จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการยกเลิกประกาศเชิญชวน

ประกวดราคาจ้างจ้างดำเนินโครงการบำรุงรักษาระบบฐานข้อมูลสารสนเทศวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (NSTIS) ประจำปีงบประมาณ 2568

สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 69019217481
฿2,200,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 12 มี.ค. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) เปิดประมูลจ้างเหมารายปีเพื่อบำรุงรักษาระบบฐานข้อมูลสารสนเทศวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (National Science and Technology Information System: NSTIS) สำหรับปีงบประมาณ 2568 ด้วยวงเงิน 2,200,000 บาท ระยะเวลาดำเนินงาน 365 วัน โครงการนี้มุ่งมั่นรักษาระบบฐานข้อมูลสำคัญของประเทศซึ่งรวบรวมข้อมูลทรัพยากรด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เช่น ข้อมูลบุคลากร งานวิจัย เครื่องมือ ห้องปฏิบัติการ และศูนย์ความเป็นเลิศ ให้มีความพร้อมใช้งานต่อเนื่อง มีเสถียรภาพ และมีความปลอดภัยของข้อมูล

ขอบเขตงานหลักประกอบด้วย 2 ส่วนใหญ่ๆ ได้แก่ การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) ซึ่งรวมถึงการตรวจสอบการทำงานของซอฟต์แวร์ ฐานข้อมูล และเซิร์ฟเวอร์เป็นประจำ การตรวจสอบสถานะทรัพยากรระบบ และการสำรองข้อมูลตามรอบระยะเวลาที่กำหนด พร้อมจัดทำรายงานทุก 3 เดือน ส่วนที่สองคือการบำรุงรักษาเชิงแก้ไข (Corrective Maintenance) เพื่อรับมือและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับระบบทันทีเมื่อได้รับแจ้ง พร้อมทั้งมีการปรับปรุงโมดูลเฉพาะ เช่น smart search, รายงานขั้นสูง, รายงานสำหรับผู้บริหาร และการรับ-ส่ง API ตามที่ สป.อว. กำหนด

นอกจากนี้ ผู้รับจ้างยังต้องจัดให้มีบริการช่วยเหลือผู้ใช้งานผ่านระบบ NSTIS โดยตรง ซึ่งรวมถึงโมดูลแจ้งปัญหาและติดตามสถานะ (Helpdesk/Ticketing System) แบบเรียลไทม์ บริการ Remote Assistance บริการ Live Chat และคู่มือการใช้งานออนไลน์ โดยมีเงื่อนไขเวลาแก้ไขปัญหาภายใน 3 วันทำการหลังได้รับแจ้ง

English summary

The Office of the Permanent Secretary, Ministry of Higher Education, Science, Research and Innovation (MHESI) is procuring an annual maintenance service for the National Science and Technology Information System (NSTIS) for the fiscal year 2025, with a budget of 2,200,000 THB and a project duration of 365 days. This project aims to ensure the continuous availability, stability, and security of this crucial national database system, which consolidates key science, technology, and innovation resources such as personnel, research, equipment, laboratories, and centers of excellence.

The core scope of work encompasses two main areas: Preventive Maintenance (PM), including regular checks of software, database, and server performance; monitoring of system resource status; and scheduled data backups, with quarterly reporting. The second area is Corrective Maintenance (CM) to promptly address and resolve system issues upon notification, along with enhancements to specific modules like smart search, advanced reporting, executive reporting, and API integration as specified by MHESI.

Additionally, the contractor must provide integrated user support services within the NSTIS platform, including a real-time helpdesk/ticketing system for issue reporting and tracking, remote assistance, live chat support, and online user manuals. Problem resolution must be completed within 3 business days after notification.

สถานที่ดำเนินการ

ไม่ได้ระบุสถานที่ตั้งโครงการอย่างเจาะจงใน TOR นี้ ระบุเพียงหน่วยงานผู้ว่าจ้างคือ สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.)

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อให้ระบบฐานข้อมูลสารสนเทศวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (NSTIS) มีความพร้อมใช้งานอย่างต่อเนื่อง มีเสถียรภาพ และปลอดภัยในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งาน
  • เพื่อดําเนินการบํารุงรักษาระบบฯ ทั้งเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) และเชิงแก้ไข (Corrective Maintenance) อย่างเป็นระบบและมีมาตรฐาน เพื่อลดความเสี่ยงและจํากัดผลกระทบจากการชํารุดของระบบ
  • เพื่อให้สามารถตอบสนองการใช้งานของหน่วยงานรัฐ นักวิจัย ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่เกิดความล่าช้าหรือข้อมูลผิดพลาด
  • เพื่อให้การบริหารจัดการและการให้บริการด้านข้อมูลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมและถูกต้องตรงตามวัตถุประสงค์ของระบบ

ขอบเขตของงาน

งานบำรุงรักษาระบบแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ดังนี้

1. บํารุงรักษาเพื่อป้องกันระบบ (Preventive Maintenance: PM)

  • ตรวจสอบการทํางานของ Software, Database และ File Server เป็นประจําสม่ําเสมอ
  • ตรวจสอบและรายงานข้อมูลสถานะการทํางานของ CPU, RAM และพื้นที่ Hard Disk ของเครื่องแม่ข่าย
  • ดําเนินการสํารองข้อมูล
    • สํารองข้อมูลซอฟต์แวร์ (Software) ทุกๆ ๓ เดือน
    • สํารองฐานข้อมูล (Database) ทุกๆ สัปดาห์
    • สํารองข้อมูล (Data) ทุกๆ สัปดาห์
  • แจ้งให้ สป.อว. ทราบทันทีเมื่อมีเหตุการณ์ผิดปกติหรือการโจมตีทางไซเบอร์
  • จัดทํารายงานสรุปผลการปฏิบัติงาน PM ส่งทุก 3 เดือน

2. บํารุงรักษาเพื่อแก้ไขระบบ (Corrective Maintenance: CM)

  • รับประกันการใช้งานระบบให้สามารถรองรับการปฏิบัติงานได้ตามปกติ
  • ปรับปรุงแก้ไขระบบเมื่อมีการบกพร่องหรือข้อมูลผิดพลาดจากระบบงาน
  • ให้บริการคําปรึกษา แนะนํา และวิเคราะห์ปัญหาเกี่ยวกับการใช้งานระบบ พร้อมหาวิธีการแก้ไข
  • ปรับปรุงแก้ไขโมดูลต่างๆ ตามที่ สป.อว. กําหนด ได้แก่
    • Module smart search
    • Module รายงานขั้นสูงและ module รายงานสําหรับผู้บริหาร
    • การรับ-ส่ง API
  • จัดทําแผนทดสอบการกู้คืนระบบและดําเนินการตามแผน 1 ครั้ง พร้อมรายงาน

3. การบํารุงรักษาและการให้บริการ

  • แก้ไขข้อขัดข้องทั้งหมดของระบบให้ใช้งานได้ปกติ โดยเริ่มดําเนินการภายใน 7 วันทําการ และแก้ไขให้เสร็จภายใน 3 วันทําการนับจากได้รับแจ้ง
  • จัดให้มี module ให้บริการช่วยเหลือผู้ใช้งาน (Helpdesk) ในระบบ NSTIS โดยมีคุณสมบัติ:
    • พัฒนาขึ้นเอง ไม่ได้ประยุกต์จาก Open Source
    • มีบริการแจ้งปัญหาพร้อมแนบภาพได้มากกว่า 1 ภาพ
    • มีบริการติดตามสถานะปัญหาแบบ Online ผ่าน Ticket ID
    • ส่งข้อมูลการแจ้งปัญหาให้ สป.อว. ในรูปแบบไฟล์ Excel ทุกเดือน
  • ให้บริการ Remote Assistance เพื่อควบคุมหน้าจอผู้ใช้งานแบบ Real-time
  • ให้บริการคู่มือแนะนําการใช้งานในรูปแบบ Online (รองรับ Text, เอกสาร, รูปภาพ, วิดีโอ)
  • ให้บริการ Live Chat สําหรับสอบถามปัญหากับเจ้าหน้าที่แบบ Real Time
  • ทําการเคลื่อนย้ายระบบไปยัง Server ใหม่ตามที่ สป.อว. กําหนด (ถ้ามี)
  • ให้บริการคําปรึกษาสําหรับการเชื่อมโยงกับหน่วยงานอื่นตามที่ สป.อว. กําหนด (ถ้ามี)

4. เงื่อนไขทั่วไป

  • ต้องกําหนดช่องทางการติดต่อ ได้แก่ เบอร์โทรศัพท์และ Line ติดต่อได้ในวันทําการ 08.30 - 18.00 น.
  • ต้องปฏิบัติตามระเบียบของฝ่ายบริหารอาคารเมื่อต้องเข้าปฏิบัติงานในสถานที่

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • รายงานการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (PM Report): ส่งเป็นราย 3 เดือน ตามงวดงาน ประกอบด้วยรายละเอียดการตรวจสอบซอฟต์แวร์/ฐานข้อมูล สถานะเครื่องแม่ข่าย และผลการสำรองข้อมูล
  • ระบบหลังการปรับปรุงแก้ไข (CM): ระบบที่ได้รับการแก้ไขและปรับปรุงโมดูลต่างๆ ตามข้อกำหนด
  • รายงานแผนและผลการทดสอบการกู้คืนระบบ: จากกิจกรรมทดสอบการกู้คืนระบบ 1 ครั้ง
  • Module บริการช่วยเหลือผู้ใช้งาน (Helpdesk System): ที่พัฒนาขึ้นเอง พร้อมฟังก์ชันแจ้งปัญหาและติดตามสถานะ
  • ไฟล์ Excel สรุปข้อมูลการแจ้งปัญหา: ส่งให้ สป.อว. ทุกเดือน
  • บริการ Remote Assistance และ Live Chat Support: ที่พร้อมให้บริการ
  • คู่มือการใช้งานระบบออนไลน์: ในรูปแบบมัลติมีเดีย
  • แผนการเคลื่อนย้ายระบบ (ถ้ามี): หาก สป.อว. กำหนดให้ย้ายระบบไปยัง Server ใหม่

ระยะเวลาดำเนินการ

ระยะเวลาดำเนินโครงการทั้งหมด 365 วัน (1 ปี) นับจากวันลงนามในสัญญา การส่งมอบงานและชำระเงินแบ่งออกเป็น 4 งวดเท่าๆ กัน ดังนี้

  • งวดที่ 1: ส่งมอบงานภายใน 90 วันหลังลงนาม
  • งวดที่ 2: ส่งมอบงานภายใน 180 วันหลังลงนาม
  • งวดที่ 3: ส่งมอบงานภายใน 270 วันหลังลงนาม
  • งวดที่ 4 (สุดท้าย): ส่งมอบงานภายใน 365 วันหลังลงนาม
    *การส่งมอบรายงานต้องทำภายใน 5 วันทำการนับจากสิ้นเดือนของแต่ละงวด
    **เวลาทำการสำหรับการตอบรับและแก้ไขปัญหา: วันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 18.00 น. (ยกเว้นวันหยุดราชการ)

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Standards Compliance: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องได้รับมาตรฐานการพัฒนาซอฟต์แวร์ตามกรอบมาตรฐานสากล ISO/IEC 29110 และต้องยื่นเอกสารรับรองนี้ในวันยื่นเสนอราคา
  • Experience: ไม่ได้ระบุประสบการณ์เฉพาะ (เช่น ปีในธุรกิจ, โครงการที่คล้ายกัน) ไว้ชัดเจนใน TOR นี้
  • Previous Project Cost: ไม่ได้ระบุเงื่อนไขเกี่ยวกับมูลค่าโครงการในอดีต
  • Technical Capabilities: ความสามารถจะถูกประเมินผ่านการนำเสนอและสาธิตการทำงานของระบบ (Proof of Concept: POC) ในวันเสนอข้อเสนอ โดยต้องแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจระบบ NSTIS และความสามารถในการบริหารจัดการและดูแลบำรุงรักษาระบบงานได้
  • Personnel: ต้องมีเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ ความชํานาญในการให้บริการบำรุงรักษาและให้คำปรึกษาแก้ไขปัญหา
  • Financial Requirements:
    • นิติบุคคล (จัดตั้งเกิน 1 ปี): ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ (สินทรัพย์สุทธิ - หนี้สินสุทธิ) เป็นบวก จากงบการเงินปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
    • นิติบุคคล (จัดตั้งใหม่หรือต่างประเทศที่ยังไม่มีงบ): ต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระแล้วไม่ต่ำกว่าขั้นต่ำตามมูลค่าการจัดซื้อจัดจ้าง (จาก TOR นี้ วงเงิน 2.2 ล้านบาท อยู่ในเกณฑ์ “เกิน 1 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 5 ล้านบาท” จึงต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท)
    • บุคคลธรรมดา: ต้องมีหนังสือรับรองบัญชีเงินฝาก (ไม่เกิน 90 วัน) ที่แสดงเงินฝากคงเหลือไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณโครงการ (550,000 บาท)
    • ทางเลือกอื่น: หากไม่มีมูลค่าสุทธิหรือทุนจดทะเบียนเพียงพอ สามารถแสดงวงเงินสินเชื่อจากสถาบันการเงินที่ได้รับการรับรอง มูลค่าไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณโครงการ

เกณฑ์การพิจารณา

การพิจารณาข้อเสนอใช้หลักเกณฑ์การประเมินประสิทธิภาพต่อราคา (Price Performance) โดยมีน้ำหนักคะแนนดังนี้

  • ด้านคุณภาพ (Technical/Quality): น้ำหนัก 90%
  • ด้านราคา (Price): น้ำหนัก 10%

เกณฑ์การให้คะแนนด้านคุณภาพ (รวม 100 คะแนน) จะประเมินจากการนำเสนอ (Presentation) และการสาธิต Proof of Concept (POC) โดยแบ่งเป็น:

  1. ความเข้าใจการทำงานของระบบ NSTIS (25 คะแนน): นำเสนอชุดข้อมูล, การนำเข้าข้อมูล, การเผยแพร่ข้อมูล, รายงานต่างๆ, การบริหารจัดการหลังบ้าน, และข้อเสนอพิเศษเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบ
  2. แผนการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (PM) (20 คะแนน): แผนการบำรุงรักษาซอฟต์แวร์และฐานข้อมูล, การ Monitor สถานะเครื่องแม่ข่าย, และแผนการสำรองข้อมูล
  3. หลักการและแนวทางกำหนด SLA สำหรับการบำรุงรักษาเชิงแก้ไข (CM) (20 คะแนน): SLA สำหรับเคสปกติ, เคสฉุกเฉิน, และเคสที่ใช้เวลานานกว่าปกติ
  4. Module แจ้งปัญหาสำหรับผู้ใช้งาน (15 คะแนน): ฟังก์ชันการทำงาน, หน้าจอแจ้งปัญหา, หน้าจอติดตามเคส, และ Template Excel
  5. แผนกู้คืนระบบ (10 คะแนน)
  6. แผนเคลื่อนย้ายระบบ (10 คะแนน)

เงื่อนไขผ่าน: ผู้เสนอราคาต้องได้คะแนนด้านคุณภาพไม่น้อยกว่า 70% ของคะแนนเต็ม (70 คะแนนขึ้นไป) จึงจะผ่านเกณฑ์และเข้าสู่การพิจารณาด้านราคาต่อไป

ข้อกำหนดทางเทคนิค

ระบบที่ต้องรับผิดชอบบำรุงรักษาคือ ระบบฐานข้อมูลสารสนเทศวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (National Science and Technology Information System: NSTIS) ซึ่งพัฒนาต่อยอดจากฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (STDB) ระบบนี้ทำหน้าที่จัดเก็บและบริหารจัดการข้อมูลสำคัญของประเทศในหลายมิติ ได้แก่

  • ข้อมูลบุคลากรวิทยาศาสตร์
  • ข้อมูลงานวิจัย
  • ข้อมูลเครื่องมือและอุปกรณ์วิทยาศาสตร์
  • ข้อมูลห้องปฏิบัติการ
  • ข้อมูลศูนย์ความเป็นเลิศทางวิทยาศาสตร์

หน้าที่หลักของระบบ ได้แก่ การนำเข้าข้อมูล, การเผยแพร่ข้อมูล, การสร้างรายงาน (รวมถึงรายงานขั้นสูงและรายงานสำหรับผู้บริหาร), การบริหารจัดการหลังบ้าน (Back-office Management), และการค้นหาอัจฉริยะ (Smart Search)

ข้อกำหนดทางเทคนิคเพิ่มเติม:

  • Module บริการช่วยเหลือผู้ใช้งาน (Helpdesk): ต้องพัฒนาขึ้นเอง (In-house development) โดยไม่ได้ประยุกต์มาจากโปรแกรม Open Source และต้องผ่านการตรวจสอบความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ
  • การเชื่อมต่อ: ระบบต้องรองรับและสามารถปรับปรุงการรับ-ส่ง API ตามที่กำหนด
  • ความพร้อมใช้งานและเวลาแก้ไข: ระบบต้องพร้อมใช้งานสูง เวลาแก้ไขปัญหาหลังได้รับแจ้งต้องไม่เกิน 3 วันทำการ
  • การสำรองข้อมูล: ต้องมีแผนสำรองข้อมูลซอฟต์แวร์ทุก 3 เดือน และสำรองฐานข้อมูลและข้อมูลทุกสัปดาห์

เงื่อนไขสัญญา

  • การชำระเงิน: แบ่งชำระเป็น 4 งวด เท่ากัน งวดละ 25% ของค่าจ้าง (550,000 บาทต่องวด) หลังจากส่งมอบงานในแต่ละงวดและคณะกรรมการตรวจรับพัสดุตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว
  • ค่าปรับ: กรณีส่งมอบงานเกินระยะเวลาที่กำหนด จะคิดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของวงเงินงบประมาณ (2,200,000 บาท) ซึ่งเท่ากับ 2,200 บาทต่อวัน
  • ความรับผิดชอบ: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้นแก่ผู้ว่าจ้าง บุคลากร หรือบุคคลภายนอก อันเป็นผลมาจากการกระทำหรือละเว้นการกระทำของผู้รับจ้างหรือบุคลากรของผู้รับจ้าง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: ผู้รับจ้างต้องมีช่องทางการติดต่อแบบใดบ้าง?
    A: ต้องมีเบอร์โทรศัพท์และช่องทาง Line ที่สามารถติดต่อได้ในวันทำการ (จันทร์-ศุกร์) เวลา 08.30 - 18.00 น.

  • Q: รายงานการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (PM) ต้องส่งบ่อยแค่ไหน และส่งให้ใคร?
    A: ต้องจัดทำและส่งรายงานให้สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) เป็นราย 3 เดือน ตามงวดงานที่กำหนด

  • Q: การสำรองข้อมูลมีรอบระยะเวลาอย่างไร?
    A: สำรองข้อมูลซอฟต์แวร์ (Software) ทุกๆ 3 เดือน สำรองฐานข้อมูล (Database) และข้อมูล (Data) ทุกๆ สัปดาห์

  • Q: เมื่อผู้ใช้งานแจ้งปัญหาเข้ามา ผู้รับจ้างมีเวลาตอบสนองและแก้ไขนานแค่ไหน?
    A: ต้องเริ่มดำเนินการแก้ไขภายใน 7 วันทำการหลังจากได้รับแจ้ง และต้องแก้ไขให้เสร็จภายใน 3 วันทำการนับจากได้รับแจ้ง หากไม่สามารถแก้ไขได้ในเวลาดังกล่าวต้องชี้แจงเป็นรายกรณี

  • Q: Module แจ้งปัญหาสำหรับผู้ใช้งานมีคุณสมบัติอะไรที่จำเป็นบ้าง?
    A: ต้องพัฒนาขึ้นเอง (ไม่ใช่ Open Source), ต้องมีฟังก์ชันให้ผู้ใช้แจ้งปัญหาพร้อมแนบภาพได้, มีระบบติดตามสถานะปัญหาแบบออนไลน์ผ่าน Ticket ID และสามารถส่งออกข้อมูลเป็นไฟล์ Excel ได้

  • Q: ต้องมีการทดสอบการกู้คืนระบบหรือไม่?
    A: ต้องจัดทำแผนทดสอบการกู้คืนระบบและดำเนินการตามแผน 1 ครั้ง ภายในระยะเวลาสัญญา พร้อมจัดส่งรายงานผล

  • Q: ผู้รับจ้างต้องให้บริการช่วยเหลือผู้ใช้งานในรูปแบบใดได้บ้าง?
    A: ต้องให้บริการได้หลายรูปแบบ ได้แก่ ระบบแจ้งปัญหา (Ticketing), Remote Assistance แบบควบคุมหน้าจอได้จริง, Live Chat แบบเรียลไทม์ และคู่มือการใช้งานออนไลน์

  • Q: มีการปรับปรุงโมดูลใดบ้างที่รวมอยู่ในขอบเขตงาน?
    A: มีการปรับปรุงแก้ไข Module Smart Search, Module รายงานขั้นสูงและรายงานสำหรับผู้บริหาร, และการรับ-ส่ง API ตามที่ สป.อว. กำหนด

  • Q: ผู้รับจ้างต้องเตรียมความพร้อมสำหรับการเคลื่อนย้ายระบบหรือไม่?
    A: ต้องเตรียมพร้อมและดำเนินการเคลื่อนย้ายระบบไปไว้บนเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Server) ตามที่ สป.อว. กำหนด หากมีคำสั่งดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงสัญญา

  • Q: ในขั้นตอนการเสนอราคา ต้องมีการสาธิตระบบ (POC) หรือไม่?
    A: จำเป็นต้องมีการนำเสนอและสาธิตการทำงานของระบบ NSTIS (Proof of Concept) ต่อคณะกรรมการ โดยมีเวลาไม่เกิน 45 นาที ณ สถานที่ที่ สป.อว. กำหนด

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
จ้างเหมาโครงการบํารุงรักษาระบบฐานข้อมูลสารสนเทศวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (NSTIS) ประจําปี
งบประมาณ ๒๕๖๘
๑. หลักการและเหตุผล
ในยุคปัจจุบันที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ทั้งด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม การมีข้อมูลที่ถูกต้อง ทันสมัย และเชื่อถือได้กลายเป็นสิ่งที่สําคัญมากยิ่งขึ้นสําหรับการดําเนินงาน ขององค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งถือเป็น ข้อมูลด้าน
องค์ประกอบสําคัญในการผลักดันการพัฒนาประเทศให้ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างยั่งยืนและมั่นคง วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจึงเป็นทรัพยากรที่มีมูลค่าสูงและจําเป็นต้องได้รับการจัดการอย่างเป็นระบบ มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อนําไปสู่การใช้งานที่เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งในการวิจัย พัฒนา และการดําเนินการเชิงนโยบาย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มีบทบาทสําคัญในการเก็บรวบรวมและ บริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศในด้านการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของประเทศ โดยได้มี การสํารวจและบันทึกข้อมูลทรัพยากรเกี่ยวข้องในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลบุคลากรวิทยาศาสตร์ ข้อมูลงานวิจัย ข้อมูลเครื่องมือและอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ ข้อมูลห้องปฏิบัติการ และข้อมูลศูนย์ความเป็นเลิศทาง วิทยาศาสตร์ ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องมีการจัดเก็บอย่างเป็นระบบ มีความปลอดภัย และสามารถเข้าถึงได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และแม่นยํา เพื่อใช้ในการบริหารจัดการและการพัฒนานโยบายของประเทศ รวมทั้งสามารถเป็น
ฐานข้อมูลที่เชื่อถือได้แก่ภาคประชาชนและผู้ประกอบการ ที่ต้องการค้นหาข้อมูลโครงสร้างพื้นฐาน
ทางวิทยาศาสตร์และวิจัย เพื่อใช้ประโยชน์ในการต่อยอดเชิงพาณิชย์และพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ ที่สามารถ
ตอบสนองความต้องการของตลาดและสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ด้วยเหตุนี้ ระบบฐานข้อมูลสารสนเทศวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (National Science and Technology Information System: NSTIS) จึงถูกยกระดับจากฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี (STDB) และมีการพัฒนาต่อยอดเพื่อเป็นเครื่องมือสําคัญในการบริหารจัดการและการพัฒนา นโยบายที่ถูกต้องของหน่วยงานภาครัฐ รวมถึงการอํานวยความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูลสารสนเทศที่สําคัญแก่ ประชาชนทั่วไป ผู้ประกอบการ และนักวิจัย เพื่อส่งเสริมให้เกิดการประยุกต์ใช้องค์ความรู้และงานวิจัยในการ สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ การเพิ่มศักยภาพทางการแข่งขันของภาคธุรกิจ และการยกระดับคุณภาพชีวิตของ
ประชาชนผ่านการเข้าถึงองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีประโยชน์
ระบบ NSTIS ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการจัดเก็บและการจัดการข้อมูลสารสนเทศที่สําคัญเหล่านี้ ให้สามารถเข้าถึงได้ง่าย รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพสูงสุด แต่อย่างไรก็ตาม การดูแลและบํารุงรักษาระบบ NSTIS ให้สามารถทํางานได้อย่างต่อเนื่องนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากเป็นระบบที่มีความซับซ้อนสูง ประกอบด้วย องค์ประกอบหลายส่วนที่ต้องทํางานร่วมกันอย่างลงตัว รวมถึงต้องสามารถรองรับการใช้งานที่หลากหลาย ทั้งในส่วนของข้อมูลการวิจัย ข้อมูลการใช้งานเครื่องมือและอุปกรณ์ ข้อมูลบุคลากร และข้อมูลสถานที่และ สิ่งอํานวยความสะดวกต่าง ๆ อีกทั้งระบบยังต้องมีความปลอดภัยสูง และมีการบํารุงรักษาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ มั่นใจได้ว่า ข้อมูลทั้งหมดจะยังคงถูกจัดเก็บอย่างปลอดภัยและถูกต้องตลอดเวลา
sch
Sock
ดังนั้น การว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ในการดูแลระบบฐานข้อมูล ขนาดใหญ่และซับซ้อนเช่นนี้ จึงเป็นสิ่งที่จําเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าระบบ NSTIS จะสามารถทํางานได้ อย่างต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพ และมีความปลอดภัย โดยผู้เชี่ยวชาญที่เข้ามาดูแลระบบควรได้รับการรับรอง มาตรฐานระดับสากล เช่น มาตรฐาน ISO/IEC ๒๙๑๑๐ ซึ่งเป็นมาตรฐานในการพัฒนาซอฟต์แวร์และการจัดการ คุณภาพของระบบสารสนเทศ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้ดูแลระบบจะมีความสามารถในการปฏิบัติงานตามแนวทาง และมาตรฐานที่กําหนดไว้อย่างเคร่งครัด รวมถึง ในการบํารุงรักษาระบบ NSTIS จะต้องมีการดําเนินการที่เป็น ระบบและชัดเจนในทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการดูแลเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) เพื่อป้องกัน ปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นกับระบบก่อนที่จะกลายเป็นปัญหาที่รุนแรงขึ้น การบํารุงรักษาเชิงแก้ไข (Corrective Maintenance) ที่จะต้องสามารถจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที รวมถึงมีระบบการให้บริการ
ช่วยเหลือผู้ใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถแก้ไขปัญหาการใช้งานระบบได้อย่างรวดเร็วและ
มีประสิทธิผลสูงสุด
๒. วัตถุประสงค์
๑. เพื่อให้ระบบฐานข้อมูลสารสนเทศวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (National Science and Technology Information System: NSTIS) มีความพร้อมใช้งานอย่างต่อเนื่อง มีเสถียรภาพ และปลอดภัย ในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งาน
๒. เพื่อดําเนินการบํารุงรักษาระบบฯ ทั้งเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) และเชิงแก้ไข (Corrective Maintenance) อย่างเป็นระบบและมีมาตรฐาน เพื่อลดความเสี่ยงและจํากัดผลกระทบ จากการชํารุดของระบบ
๓.
เพื่อให้สามารถตอบสนองการใช้งานของหน่วยงานรัฐ นักวิจัย ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไปได้ อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่เกิดความล่าช้าหรือข้อมูลผิดพลาด
๔. เพื่อให้การบริหารจัดการและการให้บริการด้านข้อมูลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมและ ถูกต้องตรงตามวัตถุประสงค์ของระบบ
๓. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๓.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย ๓.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๓.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนี่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่า การกระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๓.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน
ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๓.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐ กําหนดในราชกิจจานุเบกษา
๓.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
Juk.
Somf

๓.๔ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่กรมประชาสัมพันธ์ ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๓.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของ ผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic
Government Procurement : e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
๓.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องได้รับมาตรฐานการพัฒนาซอฟต์แวร์ตามกรอบมาตรฐานสากล ISO/IEC ๒๙๑๑๐
พร้อมยื่นเอกสารประกอบการพิจารณาในวันที่ยื่นเสนอราคา
๓.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
(๓.๑๒.๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศซึ่งได้ จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อน วันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อน วันที่หน่วยงานของรัฐกําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงิน กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็น ผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้

(๓.๑๒.๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบ แสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ดังนี้
๑) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างไม่เกิน ๑ ล้านบาท ไม่ต้องกําหนดทุนจดทะเบียน ๒) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕ ล้านบาท ต้องมีทุนจด
ทะเบียน ไม่ต่ํากว่า ๑ ล้านบาท


๓) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจด
ทะเบียนไม่ต่ํากว่า ๒ ล้านบาท
๔) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๒๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจด
ทะเบียนไม่ต่ํากว่า ๓ ล้านบาท
๕) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๒๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน 50 ล้านบาท ต้องมีทุนจด
ทะเบียนไม่ต่ํากว่า 4 ล้านบาท

๖) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 50 ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๕๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจด ทะเบียนไม่ต่ํากว่า ๒๐ ล้านบาท
๗) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๕๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๓๐๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจด
ทะเบียนไม่ต่ํากว่า 50 ล้านบาท
rich
ph
๔) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๓๐๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕๐๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจด
ทะเบียนไม่ต่ํากว่า ๑๐๐ ล้านบาท
๒๐๐ ล้านบาท
๔) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕๐๐ ล้านบาทขึ้นไป ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ํากว่า
(๓.๑๒.๓) สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอ เป็นบุคคลธรรมดาให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงิน ฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอ
ในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชี
เงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
(๓.๑๒.๔) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียนหรือมีแต่ไม่เพียง
พอที่จะเข้ายืนข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดาที่ ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของ โครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศหรือบริษัทเงินทุนหรือ
บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกัน
โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรองหรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ
๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศหรือบุคคล ธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือ
บริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ
ประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร
แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ
อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบโดยพิจารณาจากยอดเงินรวม ของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๓.๑๒.๕) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศหรือบุคคล ธรรมดา ที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคา ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่น เอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้อง ผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไข เพิ่มเติมกําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าว
มาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสาร
ประกวดราคา
junk.
Song
વેજ
(๓.๑๒.๖) กรณีตามข้อ (๓.๑๒.๑) - ข้อ (๓.๑๒.๕) ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้
๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม
พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
๓) งานจ้างก่อสร้าง กรมบัญชีกลางใต้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว
และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้ แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
การจัดซื้อจัดจ้างฯ
๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติ
๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๓.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีนโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง ๓.๑๔ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงนามในข้อตกลงคุณธรรม กรณีโครงการจัดซื้อจัดจ้างที่มีวงเงินตั้งแต่ ๑,๐๐๐ ล้านบาทขึ้นไป
9,000
๔. ขอบเขตการดําเนินงาน
๔.๑ บํารุงรักษาเพื่อป้องกันระบบ (Preventive Maintenance: PM)
ผู้รับจ้างต้องทําการตรวจสอบและดูแลบํารุงรักษาเพื่อป้องกันระบบ (Preventive Maintenance: PM) ระบบฐานข้อมูลสารสนเทศวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (National Science and Technology Information System: NSTIS) โดยต้องตรวจสอบการทํางานของระบบให้พร้อมใช้งานตลอดเวลาอย่างมี ประสิทธิภาพปลอดภัย และถูกต้อง พร้อมทั้งทําการสํารองฐานข้อมูล (Database) และข้อมูลซอฟต์แวร์ (Software) โดยให้ผู้รับจ้างจัดทํารายงานรายละเอียดการปฏิบัติงานบํารุงรักษาเพื่อป้องกันระบบ จัดส่งสํานักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นราย ๓ เดือนตามงวดงาน โดยในรายงานต้องประกอบด้วยรายละเอียดดังนี้
๔.๑.๑ การบํารุงรักษาซอฟต์แวร์ (Software) และฐานข้อมูล (Database) ประกอบด้วย
(๑) ตรวจสอบการทํางานของ Software เป็นประจําสม่ําเสมอ (๒) ตรวจสอบการทํางานของ Database เป็นประจําสม่ําเสมอ (๓) ตรวจสอบการทํางานของ File Server เป็นประจําสม่ําเสมอ ๔.๑.๒ ข้อมูลสถานะของเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย ประกอบด้วย
(๑) ข้อมูลสถานะการทํางานของ CPU
(๒) ข้อมูลสถานะการทํางานของ RAM
(๓) ข้อมูลการใช้พื้นที่เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Hard Disk)
๔.๑.๓ ดําเนินการสํารองข้อมูล ประกอบด้วย
(๑) รายงานผลการสํารองข้อมูลซอฟต์แวร์ (Software) โดยต้องสํารองข้อมูล ทุกๆ ๓ เดือน (๒) รายงานผลการสํารองฐานข้อมูล (Database) โดยต้องสํารองข้อมูล ทุกๆ สัปดาห์ (๓) รายงานผลการสํารองข้อมูล (Data) โดยต้องสํารองข้อมูล ทุกๆ สัปดาห์
sup.
5
๔.๑.๔ แจ้งให้ทาง สป.อว. ทราบโดยเร็วที่สุด เมื่อมีเหตุการณ์ผิดปกติ หรือเกิดการโจมตีทางไซเบอร์ ๔.๑.๕ ทั้งนี้ให้นําเสนอแผนการดําเนินงาน PM รายละเอียดตามข้อ ๔.๑.๑ - ๔.๑.๔ ๔.๒ บํารุงรักษาเพื่อแก้ไขระบบ (Corrective Maintenance: CM)
ผู้รับจ้างต้องทําการปรับปรุงแก้ไขและประกันความชํารุดบกพร่องของระบบฐานข้อมูลสารสนเทศ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (National Science and Technology Information System: NSTIS) โดยมีเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ ความชํานาญในการให้บริการบํารุงรักษา ให้คําปรึกษาแนะนําแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เมื่อได้รับแจ้งปัญหาในการใช้งานผ่านช่องทางการติดต่อช่องทางใดช่องทางหนึ่งใน ๓ ช่องทาง ได้แก่ Line โทรศัพท์ และทางอีเมล์ โดยมีขอบเขตของการปฏิบัติงาน ดังนี้
๔.๒.๑ ผู้รับจ้างจะต้องรับประกันการใช้งานระบบฐานข้อมูลสารสนเทศวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (National Science and Technology Information System: NSTIS) ให้สามารถรองรับการปฏิบัติงานได้ตามปกติ
๔.๒.๒ ผู้รับจ้างจะต้องเข้าทําการปรับปรุงแก้ไขระบบฐานข้อมูลสารสนเทศวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีแห่งชาติ (National Science and Technology Information System: NSTIS) ในกรณีที่มี การบกพร่องของระบบ หรือข้อมูลเนื่องมาจากการทํางานผิดพลาดของระบบงาน
๔.๒.๓ บริการให้คําปรึกษาการแก้ไขปัญหา และทําการวิเคราะห์ปัญหาเกี่ยวกับการใช้งานระบบ ฐานข้อมูลสารสนเทศวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (National Science and Technology Information System: NSTIS) เมื่อมีปัญหา พร้อมหาวิธีการ และแก้ไขปัญหา ภายใต้ขอบเขตงานเดิมที่ระบบรองรับ
๔.๒.๔ ปรับปรุงแก้ไข module smart search ให้เป็นไปตามที่ สป.อว, กําหนด ๔.๒.๕ ปรับปรุงแก้ไข module รายงานขั้นสูงและ module รายงานสําหรับผู้บริหาร ๔.๒.๖ ปรับปรุงแก้ไขการรับ - ส่ง API ให้เป็นไปตามที่ สป.อว. กําหนด
การทดสอบ
๔.๒.๗ จัดทําแผนทดสอบการกู้คืนระบบและดําเนินการตามแผน ๑ ครั้ง พร้อมจัดส่งรายงาน
๔.๓ การบํารุงรักษาและการให้บริการ
๔.๓.๑ ผู้รับจ้างต้องดําเนินการแก้ไขข้อขัดข้องที่เกิดขึ้นทั้งหมดของระบบฐานข้อมูลสารสนเทศ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (National Science and Technology Information System: NSTIS) ให้สามารถใช้งานได้เป็นปกติ โดยเริ่มดําเนินการภายใน 7 วันทําการหลังจากได้รับแจ้งจากสํานักงานปลัดกระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และปรับปรุงแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน ๓ วันทําการนับแต่ได้รับแจ้ง หากไม่สามารถดําเนินการปรับปรุงแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน ๓ วัน ให้ชี้แจงเป็นรายกรณีไป
หมายเหตุ การนับระยะเวลาตอบกลับและระยะเวลาแก้ไขปัญหาเริ่มนับในช่วงเวลาทําการ (๕ วันต่อสัปดาห์ (จันทร์ – ศุกร์) เริ่มตั้งแต่ ๐๘.๓๐ น. - ๑๘.๐๐ น.) โดยยกเว้นวันหยุดราชการ ในกรณีที่เวลาดําเนินการ คาบเกี่ยวกับวันหยุด ให้นับเวลาตั้งแต่ ๐๘.๓๐ น. ของวันทําการถัดไป
๔.๓.๒ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มี module ให้บริการช่วยเหลือผู้ใช้งานที่เปิดให้ผู้ใช้งานสามารถเรียกใช้ บริการได้จากระบบของ NSTIS โดยไม่จําเป็นต้องติดตั้งโปรแกรมอื่นเพิ่มเติม มีรายละเอียดอย่างน้อย ดังนี้

(๑) module ที่นํามาใช้งานต้องเป็น module ที่พัฒนาขึ้นเอง โดยไม่ได้ประยุกต์มาจากโปรแกรม ประเภท Open Source มีผลการตรวจสอบความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ และสามารถนํามาประยุกต์และใช้งาน ร่วมกับระบบตามขอบเขตงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Zup.
Sanf
1
(๒) ส่วนการให้บริการสําหรับผู้ใช้งาน
๒.๑ ให้บริการแจ้งปัญหาสําหรับผู้ใช้งาน โดยผู้ใช้งานสามารถรายงานปัญหาด้วยข้อความ
โดยสามารถแนบภาพได้มากกว่า ๑ ภาพ
๒.๒ ให้บริการติดตามสถานะของปัญหาแบบ Online ผ่าน Ticket ID โดยสามารถ ตรวจสอบสถานะของเรื่องที่แจ้งได้โดยระบบแจ้งสถานะให้ผู้ใช้บริการได้รับทราบสถานะต่าง ๆ ประกอบด้วย ๑) รับแจ้งปัญหาและสอบถามการใช้งาน ๒) ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น ๓) เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างให้บริการ
ดําเนินการเสร็จสิ้น
๔)
(๓) ผู้รับจ้างต้องส่งข้อมูลการแจ้งปัญหาสําหรับผู้ใช้งานให้ สป.อว. ในรูปแบบไฟล์ Excel ทุกๆ เดือน ๔.๓.๓ ให้บริการรองรับการ Remote เพื่อควบคุมผ่านหน้าจอ Application ของผู้ใช้งานได้ แบบ Realtime สามารถช่วยเหลือผู้ใช้งานได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว
๔.๓.๔ ให้บริการคู่มือแนะนําการใช้งานในรูปแบบ Online เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเรียนรู้วิธีการใช้งานต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง ซึ่งรองรับการแสดงข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ข้อมูล Text ไฟล์เอกสาร ไฟล์รูปภาพ ไฟล์วิดีโอ
๔.๓.๕ ส่วนการให้บริการ Live Chat สําหรับการพูดคุยสอบถามปัญหาการใช้งานกับเจ้าหน้าที่ ศูนย์บริการลูกค้าได้แบบ Real Time
๔.๓.๖ ผู้รับจ้างต้องทําการเคลื่อนย้ายระบบไปไว้บนเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Server) ตามที่ สป.อว. กําหนด (ถ้ามี)
๔.๓.๗ ผู้รับจ้างต้องให้บริการคําปรึกษารวมถึงให้ข้อมูลต่าง ๆ สําหรับการเชื่อมโยงกับหน่วยงานอื่น ๆ ตามที่ สป.อว. กําหนด (ถ้ามี)
๕. เงื่อนไขทั่วไป
๕.๑ ผู้รับจ้างต้องกําหนดช่องทางการติดต่อดังนี้
๕.๑.๑ เบอร์โทรศัพท์สามารถติดต่อได้ในวันทําการ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐ - ๑๘.๐๐ น.
๕.๑.๒ มีช่องทางการติดต่อทาง Line ที่สามารถติดต่อได้ในวันทําการ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐ - ๑๘.๐๐ น. ๕.๒ การเข้าปฏิบัติงานของผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามระเบียบที่ฝ่ายบริหารอาคารกําหนด
ว่าจ้างหรือ
ในการทํางานจ้างเกิดความเสียหายใด ๆ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นแก่ ผู้ว่าจ้างหรือบุคลากรของผู้ว่าจ้าง บุคคลภายนอกซึ่งก่อให้ความชํารุดบกพร่องหรือเกิดความสูญเสียหรือความเสียหายแก่ทรัพย์สินของผู้ว่าจ้าง
หรือบุคลากรของผู้ว่าจ้าง หรือบุคคลภายนอก อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการกระทําหรือละเว้นการกระทําของ ผู้รับจ้าง หรือบุคลากรของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ ผู้ว่าจ้าง หรือบุคลากรของ ผู้ว่าจ้าง หรือบุคคลภายนอก ตามจํานวนที่เสียหายจริง
5. เงื่อนไขการชําระเงิน
ผู้ว่าจ้างตกลงจะชําระค่าจ้างเป็น ๔ งวด โดยผู้ว่าจ้างจะชําระค่าจ้างให้ผู้รับจ้างหลังจากผู้รับจ้างได้ทํางาน เรียบร้อย โดยผู้จ้างจะแบ่งจ่ายเงินออกเป็น ๔ งวด เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบงานตามข้อ ๔ ดังนี้
งวดเงินที่ ๑ ร้อยละ ๒๕ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ส่งมอบงวดงานที่ ๑ แล้วเสร็จและคณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงานถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว
ส่งมอบงานภายใน ๙๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
sup: fanf
งวดเงินที่ ๒ ร้อยละ ๒๕ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ส่งมอบงวดงานที่ ๒ แล้วเสร็จและคณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงานถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว
ส่งมอบงานภายใน ๑๘๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
งวดเงินที่ ๓ ร้อยละ ๒๕ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ส่งมอบงวดงานที่ ๓ แล้วเสร็จและคณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงานถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว
ส่งมอบงานภายใน ๒๗๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
งวดเงินที่ ๔ (งวดสุดท้าย) ร้อยละ ๒๕ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ส่งมอบงวดงานที่ ๔ แล้วเสร็จและ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงานถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว
ส่งมอบงานภายใน ๓๖๕ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
๗. การส่งมอบงาน โดยจะต้องส่งมอบภายใน ๕ วันทําการนับถัดจากวันสิ้นเดือนของแต่ละงวด ดังตารางที่ ๑

ตางรางที่ ๑ การส่งมอบงาน
เดือนที่
ลําดับ รายงานสรุปผล
TE
ที่
งวดที่ ๑
งวดที่ ๒
งวดที่ ๓
งวดที่ ๔
การบํารุงรักษา
(งวดสุดท้าย)
๑ | ๒
๓ K
b


2

๑๑
E
การบํารุงรักษาเพื่อ
ป้องกันระบบ
(Preventive
Maintenance: PM)
การบํารุงรักษาเพื่อ
แก้ไขระบบ
(Corrective
Maintenance: CM)
ไฟล์ Excel สรุป
ข้อมูลการแจ้ง ปัญหาสําหรับ ผู้ใช้งานให้ ใน
รูปแบบไฟล์ Excel
ส่งมอบงาน (ภายใน ๕ วันทํา การนับถัดจากสิ้น
เดือนของแต่ละงวด)
*หมายเหตุ : ส่งในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์พร้อมบันทึกลง Flash Drive จํานวน ๓ อัน
Imm
Juh.
Suf
๔. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณาข้อเสนอ
สํานักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จะพิจารณาผู้ยื่นข้อเสนอ โดยใช้แนวทางปฏิบัติในการจัดหาพัสดุ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ฯ ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วย การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ โดยใช้หลักเกณฑ์การประเมินประสิทธิภาพ ต่อราคา (Price Performance) โดยมีขั้นตอนและหลักเกณฑ์ในการพิจารณา ดังนี้
๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนถูกต้องตามประกาศประกวดราคา
๔.๒ หลักเกณฑ์การประเมินประสิทธิภาพต่อราคา พิจารณาจากตัวแปรหลัก ๒ ตัว ได้แก่ ตัวแปรหลัก
ด้านคุณภาพน้ําหนักร้อยละ ๙๐ และตัวแปรหลักด้านราคาน้ําหนักร้อยละ ๑๐ โดยมีรายละเอียด ดังนี้
ปัจจัยหลัก
ราคาที่ยื่นข้อเสนอ (๑๐๐ คะแนนเต็ม)
คุณภาพของงานที่นําเสนอ (Presentation) และคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์ ต่อทางราชการ (๑๐๐ คะแนนเต็ม)
รวม
กําหนด าหนักเท่ากับร้อยละ
៨០
๘.๓ สํานักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จะพิจารณาเกณฑ์การให้ คะแนนจากการนําเสนอฟังก์ชันการทํางานของระบบ (National Science and Technology Information System: NSTIS) โดยให้ผู้ยื่นข้อเสนอนําเสนอและสาธิตการทํางานของระบบ (Proof of Concept: POC) ในฟังก์ชั่นการทํางานต่าง ๆ ของระบบ (National Science and Technology Information System: NSTIS) เพื่อให้คณะกรรมการมีความมั่นใจว่าผู้ยื่นข้อเสนอมีความสามารถในการบริหารจัดการและดูแลบํารุงรักษา ระบบงานได้อย่างไม่มีข้อติดขัด และมีความเป็นไปได้ที่จะสามารถดําเนินการได้จริง และตรงกับความต้องการ ของสํานักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม คะแนนรวม ๑๐๐ คะแนน ประกอบด้วยข้อพิจารณา ดังนี้
เกณฑ์การให้คะแนน น้ําหนักความสําคัญ
การนําเสนอ อธิบาย สาธิต และทดสอบเชิงปฏิบัติการ (Proof of Concept: POC) รวมถึงอธิบายประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวม ๑๐๐ คะแนน
0. เข้าใจการทํางานของระบบ NSTIS
๑.๑ นําเสนอชุดข้อมูลของ NSTIS (ร้อยละ ๒๐)
๑.๒ นําเสนอการนําเข้าข้อมูล (ร้อยละ ๒๐) ๑.๓ นําเสนอการเผยแพร่ข้อมูล (ร้อยละ ๕) ๑.๔ นําเสนอรายงานต่าง ๆ (ร้อยละ ๕)
๑.๕ นําเสนอการบริหารจัดการหลังบ้าน (ร้อยละ ๒๐)
๑.๖ นําเสนอข้อเสนอพิเศษที่เป็นประโยชน์กับการทํางานของระบบ NSTIS โดยสามารถเพิ่มประสิทธิภาพ/ต่อยอดระบบ NSTIS ได้ (ร้อยละ ๓๐)
๒. นําเสนอแผนการบํารุงรักษา (Preventive Maintenance: PM)
นําเสนอแผนการบํารุงรักษาพร้อมรายละเอียดที่ครอบคลุมและชัดเจน ๒.๑ แผนการบํารุงรักษาซอฟต์แวร์ (Software) และฐานข้อมูล (Database) (ร้อยละ ๓๕) ๒.๒ แผนการ Monitor ข้อมูลสถานะของเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (ร้อยละ ๓๕) ๒.๓ แผนการดําเนินการสํารองข้อมูล (ร้อยละ ๓๐)
(๑๐๐ คะแนน)
๒๕ คะแนน
๒๐ คะแนน
เกณฑ์การให้คะแนน
๓. นําาเสนอหลักการ แนวทางและวิธีกําหนด Service Level Agreement (SLA) การบําารุงรักษา (Corrective Maintenance: CM)
๓.๑ นําเสนอหลักการ แนวทางและวิธีการกําหนด SLA สําหรับการแจ้งเคสปกติ
ทั่วไป (ร้อยละ ๓๕)
๓.๒ นําเสนอหลักการ แนวทางและวิธีการกําหนด SLA สําหรับการแจ้งเคสฉุกเฉิน (ร้อยละ ๔๐) ๓.๓ นําเสนอหลักการ แนวทางและวิธีการกําหนด SLA สําหรับเคสที่จําเป็นต้องใช้
ระยะเวลาในการแก้ไขปัญหานานกว่าปกติ (ร้อยละ ๒๕)
๔. มี Module แจ้งปัญหาสําหรับผู้ใช้งาน
๔.๑ นําเสนอ Function การทํางานของ Module แจ้งปัญหาสําหรับผู้ใช้งาน (ร้อยละ ๓๐) ๔.๒ นําเสนอหน้าจอสําหรับการแจ้งปัญหา (ร้อยละ ๒๕)
๔.๓ นําเสนอหน้าจอสําหรับติดตามเคส (ร้อยละ ๒๕)
๔.๔ นําเสนอ Template Excel (ร้อยละ ๒๐)
๕. แผนกู้คืนระบบ
5. แผนการเคลื่อนย้ายระบบ
นํ้าหนักความสําคัญ (๑๐๐ คะแนน)
๒๐ คะแนน
๑๕ คะแนน
๑๐ คะแนน
๑๐ คะแนน
๑) กําหนดให้ผู้ยื่นข้อเสนอ มานําเสนอ (Presentation) ข้อเสนอด้านเทคนิค เพื่อประกอบการ พิจารณาต่อคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีเวลาในการนําเสนอ รายละเอียด ไม่เกิน ๔๕ นาที โดยกําหนดให้มานําเสนอตามวันและเวลาที่ สป.อว กําหนด ณ สํานักงานปลัดกระทรวงการ อุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
๒) ผู้เสนอราคาต้องผ่านการพิจารณาตามหลักเกณฑ์ด้านคุณภาพ โดยต้องผ่านเกณฑ์ไม่น้อยกว่า
ร้อยละ ๗๐ ของคะแนนทั้งหมด
๙. ระยะเวลาดําเนินงาน
๓๖๕ วัน
๑๐. งบประมาณ
งบประมาณในการดําเนินโครงการบํารุงรักษาระบบฐานข้อมูลสารสนเทศวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แห่งชาติ (NSTIS) ประจําปีงบประมาณ ๒๕๖๘ จํานวน ๒,๒๐๐,๐๐๐ บาท (สองล้านสองแสนบาทถ้วน)
๑๑. อัตราค่าปรับ
กําหนดค่าปรับกรณีส่งมอบพัสดุเกินระยะเวลาที่กําหนด โดยคิดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ
๐.๑๐ ของวงเงินงบประมาณ
๑๒. ผู้รับผิดชอบโครงการ
นายวัฒนจักร พุ่มวิเศษ ผู้รับผิดชอบโครงการบํารุงรักษาระบบฐานข้อมูลสารสนเทศวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีแห่งชาติ (NSTIS) ประจําปีงบประมาณ ๒๕๖๘
iam
Juk dany