ประกวดราคาจ้างบำรุงรักษาระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (ThaID) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
โครงการนี้เป็นโครงการจ้างบำรุงรักษาระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (ThaID) ของกรมการปกครอง ซึ่งเป็นระบบที่มีผู้ใช้งานมากกว่า 24 ล้านราย และมีหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเชื่อมโยงบริการแล้วกว่า 535 หน่วยงาน วัตถุประสงค์หลักคือเพื่อให้ระบบคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์สามารถให้บริการประชาชนและหน่วยงานต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง
ขอบเขตงานครอบคลุมการบำรุงรักษาอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์หลักทั้งหมด ได้แก่ เครื่องแม่ข่ายระบบ ThaID และ DOPA Digital Self Service, เครื่องแม่ข่ายระบบ OCR บัตรประชาชน, ระบบ LOG & Monitor Server, ระบบจัดเก็บข้อมูล (Storage System) และอุปกรณ์เครือข่าย SWITCH จำนวนรวมมากกว่า 30 เครื่อง/ชุด โดยต้องทำการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) อย่างน้อยเดือนละครั้ง พร้อมตรวจสอบสภาพการทำงานและ Log ต่าง ๆ
นอกจากนี้ ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมระบบสนับสนุนการบริการ ได้แก่ พนักงานรับแจ้งปัญหาและสนับสนุนทางเทคนิคในเวลาราชการ ระบบบริการรับแจ้งและติดตามปัญหา (Services Web System) และระบบบริหารจัดการอะไหล่และซอฟต์แวร์ รวมถึงให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมงผ่านโทรศัพท์และอีเมล โดยมี SLA ที่เข้มงวดในการแก้ไขปัญหา โดยต้องเริ่มดำเนินการภายใน 3 ชั่วโมงและแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 3 วัน นับจากได้รับแจ้ง
English summary
The Department of Provincial Administration (DOPA) is soliciting bids for the maintenance of the National Digital Identity Verification System (ThaID) for the fiscal year 2026 via electronic bidding (e-bidding), with a budget of 30 million THB. The winning bidder will be responsible for comprehensive hardware and software maintenance, technical support services, issue reporting, and preventive maintenance over a period of 242 days. Deliverables are scheduled monthly from February to September 2026.
The project aims to ensure the continuous and efficient operation of the ThaID system, which currently serves over 24 million users and is integrated with more than 535 government and private agencies. The scope of work includes maintaining all core hardware such as ThaID and DOPA Digital Self Service servers, National ID Card OCR servers, LOG & Monitor servers, storage systems, and network switches, totaling over 30 units. Preventive maintenance must be performed at least monthly.
Furthermore, the contractor must provide support infrastructure including helpdesk and technical support staff during office hours, a service issue tracking web system (Services Web System), and inventory management systems for parts and software. Round-the-clock advisory support via phone and email is also required. Strict Service Level Agreements (SLAs) mandate problem analysis to begin within 3 hours of notification and resolution within 3 days.
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อใช้จ้างบำรุงรักษาระบบเดิมซึ่งใช้งานตั้งแต่ปีงบประมาณ 2566
- เพื่อให้ระบบคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์สามารถให้บริการประชาชนในทุกหน่วยงานของรัฐและเอกชนให้มีประสิทธิภาพ
ขอบเขตของงาน
งานบำรุงรักษาครอบคลุม 2 ส่วนหลัก ดังนี้
- การบำรุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ (Hardware) ตามรายการอุปกรณ์ในภาคผนวก ก. ซึ่งประกอบด้วย:
- เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (Digital ID) และระบบ DOPA Digital Self Service (Dell EMC PowerEdge R650xs) จำนวน 20 เครื่อง
- เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายระบบอ่านข้อมูลบัตรประชาชน (National ID Card OCR Server) (Dell EMC PowerEdge R7525) จำนวน 4 เครื่อง
- เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายระบบงาน LOG & Monitor Server (Dell EMC PowerEdge R650xs) จำนวน 5 เครื่อง
- ระบบหน่วยความจำสำรอง (Storage System) (Dell EMC DF-2SFXL2-7680) จำนวน 2 ชุด
- อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลแบบภายนอก (External Storage) (QNAP ES1686dc) จำนวน 2 เครื่อง
- อุปกรณ์กระจายสัญญาสื่อสารข้อมูล (SWITCH) 10G Base-T (HmC S6800-54QT) จำนวน 4 เครื่อง
- ขอบเขตการบำรุงรักษา (Preventive Maintenance) ต่อเครื่อง: ตรวจสอบ LED Indicator, การทำงานของชุดจ่ายไฟ, สถานะของ Processor, Memory, Cooling, Storage, Network Devices, ตรวจสอบ Log และ Alerts ต่าง ๆ
- การให้บริการสนับสนุนและบำรุงรักษาระบบซอฟต์แวร์และการดำเนินงาน:
- จัดให้มีบริการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) ณ สถานที่ติดตั้ง อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง
- จัดให้มีพนักงานประจำรับแจ้งปัญหาในเวลาราชการ (จันทร์-ศุกร์ 08.30-16.30 น.)
- จัดให้มีพนักงานประจำสนับสนุนการแก้ไขปัญหาทางเทคนิคในเวลาราชการผ่านโทรศัพท์และ Instant Messaging
- มีระบบบริการรับแจ้งและติดตามการแก้ไขปัญหา (Services Web System)
- มีระบบบริหารจัดการอุปกรณ์และอะไหล่ (Inventory Control Web System)
- มีระบบบริหารจัดการระบบโปรแกรมประยุกต์ (Software Inventory Web System)
- ดำเนินการตรวจสอบวิเคราะห์และแก้ไขปัญหา โดยเริ่มภายใน 3 ชั่วโมง และแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 3 วัน นับจากได้รับแจ้ง
- ให้คำแนะนำและปรึกษาเกี่ยวกับการใช้ระบบงานและการแก้ปัญหา
- พร้อมให้คำปรึกษาในการดูแลบำรุงรักษาและแก้ไขปัญหาความบกพร่องระดับเบื้องต้นตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านโทรศัพท์และ/หรืออีเมล
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- บริการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) สำหรับฮาร์ดแวร์ทั้งหมด เดือนละ 1 ครั้ง ตลอดระยะเวลาสัญญา
- เอกสารรายงานผลการบำรุงรักษาประจำเดือน (Service Report) พร้อมการรับรองจากเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
- เอกสารรายงานการแก้ไขปัญหา (Issues Report)
- การแก้ไขปัญหาและบำรุงรักษาตาม SLA: การตอบสนองภายใน 3 ชั่วโมงและแก้ไขเสร็จภายใน 3 วัน
- บริการสนับสนุนทางเทคนิคและ Helpdesk ตามเวลาที่กำหนด
- การรับประกันความชำรุดบกพร่อง เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 เดือน นับจากวันที่กรมได้รับมอบงานทั้งหมด
- ระบบสนับสนุนการบริการ (Web Systems): Services Web System, Inventory Control Web System, Software Inventory Web System
ระยะเวลาดำเนินการ
- ระยะเวลาส่งมอบงาน (ระยะเวลาดำเนินสัญญา): 242 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
- การส่งมอบงานและตรวจรับเป็นรายเดือน ตามงวดการจ่ายเงิน 8 งวด ครอบคลุมการบำรุงรักษาในแต่ละเดือน ดังนี้:
- งวด 1: บำรุงรักษาประจำเดือน กุมภาพันธ์ 2569
- งวด 2: บำรุงรักษาประจำเดือน มีนาคม 2569
- งวด 3: บำรุงรักษาประจำเดือน เมษายน 2569
- งวด 4: บำรุงรักษาประจำเดือน พฤษภาคม 2569
- งวด 5: บำรุงรักษาประจำเดือน มิถุนายน 2569
- งวด 6: บำรุงรักษาประจำเดือน กรกฎาคม 2569
- งวด 7: บำรุงรักษาประจำเดือน สิงหาคม 2569
- งวด 8: บำรุงรักษาประจำเดือน กันยายน 2569
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements:
- ต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้างในวงเงินไม่น้อยกว่า 14,000,000 บาท (สิบสี่ล้านบาท) ภายในสัญญาเดียว
- ผลงานต้องเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่กรมการปกครองเชื่อถือ
- ต้องแสดงหนังสือรับรองผลงานและสำเนาสัญญามาแสดงพร้อมยื่นข้อเสนอ
- Standards Compliance:
- ต้องมีใบรับรองตามมาตรฐาน ISO 9001:2015 ในเรื่องคุณภาพการออกแบบพัฒนา ติดตั้ง ซ่อมบำรุงระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่ายระบบคอมพิวเตอร์ศูนย์รวม และระบบปฏิบัติการ (แสดงสำเนาหลักฐานรับรองที่ไม่หมดอายุ)
- ต้องมีใบรับรองระดับความสามารถของกระบวนการวิศวกรรมซอฟต์แวร์ตามมาตรฐาน ISO/IEC 29110 (แสดงสำเนาหลักฐานรับรอง)
- Experience:
- ต้องมีผลงานด้านการบำรุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ มูลค่าไม่น้อยกว่า 14 ล้านบาท ภายในสัญญาเดียว
- Previous Project Cost: 14,000,000 บาท (ตามข้อกำหนดผลงาน)
- Technical Capabilities:
- ต้องมีหนังสือรับรองด้านการได้รับความสนับสนุนจากเจ้าของผลิตภัณฑ์ลิขสิทธิ์การใช้ซอฟต์แวร์เปรียบเทียบลักษณะภาพหน้า ยี่ห้อ Innovatrics รุ่น Innovatrics ABIS จำนวน 1 ระบบ
- ต้องมีหนังสือรับรองด้านการได้รับความสนับสนุนจากเจ้าของผลิตภัณฑ์ระบบโปรแกรมสําเร็จรูปบริหารจัดการสิ่งแทนเอกลักษณ์ดิจิทัล (Digital ID Management System) ยี่ห้อ CDT รุ่น DIMS จำนวน 1 ระบบ
- ต้องมี ระบบบริการรับแจ้งและติดตามการแก้ไขปัญหา (Services Web System)
- ต้องมี ระบบบริหารจัดการอุปกรณ์และอะไหล่ (Inventory Control Web System)
- ต้องมี ระบบบริหารจัดการระบบโปรแกรมประยุกต์ (Software Inventory Web System)
- Personnel:
- ต้องมีพนักงานประจำรับแจ้งปัญหาในเวลาปฏิบัติราชการ (จันทร์-ศุกร์ 08.30-16.30 น.)
- ต้องมีพนักงานประจำสนับสนุนการแก้ไขปัญหาทางเทคนิคของระบบ ThaID ในเวลาราชการ (จันทร์-ศุกร์ 08.30-16.30 น.) ผ่านโทรศัพท์และ Instant Messaging
- ต้องจัดเตรียมบุคลากรซึ่งมีประสบการณ์ ความรู้ ความสามารถ และความชำนาญ เพื่อดำเนินการดูแลบำรุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์
เกณฑ์การพิจารณา
- หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือก: ใช้ หลักเกณฑ์ราคา
- การตัดสินผู้ชนะ: พิจารณาจาก ราคารวม ที่เสนอ
- หมายเหตุ: มีการให้แต้มต่อสำหรับผู้ประกอบการ SMEs และผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นบุคคลไทย/นิติบุคคลไทย ตามเงื่อนไขที่กำหนดใน TOR
ข้อกำหนดทางเทคนิค
โครงการนี้เกี่ยวข้องกับการบำรุงรักษาระบบไอทีขนาดใหญ่ที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักของประเทศ (Critical National Digital Infrastructure) ระบบ ThaID ใช้สำหรับพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลของผู้ใช้งานกว่า 24 ล้านคน
คุณลักษณะทางเทคนิคของระบบที่ต้องบำรุงรักษา:
- สถาปัตยกรรมฮาร์ดแวร์: ประกอบด้วยเซิร์ฟเวอร์แบรนด์ Dell EMC รุ่น Enterprise (PowerEdge R650xs, R7525) จำนวนมากกว่า 20 เครื่อง, ระบบ Storage (Dell EMC, QNAP) และเครือข่ายความเร็วสูง 10G (Switch)
- ซอฟต์แวร์หลัก:
- ระบบซอฟต์แวร์เปรียบเทียบลักษณะภาพหน้า (Facial Recognition) จาก Innovatrics (รุ่น Innovatrics ABIS)
- ระบบบริหารจัดการ Digital ID (Digital ID Management System) จาก CDT (รุ่น DIMS)
- ข้อกำหนดการให้บริการ (Service Level Agreement - SLA):
- เวลาตอบสนอง (Response Time): เริ่มตรวจสอบ/วิเคราะห์ปัญหาภายใน 3 ชั่วโมง นับจากได้รับแจ้ง
- เวลาซ่อมแซม (Resolution Time): ดำเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 3 วัน
- เวลา Downtime ที่อนุญาต: ระบบขัดข้องรวมไม่เกิน 4 ชั่วโมงต่อเดือน ต่อระบบ (มีการคำนวณด้วยตัวถ่วงตามผนวก ค.) หากเกินจะต้องเสียค่าปรับ
- บริการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน: ต้องดำเนินการ อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง ณ สถานที่ติดตั้ง
เงื่อนไขสัญญา
- วงเงินงบประมาณ: 30,000,000.00 บาท
- ราคากลาง: 28,320,000.00 บาท
- การจ่ายเงิน: แบ่งเป็น 8 งวด เท่า ๆ กัน งวดละ 12.5% ของค่าจ้างสัญญา โดยจ่ายหลังจากผู้รับจ้างปฏิบัติงานบำรุงรักษาในแต่ละเดือน (ก.พ. - ก.ย. 2569) และกรมตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว
- หลักประกันการเสนอราคา: 1,500,000.00 บาท
- หลักประกันสัญญา: ร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาได้
- ค่าปรับ:
- ค่าปรับกรณีส่งมอบงานล่าช้า: ร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้างในแต่ละงวดต่อวัน
- ค่าปรับกรณีจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต: ร้อยละ 10 ของวงเงินงานจ้างช่วงนั้น
- ค่าปรับกรณีระบบขัดข้องเกินกว่า 4 ชั่วโมงต่อเดือน: ร้อยละ 0.035 ของราคาตามสัญญาต่อชั่วโมง ของชั่วโมงที่เกิน
- ระยะเวลารับประกัน: ไม่น้อยกว่า 1 เดือน นับถัดจากวันที่กรมได้รับมอบงานทั้งหมด โดยต้องซ่อมแซมแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 3 วัน หลังจากได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่อง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
Q: โครงการนี้ต้องการบำรุงรักษาซอฟต์แวร์เฉพาะตัวใดบ้าง?
A: โครงการต้องการบำรุงรักษาซอฟต์แวร์หลัก 2 ระบบ คือ ระบบซอฟต์แวร์เปรียบเทียบลักษณะภาพหน้า (Facial Recognition) ยี่ห้อ Innovatrics รุ่น ABIS และระบบบริหารจัดการ Digital ID (DIMS) ยี่ห้อ CDT ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีหนังสือรับรองการสนับสนุนจากเจ้าของลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ทั้งสองรายการนี้ -
Q: เกณฑ์การคำนวณเวลาขัดข้องของระบบ (Downtime) ต่อเดือนเป็นอย่างไร?
A: ระบบขัดข้องรวมได้ไม่เกิน 4 ชั่วโมงต่อเดือนต่อระบบ โดยมีเกณฑ์การคำนวณเฉพาะ: 1) หากหลายหน่วยขัดข้องพร้อมกันให้นับเวลาของหน่วยที่มีตัวถ่วงมากที่สุดเพียงหน่วยเดียว 2) หากความเสียหายต่างกัน ให้คำนวณชั่วโมงขัดข้องคูณด้วย “ตัวถ่วง” ตามตารางในผนวก ค. ของ TOR -
Q: ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมระบบ Web System อะไรบ้าง?
A: ผู้รับจ้างต้องมีระบบ Web-Based 3 ระบบได้แก่ 1) Services Web System สำหรับรับแจ้งและติดตามปัญหา 2) Inventory Control Web System สำหรับบริหารจัดการอุปกรณ์และอะไหล่ 3) Software Inventory Web System สำหรับบริหารจัดการโปรแกรมประยุกต์ -
Q: บริการสนับสนุนทางเทคนิคผ่านโทรศัพท์และ IM มีเวลาการให้บริการอย่างไร?
A: บริการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาทางเทคนิคผ่านโทรศัพท์และ Instant Messaging (IM) มีเฉพาะในเวลาราชการ คือ วันจันทร์ถึงศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.30 - 16.30 น. -
Q: การให้คำปรึกษาระดับเบื้องต้นตลอด 24 ชั่วโมง หมายถึงบริการแบบใด?
A: หมายถึงบริการให้คำปรึกษาในการดูแลบำรุงรักษาและแก้ไขปัญหาความบกพร่องระดับเบื้องต้นของระบบ Hardware/Software ที่สามารถให้คำแนะนำผ่านทางโทรศัพท์และ/หรืออีเมลได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน -
Q: การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) ต้องทำที่ไหน และบ่อยแค่ไหน?
A: ต้องดำเนินการ ณ สถานที่ติดตั้งของเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ประกอบ ภายในกรมการปกครอง อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง -
Q: หากตรวจพบปัญหาหลังเวลาราชการ จะมีกระบวนการแก้ไขอย่างไร?
A: ผู้รับจ้างต้องพร้อมให้คำปรึกษาระดับเบื้องต้นตลอด 24 ชั่วโมงผ่านโทรศัพท์/อีเมล สำหรับการแก้ไขปัญหาทางเทคนิคโดยพนักงานเฉพาะทางจะเริ่มในวันและเวลาราชการถัดไป โดยต้องเริ่มวิเคราะห์ภายใน 3 ชั่วโมงนับจากได้รับแจ้ง (ซึ่งอาจอยู่ในเวลาราชการ) -
Q: เอกสารรายงานที่ต้องส่งให้กรมการปกครองมีอะไรบ้าง?
A: มี 2 ชนิดหลักคือ 1) Service Report (รายงานผลการบำรุงรักษาประจำเดือน) 2) Issues Report (รายงานการแก้ไขปัญหา) โดยต้องส่งให้หน่วยงานสน.บท.สพท. ของกรมการปกครอง -
Q: โครงการนี้มีข้อกำหนดเกี่ยวกับการขนส่งทางเรือสำหรับการนำเข้าอะไหล่หรือไม่?
A: ใช่ หากผู้รับจ้างต้องสั่งหรือนำสิ่งของเข้ามาจากต่างประเทศเพื่อใช้งาน และของนั้นต้องนำเข้ามาทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายส่งเสริมการพาณิชยนาวี เช่น แจ้งกรมเจ้าท่าและบรรทุกด้วยเรือไทย (เว้นแต่ได้รับการยกเว้น) -
Q: มาตรการลงโทษหากผู้รับจ้างไม่ผ่านการประเมินผลการปฏิบัติงานคืออะไร?
A: หากไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานตามที่กำหนด ผู้รับจ้างอาจถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับกรมการปกครองไว้ชั่วคราว
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ร่างรายละเอียดขอบเขตของงานทั้งโครงการ (Terms of Reference : TOR)
๑. ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ
๑.๑ ชื่อโครงการ ประกวดราคาจ้างบำรุงรักษาระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (ThaID) ประจำ ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
๑.๒ ความเป็นมา
๑.๓ วัตถุประสงค์
๑.๔ วงเงินงบประมาณ/วงเงินที่ได้รับจัดสรร ๓๐,๐๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท (สามสิบล้านบาทถ้วน) ๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราวตามที่ ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
๒.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กรมการปกครอง กรุงเทพฯ ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขัน ราคาอย่างเป็นธรรม ในการเสนอราคาครั้งนี้
๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อ เสนอได้มีคำสั่งสละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับผลงานที่ประกวดราคาจ้างในวงเงินไม่น้อยกว่า ๑๔,๐๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท (สิบสี่ล้านบาทถ้วน) และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือ หน่วยงานเอกชนที่ กรมการปกครอง กรุงเทพฯ เชื่อถือ
๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
กิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ ในเอกสารเชิญชวน เว้นแต่ในกรณีกิจการร่วมค้าที่มีข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใด รายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นสามารถใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นก่อสร้าง
เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
ของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
กรณีมีข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อ ตกลงดังกล่าวจะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญา มากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
๒.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้อง มีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงิน ที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวกติดต่อกันเป็นระยะเวลา ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ (๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะ ต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า ๘ ล้านบาท
(๓) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ โดยพิจารณาจากบัญชีเงินฝาก ธนาคาร ณ วันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากเป็นบวกในมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณที่ยื่นข้อเสนอใน ครั้งนั้น และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดัง กล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
(๔) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการและทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้า ยื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อเพื่อมาสนับสนุนให้มูลค่าสุทธิ ของกิจการ (Net Worth) ไม่ ติดลบ หรือให้มีสภาพคล่องที่ดีจนเพียงพอต่อการยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่า งบประมาณที่ยื่นข้อเสนอในครั้งนั้น (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจ ค้าประกัน ตาม ประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย แจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน)
(๕) กรณีตาม (๑) - (๔) ยกเว้นสำหรับกรณีดังต่อไปนี้
(๕.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ
(๕.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ ตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๖๑
๓. ขอบเขตของงานที่จะดำเนินการจัดจ้าง และเอกสารแนบท้ายอื่น ๆ
เอกสารแนบ ๑ รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
๔. กำหนดเวลาส่งมอบพัสดุ
ระยะเวลาส่งมอบ ๒๔๒ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
๕. งวดงานและการจ่ายเงิน
กรมการปกครอง กรุงเทพฯ จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่าย ทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง โดยแบ่งออกเป็น ๘ งวด ดังนี้ งวดที่ ๑ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๒.๕ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานเมื่อผู้รับจ้างได้บำรุง รักษาระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (ThaID) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ประจำเดือน กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ และผู้ว่าจ้างได้ตรวจรับงานจ้างไว้ถูกต้อง ครบถ้วน ตามสัญญาแล้ว ให้แล้วเสร็จภายใน ๒๘ วัน
งวดที่ ๒ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๒.๕ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานเมื่อผู้รับจ้างได้บำรุง รักษาระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (ThaID) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ประจำเดือน มีนาคม ๒๕๖๙ และผู้ว่าจ้างได้ตรวจรับงานจ้างไว้ถูกต้อง ครบถ้วน ตามสัญญาแล้ว ให้แล้วเสร็จภายใน ๓๑ วัน งวดที่ ๓ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๒.๕ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานเมื่อผู้รับจ้างได้บำรุง รักษาระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (ThaID) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ประจำเดือน เมษายน ๒๕๖๙ และผู้ว่าจ้างได้ตรวจรับงานจ้างไว้ถูกต้อง ครบถ้วน ตามสัญญาแล้ว ให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วัน
งวดที่ ๔ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๒.๕ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานเมื่อผู้รับจ้างได้บำรุง รักษาระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (ThaID) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ประจำเดือน พฤษภาคม ๒๕๖๙ และผู้ว่าจ้างได้ตรวจรับงานจ้างไว้ถูกต้อง ครบถ้วน ตามสัญญาแล้ว ให้แล้วเสร็จภายใน ๓๑ วัน
งวดที่ ๕ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๒.๕ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานเมื่อผู้รับจ้างได้บำรุง รักษาระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (ThaID) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ประจำเดือน มิถุนายน ๒๕๖๙ และผู้ว่าจ้างได้ตรวจรับงานจ้างไว้ถูกต้อง ครบถ้วน ตามสัญญาแล้ว ให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วัน
งวดที่ ๖ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๒.๕ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานเมื่อผู้รับจ้างได้บำรุง รักษาระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (ThaID) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ประจำเดือน กรกฎาคม ๒๕๖๙ และผู้ว่าจ้างได้ตรวจรับงานจ้างไว้ถูกต้อง ครบถ้วน ตามสัญญาแล้ว ให้แล้วเสร็จภายใน ๓๑ วัน
งวดที่ ๗ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๒.๕ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานเมื่อผู้รับจ้างได้บำรุง รักษาระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (ThaID) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ประจำเดือน สิงหาคม ๒๕๖๙ และผู้ว่าจ้างได้ตรวจรับงานจ้างไว้ถูกต้อง ครบถ้วน ตามสัญญาแล้ว ให้แล้วเสร็จภายใน ๓๑ วัน
งวดที่ ๘ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๒.๕ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานเมื่อผู้รับจ้างได้บำรุง เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
รักษาระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (ThaID) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ประจำเดือน กันยายน ๒๕๖๙ และผู้ว่าจ้างได้ตรวจรับงานจ้างไว้ถูกต้อง ครบถ้วน ตามสัญญาแล้ว ให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วัน
๖. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
ในการพิจารณาคัดเลือกผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ กรมการปกครอง กรุงเทพฯ จะพิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคา
๗. อัตราค่าปรับ
๗.๑ อัตราค่าปรับกำหนดให้คิดในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้างในแต่ละงวดต่อวัน
๗.๒ กรณีที่นำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก กรมการปกครอง กรุงเทพฯ จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงานจ้างช่วงนั้น ๘. การกำหนดระยะเวลารับประกันความชำรุดบกพร่อง
ผู้ชนะการเสนอราคาจะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่น้อย กว่า ๑ เดือนนับถัดจากวันที่ ได้รับมอบงานทั้งหมดไว้โดยถูกต้องครบถ้วนตามสัญญา โดยภายในกำหนดระยะ เวลาดังกล่าวหากสิ่งของตามสัญญานี้เกิดชำรุดบกพร่องหรือขัดข้อง อันเนื่องมาจากการใช้งานตามปกติ ผู้ รับจ้างจะต้องจัดการซ่อมแซมหรือแก้ไขให้อยู่ในสภาพที่ใช้การได้ดีดังเดิมภายใน ๓ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับ แจ้งความชำรุดบกพร่อง โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆทั้งสิ้น
เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะการจ้างบํารุงรักษา
ระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (ThalD) ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙
๑. ความเป็นมา
กรมการปกครอง ได้พัฒนาระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (DOPA-Digital ID) ผ่านแอปพลิเคชัน ThaiD เพื่อสร้างต้นแบบและนวัตกรรมใหม่ในการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลของประเทศ รองรับ การใช้งานบริการของหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งปัจจุบันมีประชาชนลงทะเบียนใช้งานกว่า ๒๔ ล้านราย รวมทั้งหน่วยงานรัฐ และหน่วยงานเอกชนมีการขออนุญาตใช้บริการระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล จํานวน ๕๓๕ หน่วยงาน เพื่อให้สอดคล้องกับประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๓ ของกรมการปกครอง ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาระบบฯ ให้มีคุณภาพ ทันสมัย ตอบสนองความต้องการของประชาชน ยกระดับและพัฒนาการให้บริการแบบดิจิทัล โดยผู้รับบริการ และหน่วยงานภายนอกมีความพึงพอใจ และเชื่อมั่นในคุณภาพของการให้บริการ
๒. วัตถุประสงค์
เพื่อใช้จ้างบํารุงรักษาระบบเดิมซึ่งใช้งานตั้งแต่ปีงบประมาณ ๒๕๖๖ โดยระบบดังกล่าวได้มีหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ขอเชื่อมโยงเรียบร้อยแล้ว จํานวน ๕๓๕ หน่วย สําหรับยืนยันตัวตนผู้มาขอรับบริการ ระบบงานออนไลน์ (e-Service) จึงจําเป็นต้องจ้างบํารุงรักษาระบบเดิม เพื่อให้ระบบคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์สามารถให้บริการประชาชนในทุกหน่วยงานของรัฐและเอกชนให้มีประสิทธิภาพ
คุณสมบัติของผู้ยื่นเสนอราคา
๓.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย ๓.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๓.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๓.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน
ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๓.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ
ภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
๓.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ผู้มีอาชีพรับจ้างที่จัดจ้างโดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๓.๔ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่กรมการปกครอง ณ วันที่ ได้หนังสือเชิญชวน หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการจัดซื้อครั้งนี้
๓.๔. ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอ ได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์ความคุ้มกันเช่นว่านั้น
/๓.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอ …
ประธานกรรมการ….
…กรรมการ…………
.กรรมการ….
กรุง
- ๒ -
๓.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
กิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ ในเอกสารเชิญชวน เว้นแต่ในกรณีกิจการร่วมค้าที่มีข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใด รายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นสามารถใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลัก รายเดียวเป็นผลงานของ กิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงดังกล่าวจะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญา มากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
๓.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
๓.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย/กฎหมายต่างประเทศซึ่งได้ จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏ ในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย/กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มี
การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ดังนี้
๘ ล้านบาท - มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๒๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน 50 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ํากว่า
(๓) สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอ เป็นบุคคลธรรมดาถือสัญชาติไทย/บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย โดยพิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝาก ไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือก
จะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
(๔) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะ เข้ายื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง ทั้งนี้ จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศหรือบริษัทเงินทุน
หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้าประกัน
ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ
หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต
ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้าประกันตามประกาศของธนาคารกลาง
ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจาก ยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรองหรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจ จากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอนับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
/(๕) กรณีตาม …
ประธานกรรมการ..
.กรรมการ….
….กรรมการ..
กรินทร - 6-
(๕) กรณีตาม (๑) – (๔) ยกเว้นสําหรับกรณีดังต่อไปนี้
(๕.๑) ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ
(๕.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติ
ล้มละลาย (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๖๑
๔. เงื่อนไขการบริการบํารุงรักษา
ผู้รับจ้างต้องมีความพร้อมในการสนับสนุนการใช้งานจัดให้มีการดําเนินการให้บริการด้านการดูแล บํารุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ (Hardware) และซอฟต์แวร์ (Software) ตลอดระยะเวลาการบํารุงรักษา เพื่อให้การทํางานของระบบสามารถปฏิบัติงานได้เป็นปกติ ดังต่อไปนี้
๔.๑ ต้องได้ใบรับรองตามมาตรฐาน ISO ๙๐๐๑ : ๒๐๑๕ ในเรื่องคุณภาพการออกแบบพัฒนา ติดตั้ง ซ่อมบํารุงระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่ายระบบคอมพิวเตอร์ศูนย์รวม และระบบปฏิบัติการ โดยจะต้องแสดง
สําเนาหลักฐานรับรองที่ไม่หมดอายุ และให้ยื่นเอกสารขณะเข้าเสนอราคา
๔.๒ ต้องได้ใบรับรองระดับความสามารถของกระบวนการวิศวกรรมซอฟต์แวร์ตามมาตรฐาน ISO/IEC ๒๙๑๑๐ โดยจะต้องแสดงสําเนาหลักฐานรับรอง และให้ยื่นเอกสารขณะเข้าเสนอราคา
๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีหนังสือรับรองด้านการได้รับความสนับสนุนจากเจ้าของผลิตภัณฑ์ในส่วนของ ลิขสิทธิ์การใช้ซอฟต์แวร์เปรียบเทียบลักษณะภาพใบหน้า ยี่ห้อ Innovatrics รุ่น Innovatrics ABIS จํานวน ๑ ระบบ และระบบโปรแกรมสําเร็จรูปบริหารจัดการสิ่งแทนเอกลักษณ์ดิจิทัล (Digital ID Management System) ยี่ห้อ CDT รุ่น DIMS จํานวน ๑ ระบบ โดยจะต้องแสดงเอกสารหนังสือรับรองที่มีอายุไม่เกิน ๓๐ วัน นับจากวันที่ออกหนังสือ จนถึงวันที่ยื่นเอกสารเสนอราคาและต้องระบุโครงการที่ประกาศฯด้วยโดยให้แนบเอกสารขณะเข้าเสนอราคา
๔.๔ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานด้านการบํารุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ โดยมี มูลค่าผลงานในวงเงินไม่น้อยกว่า ๑๔,000,000 บาท (สิบสี่ล้านบาทถ้วน) ภายในสัญญาเดียวอย่างน้อย ผลงานแนบมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอ ซึ่งผลงานที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้ทํางานแล้วเสร็จตามสัญญาได้มีการส่งมอบ
งานและตรวจรับเรียบร้อยแล้วจะต้องใช้งานได้ในปัจจุบันเป็นที่ยอมรับในมาตรฐานทั่วไปและปฏิบัติถูกต้องตาม
เงื่อนไขแห่งสัญญานั้นทุกประการ และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานราชการพร้อมแนบสําเนา หนังสือรับรองผลงานและสําเนาสัญญามาแสดง โดยผลงานดังกล่าวกรมการปกครองหรือคณะกรรมการ
พิจารณาผลมีสิทธิเข้าไปดูสถานที่หรือตรวจสอบผลงานนั้นเพื่อประกอบการพิจารณาคัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอที่มี
คุณภาพและคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์ต่อทางราชการ
๔.๕ มีพนักงานประจํารับแจ้งปัญหาในเวลาปฏิบัติราชการวันจันทร์ - ศุกร์ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐ - ๑๖.๓๐ น.
และวันเวลาที่ราชการเปิดให้บริการประชาชนเป็นกรณีพิเศษ
๔.๖ มีพนักงานประจําสนับสนุนการแก้ไขปัญหาทางด้านเทคนิคของระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตน ทางดิจิทัล (ThalD) ในเวลาปฏิบัติราชการวันจันทร์ - ศุกร์ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐ - ๑๖.๓๐ น. โดยทางโทรศัพท์ และแอปส่งข้อความทันที (Instant Messaging: IM)
๔.๗ มีระบบบริการรับแจ้งและติดตามการแก้ไขปัญหา (Services Web System)
๔.๘ มีระบบบริหารจัดการอุปกรณ์และอะไหล่ (Inventory Control Web System)
๔.๙ มีระบบบริหารจัดการระบบโปรแกรมประยุกต์ (Software Inventory Web System) ๔.๑๐ จัดให้มีการบริการบํารุงรักษา (Preventive Maintenance) ระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ประกอบ ณ สถานที่ติดตั้งของเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ประกอบในภาคผนวก ก. อย่างน้อย ๑ เดือนต่อครั้ง
๔.๑๑ จัดทําเอกสารการรายงานผลการบํารุงรักษาประจําเดือน (Service Report) ตามข้อ ๔.๑๐ โดยมี เจ้าหน้าที่ผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้รับรองเอกสาร และเอกสารรายงานการแก้ไขปัญหา (Issues Report) ตามข้อ ๔.๖ โดยจัดส่งเอกสารให้กรมการปกครอง (สน.บท. สพท.) เป็นผู้จัดเก็บเอกสาร
/๔.๑๒ มีความพร้อม …
ประธานกรรมการ……..
………….กรรมการ..
..กรรมการ. คุรินทร์
๔.๑๒ มีความพร้อมในการตรวจสอบวิเคราะห์ปัญหาและดําเนินการแก้ไขปรับปรุงระบบคอมพิวเตอร์ ฮาร์ดแวร์ (Hardware) และซอฟต์แวร์ (Software) พร้อมอุปกรณ์ที่ติดตั้งใช้งาน ณ จุดที่ติดตั้งโดยเริ่มดําเนินการ ภายใน ๓ ชั่วโมง นับตั้งแต่ได้รับแจ้งปัญหา และต้องดําเนินการแก้ให้แล้วเสร็จภายใน ๓ วัน
๔.๑๓ ผู้เสนอราคาต้องบํารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขระบบคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดีอยู่เสมอ
โดยให้มีระยะเวลาที่ระบบคอมพิวเตอร์ขัดข้องแต่ละรายการรวมตามเกณฑ์การคํานวณนับไม่เกินเดือนละ ๔ ชั่วโมง มิฉะนั้นผู้รับจ้างต้องยอมให้ผู้จ้างคิดค่าปรับเวลาที่ไม่สามารถใช้คอมพิวเตอร์ได้ในส่วนที่เกินกําหนดข้างต้น
ในอัตราร้อยละ ๐.๐๓๕ ของราคาตามสัญญาต่อชั่วโมง
เกณฑ์การคํานวณเวลาขัดข้องของระบบคอมพิวเตอร์ให้เป็นไป ดังนี้
(๑) กรณีที่ระบบคอมพิวเตอร์เกิดขัดข้องพร้อมกันหลายหน่วย ให้นับระยะเวลาขัดข้อง
ของหน่วยที่มีตัวถ่วงมากที่สุดเพียงหน่วยเดียว
(๒) กรณีความเสียหายอันสืบเนื่องมาจากความขัดข้องของระบบคอมพิวเตอร์แตกต่างกัน
เวลาที่ใช้ในการคํานวณค่าปรับจะเท่ากับเวลาขัดข้องของระบบคอมพิวเตอร์นั้นคูณด้วยตัวถ่วง ซึ่งมีค่าต่าง ๆ
ตามตารางการกําหนดตัวถ่วงต่าง ๆ (ผนวก ค)
ๆ
ราคาตามสัญญาชั่วโมง = (ราคาค่าจ้างตามสัญญา/จํานวนเดือนที่จ้าง)/๗๒๐
(จํานวนชั่วโมงต่อเดือน (๒๔ ชั่วโมง ๓๐ วัน))
จํานวนชั่วโมง = (ชั่วโมงที่ขัดข้อง X ค่าตัวถ่วง) เศษของชั่วโมงนับเป็น ๑ ชั่วโมง ค่าปรับ = ๐.๐๓๕ x ราคาตามสัญญาต่อชั่วโมง x (ผลรวมจํานวนชั่วโมง - ๔ ชั่วโมงต่อเดือน) ๔.๑๔ สามารถให้คําแนะนําและปรึกษา เมื่อต้องการเกี่ยวกับการใช้ระบบงาน และรวมถึงการแก้ปัญหา หรือวิธีการที่จะแก้ไขระบบงานให้ดีขึ้น
๔.๑๕ ต้องจัดเตรียมบุคลากรซึ่งมีประสบการณ์ ความรู้ ความสามารถ และความชํานาญ เพื่อดําเนินการ ดูแลบํารุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ (Hardware) และซอฟต์แวร์ (Software)
๔.๑๖ พร้อมให้คําปรึกษาในการดูแลบํารุงรักษา และแก้ไขปัญหาความบกพร่องของระบบคอมพิวเตอร์ ฮาร์ดแวร์ (Hardware) และซอฟต์แวร์ (Software) ในระดับเบื้องต้นตลอดทุกวัน ๒๔ ชั่วโมง โดยทางโทรศัพท์ และ/หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Mail)
๔.๑๗ ต้องดําเนินการวิเคราะห์ ตรวจสอบหาสาเหตุ หรือดําเนินการปรับแต่งระบบคอมพิวเตอร์ ฮาร์ดแวร์ (Hardware) และซอฟต์แวร์ (Software) เพื่อให้สามารถใช้งานได้ดังเดิม
๔.๑๘ พร้อมนําปัญหาและ/หรือข้อเสนอแนะที่ได้รับจากลูกค้ามาวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงหรือหาแนวทาง ในการปรับแต่งระบบคอมพิวเตอร์ซอฟต์แวร์ (Software) ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
๕. รายละเอียดขอบเขตของงาน
๕.๑ การบํารุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ (Hardware) ตามรายละเอียดของอุปกรณ์ตามภาคผนวก ก โดยมีขอบเขตของงานบํารุงรักษาดังต่อไปนี้
๕.๑.๑ เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (Digital ID) และระบบการบริการ งานทะเบียนด้วยตนเอง (DOPA Digital Self Service) ยี่ห้อ Dell EMC รุ่น PowerEdge R๖๕oxs จํานวน ๒๐ เครื่อง
การบํารุงรักษา (PM) ต่อเครื่อง
๕.๑.๑.๑ ตรวจสอบ LED Indicator และ Functional ของระบบพร้อมตรวจสอบการชํารุด เสียหายของอุปกรณ์โดยรวม
๕.๑.๑.๒ ตรวจสอบการทํางานของชุดจ่ายไฟ (Power Supply) ให้อยู่ในสภาพปกติ และสามารถทํางานได้ทั้ง ๒ ชุด อย่างมีประสิทธิภาพ
๕.๑.๑.๓ ตรวจสอบ Processor Memory Power Cooling Storage Network Devices
PCle Device ให้อยู่ในสถานะปกติ (Status OK)
ประธานกรรมการ…
.
……….กรรมการ..
/๕.๑.๑.๔ ตรวจสอบ …
..กรรมการ……… ht - & -
๕.๑.๑.๔ ตรวจสอบ Log และ Alerts ต่าง ๆ
๕.๑.๒ เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายระบบอ่านข้อมูลจากรูปภาพบัตรประจําตัวประชาชน (National ID Card OCR Server) ยี่ห้อ Dell EMC รุ่น PowerEdge R๗๕๒๕ จํานวน ๔ เครื่อง
การบํารุงรักษา (PM) ต่อเครื่อง
๕.๑.๒.๑ ตรวจสอบ LED Indicator และ Functional ของระบบพร้อมตรวจสอบการชํารุด เสียหายของอุปกรณ์โดยรวม
๕.๑.๒.๒ ตรวจสอบการทํางานของชุดจ่ายไฟ (Power Supply) ให้อยู่ในสภาพปกติ และสามารถทํางานได้ทั้ง ๒ ชุด อย่างมีประสิทธิภาพ
๕.๑.๒.๓ ตรวจสอบ Processor Memory Power Cooling Storage Network Devices PCle Device ให้อยู่ในสถานะปกติ (Status OK)
๕.๑.๒.๔ ตรวจสอบ Log และ Alerts ต่าง ๆ
๕.๑.๓ เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายสําหรับระบบงาน LOG & Monitor Server ยี่ห้อ Dell EMC รุ่น PowerEdge R๖๕oxs จํานวน 5 เครื่อง
การบํารุงรักษา (PM) ต่อเครื่อง
๕.๑.๓.๑ ตรวจสอบ LED Indicator และ Functional ของระบบพร้อมตรวจสอบการชํารุด เสียหายของอุปกรณ์โดยรวม
๕.๑.๓.๒ ตรวจสอบการทํางานของชุดจ่ายไฟ (Power Supply) ให้อยู่ในสภาพปกติ และสามารถทํางานได้ทั้ง ๒ ชุด อย่างมีประสิทธิภาพ
๕.๑.๓.๓ ตรวจสอบ Processor Memory Power Cooling Storage Network Devices PCle Device ให้อยู่ในสถานะปกติ (Status OK)
๕.๑.๓.๔ ตรวจสอบ Log และ Alerts ต่าง ๆ
๕.๑.๔ ระบบหน่วยความจําสํารอง (Storage System) ยี่ห้อ Dell EMC รุ่น DF-๒SFXL๒-๗๖๘๐
จํานวน ๒ ชุด
การบํารุงรักษา (PM) ต่อเครื่อง
๕.๑.๔.๑ ตรวจสอบ LED Indicator และ Functional ของระบบพร้อมตรวจสอบการชํารุด เสียหายของอุปกรณ์โดยรวม
๕.๑.๔.๒ ตรวจสอบ Log และ Alerts ต่าง ๆ
๕.๑.๕ อุปกรณ์สําหรับจัดเก็บข้อมูลแบบภายนอก (External Storage) ยี่ห้อ QNAP รุ่น ES๑๖๘๖dc จํานวน ๒ เครื่อง
การบํารุงรักษา (PM) ต่อเครื่อง
๕.๑.๕.๑ ตรวจสอบ LED Indicator และ Functional ของระบบพร้อมตรวจสอบการชํารุด เสียหายของอุปกรณ์โดยรวม
๕.๑.๕.๒ ตรวจสอบ Log และ Alerts ต่าง ๆ
ๆ
๕.๑.๖ อุปกรณ์กระจายสัญญาณสื่อสารข้อมูล (L) SWITCH) แบบ ๑๐G Base-T ๔๘ ช่อง ยี่ห้อ HmC รุ่น S๖๘๐๐-๕๔QT จํานวน ๔ เครื่อง
การบํารุงรักษา (PM) ต่อเครื่อง
๕.๑.๖.๑ ตรวจสอบ LED Indicator และ Functional ของระบบพร้อมตรวจสอบการชํารุด เสียหายของอุปกรณ์โดยรวม
ประธานกรรมการ..
ม
…………กรรมการ……….
Omar
/๕.๑.๖.๒ ตรวจสอบ …
…กรรมการ……………..ทรร่าง
เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
เลขที่
การจ้างบำรุงรักษาระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (ThaID) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ตามประกาศ กรมการปกครอง
ลงวันที่ มกราคม ๒๕๖๙
กรมการปกครอง ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “กรม” มีความประสงค์จะ ประกวดราคาจ้างบำรุงรักษา ระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (ThaID) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ด้วยวิธีประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ตามรายการ ดังนี้
จ้างบำรุงรักษาระบบการพิสูจน์และ
ยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (ThaID)
ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙
โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้
จำนวน ๑ งาน
๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๑.๑ ขอบเขตของงาน
๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาจ้างบริการบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขคอมพิวเตอร์ ๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
(๑) หลักประกันการเสนอราคา
(๒) หลักประกันสัญญา
๑.๕ บทนิยาม
(๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
(๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
(๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
๑.๗ แผนการทำงาน
๑.๘ แผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
๑.๙ ใบแจ้งการชำระเงิน สำหรับหลักประกันการเสนอราคา ๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
๒.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กรม ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขันอย่างเป็น ธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง ในวงเงิน ไม่น้อยกว่า ๑๔,๐๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท (สิบสี่ล้านบาทถ้วน) และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงาน ของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ กรม เชื่อถือ
๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้ เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ
สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน นามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้ เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๘ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ
หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ
ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา ๖. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
(ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๘ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป
กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อ เสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือ มีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน ทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ เอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
(๕) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) หลักประกันการเสนอราคา ตามข้อ ๕
(๒) สำเนาหนังสือรับรองผลงานจ้าง
(๓) สำเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) (ถ้ามี)
(๔) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔. การเสนอราคา
๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วย อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้อง กรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอโดย ไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้ ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๖๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอราคา โดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคามิได้ ๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน ๒๔๒ วัน นับ ถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
๔.๔ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญารายละเอียด ขอบเขตของ งานฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตาม เงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. และเวลาในการเสนอราคาให้ถือ ตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์
เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และ การเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่กรมผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๗ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณาข้อ เสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะ กรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการ พิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และกรม จะพิจารณาลงโทษผู้ ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่กรมจะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ริเริ่มให้มีการกระ ทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของกรม
๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
(๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
(๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กำหนด
(๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ๔.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายใน
ประเทศ โดยยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลา ดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน ๖๐ วัน
๔.๑๐ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๓๐ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา เว้นแต่เป็นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือ ที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา ๕. หลักประกันการเสนอราคา
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องวางหลักประกันการเสนอราคาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบการ จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ จำนวน ๑,๕๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท (หนึ่งล้านห้าแสนบาทถ้วน)
๕.๑ เงินสด
๕.๒ หนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารภายในประเทศตามแบบที่คณะ กรรมการนโยบายกำหนด
๕.๓ พันธบัตรรัฐบาลไทย
๕.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอนำพันธบัตรรัฐบาลไทยหรือหนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ มาวางเป็นหลักประกันการเสนอราคาจะต้องส่งต้นฉบับเอกสารดังกล่าวมาให้กรม ตรวจสอบความถูกต้องในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น.
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอประสงค์จะวางหลักประกันการเสนอราคาเป็นเงินสด ให้ผู้ยื่นข้อเสนอ ดำเนินการชำระเงินผ่านช่องทางการชำระเงิน ดังนี้
ผ่านบริการรับชำระเงิน (Bill Payment) ผ่านระบบ KTB Corporate Online ตามใบ แจ้งการชำระเงิน ที่แนบมาพร้อมกับเอกสารเชิญชวนนี้
และส่งหลักฐานการชำระเงินกับธนาคาร พร้อมทั้งแบบแจ้งความประสงค์ชำระเงินค่า หลักประกันการเสนอราคา (เฉพาะกรณีที่มีหลักประกันการเสนอราคาหลายรายการพิจารณา) มาให้ กรม ตรวจสอบความถูกต้อง โดยยื่นมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอผ่านระบบ e-GP โดยการชำระเงินและส่งหลักฐาน การชำระเงินให้ดำเนินการในวันและเวลาที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันและเวลาเสนอราคาเท่านั้น กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ประสงค์จะใช้หนังสือ ค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารในประเทศเป็นหลักประกันการเสนอราคาให้ระบุชื่อผู้เข้าร่วมค้ารายที่ สัญญาร่วมค้ากำหนดให้เป็นผู้เข้ายื่นข้อเสนอกับหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หลักประกันการเสนอราคาตามข้อนี้ กรมจะคืนให้ผู้ยื่นข้อเสนอหรือผู้ค้ำประกันภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่กรมได้พิจารณาเห็นชอบรายงานผลคัดเลือกผู้ชนะการประกวดราคาเรียบร้อยแล้ว
เว้นแต่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่คัดเลือกไว้ซึ่งเสนอราคาต่ำสุดหรือได้คะแนนรวมสูงสุดไม่เกิน ๓ ราย ให้คืนได้ต่อเมื่อ ได้ทำสัญญาหรือข้อตกลง หรือผู้ยื่นข้อเสนอได้พ้นจากข้อผูกพันแล้ว
การคืนหลักประกันการเสนอราคา ไม่ว่าในกรณีใด ๆ จะคืนให้โดยไม่มีดอกเบี้ย ๖. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
๖.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ กรมจะ พิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคา
๖.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ กรม จะพิจารณา จาก ราคารวม
๖.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ ขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กรมกำหนดไว้ในประกาศและ เอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้ เปรียบเสียเปรียบต่อ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการพิจารณาผลฯ อาจ พิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
๖.๔ กรมสงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการผ่อนผัน ในกรณี ดังต่อไปนี้
(๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย อิเล็กทรอนิกส์
(๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวด อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ๖.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือกรม มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ กรมมีสิทธิที่จะไม่รับข้อ เสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ๖.๖ กรมทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคา ที่เสนอ ทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจจะ ยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของกรมเป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้องค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งกรมจะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์และลงโทษผู้ยื่นข้อ เสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่เชื่อถือได้ว่าการยื่นข้อ เสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมา ยื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น
ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่ อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือกรม จะให้ผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการตามเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ กรม มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอหรือไม่รับราคาของ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายใดๆ จากกรม ๖.๗ ก่อนลงนามในสัญญากรม อาจประกาศยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการคัดเลือก มีผล ประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม หรือสมยอม กันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใดในการเสนอราคา ๖.๘ หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่ไม่เกินร้อยละ ๑๐ ให้จัดซื้อจัดจ้างกับผู้ประกอบการ SMEs ดังกล่าว โดยจัดเรียงลำดับผู้ ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นไม่เกินร้อยละ ๑๐ ที่จะเรียกมาทำสัญญาไม่เกิน ๓ ราย
ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องเป็นผู้ประกอบการ SMEs
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ SMEs ที่จะได้แต้มต่อด้านราคาตามวรรคหนึ่ง จะต้องมี วงเงินสัญญาสะสมตามปีปฏิทินรวมกับราคาที่เสนอในครั้งนี้แล้ว มีมูลค่ารวมกันไม่เกินมูลค่าของรายได้ตาม ขนาดที่ขึ้นทะเบียนไว้กับ สสว.
๖.๙ หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการ SMEs แต่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติ ไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็น บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศไม่เกินร้อยละ ๓ ให้ จัดซื้อจัดจ้างกับบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยดังกล่าว ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย
๗. การทำสัญญาจ้าง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุใน ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับกรม ภายใน ๕ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวาง หลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้กรม ยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
๗.๑ เงินสด
๗.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่กรมในนาม “เงินนอกงบประมาณกรมการ ปกครอง” ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ลงวันที่ที่ใช้เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวัน นั้น ไม่เกิน ๓ วัน ทำการ
๗.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง กำหนด
๗.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) ๗.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่งกรม ได้รับมอบไว้ แล้ว
๘. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
กรม จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่าย ทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง โดยแบ่งออกเป็น ๘ งวดดังนี้ งวดที่ ๑ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๒.๕๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน เมื่อผู้รับจ้างได้บำรุงรักษาระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (ThaID) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ประจำเดือน กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ และผู้ว่าจ้างได้ตรวจรับงานจ้างไว้ถูกต้อง ครบถ้วน ตามสัญญาแล้ว ให้ แล้วเสร็จภายใน ๒๘ วัน
งวดที่ ๒ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๒.๕๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน เมื่อผู้รับจ้างได้บำรุงรักษาระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (ThaID) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ประจำเดือน มีนาคม ๒๕๖๙ และผู้ว่าจ้างได้ตรวจรับงานจ้างไว้ถูกต้อง ครบถ้วน ตามสัญญาแล้ว ให้ แล้วเสร็จภายใน ๓๑ วัน
งวดที่ ๓ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๒.๕๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน เมื่อผู้รับจ้างได้บำรุงรักษาระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (ThaID) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ประจำเดือน เมษายน ๒๕๖๙ และผู้ว่าจ้างได้ตรวจรับงานจ้างไว้ถูกต้อง ครบถ้วน ตามสัญญาแล้ว ให้ แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วัน
งวดที่ ๔ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๒.๕๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน เมื่อผู้รับจ้างได้บำรุงรักษาระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (ThaID) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ประจำเดือน พฤษภาคม ๒๕๖๙ และผู้ว่าจ้างได้ตรวจรับงานจ้างไว้ถูกต้อง ครบถ้วน ตามสัญญาแล้ว ให้แล้วเสร็จภายใน ๓๑ วัน
งวดที่ ๕ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๒.๕๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน เมื่อผู้รับจ้างได้บำรุงรักษาระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (ThaID) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.
๒๕๖๙ ประจำเดือน มิถุนายน ๒๕๖๙ และผู้ว่าจ้างได้ตรวจรับงานจ้างไว้ถูกต้อง ครบถ้วน ตามสัญญาแล้ว ให้ แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วัน
งวดที่ ๖ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๒.๕๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน เมื่อผู้รับจ้างได้บำรุงรักษาระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (ThaID) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ประจำเดือน กรกฎาคม ๒๕๖๙ และผู้ว่าจ้างได้ตรวจรับงานจ้างไว้ถูกต้อง ครบถ้วน ตามสัญญาแล้ว ให้ แล้วเสร็จภายใน ๓๑ วัน
งวดที่ ๗ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๒.๕๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน เมื่อผู้รับจ้างได้บำรุงรักษาระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (ThaID) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ประจำเดือน สิงหาคม ๒๕๖๙ และผู้ว่าจ้างได้ตรวจรับงานจ้างไว้ถูกต้อง ครบถ้วน ตามสัญญาแล้ว ให้ แล้วเสร็จภายใน ๓๑ วัน
งวดสุดท้าย เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๒.๕๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติ งานทั้งหมดให้แล้วเสร็จเรียบร้อยตามสัญญาหรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ และ กรม ได้ตรวจรับมอบงานจ้าง เรียบร้อยแล้ว
๙. อัตราค่าปรับ
ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลง จ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
๙.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับ อนุญาตจากกรม จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงานจ้างช่วง นั้น
๙.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๙.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็น รายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้าง
๑๐. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งได้ทำสัญญาจ้างตามแบบดังระบุในข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ แล้วแต่กรณี จะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายใน ระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๑ เดือน นับถัดจากวันที่กรมได้รับมอบงาน โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้ การได้ดีดังเดิมภายใน ๓ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่อง
๑๑. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
๑๑.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ กรมได้รับอนุมัติเงินค่าจ้างจากเงิน งบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ แล้วเท่านั้น
๑๑.๒ เมื่อกรมได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลงจ้างตามการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามาจากต่าง ประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ตาม
ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
(๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
(๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดย เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
(๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
๑๑.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งกรมได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ ภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ กรมจะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้ออกหนังสือ ค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้งจะพิจารณา
ให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ๑๑.๔ กรมสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบสัญญาหรือข้อ ตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
๑๑.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของกรม คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อเสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
๑๑.๖ กรม อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จะ เรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากกรมไม่ได้
(๑) กรมไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้รับจัดสรร แต่ไม่ เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
(๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่น ใด ในการเสนอราคา
(๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่กรม หรือ กระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
(๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
๑๑.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง
ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
๑๒. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
๑๓. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
กรม สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการ คัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับกรม ไว้ชั่วคราว
กรมการปกครอง
มกราคม ๒๕๖๙
สำเนาถูกต้อง
กานต์รวี ปะทักขินัง
(นางสาวกานต์รวี ปะทักขินัง)
นวช.กง.บช.
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๖๙
โดย นางสาวกานต์รวี ปะทักขินัง นวช.กง.บช.ราง
ประกาศกรมการปกครอง
เรื่อง ประกวดราคาจ้างบํารุงรักษาระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (ThalD) ประจํา
ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
กรมการปกครอง มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างบํารุงรักษาระบบการพิสูจน์และยืนยัน ตัวตนทางดิจิทัล (ThalD) ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ราคากลางของงานจ้าง ในการประกวดราคาครั้งนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น ๒๘,๓๒๐,000.00 บาท (ยี่สิบแปดล้านสาม แสนสองหมื่นบาทถ้วน) จํานวน ๑ รายการ
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอโดยแสดงหลักฐานถึงขีดความสามารถและความพร้อมที่มีอยู่ใน
วันยื่นข้อเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
ระหว่างเวลา
ราคา
ลงวันที่
๑. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติให้เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กําหนด ๒. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่
น. ซึ่งสามารถจัดเตรียมเอกสารข้อเสนอได้ตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงวันเสนอ
น. ถึง
- ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เลขที่ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๙ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ได้ตั้งแต่วันที่ ประกาศจนถึงวันเสนอราคา ได้ที่เว็บไซต์ www.dopa.go.th หรือ www.gprocurement.go.th
ประกาศ ณ วันที่
มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๙
(นายวิฑูรย์ สิรินุกุล)
รองอธิบดี ปฏิบัติราชการแทน
อธิบดีกรมการปกครอง
สําเนาถูกต้อง
กานต์รวี ปะทักขินัง (นางสาวกานต์รวี ปะทักขิณัง)
นวช.กง.บช.
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๖๙
โดย นางสาวกานต์รวี ปะทักขิณัง นวช.กง.บช.