ประกวดราคาจ้างจ้างบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขระบบคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เครือข่ายและซอฟต์แวร์ สำนักงานอัยการสูงสุด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
สำนักงานอัยการสูงสุดมีประกาศจ้างเหมาบริการสำหรับงานบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขระบบเทคโนโลยีสารสนเทศทั้งหมด ประจำปีงบประมาณ 2569 โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ระบบคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เครือข่าย และซอฟต์แวร์ของหน่วยงาน ทั้งในส่วนกลางและหน่วยราชการภายในทั่วประเทศ สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพ ป้องกันความเสียหายที่กระทบต่อการปฏิบัติงาน พร้อมทั้งสามารถรับแจ้งและแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วทันท่วงที และจัดหาบุคลากรที่มีความสามารถมาสนับสนุนภารกิจ
ขอบเขตงานหลักของผู้รับจ้างครอบคลุมการจัดทำแผนงานต่างๆ เช่น แผนการทำงาน แผนบำรุงรักษาเชิงป้องกัน แผนสำรองฉุกเฉิน การจัดหาบุคลากรที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด การจัดให้มีระบบงานรับแจ้งปัญหาผ่าน Web Browser การจัดระบบฐานข้อมูลครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ที่ครอบคลุมอุปกรณ์ทั้งหมด การจัดให้มีระบบโทรศัพท์แบบ IVR สำหรับรับแจ้งปัญหา และการจัดให้มีระบบแสดงผลการ Monitoring อุปกรณ์เครือข่ายแบบ Real-time พร้อมติดตั้งจอภาพ Smart TV ขนาดไม่น้อยกว่า 50 นิ้ว ณ สถานที่ที่กำหนด
ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบดูแลระบบทั้งหมดให้สามารถใช้งานได้อย่างเต็มที่ รวบรวมและวิเคราะห์ปัญหาอย่างเป็นระบบ และให้คำแนะนำปรึกษาได้เป็นอย่างดี โดยงานทั้งหมดต้องแล้วเสร็จภายใน 213 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา
English summary
The Office of the Attorney General announces a service contract for the maintenance and repair of its entire IT system for the fiscal year 2025. This project aims to ensure the continuous and efficient operation of computer systems, network equipment, and software across its central office and nationwide branches. The goal is to prevent disruptions that could affect official duties, enable prompt reporting and resolution of issues, and provide capable personnel to support the agency’s mission.
The contractor’s primary responsibilities include developing various plans (e.g., work plan, preventive maintenance plan, emergency backup plan), hiring qualified personnel as specified, establishing a web-based issue reporting system, implementing a comprehensive IT asset database, setting up an Interactive Voice Response (IVR) system for problem reporting, and installing a real-time network equipment monitoring system with a display on a 50-inch or larger Smart TV at a designated location.
The contractor is responsible for ensuring the full operability of all systems, systematically collecting and analyzing problems, and providing expert consultation. The entire project must be completed within 213 days from the contract signing date.
อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ชั้น 3 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร (สถานที่ยื่น/ตรวจสอบหลักประกัน) และหน่วยงานภายในสำนักงานอัยการสูงสุดทั่วประเทศ (พื้นที่ให้บริการ)
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อให้มีการบํารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขระบบคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เครือข่าย และซอฟต์แวร์ ของสํานักงานอัยการสูงสุดให้สามารถทํางานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ ป้องกันความเสียหายที่อาจส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของสํานักงานอัยการสูงสุด
- เพื่อให้สามารถรับแจ้งปัญหาที่เกิดขึ้นและสามารถแก้ไขปัญหาได้โดยเร็วและทันท่วงที
- เพื่อให้มีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถด้านการบํารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขระบบคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เครือข่าย และซอฟต์แวร์ ของสํานักงานอัยการสูงสุด ที่สามารถสนับสนุนภารกิจของสํานักงานอัยการสูงสุดได้เป็นอย่างดี
ขอบเขตของงาน
ผู้รับจ้างต้องดําเนินการอย่างน้อยดังต่อไปนี้:
- จัดทําแผนซึ่งประกอบด้วย แผนการทํางาน แผนการบริหารโครงการ (Activity Plan) แผนงานบํารุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) แผนการบริหารโครงการด้านการวิเคราะห์ปัญหาบํารุงรักษา แผนสํารองฉุกเฉินกรณีระบบเสียหายหรือข้อมูลเสียหาย/สูญหาย พร้อมคู่มือการดําเนินการตามแผนสํารองฉุกเฉิน โดยเสนอขอความเห็นชอบภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
- จัดหาบุคลากรตามรายละเอียดในภาคผนวก ก และจัดส่งประวัติพร้อมเอกสารรับรองภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา พร้อมรับผิดชอบกรณีบุคลากรปฏิบัติงานผิดพลาดจนเกิดความเสียหาย และจัดหาบุคลากรทดแทนหากจำเป็น
- แจ้งชื่อผู้ประสานงานประจําโครงการให้ทราบเป็นลายลักษณ์อักษร
- จัดให้มีระบบงานรับแจ้งปัญหาที่สามารถบันทึกการแจ้งปัญหา การติดตาม และการแก้ไขปัญหา ของระบบทั้งหมด โดยสามารถเรียกใช้งานผ่าน Web Browser บนเครือข่าย Intranet และ Internet
- จัดให้มีระบบฐานข้อมูลครุภัณฑ์ทางคอมพิวเตอร์และจัดเก็บข้อมูลระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครือข่ายตามภาคผนวก ข และข้อมูลอื่นๆ ตามที่กําหนด โดยสามารถเรียกดูข้อมูลหน่วยงาน, สถานที่ติดตั้ง, ยี่ห้อ, รุ่น, Sticker No., หมายเลขครุภัณฑ์, IP Address, ภาพถ่ายอุปกรณ์ได้
- จัดให้มีระบบโทรศัพท์แบบกระจายสายอัตโนมัติ (Interactive Voice Response: IVR) เพื่อรับแจ้งปัญหา ซึ่งมีคุณสมบัติรับสาย, กล่าวคําต้อนรับ, เสนอทางเลือก, แจ้งสถานการณ์รอสายและบันทึกการสนทนาได้
- จัดให้มีระบบการแสดงผลการ Monitoring อุปกรณ์เครือข่ายตามภาคผนวก ข ซึ่งสามารถแสดงสถานะการทํางานของอุปกรณ์ได้ พร้อมติดตั้งจอภาพ Smart TV LED หรือดีกว่า ขนาดไม่น้อยกว่า 50 นิ้ว ณ สถานที่ที่สํานักงานอัยการสูงสุดกําหนด
- จัดให้มีทรัพยากรเพื่อให้ระบบฐานข้อมูลครุภัณฑ์ ระบบงานรับแจ้งปัญหา และระบบ IVR สามารถใช้งานและให้บริการได้
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- แผนการทํางาน แผนบริหารโครงการ แผนบำรุงรักษาเชิงป้องกัน แผนวิเคราะห์ปัญหา แผนสำรองฉุกเฉิน และคู่มือดำเนินการฉุกเฉิน (อย่างน้อย 2 ชุด)
- รายชื่อและประวัติบุคลากรตามคุณสมบัติในภาคผนวก ก พร้อมเอกสารรับรอง
- ระบบงานรับแจ้งปัญหาที่ใช้งานผ่าน Web Browser บน Intranet/Internet
- ระบบฐานข้อมูลครุภัณฑ์ทางคอมพิวเตอร์ที่ครอบคลุมอุปกรณ์ทั้งหมด
- ระบบโทรศัพท์แบบกระจายสายอัตโนมัติ (IVR)
- ระบบแสดงผลการ Monitoring อุปกรณ์เครือข่ายแบบเรียลไทม์ พร้อมจอภาพ Smart TV ขนาดไม่น้อยกว่า 50 นิ้ว ที่ติดตั้งแล้ว ณ สถานที่กำหนด
- การบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขระบบคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เครือข่าย และซอฟต์แวร์ ให้สามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพตลอดระยะเวลาสัญญา
ระยะเวลาดำเนินการ
กำหนดเวลาแล้วเสร็จไม่เกิน 213 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements:
- ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น
- ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย (เว้นแต่จะสละสิทธิ์)
- ต้องลงทะเบียนในระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง
- Standards Compliance: ต้องได้รับการรับรองตามมาตรฐาน ISO 9001:2015 หรือดีกว่า ที่ครอบคลุมในเรื่องของการให้บริการบำรุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์ (Maintenance) หรือระบบบริหารงานคุณภาพ (Quality Management System)
- Experience: -
- Previous Project Cost: -
- Technical Capabilities: ต้องมีความรู้ความสามารถเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เครือข่าย และซอฟต์แวร์ สามารถให้คำแนะนำ คำปรึกษา และแก้ไขปัญหาได้เป็นอย่างดี
- Personnel: ต้องจัดหาบุคลากรตามคุณสมบัติที่ระบุในภาคผนวก ก (เอกสารแนบที่ไม่ได้ให้มาใน TOR นี้)
เกณฑ์การพิจารณา
การพิจารณาใช้หลักเกณฑ์ราคา (ราคาต่ำสุด) โดยพิจารณาจาก “ราคารวม”
ข้อกำหนดทางเทคนิค
งานนี้ครอบคลุมการบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไข:
- ระบบคอมพิวเตอร์: หมายถึงเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายและเครื่องคอมพิวเตอร์ลูกข่ายพร้อมสายสัญญาณเครือข่ายที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ดังกล่าว รวมถึงอุปกรณ์ต่อพ่วง (ตามภาคผนวก ข)
- อุปกรณ์เครือข่าย: หมายถึงอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่สื่อสาร ส่งผ่านข้อมูล (ตามภาคผนวก ข)
- ซอฟต์แวร์: หมายถึงซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการ (Operating System) และซอฟต์แวร์ Application ของเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย, ลูกข่ายและอุปกรณ์เครือข่าย
โดยผู้รับจ้างต้องสามารถรวบรวมปัญหา วิเคราะห์สาเหตุ แก้ไขปัญหา และเก็บข้อมูลไว้ในระบบงานรับแจ้งปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เงื่อนไขสัญญา
- วงเงินงบประมาณ: 12,331,083.31 บาท
- ราคากลาง: 12,707,626.79 บาท
- หลักประกันการเสนอราคา: 616,555.00 บาท
- หลักประกันสัญญา: ร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้าง
- การจ่ายเงิน: แบ่งจ่ายเป็น 7 งวด เท่าๆ กัน (งวดที่ 1-6: ร้อยละ 14.28 ต่องวด, งวดสุดท้าย: ร้อยละ 14.32) โดยจ่ายหลังจากผู้รับจ้างปฏิบัติงานประจำเดือนตามขอบเขตงานแล้วเสร็จในแต่ละเดือน (มีนาคม - สิงหาคม 2569) และงวดสุดท้ายจ่ายเมื่องานทั้งหมดแล้วเสร็จและตรวจรับมอบงานเรียบร้อย
- ค่าปรับ:
- กรณีจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต: ค่าปรับร้อยละ 10 ของวงเงินงานจ้างช่วงนั้น
- กรณีปฏิบัติผิดสัญญาอื่นๆ: ค่าปรับรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้าง
- เงื่อนไขพิเศษ: ผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศยื่นภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
Q: ผู้รับจ้างต้องจัดหาบุคลากรประเภทใดบ้าง?
A: ผู้รับจ้างต้องจัดหาบุคลากรที่มีคุณสมบัติตรงตามที่ระบุใน “ภาคผนวก ก” ของเอกสารประกวดราคา ซึ่งประกอบด้วยรายละเอียดตำแหน่ง คุณวุฒิ และประสบการณ์ที่จำเป็น โดยต้องส่งประวัติและเอกสารรับรองภายใน 15 วันหลังลงนามสัญญา -
Q: ระบบงานรับแจ้งปัญหาต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?
A: ระบบต้องสามารถบันทึกการแจ้งปัญหา ติดตามสถานะ และบันทึกการแก้ไขปัญหาได้สำหรับอุปกรณ์ทั้งหมด ต้องสามารถเข้าถึงได้ผ่านเว็บเบราว์เซอร์ (เช่น Chrome, Firefox, Edge) ทั้งบนเครือข่ายภายใน (Intranet) และอินเทอร์เน็ต -
Q: ระบบฐานข้อมูลครุภัณฑ์ต้องบันทึกข้อมูลอะไรบ้าง?
A: ระบบต้องบันทึกข้อมูลครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ได้อย่างน้อยดังนี้: หน่วยงาน, สถานที่ติดตั้ง, ยี่ห้อ, รุ่น, Sticker No., หมายเลขครุภัณฑ์, IP Address และภาพถ่ายอุปกรณ์ที่มองเห็นสติกเกอร์ชัดเจน โดยต้องครอบคลุมอุปกรณ์ในภาคผนวก ข และอุปกรณ์อื่นๆ ที่สำนักงานกำหนดเพิ่มเติม -
Q: ระบบ IVR (Interactive Voice Response) ที่ต้องจัดทำมีหน้าที่อะไร?
A: ระบบ IVR ทำหน้าที่เป็นช่องทางรับแจ้งปัญหาผ่านโทรศัพท์ โดยต้องมีคุณสมบัติในการรับสายเรียกเข้า กล่าวคำต้อนรับ เสนอเมนูทางเลือกให้ผู้โทร แจ้งสถานะการรอสายได้ และต้องสามารถบันทึกเสียงการสนทนาได้ -
Q: ระบบ Monitoring อุปกรณ์เครือข่ายต้องแสดงผลอย่างไร?
A: ระบบต้องสามารถแสดงสถานะการทำงานของอุปกรณ์เครือข่ายที่กำหนดได้แบบเรียลไทม์ ผู้รับจ้างต้องติดตั้งระบบนี้พร้อมกับจอภาพ Smart TV LED (หรือดีกว่า) ขนาดไม่น้อยกว่า 50 นิ้ว ณ สถานที่ที่สำนักงานอัยการสูงสุดเป็นผู้กำหนด -
Q: หากบุคลากรที่ส่งมอบทำงานไม่มีประสิทธิภาพ จะมีขั้นตอนอย่างไร?
A: หากสำนักงานเห็นว่าบุคลากรไม่มีประสิทธิภาพหรือไม่เหมาะสม สำนักงานมีสิทธิ์ร้องขอให้ผู้รับจ้างจัดหาบุคลากรใหม่มาทดแทนตามที่ร้องขอได้ -
Q: มีการกำหนดแผนสำรองฉุกเฉินสำหรับสถานการณ์ใดบ้าง?
A: แผนสำรองฉุกเฉินต้องครอบคลุมกรณีที่ระบบคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เครือข่าย หรือซอฟต์แวร์เสียหาย รวมถึงกรณีที่ข้อมูลเสียหายหรือสูญหาย โดยผู้รับจ้างต้องจัดทำคู่มือการดำเนินการตามแผนนี้มาด้วย -
Q: ผู้รับจ้างต้องปรับปรุงข้อมูลในระบบต่างๆ บ่อยแค่ไหน?
A: ผู้รับจ้างมีหน้าที่ต้องปรับปรุงแก้ไขข้อมูลในระบบฐานข้อมูลครุภัณฑ์ทางคอมพิวเตอร์ให้ถูกต้องและเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ รวมถึงดูแลให้ระบบรับแจ้งปัญหาและระบบ IVR พร้อมให้บริการได้ตลอดเวลา -
Q: งานนี้ครอบคลุมการบำรุงรักษาอุปกรณ์ที่สถานที่ไหนบ้าง?
A: งานครอบคลุมการบำรุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เครือข่าย และซอฟต์แวร์ สำหรับสำนักงานอัยการสูงสุดและหน่วยราชการภายในทั่วประเทศ ตามที่ระบุในรายการอุปกรณ์ (ภาคผนวก ข) -
Q: นอกจากการซ่อมแซมแล้ว ผู้รับจ้างมีหน้าที่ให้คำปรึกษาด้วยหรือไม่?
A: ใช่ ผู้รับจ้างต้องมีความรู้ความสามารถในการให้คำแนะนำ คำปรึกษา และแก้ไขปัญหาได้เป็นอย่างดี รวมถึงต้องวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาและให้ข้อเสนอแนะเพื่อป้องกันปัญหาซ้ำอีกด้วย
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
การจ้างบํารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขระบบคอมพิวเตอร์
อุปกรณ์เครือข่าย และซอฟต์แวร์ สํานักงานอัยการสูงสุด ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙
๑. ความเป็นมา
สํานักงานอัยการสูงสุดมีภารกิจหลักในการอํานวยความยุติธรรม รักษาผลประโยชน์ของรัฐและประชาชน และคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน รวมถึงประสานงานกับองค์กรหรือหน่วยงาน ต่างประเทศ โดยสํานักงานอัยการสูงสุดมีหน่วยราชการภายในทั่วประเทศ เพื่อให้ภารกิจดังกล่าวสําเร็จลุล่วงด้วยดี สํานักงานอัยการสูงสุดจึงได้นําระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการปฏิบัติงานและบริหารจัดการ งานด้านต่าง ๆ รวมถึงการให้บริการแก่ประชาชนและหน่วยงานภายนอก การบูรณาการข้อมูล การเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงาน ต่าง ๆ และจัดให้มีระบบเครือข่ายภายในองค์กร (Intranet) เพื่อเชื่อมโยงหน่วยราชการภายในของสํานักงาน อัยการสูงสุด ให้สามารถเชื่อมโยงเครือข่ายและสื่อสารข้อมูลถึงกันได้ นอกจากนั้นยังได้ติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ แม่ข่าย เครื่องคอมพิวเตอร์ลูกข่าย และอุปกรณ์เครือข่าย พร้อมอุปกรณ์ต่อพ่วง ให้แก่หน่วยราชการภายใน สํานักงานอัยการสูงสุดทั่วประเทศ ดังนั้น สํานักงานอัยการสูงสุดจึงมีความจําเป็นต้องบริหารจัดการเครื่องคอมพิวเตอร์ แม่ข่าย เครื่องคอมพิวเตอร์ลูกข่าย อุปกรณ์เครือข่าย พร้อมอุปกรณ์ต่อพ่วง ให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เกิดความชํารุดบกพร่อง และมีความเหมาะสมสําหรับเทคโนโลยีที่ทันสมัยและระบบสารสนเทศของสํานักงาน
อัยการสูงสุดที่ใช้อยู่ในปัจจุบันและจะเกิดขึ้นในอนาคต
เพื่อให้การใช้งานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของสํานักงานอัยการสูงสุด เป็นไปด้วยความ เรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในด้านการบํารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขระบบคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ เครือข่าย และซอฟต์แวร์ ให้สามารถตอบสนองการใช้งานของผู้ใช้งานทุกระดับได้ตลอดเวลา สํานักงานอัยการ สูงสุดจึงจําเป็นต้องจ้างบํารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขระบบคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เครือข่าย และซอฟต์แวร์ เพื่อให้ ภารกิจของสํานักงานอัยการสูงสุดสําเร็จลุล่วงและเพื่อยกระดับการให้บริการประชาชนให้มีประสิทธิภาพ ทั่วถึง
และรวดเร็ว
๒. วัตถุประสงค์
๒.๑ เพื่อให้มีการบํารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขระบบคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เครือข่าย และซอฟต์แวร์ ของสํานักงานอัยการสูงสุดให้สามารถทํางานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ ป้องกันความเสียหายที่อาจส่งผล
กระทบต่อการปฏิบัติงานของสํานักงานอัยการสูงสุด
๒.๒ เพื่อให้สามารถรับแจ้งปัญหาที่เกิดขึ้นและสามารถแก้ไขปัญหาได้โดยเร็วและทันท่วงที
๒.๓ เพื่อให้มีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถด้านการบํารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขระบบคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เครือข่าย และซอฟต์แวร์ ของสํานักงานอัยการสูงสุด ที่สามารถสนับสนุนภารกิจของสํานักงานอัยการสูงสุด
ได้เป็นอย่างดี
m.
คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๓.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย ๓.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
60.60
ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
-15-
๓.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๓.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน
ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๓.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ ภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
๓.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๓.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่สํานักงานอัยการสูงสุด ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่น ข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
M.00
ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ (๑) การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมี การกําหนดสัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลัก
มากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้น
ต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
(๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้าที่ได้รับ มอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ (๓.๑) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจําหน่าย เอกสารซื้อหรือจ้าง
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
(Electronic Government Procurement : e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
๓.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศซึ่งได้จดทะเบียน เกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดง ฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนองนี้แสดงฐานะ การเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไป ก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐ กําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอ
เป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของ การยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงาน งบแสดงฐานะ การเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยัง ไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมี ทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอไม่ต่ํากว่า 4,000,000 บาท
สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็น บุคคลธรรมดาให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝาก คงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการ ที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละ ครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มี
มูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่น ข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของ ธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณา จากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจ จากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศหรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือ
บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุน เพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัท
ที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่ รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ตามประกาศ ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่
กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศ ว่าด้วยการรับรอง เอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอ มิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่า ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วน
ตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
5. กรณีตามข้อ ๑ - ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้
(๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และงานจ้าง ก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่
พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
จัดจ้างฯ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(5.5) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๓.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องได้รับการรับรองตามมาตรฐาน ISO๙๐๐๓ : ๒๐๑๕ หรือดีกว่า ครอบคลุมในเรื่อง ของการให้บริการบํารุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์ (Maintenance) หรือ ระบบบริหารงานคุณภาพ (Quality Management System)
๔. ขอบเขตของงานที่จะดําเนินการจัดจ้าง
ต่อไปนี้ “ระบบคอมพิวเตอร์” หมายถึง เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายและเครื่องคอมพิวเตอร์ลูกข่ายพร้อม สายสัญญาณเครือข่ายที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ดังกล่าว รวมถึงอุปกรณ์ต่อพ่วงตาม ภาคผนวก ข
“อุปกรณ์เครือข่าย” หมายถึง อุปกรณ์ที่ทําหน้าที่สื่อสาร ส่งผ่านข้อมูลตาม ภาคผนวก ข
“ซอฟต์แวร์” หมายถึง ซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการ (Operating System) และซอฟต์แวร์ Application ของเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย เครื่องคอมพิวเตอร์ลูกข่ายและอุปกรณ์เครือข่าย
ผู้รับจ้างต้องดําเนินการบํารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขระบบคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เครือข่าย และซอฟต์แวร์ โดยผู้รับจ้างต้องมีความรู้ความสามารถเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เครือข่าย และซอฟต์แวร์ สามารถให้ คําแนะนํา คําปรึกษา และแก้ไขปัญหาได้เป็นอย่างดี อีกทั้งต้องรวบรวมปัญหา วิธีการแก้ไขปัญหา ขั้นตอนการแก้ไข ข้อเสนอแนะ วิเคราะห์สาเหตุที่ทําให้เกิดปัญหา และเก็บไว้ในระบบงานรับแจ้งปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการอย่างน้อยดังต่อไปนี้
๔.๑ ผู้รับจ้างต้องจัดทําแผนซึ่งประกอบด้วย แผนการทํางาน แผนการบริหารโครงการจ้างบํารุงรักษาและ ซ่อมแซมแก้ไขระบบคอมพิวเตอร์ (Activity Plan) แผนงานบํารุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เครือข่าย และ ซอฟต์แวร์ (Preventive Maintenance) แผนการบริหารโครงการด้านการวิเคราะห์ปัญหาบํารุงรักษา แผนสํารอง ฉุกเฉินกรณีระบบคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เครือข่ายและซอฟต์แวร์เสียหาย รวมถึงกรณีข้อมูลเสียหายและสูญหาย พร้อมคู่มือการดําเนินการตามแผนสํารองฉุกเฉิน โดยผู้รับจ้างต้องจัดส่งแผนในรูปแบบเอกสาร จํานวนอย่างน้อย ๒ ชุด และเสนอขอความเห็นชอบแผนการทํางานดังกล่าวจากสํานักงานอัยการสูงสุดภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันลงนาม
ในสัญญา
สํานักงานอัยการสูงสุด
ยการสูงสุด
๔.๒ ผู้รับจ้างต้องจัดหาบุคลากรตามภาคผนวก ก และจัดส่งประวัติบุคลากรดังกล่าว พร้อมเอกสารรับรอง ผลงาน ประสบการณ์และเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยต้องแจ้งให้สํานักงานอัยการสูงสุดทราบภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
ๆ
ในกรณีที่บุคลากรซึ่งได้แจ้งให้สํานักงานอัยการสูงสุดทราบดังกล่าวไม่สามารถปฏิบัติงานได้ ผู้รับจ้าง
ต้องดําเนินการจัดหาบุคลากรที่มีคุณสมบัติตามที่กําหนดในภาคผนวก ก หรือดีกว่าบุคลากรดังกล่าวมาทดแทน โดยต้องแจ้งให้สํานักงานอัยการสูงสุดทราบโดยเร็ว
๔.๓ ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบ ในกรณีที่บุคลากรของผู้รับจ้างปฏิบัติงานผิดพลาด บกพร่องจนเป็นเหตุให้เกิด ข้อพิพาทหรือเกิดความเสียหายกับสํานักงานอัยการสูงสุด โดยผู้รับจ้างต้องจัดการกรณีพิพาทหรือความเสียหาย
ที่เกิดขึ้นให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
๔.๔ ในกรณีที่สํานักงานอัยการสูงสุดเห็นว่าบุคลากรที่ผู้รับจ้างจัดหามานั้นปฏิบัติงานได้แต่ไม่มีประสิทธิภาพ หรือมีเหตุอย่างอื่นที่สํานักงานอัยการสูงสุดเห็นว่าบุคลากรดังกล่าวไม่เหมาะสมที่จะปฏิบัติหน้าที่อีกต่อไป ผู้รับจ้าง
ต้องจัดหาบุคลากรใหม่มาทดแทนตามที่สํานักงานอัยการสูงสุดร้องขอ
๔.๕ ผู้รับจ้างต้องแจ้งชื่อผู้ประสานงานประจําโครงการให้สํานักงานอัยการสูงสุดทราบเป็นลายลักษณ์อักษร
หากมีการเปลี่ยนแปลงต้องแจ้งให้สํานักงานอัยการสูงสุดทราบ
๔.๖ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีระบบงานรับแจ้งปัญหา ที่สามารถบันทึกการแจ้งปัญหา การติดตาม และการแก้ไข ปัญหาของระบบคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เครือข่าย และซอฟต์แวร์ของสํานักงานอัยการสูงสุดทั้งหมด โดยสามารถ เรียกใช้งานผ่าน Web Browser เช่น Google Chrome, Firefox, Microsoft Edge เป็นอย่างน้อย บนระบบเครือข่าย Intranet และ Internet เว้นแต่สํานักงานอัยการสูงสุดกําหนดให้ใช้ระบบรับแจ้งอื่น
๔.๗ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีระบบฐานข้อมูลครุภัณฑ์ทางคอมพิวเตอร์และจัดเก็บข้อมูลระบบคอมพิวเตอร์และ อุปกรณ์เครือข่ายตามภาคผนวก ข โดยสามารถเรียกดูข้อมูลหน่วยงาน สถานที่ติดตั้ง ยี่ห้อ รุ่น Sticker No. หมายเลขครุภัณฑ์ IP Address ภาพถ่ายอุปกรณ์ที่มองเห็น Sticker ชัดเจน ได้เป็นอย่างน้อย และผู้รับจ้างจะต้อง ปรับปรุงแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน
นอกจากนั้น ผู้รับจ้างต้องจัดเก็บข้อมูลครุภัณฑ์ทางคอมพิวเตอร์ของสํานักงานอัยการสูงสุดนอกเหนือ จากภาคผนวก ข ตามที่สํานักงานอัยการสูงสุดกําหนด ในระบบฐานข้อมูลครุภัณฑ์ทางคอมพิวเตอร์ดังกล่าว โดยสามารถเรียกดูข้อมูลหน่วยงาน สถานที่ติดตั้ง ยี่ห้อ รุ่น Sticker No. หมายเลขครุภัณฑ์ ได้เป็นอย่างน้อย
๔.๔ ผู้รับจ้างต้องมีระบบโทรศัพท์แบบกระจายสายอัตโนมัติ (Interactive Voice Response: IVR) เพื่อรับแจ้งปัญหาการใช้งานต่าง ๆ โดยให้มีคุณสมบัติรับโทรศัพท์เมื่อมีสายเรียกเข้า กล่าวคําต้อนรับ เสนอทางเลือก ในการใช้งานโทรศัพท์ให้แก่ผู้โทรเข้า แจ้งสถานการณ์รอสายและสามารถบันทึกการสนทนาได้
๔.๙ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีระบบการแสดงผลการ Monitoring อุปกรณ์เครือข่ายตามภาคผนวก ข ข้อ ๒.๑, ๒.๓ และ ๒.๔ ซึ่งสามารถแสดงสถานะการทํางานของอุปกรณ์ดังกล่าวได้เป็นอย่างน้อย พร้อมจอภาพ Smart TV LED หรือดีกว่า ขนาดไม่น้อยกว่า ๕๐ นิ้ว โดยผู้รับจ้างต้องติดตั้งระบบและจอภาพดังกล่าว ณ สถานที่ที่สํานักงาน อัยการสูงสุดกําหนด
๔.๑๐ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีทรัพยากรเพื่อให้ระบบฐานข้อมูลครุภัณฑ์ทางคอมพิวเตอร์ ระบบงานรับแจ้งปัญหา และระบบโทรศัพท์กระจายสายอัตโนมัติ (Interactive Voice Response : IVR) สามารถใช้งานและให้บริการได้
นักเรสูงสุดร่าง
เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
เลขที่
การจ้างจ้างบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขระบบคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เครือข่ายและซอฟต์แวร์ สำนักงาน อัยการสูงสุด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙
ตามประกาศ สำนักงานอัยการสูงสุด
ลงวันที่ มกราคม ๒๕๖๙
สำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “สำนักงานอัยการสูงสุด” มีความประสงค์จะ ประกวดราคาจ้างโครงการจ้างบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขระบบคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เครือข่าย และซอฟต์แวร์ สำนักงานอัยการสูงสุด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ด้วยวิธีประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้
๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๑.๑ ขอบเขตของงาน
๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาจ้างบริการบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขคอมพิวเตอร์ ๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
(๑) หลักประกันการเสนอราคา
(๒) หลักประกันสัญญา
๑.๕ บทนิยาม
(๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
(๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
(๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
๑.๗ แผนการทำงาน
๑.๘ แผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
๑.๙ แบบหนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อ
๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
๒.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ สำนักงานอัยการสูงสุด ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการ ขัดขวาง การแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้ เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน นามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้
เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๓ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ
เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ
ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา ๖. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๒.๑๓ ยื่นข้อเสนอต้องได้รับการรับรองตามมาตรฐาน ISO๙๐๐๑ : ๒๐๑๕ หรือดีกว่า
ครอบคลุมในเรื่องของการให้บริการบำรุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์ (Maintenance) หรือ ระบบบริหารงาน คุณภาพ (Quality Management System)
๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล ที่ออกให้ก่อนวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๖ เดือน บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ (ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล ที่ออกให้ก่อนวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๖ เดือน หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการ ผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี)
(๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๓ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป
กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อ เสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือ มีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน ทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ เอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
(๕) สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์
(๖) สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
(๗) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) หลักประกันการเสนอราคา ตามข้อ ๕
(๒) สำเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) (ถ้ามี)
(๓) สำเนาเอกสารการรับรอง ตามข้อ ๒.๑๓
(๔) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔. การเสนอราคา
๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วย อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้อง กรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอโดย ไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้ ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๑๒๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอ ราคาโดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคา
มิได้
๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน ๒๑๓ วัน นับ ถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
๔.๔ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญารายละเอียด ขอบเขตของ งานฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตาม เงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. และเวลาในการเสนอราคาให้ถือ ตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์
เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และ การเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่สำนักงานอัยการสูงสุดผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๗ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณาข้อ เสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะ กรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการ พิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และสำนักงานอัยการสูงสุด จะ พิจารณาลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่สำนักงานอัยการสูงสุดจะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อ เสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ริเริ่มให้มีการกระทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของ สำนักงานอัยการสูงสุด
๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
(๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
(๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กำหนด
(๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ๔.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายใน ประเทศ โดยยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลา ดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน ๖๐ วัน
๔.๑๐ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา เว้นแต่เป็นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือ ที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา ๕. หลักประกันการเสนอราคา
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องวางหลักประกันการเสนอราคาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบการ จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ จำนวน ๖๑๖,๕๕๕.๐๐ บาท (หกแสนหนึ่งหมื่นหกพันห้าร้อยห้าสิบห้าบาทถ้วน)
๕.๑ เงินสด
๕.๒ หนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารภายในประเทศตามแบบที่คณะ กรรมการนโยบายกำหนด
๕.๓ พันธบัตรรัฐบาลไทย
๕.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอนำพันธบัตรรัฐบาลไทยหรือหนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ มาวางเป็นหลักประกันการเสนอราคาให้ผู้ยื่นข้อเสนอส่งหลักประกันการเสนอราคาใน รูปแบบ PDF File (Portable Document Format) ในวันเสนอราคาและจะต้องส่งต้นฉบับเอกสารดังกล่าว มาให้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจสอบความถูกต้องในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น.
โดยยื่น ณ สำนักบริหารเงินนอกงบประมาณและค่าธรรมเนียมความแพ่ง สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารราชบุรี ดิเรกฤทธิ์ ชั้น ๓ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอประสงค์จะวางหลักประกันการเสนอราคาเป็นเงินสด ให้ผู้ยื่นข้อเสนอ ดำเนินการชำระเงินผ่านช่องทางการชำระเงิน ดังนี้
โอนเงินเข้าบัญชี ธนาคารกรุงไทยจำกัด (มหาชน) เลขที่บัญชี ๐๒๖๖๐๓๓๓๔๒ ชื่อ บัญชี บัญชีเงินนอกงบประมาณ สำนักงานอัยการสูงสุด
และส่งหลักฐานการชำระเงินกับธนาคาร พร้อมทั้งแบบแจ้งความประสงค์ชำระเงินค่า หลักประกันการเสนอราคา (เฉพาะกรณีที่มีหลักประกันการเสนอราคาหลายรายการพิจารณา) มาให้ สำนัก
งานอัยการสูงสุด ตรวจสอบความถูกต้อง โดยยื่นมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอผ่านระบบ e-GP โดยการชำระเงิน และส่งหลักฐานการชำระเงินให้ดำเนินการในวันและเวลาที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันและเวลาเสนอ ราคาเท่านั้น
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ประสงค์จะใช้หนังสือ ค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารในประเทศเป็นหลักประกันการเสนอราคาให้ระบุชื่อผู้เข้าร่วมค้ารายที่ สัญญาร่วมค้ากำหนดให้เป็นผู้เข้ายื่นข้อเสนอกับหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หลักประกันการเสนอราคาตามข้อนี้ สำนักงานอัยการสูงสุดจะคืนให้ผู้ยื่นข้อเสนอหรือผู้ ค้ำประกันภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่สำนักงานอัยการสูงสุดได้พิจารณาเห็นชอบรายงานผลคัดเลือกผู้ชนะ การประกวดราคาเรียบร้อยแล้ว เว้นแต่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่คัดเลือกไว้ซึ่งเสนอราคาต่ำสุดหรือได้คะแนนรวมสูง สุดไม่เกิน ๓ ราย ให้คืนได้ต่อเมื่อได้ทำสัญญาหรือข้อตกลง หรือผู้ยื่นข้อเสนอได้พ้นจากข้อผูกพันแล้ว
การคืนหลักประกันการเสนอราคา ไม่ว่าในกรณีใด ๆ จะคืนให้โดยไม่มีดอกเบี้ย ๖. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
๖.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ สำนักงาน อัยการสูงสุดจะพิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคา
๖.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ สำนักงานอัยการสูง สุด จะพิจารณาจาก ราคารวม
๖.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ ขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่สำนักงานอัยการสูงสุดกำหนด ไว้ในประกาศและเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่างนั้นไม่มีผล ทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบต่อ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการ พิจารณาผลฯ อาจพิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
๖.๔ สำนักงานอัยการสูงสุดสงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มี การผ่อนผัน ในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย อิเล็กทรอนิกส์
(๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวด อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ๖.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือสำนักงานอัยการสูงสุด มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ สำนัก งานอัยการสูงสุดมีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสม
หรือไม่ถูกต้อง
๖.๖ สำนักงานอัยการสูงสุดทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคา ใด หรือราคา ที่เสนอทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่ง รายการใด หรืออาจจะยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะ พิจารณา ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของสำนักงานอัยการสูงสุดเป็น เด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้องค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งสำนักงานอัยการสูงสุดจะพิจารณา ยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์และลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับ การคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่เชื่อถือได้ว่าการยื่นข้อเสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอ เอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมายื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่ อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือสำนักงานอัยการ สูงสุด จะให้ผู้ยื่นข้อเสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการตาม เอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ สำนักงานอัยการสูงสุด มี สิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอหรือไม่รับราคาของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่า ใช้จ่ายหรือค่าเสียหายใดๆ จากสำนักงานอัยการสูงสุด
๖.๗ ก่อนลงนามในสัญญาสำนักงานอัยการสูงสุด อาจประกาศยกเลิกการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคา หรือที่ได้รับการคัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการ แข่งขันอย่างเป็นธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่า กระทำการทุจริตอื่นใดในการเสนอราคา
๖.๘ หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่ไม่เกินร้อยละ ๑๐ ให้จัดซื้อจัดจ้างกับผู้ประกอบการ SMEs ดังกล่าว โดยจัดเรียงลำดับผู้ ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นไม่เกินร้อยละ ๑๐ ที่จะเรียกมาทำสัญญาไม่เกิน ๓ ราย
ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องเป็นผู้ประกอบการ SMEs
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ SMEs ที่จะได้แต้มต่อด้านราคาตามวรรคหนึ่ง จะต้องมี วงเงินสัญญาสะสมตามปีปฏิทินรวมกับราคาที่เสนอในครั้งนี้แล้ว มีมูลค่ารวมกันไม่เกินมูลค่าของรายได้ตาม ขนาดที่ขึ้นทะเบียนไว้กับ สสว.
๖.๙ หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการ SMEs แต่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติ ไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็น บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศไม่เกินร้อยละ ๓ ให้ จัดซื้อจัดจ้างกับบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยดังกล่าว
ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ๗. การทำสัญญาจ้าง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุใน ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับสำนักงานอัยการสูงสุด ภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะ ต้องวางหลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้
ให้สำนักงานอัยการสูงสุดยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ ๗.๑ เงินสด
๗.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่สำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งเป็นเช็คหรือ ดราฟท์ลงวันที่ที่ใช้เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้น ไม่เกิน ๓ วัน ทำการ โดยสั่งจ่าย “เงินนอกงบประมาณ สำนักงานอัยการสูงสุด”
๗.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง กำหนด
๗.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) ๗.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่งสำนักงานอัยการ สูงสุด ได้รับมอบไว้แล้ว
๘. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
สำนักงานอัยการสูงสุด จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่ายทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง โดยแบ่งออกเป็น ๗ งวด ดังนี้
งวดที่ ๑ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๔.๒๘ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ประจำเดือนมีนาคม ๒๕๖๙ ตามขอบเขตของงานฯ ข้อ ๔. ให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วัน งวดที่ ๒ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๔.๒๘ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ประจำเดือนเมษายน ๒๕๖๙ ตามขอบเขตของงานฯ ข้อ ๔. ให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วัน งวดที่ ๓ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๔.๒๘ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ประจำเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๙ ตามขอบเขตของงานฯ ข้อ ๔. ให้แล้วเสร็จภายใน ๓๑ วัน
งวดที่ ๔ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๔.๒๘ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ประจำเดือนมิถุนายน ๒๕๖๙ ตามขอบเขตของงานฯ ข้อ ๔. ให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วัน งวดที่ ๕ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๔.๒๘ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ประจำเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๙ ตามขอบเขตของงานฯ ข้อ ๔. ให้แล้วเสร็จภายใน ๓๑ วัน งวดที่ ๖ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๔.๒๘ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ประจำเดือนสิงหาคม ๒๕๖๙ ตามขอบเขตของงานฯ ข้อ ๔. ให้แล้วเสร็จภายใน ๓๑ วัน งวดสุดท้าย เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๔.๓๒ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติ งานทั้งหมดให้แล้วเสร็จเรียบร้อยตามสัญญาหรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ และ สำนักงานอัยการสูงสุด ได้ตรวจ รับมอบงานจ้างเรียบร้อยแล้ว
๙. อัตราค่าปรับ
ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลง จ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
๙.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับ อนุญาตจากสำนักงานอัยการสูงสุด จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของ วงเงินของงานจ้างช่วงนั้น
๙.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๙.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็น รายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้าง
๑๐. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
๑๐.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ สำนักงานอัยการสูงสุดได้รับอนุมัติเงิน ค่าจ้างจากเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ แล้วเท่านั้น
๑๐.๒ เมื่อสำนักงานอัยการสูงสุดได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ ตกลงจ้างตามการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าว เข้ามาจากต่างประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้ บริการรับขนได้ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้อง ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
(๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
(๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดย เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
(๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
๑๐.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งสำนักงานอัยการสูงสุดได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อ ตกลงจ้างเป็นหนังสือภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ สำนักงานอัยการสูงสุดจะริบหลักประกันการยื่น ข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้ออกหนังสือค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้งจะพิจารณาให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อ
จัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
๑๐.๔ สำนักงานอัยการสูงสุดสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดใน แบบสัญญาหรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี) ๑๐.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของสำนักงานอัยการสูงสุด คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อเสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
๑๐.๖ สำนักงานอัยการสูงสุด อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ ยื่นข้อเสนอ จะเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากสำนักงานอัยการสูงสุดไม่ได้
(๑) สำนักงานอัยการสูงสุดไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้ รับจัดสรร แต่ไม่เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
(๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่น ใด ในการเสนอราคา
(๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่สำนักงาน อัยการสูงสุด หรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
(๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
๑๐.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
๑๑. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
๑๒. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
สำนักงานอัยการสูงสุด สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อ
เสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับสำนักงานอัยการสูงสุด ไว้ชั่วคราว
สำนักงานอัยการสูงสุด
มกราคม ๒๕๖๙
สำเนาถูกต้อง
ทัศนีย์ ทองนุช
(นางทัศนีย์ ทองนุช)
ผู้อำนวยการสำนักบริหารทรัพย์สิน สำนักงาน
เลขาธิการสำนักงานอัยการสูงสุด
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๖๙
โดย นางทัศนีย์ ทองนุช ผู้อำนวยการสำนัก
บริหารทรัพย์สิน สำนักงานเลขาธิการสำนักงาน
อัยการสูงสุดร่าง
ประกาศสำนักงานอัยการสูงสุด
เรื่อง ประกวดราคาจ้างจ้างบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขระบบคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เครือข่ายและ ซอฟต์แวร์ สำนักงานอัยการสูงสุด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙
ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
สำนักงานอัยการสูงสุด มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างโครงการจ้างบำรุงรักษาและ ซ่อมแซมแก้ไขระบบคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เครือข่ายและซอฟต์แวร์ สำนักงานอัยการสูงสุด ประจำ ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ราคากลางของงานจ้าง ในการประกวดราคาครั้งนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น ๑๒,๗๐๗,๖๒๖.๗๙ บาท (สิบสองล้านเจ็ดแสนเจ็ดพันหกร้อยยี่สิบหกบาทเจ็ดสิบเก้าสตางค์) และวงเงิน งบประมาณเป็นเงินทั้งสิ้น ๑๒,๓๓๑,๐๘๓.๓๑ บาท (สิบสองล้านสามแสนสามหมื่นหนึ่งพันแปดสิบสามบาท สามสิบเอ็ดสตางค์)
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอโดยแสดงหลักฐานถึงขีดความสามารถและความพร้อมที่มีอยู่ใน วันยื่นข้อเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
๑. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติให้เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กำหนด ๒. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. ซึ่งสามารถจัดเตรียมเอกสารข้อเสนอได้ตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงวันเสนอ ราคา
๓. ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เลขที่ ลงวันที่ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๙ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ได้ตั้งแต่วันที่ ประกาศจนถึงวันเสนอราคา ได้ที่เว็บไซต์ www.ago.go.th หรือ www.gprocurement.go.th
ประกาศ ณ วันที่ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๙
(นายรุ่งโรจน์ แจ่มพิทยากรณ์)
รองเลขาธิการสำนักงานอัยการสูงสุด ปฏิบัติราชการแทน
อัยการสูงสุด
การส่งข้อเสนอแนะ วิจารณ์ หรือแสดงความคิดเห็น ผู้สนใจสามารถส่งข้อเสนอแนะ วิจารณ์ หรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างขอบเขตของงาน (TOR) ได้ที่
๑. ทางโทรสาร ๐๒ ๑๔๓ ๗๖๗๗
๒. E-mail : [email protected]
สำนักงานอัยการสูงสุดเปิดโอกาสให้เสนอแนะ วิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ ร่างขอบเขตของงาน (TOR) นี้ เป็นลายลักษณ์อักษร ภายใน ๓ วันทำการ นับถัดจากวัน ที่ประกาศเผยแพร่ร่างประกาศเชิญชวน ผู้สนใจที่ต้องการเสนอแนะ วิจารณ์ หรือ แสดง ความเห็น ต้องเปิดเผยชื่อ ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ ที่สามารถติดต่อได้ของผู้ให้ข้อ เสนอแนะ วิจารณ์ หรือแสดงความคิดเห็นด้วย
สำเนาถูกต้อง
ทัศนีย์ ทองนุช
(นางทัศนีย์ ทองนุช)
ผู้อำนวยการสำนักบริหารทรัพย์สิน สำนักงาน
เลขาธิการสำนักงานอัยการสูงสุด
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๖๙
โดย นางทัศนีย์ ทองนุช ผู้อำนวยการสำนัก
บริหารทรัพย์สิน สำนักงานเลขาธิการสำนักงาน
อัยการสูงสุด