จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างดำเนินกิจกรรมเตรียมความพร้อมระบบสารสนเทศเพื่อเข้าสู่ยุคควอนตัม

สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ 69019217565
฿3,680,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 4 ก.พ. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) จัดโครงการกิจกรรมการเตรียมความพร้อมระบบสารสนเทศเพื่อเข้าสู่ยุคควอนตัม โดยมีเป้าหมายเพื่อรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์รูปแบบใหม่ที่อาจเกิดขึ้นจากการพัฒนาของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ควอนตัม ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัยของระบบเข้ารหัสในปัจจุบัน โครงการนี้สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการ 5 ปีของ สกมช. ในยุทธศาสตร์การสร้างขีดความสามารถด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศ

วัตถุประสงค์หลักของโครงการคือ 1) นำแผนการเตรียมความพร้อมระบบสารสนเทศเพื่อเข้าสู่ยุคควอนตัมไปดำเนินการกับหน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแล และหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ และ 2) เผยแพร่ผลดำเนินการตามแผนดังกล่าวเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินการกับหน่วยงานต่างๆ ของประเทศไทย

ขอบเขตงานที่ผู้รับจ้างต้องดำเนินการประกอบด้วย การบริหารจัดการโครงการ การจัดทำแผนการดำเนินงานและวิเคราะห์ความเสี่ยง การศึกษาและวิเคราะห์เพื่อจัดทำแผนเตรียมความพร้อมระบบสารสนเทศ พร้อมประเมินปัญหาและความเป็นไปได้ นอกจากนี้ ผู้รับจ้างต้องจัดกิจกรรมเผยแพร่ความรู้และสร้างความตระหนักผ่านการสัมมนา ประชุมเชิงปฏิบัติการ และฝึกอบรมในรูปแบบผสม (Hybrid) รวมไม่น้อยกว่า 5 ครั้ง ให้มีผู้เข้าร่วมทั้งหมดไม่น้อยกว่า 720 คน โดยกำหนดเป้าหมายเป็นหน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานควบคุม หน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ และหน่วยงานเอกชน

งานสำคัญอีกส่วนคือการจัดเตรียมแพลตฟอร์มฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ (Hands-on Lab) ด้าน Post-Quantum Cryptography (PQC) อย่างน้อย 1 แพลตฟอร์ม ซึ่งต้องมีเนื้อหาทั้งภาคบรรยายและภาคปฏิบัติครอบคลุมหัวข้อต่างๆ เช่น ภัยคุกคามจากควอนตัมคอมพิวเตอร์ วิธีการเข้ารหัสแบบใหม่ การปรับเปลี่ยนระบบสารสนเทศ และการทดลองใช้งานเครื่องมือจริง โดยแพลตฟอร์มต้องมีระยะเวลาใช้งานภาคปฏิบัติไม่น้อยกว่า 3 เดือน

English summary

The National Cyber Security Agency (NCSA) of Thailand is implementing a project titled “Activities for Preparing Information Systems for the Quantum Era.” This initiative aims to address emerging cyber threats posed by the development of quantum computing technology, which could compromise current cryptographic methods. The project aligns with NCSA’s 5-year action plan under the strategy to enhance national cybersecurity capacity.

The primary objectives are: 1) To implement a preparedness plan for the quantum era with regulatory/supervisory agencies and critical information infrastructure organizations, and 2) To disseminate the project’s outcomes as guidelines for various agencies across Thailand.

The contractor’s scope of work includes project management, development of an implementation plan with risk analysis, and conducting a study to create a quantum-ready information system transition plan. A key deliverable involves organizing hybrid (online and offline) seminars, workshops, and training sessions—totaling at least 5 events—for a minimum of 720 participants from target agencies. Additionally, the contractor must provide at least one hands-on training platform for Post-Quantum Cryptography (PQC). This platform must include both theoretical content and practical lab exercises covering topics like quantum threats, new encryption methods, system migration strategies, and tool testing, with lab access available for at least 3 months.

สถานที่ดำเนินการ

กรุงเทพมหานคร (เป็นสถานที่หลักสำหรับการจัดกิจกรรม ส่วนการสัมมนาสรุปผลอาจจัดที่ส่วนภูมิภาคได้)

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อนำแผนการเตรียมความพร้อมระบบสารสนเทศเพื่อเข้าสู่ยุคควอนตัม ไปดำเนินการกับหน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแล และหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ
  • เพื่อเผยแพร่ผลดำเนินการตามแผนการเตรียมความพร้อมระบบสารสนเทศเพื่อเข้าสู่ยุคควอนตัม ให้เป็นแนวทางในการดำเนินการกับหน่วยงานต่าง ๆ ของประเทศไทย

ขอบเขตของงาน

  • การบริหารจัดการโครงการ: ดำเนินการบริหารจัดการโครงการภายใต้ขอบเขตการดำเนินงานที่กำหนด
  • การจัดทำแผนการดำเนินงานกิจกรรม:
    • จัดทำกรอบแนวคิด ข้อเสนอ แนวทาง วิธีการดำเนินงาน และวิเคราะห์ความเสี่ยงพร้อมแนวทางการบริหารจัดการ
    • จัดทำแผนการดำเนินงาน (Gantt Chart) พร้อมรายละเอียดระยะเวลาและผู้รับผิดชอบ
    • จัดประชุมนำเสนอกรอบแนวคิดและแผนภายใน 15 วันนับจากวันลงนามสัญญา
    • จัดประชุมรายงานความคืบหน้าเป็นประจำทุกเดือนจนกว่าจะส่งมอบงานงวดสุดท้าย
  • การศึกษาและวิเคราะห์:
    • ศึกษาและวิเคราะห์เพื่อจัดทำแผนการเตรียมความพร้อมระบบสารสนเทศในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคควอนตัม
    • ประเมินปัญหาอุปสรรคและความเป็นไปได้ในการดำเนินการตามแผน
    • ตรวจสอบสภาวะแวดล้อมของกลุ่มเป้าหมายและปัจจัยภายนอก
    • จัดทำรายงานผลการศึกษาและวิเคราะห์ตามหลักวิชาการ
  • การจัดกิจกรรมฝึกอบรมและเผยแพร่ความรู้ (รูปแบบ Hybrid):
    • จัดฝึกอบรมเพื่อสร้างความตระหนักรู้และเผยแพร่แผน ณ กรุงเทพมหานคร ไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง สำหรับผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน รวมผู้เข้าร่วมไม่น้อยกว่า 300 คน (ออฟไลน์ 200 คน, ออนไลน์ 100 คน)
    • จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อให้หน่วยงานดำเนินการตามแผน ณ กรุงเทพมหานคร ไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง รวมผู้เข้าร่วมไม่น้อยกว่า 120 คน (ออฟไลน์)
    • จัดสัมมนารายงานผลการดำเนินการตามแผน ณ กรุงเทพมหานคร หรือส่วนภูมิภาค 1 ครั้ง รวมผู้เข้าร่วมไม่น้อยกว่า 300 คน (ออฟไลน์ 200 คน, ออนไลน์ 100 คน)
    • รวมทั้งหมดไม่น้อยกว่า 5 ครั้ง มีผู้เข้าร่วมรวมไม่น้อยกว่า 720 คน
    • ประสานงานและเชิญวิทยากรผู้มีความเชี่ยวชาญด้าน Cybersecurity, Quantum Computing และ Cryptography
    • นำเสนอหัวข้อ/กรอบเนื้อหาก่อนดำเนินการแต่ละครั้งเพื่อขอความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้าง
  • การจัดเตรียมแพลตฟอร์มฝึกอบรม:
    • จัดเตรียมแพลตฟอร์มฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ (Hands-on Lab) ด้าน Post Quantum Cryptography (PQC) อย่างน้อย 1 แพลตฟอร์ม
    • แพลตฟอร์มต้องมีเนื้อหาภาคบรรยายและภาคปฏิบัติครอบคลุมหัวข้อที่กำหนด
    • ต้องมีระยะเวลาใช้งานส่วนภาคปฏิบัติไม่น้อยกว่า 3 เดือน
    • มีวิดีโอสอนการเข้าใช้งานและคำแนะนำ

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • แผนการดำเนินงานกิจกรรม (รวม Gantt Chart)
  • รายงานผลการศึกษาและวิเคราะห์เพื่อจัดทำแผนการเตรียมความพร้อมระบบสารสนเทศ
  • การจัดกิจกรรมฝึกอบรม/สัมมนา/ประชุมเชิงปฏิบัติการ Hybrid รวม 5 ครั้ง
  • แพลตฟอร์มฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการด้าน Post-Quantum Cryptography (PQC) พร้อมระบบ Lab
  • รายงานความคืบหน้ารายเดือน
  • เอกสาร วัสดุ และสื่อการฝึกอบรมทั้งหมดที่ใช้ในกิจกรรม
  • รายงานสรุปผลการดำเนินโครงการ

ระยะเวลาดำเนินการ

  • เริ่มดำเนินงานหลังการลงนามในสัญญา
  • ต้องจัดประชุมนำเสนอกรอบแนวคิดและแผนการดำเนินงานภายใน 15 วันนับจากวันลงนามในสัญญา
  • ต้องจัดประชุมรายงานความคืบหน้าภายในวันที่ … ของทุกเดือน (วันที่ระบุไม่ชัดเจนใน TOR ที่ให้มา) จนกว่าจะส่งมอบงานงวดสุดท้าย
  • ระยะเวลาโครงการโดยรวมไม่ระบุชัดเจนใน TOR ที่ให้มา แต่อ้างอิงจากกิจกรรมและระยะเวลาใช้งานแพลตฟอร์ม (3 เดือน) คาดว่าเป็นโครงการระยะกลาง

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • ต้องไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    • ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    • ไม่อยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐชั่วคราวเนื่องจากไม่ผ่านเกณฑ์ประเมินผลการปฏิบัติงาน
    • ต้องไม่ถูกระบุชื่อในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานของกรมบัญชีกลาง
    • มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนด
    • ต้องลงทะเบียนในระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง
  • Standards Compliance: -
  • Experience:
    • ต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่จัดหานี้ โดยเป็นสัญญาฉบับเดียวที่แล้วเสร็จ (มีการส่งมอบงานและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว) ภายในมูลค่าไม่น้อยกว่า 9,000,000 บาท (เก้าล้านบาท)
    • ผลงานต้องเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานเอกชนที่ สกมช. เชื่อถือ
  • Previous Project Cost: ต้องมีผลงานที่แล้วเสร็จมูลค่าไม่น้อยกว่า 9,000,000 บาท
  • Technical Capabilities:
    • ความสามารถในการจัดเตรียมแพลตฟอร์มฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ (Hands-on Lab) ด้าน Post-Quantum Cryptography (PQC) ที่มีเนื้อหาและฟังก์ชันการทำงานตามข้อกำหนด
    • ความสามารถในการจัดการจัดงานสัมมนา/ฝึกอบรมแบบ Hybrid
  • Personnel:
    • ความสามารถในการประสานงานและเชิญวิทยากรซึ่งเป็นบุคลากรภาครัฐหรือภาคเอกชนที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ได้แก่ ด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity), การคำนวณแบบควอนตัม (Quantum Computing) และวิทยาการรหัสลับ (Cryptography)

เกณฑ์การพิจารณา

(ไม่ได้ระบุในส่วนของ TOR ที่ให้มา)

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • แพลตฟอร์มฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ (Hands-on Lab):
    • ต้องเป็นแพลตฟอร์มสำหรับฝึกอบรมเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ยุค Post Quantum Cryptography (PQC)
    • เนื้อหาภาคบรรยาย ต้องครอบคลุมอย่างน้อย: ภัยคุกคามการเข้ารหัสข้อมูลจากควอนตัมคอมพิวเตอร์, วิธีการเข้ารหัสแบบใหม่ที่ป้องกันภัยจากควอนตัมคอมพิวเตอร์, กฎหมาย/ข้อกำหนด/มาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับ PQC, กลยุทธ์การปรับเปลี่ยนระบบสารสนเทศเพื่อรองรับ PQC, ตัวอย่างเครื่องมือหรือวิธีการปรับเปลี่ยนระบบ
    • เนื้อหาภาคปฏิบัติ (Hands-on Lab) ต้องครอบคลุมอย่างน้อย: การติดตั้งระบบ Lab, การทดสอบ Migrate nginx เพื่อใช้ PQC, การทดสอบ Document Signing โดยใช้ PQC, การทดสอบ Java Code Signing โดยใช้ PQC, การทดสอบ Java PQ Toolkit, การทดสอบการใช้งาน Certificate แบบ PQC, มีระบบ Time Stamp Authority (TSA) ที่สนับสนุน PQC
    • ต้องมี ระยะเวลาใช้งานส่วนภาคปฏิบัติไม่น้อยกว่า 3 เดือน
    • ต้องมีวิดีโอสอนการเข้าใช้งานและคำแนะนำ
  • กิจกรรมฝึกอบรม:
    • จัดในรูปแบบผสม (Hybrid) คือทั้งออนไลน์และออฟไลน์
    • กำหนดจำนวนผู้เข้าร่วมขั้นต่ำและรูปแบบ (ออนไลน์/ออฟไลน์) ที่ชัดเจนสำหรับแต่ละประเภทกิจกรรม
    • สถานที่จัดกิจกรรมหลักอยู่ในกรุงเทพมหานคร (สามารถเปลี่ยนได้หากได้รับความเห็นชอบ)

เงื่อนไขสัญญา

(ไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับเงื่อนไขสัญญา เช่น การชำระเงิน หรือค่าปรับ ในส่วนของ TOR ที่ให้มา)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: โครงการนี้ต้องการแก้ไขปัญหาด้านความปลอดภัยใดเป็นหลัก?
    A: โครงการนี้มุ่งแก้ไขภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่อาจเกิดขึ้นจากคอมพิวเตอร์ควอนตัม ซึ่งมีศักยภาพในการ破解ขั้นตอนการเข้ารหัสลับ (Cryptography) แบบดั้งเดิมที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ทำให้ข้อมูลที่เข้ารหัสไว้มีความเสี่ยง
  • Q: กลุ่มเป้าหมายหลักของโครงการคือใคร?
    A: กลุ่มเป้าหมายหลักคือหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ (CII) และหน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแล ส่วนกลุ่มเป้าหมายรองคือหน่วยงานรัฐ ภาคการศึกษา และหน่วยงานเอกชนอื่นๆ
  • Q: แพลตฟอร์มฝึกอบรมที่ต้องจัดเตรียมต้องมีฟังก์ชันอะไรบ้าง?
    A: แพลตฟอร์มต้องมีทั้งเนื้อหาทฤษฎีและส่วนปฏิบัติการ (Hands-on Lab) โดยภาคปฏิบัติต้องรองรับการทดลองจริงเช่น การทดสอบ Migrate nginx, Document Signing, Java Code Signing ด้วย PQC รวมถึงมีระบบ Time Stamp Authority (TSA) และให้ผู้ใช้เข้าถึง Lab ได้ไม่น้อยกว่า 3 เดือน
  • Q: กิจกรรมฝึกอบรมจัดในรูปแบบใด และมีเงื่อนไขจำนวนผู้เข้าร่วมอย่างไร?
    A: จัดในรูปแบบ Hybrid (ผสมออนไลน์และออฟไลน์) โดยต้องมีผู้เข้าร่วมทั้งหมดไม่น้อยกว่า 720 คน จากกิจกรรม 5 ครั้ง โดยแยกจำนวนผู้เข้าร่วมออฟไลน์และออนไลน์ขั้นต่ำสำหรับแต่ละกิจกรรมอย่างชัดเจน
  • Q: ผู้รับจ้างมีหน้าที่เกี่ยวกับวิทยากรอย่างไร?
    A: ผู้รับจ้างต้องจัดหาและประสานงานเชิญวิทยากรซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านในสามสาขา ได้แก่ ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity), การคำนวณแบบควอนตัม (Quantum Computing) และวิทยาการรหัสลับ (Cryptography)
  • Q: สามารถเปลี่ยนสถานที่จัดกิจกรรมจากที่กำหนดได้หรือไม่?
    A: ได้ หากมีเหตุจำเป็น โดยผู้รับจ้างต้องเสนอขอความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้าง (สกมช.) ก่อนดำเนินการ
  • Q: ผู้รับจ้างต้องส่งมอบรายงานหรือแผนอะไรบ้างก่อนเริ่มกิจกรรมหลัก?
    A: ต้องจัดทำและนำเสนอกรอบแนวคิดการดำเนินงาน ข้อเสนอ แนวทาง วิธีการ และแผนการดำเนินงาน (รวมถึง Gantt Chart) พร้อมวิเคราะห์ความเสี่ยง ภายใน 15 วันหลังลงนามสัญญา
  • Q: แพลตฟอร์มที่พัฒนาขึ้นต้องเผยแพร่หรือเปิดให้ใช้งานกับใคร?
    A: TOR ระบุว่าต้องจัดเตรียมแพลตฟอร์ม “ตามขอบเขตงาน” ซึ่งเน้นใช้สำหรับการฝึกอบรมในโครงการนี้ โดยมีระยะเวลาใช้งาน Lab ไม่น้อยกว่า 3 เดือน ไม่ได้ระบุชัดเจนเกี่ยวกับการเผยแพร่สาธารณะ
  • Q: โครงการมีระยะเวลาดำเนินการทั้งหมดกี่เดือน?
    A: TOR ไม่ได้ระบุระยะเวลาโครงการโดยรวมที่ชัดเจน แต่อ้างอิงจากระยะเวลาใช้งานแพลตฟอร์ม Lab (3 เดือน) และการรายงานความคืบหน้าทุกเดือนจนส่งมอบงานงวดสุดท้าย แสดงว่าเป็นโครงการที่มีระยะเวลาดำเนินการหลายเดือน
  • Q: งานที่ผ่านมาที่ใช้ประกอบคุณสมบัติต้องมีลักษณะอย่างไร?
    A: ต้องเป็นผลงานประเภทเดียวกัน (ซึ่งน่าจะหมายถึงงานให้คำปรึกษา ฝึกอบรม หรือพัฒนาด้าน IT/ความมั่นคงปลอดภัย) ที่เป็นสัญญาเดียว ค่าตัวไม่น้อยกว่า 9 ล้านบาท และแล้วเสร็จเรียบร้อยแล้ว (ตรวจรับงานแล้ว) โดยเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานรัฐหรือเอกชนที่ สกมช. เชื่อถือ

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอบเขตของงาน (Terms of Reference: TOR)
กิจกรรมการเตรียมความพร้อมระบบสารสนเทศเพื่อเข้าสู่ยุคควอนตัม
หน้า ๑
๑. ความเป็นมา
NCSA
สกมช
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
กิจกรรมการเตรียมความพร้อมระบบสารสนเทศเพื่อเข้าสู่ยุคควอนตัม
ด้วยการพัฒนาของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์แบบควอนตัมจะก่อให้เกิดภัยคุกคามทางไซเบอร์รูปแบบใหม่
ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัยของขั้นตอนวิธีการเข้ารหัสที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน จึงมีความจําเป็น ที่หน่วยงานของรัฐ หน่วยงานควบคุมหรือกํากับดูแล หน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสําคัญทางสารสนเทศ หน่วยงานเอกชน และทุกหน่วยงานที่มีการใช้ระบบสารสนเทศในการปฏิบัติงานและในการสื่อสาร จะต้องมีการ
ดําเนินการเตรียมความพร้อมระบบสารสนเทศเพื่อเข้าสู่ยุคควอนตัม เพื่อป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์และ
ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากเทคโนโลยีควอนตัม
สํานักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ได้จัดทํากิจกรรม เตรียมความพร้อมระบบสารสนเทศเพื่อเข้าสู่ยุคควอนตัม ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ดําเนินการสอดคล้องกับแผนปฏิบัติ การระยะ ๕ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๖ - ๒๕๗๐) ของ สกมช. ยุทธศาสตร์ที่ ๑ สร้างขีดความสามารถในการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศ (บุคลากร องค์ความรู้ และเทคโนโลยี) (Capacity) กลยุทธ์ที่ ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาและนวัตกรรมด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดําเนินการ
ตามแผนการดําเนินการเตรียมความพร้อมระบบสารสนเทศเพื่อเข้าสู่ยุคควอนตัมกับหน่วยงานควบคุม
หรือกํากับดูแล และหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสําคัญทางสารสนเทศ รวมถึงหน่วยงานต่าง ๆ ของประเทศไทย ในการมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่เกิดจากคอมพิวเตอร์แบบควอนตัม
๒. วัตถุประสงค์
๒.๑ เพื่อนําแผนการเตรียมความพร้อมระบบสารสนเทศเพื่อเข้าสู่ยุคควอนตัม ไปดําเนินการกับหน่วยงาน ควบคุมหรือกํากับดูแล และหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสําคัญทางสารสนเทศ
๒.๒ เพื่อเผยแพร่ผลดําเนินการตามแผนการเตรียมความพร้อมระบบสารสนเทศเพื่อเข้าสู่ยุคควอนตัม ให้เป็นแนวทางในการดําเนินการกับหน่วยงานต่าง ๆ ของประเทศไทย
๓. คุณสมบัติผู้เสนอราคา
๓.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย ๓.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๓.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๓.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรี
ว่าการกระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศ กรมบัญชีกลาง
Le
สงคร
ยาโy c
ประธานกรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference: TOR)
กิจกรรมการเตรียมความพร้อมระบบสารสนเทศเพื่อเข้าสู่ยุคควอนตัม
หน้า ๒
๓.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงาน
ของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๓.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ
ภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
๓.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาทางอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๓.๔ ยื่นข้อเสนอต้องไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ที่ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ สกมช. ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ หรือไม่เป็นผู้ทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการเสนอราคาครั้งนี้
๓.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์ความคุ้มกันเช่นว่านั้น
ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทยเว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอ
๓.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government Procurement: e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
(๑) การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของหรือมูลค่าตามสัญญา
ของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วม
ค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้า ทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
(๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่น ข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้า
ทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการ
ร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้า ที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ (๓.๑) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจําหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๓.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่จัดหาดังกล่าว โดยต้องเป็นสัญญาฉบับเดียวและ เป็นงานที่แล้วเสร็จ โดยได้มีการส่งมอบงานและคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ภายในมูลค่าไม่น้อยกว่า 9,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) และต้องเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับ หน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานเอกชนที่ สกมช. เชื่อถือ โดยให้ส่งสําเนาหนังสือรับรองผลงานและสําเนาสัญญา จ้างคู่สัญญา พร้อมกันในวันที่ยื่นข้อเสนอราคา
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้ จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ
फालाई ळ
ประธานกรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference: TOR)
กิจกรรมการเตรียมความพร้อมระบบสารสนเทศเพื่อเข้าสู่ยุคควอนตัม
หน้า ๓
ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่ หน่วยงานของรัฐกําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงิน กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคล ที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือน มกราคม – เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้

(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบ แสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ํากว่า ๑ ล้านบาท
(๓) สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอ เป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงิน ฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอ
ในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชี
เงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
(๔) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะ เข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดาที่ถือ สัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของ โครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุน
หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจ
แจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขา รับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน (๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคล ธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัท
ค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย
เงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจ
ค้ําประกันตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้น
แจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๕) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดา ที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคา ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
(๖) กรณีตาม ข้อ ๑ - ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้
(๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
ประธานสม
ประธานกรรมการ
สุริตท
WAN
любый
कं
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference: TOR)
กิจกรรมการเตรียมความพร้อมระบบสารสนเทศเพื่อเข้าสู่ยุคควอนตัม
หน้า ๔
(๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติ
ล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้น
มีผลใช้บังคับ
ไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
การจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงาน
ขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๔. กลุ่มเป้าหมาย
๔.๑ กลุ่มเป้าหมายหลัก : หน่วยงานพื้นฐานสําคัญทางสารสนเทศ หน่วยงานควบคุมหรือกํากับดูแล ๔.๒ กลุ่มเป้าหมายรอง : หน่วยงานรัฐ หน่วยงานภาคการศึกษา และหน่วยงานเอกชนอื่น ๆ
๕. ขอบเขตของงาน
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องดําเนินการบริหารจัดการ และดําเนินการจัดกิจกรรมเพื่อเตรียมความพร้อมระบบ สารสนเทศเพื่อเข้าสู่ยุคควอนตัม ภายใต้ขอบเขตการดําเนินงาน โดยมีรายละเอียด ดังนี้
๕.๑ การจัดทําแผนการดําเนินงานกิจกรรม
๕.๑.๑ ผู้รับจ้างจะต้องจัดทํากรอบแนวคิดในการดําเนินงาน ข้อเสนอ แนวทาง วิธีการดําเนินงาน และ วิเคราะห์ความเสี่ยงในการดําเนินการพร้อมแนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยงนั้น
๕.๑.๒ ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําแผนการดําเนินงานของกิจกรรมต่าง ๆ (Gantt Chart) พร้อมทั้งอธิบาย รายละเอียดระยะเวลา และผู้รับผิดชอบในแต่ละกิจกรรม ให้ครอบคลุมตามขอบเขตการดําเนินงาน
๕.๑.๓ ผู้รับจ้างจะต้องจัดประชุมเพื่อนําเสนอกรอบแนวคิด แผนการดําเนินงาน ตามข้อ ๕.๑.๑ และ ๕.๑.๒ ภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา
๕.๑.๔ ผู้รับจ้างจะต้องจัดประชุมเพื่อรายงานความคืบหน้าของการดําเนินการภายในวันที่ ของทุกเดือน กับ สกมช. จนกว่าจะส่งมอบงานงวดสุดท้าย
๕.๒ การดําเนินการตามแผนการเตรียมความพร้อมระบบสารสนเทศเพื่อเข้าสู่ยุคควอนตัม
๕.๒.๑ ผู้รับจ้างจะต้องศึกษาและวิเคราะห์เพื่อจัดทําแผนการเตรียมความพร้อมระบบสารสนเทศ ในการเปลี่ยนผ่านเพื่อเข้าสู่ยุคควอนตัม พร้อมทั้งทําการประเมินปัญหาอุปสรรค และความเป็นไปได้ ในการดําเนินการตามแผน และตรวจสอบสภาวะแวดล้อมของกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงปัจจัยภายนอก พร้อม
จัดทําเป็นรายงานผลการศึกษาและวิเคราะห์ตามหลักวิชาการ
๕.๒.๒ ผู้รับจ้างจะต้องจัดสัมมนา ประชุมเชิงปฏิบัติการ และฝึกอบรมกับหน่วยงานกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้ดําเนินการตามแผนการเตรียมความพร้อมระบบสารสนเทศเพื่อเข้าสู่ยุคควอนตัม ตลอดโครงการ ตามที่ สกมช. กําหนด ไม่น้อยกว่า ๕ ครั้ง ในรูปแบบผสม (Hybrid) โดยมีผู้เข้าร่วมรวมไม่น้อยกว่า ๗๒๐ คน (แบบออฟไลน์ไม่น้อยกว่า ๕๒๐ คน และแบบออนไลน์ไม่น้อยกว่า ๒๐๐ คน) ในสถานที่เอกชน โดยมีรายละเอียด
ดังนี้
๕.๒.๒.๑ การฝึกอบรมเพื่อสร้างเสริมความตระหนักรู้การเตรียมความพร้อมระบบสารสนเทศ เพื่อเข้าสู่ยุคควอนตัม และเผยแพร่แผนการเตรียมความพร้อมระบบสารสนเทศเพื่อเข้าสู่ยุคควอนตัม
26675
บทโทน์ cd
कं
ประธานกรรมการ
กรรมการ กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference: TOR)
กิจกรรมการเตรียมความพร้อมระบบสารสนเทศเพื่อเข้าสู่ยุคควอนตัม
หน้า ๕
ณ กรุงเทพมหานคร กับกลุ่มผู้บริหารและกลุ่มผู้ปฏิบัติงาน จํานวนไม่น้อยกว่า ๒ ครั้ง ครั้งละไม่น้อยกว่า ๑ วัน วันละไม่น้อยกว่า 5 ชั่วโมง โดยมีผู้เข้าร่วมรวมไม่น้อยกว่า ๓๐๐ คน (แบบออฟไลน์ไม่น้อยกว่า ๒๐๐ คน และแบบ ออนไลน์ไม่น้อยกว่า ๑๐๐ คน)
๕.๒.๒.๒ การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อให้หน่วยงานกลุ่มเป้าหมายดําเนินการตามแผนการเตรียม ความพร้อมระบบสารสนเทศเพื่อเข้าสู่ยุคควอนตัม ณ กรุงเทพมหานคร จํานวน ๒ ครั้ง ครั้งละไม่น้อยกว่า ๒ วัน วันละไม่น้อยกว่า 5 ชั่วโมง โดยมีผู้เข้าร่วมรวมไม่น้อยกว่า ๑๒๐ คน (แบบออฟไลน์)
๕.๒.๒.๓ การสัมมนาเพื่อรายงานผลการดําเนินการตามแผนการเตรียมความพร้อมระบบ สารสนเทศเพื่อเข้าสู่ยุคควอนตัม ณ กรุงเทพมหานคร หรือส่วนภูมิภาค จํานวน ๑ ครั้ง ครั้งละไม่น้อยกว่า ๑ วัน วันละไม่น้อยกว่า 5 ชั่วโมง โดยมีผู้เข้าร่วมรวมไม่น้อยกว่า ๓๐๐ คน (แบบออฟไลน์ไม่น้อยกว่า ๒๐๐ คน และแบบ ออนไลน์ไม่น้อยกว่า ๑๐๐ คน)
ทั้งนี้ หากมีเหตุจําเป็น ผู้รับจ้างสามารถเปลี่ยนแปลงจังหวัดที่ดําเนินการจัดอบรมได้ โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้างก่อนดําเนินการ
๕.๒.๓ ผู้รับจ้างจะต้องจัดเตรียมแพลตฟอร์มที่ใช้ในการฝึกอบรมเพื่อการเตรียมความพร้อมและเปลี่ยน ผ่านระบบสารสนเทศเพื่อรองรับยุคควอนตัม ตามขอบเขตงาน ข้อ ๕.๒.๒ จํานวนอย่างน้อย ๑ แพลตฟอร์ม โดยจะต้องเสนอให้ผู้รับจ้างให้ความความเห็นชอบก่อน โดยมีรายละเอียดไม่น้อยกว่า ดังนี้
(๑) เป็นแพลตฟอร์มที่ใช้ในการฝึกอบรมเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมเพื่อเปลี่ยนผ่าน
สู่ยุค Post Quantum Cryptography (POC)
(๒) มีเนื้อหาส่วนภาคบรรยายที่ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ อย่างน้อย ดังนี้

  • ภัยคุกคามการเข้ารหัสข้อมูลจากควอนตัมคอมพิวเตอร์
  • วิธีการเข้ารหัสแบบใหม่ที่สามารถป้องกันภัยจากควอนตัมคอมพิวเตอร์
  • กฎหมาย ข้อกําหนด หรือมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับ PQC
  • กลยุทธการปรับเปลี่ยนระบบสารสนเทศเพื่อรองรับ POC
  • ตัวอย่างเครื่องมือ หรือวิธีการในการปรับเปลี่ยนระบบสารสนเทศเพื่อรองรับ POC (๒) มีเนื้อหาส่วนภาคปฏิบัติ (Hands-on Lab) ที่ครอบคลุมเนื้อหา อย่างน้อย ดังนี้
  • การติดตั้งระบบ Lab
  • การทดสอบ Migrate nginx เพื่อใช้ PQC
  • การทดสอบ Document Signing โดยใช้ POC
  • การทดสอบ Java Code Signing โดยใช้ PQC
  • การทดสอบ Java PQ Toolkit
  • การทดสอบการใช้งาน Certificate แบบ PQC
  • มีระบบ Time Stamp Authority (TSA) ที่สนับสนุน POC
  • มีระยะเวลาในการใช้งานส่วนภาคปฏิบัติ ไม่น้อยกว่า ๓ เดือน
    (๓) มีวีดีโอสอนการเข้าใช้งานและคําแนะนําในการฝึกในเนื้อหาส่วนภาคปฏิบัติ ๕.๒.๔ ผู้รับจ้างจะต้องนําเสนอหัวข้อ หรือกรอบเนื้อหา หรือระเบียบวาระการประชุม ฝึกอบรมประชุม สัมมนาในแต่ละครั้ง เพื่อให้ผู้ว่าจ้างพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนดําเนินการ
    สําหรับการ
    ๕.๒.๕ ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาและประสานเชิญวิทยากรซึ่งเป็นบุคลากรภาครัฐหรือภาคเอกชน ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity) การคํานวณแบบควอนตัม (Quantum Computing) และวิทยาการรหัสลับ (Cryptography) และมีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อ

    कलि
    ประธานกรรมการ
    กรรมการ กรรมการ
    กรรมการ
    กรรมการ