ประกวดราคาจ้างโครงการพัฒนาแพลตฟอร์มกลางเพื่อยกระดับบริการดิจิทัลและอำนวยความสะดวกผู้ประกอบการไทยในการสมัครเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการค้า
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เปิดประมูลพัฒนาแพลตฟอร์มกลางดิจิทัลใหม่เพื่อยกระดับบริการและอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการไทยสมัครเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการค้า โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อแทนที่ระบบเดิม (DITP DRIVE) ที่มีข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพ ความปลอดภัยทางไซเบอร์ การเชื่อมโยงข้อมูล และการออกแบบที่ไม่ทันสมัย
โครงการนี้เน้นการสร้างแพลตฟอร์มที่ใช้งานง่าย (User-Friendly) มีความปลอดภัยสูง และรองรับการเติบโตในระยะยาว โดยการพัฒนาแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ระยะที่ 1 ประกอบด้วยการสำรวจและวิเคราะห์ความต้องการผู้ใช้ (ทั้งผู้ประกอบการ เจ้าหน้าที่ และหน่วยงานพันธมิตร) การออกแบบ UI/UX ที่รองรับอุปกรณ์หลากหลาย (Responsive) การออกแบบสถาปัตยกรรมระบบแบบไมโครเซอร์วิส และการพัฒนาระบบย่อยพื้นฐาน เช่น ระบบหน้าเว็บหลัก ระบบจัดการบัญชีผู้ใช้ ระบบสมาชิกกรม ระบบกิจกรรม และระบบฟอร์มสมัคร/ประเมินผลแบบมาตรฐาน
ระยะที่ 2 จะพัฒนาระบบเพิ่มเติมต่อจากระยะแรก โดยมุ่งเน้นฟังก์ชันขั้นสูง เช่น ระบบบัญชีเฝ้าระวัง/ระงับสิทธิ์ ระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) ระบบฟอร์มที่ปรับแต่งได้เอง (Customization) ระบบแดชบอร์ดแสดงข้อมูล (Data Visualization) ระบบแจ้งเตือน และระบบแนะนำกิจกรรมแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Recommendation)
โครงการยังกำหนดให้บูรณาการและเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบงานอื่นของกรมและหน่วยงานภายนอกผ่าน API พร้อมประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น OCR, Automation, และ Threat Intelligence เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยของบริการดิจิทัล
English summary
The Department of International Trade Promotion (DITP) is seeking bids for the development of a new central digital platform to elevate digital services and facilitate Thai entrepreneurs in applying for trade promotion activities. The project aims to replace the existing DITP DRIVE system, which has been in use for over 4 years and faces limitations in performance, cybersecurity, data integration, and modern user experience.
The new platform is designed to be user-friendly, secure, and scalable for long-term growth. Development is divided into two phases. Phase 1 involves user needs analysis (covering entrepreneurs, officers, and stakeholders), UI/UX design for responsive devices, microservices architecture design, and the development of core subsystems such as the main web portal, user profile management, DITP membership system, activity management, and standard application/evaluation forms.
Phase 2 focuses on developing advanced features, including a watchlist/blacklist system, electronic payment (e-Payment) system, customizable forms and reports, data visualization dashboards, notification systems, and a personalized activity recommendation engine.
The project mandates the integration and data linkage with other DITP systems and external agencies via APIs. It also requires the application of modern technologies like OCR, automation, and threat intelligence to enhance service efficiency and security.
สำนักสารสนเทศและการบริการการค้าระหว่างประเทศ ชั้น 3 (ตึกริมถนน) กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เลขที่ 563 ถนนนนทบุรี ตำบลบางกระสอ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี (สถานที่นำเสนอข้อเสนอทางเทคนิค)
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- พัฒนาช่องทางการให้บริการออนไลน์แก่ผู้ประกอบการให้มีประสิทธิภาพ สะดวกรวดเร็ว เข้าถึงได้ง่าย และเป็นมิตรกับผู้ใช้งาน (User-Friendly) พร้อมสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ดี
- ยกระดับการให้บริการด้านดิจิทัลให้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้รับบริการเฉพาะบุคคล (Personalized Service)
- บูรณาการกระบวนการรับสมัครเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศอย่างครบวงจร (One Stop Service) ภายในระบบเดียว
- เพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลดความซ้ำซ้อนของข้อมูลและขั้นตอนการสมัคร
- ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสมัยใหม่และนวัตกรรมที่เหมาะสม เพื่อยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการให้บริการดิจิทัลให้มีความทันสมัย มีความมั่นคงปลอดภัย และมีความยืดหยุ่นสำหรับการขยายผลในอนาคต
ขอบเขตของงาน
ระยะที่ 1:
- จัดประชุม Kick-off และนำเสนอแผนการดำเนินโครงการ (Project Plan) และแผนปฏิบัติงาน (Action Plan)
- สำรวจและวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้งาน (ผู้ประกอบการ, เจ้าหน้าที่, หน่วยงานพันธมิตร) ผ่าน Focus Group หรือ In-depth Interview อย่างน้อย 5 ครั้ง
- สำรวจและวิเคราะห์ระบบงานเดิมที่เกี่ยวข้อง (เช่น DITP DRIVE, ระบบสนับสนุน SMEs Pro-active)
- สรุปผลความต้องการและจัดทำเอกสาร Software Requirement Specification (SRS)
- ออกแบบส่วนติดต่อผู้ใช้งาน (UI) และประสบการณ์ผู้ใช้งาน (UX) ให้รองรับ Responsive Design และเป็น User-Centered ครอบคลุมระบบย่อยอย่างน้อย 17 ระบบ (ตามภาคผนวก ก)
- พัฒนาแบบจำลองระบบ (Software Mock-up) และทดสอบกับกลุ่มผู้ใช้งานเป้าหมาย (Usability Testing)
- ออกแบบสถาปัตยกรรมระบบ (System Architecture) แบบ Microservices และโครงสร้างฐานข้อมูล (Database Structure)
- จัดหาซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีดิจิทัลสมัยใหม่ (เช่น OCR, Automation, Configurable Platform, Threat Intelligence)
- พัฒนาและเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบงานและฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องของกรมและหน่วยงานภายนอกผ่าน API ตามภาคผนวก ค
- พัฒนาระบบแพลตฟอร์มกลางตาม Mock-up ที่รับรองแล้ว ครอบคลุมระบบย่อยหลัก (ข้อ 3.10.1 ถึง 3.10.8)
ระยะที่ 2:
- ทบทวนขอบเขตงานและความต้องการจากระยะที่ 1 ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
- พัฒนาระบบแพลตฟอร์มกลางต่อเนื่องตาม Mock-up ครอบคลุมระบบย่อยขั้นสูง (ข้อ 3.12.1 ถึง 3.12.10) เช่น ระบบชำระเงิน ระบบฟอร์มปรับแต่งเอง ระบบแดชบอร์ด ระบบแนะนำกิจกรรม
- พัฒนาและเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบงานและฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่องจากระยะที่ 1
- พัฒนาระบบภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยสารสนเทศของกรมและระดับสากล
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- แผนการดำเนินโครงการ (Project Plan) และแผนปฏิบัติงาน (Action Plan)
- รายงานผลการสำรวจและวิเคราะห์ความต้องการผู้ใช้งาน
- เอกสาร Software Requirement Specification (SRS)
- แบบออกแบบ UI/UX
- แบบจำลองระบบ (Software Mock-up) และรายงานผลการทดสอบ
- เอกสารการออกแบบสถาปัตยกรรมระบบ (System Architecture) และโครงสร้างฐานข้อมูล
- ข้อเสนอการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสมัยใหม่
- เอกสารแนวทางการบูรณาการและเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบอื่น
- แพลตฟอร์มกลางที่พัฒนาสมบูรณ์ (ทั้งระยะที่ 1 และ 2) พร้อมระบบย่อยทั้งหมดตามภาคผนวก ก
- ระบบคู่ขนาน (Staging Environment)
- เอกสารคู่มือการใช้งานและเอกสารทางเทคนิค
ระยะเวลาดำเนินการ
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จภายในวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2570 โดยมีกำหนดการส่งมอบงานตามงวดการจ่ายเงินดังนี้:
- งวดที่ 1 (5%): ภายใน 31 พฤษภาคม 2569
- งวดที่ 2 (15%): ภายใน 20 กันยายน 2569
- งวดที่ 3 (25%): ภายใน 29 มกราคม 2570
- งวดที่ 4 (40%): ภายใน 31 พฤษภาคม 2570
- งวดสุดท้าย (15%): หลังตรวจรับมอบงานเรียบร้อย
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
Eligibility Requirements:
- ต้องเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายที่จดทะเบียนในประเทศไทย ซึ่งประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการพัฒนาระบบสารสนเทศ
- ดำเนินกิจการไม่น้อยกว่า 1 ปี
- ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น
- ต้องลงทะเบียนและมีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง
Standards Compliance:
- ระบบต้องพัฒนาภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยสารสนเทศของกรม และมาตรฐานระดับภาครัฐ/สากล เช่น Government Website Standard, W3C, WCAG2.0 (ระบุในขอบเขตงาน)
- การคัดเลือกเทคโนโลยีให้เป็นไปตามมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล
Experience:
- ต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง ในวงเงินไม่น้อยกว่า 5,000,000 บาท (ห้าล้านบาท)
- เป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่กรมเชื่อถือได้ อย่างน้อย 1 โครงการ
- ภายในระยะเวลา 5 ปีย้อนหลัง นับถึงวันยื่นข้อเสนอ
Previous Project Cost:
- ผลงานอ้างอิงต้องมีวงเงินไม่น้อยกว่า 5,000,000 บาท ต่อ 1 โครงการ
Technical Capabilities:
- ต้องมีความสามารถในการพัฒนาระบบตามขอบเขตงานที่กำหนด ซึ่งรวมถึง:
- การออกแบบและพัฒนาตามสถาปัตยกรรมไมโครเซอร์วิส (Microservices Architecture)
- การออกแบบ UI/UX ที่เป็น User-Centered และรองรับ Responsive Design
- การบูรณาการและเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบอื่นผ่าน API
- การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น OCR, Automation, Configurable Platform, Threat Intelligence
- การพัฒนาระบบที่มีความปลอดภัยตามมาตรฐานที่กำหนด
Personnel:
- ไม่ได้ระบุคุณวุฒิหรือการรับรองเฉพาะบุคคล แต่ทีมงานต้องมีความสามารถในการปฏิบัติงานตามขอบเขตที่กำหนด เช่น การสำรวจความต้องการ (Focus Group, Interview), การออกแบบ UI/UX, การพัฒนา Software Mock-up, การทดสอบระบบ, การออกแบบสถาปัตยกรรมระบบ
เกณฑ์การพิจารณา
การพิจารณาใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น โดยให้คะแนนตามน้ำหนักดังนี้:
- ราคาที่ยื่นข้อเสนอ: น้ำหนัก 30.00%
- วิธีการให้คะแนน: 100 - (((ราคาของผู้เสนอราคา - ราคาต่ำสุด)/ราคาต่ำสุด) * 100)
- ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่นๆ: น้ำหนัก 70.00%
- คณะกรรมการจะพิจารณาให้คะแนนจากเอกสารที่ยื่นผ่านระบบ e-GP ร่วมกับการนำเสนองาน (Presentation) ในวันที่กรมกำหนด โดยการให้คะแนนคิดตาม “เกณฑ์การพิจารณาที่ให้คะแนน”
ข้อกำหนดทางเทคนิค
โครงการพัฒนาระบบแพลตฟอร์มกลางที่ทันสมัย แทนที่ระบบ DITP DRIVE เดิม ต้องมีคุณสมบัติหลักทางเทคนิค ได้แก่:
- สถาปัตยกรรม: ต้องรองรับสถาปัตยกรรมไมโครเซอร์วิส (Microservices Architecture) เพื่อความยืดหยุ่นและการขยายระบบในอนาคต
- การออกแบบ UI/UX: ต้องเป็นไปตามหลัก User-Centered Design, Responsive Design (รองรับอุปกรณ์หลากหลาย) และมี Design Systems ที่กำหนด
- ฟังก์ชันการทำงาน: ต้องพัฒนาระบบย่อยครบถ้วนตามภาคผนวก ก อย่างน้อย 17 ระบบ ครอบคลุมตั้งแต่ระบบหลัก (เว็บ, ค้นหากิจกรรม) ระบบจัดการผู้ใช้และสมาชิก ระบบบริหารกิจกรรม ฟอร์มสมัคร/ประเมินผลทั้งแบบมาตรฐานและแบบกำหนดเอง ระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ ระบบแดชบอร์ดแสดงข้อมูล ระบบแจ้งเตือน และระบบแนะนำกิจกรรมแบบเฉพาะบุคคล
- บูรณาการข้อมูล: ต้องสามารถเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับระบบงานและฐานข้อมูลอื่นของกรมและหน่วยงานภายนอกที่ระบุในภาคผนวก ค ผ่าน API หรือรูปแบบที่เหมาะสม
- ความปลอดภัย: ต้องพัฒนาตามมาตรฐานความปลอดภัยสารสนเทศของกรม และมาตรฐานระดับภาครัฐ/สากล
- เทคโนโลยี: ต้องประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสมัยใหม่ที่เหมาะสม เช่น OCR, Automation, Configurable Platform, Threat Intelligence
- ฐานข้อมูล: โครงสร้างฐานข้อมูลต้องมีความยืดหยุ่น และประกอบด้วยชุดข้อมูลอย่างน้อยตามภาคผนวก ข
เงื่อนไขสัญญา
- วงเงินงบประมาณ: ราคากลาง 13,574,106.00 บาท
- หลักประกันเสนอราคา: 643,950.00 บาท (วางพร้อมเสนอราคา)
- หลักประกันสัญญา: ร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาได้
- การจ่ายเงิน: แบ่งเป็น 5 งวด
- 5% เมื่อปฏิบัติงานตาม TOR แล้วเสร็จภายใน 31 พ.ค. 2569
- 15% เมื่อปฏิบัติงานตาม TOR แล้วเสร็จภายใน 20 ก.ย. 2569
- 25% เมื่อปฏิบัติงานตาม TOR แล้วเสร็จภายใน 29 ม.ค. 2570
- 40% เมื่อปฏิบัติงานตาม TOR แล้วเสร็จภายใน 31 พ.ค. 2570
- 15% (งวดสุดท้าย) เมื่อปฏิบัติงานทั้งหมดแล้วเสร็จและกรมตรวจรับมอบงานเรียบร้อย
- ค่าปรับ:
- กรณีจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต: ปรับร้อยละ 10 ของวงเงินงานจ้างช่วงนั้น
- กรณีปฏิบัติผิดสัญญาอื่นๆ: ปรับรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้าง
- การรับประกันงาน: รับประกันความชำรุดบกพร่องเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับจากวันที่กรมรับมอบงาน
- กำหนดเสนอราคา: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบ e-GP ในวันที่กำหนด (ยังไม่ได้ระบุในเอกสารที่ให้มา) ระหว่างเวลาที่กำหนด
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
ถาม: โครงการนี้ต้องการทดสอบการใช้งาน (Usability Testing) กับผู้ใช้จริงหรือไม่?
ตอบ: ใช่ ตามขอบเขตงาน ข้อ 3.6 กำหนดให้ผู้รับจ้างต้องพัฒนาแบบจำลองระบบ (Mock-up) และใช้วิธีการทดสอบที่เหมาะสม เช่น การทดสอบการใช้งาน (Usability Testing) หรือ A/B Testing ร่วมกับกลุ่มผู้ใช้งานเป้าหมาย ก่อนการพัฒนาระบบจริง -
ถาม: การเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบภายนอก หากแหล่งข้อมูลไม่สามารถเชื่อมโยงได้ จะมีแนวทางแก้ไขอย่างไร?
ตอบ: หากไม่สามารถเชื่อมโยงได้เนื่องจากปัจจัยภายนอก ผู้รับจ้างต้องจัดทำหนังสือชี้แจงเหตุผลและเสนอแนวทางปรับเปลี่ยนหรือเชื่อมโยงข้อมูลอื่นทดแทน ภายใต้วงเงินงบประมาณเดิม หรือเสนอการปรับลดขอบเขตงานและวงเงินงบประมาณ โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากกรมก่อน -
ถาม: โครงการกำหนดให้ใช้เทคโนโลยีใดบ้างที่เป็นข้อบังคับ?
ตอบ: เอกสารระบุให้จัดหาซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีที่เหมาะสม เช่น OCR (Optical Character Recognition), Automation, Configurable Platform, และ Threat Intelligence แต่ไม่ได้ระบุเจาะจงผลิตภัณฑ์หรือ Vendor ใดๆ โดยให้คัดเลือกตามมาตรฐานสากลที่ยอมรับ -
ถาม: ระบบต้องรองรับการใช้งานบนอุปกรณ์ประเภทใดบ้าง?
ตอบ: ระบบต้องออกแบบให้รองรับการใช้งานบนอุปกรณ์ที่หลากหลาย (Responsive) ตามหลักการออกแบบ UI/UX ในข้อ 3.5 ซึ่งหมายถึงการแสดงผลที่เหมาะสมบนทั้งคอมพิวเตอร์ desktop, tablet และ smartphone -
ถาม: มีการกำหนดให้พัฒนาระบบ “คู่ขนาน” (Staging Environment) หรือไม่?
ตอบ: ใช่ ตามขอบเขตงานระยะที่ 2 ข้อ 3.12.10 กำหนดให้พัฒนาระบบคู่ขนาน (Staging Environment) -
ถาม: กรณีมีข้อเสนอแนะจากคณะกรรมการระหว่างการพัฒนาระบบ สามารถปรับเปลี่ยนรายละเอียดได้หรือไม่?
ตอบ: ได้ เอกสารระบุไว้ในหลายจุด เช่น ข้อ 3.1, 3.4 และ 3.7 ว่าสามารถปรับปรุงหรือปรับเปลี่ยนรายละเอียดแผนงาน เอกสาร SRS หรือการออกแบบสถาปัตยกรรมได้ตามความเหมาะสม เหตุผลทางเทคนิค หรือตามข้อเสนอแนะจากคณะกรรมการ โดยต้องไม่กระทบวัตถุประสงค์หลักและกรอบงบประมาณ -
ถาม: โครงการต้องการระบบแนะนำกิจกรรม (Recommendation System) โดยมีหลักการทำงานอย่างไร?
ตอบ: ระบบแนะนำกิจกรรมตามคุณสมบัติและความต้องการของผู้ประกอบการ (ข้อ 3.5.16) คาดว่าใช้การวิเคราะห์ข้อมูล (อาจรวมถึง Big Data Analytics ตามที่กล่าวในหลักการ) เพื่อแนะนำกิจกรรมที่เหมาะสมกับประวัติและโปรไฟล์ของผู้ใช้งานแต่ละราย -
ถาม: เอกสารอ้างอิง “ภาคผนวก ก, ข, ค” มีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร?
ตอบ: จากเนื้อหา ภาคผนวก ก ระบุกรอบความต้องการของแต่ละระบบย่อย, ภาคผนวก ข ระบุชุดข้อมูลในฐานข้อมูล, และภาคผนวก ค ระบุรายการระบบหลักที่ต้องเชื่อมโยงข้อมูลด้วย เอกสารภาคผนวกเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญในการกำหนดรายละเอียดฟังก์ชันการทำงานและความสัมพันธ์ของข้อมูล -
ถาม: หากโครงสร้างข้อมูลของระบบที่เชื่อมโยงกันเกิดเปลี่ยนแปลง ผู้รับจ้างมีหน้าที่แก้ไขภายในเวลากี่วัน?
ตอบ: ต้องปรับปรุงและแก้ไขให้สามารถเชื่อมโยงข้อมูลได้อย่างถูกต้องภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 วันทำการ สำหรับกรณีข้อมูลย่อยหรือโครงสร้างส่วนย่อย และไม่เกิน 7 วันทำการ สำหรับกรณีข้อมูลชุดใหญ่หรือโครงสร้างหลัก -
ถาม: การนำเสนองานทางเทคนิค (Technical Presentation) เป็นข้อบังคับสำหรับการพิจารณาข้อเสนอหรือไม่?
ตอบ: ใช่ ตามประกาศในหน้า 22 ระบุว่ากรมจะไม่พิจารณาข้อเสนอด้านเทคนิคของผู้เสนอราคาที่ไม่มานำเสนองานตามวันและเวลาที่กรมกำหนด
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ขอบเขตของงานหรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ โครงการพัฒนาแพลตฟอร์มกลางเพื่อยกระดับบริการดิจิทัล และอํานวยความสะดวกผู้ประกอบการไทยในการสมัครเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการค้า
๑. หลักการและเหตุผล
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ มีภารกิจในการส่งเสริมการส่งออกสินค้าและบริการของไทยสู่ตลาดโลก โดยการทํากิจกรรมการตลาดต่างๆ ให้สินค้าและธุรกิจบริการของไทยสามารถแข่งขันกับสินค้าและบริการของ
ประเทศอื่นๆ รวมถึงการดําเนินการให้ผู้ส่งออกไทยและผู้นําเข้าจากต่างประเทศได้พบปะเจรจาการค้าทั้งผ่านช่องทาง on site ในรูปแบบต่างๆ เช่น งานแสดงสินค้าระดับนานาชาติ (International Trade Fair) และการจับคู่เจรจา การค้า (Business Matching) เป็นต้น และ online รูปแบบต่างๆ เช่น website หรือ social media ต่างๆ นอกจากนั้น กรมฯ ยังจัดกิจกรรมเตรียมความพร้อมสินค้าและบริการของไทย เช่น การพัฒนาสินค้าและบริการให้เป็น ที่ต้องการของตลาดเป้าหมายและตลาดโลก รวมถึงจัดกิจกรรมเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการให้มีความพร้อม ในการดําเนินกระบวนการส่งออก และให้มีความรู้เรื่องการตลาด สินค้า บริการ แนวโน้มตลาด แนวโน้มสินค้า และบริการ รวมถึงกฎระเบียบการส่งออก/นําเข้าเพื่อเพิ่มมูลค่าและปริมาณการส่งออกของประเทศไทย
เพื่อสนับสนุนการดําเนินงานตามภารกิจดังกล่าว กรมฯ จึงได้พัฒนาระบบรับสมัครกิจกรรมกรมส่งเสริม การค้าระหว่างประเทศแบบครบวงจร (DITP DRIVE) อันเป็นระบบบริการดิจิทัลหลักของกรม เพื่ออํานวยความสะดวก แก่ผู้ประกอบการและประชาชนที่สนใจการค้าระหว่างประเทศให้สามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ของกรม ผ่านช่องทางออนไลน์ที่ครอบคลุมมากกว่าร้อยละ ๙๐ ของกิจกรรมทั้งหมด รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการทํางาน ของเจ้าหน้าที่กรมในการปฏิบัติงานด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ตั้งแต่การรับสมัคร ตรวจสอบคุณสมบัติและเอกสาร การพิจารณาอนุมัติและแจ้งผล ตลอดจนการสืบค้นประวัติผู้ประกอบการและสถิติการเข้าร่วมกิจกรรมย้อนหลัง ระบบดังกล่าวถูกใช้งานมาแล้วกว่า 4 ปี และรองรับการสมัครเข้าร่วมกิจกรรมกว่า ๑๕๐,๐๐๐ รายการต่อปี แม้มีการปรับปรุงต่อเนื่อง แต่ยังคงประสบกับข้อจํากัด ได้แก่ ๑) โครงสร้างพื้นฐานและซอฟต์แวร์เดิมไม่ตอบสนอง ความต้องการใช้งานในปัจจุบันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ไม่รองรับการขยายบริการหรือการปรับปรุงกระบวนงาน ให้สอดคล้องกับรูปแบบการค้าและการให้บริการดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ๒) เทคโนโลยีด้านความมั่นคง ปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ล้าสมัย ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อการถูกภัยคุกคามทางไซเบอร์รูปแบบใหม่ ซึ่งอาจส่งผล กระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ใช้งาน ๓) การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างระบบที่เกี่ยวข้องยังไม่ครอบคลุม ทําให้เกิด ความซ้ําซ้อนของข้อมูลและไม่สามารถบูรณาการข้อมูลเพื่อใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ๔) ข้อจํากัด ด้านประสิทธิภาพของระบบ ทําให้การประมวลผลและการแสดงผลข้อมูลล่าช้า รวมถึงยังไม่รองรับการใช้งาน บนอุปกรณ์ที่หลากหลาย ๕) การออกแบบส่วนติดต่อผู้ใช้งาน (User Interface/User Experience: UI/UX) ยังไม่สอดคล้องกับมาตรฐานปัจจุบัน ส่งผลต่อความสะดวกและประสบการณ์ของผู้ใช้งาน
ด้วยเหตุนี้ กรมฯ จึงมีความจําเป็นต้องพัฒนาแพลตฟอร์มกลางใหม่ที่ทันสมัย ครบวงจร และมีประสิทธิภาพ ในการรองรับการเติบโตในระยะยาว โดยรวบรวมกิจกรรมของกรม และข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ไว้ในจุดเดียว เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าถึงบริการได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย พร้อมยกระดับโครงสร้าง พื้นฐานดิจิทัลให้รองรับจํานวนผู้ใช้ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการพัฒนาระบบใหม่นี้มุ่งเน้นให้เป็นแพลตฟอร์มที่มี ความเป็นมิตรต่อผู้ใช้ (User-Friendly) และการปฏิบัติตามมาตรฐานสากล ทั้งด้านความมั่นคงปลอดภัยและ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงนําเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ภายในโครงการและการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Analytics) เพื่อแนะนํากิจกรรมหรือบริการที่เหมาะสมกับผู้ใช้งานรายบุคคล
๑)
๔) ประภาพรรณ
ประธานกรรม กรรมการ
ประธานกรรมการ ๒)
h
กรรมการ ๓)
๕) Dausson กรรมการ
Sm
กรรมการ
๒. วัตถุประสงค์
๒.๑ พัฒนาช่องทางการให้บริการออนไลน์แก่ผู้ประกอบการให้มีประสิทธิภาพ สะดวกรวดเร็ว เข้าถึงได้ง่ และเป็นมิตรกับผู้ใช้งาน (User-Friendly) โดยมุ่งลดขั้นตอนและระยะเวลาการติดต่อราชการ เพื่ออํานวยความสะดวก แก่ผู้ใช้บริการ พร้อมทั้งสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ดี (User Experience)
๒.๒ ยกระดับการให้บริการด้านดิจิทัลให้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้รับบริการเฉพาะบุคคล (Personalized Service)
๒.๓ บูรณาการกระบวนการรับสมัครเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศอย่างครบวงจร (One Stop Service) เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถดําเนินการได้ภายในระบบเดียวอย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพ
๒.๔ เพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดําเนินงาน มีความต่อเนื่อง ลดความซ้ําซ้อนของข้อมูล ลดขั้นตอนและเอกสารที่ใช้ในการสมัครเข้าร่วมกิจกรรม ตลอดจน สามารถบูรณาการข้อมูลเพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกันในระดับองค์กรและภาครัฐ
๒.๕ ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสมัยใหม่และนวัตกรรมที่เหมาะสม เพื่อยกระดับคุณภาพและมาตรฐาน การให้บริการดิจิทัลให้มีความทันสมัย มีความมั่นคงปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และมีความยืดหยุ่น สามารถปรับปรุงหรือขยายผลในอนาคตได้อย่างต่อเนื่อง
๓. ขอบเขตการดําเนินการ
การดําเนินงานในระยะที่ ๑ ผู้รับจ้างจะต้องนําเสนอขั้นตอน และแผนการปฏิบัติงาน สํารวจและวิเคราะห์ ความต้องการ รวมถึงดําเนินการออกแบบและพัฒนาระบบตามความต้องการ อย่างน้อยดังนี้
๓.๑ จัดประชุม Kick off เพื่อแนะนําคณะทํางานและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งนําเสนอแผนการดําเนินงาน โครงการ (Project Plan) ที่สอดคล้องกับขอบเขตและวัตถุประสงค์ของงาน รวมถึงรายละเอียดแผนการปฏิบัติงาน (Action Plan) และกําหนดระยะเวลาที่ใช้ในแต่ละขั้นตอนของการดําเนินงาน โดยให้ครอบคลุมแนวทางการสํารวจ และวิเคราะห์ความต้องการ การบริหารจัดการโครงการ (Project Management) เพื่อนําเสนอให้กรมเห็นชอบก่อน ดําเนินการพัฒนาระบบ
២
ทั้งนี้ แผนการดําเนินงานและแผนการปฏิบัติงานดังกล่าวให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงฉบับนี้ ครอบคลุมทั้งระยะที่ ๑ และระยะที่ ๒ โดยสามารถปรับปรุงหรือปรับเปลี่ยนรายละเอียดได้ตามความเหมาะสม เหตุผลทางเทคนิค หรือข้อจํากัดเชิงปฏิบัติ เพื่อให้การดําเนินโครงการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและไม่ก่อให้เกิด ความเสียหายหรือกระทบต่อประโยชน์ของส่วนราชการ
๓.๒ สํารวจและวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้งาน ซึ่งประกอบด้วยผู้รับบริการ (เช่น ผู้ประกอบการ วิสาหกิจชุมชน และประชาชน) ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่กรม ตลอดจนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง (เช่น องค์การ มหาชน/สถาบัน องค์กรภาคเอกชน สมาคมการค้า บริษัทผู้รับจ้างดําเนินงาน และหน่วยงานพันธมิตรผู้ร่วม จัดกิจกรรม) โดยดําเนินการในรูปแบบที่เหมาะสม อาทิ การประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) หรือการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) จํานวนอย่างน้อย 5 ครั้งหรือมากกว่าตามความจําเป็นและความเหมาะสม เพื่อรับฟัง ความคิดเห็น ร่วมกันวิเคราะห์ปัญหา และระบุความต้องการในการพัฒนาระบบให้ครอบคลุมทุกมิติ รวมถึง ความต้องการด้านการเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบอื่นที่เกี่ยวข้อง ทั้งระบบที่มีอยู่เดิมและระบบที่อยู่ระหว่างการพัฒนา
ทั้งนี้ สามารถปรับรูปแบบการสํารวจหรือกิจกรรมได้ตามความเหมาะสม เพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีความครบถ้วน ถูกต้อง และสะท้อนความต้องการของผู้ใช้งานอย่างแท้จริง
ประธานกร
๑).
ประธานกรรมการ ๒)
กรรมการ ๓)
๔) ประภาพรรณ กรรมการ
Oatron
กรรมการ
Sm.
กรรมการ
๓.๓ สํารวจและวิเคราะห์ระบบงานเดิมที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบรับสมัครกิจกรรมของกรมส่งเสริมการค้า ระหว่างประเทศแบบครบวงจร (ซึ่งประกอบด้วยฟังก์ชันภายใน เช่น ระบบรับสมัครกิจกรรม และระบบรับสมัคร สมาชิกกรม) และระบบสนับสนุนผู้ประกอบการตามโครงการส่งเสริมและเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการขนาดกลาง
และขนาดย่อม (SMEs Pro-active) รวมถึงระบบงานอื่นที่มีการเชื่อมโยงหรือมีความสัมพันธ์กับการให้บริการ ของกรม โดยอ้างอิงข้อมูลจากภาคผนวก ค เพื่อประเมินศักยภาพและข้อจํากัดของระบบเดิม และวิเคราะห์ข้อมูล ที่ได้มาประกอบการออกแบบแนวทางการพัฒนาระบบบริการรูปแบบใหม่ให้ครอบคลุมฟังก์ชันการใช้งานทั้งหมด ของระบบงานเดิมและเพิ่มเติม/ปรับปรุงฟังก์ชันการใช้งานใหม่ให้มีความเหมาะสมกับบริบทการใช้งานและ ความต้องการในปัจจุบัน ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพของการให้บริการให้ดียิ่งขึ้น
๓.๔ สรุปผลความต้องการของผู้ใช้งานและแนวทางการพัฒนาระบบ (Software Requirement Specification: SRS) ตามผลการสํารวจและวิเคราะห์ในข้อ ๓.๒ และ ๓.๓ เพื่อจัดทําเป็นเอกสารนําเสนอต่อ คณะกรรมการและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องของกรมพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนดําเนินการพัฒนาระบบ
ทั้งนี้ ให้ถือว่าเอกสารสรุปความต้องการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงฉบับนี้ โดยสามารถปรับเปลี่ยน รายละเอียดได้ตามความเหมาะสมของสถานการณ์ หรือข้อเสนอแนะเพิ่มเติมจากคณะกรรมการ โดยต้องไม่กระทบ ต่อวัตถุประสงค์หลักของโครงการและประโยชน์ของส่วนราชการ
๓.๕ ออกแบบส่วนติดต่อผู้ใช้งาน (User Interface: UI) และประสบการณ์ผู้ใช้งาน (User Experience: UX) ให้มีความสอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้งาน รองรับการใช้งานบนอุปกรณ์ที่หลากหลาย (Responsive) และยึดหลักการออกแบบที่ผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง (User-Centered Design) ตามระบบการออกแบบ (Design Systems) ที่กําหนด โดยประกอบด้วยระบบที่สําคัญอย่างน้อย ดังนี้
๓.๕.๑
ระบบหน้าเว็บหลักและการค้นหากิจกรรม
๓.๕.๒ ระบบจัดการบัญชีผู้ใช้งาน (Profile)
ระบบพิจารณาการสมัครเข้าร่วมกิจกรรม
๓.๕.๓
ระบบสมาชิกกรม
๓.๕.๔
ระบบสร้างและบริหารจัดการกิจกรรม
๓.๕.๕
๓.๕.๖
๓.๕.๗
๓.๕.๘
๓.๕.๙
ระบบฟอร์มสมัครกิจกรรมแบบมาตรฐาน (Standard Application Form) ระบบฟอร์มประเมินผลการเข้าร่วมกิจกรรมแบบมาตรฐาน (Standard Evaluation Form)
ระบบรายงานแบบมาตรฐาน (Standard Report)
ระบบฟอร์มสมัครกิจกรรมแบบกําหนดเอง (Application Form Customization)
๓.๕.๑๐ ระบบฟอร์มประเมินผลการเข้าร่วมกิจกรรมแบบกําหนดเอง (Evaluation Form Customization) ๓.๕.๑๑ ระบบรายงานแบบกําหนดเอง (Report Customization)
๓.๕.๑๒ ระบบการจัดการบัญชีเฝ้าระวัง (Watchlist) หรือบัญชีระงับสิทธิ์ (Blacklist) ๓.๕.๑๓ ระบบคํานวณอัตราค่าสมัครและการชําระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment)
๓.๕.๑๔ ระบบแสดงภาพข้อมูล (Data Visualization หรือ Dashboard) ๓.๕.๑๕ ระบบแจ้งเตือนผู้รับบริการและเจ้าหน้าที่ (Notification)
๓.๕.๑๖ ระบบแนะนํากิจกรรมตามคุณสมบัติและความต้องการของผู้ประกอบการ ๓.๕.๑๗ ระบบประชาสัมพันธ์และบริหารจัดการการประชาสัมพันธ์
ทั้งนี้ กรอบความต้องการของแต่ละระบบให้เป็นไปตามที่ระบุไว้ในภาคผนวก ก
๑) (ประธานกรรมการ ๒
กรรมการ ๓)
๔) ประภาพรรณ กรรมการ ๕) ไม่ร กรรมการ
Sm
กรรมการ
๓.๖ พัฒนาแบบจําลองระบบ (Software Mock-up) ตามผลการออกแบบ UI/UX เพื่อใช้ทดสอบและ ประเมินความเหมาะสมของการออกแบบร่วมกับกลุ่มผู้ใช้งานเป้าหมาย โดยใช้วิธีการทดสอบที่เหมาะสม เช่น การทดสอบการใช้งาน (Usability Testing) การทดสอบเปรียบเทียบ (A/B Testing) หรือวิธีอื่นตามที่กรมเห็นชอบ
ทั้งนี้ ผู้รับจ้างต้องนําเสนอผลการทดสอบต่อคณะกรรมการและผู้เกี่ยวข้องเพื่อยืนยันความถูกต้องและ
ให้ความเห็นชอบก่อนดําเนินการพัฒนาระบบจริงในขั้นต่อไป
๓.๗
ออกแบบและพัฒนาสถาปัตยกรรมของระบบ (System Architecture) โดยรองรับสถาปัตยกรรมไมโคร เซอร์วิส (Microservices Architecture) รวมถึงโครงสร้างฐานข้อมูล (Database Structure) ให้มีความยืดหยุ่น เพื่อรองรับการพัฒนาและขยายระบบในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยจัดให้มีการปรับปรุงข้อมูลให้ถูกต้องและ เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ ทั้งนี้ โครงสร้างฐานข้อมูลต้องประกอบด้วยชุดข้อมูลอย่างน้อยตามที่ระบุในภาคผนวก ข และ
สอดคล้องกับรายละเอียดของแต่ละระบบตามภาคผนวก ก
ในกรณีที่มีความจําเป็นต้องปรับเปลี่ยนการออกแบบสถาปัตยกรรมของระบบและโครงสร้างฐานข้อมูล
เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพการดําเนินงานจริงหรือข้อจํากัดทางเทคนิค ผู้รับจ้างสามารถเสนอแนวทางการปรับเปลี่ยน ต่อคณะกรรมการหรือผู้แทนกรมเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนดําเนินการ โดยการปรับเปลี่ยนดังกล่าวต้อง ไม่กระทบต่อวัตถุประสงค์หลักของโครงการและต้องอยู่ภายใต้กรอบงบประมาณเดิม
๓.๘ จัดหาซอฟต์แวร์ เทคโนโลยีดิจิทัลสมัยใหม่ และนวัตกรรมที่เหมาะสม อาทิ เทคโนโลยีที่แปลงรูปภาพ ของข้อความ (Optical Character Recognition: OCR) เทคโนโลยีด้านกระบวนงานอัตโนมัติ (Automation) เทคโนโลยีที่ให้ผู้ใช้ปรับแต่งระบบบางส่วนได้เอง (Configurable Platform) เทคโนโลยีการตรวจจับภัยคุกคาม (Threat Intelligence) เพื่อยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการให้บริการดิจิทัลของกรมให้มีความทันสมัย ปลอดภัย และมีความยืดหยุ่น สามารถปรับปรุงหรือขยายผลการใช้งานได้อย่างต่อเนื่องในอนาคต ทั้งนี้ การคัดเลือก เทคโนโลยีให้เป็นไปตามมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล และสามารถบูรณาการการทํางานร่วมกับระบบอื่น
ของกรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
๓.๔ พัฒนาและเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบงานและฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องของกรมและหน่วยงานภายนอก ในรูปแบบ Application Programming Interface (API) หรือรูปแบบอื่นที่เหมาะสม เพื่อรองรับการแลกเปลี่ยนข้อมูล อย่างมีประสิทธิภาพ ถูกต้อง และเป็นปัจจุบัน โดยให้ดําเนินการเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบหลักที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย ตามที่ระบุไว้ในภาคผนวก ค และดําเนินการเชื่อมโยงข้อมูลให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขดังต่อไปนี้
๓.๔.๑ ดําเนินการออกแบบแนวทางการบูรณาการและเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบต่างๆ พร้อมนําเสนอ เทคนิค วิธีการ และกลไกการเชื่อมโยงข้อมูลให้ถูกต้อง ครบถ้วน และตรงตามความต้องการของกรม โดยสามารถ นําเสนอแนวทางได้หลายรูปแบบตามความเหมาะสม ทั้งนี้ ให้ระบุรายละเอียดของข้อมูล ทรัพยากร หรือเงื่อนไข ที่ต้องจัดเตรียมในการเชื่อมโยงข้อมูล เพื่อให้กรมพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนดําเนินการ
๓.๔.๒ ในกรณีที่เกิดการเปลี่ยนแปลงข้อมูล หรือโครงสร้างข้อมูลของฐานข้อมูลใดๆ ที่อยู่ระหว่าง การเชื่อมโยง ให้ผู้รับจ้างค่าเนินการปรับปรุงและแก้ไขให้สามารถเชื่อมโยงข้อมูลได้อย่างถูกต้องและเป็นปกติ ภายในระยะเวลาไม่เกิน ๑ วันทําการ สําหรับกรณีข้อมูลย่อยหรือโครงสร้างส่วนย่อย และไม่เกิน ๗ วันทําการ สําหรับกรณีข้อมูลชุดใหญ่หรือโครงสร้างหลัก ทั้งนี้ การดําเนินการต้องอยู่ภายใต้การตรวจสอบและเห็นชอบของกรม
หากแหล่งข้อมูลใดไม่สามารถเชื่อมโยงได้เนื่องจากข้อจํากัดหรือปัจจัยภายนอกที่อยู่นอกเหนือการควบคุม ของกรมและผู้รับจ้าง ให้ผู้รับจ้างจัดทําหนังสือชี้แจงเหตุผลและข้อเท็จจริงต่อกรมเป็นรายกรณี พร้อมเสนอแนวทาง ปรับเปลี่ยนหรือเชื่อมโยงข้อมูลอื่นทดแทน ภายใต้วงเงินงบประมาณเดิม หรือเสนอการปรับลดขอบเขตงานและวงเงิน งบประมาณให้สอดคล้องกับสถานการณ์และความเหมาะสม โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากกรมก่อนดําเนินการ
๑) (ประธานกรรมการ ๒)
๔) ประภาพรรณ กรรมการ &).
มั
กรรมการ ๓)
กรรมการ
Sm
กรรมการ
ad
๕
๓.๑๐ พัฒนาระบบแพลตฟอร์มกลางฯ ตามแบบจําลองระบบ (Software Mock-up) ที่ได้รับความเห็นชอบ จากคณะกรรมการและผู้เกี่ยวข้อง และผ่านการทดสอบตามข้อ ๓.๖ โดยให้พัฒนาระบบให้เป็นไปตามรายละเอียด ของแต่ละระบบที่ระบุไว้ในภาคผนวก ก ภายใต้ขอบเขตการดําเนินงานในระยะที่ ๑ ทั้งนี้ การพัฒนาให้คํานึงถึง ความสอดคล้องกับแนวทางการออกแบบ UI/UX ในข้อ ๓.๕ และมาตรฐานทางเทคนิคที่กําหนดไว้ในโครงการ
๓.๑๐.๑ ระบบหน้าเว็บหลักและการค้นหากิจกรรม
ก
๓.๑๐.๒ ระบบจัดการบัญชีผู้ใช้งาน (Profile)
๓.๑๐.๓ ระบบสมาชิกกรม
๓.๑๐.๔ ระบบสร้างและบริหารจัดการกิจกรรม
๓.๑๐.๕ ระบบพิจารณาการสมัครเข้าร่วมกิจกรรม
๓.๑๐.๖ ระบบฟอร์มสมัครกิจกรรมแบบมาตรฐาน (Standard Application Form)
๓.๑๐.๗ ระบบฟอร์มประเมินผลการเข้าร่วมกิจกรรมแบบมาตรฐาน (Standard Evaluation Form) ๓.๑๐.๘ ระบบรายงานแบบมาตรฐาน (Standard Report)
การดําเนินงานในระยะที่ ๒ ผู้รับจ้างจะต้องพัฒนาระบบฯ ให้มีความสอดคล้องต่อเนื่องกับความต้องการและ ขอบเขตการดําเนินงานในระยะที่ ๑ ทั้งในด้านสถาปัตยกรรมระบบ โครงสร้างข้อมูล ฟังก์ชันการใช้งาน การออกแบบ UI/UX รวมถึงมาตรฐานการพัฒนาระบบและความปลอดภัยทางด้านสารสนเทศ
๓.๑๑ ทบทวนขอบเขตงานและความต้องการของผู้ใช้งาน รวมถึงแผนการดําเนินโครงการจากในระยะที่ ๑ ให้มีความสอดคล้องกับความต้องการและปัจจัยที่เกี่ยวข้องในปัจจุบัน
๓.๑๒ พัฒนาระบบแพลตฟอร์มกลางฯ ตามแบบจําลองระบบ (Software Mock-up) ที่ได้รับความเห็นชอบ จากคณะกรรมการและผู้เกี่ยวข้อง และผ่านการทดสอบตามข้อ ๓.๖ โดยให้พัฒนาระบบให้เป็นไปตามรายละเอียด ของแต่ละระบบที่ระบุไว้ในภาคผนวก ก ภายใต้ขอบเขตการดําเนินงานในระยะที่ ๒ ทั้งนี้ การพัฒนาให้คํานึงถึง ความสอดคล้องกับแนวทางการออกแบบ UI/UX ในข้อ ๓.๕ และมาตรฐานทางเทคนิคที่กําหนดไว้ในโครงการ ๓.๑๒.๑ ระบบการจัดการบัญชีเฝ้าระวัง (Watchlist) หรือบัญชีระงับสิทธิ์ (Blacklist) ๓.๑๒.๒ ระบบคํานวณอัตราค่าสมัครและการชําระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) ๓.๑๒.๓ ระบบฟอร์มสมัครกิจกรรมแบบกําหนดเอง (Application Form Customization) ๓.๑๒.๔ ระบบฟอร์มประเมินผลการเข้าร่วมกิจกรรมแบบกําหนดเอง (Evaluation Form Customization) ๓.๑๒.๕ ระบบรายงานแบบกําหนดเอง (Report Customization) ๓.๑๒.๖ ระบบแสดงภาพข้อมูล (Data Visualization หรือ Dashboard) ๓.๑๒.๗ ระบบแจ้งเตือนผู้รับบริการและเจ้าหน้าที่ (Notification)
๓.๑๓
๓.๑๒.๘ ระบบประชาสัมพันธ์และบริหารจัดการการประชาสัมพันธ์
๓.๑๒.๙ ระบบแนะนํากิจกรรมตามคุณสมบัติและความต้องการของผู้ประกอบการ ๓.๑๒.๑๐ ระบบคู่ขนาน (Staging Environment)
พัฒนาและเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบงานและฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่องจากระยะที่ ๑ ให้เป็น
ไปตามเงื่อนไขและรายละเอียดที่ระบุในข้อ ๓.๙
๓.๑๔ พัฒนาระบบภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยทางด้านสารสนเทศของระบบตามนโยบายความปลอดภัย สารสนเทศของกรม และความปลอดภัยในระดับภาครัฐหรือระดับสากล อาทิ หรือมาตรฐานความปลอดภัยเว็บไซต์ ภาครัฐ (Government Website Standard) หรือมาตรฐานเว็บไซต์ W3C หรือ WCAG2.0 หรือมาตรฐาน
๑)……………..ประธานกรรมการ ๒.๕๕๕๕๕…….กรรมการ ๓)
๔) ประภาพรรณ กรรมการ &).
petson
กรรมการ
Sm
กรรมการร่าง
เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
เลขที่
การจ้างโครงการพัฒนาแพลตฟอร์มกลางเพื่อยกระดับบริการดิจิทัลและอำนวยความสะดวกผู้ประกอบการ ไทยในการสมัครเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการค้า
ตามประกาศ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
ลงวันที่ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “กรม” มีความประสงค์จะประกวดราคา จ้างโครงการพัฒนาแพลตฟอร์มกลางเพื่อยกระดับบริการดิจิทัลและอำนวยความสะดวกผู้ประกอบการไทยใน การสมัครเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการค้า ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ตามรายการ ดังนี้
จ้างโครงการพัฒนาแพลตฟอร์มกลาง
เพื่อยกระดับบริการดิจิทัลและอำนวย
ความสะดวกผู้ประกอบการไทยใน
การสมัครเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการ
ค้า
โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้
จำนวน ๑ โครงการ
๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๑.๑ ขอบเขตของงาน
๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาจ้างทำของ
๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
(๑) หลักประกันการเสนอราคา
(๒) หลักประกันสัญญา
๑.๕ บทนิยาม
(๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
(๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
(๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
๑.๗ แผนการทำงาน
๑.๘ ใบแจ้งการชำระเงิน สำหรับหลักประกันการเสนอราคา
๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
๒.๗ เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กรม ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขันอย่างเป็น ธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง ในวงเงิน ไม่น้อยกว่า ๕,๐๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท (ห้าล้านบาทถ้วน) และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของ รัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ กรม เชื่อถือได้ อย่างน้อย ๑ โครงการ ภายในระยะเวลา ๕ ปีย้อนหลัง นับถึงวันยื่น ข้อเสนอ
๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้ เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน นามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้ เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๓ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ
บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ
ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา ๖. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๒.๑๔ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายที่จดทะเบียนในประเทศไทย ซึ่ง ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการพัฒนาระบบสารสนเทศ ซึ่งดำเนินกิจการไม่น้อยกว่า ๑ ปี ๒.๑๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีหลักฐานการจดทะเบียนซึ่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ออกให้หรือรับรองไม่เกิน ๖ เดือน หรือหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
(ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๓ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อ เสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือ มีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน ทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ
เอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา (๕) สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ (ถ้ามี)
(๖) สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ถ้ามี)
(๗) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) หลักประกันการเสนอราคา ตามข้อ ๕
(๒) สำเนาหนังสือรับรองผลงานจ้าง
(๓) เอกสารข้อเสนอด้านเทคนิค
(๔) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔. การเสนอราคา
๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วย อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้อง กรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอโดย ไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้
ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๑๒๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอ ราคาโดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคา มิได้
๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จภายในวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๗๐
๔.๔ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญารายละเอียด ขอบเขตของ งานฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตาม เงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. และเวลาในการเสนอราคาให้ถือ ตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์
เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และ การเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่กรมผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๗ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณาข้อ เสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะ กรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการ พิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และกรม จะพิจารณาลงโทษผู้ ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่กรมจะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ริเริ่มให้มีการกระ ทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของกรม
๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
(๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
(๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
(๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กำหนด
(๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ๔.๙ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา เว้นแต่เป็นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือ ที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา
๕. หลักประกันการเสนอราคา
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องวางหลักประกันการเสนอราคาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบการ จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ จำนวน ๖๔๓,๙๕๐.๐๐ บาท (หกแสนสี่หมื่นสามพันเก้าร้อยห้าสิบบาทถ้วน)
๕.๑ เงินสด
๕.๒ หนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารภายในประเทศตามแบบที่คณะ กรรมการนโยบายกำหนด
๕.๓ พันธบัตรรัฐบาลไทย
๕.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอนำพันธบัตรรัฐบาลไทยหรือหนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ มาวางเป็นหลักประกันการเสนอราคาจะต้องส่งต้นฉบับเอกสารดังกล่าวมาให้กรม ตรวจสอบความถูกต้องในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น.
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอประสงค์จะวางหลักประกันการเสนอราคาเป็นเงินสด ให้ผู้ยื่นข้อเสนอ ดำเนินการชำระเงินผ่านช่องทางการชำระเงิน ดังนี้
ผ่านบริการรับชำระเงิน (Bill Payment) ผ่านระบบ KTB Corporate Online ตามใบ แจ้งการชำระเงิน ที่แนบมาพร้อมกับเอกสารเชิญชวนนี้
และส่งหลักฐานการชำระเงินกับธนาคาร พร้อมทั้งแบบแจ้งความประสงค์ชำระเงินค่า หลักประกันการเสนอราคา (เฉพาะกรณีที่มีหลักประกันการเสนอราคาหลายรายการพิจารณา) มาให้ กรม ตรวจสอบความถูกต้อง โดยยื่นมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอผ่านระบบ e-GP โดยการชำระเงินและส่งหลักฐาน
การชำระเงินให้ดำเนินการในวันและเวลาที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันและเวลาเสนอราคาเท่านั้น กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ประสงค์จะใช้หนังสือ ค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารในประเทศเป็นหลักประกันการเสนอราคาให้ระบุชื่อผู้เข้าร่วมค้ารายที่ สัญญาร่วมค้ากำหนดให้เป็นผู้เข้ายื่นข้อเสนอกับหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หลักประกันการเสนอราคาตามข้อนี้ กรมจะคืนให้ผู้ยื่นข้อเสนอหรือผู้ค้ำประกันภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่กรมได้พิจารณาเห็นชอบรายงานผลคัดเลือกผู้ชนะการประกวดราคาเรียบร้อยแล้ว เว้นแต่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่คัดเลือกไว้ซึ่งเสนอราคาต่ำสุดหรือได้คะแนนรวมสูงสุดไม่เกิน ๓ ราย ให้คืนได้ต่อเมื่อ ได้ทำสัญญาหรือข้อตกลง หรือผู้ยื่นข้อเสนอได้พ้นจากข้อผูกพันแล้ว
การคืนหลักประกันการเสนอราคา ไม่ว่าในกรณีใด ๆ จะคืนให้โดยไม่มีดอกเบี้ย ๖. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
๖.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ กรมจะ พิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น
๖.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น ในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ กรม
จะพิจารณาโดยให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ำหนักที่กำหนด ดังนี้
๖.๒.๑ จ้างโครงการพัฒนาแพลตฟอร์มกลางเพื่อยกระดับบริการดิจิทัลและ อำนวยความสะดวกผู้ประกอบการไทยในการสมัครเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการค้า
(๑) ราคาที่ยื่นข้อเสนอ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๓๐.๐๐ โดยมี วิธีการให้คะแนน ดังนี้ ๑๐๐ - (((ราคาของผู้เสนอราคา - ราคาต่ำสุด)/ราคาต่ำสุด) * ๑๐๐) (๒) ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนอื่นๆ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๗๐.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ คณะกรรมการจะพิจารณาให้คะแนนจากเอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้ยื่นผ่าน ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ประกอบกับการนำเสนองานในวันที่ผู้ยื่นข้อเสนอมานำเสนอข้อ เสนอทางเทคนิคโดยการให้คะแนนคิดตาม “เกณฑ์การพิจารณาที่ให้คะแนน”
โดยกำหนดให้น้ำหนักรวมทั้งหมดเท่ากับร้อยละ ๑๐๐ ๖.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ ขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กรมกำหนดไว้ในประกาศและ เอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้ เปรียบเสียเปรียบต่อ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการพิจารณาผลฯ อาจ พิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
๖.๔ กรมสงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการผ่อนผัน ในกรณี
ดังต่อไปนี้
(๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย อิเล็กทรอนิกส์
(๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวด อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ๖.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือกรม มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ กรมมีสิทธิที่จะไม่รับข้อ เสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ๖.๖ กรมทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคา ที่เสนอ ทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจจะ ยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของกรมเป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้องค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งกรมจะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์และลงโทษผู้ยื่นข้อ เสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่เชื่อถือได้ว่าการยื่นข้อ เสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมา ยื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น
ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่ อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือกรม จะให้ผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการตามเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ กรม มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอหรือไม่รับราคาของ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายใดๆ จากกรม ๖.๗ ก่อนลงนามในสัญญากรม อาจประกาศยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการคัดเลือก มีผล ประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม หรือสมยอม กันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใดในการเสนอราคา ๗. การทำสัญญาจ้าง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุใน ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับกรม ภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวาง หลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้กรม ยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
๗.๑ เงินสด
๗.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่กรม ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ลงวันที่ที่ใช้ เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้น ไม่เกิน ๓ วัน ทำการ
๗.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง กำหนด
๗.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) ๗.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่งกรม ได้รับมอบไว้ แล้ว
๘. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
กรม จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่าย ทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง โดยแบ่งออกเป็น ๕ งวดดังนี้ งวดที่ ๑ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๕ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานตามราย ละเอียดที่ระบุไว้ใน TOR ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๙
งวดที่ ๒ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๕ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานตาม รายละเอียดที่ระบุไว้ใน TOR ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๖๙
งวดที่ ๓ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๒๕ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานตาม รายละเอียดที่ระบุไว้ใน TOR ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๗๐
งวดที่ ๔ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๔๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานตาม รายละเอียดที่ระบุไว้ใน TOR ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๗๐
งวดสุดท้าย เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๕ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ทั้งหมดให้แล้วเสร็จเรียบร้อยตามสัญญาหรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ และ กรม ได้ตรวจรับมอบงานจ้าง เรียบร้อยแล้ว
๙. อัตราค่าปรับ
ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลง จ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
๙.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับ อนุญาตจากกรม จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงานจ้างช่วง นั้น
๙.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๙.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็น
รายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้าง
๑๐. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งได้ทำสัญญาจ้างตามแบบดังระบุในข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ แล้วแต่กรณี จะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายใน ระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๖ เดือน นับถัดจากวันที่กรมได้รับมอบงาน โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้ การได้ดีดังเดิมภายใน ๓ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่อง
๑๑. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
๑๑.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ และพ.ศ. ๒๕๗๐
การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ กรมได้รับอนุมัติเงินค่าจ้างจากเงิน งบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ และพ.ศ. ๒๕๗๐ แล้วเท่านั้น
๑๑.๒ เมื่อกรมได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลงจ้างตามการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามาจากต่าง ประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ตาม ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
(๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
(๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดย เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
(๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
๑๑.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งกรมได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ ภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ กรมจะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้ออกหนังสือ ค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้งจะพิจารณา
ให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ๑๑.๔ กรมสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบสัญญาหรือข้อ ตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
๑๑.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของกรม คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อเสนอ
ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
๑๑.๖ กรม อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จะ เรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากกรมไม่ได้
(๑) กรมไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้รับจัดสรร แต่ไม่ เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
(๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่น ใด ในการเสนอราคา
(๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่กรม หรือ กระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
(๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
๑๑.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
๑๒. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
๑๓. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
กรม สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการ คัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับกรม ไว้ชั่วคราว
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
สำเนาถูกต้อง
รุ่งวรา อังศธรรมรัตน์
(นางสาวรุ่งวรา อังศธรรมรัตน์)
นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการ
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ โดย นางสาวรุ่งวรา อังศธรรมรัตน์ นักวิชาการ พาณิชย์ชำนาญการร่าง
ประกาศกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
เรื่อง ประกวดราคาจ้างโครงการพัฒนาแพลตฟอร์มกลางเพื่อยกระดับบริการดิจิทัลและอำนวยความ สะดวกผู้ประกอบการไทยในการสมัครเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการค้า
ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างโครงการพัฒนา แพลตฟอร์มกลางเพื่อยกระดับบริการดิจิทัลและอำนวยความสะดวกผู้ประกอบการไทยในการสมัครเข้าร่วม กิจกรรมส่งเสริมการค้า ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ราคากลางของงานจ้าง ในการ ประกวดราคาครั้งนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น ๑๓,๕๗๔,๑๐๖.๐๐ บาท (สิบสามล้านห้าแสนเจ็ดหมื่นสี่พันหนึ่งร้อยหก บาทถ้วน) จำนวน ๑ รายการ
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอโดยแสดงหลักฐานถึงขีดความสามารถและความพร้อมที่มีอยู่ใน วันยื่นข้อเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
๑. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติให้เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กำหนด ๒. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. ซึ่งสามารถจัดเตรียมเอกสารข้อเสนอได้ตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงวันเสนอ ราคา
ทั้งนี้ ผู้เสนอราคาจะต้องนำเสนอข้อเสนอทางด้านเทคนิคและขั้นตอนการดำเนินโครงการตาม รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ (TOR) ในวันที่………………………….ตั้งแต่เวลา……………….น. เป็นต้นไป (รายละ ๓๐ นาที) ณ สำนักสารสนเทศและการบริการการค้าระหว่างประเทศ ชั้น ๓ (ตึกริมถนน) กรมส่งเสริมการค้า ระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เลขที่ ๕๖๓ ถนนนนทบุรี ตำบลบางกระสอ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี ทั้งนี้ กรมจะไม่พิจารณาข้อเสนอด้านเทคนิคของผู้เสนอราคาที่ไม่มานำเสนองานตามวันและเวลาที่กรมกำหนด
๓. ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เลขที่ ลงวันที่ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๙ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ได้ตั้งแต่วันที่ ประกาศจนถึงวันเสนอราคา ได้ที่เว็บไซต์ www.ditp.go.th หรือ www.gprocurement.go.th
ประกาศ ณ วันที่ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๙
สำเนาถูกต้อง
รุ่งวรา อังศธรรมรัตน์
(นางสาวรุ่งวรา อังศธรรมรัตน์) นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการ
(นางสุภาพร สุขมาก)
รองอธิบดี ปฏิบัติราชการแทน
อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ โดย นางสาวรุ่งวรา อังศธรรมรัตน์ นักวิชาการ พาณิชย์ชำนาญการ