จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างโครงการระบบบริหารจัดการและติดตามสำนวนคดี การทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐ Electronic Case Management Intelligence System (E-CMIS) (ครั้งที่ 2)

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 69019369029
฿49,162,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 10 มี.ค. 2569 นนทบุรี
รายละเอียดการจ้าง

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.) เปิดประกวดราคาจ้างพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ Electronic Case Management Intelligence System (E-CMIS) ครั้งที่ 2 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างระบบดิจิทัลแพลตฟอร์มที่ครอบคลุมและบูรณาการทุกกระบวนการทำงาน ตั้งแต่การรับเรื่องร้องเรียน การไต่สวน การบริหารคดี การคุ้มครองพยาน ไปจนถึงการติดตามผลหลังมีมติหรือคำพิพากษา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความรวดเร็ว และความโปร่งใสในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

ขอบเขตงานหลักประกอบด้วยการพัฒนา 7 ระบบหลัก ได้แก่ 1) ระบบบริหารจัดการข้อมูลการรับเรื่องร้องเรียนจากช่องทางต่างๆ 2) ระบบปฏิบัติงานกระบวนงานไต่สวน 3) ระบบทะเบียนควบคุมเรื่องร้องเรียน สถิติ และจัดเก็บสำนวนคดีอิเล็กทรอนิกส์ 4) ระบบบริหารจัดการกระบวนการด้านกฎหมายในทางคดี 5) ระบบบริหารจัดการกระบวนการคุ้มครองพยานและการออกหมายจับ 6) ระบบบริหารจัดการกระบวนงานพิจารณาและดำเนินการตามมติคณะกรรมการ ป.ป.ท. และ 7) ระบบเชื่อมโยงบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

โครงการกำหนดให้ส่งมอบงานเป็น 6 งวด ภายในระยะเวลาไม่เกิน 360 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา มีวงเงินประมาณกลาง 49,355,276 บาท และใช้เกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกแบบราคาประกอบเกณฑ์อื่น โดยให้น้ำหนักด้านเทคนิคสูงถึง 70%

English summary

The Office of the National Anti-Corruption Commission (NACC) is inviting bids for the development of the “Electronic Case Management Intelligence System (E-CMIS) (Phase 2)” project. The objective is to create a comprehensive digital platform to manage and track corruption and misconduct cases in the public sector. The system aims to integrate all workflows, from complaint reception, investigation, case management, witness protection, to post-decision tracking, enhancing efficiency, speed, and transparency in anti-corruption efforts.

The core scope of work includes the development of seven main systems: 1) Complaint reception and management system, 2) Investigation workflow system, 3) Complaint registry, statistics, and electronic case filing system, 4) Legal process management system, 5) Witness protection and warrant management system, 6) System for managing committee resolutions and follow-up actions, and 7) Data integration and linkage system with relevant agencies.

Deliverables are scheduled across 6 payment milestones, with a total project duration not exceeding 360 days from contract signing. The estimated budget is 49,355,276 Thai Baht. The bid evaluation will use the “Price and Other Criteria” method, with technical aspects weighted at 70%.

สถานที่ดำเนินการ

ไม่ระบุในเอกสาร TOR ที่ให้มา (ระบุเพียงชื่อหน่วยงานต้นสังกัด)

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อพัฒนาระบบเทคโนโลยีดิจิทัล ให้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการเรื่องร้องเรียนติดตามคดีการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐ และเป็นเครื่องมือสนับสนุนการปฏิบัติงานของบุคลากรที่เกี่ยวข้องในสำนักงาน ป.ป.ท. ที่มีความรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์ม
  • เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการข้อมูลการรับเรื่องร้องเรียน ระบบการปฏิบัติงานกระบวนงานไต่สวนการกระทําการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐของเจ้าหน้าที่รัฐ ระบบการจัดทำทะเบียนควบคุมเรื่องร้องเรียนและจัดทำสถิติเรื่องร้องเรียนและการจัดเก็บข้อมูลสำนวนคดีอิเล็กทรอนิกส์ ระบบบริหารจัดการกระบวนการด้านกฎหมายในทางคดี ระบบบริหารจัดการกระบวนการคุ้มครองพยาน และการออกหมายจับ ของสำนักงาน ป.ป.ท. และระบบบริหารจัดการกระบวนงานพิจารณาและดำเนินการตามมติคณะกรรมการ ป.ป.ท.
  • เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนให้สามารถติดตามสถานะเรื่องร้องเรียน และติดตามผลคดีการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐได้อย่างรวดเร็ว ภายใต้กรอบระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
  • เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการประมวลผลการวิเคราะห์การกำกับติดตามการปฏิบัติงานของหน่วยงานทั้งภายในและภายนอก เพื่อประกอบการตัดสินใจของผู้บริหาร
  • เพื่อรองรับการบูรณาการฐานข้อมูลเรื่องร้องเรียนและติดตามคดีการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง
  • เพื่อเป็นฐานข้อมูลให้กับรัฐบาลในการกำหนดมาตรการแนวทางการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบที่มีประสิทธิภาพ

ขอบเขตของงาน

โครงการประกอบด้วยกิจกรรมหลัก 16 กิจกรรม ดังนี้

  1. กิจกรรมที่ 1: วิเคราะห์ ทบทวน กระบวนงาน ชุดข้อมูลเพื่อรองรับการบูรณาการ เชื่อมโยงและการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ เพื่อสรุปความต้องการที่เป็นปัจจุบันพร้อมทั้งจัดทำรายงานผลการดำเนินการ
  2. กิจกรรมที่ 2: ออกแบบระบบบริหารจัดการและติดตามสำนวนคดีการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐ พร้อมทั้งจัดทำรายงานผลการดำเนินการ
  3. กิจกรรมที่ 3: การจัดหาอุปกรณ์ ครุภัณฑ์ ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ โดยดำเนินการส่งมอบอุปกรณ์และติดตั้งโปรแกรม พร้อมทั้งจัดทำรายงานการส่งมอบ ทดสอบอุปกรณ์ จัดทำ Mock up และเอกสารทดสอบการใช้งาน
  4. กิจกรรมที่ 4: พัฒนาระบบบริหารจัดการข้อมูลการรับเรื่องร้องเรียนของสำนักงาน ป.ป.ท.
  5. กิจกรรมที่ 5: พัฒนาระบบกระบวนการดำเนินงานเรื่องร้องเรียนกล่าวหา
  6. กิจกรรมที่ 6: พัฒนาระบบฐานข้อมูลการดำเนินการคุ้มครองพยาน
  7. กิจกรรมที่ 7: พัฒนาระบบบริหารจัดการกระบวนงานพิจารณาและดำเนินการตามมติคณะกรรมการ ป.ป.ท.
  8. กิจกรรมที่ 8: พัฒนาระบบบริหารจัดการการตรวจสอบประวัติบุคคลและกระบวนงานภายหลังที่คณะกรรมการ ป.ป.ท. มีมติ
  9. กิจกรรมที่ 9: พัฒนาระบบฐานข้อมูลการดำเนินการตามหมายจับ
  10. กิจกรรมที่ 10: พัฒนาระบบบริหารจัดการกระบวนการด้านกฎหมายในทางคดี
  11. กิจกรรมที่ 11: นำเข้าข้อมูลคดีการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐย้อนหลัง
  12. กิจกรรมที่ 12: พัฒนาระบบวิเคราะห์และรายงานผล
  13. กิจกรรมที่ 13: พัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูล
  14. กิจกรรมที่ 14: พัฒนาระบบบริหารกลางและสนับสนุน
  15. กิจกรรมที่ 15: การทดสอบ ติดตั้งระบบงาน ระบบสำรอง ระบบสำรองข้อมูล
  16. กิจกรรมที่ 16: การจัดฝึกอบรมการใช้งานระบบเทคโนโลยีให้แก่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • รายงานผลการวิเคราะห์ความต้องการ (กิจกรรมที่ 1) ในรูปแบบเอกสารและไฟล์ดิจิทัล
  • รายงานผลการออกแบบระบบ (กิจกรรมที่ 2) ในรูปแบบเอกสารและไฟล์ดิจิทัล
  • อุปกรณ์ ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ที่จัดหา พร้อมรายงานการส่งมอบ ผลทดสอบ และ Mock up (กิจกรรมที่ 3)
  • ระบบซอฟต์แวร์ที่พัฒนาครบตามขอบเขต 7 ระบบหลัก (กิจกรรมที่ 4-14)
  • ระบบที่ติดตั้งและทดสอบแล้ว พร้อมระบบสำรองข้อมูล (กิจกรรมที่ 15)
  • รายงานสรุปผลการดำเนินงานทั้งโครงการฉบับสมบูรณ์
  • เอกสารรายละเอียดและโครงสร้างระบบ (System Specification, Work Flow Diagram, Data Flow Diagram, Use Case Diagram, Data Dictionary)
  • คู่มือการใช้งานสำหรับผู้ใช้งาน (User Manual) และผู้ดูแลระบบ (Admin User Manual)
  • ซอร์สโค้ดเวอร์ชั่นล่าสุดของระบบ
  • เอกสารด้าน PDPA (ROPA, Privacy Notice)
  • ผลการจัดฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ (กิจกรรมที่ 16)
  • การส่งมอบทั้งหมดในรูปแบบเอกสาร 3 ชุด และไฟล์ดิจิทัลใน USB Drive 3 ชุด ตามงวดงานที่กำหนด

ระยะเวลาดำเนินการ

กำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน 360 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา แบ่งการส่งมอบและจ่ายเงินเป็น 6 งวด ดังนี้

  • งวดที่ 1 (10%): ภายใน 90 วัน - ส่งมอบรายงานวิเคราะห์ความต้องการ
  • งวดที่ 2 (30%): ภายใน 180 วัน - ส่งมอบการออกแบบระบบ, อุปกรณ์, และ Mock up
  • งวดที่ 3 (20%): ภายใน 255 วัน - ส่งมอบระบบบริหารเรื่องร้องเรียน, ไต่สวน, คุ้มครองพยาน, งานตามมติฯ
  • งวดที่ 4 (10%): ภายใน 300 วัน - ส่งมอบระบบหมายจับ, ระบบกฎหมาย, และการนำเข้าข้อมูลย้อนหลัง
  • งวดที่ 5 (20%): ภายใน 330 วัน - ส่งมอบระบบวิเคราะห์รายงานผล, เชื่อมโยงข้อมูล, บริหารกลาง, และผลการทดสอบติดตั้ง
  • งวดที่ 6 (10%): ภายใน 360 วัน - ส่งมอบผลการฝึกอบรม, รายงานสรุปฉบับสมบูรณ์, เอกสารระบบ, คู่มือ, และซอร์สโค้ด

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • ต้องเป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    • ต้องลงทะเบียนข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง
    • ต้องไม่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น
  • Standards Compliance: ไม่ได้ระบุชัดเจนเกี่ยวกับ ISO หรือมาตรฐานสากลเฉพาะ แต่ประเมินจากข้อเสนอด้านเทคนิค
  • Experience: ต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับการประกวดราคา (โครงการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร) ในวงเงินไม่น้อยกว่า 20,000,000 บาท (ยี่สิบล้านบาท) จำนวนไม่น้อยกว่า 1 สัญญา ย้อนหลังไม่เกิน 5 ปี นับจากวันที่งานแล้วเสร็จจนถึงวันยื่นข้อเสนอ โดยเป็นผลงานสัญญาเดียวที่แล้วเสร็จและตรวจรับแล้ว กับหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานเอกชนที่สำนักงาน ป.ป.ท. เชื่อถือ
  • Previous Project Cost: ต้องมีผลงานในวงเงินไม่น้อยกว่า 20,000,000 บาท ต่อ 1 สัญญา
  • Technical Capabilities: ไม่ได้ระบุเจาะจง แต่ประเมินจาก “ข้อเสนอด้านเทคนิค” ซึ่งครอบคลุมวิธีการบริหารงาน ปฏิบัติงาน มาตรฐานการพัฒนาระบบ
  • Personnel: ไม่ได้ระบุคุณวุฒิหรือจำนวนพนักงานเฉพาะ แต่การประเมินเกณฑ์ “วิธีการบริหารงานและวิธีการปฏิบัติงาน” น่าจะครอบคลุมการจัดทีมงาน
  • Financial Requirements:
    • กรณีเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนเกิน 1 ปี: ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ (สินทรัพย์สุทธิ - หนี้สินสุทธิ) เป็นบวก ในงบการเงิน 1 ปีสุดท้ายก่อนยื่นเสนอ
    • กรณีเป็นนิติบุคคลที่ยังไม่มีการรายงานงบฯ หรือจัดตั้งตามกฎหมายต่างประเทศ: ต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระแล้ว ไม่ต่ำกว่า 8 ล้านบาท ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ
    • หรือสามารถใช้หลักฐานวงเงินสินเชื่อไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณโครงการได้

เกณฑ์การพิจารณา

ใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น (Price and Other Criteria) โดยให้คะแนนตามน้ำหนักดังนี้

  • ราคาที่ยื่นข้อเสนอ (30%): คำนวณคะแนนจากสูตร 100 - (((ราคาของผู้เสนอราคา - ราคาต่ำสุด)/ราคาต่ำสุด) * 100)
  • ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่นๆ (70%) แบ่งย่อยเป็น:
    • ผลงานและประสบการณ์ของผู้ยื่นข้อเสนอ (28%)
    • วิธีการบริหารงานและวิธีการปฏิบัติงาน (28%)
    • มาตรฐานการพัฒนาระบบ (7%)
    • แผนการบำรุงรักษา ฝึกอบรม และการรับประกัน (7%)
  • เงื่อนไขผ่าน: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องได้คะแนนรวมด้านคุณภาพ (70%) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 มิฉะนั้นถือว่าไม่ผ่านคุณสมบัติทางด้านคุณภาพ

ข้อกำหนดทางเทคนิค

โครงการพัฒนาระบบซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่ (Enterprise Software System) สำหรับบริหารจัดการงานคดีทุจริตภาครัฐแบบครบวงจร ระบบต้องรองรับฟังก์ชันการทำงานหลัก 7 ด้าน ได้แก่

  1. ระบบรับเรื่องร้องเรียนจากช่องทางหลากหลาย (หนังสือ/อีเมล/เว็บไซต์/โทรศัพท์ 1206/Traffy Fondue ฯลฯ) พร้อมระบบมอบหมาย ส่งต่อ ตรวจสอบบุคคล/หน่วยงาน
  2. ระบบสนับสนุนกระบวนการไต่สวน ตั้งแต่รับเรื่อง ตรวจสอบวิเคราะห์ ไปจนถึงการพิจารณารับ-ไม่รับเรื่อง
  3. ระบบทะเบียนควบคุม สถิติ และคลังสำนวนคดีอิเล็กทรอนิกส์ (E-Case Filing) สำหรับบริหารคดี ติดตามสถานะ และรายงานความคืบหน้า
  4. ระบบบริหารกระบวนการด้านกฎหมายในทางคดี
  5. ระบบบริหารกระบวนการคุ้มครองพยานและการออกหมายจับ
  6. ระบบบริหารงานตามมติของคณะกรรมการ ป.ป.ท.
  7. ระบบเชื่อมโยงบูรณาการข้อมูลกับหน่วยงานภายนอก และระบบวิเคราะห์รายงานผลเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ

ระบบต้องมีการออกแบบที่รองรับการบูรณาการข้อมูล มีระบบบริหารกลาง (Admin & Support) มีระบบสำรองข้อมูล (Backup) และต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลตาม PDPA โดยต้องส่งมอบซอร์สโค้ด เอกสารประกอบระบบ (Specifications, Diagrams, Manuals) และจัดฝึกอบรมผู้ใช้

เงื่อนไขสัญญา

  • วงเงินประมาณ: 49,355,276 บาท (ราคากลาง)
  • หลักประกันเสนอราคา: 2,458,100 บาท
  • หลักประกันสัญญา: ร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาได้
  • การจ่ายเงิน: แบ่งเป็น 6 งวดตามความคืหน้าของงาน (10%, 30%, 20%, 10%, 20%, 10%) หลังตรวจรับงานในแต่ละงวดเรียบร้อย
  • ค่าปรับ:
    • กรณีจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต: ค่าปรับร้อยละ 10 ของวงเงินงานจ้างช่วงนั้น
    • กรณีปฏิบัติผิดสัญญาอื่นๆ: ค่าปรับรายวัน ร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้าง
    • กรณีระบบขัดข้องและไม่แก้ไขภายใน 4 ชั่วโมงหลังจากแจ้ง: ค่าปรับรายวันอัตราร้อยละ 0.1 ของวงเงินสัญญา
  • ระยะเวลารับประกัน: ไม่น้อยกว่า 2 ปี นับจากวันที่สำนักงานรับมอบงาน ผู้รับจ้างต้องดูแล บำรุงรักษา แก้ไขปัญหาโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่ม (หากไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างหลัก) และต้องมีระบบสนับสนุนที่แก้ไขปัญหาได้ภายใน 4 ชั่วโมง
  • แผนงาน: ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนการทำงานเสนอภายใน 90 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: ระบบ E-CMIS นี้ต้องเชื่อมโยงกับระบบภายนอกของหน่วยงานใดบ้าง?
    A: จากขอบเขตงาน ระบบต้องรองรับการเชื่อมโยงบูรณาการข้อมูลกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการคดีทุจริต อย่างไรก็ดี รายละเอียดหน่วยงานที่ชัดเจนจะได้จากการวิเคราะห์ความต้องการ (Activity 1) ในระยะแรกของโครงการ

  • Q: การนำเข้าข้อมูลคดีย้อนหลัง (Activity 11) ครอบคลุมข้อมูลย้อนหลังกี่ปี และมีปริมาณข้อมูลประมาณเท่าใด?
    A: เอกสาร TOR ไม่ได้ระบุช่วงเวลาและปริมาณข้อมูลที่ชัดเจนสำหรับการนำเข้าข้อมูลย้อนหลัง รายละเอียดนี้ควรจะถูกชี้แจงและตกลงระหว่างผู้รับจ้างและสำนักงาน ป.ป.ท. ระหว่างการดำเนินงาน

  • Q: ระบบต้องรองรับการทำงานพร้อมกันของผู้ใช้จำนวนสูงสุดกี่คน?
    A: เอกสาร TOR ไม่ได้กำหนดข้อกำหนดด้าน Performance เช่น จำนวนผู้ใช้พร้อมกัน (Concurrent Users) โดยตรง แต่อาจรวมอยู่ในข้อกำหนดด้านวิธีการบริหารงานและมาตรฐานการพัฒนาระบบ ซึ่งผู้เสนอราคาควรนำเสนอในข้อเสนอด้านเทคนิค

  • Q: ซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์พื้นฐาน (Activity 3) ที่ต้องจัดหามีรายการอะไรบ้าง?
    A: TOR ไม่ได้แนบรายการอุปกรณ์ (Spec) ที่เจาะจงไว้ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและนำเสนอรายการอุปกรณ์ ฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์พื้นฐานที่เหมาะสมกับขอบเขตระบบขนาดใหญ่ดังกล่าว พร้อมราคาในข้อเสนอของตนเอง

  • Q: ข้อกำหนดด้านความปลอดภัย (Security) และ PDPA ของระบบมีรายละเอียดอย่างไร?
    A: TOR ระบุว่าในการส่งมอบต้องมีเอกสารด้าน PDPA เช่น ROPA และ Privacy Notice ส่วนข้อกำหนดด้านความปลอดภัยอื่นๆ (เช่น Encryption, Access Control, Audit Log) น่าจะรวมอยู่ใน “มาตรฐานการพัฒนาระบบ” ซึ่งผู้เสนอต้องอธิบายในข้อเสนอด้านเทคนิค

  • Q: ระยะเวลารับประกัน 2 ปี ผู้รับจ้างต้องมีบริการสนับสนุนแบบใด (เช่น 24x7)?
    A: TOR กำหนดว่าหากเกิดปัญหา ผู้รับจ้างต้องเริ่มดำเนินการแก้ไขภายใน 4 ชั่วโมงนับจากได้รับแจ้ง ซึ่งบ่งชี้ถึงความจำเป็นของการมีบริการสนับสนุนที่รวดเร็ว แต่ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าเป็นบริการ 24 ชั่วโมงทุกวันหรือไม่ในวันหยุด ผู้เสนอควรชี้แจงแผนการสนับสนุนในระยะรับประกันให้ชัดเจน

  • Q: การฝึกอบรม (Activity 16) ต้องจัดให้กับเจ้าหน้าที่กี่คน และใช้เวลากี่วัน?
    A: TOR ไม่ได้ระบุจำนวนผู้เข้ารับการฝึกอบรมและระยะเวลาโดยตรง แต่กำหนดให้ต้องครอบคลุมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ผู้เสนอราคาควรจัดทำแผนการฝึกอบรมที่เสนอในข้อเสนอ

  • Q: ระบบต้องสามารถรองรับการพัฒนาเพิ่มเติม (Scalability) ในอนาคตได้มากน้อยเพียงใด?
    A: TOR ไม่ได้ระบุข้อกำหนดด้าน Scalability โดยตรง แต่การออกแบบระบบที่รองรับการบูรณาการและเป็นไปตาม “มาตรฐานการพัฒนาระบบ” น่าจะต้องคำนึงถึงความสามารถในการขยายตัวนี้ไว้

  • Q: ภาษาที่ใช้พัฒนาระบบ (Programming Language) มีข้อกำหนดหรือไม่?
    A: TOR ไม่ได้ระบุข้อกำหนดเกี่ยวกับเทคโนโลยีหรือภาษาที่ใช้พัฒนาระบบ ผู้เสนอราคาสามารถเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมได้ แต่ต้องส่งมอบซอร์สโค้ดเวอร์ชั่นล่าสุดให้กับสำนักงาน ป.ป.ท. เมื่อโครงการสิ้นสุด

  • Q: มีการทดสอบระบบประเภทใดบ้างนอกเหนือจาก Functional Test?
    A: TOR ระบุให้มีการทดสอบอุปกรณ์ (Activity 3) และการทดสอบติดตั้งระบบ (Activity 15) รวมถึงต้องมีรายงานผลการทดสอบทั้งในส่วนของ Security และการทดสอบระบบในรายงานสรุป (Deliverable งวดที่ 6) ซึ่งบ่งชี้ถึงความจำเป็นของการทดสอบด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพ

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอบเขตของงาน
โครงการพัฒนาระบบบริหารจัดการและติดตามสํานวนคดีการทุจริต และประพฤติมิชอบในภาครัฐ
Electronic Case Management Intelligence System (E-CMIS)
สํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ
๑. หลักการและเหตุผล
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ ได้กําหนดให้ดําเนินการปฏิรูปประเทศ ซึ่งได้กล่าวถึง การบูรณาการฐานข้อมูลของหน่วยงานของรัฐ การนําเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาประยุกต์ใช้ในการบริหารราชการ แผ่นดินและเพื่ออํานวยความสะดวกให้แก่ประชาชน รวมถึงต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมโดยส่งเสริม สนับสนุน
และให้ความรู้แก่ประชาชนถึงผลกระทบที่เกิดจากการทุจริตและประพฤติมิชอบทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน และจัดให้มีมาตรการและกลไกที่มีประสิทธิภาพเพื่อป้องกันและขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบดังกล่าว อย่างเข้มงวด รวมทั้งกลไกในการส่งเสริมให้ประชาชนรวมตัวกันเพื่อมีส่วนร่วมในการรณรงค์ให้ความรู้ ต่อต้าน หรือแจ้งเบาะแสการทุจริต ซึ่งสอดคล้องกับแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นการต่อต้านการทุจริต และประพฤติมิชอบ โดยกําหนดเป้าหมายให้การปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบมีประสิทธิภาพ มีความ เด็ดขาด เป็นธรรม และตรวจสอบได้ ประกอบกับผู้บริหารมีนโยบายในการจัดทําระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ให้เป็นระบบเดียว เพื่อการติดตามงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เพื่อให้การดําเนินการแก้ไขปัญหาการทุจริตมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยการนําเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับ
ใช้ในกระบวนงานจะช่วยให้กระบวนการและกลไกการปราบปรามการทุจริตมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
สํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สํานักงาน ป.ป.ท.) ซึ่งเป็นหน่วยงานหลัก และเป็นกลไกของรัฐบาลในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต จึงได้จัดทํา “โครงการพัฒนาระบบบริหาร จัดการและติดตามสํานวนคดีการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐ Electronic Case Management Intelligence System (E-CMIS)” เพื่อเป็นการนําเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ ดังนี้
๑.๑
พัฒนาระบบบริหารจัดการข้อมูลการรับเรื่องร้องเรียน ซึ่งเป็นภารกิจในการรับเรื่องร้องเรียน ประกอบด้วยฟังก์ชั่นสําหรับ ปปช. ตามมาตรา ๖๒ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ หรือมาตรา ๑๘/๑ (ก) ๑๘/๑ (ข) ตามพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๕๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ฟังก์ชั่นการจัดการช่องทาง การรับเรื่องร้องเรียน เช่น หนังสือ/email/walk in/website/๑๒๐๖/Traffy Fondue/ข้อสั่งการ เครือข่ายภาคประชาชน กนป. การข่าว ศปท. ปปท. สื่อสารองค์กร ฟังก์ชั่นสําหรับ ป.ป.ช. ม.๑๘/๑(ข) ส่วนกลาง (ศรร.)/เขต ๑ – ๔ ระบบมอบหมายและส่งต่อเรื่องร้องเรียนไปยังสํานัก/ กองต่าง ๆ และระบบการปฏิบัติงานการตรวจสอบบุคคลและหน่วยงานที่ถูกฟ้องคดี


-ลาป่วย-
(นางสาวณพัสตร์ ศรีสมเกียรติ) (นายชนม์สวัสดิ์ ประศาสน์ครุการ) (นายนิติธร สิริธนาชัยกุล)
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
-ติดราชการ- (นางสาวนภวรรณ รัตนวิจิตร)
กรรมการ
-ลาป่วย- (จักรกฤษณ์ ประจันพล)
กรรมการ
-ลาป่วย- (นางสาววรัญญา ชวศุภกุล)
กรรมการ
(นางจิรวดี จินดาพล)
กรรมการ
ประธานกรรมการ
-ลาป่วย- (นางนรินยา สุภาพพูล)
พ.ต.ต.
(นายมรุต อาภาอดุล)
(นางสาวอรวรรณ ทูลมณี)
กรรมการ
Ar (นายโสภณ ธีระวงศ์ภิญโญ)
กรรมการ
Tm:
(นางสาวกฤษญกร สีหะวงษ์)
กรรมการ
กรรมการ
اعمال
(นายพิศิษฐ์ แก้วเกตุ)
(นางสาวปิยะนุช ชูเมือง)
กรรมการ
กรรมการ
(นางสาวสุธาทิพย์ วิริยะภูมิสิริ) กรรมการ
(นางกฤติยาวดี ณ ถลาง)
กรรมการ
(นายเลอสันต์ หมู่หมื่นศรี)
(นางสาวตรียภรณ์ กองอ้น)
(นางสาวลลิตตา พานิชผล)
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการและเลขานุการ

๑.๒ พัฒนาระบบการปฏิบัติงานกระบวนงานไต่สวนการกระทําการทุจริตในภาครัฐของเจ้าหน้าที่รัฐ
ประกอบด้วยฟังก์ชั่นการรับเรื่องร้องเรียน ฟังก์ชั่นการตรวจสอบและวิเคราะห์เรื่องกล่าวหา ฟังก์ชั่นการพิจารณารับ-ไม่รับเรื่องของเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. ฟังก์ชั่นการพิจารณา รับ-ไม่รับเรื่องของคณะกรรมการ ป.ป.ท.
๑.๓ พัฒนาระบบการจัดทําทะเบียนควบคุมเรื่องร้องเรียนและจัดทําสถิติเรื่องร้องเรียนและการจัดเก็บ
ข้อมูลสํานวนคดีอิเล็กทรอนิกส์ ประกอบด้วยฟังก์ชั่นการดําเนินงานเกี่ยวกับการบริหารคดี จัดทํา ระบบทะเบียนควบคุมเรื่องร้องเรียน และจัดทําสถิติเรื่องร้องเรียนรวมถึงจัดทําระบบการจัดเก็บ ข้อมูลสํานวนคดีอิเล็กทรอนิกส์ของสํานักงาน ป.ป.ท. ฟังก์ชั่นการพิจารณาตรวจสอบสํานวนคดี เบื้องต้น พร้อมวิเคราะห์สํานวนคดีเพื่อประกอบการสั่งการของผู้อํานวยการกองบริหารคดี ฟังก์ชั่น การพิจารณาตรวจสอบสถานะสํานวนคดีและความคืบหน้าของคดีเพื่อรายงานผู้บังคับบัญชา
และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ฟังก์ชั่นการดําเนินงานเกี่ยวกับการประมวลและวิเคราะห์สถิติ เรื่องร้องเรียนการทุจริตในภาครัฐ และสถิติอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อการพัฒนาระบบการบริหารคดี ๑.๔ พัฒนาระบบบริหารจัดการกระบวนการด้านกฎหมายในทางคดี ซึ่งเป็นภารกิจของกองกฎหมาย ๑.๕ พัฒนาระบบบริหารจัดการกระบวนการคุ้มครองพยาน และการออกหมายจับของสํานักงาน ป.ป.ท.
๑.๖ พัฒนาระบบบริหารจัดการกระบวนงานพิจารณาและดําเนินการตามมติคณะกรรมการ ป.ป.ท.
๑.๗ พัฒนาระบบเชื่อมโยง บูรณาการงานข้อมูลคดีที่เกี่ยวข้อง นับตั้งแต่กระบวนการรับเรื่องร้องเรียน จนถึงระบบการติดตามงานรับเรื่องร้องเรียนของสํานักงาน ป.ป.ท. ภายหลังที่คณะกรรมการ ป.ป.ท. ได้มีมติและศาลมีคําพิพากษา ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนการทํางานของสํานักงาน ป.ป.ท. การมีส่วนร่วมของภาครัฐ ภาคประชาสังคม ประชาชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในสํานวนคดี รวมถึง การแจ้งข้อมูลเบาะแส ซึ่งถือเป็นฐานข้อมูลต้นน้ําของกระบวนการป้องกันและปราบปราม การทุจริตผ่านระบบเทคโนโลยีเพื่อให้เกิดความรวดเร็ว โปร่งใส อีกทั้งสามารถใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ในการรวบรวม วิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งจะทําให้การกําหนดนโยบายและตัดสินใจของผู้บริหาร เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว โปร่งใส ทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน รวมถึงการใช้เป็น ฐานข้อมูลของรัฐบาลในด้านการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ
d
๒. วัตถุประสงค์
๒.๑ เพื่อพัฒนาระบบเทคโนโลยีดิจิทัล ให้เป็นกลไกสําคัญในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการ
เรื่องร้องเรียนติดตามคดีการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐ และเป็นเครื่องมือสนับสนุน การปฏิบัติงานของบุคลากรที่เกี่ยวข้องในสํานักงาน ป.ป.ท. ที่มีความรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ
ผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์ม
-ลาป่วย-
(นางสาวณพัสตร์ ศรีสมเกียรติ) (นายชนม์สวัสดิ์ ประศาสน์ครุการ) (นายนิติธร สิริธนาชัยกุล)
กรรมการ
-ติดราชการ-
(นางสาวนภวรรณ รัตนวิจิตร)
กรรมการ
-ลาป่วย- (จักรกฤษณ์ ประจันพล)
ประธานกรรมการ
กรรมการ
-ลาป่วย- (นางนรินยา สุภาพพูล)
ca
พ.ต.ต.
(นายมรุต อาภาอดุล)
(นางสาวอรวรรณ ทูลมณี)
กรรมการ
(นายพิสิษฐ์ แก้วเกตุ)
(นางสาวปิยะนุช ซูเมือง)
กรรมการ
กรรมการ
لاح
กรรมการ
กรรมการ
Rya (นางสาวสุธาทิพย์ วิริยะภูมิสิริ)
กรรมการ
กรรมการ
Bou
(นายโสภณ ธีระวงศ์ภิญโญ)
กรรมการ
Digan. (นางสาวกฤษกร สีหะวงษ์)
กรรมการ
CV
(นายเลอสันต์ หมู่หมื่นศรี) (นางสาวตรียภรณ์ กองอ้น)
กรรมการ
กรรมการ
(นางสาวลลิตตา พานิชผล)
กรรมการและเลขานุการ
-ลาป่วย- (นางสาววรัญญา ชวศุภกุล)
กรรมการ
Jays
(นางจิรวดี จินดาพล)
กรรมการ
promit
(นางกฤติยาวดี ณ ถลาง)
กรรมการ
๒.๒ เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการข้อมูลการรับเรื่องร้องเรียน ระบบการปฏิบัติงานกระบวนงานไต่สวน การกระทําการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐของเจ้าหน้าที่รัฐ ระบบการจัดทําทะเบียน
ควบคุมเรื่องร้องเรียนและจัดทําสถิติเรื่องร้องเรียนและการจัดเก็บข้อมูลสํานวนคดีอิเล็กทรอนิกส์
ระบบบริหารจัดการกระบวนการด้านกฎหมายในทางคดี ระบบบริหารจัดการกระบวนการคุ้มครอง พยาน และการออกหมายจับ ของสํานักงาน ป.ป.ท. และระบบบริหารจัดการกระบวนงานพิจารณา
และดําเนินการตามมติคณะกรรมการ ป.ป.ท.
๒.๓ เพื่ออํานวยความสะดวกแก่ประชาชนให้สามารถติดตามสถานะเรื่องร้องเรียน และติดตามผลคดี
การทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐได้อย่างรวดเร็ว ภายใต้กรอบระยะเวลาที่กฎหมายกําหนด
๒.๔. เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการประมวลผลการวิเคราะห์การกํากับติดตามการปฏิบัติงานของหน่วยงาน
ทั้งภายในและภายนอก เพื่อประกอบการตัดสินใจของผู้บริหาร
๒.๕ เพื่อรองรับการบูรณาการฐานข้อมูลเรื่องร้องเรียนและติดตามคดีการทุจริตและประพฤติมิชอบ
ในภาครัฐเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง
๒.๖ เพื่อเป็นฐานข้อมูลให้กับรัฐบาลในการกําหนดมาตรการแนวทางการป้องกันและปราบปราม
การทุจริตและประพฤติมิชอบที่มีประสิทธิภาพ
คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๓.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย ๓.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๓.๓
ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๓.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๓.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน
ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๓.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร
พัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
๓.๗ เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
๓.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่สํานักงาน ป.ป.ท. ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
ม้
كل
-ลาป่วย-
(นางสาวณพัสตร์ ศรีสมเกียรติ) (นายชนม์สวัสดิ์ ประศาสน์ครุการ) (นายนิติธร สิริธนาชัยกุล)
กรรมการ
ประธานกรรมการ
-ลาป่วย- (นางนรินยา สุภาพพูล)
(นายมรุต อาภาอดุล)
กรรมการ
กรรมการ
(นายโสภณ ธีระวงศ์ภิญโญ)
กรรมการ
Dm/
(นางสาวกฤษณกร สีหะวงษ์)
กรรมการ
(นายพิสิษฐ์ แก้วเกตุ)
กรรมการ
120der (นายเลอสันต์ หมู่หมื่นศรี)
กรรมการ
กรรมการ
co
(นางสาวอรวรรณ ทูลมณี)
กรรมการ
رعان
(นางสาวปิยะนุช ชูเมือง)
กรรมการ
A
(นางสาวตรียภรณ์ กองอ้น)
กรรมการ
-ติดราชการ-
(นางสาวนภวรรณ รัตนวิจิตร)
กรรมการ
-ลาป่วย- (จักรกฤษณ์ ประจันพล)
พ.ต.ต.
กรรมการ
Syu (นางสาวสุธาทิพย์ วิริยะภูมิสิริ)
กรรมการ
(นางสาวลลิตตา พานิชผล)
กรรมการและเลขานุการ
-ลาป่วย- (นางสาววรัญญา ชวศุภกุล)
กรรมการ
Days
(นางจิรวดี จินดาพล)
กรรมการ
ngcommit
(นางกฤติยาวดี ณ ถลาง)
กรรมการ

  • C -
    ๓.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่น ข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
    ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
    (๑) การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
    กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้อง มีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้า หลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
    (๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก
    กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
    สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้า ทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
    (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
    (๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่น ข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
    สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้า
    ทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการ
    ร่วมค้า
    (๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้าที่ได้รับ มอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ (๓.๑) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการ จําหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
    ๓.๑๑
    ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
    (Electronic Government Procurement : e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
    ๓.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
    ๑)
    0
    ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไป ก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคล ตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
    -ลาป่วย-
    (นางสาวณพัสตร์ ศรีสมเกียรติ) (นายชนม์สวัสดิ์ ประศาสน์ครุการ)
    (นายชนม์สวัสดิ์ ประศาสน์ครุการ) (นายนิติธร สิริธนาชัยกุล)
    กรรมการ
    ประธานกรรมการ
    -ลาป่วย- (นางนรินยา สุภาพพูล)
    (นายมรุต อาภาอดุล)
    กรรมการ
    กรรมการ
    Bor
    (นายโสภณ ธีระวงศ์ภิญโญ)
    กรรมการ
    Mgr.
    (นางสาวกฤษญกร สีหะวงษ์)
    กรรมการ
    (นายพิสิษฐ แก้วเกตุ)
    กรรมการ
    /๒๕๔ (นายเลอสันต์ หมู่หมื่นศรี)
    กรรมการ
    กรรมการ
    (a
    (นางสาวอรวรรณ ทูลมณี)
    กรรมการ
    برهان
    (นางสาวปิยะนุช ชูเมือง)
    กรรมการ
    ar
    (นางสาวตรียภรณ์ กองอ้น)
    กรรมการ
    -ติดราชการ-
    ดตงขน
    -ลาป่วย-
    (นางสาวนภวรรณ รัตนวิจิตร) (นางสาววรัญญา ชวศุภกุล)
    พ.ต.ต.
    กรรมการ
    -ลาป่วย- (จักรกฤษณ์ ประจันพล)
    กรรมการ
    Sya (นางสาวสุธาทิพย์ วิริยะภูมิสิริ)
    กรรมการ
    (นางสาวลลิตตา พานิชผล)
    กรรมการและเลขานุการ
    กรรมการ
    Days
    (นางจิรวดี จินดาพล)
    กรรมการ
    ngromot (นางกฤติยาวดี ณ ถลาง)
    กรรมการ
    ๕ -
    ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงาน งบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ดังนี้ (๑) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างไม่เกิน ๑ ล้านบาท ไม่ต้องกําหนดทุนจดทะเบียน
    (๒) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ํากว่า ๑ ล้านบาท
    (๓) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ํากว่า ๒ ล้านบาท
    (๔) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๒๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ํากว่า ๓ ล้านบาท
    (๕) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๒๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน 50 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ํากว่า 4 ล้านบาท
    (๖) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 50 ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๕๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ํากว่า ๒๐ ล้านบาท
    (๗)
    (๗) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๕๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๓๐๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ํากว่า 50 ล้านบาท
    ไม่ต่ํากว่า
    (๔) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๓๐๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕๐๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ๑๐๐ ล้านบาท
    ๒๐๐ ล้านบาท
    (๔) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕๐๐ ล้านบาทขึ้นไป ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ํากว่า
    ๓. สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็น บุคคลธรรมดาให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝาก คงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอ ในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดง หนังสือรับรองบัญชี
    เงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
    ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้า ยื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
    کا
    -ลาป่วย-
    (นางสาวณพัสตร์ ศรีสมเกียรติ) (นายชนม์สวัสดิ์ ประศาสน์ครุการ) (นายนิติธร สิริธนาชัยกุล)
    ประธานกรรมการ
    -ลาป่วย- (นางนรินยา สุภาพพูล)
    กรรมการ
    kr (นายโสภณ ธีระวงศ์ภิญโญ)
    กรรมการ

(นางสาวกฤษณกร สีหะวงษ์)
กรรมการ
กรรมการ
M (นายมรุติ อาภาอดุล)
กรรมการ
(นายพิสิษฐ แก้วเกตุ)
กรรมการ
กรรมการ
ce
(นางสาวอรวรรณ ทูลมณี)
กรรมการ
عراح
(นางสาวปิยะนุช ซูเมือง)
กรรมการ
-ติดราชการ- (นางสาวนภวรรณ รัตนวิจิตร)
พ.ต.ต.
กรรมการ
-ลาป่วย-
(จักรกฤษณ์ ประจันพล)
กรรมการ
Lyn (นางสาวสุธาทิพย์ วิริยะภูมิสิริ)
กรรมการ
(นายเลอสันต์ หมู่หมื่นศรี)
ar (นางสาวตรียภรณ์ กองอ้น)
(นางสาวลลิตตา พานิชผล)
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการและเลขานุการ
-ลาป่วย- (นางสาววรัญญา ชวศุภกุล)
กรรมการ
Days
(นางจิรวดี จินดาพล)
กรรมการ
ngråmt (นางกฤติยาวดี ณ ถลาง)
กรรมการร่าง
เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
เลขที่
การจ้างโครงการระบบบริหารจัดการและติดตามสำนวนคดี การทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐ Electronic Case Management Intelligence System (E-CMIS) (ครั้งที่ ๒) ตามประกาศ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ลงวันที่ มกราคม ๒๕๖๙
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “สำนัก งาน” มีความประสงค์จะ ประกวดราคาจ้างโครงการระบบบริหารจัดการและติดตามสำนวนคดี การทุจริตและ ประพฤติมิชอบในภาครัฐ Electronic Case Management Intelligence System (E-CMIS) (ครั้งที่ ๒) ด้วย วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ตามรายการ ดังนี้
จ้าง โครงการระบบบริหารจัดการ
และติดตามสำนวนคดี การทุจริตและ
ประพฤติมิชอบในภาครัฐ
Electronic Case Management
Intelligence System (E-CMIS)
(ครั้งที่ ๒)
โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้
จำนวน ๑ งาน
๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๑.๑ ขอบเขตของงาน
๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาจ้างทำของ
๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
(๑) หลักประกันการเสนอราคา
(๒) หลักประกันสัญญา
๑.๕ บทนิยาม
(๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
(๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
(๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
๑.๗ แผนการทำงาน
๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
๒.๗ เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ สำนักงาน ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขัน อย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับการประกวดราคา ในการรับจ้าง โครงการด้านเทศโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ในวงเงินไม่น้อยกว่า ๒๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท (ยี่สิบล้านบาท ถ้วน) จำนวนไม่น้อยกว่า ๑ สัญญา โดยเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงาน เอกชนที่
สำนักงาน ป.ป.ท. เชื่อถือ และต้องเป็นผลงานสัญญาเดียวย้อนหลังไม่เกิน ๕ ปี นับจากวันที่งานแล้วเสร็จจนถึง วันที่ยื่นข้อเสนอ และเป็นสัญญาที่ได้ทำงางานแล้วเสร็จตามสัญญาซึ่งได้มีการส่งมอบงานและตรวจรับเรียบร้อย แล้ว โดยจะต้องแนบสำเนาหนังสือรับรองผลงาน สำเนาสัญญาและสำเนาขอบเขตของงาน (TOR) มาพร้อมกับ การยื่นข้อเสนอ
๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้ เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน นามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้ เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๘ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่
ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ
ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา ๖. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
(ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ
ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๘ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อ เสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือ มีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน ทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา
แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ เอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา (๕) สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ (ถ้ามี)
(๖) สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ถ้ามี)
(๗) แบบแสดงการลงทะเบียนในระบบ e-GP (ถ้ามี) (๘) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) หลักประกันการเสนอราคา ตามข้อ ๕
(๒) สำเนาหนังสือรับรองผลงานจ้าง
(๓) สำเนาสัญญา ของผลงานที่ยื่นเสนอ
(๔) สำเนาขอบเขตของงาน (TOR) ของผลงานที่ยื่นเสนอ (๕) แคตตาล็อกหรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ ของอุปกรณ์หรือครุภัณฑ์ ในโครงการ
(๖) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔. การเสนอราคา
๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วย
อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้น และจะ ต้องกรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอ โดยไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format) ๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียวโดยเสนอราคารวม ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกัน ทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้น ซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียนและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ทั้งปวงไว้แล้ว ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอราคา โดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคามิได้ ๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน ๓๖๐ วัน นับ ถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
๔.๔ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญารายละเอียด ขอบเขตของ งานฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตาม เงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. และเวลาในการเสนอราคาให้ถือ ตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์
เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และ การเสนอราคาใด ๆ โดยเด็ดขาด
๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่สำนักงานผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๗ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณาข้อ เสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะ กรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการ
พิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และสำนักงาน จะพิจารณา ลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่สำนักงานจะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ ริเริ่มให้มีการกระทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของสำนักงาน ๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
(๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่น ๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
(๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กำหนด
(๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ๔.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายใน ประเทศ โดยยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลา ดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน ๖๐ วัน
๔.๑๐ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๙๐ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา เว้นแต่เป็นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือ ที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา ๕. หลักประกันการเสนอราคา
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องวางหลักประกันการเสนอราคาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบการ จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ จำนวน ๒,๔๕๘,๑๐๐.๐๐ บาท (สองล้านสี่แสนห้าหมื่นแปดพันหนึ่งร้อยบาทถ้วน)
๕.๑ เงินสด
๕.๒ หนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารภายในประเทศตามแบบที่คณะ กรรมการนโยบายกำหนด
๕.๓ พันธบัตรรัฐบาลไทย
๕.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอนำพันธบัตรรัฐบาลไทยหรือหนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ มาวางเป็นหลักประกันการเสนอราคาจะต้องส่งต้นฉบับเอกสารดังกล่าวมาให้สำนัก งานตรวจสอบความถูกต้องในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น.
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอประสงค์จะวางหลักประกันการเสนอราคาเป็นเงินสด ให้ผู้ยื่นข้อเสนอ ดำเนินการชำระเงินผ่านช่องทางการชำระเงิน ดังนี้
โอนเงินเข้าบัญชี ธนาคารกรุงไทยจำกัด (มหาชน) เลขที่บัญชี ๕๖๘๖๐๐๐๗๔๓ ชื่อ บัญชี เงินนอกงบประมาณ สำนักงาน ป.ป.ท.
และส่งหลักฐานการชำระเงินกับธนาคาร พร้อมทั้งแบบแจ้งความประสงค์ชำระเงินค่า หลักประกันการเสนอราคา (เฉพาะกรณีที่มีหลักประกันการเสนอราคาหลายรายการพิจารณา) มาให้ สำนัก งาน ตรวจสอบความถูกต้อง โดยยื่นมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอผ่านระบบ e-GP โดยการชำระเงินและส่ง หลักฐานการชำระเงินให้ดำเนินการในวันและเวลาที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันและเวลาเสนอราคา เท่านั้น
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ประสงค์จะใช้หนังสือ ค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารในประเทศเป็นหลักประกันการเสนอราคาให้ระบุชื่อผู้เข้าร่วมค้ารายที่ สัญญาร่วมค้ากำหนดให้เป็นผู้เข้ายื่นข้อเสนอกับหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หลักประกันการเสนอราคาตามข้อนี้ สำนักงานจะคืนให้ผู้ยื่นข้อเสนอหรือผู้ค้ำประกัน ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่สำนักงานได้พิจารณาเห็นชอบรายงานผลคัดเลือกผู้ชนะการประกวดราคา เรียบร้อยแล้ว เว้นแต่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่คัดเลือกไว้ซึ่งเสนอราคาต่ำสุดหรือได้คะแนนรวมสูงสุดไม่เกิน ๓ ราย ให้คืนได้ต่อเมื่อได้ทำสัญญาหรือข้อตกลง หรือผู้ยื่นข้อเสนอได้พ้นจากข้อผูกพันแล้ว การคืนหลักประกันการเสนอราคา ไม่ว่าในกรณีใด ๆ จะคืนให้โดยไม่มีดอกเบี้ย ๖. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
๖.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ สำนักงาน จะพิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น
๖.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น ในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ สำนักงานจะพิจารณาโดยให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ำหนักที่กำหนด ดังนี้
๖.๒.๑ จ้าง โครงการระบบบริหารจัดการและติดตามสำนวนคดี การทุจริตและ ประพฤติมิชอบในภาครัฐ Electronic Case Management Intelligence System (E-CMIS) (ครั้งที่ ๒) (๑) ราคาที่ยื่นข้อเสนอ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๓๐.๐๐ โดยมี วิธีการให้คะแนน ดังนี้ ๑๐๐ - (((ราคาของผู้เสนอราคา - ราคาต่ำสุด)/ราคาต่ำสุด) * ๑๐๐) (๒) ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนอื่นๆ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๗๐.๐๐ ประกอบด้วย
(๒.๑) ผลงานและประสบการณ์ของผู้ยื่นข้อเสนอ กำหนดน้ำหนัก เท่ากับร้อยละ ๒๘.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ (คะแนนจากเกณฑ์ด้านคุณภาพ X อัตราส่วนของคะแนน ด้านคุณภาพ)/๑๐๐
(๒.๒) วิธีการบริหารงานและวิธีการปฏิบัติงาน กำหนดน้ำหนัก
เท่ากับร้อยละ ๒๘.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ (คะแนนจากเกณฑ์ด้านคุณภาพ X อัตราส่วนของคะแนน ด้านคุณภาพ)/๑๐๐
(๒.๓) มาตรฐานการพัฒนาระบบ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๗.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ (คะแนนจากเกณฑ์ด้านคุณภาพ X อัตราส่วนของคะแนนด้านคุณภาพ) /๑๐๐
(๒.๔) แผนการบำรุงรักษา ฝึกอบรม และการรับประกัน กำหนด น้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๗.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ (คะแนนจากเกณฑ์ด้านคุณภาพ X อัตราส่วนของ คะแนนด้านคุณภาพ)/๑๐๐
โดยกำหนดให้น้ำหนักรวมทั้งหมดเท่ากับร้อยละ ๑๐๐
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอ ต้องได้คะแนนรวมด้านคุณภาพไม่น้อยกว่าร้อยละ ๗๐ กรณีที่ ผู้ยื่น
ข้อเสนอ ได้คะแนนรวมด้านคุณภาพน้อยกว่าร้อยละ ๗๐ จะถือว่าเป็นผู้ไม่ผ่านคุณสมบัติทางด้านคุณภาพ ๖.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ ขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่สำนักงานกำหนดไว้ในประกาศ และเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้ เปรียบเสียเปรียบต่อ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการพิจารณาผลฯ อาจ พิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
๖.๔ สำนักงานสงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการผ่อนผัน ในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย อิเล็กทรอนิกส์
(๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ๖.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือสำนักงาน มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ สำนักงานมีสิทธิที่จะ ไม่รับข้อเสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ๖.๖ สำนักงานทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคา ที่ เสนอทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจ จะยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อ ประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของสำนักงานเป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียก ร้องค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใด ๆ มิได้ รวมทั้งสำนักงานจะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
และลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่ เชื่อถือได้ว่าการยื่นข้อเสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมายื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น
ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่ อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือสำนักงาน จะให้ผู้ ยื่นข้อเสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการตามเอกสาร ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ สำนักงาน มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอ หรือไม่รับราคาของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหาย ใด ๆ จากสำนักงาน
๖.๗ ก่อนลงนามในสัญญาสำนักงาน อาจประกาศยกเลิกการประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใด ในการเสนอราคา
๗. การทำสัญญาจ้าง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุใน ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับสำนักงาน ภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวาง หลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้สำนัก งานยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
๗.๑ เงินสด
๗.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่สำนักงาน ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ลงวันที่ที่ ใช้เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้น ไม่เกิน ๓ วัน ทำการ ๗.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง กำหนด
๗.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) ๗.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่งสำนักงาน ได้รับ
มอบไว้แล้ว
๘. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
สำนักงาน จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่าย ทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง โดยแบ่งออกเป็น ๖ งวดดังนี้ งวดที่ ๑ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานแล้ว เสร็จตามสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ได้ดำเนินการตรวจรับเป็นการเรียบร้อยแล้ว โดยมีราย ละเอียด ดังนี้
๑.๑ ดำเนินการตามข้อ ๔.๑ กิจกรรมที่ ๑ ของขอบเขตของงาน วิเคราะห์ ทบทวน
กระบวนงาน ชุดข้อมูลเพื่อรองรับการบูรณาการ เชื่อมโยงและการเปิดเผย ข้อมูล
ภาครัฐ เพื่อสรุปความต้องการที่เป็นปัจจุบันพร้อมทั้งจัดทำรายงานผล การดำเนินการ
โดยส่งมอบในรูปแบบเอกสาร จำนวน ๓ ชุด และในรูปแบบไฟล์ดิจิทัล บรรจุลงบน USB Drive จำนวน ๓ ชุด ภายใน ๙๐ วัน (นับรวมวันหยุดราชการ) นับถัดจากวันลงนามในสัญญา งวดที่ ๒ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๓๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานแล้ว เสร็จตามสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ได้ดำเนินการตรวจรับเป็นการเรียบร้อยแล้ว โดยมีราย ละเอียด ดังนี้
๒.๑ ดำเนินการตามข้อ ๔.๒ กิจกรรมที่ ๒ ของขอบเขตของงาน ออกแบบระบบ บ
บริหารจัดการและติดตามสำนวนคดีการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาค รัฐ
พร้อมทั้งจัดทำรายงานผลการดำเนินการ
๒.๒ ดำเนินการตามข้อ ๔.๓ กิจกรรมที่ ๓ ของขอบเขตของงาน การจัดหา อุปกรณ์
ครุภัณฑ์ ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ โดยดำเนินการส่งมอบอุปกรณ์และติด ตั้ง
โปรแกรม พร้อมทั้งจัดทำรายงานการส่งมอบ
๒.๓ ดำเนินการทดสอบอุปกรณ์ที่ส่งมอบ
๒.๔ ดำเนินการจัดทำเอกสารต้นแบบที่มีการปรับแต่งระบบ ตามความต้องการ จากการ
เก็บรวบรวมข้อมูล ให้เป็นระบบ Mock up
๒.๕ ดำเนินการจัดทำเอกสารแสดงขั้นตอนและการทดสอบการใช้งานของ
อุปกรณ์
โดยส่งมอบในรูปแบบเอกสาร จำนวน ๓ ชุด และในรูปแบบไฟล์ดิจิทัล บรรจุลงบน USB Drive จำนวน ๓ ชุด ภายใน ๑๘๐ วัน (นับรวมวันหยุดราชการ) นับถัดจากวันลงนามในสัญญา งวดที่ ๓ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๒๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานแล้ว เสร็จตามสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ได้ดำเนินการตรวจรับเป็นการเรียบร้อยแล้ว โดยมีราย ละเอียด ดังนี้
๓.๑ ดำเนินการตามข้อ ๔.๔ กิจกรรมที่ ๔ ของขอบเขตของงาน พัฒนาระบบ บริหาร
จัดการข้อมูลการรับเรื่องร้องเรียนของสำนักงาน ป.ป.ท. ๓.๒ ดำเนินการตามข้อ ๔.๕ กิจกรรมที่ ๕ ของขอบเขตของงาน พัฒนาระบบ กระบวนการดำเนินงานเรื่องร้องเรียนกล่าวหา
๓.๓ ดำเนินการตามข้อ ๔.๖ กิจกรรมที่ ๖ ของขอบเขตของงาน พัฒนาระบบ ฐานข้อมูล
การดำเนินการคุ้มครองพยาน พร้อมทั้งจัดทำรายงานผลการดำเนินการ ๓.๔ ดำเนินการตามข้อ ๔.๗ กิจกรรมที่ ๗ ของขอบเขตของงาน พัฒนาระบบ บริหาร
จัดการกระบวนงานพิจารณาและดำเนินการตามมติคณะกรรมการ ป.ป.ท. พร้อมทั้งจัดทำรายงานผลการดำเนินการ
๓.๕ ดำเนินการตามข้อ ๔.๘ กิจกรรมที่ ๘ ของขอบเขตของงาน ระบบบริหาร จัดการ
การตรวจสอบประวัติบุคคลและกระบวนงานภายหลังที่คณะกรรมการ ป. ป.ท.
มีมติ พร้อมทั้งจัดทำรายงานผลการดำเนินการ
โดยส่งมอบในรูปแบบเอกสาร จำนวน ๓ ชุด และในรูปแบบไฟล์ดิจิทัล บรรจุลงบน USB Drive จำนวน ๓ ชุด ภายใน ๒๕๕ วัน (นับรวมวันหยุดราชการ) นับถัดจากวันลงนามในสัญญา งวดที่ ๔ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานแล้ว เสร็จตามสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ได้ดำเนินการตรวจรับเป็นการเรียบร้อยแล้ว โดยมีราย ละเอียด ดังนี้
๔.๑ ดำเนินการตามข้อ ๔.๙ กิจกรรมที่ ๙ ของขอบเขตของงาน พัฒนาระบบ ฐานข้อมูล
การดำเนินการตามหมายจับ พร้อมทั้งจัดทำรายงานผลการดำเนินการ ๔.๒ ดำเนินการตามข้อ ๔.๑๐ กิจกรรมที่ ๑๐ ของขอบเขตของงาน พัฒนา ระบบ
บริหารจัดการกระบวนการด้านกฎหมายในทางคดี ๔.๓ ดำเนินการตามข้อ ๔.๑๑ กิจกรรมที่ ๑๑ ของขอบเขตของงาน นำเข้าข้อมูล คดี
การทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐย้อนหลัง โดยส่งมอบในรูปแบบเอกสาร จำนวน ๓ ชุด และในรูปแบบไฟล์ดิจิทัล บรรจุลงบน USB Drive จำนวน ๓ ชุด ภายใน ๓๐๐ วัน (นับรวมวันหยุดราชการ) นับถัดจากวันลงนามในสัญญา งวดที่ ๕ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๒๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานแล้ว เสร็จตามสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ได้ดำเนินการตรวจรับเป็นการเรียบร้อยแล้ว โดยมีราย ละเอียด ดังนี้
๕.๑ ดำเนินการตามข้อ ๔.๑๒ กิจกรรมที่ ๑๒ ของขอบเขตของงาน พัฒนา ระบบ
วิเคราะห์และรายงานผล พร้อมทั้งจัดทำรายงานผลการดำเนินการ ๕.๒ ดำเนินการตามข้อ ๔.๑๓ กิจกรรมที่ ๑๓ ของขอบเขตของงาน พัฒนา ระบบ
เชื่อมโยงข้อมูล พร้อมทั้งจัดทำรายงานผลการดำเนินการ ๕.๓ ดำเนินการตามข้อ ๔.๑๔ กิจกรรมที่ ๑๔ ของขอบเขตของงาน พัฒนา ระบบ
บริหารกลางและสนับสนุน พร้อมทั้งจัดทำรายงานผลการดำเนินการ ๕.๔ ดำเนินการตามข้อ ๔.๑๕ กิจกรรมที่ ๑๕ ของขอบเขตของงาน การทดสอบ ติดตั้งระบบงาน ระบบสำรอง ระบบสำรองข้อมูล พร้อมทั้งจัดทำรายงาน ผลการดำเนินการ
โดยส่งมอบในรูปแบบเอกสาร จำนวน ๓ ชุด และในรูปแบบไฟล์ดิจิทัล บรรจุลงบน USB Dive
จำนวน ๓ ชุด ภายใน ๓๓๐ วัน (นับรวมวันหยุดราชการ) นับถัดจากวันลงนามในสัญญา งวดที่ ๖ (งวดสุดท้าย) เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ ปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ได้ดำเนินการตรวจรับเป็นการเรียบร้อยแล้ว โดยมีรายละเอียด ดังนี้
๖.๑. ดำเนินการตามข้อ ๔.๑๖ กิจกรรมที่ ๑๖ ของขอบเขตของงาน การจัดฝึก อบรม
การใช้งานระบบเทคโนโลยีให้แก่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งจัดทำ รายงาน
ผลการดำเนินการ
๖.๒ จัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินงานทั้งโครงการฉบับสมบูรณ์ โดย
ประกอบด้วย
รายละเอียดอย่างน้อย ดังนี้
(๑) รายงานสรุปผลการวิเคราะห์ และออกแบบระบบ (๒) รายงานสรุปผลการเก็บความต้องการ
(๓) รายงานการจัดทำชุดข้อมูลและบริหารข้อมูล (๔) รายงานผลการทดสอบทั้งในส่วนของ Security และการทดสอบระบบ (๕) เอกสารด้าน PDPA ได้แก่ บันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผล ข้อมูล
ส่วนบุคคล (ROPA), เอกสารประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) ของระบบ
(๖) ข้อเสนอแนะอื่น ๆ
๖.๓ จัดทำเอกสารรายละเอียดและโครงสร้างระบบ อย่างน้อยดังนี้ System Specification, Work Flow Diagram, Data Flow Diagram, Use Case Diagram และ Data Dictionary ๖.๔ คู่มือการใช้งานของผู้ใช้งานในแต่ละระบบ (User manual) ๖.๕ คู่มือการใช้งานของผู้ดูแลระบบ (Admin User Manual) ๖.๖ ส่งมอบซอร์สโค้ดเวอร์ชั่นส่าสุดของระบบ ในรูปแบบไฟล์ดิจิทัล ๖.๗ ส่งมอบเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบ โดยส่งมอบในรูปแบบเอกสาร จำนวน ๓ ชุด และในรูปแบบไฟล์ดิจิทัล บรรจุลงบน USB Drive
จำนวน ๓ ชุด ภายใน ๓๖๐ วัน (นับรวมวันหยุดราชการ) นับถัดจากวันลงนามในสัญญา ๙. อัตราค่าปรับ
ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลง จ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
๙.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับ อนุญาตจากสำนักงาน จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงาน จ้างช่วงนั้น
๙.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๙.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็น รายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้าง
๙.๓ ในกรณีผู้รับจ้างไม่ดำเนินการตรวจสอบหรือแก้ไขปัญหาภายในเวลาที่กำหนด ตามข้อ ๑๐.๓ ผู้รับจ้างยินยอมให้สำนักงาน ป.ป.ท. คิดค่าปรับ ดังนี้
๙.๓.๑ ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถดำเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน ๔ ชั่วโมง นับจากเวลาที่ได้รับแจ้ง ผู้รับจ้างยินยอมให้สำนักงาน ป.ป.ท. คิดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ
๐.๑ ของวงเงินตามสัญญา โดยคำนวณจากระยะเวลาที่เกินกำหนด ไปจนถึงเวลาที่แก้ไขแล้วเสร็จและสามารถ ใช้งานระบบได้เป็นปกติ และให้นับ ๒๔ ชัวโมง เท่ากับ ๑ วัน เศษของวันคิดเป็นหนึ่งวัน ๙.๓.๒ สำนักงาน ป.ป.ท. มีสิทธิ์หักค่าปรับดังกล่าวจากเงินประกันสัญญา ๑๐. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งได้ทำสัญญาจ้างตามแบบดังระบุในข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ แล้วแต่กรณี จะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายใน ระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๒ ปี นับถัดจากวันที่สำนักงานได้รับมอบงาน โดยผู้รับจ้างมีหน้าที่ในการสนับสนุน ดูแล และบำรุงรักษาระบบ
ให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดระยะเวลารับประกัน ทั้งนี้ ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่ เกิดขึ้นทั้งหมด โดยดำเนินการอย่างน้อยดังต่อไปนี้
๑๐.๑ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิค เพื่อให้คำปรึกษา สนับสนุน นการแก้ไขปัญหาและปรับปรุงระบบให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
๑๐.๒ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีระบบสำหรับการรับแจ้งปัญหา ข้อขัดข้อง ที่สามารถบันทึก ติดตามสถานะ และรายงานผลการแก้ไขปัญหาได้เป็นอย่างน้อย
๑๐.๓ เมื่อเกิดปัญหาหรือข้อผิดพลาดจากการใช้งานระบบ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานไม่ได้ ทั้งหมดหรือบางส่วน ผู้รับจ้างต้องเริ่มดำเนินการตรวจสอบและแก้ไขให้ใช้งานได้ดีดังเดิม ภายใน ๔ ชั่วโมง นับ จากเวลา
ที่ได้รับแจ้ง หากผู้รับจ้างไม่สามารถดำเนินการแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องได้ในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับจ้างจะต้อง รายงานปัญหาพร้อมทั้งแนวทางการแก้ไขให้สำนักงาน ป.ป.ท. ทราบ เป็นลายลักษณ์อักษรภายใน ๕ วันทำ การ นับจากวันที่ได้รับแจ้ง และสำนักงาน ป.ป.ท. สงวนสิทธิ์ในการดำเนินการหาวิธีการแก้ไขเอง หรือจ้างผู้อื่น ดำเนินการแก้ไข
ข้อขัดข้องดังกล่าว โดยผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบชำระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมด
๑๐.๔ จัดทำรายงานสรุปปัญหาการใช้งาน แนวทางการแก้ไขปัญหา และแนวทางการ ป้องกันปัญหา พร้อมทั้งจัดทำรายงานการใช้งานระบบ อย่างน้อยเดือนละ ๑ ครั้ง
๑๐.๕ จัดประชุมติดตามผลการดำเนินงานหรือการบำรุงรักษา ร่วมกับผู้รับผิดชอบ โครงการของสำนักงาน ป.ป.ท. อย่างน้อยไตรมาสละ ๑ ครั้ง หรือเมื่อสำนักงาน ป.ป.ท. เห็นสมควร เพื่อเสนอ แนวทางการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพของระบบ
๑๐.๖ สนับสนุนการใช้งานระบบให้สามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องและมี ประสิทธิภาพ รวมทั้งให้คำแนะนำในการใช้งานระบบบแก่เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ
๑๐.๗ ดำเนินการปรับปรุงหรือแก้ไขเอกสาร คู่มือ และรายงานที่เกี่ยวข้องกับ โครงการ
ให้ถูกต้องและทันสมัย รวมถึงจัดให้มีการฝึกอบรมผู้ใช้งานตามแผนการฝึกอบรมที่ได้เสนอไว้ในงวดงานที่ ๑ โดยต้องครอบคลุมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถใช้งาน บริหารจัดการ และบำรุง
รักษาระบบได้ด้วยตนเอง
๑๐.๘ ในระหว่างระยะเวลารับประกัน หากสำนักงาน ป.ป.ท. มีความจำเป็นต้อง ปรับปรุง แก้ไข
หรือเพิ่มเติมรายละเอียดของระบบ เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพการใช้งานจริง โดยไม่เป็นการเปลี่ยนแปลง โครงสร้างหลักของระบบ ผู้รับจ้างต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ทั้งนี้ การปรับปรุงดัง กล่าวให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของภาระหน้าที่ในช่วงระยะเวลารับประกันผลงาน
๑๑. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
๑๑.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ สำนักงานได้รับอนุมัติเงินค่าจ้างจากเงิน งบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ แล้วเท่านั้น
๑๑.๒ เมื่อสำนักงานได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลงจ้าง ตามการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามาจาก ต่างประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตาม กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริม
การพาณิชยนาวี ดังนี้
(๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
(๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดย เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
(๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
๑๑.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งสำนักงานได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็น หนังสือภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ สำนักงานจะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้ ออกหนังสือค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้ง จะพิจารณาให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ๑๑.๔ สำนักงานสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบสัญญาหรือ ข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
๑๑.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของสำนักงาน คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อ
เสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติม
๑๑.๖ สำนักงาน อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จะเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ จากสำนักงานไม่ได้
(๑) สำนักงานไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้รับจัดสรร แต่ ไม่เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
(๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่น ใด ในการเสนอราคา
(๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่สำนักงาน หรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
(๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
๑๑.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
๑๒. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
๑๓. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
สำนักงาน สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการ คัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับสำนักงาน ไว้ชั่วคราว
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ
มกราคม ๒๕๖๙
สำเนาถูกต้อง
ภัคจิรา ดิวรางกูร
(นางภัคจิรา ดิวรางกูร)
นักวิชาการพัสดุชำนาญการพิเศษ ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๖๙ โดย นางภัคจิรา ดิวรางกูร นักวิชาการพัสดุ ชำนาญการพิเศษราง
ประกาศสํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ
เรื่อง ประกวดราคาจ้างโครงการระบบบริหารจัดการและติดตามสํานวนคดี การทุจริตและประพฤติมิชอบ ในภาครัฐ Electronic Case Management Intelligence System (E-CMIS) (ครั้งที่ ๒) ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
สํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ มีความประสงค์จะ ประกวดราคาจ้างโครงการระบบบริหารจัดการและติดตามสํานวนคดี การทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐ Electronic Case Management Intelligence System (E-CMIS) (ครั้งที่ ๒) ด้วยวิธีประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ราคากลางของงานจ้าง ในการประกวดราคาครั้งนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น ๔๙,๓๕๕,๒๗๖.๐๐ บาท (สี่สิบเก้าล้านสามแสนห้าหมื่นห้าพันสองร้อยเจ็ดสิบหกบาทถ้วน) จํานวน ๑
รายการ
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอโดยแสดงหลักฐานถึงขีดความสามารถและความพร้อมที่มีอยู่ใน
วันยื่นขอเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
ระหว่างเวลา
ราคา
ลงวันที่
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติให้เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กําหนด ๒. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่
น. ซึ่งสามารถจัดเตรียมเอกสารข้อเสนอได้ตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงวันเสนอ
น. ถึง
๓. ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เลขที่ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๙ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ได้ตั้งแต่วันที่ ประกาศจนถึงวันเสนอราคา ได้ที่เว็บไซต์ www.pacc.go.th หรือ e-mail : [email protected] หรือ www.gprocurement.go.th
ประกาศ ณ วันที่
มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๙
(นายภูมิวิศาล เกษมศุข)
เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท.
สําเนาถูกต้อง
ภัคจิรา ดิวรางกูร
(นางภัคจิรา ดิวรางกูร)
นักวิชาการพัสดุชํานาญการพิเศษ ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๖๙
โดย นางภัคจิรา ดิวรางกูร นักวิชาการพัสดุ นํานาญการพิเศษ