ประกวดราคาจ้างเพิ่มสมรรถนะด้านความปลอดภัยของ Mobile Tool Kit Facility (MTKF-TH-1) จำนวน ๑ งาน
สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) โดยศูนย์เทคโนโลยีความปลอดภัยและจัดการกากกัมมันตรังสี มีความประสงค์จ้างเพิ่มสมรรถนะด้านความปลอดภัยให้แก่ระบบ Mobile Tool Kit Facility (MTKF-TH-1) ซึ่งเป็นเครื่องมือหลักสำหรับปรับสภาพ กากกัมมันตรังสีชนิดปิดผนึกที่เป็นวัสดุกัมมันตรังสีประเภทที่ 3–5 ที่ใช้แล้วจากภาคการแพทย์ อุตสาหกรรม วิจัย และการศึกษา โครงการนี้มุ่งเพิ่มความมั่นคงปลอดภัยครอบคลุมการป้องกันอันตรายจากรังสี การป้องกันการแพร่กระจายของวัสดุกัมมันตรังสี การควบคุมการปฏิบัติงาน และการเฝ้าระวังความปลอดภัย โดยเฉพาะการจัดการกากที่มาจากรังสีนิวตรอน
ขอบเขตงานหลักประกอบด้วยการจัดหา ติดตั้ง และทดสอบระบบต่างๆ จำนวน 6 ระบบ ได้แก่ 1) ระบบอุปกรณ์กำบังรังสีนิวตรอนจากวัสดุ Borated Polyethylene 2) ระบบรังวัดสีแกมมา/นิวตรอนแบบพกพาพร้อมรางเลื่อนและกล้อง CCTV สำหรับอ่านค่าจากระยะไกล 3) ระบบสังเกตการณ์การปฏิบัติงานด้วยกล้อง CCTV IP และเครื่องบันทึกภาพ 4) ระบบแสดงสถานการณ์ทำงาน (ปกติ/ฉุกเฉิน) พร้อมป้ายไฟและสวิตช์หยุดฉุกเฉิน 5) กล่องอิเล็กทรอนิกส์ควบคุม และ 6) ชุดถังขยะสแตนเลส 3 ขนาดสำหรับเก็บกากรังสี ผู้รับจ้างยังต้องจัดทำรายงานประเมินการได้รับรังสีด้วยซอฟต์แวร์มาตรฐาน และจัดส่งแบบแปลนโครงสร้างหลังการติดตั้ง (As-built Drawing) ในรูปแบบ 2D และ 3D
กำหนดส่งมอบงานทั้งหมดภายใน 270 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา วงเงินงบประมาณสำหรับโครงการนี้คือ 1,455,200 บาท และการคัดเลือกผู้รับจ้างจะใช้เกณฑ์ราคาต่ำสุดเป็นหลัก
English summary
The project aims to enhance the safety performance of the Mobile Tool Kit Facility (MTKF-TH-1), a mobile system for conditioning sealed radioactive waste sources (Categories 3–5). The scope of work involves the installation of several key systems: a neutron radiation shielding system, a portable gamma/neutron radiation monitoring system with a sliding rail and CCTV for remote reading, a CCTV-based operation monitoring system, an operational status display system (normal/emergency), an electronic control box, and stainless steel waste containers for radioactive materials. The contractor is also required to conduct radiation dose assessment using standard software and submit as-built drawings in 2D and 3D formats. The entire project must be delivered within 270 days from the contract signing date. The approved budget is 1,455,200 THB, and bid evaluation will be based on the lowest price criterion.
ศูนย์เทคโนโลยีความปลอดภัยและจัดการกากกัมมันตรังสี อาคารเก็บรักษากากกัมมันตรังสี สทน. องครักษ์ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) สำนักงานใหญ่ 9/9 หมู่ที่ 7 ต.ทรายมูล อ.องครักษ์ จ.นครนายก 26120
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อเพิ่มสมรรถนะด้านความปลอดภัยของ Mobile Tool Kit Facility (MTKF-TH-1)
- เพื่อเป็นเครื่องมือ/อุปกรณ์สนับสนุนงานจัดการกากกัมมันตรังสีชนิดปิดผนึกที่เป็นวัสดุกัมมันตรังสีของศูนย์จัดการกากกัมมันตรังสี
- เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการประเมินความปลอดภัยและการป้องกันอันตรายจากรังสีในงานจัดการกากกัมมันตรังสีของศูนย์เทคโนโลยีความปลอดภัยและจัดการกากกัมมันตรังสี
ขอบเขตของงาน
งานนี้ครอบคลุมการจัดหา ติดตั้ง และส่งมอบระบบต่างๆ เพื่อเพิ่มสมรรถนะด้านความปลอดภัยให้กับ MTKF-TH-1 โดยมีขอบข่ายงานหลักดังนี้:
- การติดตั้งระบบอุปกรณ์กำบังรังสีนิวตรอน: ติดตั้งแผ่นกำบังจากวัสดุ 5% borated polyethylene ที่ได้มาตรฐาน ISO ยึดติดกับโครงสร้างเดิมบริเวณระหว่างพื้นที่ปฏิบัติงานและหลุมพักแคปซูล
- การจัดหาและติดตั้งระบบรังวัดสีแกมมา/นิวตรอน: จัดหาเครื่องวัดรังสีแบบพกพาที่ได้มาตรฐาน ANSI/IEC พร้อมหัววัดสำหรับรังสีแกมมา นิวตรอน เบตา และแอลฟา รวมถึงรางเลื่อนอลูมิเนียม กล้อง CCTV สำหรับอ่านค่าจากระยะไกล และกระเป๋ากันกระแทก
- การติดตั้งระบบสังเกตการณ์การปฏิบัติงาน: ติดตั้งกล้อง CCTV IP/Network Camera ชนิดโดมและชนิด fixed จำนวนรวม 6 ตัว ในตำแหน่งต่างๆ รอบพื้นที่ปฏิบัติงาน พร้อมเครื่องบันทึกวิดีโอ (NVR) และหน้าจอมอนิเตอร์แสดงผล 3 ตัว
- การติดตั้งระบบแสดงสถานการณ์ทำงาน: ติดตั้งป้ายแสดงสถานะ (OPERATION/EMERGENCY) ปุ่มกดเริ่มทำงาน สวิตช์หยุดฉุกเฉิน 3 จุด และเครื่องส่งสัญญาณเตือนเสียง
- การจัดหาและติดตั้งกล่องอิเล็กทรอนิกส์ควบคุม: สำหรับรับสัญญาณจากระบบวัดรังสีและสวิตช์ฉุกเฉิน เพื่อควบคุมสถานะการทำงานและจ่ายไฟให้อุปกรณ์
- การจัดหาชุดถังขยะสแตนเลส: ถังขยะสแตนเลสเกรด 304 จำนวน 15 ชิ้น/ชุด แบ่งเป็น 3 ขนาด (เล็ก, กลาง, ใหญ่) สำหรับเก็บกากกัมมันตรังสี
- งานประเมินและจัดทำเอกสาร: ประเมินการได้รับรังสีของผู้ปฏิบัติงานโดยใช้ซอฟต์แวร์มาตรฐาน (เช่น MicroShield, PHITS, MCNP) และจัดทำรายงาน
- งานเขียนแบบแปลน: จัดทำแบบโครงสร้างทางวิศวกรรม (As-built Drawing) ของ MTKF-TH-1 หลังการเพิ่มสมรรถนะเสร็จสิ้น ในรูปแบบ 2D และ 3D (ไฟล์ .dwg, .step, .stl เป็นต้น)
- งานบันทึกและรายงาน: บันทึกภาพและข้อมูลระหว่างการปฏิบัติงานทั้งหมด และแจ้งปัญหาที่เกิดขึ้นต่อผู้ควบคุมงาน
- งานปรับแต่งพื้นที่และทำความสะอาด: ปรับแต่งพื้นที่และกำจัดเศษวัสดุหลังการติดตั้งให้เรียบร้อย
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- ระบบอุปกรณ์กำบังรังสีนิวตรอน จำนวน 1 ระบบ ติดตั้งเรียบร้อย
- ระบบรังวัดสีแกมมา/นิวตรอนแบบพกพาพร้อมอุปกรณ์ครบชุด (เครื่องวัด หัววัด รางเลื่อน กล้อง CCTV กระเป๋า) จำนวน 1 ระบบ
- ระบบสังเกตการณ์การปฏิบัติงาน (กล้อง CCTV 6 ตัว, เครื่องบันทึกวิดีโอ, หน้าจอมอนิเตอร์ 3 ตัว) จำนวน 1 ระบบ ติดตั้งเรียบร้อย
- ระบบแสดงสถานการณ์ทำงาน (ป้ายไฟ, ปุ่มกด, สวิตช์ฉุกเฉิน, อะลาร์มเสียง) จำนวน 1 ระบบ ติดตั้งเรียบร้อย
- กล่องอิเล็กทรอนิกส์ควบคุม จำนวน 1 ชุด ติดตั้งเรียบร้อย
- ชุดถังขยะสแตนเลสเกรด 304 จำนวน 15 ชิ้น/ชุด (เล็ก 5, กลาง 5, ใหญ่ 5)
- รายงานผลการประเมินการได้รับรังสีของผู้ปฏิบัติงาน (Hard copy 3 ชุด, ไฟล์อิเล็กทรอนิกส์/USB 1 ชุด)
- ใบรับรองผลการสอบเทียบระบบวัดรังสี (อายุไม่เกิน 1 ปี)
- ใบรับรองผลการทดสอบวัสดุกำบังรังสีตามมาตรฐาน ISO
- หนังสือรับรองความบริสุทธิ์ของสแตนเลสเกรด 304
- คู่มือการใช้งาน (ภาษาอังกฤษ/ไทย) สำหรับระบบวัดรังสีและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
- แบบโครงสร้างทางวิศวกรรม (As-built Drawing) ของ MTKF-TH-1 หลังการปรับปรุง (Hard copy 3 ชุด, ไฟล์อิเล็กทรอนิกส์/USB 1 ชุด พร้อมไฟล์ต้นฉบับ .f3d, .dwg, .step, .stl)
- MTKF-TH-1 ที่ผ่านการเพิ่มสมรรถนะด้านความปลอดภัยครบถ้วน พร้อมใช้งาน ณ สถานที่จัดส่ง
ระยะเวลาดำเนินการ
กำหนดส่งมอบงานทั้งหมดภายใน 270 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements:
- ต้องได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายจากผู้ผลิต หรือตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย
- Standards Compliance:
- วัสดุกำบังรังสีนิวตรอนต้องเป็นไปตามมาตรฐาน ISO 1183-1, ISO 11357/-1/-3, ISO 4589-1/-2
- เครื่องวัดรังสีแกมมา/นิวตรอนต้องเป็นไปตามมาตรฐาน ANSI N42.33-2006, ANSI N42.32-2006, IEC 62327:2006, ANSI N42.48-2008, ANSI N42.42:2012
- กล้อง CCTV และระบบต้องรองรับมาตรฐาน IEEE 802.3af/at (PoE)
- เครื่องวัดรังสีต้องได้มาตรฐาน IP65 และผ่านการทดสอบการตกจากที่สูง
- Experience: -
- Previous Project Cost: -
- Technical Capabilities:
- สามารถประเมินการได้รับรังสีของผู้ปฏิบัติงานโดยใช้ซอฟต์แวร์มาตรฐาน เช่น MicroShield ® Pro, PHITS, MCNP
- สามารถจัดทำแบบโครงสร้างทางวิศวกรรม (As-built Drawing) ในรูปแบบ 2D และ 3D โดยใช้ซอฟต์แวร์ Autodesk Fusion 360 หรือส่งไฟล์นามสกุล .f3d, .f3z, .dwg, .dxf, .step, .stl
- Personnel: -
เกณฑ์การพิจารณา
พิจารณาโดยใช้เกณฑ์ราคา (ราคาต่ำสุด)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
โครงการนี้เน้นการเพิ่มสมรรถนะด้านความปลอดภัยทางรังสีและการปฏิบัติงานให้กับระบบ MTKF-TH-1 มีข้อกำหนดทางเทคนิคที่สำคัญดังนี้:
- ระบบกำบังนิวตรอน: ใช้วัสดุ 5% borated polyethylene ความหนาแน่น ≥1.04 g/cm³, ความหนา ≥25 มม.ต่อแผ่น, ติดตั้งปิดผิวด้วยสแตนเลส 304
- ระบบวัดรังสีแบบพกพา: ต้องวัดรังสีได้หลายชนิด (แกมมา, นิวตรอน, เบตา, แอลฟา) มีความไวตามที่กำหนด, แสดงผลได้หลายหน่วย, ระบุไอโซโทปได้, บันทึกข้อมูลได้ ≥500 รายการ, มีระบบแจ้งเตือน, ใช้งานกับแบตเตอรี่ AA ได้ ≥300 ชม., ทนทานตามมาตรฐาน IP65
- ระบบรางเลื่อนและกล้องอ่านค่า: รางอลูมิเนียมมีสเกล 0-150 cm, มีกล้อง CCTV สำหรับอ่านค่าปริมาณรังสีจากระยะประชิด (10 cm) และระยะ 1 เมตร
- ระบบกล้องวงจรปิด: กล้องโดม 2 ตัว (ความละเอียด 4K), กล้อง Fixed 4 ตัว (ความละเอียด ~2.7K), ติดตั้งในตำแหน่งเฉพาะสำหรับอ่านค่ารังสีและติดตามการเคลื่อนย้ายกาก, เครื่องบันทึกภาพ 8 ช่องพร้อมฮาร์ดดิสก์ ≥16 TB
- ระบบแสดงสถานะและควบคุม: ใช้ลอจิกควบคุมโดยกล่องอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อแสดงสถานะ “OPERATION” (ไฟเขียว) หรือ “EMERGENCY” (ไฟแดง+เสียงออด) โดยอัตโนมัติเมื่อตรวจพบรังสีเกินกำหนดหรือกดสวิตช์ฉุกเฉิน
- ถังขยะสแตนเลส: เกรด 304, ความหนา ≥1.2 มม., ออกแบบให้ต่อกันเป็นแถวได้ มีฝาปิดแบบถอดได้
- การรับประกัน: อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รับประกัน ≥3 ปี, ระบบวัดรังสีรับประกัน ≥1 ปี
เงื่อนไขสัญญา
- งวดการจ่ายเงิน: จ่ายเงินหนึ่งงวด เมื่อส่งมอบพัสดุและคณะกรรมการตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
- อัตราค่าปรับ: ค่าปรับกรณีส่งมอบล่าช้า คิดเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้าง
- หลักประกันสัญญา: ต้องวางหลักประกันสัญญาเป็นเงินร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้าง ณ เวลาทำสัญญา
- ระยะเวลารับประกัน: ผู้รับจ้างต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี นับจากวันที่ส่งมอบ และต้องซ่อมแซมให้ใช้การได้ดีดังเดิมภายใน 30 วัน หลังจากได้รับแจ้ง
- แผนการทำงาน: คู่สัญญาต้องจัดทำและยื่นแผนการทำงานภายใน 15 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
Q: วัสดุกำบังรังสีนิวตรอนที่กำหนดต้องมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง?
A: ต้องผลิตจาก 5% borated polyethylene มีความหนาแน่นไม่น้อยกว่า 1.04 g/cm³ (มาตรฐาน ISO 1183-1), อุณหภูมิหลอมละลายไม่น้อยกว่า 135°C (มาตรฐาน ISO 11357), ค่า Oxygen Index ไม่น้อยกว่า 20% (มาตรฐาน ISO 4589), และมีความหนาไม่น้อยกว่า 25 มิลลิเมตรต่อแผ่น -
Q: เครื่องวัดรังสีที่จัดหาต้องสามารถวัดรังสีได้กี่ประเภท?
A: ต้องสามารถวัดรังสีได้ 4 ประเภท ได้แก่ รังสีแกมมา/นิวตรอน (ด้วยหัววัดเฉพาะ) และรังสีเบตา/แอลฟา (ด้วยหัววัดแบบ GM tube) -
Q: ระบบรางเลื่อนและกล้อง CCTV มีหน้าที่อะไรในโครงการนี้?
A: รางเลื่อนใช้สำหรับเคลื่อนย้ายเครื่องวัดรังสีเพื่อวัดอัตราปริมาณรังสีที่ระยะต่างๆ ตั้งแต่ 0 ถึง 150 ซม. ส่วนกล้อง CCTV ติดตั้งบนรางใช้สำหรับอ่านค่าจากเครื่องวัดรังสีจากระยะไกล (ที่ระยะ 10 ซม. และ 1 เมตร) เพื่อลดการรับรังสีโดยตรงของผู้ปฏิบัติงาน -
Q: ต้องจัดส่งเอกสารอะไรบ้างควบคู่กับอุปกรณ์ที่ติดตั้ง?
A: ต้องจัดส่งใบรับรองผลการสอบเทียบ (สำหรับระบบวัดรังสี), ใบรับรองผลการทดสอบวัสดุ (สำหรับแผ่นกำบัง), หนังสือรับรองความบริสุทธิ์ของสแตนเลส, คู่มือการใช้งาน (ทั้งภาษาอังกฤษและ/หรือไทย) และรายงานประเมินการได้รับรังสี -
Q: “As-built Drawing” ที่ต้องส่งมีรายละเอียดและรูปแบบไฟล์อย่างไร?
A: ต้องเป็นแบบแปลนโครงสร้างทางวิศวกรรมของ MTKF-TH-1 หลังจากเพิ่มสมรรถนะแล้ว ในรูปแบบ 2D และ 3D ไฟล์ต้นฉบับต้องสามารถเปิดกับ Autodesk Fusion 360 ได้ เช่น ไฟล์ .f3d, .f3z, .dwg, .dxf, .step, .stl -
Q: ระบบแสดงสถานการณ์ทำงาน (ปกติ/ฉุกเฉิน) ทำงานอย่างไร?
A: ระบบจะแสดงไฟเขียว “OPERATION” เมื่ออยู่ในสถานะปกติ หากมีสัญญาณจากระบบวัดรังสีว่ามีระดับรังสีเกินกำหนด หรือมีการกดสวิตช์หยุดฉุกเฉิน ระบบจะเปลี่ยนเป็นสถานะฉุกเฉินโดยแสดงไฟแดง “EMERGENCY” พร้อมเปิดสัญญาณเตือนเสียงอัตโนมัติ -
Q: กล้อง CCTV ในระบบสังเกตการณ์ต้องติดตั้งที่ตำแหน่งใดบ้าง?
A: ต้องติดตั้งในตำแหน่งเฉพาะ เช่น บนฝ้าเพดานเหนือพื้นที่ปฏิบัติงานสำหรับอ่านค่ารังสีที่ระยะผิวและระยะ 1 เมตร, บนผนังด้านรับกากก่อนปรับสภาพ, และบนผนังด้านส่งกากหลังปรับสภาพลงถังเก็บ -
Q: ผู้รับจ้างมีหน้าที่ต้องประเมินความเสี่ยงด้านรังสีด้วยหรือไม่?
A: ใช่ ผู้รับจ้างต้องทำการประเมินการได้รับรังสี (โดส) ของผู้ปฏิบัติงานทั้งจากรังสีแกมมาและนิวตรอน โดยใช้ซอฟต์แวร์หรือซอร์สโค้ดมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับ เช่น MicroShield, PHITS, หรือ MCNP และจัดส่งรายงานผล -
Q: อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เช่น กล่องควบคุม กล้อง CCTV มีระยะเวลารับประกันอย่างไร?
A: อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มีระยะเวลารับประกันคุณภาพจากการใช้งานปกติไม่น้อยกว่า 3 ปี -
Q: หากระหว่างการติดตั้งเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของสถาบันฯ หรือระบบสาธารณูปโภค ผู้รับจ้างต้องทำอย่างไร?
A: ผู้รับจ้างต้องใช้ความระมัดระวังในการทำงาน หากทำให้เกิดความเสียหาย จะต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าสินไหมทดแทนทั้งหมด และต้องปรับแต่งพื้นที่ กำจัดเศษวัสดุให้เรียบร้อยหลังงานแล้วเสร็จ
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
รายละเอียดขอบเขตของงานทั้งโครงการ (Terms of Reference : TOR) จ้างเพิ่มสมรรถนะด้านความปลอดภัยของ Mobile Tool Kit Facility (MTKF-TH-1) จำนวน 1 งาน
- ที่มาและความสำคัญ
ศูนย์เทคโนโลยีความปลอดภัยและจัดการกากกัมมันตรังสี สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) เป็นหน่วยงานของรัฐที่มีภารกิจหลักในการบริหารจัดการกากกัมมันตรังสีรวมถึงวัสดุ กัมมันตรังสีชนิดปิดผนึกประเภทที่ 1–5 ที่เกิดจากการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ อุตสาหกรรม การศึกษา วิจัย และการเกษตรของประเทศ เมื่อผู้ครอบครองวัสดุกัมมันตรังสีไม่ประสงค์จะใช้งานต่อ หรือยกเลิกการใช้งาน
ตามพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. 2559 จำเป็นต้องดำเนินการจัดส่งวัสดุกัมมันตรังสี ดังกล่าวไปยังประเทศผู้ผลิต หรือหากไม่สามารถส่งคืนได้ จะต้องนำมาจัดการเป็นกากกัมมันตรังสี ในการ จัดการกากกัมมันตรังสีชนิดปิดผนึกที่เป็นวัสดุกัมมันตรังสีประเภทที่ 3–5 จำเป็นต้องผ่านกระบวนการปรับ สภาพ การรื้อถอน การลดปริมาตร และการบรรจุหีบห่ออย่างถูกต้องตามหลักความปลอดภัยทางรังสี เพื่อให้ เหมาะสมสำหรับการจัดเก็บรักษาในอาคารเก็บรักษากากกัมมันตรังสีอย่างปลอดภัย ซึ่งศูนย์เทคโนโลยีความ ปลอดภัยและจัดการกากกัมมันตรังสีได้พัฒนา ระบบ Mobile Tool Kit Facility (MTKF-TH-1) ขึ้นเพื่อใช้ เป็นเครื่องมือสนับสนุนภารกิจดังกล่าว จากภารกิจการจัดการกากกัมมันตรังสีที่มีความซับซ้อนสูงขึ้น ปริมาณ แหล่งกำเนิดรังสีที่เพิ่มขึ้น และข้อกำหนดด้านความปลอดภัยทางรังสี ความปลอดภัยทางกายภาพ และความ มั่นคงปลอดภัยที่เข้มงวดมากยิ่งขึ้น ทำให้ระบบ MTKF-TH-1 ในปัจจุบันยังมีข้อจำกัดด้านสมรรถนะความ ปลอดภัยบางประการ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน ความปลอดภัยของประชาชน และการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมในระยะยาว ดังนั้น จึงมีความจำเป็นต้องดำเนินการ จ้างเพิ่มสมรรถนะด้านความ ปลอดภัยของ MTKF-TH-1 เพื่อยกระดับความสามารถของระบบให้มีความมั่นคงปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ครอบคลุมด้านการป้องกันอันตรายจากรังสี การป้องกันการแพร่กระจายของวัสดุกัมมันตรังสี การเพิ่ม ประสิทธิภาพในการควบคุมการปฏิบัติงาน และการเฝ้าระวังความปลอดภัยในทุกขั้นตอนของกระบวนการปรับ สภาพและจัดการกากกัมมันตรังสี ช่วยเสริมสร้างความปลอดภัยแก่ผู้ปฏิบัติงาน โดยจะเฉพาะปารปรับสภาพ กากกัมมันตรังสีที่มาจากรังสีนิวตรอน ลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม เพิ่ม ประสิทธิภาพในการจัดการกากกัมมันตรังสีชนิดปิดผนึกที่เป็นวัสดุกัมมันตรังสีประเภทที่ 3-5 ของประเทศ และ สนับสนุนให้การดำเนินงานของศูนย์เทคโนโลยีความปลอดภัยและจัดการกากกัมมันตรังสีเป็นไปอย่าง สอดคล้องกับหลักมาตรฐานสากลและนโยบายด้านความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสีของประเทศอย่าง ยั่งยืน - วัตถุประสงค์
2.1. เพื่อเพิ่มสมรรถนะด้านความปลอดภัยของ Mobile Tool Kit Facility (MTKF-TH-1) 2.2. เพื่อเป็นเครื่องมือ/อุปกรณ์สนับสนุนงานจัดการกากกัมมันตรังสีชนิดปิดผนึกที่เป็นวัสดุกัมมันตรังสี ของศูนย์จัดการกากกัมมันตรังสี
2.3. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการประเมินความปลอดภัยและการป้องกันอันตรายจากรังสีในงานจัดการ กากกัมมันตรังสีของศูนย์เทคโนโลยีความปลอดภัยและจัดการกากกัมมันตรังสี - คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
3.1. มีความสามารถตามกฎหมาย
3.2. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
3.3. ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
3.4. ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศ ของกรมบัญชีกลาง
3.5. ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
3.6. มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
3.7. เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพขายพัสดุที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว 3.8. ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ สถาบันเทคโนโลยี นิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการ อันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ 3.9. ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
3.10.ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ (1) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของ ผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(2) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุก รายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
(3) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(3.1) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้า ทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการ ร่วมค้า
(3.2) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้าที่ ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (3.1) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
3.11.ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e - GP) ของกรมบัญชีกลาง 3.12.ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ - กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปี สุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดง ฐานะการเงินย้อนไป ก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ 1 ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณี นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือน มกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปีโดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบ แสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้ สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก 1 ปี ได้
- กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงาน งบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท
- สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคล ธรรมดาให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงิน ฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่น
ข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดง หนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา 4. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้า ยื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดาที่ถือ สัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคาร ภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการ เงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตาม รายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของ วงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงาน ใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน
(2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคล ธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคาร ภายในประเทศหรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการ เงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตาม รายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคาร ต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่ สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออก ให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน) - กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ ถือสัญชาติไทยตามข้อ 2 ข้อ 3 และข้อ 4 (2) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตาม ประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคาทั้งนี้ ผู้ ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการ รับรองเอกสาร พ.ศ. 2539 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าว ในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่า ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
- กรณีตามข้อ 1 - ข้อ 5 ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้
(6.1) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(6.2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ ตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(6.3) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติ เบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(6.4) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติการ จัดซื้อจัดจ้างฯ
(6.5) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(6.6) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงาน ขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
3.13.ผู้ยื่นข้อเสนอต้องได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายจากผู้ผลิต หรือตัวแทนจำหน่ายในประเทศ ไทย โดยให้ยื่นขณะเข้าเสนอราคา - รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของจ้างเพิ่มสมรรถนะด้านความปลอดภัยของ Mobile Tool Kit Facility (MTKF-TH-1) จำนวน 1 งาน
4.1 คุณลักษณะทั่วไป
Mobile Tool Kit Facility (MTKF-TH-1) เพื่อการจัดการกากกัมมันตรังสีของประเทศไทย เป็น เครื่องมือที่ใช้สำหรับการปรับสภาพกากกัมมันตรังสีชนิดปิดผนึกที่เป็นวัสดุกัมมันตรังสีประเภทที่ 3 - 5 ลักษณะเป็นตู้ทรงสี่เหลี่ยม 2 ตู้ ที่แยกออกจากกับโครงสร้างจะต้องทำด้วยวัสดุคงทน สามารถเคลื่อนย้าย เคลื่อนย้าย เข้า-ออก ภายในอาคารเก็บรักษากากกัมมันตรังสี สทน. องครักษ์ได้ ภายในติดตั้งระบบและ เครื่องมือ/อุปกรณ์ที่ใช้ในงานปรับสภาพ งานรื้อถอน งานลดปริมาตร และงานบรรจุหีบห่ออย่างถูกต้องตาม หลักความปลอดภัยทางรังสี โดยมีพื้นที่ปฏิบัติงาน 3 ส่วน ได้แก่ พื้นที่ส่วนที่ 1 ใช้ในการเตรียมกากกัมมันตรังสี ก่อนปรับสภาพ เช่น งานรื้อถอน งานถอด งานตัด งานเจาะ งานเจีย เป็นต้น (ตู้ที่ 1) พื้นที่ส่วนที่ 2 ใช้ในการ ปรับสภาพกากกัมมันตรังสีที่เป็นวัสดุกัมมันตรังสี ประเภท 3-5 (ตู้ที่ 2) และพื้นที่ส่วนที่ 3 ใช้ในการเปลี่ยน เสื้อผ้าและชำระล้างเมื่อมีการปนเปื้อนทางรังสีสำหรับผู้ปฏิบัติงาน(ตู้ที่ 2)
การเพิ่มสมรรถนะด้านความปลอดภัยของ MTKF-TH-1 เพื่อยกระดับความสามารถของระบบให้มีความ มั่นคงปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ครอบคลุมด้านการป้องกันอันตรายจากรังสี การป้องกันการแพร่กระจายของวัสดุ กัมมันตรังสี การเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมการปฏิบัติงาน และการเฝ้าระวังความปลอดภัยในทุกขั้นตอน ของกระบวนการปรับสภาพและจัดการกากกัมมันตรังสี ช่วยเสริมสร้างความปลอดภัยแก่ผู้ปฏิบัติงาน โดยจะ เฉพาะปารปรับสภาพกากกัมมันตรังสีที่มาจากรังสีนิวตรอน ลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อประชาชนและ สิ่งแวดล้อม เพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการกากกัมมันตรังสีชนิดปิดผนึกที่เป็นวัสดุกัมมันตรังสีประเภทที่ 3-5
ของประเทศ และสนับสนุนให้การดำเนินงานของศูนย์เทคโนโลยีความปลอดภัยและจัดการกากกัมมันตรังสี เป็นไปอย่างสอดคล้องกับหลักมาตรฐานสากลและนโยบายด้านความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสีของ ประเทศอย่างยั่งยืน
4.2 คุณลักษณะเฉพาะ
4.2.1 ระบบอุปกรณ์กำบังรังสีนิวตรอน จำนวน 1 ระบบ
4.2.1.1 วัสดุกำบังรังสีนิวตรอน ผลิตจาก 5% borated polyethylene
4.2.1.1.1 มีความหนาแน่น ไม่น้อยกว่า 1.04 g/cm3เป็นไปตามมาตรฐาน ISO 1183-1
4.2.1.1.2 อุณหภูมิหลอมละลาย ไม่น้อยกว่า 135 องศาเซลเซียส เป็นไปตาม
มาตรฐาน ISO 11357/-1/-3
4.2.1.1.3 มีค่าความสามารถในการติดไฟ Flammability: Oxygen Index ไม่
น้อยกว่า 20% เป็นไปตามมาตรฐาน ISO 4589-1/-2
4.2.1.1.4 ความหนาไม่น้อยกว่า 25 มิลลิเมตรต่อแผ่น
4.2.1.2 ติดตั้งอุปกรณ์กำบังรังสีนิวตรอนยึดติดกับโครงสร้างเดิม บริเวณระหว่างพื้นที่ ปฏิบัติงาน(ตู้ที่ 1 และตู้ที่ 2) และหลุมพักแคปซูลวัสดุกัมมันตรังสี โดยมีขนาดให้ เหมาะสมกับพื้นที่ ปิดผิวด้วยสแตนเลส 304
4.2.2 ระบบรังวัดสีแกมมา/นิวตรอน จำนวน 1 ระบบ
4.2.2.1 เครื่องวัดรังสีแกมมา/นิวตรอน จำนวน 1 เครื่อง
เป็นเครื่องวัดรังสีแกมมา/นิวตรอน แบบพกพา เป็นไปตามมาตรฐาน ANSI
N42.33-2006, ANSI 42.32-2006, IEC 62327:2006, ANSI N42.48-2008 และ
ANSI N42.42:2012 หัววัดรังสีแกมมา มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
4.2.2.2 หัววัดรังสีแกมมา มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
4.2.2.2.1 เป็นหัววัดแบบบรรจุก๊าซ (Gas-filled detector) และ/หรือ
หัววัดแบบสารเรืองแสง(Scintillation detector) ทำมาจาก
ซีเซียมไอโอไดด์ที่เจือด้วยแทลเลียม (CsI(Tl))
4.2.2.2.2 สามารถตอบสนองพลังงานของรังสีแกมมา (Energy range)
ตั้งแต่ 0.015 MeV ถึง 15 MeV ในโหมดการวัดทั่วไป
(Measurement) หรือดีกว่า
4.2.2.2.3 สามารถวัดอัตราปริมาณรังสี (Dose rate measurement range) ครอบคลุมในช่วง 0.1 uSv/hr ถึง 100 mSv/hr หรือช่วง
ที่ดีกว่า
4.2.2.2.4 มีความไวต่อรังสีแกมมา(Gamma Sensitivity) ในโหมดการวัด อัตราการสลายตัว (Activity measurement)
4.2.2.2.4.1 ไม่น้อยกว่า 200 s-1(uSv/hr) เทียบกับต้น
กำเนิดรังสีซีเซียม -137 (Cs-137) หรือดีกว่า
4.2.2.2.4.2 ไม่น้อยกว่า 200 s-1(uSv/hr) เทียบกับต้น
กำเนิดรังสีอะเมริเซียม -241 (Am-241) หรือ
ดีกว่า
4.2.2.3 หัววัดรังสีนิวตรอน มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
4.2.2.3.1 เป็นหัววัดก๊าซ (Gas-filled detector)) ที่บรรจุ He-3 หรือดีกว่า 4.2.2.3.2 สามารถตอบสนองพลังงานของรังสีนิวตรอน (Energy range) ตั้งแต่ thermal (0.025 eV) ถึง 14 MeV หรือดีกว่า
4.2.2.3.3 มีความไวต่อรังสีนิวตรอน (Neutron sensitivity)
4.2.2.3.3.1 ไม่น้อยกว่า 0.09 pulses.cm2เทียบกับต้นกำเนิด
รังสี Pu-α-Be หรือดีกว่า
4.2.2.3.3.2 ไม่น้อยกว่า 4.0 pulses.cm2เทียบกับต้นกำเนิด
รังสีนิวตรอนช้า (Thermal Neutron) หรือดีกว่า
4.2.2.3.3.3 ไม่น้อยกว่า 0.6 pulses.cm2เทียบกับต้นกำเนิด
รังสี Pu-α-Be และใช้งานร่วมกับ neutron
moderator
4.2.2.4 หัววัดรังสีเบตาและแอลฟา มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
4.2.2.4.1 ชนิดหัววัดแบบ GM tube
4.2.2.4.2 ช่วงการวัด (Alpha flux density measurement range) สำหรับรังสีแอลฟา (α) 15 ถึง 105 min-1·cm-2 หรือดีกว่า
4.2.2.4.3 ช่วงการวัด (Beta flux density measurement range) สำหรับ รังสีเบตา (β) 15 ถึง 105 min-1·cm-2 หรือดีกว่า
4.2.2.5 สามารถแสดงผลได้ในหน่วยวัดดังต่อไปนี้
4.2.2.5.1 กรณีวัดอัตราปริมาณรังสี (Dose Rate) ต้องสามารถแสดงผลการ วัดในหน่วย uSv/h และ/หรือ mSv/h และ/หรือ Sv/h และ/หรือ
urem/h และ/หรือ mrem/h และ/หรือ rem/h หรือดีกว่า
4.2.2.5.2 กรณีวัดปริมาณรังสีสะสม (Dose) ต้องสามารถแสดงผลการวัดใน หน่วย Sv และ/หรือ rem หรือดีกว่า
4.2.2.5.3 กรณีวัดอัตราการนับวัดรังสี (Count Rate) ต้องสามารถแสดงผล การวัดในหน่วย cps หรือดีกว่า
4.2.2.5.4 กรณีวัดค่ากัมมันตภาพรังสี (Activity) ต้องสามารถแสดงผลการ วัดในหน่วย Bq/kg และ/หรือ Bq/l หรือดีกว่า
4.2.2.6 สามารถระบุไอโซโทปรังสี ตามมาตรฐาน ANSI N42.34 โดยแสดงผลแบ่งเป็นกลุ่ม ดังนี้ รังสีทางอุตสาหกรรม (IND) รังสีทางการแพทย์ (MED) รังสีในธรรมชาติ (NORM) และวัสดุนิวเคลียร์พิเศษ (SNM) หรือดีกว่า
4.2.2.7 สามารถบันทึกข้อมูลการวัดได้ไม่น้อยกว่า 500 รายการ และ/หรือ บันทึกข้อมูล สเปกตรัมรังสีแกมมาได้ไม่น้อยกว่า 100 สเปกตรัม
4.2.2.8 มีระบบการแจ้งเตือน(Alarm notification) เมื่อมีปริมาณรังสีเกินค่าที่กำหนด สามารถตั้งค่าการแจ้งเตือนได้ และมีการแจ้งเตือนในรูปแบบการแสดงผล และ/ หรือ เสียง และ/หรือ สั่น หรือดีกว่า
4.2.2.9 รองรับการทำงานร่วมกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่สามารถเชื่อมต่อผ่าน สายสัญญาณชนิด USB เพื่อตรวจสอบและวิเคราะห์สเปกตรัมรังสี รวมถึงการตั้งค่า ต่างๆ ของเครื่องมือได้
4.2.2.10 ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่เป็นหลัก สามารถใช้งานกับถ่านอัลคาร์ไลน์และ/หรือ NiMH ขนาด AA จำนวนไม่น้อยกว่า 2 ก้อน และสามารถเปิดใช้งานได้ต่อเนื่องไม่ ต่ำกว่า 300 ชั่วโมง ต่อการใช้แบตเตอรี่ใหม่ หรือดีกว่า
4.2.2.11 ได้รับมาตรฐาน IP65 และผ่านการทดสอบการตกจากที่สูงที่ระดับไม่น้อยกว่า 0.7 เมตร หรือดีกว่า
4.2.2.12 มีกระเป๋ากันกระแทกที่สามารถบรรจุเครื่องมือและอุปกรณ์เสริมต่างได้ครบถ้วน 4.2.2.13 สามารถทำงานได้ในช่วงอุณหภูมิ -20 C˚ ถึง 50 C˚ หรือดีกว่า 4.2.2.14 ตัวเครื่องและหัววัดมีน้ำหนักรวมไม่เกิน 1 กิโลกรัม
4.2.2.15 รางเลื่อนสำหรับเคลื่อนย้ายระบบรังวัดสีแกมมา/นิวตรอน เพื่อวัดอัตราปริมาณรังสี ที่ระยะต่างๆ และมีรายละเอียดดังนี้
4.2.2.16 รางเลื่อนทำจากอลูมิเนียม มีล้อเลื่อนวางด้านบนเพื่อใช้ติดอุปกรณ์ วัดรังสีแกมมา/นิวตรอนให้เคลื่อนที่ในแนวเส้นตรงตามราง
4.2.2.17 มีสเกลวัดระยะในหน่วยเซนติเมตร ด้านข้างรางเลื่อนบอกระยะ ตั้งแต่ 0 ถึง 150 cm เซนติเมตร
4.2.2.18 มีกล้อง CCTV เพื่ออ่านค่าอัตราปริมาณรังสีจากระบบรังวัดสี แกมมา/นิวตรอนที่ระยะประชิด(ประมาณ 10 เซนติเมตรจากวัสดุ
กัมมันตรังสี) และที่ระยะ 1 เมตร (100 เซนติเมตรจากวัสดุ
กัมมันตรังสี) และสามารถเชื่อมต่อไปที่ระบบสังเกตการณ์การ
ปฏิบัติงาน ทำให้ผู้ปฏิบัติงานไม่ต้องอ่านค่าอัตราปริมาณรังสี
โดยตรงจากระบบรังวัดสีแกมมา/นิวตรอน
4.2.2.19 มีกล้อง CCTV สำรองเพื่ออ่านค่าอัตราปริมาณรังสีจากระบบรังวัดสี แกมมา/นิวตรอนที่ระยะใดๆ
4.2.3 ระบบสังเกตการณ์การปฏิบัติงาน จำนวน 1 ระบบ
4.2.3.1 กล้อง CCTV IP/Network Camera ลักษณะโดม จำนวน 2 ตัว
4.2.3.1.1 สามารถบันทึกภาพที่ความละเอียด 3840 × 2160 พิกเซล
4.2.3.1.2 เลนส์ชนิด motorized lens 2.8 ถึง 12 mm
4.2.3.1.3 การปรับมุมมอง องศาการหมุน 0° ถึง 350° และ องศามุมก้มเงย 0° ถึง 85°
4.2.3.1.4 รองรับการจ่ายไฟแบบ 12 VDC ± 25% หรือ PoE ตามมาตฐาน IEEE 802.3af/at
4.2.3.1.5 ติดตั้งบนฝ้าเพดานเหนือและ/หรือผนังและ/หรือตำแหน่งที่
เหมาะสมในพื้นที่ปฏิบัติงาน
4.2.3.2 กล้อง fixed CCTV IP/Network Camera ลักษณะ fixed จำนวน 4 ตัว 4.2.3.2.1 สามารถบันทึกภาพที่ความละเอียด 2688 × 1520 พิกเซล
4.2.3.2.2 เลนส์ชนิดระยะคงที่ 2.8. หรือ 4 มม.
4.2.3.2.3 การปรับมุมมอง องศาการหมุน 0° ถึง 360° และ องศามุมก้มเงย 0° ถึง 90°
4.2.3.2.4 รองรับการจ่ายไฟแบบ 12 VDC ± 25% หรือ PoE ตามมาตฐาน IEEE 802.3af/at
4.2.3.2.5 ติดตั้งบนฝ้าเพดานเหนือและ/หรือผนังและ/หรือตำแหน่งที่ เหมาะสมในพื้นที่ปฏิบัติงาน
4.2.3.2.5.1 ติดตั้งบนฝ้าเพดานเหนือพื้นที่ปฏิบัติงาน สำหรับอ่าน
ค่าปริมาณรังสีกากที่ระยะผิว จำนวน 1 ตัว
4.2.3.2.5.2 ติดตั้งบนฝ้าเพดานเหนือพื้นที่ปฏิบัติงาน สำหรับอ่าน
ค่าปริมาณรังสีกากที่ระยะ 1 เมตร จำนวน 1 ตัว
4.2.3.2.5.3 ติดตั้งบนผนังภายนอก ด้านรับกากกัมมันตรังสีก่อน
การปรับสภาพ จำนวน 1 ตัว
4.2.3.2.5.4 ติดตั้งบนผนังภายนอก ด้านส่งกากกัมมันตรังสีหลัง
การปรับสภาพลงถังเก็บกาก จำนวน 1 ตัว
4.2.3.3 เครื่องบันทึกวิดีโอชนิด Network Video Record แบบ 8 ช่อง จำนวน 1 ตัว 4.2.3.3.1 สามารถบันทึกและบีบอัดภาพได้ตามมาตรฐาน MPEG4 หรือ H.264 หรือ H.265
4.2.3.3.2 มีช่องเชื่อมต่อระบบเครือข่าย (Network Interface) แบบ 10/100/1000 จำนวน 1 ช่อง
4.2.3.3.3 สามารถแบ่งหน้าต่างแสดงวิดีโอออกเป็น 1/2/4/6/8/9 ช่อง 4.2.3.3.4 รองรับ PoE ตามมาตฐาน IEEE 802.3af/at
4.2.3.3.5 ส่งสัญญาณภาพผ่าน HDMI ขนาด 3840 × 2160 พิกเซล ได้ ด้วย bandwidth 256 Mbps
4.2.3.3.6 มีหน่วยจัดเก็บข้อมูลสำหรับกล้องวงจรปิดโดยเฉพาะ (Surveillance Hard Disk) ชนิด SATA ขนาดความจุรวมไม่
น้อยกว่า 16 TB
4.2.3.4 หน้าจอมอนิเตอร์แสดงผล จำนวน 3 ตัว ดังรายละเอียดต่อไปนี้ 4.2.3.4.1 หน้าจอมอนิเตอร์แสดงผลการวัดปริมาณรังสีแกมมา/นิวตรอน จำนวน 1 ตัว
4.2.3.4.1.1 มีขนาดจอภาพไม่น้อยกว่า 43 นิ้ว
4.2.3.4.1.2 คุณภาพภาพระดับไม่น้อยกว่า 4k
4.2.3.4.1.3 มีช่องรับสัญญาณภาพแบบ HDMI อย่างน้อย 1 ช่อง
4.2.3.4.1.4 มีรีโมทคอนโทรล
4.2.3.4.1.5 สายสัญญาณภาพ HDMI ไปยัง HDMI
4.2.3.4.1.6 รองรับระบบไฟฟ้า 220 VAC
4.2.3.4.2 หน้าจอมอนิเตอร์สำหรับสังเกตการณ์การปฏิบัติงาน จำนวน 2
ตัว ดังรายละเอียดต่อไปนี้
4.2.3.4.2.1 มีขนาดจอภาพไม่น้อยกว่า 43 นิ้ว
4.2.3.4.2.2 คุณภาพภาพระดับไม่น้อยกว่า 4k
4.2.3.4.2.3 มีช่องรับสัญญาณภาพแบบ HDMI อย่างน้อย 1 ช่อง
4.2.3.4.2.4 มีรีโมทคอนโทรล
4.2.3.4.2.5 สายสัญญาณภาพ HDMI ไปยัง HDMI
4.2.3.4.2.6 รองรับระบบไฟฟ้า 220 VAC
4.2.4 ระบบแสดงสถานการณ์ทำงาน(สภาวะปกติ/ฉุกเฉิน) จำนวน 1 ระบบ 4.2.4.1 ป้ายแสดงสถานะ จำนวน 3 ชุด
4.2.4.1.1 ป้ายกล่องไฟอะคริลิคสีเขียวขนาด สูง 20 เซนติเมตร กว้าง 90 เซนติเมตร บรรจุตัวอักษร “OPERATION” และมีป้ายกล่องไฟ
อะคริลิคสีสีแดงขนาด สูง 20 เซนติเมตร กว้าง 90 เซนติเมตร
บรรจุตัวอักษร “EMERGENCY”
4.2.4.1.2 ติดตั้งด้านทั้ง 3 ด้าน บริเวณด้านบนของ MTKF-TH-1 ให้เห็น โดยง่าย
4.2.4.2 ปุ่มกดเริ่มการทำงาน (Operation Button) จำนวน 1 จุด
4.2.4.2.1 เมื่อกดจะปรากฏไฟสีเขียวค้าง
4.2.4.2.2 เมื่อกดอีกครั้งไฟสีเขียวจะหายไป
4.2.4.2.3 ติดตั้งภายใน MTKF-TH-1 จำนวน 1 จุด บริเวณพื้นที่ปฏิบัติงาน ตู้ที่ 1
4.2.4.3 สวิตช์หยุดฉุกเฉิน (Emergency Button) จำนวน 3 จุด
4.2.4.3.1 ติดตั้งภายใน MTKF-TH-1 จำนวน 2 จุด บริเวณพื้นที่ปฏิบัติงาน ตู้ที่ 1 และตู้ที่ 2
4.2.4.3.2 ติดตั้งภายนอก MTKF-TH-1 จำนวน 1 จุด บริเวณพื้นที่ เคลื่อนย้ายแคปซูลลงถัง(ภายนอกตู้ที่ 2)
4.2.4.4 เครื่องส่งสัญญาณเตือนเสียง (Audio alarm) จำนวน 1 เครื่อง
4.2.4.4.1 ความดังระดับ 70 dB ที่ระยะ 1 เมตร
4.2.5 กล่องอิเล็กทรอนิกส์ควบคุม จำนวน 1 ชุด
4.2.5.1 ทำหน้าที่รับสัญญาณจากระบบ radiation monitor เมื่อระดับปริมาณรังสีเกิน ค่าที่กำหนดไว้ และสัญญาณจากสวิตช์หยุดฉุกเฉิน เพื่อประมวลผลสถานะการ
ทำงาน
4.2.5.2 จ่ายไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ใช้ไฟฟ้าต่างๆ
4.2.5.3 ทำงานร่วมกับระบบไฟฟ้า 220 VAC ได้
4.2.5.4 สถาณการณ์ สถานะปกติ/ฉุกเฉินทางรังสีเป็นไปตามเงื่อนไขตารางดังต่อไปนี้
เหตุการณ์
ป้ายกล่องไฟ
อะคริลิคสีเขียว
“OPERATION”
ป้ายกล่องไฟ
อะคริลิคสีแดง
“EMERGENCY”
สัญญาณ
เตือนเสียง
ปุ่มกดเริ่มการทำงาน
เปิด
ปิด
ปิด
เมื่อมีการกดสวิตช์หยุดฉุกเฉิน หรือ สัญญาณจากระบบ radiation monitor เมื่อระดับปริมาณรังสีเกินค่าที่ กำหนดไว้
ปิด
เปิด
เปิด
ปุ่มกดทำงานอีกครั้ง
เปิด
ปิด
ปิด
4.2.6 ชุดถังขยะสแตนเลสสำหรับการปรับสภาพกากกัมมันตรังสีชนิดปิดผนึกประเภทที่ 3-5 4.2.6.1 ถังขยะสแตนเลสสำหรับการปรับสภาพกากกัมมันตรังสีชนิดปิดผนึกประเภทที่ 3-5 ขนาดเล็ก จำนวน 5 ชิ้น
4.2.6.1.1 ผลิตจากสแตนเลส เกรด 304
4.2.6.1.2 ขนาด 35 x 35 x 35 เซนติเมตร (กว้าง x ยาว x สูง) ความหนา
ไม่น้อยกว่า 1.2 มิลลิเมตร
4.2.6.1.3 มีตัวล๊อคระหว่างตัวถังด้านข้างเพื่อให้เรียงติดกัน และสามารถ
ถอดออกได้
4.2.6.1.4 มีฝาด้านบนที่มีช่องใส่ขยะจากด้านบน
4.2.6.1.5 ฝาสามารถถอดออกจากตัวถังขยะได้
4.2.6.2 ถังขยะสแตนเลสสำหรับการปรับสภาพกากกัมมันตรังสีชนิดปิดผนึกประเภทที่ 3-5 ขนาดกลาง จำนวน 5 ชิ้น
4.2.6.2.1 ผลิตจากสแตนเลส เกรด 304
4.2.6.2.2 ขนาด 35 x 35 x 76 เซนติเมตร (กว้าง x ยาว x สูง) ความหนา
ไม่น้อยกว่า 1.2 มิลลิเมตร
4.2.6.2.3 มีตัวล๊อคระหว่างตัวถังด้านข้างเพื่อให้เรียงติดกัน และสามารถ
ถอดออกได้
4.2.6.2.4 มีฝาด้านบนที่มีช่องใส่ขยะจากด้านบน
4.2.6.2.5 ฝาสามารถถอดออกจากตัวถังขยะได้
4.2.6.3 ถังขยะสแตนเลสสำหรับการปรับสภาพกากกัมมันตรังสีชนิดปิดผนึกประเภทที่ 3-5 ขนาดใหญ่ จำนวน 5 ชุด
4.2.6.3.1 ผลิตจากสแตนเลส เกรด 304
4.2.6.3.2 ขนาด 35 x 35 x 100 เซนติเมตร (กว้าง x ยาว x สูง) ความ
หนา ไม่น้อยกว่า 1.2 มิลลิเมตร
4.2.6.3.3 ประกอบไปด้วยถังขยะจำนวน 3 ถัง มีตัวล๊อคระหว่างตัวถัง
ด้านข้างเพื่อให้เรียงติดกัน และสามารถถอดออกได้
4.2.6.3.4 มีฝาด้านบนที่มีช่องใส่ขยะจากด้านบน
4.2.6.3.5 ฝาสามารถถอดออกจากตัวถังขยะได้
4.3 เงื่อนไขเฉพาะ
4.3.1 ผู้รับจ้างจะต้องทำการประเมินการได้รับรังสีของผู้ปฏิบัติงานทั้งจากรังสีแกมมาและรังสี นิวตรอนโดยใช้ Software หรือ Source code มาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับ เช่น MicroShield ® Pro และ/หรือ PHITS และ/หรือ MCNP และส่งรายงานผลจำนวนไม่ น้อยกว่า 3 ชุด ในรูปแบบ hard copy และจัดส่งในรูปแบบไฟอิเล็กทรอนิกส์ หรือ รูปแบบ USB จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ชุด
4.3.2 กรณีที่เป็นระบบวัดทางรังสี
4.3.2.1 มีใบรับรองผลการสอบเทียบจากห้องปฏิบัติการทางรังสี ที่สามารถสอบ กลับไปยังหน่วย SI unit ได้ ใบรับรองต้องมีอายุไม่เกิน 1 ปี นับจากวันที่ส่ง
มอบเครื่อง
4.3.2.2 มีการรับประกันคุณภาพจากการใช้งานปกติเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี 4.3.2.3 มีคู่มือการใช้งานภาษาอังกฤษ และ/หรือภาษาไทย
4.3.2.4 จำนวนไม่น้อยกว่า 3 ชุด ในรูปแบบ hard copy และจัดส่งในรูปแบบไฟ อิเล็กทรอนิกส์ หรือ รูปแบบ USB จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ชุด
4.3.3 กรณีที่เป็นวัสดุที่ใช้กำบังรังสีนิวตรอน
4.3.3.1 มีใบรับรองผลการทดสอบว่าเป็นไปตามมาตรฐาน ISO 1183-1และ ISO 11357/-1/-3
4.3.3.2 จำนวนไม่น้อยกว่า 3 ชุด ในรูปแบบ hard copy และจัดส่งในรูปแบบไฟ อิเล็กทรอนิกส์ หรือ รูปแบบ USB จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ชุด
4.3.4 กรณีที่เป็นอุปกร์อิเล็กทรอนิกส์
4.3.4.1 มีคู่มือการใช้งานภาษาอังกฤษ และ/หรือภาษาไทย
4.3.4.2 มีการรับประกันคุณภาพจากการใช้งานปกติเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี 4.3.4.3 จำนวนไม่น้อยกว่า 3 ชุด ในรูปแบบ hard copy และจัดส่งในรูปแบบไฟ อิเล็กทรอนิกส์ หรือ รูปแบบ USB จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ชุด
4.3.5 กรณีที่มีการใช้งานสแตนเลสและ/หรือตะกั่วต้องมีหนังสือรับรองความบริสุทธิ์ของตะกั่ว และ/หรือ หนังสือรับว่าเป็นสแตนเลส เกรด 304 และ/หรือเอกสารที่แสดงถึง องค์ประกอบของตะกั่ว และ/หรือเอกสารที่แสดงถึงองค์ประกอบของสแตนเลส เกรด 304 จำนวนไม่น้อยกว่า 3 ชุด ในรูปแบบ hard copy และจัดส่งในรูปแบบไฟ อิเล็กทรอนิกส์ หรือ รูปแบบ USB จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ชุด
4.3.6 ผู้รับจ้างจะต้องเขียนรายละเอียดการโครงสร้าง (As-built Drawing) ของ MTKF-TH-1 ตามแบบโครงสร้างทางวิศวกรรมศาสตร์ ใหม่หลังจากที่ได้เพิ่มสมรรถนะด้านความ ปลอดภัยของ MTKF-TH-1 แล้ว ในรูปแบบ 2D และ 3D
4.3.6.1 ในรูปแบบ hard copy จำนวนไม่น้อยกว่า 3 ชุด และจัดส่งในรูปแบบไฟ อิเล็กทรอนิกส์ หรือ รูปแบบ USB จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ชุด
4.3.6.2 ไฟล์ต้นฉบับที่สามารถเปิดได้กับ Autodesk Fusion 360 เช่น ไฟล์นามสกุล .f3d .f3z .dwg, .dxf, .step, .stl เป็นต้น รูปแบบ USB จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ชุด
4.3.7 ผู้รับจ้างต้องต้องบันทึกภาพและข้อมูลรายละเอียดต่าง ๆ ที่พบเจอขณะที่เพิ่มสมรรถนะ ด้านความปลอดภัยของ MTKF-TH-1 เพื่อใช้ในการจัดทำรายงาน และหากเกิดปัญหาใน การปฏิบัติงานจะต้องแจ้งผู้คุมงานหรือคณะกรรมฯทราบเพื่อขออนุญาตในการ ปฏิบัติงานขั้นต่อไป หากเกิดความเสียหายอันเกิดจากปัญหาในการปฏิบัติงานที่ไม่แจ้ง ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด
4.3.8 ผู้รับจ้างจะต้องใช้ความระมัดระวังในการดำเนินงานเพิ่มสมรรถนะด้านความปลอดภัย ของ MTKF-TH-1 เพื่อป้องกันการเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของผู้อื่นและของ สถาบันฯ รวมทั้งระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ต้นไม้หรือพันธุ์ไม้ที่จัดไว้เป็นของสงวน ตลอดจนที่ดินหรือพื้นที่ใกล้เคียงและระบบสาธารณูปโภคต่างๆ หากผู้รับจ้างทำให้ ทรัพย์สินของทางสถาบันฯได้รับความเสียหาย ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบในความ เสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด และทางผู้รับจ้างจะต้องปรับแต่งพื้นที่ กำจัดเศษวัสดุที่เกิดจาก งานติดตั้งในพื้นที่ปฏิบัติงาน เมื่องานแล้วเสร็จ
5. กำหนดเวลาส่งมอบพัสดุ
กำหนดส่งมอบภายใน เป็น 270 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
6. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
พิจารณาโดยใช้เกณฑ์ราคา
7. วงเงินงบประมาณ/วงเงินที่ได้รับจัดสรร
จำนวนเงิน 1,455,200.00 บาท
8. อัตราค่าปรับ
คิดค่าปรับกรณีส่งมอบล่าช้าเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคางานจ้าง
9. งวดงานและการจ่ายเงิน
สถาบันฯ จะจ่ายเงิน เมื่อผู้ขายส่งมอบพัสดุและคณะกรรมการตรวจรับเรียบร้อยแล้ว 10. สถานที่จัดส่ง
ศูนย์เทคโนโลยีความปลอดภัยและจัดการกากกัมมันตรังสีอาคารเก็บรักษากากกัมมันตรังสี สทน. องครักษ์ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) สำนักงานใหญ่ 9/9 หมู่ที่ 7 ต.ทรายมูล อ.องครักษ์ จ.นครนายก 26120
11. การกำหนดระยะเวลารับประกันความชำรุดบกพร่อง
ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกเป็นคู่สัญญา จะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของสิ่งของที่ซื้อ ขายที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี และดำเนินการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้ได้ดังเดิมภายใน 30 วัน 12. การรับฟังความคิดเห็นร่างขอบเขตของงานหรือรายละเอียดคุณลักษณะของพัสดุที่จะซื้อหรือจ้าง ผู้สนใจสามารถ วิจารณ์ เสนอข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะ เกี่ยวกับร่างขอบเขตพัสดุดังกล่าว โดยแจ้ง ให้ความเห็นโดยทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) ส่งไปที่ ฝ่ายพัสดุ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) เลขที่ 9/9 หมู่ 7 ตำบลทรายมูล อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก 26120 หรือทาง E mail [email protected] และส่งสำเนา e-mail ที่ [email protected] โดยระบุชื่อ ที่อยู่ และ หมายเลขโทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้
ลงนาม ……………………………………….. (นายนาถ หนูดี)
ลงนาม ……………………………………….. (นายชลิต เมืองลาย)
ลงนาม ……………………………………….. (นางวิภาดา สุขพูล)
ประธานกรรมการ
กรรมการ
กรรมการร่าง
เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
เลขที่
การจ้างเพิ่มสมรรถนะด้านความปลอดภัยของ Mobile Tool Kit Facility (MTKF-TH-๑) จำนวน ๑ งาน ตามประกาศ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)
ลงวันที่ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “สถาบันฯ” มีความ ประสงค์จะ ประกวดราคาจ้างเพิ่มสมรรถนะด้านความปลอดภัยของ Mobile Tool Kit Facility (MTKF-TH ๑) จำนวน ๑ งาน ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ตามรายการ ดังนี้
จ้างเพิ่มสมรรถนะด้านความปลอดภัย
ของ Mobile Tool Kit Facility
(MTKF-TH-๑)
โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้
จำนวน ๑ งาน
๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๑.๑ ขอบเขตของงาน
๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาจ้างทำของ
๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
(๑) หลักประกันสัญญา
๑.๕ บทนิยาม
(๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
(๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
(๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
๑.๗ แผนการทำงาน
๑.๘ แผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
๒.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ สถาบันฯ ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขัน อย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้ เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน นามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้ เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๑ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่
สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ
ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา ๖. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๒.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายจากผู้ผลิต หรือตัวแทน จำหน่ายในประเทศไทย โดยให้ยื่นขณะเข้าเสนอราคา
๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
(ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๑ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อ
เสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือ มีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน ทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ เอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา (๕) สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ และสำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ถ้ามี)
(๖) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) สำเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) (ถ้ามี)
(๒) เอกสารหลักฐานตามข้อ ๒.๑๓
(๓) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔. การเสนอราคา
๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วย อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้อง กรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอโดย ไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้ ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอราคา โดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคามิได้ ๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน ๒๗๐ วัน นับ ถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
๔.๔ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญารายละเอียด ขอบเขตของ
งานฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตาม เงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. และเวลาในการเสนอราคาให้ถือ ตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์
เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และ การเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่สถาบันฯผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๗ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณาข้อ เสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะ กรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการ พิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และสถาบันฯ จะพิจารณา ลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่สถาบันฯจะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ริเริ่ม ให้มีการกระทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของสถาบันฯ ๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
(๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
(๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กำหนด
(๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th (๖) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องชำระเงินค่าซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ใน ราคาชุดละ ๕๐๐.๐๐ บาท (ห้าร้อยบาทถ้วน) ผ่านช่องทางการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทยจำกัด
(มหาชน) เลขที่บัญชี ๐๓๙๐๑๙๓๔๕๓ ชื่อบัญชีเงินอุดหนุนสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ ถึงวันที่ และส่งหลักฐานการชำระเงินกับธนาคารมาให้ สถาบันฯ ตรวจสอบความถูกต้อง โดยส่ง ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์มาที่ [email protected] ตั้งแต่วันที่ ถึงวันที่ โดยการชำระเงินและส่ง หลักฐานการชำระเงินในวันสุดท้าย ให้ดำเนินการภายในเวลา ๑๖.๓๐ น.
หากปรากฎว่า ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดดำเนินการเป็นไปตามกรณีหนึ่งกรณีใด ดังต่อไปนี้ ให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นไม่มีสิทธิ์ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนั้น และหน่วยงานของ รัฐต้องไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายดังกล่าว
(๑) ไม่ชำระค่าซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือชำระไม่ ครบถ้วน
(๒) ชำระค่าซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ในวันหรือเวลาอื่น นอกเหนือจาก วันและเวลาที่กำหนดในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นการชำระก่อนถึงวัน และเวลาที่กำหนดหรือเมื่อพ้นวันและเวลาที่กำหนดแล้ว
(๓) ไม่ได้ส่งหลักฐานการชำระเงินตามช่องทางที่กำหนดไว้ในเอกสาร ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์มาให้หน่วยงานของรัฐตรวจสอบความถูกต้อง ภายในวันและเวลาที่กำหนดไว้ใน เอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๔.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายใน ประเทศ โดยยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลา ดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน ๖๐ วัน
๔.๑๐ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา เว้นแต่เป็นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือ ที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา ๕. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
๕.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ สถาบันฯ จะพิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคา
๕.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ สถาบันฯ จะ พิจารณาจาก ราคารวม
๕.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ ขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่สถาบันฯกำหนดไว้ในประกาศ
และเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้ เปรียบเสียเปรียบต่อ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการพิจารณาผลฯ อาจ พิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
๕.๔ สถาบันฯสงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการผ่อนผัน ใน กรณีดังต่อไปนี้
(๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย อิเล็กทรอนิกส์
(๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวด อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น (๓) ไม่ชำระค่าซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือชำระไม่ครบถ้วน (๔) ชำระค่าซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ในวันหรือเวลาอื่น นอกเหนือจากวันและเวลาที่กำหนดในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นการชำระก่อนถึงวัน และเวลาที่กำหนด หรือเมื่อพ้นวันและเวลาที่กำหนดแล้ว
(๕) ไม่ได้ส่งหลักฐานการชำระเงินตามช่องทางที่กำหนดในเอกสาร ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์มาให้หน่วยงานของรัฐตรวจสอบความถูกต้อง ภายในวันและเวลาที่กำหนดไว้ใน เอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๕.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือสถาบันฯ มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ สถาบันฯมีสิทธิที่จะไม่ รับข้อเสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ๕.๖ สถาบันฯทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคา ที่ เสนอทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจ จะยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อ ประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของสถาบันฯเป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียก ร้องค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งสถาบันฯจะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์และ ลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่เชื่อถือ ได้ว่าการยื่นข้อเสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือ นิติบุคคลอื่นมายื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น
ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่ อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือสถาบันฯ จะให้ผู้ ยื่นข้อเสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการตามเอกสาร ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ สถาบันฯ มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอ หรือไม่รับราคาของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหาย ใดๆ จากสถาบันฯ
๕.๗ ก่อนลงนามในสัญญาสถาบันฯ อาจประกาศยกเลิกการประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใด ในการเสนอราคา
๕.๘ หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่ไม่เกินร้อยละ ๑๐ ให้จัดซื้อจัดจ้างกับผู้ประกอบการ SMEs ดังกล่าว โดยจัดเรียงลำดับผู้ ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นไม่เกินร้อยละ ๑๐ ที่จะเรียกมาทำสัญญาไม่เกิน ๓ ราย
ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องเป็นผู้ประกอบการ SMEs
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ SMEs ที่จะได้แต้มต่อด้านราคาตามวรรคหนึ่ง จะต้องมี วงเงินสัญญาสะสมตามปีปฏิทินรวมกับราคาที่เสนอในครั้งนี้แล้ว มีมูลค่ารวมกันไม่เกินมูลค่าของรายได้ตาม ขนาดที่ขึ้นทะเบียนไว้กับ สสว.
๕.๙ หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการ SMEs แต่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติ ไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็น บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศไม่เกินร้อยละ ๓ ให้ จัดซื้อจัดจ้างกับบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยดังกล่าว ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย
๖. การทำสัญญาจ้าง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุใน ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับสถาบันฯ ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวาง หลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้ สถาบันฯยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
๖.๑ เงินสด
๖.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่สถาบันฯ ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ลงวันที่ที่ ใช้เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้น ไม่เกิน ๓ วัน ทำการ ๖.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง กำหนด
๖.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ
ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) ๖.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่งสถาบันฯ ได้รับ มอบไว้แล้ว
๗. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
สถาบันฯ จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่าย ทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฎิบัติงานถูกต้องและ ครบถ้วนตามสัญญาจ้างหรือข้อตกลง และสถาบันฯได้ตรวจรับมอบงานจ้างเรียบร้อยแล้ว ๘. อัตราค่าปรับ
ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลง จ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
๘.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับ อนุญาตจากสถาบันฯ จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงาน จ้างช่วงนั้น
๘.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๘.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็น รายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้าง
๙. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งได้ทำสัญญาจ้างตามแบบดังระบุในข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ แล้วแต่กรณี จะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายใน ระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๓ ปี นับถัดจากวันที่สถาบันฯได้รับมอบงาน โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้ การได้ดีดังเดิมภายใน ๓๐ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่อง
๑๐. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
๑๐.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ สถาบันฯได้รับอนุมัติเงินค่าจ้างจากเงิน งบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ แล้วเท่านั้น
๑๐.๒ เมื่อสถาบันฯได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลงจ้าง ตามการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามาจาก ต่างประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตาม กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
(๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
(๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดย เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
(๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
๑๐.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งสถาบันฯได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็น หนังสือภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ สถาบันฯจะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้ ออกหนังสือค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้ง จะพิจารณาให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ๑๐.๔ สถาบันฯสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบสัญญาหรือ ข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
๑๐.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของสถาบันฯ คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อ เสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
๑๐.๖ สถาบันฯ อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จะเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากสถาบันฯไม่ได้
(๑) สถาบันฯไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้รับจัดสรร แต่ ไม่เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
(๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่น ใด ในการเสนอราคา
(๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่สถาบันฯ หรือ กระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
(๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
๑๐.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์
ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
๑๑. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
๑๒. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
สถาบันฯ สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการ คัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับสถาบันฯ ไว้ชั่วคราว
สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)
กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
สำเนาถูกต้อง
ณัฐมน นุ่นชูคันธ์
(นางณัฐมน นุ่นชูคันธ์)
หัวหน้าฝ่ายพัสดุ
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
โดย นางณัฐมน นุ่นชูคันธ์ หัวหน้าฝ่ายพัสดุราง
ประกาศสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)
เรื่อง ประกวดราคาจ้างเพิ่มสมรรถนะด้านความปลอดภัยของ Mobile Tool Kit Facility (MTKF-TH-
๑) จํานวน ๑ งาน
ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้าง เพิ่มสมรรถนะด้านความปลอดภัยของ Mobile Tool Kit Facility (MTKF-TH-๑) จํานวน ๑ งาน ด้วยวิธี ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ราคากลางของงานจ้าง ในการประกวดราคาครั้งนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น ๑,๖๕๕,๑๑๑.๖๘ บาท (หนึ่งล้านหกแสนห้าหมื่นห้าพันหนึ่งร้อยสิบเอ็ดบาทหกสิบแปดสตางค์) จํานวน ๑
รายการ
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอโดยแสดงหลักฐานถึงขีดความสามารถและความพร้อมที่มีอยู่ใน
วันยื่นข้อเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
Q.
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติให้เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กําหนด
๒. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่
ระหว่างเวลา
น. ถึง
น.
ซึ่งสามารถจัดเตรียมเอกสารข้อเสนอได้ตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงวันเสนอ
ราคา
ลงวันที่
ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เลขที่
กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๙ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ได้ตั้งแต่วันที่ ประกาศจนถึงวันเสนอราคา ได้ที่เว็บไซต์ www.tint.or.th หรือ www.gprocurement.go.th
๔. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องชําระเงินค่าซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ในราคาชุดละ
๕๐๐.๐๐ บาท (ห้าร้อยบาทถ้วน) ตั้งแต่วันที่ ถึงวันที่
ประกาศ ณ วันที่
กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๙
(นางกนกพร บุญศิริชัย) รองผู้อํานวยการ ปฏิบัติงานแทน
สําเนาถูกต้อง
ณัฐมน นุ่นชูพันธ์ (นางณัฐมน นุ่นชูคันธ์) หัวหน้าฝ่ายพัสดุ
ผู้อํานวยการสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
โดย นางณัฐมน นุ่นชูพันธ์ หัวหน้าฝ่ายพัสดุ