ประกวดราคาจ้างโครงการจัดทำระบบติดตามและรายงานผลการจัดการสาธารณูปโภคภายในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ (SEPZ Utility Management Monitoring Center UMMC)
สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) มีความจำเป็นต้องจัดทำระบบติดตามและรายงานผลการจัดการสาธารณูปโภคในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ (SEPZ Utility Management Monitoring Centre: UMMC) เพื่อสร้างกลไกการติดตามความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและการจัดการทรัพยากรในพื้นที่เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตอบสนองต่อความต้องการของนักลงทุนและสังคม
ระบบ UMMC ที่จะพัฒนาขึ้นนี้เป็นระบบเว็บแอปพลิเคชันที่มีหน้าที่หลักในการบันทึกข้อมูล สืบค้น จัดการข้อมูล ติดตามความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานระบบสาธารณูปโภค และแจ้งเตือนค่าตรวจวัดทางคุณภาพสิ่งแวดล้อมแบบเรียลไทม์ (Real-time) โดยการทำงานของระบบจะอาศัยการเชื่อมต่อและประมวลผลข้อมูลจากระบบต้นทาง (Source Systems) เช่น ศูนย์เฝ้าระวังหรือระบบควบคุมกลาง (Monitoring / Control Center) ที่รวบรวมข้อมูลจากอุปกรณ์ตรวจวัด (IoT/Sensor/SCADA System) รวมถึงสามารถบูรณาการข้อมูลจากระบบต้นทางหลายแหล่งได้ (Data Integration)
โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการทรัพยากร ลดปัญหามลพิษ สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ผู้ประกอบการ และประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาเศรษฐกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน
English summary
The Office of the Eastern Special Development Zone Policy Committee (EEC) requires the development of a Utility Management Monitoring Centre (UMMC) system for Special Economic Promotion Zones (SEPZ). This project aims to establish an effective, transparent, and responsive mechanism for monitoring infrastructure readiness and resource management within SEPZ areas to meet the needs of investors and society.
The UMMC system to be developed is a web-based application designed to record, retrieve, manage data, monitor utility infrastructure readiness, and provide real-time alerts for environmental quality measurements. The system will function by connecting to and processing data from source systems, such as monitoring or central control centers that gather information from IoT sensors or SCADA systems, and will be capable of integrating data from multiple sources.
This project aims to enhance resource management efficiency, reduce pollution issues, build confidence among investors, businesses, and local residents, and foster collaboration among relevant agencies in promoting environmentally friendly and sustainable economic development.
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อจัดทำระบบติดตามและรายงานผลการจัดการสาธารณูปโภคในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ
- สำหรับบันทึกข้อมูล สืบค้น จัดการข้อมูล
- ติดตามความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานระบบสาธารณูปโภค
- แจ้งเตือนค่าตรวจวัดทางคุณภาพสิ่งแวดล้อมได้แบบ Real-time
- เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการทรัพยากร และลดปัญหามลพิษ
- สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ผู้ประกอบการ และประชาชนในพื้นที่
- สร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สอดคล้องตามหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน
ขอบเขตของงาน
- การพัฒนาระบบเว็บแอปพลิเคชันสำหรับติดตามและรายงานผลการจัดการสาธารณูปโภค (UMMC)
- การออกแบบระบบให้สามารถบันทึก เก็บ สืบค้น และจัดการข้อมูล
- การพัฒนาระบบติดตามความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานระบบสาธารณูปโภค
- การพัฒนาระบบแจ้งเตือนค่าตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมแบบเรียลไทม์
- การออกแบบและพัฒนาระบบให้สามารถเชื่อมต่อและประมวลผลข้อมูลแบบเรียลไทม์จากระบบต้นทาง (Source Systems) เช่น ศูนย์เฝ้าระวังหรือระบบควบคุมกลาง (Monitoring/Control Center)
- การพัฒนาความสามารถในการบูรณาการข้อมูลจากระบบต้นทางหลายแหล่ง (Data Integration)
- การจัดเตรียมและเสนอแผนการดำเนินงานและบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- ระบบติดตามและรายงานผลการจัดการสาธารณูปโภคในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ (SEPZ UMMC) ที่เป็น Web-based Application
- ระบบที่สามารถเชื่อมต่อและประมวลผลข้อมูลแบบ Real-time จาก Source Systems/IoT/Sensor/SCADA
- ระบบที่มีความสามารถในการบูรณาการข้อมูลจากหลายแหล่ง (Data Integration)
- ระบบที่มีฟีเจอร์บันทึกข้อมูล สืบค้น จัดการข้อมูล ติดตามโครงสร้างพื้นฐาน และแจ้งเตือน
- เอกสารแสดงรายละเอียดคุณสมบัติของบุคลากรตามรูปแบบที่กำหนด
ระยะเวลาดำเนินการ
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนข้อมูลครบถ้วนในระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง
- Standards Compliance: ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องได้รับการรับรองมาตรฐานเพื่อรับรองกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์และ/หรือการจัดการความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล อย่างน้อยหนึ่งมาตรฐานต่อไปนี้: ISO/IEC 29110 (Basic Profile) หรือ ISO/IEC 27001 (Information Security Management) หรือ ISO/IEC 20000-1 (Service Management) หรือ CMMI (Capability Maturity Model Integration) หรือมาตรฐานอื่นที่เทียบเท่า
- Experience: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานด้านการพัฒนาระบบสารสนเทศที่มีลักษณะเช่นเดียวกับงานที่ประกวดราคาจ้างนี้ คือ เป็นระบบติดตามและรายงานผลแบบ Web-based Application ที่มีฟีเจอร์ (1) เชื่อมต่อและประมวลผลข้อมูลแบบ Real-time จาก Source Systems/IoT/Sensor/SCADA และ (2) บูรณาการข้อมูลจากระบบต้นทางหลายแหล่ง (Data Integration)
- Previous Project Cost: ผลงานดังกล่าวต้องมีวงเงินไม่น้อยกว่า 2,500,000.00 บาท (สองล้านห้าแสนบาทถ้วน) ซึ่งเป็นผลงานในสัญญาเดียว
- Technical Capabilities: ความสามารถในการพัฒนา Web-based Application, การเชื่อมต่อและประมวลผลข้อมูลแบบ Real-time, การบูรณาการข้อมูล (Data Integration), การพัฒนาระบบที่ทำงานกับข้อมูลจาก IoT/Sensor/SCADA Systems
- Personnel: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดเตรียมบุคลากรที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ เพื่อดำเนินการตามโครงการนี้ โดยต้องจัดทำเอกสารแสดงรายละเอียดคุณสมบัติของบุคลากรตามรูปแบบที่กำหนดในเอกสารแนบ 1
เกณฑ์การพิจารณา
ข้อกำหนดทางเทคนิค
ระบบต้องเป็น Web-based Application สำหรับติดตามและรายงานผลการจัดการสาธารณูปโภค (UMMC) โดยต้องมีฟีเจอร์หลัก ดังนี้
- สามารถบันทึกข้อมูล สืบค้น จัดการข้อมูล
- สามารถติดตามความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานระบบสาธารณูปโภค
- สามารถแจ้งเตือนค่าตรวจวัดทางคุณภาพสิ่งแวดล้อมได้แบบ Real-time
- สามารถเชื่อมต่อและประมวลผลข้อมูลแบบ Real-time จากระบบต้นทาง (Source Systems) เช่น ศูนย์เฝ้าระวังหรือระบบควบคุมกลาง (Monitoring/Control Center) ที่รวบรวมข้อมูลจากอุปกรณ์ตรวจวัด (IoT/Sensor/SCADA System)
- สามารถบูรณาการข้อมูลจากระบบต้นทางหลายแหล่ง (Data Integration)
เงื่อนไขสัญญา
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
ระบบ UMMC นี้จะเชื่อมต่อกับแหล่งข้อมูลใดบ้าง?
ระบบจะเชื่อมต่อและประมวลผลข้อมูลแบบ Real-time จากระบบต้นทาง (Source Systems) เช่น ศูนย์เฝ้าระวังหรือระบบควบคุมกลาง (Monitoring/Control Center) ที่รวบรวมข้อมูลจากอุปกรณ์ตรวจวัดต่างๆ เช่น IoT, Sensor หรือ SCADA System -
ระบบมีความสามารถในการบูรณาการข้อมูลอย่างไร?
ระบบ UMMC ออกแบบมาให้สามารถบูรณาการข้อมูลจากระบบต้นทางหลายแหล่ง (Data Integration) เข้าด้วยกันได้ เพื่อให้ได้มุมมองข้อมูลที่ครบถ้วนและเชื่อมโยงกันสำหรับการติดตามและรายงานผล -
ระบบแจ้งเตือนทำงานบนพื้นฐานข้อมูลแบบใด?
ระบบจะแจ้งเตือนค่าตรวจวัดทางคุณภาพสิ่งแวดล้อมได้แบบ Real-time โดยอาศัยข้อมูลที่ประมวลผลทันทีจากอุปกรณ์ตรวจวัดและระบบต้นทางที่เชื่อมต่ออยู่ -
ผู้ใช้ระบบ UMMC เป็นใครบ้าง?
จากวัตถุประสงค์ ระบบนี้ออกแบบมาเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ผู้ประกอบการ ประชาชนในพื้นที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยคาดว่าผู้ใช้หลักน่าจะเป็นหน่วยงานของ สกพอ. และผู้เกี่ยวข้องกับการจัดการเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ -
โครงการนี้สอดคล้องกับนโยบายใดของประเทศ?
โครงการนี้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2561 ในการพัฒนากิจกรรมเศรษฐกิจที่ทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน -
ข้อมูลที่บันทึกในระบบครอบคลุมด้านใดบ้าง?
ข้อมูลครอบคลุมด้านการจัดการสาธารณูปโภคในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งรวมถึงข้อมูลความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน และข้อมูลคุณภาพสิ่งแวดล้อมจากค่าตรวจวัดต่างๆ -
ระบบนี้ช่วยลดปัญหามลพิษได้อย่างไร?
ผ่านการแจ้งเตือนค่าตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมแบบ Real-time ทำให้หน่วยงานที่รับผิดชอบสามารถตรวจจับปัญหาได้ทันทีและดำเนินการแก้ไขได้รวดเร็วขึ้น -
ระบบช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนได้อย่างไร?
โดยการแสดงข้อมูลความพร้อมและมาตรฐานของระบบสาธารณูปโภคในพื้นที่แบบโปร่งใสและทันสมัย ทำให้นักลงทุนสามารถประเมินศักยภาพและความเหมาะสมของพื้นที่สำหรับการลงทุนได้ดียิ่งขึ้น -
คำว่า “เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ” ในที่นี้หมายถึงอะไร?
หมายถึงพื้นที่ที่ได้รับการประกาศกำหนดโดยคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เพื่อรองรับและส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษ ตามมาตรา 39-41 ของ พ.ร.บ. เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก -
ระบบ UMMC มีความแตกต่างจากระบบติดตามทั่วไปอย่างไร?
แตกต่างที่การออกแบบมาเฉพาะสำหรับการจัดการสาธารณูปโภคตามมาตรฐานของเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ โดยเน้นการเชื่อมต่อข้อมูลแบบ Real-time จากอุปกรณ์ตรวจวัดและการบูรณาการข้อมูลจากหลายแหล่งเพื่อการตัดสินใจที่ครบถ้วน
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
โครงการจัดทําระบบติดตามและรายงานผลการจัดการสาธารณูปโภคในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ
(SEPZ Utility Management Monitoring Center: UMMC)
โดยสํานักพัฒนาเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ สายงานเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ
สํานักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.)
- ความเป็นมา
หนึ่งในวัตถุประสงค์สําคัญตามพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2561 คือ การพัฒนากิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มีความทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการ แข่งขันของประเทศ การพัฒนาดังกล่าวถูกผลักดันผ่านการจัดตั้ง “เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ” ซึ่งเป็นพื้นที่ที่
ได้รับการประกาศกําหนดโดยคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก มีเป้าหมายในการรองรับ
และส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษต่าง ๆ ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและนโยบาย การพัฒนาที่ยั่งยืน ตามมาตรา 39 มาตรา 40 และมาตรา 41 ของพระราชบัญญัติฉบับนี้ เจ้าของที่ดิน ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกสามารถยื่นขอจัดตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษได้ โดยต้องปฏิบัติตาม
หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในประกาศสํานักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออก เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจัดตั้ง เปลี่ยนแปลง และยุบเลิกเขตส่งเสริมเศรษฐกิจ
พิเศษ พ.ศ. 2568
พื้นที่ที่ได้รับการกําหนดเป็นเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ เจ้าของที่ดินต้องดําเนินการพัฒนาและดูแล
รักษาระบบสาธารณูปโภคให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กําหนดในประกาศสํานักงานคณะกรรมการนโยบายเขต
พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เรื่อง มาตรฐานระบบสาธารณูปโภคในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ พ.ศ. 2568
ซึ่งมาตรฐานเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นกลไกสําคัญในการผลักดันให้พื้นที่เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษต้องมี
ความพร้อมที่จะรองรับการลงทุนจากนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อ
สิ่งแวดล้อมตามหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน
ดังนั้นเพื่อให้การติดตามความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและการจัดการทรัพยากรในเขตส่งเสริม เศรษฐกิจพิเศษเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีความโปร่งใส และสามารถตอบสนองต่อความต้องการของทั้ง นักลงทุนและสังคมที่ให้ความสําคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน จึงมีความจําเป็นในการจัดทําระบบติดตามและ รายงานผลการจัดการสาธารณูปโภคในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ (SEPZ Utility Management Monitoring Centre, UMMC) โดยโครงการนี้ไม่เพียงแต่สร้างความเชื่อมั่นต่อการลงทุน แต่ยังส่งเสริมภาพลักษณ์ของ ประเทศไทยในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและที่ยั่งยืนในระยะยาวอีกด้วย - วัตถุประสงค์
เพื่อจัดทําระบบติดตามและรายงานผลการจัดการสาธารณูปโภคในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ สําหรับ
บันทึกข้อมูล สืบค้น จัดการข้อมูล ติดตาม ความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานระบบสาธารณูปโภคและ แจ้งเตือนค่าตรวจวัดทางคุณภาพสิ่งแวดล้อมได้แบบ Real-time เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการทรัพยากร และลดปัญหามลพิษ สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ผู้ประกอบการ และประชาชนในพื้นที่ และสร้าง ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สอดคล้อง
ตามหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน - คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
3.1 มีความสามารถตามกฎหมาย 3.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย 3.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
3.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว
เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศ ของกรมบัญชีกลาง
3.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงาน
ของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดาเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
3.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหาร
พัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
3.7 เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
3.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่สํานักงาน คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ และไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
ะ
ครงน
3.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาล ของผู้ยื่น ข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
3.10 ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
3.10.1 การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของ ผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
-2-
3.10.2 กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการ
ร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้า
ทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
3.10.3 การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
- กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย
จะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า - การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้าที่ได้รับ มอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ 1) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจําหน่าย เอกสารซื้อหรือจ้าง
3.11 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement: e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
3.12 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
3.12.1 กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้ จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ 1 ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่น ข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก 1 ปี ได้
3.12.2 กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดย ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ํากว่า 2 ล้านบาท
3.12.3 สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็น บุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝาก คงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอใน
-3-
แต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชี
เงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
3.12.4 กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอ ที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
(1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือ สัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของ มูลค่างบประมาณของ โครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ํา ประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้ง เวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สํานักงานสาขา รับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน
90 วัน
(2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดา ที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของ มูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือ
บริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์
และ ประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง
ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ
อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน
3.12.5 กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่ มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ 3.12.2 ข้อ 3.12.3 และข้อ 3.12.4 (2) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่
กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการ รับรองเอกสาร พ.ศ. 2539 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หาก ผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสาร
ไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
3.12.6 กรณีตามข้อ 3.12.1 - ข้อ 3.12.5 ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้
-4-
(1) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ ตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(3) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงาน จ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้ว ก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
จัดซื้อจัดจ้างฯ
(4) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติการ
(5) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(6) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
3.13 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานด้านการพัฒนาระบบสารสนเทศที่มีลักษณะเช่นเดียวกับงาน ที่ประกวดราคาจ้างนี้ กล่าวคือ เป็นระบบติดตามและรายงานผลแบบ Web-based Application ที่มีฟีเจอร์ (Feature) ดังนี้
(1) สามารถเชื่อมต่อและประมวลผลข้อมูลแบบ Real-time จากระบบต้นทาง (Source Systems) ที่รวบรวมข้อมูลจากอุปกรณ์ตรวจวัด (IoT/Sensor/SCADA System) เช่น ศูนย์เฝ้าระวังหรือระบบ ควบคุมกลาง (Monitoring / Control Center)
(2) สามารถบูรณาการข้อมูลจากระบบต้นทางหลายแหล่ง (Data Integration)
ในวงเงินไม่น้อยกว่า 2,500,000,00 บาท (สองล้านห้าแสนบาทถ้วน) ซึ่งเป็นผลงานดังกล่าวต้องเป็น ผลงานในสัญญาเดียว และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนที่มีความน่าเชื่อถือ และเป็นสัญญาที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้ทํางานแล้วเสร็จตามสัญญาซึ่งได้มีการส่งมอบงานและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
ภายในระยะเวลา 10 ปี นับถึงวันยื่นข้อเสนอ พร้อมทั้งแนบสําเนาสัญญาหรือหลักฐานแห่งข้อตกลง และสําเนา หนังสือรับรองผลงาน
3.14 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดเตรียมบุคลากรที่มีประสบการณ์มีความเชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ เพื่อดําเนินการตามโครงการนี้ โดยต้องจัดทําเอกสารแสดงรายละเอียดคุณสมบัติของบุคลากรตามรูปแบบ ที่กําหนด หรือเอกสารประกอบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องและจําเป็นในการพิจารณาคุณสมบัติของเจ้าหน้าที่ดังกล่าว ในวันที่ยื่นข้อเสนอ คุณสมบัติของบุคลากรและรูปแบบการจัดทําเอกสารตามที่กําหนดไว้ในเอกสารแนบ 1 โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดหาบุคลากรตามที่เสนอมาในการดําเนินงานในโครงการอย่างครบถ้วนด้วย ทั้งนี้ เอกสารต่าง ๆ จะต้องเป็นเอกสารที่ยังไม่หมดอายุในวันที่ยื่นข้อเสนอ และมีระยะเวลาครอบคลุมตลอด ระยะเวลาดําเนินโครงการ
3.15 ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องได้รับการรับรองมาตรฐานเพื่อรับรองกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์และ/หรือ การจัดการความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล อย่างน้อยหนึ่งมาตรฐานต่อไปนี้ ได้แก่ ISO/IEC 29110 (Basic
-5-