: ThaiTrade.com ภายใน 5 วัน
- จัดทำวิดีโอสั้นสรุปภาพรวมกิจกรรม (ไม่เกิน 2 นาที) เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์
- ดำเนินการอื่นๆ เช่น พิธีเปิด, จัดทำคำกล่าวเปิดงาน, อำนวยความสะดวกต่างๆ
-
กิจกรรมการเจรจาจับคู่ธุรกิจ (ในรูปแบบออนไลน์):
- ประสานเชิญคณะผู้แทนเจรจาธุรกิจ
- จัดทำระบบลงทะเบียนล่วงหน้าแบบดิจิทัล พร้อมแชร์ฐานข้อมูล/แดชบอร์ดแบบ Real Time
- ใช้ระบบเทคโนโลยีดิจิทัลคัดกรองผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมเจรจาธุรกิจ โดยระบบต้องรองรับการอัปโหลดรูปภาพสินค้า และมีระบบแจ้งเตือน
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- แนวคิด (Concept), รูปแบบ (Theme), ชื่อสโลแกน (Slogan), สัญลักษณ์ (Key Visual) และอาร์ตเวิร์ค (Art Work) อย่างน้อยอย่างละ 2 ชิ้นงาน
- แผนการดำเนินงาน (Action Plan) ของโครงการและทุกกิจกรรม
- วีดิทัศน์เปิดโครงการ 1 วีดิทัศน์ (พร้อม Subtitle ภาษาอังกฤษ)
- ระบบลงทะเบียนล่วงหน้า (Pre-Registration) แบบดิจิทัล พร้อมการแชร์ฐานข้อมูล/แดชบอร์ดแบบ Real Time
- อาร์ตเวิร์คและกราฟิกสำหรับใช้ประชาสัมพันธ์และจัดกิจกรรม
- e-Document ข้อมูลกิจกรรมสำหรับผู้เข้าร่วม
- วิดีโอบันทึกกิจกรรมเต็มรูปแบบ (หลังตัดต่อ) ที่เผยแพร่บน Facebook: ThaiTrade.com
- วิดีโอสั้นสรุปภาพรวมกิจกรรม (ไม่เกิน 2 นาทีต่อกิจกรรม)
- สรุปผลการจัดกิจกรรมแต่ละครั้ง (4 ครั้ง) ภายในวันเดียวกันหลังงานเสร็จ
- สรุปผลการดำเนินการจัดกิจกรรมของทั้งโครงการในภาพรวม (รูปแบบ Infographic/PPT/Canva) พร้อมผลการติดตามประเมินผล ภายใน 15 วันหลังกิจกรรมครั้งที่ 4
- ผลการดำเนินงานที่บรรลุตัวชี้วัด: ผู้เข้าร่วม ≥ 9,000 ราย, การจับคู่ธุรกิจ ≥ 200 คู่, มูลค่าคาดการณ์สั่งซื้อ ≥ 120 ล้านบาท
ระยะเวลาดำเนินการ
- ระยะเวลาดำเนินโครงการ: ต้องแล้วเสร็จภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569
- กำหนดส่งมอบงานบางส่วนสำหรับการชำระเงิน:
- งวดที่ 1 (20%): ปฏิบัติงานให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569
- งวดที่ 2 (40%): ปฏิบัติงานให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2569
- งวดสุดท้าย (40%): เมื่อปฏิบัติงานทั้งหมดแล้วเสร็จเรียบร้อยและกรมตรวจรับมอบงาน
- กำหนดเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จในข้อเสนอ: ภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
-
Eligibility Requirements:
- ต้องเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาดังกล่าว
- ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย, ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ, ไม่ถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐชั่วคราว
- ไม่เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐ
- ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น
- ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันซึ่งอาจปฏิเสธไม่ขึ้นศาลไทย (เว้นแต่สละสิทธิ์)
- สำหรับกิจการร่วมค้า: ต้องมีข้อกำหนดสัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบที่ชัดเจน
- ต้องลงทะเบียนและมีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง
-
Standards Compliance: - (ไม่ระบุ)
-
Experience: ต้องมีประสบการณ์และผลงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการ ไม่น้อยกว่า 1 ผลงาน ภายในระยะเวลา ไม่เกิน 3 ปี ย้อนหลังนับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอ
-
Previous Project Cost: - (ไม่ระบุ)
-
Technical Capabilities:
- สามารถจัดทำระบบลงทะเบียนล่วงหน้า (Pre-Registration) แบบดิจิทัล พร้อมระบบแจ้งเตือนและแดชบอร์ดแบบ Real Time
- สามารถนำระบบเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการคัดกรองผู้ประกอบการ (รองรับอัปโหลดรูปสินค้า, แจ้งเตือน)
- สามารถจัดหาชุดอุปกรณ์จัดกิจกรรมออนไลน์ครบวงจร (สตูดิโอ, อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง, โสตทัศนูปกรณ์, ระบบแสงสีเสียง)
- สามารถผลิตสื่อวีดิทัศน์และสื่อกราฟิกได้
-
Personnel:
- ต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่เพียงพอสำหรับการดำเนินโครงการตามขอบเขตงาน
- ผู้ดำเนินรายการมืออาชีพ: ต้องมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในวงกว้าง, พูดได้ 2 ภาษา (ไทย-อังกฤษ), มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง ไม่น้อยกว่า 1 ปี
- ล่าม: สำหรับการแปลสดและ/หรือแปลเนื้อหากิจกรรม ต้องมีประสบการณ์ ไม่น้อยกว่า 1 ปี
เกณฑ์การพิจารณา
- ใช้หลักเกณฑ์ ราคาประกอบเกณฑ์อื่น
- การให้คะแนนแบ่งเป็น 2 ปัจจัย:
- ราคาที่ยื่นข้อเสนอ น้ำหนัก 30%
- วิธีการให้คะแนน: 100 - (((ราคาของผู้เสนอราคา - ราคาต่ำสุด)/ราคาต่ำสุด) * 100)
- ข้อเสนอด้านเทคนิค น้ำหนัก 70%
- คณะกรรมการจะพิจารณาโดยเปรียบเทียบจากเอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้เสนอมา
- ราคาที่ยื่นข้อเสนอ น้ำหนัก 30%
- น้ำหนักรวมทั้งหมด 100%
- ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมานำเสนอข้อเสนอด้านเทคนิคและขั้นตอนการดำเนินโครงการ ณ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จังหวัดนนทบุรี ในวันเวลาที่กรมกำหนด (นำเสนอกันคนละ 30 นาที) หากไม่มานำเสนอจะไม่ได้รับการพิจารณาข้อเสนอด้านเทคนิค
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- รูปแบบกิจกรรม: จัดกิจกรรมผสมผสานออนไลน์และออฟไลน์ รวม 4 ครั้ง
- ระบบเทคโนโลยี:
- ระบบลงทะเบียนออนไลน์แบบ Real-Time พร้อมแดชบอร์ดสำหรับการติดตามข้อมูลผู้สมัครและผู้เข้าร่วม
- ระบบคัดกรองผู้ประกอบการดิจิทัลที่รองรับการอัปโหลดข้อมูลสินค้า
- การผลิตสื่อ:
- วิดีโอเปิดโครงการคุณภาพสูง พร้อมคำบรรยายภาษาไทยและซับไตเติลภาษาอังกฤษ
- อาร์ตเวิร์คและกราฟิกสำหรับประชาสัมพันธ์ที่สร้างสรรค์ โดดเด่น
- วิดีโอบันทึกกิจกรรมและวิดีโอสรุปความยาวไม่เกิน 2 นาที
- การให้บริการขณะจัดงาน:
- สถานที่และอุปกรณ์จัดงานออนไลน์ที่ได้มาตรฐาน (สตูดิโอ, อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง, ระบบเสียงและภาพ)
- บริการล่ามแปลสดแบบสองทาง (ประสบการณ์ ≥ 1 ปี)
- ผู้ดำเนินรายการมืออาชีพแบบสองภาษา (ไทย-อังกฤษ, ประสบการณ์ ≥ 1 ปี)
เงื่อนไขสัญญา
- วงเงินงบประมาณ/ราคากลาง: 2,175,000 บาท (สองล้านหนึ่งแสนเจ็ดหมื่นห้าพันบาทถ้วน)
- การชำระเงิน: แบ่งเป็น 3 งวด
- งวดที่ 1 (20%): เมื่อปฏิบัติงานตาม TOR แล้วเสร็จภายใน 28 ก.พ. 2569
- งวดที่ 2 (40%): เมื่อปฏิบัติงานตาม TOR แล้วเสร็จภายใน 30 มิ.ย. 2569
- งวดสุดท้าย (40%): เมื่องานทั้งหมดเสร็จเรียบร้อยและกรมตรวจรับมอบงาน
- ค่าปรับ:
- กรณีจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต: ค่าปรับร้อยละ 10 ของวงเงินงานจ้างช่วงนั้น
- กรณีปฏิบัติผิดสัญญาอื่นๆ: ค่าปรับรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้าง
- การรับประกันงาน: รับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 เดือน นับจากวันที่กรมได้รับมอบงาน โดยต้องแก้ไขภายใน 3 วันหลังจากได้รับแจ้ง
- หลักประกันสัญญา: ผู้ชนะการประกวดราคาต้องวางหลักประกันสัญญาเป็นเงินร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้าง ณ วันทำสัญญา (รูปแบบ: เงินสด, เช็ค/ดราฟท์, หนังสือค้ำประกันธนาคาร/บริษัทเงินทุน, พันธบัตรรัฐบาล)
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
ถาม: โครงการนี้เน้นกลุ่มเป้าหมายผู้ประกอบการประเภทใดเป็นหลัก?
ตอบ: เน้นผู้ประกอบการไทย/ผู้ส่งออก/ผู้ผลิตสินค้าที่ต้องการขายออนไลน์, สมาชิก Thaitrade.com และสมาชิกกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ, รวมถึงผู้แทนจากแพลตฟอร์มออนไลน์พันธมิตรและผู้ขายจากแพลตฟอร์มในตลาดเป้าหมาย -
ถาม: กิจกรรม “แนะนําโมเดลธุรกิจ” ควรมีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไรบ้าง?
ตอบ: ควรมีหัวข้อที่น่าสนใจ เช่น การแนะนำโมเดลธุรกิจ Cross-Border e-Commerce ที่ประสบความสำเร็จ, แนวโน้มตลาดและสินค้าในต่างประเทศ, กฎระเบียบการส่งออก/นำเข้าผ่านช่องทางออนไลน์, และเคล็ดลับจากผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ขายที่ประสบความสำเร็จบนแพลตฟอร์มต่างๆ -
ถาม: ระบบลงทะเบียนดิจิทัลที่ต้องจัดทำ มีฟังก์ชันสำคัญอะไรบ้าง?
ตอบ: ต้องรองรับการลงทะเบียนล่วงหน้า (Pre-Registration), มีระบบแจ้งเตือนผู้ลงทะเบียนผ่านอีเมลหรือ SMS, และที่สำคัญคือต้องสามารถแชร์ฐานข้อมูลหรือแดชบอร์ดให้กรมเข้าถึงข้อมูลแบบ Real Time ได้ -
ถาม: การ “ติดตามประเมินผล” หลังการจับคู่ธุรกิจต้องทำอย่างไร?
ตอบ: ผู้รับจ้างต้องติดตามประสานไปยังผู้ประกอบการที่เข้าร่วมการจับคู่ธุรกิจในแต่ละครั้ง เพื่อสอบถามความคืบหน้า ปัญหา อุปสรรค ในการติดต่อกับผู้แทนการค้าพันธมิตร และจัดทำสรุปผลความคืบหน้าในรูปแบบ Infographic/PPT/Canva -
ถาม: การประชาสัมพันธ์ผ่าน KOL/Influencer มีเงื่อนไขอย่างไร?
ตอบ: ต้องเป็น KOL/Influencer ที่มีชื่อเสียงในวงกว้างหรือในภูมิภาค และต้องมียอดผู้ติดตามมากกว่า 700,000 คน บนแพลตฟอร์มเช่น Facebook, TikTok, หรือ Instagram -
ถาม: วิดีโอที่ต้องผลิต มีข้อกำหนดด้านภาษาอย่างไร?
ตอบ: วิดีโอเปิดโครงการต้องมีการบรรยายเป็นภาษาไทย และมีคําบรรยาย (Subtitle) เป็นภาษาอังกฤษที่มองเห็นได้ชัดเจน สำหรับกิจกรรมที่ใช้ภาษาต่างประเทศ ต้องมีล่ามแปลสดหรือแปลเนื้อหาเป็นภาษาไทย -
ถาม: ผู้ดำเนินรายการ (Moderator) ต้องมีคุณสมบัติพิเศษอะไร?
ตอบ: ต้องเป็นผู้ดำเนินรายการมืออาชีพที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในวงกว้าง สามารถพูดได้ 2 ภาษา (ไทย-อังกฤษ) และมีประสบการณ์ในการดำเนินรายการที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า 1 ปี -
ถาม: หากจัดกิจกรรมออนไลน์ มีความต้องการด้านอุปกรณ์และสถานที่อย่างไร?
ตอบ: ต้องจัดหาห้องสตูดิโอส่วนตัว พร้อมโสตทัศนูปกรณ์ คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต Hi-Speed WIFI ไมโครโฟนไร้สาย ระบบแสง สี เสียง และอุปกรณ์อื่นๆ ที่จำเป็นเพื่อให้การจัดกิจกรรมเป็นไปอย่างราบรื่นและแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ -
ถาม: งานที่ส่งมอบแต่ละงวดสัมพันธ์กับกิจกรรมอย่างไร?
ตอบ: งวดที่ 1 (20% ภายใน 28 ก.พ. 2569) น่าจะครอบคลุมการวางแผนเบื้องต้น การออกแบบแนวคิด และอาจรวมการจัดกิจกรรมครั้งแรก งวดที่ 2 (40% ภายใน 30 มิ.ย. 2569) น่าจะครอบคลุมการจัดกิจกรรมส่วนใหญ่ งวดสุดท้าย (40%) คือการส่งมอบงานทั้งหมดรวมถึงการสรุปผลและรายงานประเมินผลฉบับสมบูรณ์ -
ถาม: มีการระบุถึงการเผยแพร่เนื้อหากิจกรรมหลังงานเสร็จอย่างไร?
ตอบ: วีดิทัศน์บันทึกกิจกรรมเต็มรูปแบบต้องถูกตัดต่อและเผยแพร่ผ่านช่องทาง Facebook: ThaiTrade.com ภายใน 5 วันหลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรม นอกจากนี้ ต้องจัดทำวิดีโอสั้นสรุปภาพรวมกิจกรรม (ไม่เกิน 2 นาที) เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางออนไลน์อื่นๆ ด้วย
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference: TOR)
การจ้างโครงการส่งเสริมการค้าออนไลน์สู่ตลาดโลก (Cross-Border e-Commerce)
ประกอบด้วย
๑. หลักการและเหตุผล
๒. วัตถุประสงค์
๓. กลุ่มเป้าหมาย
๔. ตัวชี้วัด
๕. ขอบเขตการดําเนินการ
5. ระยะเวลาดําเนินการ
๗. วงเงินงบประมาณ
๔. ระยะเวลาการส่งมอบและการชําระเงิน
๙. แนวทางการเสนองาน
๑๐. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือก
๑๑.
คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๑๒. การรักษาข้อมูลความลับ
๑๓. กรรมสิทธิ์และลิขสิทธิ์
๑๔. อัตราค่าปรับ
๑๕. การรับประกันความชํารุดบกพร่อง
๑๖. หน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการ
ประธานกรรมการ..
tmi jv
J
กรรมการ………..
………………………
Pulm
២
๑. หลักการและเหตุผล
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (กรม) มีภารกิจในการส่งเสริมการส่งออกสินค้าและบริการของ ไทยสู่ตลาดโลก โดยทํากิจกรรมการตลาดต่าง ๆ ให้สินค้าและธุรกิจบริการของไทยสามารถแข่งขันกับสินค้า และบริการของประเทศอื่น ๆ รวมถึงการดําเนินการให้ผู้ส่งออกไทยและผู้นําเข้าจากต่างประเทศได้พบปะ เจรจาการค้า ทั้งผ่านช่องทาง Onsite ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น งานแสดงสินค้าระดับนานาชาติ (International Trade Fair) และการจับคู่เจรจาการค้า (Business Matching) เป็นต้น และช่องทาง Online รูปแบบต่าง ๆ เช่น Website หรือ Social Media ต่าง ๆ นอกจากนั้น กรมยังจัดกิจกรรมเตรียมความพร้อมสินค้าและบริการ ของไทย เช่น การพัฒนาสินค้าและบริการให้เป็นที่ต้องการของตลาดเป้าหมายและตลาดโลก รวมถึง จัดกิจกรรมเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการให้มีความพร้อมในการดําเนินกระบวนการส่งออก และให้มีความรู้ เรื่องการตลาด สินค้า บริการ แนวโน้มตลาด แนวโน้มสินค้าและบริการ เพื่อเพิ่มมูลค่าและปริมาณการส่งออกของประเทศไทย
รวมถึงกฎระเบียบการส่งออก/นําเข้า
สํานักตลาดพาณิชย์ดิจิทัลจึงได้ดําเนินโครงการส่งเสริมการค้าออนไลน์สู่ตลาดโลก (Cross-Border e-Commerce) (โครงการ) ตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถ ขยายตลาด และแข่งขันได้ในเวทีการค้าระหว่างประเทศในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลผ่านช่องทางพาณิชย์ อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน (Cross-Border e-Commerce) ที่มีประสิทธิภาพได้ โดยในปีงบประมาณ ๒๕๖๙ กรมได้วางแผนจัดกิจกรรมในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ และเตรียมเชิญผู้นําเข้า/ ผู้ขายที่มีความเชี่ยวชาญ ในการขายสินค้าไทยบนแพลตฟอร์มออนไลน์ (Resellers) ต่าง ๆ รวมทั้งผู้แทนจากแพลตฟอร์มออนไลน์ที่มี การนําเข้าสินค้าไทยโดยตรงมาคัดเลือกสินค้าไทยที่มีศักยภาพ เพื่อไปจําหน่ายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ใน ต่างประเทศ โดยวางแผนจัดกิจกรรมตลอดทั้งปี เพื่อให้เข้าถึงผู้ประกอบการไทยได้มากที่สุดและเกิดประโยชน์ สูงสุดแก่ผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ
๒. วัตถุประสงค์
๒.๑ เพื่อขยายมูลค่าการส่งออกสินค้าไทยผ่านช่องทาง Cross-Border e-Commerce
๒.๒ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยใช้ช่องทาง Cross-Border e-Commerce ในการดําเนินธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ
๒.๓ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการรายย่อย และผู้ประกอบการ SMEs ไทย ให้สามารถขยายตลาดและเพิ่มโอกาสทางการค้าระหว่างประเทศผ่านแพลตฟอร์มและเครือข่าย พันธมิตร
๓. กลุ่มเป้าหมาย
๓.๑ ผู้ประกอบการไทย/ ผู้ส่งออก/ ผู้ผลิตสินค้าที่ต้องการขายผ่านช่องทางออนไลน์/ ผู้ค้าออนไลน์ หรือผู้มีศักยภาพในการประกอบธุรกิจส่งออก
๓.๒ ผู้ประกอบการที่เป็นสมาชิก Thaitrade.com และสมาชิกกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ๓.๓ ผู้แทนจากแพลตฟอร์มออนไลน์พันธมิตร
๓.๔ ผู้ขายจากแพลตฟอร์มออนไลน์ในตลาดเป้าหมาย
gim ov
ประธานกรรมการ
กรรมการ..
…กรรมการ……….
Pirm
๓
E
๔. ตัวชี้วัด
๔.๑ จํานวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่า 9,000 ราย (ทั้งในกิจกรรมออฟไลน์และออนไลน์) ๔.๒ จํานวนการจับคู่เจรจาธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทยกับผู้แทน/ผู้ขายบนแพลตฟอร์มพาณิชย์ อิเล็กทรอนิกส์ ทั้งหมด รวมไม่น้อยกว่า ๒๐๐ คู่
๔.๓ มูลค่าคาดการณ์การสั่งซื้อไม่น้อยกว่า ๑๒๐,000,000 บาท
๕. ขอบเขตการดําเนินการ
ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบในการดําเนินโครงการส่งเสริมการค้าออนไลน์สู่ตลาดโลก (Cross-Border e-Commerce) โดยการจัดกิจกรรมให้บรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการ ประสานงาน และตรวจสอบความ เรียบร้อยล่วงหน้าและหลังสิ้นสุดการจัดกิจกรรมในแต่ละครั้งตามระยะเวลาที่กรมมอบหมาย โดยมี รายละเอียดของขอบเขตการดําเนินการ ดังนี้
๕.๑ ภาพรวมการดําเนินโครงการทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์
- ๕.๑.๑ ดําเนินโครงการให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ โดยการจัดกิจกรรม แนะนําโมเดลธุรกิจ สร้างเครือข่ายทางธุรกิจ และเจรจาการค้า ทั้งสิ้นจํานวน ๔ ครั้ง (ในรูปแบบออนไลน์ ๑ ครั้ง และรูปแบบออฟไลน์ ๓ ครั้ง) และในแต่ละครั้งของการจัดกิจกรรมดังกล่าวจะต้องจัดให้มีกิจกรรมย่อย อย่างน้อยดังต่อไปนี้
(๑) กิจกรรมแนะนําโมเดลธุรกิจ
(๒) กิจกรรมการเจรจาจับคู่ธุรกิจ
ทั้งนี้ ผลการดําเนินโครงการทั้งหมดตลอดระยะเวลาดําเนินการจะต้องมีจํานวนการ จับคู่เจรจาธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทยกับผู้แทน/ ผู้ขายบนแพลตฟอร์มพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด รวมไม่น้อยกว่า ๒๐๐ คู่ ผ่านกิจกรรมการเจรจาจับคู่ธุรกิจ เป็นจํานวนไม่น้อยกว่า ๒๐๐ คู่ และมีมูลค่า คาดการณ์การสั่งซื้อไม่น้อยกว่า ๑๒๐,000,000 บาท โดยนับรวมทั้งโครงการ (ทั้งในรูปแบบออนไลน์และ
ออฟไลน์)
๕.๑.๒ นําเสนอแนวคิด (Concept) รูปแบบ (Theme) ชื่อสโลแกน (Slogan) และสัญลักษณ์ (Key Visual) และอาร์ตเวิร์ค (Art Work) ไม่น้อยกว่าอย่างละ ๒ ชิ้นงาน โดยต้องมีรูปแบบที่สร้างสรรค์ โดดเด่น จดจําง่าย และต้องสอดคล้องวัตถุประสงค์ของโครงการ
๕.๑.๓ จัดทําแผนการดําเนินงาน (Action Plan) ของโครงการ รวมทั้งแผนการดําเนินงาน ของทุกกิจกรรมภายใต้โครงการโดยละเอียด เพื่อให้กรมพิจารณาก่อนการดําเนินการ
๕.๑.๔ จัดทําวีดิทัศน์เปิดโครงการ จํานวน ๑ วีดิทัศน์ โดยเนื้อหาและรูปแบบต้องสื่อถึง วัตถุประสงค์ของโครงการ มีการบรรยายเป็นภาษาไทย และในวีดิทัศน์ต้องมีคําบรรยาย (Subtitle) เป็นภาษาอังกฤษที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน พร้อมทั้งตัดต่อวีดิทัศน์เพื่อทําภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว แบบสั้น โดยต้องส่งให้กรมพิจารณาเห็นชอบก่อนเริ่มกิจกรรมครั้งที่ ๑ ไม่น้อยกว่า ๗ วัน
๕.๑.๕ จัดให้มีเจ้าหน้าที่ให้เพียงพอสําหรับการดําเนินโครงการตามขอบเขตของงานนี้ อาทิ การลงทะเบียน การสมัครเป็นสมาชิก TOPTHAI การประสานนัดหมายหน่วยงานพันธมิตร การจัดกิจกรรม แนะนําโมเดลธุรกิจและ การจัดกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ การจัดหาล่ามสําหรับการแปลสด และ/หรือแปล เนื้อหากิจกรรมเป็นภาษาไทย สําหรับการจัดงานที่ผู้แทนฯ ใช้ภาษาต่างประเทศ รวมถึงการอํานวยความ สะดวกอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ตามที่กรมมอบหมายจากที่ได้กล่าวมาแล้วเพื่อให้เกิดความเรียบร้อยตลอดช่วงการจัด กิจกรรม เป็นต้น
ประธานกรรมการ…
39
นาท ง น
กรรมการ
….กรรมการ.
ค
๕.๑.๖ สรุปผลการจัดกิจกรรมในแต่ละครั้งโดยย่อ (รวม ๔ ครั้ง) อาทิ จํานวนผู้สมัคร จํานวน ผู้ร่วมกิจกรรม จํานวนการจับคู่เจรจาธุรกิจ มูลค่าคาดการณ์ซื้อขายภายใน ๑ ปี และภาพถ่ายบรรยากาศ ภายในงาน เป็นต้น และนําส่งกรมภายในวันเดียวกัน หลังเสร็จสิ้นการจัดกิจกรรม
๕.๑.๗ สรุปผลการดําเนินการจัดกิจกรรมแนะนําโมเดลธุรกิจ สร้างเครือข่ายทางธุรกิจ และ เจรจาการค้าของทั้งโครงการในภาพรวม
โดยจะต้องติดตามประสานและประเมินผลไปยังผู้ประกอบการที่ได้
เข้าร่วมกิจกรรมการเจรจาจับคู่เจรจาธุรกิจในแต่ละครั้งเพื่อสอบถามและติดตามความคืบหน้าของผลการจับคู่ เจรจาธุรกิจกับผู้แทนการค้าพันธมิตร และจัดทําสรุปผลความคืบหน้า/ ปัญหา อุปสรรค และนําเสนอกรมใน รูปแบบ Infographic/ PPT/ Canva (โดยจะต้องจัดส่งผลการดําเนินการให้กรมทราบหลังจากการจัดกิจกรรม ครั้งที่ ๔ ดําเนินการเสร็จสิ้นแล้ว ภายใน ๑๕ วัน)
๕.๑.๘ จัดกิจกรรมอื่นที่สนับสนุนการจัดกิจกรรมแนะนําโมเดลธุรกิจ สร้างเครือข่ายทางธุรกิจ และเจรจาการค้า (หากมี)
๕.๒ กิจกรรมแนะนําโมเดลธุรกิจ สร้างเครือข่ายทางธุรกิจ และเจรจาการค้า ในรูปแบบออนไลน์ จํานวน ๑ ครั้ง โดยมีผู้เข้าร่วมรวมไม่น้อยกว่า ๓๕๐ ราย
๕.๒.๑ ส่วนการจัดกิจกรรมแนะนําโมเดลธุรกิจ (ในรูปแบบออนไลน์)
(๑) จัดหาสถานที่เอกชนสําหรับจัดงานให้เหมาะสมกับกิจกรรม โดยต้องคํานึงถึง ภาพลักษณ์ของกรมเป็นสําคัญ และตกแต่งสถานที่ให้สวยงามสอดคล้องตามรูปแบบของงาน
(๒) ออกแบบอาร์ตเวิร์ค (Art Work) และจัดทํากราฟฟิคให้สอดคล้องกับแนวคิด (Concept) รูปแบบ (Theme) ชื่อสโลแกน (Slogan) และสัญลักษณ์ (Key Visual) ในข้อ ๕.๑.๒ โดยให้มี ขนาดเหมาะสมกับสื่อที่จะนําไปเผยแพร่เพื่อใช้ในการเชิญชวนเข้าร่วมกิจกรรม โดยให้นําเสนอตัวอย่างแต่ละ
ชิ้นงานอย่างน้อย ๑ ตัวอย่าง พร้อมออกแบบและจัดทํากราฟฟิคสําหรับใช้งานตลอดการจัดกิจกรรมตามความ เหมาะสม (หากมี) ทั้งนี้ ต้องสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเห็นชอบจากกรม
(๓) จัดทําระบบการลงทะเบียนล่วงหน้า (Pre-Registration) ในรูปแบบดิจิทัล และมีระบบการแจ้งเตือนการเข้าร่วมกิจกรรมไปยังผู้ลงทะเบียนทั้งในรูปแบบ E-Mail หรือ SMS ทั้งนี้ ผู้รับจ้าง ต้องแชร์ฐานข้อมูลหรือ Dash Board ของผู้ลงทะเบียนกลับมาให้กรมทราบและสามารถเข้าถึงได้ในรูปแบบ
Real Time
(๔) รับสมัครผู้ประกอบการร่วมโครงการผ่านอย่างน้อย ๓ ช่องทาง อาทิ การส่งอีเมล
Line/ Facebook/ Google Forms เป็นต้น
(๕) ประชาสัมพันธ์เชิญชวนเข้าร่วมกิจกรรมผ่านช่องทางออนไลน์ของ KOL/ Influencer ที่มีชื่อเสียงในวงกว้าง/ ในภูมิภาคหรือในพื้นที่ (มียอดผู้ติดตามมากกว่า ๗ แสนคน) อาทิ Facebook/ TikTok/ Instagram เป็นต้น
โทรศัพท์ อีเมล เป็นต้น
(๖) ประสานนัดหมายผู้ประกอบการเข้าร่วมกิจกรรมอย่างน้อย ๒ ช่องทาง อาทิ
(๗) กําหนดหัวข้อ หรือประเด็นที่เหมาะสมให้มีความน่าสนใจ ดึงดูดความสนใจ ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมกิจกรรม อย่างน้อยกิจกรรมละ ๒ หัวข้อ พร้อมประเด็นพูดคุยภายใต้หัวข้อที่มีความ น่าสนใจและเหมาะสมกับผู้ประกอบการไทย จากผู้เชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์แก่ผู้ประกอบการ/ ผู้แทนแพลตฟอร์มพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์/ ผู้แทนการค้าจากร้าน TOPTHAI ในประเทศต่าง ๆ / ผู้เชี่ยวชาญ ด้านการค้าออนไลน์ในตลาดศักยภาพเป้าหมาย และ/หรือผู้ขายที่ประสบความสําเร็จในการทําการค้าบน
ประธานกรรมการ….
257 JU
กรรมการ.. ངས་ོ ནེ་
Pim,
….กรรมการ…
๕
แพลตฟอร์มออนไลน์แต่ละท่าน เป็นต้น พร้อมทั้งนําเสนอรูปแบบการพูดคุยที่มีความน่าสนใจ และนําเสนอ
กรมพิจารณาก่อนการดําเนินการอย่างน้อย ๑ เดือน
(๔) ประสานเชิญผู้เชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ / ผู้แทนแพลตฟอร์มพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์/ ผู้แทนการค้าจากร้าน TOPTHAI ในประเทศต่าง ๆ / ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าออนไลน์ในตลาดศักยภาพ เป้าหมาย และ/หรือประสานเชิญผู้ขายที่ประสบความสําเร็จในการทําการค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์เข้าร่วม
ๆ /
กิจกรรม เพื่อแนะนําโมเดลธุรกิจให้แก่ผู้ร่วมกิจกรรม รวมทั้งให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องในตลาดศักยภาพเป้าหมาย (ไม่น้อยกว่า ๓ หน่วยงาน/ราย)
(๔) จัดให้มีผู้ดําเนินรายการมืออาชีพที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในวงกว้าง สามารถพูดได้ ๒ ภาษา (ไทย-อังกฤษ) และมีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า ๑ ปี เพื่อดําเนินกิจกรรมตลอดทั้งโครงการ
(๑๐) จัดหาล่ามสําหรับการแปลสด และ/หรือแปลเนื้อหากิจกรรมเป็นภาษาไทย สําหรับการจัดงานที่ใช้ภาษาต่างประเทศ (ในกรณีที่ถ่ายทําล่วงหน้าจะต้องตัดต่อภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว แทรกคําอธิบาย และ Subtitle ใต้ภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวดังกล่าว) ที่มีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า ๑ ปี
(๑๑) จัดทํา e-Document ข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมแนะนําโมเดลธุรกิจแก่ผู้เข้าร่วม
กิจกรรม
(๑๒) จัดหาชุดอุปกรณ์สําหรับการจัดกิจกรรมออนไลน์ อาทิ ห้องสตูดิโอ โสตทัศนูปกรณ์ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต อินเทอร์เน็ต Hi-Speed WIFI ไมโครโฟน ไร้สาย จัดให้มีระบบ แสง สี เสียง และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่จําเป็นเพื่อใช้จัดกิจกรรมตลอดระยะเวลาจัดงานรวมถึง การดูแลและแก้ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการจัดกิจกรรม
ๆ
ผู้
(๑๓) บันทึกเทปกิจกรรมในรูปแบบวีดิทัศน์ตลอดทั้งกิจกรรม ทั้งนี้ จะต้องตัดต่อ เพื่อเผยแพร่ผ่านช่องทาง Facebook: ThaiTrade.com ภายใน ๕ วัน หลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรม เพื่อให้ผู้สนใจสามารถรับชมงานย้อนหลังได้ และพร้อมทั้งส่งในรูปแบบ USB และ External Drive
ในงวดงานสุดท้าย
(๑๔) จัดทําวีดีโอสั้นสรุปภาพรวมกิจกรรมไม่เกิน ๒ นาทีในแต่ละกิจกรรม เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางออนไลน์ อาทิ Facebook/ TikTok Instagram ที่มีผู้ติดตามไม่น้อย
กว่า ๗ แสนคน
(๑๕) ดําเนินการอื่น ๆ อาทิ พิธีเปิด จัดทําคํากล่าวเปิดงาน จัดกิจกรรมอื่นที่สนับสนุน การจัดงาน หรือการอํานวยความสะดวกที่สนับสนุนการจัดงานตามที่กรมมอบหมายจากที่ได้กล่าวมาแล้ว เพื่อให้เกิดความเรียบร้อยตลอดช่วงการจัดกิจกรรม เป็นต้น
๕.๒.๒ ส่วนการจัดกิจกรรมการเจรจาจับคู่ธุรกิจ (ในรูปแบบออนไลน์)
(๑) ประสานเชิญคณะผู้แทนเจรจาธุรกิจเพื่อดําเนินกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจและให้
คําปรึกษาแก่ผู้ประกอบการ
(๒) จัดทําระบบการลงทะเบียนล่วงหน้า (Pre-Registration) ในรูปแบบดิจิทัล และมีระบบการแจ้งเตือนไปยังผู้ลงทะเบียนทั้งในรูปแบบ E-Mail หรือ SMS ทั้งนี้ ผู้รับจ้างต้องแชร์ฐานข้อมูล หรือ Dash Board ของผู้ลงทะเบียนกลับมาให้กรมทราบและสามารถเข้าถึงได้ในรูปแบบ Real Time
(๓) นําระบบเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการคัดกรองผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วม
กิจกรรมเจรจาธุรกิจให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้แทนแพลตฟอร์มและผู้ขายบนแพลตฟอร์ม โดยขั้นตอนการลงทะเบียนจะต้องสามารถ Upload รูปภาพสินค้า และมีระบบส่งข้อความแจ้งเตือน ไปยังผู้ลงทะเบียนผ่านช่องทางต่าง ๆ อาทิ โทรศัพท์ หรืออีเมล เป็นต้น และต้องแชร์ฐานข้อมูลหรือ Dash Board กลับมาให้กรมทราบและสามารถเข้าถึงข้อมูลได้แบบ Real Time
ประธานกรรมการ
กรรมการ. จิต[N]
stm
..กรรมการ..ร่าง
เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
เลขที่
การจ้างโครงการส่งเสริมการค้าออนไลน์สู่ตลาดโลก (Cross-Border e-Commerce) ตามประกาศ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
ลงวันที่ มกราคม ๒๕๖๙
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “กรม” มีความประสงค์จะ ประกวดราคา จ้างโครงการส่งเสริมการค้าออนไลน์สู่ตลาดโลก (Cross-Border e-Commerce) ด้วยวิธีประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ตามรายการ ดังนี้
จ้างโครงการส่งเสริมการค้าออนไลน์สู่
ตลาดโลก (Cross-Border e
Commerce)
โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้
จำนวน ๑ โครงการ
๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๑.๑ ขอบเขตของงาน
๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาจ้างทำของ
๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
(๑) หลักประกันสัญญา
๑.๕ บทนิยาม
(๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
(๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
(๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
๑.๗ แผนการทำงาน
๑.๘ แผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
๒.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กรม ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขันอย่างเป็น ธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้ เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน นามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้ เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๑ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่
สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ
ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา ๖. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๒.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีประสบการณ์และผลงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการ เป็นจำนวน ไม่น้อยกว่า ๑ ผลงาน ภายในระยะเวลาไม่เกิน ๓ ปีย้อนหลังนับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอ
๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
(ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๑ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อ
เสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือ มีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน ทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ เอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา (๕) สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ (ถ้ามี)
(๖) สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ถ้ามี)
(๗) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) เอกสารข้อเสนอด้านเทคนิค
(๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔. การเสนอราคา
๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วย อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้อง กรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอโดย ไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้ ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๑๒๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอ ราคาโดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคา มิได้
๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จภายในวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๙
๔.๔ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญารายละเอียด ขอบเขตของ
งานฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตาม เงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. และเวลาในการเสนอราคาให้ถือ ตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์
เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และ การเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่กรมผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๗ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณาข้อ เสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะ กรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการ พิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และกรม จะพิจารณาลงโทษผู้ ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่กรมจะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ริเริ่มให้มีการกระ ทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของกรม
๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
(๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
(๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กำหนด
(๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ๔.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายใน ประเทศ โดยยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลา
ดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน ๖๐ วัน
๔.๑๐ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา เว้นแต่เป็นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือ ที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา ๕. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
๕.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ กรมจะ พิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น
๕.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น ในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ กรม
จะพิจารณาโดยให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ำหนักที่กำหนด ดังนี้
๕.๒.๑ จ้างโครงการส่งเสริมการค้าออนไลน์สู่ตลาดโลก (Cross-Border e Commerce)
(๑) ราคาที่ยื่นข้อเสนอ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๓๐.๐๐ โดยมี วิธีการให้คะแนน ดังนี้ ๑๐๐ - (((ราคาของผู้เสนอราคา - ราคาต่ำสุด)/ราคาต่ำสุด) * ๑๐๐) (๒) ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนอื่นๆ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๗๐.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ คณะกรรมการจะพิจารณาโดยเปรียบเทียบจากเอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้ เสนอมาและการให้คะแนนพิจารณาตามเกณฑ์
โดยกำหนดให้น้ำหนักรวมทั้งหมดเท่ากับร้อยละ ๑๐๐
๕.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ ขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กรมกำหนดไว้ในประกาศและ เอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้ เปรียบเสียเปรียบต่อ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการพิจารณาผลฯ อาจ พิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
๕.๔ กรมสงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการผ่อนผัน ในกรณี ดังต่อไปนี้
(๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย อิเล็กทรอนิกส์
(๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวด อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ๕.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ
กรรมการพิจารณาผลฯ หรือกรม มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ กรมมีสิทธิที่จะไม่รับข้อ เสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ๕.๖ กรมทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคา ที่เสนอ ทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจจะ ยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของกรมเป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้องค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งกรมจะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์และลงโทษผู้ยื่นข้อ เสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่เชื่อถือได้ว่าการยื่นข้อ เสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมา ยื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น
ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่ อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือกรม จะให้ผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการตามเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ กรม มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอหรือไม่รับราคาของ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายใดๆ จากกรม ๕.๗ ก่อนลงนามในสัญญากรม อาจประกาศยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการคัดเลือก มีผล ประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม หรือสมยอม กันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใดในการเสนอราคา ๖. การทำสัญญาจ้าง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุใน ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับกรม ภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวาง หลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้กรม ยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
๖.๑ เงินสด
๖.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่กรม ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ลงวันที่ที่ใช้ เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้น ไม่เกิน ๓ วัน ทำการ ๖.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง กำหนด
๖.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง
หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) ๖.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่งกรม ได้รับมอบไว้ แล้ว
๗. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
กรม จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่าย ทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง โดยแบ่งออกเป็น ๓ งวดดังนี้ งวดที่ ๑ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๒๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานตาม รายละเอียดที่ระบุไว้ใน TOR ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
งวดที่ ๒ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๔๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานตาม รายละเอียดที่ระบุไว้ใน TOR ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๙
งวดสุดท้าย เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๔๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ทั้งหมดให้แล้วเสร็จเรียบร้อยตามสัญญาหรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ และ กรม ได้ตรวจรับมอบงานจ้าง เรียบร้อยแล้ว
๘. อัตราค่าปรับ
ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลง จ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
๘.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับ อนุญาตจากกรม จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงานจ้างช่วง นั้น
๘.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๘.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็น รายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้าง
๙. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งได้ทำสัญญาจ้างตามแบบดังระบุในข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ แล้วแต่กรณี จะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายใน ระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๑ เดือน นับถัดจากวันที่กรมได้รับมอบงาน โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การ ได้ดีดังเดิมภายใน ๓ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่อง
๑๐. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
๑๐.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ กรมได้รับอนุมัติเงินค่าจ้างจากเงิน งบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ แล้วเท่านั้น
๑๐.๒ เมื่อกรมได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลงจ้างตามการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามาจากต่าง ประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ตาม ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
(๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
(๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดย เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
(๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
๑๐.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งกรมได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ ภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ กรมจะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้ออกหนังสือ ค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้งจะพิจารณา
ให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ๑๐.๔ กรมสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบสัญญาหรือข้อ ตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
๑๐.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของกรม คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อเสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
๑๐.๖ กรม อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จะ เรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากกรมไม่ได้
(๑) กรมไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้รับจัดสรร แต่ไม่ เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
(๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่น ใด ในการเสนอราคา
(๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่กรม หรือ กระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
(๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
๑๐.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
๑๑. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
๑๒. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
กรม สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการ คัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับกรม ไว้ชั่วคราว
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
มกราคม ๒๕๖๙
สำเนาถูกต้อง
รุ่งวรา อังศธรรมรัตน์
(นางสาวรุ่งวรา อังศธรรมรัตน์)
นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการ
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๖๙
โดย นางสาวรุ่งวรา อังศธรรมรัตน์ นักวิชาการ
พาณิชย์ชำนาญการร่าง
ประกาศกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
เรื่อง ประกวดราคาจ้างโครงการส่งเสริมการค้าออนไลน์สู่ตลาดโลก (Cross-Border e-Commerce) ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างโครงการส่งเสริมการ ค้าออนไลน์สู่ตลาดโลก (Cross-Border e-Commerce) ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ราคากลางของงานจ้าง ในการประกวดราคาครั้งนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น ๒,๑๗๕,๐๐๐.๐๐ บาท (สองล้านหนึ่งแสน เจ็ดหมื่นห้าพันบาทถ้วน) จำนวน ๑ รายการ
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอโดยแสดงหลักฐานถึงขีดความสามารถและความพร้อมที่มีอยู่ใน วันยื่นข้อเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
๑. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติให้เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กำหนด ๒. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. ซึ่งสามารถจัดเตรียมเอกสารข้อเสนอได้ตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงวันเสนอ ราคา
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องนำเสนอข้อเสนอทางด้านเทคนิคและขั้นตอนการดำเนินโครงการ ตามขอบเขตของงาน ในวันที่………………………………………. เวลา ………………………..น. เป็นต้นไป (รายละ ๓๐ นาที) ณ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จังหวัดนนทบุรี ซึ่งกรมจะแจ้งรายละเอียดให้ทราบต่อไป กรมจะ
ไม่พิจารณา ข้อเสนอด้านเทคนิคของผู้ยื่นข้อเสนอที่ไม่มานำเสนองานตามวันและเวลาที่กรมกำหนด ๓. ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เลขที่ ลงวันที่ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๙ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ได้ตั้งแต่วันที่ ประกาศจนถึงวันเสนอราคา ได้ที่เว็บไซต์ www.ditp.go.th หรือ www.gprocurement.go.th
ประกาศ ณ วันที่ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๙
(นายชัพพล โรจนเสน)
ผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง ปฏิบัติราชการแทน
สำเนาถูกต้อง
รุ่งวรา อังศธรรมรัตน์
(นางสาวรุ่งวรา อังศธรรมรัตน์) นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการ
อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๖๙ โดย นางสาวรุ่งวรา อังศธรรมรัตน์ นักวิชาการ พาณิชย์ชำนาญการ