ประกวดราคาจ้างโครงการ ครบเครื่องเรื่องการค้าออนไลน์ by NEA รุ่นที่ ๙
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โดยสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) มีความประสงค์จัดจ้างโครงการ “ครบเครื่องเรื่องการค้าออนไลน์ by NEA” รุ่นที่ 9 เพื่อเสริมสร้างความรู้และเพิ่มศักยภาพด้านการค้าระหว่างประเทศ การทำการตลาด และการค้าออนไลน์ยุคใหม่ให้แก่ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) รวมถึงผู้สนใจทั่วไป จำนวนไม่น้อยกว่า 500 ราย
ขอบเขตงานครอบคลุมการดำเนินโครงการสัมมนา/ฝึกอบรมแบบครบวงจรจำนวน 4 ครั้ง ครั้งละ 1 วัน โดยแบ่งเป็นครั้งที่ 1 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และครั้งที่ 2-4 ในส่วนภูมิภาค (ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้) ระหว่างเดือนมกราคม – กันยายน 2569 หน้าที่หลักของผู้รับจ้างรวมถึงการจัดทำแผนงานและคอนเซปต์ การออกแบบสื่อประชาสัมพันธ์ การจัดหาสถานที่จัดงาน (โรงแรมไม่ต่ำกว่า 3 ดาว) และอุปกรณ์ครบชุด (โสตทัศนูปกรณ์, ระบบแสงสีเสียง, อินเทอร์เน็ต) การจัดการระบบลงทะเบียนออนไลน์และฐานข้อมูลแบบเรียลไทม์ การคัดเลือกและจัดการวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ การจัดเตรียมเอกสารและอาหารสำหรับผู้เข้าร่วม การถ่ายทอดสดพิธีเปิด การบันทึกภาพและตัดต่อวิดีโอสรุปงาน ตลอดจนการจัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินงานอย่างละเอียดทั้งในรูปแบบดิจิทัลและสิ่งพิมพ์เพื่อส่งมอบให้กรม
English summary
The Department of International Trade Promotion (DITP), by the New Era Entrepreneur Academy (NEA), intends to procure services for the “All About Online Trading by NEA” Project, Batch 9. The project aims to enhance knowledge and capabilities in international trade and modern online marketing/e-commerce for Thai SMEs and interested individuals, with a target of at least 500 participants.
The scope of work entails the comprehensive organization and execution of a seminar/training series, totaling 4 sessions (1 day each). The sessions will be held in Bangkok (1 session) and three regional areas (Central, Northeastern, and Southern regions) between January – September 2029. The contractor’s responsibilities include developing the project action plan and concept, designing promotional materials, sourcing and preparing venues (minimum 3-star hotels) with full equipment (AV, lighting, sound, internet), managing an online pre-registration system with real-time database integration, selecting and managing qualified speakers, preparing participant materials and catering, live-streaming the opening ceremony, photographing/recording events and producing summary videos, and compiling detailed final project reports in both digital and physical formats for submission to DITP.
กรุงเทพมหานคร, ภาคกลาง, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, ภาคใต้
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อเสริมสร้างความรู้และเพิ่มศักยภาพด้านการค้าระหว่างประเทศ การทำการตลาดและการค้าออนไลน์ยุคใหม่ ให้แก่ผู้ประกอบการไทยและผู้สนใจด้านการค้าระหว่างประเทศ
- เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความสำคัญของการทำการตลาดด้วยช่องทางออนไลน์ เพื่อขยายโอกาสในการทำการค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการค้าระหว่างประเทศ
ขอบเขตของงาน
ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบการดำเนินโครงการทั้งหมด ดังนี้:
- จัดทำแผนการดำเนินงาน (Action Plan) และรูปแบบการดำเนินโครงการ
- จัดทำระบบลงทะเบียนล่วงหน้า (Pre-Registration) แบบดิจิทัล พร้อมระบบแจ้งเตือน และจัดการฐานข้อมูลผู้ลงทะเบียน (ไม่น้อยกว่า 1,000 ชื่อ) ในระบบ DITP Drive แบบเรียลไทม์
- นำเสนอแนวคิด (Concept) และออกแบบสัญลักษณ์หลัก (Key Visual) พร้อม Artwork ขนาดต่างๆ
- ออกแบบและผลิตสื่อตกแต่งงาน เช่น Photo backdrop, Stage backdrop, Roll up และมุมถ่ายภาพ
- จัดหาสถานที่จัดงาน (โรงแรมระดับไม่น้อยกว่า 3 ดาว) จำนวน 4 ครั้ง (กรุงเทพฯ 1 ครั้ง, ภูมิภาค 3 ครั้ง) และตกแต่งสถานที่
- จัดหาชุดอุปกรณ์สำหรับการจัดกิจกรรมครบชุด (โสตทัศนูปกรณ์, กล้อง, ระบบไฟ, Laptop, OB Switcher, จอมอนิเตอร์, Hi-Speed WiFi, ไมโครโฟนไร้สาย, ระบบแสงสีเสียง)
- จัดเตรียมและดำเนินการจัดพิธีเปิดโครงการ พร้อมระบบแสงสีเสียง
- จัดทำวิดีโอเปิดงานความยาวประมาณ 1 นาที ระดับ Full HD พร้อมคำบรรยายไทยและซับไตเติลอังกฤษ
- จัดทำคำกล่าวเปิดงาน (Speech) สำหรับประธานพิธี
- ดำเนินการถ่ายทอดสด (Live Streaming) พิธีเปิดโครงการ ผ่านช่องทางอย่างน้อย 1 ช่องทาง
- นำเสนอและจัดการวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ตามหัวข้อที่กำหนด พร้อมจัดทำเนื้อหาและกำหนดการ
- จัดทำเอกสารประกอบการบรรยาย (รูปเล่ม A4 และไฟล์ QR Code) และแบบประเมินผลดิจิทัล
- จัดเตรียมอาหารกลางวันและอาหารว่างสำหรับผู้เข้าร่วมโครงการ (ไม่น้อยกว่า 500 ราย)
- จัดหาของที่ระลึก (กระเป๋าหรือสิ่งบรรจุเอกสาร) สำหรับผู้เข้าร่วม
- ดำเนินการรื้อถอนอุปกรณ์และตกแต่งสถานที่หลังงานแต่ละครั้ง
- จัดให้มีเจ้าหน้าที่ประสานงานและอำนวยความสะดวกตลอดโครงการ
- สรุปผลการดำเนินงานหลังเสร็จกิจกรรมแต่ละครั้ง พร้อมส่งรูปภาพและรายงาน
- ตัดต่อวิดีทัศน์สรุปภาพรวมการดำเนินงาน (คลิปสั้น 1-3 นาที) จำนวน 2 คลิป
- นำเสนอทีมงานที่มีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ราย พร้อมประวัติ
- จัดทำรายงานสรุปผู้บริหาร (Executive Summary) หลังจบโครงการ
- สรุปภาพรวมทั้งหมดและส่งมอบงานในรูปแบบไฟล์ดิจิทัล (Word, Excel, PowerPoint, รูปภาพ) บน USB และ External Drive
- จัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่า 50% ของมูลค่าพัสดุที่ใช้
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- แผนการดำเนินงาน (Action Plan)
- ระบบลงทะเบียนดิจิทัลและฐานข้อมูลผู้ลงทะเบียนใน DITP Drive (ไม่น้อยกว่า 1,000 ชื่อ)
- แนวคิด (Concept), Key Visual และ Artwork ต่างๆ
- สื่อตกแต่งงาน (Photo backdrop, Stage backdrop, Roll up)
- การจัดงานสัมมนา/ฝึกอบรมครบ 4 ครั้ง พร้อมสถานที่และอุปกรณ์ครบถ้วน
- วิดีโอเปิดงาน (Full HD, 1 นาที, พร้อมซับไตเติลอังกฤษ)
- การถ่ายทอดสดพิธีเปิด
- เอกสารประกอบการบรรยาย (รูปเล่มและไฟล์ QR Code) และแบบประเมินผลดิจิทัล (ไม่น้อยกว่า 500 ชุด)
- อาหารและของที่ระลึกสำหรับผู้เข้าร่วม
- รายงานสรุปผลหลังแต่ละกิจกรรม (รวมสถิติและความพึงพอใจ)
- รูปภาพกิจกรรม (ไม่น้อยกว่า 10 รูปต่อครั้ง)
- วิดีทัศน์สรุปภาพรวม (1-3 นาที) จำนวน 2 คลิป
- รายงานสรุปผู้บริหาร (Executive Summary Report) ในรูปแบบ PDF
- ไฟล์สรุปภาพรวมโครงการทั้งหมด (ในรูปแบบ Microsoft Office, รูปภาพ) บน USB 3 ชิ้น และ External Drive 1 ชิ้น
- แผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
ระยะเวลาดำเนินการ
ระยะเวลาดำเนินโครงการระหว่างเดือนมกราคม – กันยายน 2569 (ตาม TOR ข้อ 1) หรือระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ – สิงหาคม 2569 (ตาม TOR ข้อ 5) โดยมีกำหนดส่งมอบงานสำคัญคือ:
- ดำเนินการจัดโครงการครั้งที่ 1 ในกรุงเทพมหานคร ให้แล้วเสร็จภายในเดือนเมษายน 2569 (สำหรับการจ่ายเงินงวดที่ 1)
- ดำเนินการจัดโครงการครั้งที่ 2-4 ในส่วนภูมิภาค ให้แล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม 2569 (สำหรับการจ่ายเงินงวดสุดท้าย)
- ส่งมอบงานทั้งหมดและรายงานสรุปภายในกำหนดเวลาที่โครงการสิ้นสุด
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง ในวงเงินไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่กรมเชื่อถือได้
- Standards Compliance: -
- Experience:
- มีประสบการณ์จัดกิจกรรม อบรม สัมมนา เสวนา ให้กับผู้ประกอบการด้านการค้าระหว่างประเทศ อย่างน้อย 5 โครงการ
- มีประสบการณ์การดำเนินงานไม่น้อยกว่า 5 ปี
- ต้องมีประสบการณ์ ความรู้ ความชำนาญ ในด้านการดำเนินงานที่เกี่ยวกับเสริมสร้างผู้ประกอบการ/การฝึกอบรม/การสัมมนา/การเสวนา/การสร้างกิจกรรมองค์ความรู้/การให้คำปรึกษาด้านการพัฒนาผู้ประกอบการด้านการค้าระหว่างประเทศ
- Previous Project Cost: มีผลงานในวงเงินไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท
- Technical Capabilities:
- สามารถจัดทำระบบลงทะเบียนดิจิทัลและบริหารฐานข้อมูลแบบเรียลไทม์ได้
- มีความสามารถด้านออกแบบกราฟิก (Key Visual, Artwork)
- มีความสามารถด้านการผลิตสื่อวีดิทัศน์ (ตัดต่อระดับ Full HD)
- มีความสามารถจัดการถ่ายทอดสด (Live Streaming)
- มีความสามารถจัดหาวัสดุอุปกรณ์จัดงาน (โสตทัศนูปกรณ์, ระบบแสงสีเสียง, อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง)
- Personnel:
- วิทยากร: ต้องสามารถนำเสนอวิทยากรที่ตรงตามคุณสมบัติต่อไปนี้อย่างน้อย 3 ราย (โดยอาจเป็นบุคคลเดียวกันหรือต่างคนได้):
- เป็นบุคคลที่มีผู้ติดตามบนสื่อสังคมออนไลน์จำนวนไม่น้อยกว่า 900,000 ราย / 1 ราย
- เป็นบุคคลที่ดำเนินธุรกิจด้านการค้าระหว่างประเทศ โดยมีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี / 1 ราย
- เป็นบุคคลที่ดำเนินงานด้านการสอน/ด้านการอบรม โดยมีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี / 1 ราย
- ทีมงาน: ต้องนำเสนอทีมงานที่มีประสบการณ์ทำงานเกี่ยวข้องกับการจัดฝึกอบรม/สัมมนา/เสวนา สอดคล้องกับโครงการ จำนวนไม่น้อยกว่า 5 ราย ประกอบด้วย ผู้จัดการโครงการ, นักออกแบบ, เจ้าหน้าที่ประสานงานหลัก, เจ้าหน้าที่ลงทะเบียน/อำนวยความสะดวก, และเจ้าหน้าที่ทั่วไป
- วิทยากร: ต้องสามารถนำเสนอวิทยากรที่ตรงตามคุณสมบัติต่อไปนี้อย่างน้อย 3 ราย (โดยอาจเป็นบุคคลเดียวกันหรือต่างคนได้):
เกณฑ์การพิจารณา
การพิจารณาใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น โดยมีน้ำหนักคะแนนดังนี้:
- ราคาที่ยื่นข้อเสนอ: น้ำหนัก 30%
- ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่นๆ: น้ำหนัก 70% (คณะกรรมการจะพิจารณาโดยเปรียบเทียบจากเอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้เสนอมาและให้คะแนนคิดจากผู้เสนองานได้ดีที่สุดเรียงลำดับลงมา)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
โครงการนี้เป็นงานบริการจัดสัมมนา/ฝึกอบรม โดยมีข้อกำหนดทางเทคนิคของกิจกรรมและผลลัพธ์ที่สำคัญ ได้แก่:
- เนื้อหาการอบรม: ต้องครอบคลุมหัวข้อ Mega Trend ธุรกิจอีคอมเมิร์ช, ภาษีการค้าโลกและการส่งออก, และเทคนิคเจาะตลาดต่างประเทศ รวมกิจกรรม Workshop
- ระบบลงทะเบียน: ต้องเป็นระบบดิจิทัล แบบเรียลไทม์ เชื่อมโยงกับ DITP Drive ได้
- สื่อและอุปกรณ์: Key Visual, Artwork, สื่อตกแต่งสถานที่, วิดีโอเปิดงานระดับ Full HD (1080p) พร้อมซับไตเติลภาษาอังกฤษ, ระบบถ่ายทอดสด, อุปกรณ์โสตทัศนูปกรณ์และแสงสีเสียงครบชุดสำหรับห้องสัมมนา
- สถานที่: โรงแรมระดับไม่ต่ำกว่า 3 ดาว ที่รองรับผู้เข้าร่วมได้ครบจำนวน
- รายงานผล: ต้องมีสรุปสถิติผู้เข้าร่วม (แยกระหว่างนิติบุคคล/บุคคลธรรมดา), ร้อยละความรู้ที่เพิ่มขึ้น, ร้อยละความพึงพอใจต่อการอบรมและวิทยากร ในรูปแบบกราฟและแผนภูมิ
เงื่อนไขสัญญา
- วงเงินงบประมาณ: 2,199,800 บาท (สองล้านหนึ่งแสนเก้าหมื่นเก้าพันแปดร้อยบาทถ้วน)
- การชำระเงิน: แบ่งเป็น 2 งวด
- งวดที่ 1 (40%): จ่ายเมื่อผู้รับจ้างดำเนินงานตาม TOR ข้อ 4.1 - 4.18.4 (1) และจัดโครงการครั้งที่ 1 ในกรุงเทพฯ เสร็จภายในเมษายน 2569
- งวดสุดท้าย (60%): จ่ายเมื่อผู้รับจ้างดำเนินงานครบถ้วนตาม TOR ข้อ 4.1 - 4.22 และจัดโครงการครั้งที่ 2-4 ในภูมิภาคเสร็จภายในสิงหาคม 2569
- ค่าปรับ:
- กรณีจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต: ค่าปรับร้อยละ 10 ของวงเงินงานจ้างช่วงนั้น
- กรณีปฏิบัติผิดสัญญาอื่นๆ: ค่าปรับรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้าง
- หลักประกันสัญญา: ผู้ชนะการประกวดราคาต้องวางหลักประกันสัญญาเป็นเงินร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้าง
- การรับประกันงาน: ต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 เดือน นับจากวันที่กรมได้รับมอบงาน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
Q: วิทยากรที่จัดหาต้องมีคุณสมบัติเฉพาะด้านใดบ้าง?
A: วิทยากรต้องมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนด เช่น มีผู้ติดตามโซเชียลมีเดียไม่ต่ำกว่า 900,000 คน หรือมีประสบการณ์ธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ/การสอนไม่ต่ำกว่า 5 ปี โดยต้องเสนอวิทยากรที่ตรงตามหัวข้อการบรรยายที่กำหนด -
Q: ระบบลงทะเบียนออนไลน์ต้องมีฟังก์ชันการทำงานอะไรบ้าง?
A: ต้องเป็นระบบ Pre-Registration แบบดิจิทัล มีระบบแจ้งเตือนผ่านอีเมลหรือ SMS และที่สำคัญต้องสามารถอัปเดตฐานข้อมูลผู้ลงทะเบียนไปยัง DITP Drive แบบเรียลไทม์ได้ -
Q: งานนี้มีข้อกำหนดเกี่ยวกับการใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ผลิตในประเทศหรือไม่?
A: มีข้อกำหนดให้ต้องใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของมูลค่าพัสดุทั้งหมดที่ใช้ในงาน โดยต้องจัดทำแผนเสนอผู้ว่าจ้างภายใน 60 วันหลังลงนามสัญญา -
Q: การจัดอาหารสำหรับผู้เข้าร่วมมีอัตราค่าอาหารที่กำหนดไว้เท่าไร?
A: กำหนดอัตราไว้แล้วคือ อาหารกลางวัน 600 บาท/คน/มื้อ และอาหารว่าง/เครื่องดื่ม 50 บาท/คน/มื้อ (วันละ 2 มื้อ) -
Q: ต้องส่งมอบวิดีโอสรุปโครงการกี่คลิป และมีข้อกำหนดอย่างไร?
A: ต้องส่งมอบวิดีโอสรุป 2 คลิป ได้แก่ 1) คลิปสรุปกิจกรรมครั้งที่ 1 (ยาว 1-3 นาที) และ 2) คลิปสรุปภาพรวมโครงการทั้งหมด 4 ครั้ง (ยาว 1-3 นาที) คุณภาพระดับ Full HD -
Q: หลังจากจัดงานแต่ละครั้ง ต้องส่งรายงานหรือข้อมูลอะไรบ้าง และภายในกี่วัน?
A: หลังเสร็จกิจกรรมแต่ละครั้ง ภายใน 3 วัน ต้องส่งสรุปการบรรยายของวิทยากร, รูปภาพกิจกรรมอย่างน้อย 10 รูป (ตกแต่งไฟล์แล้ว), และสำหรับครั้งแรกต้องส่งคลิปวิดีโอสรุปด้วย -
Q: การจัดหาสถานที่ในภูมิภาคต้องเป็นจังหวัดใดโดยเฉพาะหรือไม่?
A: ไม่ระบุจังหวัดเฉพาะ แต่ว่าจ้างต้องจัดหาสถานที่ในภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ภาคละ 1 ครั้ง โดยเป็นโรงแรมระดับไม่ต่ำกว่า 3 ดาว -
Q: งบประมาณค่าตอบแทนวิทยากรและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องรวมอยู่ในราคาที่เสนอแล้วหรือไม่?
A: ใช่ ราคาที่เสนอต้องเป็นราคารวมค่าตอบแทนวิทยากร ค่าพาหนะเดินทาง ค่าที่พัก และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องของวิทยากรแล้วทั้งหมด -
Q: หากสถาบัน NEA ไม่พอใจวิทยากรที่นำเสนอ ผู้รับจ้างมีหน้าที่อย่างไร?
A: วิทยากรที่ผู้รับจ้างนำเสนอต้องสามารถปฏิบัติงานได้จริง และสถาบันฯ มีดุลยพินิจในการปรับเปลี่ยนวิทยากรได้ เพื่อประโยชน์สูงสุดของทางราชการ -
Q: การยื่นข้อเสนอทางเทคนิค (Technical Proposal) ต้องดำเนินการอย่างไร นอกเหนือจากการเสนอราคาอิเล็กทรอนิกส์?
A: ผู้เสนอราคาจะต้องนำเสนอข้อเสนอทางด้านเทคนิคและขั้นตอนการดำเนินโครงการด้วยวาจา (Presentation) ณ สถาบัน NEA เป็นเวลา 30 นาที ในวันและเวลาที่กรมกำหนด โดยกรมจะไม่พิจารณาข้อเสนอเทคนิคของผู้ที่ไม่มานำเสนอ
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ขอบเขตของงานหรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ (Terms of Reference :TOR) โครงการ “ครบเครื่องเรื่องการค้าออนไลน์ by NEA” รุ่นที่ ๙
ประจําปีงบประมาณ ๒๕๖๙
๑. ความเป็นมา
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศมีภารกิจในการส่งเสริมการส่งออกสินค้าและบริการของไทยสู่ตลาดโลก
โดยการทํากิจกรรมการตลาดต่างๆ
ให้สินค้าและธุรกิจบริการของไทยสามารถแข่งขันกับสินค้าและบริการของประเทศ
อื่นๆ รวมถึงการดําเนินการให้ผู้ส่งออกไทยและผู้นําเข้าจากต่างประเทศได้พบปะเจรจาการค้า ทั้งผ่านช่องทางออนไซต์ ในรูปแบบต่างๆ เช่น งานแสดงสินค้าระดับนานาชาติ (International Trade Fair) และการจับคู่เจรจาการค้า (Business Matching) เป็นต้น และออนไลน์รูปแบบต่างๆ เช่น website หรือ social media ต่างๆ นอกจากนั้น
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศยังจัดกิจกรรมเตรียมความพร้อมสินค้าและบริการของไทย เช่น การพัฒนาสินค้า และบริการให้เป็นที่ต้องการของตลาดเป้าหมายและตลาดโลก รวมถึงจัดกิจกรรมเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการ ให้มีความพร้อมในการดําเนินกระบวนการส่งออก และให้มีความรู้เรื่องการตลาด สินค้า บริการ แนวโน้มตลาด แนวโน้มสินค้าและบริการ รวมถึงกฎระเบียบการส่งออก/นําเข้า เพื่อเพิ่มมูลค่าและปริมาณการส่งออกของประเทศไทย
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โดยสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (สถาบัน NEA) ได้เล็งเห็น ความสําคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ผู้ประกอบการไทย และผู้สนใจด้านการค้าระหว่างประเทศ ให้มีความรู้ในการทําการตลาด และการค้าออนไลน์ยุคใหม่อย่างครบวงจร ตลอดจนพัฒนาสินค้าและบริการของตนอย่าง มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ก้าวสู่การค้าระหว่างประเทศในระดับสากลอย่างยั่งยืน จึงกําหนดจัดโครงการ “ครบเครื่องเรื่อง การค้าออนไลน์ by NEA” รุ่นที่ ๙ ในช่วงระหว่างเดือนมกราคม – กันยายน ๒๕๖๙ จํานวน ๔ ครั้ง ครั้งละ ๑ วัน ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และในส่วนภูมิภาค (ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้)
๒. วัตถุประสงค์
๒.๑ เพื่อเสริมสร้างความรู้และเพิ่มศักยภาพด้านการค้าระหว่างประเทศ การทําการตลาดและการค้าออนไลน์ ยุคใหม่ ให้แก่ผู้ประกอบการไทยและผู้สนใจด้านการค้าระหว่างประเทศ
๒.๒ เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความสําคัญของการทําการตลาดด้วยช่องทางออนไลน์ เพื่อขยาย โอกาสในการทําการค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการค้าระหว่างประเทศ
กลุ่มเป้าหมาย
ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงผู้สนใจด้านการค้าระหว่างประเทศ ที่ต้องการเสริมสร้าง องค์ความรู้ด้านการค้าระหว่างประเทศ และต้องการยกระดับศักยภาพในการเพิ่มช่องทางการตลาดเพื่อการค้า
ระหว่างประเทศ จํานวนรวมไม่น้อยกว่า ๕๐๐ ราย
คน
๑)
ประธานกรรมการ ๒)..
M
…..กรรมการ ๓………งาน
….กรรมการ
๔. ขอบเขตการดําเนินงาน
ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบในการดําเนินโครงการ “ครบเครื่องเรื่องการค้าออนไลน์ by NEA” รุ่นที่ ๙ โดยผู้รับจ้างจะต้องมีประสบการณ์ ความรู้ ความชํานาญ ในด้านการดําเนินงานที่เกี่ยวกับเสริมสร้างผู้ประกอบการ/ การฝึกอบรม/การสัมมนา/การเสวนา/การสร้างกิจกรรมองค์ความรู้/การให้คําปรึกษาด้านการพัฒนาผู้ประกอบการ ด้านการค้าระหว่างประเทศ โดยผู้รับจ้างจะต้องนําเสนอขั้นตอนการดําเนินโครงการโดยละเอียด ครอบคลุมครบถ้วน ตามวัตถุประสงค์ที่กําหนดไว้ ดังนี้
๔.๑ จัดทําแผนการดําเนินงาน (Action Plan) ตลอดระยะเวลาโครงการ และรูปแบบการดําเนินโครงการ เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการและจํานวนกลุ่มเป้าหมายผู้เข้าร่วมโครงการ
๔.๒ จัดทําระบบการลงทะเบียนล่วงหน้า (Pre-Registration) ในรูปแบบดิจิทัล และมีระบบการแจ้งเตือน การเข้าร่วมกิจกรรมไปยังผู้ลงทะเบียนทั้งในรูปแบบ e-Mail หรือ SMS ทั้งนี้ ผู้รับจ้างต้องมีฐานข้อมูลหรือ Dashboard ของผู้ลงทะเบียนกลับมาให้กรมทราบและสามารถเข้าถึงได้ในรูปแบบ Real Time พร้อมดําเนินการ รับสมัครด้วยระบบ online โดยจัดทําฐานข้อมูลอย่างเป็นระบบลงในระบบของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP Drive) และอํานวยความสะดวกให้กับผู้เข้าร่วมโครงการ หากรับสมัครผ่าน Google Form หรือช่องทางอื่น จะต้องนําข้อมูล อาทิ ชื่อ-นามสกุล เลขนิติบุคคล เลขบัตรประจําตัวประชาชน ที่อยู่ ช่องทางการติดต่อ และข้อมูล อื่นๆ ที่จําเป็น เข้าระบบ DITP Drive พร้อมนําเสนอรายชื่อกลุ่มเป้าหมายแต่ละพื้นที่จํานวนรวมไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐ ชื่อ
๔.๓ นําเสนอตัวอย่างแนวคิด (Concept) ) อย่างน้อย ๑ แนวคิด และจัดทําสัญลักษณ์ (Key visual) ของโครงการ รวมถึง Artwork ขนาดต่างๆ จํานวน ๑ แบบ หรือ ตามที่สถาบันฯ เห็นชอบ เพื่อใช้สําหรับดําเนิน โครงการให้สอดคล้องตรงตามวัตถุประสงค์และกลุ่มเป้าหมาย
๔.๔ จัดทํา Photo backdrop, Stage backdrop, Roll up และตกแต่งมุมถ่ายภาพที่มีป้ายชื่อโครงการ Key Visual และต้องนําเสนอแบบร่างหรือรูปแบบให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุหรือสถาบันฯ เห็นชอบก่อน ดําเนินการผลิต รวมถึงนําเสนอรูปแบบเวที และตกแต่งให้เหมาะสมสวยงาม
๔.๕ จัดหาสถานที่สําหรับการจัดโครงการ จํานวนทั้งหมด ๔ ครั้ง โดยครั้งที่ ๑ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ครั้งที่ ๒ - ๔ ในส่วนภูมิภาค (ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้) โดยเป็นโรงแรมระดับไม่น้อยกว่า ๓ ดาว ที่สามารถรองรับผู้เข้าร่วมโครงการฯ ได้ครบตามจํานวนที่สถาบันฯ กําหนด และตกแต่งสถานที่ให้เหมาะสม พร้อมจุดลงทะเบียนหน้างานและเจ้าหน้าที่ลงทะเบียนจํานวนไม่น้อยกว่า ๓ ราย รวมทั้งจัดให้มีโต๊ะและเก้าอี้
ที่สามารถรองรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้อย่างเพียงพอ
๔.๖ จัดหาชุดอุปกรณ์สําหรับการจัดกิจกรรม อาทิ โสตทัศนูปกรณ์ กล้องถ่ายภาพนิ่ง อุปกรณ์ชุดไฟ Laptop Outdoor Broadcasting (OB) Switcher จอมอนิเตอร์ อินเตอร์เน็ตไร้สาย (Hi-Speed WiFi) อุปกรณ์ คอมพิวเตอร์ ไมโครโฟนไร้สาย ระบบแสง สี เสียง และอุปกรณ์ต่างๆ ที่จําเป็นในการจัดฝึกอบรม รวมถึงจัดให้มี เจ้าหน้าที่ดูแลและแก้ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการจัดกิจกรรม เพื่อให้การดําเนินโครงการเกิดประโยชน์สูงสุด
และบรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการ
ประธานกรรมการ ๒)..
นงเ
..กรรมการ ๓) กรณัสส
กรรมการ
๓
๔.๗ จัดเตรียมและดําเนินการจัดพิธีเปิดโครงการ โดยจัดให้มีระบบ แสง สี เสียงและอุปกรณ์อื่นๆ ที่จําเป็น เพื่อใช้ในพิธีเปิดโครงการ จํานวน ๑ ครั้ง
๔.๘ นําเสนอตัวอย่างวีดิทัศน์ที่มีความคมชัดทั้งภาพและเสียงระดับ Full HD ที่มีความยาวประมาณ นาที เพื่อใช้ในพิธีเปิดโครงการ จํานวน ๑ คลิป โดยเนื้อหาและรูปแบบต้องสื่อถึงวัตถุประสงค์ของโครงการ มีการบรรยายเป็นภาษาไทย และในวีดิทัศน์ต้องมีคําบรรยาย (Subtitle) เป็นภาษาอังกฤษที่สามารถมองเห็น ได้อย่างชัดเจน โดยต้องส่งให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุหรือสถาบันฯ เห็นชอบก่อนผลิต
๔.๙ จัดทําคํากล่าวพิธีเปิดโครงการ (Speech) สําหรับประธานพิธีเปิดหรือผู้แทน
๔.๑๐ ดําเนินการถ่ายทอดสด (Live Streaming) ช่วงพิธีเปิดโครงการ อย่างน้อย ๑ ช่องทาง เช่น Youtube หรือ Facebook ของสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่
๔.๑๑ นําเสนอวิทยากรที่มีประสบการณ์ด้านการค้าระหว่างประเทศ หรือด้านการทําการตลาด e-Commerce เพื่อการค้าระหว่างประเทศยุคใหม่ อาทิ ความรู้เกี่ยวกับการส่งออก กลยุทธ์การค้าออนไลน์ยุคใหม่ แพลตฟอร์ม อีคอมเมิร์ซเพื่อการค้าระหว่างประเทศ เครื่องมือ Ai ทางการตลาดด้านการค้าออนไลน์ การชําระเงินผ่านช่องทาง ออนไลน์ และการขนส่งสินค้า เป็นต้น และสามารถจัดทําเนื้อหาของ หัวข้อกิจกรรมการบรรยาย และหัวข้อ กิจกรรมฝึกภาคปฏิบัติ (Workshop) จํานวน ๔ ครั้ง ครั้งละ ๑ วัน วันละ 5 ชั่วโมง ให้ตอบโจทย์และสอดคล้องกับ วัตถุประสงค์โครงการของสถาบันฯ และผู้รับจ้างต้องนําเสนอตัวอย่างรูปแบบการดําเนินงาน ร่างกําหนดการ การจัดกิจกรรม พร้อมระบุรายชื่อวิทยากรในแต่ละหัวข้อกิจกรรมให้ครบถ้วน โดยจะต้องมีวิทยากรในกิจกรรมต่างๆ อย่างน้อยหัวข้อละ ๑ ราย ดังนี้
๔.๑๑.๑ กิจกรรมบรรยาย หัวข้อ “Mega Trend ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอีคอมเมิร์ช”
พร้อมกิจกรรมฝึกภาคปฏิบัติ (Workshop) ๓ ชั่วโมง
๔.๑๑.๒ กิจกรรมบรรยาย หัวข้อ “ภาษีการค้าโลกและการส่งออกระหว่างประเทศ” ๒ ชั่วโมง ๔.๑๑.๓ กิจกรรมบรรยาย หัวข้อ “เทคนิคเจาะตลาดในต่างประเทศ” ๑ ชั่วโมง
**หมายเหตุ ผู้รับจ้างจัดหาวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิให้เหมาะสมกับหัวข้อการบรรยายและกิจกรรม ในการดําเนินโครงการ โดยวิทยากรที่นําเสนอต้องมีประสบการณ์การบรรยายในหัวข้อที่เกี่ยวข้อง มีความรู้ ความสามารถ มีความเชี่ยวชาญ ที่สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ได้เป็นอย่างดีตามหัวข้อที่กําหนด โดยต้องแสดง ประวัติและหลักฐานที่เชื่อถือได้ว่าวิทยากรที่นําเสนอมีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการค้าระหว่างประเทศ หรือเป็น วิทยากรที่มีประสบการณ์ด้านการดําเนินธุรกิจระหว่างประเทศ ซึ่งผู้รับจ้างต้องนําเสนอวิทยากร ประกอบด้วย
๑) เป็นบุคคลที่มีผู้ติดตามบนสื่อสังคมออนไลน์ จํานวนไม่น้อยกว่า 900,000 ราย / ๑ ราย ๒) เป็นบุคคลที่ดําเนินธุรกิจด้านการค้าระหว่างประเทศ โดยประสบการณ์ไม่น้อยกว่า ๕ ปี / ๑ ราย ๓) เป็นบุคคลที่ดําเนินงานด้านการสอน ด้านการอบรม โดยมีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า ๕ ปี / ๑ ราย ทั้งนี้ ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการติดต่อประสานงาน ทําหนังสือเรียนเชิญวิทยากร รวมถึง ค่าตอบแทนวิทยากรประกอบด้วย ค่าพาหนะเดินทาง ค่าที่พัก ตลอดจนค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องของวิทยากร และ ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในแต่ละครั้งของการจัดโครงการ และวิทยากรที่ผู้รับจ้างนําเสนอต้องสามารถปฏิบัติงาน ได้จริง และสามารถปรับเปลี่ยนวิทยากรได้ตามดุลยพินิจของสถาบันฯ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทางราชการ และบรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการฯ หากการนําเสนอวิทยากรไม่เป็นไปตามเงื่อนไข กรมมีสิทธิยกเลิกสัญญาจ้าง
ได้ทุกกรณี
ประธานกรรมการ ๒) พน
กรรมการ ๓………..จาร .กรรมการ
๔.๑๒ จัดทําเอกสารข้อมูลและเนื้อหา Presentation ของวิทยากรในรูปเล่มขนาด A4 พร้อมไฟล์เอกสาร ในรูปแบบ QR Code ให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการ และจัดหาวัสดุเครื่องเขียน ให้เพียงพอสําหรับใช้ในโครงการ พร้อมนําเสนอรูปแบบการจัดทําแบบประเมินผลโครงการ และแบบประเมินผลวิทยากรรายบุคคล โดยจัดทําใน รูปแบบดิจิทัล เช่น DITP Drive, Google form พร้อมทั้งสรุปผลการประเมินผลในรูปแบบกราฟแสดงค่าร้อยละ ซึ่งต้องอ้างอิงรายละเอียดตามแบบประเมินผลของสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ กรมส่งเสริมการค้า ระหว่างประเทศ (จํานวนรวมไม่น้อยกว่า ๕๐๐ ชุด)
๔.๑๓ จัดเตรียมอาหารสําหรับผู้เข้าร่วมโครงการ (จํานวนรวมไม่น้อยกว่า ๕๐๐ ราย) ในอัตรา ดังนี้
- อาหารกลางวัน (๖๐๐ บาท x ๑ มื้อ X ๕๐๐ ราย)
x 9 X - อาหารว่างและเครื่องดื่ม (๕๐บาท x ๒ มื้อ X ๕๐๐ ราย)
๔.๑๔ จัดหากระเป๋าหรือสิ่งที่ใช้บรรจุเอกสารสําหรับผู้เข้าร่วมโครงการ ในอัตรา ๓๐๐.-บาท/ชิ้น (จํานวน
รวมไม่น้อยกว่า ๕๐๐ ราย)
๔.๑๕ ดําเนินการรื้อถอนอุปกรณ์และของตกแต่งสถานที่ให้เรียบร้อยหลังเสร็จสิ้นงานในแต่ละครั้ง
โดยผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งปวงที่เกิดขึ้น
๔.๑๖ จัดให้มีเจ้าหน้าที่ประสานงานตลอดระยะเวลาที่ดําเนินโครงการ อํานวยความสะดวกกับประธาน ในพิธีเปิดหรือผู้แทน ผู้ติดตาม วิทยากร คณะกรรมการตรวจรับพัสดุหรือเจ้าหน้าที่โครงการฯ และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ตามที่กรมกําหนด
๔.๑๗ จัดให้มีเจ้าหน้าที่ประสานงานและอํานวยความสะดวกสําหรับการเดินทางภายในจังหวัดที่ดําเนิน โครงการและจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงการดําเนินงานอื่นๆ ตามที่กรมกําหนด
๔.๑๘ สรุปผลการดําเนินงานหลังเสร็จกิจกรรมในแต่ละครั้ง โดยมีรายละเอียดในรายงานสรุปอย่างน้อย ดังนี้
๔.๑๘.๑ สรุปจํานวนผู้ประกอบการ (แยกสัดส่วนจํานวนนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา) โดยการระบุ สัดส่วนจํานวนร้อยละผู้ประกอบการที่มีความรู้เพิ่มขึ้นหลังอบรม จํานวนร้อยละความพึงพอใจของผู้ประกอบการ ต่อการฝึกอบรม ร้อยละความพึงพอใจต่อวิทยากร (รายบุคคล) และภาพรวมทั้งโครงการในรูปแบบกราฟและ แผนภูมิ
๔.๑๘.๒ สรุปการบรรยายของวิทยากรของทุกรายในแต่ละวัน ส่งให้กรมทราบภายใน ๓ วัน หลังจาก เสร็จสิ้นการจัดกิจกรรมในแต่ละครั้ง
๔.๑๘.๓ บันทึกภาพนิ่งตลอดช่วงระยะเวลาการจัดกิจกรรม และนําส่งรูปภาพของการดําเนิน กิจกรรมในแต่ละครั้ง จํานวนรวมไม่น้อยกว่า ๑๐ รูปต่อครั้ง เช่น ภาพลงทะเบียนของผู้เข้าร่วม ภาพกิจกรรมพิธีเปิด โครงการ ภาพบรรยากาศห้องสัมมนา ภาพกิจกรรมภาคฝึกปฏิบัติ (Workshop) เป็นต้น พร้อมตกแต่งไฟล์ภาพ ให้เรียบร้อย และนําส่งในรูปแบบดิจิทัลให้กรมภายใน ๓ วันทําการหลังการจัดกิจกรรมในแต่ละครั้ง
๔.๑๘.๔ ตัดต่อวีดิทัศน์สรุปภาพรวมการดําเนินงานโครงการฯ ที่มีความคมชัดของภาพและเสียง ในระดับ Full HD จํานวน ๒ คลิป ดังนี้
๑ - ๓ นาที จํานวน ๑ คลิป
(๑) ภาพรวมกิจกรรมครั้งที่ ๑ ที่ได้ดําเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว ความยาวประมาณ
(๑
……..
ประธานกรรมการ ๒)
กรรมการ ๓) กรกฎ กรรม
…กรรมการ
๕
(๒) ตัดสรุปคลิปวีดิทัศน์ภาพรวมทั้งหมดของการดําเนินโครงการฯ ที่ได้ดําเนินงานเสร็จ เรียบร้อยแล้ว จํานวน ๔ ครั้ง ความยาวประมาณ ๑ - ๓ นาที ใช้สําหรับส่งมอบงานภายใน ๗ วัน หลังสิ้นสุดโครงการ เพื่อใช้เป็นหลักฐานการดําเนินงานแล้วเสร็จโครงการ จํานวน ๑ คลิป
๔.๑๙ นําเสนอทีมงานที่มีประสบการณ์ทํางานเกี่ยวข้องกับการจัดฝึกอบรม/สัมมนา/เสวนา สอดคล้องกับ โครงการ จํานวนไม่น้อยกว่า ๕ ราย พร้อมแนบประวัติการทํางานของทีมงานทุกราย ประกอบด้วย ผู้จัดการโครงการ นักออกแบบ เจ้าหน้าที่ประสานงานหลัก เจ้าหน้าที่ลงทะเบียน/อํานวยความสะดวก และเจ้าหน้าที่ทั่วไปที่เกี่ยวข้อง ในส่วนอื่นๆ
๔.๒๐ จัดทํารายงานสรุปผู้บริหารหลังจบโครงการ โดยมีเนื้อหารายละเอียดการบรรยายแต่ละหัวข้อ ของวิทยากร รวมทั้งคําถามและคําตอบ (Q&A) ระหว่างผู้เข้าร่วมโครงการและวิทยากร พร้อมรูปภาพประกอบ ของทุกกิจกรรมตลอดทั้งโครงการ จํานวนรวมไม่น้อยกว่า ๑๐ รูป เช่น ภาพพิธีเปิดโครงการ ภาพบรรยากาศ กิจกรรมการบรรยาย ภาพบรรยากาศกิจกรรมฝึกภาคปฏิบัติ (Workshop) เป็นต้น โดยจัดทํารายงานสรุปผู้บริหาร ในรูปแบบของไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ PDF File (.pdf) นําเสนอกรมหลังจบโครงการ ภายใน ๓ วันทําการ
๔.๒๑ สรุปภาพรวมทั้งหมดตลอดระยะเวลาการจัดกิจกรรม ทั้ง ๔ ครั้ง เพื่อใช้สําหรับส่งมอบให้สถาบันฯ ภายในระยะเวลาส่งมอบงาน เพื่อเป็นการรายงานความสําเร็จของการจัดงาน โดยรวบรวมส่งในรูปแบบของ Microsoft Office Word หรือ Excel หรือ Power Point และรูปภาพประกอบ ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งหรือ ประกอบกันหลายรูปแบบ จํานวน ๓ เล่ม USB ๓ ชิ้น และ External Drive ๑ ชิ้นในงวดงานสุดท้าย เสนอต่อกรม ส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หรือประธานคณะกรรมการตรวจรับพัสดุโครงการฯ
๔.๒๒ ผู้รับจ้างต้องใช้พัสดุประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่จะใช้ในงานจ้างเป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานจ้างทั้งหมดตามสัญญา โดยต้องจัดทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิต ภายในประเทศเสนอผู้ว่าจ้าง ภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
๕. ระยะเวลาการดําเนินการ ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ – สิงหาคม ๒๕๐๙
- วงเงินงบประมาณประจําปี ๒๕๖๙
จํานวน ๒,๑๙๙,๘๐๐.-บาท (สองล้านหนึ่งแสนเก้าหมื่นเก้าพันแปดร้อยบาทถ้วน)
๗. ระยะเวลาการส่งมอบและการชําระเงิน
กรมจะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ตลอดจนภาษีอื่น ๆ และค่าใช้จ่ายทั้งปวงแล้ว โดยถือราคา เหมารวมเป็นเกณฑ์ และกําหนดการจ่ายเงินเป็น จํานวน ๒ งวด ดังนี้
งวดที่ ๑ เป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละ ๔๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ดําเนินงาน ตามรายละเอียดที่ระบุ ไว้ใน TOR ข้อที่ ๔.๑ - ๔.๑๘.๔ (๑) และต้องดําเนินการจัดโครงการ “ครบเครื่องเรื่องการค้าออนไลน์ by NEA” รุ่นที่ ๙ ครั้งที่ ๑ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ให้แล้วเสร็จภายในเดือนเมษายน ๒๕๖๙
งวดสุดท้าย เป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างทั้งหมด เมื่อผู้รับจ้างได้ดําเนินงานครบถ้วน ตามรายละเอียดที่ระบุไว้ใน TOR ข้อ ๔.๑ - ๔.๒๒ และดําเนินการจัดโครงการ “ครบเครื่องเรื่องการค้าออนไลน์ by NEA” รุ่นที่ ๔ ครั้งที่ ๒ - ๔ ในส่วนภูมิภาค (ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้) ให้แล้วเสร็จ
ภายในเดือนสิงหาคม ๒๕๑๙
ประธานกรรมการ ๒) HF540 ..ก
กรรมการ ๓………ชญาณ ..กรรมการร่าง
ประกาศกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
เรื่อง ประกวดราคาจ้างโครงการ ครบเครื่องเรื่องการค้าออนไลน์ by NEA รุ่นที่ ๙ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างโครงการ ครบเครื่อง เรื่องการค้าออนไลน์ by NEA รุ่นที่ ๙ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ราคากลางของงานจ้าง ในการประกวดราคาครั้งนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น ๒,๒๒๑,๔๖๖.๖๗ บาท (สองล้านสองแสนสองหมื่นหนึ่งพันสี่ร้อยหก สิบหกบาทหกสิบเจ็ดสตางค์) จำนวน ๑ รายการ
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอโดยแสดงหลักฐานถึงขีดความสามารถและความพร้อมที่มีอยู่ใน วันยื่นข้อเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
๑. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติให้เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กำหนด ๒. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. ซึ่งสามารถจัดเตรียมเอกสารข้อเสนอได้ตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงวันเสนอ ราคา
ทั้งนี้ ผู้เสนอราคาจะต้องนำเสนอข้อเสนอทางด้านเทคนิคและขั้นตอนการดำเนินโครงการ ตามรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ (TOR) ในวันที่………………………………. เวลา…………………..น. เป็นต้นไป (รายละ ๓๐ นาที) ณ ห้องประชุมสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) ชั้น ๙ กรมส่งเสริมการค้า ระหว่างประเทศ อาคาร ๒ (ตึกริมถนน) กรมจะไม่พิจารณาข้อเสนอด้านเทคนิคของผู้เสนอราคาที่ไม่มานำ เสนองานตามวันเวลาที่กรมกำหนด
๓. ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เลขที่ ลงวันที่ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๙ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ได้ตั้งแต่วันที่ ประกาศจนถึงวันเสนอราคา ได้ที่เว็บไซต์ www.ditp.go.th หรือ www.gprocurement.go.th
ประกาศ ณ วันที่ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๙
(นายชัพพล โรจนเสน)
สำเนาถูกต้อง
รุ่งวรา อังศธรรมรัตน์
(นางสาวรุ่งวรา อังศธรรมรัตน์) นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการ
ผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง ปฏิบัติราชการแทน อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๖๙ โดย นางสาวรุ่งวรา อังศธรรมรัตน์ นักวิชาการ พาณิชย์ชำนาญการร่าง
เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
เลขที่
การจ้างโครงการ ครบเครื่องเรื่องการค้าออนไลน์ by NEA รุ่นที่ ๙
ตามประกาศ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
ลงวันที่ มกราคม ๒๕๖๙
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “กรม” มีความประสงค์จะประกวดราคา จ้างโครงการ ครบเครื่องเรื่องการค้าออนไลน์ by NEA รุ่นที่ ๙ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e bidding) ตามรายการ ดังนี้
จ้างโครงการ ครบเครื่องเรื่องการค้า
ออนไลน์ by NEA รุ่นที่ ๙
โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้
จำนวน ๑ โครงการ
๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๑.๑ ขอบเขตของงาน
๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาจ้างทำของ
๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
(๑) หลักประกันสัญญา
๑.๕ บทนิยาม
(๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
(๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
(๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
๑.๗ แผนการทำงาน
๑.๘ แผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน
ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
๒.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กรม ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขันอย่างเป็น ธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง ในวงเงิน ไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงาน ของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ กรม เชื่อถือได้ มีประสบการณ์จัดกิจกรรม อบรม สัมมนา เสวนา ให้กับผู้ ประกอบการด้านการค้าระหว่างประเทศ อย่างน้อย ๕ โครงการ และประสบการณ์ไม่น้อยกว่า ๕ ปี โดยมี หลักฐานการดำเนินงาน/เอกสารที่เกี่ยวข้อง หนังสือรับรองผลงานโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงาน เอกชนมาแสดงด้วย และทางกรมขอสงวนสิทธิ์ที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริง
๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้ เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ
สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน นามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้ เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๑ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ
หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ
ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา ๖. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
(ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๑ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป
กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อ เสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือ มีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน ทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ เอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
(๕) สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ (ถ้ามี)
(๖) สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ถ้ามี)
(๗) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) สำเนาหนังสือรับรองผลงานจ้าง
(๒) เอกสารข้อเสนอด้านเทคนิค
(๓) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔. การเสนอราคา
๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วย อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้อง กรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอโดย ไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้ ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๑๒๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอ ราคาโดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคา มิได้
๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม
๒๕๖๙
๔.๔ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญารายละเอียด ขอบเขตของ งานฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตาม เงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. และเวลาในการเสนอราคาให้ถือ ตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์
เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และ การเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่กรมผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๗ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณาข้อ เสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะ กรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการ พิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และกรม จะพิจารณาลงโทษผู้ ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่กรมจะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ริเริ่มให้มีการกระ ทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของกรม
๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
(๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
(๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กำหนด
(๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th
๔.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายใน ประเทศ โดยยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลา ดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน ๖๐ วัน
๔.๑๐ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา เว้นแต่เป็นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือ ที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา ๕. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
๕.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ กรมจะ พิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น
๕.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น ในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ กรม
จะพิจารณาโดยให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ำหนักที่กำหนด ดังนี้
๕.๒.๑ จ้างโครงการ ครบเครื่องเรื่องการค้าออนไลน์ by NEA รุ่นที่ ๙ (๑) ราคาที่ยื่นข้อเสนอ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๓๐.๐๐ โดยมี วิธีการให้คะแนน ดังนี้ ๑๐๐ - (((ราคาของผู้เสนอราคา - ราคาต่ำสุด)/ราคาต่ำสุด) * ๑๐๐) (๒) ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนอื่นๆ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๗๐.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ คณะกรรมการจะพิจารณาโดยเปรียบเทียบจากเอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้ เสนอมาและให้คะแนนคิดจากผู้เสนองานได้ดีที่สุดเรียงลำดับลงมา
โดยกำหนดให้น้ำหนักรวมทั้งหมดเท่ากับร้อยละ ๑๐๐
๕.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ ขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กรมกำหนดไว้ในประกาศและ เอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้ เปรียบเสียเปรียบต่อ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการพิจารณาผลฯ อาจ พิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
๕.๔ กรมสงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการผ่อนผัน ในกรณี ดังต่อไปนี้
(๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย อิเล็กทรอนิกส์
(๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวด อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น
๕.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือกรม มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ กรมมีสิทธิที่จะไม่รับข้อ เสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ๕.๖ กรมทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคา ที่เสนอ ทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจจะ ยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของกรมเป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้องค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งกรมจะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์และลงโทษผู้ยื่นข้อ เสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่เชื่อถือได้ว่าการยื่นข้อ เสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมา ยื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น
ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่ อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือกรม จะให้ผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการตามเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ กรม มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอหรือไม่รับราคาของ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายใดๆ จากกรม ๕.๗ ก่อนลงนามในสัญญากรม อาจประกาศยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการคัดเลือก มีผล ประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม หรือสมยอม กันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใดในการเสนอราคา ๖. การทำสัญญาจ้าง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุใน ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับกรม ภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวาง หลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้กรม ยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
๖.๑ เงินสด
๖.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่กรม ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ลงวันที่ที่ใช้ เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้น ไม่เกิน ๓ วัน ทำการ ๖.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง กำหนด
๖.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ
ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) ๖.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่งกรม ได้รับมอบไว้ แล้ว
๗. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
กรม จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่าย ทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง โดยแบ่งออกเป็น ๒ งวดดังนี้ งวดที่ ๑ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๔๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานตาม รายละเอียดที่ระบุไว้ใน TOR ให้แล้วเสร็จภายในเดือนเมษายน ๒๕๖๙
งวดสุดท้าย เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๖๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ทั้งหมดให้แล้วเสร็จเรียบร้อยตามสัญญาหรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ และ กรม ได้ตรวจรับมอบงานจ้าง เรียบร้อยแล้ว
๘. อัตราค่าปรับ
ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลง จ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
๘.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับ อนุญาตจากกรม จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงานจ้างช่วง นั้น
๘.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๘.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็น รายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้าง
๙. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งได้ทำสัญญาจ้างตามแบบดังระบุในข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ แล้วแต่กรณี จะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายใน ระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๑ เดือน นับถัดจากวันที่กรมได้รับมอบงาน โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้ การได้ดีดังเดิมภายใน ๓ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่อง
๑๐. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
๑๐.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ กรมได้รับอนุมัติเงินค่าจ้างจากเงิน งบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ แล้วเท่านั้น
๑๐.๒ เมื่อกรมได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลงจ้างตามการ
ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามาจากต่าง ประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ตาม ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
(๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
(๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดย เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
(๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
๑๐.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งกรมได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ ภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ กรมจะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้ออกหนังสือ ค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้งจะพิจารณา
ให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ๑๐.๔ กรมสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบสัญญาหรือข้อ ตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
๑๐.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของกรม คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อเสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
๑๐.๖ กรม อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จะ เรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากกรมไม่ได้
(๑) กรมไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้รับจัดสรร แต่ไม่ เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
(๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่น ใด ในการเสนอราคา
(๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่กรม หรือ กระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
(๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
๑๐.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
๑๑. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
๑๒. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
กรม สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการ คัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับกรม ไว้ชั่วคราว
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
มกราคม ๒๕๖๙
สำเนาถูกต้อง
รุ่งวรา อังศธรรมรัตน์
(นางสาวรุ่งวรา อังศธรรมรัตน์)
นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการ
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๖๙
โดย นางสาวรุ่งวรา อังศธรรมรัตน์ นักวิชาการ
พาณิชย์ชำนาญการ