ประกวดราคาจ้างการจัดทำระบบประมวลผลสถิติการส่งออกและการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้า ภายใต้ความตกลง FTA และ GSP ของไทย
โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนาระบบประมวลผล ค้นหา และเผยแพร่ข้อมูลสถิติการส่งออกและการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (FTA) ต่างๆ และระบบสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (GSP) ของไทย โดยระบบจะต้องสามารถเข้าถึงได้สะดวกและรวดเร็วจากทุกที่ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
ระบบดังกล่าวจะเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมการค้าต่างประเทศ รวมถึงผู้ประกอบการและบุคคลทั่วไป ในการติดตาม วิเคราะห์ และศึกษาข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้า เพื่อสนับสนุนการเจรจาทางการค้า การกำหนดนโยบาย ตลอดจนการให้ข้อมูลและตอบข้อซักถามแก่ภาครัฐและเอกชน เป้าหมายสูงสุดคือการสร้างระบบฐานข้อมูลที่รวบรวมข้อมูลได้ครบถ้วน ถูกต้อง ทันสมัย และมีมาตรฐานด้านธรรมาภิบาลข้อมูล เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้าระหว่างประเทศของไทย
งานหลักประกอบด้วยการจัดทำระบบประมวลผลสถิติการส่งออกและการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้า ซึ่งครอบคลุมการพัฒนาในทุกด้านตั้งแต่การออกแบบระบบ การวิเคราะห์ข้อมูล การพัฒนาซอฟต์แวร์ การจัดการฐานข้อมูลและเครือข่าย ไปจนถึงการทดสอบและการออกแบบส่วนต่อประสานผู้ใช้ (UI/UX)
English summary
This project aims to develop a processing, search, and dissemination system for Thailand’s export statistics and tariff preference utilization data under Free Trade Agreements (FTAs) and the Generalized System of Preferences (GSP). The system must be accessible conveniently and quickly from anywhere via the internet.
The system will serve as a crucial tool for executives and officials of the Department of Foreign Trade, as well as entrepreneurs and the general public, to monitor, analyze, and gain insights into trade preference utilization. This supports trade negotiations, policy-making, and providing information and responses to inquiries from government and private sectors. The ultimate goal is to establish a comprehensive, accurate, modern database system with data governance standards to facilitate trade and enhance Thailand’s international trade competitiveness.
The core scope of work involves the development of a system for processing export statistics and trade preference utilization data, encompassing all aspects from system design, data analysis, software development, database and network management, to testing and user interface (UI/UX) design.
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อจัดทำระบบประมวลผล ค้นหา และเผยแพร่ข้อมูลการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (FTA) และระบบการให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (GSP) ของไทยที่สามารถเข้าถึงได้สะดวกและรวดเร็วจากทุกที่ ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
- เพื่อเป็นเครื่องมือสำหรับผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมการค้าต่างประเทศ ผู้ประกอบการ ตลอดจนบุคคลทั่วไปที่สนใจ ในการติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลสถิติการส่งออกและการใช้สิทธิประโยชน์จาก FTA และ GSP ของไทย
- เพื่อยกระดับกระบวนการทำงานและการให้บริการของภาครัฐด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล มีมาตรฐานด้านธรรมาภิบาลข้อมูล เข้าถึงแหล่งข้อมูลของภาครัฐ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้าระหว่างประเทศ
ขอบเขตของงาน
การปฏิบัติงานหลักครอบคลุมการจัดทำระบบประมวลผลสถิติการส่งออกและการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้า ภายใต้ความตกลง FTA และ GSP ของไทย ตามรายละเอียดที่ระบุในขอบเขตของงาน (TOR) ซึ่งแนบมาพร้อมกับเอกสารประกวดราคา โดยงานจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จตามแผนและระยะเวลาที่กำหนด
- งวดที่ 1: ดำเนินงานตามขอบเขตของงานที่กำหนดให้แล้วเสร็จภายใน 45 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
- งวดที่ 2: ดำเนินงานตามขอบเขตของงานที่กำหนดให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
- งวดที่ 3: ดำเนินงานตามขอบเขตของงานที่กำหนดให้แล้วเสร็จภายใน 210 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
- งวดที่ 4: ดำเนินงานตามขอบเขตของงานที่กำหนดให้แล้วเสร็จภายใน 270 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- ระบบประมวลผลสถิติการส่งออกและการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าภายใต้ความตกลง FTA และ GSP ของไทย ที่สามารถใช้งานได้สมบูรณ์
- เอกสารการวิเคราะห์และออกแบบระบบ (System Analysis and Design)
- เอกสารด้านธรรมาภิบาลข้อมูลและการบริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศ
- ระบบฐานข้อมูลที่รวบรวมข้อมูลได้ครบถ้วน ถูกต้อง ทันสมัย
- ส่วนต่อประสานผู้ใช้ (UI/UX) สำหรับการเข้าถึงและวิเคราะห์ข้อมูล
- รายงานผลการทดสอบระบบ (Software Test Report)
- แผนการทำงาน (Work Plan) ซึ่งต้องจัดทำภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
ระยะเวลาดำเนินการ
ระยะเวลาดำเนินการรวมทั้งสิ้นไม่เกิน 270 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยแบ่งการส่งมอบงานเป็น 4 งวดตามขอบเขตของงานที่กำหนด
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
Eligibility Requirements:
- ต้องเป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
- ต้องลงทะเบียนในระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง
- กรณีเป็นกิจการร่วมค้า ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการกำหนดผู้เข้าร่วมค้าหลักและการยื่นข้อเสนอที่กำหนด
Standards Compliance:
- ไม่ได้ระบุมาตรฐาน ISO หรือมาตรฐานสากลเฉพาะ แต่มุ่งเน้นการมีมาตรฐานด้านธรรมาภิบาลข้อมูล (Data Governance)
Experience:
- ต้องมีผลงานด้านการพัฒนาระบบงานคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชน ในวงเงินไม่น้อยกว่า 5 ล้านบาทต่อหนึ่งสัญญา ภายในระยะเวลา 5 ปี นับจากวันที่ทำงานแล้วเสร็จจนถึงวันยื่นข้อเสนอ
Previous Project Cost:
- วงเงินสัญญาก่อนหน้าต้องไม่น้อยกว่า 5 ล้านบาท (ต่อสัญญา)
Technical Capabilities:
- ต้องจัดหาและแสดงให้เห็นถึงทีมงานที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ในสาขาต่างๆ ตามที่ระบุรายละเอียดด้านล่าง
Personnel:
ต้องจัดให้มีทีมงานที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามตำแหน่งและจำนวนดังต่อไปนี้ (บุคลากรต้องไม่ใช่บุคคลเดียวกัน):
- ผู้จัดการโครงการ (Project Manager): 1 คน สำเร็จการศึกษาปริญญาโทขึ้นไปในสาขาที่เกี่ยวข้อง (วิทยาการคอมพิวเตอร์, วิศวกรรมคอมพิวเตอร์, เทคโนโลยีสารสนเทศ, บริหารธุรกิจ) มีประสบการณ์บริหารโครงการด้าน IT ไม่น้อยกว่า 7 ปี และเคยเป็นผู้จัดการโครงการที่แล้วเสร็จมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 โครงการ
- นักวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analyst): 4 คน สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีขึ้นไปในสาขาที่เกี่ยวข้อง มีประสบการณ์วิเคราะห์ข้อมูลไม่น้อยกว่า 5 ปี
- นักวิเคราะห์และออกแบบระบบ (System Analyst): 4 คน สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีขึ้นไปในสาขาที่เกี่ยวข้อง มีประสบการณ์วิเคราะห์และออกแบบระบบไม่น้อยกว่า 5 ปี
- นักพัฒนาระบบสารสนเทศ (Software Developer, Web Developer, Programmer): 4 คน สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีขึ้นไปในสาขาที่เกี่ยวข้อง มีประสบการณ์พัฒนาระบบสารสนเทศไม่น้อยกว่า 5 ปี
- ผู้เชี่ยวชาญด้านธรรมาภิบาลข้อมูลและการบริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศ: 1 คน สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีขึ้นไปในสาขาที่เกี่ยวข้อง มีประสบการณ์ด้านการจัดทำธรรมาภิบาลข้อมูลและการบริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศ ไม่น้อยกว่า 5 ปี
- นักวิศวกรเครือข่าย (Network Engineer): 1 คน สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีขึ้นไปในสาขาที่เกี่ยวข้อง มีประสบการณ์ด้านการจัดการระบบเครือข่ายไม่น้อยกว่า 5 ปี
- นักทดสอบระบบ (Software Tester): 2 คน สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีขึ้นไปในสาขาที่เกี่ยวข้อง มีประสบการณ์ด้านการทดสอบระบบไม่น้อยกว่า 5 ปี
- นักออกแบบส่วนติดต่อผู้ใช้งาน (UX และ UI): 1 คน สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีขึ้นไปในสาขาที่เกี่ยวข้อง มีประสบการณ์ในการออกแบบเว็บไซต์หรือ Web Application ไม่น้อยกว่า 5 ปี
- ผู้ประสานงานโครงการ (Project Coordinator): 1 คน สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีขึ้นไป มีประสบการณ์ด้านการประสานงานโครงการไม่น้อยกว่า 2 ปี
(หมายเหตุ: ต้องแนบประวัติการทำงาน หลักฐานการศึกษา สำเนาบัตรประชาชน และหนังสือตกลงเข้าร่วมโครงการสำหรับบุคลากรทุกตำแหน่ง)
เกณฑ์การพิจารณา
กรมจะใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น โดยมีน้ำหนักการให้คะแนนดังนี้:
- ราคาที่ยื่นข้อเสนอ: น้ำหนัก 20.00% (คำนวณคะแนนจากสูตร: 100 - (((ราคาของผู้เสนอราคา - ราคาต่ำสุด)/ราคาต่ำสุด) * 100))
- ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่นๆ: น้ำหนัก 80.00% (ให้คะแนนตามขอบเขตของงานข้อ 12.3 ใน TOR)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
ระบบที่พัฒนาต้องเป็นระบบประมวลผลสถิติการส่งออกและการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าภายใต้กรอบความตกลง FTA ต่างๆ ของไทย (เช่น อาเซียน, RCEP, ไทย-ญี่ปุ่น, ไทย-จีน ฯลฯ) และระบบ GSP ระบบจะต้องมีฟังก์ชันการค้นหา เผยแพร่ข้อมูล และวิเคราะห์สถิติได้ โดยเน้นการรวบรวมข้อมูลที่ครบถ้วน ถูกต้อง ทันสมัย และมีมาตรฐานด้านธรรมาภิบาลข้อมูล (Data Governance) การเข้าถึงระบบต้องทำได้สะดวกผ่านอินเทอร์เน็ต (Web-Based Application) และต้องรองรับการใช้งานจากผู้บริหาร เจ้าหน้าที่รัฐ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป
เงื่อนไขสัญญา
- ราคากลาง: 10,850,175.00 บาท
- หลักประกันเสนอราคา: 559,455.00 บาท
- หลักประกันสัญญา: ร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้างที่ชนะการประกวด
- การจ่ายเงิน: แบ่งเป็น 4 งวด
- งวดที่ 1 (10%): เมื่อส่งมอบงานงวดที่ 1 แล้วเสร็จและผ่านการตรวจรับ (ภายใน 45 วัน)
- งวดที่ 2 (15%): เมื่อส่งมอบงานงวดที่ 2 แล้วเสร็จและผ่านการตรวจรับ (ภายใน 90 วัน)
- งวดที่ 3 (50%): เมื่อส่งมอบงานงวดที่ 3 แล้วเสร็จและผ่านการตรวจรับ (ภายใน 210 วัน)
- งวดที่ 4 (25%): เมื่อส่งมอบงานงวดที่ 4 แล้วเสร็จและผ่านการตรวจรับ (ภายใน 270 วัน)
- ค่าปรับ:
- กรณีจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต: ปรับร้อยละ 10 ของวงเงินงานจ้างช่วงนั้น
- กรณีปฏิบัติผิดสัญญาอื่นๆ: ปรับรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้าง
- ระยะเวลารับประกัน: ไม่น้อยกว่า 3 ปี นับจากวันที่กรมได้รับมอบงาน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
Q: ระบบนี้จะรวบรวมข้อมูลจาก FTA กี่ฉบับ?
A: ระบบควรรองรับข้อมูลจาก FTA ที่ไทยมีผลใช้บังคับแล้ว 14 ฉบับ และรวมถึงฉบับที่ได้ลงนามแล้วในอนาคต รวมถึงระบบ GSP -
Q: ผู้ใช้งานหลักของระบบมีใครบ้าง?
A: ผู้ใช้งานหลักประกอบด้วย เจ้าหน้าที่กรมการค้าต่างประเทศ, ผู้ประกอบการส่งออก, และประชาชนทั่วไปที่สนใจข้อมูล -
Q: ระบบต้องมีฟังก์ชันการทำงานหลักอะไรบ้าง?
A: ต้องมีฟังก์ชันการประมวลผลสถิติ, ค้นหาข้อมูล, เผยแพร่ข้อมูล, และวิเคราะห์ข้อมูลการใช้สิทธิประโยชน์ -
Q: ระบบต้องรองรับการเข้าถึงผ่านช่องทางใด?
A: ระบบต้องสามารถเข้าถึงได้สะดวกและรวดเร็วจากทุกที่ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (Web-Based) -
Q: การยื่นข้อเสนอต้องจัดเตรียมเอกสารอะไรบ้างสำหรับทีมงาน?
A: ต้องแนบประวัติการทำงาน, หลักฐานการศึกษา, สำเนาบัตรประชาชน, และหนังสือตกลงเข้าร่วมโครงการของบุคลากรทุกตำแหน่งที่กำหนด -
Q: หากต้องการเปลี่ยนตัวบุคลากรในทีมระหว่างดำเนินโครงการต้องทำอย่างไร?
A: ต้องได้รับความเห็นชอบจากกรมการค้าต่างประเทศก่อนจึงจะสามารถเปลี่ยนแปลงได้ -
Q: หลักประกันสัญญามีจำนวนเท่าไรและคืนเมื่อใด?
A: จำนวนร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้างที่ชนะการประกวด จะคืนให้ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่ผู้รับจ้างพ้นจากข้อผูกพันตามสัญญา -
Q: มีการนําเสนอข้อเสนอด้านเทคนิคด้วยวิธีใด?
A: ต้องนําเสนอด้วยตนเอง (เช่น ผ่าน PowerPoint) พร้อมเอกสารประกอบจํานวน 9 ชุด ต่อคณะกรรมการ ในวันเวลาที่กรมกําหนด -
Q: งบประมาณของโครงการมาจากแหล่งใด?
A: มาจากเงินงบประมาณประจําปี พ.ศ. 2569 ของกรมการค้าต่างประเทศ -
Q: โครงการนี้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ใดของประเทศ?
A: สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (ยุทธศาสตร์ที่ 6 การปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ) และยุทธศาสตร์กระทรวงพาณิชย์ (ยุทธศาสตร์ที่ 2 การพัฒนาระบบการค้าให้มีประสิทธิภาพ)
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ขอบเขตของงาน (Term of Reference: TOR)
การจัดทําระบบประมวลผลสถิติการส่งออกและการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้า ภายใต้ความตกลง FTA และ GSP ของไทย
- หลักการและเหตุผล
1.1 การค้าระหว่างประเทศมีบทบาทสําคัญต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนาเศรษฐกิจของ ประเทศ โดยเฉพาะในโลกยุคปัจจุบันซึ่งการค้าระหว่างประเทศถูกขับเคลื่อนด้วยห่วงโซ่มูลค่าโลก (Global Value Chain: GVC) ที่กระบวนการผลิตสินค้ามีการแบ่งขั้นตอนการผลิตและการจัดหาทรัพยากรวัตถุดิบออกไป ดําเนินการในหลายประเทศ ส่งผลให้ความตกลงการค้าเสรี (Free Trade Agreement: FTA) มีบทบาทสําคัญ ในการลดต้นทุนในการผลิตสินค้า ลดอุปสรรคทางการค้า และส่งเสริมการใช้วัตถุดิบภายในกลุ่มประเทศสมาชิก ความตกลงและส่งเสริมการค้าเสรีระหว่างกัน
1.2 ความตกลงการค้าเสรี (FTA) คือ ข้อตกลงที่เกิดจาก 2 ประเทศหรือมากกว่า โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ลดอุปสรรคทางการค้าระหว่างกัน เช่น การลดอัตราภาษีศุลกากรขาเข้า ณ ประเทศปลายทาง การลดมาตรการ ที่มิใช่ภาษี (Non-Tariff Measures: NTMs) ซึ่งกลายเป็นเครื่องมือกีดกันทางการค้า โดยปัจจุบัน ไทยมี FTA ที่มีผลใช้บังคับแล้ว 14 ฉบับ และเมื่อรวม FTA ที่ได้ลงนามแล้วอีก 3 ฉบับ รวมเป็น 17 กรอบความตกลง ได้แก่ 1) อาเซียน 2) ไทย-ออสเตรเลีย 3) อาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ 4) ไทย-นิวซีแลนด์ 5) ไทย-ชิลี 6) อาเซียน- จีน 7) ไทย-อินเดีย 8) อาเซียน-อินเดีย 9) ไทย-ญี่ปุ่น 10) อาเซียน-ญี่ปุ่น 11) อาเซียน-เกาหลี 12) อาเซียน-ฮ่องกง 13) ไทย-เปรู 14) ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) 15) ไทย-ศรีลังกา 16) ไทย-สมาคม การค้าเสรีแห่งยุโรป และ 17) ไทย-ภูฏาน รวมถึงความตกลง FTA ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อาทิ ไทย-สหภาพยุโรป ไทย-เกาหลี ไทย-ตุรกี ไทย-สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสําหรับความร่วมมือหลากหลาย สาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ (BIMSTEC) และกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจอินโด-แปซิฟิก เป็นต้น
1.3 ภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทยกับประเทศคู่เจรจาอื่น ๆ ได้มีการกําหนด “กฎถิ่นกําเนิดสินค้า” ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่กําหนดขึ้นเพื่อให้สินค้าที่มีการใช้วัตถุดิบที่ไม่ได้ถิ่นกําเนิดมาแปรสภาพอย่างเพียงพอจนสินค้า เข้าข่ายได้รับสิทธิประโยชน์ทางการค้าในการลดหรือยกเว้นภาษีอากรนําเข้าภายใต้ความตกลง FTA ได้ เพื่อให้ มั่นใจว่า สินค้าที่มีถิ่นกําเนิดในประเทศคู่เจรจาเท่านั้นที่จะได้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรดังกล่าว ซึ่งกฎถิ่นกําเนิด สินค้าในแต่ละกรอบความตกลงมีรายละเอียดที่แตกต่างกันขึ้นกับการเจรจา และความอ่อนไหวของสินค้า
โดยกรมการค้าต่างประเทศเป็นหน่วยงานที่ทําหน้าที่ตรวจคุณสมบัติด้านถิ่นกําเนิดสินค้าและออกหนังสือรับรอง
ถิ่นกําเนิดสินค้าภายใต้ความตกลง FTA รวมถึงระบบสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (Generalized System of Preference: GSP) และเข้าร่วมการเจรจากับประเทศคู่ภาคี FTA ในด้านกฎถิ่นกําเนิดสินค้า
1.4 กองสิทธิประโยชน์ทางการค้า เป็นหน่วยงานของกรมการค้าต่างประเทศที่รับผิดชอบในด้านการเจรจา ความตกลง FTA ในส่วนของกฎถิ่นกําเนิดสินค้า และเป็นผู้รวบรวมจัดทําข้อมูลด้านการใช้สิทธิประโยชน์ทาง การค้าภายใต้ความตกลง FTA และ ระบบ GSP เพื่อเผยแพร่และส่งเสริมให้ผู้ส่งออกไทยมีการใช้สิทธิประโยชน์ ทางการค้าให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดังนั้นจึงจําเป็นที่จะต้องมีระบบฐานข้อมูลด้านการใช้สิทธิฯ FTA และ GSP ที่รวบรวมข้อมูลการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าที่ครบถ้วน ถูกต้อง รวดเร็ว และทันสมัยไว้ในฐานข้อมูลเดียวกัน เพื่ออํานวยความสะดวกให้กับเจ้าหน้าที่กรมการค้าต่างประเทศในการประมวลสถิติการส่งออกและการใช้ สิทธิประโยชน์ทางการค้า เพื่อติดตามศึกษาวิเคราะห์แนวโน้ม ปัญหา อุปสรรค ของการใช้สิทธิประโยชน์ทาง การค้า เพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์ การประชุมเจรจา และ การพิจารณาตัดสินใจเชิงนโยบาย การกําหนดแนว ทางการทํางาน รวมถึงใช้ฐานข้อมูลดังกล่าวในการให้ข้อมูล ตอบปัญหาและข้อซักถามของหน่วยงานภาครัฐและ ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง และเผยแพร่ต่อผู้ประกอบการและผู้ส่งออกที่สนใจเกี่ยวกับข้อมูลการใช้สิทธิประโยชน์ทาง การค้าภายใต้ FTA และ GSP ต่าง ๆ 1. Lu. - ร คอร
8…
£3m5
4.
ปนั้น
9……. จินตนา
5…
กฤษร
2. วัตถุประสงค์
-2-
2.1 เพื่อจัดทําระบบประมวลผล ค้นหา และเผยแพร่ข้อมูลการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีภายใต้ความ ตกลงการค้าเสรี (FTA) และระบบการให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (GSP) ของไทยที่สามารถ เข้าถึงได้สะดวกและรวดเร็วจากทุกที่ ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
2.2 เพื่อเป็นเครื่องมือสําหรับผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมการค้าต่างประเทศ ผู้ประกอบการ ตลอดจนบุคคล ในการติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลสถิติการส่งออกและการใช้สิทธิประโยชน์จาก FTA และ GSP
ทั่วไปที่สนใจ
ของไทย
2.3 เพื่อยกระดับกระบวนการทํางานและการให้บริการของภาครัฐด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล สอดคล้องกับ นโยบายรัฐบาล มีมาตรฐานด้านธรรมาภิบาลข้อมูล เข้าถึงแหล่งข้อมูลของภาครัฐ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้าระหว่างประเทศ
3. เป้าหมายโครงการ
รวมทั้งอํานวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการในการ
กรมการค้าต่างประเทศ มีระบบฐานข้อมูลด้านการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าภายใต้ FTA และ GSP ของไทย ที่รวบรวมข้อมูลการใช้สิทธิฯ ที่ครบถ้วน ถูกต้อง รวดเร็ว ทันสมัย และช่วยประมวลผลการใช้สิทธิฯ เพื่อให้ เจ้าหน้าที่กรมการค้าต่างประเทศ ผู้ประกอบการ และบุคคลทั่วไปที่สนใจ สามารถติดตาม วิเคราะห์ และนําข้อมูล สถิติการค้าระหว่างประเทศ รวมถึงข้อมูลการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีภายใต้ FTA และ GSP ของไทย ที่ถูกต้อง แม่นยํา ไปใช้ประโยชน์ในการประกอบการเจรจาทางการค้า การตัดสินใจเชิงนโยบาย การให้ข้อมูล ตอบปัญหา และข้อซักถามของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง และเผยแพร่ต่อผู้ประกอบการ และผู้ส่งออก ที่สนใจเกี่ยวกับข้อมูลการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าภายใต้ FTA และ GSP ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4. ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์
4.1 ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี
- ยุทธศาสตร์ที่ 6 การปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ 4.2 ยุทธศาสตร์กระทรวงพาณิชย์ระยะ 20 ปี (กรกฎาคม 2559 - พ.ศ. 2579)
- ยุทธศาสตร์ที่ 2 การพัฒนาระบบการค้าให้มีประสิทธิภาพ
4.3 ประเด็นเป้าหมายของกรมการค้าต่างประเทศ - ประเด็นที่ 1 Smart Facility อํานวยความสะดวกทางการค้าอย่างครบวงจร
- คุณสมบัติผู้ยื่นข้อเสนอ
5.1 มีความสามารถตามกฎหมาย
5.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
5.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
5.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
5.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน
ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
5.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ
ภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
1………..
2…
3.
7.mos
8.
Ssmr
4.
4….
9. จิ้นตน)
5. 11 ชาร
-3-
5.7 เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
5.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่กรมการค้าต่างประเทศ ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
5.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอ ได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์ความคุ้มกันเช่นว่านั้น
5.10 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement: e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
5.11 ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
(1) การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญากรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าเป็นลายลักษณ์
อักษรว่าจะดําเนินการร่วมกันเป็นทางการค้าหรือหากําไรระหว่างบริษัท บริษัทกับห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล
ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลกับห้างหุ้นส่วนของนิติบุคคล หรือระหว่างบริษัทและ/หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลกับบุคคล ธรรมดา คณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนสามัญ นิติบุคคลอื่น หรือนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของ ต่างประเทศ (ข้อตกลงฯ) กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการ กําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลัก มากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(2) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้อง ใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอสําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไข
ที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
(3) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(3.1) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจสําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้า รายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า
(3.2) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้าที่ได้รับ มอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ (3.1) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจําหน่าย เอกสารซื้อหรือจ้าง
5.12 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
(1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศซึ่งได้จดทะเบียน เกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏใน งบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
(2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะ การเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอ จะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้น ไม่ต่ํากว่า 3 ล้านบาท
1.
2.
3.
อ
4…
6…..
7. Mozy…..
8….
9.
บ้าน
จินตนา
singons
5.
-4-
(3) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่น ข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ ดังนี้
(3.1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย สามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้
ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย
ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ
โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงิน สินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออก ให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน
(3.2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ สามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง
จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบ กิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น
ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงิน สินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออก ให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน
(4) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ ข้อ (3.2) มูลค่าจะต้องเป็นไป ตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ ประกาศและเอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) จนถึงวันเสนอราคา
5.13 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดให้มีทีมงานผู้ปฏิบัติงานที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ในด้านต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
(1) ผู้จัดการโครงการ (Project Manager) จํานวน 1 คน สําเร็จการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาโท สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ หรือสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือสาขา บริหารธุรกิจ หรือสาขาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง และมีประสบการณ์ในการบริหารโครงการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือด้านพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ไม่น้อยกว่า 7 ปี และมีประสบการณ์การเป็นผู้จัดการโครงการ ที่ดําเนินการแล้วเสร็จมาแล้วไม่ต่ํากว่า 5 โครงการ นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอและเสนอราคา
(2) นักวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analyst) จํานวน 4 คน สําเร็จการศึกษา ไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาตรี สาขา วิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ หรือสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือสาขาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง และมีประสบการณ์ทํางานด้านวิเคราะห์ข้อมูล ไม่น้อยกว่า 5 ปี นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอและเสนอราคา
(3) นักวิเคราะห์และออกแบบระบบ (System Analyst) จํานวน 4 คน สําเร็จการศึกษา ไม่ต่ํากว่า ระดับปริญญาตรี สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ หรือสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือสาขาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง และมีประสบการณ์ทํางานด้านวิเคราะห์และออกแบบระบบ ไม่น้อยกว่า 5 ปี นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอและเสนอราคา
1.
Dr.
Major
2.
3..
shu
4.
5….
6….
7.
8. At
9.
จินตนา
ngohs.
-5-
(4) นักพัฒนาระบบสารสนเทศ (Software Developer, Web Developer, Programmer) จํานวน 4 คน สําเร็จการศึกษา ไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาตรี สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ หรือ สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือสาขาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง และมีประสบการณ์ทํางานด้านพัฒนาระบบสารสนเทศ ไม่น้อยกว่า 5 ปี นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอและเสนอราคา
ๆ
(5) ผู้เชี่ยวชาญด้านธรรมาภิบาลข้อมูลและการบริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศ จํานวน 1 คน สําเร็จ การศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาตรี สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ หรือสาขา เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือสาขาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง และมีประสบการณ์ด้านการจัดทําธรรมาภิบาลข้อมูลและการ บริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศ ไม่น้อยกว่า 5 ปี นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอและเสนอราคา
(6) นักวิศวกรเครือข่าย (Network Engineer) จํานวน 1 คน สําเร็จการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาตรี สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ หรือสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือสาขาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง และมีประสบการณ์ด้านการจัดการระบบเครือข่าย ไม่น้อยกว่า 5 ปี นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอและ
เสนอราคา
(7) นักทดสอบระบบ (Software Tester) จํานวน 2 คน สําเร็จการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาตรี สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ หรือสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือสาขาอื่น ที่เกี่ยวข้อง และมีประสบการณ์ด้านการทดสอบระบบ ไม่น้อยกว่า 5 ปี นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอและเสนอราคา
ๆ
(8) นักออกแบบส่วนติดต่อผู้ใช้งาน (UX และ UI) จํานวน 1 คน สําเร็จการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาตรี สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ หรือสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือสาขาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง และมีประสบการณ์ในการออกแบบเว็บไซต์ Web Application ไม่น้อยกว่า 5 ปี นับถึงวันที่ยื่น ข้อเสนอและเสนอราคา
(9) ผู้ประสานงานโครงการ (Project Coordinator) จํานวน 1 คน สําเร็จการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับ ปริญญาตรี และมีประสบการณ์ด้านการประสานงานโครงการ ไม่น้อยกว่า 2 ปี นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอและ
เสนอราคา
ทั้งนี้ บุคลากรตามข้อ (1) - (9) ต้องมิใช่บุคคลเดียวกัน โดยแนบเอกสาร ดังนี้
- ประวัติการทํางาน พร้อมเอกสารแสดงประสบการณ์การทํางาน
- หลักฐานการศึกษา
- สําเนาบัตรประจําตัวประชาชน
- หนังสือตกลงเข้าร่วมโครงการ ตามภาคผนวก ก. ในวันที่ยื่นข้อเสนอและเสนอราคา หากผู้ยื่นข้อเสนอยื่นเอกสารไม่ครบทุกตําแหน่งในวันที่เสนอราคา กรมการค้าต่างประเทศ ขอสงวนสิทธิ์ไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้เสนอราคา และหากมีการเปลี่ยนแปลงบุคลากรตามข้อ (1) - (9) (นับตั้งแต่ วันยื่นข้อเสนอและเสนอราคาจนสิ้นสุดโครงการ) ต้องได้รับความเห็นชอบจากกรมการค้าต่างประเทศก่อน
5.14 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานด้านการพัฒนาระบบงานคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรง กับหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชน ในวงเงินไม่น้อยกว่า 5 ล้านบาท (ห้าล้านบาทถ้วน) ต่อหนึ่งสัญญา ภายในระยะเวลา 5 ปี นับจากวันที่ทํางานแล้วเสร็จจนถึงวันยื่นข้อเสนอพร้อมทั้งแนบสําเนาหนังสือรับรอง ผลงานซึ่งออกโดยหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชน หรือผู้มีอํานาจกระทําการแทนโดยถูกต้อง
ตามกฎหมาย
LA.
6. Ony
3.
4.
5.
ngths.
7.
กะร
8.
AC
9.
จิ้นตาราง
ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ
เรื่อง ประกวดราคาจ้างการจัดทําระบบประมวลผลสถิติการส่งออกและการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้า
ภายใต้ความตกลง FTA และ GSP ของไทย
ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
กรมการค้าต่างประเทศ มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างการจัดทําระบบประมวลผลสถิติ การส่งออกและการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้า ภายใต้ความตกลง FTA และ GSP ของไทย ด้วยวิธี ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ราคากลางของงานจ้าง ในการประกวดราคาครั้งนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น ๑๐,๘๕๐,๑๗๕.๐๐ บาท (สิบล้านแปดแสนห้าหมื่นหนึ่งร้อยเจ็ดสิบห้าบาทถ้วน) จํานวน ๑ รายการ
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอโดยแสดงหลักฐานถึงขีดความสามารถและความพร้อมที่มีอยู่ใน
วันยื่นข้อเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
ระหว่างเวลา
ราคา
๑. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติให้เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กําหนด ๒. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่
น. ซึ่งสามารถจัดเตรียมเอกสารข้อเสนอได้ตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงวันเสนอ
น. ถึง
- ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เลขที่ ลงวันที่ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๙ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ได้ตั้งแต่วันที่ ประกาศจนถึงวันเสนอราคา ได้ที่เว็บไซต์ www.dft.go.th หรือ www.gprocurement.go.th
๔. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องนําเสนอข้อเสนอด้านเทคนิคตามช่องทางที่กรมการค้าต่างประเทศ กําหนด โดยนําาเสนอด้วยตนเอง เช่น การนําเสนองานผ่านทาง Microsoft Office (Power Point) เป็นต้น พร้อมเอกสารประกอบ จํานวน ๙ ชุด ต่อคณะกรรมการฯ เพื่อประกอบการพิจารณา ในวันที่
เวลา ……………น..
น. เป็นต้นไป ณ
(รวมขอซักถาม)
ทั้งนี้ให้เวลาในการนําเสนอบริษั……………. ….. นาที
ประกาศ ณ วันที่
มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๙
สําเนาถูกต้อง
ชญาธร ทัพพะปุรณะ (นางสาวชญาธร ทัพพะปุรณะ)
นักวิชาการพัสดุ
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๖๙
โดย นางสาวชญาธร ทัพพะปุรณะ นักวิชาการ พัสดุ
(นายดวงอาทิตย์ นิธิอุทัย)
รองอธิบดี ปฏิบัติราชการแทน
อธิบดีกรมการคาตางประเทศร่าง
เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
เลขที่
การจ้างการจัดทำระบบประมวลผลสถิติการส่งออกและการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้า ภายใต้ความ ตกลง FTA และ GSP ของไทย
ตามประกาศ กรมการค้าต่างประเทศ
ลงวันที่ มกราคม ๒๕๖๙
กรมการค้าต่างประเทศ ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “กรม” มีความประสงค์จะ ประกวดราคาจ้างการจัด ทำระบบประมวลผลสถิติการส่งออกและการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้า ภายใต้ความตกลง FTA และ GSP ของไทย ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้ ๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๑.๑ ขอบเขตของงาน
๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาจ้างทำของ
๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
(๑) หลักประกันการเสนอราคา
(๒) หลักประกันสัญญา
๑.๕ บทนิยาม
(๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
(๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
(๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
๑.๗ แผนการทำงาน
๑.๘ ใบแจ้งการชำระเงิน สำหรับหลักประกันการเสนอราคา ๑.๙ ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล(PDPA)
๑.๑๐ การรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ (NDA)
๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
๒.๗ เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กรม ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขันอย่างเป็น ธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน นามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้ เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า ๓ ล้านบาท
(๓) สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
(๔) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๔.๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่
สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๔.๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายใน ประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการ พาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของ ธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณา จากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจ จากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๕) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ (๒) ข้อ (๓) และข้อ (๔.๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ เอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา (๖) กรณีตาม ข้อ (๑) – ข้อ (๕) ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๒.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดให้มีทีมงานผู้ปฏิบัติงานที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และ ประสบการณ์ในด้านต่างๆ ดังต่อไปนี้
(๑) ผู้จัดการโครงการ (Project Manager) จำนวน ๑ คน สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่า ระดับปริญญาโท สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ หรือสาขาเทคโนโลยี สารสนเทศ หรือสาขาบริหารธุรกิจ หรือสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และมีประสบการณ์ในการบริหารโครงการด้าน เทคโนโลยีสารสนเทศหรือด้านพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ไม่น้อยกว่า ๗ ปี และมีประสบการณ์การเป็น ผู้จัดการโครงการที่ดำเนินการแล้วเสร็จมาแล้วไม่ต่ำกว่า ๕ โครงการ นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอและเสนอราคา (๒) นักวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analyst) จำนวน ๔ คน สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับ ปริญญาตรี สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ หรือสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ สาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และมีประสบการณ์ทำงานด้านวิเคราะห์ข้อมูล ไม่น้อยกว่า ๕ ปี นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอ และเสนอราคา
(๓) นักวิเคราะห์และออกแบบระบบ (System Analyst) จำนวน ๔ คน สำเร็จการ ศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรี สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ หรือสาขา เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และมีประสบการณ์ทำงานด้านวิเคราะห์และออกแบบระบบ ไม่น้อยกว่า ๕ ปี นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอและเสนอราคา
(๔) นักพัฒนาระบบสารสนเทศ (Software Developer, Web Developer, Programmer) จำนวน ๔ คน สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรี สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือ สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ หรือสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และมีประสบการณ์ ทำงานด้านพัฒนาระบบสารสนเทศ ไม่น้อยกว่า ๕ ปี นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอและเสนอราคา (๕) ผู้เชี่ยวชาญด้านธรรมาภิบาลข้อมูลและการบริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศ จำนวน ๑ คน สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรี สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือสาขาวิศวกรรม คอมพิวเตอร์ หรือสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และมีประสบการณ์ด้านการจัดทำ ธรรมาภิบาลข้อมูลและการบริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศ ไม่น้อยกว่า ๕ ปี นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอและเสนอ ราคา
(๖) นักวิศวกรเครือข่าย (Network Engineer) จำนวน ๑ คน สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำ กว่าระดับปริญญาตรี สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ หรือสาขาเทคโนโลยี สารสนเทศ หรือสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และมีประสบการณ์ด้านการจัดการระบบเครือข่าย ไม่น้อยกว่า ๕ ปี นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอและเสนอราคา
(๗) นักทดสอบระบบ (Software Tester) จำนวน ๒ คน สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่า ระดับปริญญาตรี สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ หรือสาขาเทคโนโลยี สารสนเทศ หรือสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และมีประสบการณ์ด้านการทดสอบระบบ ไม่น้อยกว่า ๕ ปี นับถึงวันที่ ยื่นข้อเสนอและเสนอราคา
(๘) นักออกแบบส่วนติดต่อผู้ใช้งาน (UX และ UI) จำนวน ๑ คน สำเร็จการศึกษา ไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรี สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ หรือสาขาเทคโนโลยี สารสนเทศ หรือสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และมีประสบการณ์ในการออกแบบเว็บไซต์ Web Application ไม่ น้อยกว่า ๕ ปี นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอและเสนอราคา
(๙) ผู้ประสานโครงการ (Project Coordinator) จำนวน ๑ คน สำเร็จการศึกษา ไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรี และมีประสบการณ์ด้านการประสานงานโครงการ ไม่น้อยกว่า ๒ ปี นับถึงวันยื่นข้อ เสนอและเสนอราคา
ทั้งนี้ บุคลากรตามข้อ (๑) – (๙) ต้องมิใช่บุคคลเดียวกัน โดยแนบเอกสาร ดังนี้ ๑) ประวัติการทำงาน พร้อมเอกสารแสดงประสบการณ์การทำงาน ๒) หลักฐานการศึกษา
๓) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
๔) หนังสือตกลงเข้าร่วมโครงการ ตามภาคผนวก ก. ในวันที่ยื่นข้อเสนอและเสนอราคา หากผู้ยื่นข้อเสนอยื่นเอกสารไม่ครบทุกตำแหน่งในวันที่เสนอราคา กรมการค้าต่าง ประเทศขอสงวนสิทธิ์ไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้เสนอราคา และหากมีการเปลี่ยนแปลงบุคลากรตามข้อ (๑) – (๙) (นับตั้งแต่วันยื่นข้อเสนอและเสนอราคาจนสิ้นสุดโครงการ) ต้องได้รับความเห็นชอบจากกรมการค้าต่าง ประเทศก่อน
๒.๑๔ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานด้านการพัฒนาระบบงานคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นผลงานที่ เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชน ในวงเงินไม่น้อยกว่า ๕ ล้านบาท (ห้าล้าน บาทถ้วน) ต่อหนึ่งสัญญา ภายในระยะเวลา ๕ ปี นับจากวันที่ทำงานแล้วเสร็จจนถึงวันยื่นข้อเสนอพร้อมทั้ง แนบสำเนาหนังสือรับรองผลงานซึ่งออกโดยหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชน หรือผู้มีอำนาจ กระทำการแทนโดยถูกต้องตามกฎหมาย
๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
(ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย
(๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ (๔.๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ (๔.๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่ มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๓ ล้านบาท
(๔.๓) สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้น ไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่น ข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ
รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา (๔.๔) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๔.๔.๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ
หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๔.๔.๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน ทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน (๔.๕) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ (๔.๒) ข้อ (๔.๓) และข้อ (๔.๔.๒) มูลค่าจะต้องเป็นไป ตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ ประกาศและเอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอ ราคา
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา (๕) สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ หรือสำเนาใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน (๖) สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
(๗) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูก ต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) หลักประกันการเสนอราคา ตามข้อ ๕
(๒) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารตามขอบเขตของงานข้อ ๖.
(๓) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔. การเสนอราคา
๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วย อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้อง กรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอโดย ไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้ ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอราคา โดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคามิได้ ๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน ๒๗๐ วัน นับ ถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
๔.๔ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญารายละเอียด ขอบเขตของ งาน ฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตาม เงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่…………………… ระหว่างเวลา น. ถึง น. และเวลาในการเสนอ ราคาให้ถือตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์
เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และ การเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่กรมผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
๔.๗ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณาข้อ เสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะ กรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการ พิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และกรม จะพิจารณาลงโทษผู้ ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่กรมจะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ริเริ่มให้มีการ กระทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของกรม
๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
(๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
(๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กำหนด
(๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ๔.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายใน ประเทศ โดยยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลา ดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน ๖๐ วัน
๔.๑๐ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา เว้นแต่เป็นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือ ที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา ๔.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องนำเสนอข้อเสนอด้านเทคนิคตามช่องทางที่กรมการค้าต่าง ประเทศกำหนด โดยนำเสนอด้วยตนเอง เช่น การนำเสนองานผ่านทาง Microsoft Office (Power Point) เป็นต้น พร้อมเอกสารประกอบ จำนวน ๙ ชุด ต่อคณะกรรมการฯ เพื่อประกอบการพิจารณา ในวันที่ ………………… เวลา ………… น. เป็นต้นไป ณ ……………………… ทั้งนี้ให้เวลาในการนำเสนอบริษัทละ …………….. นาที (รวมข้อซักถาม)
๕. หลักประกันการเสนอราคา
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องวางหลักประกันการเสนอราคาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบ การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ จำนวน ๕๕๙,๔๕๕.๐๐ บาท (ห้าแสนห้าหมื่นเก้าพันสี่ร้อยห้าสิบห้าบาทถ้วน)
๕.๑ เงินสด
๕.๒ หนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารภายในประเทศตามแบบที่คณะ กรรมการนโยบายกำหนด
๕.๓ พันธบัตรรัฐบาลไทย
๕.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอนำพันธบัตรรัฐบาลไทยหรือหนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ มาวางเป็นหลักประกันการเสนอราคาจะต้องส่งต้นฉบับเอกสารดังกล่าวมาให้กรม ตรวจสอบความถูกต้องในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น.
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอประสงค์จะวางหลักประกันการเสนอราคาเป็นเงินสด ให้ผู้ยื่นข้อเสนอ ดำเนินการชำระเงินผ่านช่องทางการชำระเงิน ดังนี้
ผ่านบริการรับชำระเงิน (Bill Payment) ผ่านระบบ KTB Corporate Online ตามใบ แจ้งการชำระเงิน ที่แนบมาพร้อมกับเอกสารเชิญชวนนี้
และส่งหลักฐานการชำระเงินกับธนาคาร พร้อมทั้งแบบแจ้งความประสงค์ชำระเงินค่า หลักประกันการเสนอราคา (เฉพาะกรณีที่มีหลักประกันการเสนอราคาหลายรายการพิจารณา) มาให้ กรม ตรวจสอบความถูกต้อง โดยยื่นมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอผ่านระบบ e-GP โดยการชำระเงินและส่งหลักฐาน การชำระเงินให้ดำเนินการในวันและเวลาที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันและเวลาเสนอราคาเท่านั้น กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ประสงค์จะใช้หนังสือ ค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารในประเทศเป็นหลักประกันการเสนอราคาให้ระบุชื่อผู้เข้าร่วมค้ารายที่ สัญญาร่วมค้ากำหนดให้เป็นผู้เข้ายื่นข้อเสนอกับหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หลักประกันการเสนอราคาตามข้อนี้ กรมจะคืนให้ผู้ยื่นข้อเสนอหรือผู้ค้ำประกันภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่กรมได้พิจารณาเห็นชอบรายงานผลคัดเลือกผู้ชนะการประกวดราคาเรียบร้อยแล้ว เว้นแต่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่คัดเลือกไว้ซึ่งเสนอราคาต่ำสุดหรือได้คะแนนรวมสูงสุดไม่เกิน ๓ ราย ให้คืนได้ต่อเมื่อ ได้ทำสัญญาหรือข้อตกลง หรือผู้ยื่นข้อเสนอได้พ้นจากข้อผูกพันแล้ว
การคืนหลักประกันการเสนอราคา ไม่ว่าในกรณีใด ๆ จะคืนให้โดยไม่มีดอกเบี้ย
๖. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
๖.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ กรมจะ พิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น
๖.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น ในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ กรมจะพิจารณาโดยให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ำหนักที่กำหนด ดังนี้
๖.๒.๑ การจัดทำระบบประมวลผลสถิติการส่งออกและการใช้สิทธิประโยชน์ ทางการค้า ภายใต้ความตกลง FTA และ GSP ของไทย
(๑) ราคาที่ยื่นข้อเสนอ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๒๐.๐๐ โดยมี วิธีการให้คะแนน ดังนี้ ๑๐๐ - (((ราคาของผู้เสนอราคา - ราคาต่ำสุด)/ราคาต่ำสุด) * ๑๐๐) (๒) ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่นๆ กำหนดน้ำหนักเท่ากับ ร้อยละ ๘๐.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ ตามขอบเขตของงานข้อ ๑๒.๓
๖.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่นข้อ เสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ ขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กรมกำหนดไว้ในประกาศและ เอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้ เปรียบเสียเปรียบต่อ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการพิจารณาผลฯ อาจ พิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
๖.๔ กรมสงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการผ่อนผัน ในกรณีดัง ต่อไปนี้
(๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย อิเล็กทรอนิกส์
(๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวด อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ๖.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือกรม มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ กรมมีสิทธิที่จะไม่รับข้อ เสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ๖.๖ กรมทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคา ที่เสนอ ทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจจะ ยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของกรมเป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้องค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งกรมจะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์และลงโทษผู้ยื่นข้อ
เสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่เชื่อถือได้ว่าการยื่นข้อ เสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมา ยื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น
ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่ อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือกรม จะให้ผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการตามเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ กรม มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอหรือไม่รับราคาของ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายใดๆ จากกรม ๖.๗ ก่อนลงนามในสัญญากรม อาจประกาศยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการคัดเลือก มีผล ประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม หรือสมยอม กันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใดในการเสนอราคา ๗. การทำสัญญาจ้าง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุใน ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับกรม ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวาง หลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้กรม ยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
๗.๑ เงินสด
๗.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่กรม ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ลงวันที่ที่ใช้ เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้น ไม่เกิน ๓ วัน ทำการ ๗.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง กำหนด
๗.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) ๗.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่งกรม ได้รับมอบไว้ แล้ว
๘. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
กรม จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่าย ทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง โดยแบ่งออกเป็น ๔ งวดดังนี้ งวดที่ ๑ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานตาม ขอบเขตของงานข้อ ๑๐.๑ งวดที่ ๑ ให้แล้วเสร็จภายใน ๔๕ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา และคณะ กรรมการตรวจรับพัสดุมีมติตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
งวดที่ ๒ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๕ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานตาม ขอบเขตของงานข้อ ๑๐.๑ งวดที่ ๒ ให้แล้วเสร็จภายใน ๙๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา และคณะ กรรมการตรวจรับพัสดุมีมติตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
งวดที่ ๓ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๕๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานตาม ขอบเขตของงานข้อ ๑๐.๑ งวดที่ ๓ ให้แล้วเสร็จภายใน ๒๑๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา และคณะ กรรมการตรวจรับพัสดุมีมติตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
งวดที่ ๔ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๒๕ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานตาม ขอบเขตของงานข้อ ๑๐.๑ งวดที่ ๔ ให้แล้วเสร็จภายใน ๒๗๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา และคณะ กรรมการตรวจรับพัสดุมีมติตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
๙. อัตราค่าปรับ
ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลง จ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
๙.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับ อนุญาตจากกรม จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงานจ้างช่วง นั้น
๙.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๙.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็น รายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้าง
๑๐. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งได้ทำสัญญาจ้างตามแบบดังระบุในข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ แล้วแต่กรณี จะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายใน ระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๓ ปี นับถัดจากวันที่กรมได้รับมอบงาน โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ ดีดังเดิมภายใน ๓ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่อง
๑๑. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
๑๑.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ กรมได้รับอนุมัติเงินค่าจ้างจากเงิน งบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ แล้วเท่านั้น
๑๑.๒ เมื่อกรมได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลงจ้างตามการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามาจากต่าง ประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ตาม ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
(๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
(๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดย เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
(๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
๑๑.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งกรมได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ ภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ กรมจะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้ออกหนังสือ ค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้งจะพิจารณา
ให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ๑๑.๔ กรมสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบสัญญาหรือข้อ ตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
๑๑.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของกรม คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อเสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
๑๑.๖ กรม อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จะ เรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากกรมไม่ได้
(๑) กรมไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้รับจัดสรร แต่ไม่ เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
(๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่น ใด ในการเสนอราคา
(๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่กรม หรือ กระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
(๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
๑๑.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
๑๒. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
๑๓. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
กรม สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการ คัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับกรม ไว้ชั่วคราว
กรมการค้าต่างประเทศ
มกราคม ๒๕๖๙
สำเนาถูกต้อง
ชญาธร ทัพพะปุรณะ
(นางสาวชญาธร ทัพพะปุรณะ)
นักวิชาการพัสดุ
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๖๙
โดย นางสาวชญาธร ทัพพะปุรณะ นักวิชาการ
พัสดุ