จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างจ้างผลิตและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทางสื่อสิ่งพิมพ์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 69019397640
฿1,490,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 26 ม.ค. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) มีความประสงค์จะจ้างผลิตและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลสำเร็จของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ แนวพระราชดำริ และกิจกรรมการดำเนินงานของสำนักงาน กปร. แก่สาธารณชน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ และขยายผลองค์ความรู้ให้ประชาชนสามารถน้อมนำแนวพระราชดำริไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง

ขอบเขตการดำเนินงานหลักมุ่งเน้นการผลิตและเผยแพร่เนื้อหาสำหรับประชาสัมพันธ์ใน 3 รูปแบบ ได้แก่ 1) การผลิตและเผยแพร่ข่าว จำนวน 30 ข่าว 2) การผลิตและเผยแพร่บทความ จำนวน 10 เรื่อง และ 3) การผลิตและเผยแพร่สกู๊ปพิเศษหรือบทความเฉลิมพระเกียรติ จำนวน 2 เรื่อง รวมทั้งสิ้น 143 ชิ้นงาน (คิดจากจำนวนการเผยแพร่ในสื่อต่างๆ) เนื้อหาจะครอบคลุมความเป็นมา กิจกรรม ผลสำเร็จ แนวพระราชดำริ การขยายผล และบทสัมภาษณ์ พร้อมภาพประกอบ Infographic

การเผยแพร่จะดำเนินการผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ (หนังสือพิมพ์รายวัน/สัปดาห์, นิตยสาร) และสื่ออิเล็กทรอนิกส์/โซเชียลมีเดียยอดนิยมที่มีผู้ติดตามไม่ต่ำกว่า 300,000 คน นอกจากนี้ ผู้รับจ้างต้องรวบรวมและนำเนื้อหาที่เผยแพร่แล้วลงเว็บไซต์สำนักงาน กปร. พร้อมทั้งติดตามและจัดทำรายงานสรุปผลตัวชี้วัดเพื่อประเมินประสิทธิภาพการเผยแพร่ โครงการมีวงเงินงบประมาณ 1,490,000 บาท และระยะเวลาดำเนินการทั้งโครงการ 365 วัน

English summary

The Office of the Royal Development Projects Board (RDPB) intends to hire a contractor to produce and publicize the successes of royal initiative projects, the philosophy behind these initiatives, and the agency’s activities to the public. The objective is to foster understanding and disseminate knowledge so that the public can correctly apply the royal initiatives in practice.

The primary scope of work focuses on producing and publicizing content in three formats: 1) Producing and publishing 30 news articles, 2) Producing and publishing 10 feature articles, and 3) Producing and publishing 2 special scoops or articles in honor of the monarchy, totaling 143 publication items (counting each media placement). The content will cover background, activities, successes, royal philosophies, expansion of results, and interviews, accompanied by Infographic visuals.

Publication will be carried out through print media (daily/weekly newspapers, magazines) and popular electronic/social media channels with at least 300,000 followers. Additionally, the contractor must compile and upload the published content to the RDPB website, as well as monitor and prepare a summary report of key performance indicators to evaluate publication effectiveness. The project has a budget of 1,490,000 THB and an overall implementation period of 365 days.

สถานที่ดำเนินการ

กลุ่มบริหารการเงินการคลังและพัสดุ ชั้น 1 อาคารสำนักงาน กปร. (สำหรับการยื่นซองข้อเสนอด้านเทคนิค)

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ ในแนวพระราชดำริ การขยายผลการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ และเป็นต้นแบบในการน้อมนำแนวพระราชดำริไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง สังคม และประเทศชาติสืบไป
  • เพื่อขยายผลและเผยแพร่องค์ความรู้ตลอดจนผลสำเร็จจากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริไปสู่สาธารณชนซึ่งจะนำไปสู่กระบวนการเรียนรู้ที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ขอบเขตของงาน

  • การผลิตและเผยแพร่เนื้อหาประชาสัมพันธ์ 3 รูปแบบ:
    • รูปแบบที่ 1: ข่าว: จำนวน 30 ข่าว รวมการเผยแพร่ทั้งสิ้น 120 ชิ้นงาน
      • เผยแพร่ทางสื่อหนังสือพิมพ์รายวัน (เช่น ไทยรัฐ, เดลินิวส์, ผู้จัดการรายวัน, ไทยโพสต์) ขนาดไม่ต่ำกว่า 3 x 10 คอลัมน์นิ้ว จำนวน 1 ฉบับต่อข่าว (30 ชิ้นงาน)
      • เผยแพร่ทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์และสื่อโซเชียลมีเดียที่ได้รับความนิยม จำนวน 3 สื่อต่อข่าว (90 ชิ้นงาน) เช่น เว็บไซต์ หรือเพจที่มีผู้ติดตามไม่ต่ำกว่า 300,000 คน
    • รูปแบบที่ 2: บทความ: จำนวน 10 เรื่อง รวมการเผยแพร่ทั้งสิ้น 20 ชิ้นงาน
      • เผยแพร่ทางสื่อสิ่งพิมพ์ (หนังสือพิมพ์รายวัน/รายสัปดาห์/นิตยสาร) ขนาดไม่ต่ำกว่า 4.5 X 10 คอลัมน์นิ้ว จำนวน 1 ฉบับต่อบทความ (10 ชิ้นงาน)
      • เผยแพร่ทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์และสื่อโซเชียลมีเดียที่ได้รับความนิยม จำนวน 1 สื่อต่อบทความ (10 ชิ้นงาน)
    • รูปแบบที่ 3: สกู๊ปพิเศษหรือบทความเฉลิมพระเกียรติ: จำนวน 2 เรื่อง รวมการเผยแพร่ทั้งสิ้น 3 ชิ้นงาน
      • เผยแพร่ทางสื่อนิตยสารชั้นนำ ขนาด 2 หน้า 1 คู่ 4 สี จำนวน 1 ฉบับต่อบทความ (1 ชิ้นงาน)
      • เผยแพร่ทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 1 สื่อต่อบทความ (2 ชิ้นงาน)
  • การรวบรวมและนำข่าว/บทความที่เผยแพร่แล้ว หรือคัดลอกลิงก์ URL ลงเว็บไซต์ของสำนักงาน กปร.
  • การจัดทำและนำเสนอ แผนการดำเนินงานโดยภาพรวม ภายใน 60 วันนับจากวันลงนามสัญญา
  • การเสนอรายละเอียดและรูปแบบการผลิตล่วงหน้าเพื่อขออนุมัติจากสำนักงาน กปร. ก่อนการผลิตอย่างน้อย 15 วันทำการ
  • การศึกษาข้อมูล ติดต่อประสานงานกับผู้เกี่ยวข้องทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
  • การจัดส่งเจ้าหน้าที่ที่มีประสบการณ์และความเข้าใจในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จำนวน 1 คน เพื่อทำหน้าที่ประสานงานตลอดโครงการ
  • การติดตามและจัดทำ รายงานสรุปผลตัวชี้วัด เพื่อประเมินประสิทธิภาพการเผยแพร่ทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์และโซเชียลมีเดีย
  • การรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพื่อเก็บข้อมูลและการผลิตเนื้อหา

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • แผนการดำเนินงานโดยภาพรวม (ส่งภายใน 60 วันหลังลงนามสัญญา)
  • เนื้อหาที่ผลิตและเผยแพร่แล้ว ตามจำนวนและรูปแบบที่กำหนด (ข่าว 120 ชิ้น, บทความ 20 ชิ้น, สกู๊ปพิเศษ/บทความเฉลิมพระเกียรติ 3 ชิ้น)
  • หลักฐานการเผยแพร่ สำหรับทุกชิ้นงาน เช่น สำเนาหน้าหนังสือพิมพ์, พิมพ์หน้าจอเว็บไซต์/โซเชียลมีเดียพร้อม URL
  • ไฟล์ดิจิทัล ของข่าว บทความ และบทความเฉลิมพระเกียรติทั้งหมดในรูปแบบ Word และ PDF บรรจุในแฟลชไดร์ฟ 2 ชุด พร้อม Tag ระบุชื่อและวันที่
  • เนื้อหาที่อัพโหลดลงเว็บไซต์สำนักงาน กปร.
  • รายงานสรุปผลตัวชี้วัด การเผยแพร่ (รายปี/รายไตรมาส) พร้อมการวิเคราะห์ประสิทธิภาพ
  • รายงานส่งมอบงานเป็นรูปเล่มหรือแฟ้ม เรียงลำดับเลขหน้า จำนวน 2 ชุด ในแต่ละงวดการจ่ายเงิน

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาดำเนินการทั้งหมด: ภายใน 365 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา
  • กำหนดยืนราคา: ไม่น้อยกว่า 60 วัน นับแต่วันเสนอราคา
  • กำหนดส่งแผนการดำเนินงาน: ภายใน 60 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
  • กำหนดเสนอรูปแบบการผลิตล่วงหน้า: ก่อนดำเนินการผลิตอย่างน้อย 15 วันทำการ

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • ต้องเป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
    • ต้องลงทะเบียนในระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง และมีข้อมูลถูกต้องครบถ้วน
    • ต้องไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น
    • ต้องไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย (เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละ)
  • Standards Compliance: ไม่ระบุ
  • Experience:
    • ต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง ในวงเงินไม่น้อยกว่า 745,000 บาท และเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานเอกชนที่น่าเชื่อถือ
    • ต้องแนบสำเนาหนังสือรับรองผลงานหรือหลักฐานการว่าจ้างพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
  • Previous Project Cost: ต้องมีผลงานในสัญญาเดียวที่มีมูลค่าไม่น้อยกว่า 745,000 บาท
  • Technical Capabilities: ไม่ระบุเป็นรายการเฉพาะ
  • Personnel: ไม่ระบุคุณวุฒิหรือจำนวนพนักงานที่ต้องมีในใบสมัคร แต่ในเงื่อนไขการดำเนินงาน (ข้อ 10.1) กำหนดให้หลังได้รับจ้างต้องจัดส่งเจ้าหน้าที่ 1 คน ที่มีประสบการณ์ความรู้ความเข้าใจโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และเชี่ยวชาญการเขียนข่าว/บทครความ เพื่อทำหน้าที่ประสานงานตลอดโครงการ
  • Financial Requirements:
    • นิติบุคคลที่จดทะเบียนเกิน 1 ปี: ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ (สินทรัพย์สุทธิ-หนี้สินสุทธิ) เป็นบวก จากงบการเงินตรวจรับรองแล้วของปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
    • นิติบุคคลที่ยังไม่มีการรายงานงบฯ หรือนิติบุคคลต่างประเทศ: ต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท
    • บุคคลธรรมดา (สำหรับโครงการวงเงินเกิน 500,000 บาท): ต้องมีเงินฝากคงเหลือ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณโครงการ ตามหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วัน
    • ทางเลือกกรณีไม่มีมูลค่าสุทธิ/ทุนจดทะเบียนเพียงพอ: สามารถใช้ วงเงินสินเชื่อ จำนวน 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณโครงการ จากสถาบันการเงินที่กำหนด ได้

เกณฑ์การพิจารณา

สำนักงาน กปร. ใช้เกณฑ์ ราคาประกอบเกณฑ์อื่น (Price Performance) ในการพิจารณา

  • ราคาที่ยื่นข้อเสนอ (Price): น้ำหนัก 20%
    • วิธีการให้คะแนน: 100 - (((ราคาของผู้เสนอราคา - ราคาต่ำสุด)/ราคาต่ำสุด) * 100)
  • ข้อเสนอด้านเทคนิค: น้ำหนัก 80% (คะแนนเต็ม 100 คะแนน) ประกอบด้วย:
    1. แนวคิดและกลยุทธ์ ในการจัดทำกรอบแนวคิด แผนกลยุทธ์ และแผนงานเพื่อผลิตและเผยแพร่ (60 คะแนน)
      • ประเมินจากความเข้าใจภารกิจของ กปร. ความชัดเจนและต่อเนื่องของแผน การระบุสื่อเผยแพร่ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย โดยแบ่งการให้คะแนนตามจำนวนข่าว/บทความที่วางแผนไว้และคุณภาพของแผน
    2. ตัวอย่างพร้อมออกแบบ จำนวน 2 ชิ้นงาน (ข่าว 1 ชิ้น, สกู๊ปพิเศษ/บทความเฉลิมพระเกียรติ 1 ชิ้น) (30 คะแนน)
      • ประเมินจากความสร้างสรรค์ การสื่อสารตรงวัตถุประสงค์ ความสละสลวยของภาษา ความสวยงามและสื่อความหมายของภาพประกอบ การมี Infographic และความถูกต้องครบถ้วนของเนื้อหา
    3. ผลงาน/ประสบการณ์ ในการผลิตและเผยแพร่ข่าว/บทความทางสื่อสิ่งพิมพ์และอิเล็กทรอนิกส์ที่ผ่านมา (10 คะแนน)
      • ให้คะแนนตามจำนวนผลงานภายใน 3 ปี: 4 ผลงานขึ้นไป (7-10 คะแนน), 3 ผลงาน (4-6 คะแนน), 2 ผลงาน (1-3 คะแนน), ไม่มี (0 คะแนน)
  • ผู้ชนะ: คือผู้ที่ได้รับ คะแนนรวมสูงสุด จากระบบ e-GP

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • เนื้อหา: ต้องครอบคลุม ความเป็นมา กิจกรรม ผลการดำเนินงานและผลสำเร็จของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ, แนวพระราชดำริในการช่วยเหลือราษฎร, ความเคลื่อนไหวและกิจกรรมของสำนักงาน กปร. และองค์กรที่เกี่ยวข้อง, การขยายผลความสำเร็จที่ประชาชนนำไปประยุกต์ใช้ได้, บทความเฉลิมพระเกียรติ, บทสัมภาษณ์ผู้บริหารและผู้ได้รับประโยชน์
  • รูปแบบและองค์ประกอบ:
    • ต้องมี ภาพประกอบ ในรูปแบบ Infographic อย่างง่าย แผนภูมิ แผนผัง หรือสรุปข้อมูลเป็นข้อความสั้นๆ
    • ใช้ภาษาที่ทันสมัย กระชับ ชัดเจน ถูกต้อง
    • สอดแทรกคำสัมภาษณ์ตามความเหมาะสม
  • ข้อกำหนดการเผยแพร่:
    • สื่อสิ่งพิมพ์: ขนาดข่าวไม่ต่ำกว่า 3x10 คอลัมน์นิ้ว, ขนาดบทความไม่ต่ำกว่า 4.5x10 คอลัมน์นิ้ว, บทความเฉลิมพระเกียรติในนิตยสารขนาด 2 หน้า 4 สี
    • สื่ออิเล็กทรอนิกส์/โซเชียลมีเดีย: เผยแพร่ในสื่อที่ได้รับความนิยม มีผู้ติดตามไม่ต่ำกว่า 300,000 คน ขึ้นไป หรือตามที่สำนักงาน กปร. กำหนด
  • การรายงานผล: ต้องติดตามและจัดทำรายงานสรุปผลตัวชี้วัด (KPI) เพื่อประเมินประสิทธิภาพการเผยแพร่

เงื่อนไขสัญญา

  • วงเงินงบประมาณ: 1,490,000 บาท (ราคากลางที่ระบุในประกาศคือ 2,045,000 บาท)
  • การจ่ายเงิน (แบ่ง 4 งวด):
    • งวดที่ 1 (10%): เมื่อส่งมอบกรอบแนวทาง/แผนงานการผลิตและเผยแพร่สำหรับเนื้อหาทั้ง 143 ชิ้นงาน เป็นรูปเล่ม 2 ชุด
    • งวดที่ 2 (30%): เมื่อผลิตและเผยแพร่ข่าวสิ่งพิมพ์ 10 ข่าว, ข่าวอิเล็กทรอนิกส์ 10 ข่าว, บทความสิ่งพิมพ์ 3 เรื่อง, บทความอิเล็กทรอนิกส์ 3 เรื่อง พร้อมนำลงเว็บไซต์และจัดทำรายงานสรุปผลตัวชี้วัดเป็นรูปเล่ม 2 ชุด
    • งวดที่ 3 (30%): เมื่อผลิตและเผยแพร่ข่าวสิ่งพิมพ์ 10 ข่าว, ข่าวอิเล็กทรอนิกส์ 10 ข่าว, บทความสิ่งพิมพ์ 3 เรื่อง, บทความอิเล็กทรอนิกส์ 3 เรื่อง พร้อมนำลงเว็บไซต์และจัดทำรายงานสรุปผลตัวชี้วัดเป็นรูปเล่ม 2 ชุด
    • งวดที่ 4 (30%): เมื่อผลิตและเผยแพร่ข่าวสิ่งพิมพ์ 10 ข่าว, ข่าวอิเล็กทรอนิกส์ 10 ข่าว, บทความสิ่งพิมพ์ 4 เรื่อง, บทความอิเล็กทรอนิกส์ 4 เรื่อง, บทความเฉลิมพระเกียรตินิตยสาร 2 เรื่อง, บทความเฉลิมพระเกียรติอิเล็กทรอนิกส์ 1 เรื่อง พร้อมส่งมอบไฟล์ดิจิทัลทั้งหมดในแฟลชไดร์ฟ 2 ชุด และรายงานสรุปผลตัวชี้วัดรายปี/ไตรมาส เป็นรูปเล่ม 2 ชุด
  • ค่าปรับ:
    • กรณีไม่ส่งมอบงานตามเงื่อนไข: ร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้างในแต่ละงวดต่อวัน
    • กรณีนำงานไปจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต: ร้อยละ 10 ของวงเงินงานจ้างช่วงนั้น
  • การรับประกันงาน: รับประกันความชำรุดบกพร่องเป็นเวลา ไม่น้อยกว่า 1 เดือน นับจากวันที่ได้รับมอบงานครบถ้วน ต้องซ่อมแซมแก้ไขภายใน 3 วันหลังจากได้รับแจ้ง
  • ลิขสิทธิ์: เนื้อหาที่ผลิตและเผยแพร่แล้วถือเป็นลิขสิทธิ์ของสำนักงาน กปร. ที่จะนำไปเผยแพร่ซ้ำได้

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • ถาม: กลุ่มเป้าหมายหลักของโครงการประชาสัมพันธ์นี้คือใคร?

    • ตอบ: กลุ่มเป้าหมายหลักประกอบด้วย 3 กลุ่ม คือ 1) เยาวชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา นักวิชาการ 2) หน่วยงานภาครัฐและเอกชน และ 3) ประชาชนทั่วไป
  • ถาม: เนื้อหาที่ผลิตต้องครอบคลุมหัวข้อใดบ้าง?

    • ตอบ: เนื้อหาต้องครอบคลุมหลายด้าน ได้แก่ ผลสำเร็จและความเป็นมาของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ, แนวพระราชดำริในการแก้ไขปัญหา, ความเคลื่อนไหวและกิจกรรมของสำนักงาน กปร. และองค์กรที่เกี่ยวข้อง, การขยายผลที่ประชาชนนำไปใช้ได้, บทความเฉลิมพระเกียรติในโอกาสสำคัญ, และบทสัมภาษณ์ผู้บริหารกับผู้ได้รับประโยชน์
  • ถาม: มีข้อกำหนดเฉพาะเกี่ยวกับภาพประกอบหรือการนำเสนอเนื้อหาอย่างไร?

    • ตอบ: ต้องมีภาพประกอบในรูปแบบ Infographic อย่างง่าย แผนภูมิ แผนผัง หรือสรุปข้อมูลเป็นข้อความสั้นๆ (Bullet Points หรือ Captions) เพื่อดึงความสนใจผู้อ่านและสื่อความหมายได้ชัดเจน
  • ถาม: ผู้รับจ้างมีหน้าที่อย่างไรเกี่ยวกับเว็บไซต์ของสำนักงาน กปร.?

    • ตอบ: ผู้รับจ้างต้องดำเนินการรวบรวมและนำข่าว บทความ บทความเฉลิมพระเกียรติ ที่เผยแพร่แล้ว หรือคัดลอกลิงก์ URL ของข่าวออนไลน์ ลงเว็บไซต์ของสำนักงาน กปร.
  • ถาม: ต้องจัดทำรายงานประเภทใดบ้างในช่วงและสิ้นสุดโครงการ?

    • ตอบ: ต้องจัดทำรายงานสรุปผลตัวชี้วัด (KPI) เพื่อประเมินประสิทธิภาพการเผยแพร่ทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์และโซเชียลมีเดีย ในแต่ละงวดส่งมอบงาน และในงวดสุดท้ายต้องมีรายงานผลการเผยแพร่เพื่อสรุปผลตัวชี้วัดรายปีและรายไตรมาส
  • ถาม: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดบ้างที่นอกเหนือจากค่าแรงผลิตสื่อ?

    • ตอบ: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปเก็บข้อมูล/ทำข่าว/บทความ ในพื้นที่ต่างๆ ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคด้วยตนเอง
  • ถาม: หากเนื้อหาที่เผยแพร่มีข้อผิดพลาด จะต้องทำอย่างไร?

    • ตอบ: ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบในกรณีที่นำเสนอเนื้อหาผิดพลาด และจะต้องดำเนินการชี้แจงหรือแก้ไขให้ถูกต้องทันที
  • ถาม: มีขั้นตอนการอนุมัติเนื้อหาก่อนการผลิตและเผยแพร่หรือไม่?

    • ตอบ: มี ผู้รับจ้างต้องวางแผนเสนอรายละเอียดและรูปแบบของการผลิตและเผยแพร่ล่วงหน้า เพื่อนำเสนอต่อสำนักงาน กปร. ให้ตรวจอนุมัติก่อนการผลิตอย่างน้อย 15 วันทำการ
  • ถาม: งานที่ส่งมอบในแต่ละงวดต้องมีรูปแบบการจัดส่งอย่างไร?

    • ตอบ: งานที่ส่งมอบในแต่ละงวด (เช่น แผนงาน, หลักฐานการเผยแพร่, รายงาน) ต้องจัดส่งเป็นรูปเล่มหรือเข้าแฟ้มและเรียงลำดับเลขหน้า จำนวน 2 ชุด
  • ถาม: สิทธิในเนื้อหาหรือลิขสิทธิ์ของงานที่ผลิตขึ้นเป็นของผู้ใด?

    • ตอบ: ข่าว บทความ และสกู๊ปพิเศษหรือบทความเฉลิมพระเกียรติที่ผลิตและเผยแพร่แล้ว ให้ถือเป็นลิขสิทธิ์ที่ถูกต้องตามกฎหมายของสำนักงาน กปร. ที่จะสามารถนำไปเผยแพร่ซ้ำได้

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ข้อกําหนดขอบเขตของงาน (TOR)
โครงการผลิตและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ

  1. ความเป็นมา
    ทางสื่อสิ่งพิมพ์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ประจําปีงบประมาณ 2569
    ด้วยสํานักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ (สํานักงาน กปร.) มีหน้าที่ในการประสาน วางแผน สนับสนุนการดําเนินงาน ติดตามประเมินผลรวมทั้งส่งเสริม การขับเคลื่อนขยายผลและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์แนวพระราชดําริ ผลสําเร็จโครงการอันเนื่องมาจาก
    พระราชดําริ
    ที่เกิดจากพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ได้พระราชทานแนวพระราชดําริ
    ในการบําบัดทุกข์บํารุงสุขให้แก่อาณาประชาราษฎร์ ที่ประสบกับปัญหาความเดือดร้อนทุกข์ยาก ซึ่งปัจจุบัน มีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริกว่า 5,000 โครงการ กระจายอยู่ทั่วประเทศและได้สร้างประโยชน์ ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างพอเพียงและยั่งยืน
    ดังนั้น เพื่อให้สาธารณชนได้รับรู้ รับทราบถึงการดําเนินงานตามแนวพระราชดําริตลอดจนผลสําเร็จ ของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ องค์ความรู้ตามแนวพระราชดําริ แบบอย่างของผู้ที่นําองค์ความรู้ ไปปฏิบัติใช้จนประสบผลสําเร็จ รวมทั้งกิจกรรมการดําเนินงานของสํานักงาน กปร. องค์กรหรือมูลนิธิ ที่มีพระราชดําริให้จัดตั้งขึ้น สํานักงาน กปร. จึงมีความประสงค์จะเผยแพร่ประชาสัมพันธ์แนวพระราชดําริ การดําเนินงานรวมถึงผลสําเร็จจากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ ผ่านทางสื่อสิ่งพิมพ์ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ในรูปของข่าวและบทความ ให้สาธารณชนได้รับรู้รับทราบ และสามารถ น้อมนําแนวพระราชดําริไปต่อยอดและขยายผลให้บังเกิดความมั่นคงต่อตนเอง ชุมชน สิ่งแวดล้อม
    และประเทศชาติต่อไป
  2. วัตถุประสงค์
    2.1 เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ ในแนวพระราชดําริ การขยายผลการพัฒนาตามแนวพระราชดําริ และเป็นต้นแบบในการน้อมนําแนวพระราชดําริ ไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง สังคม และประเทศชาติสืบไป
    2.2 เพื่อขยายผลและเผยแพร่องค์ความรู้ตลอดจนผลสําเร็จจากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ
    ไปสู่สาธารณชนซึ่งจะนําไปสู่กระบวนการเรียนรู้ที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
  3. คุณสมบัติผู้ยื่นข้อเสนอ
    3.1 มีความสามารถตามกฎหมาย 3.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    3.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    3.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
    3.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงาน
    ของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
    นางวิไล หมอกอรุณ (ประธานกรรมการ)
    naw
    นางสาวทัศพร กาญจนเรขา
    (กรรมการ)
    นางสาวรัชดาพร ศาลากิจ (กรรมการและเลขานุการ)
    2
    3.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการ
    บริหารพัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
    3.7 เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
    3.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่สํานักงาน กปร.
    ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคา อย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
    3.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่น ข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
    3.10 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้างที่ดําเนินการเสร็จแล้ว ภายในวงเงินไม่น้อยกว่า 745,000 บาท (เจ็ดแสนสี่หมื่นห้าพันบาทถ้วน) และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรง กับหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานเอกชนที่มีความน่าเชื่อถือ โดยจะต้องยื่นหลักฐานสําเนาหนังสือรับรอง
    ผลงานหรือสําเนาหลักฐานประกอบการว่าจ้างพร้อมรับรองสําเนาถูกต้องเพื่อประกอบการพิจารณา
    3.11 ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
    (1) การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
    กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของ ผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
    (2) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้า
    นั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
    สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้า ทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
    (3) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
    (3.1) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
    สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้า
    ทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
    ในนามกิจการร่วมค้า
    (3.2) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้าที่ ได้รับมอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ (3.1) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการ จําหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
    3.12 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement: e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
    3.13 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
    (1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศซึ่งได้ จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่
    cl
    นางวิไล หมอกอรุณ (ประธานกรรมการ)
    nam
    นางสาวทัศพร กาญจนเรขา
    (กรรมการ)
    นางสาวรัชดาพร ศาลากิจ (กรรมการและเลขานุการ)
    มาจากพระราชดํา
    พิเศษเพื่องานของการอันเนื่อง
    หน่วยงานของรัฐกําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ 1 ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงิน กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่น ข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก 1 ปี ได้
    (2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ํากว่า 1 ล้านบาท
    (3) สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคล ธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมี เงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่น ข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ
    รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
  4. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอ ที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
    (1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดา ที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจ
    ค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย
    แจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขา รับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน (2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่ มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือ และ
    บริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์
    ประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร
    แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ
    อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจาก สํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน
  5. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ ถือสัญชาติไทยตามข้อ 2 ข้อ 3 และข้อ 4 (2) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคา ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
    élin
    นางวิไล หมอกอรุณ (ประธานกรรมการ)
    namw
    นางสาวทัศพร กาญจนเรขา
    (กรรมการ)
    นางสาวรัชดาพร ศาลากิจ (กรรมการและเลขานุการ)
    พิเศษเพื่อประสา
    งมาจากพระราชดํา
    3
    4
    ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ
    ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการ ต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. 2539 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าว ในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่า
    ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
  6. กรณีตาม ข้อ 1 - ข้อ 5 ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้
    (6.1) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
    (6.2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติ
    ล้มละลาย พ.ศ. 2483 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
    (6.3)
    งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และงานจ้าง ก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้ว
    มีผลใช้บังคับ
    ก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
    (6.4) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติ
    การจัดซื้อจัดจ้างฯ
    (6.5) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
    (6.6) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
  7. กลุ่มเป้าหมาย
    4.1 เยาวชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา นักวิชาการ 4.2 หน่วยงานภาครัฐและเอกชน
    4.3 ประชาชนทั่วไป
  8. ขอบเขตการดําเนินงาน
    5.1 ผู้รับจ้างดําเนินการผลิตและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลสําเร็จของโครงการอันเนื่องมาจาก พระราชดําริ องค์ความรู้ตามแนวพระราชดําริและแบบอย่างของผู้ที่นําองค์ความรู้ไปปฏิบัติใช้จนประสบผลสําเร็จ
    รวมถึงกิจกรรมการดําเนินงานของสํานักงาน กปร. องค์กรหรือมูลนิธิที่มีพระราชดําริให้จัดตั้งขึ้นใน 3 รูปแบบ ประกอบด้วย ข่าว บทความ และสกู๊ปพิเศษ หรือ บทความเฉลิมพระเกียรติ รวมทั้งสิ้น 143 ชิ้นงาน เพื่อนําไป เผยแพร่ทางสื่อสิ่งพิมพ์ ได้แก่ หนังสือพิมพ์รายวัน หนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ นิตยสาร สื่ออิเล็กทรอนิกส์ สื่อโซเชียลมีเดีย และเว็บไซต์ของสํานักงาน กปร. เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น โดยมีรายละเอียดดังนี้
    รูปแบบที่ 1 : ข่าว ได้แก่ การผลิตและเผยแพร่ข่าว จํานวน 30 ข่าว โดยนําข่าวไปเผยแพร่ ทางสื่อสิ่งพิมพ์ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ที่ได้รับความนิยม รวมการเผยแพร่ทั้งสิ้น 120 ชิ้นงาน ได้แก่
  • เผยแพร่ข่าวทางสื่อหนังสือพิมพ์รายวัน เช่น ไทยรัฐ เดลินิวส์ ผู้จัดการรายวัน ไทยโพสต์ เป็นต้น โดยจะต้องมีขนาดไม่ต่ํากว่า 3 x 10 คอลัมน์นิ้ว จํานวน 1 ฉบับต่อ 1 ข่าว รวมการเผยแพร่ทั้งสิ้น 30 ชิ้นงาน
  • เผยแพร่ข่าวทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และสื่อโซเชียลมีเดีย โดยจะเผยแพร่ในสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และสื่อโซเชียลมีเดียที่ได้รับความนิยม จํานวน 3 สื่อ ต่อ 1 ข่าว รวมการเผยแพร่ทั้งสิ้น 90 ชิ้นงาน อาทิ เว็บไซต์ต่าง ๆ เพจที่ได้รับความนิยมมีผู้ติดตามไม่ต่ํากว่า 300,000 คน ขึ้นไป หรือช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ อื่น ๆ ตามที่สํานักงาน กปร. กําหนด

    ………..
    นางวิไล หมอกอรุณ (ประธานกรรมการ)
    นางสาวทัศพร กาญจนเรขา
    (กรรมการ)
    นางสาวรัชดาพร ศาลากิจ
    (กรรมการและเลขาน สาน
    จากพระราชดําริ
    งานโครงการอันเนื่อ
    รูปแบบที่ 2 : บทความ ได้แก่ การผลิตและเผยแพร่บทความ จํานวน 10 เรื่อง โดยนําบทความ ไปเผยแพร่ทางสื่อสิ่งพิมพ์ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับความนิยม รวมการเผยแพร่ทั้งสิ้น 20 ชิ้นงาน ได้แก่
  • เผยแพร่บทความทางสื่อหนังสือพิมพ์รายวัน หนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ นิตยสาร โดยจะต้องมี ขนาดไม่ต่ํากว่า 4.5 X 10 คอลัมน์นิ้ว จํานวน 1 ฉบับต่อ 1 ข่าว รวมการเผยแพร่ทั้งสิ้น 10 ชิ้นงาน
  • เผยแพร่บทความทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และสื่อโซเชียลมีเดีย โดยจะเผยแพร่ใน สื่ออิเล็กทรอนิกส์ และสื่อโซเชียลมีเดียที่ได้รับความนิยม จํานวน 1 สื่อ ต่อ 1 บทความ รวมการเผยแพร่ทั้งสิ้น 10 ชิ้นงาน อาทิ เว็บไซต์ต่าง ๆ เพจที่ได้รับความนิยมมีผู้ติดตามไม่ต่ํากว่า 300,000 คน ขึ้นไป หรือช่องทาง อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ตามที่สํานักงาน กปร. กําหนด
    รูปแบบที่ 3 : สกู๊ปพิเศษ หรือ บทความเฉลิมพระเกียรติ ได้แก่ การผลิตและเผยแพร่บทความ เฉลิมพระเกียรติ จํานวน 2 เรื่อง โดยนําไปเผยแพร่ทางสื่อนิตยสารและสื่ออิเล็กทรอนิกส์ รวมการเผยแพร่ ทั้งสิ้น 3 ชิ้นงาน ได้แก่
  • เผยแพร่บทความเฉลิมพระเกียรติทางสื่อนิตยสารชั้นนํา ขนาด 2 หน้า 1 คู่ 4 สี จํานวน 1 ฉบับต่อ 1 บทความ รวมการเผยแพร่ทั้งสิ้น 1 ชิ้นงาน
  • เผยแพร่บทความเฉลิมพระเกียรติทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ จํานวน 1 สื่อ ต่อ 1 บทความ รวมการเผยแพร่ทั้งสิ้น 2 ชิ้นงาน
    5.2 ผู้รับจ้างดําเนินการรวบรวมและนําข่าว บทความ บทความเฉลิมพระเกียรติ ที่เผยแพร่แล้ว หรือคัดลอกลิงก์ URL ข่าวออนไลน์ ตามข้อ 5.1 ลงเว็บไซต์ของสํานักงาน กปร.
    ทั้งนี้ ในการจัดทําข่าว บทความ และบทความเฉลิมพระเกียรติ จะต้องมีเนื้อหาครอบคลุม รายละเอียด ดังนี้
  • ความเป็นมา กิจกรรม ผลการดําเนินงาน และผลสําเร็จที่ได้รับจากการดําเนินงานในโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดําริที่สําคัญ ๆ และเป็นประโยชน์ต่อประชาชน
  • แนวพระราชดําริในการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาให้กับราษฎร
  • ความเคลื่อนไหวและกิจกรรมในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ และสํานักงาน กปร.
  • การขยายผลความสําเร็จของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ ที่ประชาชนสามารถนําไป
    ประยุกต์ใช้ในการดํารงชีวิตได้อย่างยั่งยืน
  • บทความเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสพิเศษและวาระสําคัญ
  • บทความเกี่ยวกับความสําเร็จของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ เพื่อให้ประชาชนรับรู้ รับทราบ และสามารถนําไปประยุกต์ใช้ได้อย่างแพร่หลายยิ่งขึ้น
  • บทสัมภาษณ์ผู้บริหารของสํานักงาน กปร. องค์กรหรือมูลนิธิที่มีพระราชดําริให้จัด และราษฎรที่ได้รับประโยชน์จากโครงการ ที่มีความทันสมัย ชัดเจน และเป็นประโยชน์ต่อสังคม
    ขน
  • ภาพประกอบในรูปแบบ Infographic อย่างง่าย หรือแผนภูมิ แผนผัง แผนภาพ หรือสรุปข้อมูล ในรูปแบบข้อความสั้นเป็น Bullet Points หรือ Captions สั้น ๆ เพื่อดึงความสนใจของผู้อ่าน
    5.3 ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการติดตามและจัดทํารายงานสรุปผลตัวชี้วัด เพื่อประเมินผลประสิทธิภาพ ในการเผยแพร่ทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และสื่อโซเชียลมีเดีย ทั้ง 3 รูปแบบ รวมทั้งสิ้น 143 ชิ้นงาน ประกอบด้วย
    ข่าว จํานวน 120 ชิ้นงาน
    o
  • บทความ จํานวน 20 ชิ้นงาน
  • สกู๊ปพิเศษ หรือ บทความเฉลิมพระเกียรติ จํานวน 3 ชิ้นงาน
    นางวิไล หมอกอรุณ (ประธานกรรมการ)
    nover
    นางสาวทัศพร กาญจนเรขา
    (กรรมการ)
    2.5
    นางสาวรัชดาพร ศาลากิจ (กรรมการและเลขานุการ)
    าจากพระราชดําริ
    เก
    5
    6
    ON
  1. กําหนดเวลาส่งมอบพัสดุ
    ภายใน 365 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา
  2. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
    สํานักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ
    (สํานักงาน กปร.) ใช้เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น (Price Performance) ในการพิจารณาผู้ชนะการยื่น ข้อเสนอ โดยจะพิจารณาให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ําหนักที่กําหนด และผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องได้คะแนน ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่นผ่านเกณฑ์ขั้นต่ําตามที่สํานักงาน กปร. กําหนด ดังนี้
    การจัดจ้างโครงการจ้างผลิตและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ
    ทางสื่อสิ่งพิมพ์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ประจําปี 2569 จํานวน 1 งาน
    7.1 ราคาที่ยื่นข้อเสนอ (Price) กําหนดน้ําหนักเท่ากับร้อยละ 20 7.2 ซองข้อเสนอด้านเทคนิค กําหนดน้ําหนักเท่ากับร้อยละ 80
    วิธีการให้คะแนน ดังนี้ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาจะพิจารณาโดยเปรียบเทียบจาก
    เอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้เสนอมา
    ประกอบการให้คะแนนจากการนําเสนอของผู้เสนองานที่ตรงตามขอบเขต งานที่ระบุและเป็นประโยชน์ตรงตามวัตถุประสงค์ของสํานักงาน กปร. โดยเรียงลําดับดีที่สุดลงมา
    โดยกําหนดให้น้ําหนักรวมทั้งหมดเท่ากับร้อยละ 100 ผู้ที่ได้รับคะแนนรวมสูงสุดจากระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) จะเป็นผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) 8. หลักเกณฑ์ในการนําเสนอด้านเทคนิค
    การพิจารณาข้อเสนอดําเนินการโดยคณะกรรมการพิจารณาคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอตามข้อ 3 หากคุณสมบัติไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กําหนดไว้ คณะกรรมการฯ จะไม่พิจารณาข้อเสนอด้านเทคนิค โดยมี รายละเอียดการพิจารณาให้คะแนนข้อเสนอด้านเทคนิค ดังนี้
    ลําดับ

a
รายละเอียดการพิจารณาให้คะแนนข้อเสนอด้านเทคนิค
เกณฑ์การพิจารณาด้านเทคนิค
แนวคิดและกลยุทธ์ในการจัดทํากรอบแนวคิด แผนกลยุทธ์ และแผนงานเพื่อผลิตและ เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ทางสื่อสิ่งพิมพ์ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์

  • มีความเข้าใจในภารกิจของสํานักงาน กปร. มีแผนการผลิตสื่อเพื่อเผยแพร่อย่างต่อเนื่อง
    และระบุสื่อที่จะนําไปเผยแพร่ได้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างชัดเจน
  1. รูปแบบที่ 1 : ข่าว (30 ข่าว รวมการเผยแพร่ทั้งสิ้น 120 ชิ้นงาน)
  • จัดทํากรอบแนวคิด แผนกลยุทธ์และแผนงานในการผลิตและเผยแพร่ข่าว ที่ตรงกับ ภารกิจของสํานักงาน กปร.จํานวน 25 - 30 ข่าว มีแผนการผลิตและเผยแพร่ข่าวที่ ชัดเจน ต่อเนื่อง และมีช่องทางการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข่าวที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทั้ง แบบกว้างและแบบจําเพาะ ระบุสื่อที่จะนําไปเผยแพร่ได้ชัดเจนทั้งสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ ที่ทันสมัย เป็นที่นิยม และสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย มากที่สุด - จัดทํากรอบแนวคิด แผนกลยุทธ์และแผนงานในการผลิตและเผยแพร่ข่าว ที่ตรงกับ ภารกิจของสํานักงาน กปร. จํานวน 19 - 24 ข่าว มีแผนการผลิตและเผยแพร่ข่าวที่ ชัดเจน ต่อเนื่อง และมีช่องทางการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข่าวที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทั้ง
    นางวิไล หมอกอรุณ (ประธานกรรมการ)
    นางสาวทัศพร กาญจนเรขา
    (กรรมการ)
    นางสาวรัชดาพร ศาลากิจ (กรรมการและเลขานุการ)
    การที่
    คะแนน
    60
    35
    29-35
    22-28
    กพระราชดําริ
    ประสานงานโครงการแ
    7
    ลําดับ
    ol
    เกณฑ์การพิจารณาด้านเทคนิค
    แบบกว้างและแบบจําเพาะ ระบุสื่อที่จะนําไปเผยแพร่ได้ชัดเจนทั้งสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ ที่ทันสมัย เป็นที่นิยม และสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายมาก
  • จัดทํากรอบแนวคิด แผนกลยุทธ์และแผนงานในการผลิตและเผยแพร่ข่าว ที่ตรงกับ ภารกิจของสํานักงาน กปร. จํานวน 13 - 18 ข่าว มีแผนการผลิตและเผยแพร่ข่าวที่ ชัดเจน ต่อเนื่อง และมีช่องทางการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข่าวที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทั้ง แบบกว้างและแบบจําเพาะ ระบุสื่อที่จะนําไปเผยแพร่ได้ชัดเจนทั้งสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ ที่ทันสมัย เป็นที่นิยม และสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายปานกลาง
  • จัดทํากรอบแนวคิด แผนกลยุทธ์และแผนงานในการผลิตและเผยแพร่ข่าว ที่ตรงกับ ภารกิจของสํานักงาน กปร. จํานวน 7 - 12 ข่าว มีแผนการผลิตและเผยแพร่ข่าวที่ชัดเจน ต่อเนื่อง และมีช่องทางการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข่าวที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทั้งแบบกว้าง และแบบจําเพาะ ระบุสื่อที่จะนําไปเผยแพร่ได้ชัดเจนทั้งสื่อสิ่งพิมพ์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ที่ทันสมัย เป็นที่นิยม และสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายน้อย
  • จัดทํากรอบแนวคิด แผนกลยุทธ์และแผนงานในการผลิตและเผยแพร่ข่าว ที่ตรงกับ ภารกิจของสํานักงาน กปร. จํานวน 1 - 6 ข่าว มีแผนการผลิตและเผยแพร่ข่าวที่ชัดเจน ต่อเนื่อง และมีช่องทางการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข่าวที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทั้งแบบกว้าง และแบบจําเพาะ ระบุสื่อที่จะนําไปเผยแพร่ได้ชัดเจนทั้งสื่อสิ่งพิมพ์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ที่ทันสมัย เป็นที่นิยม และสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายน้อยมาก
    ไม่ได้ นําเสนอแนวคิดและกลยุทธ์ในการจัดทํากรอบแนวคิด แผนกลยุทธ์ และแผนงาน 2) รูปแบบที่ 2 : บทความ (10 บทความ รวมการเผยแพร่ทั้งสิ้น 20 ชิ้นงาน)
    คะแนน
    15 21
    8 14

1-7
0
15

  • จัดทํากรอบแนวคิด แผนกลยุทธ์และแผนงานในการผลิตและเผยแพร่บทความ ที่ตรงกับ 11-15 ภารกิจของสํานักงาน กปร. จํานวน 7 - 10 บทความ มีแผนการผลิตและเผยแพร่บทความที่ ชัดเจน ต่อเนื่อง และมีช่องทางการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์บทความที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทั้ง แบบกว้างและแบบจําเพาะ ระบุสื่อที่จะนําไปเผยแพร่ได้ชัดเจนทั้งสื่อสิ่งพิมพ์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ที่ทันสมัย สร้างสรรค์ เป็นที่นิยม และสามารถสื่อสารได้ตรงกลุ่มเป้าหมายมาก
  • จัดทํากรอบแนวคิด แผนกลยุทธ์และแผนงานในการผลิตและเผยแพร่บทความ ที่ตรงกับ ภารกิจของสํานักงาน กปร. จํานวน 4 - 6 บทความ มีแผนการผลิตและเผยแพร่บทความ ที่ชัดเจน ต่อเนื่อง และมีช่องทางการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์บทความที่เข้าถึง กลุ่มเป้าหมายทั้งแบบกว้างและแบบจําเพาะ ระบุสื่อที่จะนําไปเผยแพร่ได้ชัดเจนทั้งสื่อ สิ่งพิมพ์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ที่ทันสมัย สร้างสรรค์ เป็นที่นิยม และสามารถสื่อสารได้ ตรงกลุ่มเป้าหมายปานกลาง
  • จัดทํากรอบแนวคิด แผนกลยุทธ์และแผนงานในการผลิตและเผยแพร่บทความ ที่ตรงกับ ภารกิจของสํานักงาน กปร. จํานวน 1 - 3 บทความ มีแผนการผลิตและเผยแพร่บทความ ที่ชัดเจน ต่อเนื่อง และมีช่องทางการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์บทความที่เข้าถึง กลุ่มเป้าหมายทั้งแบบกว้างและแบบจําเพาะ ระบุสื่อที่จะนําไปเผยแพร่ได้ชัดเจนทั้งสื่อ สิ่งพิมพ์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ที่ทันสมัย สร้างสรรค์ เป็นที่นิยม และสามารถสื่อสารได้ ตรงกลุ่มเป้าหมายน้อย
  • ไม่ได้ นําเสนอแนวคิดและกลยุทธ์ในการจัดทํากรอบแนวคิด แผนกลยุทธ์ และแผนงาน
    นางวิไล หมอกอรุณ (ประธานกรรมการ)
    นางสาวทัศพร กาญจนเรขา (กรรมการ)
    คณะกรร
    นางสาวรัชดาพร ศาลากิจ
    (กรรมการและเลขานุการ)
    6 10
    1-5
    0
    จากพระราชดําริ
    ในเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องม
    8
    ลําดับ

เกณฑ์การพิจารณาด้านเทคนิค
3) รูปแบบที่ 3 : สกู๊ปพิเศษ หรือ บทความเฉลิมพระเกียรติ (2 บทความ รวมการเผยแพร่ทั้งสิ้น 3 ชิ้นงาน)

  • จัดทํากรอบแนวคิด แผนกลยุทธ์และแผนงานในการผลิตและเผยแพร่สกู๊ปพิเศษ หรือ บทความเฉลิมพระเกียรติที่ตรงกับภารกิจของสํานักงาน กปร. ครบจํานวน 2 เรื่อง และมี
    ช่องทางการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทั้งแบบกว้างและแบบจําเพาะ
    ระบุสื่อที่จะนําไปเผยแพร่ได้ชัดเจนทั้งสื่อสิ่งพิมพ์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ที่ทันสมัย สร้างสรรค์ เป็น ที่นิยม และสามารถสื่อสารได้ตรงกลุ่มเป้าหมายมาก
  • จัดทํากรอบแนวคิด แผนกลยุทธ์และแผนงานในการผลิตและเผยแพร่สกู๊ปพิเศษ หรือ บทความเฉลิมพระเกียรติที่ตรงกับภารกิจของสํานักงาน กปร. ครบจํานวน 1 เรื่อง และมี
    ช่องทางการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทั้งแบบกว้างและแบบจําเพาะ ระบุสื่อที่จะนําไปเผยแพร่ได้ชัดเจนทั้งสื่อสิ่งพิมพ์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ที่ทันสมัย สร้างสรรค์ เป็น ที่นิยม และสามารถสื่อสารได้ตรงกลุ่มเป้าหมายปานกลาง
  • ไม่ได้ นําเสนอแนวคิดและกลยุทธ์ในการจัดทํากรอบแนวคิด แผนกลยุทธ์ และแผนงาน ตัวอย่างพร้อมออกแบบ จํานวน 2 ชิ้นงาน แบ่งเป็นข่าว 1 ชิ้นงาน และ สกู๊ปพิเศษ หรือ บทความเฉลิมพระเกียรติ 1 ชิ้นงาน (เพื่อประกอบการพิจารณา) 1) รูปแบบที่ 1 : ข่าว
  • จัดทําตัวอย่างพร้อมออกแบบข่าวประชาสัมพันธ์ ที่สร้างสรรค์ สื่อสารได้ตรงตาม วัตถุประสงค์มาก มีการนําเสนอในมุมมอง/ รูปแบบใหม่ ๆ ใช้ภาษาสละสลวยเข้าใจง่าย ภาพประกอบมีความสวยงามสื่อความหมายได้ชัดเจน มี Infographic ประกอบข่าว เนื้อหามีความถูกต้องครบถ้วน ตรงประเด็น (ไม่ยาวเกินไป) และทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน - จัดทําตัวอย่างพร้อมออกแบบข่าวประชาสัมพันธ์ ที่สร้างสรรค์ สื่อสารได้ตรงตาม วัตถุประสงค์ปานกลาง มีการนําเสนอในมุมมอง/ รูปแบบเดิม ๆ (เหมือนที่เคยทําอยู่แล้ว) ใช้ภาษาที่ผู้อ่านเข้าถึงได้ยาก แต่ภาพประกอบมีความสวยงามสื่อความหมายได้ชัดเจน เนื้อหามีความถูกต้องครบถ้วน ตรงประเด็น (ไม่ยาวเกินไป) และทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน - จัดทําตัวอย่างพร้อมออกแบบข่าวประชาสัมพันธ์ ที่สร้างสรรค์ สื่อสารได้ตรงตาม วัตถุประสงค์น้อย มีการนําเสนอในมุมมอง/ รูปแบบเดิม ๆ (เหมือนที่เคยทําอยู่แล้ว) ใช้ภาษาที่ผู้อ่านเข้าถึงได้ยาก ภาพประกอบไม่มีความสวยงามสื่อความหมายไม่ชัดเจน เนื้อหาไม่ถูกต้องครบถ้วน ไม่ตรงประเด็น และไม่ทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน
  • ไม่ได้จัดทําตัวอย่างข่าวประชาสัมพันธ์
  1. รูปแบบที่ 3 : สกู๊ปพิเศษ หรือ บทความเฉลิมพระเกียรติ
  • จัดทําตัวอย่างพร้อมออกแบบสกู๊ปพิเศษ หรือ บทความเฉลิมพระเกียรติ ที่สร้างสรรค์ สื่อสารได้ ตรงตามวัตถุประสงค์มาก มีการนําเสนอในมุมมอง/ รูปแบบใหม่ ๆ ใช้ภาษาสละสลวย เข้าใจง่าย ภาพประกอบมีความสวยงามสื่อความหมายได้ชัดเจน มี Infographic ประกอบบทความ เนื้อหามีความถูกต้องครบถ้วน ตรงประเด็น (ไม่ยาวเกินไป) และทันต่อ สถานการณ์ปัจจุบัน
  • จัดทําตัวอย่างพร้อมออกแบบสกู๊ปพิเศษ หรือ บทความเฉลิมพระเกียรติ ที่สร้างสรรค์ สื่อสารได้
    นางวิไล หมอกอรุณ (ประธานกรรมการ)
    นางสาวทัศพร กาญจนเรขา
    (กรรมการ)
    นางสาวรัชดาพร ศาลากิจ (กรรมการและเลขานุการ)
    คะแนน
    10
    6 10
    1-5
    0
    30
    15
    11-15
    6-10
    1-5
    0
    15
    11-15
    6-10
    มาจากพระราชด้าน
  • พิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่อ
    ลําดับ

เกณฑ์การพิจารณาด้านเทคนิค
ตรงตามวัตถุประสงค์ปานกลาง มีการนําเสนอในมุมมอง/รูปแบบเดิม ๆ (เหมือนที่เคยทําอยู่แล้ว) ใช้ภาษาที่ผู้อ่านเข้าถึงได้ยาก แต่ภาพประกอบมีความสวยงามสื่อความหมายได้ชัดเจน เนื้อหามีความถูกต้องครบถ้วน ตรงประเด็น (ไม่ยาวเกินไป) และทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน จัดทําตัวอย่างพร้อมออกแบบสกู๊ปพิเศษ หรือ บทความเฉลิมพระเกียรติ ที่สร้างสรรค์ สื่อสารได้ ตรงตามวัตถุประสงค์น้อย มีการนําเสนอในมุมมอง/ รูปแบบเดิม ๆ (เหมือนที่เคยทําอยู่ แล้ว) ใช้ภาษาที่ผู้อ่านเข้าถึงได้ยาก ภาพประกอบไม่มีความสวยงามสื่อความหมาย ไม่ชัดเจน เนื้อหาไม่ถูกต้องครบถ้วน ไม่ตรงประเด็น และไม่ทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน - ไม่ได้จัดทําตัวอย่างสกู๊ปพิเศษ หรือ บทความเฉลิมพระเกียรติ
ผลงาน/ ประสบการณ์ในการผลิตและเผยแพร่ข่าว บทความ ทางสื่อสิ่งพิมพ์ และสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ ที่ผ่านมา
*
ต้องแนบผลงานของบริษัทฯ มาเพื่อประกอบการพิจารณา
คะแนน
1-5
0
10

  • มีประสบการณ์ในการผลิตและเผยแพร่ข่าว บทความ ทางสื่อสิ่งพิมพ์ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ภายในระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่ 4 ผลงานขึ้นไป
    7-10
  • มีประสบการณ์ในการผลิตและเผยแพร่ข่าว บทความ ทางสื่อสิ่งพิมพ์ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ภายในระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่ 3 ผลงานขึ้นไป
    4-6
  • มีประสบการณ์ในการผลิตและเผยแพร่ข่าว บทความ ทางสื่อสิ่งพิมพ์ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ภายในระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่ 2 ผลงานขึ้นไป
  • ไม่มีประสบการณ์ในการผลิตและเผยแพร่ข่าว บทความ ทางสื่อสิ่งพิมพ์ และ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ภายในระยะเวลา 3 ปี
  1. วงเงินงบประมาณ
    จํานวนเงิน 1,490,000 บาท (หนึ่งล้านสี่แสนเก้าหมื่นบาทถ้วน)
  2. เงื่อนไขการดําเนินงาน
    1-3
    0
    10.1 ผู้รับจ้างต้องจัดส่งเจ้าหน้าที่ที่มีประสบการณ์ความรู้ความเข้าใจโครงการอันเนื่องมาจาก พระราชดําริ ตลอดจนแนวพระราชดําริด้านต่าง ๆ รวมถึงมีความเชี่ยวชาญในการเขียนข่าว บทความ และสกู๊ปพิเศษ หรือบทความเฉลิมพระเกียรติ เพื่อเรียบเรียงข้อมูลในการผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ลงสื่อหนังสือพิมพ์รายวัน รายสัปดาห์ นิตยสาร และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ให้มีเนื้อหาที่ทันสมัย กระชับ ชัดเจน ถูกต้องและสมบูรณ์ จํานวน 1 คน ที่มีอํานาจในการตัดสินใจและแก้ไขปัญหา เพื่อทําหน้าที่ประสานงานในขั้นตอนการดําเนินงาน ตลอดโครงการตามสัญญา
    10.2 ผู้รับจ้างต้องจัดทําแผนการดําเนินงานโดยภาพรวมให้ผู้ว่าจ้างพิจารณาภายใน 60 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
    10.3 กําหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า 60 วัน นับแต่วันเสนอราคา
    10.4 ผู้รับจ้างจะต้องวางแผนเสนอรายละเอียดและรูปแบบของการผลิตและเผยแพร่ล่วงหน้า ก่อนดําเนินการผลิตและเผยแพร่ข่าว บทความ และสกู๊ปพิเศษ หรือ บทความเฉลิมพระเกียรติ นําเสนอ สํานักงาน กปร. เพื่อตรวจอนุมัติข่าวและบทความให้สมบูรณ์พร้อมกับเสนอให้ผู้ว่าจ้างพิจารณาก่อนการผลิต อย่างน้อย 15 วันทําการ
    ON
    นางวิไล หมอกอรุณ (ประธานกรรมการ)
    นางสาวทัศพร กาญจนเรขา
    นางสาวรัชดาพร ศาลากิจ
    (กรรมการ)
    (กรรมการและเลขานการ
    กรรมการพิเศษเพื่อป
    าจากพระราชดําริ
    9
    10
    10.5 รูปแบบข่าว บทความ และสกู๊ปพิเศษ หรือ บทความเฉลิมพระเกียรติ ที่จะเผยแพร่จะต้องมี เนื้อหาที่ถูกต้อง ภาพประกอบที่ทันสมัย รวมทั้งใช้ภาพกราฟิกเพื่อสื่อความหมายถึงแนวพระราชดําริและ ผลสําเร็จที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน พร้อมทั้งสอดแทรกคําสัมภาษณ์ตามความเหมาะสม เพื่อเพิ่มความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ ตลอดจนกิจกรรมการดําเนินงานของ
    สํานักงาน กปร. องค์กรหรือมูลนิธิที่มีพระราชดําริให้จัดตั้งขึ้นอย่างสอดคล้องกัน
    10.6 ผู้รับจ้างจะต้องศึกษารายละเอียดของโครงการ พร้อมทั้งดําเนินการหาข้อมูล และติดต่อ ประสานงานกับผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรง ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
    10.7 ผู้รับจ้างจะต้องจัดส่งผลงานข่าว บทความ และสกู๊ปพิเศษ หรือ บทความเฉลิมพระเกียรติ ที่แล้วเสร็จสมบูรณ์
    10.8 ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปทําข่าว บทความ และสกู๊ปพิเศษ หรือ บทความเฉลิมพระเกียรติ
    10.9 ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบในกรณีนําเสนอเนื้อหาผิดพลาด และจะต้องดําเนินการชี้แจงหรือ แก้ไขให้ถูกต้อง
    10.10 ข่าว บทความ และสกู๊ปพิเศษ หรือ บทความเฉลิมพระเกียรติที่ผู้รับจ้างผลิต เมื่อเผยแพร่แล้ว ให้ถือเป็นลิขสิทธิ์ที่ถูกต้องตามกฎหมายของสํานักงาน กปร. ที่จะสามารถนําไปเผยแพร่ซ้ําได้
  3. งวดงานและการจ่ายเงิน
    ผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบงานและการเบิกจ่ายเงิน โดยแบ่งออกเป็น 4 งวด ดังนี้
    งวดที่ 1 ร้อยละ 10 ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างจัดทํากรอบแนวทาง แผนงานในการผลิตและเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ทางสื่อสิ่งพิมพ์ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ประกอบด้วย ข่าว จํานวน 30 ข่าว บทความ จํานวน 10 เรื่อง และสกู๊ปพิเศษ หรือ บทความเฉลิมพระเกียรติ จํานวน 2 เรื่อง และแผนการเผยแพร่ทั้ง 143 ชิ้นงาน โดยส่งมอบเป็นรูปเล่ม หรือเข้าแฟ้มและเรียงลําดับเลขหน้า จํานวน 2 ชุด
    งวดที่ 2 ร้อยละ 30 ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างดําเนินการผลิตและเผยแพร่ ข่าวสื่อสิ่งพิมพ์ จํานวน 10 ข่าว ข่าวอิเล็กทรอนิกส์ จํานวน 10 ข่าว บทความสื่อสิ่งพิมพ์ จํานวน 3 เรื่อง และบทความสื่ออิเล็กทรอนิกส์ จํานวน 3 เรื่อง โดยนําข่าว บทความ และสกู๊ปพิเศษ หรือ บทความเฉลิมพระเกียรติ ที่ได้เผยแพร่แล้วนั้น นําลง website สํานักงาน กปร. โดยพิมพ์หน้า website ของสื่ออิเล็กทรอนิกส์พร้อมคัดลอก URL และ/หรือ ถ่ายภาพการเผยแพร่ข่าว บทความ บทความเฉลิมพระเกียรติที่เผยแพร่แล้วสามารถตรวจสอบได้ พร้อมทั้ง รวบรวมข้อมูล รายงานผลการเผยแพร่ทางสื่อสิ่งพิมพ์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเพื่อสรุปผลตัวชี้วัด โดยส่งมอบเป็นรูปเล่มหรือเข้าแฟ้มและเรียงลําดับเลขหน้า จํานวน 2 ชุด
    งวดที่ 3 ร้อยละ 30 ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างดําเนินการผลิตและเผยแพร่ ข่าวสื่อสิ่งพิมพ์ จํานวน 10 ข่าว ข่าวอิเล็กทรอนิกส์ จํานวน 10 ข่าว บทความสื่อสิ่งพิมพ์ จํานวน 3 เรื่อง และบทความสื่ออิเล็กทรอนิกส์ จํานวน 3 เรื่อง โดยนําข่าว บทความ และสกู๊ปพิเศษ หรือ บทความเฉลิมพระเกียรติ ที่ได้เผยแพร่แล้วนั้น นําลง website สํานักงาน กปร. โดยพิมพ์หน้า website ของสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พร้อมคัดลอก URL และ/หรือ ถ่ายภาพการเผยแพร่ข่าว บทความ บทความเฉลิมพระเกียรติ ที่เผยแพร่แล้วสามารถตรวจสอบได้ พร้อมทั้ง รวบรวมข้อมูล
    รายงานผลการเผยแพร่ทางสื่อสิ่งพิมพ์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเพื่อสรุปผลตัวชี้วัด โดยส่งมอบเป็นรูปเล่มหรือเข้าแฟ้มและเรียงลําดับเลขหน้า จํานวน 2 ชุด
    งวดที่ 4 ร้อยละ 30 ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างดําเนินการผลิตและเผยแพร่ข่าวสื่อสิ่งพิมพ์ จํานวน 10 ข่าว ข่าวอิเล็กทรอนิกส์ จํานวน 10 ข่าว บทความสื่อสิ่งพิมพ์ จํานวน 4 เรื่อง บทความสื่ออิเล็กทรอนิกส์ จํานวน 4 เรื่อง
    o
    นางวิไล หมอกอรุณ (ประธานกรรมการ)
    ndar
    นางสาวทัศพร กาญจนเรขา (กรรมการ)
    นางสาวรัชดาพร ศาลากิจ (กรรมการและเลขานุการ)
    เพื่อประสานงานโค
    มาจากพระราชดําริ
    11
    และบทความเฉลิมพระเกียรติทางสื่อนิตยสาร จํานวน 2 เรื่อง และบทความเฉลิมพระเกียรติสื่ออิเล็กทรอนิกส์ จํานวน 1 เรื่อง โดยนําข่าว บทความ และสกู๊ปพิเศษ หรือ บทความเฉลิมพระเกียรติ ที่ได้เผยแพร่แล้วนั้น นําลง website สํานักงาน กปร. โดยพิมพ์หน้า website ของสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พร้อมคัดลอก URL และ/หรือ ถ่ายภาพการเผยแพร่ข่าว บทความ บทความเฉลิมพระเกียรติ ที่เผยแพร่แล้วสามารถตรวจสอบได้ พร้อมทั้ง รวบรวมข้อมูลตลอดทั้งโครงการ บันทึกไฟล์ข่าว บทความ และบทความเฉลิมพระเกียรติ ที่ใช้เผยแพร่ใน รูปแบบของ file word และ pdf ทั้งหมดบรรจุในแฟลชไดร์ฟ ที่สามารถใช้ได้กับคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และมือถือ พร้อมกับติด Tag ระบุชื่อข่าว ชื่อบทความ วัน เดือน ปี ที่ผลิต จํานวน 2 ชุด รวมถึงรายงานผล การเผยแพร่ทางสื่อสิ่งพิมพ์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อสรุปผลตัวชี้วัดรายปี รายไตรมาส โดยส่งมอบเป็นรูปเล่ม หรือเข้าแฟ้มและเรียงลําดับเลขหน้า จํานวน 2 ชุด
  4. อัตราค่าปรับ
    กรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถดําเนินการได้ตามข้อกําหนดหรือไม่สามารถส่งมอบงานได้ตามเงื่อนไข
    ที่กําหนดไว้ในเอกสารนี้ ผู้รับจ้างจะต้องชําระค่าปรับในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้างในแต่ละงวดต่อวัน กรณีที่นํางานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทําอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับอนุญาตจากสํานักงาน กปร. จะกําหนด ค่าปรับสําหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจํานวนร้อยละ 10 ของวงเงินของการจ้างงานช่วงนั้น
  5. การกําหนดระยะเวลารับประกันความชํารุดบกพร่อง (ถ้ามี)
    ผู้รับจ้างจะต้องรับประกันความชํารุดบกพร่องของงานที่เกิดขึ้นเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 เดือน นับถัดจากวันที่ได้รับมอบงานทั้งหมดไว้โดยถูกต้องครบถ้วนตามสัญญา และภายในกําหนดระยะเวลาดังกล่าว หากสิ่งของตามสัญญานี้เกิดชํารุดบกพร่องหรือขัดข้อง อันเนื่องมาจากการใช้งานตามปกติ ผู้รับจ้างจะต้อง จัดการซ่อมแซมหรือแก้ไขให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ดีดังเดิมภายใน 3 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชํารุด บกพร่องโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น
  6. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
    14.1 ทําให้ประชาชนทุกหมู่เหล่า ตระหนักและสํานึกในพระมหากรุณาธิคุณของสถาบัน พระมหากษัตริย์ ที่ได้ทรงทุ่มเทพระวรกาย เพื่อประโยชน์สุขแก่อาณาประชาราษฎร์
    14.2 ทําให้แนวพระราชดําริ และผลสําเร็จจากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ สามารถ ขยายผลการพัฒนาไปสู่ประชาชนได้อย่างกว้างขวางและแพร่หลายยิ่งขึ้น
    14.3 ทําให้ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจในแนวพระราชดําริ พร้อมทั้งสามารถน้อมนํา แนวพระราชดําริไปปฏิบัติเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการดํารงชีวิต การพัฒนาชุมชน สังคม และประเทศชาติต่อไป
  7. ผู้รับผิดชอบโครงการ
    15.1 นางวิไล
    ผู้อํานวยการกลุ่มประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ
    หมอกอรุณ
    15.2 นางสาวทัศพร
    15.3 นางสาวรัชดาพร
    กาญจนเรขา ศาลากิจ
    นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ
    นางวิไล หมอกอรุณ (ประธานกรรมการ)
    นางสาวทัศพร กาญจนเรขา (กรรมการ)
    กองประชาสัมพันธ์ มกราคม 2569)
    สํานักงานคณะ
    จากพระราชดําริ
    นางสาวรัชดาพร ศาลากิจ (กรรมการและเลขานุการ
    M
    ด้านงานโครงการอันนี้อ๑.
    ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
    บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
    O (ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจํากัด
  • สําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
    ไฟล์ข้อมูล………
  • บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
    ไฟล์ข้อมูล….
    O (ข) บริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัด
  • สําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
    ไฟล์ข้อมูล……
  • สําเนาหนังสือบริคณห์สนธิ
    ไฟล์ข้อมูล…
  • บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ
    ไฟล์ข้อมูล…… บัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) O ไม่มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ไฟล์ข้อมูล……
    ๒. ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอไม่เป็นนิติบุคคล
    ๓.
    O (ก) บุคคลธรรมดา
  • สําเนาบัตรประจําตัวประชาชนของผู้นั้น
    ไฟล์ข้อมูล……
    O (ข) คณะบุคคล
  • สําเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน
  • สําเนาบัตรประจําตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน
    ไฟล์ข้อมูล……
    ไฟล์ข้อมูล……..
    ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า
  • สําเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า
    ไฟล์ข้อมูล…..
    (ก) ในกรณีผู้ร่วมค้าเป็นบุคคลธรรมดา
  • บุคคลสัญชาติไทย
    สําเนาบัตรประจําตัวประชาชน
    ไฟล์ข้อมูล
    บุคคลที่มิใช่สัญชาติไทย
    ขนาดไฟล์…….
    ขนาดไฟล์……………
    ขนาดไฟล์……
    ขนาดไฟล์………..
    ขนาดไฟล์……
    ขนาดไฟล์………..
    ….. ขนาดไฟล์
    ….. ขนาดไฟล์…….
    ขนาดไฟล์
    …..uunalw………
    ขนาดไฟล์
    ขนาดไฟล์…….
    สําเนาหนังสือเดินทาง
    ไฟล์ข้อมูล………..
    …..vunalw……..

  • O (ข) ในกรณีผู้ร่วมค้าเป็นนิติบุคคล
  • ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจํากัด
    สําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
    ไฟล์ข้อมูล..
    บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
    ไฟล์ข้อมูล…
    บริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัด
    สําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
    ไฟล์ข้อมูล……
  • สํานาหนังสือบริคณห์สนธิ
  • บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ
    ไฟล์ข้อมูล……..
    ไฟล์ข้อมูล..
    บัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี)
    ไม่มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่
    …..vunalw……..
    ขนาดไฟล์…..
    ขนาดไฟล์
    ……………….
    ขนาดไฟล์…….
    ขนาดไฟล์…………..
    ขนาดไฟล์……
    มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่
    ไฟล์……………..
    ขนาดไฟล์………
    ๔. แบบตรวจสอบข้อมูลของผู้ประกอบการที่จะเข้าร่วมการเสนอราคาในโครงการที่มีวงเงินจัดซื้อ
    จัดจ้างตั้งแต่ ๓๐๐ ล้านบาทขึ้นไป
    ไฟล์ข้อมูล
    ขนาดไฟล์…..
    ๕. แบบข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) ความร่วมมือป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (สําหรับส่วนราชการ/รัฐวิสาหกิจ/องค์การมหาชน/หน่วยงานของรัฐและภาคเอกชน) กรณีโครงการ จัดซื้อจัดจ้างที่มีวงเงินตั้งแต่ ๑,๐๐๐ ล้านบาทขึ้นไป
    0 5. อื่น ๆ (ถ้ามี)
    ไฟล์ข้อมูล……
    ไฟล์ข้อมูล…….
    ไฟล์ข้อมูล……
    ขนาดไฟล์……..
    ขนาดไฟล์……
    ขนาดไฟล์…….
    ข้าพเจ้าขอรับรองว่า เอกสารหลักฐานที่ข้าพเจ้ายื่นพร้อมการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
    ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในการคัดเลือกครั้งนี้ถูกต้องและเป็นความจริงทุกประการ
    ลงชื่อ…….
    ผู้ยื่นข้อเสนอ
    (…………….0
    0
    0
    0
    0
    บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
    ๑. แค็ตตาล็อกและหรือแบบรูปรายการละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
    ไฟล์ข้อมูล…..
    ขนาดไฟล์…….
    ๒. สําเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) (ถ้ามี)
    ไฟล์ข้อมูล…
    ขนาดไฟล์……
    ๓. สรุปรายละเอียดประกอบการอธิบายเอกสารตามที่หน่วยงานของรัฐกําหนดให้จัดส่งภายหลังวันเสนอ
    ราคา เพื่อใช้ในประกอบการพิจารณา (ถ้ามี) ดังนี้
    ๓.๑
    ไฟล์ข้อมูล
    ๓.๒ ……
    ไฟล์ข้อมูล……
    ๔. อื่นๆ (ถ้ามี)
    ……….
    ไฟล์ข้อมูล……
    ๔.๒……..
    ไฟล์ข้อมูล……
    ๔.๓……….
    ขนาดไฟล์……
    ขนาดไฟล์………………….
    ขนาดไฟล์……………….
    ขนาดไฟล์…..
    ไฟล์ข้อมูล….
    ข้าพเจ้าขอรับรองว่าเอกสารหลักฐานที่ข้าพเจ้าได้ยื่นมาพร้อมการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ
    จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในการคัดเลือกครั้งนี้ถูกต้องและเป็นความจริงทุกประการ
    ลงชื่อ….

    ……………….
    ขนาดไฟล์………………บทนิยาม
    “ผลงาน” หมายความว่า ผลงานที่ใช้เทคนิคในการดําเนินการอย่างเดียวกันกับงานที่
    ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    และต้องคํานึงถึงมูลค่าของราคาค่างานที่ผู้ยื่นข้อเสนอเคยดําเนินการมาแล้ว
    ซึ่งการจะเห็นถึงขีดความสามารถนี้ได้ก็ย่อมจะต้องเป็นการบริหารงานภายใต้การจ้างครั้งเดียวมิใช่การจ้าง
    ในหลาย ๆ ครั้งมารวมกัน โดยผลงานที่นํามายื่นจึงต้องเป็นผลงานของผู้ยื่นข้อเสนอในสัญญาเดียวเท่านั้น
    และเป็นสัญญาที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้ทํางานแล้วเสร็จตามสัญญาที่ได้มีการส่งมอบงานและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
    ซึ่งหนังสือรับรองผลงานก่อสร้างดังกล่าว หน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานเอกชนซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างจะต้องเป็น ผู้ออกหนังสือรับรองผลงานก่อสร้างให้กับผู้ยื่นข้อเสนอ(สําเนา)
    ประกาศสํานักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ
    เรื่อง ประกวดราคาจ้างจ้างผลิตและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ ทางสื่อ
    สิ่งพิมพ์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
    สํานักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ มีความ ประสงค์จะประกวดราคาจ้างจ้างผลิตและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ ทางสื่อ สิ่งพิมพ์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e- bidding) ราคากลางของงานจ้าง ในการประกวดราคาครั้งนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น ๒,๐๔๕,๐๐๐.๐๐ บาท (สองล้าน สี่หมื่นห้าพันบาทถ้วน) จํานวน ๑ รายการ
    ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอโดยแสดงหลักฐานถึงขีดความสามารถและความพร้อมที่มีอยู่ใน
    วันยื่นข้อเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
    Q.
    ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติให้เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กําหนด

    ๒. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐ น. ถึง ๑๒.๐๐ น. ซึ่งสามารถจัดเตรียมเอกสารข้อเสนอได้ตั้งแต่วันที่
    ประกาศจนถึงวันเสนอราคา
    ๓. ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เลขที่ ๐๗/๒๕๖๙ ลงวันที่ ๒๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๙ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ได้ ตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงวันเสนอราคา ได้ที่เว็บไซต์ www.rdpb.go.th หัวข้อ ประกาศการจัดจ้าง หรือ www.
    gprocurement.go.th
    ปร.
    ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องนําของข้อเสนอด้านเทคนิค จํานวน 5 ชุด มามอบให้แก่สํานักงาน ก
    เพื่อประกอบการพิจารณา ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ระหว่างเวลา ๐๘.๓๐ น. ถึง ๑๖.๓๐ น. ณ กลุ่มบริหารการเงินการคลังและพัสดุ ชั้น ๑ อาคารสํานักงาน กปร. และจะต้องส่งเจ้าหน้าที่มานําเสนอผล
    งาน
    ตามวันและเวลาที่สํานักงาน กปร. กําหนด ซึ่งจะแจ้งให้ทราบในภายหลัง
    ประกาศ ณ วันที่ ๒๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๙
    ปริญญวัฒน์ วัชรอาภากร
    (นายปริญญวัฒน์ วัชรอาภากร)
    ที่ปรึกษาด้านการประสานงานโครงการฯ ปฏิบัติราชการแทน
    เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ
    สําเนาถูกต้อง
    อรสา สุวรรณประทีป
    (นางอรสา สุวรรณประทีป)
    นักวิชาการเงินและบัญชีชํานาญการพิเศษ ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๖๙ โดย นางอรสา สุวรรณประทีป นักวิชาการเงิน
    และบัญชีชํานาญการพิเศษ(สำเนา)
    เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
    เลขที่ ๐๗/๒๕๖๙
    การจ้างจ้างผลิตและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทางสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙
    ตามประกาศ สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ลงวันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๖๙
    สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งต่อไปนี้ เรียกว่า “สำนักงาน กปร.” มีความประสงค์จะ ประกวดราคาจ้างจ้างผลิตและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์โครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทางสื่อสิ่งพิมพ์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ด้วยวิธี ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ตามรายการ ดังนี้
    จ้างเผลิตและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์
    โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
    ทางสื่อสิ่งพิมพ์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์
    ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๙
    ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้
    จำนวน ๑ งาน
    ๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    ๑.๑ ขอบเขตของงาน
    ๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาจ้างทำของ
    ๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
    (๑) หลักประกันสัญญา
    ๑.๕ บทนิยาม
    (๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
    (๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
    ๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
    (๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
    ๑.๗ แผนการทำงาน
    ๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
    ๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
    ๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    ๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    ๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
    ๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
    ๒.๗ เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ สำนักงาน กปร. ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การ แข่งขันอย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
    ๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
    ๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง ในวงเงิน ไม่น้อยกว่า ๗๔๕,๐๐๐.๐๐ บาท (เจ็ดแสนสี่หมื่นห้าพันบาทถ้วน) และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับ หน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ สำนักงาน กปร. เชื่อถือ โดยจะต้องยื่นหลักฐานสำเนาหนังสือรับรอง ผลงานพร้อมรับรองสำเนาถูกต้องเพื่อประกอบการพิจารณา
    ๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
    กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
    (๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้ เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
    (๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน นามกิจการร่วมค้า
    (๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้ เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
    ๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
    ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
    ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๑ ล้านบาท
    ๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
    ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
    (๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ
    บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    (๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ
    ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา ๖. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
    (๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
    (๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
    (๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
    ๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
    ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
    ๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
    (๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
    (ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
    (ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ
    กว่า ๑ ล้านบาท
    ๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อ เสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือ มีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
    (๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    (๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน ทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ เอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง
    กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา (๕) สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ ใบทะเบียนการค้า พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง (ถ้ามี)
    (๖) สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.๒๐) พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง (ถ้า มี)
    (๗) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
    (๑) สำเนาหนังสือรับรองผลงานหรือสำเนาหลักฐานการว่าจ้างประเภท เดียวกันกับงานจ้างประกวดราคา
    (๒) ข้อเสนอด้านเทคนิค
    (๓) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ๔. การเสนอราคา
    ๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วย อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้อง กรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอโดย ไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้
    ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
    ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๖๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอราคา โดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคามิได้ ๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน ๓๖๕ วัน นับ ถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
    ๔.๔ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญารายละเอียด ขอบเขตของ งานฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตาม เงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    ๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐ น. ถึง ๑๒.๐๐ น. และเวลาในการเสนอ ราคาให้ถือตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์ เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และ การเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
    ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องนำข้อเสนอด้านเทคนิค จำนวน ๖ ชุด มามอบให้แก่สำนักงาน กปร. เพื่อประกอบการพิจารณา ในวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ระหว่างเวลา ๐๘.๓๐ น. ถึง ๑๖.๓๐ น. ณ กลุ่ม บริหารการเงินการคลังและพัสดุ ชั้น ๑ อาคารสำนักงาน กปร. และจะต้องส่งเจ้าหน้าที่มานำเสนอผลงานตาม วันและเวลาที่สำนักงาน กปร. กำหนด ซึ่งจะแจ้งให้ทราบในภายหลัง
    ๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่สำนักงาน กปร.ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๗ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
    หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณาข้อ เสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะ กรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการ พิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และสำนักงาน กปร. จะ พิจารณาลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่สำนักงาน กปร.จะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอราย
    นั้นมิใช่เป็นผู้ริเริ่มให้มีการกระทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของสำนักงาน ก ปร.
    ๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
    (๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
    (๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กำหนด
    (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ๔.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายใน ประเทศ โดยยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลา ดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน ๖๐ วัน
    ๔.๑๐ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา เว้นแต่เป็นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือ ที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา ๕. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
    ๕.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ สำนักงาน กปร.จะพิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น
    ๕.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
    กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น ในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ สำนักงาน กปร. จะพิจารณาโดยให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ำหนักที่กำหนด ดังนี้ ๕.๒.๑ จ้างเผลิตและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์โครงการอันเนื่องมาจากพระราช ดำริ ทางสื่อสิ่งพิมพ์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๙ ด้วยวิธีประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์
    (๑) ราคาที่ยื่นข้อเสนอ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๒๐.๐๐ โดยมี วิธีการให้คะแนน ดังนี้ ๑๐๐ - (((ราคาของผู้เสนอราคา - ราคาต่ำสุด)/ราคาต่ำสุด) * ๑๐๐) (๒) ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนอื่นๆ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๘๐.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะพิจารณา โดยเปรียบเทียบจากเอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้เสนอมา ประกอบการให้คะแนนจากการนำเสนอของผู้เสนองาน ที่ตรงตามขอบเขตงานที่ระบุและเป็นประโยชน์ตรงตามวัตถุประสงค์ของสำนักงาน กปร. โดยเรียงลำดับดีที่สุด ลงมา กำหนดน้ำหนักรวมทั้งหมดเท่ากับร้อยล ๑๐๐ ผู้ที่ได้รับคะแนนรวมสูงสุดจากระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
    ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) จะเป็นผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) โดยกำหนดให้น้ำหนักรวมทั้งหมดเท่ากับร้อยละ ๑๐๐ ข้อเสนอด้านเทคนิค (คะแนนเต็ม ๑๐๐ คะแนน) ประกอบด้วย - แนวคิดและกลยุทธ์ในการจัดทำกรอบแนวคิด แผนกลยุทธ์ และแผนงานเพื่อ ผลิตและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ทางสื่อสิ่งพิมพ์ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (๖๐ คะแนน) - ตัวอย่างพร้อมออกแบบ จำนวน ๒ ชิ้นงาน แบ่งเป็นข่าว ๑ ชิ้นงาน และส กู๊ปพิเศษ หรือบทความเฉลิมพระเกียรติ ๑ ชิ้นงาน (๓๐ คะแนน)
    - ผลงาน/ประสบการณ์ในการผลิตและเผยแพร่ข่าว บทความ ทางสื่อสิ่งพิมพ์ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ที่ผ่านมา (๑๐ คะแนน)
    ๕.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ ขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่สำนักงาน กปร.กำหนดไว้ใน ประกาศและเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้ เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบต่อ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการพิจารณาผล ฯ อาจพิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
    ๕.๔ สำนักงาน กปร.สงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการ ผ่อนผัน ในกรณีดังต่อไปนี้
    (๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย อิเล็กทรอนิกส์
    (๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวด อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ๕.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือสำนักงาน กปร. มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ สำนักงาน กปร. มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ๕.๖ สำนักงาน กปร.ทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือ ราคา ที่เสนอทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจจะยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อ ประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของสำนักงาน กปร.เป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะ เรียกร้องค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งสำนักงาน กปร.จะพิจารณายกเลิกการประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์และลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่เชื่อถือได้ว่าการยื่นข้อเสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อ บุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมายื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น
    ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่ อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือสำนักงาน กปร. จะให้ผู้ยื่นข้อเสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการตามเอกสาร ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ สำนักงาน กปร. มีสิทธิที่จะไม่รับ ข้อเสนอหรือไม่รับราคาของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือ ค่าเสียหายใดๆ จากสำนักงาน กปร.
    ๕.๗ ก่อนลงนามในสัญญาสำนักงาน กปร. อาจประกาศยกเลิกการประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใด ในการเสนอราคา
    ๖. การทำสัญญาจ้าง
    ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุใน ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับสำนักงาน กปร. ภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้อง วางหลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้ สำนักงาน กปร.ยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
    ๖.๑ เงินสด
    ๖.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่สำนักงาน กปร. ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ลง วันที่ที่ใช้เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้น ไม่เกิน ๓ วัน ทำการ ๖.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง กำหนด
    ๖.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) ๖.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
    หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
    หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่งสำนักงาน กปร. ได้รับมอบไว้แล้ว
    ๗. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
    สำนักงาน กปร. จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่า
    ใช้จ่ายทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง โดยแบ่งออกเป็น ๔ งวดดังนี้ งวดที่ ๑ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานเมื่อผู้ รับจ้างปฏิบัติงานตามข้อกำหนดขอบเขตของงาน และส่งมอบงานงวดที่ ๑ ให้แล้วเสร็จภายใน ๖๐ วัน งวดที่ ๒ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๓๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานเมื่อผู้ รับจ้างได้ปฏิบัติงานตามข้อกำหนดขอบเขตของงาน และส่งมอบงานงวดที่ ๒ ให้แล้วเสร็จภายใน ๓๖๕ วัน งวดที่ ๓ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๓๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานเมื่อผู้ รับจ้างได้ปฏิบัติงานตามข้อกำหนดขอบเขตของงาน และส่งมอบงานงวดที่ ๓ ให้แล้วเสร็จภายใน ๓๖๕ วัน งวดสุดท้าย เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๓๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ทั้งหมดให้แล้วเสร็จเรียบร้อยตามสัญญาหรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ และ สำนักงาน กปร. ได้ตรวจรับมอบ งานจ้างเรียบร้อยแล้ว
    ๘. อัตราค่าปรับ
    ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลง จ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
    ๘.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับ อนุญาตจากสำนักงาน กปร. จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของ งานจ้างช่วงนั้น
    ๘.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๘.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็น รายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้าง
    ๙. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
    ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งได้ทำสัญญาจ้างตามแบบดังระบุในข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ แล้วแต่กรณี จะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายใน ระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๑ เดือน นับถัดจากวันที่สำนักงาน กปร.ได้รับมอบงาน โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซม แก้ไขให้ใช้การได้ดีดังเดิมภายใน ๓ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่อง ๑๐. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
    ๑๐.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ สำนักงาน กปร.ได้รับอนุมัติเงินค่าจ้าง จากเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ แล้วเท่านั้น
    ๑๐.๒ เมื่อสำนักงาน กปร.ได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลง จ้างตามการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามา จากต่างประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับ ขนได้ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตาม กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
    (๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า
    ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
    (๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดย เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
    (๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
    ๑๐.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งสำนักงาน กปร.ได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลงจ้าง เป็นหนังสือภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ สำนักงาน กปร.จะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียก ร้องจากผู้ออกหนังสือค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้า
    มี) รวมทั้งจะพิจารณาให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐ
    ๑๐.๔ สำนักงาน กปร.สงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบ สัญญาหรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี) ๑๐.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของสำนักงาน กปร. คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ ยื่นข้อเสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
    ๑๐.๖ สำนักงาน กปร. อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อ เสนอ จะเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากสำนักงาน กปร.ไม่ได้
    (๑) สำนักงาน กปร.ไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้รับ จัดสรร แต่ไม่เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
    (๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่น ใด ในการเสนอราคา
    (๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่สำนักงาน ก ปร. หรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
    (๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
    ๑๐.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์
    ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
    ๑๑. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
    ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
    ๑๒. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
    สำนักงาน กปร. สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้ รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับสำนักงาน กปร. ไว้ชั่วคราว
    สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ๒๖ มกราคม ๒๕๖๙
    สำเนาถูกต้อง
    อรสา สุวรรณประทีป
    (นางอรสา สุวรรณประทีป)
    นักวิชาการเงินและบัญชีชำนาญการพิเศษ
    ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๖๙
    โดย นางอรสา สุวรรณประทีป นักวิชาการเงิน
    และบัญชีชำนาญการพิเศษ