จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างปรับปรุงและพัฒนาระบบบริหารจัดการความรู้แบบมีส่วนร่วม

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 69019257185
฿1,700,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 18 ก.พ. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มีความประสงค์จ้างปรับปรุงและพัฒนาระบบบริหารจัดการความรู้แบบมีส่วนร่วม (Thaihealth Knowledge Sharing) เพื่อให้เป็นแพลตฟอร์มจัดการความรู้สุขภาวะที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น วัตถุประสงค์หลักคือการพัฒนาระบบให้เป็น Collaborative Knowledge Platform ที่เน้นการมีส่วนร่วม และการเพิ่มขีดความสามารถด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสนับสนุนการขยายผลองค์ความรู้สุขภาวะ

ขอบเขตงานครอบคลุม 5 หมวดหลัก: 1) หมวดงานบำรุงรักษาระบบเดิม ให้พร้อมใช้งานและรองรับการเชื่อมต่อกับระบบอื่นๆ เช่น Single Sign-On (SSO) และ PDPA 2) หมวดงานปรับปรุงและพัฒนาระบบใหม่ โดยใช้เทคโนโลยี Web-based Application แนวคิด Cloud Native Computing Foundation (CNCF) และการผสาน AI ในฟังก์ชันต่างๆ เช่น การตรวจคุณภาพบทความ และการสร้างภาพประกอบ 3) หมวดงานทดสอบและประเมินผล ซึ่งรวมถึงการจัดอบรมผู้ใช้ การทำ User Acceptance Test (UAT) และการติดตามประเมินผลการใช้ประโยชน์ตามตัวชี้วัดที่กำหนด 4) หมวดงานบริหารโครงการ และ 5) หมวดงานการรับประกันและมาตรฐานการให้บริการ (SLA) เป็นเวลา 1 ปี หลังการส่งมอบ

กลุ่มเป้าหมายหลักคือนักวิชาการและภาคีเครือข่ายของ สสส. โครงการมีระยะเวลาดำเนินการ 365 วัน และมีวงบประมาณ 1,700,000 บาท (รวม VAT แล้ว)

English summary

The Health Learning Center of the Thai Health Promotion Foundation (ThaiHealth) seeks a contractor to upgrade and develop its “Participatory Knowledge Management System (Thaihealth Knowledge Sharing)”. The primary objectives are to enhance the system into an effective Collaborative Knowledge Platform that emphasizes participation among academics and partners, and to boost digital and artificial intelligence (AI) capabilities for managing health knowledge to support broader and more efficient health promotion outreach.

The scope of work is divided into five main categories: 1) Maintenance of the existing system to ensure operational readiness, integration with other systems like Single Sign-On (SSO), and PDPA compliance. 2) Enhancement and development of the system using modern Web-based Application technology, Cloud Native Computing Foundation (CNCF) concepts, and integration of AI features for tasks like content quality checking and image generation. 3) System testing and evaluation, including user training, conducting User Acceptance Tests (UAT), and monitoring usage based on defined KPIs. 4) Project management. 5) Provision of a 1-year warranty and Service Level Agreement (SLA) post-delivery.

The main target users are ThaiHealth’s academics and network partners. The project duration is 365 days with a total budget of 1,700,000 THB (VAT included).

สถานที่ดำเนินการ

ฝ่าย/สำนัก ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ ชั้น 2 อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ เลขที่ 99/8 ซอยงามดูพลี แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพ 10120 (สถานที่ส่งมอบพัสดุและเอกสาร)

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  1. ปรับปรุงและพัฒนาระบบบริหารจัดการความรู้แบบมีส่วนร่วมให้พร้อมใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งพัฒนาแพลตฟอร์มบริหารจัดการความรู้สุขภาวะ (ThaiHealth Knowledge Sharing) ให้เป็นระบบ Collaborative Knowledge Platform ที่เน้นการมีส่วนร่วมระหว่างนักวิชาการและภาคีเครือข่าย
  2. เพิ่มขีดความสามารถในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ เพื่อจัดการองค์ความรู้สุขภาวะนำไปสู่การสนับสนุนงานขยายผลสุขภาวะเชิงพื้นที่และกลุ่มประชากรได้กว้าง และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ขอบเขตของงาน

  • หมวดงานบำรุงรักษาระบบบริหารจัดการความรู้แบบมีส่วนร่วม

    • ศึกษาเป้าหมาย วัตถุประสงค์ กลุ่มเป้าหมาย และโครงสร้างระบบเดิมเพื่อวางแผนบำรุงรักษา
    • บำรุงรักษาระบบให้พร้อมใช้งานตลอดโครงการ โดยครอบคลุม:
      • ติดตั้ง Source Code บนระบบปฏิบัติการที่ สสส. กำหนด ในรูปแบบ Cloud-native/Containerized
      • ประเมินทรัพยากรพื้นฐานเพื่อรองรับผู้ใช้งาน
      • บำรุงรักษาระบบลงทะเบียนและล็อกอินให้เชื่อมต่อกับ SSO ของ สสส.
      • บำรุงรักษาระบบบริหารจัดการสมาชิกและสิทธิ์การใช้งาน
      • บำรุงรักษาฟังก์ชันหลักของระบบ (สร้าง/แก้ไข/เผยแพร่/แสดงความคิดเห็น/ติดตาม/ให้คะแนนเนื้อหา)
      • บำรุงรักษาระบบเทมเพลตและเครื่องมือจัดการภาพประกอบ
      • จัดทำแผนสำรองข้อมูล (Backup) และจัดการข้อมูล
      • จัดทำแผนวัดผลประสิทธิภาพเว็บไซต์
      • บำรุงรักษาระบบรายงานผล (Report)
      • ศึกษาเว็บไซต์อื่นของ สสส. เพื่อเตรียมรองรับการรวมระบบ
      • ศึกษา Thaihealth AI Chatbot เพื่อเตรียมระบบ API
      • เชื่อมต่อระบบเพื่อรองรับ PDPA
      • จัดให้มีระบบสนับสนุนการแจ้งปัญหา
      • รับรองการแสดงผลแบบ Responsive บน Web browser ต่างๆ
      • จัดเก็บสถิติด้วย Google Analytics
      • รักษาความเร็วเว็บไซต์ตามมาตรฐาน Google Page Speed Insights
      • พัฒนาเว็บไซต์ให้เป็นไปตามแนวทาง WCAG2.0 ระดับ A
      • ป้องกันช่องโหว่ตามมาตรฐาน OWASP Top 10
  • หมวดงานปรับปรุงและพัฒนาระบบบริหารจัดการความรู้แบบมีส่วนร่วม

    • พัฒนาระบบโดยใช้เทคโนโลยี (Tech Stack) ที่รองรับ Web based Application และประยุกต์ใช้แนวคิด CNCF
    • ปรับปรุงระบบให้สอดคล้องกับธรรมาภิบาลการจัดการความรู้ (KM Governance Framework) โดยเพิ่มความสามารถ:
      • จัดการเนื้อหาและสิทธิ์ (ตรวจสอบลิขสิทธิ์, ระบบร้องเรียน, ปรับปรุงระบบแท็ก)
      • เพิ่มคุณภาพการนำเสนอ (Version history, Auto-save, ปรับปรุงการแสดงผลและ UI/UX)
      • ฟังก์ชันเสริมจาก AI (AI ตรวจคุณภาพบทความ, AI Text-to-Image, AI Chatbot, ระบบตรวจจับ AI Content และ Plagiarism, จัดเตรียม API Token)
      • วิเคราะห์และประมาณการค่าใช้จ่าย API
  • หมวดงานจัดกระบวนการทดสอบการใช้งานและประเมินผลระบบ

    • สนับสนุนการนำข้อมูล/องค์ความรู้ของ สสส. เข้าสู่ระบบ และจัดอบรมการใช้งานอย่างน้อย 2 ครั้ง
    • จัดกระบวนการ User Acceptance Test (UAT) ร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จำนวน 3 ครั้ง (รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด)
    • ติดตามและประเมินผลการใช้ประโยชน์ระบบตามเกณฑ์มาตรฐานของศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ (วัดตัวชี้วัดต่างๆ เช่น จำนวนการเข้าใช้งาน, DAU, ความพึงพอใจ, NPS)
  • หมวดงานบริหารโครงการ

    • จัดทำแผนการดำเนินงานเสนอ สสส.
    • จัดประชุมนำเสนอความก้าวหน้าทุก 1 เดือน
    • เข้าร่วมประชุมกับผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องตามที่ สสส. กำหนด
  • หมวดงานการรับประกันและมาตรฐานการให้บริการ (SLA)

    • รับประกันผลงานเป็นเวลา 1 ปี หลังพัฒนาและเริ่มใช้งานจริง
    • กำหนดมาตรฐานการตอบรับและแก้ไขปัญหา (Response Time & Resolution Time) ตามระดับความรุนแรง (CAT1-CAT4)

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  1. แผนการดำเนินงานปรับปรุงและพัฒนาระบบบริหารจัดการองค์ความรู้สุขภาวะแบบมีส่วนร่วม (Thaihealth Knowledge Sharing) ที่ สสส.ให้ความเห็นชอบ (ส่งมอบภายใน 30 วัน)
  2. (ร่าง) ระบบบริหารจัดการองค์ความรู้สุขภาวะแบบมีส่วนร่วม (Thaihealth Knowledge Sharing) ที่ปรับปรุงและพัฒนาตามแผน (ส่งมอบภายใน 90 วัน)
  3. รายงานสรุปบทเรียน และรายงานผล UAT พร้อมผลการประเมินความพึงพอใจของกลุ่มตัวอย่างผู้ใช้ระบบ (ส่งมอบภายใน 150 วัน)
  4. ระบบบริหารจัดการองค์ความรู้สุขภาวะแบบมีส่วนร่วม (Thaihealth Knowledge Sharing) ที่ปรับแก้ไขแล้ว พร้อมข้อมูล Source Code, คู่มือบริหารจัดการและพัฒนาระบบ และเอกสารเกี่ยวข้องทั้งหมด (ส่งมอบภายใน 365 วัน)

ระยะเวลาดำเนินการ

ระยะเวลาดำเนินโครงการทั้งหมด 365 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในใบสั่งซื้อ/สัญญา โดยมีกำหนดส่งมอบเป็นงวดที่ 30, 90, 150 และ 365 วัน

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • ต้องไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นเทศ
    • ต้องลงทะเบียนในระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง
    • ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการเป็นไปตามเกณฑ์:
      • นิติบุคคลที่จดทะเบียนเกิน 1 ปี: ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ (สินทรัพย์สุทธิ-หนี้สินสุทธิ) เป็นบวก จากงบการเงินตรวจรับรองแล้ว 1 ปีสุดท้ายก่อนยื่นข้อเสนอ
      • นิติบุคคลที่ยังไม่รายงานงบการเงิน: สำหรับงานวงเงิน 1-5 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท
      • บุคคลธรรมดา (สำหรับงานวงเงินเกิน 5 แสนบาท): ต้องมีหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วัน มีเงินฝากคงเหลือ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณโครงการ
      • สามารถใช้วงเงินสินเชื่อจากสถาบันการเงินในประเทศเป็นหลักประกันแทนได้ โดยมีวงเงิน 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณ
  • Standards Compliance:
    • ระบบเว็บไซต์ต้องเป็นไปตามแนวทางการพัฒนาเว็บไซต์หน่วยงานภาครัฐที่ทุกคนเข้าถึงได้ (Web Content Accessibility Guidelines 2.0 - WCAG2.0 ของ W3C) อย่างน้อย Level A
    • ระบบเว็บไซต์จะต้องสามารถป้องกันช่องโหว่ตามมาตรฐาน OWASP Top 10 Version ล่าสุด
  • Experience: ไม่ได้ระบุประสบการณ์เฉพาะ (เช่น ปีในธุรกิจ, โครงการที่คล้ายกัน) ไว้ในคุณสมบัติพื้นฐาน
  • Previous Project Cost: ไม่ได้ระบุ
  • Technical Capabilities:
    • ความสามารถในการติดตั้งและตั้งค่าระบบในรูปแบบสถาปัตยกรรม Cloud-native และ/หรือ Containerized (เช่น Docker)
    • ความสามารถในการพัฒนาแอปพลิเคชันโดยใช้เทคโนโลยี (Tech Stack) ที่รองรับ Web based Application และประยุกต์ใช้แนวคิด Cloud Native Computing Foundation (CNCF)
    • ความสามารถในการเชื่อมต่อระบบกับมาตรฐาน SSO (เช่น OAuth2.0, OpenID Connect)
    • ความสามารถในการพัฒนาระบบให้แสดงผลแบบ Responsive และรองรับ Web browser รุ่นล่าสุด
    • ความสามารถในการประเมินทรัพยากรพื้นฐาน (Concurrent users, Response Time, Bandwidth)
    • ความสามารถในการผสานเทคโนโลยี AI (เช่น AI Chatbot, Text-to-Image, Plagiarism Detection) กับระบบ
  • Personnel: ไม่ได้ระบุคุณวุฒิหรือจำนวนพนักงานเฉพาะเจาะจง

เกณฑ์การพิจารณา

ใช้เกณฑ์การประเมินค่าประสิทธิภาพต่อราคา (Price Performance) โดยมีน้ำหนักดังนี้

  • ราคาที่เสนอ: 30 คะแนน
  • แนวทางการศึกษา วิเคราะห์ระบบ เพื่อปรับปรุงและพัฒนาระบบ: 25 คะแนน
  • แนวทางการทดสอบและประเมินผลการพัฒนาระบบตามหลักเกณฑ์ที่ สสส.กำหนด: 25 คะแนน
  • แผนการดำเนินงาน และแนวทางการบริหารจัดการโครงการ: 10 คะแนน
  • แผนและแนวทางการรับประกันและมาตรฐานการให้บริการ (SLA): 10 คะแนน
    รวม 100 คะแนน
    *หมายเหตุ: ต้องการให้ผู้เสนอราคาที่ผ่านคุณสมบัติดำเนินการนำเสนอผลงานต่อคณะกรรมการภายหลังวันสิ้นสุดการเสนอราคา

ข้อกำหนดทางเทคนิค

ระบบที่ต้องพัฒนาต้องเป็นแพลตฟอร์มบริหารจัดการความรู้แบบมีส่วนร่วม (Collaborative Knowledge Platform) โดยมีคุณสมบัติทางเทคนิคหลักดังนี้:

  1. สถาปัตยกรรมและ Deployment: ต้องติดตั้งในรูปแบบ Cloud-native และ/หรือ Containerized (เช่น Docker) แยกสภาพแวดล้อมเป็น Dev, UAT และ Production โดย สสส. เป็นผู้จัดหาทรัพยากร
  2. การเข้าถึงและความปลอดภัย: ต้องเชื่อมต่อกับระบบ Single Sign-On (SSO) ของ สสส. รองรับมาตรฐาน OAuth2.0 หรือ OpenID Connect มีระบบบริหารสมาชิกและสิทธิ์ (Role-based: System Developer, Admin, Creator, Co-Creator, Contributor, Reader) และต้องเชื่อมต่อระบบเพื่อรองรับการปฏิบัติตาม PDPA
  3. ประสิทธิภาพและความเสถียร: ต้องรองรับปริมาณผู้ใช้งานพร้อมกัน (Concurrent users) ได้ดี มีความเร็วการตอบสนอง (Response Time) ที่เหมาะสม หน้าแรกแสดงผลเร็วตามมาตรฐาน Google Page Speed Insights
  4. คุณสมบัติเฉพาะระบบ: ต้องมีฟังก์ชันสร้าง/แก้ไข/เผยแพร่/แสดงความคิดเห็น/ติดตาม/ให้คะแนนเนื้อหา, ระบบเทมเพลต, ระบบรายงานผล (Report), และระบบสนับสนุนการแจ้งปัญหา
  5. การแสดงผลและการเข้าถึง: ต้องแสดงผลแบบ Responsive ได้ดีบนหน้าจอขนาดต่างๆ รองรับ Web browser รุ่นลatest (Edge, Firefox, Chrome, Safari) และต้องเป็นไปตามมาตรฐาน WCAG2.0 ระดับ A
  6. การผสาน AI: ต้องมีหรือรองรับการพัฒนาฟังก์ชันที่ใช้ AI เช่น ตรวจคุณภาพบทความ (สะกด, ไวยากรณ์), Text-to-Image, AI Chatbot (FAQ), และระบบตรวจจับ AI Content และ Plagiarism
  7. ความปลอดภัย: ต้องป้องกันช่องโหว่ตามมาตรฐาน OWASP Top 10 Version ล่าสุด

เงื่อนไขสัญญา

  • การจ่ายเงิน: แบ่งเป็น 4 งวดตามการส่งมอบ
    • งวดที่ 1 (10%): หลังส่งมอบแผนการดำเนินงานที่รับรองแล้ว
    • งวดที่ 2 (20%): หลังส่งมอบร่างระบบที่พัฒนาตามแผน
    • งวดที่ 3 (20%): หลังส่งมอบรายงานสรุปบทเรียนและผล UAT
    • งวดที่ 4 (50%): หลังส่งมอบระบบสมบูรณ์ พร้อม Source Code และเอกสารครบถ้วน
  • ค่าปรับ: ค่าปรับกรณีส่งมอบเกินกำหนด คิดเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคางานจ้าง แต่ไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท
  • การรับประกัน: ผู้รับจ้างรับประกันผลงานและให้บริการตาม SLA เป็นระยะเวลา 1 ปี หลังการพัฒนาระบบและเริ่มใช้งานจริง
  • เงินล่วงหน้า/ประกันผลงาน: ไม่มีการจ่ายเงินล่วงหน้า และไม่มีการหักเงินประกันผลงาน
  • กำหนดยืนราคา: ผู้เสนอราคาต้องยืนราคาไม่น้อยกว่า 60 วัน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  1. ถาม: ระบบเดิมที่ต้องนำมาปรับปรุงมีโครงสร้างอย่างไร และผู้รับจ้างต้องได้รับมอบหมายอะไรบ้าง?
    ตอบ: ผู้รับจ้างต้องศึกษาเป้าหมาย วัตถุประสงค์ กลุ่มเป้าหมาย และโครงสร้างของระบบบริหารจัดการความรู้แบบมีส่วนร่วม (Thaihealth Knowledge Sharing) ที่มีอยู่เดิม เพื่อนำมาวิเคราะห์และวางแผนปรับปรุง โดย สสส. จะเป็นผู้จัดหาทรัพยากร (เช่น server) ให้ ผู้รับจ้างมีหน้าที่ติดตั้ง Source Code ของระบบเดิมและตั้งค่าระบบใหม่ในรูปแบบ Cloud-native/Containerized

  2. ถาม: การเชื่อมต่อกับระบบอื่นๆ ของ สสส. มีอะไรบ้างที่ต้องดำเนินการ?
    ตอบ: ระบบที่พัฒนาต้องเชื่อมต่อกับระบบ Single Sign-On (SSO) ของ สสส., ระบบ Member ของศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ, และระบบบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ของ สสส. นอกจากนี้ ต้องศึกษาเว็บไซต์ ThaiHealth Resource Center และ Co-Creation Platform ของ สสส. เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการรวมระบบในอนาคต

  3. ถาม: ฟังก์ชัน AI ที่ต้องผสานในระบบมีรายละเอียดและข้อจำกัดอย่างไร?
    ตอบ: ฟังก์ชัน AI ที่ระบุรวมถึง AI ตรวจคุณภาพบทความ (สะกด, ไวยากรณ์, ย่อเนื้อหา), AI Text-to-Image, AI Chatbot (FAQ) และระบบตรวจจับ AI Content และ Plagiarism ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียม API Token สำหรับใช้งานโดยประมาณ 52,400 ครั้ง/โมดูล/โมเดล หรือจำนวนที่เหมาะสมตามผลการวิเคราะห์ระบบและงบประมาณ โดยต้องมีการวิเคราะห์ประเภท API (ฟรี/เสียค่าใช้จ่าย) และประมาณการค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้น

  4. ถาม: เกณฑ์การประเมินผลความพึงพอใจของผู้ใช้งานเป็นอย่างไร?
    ตอบ: ความพึงพอใจวัดจากแบบสำรวจความคิดเห็น โดยเกณฑ์ “ระดับดีขึ้นไป” หมายถึง คะแนนเฉลี่ย 4-5 คะแนน หากใช้ Likert 5 Scale หรือ 8-10 คะแนน หากใช้ 10 scale การประเมินจะครอบคลุมหลายด้าน เช่น ความพึงพอใจต่อระบบโดยรวม, ความตรงกับความต้องการของเนื้อหา, และผลกระทบต่อความเข้าใจและพฤติกรรมสุขภาพ

  5. ถาม: ผู้รับจ้างมีหน้าที่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดบ้างในกระบวนการทดสอบระบบ (UAT)?
    ตอบ: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการจัดประชุมทดสอบระบบ UAT จำนวน 3 ครั้ง ซึ่งรวมถึง ค่าเช่าสถานที่, ค่าตอบแทนวิทยากรและผู้ช่วย, ค่าเดินทางและที่พักของผู้เข้าร่วมจากต่างจังหวัด, ค่าอาหารและเบรก, และค่าจัดทำเอกสารประกอบการทดสอบและแบบสอบถาม

  6. ถาม: มาตรฐานการให้บริการ (SLA) หลังการส่งมอบมีรายละเอียดอย่างไร?
    ตอบ: SLA กำหนดเวลาตอบรับและแก้ไขปัญหาเป็น 4 ระดับ (CAT1-CAT4) ตามผลกระทบ เช่น ปัญหาระดับสูงสุด (CAT1) ที่ทำให้ไม่สามารถใช้งานระบบได้ ต้องตอบรับภายใน 30 นาทีและแก้ไขให้พร้อมใช้งานภายใน 6 ชั่วโมง (บริการตลอด 24 ชม.) SLA นี้ครอบคลุมเฉพาะปัญหาใน Website ThaiHealth Knowledge Sharing เท่านั้น ไม่รวมปัญหา Infrastructure

  7. ถาม: ระบบที่พัฒนาต้องเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยและการเข้าถึงอะไรบ้าง?
    ตอบ: ระบบเว็บไซต์ต้องป้องกันช่องโหว่ตามมาตรฐาน OWASP Top 10 Version ล่าสุด และต้องพัฒนาตามแนวทางเว็บไซต์ที่ทุกคนเข้าถึงได้ (Web Content Accessibility Guidelines - WCAG 2.0) ของ W3C อย่างน้อยในระดับ A

  8. ถาม: มีการกำหนดรูปแบบหรือเทคโนโลยี (Tech Stack) ที่ต้องใช้ในการพัฒนาระบบใหม่หรือไม่?
    ตอบ: ต้องใช้เทคโนโลยีที่รองรับการทำงานแบบ Web based Application และควรประยุกต์ใช้แนวคิดสถาปัตยกรรมการพัฒนาแอปพลิเคชันของ Cloud Native Computing Foundation (CNCF) เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมและแรงจูงใจในการสร้างสรรค์องค์ความรู้

  9. ถาม: การจัดทำแผนสำรองข้อมูล (Backup) ต้องครอบคลุมถึงอะไร?
    ตอบ: ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนและแนวทางการดำเนินงานสำรองข้อมูลสำหรับ Backup รวมถึงการคัดแยก จัดกลุ่มข้อมูล/องค์ความรู้ให้มีประสิทธิภาพ ลดความซ้ำซ้อน และกำหนด Protocol ในการทำงานเพื่อให้ สสส. หรือผู้รับจ้างรายอื่นสามารถใช้งานข้อมูลต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  10. ถาม: ตัวชี้วัดหลัก (KPIs) ในการติดตามและประเมินผลการใช้ระบบมีอะไรบ้าง?
    ตอบ: ตัวชี้วัดประกอบด้วย 1) จำนวนการเข้าใช้งาน (Read/View/Engagement) 2) อัตราการเข้าใช้งาน (DAU, Conversion Rates, Abandon Rates) พร้อม Response Time และ Error Rate 3) อัตราการกลับมาใช้งานซ้ำ (Repeat Users) 4) ความพึงพอใจผู้ใช้โดยรวม 5) คะแนน Net Promoter Score (NPS) 6-8) ความพึงพอใจต่อเนื้อหาในแง่ของความต้องการ/ความเข้าใจ/การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

TOR e-bidding
ขอบเขตงาน (Terms of Reference : TOR)
ซื้อ/จ้าง/เช่า จ้างปรับปรุงและพัฒนาระบบบริหารจัดการความรู้แบบมีส่วนร่วม
โดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
โดยสำนัก/ฝ่าย : ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

  1. ความเป็นมา
    ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มีภารกิจในการขยายผลองค์ความรู้ และขยายฐานผู้รับประโยชน์จากองค์ความรู้และสื่อการเรียนรู้ต่าง ๆ ของ สสส. เพื่อสร้างเสริมความเข้าใจสุขภาวะ ซึ่งนับเป็นกลยุทธ์สำคัญที่เกิดจากการผสานความรู้ ประสบการณ์การขับเคลื่อนงานด้านการสร้างเสริมสุขภาพของ สสส. และภาคีเครือข่ายร่วมกับการพัฒนารูปแบบ/นวัตกรรมการสื่อสารและการพัฒนากลไกการขยายผลองค์ความรู้ให้เข้าถึงกลุ่มเป้ าหมาย เพื่อสร้างผลลัพธ์ทางสุขภาพอย่างก้าวกระโดด ด้วยการขยายผลต้นแบบงานสร้างเสริมสุขภาพร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมทุกภาคส่วน ผ่านกระบวนการเรียนรู้และการสื่อสารที่มีประสิทธิผลและยั่งยืน โดยคำนึงถึงพลวัตเชิงพื้นที่และกลุ่มประชากร ตลอดจนสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีและระบบดิจิทัลเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ โดยคำนึงถึงการลดความเหลื่อมลํ้าทางดิจิทัลในกลุ่มประชากร อันจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อการสร้างเสริมสุขภาพในยุคดิจิทัล
    ที่ผ่านมา ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สสส. ได้พัฒนาต้นแบบระบบบริหารจัดการองค์ความรู้สุขภาวะ แบบมีส่วนร่วม (Thaihealth Knowledge Sharing) ขึ้น
    เพื่อเป็นระบบในการบริหารจัดการองค์ความรู้สุขภาวะเชิงประเด็นให้พร้อมใช้สำหรับการพัฒนาเป็นข้อมูล/องค์ความรู้ที่พร้อม นำไปเผยแพร่ และ/หรือ พัฒนาเป็นสื่อ/กระบวนการเรียนรู้สร้างเสริมสุขภาวะแก่กลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ ต่อไป เพื่อให้ระบบบริหารจัดการองค์ความรู้สุขภาวะแบบมีส่วนร่วม (Thaihealth Knowledge Sharing) ดังกล่าว พร้อมสำหรับนักวิชาการ นักจัดการความรู้ ตลอดจนภาคีเครือข่ายของ สสส. ใช้ประโยชน์ในการจัดการความรู้ และเอื้อต่อการสร้าง แบ่งปัน และนำองค์ความรู้ของ สสส. ไปใช้ขยายผลการสื่อสารสุขภาวะอย่างยั่งยืน ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ จึงพัฒนาโครงการ “จ้างปรับปรุงและพัฒนาระบบบริหารจัดการความรู้แบบมีส่วนร่วม” ขึ้น
    เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการความรู้แบบมีส่วนร่วมให้พร้อมใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป
  2. วัตถุประสงค์
  3. ปรับปรุงและพัฒนาระบบบริหารจัดการความรู้แบบมีส่วนร่วมให้พร้อมใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งพัฒนาแพลตฟอร์มบริหารจัดการความรู้สุขภาวะ (ThaiHealth Knowledge Sharing ให้เป็นระบบ Collaborative Knowledge Platform ที่เน้นการมีส่วนร่วมระหว่างนักวิชาการและภาคีเครือข่าย
  4. เพิ่มขีดความสามารถในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์
    เพื่อจัดการองค์ความรู้สุขภาวะนำไปสู่การสนับสนุนงานขยายผลสุขภาวะเชิงพื้นที่และกลุ่มประชากรได้กว้าง และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
    หน้า 1/13
    เลขที่อ้างอิง 69000153-TOR
    TOR e-bidding
  5. กลุ่มเป้าหมาย
  6. นักวิชาการ สสส. นักจัดการความรู้ และศูนย์วิชาการที่เป็นภาคีเครือข่ายของ สสส.
  7. ผู้บริหาร และผู้ทรงคุณวุฒิของ สสส.
  8. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
    4.1 มีความสามารถตามกฎหมาย
    4.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    4.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    4.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
    ตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญ ชีกลาง
    4.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือ ข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
    4.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดใน ราชกิจจานุเบกษา
    4.7 เป็นนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดา ผู้มีอาชีพขายพัสดุ หรือรับจ้าง งานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
    4.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่สำนักงาน ณ
    วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการประ กวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
    4.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน
    ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทยเว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
    4.10 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement: e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
    4.11 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ
    เป็นไปตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค(กวจ) ที่ 0405.2/ว 124 ลงวันที่ 1 มีนาคม 2566 ดังนี้
    (1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิ หักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปี สุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
    (2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย
    ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
    หน้า 2/13
    เลขที่อ้างอิง 69000153-TOR
    TOR e-bidding
    ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียนโดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้าง เกิน 1 ล้านบาทแต่ไม่เกิน 5 ล้านบาท การกำหนดทุนจดทะเบียน
    ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท
    (3) สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป
    กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วัน
    ก่อนวันยื่นข้อเสนอโดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4
    ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง
    และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีก ครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
    (4) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4
    ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในครั้งนั้น
    (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศหรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อกา รพณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย
    ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ
    โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรองหรือที่สำนักงานสาขารับรอง
    (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน ทั้งนี้หนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อให้เป็นไปตามแบบที่กรมบัญชีกลางกำหนด
    (5) กรณีตาม (1)-(4) ยกเว้นสำหรับกรณีดังต่อไปนี้
    (5.1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานรัฐ
    (5.2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2561
    (5.2) งานก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว
    และงานก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้ก่อนวันที่พระรา ชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
  9. รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ หรือขอบเขตของงานจ้าง
    ศึกษาเป้าหมาย วัตถุประสงค์ ตลอดจนโครงสร้างระบบบริหารจัดการความรู้แบบมีส่วนร่วม (Thaihealth Knowledge Sharing)
    เพื่อนำมาวิเคราะห์ประกอบการวางแผนปรับปรุงและพัฒนาระบบบริหารจัดการความรู้แบบมีส่วนร่วมให้พร้อมใช้งานอย่างมีปร ะสิทธิภาพ และสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านความรู้ การสื่อสาร การจัดการเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพในยุคดิจิทัล โดยครอบคลุมการดำเนินงาน ดังต่อไปนี้
    5.1 หมวดงานบำรุงรักษาระบบบริหารจัดการความรู้แบบมีส่วนร่วม
    5.1.1. ศึกษาเป้าหมาย วัตถุประสงค์ กลุ่มเป้าหมาย ตลอดจนโครงสร้างระบบบริหารจัดการความรู้แบบมีส่วนร่วม (Thaihealth Knowledge Sharing)
    เพื่อนำมาวิเคราะห์ประกอบการวางแผนการปรับบำรุงรักษาระบบบริหารจัดการความรู้แบบมีส่วนร่วม ให้พร้อมให้บริการแก่กลุ่มเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งด้านการออกแบบประสบการณ์การใช้งาน (User Experience : UX) การออกแบบส่วนประสานงานกับผู้ใช้งาน (User Interface : UI) เพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์การใข้งานได้ดี เกิดความพึงพอใจสูงสุด และเกิดแรงจูงใจในการกลับมาใช้งานระบบอย่างต่อเนื่อง
    5.1.2 บำรุงรักษาระบบบริหารจัดการความรู้แบบมีส่วนร่วม (Thaihealth Knowledge Sharing)
    หน้า 3/13
    เลขที่อ้างอิง 69000153-TOR
    TOR e-bidding
    ให้พร้อมใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดระยะเวลาดำเนินงานของโครงการ โดยครอบคลุมการดำเนินการ ดังต่อไปนี้ 1) ติดตั้งชุดคำสั่ง (Source Code) ของระบบให้สามารถประมวลผลข้อมูลได้บนระบบปฏิบัติการ ตามที่ สสส. กำหนด โดย สสส. จะเป็นผู้จัดหาทรัพยากรให้
    โดยผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการติดตั้งและตั้งค่าระบบในรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบ Cloud-native และ/หรือ Containerized (เช่น Docker) และจัดแยกสภาพแวดล้อมในการทำงานออกเป็น Dev, UAT และ Production อย่างชัดเจน เพื่อให้ระบบบริหารจัดการความรู้แบบมีส่วนร่วม (ThaiHealth Knowledge Sharing)
    สามารถใช้งานได้อย่างมีเสถียรภาพและปลอดภัย
  1. ประเมินทรัพยากรพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับรองรับผู้ใช้งานปัจจุบันและการเติบโตของผู้ใช้งานในอนาคต โดยต้องพิจารณาปริมาณผู้ใช้งานพร้อมกัน (Concurrent users) ความเร็วการตอบสนองของระบบ (Response Time) การจัดการ Bandwidth และ วิธีส่งผ่านข้อมูลให้เหมาะสม
    เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงระบบได้อย่างรวดเร็วแม้มีการใช้งานจำนวนมากในเวลาเดียวกัน
  2. บำรุงรักษาและตรวจสอบระบบลงทะเบียนและระบบล็อกอินให้เชื่อมต่อกับระบบ Single Sign On (SSO) ของ สสส. และระบบเกี่ยวข้องอื่น ๆ เช่น ระบบ Member ของศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ โดยต้องรองรับมาตรฐานสมัยใหม่ เช่น OAuth2.0 หรือ OpenID Connect เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกในการเข้าใช้งาน
  3. บำรุงรักษาระบบบริหารจัดการสมาชิก ให้พร้อมให้บริการตามสิทธิ์การใช้งานที่แตกต่างกันทั้งในส่วนผู้พัฒนาระบบ (System Developer) ผู้บริหารจัดการระบบ (System Admin) ผู้ใช้งานที่เป็นผู้เขียน/ผู้สร้างสรรค์องค์ความรู้/บทความ (Creator) ผู้ร่วมเขียน/ผู้ร่วมสร้างสรรค์ (Co-Creator) ผู้ร่วมแบ่งปัน/ให้ข้อมูล (Contibutor) ผู้อ่านทั่วไป (Reader) ฯลฯ โดยต้องสามารถกำหนด Workflow การทำงานของแต่ละบทบาทได้อย่างเหมาะสมและปรับตั้งค่าได้ 5) บำรุงรักษาระบบบริหารจัดการความรู้แบบมีส่วนร่วม (Thaihealth Knowledge Sharing) ให้มีการทำงาน (function) และคุณสมบัติ (feature) ต่างๆ ของระบบ อาทิ ระบบสร้างและแก้ไขเนื้อหาองค์ความรู้/บทความ การแบ่งปัน และเผยแพร่ องค์ความรู้/บทความ การแสดงความคิดเห็นต่อองค์ความรู้/บทความ การติดตามผู้เขียน และให้คะแนนองค์ความรู้/บทความ การโปรโมทผลงานเด่น ตลอดจนการเก็บข้อมูลการใช้งานระบบของผู้ใข้ระบบ เพื่อบำรุงรักษาและพัฒนาระบบฯ ให้พร้อมใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล และเพิ่มมาตรฐานด้าน UX/UI 6) บำรุงรักษาระบบเทมเพลตองค์ความรู้/บทความ
    รวมทั้งเครื่องมือจัดการภาพประกอบให้เหมาะสมกับการใช้งานที่มีประสิทธิภาพของกลุ่มเป้าหมาย 7) จัดทำแผนและแนวทางการดำเนินงานสำรองข้อมูลสำหรับ Backup คัดแยก จัดกลุ่มข้อมูล องค์ความรู้/บทความให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ลดความซ้ำซ้อนและกำหนด Protocol ในการทำงานให้กับองค์กร สสส. ใช้งานต่อ หรือผู้รับจ้างงานอื่น ให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  4. จัดทำแผนและแนวทางการดำเนินงานวัดผลประสิทธิภาพของเว็บไซต์ระบบบริหารจัดการความรู้แบบมีส่วนร่วม (Thaihealth Knowledge Sharing) อย่างเป็นระบบ พร้อมกำหนดรูปแบบของรายงาน เพื่อใช้งานต่อไป 9) บำรุงรักษาระบบการรายงานผล (Report)
    ให้สามารถแสดงจำนวนของผู้ใช้งานระบบบริหารจัดการความรู้แบบมีส่วนร่วม (Thaihealth Knowledge Sharing) ทั้งยอดการลงทะเบียน ยอดการเข้าใช้งานระบบ ยอดการเขียน/แก้ไข ยอดแชร์
    ยอดดาวโหลดองค์ความรู้/บทความของแต่ละรายการ โดยสามารถคัดกรองข้อมูลตามประเภทและช่วงเวลาที่กำหนดได้ 10) ศึกษาเว็บไซต์ต่างๆ ของ สสส.ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ เว็บไซต์ ThaiHealth Resource Center (resource.thaihealth.or.th) และเว็บไซต์ Co-Creation Platform (https://co-creation.thaihealth.or.th/) เพื่อเตรียมพร้อมรองรับการรวมเข้ากับเว็บไซต์ดังกล่าวข้างต้นตามแผนการดำเนินงานของ สสส.
  5. ศึกษาต้นแบบโปรแกรมตอบกลับแบบอัตโนมัติด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ของ สสส. (Thaihealth AI Chatbot) (http:/chatassist-resource.thaihealth.or.th/chat) เพื่อเตรียมระบบ API (Application Programming Interface) ชุดกฎและโปรโตคอลที่ทำให้ซอฟต์แวร์สองส่วนสามารถสื่อสารแลกเปลี่ยนข้อมูลและเรียกใช้ฟังก์ชันของกันและกันได้ 12) เชื่อมต่อระบบบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ของ สสส. เพื่อประกาศนโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy
    หน้า 4/13
    เลขที่อ้างอิง 69000153-TOR
    TOR e-bidding
    Notice), นโยบายคุกกี้ (Cookies Policy) และนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Policy) โดยเก็บ log การเข้าถึงข้อมูลและการใช้ระบบฯ เพื่อให้รองรับ audit ตามมาตรฐาน PDPA
  6. มีระบบในการสนับสนุนการแจ้งปัญหาการใช้งานของระบบฯ ที่พร้อมใช้งานอยู่เสมอ
  7. ฟังก์ชั่นการทำงานของระบบต้องสามารถแสดงผลได้อย่างสวยงาม, เหมาะสม และใช้งานได้ดีกับหน้าจอขนาดต่าง ๆ (Web Responsive) โดยรองรับการแสดงผลบน Web browser Version ล่าสุด แบบ Multi-platform เช่น Microsoft Edge, Firefox, Google Chrome และ Safari เป็นต้น
  8. จัดเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานและแสดงสถิติจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ด้วย Google Analytics บัญชีของ สสส. 16) เว็บไซต์หน้าหลักสามารถแสดงผลได้อย่างรวดเร็ว (Performance) ตามมาตรฐานจากการวัดบนเครื่อง Google Page Speed Insights
  9. ระบบเว็บไซต์ที่บำรุงรักษาต้องเป็นไปตามแนวทางการพัฒนาเว็บไซต์หน่วยงานภาครัฐที่ทุกคนเข้าถึงได้ (WEB Content Accessibility Guidelines 2.0 (WCAG2.0) ของ W3C) อย่างน้อย Level A
  10. ระบบเว็บไซต์ จะต้องสามารถป้องกันช่องโหว่ที่มีความร้ายแรงและพบได้บ่อย ตามมาตรฐานของ OWASP Top 10 Version ล่าสุด
    5.2 หมวดงานปรับปรุงและพัฒนาระบบบริหารจัดการความรู้แบบมีส่วนร่วม
    5.2.1 พัฒนาระบบบริหารจัดการความรู้แบบมีส่วนร่วมโดยใช้เทคโนโลยี (Tech Stack) ที่รองรับการทำงานแบบ Web based Application และประยุกต์ใช้แนวคิดสถาปัตยกรรมการพัฒนาแอปพลิเคชัน Cloud Native Computing Foundation (CNCF) เพื่อเป็นเครื่องมือสร้างแรงจูงใจ ในการสร้างสรรค์องค์ความรู้/บทความ
    ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมตรวจสอบแก้ไข/ปรับปรุงคุณภาพ องค์ความรู้/บทความโดยผู้ใช้งาน/ผู้เชี่ยวชาญท่านอื่นๆ (Peer Review)
    5.2.2 ปรับปรุงและพัฒนาระบบบริหารจัดการความรู้แบบมีส่วนร่วม ให้สอดคล้องกับธรรมาภิบาลการจัดการความรู้ (KM Governance Framework) โดยเน้นการมีส่วนร่วมของนักวิชาการและภาคีเครือข่าย การกำหนด Workflow การตรวจคุณภาพบทความ การใช้ Metadata / Tag การบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI
    เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการความรู้ เพื่อยกระดับคุณภาพองค์ความรู้ ให้เอื้อต่อการสร้าง การแบ่งปัน และมี UX/UI ที่ใช้เข้าถึงและใช้งานง่าย โดยมีความสามารถเพิ่มเติม ดังนี้
  11. จัดการเนื้อหาและสิทธิ์
    • ตรวจสอบ/ป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์
    • ระบบร้องเรียน–อ้างสิทธิ์–ยืนยันตัวตน
    • ปรับปรุงระบบแท็ก/ป้ายกำกับ และ Hyperlink แบบ Wikipedia
  12. เพิ่มคุณภาพการนำเสนอ
    • ระบบ Version history และ Auto-save
    • ปรับปรุงการแสดงผล (Responsive, เมนู, ปกบทความ, Emoji/Reaction)
    • UI/UX ที่ยืดหยุ่นและเหมาะกับการอ่าน
  13. ฟังก์ชันเสริมจาก AI
    • AI ตรวจคุณภาพบทความ (สะกด, ไวยากรณ์, ย่อเนื้อหา)
    • AI Text-to-Image ช่วยสร้างภาพประกอบ
    • AI Chatbot (FAQ) และ Step Helper สำหรับนักเขียน
    • ระบบตรวจจับ AI Content และ Plagiarism (Grammarly, isgen.ai, Copyleaks)
    • จัดเตรียม API Token สำหรับใช้งาน ~52,400 ครั้ง/โมดูล/โมเดล และ/หรือ
    จำนวนที่เหมาะสมตามผลการวิเคราะห์ระบบและงบประมาณ (ปรับตามความเหมาะสมของโมเดลและงบประมาณ) โดยมีแนวทางการคำนวณคร่าว ๆ ดังนี้
  14. ตรวจสอบประเภทและราคาของ API:
    หน้า 5/13
    เลขที่อ้างอิง 69000153-TOR
    TOR e-bidding
    • API แบบเสียค่าใช้จ่าย: ตรวจสอบราคาต่อ Request, ราคาต่อปริมาณข้อมูล หรือโครงสร้างราคาอื่น ๆ ที่ผู้ให้บริการกำหนดไว้.
    • API แบบฟรี: ตรวจสอบขีดจำกัดการใช้งาน เช่น จำนวน Request
    หรือปริมาณข้อมูลที่สามารถเรียกใช้ได้ต่อเดือนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย.
  15. ประมาณการจำนวน Request และข้อมูล:
    • ประเมินจากการใช้งานปัจจุบัน: คำนวณจำนวนครั้งที่คาดว่าจะเรียกใช้ API ในช่วงเวลาที่กำหนด (เช่น รายวัน, รายสัปดาห์, รายเดือน).
    • ประเมินจากข้อมูลที่ส่งไป-กลับ: พิจารณาปริมาณข้อมูลที่จะส่งผ่าน API ในแต่ละ Request. 6) คำนวณค่าใช้จ่าย (ถ้ามี):
    • นำจำนวน Request และปริมาณข้อมูลที่ประเมินไว้ไปคูณกับราคาต่อหน่วยของ API.
    • หาก API มีการคิดค่าใช้จ่ายตามระดับการใช้งาน เช่น ยิ่งใช้มาก ราคาก็จะยิ่งถูกลง
    ต้องคำนวณในระดับที่คาดว่าจะเป็นไปได้มากที่สุด
  16. พิจารณาปัจจัยอื่น ๆ:
    • ความถี่และปริมาณการใช้งาน: หากมีการใช้งาน API บ่อย ๆ หรือมีการส่งข้อมูลปริมาณมาก อาจทำให้เกิดค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้.
    • ต้นทุนแฝงอื่นๆ: อาจมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น ค่าจัดเก็บข้อมูล (Storage) หรือ ค่า Bandwidth
    5.3 หมวดงานจัดกระบวนการทดสอบการใช้งานและประเมินผลระบบบริหารจัดการความรู้แบบ มีส่วนร่วม 5.3.1 สนับสนุนการนำข้อมูล/องค์ความรู้ของ สสส.เข้าสู่ระบบบริหารจัดการความรู้แบบมีส่วนร่วม ตามแผนงานที่ สสส.กำหนด โดยทำหน้าที่จัดอบรมการใช้งานให้กับผู้ใช้งาน จำนวนอย่างน้อย 2 ครั้ง พร้อมให้คำแนะนำ และสนับสนุนผู้ใช้งานในการนำเข้าข้อมูล/องค์ความรู้ เพื่อเป็นข้อมูลตั้งต้นในระบบ
    โดยต้องมีการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลก่อนนำเข้าระบบ (Data Validation) เช่น การตรวจสอบโครงสร้างข้อมูล (Format) การตรวจสอบ Metadata / Tag การป้องกันข้อมูลซ้ำซ้อน (Duplicate Check) เพื่อรักษาคุณภาพข้อมูล 5.3.2 จัดกระบวนการทดสอบการใช้งานระบบบริหารจัดการความรู้แบบมีส่วนร่วม (User Acceptance Test : UAT) ร่วมกับกลุ่มเป้าหมายและผู้ที่เกี่ยวข้อง (stakeholders) จำนวน 3 ครั้ง และ/หรือ ตามที่ สสส.กำหนด โดยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดประชุมทดสอบระบบ ดังนี้ 1.ค่าเช่าอาคาร/สถานที่จัดประชุมทดสอบระบบ 2.ค่าตอบแทนวิทยากรหลัก 3.ค่าตอบแทนผู้ช่วยวิทยากร 4.ค่าเดินทาง (ไป-กลับ) ของผู้เข้าร่วมทดสอบระบบ 5.ค่าที่พักค้างคืนของผู้เข้าร่วมทดสอบระบบที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด/สถานที่ห่างไกลจากที่จัดการประชุมทดสอบระบบ 6.ค่าอาหารกลางวัน และเบรคเช้า-บ่ายของวันจัดประชุมทดสอบระบบ
    7.ค่าจัดทำเอกสารประกอบการทดสอบระบบและแบบสอบถาม โดยต้องจัดทำแผนการทดสอบ (Test Plan) กรณีทดสอบ (Test Case) รายงานผลการทดสอบ (Test Report) และต้องมีเอกสารรับรองผลการทดสอบ (UAT Sign-off) จากกลุ่มผู้ใช้งานที่ได้รับมอบหมายก่อนเข้าสู่กระบวนการปรับแก้ไขหรือเผยแพร่จริง
    และการทดสอบต้องดำเนินการหลังจากเสร็จสิ้นการทดสอบเชิงเทคนิค ได้แก่ Functional Testing, Integration Testing, Performance Testing และ Security Testing เพื่อให้มั่นใจว่าระบบพร้อมสำหรับการใช้งานจริง รวมทั้งติดตามประเมินผลความพึงพอใจของผู้ใช้งานกลุ่มตัวอย่าง* อาทิ ความสะดวกในการเข้าใช้งานระบบ เช่น สามารถแสดงความคิดเห็น/แก้ไข/สร้างเนื้อหาที่เกี่ยวข้องได้ง่าย
    สอดคล้องกับความต้องการในการนำไปใช้งานความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะต่อการใช้งานระบบ
    พร้อมจัดทำรายงานสรุปบทเรียนจากการนำร่องการใช้งานระบบบริหารจัดการองค์ความรู้แบบมีส่วนร่วม และรายงานประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้งานกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 1 รายงาน
    *หมายเหตุ : การประเมินความพึงพอใจ วัดผลจากการสำรวจความคิดเห็นของกลุ่มเป้าหมายที่ให้คะแนนด้าน พึงพอใจระดับดีขึ้นไป (ดีขึ้นไปหมายถึง ประชาชนให้คะแนนเฉลี่ย 4 -5 คะแนนในกรณีที่ใช้รูปแบบคำถามที่มีตัวเลือกแบบ
    หน้า 6/13
    เลขที่อ้างอิง 69000153-TOR
    TOR e-bidding
    Likert 5 Scale หรือ 8-10 ในกรณีที่ใช้ 10 scale)
    5.3.3 ติดตามและประเมินผลการใช้ประโยขน์ระบบบริหารจัดการความรู้แบบมีส่วนร่วมของกลุ่มเป้าหมายผู้ใช้งาน ตามเกณฑ์มาตรฐานการประเมินผลของศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สสส.ดังต่อไปนี้
  17. จำนวนการเข้าใช้งานระบบบริหารจัดการความรู้แบบมีส่วนร่วมของกลุ่มเป้าหมายผู้ใช้งาน โดยวัดจากยอด Read/ View และ Engagement (Click/download/ สร้าง/แก้ไข/Comment/ แบ่งปันบทความ)
  18. อัตราการเข้าใช้งานระบบบริหารจัดการความรู้แบบมีส่วนร่วมของกลุ่มเป้าหมาย อาทิ จำนวนผู้ใช้งานต่อวัน (Daily Active Users หรือ DAU) อัตราการตอบสนองตามเป้าหมาย (Conversion Rates) ที่บอกร้อยละของผู้ใช้งาน ที่ทำกิจกรรมตามเป้าหมายที่ตั้งไว้สำเร็จ และ อัตราการละทิ้ง (Abandon Rates)
    ซึ่งดูจากร้อยละของผู้ที่เริ่มทำกิจกรรมแต่ยังไม่เสร็จสิ้น เป็นต้น พร้อมรายงาน Response Time และ Error Rate ของระบบในช่วงที่มีผู้ใช้งานจริง
  19. อัตราการกลับมาใช้งานระบบบริหารจัดการความรู้แบบมีส่วนร่วมซ้ำของกลุ่มเป้าหมาย (Repeat Users) โดยวัดจากสัดส่วนของกลุ่มเป้าหมายผู้ใช้งาน ที่กลับมาใช้ระบบฯ ซ้ำ
    เทียบกับจำนวนกลุ่มเป้าหมายผู้ใช้งานทั้งหมดในช่วงเวลา ที่กำหนด
  20. ความพึงพอใจ (Satisfaction) ของกลุ่มเป้าหมายผู้ใช้งานระบบบริหารจัดการความรู้แบบมีส่วนร่วมในภาพรวม โดยวัดผลจากการสำรวจความคิดเห็นของกลุ่มเป้าหมายที่ให้คะแนนด้านพึงพอใจระดับดีขึ้นไป (ดีขึ้นไปหมายถึง ประชาชนให้คะแนนเฉลี่ย 4 -5 คะแนน ในกรณีที่ใช้รูปแบบคำถามที่มีตัวเลือกแบบ Likert 5 Scale หรือ 8-10 ในกรณีที่ใช้ 10 scale
  21. ตัวชี้วัดความภักดีของกลุ่มเป้าหมายผู้ใช้งานระบบฯ (Net Promoter Score : NPS) โดยใช้คำถามเดียวว่า “ในระดับ 0-10 คุณมีแนวโน้มที่จะแนะนำระบบบริหารจัดการความรู้แบบมีส่วนร่วมนี้ให้เพื่อนหรือคนรู้จักมากน้อยแค่ไหน” เพื่อวัดว่ากลุ่มเป้าหมายผู้ใช้งานระบบฯ มีแนวโน้มที่จะแนะนำระบบฯ ให้ผู้อื่นมากน้อยเพียงใด
    โดยคะแนนจะนำมาแบ่งกลุ่มเป้าหมายผู้ใช้งานเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ ผู้สนับสนุน(Promoters), ผู้ใช้งานทั่วไป (Passives), และ ผู้ที่ไม่พอใจ (Detractors)
  22. เนื้อหาที่นำเสนอในระบบบริหารจัดการความรู้แบบมีส่วนร่วมตรงกับความต้องการ/สนใจ โดยวัดจากการให้คะแนนด้านพึงพอใจต่อเนื้อหา ระดับดีขึ้นไป (ดีขึ้นไปหมายถึง ประชาชนให้คะแนนเฉลี่ย 4 -5 คะแนน ในกรณีที่ใช้รูปแบบคำถามที่มีตัวเลือกแบบ Likert 5 Scale หรือ 8-10 ในกรณีที่ใช้ 10 scale
  23. เนื้อหาที่นำเสนอในระบบบริหารจัดการความรู้แบบมีส่วนร่วมทำให้เข้าใจเรื่องสุขภาพเพิ่มมากขึ้น โดยวัดจากการให้คะแนนด้านพึงพอใจต่อเนื้อหา ระดับดีขึ้นไป (ดีขึ้นไปหมายถึง ประชาชนให้คะแนนเฉลี่ย 4 -5 คะแนน ในกรณีที่ใช้รูปแบบคำถามที่มีตัวเลือกแบบ Likert 5 Scale หรือ 8-10 ในกรณีที่ใช้ 10 scale
  24. เนื้อหาที่นำเสนอในระบบบริหารจัดการความรู้แบบมีส่วนร่วมทำให้เข้าใจอยากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาวะ โดยวัดจากที่การให้คะแนนด้านคุณภาพของเนื้อหาในระดับดีขึ้นไป (ดีขึ้นไปหมายถึง ประชาชนให้คะแนนเฉลี่ย 4 -5 คะแนน ในกรณีที่ใช้รูปแบบคำถามที่มีตัวเลือกแบบ Likert 5 Scale หรือ 8-10 ในกรณีที่ใช้ 10 scale
    5.4 หมวดงานบริหารโครงการ
    5.4.1 จัดทำแผนการดำเนินงานโครงการ เสนอต่อ สสส.เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนเริ่มดำเนินงาน 5.4.2 จัดการประชุมนำเสนอความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการต่อ สสส.เป็นประจำทุก 1 เดือน ตลอดระยะเวลาของโครงการ
    5.4.3 เข้าร่วมการประชุมนำเสนอกับความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการกับ ผู้บริหารของ สสส. ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตามที่ สสส.กำหนด
    5.5 หมวดงานการรับประกันและมาตรฐานการให้บริการ (SLA)
    หน้า 7/13
    เลขที่อ้างอิง 69000153-TOR
    TOR e-bidding
    ภายหลังการพัฒนาระบบและเริ่มใช้งานจริง ผู้รับจ้างจะรับประกันผลงานเป็นระยะเวลา 1 ปี
    โดยปฏิบัติตามข้อกำหนดมาตรฐานการให้บริการ ดังนี้
    a. เวลาการให้บริการรับแจ้งปัญหา ไม่น้อยกว่าเวลาทำการของ สสส. คือ 08.30 น. ถึง 17.00 น. ของวันจันทร์ถึงวันศุกร์ b. เมื่อได้รับแจ้งปัญหา ผู้เสนอราคาจะต้องตอบรับภายในระยะเวลาที่กำหนด และหลังแก้ไขปัญหาแล้วเสร็จ จะต้องแจ้งให้ สสส. ทราบถึงสาเหตุและวิธีการแก้ไข ตามมาตรฐานระยะเวลาในการให้บริการ (SLA)
    แบ่งตามผลกระทบต่อการทำงานที่เกิดขึ้น ดังนี้
    1.ประเภท (Type)ผลกระทบของปัญหา (Impact) รับบริการแจ้งปัญหา (Service Time) ตอบรับปัญหา (Response Time) พร้อมใช้งาน (Resolution Time)
    CAT1
    1.1 Very High ไม่สามารถเข้าใช้งานระบบได้โดยที่ระบบ Login ยังสามารถใช้งานได้ปกติ 24 ชั่วโมง - จันทร์ – อาทิตย์ ภายใน 30 นาที 6 ชั่วโมง
    1.2 CAT2 High ระบบสามารถเข้าใช้งานได้ปกติ แต่มีข้อผิดพลาดที่มีผลกระทบต่อการทำงาน เช่น ไม่สามารถใช้งานฟังก์ชั่นหลักของระบบ 08:00 – 17:00
  • จันทร์ – ศุกร์ ภายใน 1 ชั่วโมง 24 ชั่วโมง
    1.3 CAT3 Medium ระบบสามารถเข้าใช้งานได้ปกติ แต่ไม่สามารถเข้าใช้งานได้บางส่วน
    หรือมีข้อผิดพลาดที่ไม่กระทบกับฟังก์ชั่นหลัก 08:00 – 17:00
  • จันทร์ – ศุกร์ ภายใน 2 ชั่วโมง 2 วัน
    1.4 CAT4 Lowระบบมีข้อผิดพลาดแต่ทุก Function ยังสามารถใช้งานได้08:00 – 17:00
  • จันทร์ – ศุกร์ ภายใน 7 ชั่วโมง 7 วัน
  • เงื่อนไขเพิ่มเติมSLA นี้รองรับการแจ้งปัญหาที่เกิดจาก Website ThaiHealth Knowledge Sharing เท่านั้น ไม่รองรับปัญหาที่เกิดจาก Infrastructure ทุกประเภท เช่น Network, Internet, DNS, VM, OS, Web/DB Server
    c. ให้บริการสนับสนุนการทำงาน ตามรายละเอียดมาตรฐานระยะเวลาในการให้บริการ (SLA)
    โดยนับตั้งแต่เวลาที่ได้รับแจ้ง ซึ่งไม่รวมถึงช่วงวันหยุดราชการ (ยกเว้นหากเพียงในกรณีฉุกเฉิน เช่น
    ระบบเกิดปัญหาไม่สามารถเข้าใช้งานได้) และเมื่อแก้ไขปัญหาเสร็จเรียบร้อย ให้แจ้งการแก้ไขปัญหาแล้วเสร็จกับ สสส. รับทราบ ผ่านทางอีเมล
    d. ผู้รับจ้างจะต้องรับแจ้งปัญหาต่างๆ จาก สสส. ได้ทั้งทางเอกสาร โทรศัพท์ อีเมล์ หรือการรีโมทเข้ามาที่ สสส.
    หมายเหตุ: หลังจากยื่นข้อเสนอและราคาผ่านระบบ e-GP แล้ว
    ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมานำเสนอข้อมูลต่อคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (วัน เวลา และสถานที่นำเสนอจะแจ้งให้ทราบในภายหลัง)
  1. กำหนดเวลาส่งมอบพัสดุ
    กำหนดเวลาส่งมอบพัสดุภายใน 365 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในใบสั่งซื้อสั่งจ้าง หรือสัญญา
  2. งวดงานและการจ่ายเงิน
    แบ่งการส่งมอบ และแบ่งการชำระเงิน ออกเป็นงวด จำนวน 4 งวด ดังนี้
    หน้า 8/13
    เลขที่อ้างอิง 69000153-TOR
    TOR e-bidding
    งวดที่
    งาน/พัสดุ ที่ต้องส่งมอบ
    จำนวน
    หน่วยนับ
    ส่งมอบภายใน (วัน)
    งวดเงิน
    1
    แผนการดำเนินงานปรับปรุงแล ะพัฒนาระบบบริหารจัดการอง ค์ความรู้สุขภาวะแบบมีส่วนร่ว ม (Thaihealth Knowledge
    Sharing) ที่
    สสส.ให้ความเห็นชอบ
    1
    แผน
    30
    10.00%
    2
    (ร่าง)
    ระบบบริหารจัดการองค์ความรู้ สุขภาวะแบบมีส่วนร่วม
    (Thaihealth Knowledge Sharing)
    ที่ปรับปรุงและพัฒนาตามแผน การดำเนินงานที่
    สสส.ให้ความเห็นชอบ
    1
    ระบบ
    90
    20.00%
    3
    รายงานสรุปบทเรียน
    และรายงานผล UAT
    พร้อมผลการประเมินผลความ พึงพอใจของกลุ่มตัวอย่างผู้ใช้งา นระบบ
    จากการนำร่องใช้ระบบบริหาร จัดการองค์ความรู้สุขภาวะแบบ มีส่วนร่วม (Thaihealth
    Knowledge Sharing)
    ร่วมกับภาคีเครือข่ายเจ้าของเนื้ อหาองค์ความรู้สุขภาวะ ตามที่ สสส.กำหนด
    1
    รายงาน
    150
    20.00%

หน้า 9/13
เลขที่อ้างอิง 69000153-TOR
TOR e-bidding
งวดที่
งาน/พัสดุ ที่ต้องส่งมอบ
จำนวน
หน่วยนับ
ส่งมอบภายใน (วัน)
งวดเงิน
4
ระบบบริหารจัดการองค์ความรู้ สุขภาวะแบบมีส่วนร่วม
(Thaihealth Knowledge Sharing)
ที่ปรับแก้ไขจากข้อเสนอแนะจา กรายงานสรุปบทเรียนการพัฒ นาระบบ
และพัฒนาสู่ระบบเว็บหลัก พร้อมข้อมูล Source Code ในการพัฒนาระบบ
คู่มือในการบริหารจัดการและพัฒนาระบบ
รวมทั้งเอกสารต่างๆ
ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการพัฒน าและบำรุงรักษาระบบ ตามที่ สสส.ให้ความเห็นชอบ
1
ระบบ
365
50.00%

  1. อัตราค่าปรับ
    งานจ้าง สงวนสิทธิ์ค่าปรับกรณีส่งมอบเกินกำหนด โดยคิดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคางานจ้าง แต่ต้องไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท

  2. ราคากลางในการจัดซื้อจัดจ้าง
    ตามเอกสารแนบใบราคากลาง

  3. ต้องการระบุสถานที่ให้ผู้รับจ้างดำเนินงานหรือไม่
    ไม่ระบุสถานที่

  4. สถานที่ส่งมอบพัสดุและเอกสารประกอบการส่งมอบ
    11.1 สถานที่ส่งมอบพัสดุ
    ฝ่าย/สำนัก ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ ชั้น 2 อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ เลขที่ 99/8 ซอยงามดูพลี แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพ 10120
    11.2 สถานที่ส่งเอกสารประกอบการส่งมอบ ณ ศูนย์ธุรการ ชั้น บี 1 อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ เลขที่ 99/8 ซอยงามดูพลี แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพ 10120

  5. การจ่ายเงินล่วงหน้า
    ไม่มีการจ่ายเงินล่วงหน้า
    หน้า 10/13
    เลขที่อ้างอิง 69000153-TOR
    TOR e-bidding

  6. การหักเงินประกันผลงาน (ยกเว้นการจ้างที่ปรึกษาต้องหักเงินประกันผลงานทุกงวด)
    ไม่มีการหักเงินผลงาน

  7. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
    ไม่มีการรับประกันความชำรุดบกพร่อง

  8. วงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรร
    งบประมาณที่ได้รับจัดสรรสำหรับงานนี้จำนวน 1,700,000.00 บาท (หนึ่งล้านเจ็ดแสนบาทถ้วน) (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)

  9. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาข้อเสนอ
    ใช้เกณฑ์การประเมินค่าประสิทธิภาพต่อราคา (Price Performance) โดยมีเกณฑ์การประเมินดังต่อไปนี้
    เกณฑ์การประเมินค่าประสิทธิภาพต่อราคา
    น้ำหนัก

      1. ราคาที่เสนอ
        30
    1. 2.1 แนวทางการศึกษา วิเคราะห์ระบบ
      เพื่อปรับปรุงและพัฒนาระบบบริหารจัดการองค์ความรู้สุขภาวะแบบมีส่วนร่วม
      25
    2. 2.2 แนวทางการทดสอบและประเมินผลการพัฒนาระบบตามหลักเกณฑ์ที่ สสส.กำหนดในข้อ 5.3 ของร่างขอบเขตงาน TOR
      25
    3. 2.3 แผนการดำเนินงาน และแนวทางการบริหารจัดการโครงการ
      10
    4. 2.4 แผนและแนวทางการรับประกันและมาตรฐานการให้บริการ (SLA)
      10
      รวม
      100.00
  10. การวิจารณ์ร่างเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    ไม่ต้องการให้มีการวิจารณ์หรือเสนอแนะ

  11. วิธีการขอรับเอกสาร
    ให้เอกสารเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

  12. ระยะเวลาเผยแพร่ประกาศและเอกสารการซื้อ/จ้าง หรือระยะเวลาการเชิญชวนให้เสนอราคา 5 วันทำการ

  13. วิธีการเสนอราคา
    แบบทั่วไป (เสนอราคาพร้อมข้อเสนอเทคนิคพร้อมกัน) พิจารณาเทคนิคและราคาพร้อมกัน
    หน้า 11/13
    เลขที่อ้างอิง 69000153-TOR
    TOR e-bidding

  14. วิธีการพิจารณา
    ราคารวม

  15. ต้องการให้ผู้เสนอราคาที่ผ่านคุณสมบัติมานำเสนอผลงานต่อคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ภายหลังวันสิ้นสุดการเสนอราคาหรือไม่
    ต้องการ (กำหนดการจะแจ้งให้ทราบในภายหลัง)

  16. เงื่อนไขการเสนอราคา
    ผู้เสนอราคาต้องเสนอราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวง ไว้ด้วยแล้ว ยกเว้นในกรณีที่ผู้เสนอราคาเป็นผู้ประกอบกิจการที่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมาย
    สามารถเสนอราคาที่ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มได้

กำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า
60 วัน
25.
กำหนดวันทำสัญญา นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งให้มาทำสัญญา
15 วัน
26.
สถานที่ติดต่อสอบถามข้อมูล และส่งข้อเสนอแนะ วิจารณ์ หรือแสดงความคิดเห็น
สามารถส่งข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะ วิจารณ์ เกี่ยวกับร่างขอบเขตงานนี้ได้ที่
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ส่วนงานจัดซื้อจัดจ้าง ฝ่ายอำนวยการ
99/8 ซอยงามดูพลี แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพ 10120
e-mail: [email protected]
สาธารณะชนต้องการเสนอแนะ วิจารณ์ หรือมีความเห็น ต้องเปิดเผยชื่อและที่อยู่ของผู้ให้ข้อเสนอแนะ วิจารณ์หรือมีความเห็นด้วย
27.
การดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
ผู้รับจ้างและลูกจ้างของผู้รับจ้าง ต้องเก็บ รวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้จากการทำงานด้วยความระมัดระวัง และผู้รับจ้างจะปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 รวมถึงกฎ ระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่งอื่นที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด และผู้รับจ้างรับทราบถึงประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) ของผู้เข้าร่วมกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ รายละเอียดตาม Link (http://llln.me/0kdiz3z) และ QR Code นี้

หน้า 12/13
เลขที่อ้างอิง 69000153-TOR
TOR e-bidding
ผู้จัดทำรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ หรือขอบเขตของงานจ้าง
ลงชื่อ
( นายสุวัฒน์ ดีปัญญา )
ประธานกรรมการ
ลงชื่อ
( นางสาว ชลธิดา เณรบำรุง )
กรรมการ
ลงชื่อ
( นายนพดล นันทพูลทรัพย์ )
กรรมการ
ลงชื่อ
( นายสุรเชษฐ พิทยาพิบูลพงศ์ )
กรรมการและเลขานุการ
วันที่ 22 ธันวาคม 2568
หน้า 13/13
เลขที่อ้างอิง 69000153-TOR