ประกวดราคาจ้างเหมาเพิ่มประสิทธิภาพและรักษาความต่อเนื่องของแพลตฟอร์ม LANDX
โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อรักษาความต่อเนื่องและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของแพลตฟอร์ม LANDX (Land Explorer) ซึ่งเป็นเครื่องมือภูมิสารสนเทศสำคัญของ สทอภ. สำหรับบริหารจัดการการใช้ประโยชน์ที่ดินของประเทศให้เป็นระบบ โปร่งใส และยั่งยืน โดยสนับสนุนการติดตามการใช้ที่ดิน การตรวจสอบแหล่งผลิตสินค้าเพื่อปฏิบัติตามกฎระเบียบสากล (เช่น EUDR) และการวิเคราะห์พื้นที่รกร้าง
ขอบเขตงานครอบคลุมการบริหารโครงการ การประชุม Kick-off และการจัดทำแผนโครงการ จากนั้นจะดำเนินการพัฒนาปรับปรุงระบบหลักต่างๆ บนแพลตฟอร์ม ได้แก่ แนวทางการออกแบบและพัฒนาระบบ ระบบจัดการข้อมูล (Data Management) ระบบการให้บริการข้อมูล (Data Service System) ระบบประมวลผลอัตโนมัติ (Automated Data Processing) ระบบจัดการผู้ใช้งาน (Authentication & User Management) ระบบ TerraLENS สำหรับติดตามและวิเคราะห์การใช้ที่ดิน ระบบตรวจสอบ EUDR (EUDR Checker) และระบบจัดการภูมิสารสนเทศเชิงความน่าเชื่อถือ (Trusted Geo-Informatics System: TGIS) พร้อมทั้งปรับปรุง Landing Page การติดตั้งระบบ ทดสอบระบบ และฝึกอบรมการใช้งาน
งานพัฒนาจะยึดหลักการใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส การออกแบบตามสถาปัตยกรรม Cloud-Native Geospatial (CNG) การเชื่อมต่อ API ผ่าน GISTDA API Gateway และการจัดการซอร์สโค้ดผ่าน GitLab โดยมุ่งเพิ่มความเสถียร ทันสมัย และความน่าเชื่อถือของข้อมูลผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Blockchain ตามกรอบ IPT (Integrity – Provenance – Trust)
English summary
This project aims to maintain the continuity and enhance the performance of the LANDX (Land Explorer) platform, a crucial geospatial information tool developed by GISTDA for systematic, transparent, and sustainable land management in Thailand. It supports land use monitoring, commodity production source verification for international compliance (e.g., EUDR), and analysis of vacant land.
The scope of work includes project management, a kick-off meeting, and project plan preparation. The core activities involve the development, improvement, and maintenance of key platform systems. These systems encompass design and development methodology, data management, data service system, automated data processing, authentication & user management, the TerraLENS system for land use tracking and analysis, the EUDR Checker system for regulation compliance, and the Trusted Geo-Informatics System (TGIS). Additional tasks include landing page enhancement, system deployment, testing, and user training.
Development must adhere to open-source software principles, Cloud-Native Geospatial (CNG) architecture, API integration via the GISTDA API Gateway, and source code management using GitLab. The overarching goal is to improve system stability, modernity, and data trustworthiness through the application of Blockchain technology based on the IPT (Integrity – Provenance – Trust) framework.
ไม่ได้ระบุสถานที่ตั้งโครงการ (Location) ที่ชัดเจน นอกเหนือจากหน่วยงานรับผิดชอบคือ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (สทอภ.)
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อรักษาความต่อเนื่องในการให้บริการ พร้อมทั้งปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบต่างๆ บนแพลตฟอร์ม LANDX เพื่อให้ระบบมีความเสถียร ทันสมัย และสามารถรองรับการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- เพื่อยกระดับความน่าเชื่อถือของข้อมูลเชิงพื้นที่และรองรับการใช้งานด้านการกำกับดูแลและการตรวจสอบ ด้วยแนวทางการจัดการข้อมูลตามหลักการ IPT (Integrity – Provenance – Trust) ด้วยเทคโนโลยี Blockchain
ขอบเขตของงาน
- จัดประชุมเริ่มโครงการ (Kick-off Meeting) ร่วมกับผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของ สทอภ. ภายใน 15 วันนับจากวันลงนามสัญญา
- จัดทำแผนการบริหารโครงการเสนอต่อ สทอภ. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ ครอบคลุมกรอบแนวคิด, โครงสร้างบุคลากร, แผนดำเนินโครงการโดยละเอียด และวิธีการดำเนินงาน
- ดำเนินการรักษาความต่อเนื่อง พัฒนา ปรับปรุง และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบต่างๆ บนแพลตฟอร์ม LANDX ตามแนวทางการออกแบบที่กำหนด
- ปรับปรุงหน้าเว็บส่วนแรก (Landing Page)
- ดำเนินการติดตั้งระบบที่พัฒนาเพิ่มเติมหรือปรับปรุงเรียบร้อยแล้ว
- ทดสอบระบบและจัดทำรายงานผลการทดสอบ
- ฝึกอบรมการใช้งานและดูแลแพลตฟอร์มแก่ผู้เกี่ยวข้อง
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- การประชุม Kick-off Meeting
- แผนการบริหารโครงการ (Project Management Plan)
- ระบบแพลตฟอร์ม LANDX ที่ได้รับการปรับปรุงและพัฒนาตามขอบเขตงาน (รวมทั้งระบบย่อยทั้งหมด)
- หน้า Landing Page ที่ปรับปรุงแล้ว
- ระบบที่ติดตั้งและพร้อมให้บริการบน Production Zone
- รายงานผลการทดสอบระบบ (Test Report)
- การฝึกอบรมการใช้งานและดูแลระบบ
- เอกสารประกอบการใช้งาน API (API Documentation) ตามมาตรฐาน OpenAPI Specification 3.0+
- รายการและผลการวิเคราะห์ข้อมูลสำหรับปรับปรุงสถาปัตยกรรมข้อมูลแบบ Cloud-Optimized Geospatial
- ซอร์สโค้ดทั้งหมดที่จัดการผ่าน GitLab
ระยะเวลาดำเนินการ
ไม่ได้ระบุระยะเวลาโครงการที่ชัดเจนใน TOR ส่วนนี้ กำหนดเฉพาะเวลาเริ่มงานบางส่วน เช่น ต้องจัดประชุม Kick-off Meeting ภายใน 15 วันนับจากวันลงนามในสัญญา
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: ต้องเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลที่มีอาชีพรับจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
- Standards Compliance: ไม่ได้ระบุมาตรฐาน ISO โดยตรง แต่ต้องพัฒนาระบบให้สอดคล้องกับมาตรฐาน เช่น OGC API suite, OpenAPI Specification 3.0+, หลักการของ Cloud Native Computing Foundation (CNCF)
- Experience: ไม่ได้ระบุประสบการณ์เฉพาะเจาะจง (เช่น ปีในธุรกิจ, โครงการที่คล้ายกัน) ไว้ในส่วนคุณสมบัติ
- Previous Project Cost: ไม่ได้ระบุ
- Technical Capabilities: ต้องมีความสามารถในการพัฒนาและบริหารจัดการระบบตามข้อกำหนดทางเทคนิคโดยละเอียดใน TOR อาทิ:
- การพัฒนาบนพื้นฐานซอฟต์แวร์รหัสเปิด (Open Source Software) เป็นหลัก
- การออกแบบระบบให้เป็น Cloud-Native Geospatial (CNG) และรองรับรูปแบบข้อมูลเช่น COG, Zarr, GeoParquet
- การทำงานบน Containerized Environment (Kubernetes)
- การเชื่อมต่อและบูรณาการ API ผ่าน GISTDA API Gateway
- การใช้เครื่องมือควบคุมเวอร์ชัน (GitLab)
- การพัฒนาตามสถาปัตยกรรม Service Mesh Architecture
- การจัดการข้อมูลเชิงพื้นที่บน Object Storage (เช่น S3-compatible)
- การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Blockchain สำหรับหลักการ IPT
- Personnel: ไม่ได้ระบุคุณวุฒิพนักงานเฉพาะ (เช่น ระดับปริญญา, การรับรอง) ไว้ในส่วนคุณสมบัติเบื้องต้น แต่อาจระบุในแผนบริหารโครงการเกี่ยวกับโครงสร้างบุคลากร
เกณฑ์การพิจารณา
ไม่ได้ระบุเกณฑ์การประเมินข้อเสนอ (Evaluation Criteria) ไว้ในเอกสาร TOR ส่วนนี้
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- สถาปัตยกรรมและพัฒนาระบบ: ต้องออกแบบให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมของ สทอภ., เชื่อมต่อกับระบบอื่นได้ผ่าน API, ใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สเป็นหลัก, ใช้ GitLab สำหรับ Version Control, ทดสอบบน Development Zone ก่อน Deploy ไป Production
- ระบบจัดการข้อมูล: ปรับปรุงสถาปัตยกรรมข้อมูลเป็น Cloud-Native Geospatial (CNG) รองรับรูปแบบข้อมูล Cloud-Optimized (เช่น COG, Zarr, GeoParquet), ทำงานบน Kubernetes, ใช้ Object Storage (S3-compatible), ย้ายข้อมูลไปยัง GISTDA Data Warehouse
- ระบบให้บริการข้อมูล (Data Service System): ปรับปรุง RESTful APIs ให้สอดคล้องมาตรฐาน OGC API suite, ออกแบบบน Service Mesh Architecture สำหรับ Load Balancing และ Service Discovery
- ระบบที่ต้องพัฒนาปรับปรุง: ระบบจัดการข้อมูล, ระบบให้บริการข้อมูล, ระบบประมวลผลอัตโนมัติ, ระบบจัดการผู้ใช้งานและสิทธิ์, ระบบ TerraLENS (ติดตามวิเคราะห์การใช้ที่ดิน), ระบบ EUDR Checker, ระบบ Trusted Geo-Informatics System (TGIS)
- ความน่าเชื่อถือข้อมูล: ต้องยกระดับความน่าเชื่อถือข้อมูลเชิงพื้นที่โดยใช้เทคโนโลยี Blockchain ตามหลักการ IPT (Integrity – Provenance – Trust)
- การเชื่อมต่อ API: API ทั้งหมดต้องให้บริการผ่าน GISTDA API Gateway และมีเอกสาร API ตามมาตรฐาน OpenAPI 3.0+
เงื่อนไขสัญญา
ไม่ได้ระบุรายละเอียดเงื่อนไขสัญญา เช่น ตารางการจ่ายเงิน, ค่าปรับ ไว้ในเอกสาร TOR ส่วนนี้
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
Q: แพลตฟอร์ม LANDX ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อสนับสนุนงานด้านใดเป็นหลัก?
A: เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างเป็นระบบ โปร่งใส และยั่งยืน ครอบคลุมการติดตามการใช้ที่ดิน การตรวจสอบแหล่งผลิตสินค้าตามกฎระเบียบสากล (เช่น EUDR, RSPO) และการวิเคราะห์พื้นที่รกร้างว่างเปล่า -
Q: หลักการ IPT ที่กล่าวถึงในโครงการคืออะไร?
A: คือหลักการจัดการข้อมูลเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ประกอบด้วย Integrity (ความสมบูรณ์), Provenance (ที่มาของข้อมูล), และ Trust (ความไว้วางใจ) ซึ่งโครงการนี้จะใช้เทคโนโลยี Blockchain มาสนับสนุนหลักการนี้ -
Q: Cloud-Native Geospatial (CNG) ในที่นี้หมายถึงอะไร?
A: หมายถึงแนวทางการออกแบบสถาปัตยกรรมข้อมูลเชิงพื้นที่ให้เหมาะกับการทำงานบนระบบคลาวด์โดยกำเนิด รองรับการจัดเก็บและเข้าถึงข้อมูลแบบกระจาย (distributed) ผ่านรูปแบบข้อมูลเช่น Cloud-Optimized GeoTIFF (COG) หรือ Zarr เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด -
Q: ระบบ TerraLENS และ EUDR Checker ทำหน้าที่อะไร?
A: TerraLENS เป็นระบบสำหรับติดตามและวิเคราะห์การใช้ที่ดิน ส่วน EUDR Checker เป็นระบบสำหรับตรวจสอบและยืนยันแหล่งผลิตสินค้าเพื่อให้เป็นไปตามกฎระเบียบ EU Deforestation Regulation (EUDR) ของสหภาพยุโรป -
Q: การพัฒนาต้องเชื่อมต่อกับระบบอื่นของ สทอภ. อย่างไร?
A: ต้องสามารถบูรณาการการทำงานกับระบบและแพลตฟอร์มอื่นที่มีอยู่ของ สทอภ. ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่าน API หรือมาตรฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูลสากล โดยไม่กระทบต่อระบบเดิม -
Q: API ที่พัฒนาภายใต้โครงการนี้ต้องให้บริการผ่านช่องทางใด?
A: ต้องให้บริการ API ทั้งหมดผ่าน GISTDA API Gateway เท่านั้น และต้องจัดทำเอกสาร API (API Documentation) อย่างครบถ้วนตามมาตรฐาน OpenAPI Specification 3.0 หรือสูงกว่า -
Q: โครงการมีข้อกำหนดเกี่ยวกับซอฟต์แวร์ที่ใช้พัฒนาอย่างไร?
A: ต้องใช้ซอฟต์แวร์รหัสเปิด (Open Source Software) เป็นหลักสำหรับการพัฒนา Core System และต้องหลีกเลี่ยงการผูกติดกับซอฟต์แวร์เชิงพาณิชย์ที่มีข้อจำกัดด้านลิขสิทธิ์ -
Q: การจัดการซอร์สโค้ดในโครงการต้องใช้เครื่องมือใด?
A: ต้องใช้เครื่องมือควบคุมเวอร์ชัน (Version Control System) คือ GitLab ในการพัฒนา ปรับปรุง และบริหารจัดการซอร์สโค้ดตลอดโครงการ -
Q: ระบบต้องรองรับการทำงานบนสภาพแวดล้อมแบบใด?
A: ต้องรองรับการทำงานแบบ Containerized บน Kubernetes และการจัดเก็บข้อมูลบน Object Storage Services เช่น Amazon S3 หรือระบบที่รองรับ S3-compatible API -
Q: นอกจากพัฒนาระบบแล้ว ผู้รับจ้างมีหน้าที่อบรมด้วยหรือไม่?
A: ใช่ ผู้รับจ้างมีหน้าที่ฝึกอบรมการใช้งานและการดูแลแพลตฟอร์ม LANDX ให้กับผู้เกี่ยวข้องของ สทอภ.
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
กําหนดขอบเขตของงาน (Term of Reference: TOR) จ้างเหมาเพิ่มประสิทธิภาพและรักษาความต่อเนื่องของแพลตฟอร์ม LANDX
- ความเป็นมา
ตามที่ สํานักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ สทอภ. ได้ดําเนินโครงการ พัฒนาระบบภูมิสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการการใช้ประโยชน์ที่ดิน โดยมุ่งเน้นประเด็นสําคัญที่เกี่ยวข้องกับ การบริหารจัดการทรัพยากรที่ดินอย่างเป็นระบบ โปร่งใส และยั่งยืน อันประกอบด้วยประเด็นหลัก ได้แก่ 1) การ จัดทําข้อมูลภาพถ่ายจากดาวเทียมความละเอียดสูงเพื่อการติดตามการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างต่อเนื่อง (2) การ ติดตามและประเมินผลการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ของรัฐ เพื่อสนับสนุนมาตรการส่งเสริมของภาครัฐ และการ ตรวจสอบย้อนกลับเพื่อยืนยันว่าแหล่งผลิตไม่เกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทําลายป่า ตามกฎระเบียบและมาตรฐานความ ยั่งยืนระดับสากล อาทิ EUDR, RSPO, CORSIA และ FSC และ (3) การติดตามและวิเคราะห์พื้นที่รกร้าง ซึ่งเป็น ทรัพยากรที่สามารถนํามาพัฒนาและใช้ประโยชน์ได้อย่างเหมาะสม
จากบริบทดังกล่าว สทอภ. จึงได้พัฒนา แพลตฟอร์มภูมิสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการที่ดิน (LANDX: Land Explorer) ขึ้นในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 เพื่อเป็นเครื่องมือในการรวบรวม วิเคราะห์ และแสดงผลข้อมูล ด้านการใช้ประโยชน์ที่ดิน โดยอาศัยเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศและนวัตกรรมดิจิทัล เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการ ที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม
ทั้งนี้ เพื่อให้การบริหารจัดการที่ดินของประเทศมีเครื่องมือที่สามารถพัฒนาและยกระดับกลไกการดําเนินงาน ได้อย่างต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพ และเกิดความสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้กับทรัพยากรที่ดินของประเทศให้สอดคล้องกับ นโยบายและ แผนการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศ (พ.ศ. 2566-2580)
สทอภ. ซึ่งมีบทบาทสําคัญในการขับเคลื่อนประเทศด้วยนวัตกรรม มีความพร้อมทั้งด้านฐานข้อมูล เทคโนโลยี ภูมิสารสนเทศ และระบบถ่ายภาพจากดาวเทียม ตลอดจนการพัฒนาเครื่องมือที่ประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) เพื่อสนับสนุนการจัดทําฐานข้อมูลด้านป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน การตรวจสอบ สิทธิในที่ดิน การติดตามการใช้ประโยชน์พื้นที่ การติดตามพื้นที่รกร้างว่างเปล่า รวมถึงการติดตามพื้นที่ป่าไม้ปีฐาน พ.ศ. 2563 เพื่อใช้ประกอบการยืนยันแหล่งผลิตสินค้าที่ส่งออกไปยังสหภาพยุโรปตามกฎระเบียบ EUDR และ
มาตรฐานอื่นที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ดังนั้น เพื่อให้แพลตฟอร์ม LANDX สามารถรองรับภารกิจดังกล่าวได้อย่างต่อเนื่อง มีเสถียรภาพ และมีความ น่าเชื่อถือของข้อมูล จึงมีความจําเป็นต้องเพิ่มประสิทธิภาพ พัฒนา และรักษาความต่อเนื่องของแพลตฟอร์ม LANDX โดยยึดหลักการจัดการข้อมูลตามกรอบ IPT เป็นกลไกสําคัญในการสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายและ แผนการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป
O
1 - วัตถุประสงค์
2.1. เพื่อรักษาความต่อเนื่องในการให้บริการ พร้อมทั้งปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพการทํางานของระบบ ต่าง ๆ บนแพลตฟอร์ม LANDX เพื่อให้ระบบมีความเสถียร ทันสมัย และสามารถรองรับการใช้งานได้ อย่างมีประสิทธิภาพ
2.2. เพื่อยกระดับความน่าเชื่อถือของข้อมูลเชิงพื้นที่และรองรับการใช้งานด้านการกํากับดูแลและการ ตรวจสอบ ด้วยแนวทางการจัดการข้อมูลตามหลักการ IPT (Integrity – Provenance – Trust) ด้วย เทคโนโลยี Blockchain - คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
3.1. มีความสามารถตามกฎหมาย 3.2. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย 3.3. ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
3.4.
ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของ
กรมบัญชีกลาง
3.5. ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลางซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน
ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้น
3.6. มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร
พัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
3.7. เป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลที่มีอาชีพรับจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ดังกล่าว 3.8. ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ สทอภ. ณ วันประกาศ
ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอื่นเป็นการอันเป็นขัดขวางการแข่งขันราคาอย่าง เป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ครั้งนี้
3.9. ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่น
ข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
3.10. ผู้ยื่นข้อเสนอ ที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
3.10.1. กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้า กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก
ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าจะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณ
งาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค่ารายอื่นทุกราย 3.10.2. กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้า กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก
กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียว เป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ ยื่นข้อเสนอสําหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้า ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็น
o!
gar
2
ผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ใน
เอกสารเชิญชวน
3.10.3. กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้า
กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ สําหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้า ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่น
ข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายชื่อในหนังสือมอบอํานาจ ให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดราย
หนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า
3.11. ผู้ยื่นข้อเสนอ ต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
(Electronic Government Procurement: e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
3.12. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ประกอบที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบการวิสาหกิจขนากลางและขนาดย่อม
(SMEs) จะต้องยื่นสําเนาใบทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) - ขอบเขตของงาน
4.1. จัดประชุมเริ่มโครงการ (Kick-off Meeting) ร่วมกับผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ของ สทอภ. 4.2. จัดทําแผนการบริหารโครงการเสนอต่อ สทอภ.
4.3. ดําเนินการรักษาความต่อเนื่องในการให้บริการ พร้อมทั้งปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพการทํางานของ
ระบบต่าง ๆ บนแพลตฟอร์ม LANDX
4.3.1. แนวทางการออกแบบและพัฒนาระบบ 4.3.2. ระบบจัดการข้อมูล
4.3.3. ระบบการให้บริการข้อมูล (Data Service System)
4.3.4. ระบบประมวลผลข้อมูลแบบอัตโนมัติ (Automated Data Processing System) 4.3.5. ระบบบริหารจัดการผู้ใช้งานและจัดการสิทธิ์ (Authentication & User Management) 4.3.6. ระบบติดตามและวิเคราะห์การใช้ที่ดิน (TerraLENS)
4.3.7. ะบบตรวจสอบตามกฎระเบียบ EUDR (EUDR Checker)
4.3.8. ระบบจัดการภูมิสารสนเทศเชิงความน่าเชื่อถือ (Trusted Geo-Informatics System: TGIS) 4.4. ปรับปรุงหน้าเว็บส่วนแรก (Landing Page)
4.5. ดําเนินการติดตั้งระบบที่พัฒนาเพิ่มเติมหรือปรับปรุงเรียบร้อยแล้ว
4.6. ทดสอบและจัดทํารายงานผลการทดสอบ
4.7. ฝึกอบรมการใช้งานและดูแลแพลตฟอร์มฯ - รายละเอียดงาน
ผู้รับจ้างต้องดําเนินการรักษาความต่อเนื่องในการให้บริการ พร้อมทั้งปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพการทํางาน ของระบบต่าง ๆ บนแพลตฟอร์ม LANDX เพื่อให้ระบบมีความเสถียร ทันสมัย และสามารถรองรับการใช้งาน ได้ อย่างมีประสิทธิภาพ โดยครอบคลุมรายละเอียดดังต่อไปนี้
5.1. ผู้รับจ้างต้องจัดประชุมเริ่มโครงการ (Kick-off Meeting) ร่วมกับผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ของ สทอภ.
OA
3
ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันต่อแนวนโยบายและแนว
ทางการดําเนินงาน
5.2. ผู้รับจ้างต้องจัดทําแผนการบริหารโครงการเสนอต่อ สทอภ. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ โดยมี
รายละเอียดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
5.2.1. กรอบแนวคิดในการดําเนินงาน
5.2.2. โครงสร้างบุคลากรและหน้าที่ความรับผิดชอบ
5.2.3. แผนการดําเนินโครงการ (Project Plan) ที่แสดงกิจกรรมแต่ละขั้นตอนที่ครอบคลุมขอบเขตของ งาน พร้อมทั้งกําหนดระยะเวลา ผู้รับผิดชอบ และสิ่งที่จะต้องส่งมอบ (Deliverables) ของแต่ละ
กิจกรรมอย่างชัดเจน
5.2.4. วิธีการดําเนินงาน โดยแสดงรูปแบบวิธีการ และขึ้นตอนในการดําเนินงานในแต่ละกิจกรรม 5.3. ผู้รับจ้างต้องดําเนินการรักษาความต่อเนื่องในการทํางานของระบบต่างๆ ของแพลตฟอร์ม LANDX ให้ ระบบมีความเสถียร ทันสมัย และใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งพัฒนา ปรับปรุง และเพิ่ม ประสิทธิภาพการทํางานของระบบต่างๆ ดังนี้
5.3.1. แนวทางการออกแบบและพัฒนาระบบ โดยมีรายละเอียดดังนี้
5.3.1.1. ต้องศึกษา ออกแบบ และพัฒนาให้สอดคล้องกับ สถาปัตยกรรมของแพลตฟอร์มฯ โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) และสภาพแวดล้อมการทํางาน (Environment)
ของ สทอภ.
5.3.1.2. ต้องเชื่อมต่อและบูรณาการการทํางานกับระบบและแพลตฟอร์มอื่นๆ ของ สทอภ. ที่มี อยู่ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านบริการและมาตรฐานที่เป็นสากล เช่น API หรือ มาตรฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เหมาะสม โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการทํางานของ
ระบบเดิม และต้องรองรับการขยายระบบในอนาคต
5.3.1.3. ต้องเชื่อมต่อ API ทั้งหมดที่พัฒนาขึ้นภายใต้โครงการ ให้บริการผ่าน GISTDA API Gateway เท่านั้น ทั้งนี้ ต้องจัดทําเอกสารประกอบการใช้งานบริการข้อมูล (API Documentation) อย่างครบถ้วนและเป็นไปตามมาตรฐาน OpenAPI Specification 3.0 หรือสูงกว่า
5.3.1.4. ต้องพัฒนาและปรับปรุงระบบโดยใช้ซอฟต์แวร์รหัสเปิด (Open Source Software) เป็นหลัก โดยไม่นับรวม Library, Framework, Module หรือ Component สําเร็จรูป ที่จําเป็นต่อการพัฒนา ทั้งนี้ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
- ซอฟต์แวร์หลักของระบบ (Core System / Application Logic) ต้องพัฒนาบน พื้นฐานของซอฟต์แวร์รหัสเปิด และต้องไม่ผูกติดกับซอฟต์แวร์เชิงพาณิชย์ที่มี ข้อจํากัดด้านสิทธิ์การใช้งาน
- การเลือกใช้ Library, Framework, Module หรือ Component ภายนอก ต้อง ไม่ก่อให้เกิดข้อจํากัดด้านลิขสิทธิ์ การใช้งาน การขยายระบบ หรือการถ่ายโอน ระบบให้แก่ สทอภ. ในอนาคต
5.3.1.5. ต้องใช้เครื่องมือควบคุมเวอร์ชัน (Version Control System) ในการพัฒนา ปรับปรุง
Ope
คุณ
4
และบริหารจัดการซอร์สโค้ดของระบบตลอดระยะเวลาการดําเนินโครงการ ได้แก่
GitLab
5.3.1.6. ต้องดําเนินการทดสอบระบบ (Test) บน Development Zone ทุกครั้ง ก่อน ดําเนินการปรับใช้ให้บริการระบบ (Deploy) บน Production Zone เพื่อทดสอบ ความถูกต้องของฟังก์ชัน ประสิทธิภาพ และความเสถียรของระบบ
5.3.2. ระบบจัดการข้อมูล โดยมีรายละเอียดดังนี้
5.3.2.1. ต้องวิเคราะห์และปรับปรุงสถาปัตยกรรมข้อมูลที่มีอยู่เดิมในระบบให้เป็นไปตาม แนวคิดในการจัดเก็บ ประมวลผล เข้าถึงข้อมูล และให้บริการข้อมูลภูมิสารสนเทศ (Geospatial data) บนระบบ Cloud (Cloud-Native Geospatial : CNG) ได้อย่าง มีประสิทธิภาพ โดยมีคุณลักษณะอย่างน้อยดังต่อไปนี้ - วิเคราะห์ข้อมูลที่มีอยู่เดิมในระบบและจัดทํารายการข้อมูลที่ควรปรับปรุง สถาปัตยกรรมให้เป็นไปตาม Cloud-Optimized Geospatial Formats พร้อม สรุปผลการวิเคราะห์ให้แก่ สทอภ. เพื่อพิจารณาเห็นชอบก่อนดําเนินการ 2) ต้องรองรับรูปแบบข้อมูลที่เหมาะสมกับ Cloud-Native Geospatial และการ เข้าถึงข้อมูลแบบกระจาย (distributed) กล่าวคือ ต้องเรียกใช้งานข้อมูลจาก หลายแหล่งหรือหลายระบบพร้อมกันได้ เช่น Cloud-Optimized GeoTIFFs (COG) หรือ Zarr หรือ GeoParquet หรือ PMTiles ฯลฯ
- ต้องสอดคล้องกับหลักการของ Cloud Native Computing Foundation
(CNCF) - ระบบต้องรองรับการทํางานแบบ Containerized บน Kubernetes
- รองรับการจัดเก็บและเรียกใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่ผ่าน Object Storage Services เช่น Amazon S3, Google Cloud Storage หรือระบบที่รองรับ S3- compatible API ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
5.3.2.2. ต้องดําเนินการปรับปรุงและย้ายการจัดเก็บข้อมูลเชิงพื้นที่ (Geospatial data) พร้อม คําอธิบายข้อมูล (Metadata) ไปบริหารจัดการที่ระบบคลังข้อมูลกลาง GISTDA Data Warehouse บนระบบฐานข้อมูลแบบ NoSQL และระบบจัดเก็บข้อมูลแบบ Object Storage
5.3.2.3. ต้องนําเข้าและจัดเก็บข้อมูลตามที่ สทอภ. จัดหาให้ เข้าสู่ระบบอย่างสมบูรณ์พร้อมใช้
งาน
5.3.3. ระบบการให้บริการข้อมูล (Data Service System) โดยมีรายละเอียดดังนี้
5.3.3.1. ต้องปรับปรุงการให้บริการเข้าถึงข้อมูลเชิงพื้นที่ผ่าน RESTful APIs ให้สอดคล้องกับ
มาตรฐาน OGC API suite โดยต้องออกแบบให้ทํางานบนสถาปัตยกรรมแบบ Service Mesh Architecture เพื่อรองรับการจัดการการสื่อสารระหว่าง Microservices การกระจายโหลด (Load Balancing) และการค้นหาบริการ (Service Discovery) อย่างมีประสิทธิภาพ
cre
5