ประกวดราคาจ้างดำเนินการตามโครงการยกระดับการบูรณาการข้อมูลเพื่อการพัฒนาสังคม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มีความประสงค์จ้างพัฒนาระบบเพื่อยกระดับการบูรณาการข้อมูลภายในกระทรวงฯ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเป็นศูนย์กลางรวบรวม เชื่อมโยง และวิเคราะห์ข้อมูลจากกว่า 46 หน่วยงานภาครัฐ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายและการให้บริการสวัสดิการสังคมที่แม่นยำและลดความซ้ำซ้อน โครงการนี้จะมุ่งพัฒนาระบบคลังข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Platform) และระบบเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลสวัสดิการสังคม โดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) ในการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อคาดการณ์สถานการณ์ทางสังคมและระบุกลุ่มเป้าหมายเชิงรุก
ขอบเขตงานครอบคลุมการวิเคราะห์ความต้องการและกำหนดมาตรฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูล การพัฒนาระบบธรรมาภิบาลข้อมูล (Data Governance) ให้สอดคล้องกับ PDPA การพัฒนารูปแบบการจัดเก็บข้อมูลด้านสวัสดิการ ผู้สูงอายุ คนพิการ และกลุ่มเปราะบาง การพัฒนาระบบบริหารจัดการและรับส่งข้อมูลทั้งภายในและภายนอกกระทรวง การพัฒนาแดชบอร์ดและระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) สำหรับผู้บริหาร การยกระดับความสามารถในการวิเคราะห์ด้วย AI/ML และการพัฒนาระบบบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของ พม. ตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
English summary
The Ministry of Social Development and Human Security (MSDHS) intends to hire a contractor to develop a system for upgrading data integration within the ministry. The main objective is to establish a central hub for collecting, linking, and analyzing data from over 46 government agencies to support policy decision-making and the delivery of accurate social welfare services while reducing duplication. This project will focus on developing a Big Data Platform and a social welfare data exchange and linkage system, applying Artificial Intelligence (AI) and Machine Learning (ML) technologies for data analysis to predict social situations and proactively identify target groups.
The scope of work includes analyzing requirements and defining data exchange standards, developing a Data Governance system compliant with the Personal Data Protection Act (PDPA), developing data models for welfare, elderly, disabled, and vulnerable groups, developing data management and exchange systems for internal and external agencies, developing executive dashboards and Geographic Information Systems (GIS), enhancing analytical capabilities using AI/ML, and developing the ministry’s personal data management system in accordance with data protection laws.
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อศึกษาวิเคราะห์ความต้องการการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูล โดยการกำหนดและยกระดับมาตรฐานโครงสร้างของการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลของ พม.
- เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการและกำกับดูแลข้อมูล (Data Governance) ให้มีมาตรฐานคุณภาพข้อมูลและสอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
- เพื่อพัฒนารูปแบบ และกระบวนการจัดเก็บข้อมูลด้านสวัสดิการ ด้านผู้สูงอายุ ด้านคนพิการ และกลุ่มเปราะบาง ตามหลักเกณฑ์มาตรฐาน และรองรับการนำไปวิเคราะห์และแปรรูปเป็นแบบจำลองข้อมูล แบบวิเคราะห์ข้อมูลที่ตอบสนองการใช้งานข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการและรับส่งข้อมูลสำหรับหน่วยงานภายในสังกัด พม. และหน่วยงานภายนอกกระทรวง
- เพื่อพัฒนาเครื่องมือแสดงผลข้อมูล (Dashboard) และระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) สำหรับผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ใช้ในการวางแผน ตัดสินใจ และติดตามผลการดำเนินงานด้านสวัสดิการสังคม
- เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) สำหรับการคาดการณ์สถานการณ์ทางสังคมและระบุกลุ่มเป้าหมายเชิงรุก
- เพื่อสร้างช่องทางในการเผยแพร่ข้อมูลที่เหมาะสม สอดคล้องกับนโยบายการเข้าถึงข้อมูลที่กำหนดตามกรอบการกำกับดูแลข้อมูลของ พม.
- เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของ พม. ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
ขอบเขตของงาน
- การศึกษาวิเคราะห์ความต้องการและกำหนดมาตรฐานการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูล
- การพัฒนาระบบบริหารจัดการและกำกับดูแลข้อมูล (Data Governance)
- การพัฒนารูปแบบและกระบวนการจัดเก็บข้อมูลมาตรฐานสำหรับกลุ่มสวัสดิการ ผู้สูงอายุ คนพิการ และกลุ่มเปราะบาง
- การพัฒนาระบบบริหารจัดการและรับส่งข้อมูล (Data Exchange/Management System) สำหรับหน่วยงานภายในและภายนอก
- การพัฒนาแดชบอร์ด (Dashboard) และระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) สำหรับผู้บริหาร
- การพัฒนาความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลด้วย AI/ML สำหรับการคาดการณ์และระบุกลุ่มเป้าหมาย
- การสร้างช่องทางเผยแพร่ข้อมูลที่เหมาะสม
- การพัฒนาระบบบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคล (ตาม PDPA)
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- ระบบคลังข้อมูลขนาดใหญ่และระบบเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลสวัสดิการสังคมที่พัฒนาสมบูรณ์
- มาตรฐานและกรอบธรรมาภิบาลข้อมูล (Data Governance Framework) ของ พม.
- รูปแบบและกระบวนการจัดเก็บข้อมูลมาตรฐาน
- ระบบบริหารจัดการและรับส่งข้อมูล
- แดชบอร์ดและระบบ GIS สำหรับผู้บริหาร
- แบบจำลองและเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลด้วย AI/ML
- ช่องทางเผยแพร่ข้อมูล
- ระบบบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคลตาม PDPA
- เอกสารประกอบต่างๆ เช่น เอกสารวิเคราะห์ความต้องการ เอกสารออกแบบระบบ คู่มือการใช้งาน เป็นต้น
ระยะเวลาดำเนินการ
- กำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน 360 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
- แผนการทำงานต้องจัดทำและยื่นภายใน 30 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
- การชำระเงินแบ่งเป็น 5 งวด โดยมีกำหนดส่งมอบงานบางส่วนที่ 30 วัน, 180 วัน, 210 วัน, 300 วัน และสิ้นสุดโครงการที่ 360 วัน
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว, ลงทะเบียนข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง
- Standards Compliance: ต้องพัฒนาระบบให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA)
- Experience: ต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ผลงานหรือ 1 สัญญา ในวงเงินไม่น้อยกว่า 39,000,000 บาท เป็นผลงานที่เกี่ยวกับการพัฒนาฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) หรือการพัฒนาระบบภูมิสารสนเทศ หรือการพัฒนาระบบวิเคราะห์ข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ หรือการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศอื่น โดยเป็นผลงานสัญญาเดียวที่ดำเนินการแล้วเสร็จและตรวจรับงานเรียบร้อยแล้วภายในระยะเวลา 5 ปี นับถึงวันยื่นข้อเสนอ
- Previous Project Cost: วงเงินผลงานเดิมไม่น้อยกว่า 39,000,000 บาท
- Technical Capabilities: ต้องแสดงความสามารถผ่านผลงานที่เกี่ยวข้อง (Big Data, GIS, AI/Data Analytics, IT Systems)
- Personnel: ต้องจัดเตรียมบุคลากรที่มีคุณวุฒิและประสบการณ์เฉพาะทางตามที่กำหนด 14 ตำแหน่ง ได้แก่
- ผู้จัดการโครงการ (Project Manager): ปริญญาโทขึ้นไป, ประสบการณ์บริหารโครงการ IT ไม่น้อยกว่า 10 ปี, เป็นผู้จัดการโครงการไม่น้อยกว่า 5 ปี
- ผู้เชี่ยวชาญด้านวิเคราะห์ระบบสารสนเทศ: ปริญญาเอก, ประสบการณ์ด้านการวิเคราะห์ออกแบบระบบไม่น้อยกว่า 15 ปี, เป็นผู้เชี่ยวชาญไม่น้อยกว่า 10 ปี
- ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาระบบสารสนเทศ: ปริญญาเอก, ประสบการณ์พัฒนาระบบและบูรณาการข้อมูลไม่น้อยกว่า 10 ปี, เป็นผู้เชี่ยวชาญไม่น้อยกว่า 10 ปี
- ผู้เชี่ยวชาญวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Scientist): ปริญญาโทขึ้นไป, ประสบการณ์วิเคราะห์ข้อมูลหรือทำ Data Model ไม่น้อยกว่า 10 ปี, เป็นผู้เชี่ยวชาญไม่น้อยกว่า 10 ปี
- ผู้เชี่ยวชาญด้านสังคมศาสตร์: ปริญญาเอก, ประสบการณ์สำรวจวิเคราะห์ข้อมูลทางสังคมไม่น้อยกว่า 5 ปี, เป็นผู้เชี่ยวชาญไม่น้อยกว่า 5 ปี
- ที่ปรึกษาด้านธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ: ปริญญาเอก, ประสบการณ์จัดทำธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐไม่น้อยกว่า 5 ปี, เป็นที่ปรึกษาไม่น้อยกว่า 5 ปี
- นักจัดการความมั่นคงปลอดภัยของระบบสารสนเทศ: ปริญญาตรีขึ้นไป, ประสบการณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศไม่น้อยกว่า 10 ปี
- นักวิเคราะห์ระบบ (System Analyst): ปริญญาโทขึ้นไป, ประสบการณ์วิเคราะห์ออกแบบระบบ IT ไม่น้อยกว่า 5 ปี
- นักจัดการระบบฐานข้อมูล: ปริญญาตรีขึ้นไป, ประสบการณ์บริหารจัดการและปรับแต่งฐานข้อมูลไม่น้อยกว่า 5 ปี
- นักทดสอบระบบ (Software Tester / QA Tester): ปริญญาตรีขึ้นไป, ประสบการณ์ทดสอบและประเมินผลซอฟต์แวร์ไม่น้อยกว่า 3 ปี
- นักพัฒนาโปรแกรมระบบคอมพิวเตอร์ (วิศวกรข้อมูล): จำนวน 2 คน, ปริญญาตรีขึ้นไป, ประสบการณ์พัฒนาโปรแกรมระบบไม่น้อยกว่า 5 ปี
- นักพัฒนาโปรแกรมระบบคอมพิวเตอร์: จำนวน 2 คน, ปริญญาตรีขึ้นไป, ประสบการณ์พัฒนาโปรแกรมระบบไม่น้อยกว่า 3 ปี
- นักพัฒนาระบบภูมิสารสนเทศ: ปริญญาตรีขึ้นไป, ประสบการณ์ด้านภูมิสารสนเทศไม่น้อยกว่า 5 ปี
- เจ้าหน้าที่ประสานงานโครงการ (Project Coordinator): ปริญญาตรีขึ้นไป, ประสบการณ์ประสานงานและสนับสนุนโครงการ IT ไม่น้อยกว่า 5 ปี
เกณฑ์การพิจารณา
การพิจารณาใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น (Score) โดยมีน้ำหนักคะแนนดังนี้
- ราคาที่ยื่นข้อเสนอ: น้ำหนัก 30%
- วิธีการให้คะแนน: 100 - (((ราคาของผู้เสนอราคา - ราคาต่ำสุด)/ราคาต่ำสุด) * 100)
- ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่นๆ: น้ำหนัก 70% (คะแนนรวม 100 คะแนน)
- แนวคิดและความรู้ความเข้าใจในการพัฒนาระบบ: 20 คะแนน
- แผนการดำเนินงาน: 5 คะแนน
- ด้านการนำเสนอทางเทคนิค แนวทางการเก็บความต้องการ การออกแบบและการพัฒนาระบบ: 20 คะแนน
- ด้านความมั่นคงปลอดภัยของระบบสารสนเทศ: 15 คะแนน
- ผลงานของผู้เสนอราคา: 5 คะแนน
- ประสบการณ์ของผู้เสนอราคา: 5 คะแนน
- ความสามารถด้านการออกแบบ UX/UI: 10 คะแนน
- แนวทางการจัดทำแบบจำลองข้อมูลและการพัฒนาแดชบอร์ดเชิงวิเคราะห์: 20 คะแนน
- ผู้ที่ได้คะแนนรวม (จากราคาและเทคนิค) สูงสุดจะเป็นผู้ชนะการเสนอราคา
ข้อกำหนดทางเทคนิค
โครงการมุ่งพัฒนาระบบศูนย์กลางข้อมูลที่บูรณาการข้อมูลจาก 46 หน่วยงานภาครัฐ กว่า 100 ชุดข้อมูล โดยใช้เทคโนโลยีข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และปัญญาประดิษฐ์ (ML/AI) ระบบต้องมีขีดความสามารถหลักดังนี้
- เป็นคลังข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Platform) และระบบเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลสวัสดิการสังคม
- มีระบบบริหารจัดการและกำกับดูแลข้อมูล (Data Governance) ที่มีมาตรฐานคุณภาพข้อมูล
- รองรับการจัดเก็บข้อมูลมาตรฐานสำหรับกลุ่มสวัสดิการ ผู้สูงอายุ คนพิการ และกลุ่มเปราะบาง
- มีระบบบริหารจัดการและรับส่งข้อมูลสำหรับหน่วยงานภายในและภายนอกกระทรวง พม.
- มีแดชบอร์ด (Dashboard) และระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) สำหรับผู้บริหาร
- มีความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคาดการณ์และระบุกลุ่มเป้าหมายเชิงรุกด้วย AI/ML
- มีระบบบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคลที่สอดคล้องกับ PDPA พ.ศ. 2562 อย่างครบถ้วน
- ต้องมีความมั่นคงปลอดภัยของระบบสารสนเทศตามมาตรฐาน
เงื่อนไขสัญญา
- ราคากลาง: 97,635,417.77 บาท
- หลักประกันการเสนอราคา: 4,850,000 บาท
- หลักประกันสัญญา: ร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาได้
- การจ่ายเงิน: แบ่งเป็น 5 งวด
- งวดที่ 1 (5%): หลังส่งมอบงานงวดที่ 1 ครบถ้วนภายใน 30 วัน นับจากวันลงนาม และตรวจรับแล้ว
- งวดที่ 2 (20%): หลังส่งมอบงานงวดที่ 2 ครบถ้วนภายใน 180 วัน นับจากวันลงนาม และตรวจรับแล้ว
- งวดที่ 3 (30%): หลังส่งมอบงานงวดที่ 3 ครบถ้วนภายใน 210 วัน นับจากวันลงนาม และตรวจรับแล้ว
- งวดที่ 4 (20%): หลังส่งมอบงานงวดที่ 4 ครบถ้วนภายใน 300 วัน นับจากวันลงนาม และตรวจรับแล้ว
- งวดสุดท้าย (25%): หลังส่งมอบงานทั้งหมดแล้วเสร็จเรียบร้อยตามสัญญาและตรวจรับมอบงานแล้ว
- ค่าปรับ:
- กรณีจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต: ร้อยละ 10 ของวงเงินงานจ้างช่วงนั้น
- กรณีปฏิบัติผิดสัญญาอื่นๆ: ร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้าง ต่อวัน
- ระยะเวลารับประกัน: ไม่น้อยกว่า 1 ปี นับถัดจากวันที่หน่วยงานได้รับมอบงาน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
Q: โครงการนี้ต้องการบูรณาการข้อมูลจากหน่วยงานภายนอกกระทรวง พม. ด้วยหรือไม่?
A: ใช่ ตามขอบเขตงานโครงการมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการและรับส่งข้อมูลสำหรับหน่วยงานภายในสังกัด พม. และหน่วยงานภายนอกกระทรวง เพื่อแบ่งปันการใช้ประโยชน์ข้อมูล -
Q: ระบบที่พัฒนาต้องรองรับข้อมูลประเภทใดบ้างเป็นหลัก?
A: ระบบต้องรองรับการจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลด้านสวัสดิการ ด้านผู้สูงอายุ ด้านคนพิการ และข้อมูลของกลุ่มเปราะบาง ตามมติ ครม. ที่เกี่ยวข้อง -
Q: โครงการนี้มีการใช้ AI/ML เพื่อวัตถุประสงค์ใดบ้าง?
A: เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลสำหรับการคาดการณ์สถานการณ์ทางสังคม และการระบุกลุ่มเป้าหมายเชิงรุกในการให้บริการสวัสดิการสังคม -
Q: ระบบ Dashboard และ GIS มีไว้สำหรับใคร?
A: สำหรับผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกระทรวง พม. ใช้ในการวางแผน ตัดสินใจ และติดตามผลการดำเนินงานด้านสวัสดิการสังคม -
Q: ต้องมีการพัฒนาระบบย่อยใดบ้างเพื่อให้สอดคล้องกับ PDPA?
A: ต้องพัฒนาระบบบริหารจัดการและกำกับดูแลข้อมูล (Data Governance) ให้มีมาตรฐานคุณภาพข้อมูลและสอดคล้องกับ PDPA รวมถึงพัฒนาระบบบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของ พม. โดยเฉพาะ -
Q: ผู้เสนอราคาต้องจัดทีมงานให้ปฏิบัติงานในโครงการเต็มเวลาหรือไม่?
A: ใช่ ต้องจัดเตรียมบุคลากร 14 ตำแหน่งตามที่กำหนด แต่ละตำแหน่งมีระยะเวลาการปฏิบัติงานในโครงการที่ระบุชัดเจน (เช่น 12 เดือน, 10 เดือน) ซึ่งบ่งชี้ถึงความต้องการให้ทำงานอย่างต่อเนื่องตลอดโครงการ -
Q: เกณฑ์ด้านเทคนิคที่ให้คะแนนสูงสุดคืออะไร?
A: แนวคิดและความรู้ความเข้าใจในการพัฒนาระบบ (20 คะแนน) แนวทางการเก็บความต้องการ การออกแบบและการพัฒนาระบบ (20 คะแนน) และแนวทางการจัดทำแบบจำลองข้อมูลและการพัฒนาแดชบอร์ดเชิงวิเคราะห์ (20 คะแนน) ได้คะแนนสูงสุดเท่ากัน -
Q: มีการกำหนดรูปแบบหรือเทคโนโลยีที่ต้องใช้ในการพัฒนาระบบหรือไม่?
A: ใน TOR นี้ไม่ได้ระบุเทคโนโลยีที่เฉพาะเจาะจง แต่ระบุวัตถุประสงค์เชิงฟังก์ชันการทำงาน (เช่น Big Data Platform, Data Exchange, AI/ML Analytics) ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เสนอราคานำเสนอแนวทางและสถาปัตยกรรมที่เหมาะสม -
Q: การส่งมอบงานแบ่งเป็นกี่ระยะตามเงื่อนไขการจ่ายเงิน?
A: แบ่งการส่งมอบเป็นอย่างน้อย 4 ระยะก่อนงานสุดท้าย ตามงวดการจ่ายเงินที่ 30, 180, 210 และ 300 วัน โดยงานงวดที่ 1 น่าจะเป็นงานเริ่มต้น เช่น แผนงาน มาตรฐาน Data Governance เบื้องต้น -
Q: หากเป็นกิจการร่วมค้า ต้องใช้ผลงานของใครในการยื่นคุณสมบัติ?
A: หากสัญญาร่วมค้ากำหนดให้มีผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้าต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้า หากไม่ได้กำหนดให้มีผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขทั้งหมด
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
- 1.
+
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
จ้างดําเนินการตามโครงการยกระดับการบูรณาการข้อมูลเพื่อการพัฒนาสังคม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
- หลักการและเหตุผล
ด้วยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มีนโยบายที่ให้ความสําคัญ ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อนํามาใช้สนับสนุนการดําเนินงานของกระทรวงฯ ในด้านต่างๆ โดยเล็งเห็น ถึงความสําคัญของการขับเคลื่อนการดําเนินงานของกระทรวงฯ โดยการนําข้อมูลและฐานข้อมูลของแต่ละกรม กอง และหน่วยงานภายใต้กระทรวงฯ มาวิเคราะห์ ประมวลผล และนําไปใช้ประโยชน์ สําหรับการวางแผน ตัดสินใจ กําหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ และขับเคลื่อนงานตามภารกิจของกระทรวงฯ ยกระดับในการให้บริการประชาชน ได้อย่างเหมาะสม ซึ่งกระทรวง พม. ได้มีการรวบรวมข้อมูลที่มีความหลากหลาย ข้อมูลปริมาณมากๆ เช่น ข้อมูลสมุดพกครอบครัว ข้อมูลเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด เป็นต้น ทั้งนี้ ข้อมูลมีการเปลี่ยนแปลง อย่างรวดเร็วตามสถานการณ์ทางสังคมที่เกิดขึ้น นําไปสู่การประมวลข้อมูลเพื่อตอบโจทย์ประเด็นที่สนใจ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลสูงสุด ประกอบกับ มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2567 เห็นชอบ ให้ดําเนินการบูรณาการการจัดทําฐานข้อมูลของประชาชนกลุ่มเปราะบางและคนพิการของหน่วยงานต่างๆ ให้มีความเชื่อมโยง ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นระบบเดียวกัน และ มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2568 เห็นชอบแนวทางการจัดทําฐานข้อมูลผู้สูงอายุตามสิทธิและสวัสดิการรายบุคคล เพื่อบูรณาการข้อมูลจากทุกภาคส่วน
ดังนั้น เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายของ พม. เป็นรูปธรรม สามารถเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูล ของทุกกรมและหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวง พม. ได้อย่างคล่องตัว และเกิดการบูรณาการข้อมูลให้เกิดประโยชน์ สูงสุด รวมทั้งแบ่งปันการใช้ประโยชน์ข้อมูลกับหน่วยงานภาครัฐภายนอกกระทรวงฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเห็นควรดําเนินการยกระดับคลังข้อมูลขนาดใหญ่และพัฒนาระบบเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลสวัสดิการสังคม ที่ทําหน้าที่เป็นศูนย์กลางรวบรวม เชื่อมโยง และวิเคราะห์ข้อมูลจาก 46 หน่วยงานภาครัฐ รวมกว่า 100 ชุดข้อมูล โดยนําเทคโนโลยีข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และปัญญาประดิษฐ์ (ML/AI) มาประยุกต์ใช้ เพื่อให้สามารถระบุ กลุ่มเป้าหมาย จัดสวัสดิการ และช่วยเหลือประชาชนได้อย่างแม่นยํา รวดเร็ว และลดความซ้ําซ้อน ภายใต้มาตรฐาน ความมั่นคงปลอดภัยและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลและบูรณาการข้อมูลในการให้บริการ และจัดสวัสดิการสังคม รวมทั้งเกิดการบริหารงบประมาณ การบริการ และการจัดสวัสดิการสังคมอย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลสูงสุดต่อประชาชน และสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง 2. วัตถุประสงค์โครงการ
2.1 เพื่อศึกษาวิเคราะห์ความต้องการการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูล โดยการกําหนดและยกระดับ
มาตรฐานโครงสร้างของการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลของ พม.
2.2 เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการและกํากับดูแลข้อมูล (Data Governance) ให้มีมาตรฐานคุณภาพข้อมูล
และสอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
ประธานกรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
Jasino
กรรมการ Cat Ar
ez
กรรมการ
กรรมการ มส
กรรมการ
กรรมการ
Man
กรรมการ
- 2 -
2.3 เพื่อพัฒนารูปแบบ และกระบวนการจัดเก็บข้อมูลด้านสวัสดิการ ด้านผู้สูงอายุ ด้านคนพิการ และกลุ่มเปราะบาง ตามหลักเกณฑ์มาตรฐาน และรองรับการนําไปวิเคราะห์และแปรรูปเป็นแบบจําลองข้อมูล แบบวิเคราะห์
ข้อมูลที่ตอบสนองการใช้งานข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2.4 เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการและรับส่งข้อมูลสําหรับหน่วยงานภายในสังกัด พม. และหน่วยงานภายนอก
กระทรวง
2.5 เพื่อพัฒนาเครื่องมือแสดงผลข้อมูล (Dashboard) และระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) สําหรับผู้บริหาร
และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ใช้ในการวางแผน ตัดสินใจ และติดตามผลการดําเนินงานด้านสวัสดิการสังคม 2.6 เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) สําหรับการคาดการณ์สถานการณ์ทางสังคมและระบุ กลุ่มเป้าหมายเชิงรุก
2.7 เพื่อสร้างช่องทางในการเผยแพร่ข้อมูลที่เหมาะสม สอดคล้องกับนโยบายการเข้าถึงข้อมูลที่กําหนด
ตามกรอบการกํากับดูแลข้อมูลของ พม.
2.8 เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของ พม. ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูล
ส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
- คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
ผู้ที่จะเข้ายื่นข้อเสนอในการจัดจ้างของหน่วยงานของรัฐ อย่างน้อยต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม
ดังต่อไปนี้
3.1
มีความสามารถตามกฎหมาย
3.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
3.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
3.4
ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจาก เป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
3.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน
3.6
3.7
ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ
ภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
3.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่สํานักงานปลัดกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (สป.พม.) ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่ เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
ประธานกรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
Kurt Em
Q
กรรมการ
พ
กรรมการ
Now
กรรมการ
Indior
กรรมการ
กมณ์
กรรมการ
น
- 3 -
3.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอ
ได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
3.10 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง โดยเป็นผลงานที่เกี่ยวกับ การพัฒนาฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) หรือการพัฒนาระบบภูมิสารสนเทศ หรือการพัฒนาระบบ วิเคราะห์ข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ หรือการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศอื่น จํานวนไม่น้อยกว่า 1 ผลงานหรือ 1 สัญญา ในวงเงินไม่น้อยกว่า 39,000,000 บาท (สามสิบเก้าล้านบาทถ้วน) และเป็นผลงาน ที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนที่ สป.พม. เชื่อถือ โดยต้องเป็นผลงานสัญญาเดียว
และเป็นผลงานที่ดําเนินการแล้วเสร็จตามสัญญาและตรวจรับงานเรียบร้อยแล้วภายในระยะเวลา 5 ปี นับถึงวันยื่นข้อเสนอ พร้อมทั้งแนบสําเนาหนังสือรับรองผลงาน และสําเนาสัญญาหรือเอกสารหลักฐาน ที่แสดงรายละเอียดของสัญญา
3.11 ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
3.11.1 การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลักข้อตกลงฯ จะต้องมี การกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วม ค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
3.11.2 กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการเข้าร่วมค้านั้น
ต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย
จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
3.11.3 การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
- กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอผู้เข้าร่วมค้าทุกราย
จะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการ
ร่วมค้า - การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้าที่ได้รับ มอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ 1) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กรณีที่มี การจําหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
3.12 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
(Electronic Government Procurement : e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
ประธานกรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
Pizar
كيك
Labs Oli
กรรมการ
กรรมการ
केल
กรรมการ
กรรมการ
Mon
กรรมการ กมลารณ์
กรรมการ
करहेजने
3.13 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
ปี
4-
3.13.1 กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศซึ่งได้ จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิ หักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่า เป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ 1 ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วง ระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงิน กับกรมพัฒนา ธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็น ผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไป อีก 1 ปี ได้
3.13.2 กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงาน งบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้ง
ขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณา
การกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระ มูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอไม่ต่ํากว่า 20 ล้านบาท
3.13.3 สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอ เป็นบุคคลธรรมดาให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วัน ก่อนวันยื่น ข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง
หรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าว
อีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
3.13.4 กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอ
ที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
ประธานกรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
2 - กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดา ที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อ ที่ธนาคารภายในประเทศหรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้
ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศ ของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียน ให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง
Ket Shi
กรรมการ
กรรมการ
मुझ
กรรมการ
กรรมการ
Now
กรรมการ การจารณ
กรรมการ
Welkr
- 5 -
หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่น ข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน
- กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดา ที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อ
ที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุน เพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศ ของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียน ให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศ
ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้ง
เวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้อื่น ข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน
3.13.5 กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดา ที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ 3.13.2 ข้อ 3.13.3 และข้อ 3.13.4 (2) มูลค่าจะต้องเป็นไปตาม อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวัน
ที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
(e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูล เกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรอง ตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. 2539 และที่แก้ไข เพิ่มเติมกําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันที่ยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่น เอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วน
ตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
3.13.6 กรณีตามข้อ 3.13.1 - ข้อ 3.13.5 ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้ - กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
- นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ ตามพระราชบัญญัติ
ล้มละลาย พ.ศ. 2483 และที่แก้ไขเพิ่มเติม - งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และงานจ้าง ที่หน่วยงานของรัฐ ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้าง ที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้
แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
ประธานกรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
Sr.
كم؟
กรรมการ
กรรมการ
tek Ori Oz
กรรมการ..
2
กรรมการ
dow
กรรมการ กรรณ
กรรมการ
พระniราง
ประกาศสํานักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เรื่อง ประกวดราคาจ้างดําเนินการตามโครงการยกระดับการบูรณาการข้อมูลเพื่อการพัฒนาสังคม
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
สํานักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีความประสงค์จะ ประกวดราคาจ้างดําเนินการตามโครงการยกระดับการบูรณาการข้อมูลเพื่อการพัฒนาสังคม กระทรวงการ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ราคากลางของงาน จ้าง ในการประกวดราคาครั้งนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น ๙๗,๖๓๕,๔๑๗.๗๗ บาท (เก้าสิบเจ็ดล้านหกแสนสามหมื่นห้า พันสี่ร้อยสิบเจ็ดบาทเจ็ดสิบเจ็ดสตางค์) จํานวน ๑ รายการ
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอโดยแสดงหลักฐานถึงขีดความสามารถและความพร้อมที่มีอยู่ใน
วันยื่นข้อเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
ระหว่างเวลา
ราคา
ลงวันที่
Q.
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติให้เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กําหนด
๒. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่
น. ซึ่งสามารถจัดเตรียมเอกสารข้อเสนอได้ตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงวันเสนอ
น. ถึง
๓. ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เลขที่ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๙ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ได้ตั้งแต่วันที่ ประกาศจนถึงวันเสนอราคา ได้ที่เว็บไซต์ www.msdhs.go.th หรือ www.m-society.go.th หรือ www.
gprocurement.go.th
ประกาศ ณ วันที่
มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๙
(นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง)
ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
สําเนาถูกต้อง
สิริลดา ใช้ภูทอง (นางสาวสิริลดา ใช้ภูทอง)
นักวิชาการพัสดุชํานาญการพิเศษ ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๖๙
โดย นางสาวสิริลดา ใช้ภูทอง นักวิชาการพัสดุ
ช้านาญการพิเศษร่าง
เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
เลขที่
การจ้างดำเนินการตามโครงการยกระดับการบูรณาการข้อมูลเพื่อการพัฒนาสังคม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
ตามประกาศ สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ลงวันที่ มีนาคม ๒๕๖๙
สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “สำนัก งานปลัดกระทรวงฯ” มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างดำเนินการตามโครงการยกระดับการบูรณาการข้อ มูลเพื่อการพัฒนาสังคม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ด้วยวิธีประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ตามรายการ ดังนี้
จ้างดำเนินการตามโครงการยกระดับ
การบูรณาการข้อมูลเพื่อการพัฒนา
สังคม กระทรวงการพัฒนาสังคมและ
ความมั่นคงของมนุษย์
โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้
จำนวน ๑ งาน
๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๑.๑ ขอบเขตของงาน
๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาจ้างทำของ
๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
(๑) หลักประกันการเสนอราคา
(๒) หลักประกันสัญญา
๑.๕ บทนิยาม
(๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
(๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
(๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
๑.๗ แผนการทำงาน
๑.๘ ใบแจ้งการชำระเงิน สำหรับชำระเงินหลักประกันการเสนอราคา
๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
๒.๗ เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงฯ ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการ ขัดขวาง การแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง ในวงเงิน ไม่น้อยกว่า ๓๙,๐๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท (สามสิบเก้าล้านบาทถ้วน) และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับ หน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ สำนักงานปลัดกระทรวงฯ เชื่อถือ โดยเป็นผลงานที่เกี่ยวกับการ พัฒนาฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) หรือการพัฒนาระบบภูมิสารสนเทศ หรือการพัฒนาระบบวิเคราะห์ ข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ หรือการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศอื่น จำนวนไม่น้อยกว่า ๑ ผลงานหรือ ๑ สัญญา โดยต้องเป็นผลงานสัญญาเดียว และเป็นผลงานที่ดำเนินการแล้วเสร็จตามสัญญาและตรวจรับงาน เรียบร้อยแล้วภายในระยะเวลา ๕ ปี นับถึงวันยื่นข้อเสนอ พร้อมทั้งแนบสำเนาหนังสือรับรองผลงาน และ สำเนาสัญญาหรือเอกสารหลักฐานที่แสดงรายละเอียดของสัญญา
๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก
กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้ เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน นามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้ เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๒๐ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ
รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ
ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา ๖. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม
พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๒.๑๔ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดเตรียมบุคลากรที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในด้าน ต่าง ๆ เพื่อดำเนินโครงการนี้ โดยต้องจัดทำเอกสารแสดงคุณสมบัติของบุคลากรตามรูปแบบที่กำหนด รวมทั้ง เอกสารประกอบอื่นที่เกี่ยวข้องและจำเป็นต่อการพิจารณาคุณสมบัติในวันที่ยื่นข้อเสนอ โดยเอกสารดังกล่าว ต้องประกอบด้วย สำเนาวุฒิการศึกษา ประวัติการทำงาน เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อ เสนอ ในกรณีสำเนาวุฒิการศึกษาไม่ตรงตามคุณสมบัติตามข้อ ๒.๑๔.๑ - ๒.๑๔.๑๔ ให้แสดงสำเนาหลักฐาน แสดงผลการเรียนประกอบ ทั้งนี้ เอกสารทั้งหมดต้องยังไม่หมดอายุในวันที่ยื่นข้อเสนอ และมีระยะเวลาครอบ คลุมตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
๒.๑๔.๑ ผู้จัดการโครงการ (Project Manager) จำนวน ๑ คน ต้องมีคุณวุฒิ ทางการศึกษาระดับปริญญาโทขึ้นไป ในสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ วิทยาการคอมพิวเตอร์ การบริหาร โครงการ หรือสาขาที่เกี่ยวข้องทางคอมพิวเตอร์ และมีประสบการณ์การทำงานด้านการบริหารจัดการโครงการ เทคโนโลยีสารสนเทศ ไม่น้อยกว่า ๑๐ ปี และมีประสบการณ์การเป็นผู้จัดการโครงการ ไม่น้อยกว่า ๕ ปี ระยะ เวลาการปฏิบัติงานในโครงการ จำนวน ๑๒ เดือน
๒.๑๔.๒ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิเคราะห์ระบบสารสนเทศ จำนวน ๑ คน ต้องมี คุณวุฒิทางการศึกษาระดับปริญญาเอก ในสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบ สารสนเทศเพื่อการจัดการ วิศวกรรมซอฟต์แวร์ หรือสาขาที่เกี่ยวข้องทางคอมพิวเตอร์ และมีประสบการณ์การ ทำงานด้านการวิเคราะห์ ออกแบบ ประเมินความเหมาะสมของระบบสารสนเทศ และการนำระบบสารสนเทศ ไปใช้งาน ไม่น้อยกว่า ๑๕ ปี และมีประสบการณ์การเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านวิเคราะห์ระบบสารสนเทศ ไม่น้อย กว่า ๑๐ ปี ระยะเวลาการปฏิบัติงานในโครงการ จำนวน ๑๐ เดือน
๒.๑๔.๓ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาระบบสารสนเทศ จำนวน ๑ คน ต้องมี คุณวุฒิทางการศึกษาระดับปริญญาเอก ในสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ วิศวกรรมซอฟต์แวร์ วิทยาการ คอมพิวเตอร์เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือสาขาที่เกี่ยวข้องทางคอมพิวเตอร์ และมีประสบการณ์การทำงานด้าน การพัฒนาระบบ การจัดการและบูรณาการข้อมูล ไม่น้อยกว่า ๑๐ ปี และมีประสบการณ์การเป็นผู้เชี่ยวชาญ ด้านการพัฒนาระบบสารสนเทศ ไม่น้อยกว่า ๑๐ ปี ระยะเวลาการปฏิบัติงานในโครงการ จำนวน ๙ เดือน ๒.๑๔.๔ ผู้เชี่ยวชาญวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Scientist) จำนวน ๑ คน ต้อง
มีคุณวุฒิทางการศึกษาระดับปริญญาโทขึ้นไป ในสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ สาขา วิทยาศาสตร์ข้อมูล สาขาสถิติ สาขาคณิตศาสตร์ สาขาเศรษฐศาสตร์ หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง และมีประสบการณ์ การทำงานด้านการวิเคราะห์ข้อมูล หรือการจัดทำ Data Model ไม่น้อยกว่า ๑๐ ปี และมีประสบการณ์การ เป็นผู้เชี่ยวชาญวิทยาศาสตร์ข้อมูล ไม่น้อยกว่า ๑๐ ปี โดยต้องมีเอกสารรับรองการเป็นผู้เชี่ยวชาญ เพื่อใช้ ประกอบการพิจารณาคุณสมบัติสำหรับตำแหน่งของผู้ยื่นข้อเสนอ ระยะเวลาการปฏิบัติงานในโครงการ จำนวน ๑๒ เดือน
๒.๑๔.๕ ผู้เชี่ยวชาญด้านสังคมศาสตร์ จำนวน ๑ คน ต้องมีคุณวุฒิทางการ ศึกษาระดับปริญญาเอก ในสาขาสังคมศาสตร์ สังคมวิทยา สังคมวิทยาและมานุษยวิทยา สังคมสงเคราะห์ ศาสตร์ ประชากรศาสตร์ รัฐศาสตร์ หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้องด้านสังคมศาสตร์ และมีประสบการณ์การทำงาน ด้านการสำรวจและวิเคราะห์ข้อมูลทางสังคมหรือสถานการณ์ทางสังคม ไม่น้อยกว่า ๕ ปี และมีประสบการณ์ การเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสังคม ไม่น้อยกว่า ๕ ปี ระยะเวลาการปฏิบัติงานในโครงการ จำนวน ๙ เดือน ๒.๑๔.๖ ที่ปรึกษาด้านธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ จำนวน ๑ คน ต้องมีคุณวุฒิ ทางการศึกษาระดับปริญญาเอก ในสาขาวิทยาการสารสนเทศ วิทยาการข้อมูล การบริหารจัดการ นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง และมีประสบการณ์การทำงานด้านการจัดทำธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐภายใต้ กรอบธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ ไม่น้อยกว่า ๕ ปี และมีประสบการณ์การเป็นที่ปรึกษาด้านการจัดทำ ธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ ไม่น้อยกว่า ๕ ปี ระยะเวลาการปฏิบัติงานในโครงการ จำนวน ๖ เดือน ๒.๑๔.๗ นักจัดการความมั่นคงปลอดภัยของระบบสารสนเทศ จำนวน ๑ คน ต้องมีคุณวุฒิทางการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป ในสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ สาขาที่เกี่ยวข้องทางคอมพิวเตอร์ และมีประสบการณ์การทำงานด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ ไม่น้อย กว่า ๑๐ ปี ระยะเวลาการปฏิบัติงานในโครงการ จำนวน ๖ เดือน
๒.๑๔.๘ นักวิเคราะห์ระบบ (System Analyst) จำนวน ๑ คน ต้องมีคุณวุฒิ ทางการศึกษาระดับปริญญาโทขึ้นไป ในสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือสาขาที่ เกี่ยวข้องทางคอมพิวเตอร์ และมีประสบการณ์ด้านการวิเคราะห์ ออกแบบ ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ไม่น้อย กว่า ๕ ปี ระยะเวลาการปฏิบัติงานในโครงการ จำนวน ๑๐ เดือน
๒.๑๔.๙ นักจัดการระบบฐานข้อมูล จำนวน ๑ คน ต้องมีคุณวุฒิทางการ ศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป ในสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ หรือสาขาที่เกี่ยวข้องทางคอมพิวเตอร์ และมีประสบการณ์การทำงานด้านการบริหารจัดการ ดูแลและปรับแต่ง ประสิทธิภาพฐานข้อมูล ไม่น้อยกว่า ๕ ปี ระยะเวลาการปฏิบัติงานในโครงการ จำนวน ๑๐ เดือน
๒.๑๔.๑๐ นักทดสอบระบบ (Software Tester / QA Tester) จำนวน ๑ คน ต้องมีคุณวุฒิทางการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป ในสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ
หรือสาขาที่เกี่ยวข้องทางคอมพิวเตอร์ และมีประสบการณ์การทำงานด้านการทดสอบและประเมินผลการทำ งานของซอฟต์แวร์ การตรวจสอบความถูกต้องและความครบถ้วนของระบบ รวมถึงการจัดทำรายงานผลการ ทดสอบตามมาตรฐานที่กำหนด ไม่น้อยกว่า ๓ ปี ระยะเวลาการปฏิบัติงานในโครงการ จำนวน ๖ เดือน ๒.๑๔.๑๑ นักพัฒนาโปรแกรมระบบคอมพิวเตอร์ (วิศวกรข้อมูล) จำนวน ๒ คน ต้องมีคุณวุฒิทางการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป ในสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ วิศวกรรมซอฟต์แวร์ หรือสาขาที่เกี่ยวข้องทางคอมพิวเตอร์ และมีประสบการณ์การทำงานด้านการพัฒนาโปรแกรมระบบ คอมพิวเตอร์ ไม่น้อยกว่า ๕ ปี ระยะเวลาการปฏิบัติงานในโครงการ จำนวน ๑๐ เดือน ๒.๑๔.๑๒ นักพัฒนาโปรแกรมระบบคอมพิวเตอร์ จำนวน ๒ คน ต้องมีคุณวุฒิ ทางการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป ในสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ วิศวกรรมซอฟต์แวร์ วิทยาการคอม พิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือสาขาที่เกี่ยวข้องทางคอมพิวเตอร์ และมีประสบการณ์การทำงานด้านการ พัฒนาโปรแกรมระบบคอมพิวเตอร์ ไม่น้อยกว่า ๓ ปี ระยะเวลาการปฏิบัติงานในโครงการ จำนวน ๑๐ เดือน ๒.๑๔.๑๓ นักพัฒนาระบบภูมิสารสนเทศ จำนวน ๑ คน ต้องมีคุณวุฒิทางการ ศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป ในสาขาภูมิศาสตร์ ภูมิสารสนเทศศาสตร์ วิศวกรรมสำรวจ วิทยาการคอมพิวเตอร์ วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ หรือสาขาที่เกี่ยวข้องทางภูมิศาสตร์ และมีประสบการณ์การทำงานด้านภูมิสารสนเทศ ไม่น้อยกว่า ๕ ปี ระยะเวลาการปฏิบัติงานในโครงการ จำนวน ๖ เดือน
๒.๑๔.๑๔ เจ้าหน้าที่ประสานงานโครงการ (Project Coordinator) จำนวน ๑ คน ต้องมีคุณวุฒิทางการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป ในสาขาการบริหารธุรกิจ การจัดการ เทคโนโลยี สารสนเทศ วิทยาการคอมพิวเตอร์ วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ การสื่อสาร หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง และมีประสบ การณ์การทำงานด้านการประสานงาน และสนับสนุนการดำเนินโครงการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ไม่น้อย กว่า ๕ ปี ระยะเวลาการปฏิบัติงานในโครงการ จำนวน ๑๒ เดือน
อัตราค่าตอบแทนบุคลากรในการดำเนินโครงการ ใช้หลักเกณฑ์ราคากลางจ้างที่ ปรึกษา กระทรวงการคลัง ตามรายละเอียดภาคผนวก ง
๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
(ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร
ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๒๐ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อ เสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือ มีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน ทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ เอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา (๕) สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ (ถ้ามี)
(๖) สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ถ้ามี)
(๗) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) หลักประกันการเสนอราคา ตามข้อ ๕
(๒) สำเนาหนังสือรับรองผลงานจ้าง
(๓) สำเนาสัญญาหรือเอกสารหลักฐานที่แสดงรายละเอียดของสัญญา (๔) ข้อเสนอทางเทคนิคหรือข้อเสนออื่นๆ (ด้านคุณภาพ)
(๕) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔. การเสนอราคา
๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วย อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้อง กรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอโดย ไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้ ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอราคา โดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคามิได้ ๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน ๓๖๐ วัน นับ ถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
๔.๔ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญารายละเอียด ขอบเขตของ งานฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตาม เงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. และเวลาในการเสนอราคาให้ถือ ตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์
เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และ การเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่สำนักงานปลัดกระทรวงฯ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
๔.๗ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณาข้อ เสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะ กรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการ พิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และสำนักงานปลัดกระทรวงฯ จะพิจารณาลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่สำนักงานปลัดกระทรวงฯ จะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ริเริ่มให้มีการกระทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของ สำนักงานปลัดกระทรวงฯ
๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
(๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
(๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กำหนด
(๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ๔.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายใน ประเทศ โดยยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลา ดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน ๖๐ วัน
๔.๑๐ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๓๐ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา เว้นแต่เป็นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือ ที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา ๕. หลักประกันการเสนอราคา
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องวางหลักประกันการเสนอราคาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบการ จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ จำนวน ๔,๘๕๐,๐๐๐.๐๐ บาท (สี่ล้านแปดแสนห้าหมื่นบาทถ้วน)
๕.๑ เงินสด
๕.๒ หนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารภายในประเทศตามแบบที่คณะ
กรรมการนโยบายกำหนด
๕.๓ พันธบัตรรัฐบาลไทย
๕.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอนำพันธบัตรรัฐบาลไทยหรือหนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ มาวางเป็นหลักประกันการเสนอราคาจะต้องส่งต้นฉบับเอกสารดังกล่าวมาให้สำนัก งานปลัดกระทรวงฯ ตรวจสอบความถูกต้องในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอประสงค์จะวางหลักประกันการเสนอราคาเป็นเงินสด ให้ผู้ยื่นข้อเสนอ ดำเนินการชำระเงินผ่านช่องทางการชำระเงิน ดังนี้
ผ่านบริการรับชำระเงิน (Bill Payment) ผ่านระบบ KTB Corporate Online ตามใบ แจ้งการชำระเงิน ที่แนบมาพร้อมกับเอกสารเชิญชวนนี้
และส่งหลักฐานการชำระเงินกับธนาคาร พร้อมทั้งแบบแจ้งความประสงค์ชำระเงินค่า หลักประกันการเสนอราคา (เฉพาะกรณีที่มีหลักประกันการเสนอราคาหลายรายการพิจารณา) มาให้ สำนัก งานปลัดกระทรวงฯ ตรวจสอบความถูกต้อง โดยยื่นมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอผ่านระบบ e-GP โดยการชำระ เงินและส่งหลักฐานการชำระเงินให้ดำเนินการในวันและเวลาที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันและเวลา เสนอราคาเท่านั้น
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ประสงค์จะใช้หนังสือ ค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารในประเทศเป็นหลักประกันการเสนอราคาให้ระบุชื่อผู้เข้าร่วมค้ารายที่ สัญญาร่วมค้ากำหนดให้เป็นผู้เข้ายื่นข้อเสนอกับหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หลักประกันการเสนอราคาตามข้อนี้ สำนักงานปลัดกระทรวงฯ จะคืนให้ผู้ยื่นข้อเสนอ หรือผู้ค้ำประกันภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่สำนักงานปลัดกระทรวงฯ ได้พิจารณาเห็นชอบรายงานผล คัดเลือกผู้ชนะการประกวดราคาเรียบร้อยแล้ว เว้นแต่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่คัดเลือกไว้ซึ่งเสนอราคาต่ำสุดหรือได้ คะแนนรวมสูงสุดไม่เกิน ๓ ราย ให้คืนได้ต่อเมื่อได้ทำสัญญาหรือข้อตกลง หรือผู้ยื่นข้อเสนอได้พ้นจากข้อผูกพัน แล้ว
การคืนหลักประกันการเสนอราคา ไม่ว่าในกรณีใด ๆ จะคืนให้โดยไม่มีดอกเบี้ย ๖. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
๖.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ สำนักงาน ปลัดกระทรวงฯ จะพิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น
๖.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น ในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
สำนักงานปลัดกระทรวงฯ จะพิจารณาโดยให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ำหนักที่กำหนด ดังนี้ ๖.๒.๑ จ้างดำเนินการตามโครงการยกระดับการบูรณาการข้อมูลเพื่อการพัฒนา สังคม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
(๑) ราคาที่ยื่นข้อเสนอ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๓๐.๐๐ โดยมี วิธีการให้คะแนน ดังนี้ ๑๐๐ - (((ราคาของผู้เสนอราคา - ราคาต่ำสุด)/ราคาต่ำสุด) * ๑๐๐) (๒) ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนอื่นๆ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๗๐.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะพิจารณาให้ คะแนนจากเอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นมา ตามเกณฑ์การให้คะแนนและน้ำหนักที่กำหนด โดยมีคะแนนรวม เท่ากับ ๑๐๐ คะแนน ดังนี้
(๒.๑) แนวคิดและความรู้ความเข้าใจในการพัฒนาระบบ ๒๐ คะแนน (๒.๒) แผนการดำเนินงาน ๕ คะแนน (๒.๓) ด้านการนำเสนอทางเทคนิค แนวทางการเก็บความต้องการ การออกแบบและการพัฒนาระบบ ๒๐ คะแนน (๒.๔) ด้านความมั่นคงปลอดภัยของระบบสารสนเทศ ๑๕ คะแนน (๒.๕) ผลงานของผู้เสนอราคา ๕ คะแนน (๒.๖) ประสบการณ์ของผู้เสนอราคา ๕ คะแนน ๒.๗) ความสามารถด้านการออกแบบ UX/UI ๑๐ คะแนน ๒.๘) แนวทางการจัดทำแบบจำลองข้อมูลและการพัฒนาแดชบอร์ด เชิงวิเคราะห์ ๒๐ คะแนน โดยกำหนดให้น้ำหนักรวมทั้งหมดเท่ากับร้อยละ ๑๐๐ โดยจะนำคะแนนข้อเสนอ ด้านราคาและคะแนนข้อเสนอด้านเทคนิคมารวมกัน เพื่อพิจารณาคัดเลือกผู้ชนะการเสนอราคา โดยผู้ที่ได้ คะแนนรวมสูงสุดจะเป็นผู้ชนะการเสนอราคาหรือเป็นผู้ได้รับคัดเลือก
๖.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ ขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่สำนักงานปลัดกระทรวงฯ กำหนดไว้ในประกาศและเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่างนั้น ไม่มีผลทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบต่อ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ อาจพิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
๖.๔ สำนักงานปลัดกระทรวงฯ สงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่ มีการผ่อนผัน ในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย อิเล็กทรอนิกส์
(๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวด อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ๖.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือสำนักงานปลัดกระทรวงฯ มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ สำนัก งานปลัดกระทรวงฯ มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสม หรือไม่ถูกต้อง
๖.๖ สำนักงานปลัดกระทรวงฯ ทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่ง ราคาใด หรือราคา ที่เสนอทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการ หนึ่งรายการใด หรืออาจจะยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะ พิจารณา ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของสำนักงานปลัดกระทรวงฯ
เป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้องค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งสำนักงานปลัดกระทรวงฯ จะ พิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์และลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อ เสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่เชื่อถือได้ว่าการยื่นข้อเสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การ เสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมายื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่ อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือสำนักงานปลัด กระทรวงฯ จะให้ผู้ยื่นข้อเสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการ ตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ สำนักงานปลัด กระทรวงฯ มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอหรือไม่รับราคาของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มี สิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายใดๆ จากสำนักงานปลัดกระทรวงฯ
๖.๗ ก่อนลงนามในสัญญาสำนักงานปลัดกระทรวงฯ อาจประกาศยกเลิกการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคา หรือที่ได้รับการคัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการ แข่งขันอย่างเป็นธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่า กระทำการทุจริตอื่นใดในการเสนอราคา
๗. การทำสัญญาจ้าง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุใน ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับสำนักงานปลัดกระทรวงฯ ภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และ จะต้องวางหลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ได้ ให้สำนักงานปลัดกระทรวงฯ ยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ ๗.๑ เงินสด
๗.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่สำนักงานปลัดกระทรวงฯ ซึ่งเป็นเช็คหรือ ดราฟท์ลงวันที่ที่ใช้เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้น ไม่เกิน ๓ วัน ทำการ
๗.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง กำหนด
๗.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) ๗.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่งสำนักงานปลัด กระทรวงฯ ได้รับมอบไว้แล้ว
๘. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
สำนักงานปลัดกระทรวงฯ จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่ายทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง โดยแบ่งออกเป็น ๕ งวด ดังนี้
งวดที่ ๑ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๕ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานโครงการ ยกระดับการบูรณาการข้อมูลเพื่อการพัฒนาสังคม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ งวดที่ ๑ ตามขอบเขตงาน ข้อ ๔ ครบถ้วน ถูกต้อง ให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา และ สำนักงานปลัดกระทรวงฯ โดยคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว งวดที่ ๒ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๒๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน โครงการยกระดับการบูรณาการข้อมูลเพื่อการพัฒนาสังคม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ มนุษย์ งวดที่ ๒ ตามขอบเขตงาน ข้อ ๔ ครบถ้วน ถูกต้อง ให้แล้วเสร็จภายใน ๑๘๐ วันนับถัดจากวันลงนามใน สัญญา และสำนักงานปลัดกระทรวงฯ โดยคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว งวดที่ ๓ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๓๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน โครงการยกระดับการบูรณาการข้อมูลเพื่อการพัฒนาสังคม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ มนุษย์ งวดที่ ๓ ตามขอบเขตงาน ข้อ ๔ ครบถ้วน ถูกต้อง ให้แล้วเสร็จภายใน ๒๑๐ วันนับถัดจากวันลงนามใน สัญญา และสำนักงานปลัดกระทรวงฯ โดยคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว งวดที่ ๔ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๒๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน โครงการยกระดับการบูรณาการข้อมูลเพื่อการพัฒนาสังคม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ มนุษย์ งวดที่ ๔ ตามขอบเขตงาน ข้อ ๔ ครบถ้วน ถูกต้อง ให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐๐ วันนับถัดจากวันลงนามใน สัญญา และสำนักงานปลัดกระทรวงฯ โดยคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว งวดสุดท้าย เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๒๕ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน
ทั้งหมดให้แล้วเสร็จเรียบร้อยตามสัญญาหรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ และสำนักงานปลัดกระทรวงฯ โดยคณะ กรรมการตรวจรับพัสดุ ได้ตรวจรับมอบงานจ้างเรียบร้อยแล้ว
๙. อัตราค่าปรับ
ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลง จ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
๙.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับ อนุญาตจากสำนักงานปลัดกระทรวงฯ จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของ วงเงินของงานจ้างช่วงนั้น
๙.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๙.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็น รายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้าง
๑๐. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งได้ทำสัญญาจ้างตามแบบดังระบุในข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ แล้วแต่กรณี จะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายใน ระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๑ ปี นับถัดจากวันที่สำนักงานปลัดกระทรวงฯ ได้รับมอบงาน โดยต้องรีบจัดการ ซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ดีดังเดิมภายใน ๓ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่อง ๑๑. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
๑๑.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ สำนักงานปลัดกระทรวงฯ ได้รับอนุมัติ เงินค่าจ้างจากเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ แล้วเท่านั้น
๑๑.๒ เมื่อสำนักงานปลัดกระทรวงฯ ได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลงจ้างตามการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดัง กล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้ บริการรับขนได้ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้อง ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
(๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
(๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดย เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
(๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
๑๑.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งสำนักงานปลัดกระทรวงฯ ได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือ ข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ สำนักงานปลัดกระทรวงฯ จะริบหลักประกัน การยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้ออกหนังสือค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้งจะพิจารณาให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัด ซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
๑๑.๔ สำนักงานปลัดกระทรวงฯ สงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนด ในแบบสัญญาหรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี) ๑๑.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของสำนักงานปลัดกระทรวงฯ คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็น ที่สุด และผู้ยื่นข้อเสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
๑๑.๖ สำนักงานปลัดกระทรวงฯ อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จะเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากสำนักงานปลัดกระทรวงฯ ไม่ได้ (๑) สำนักงานปลัดกระทรวงฯ ไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือ ได้รับจัดสรร แต่ไม่เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
(๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่น ใด ในการเสนอราคา
(๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่สำนักงานปลัด กระทรวงฯ หรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
(๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
๑๑.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
๑๒. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
๑๓. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
สำนักงานปลัดกระทรวงฯ สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อ เสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ
เสนอหรือทำสัญญากับสำนักงานปลัดกระทรวงฯ ไว้ชั่วคราว
สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีนาคม ๒๕๖๙
สำเนาถูกต้อง
สิริลดา ใช้ภู่ทอง
(นางสาวสิริลดา ใช้ภู่ทอง)
นักวิชาการพัสดุชำนาญการพิเศษ
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๖๙
โดย นางสาวสิริลดา ใช้ภู่ทอง นักวิชาการพัสดุ
ชำนาญการพิเศษ