ประกวดราคาจ้างโครงการระบบเฝ้าระวังเพื่อเสริมประสิทธิภาพการคุ้มครองพยาน
กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ (กคส.) เปิดโครงการจัดหา “ระบบเฝ้าระวังเพื่อเสริมประสิทธิภาพการคุ้มครองพยาน” โดยมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนภารกิจในการคุ้มครองและเฝ้าระวังภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นกับพยานตามกฎหมายคุ้มครองพยาน โดยปัจจุบันหน่วยงานยังขาดอุปกรณ์และระบบที่ครบถ้วนสำหรับการดำเนินงานนี้ โครงการจึงเน้นการจัดหาอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์และพัฒนาระบบซอฟต์แวร์ เพื่อให้กรมฯ มีเครื่องมือในการบริหารจัดการการเฝ้าระวัง กำหนดแนวทางคุ้มครอง และกำกับดูแลการทำงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ทั่วประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบที่พัฒนาขึ้นต้องสามารถเชื่อมต่อและทำงานร่วมกับระบบสารสนเทศอื่นๆ ของกรมฯ ได้อย่างครบถ้วนและถูกต้อง เพื่อให้การคุ้มครองพยานเป็นไปอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม
English summary
The Department of Rights and Liberties Protection (DRLP) is launching a project to procure a “Surveillance System to Enhance Witness Protection Efficiency.” The project aims to support the department’s mission in protecting and monitoring threats to witnesses under the Witness Protection in Criminal Cases Act B.E. 2546 (2003). Currently, the department lacks comprehensive equipment and systems for this operation. Therefore, the project focuses on procuring hardware and developing software systems to enable the DRLP to effectively manage surveillance activities, establish protection guidelines, and oversee the work of officers nationwide. The developed system must be able to integrate and operate seamlessly with the department’s other information systems to ensure comprehensive and equitable witness protection.
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อจัดให้มีระบบเฝ้าระวังเพื่อเสริมประสิทธิภาพการคุ้มครองพยานให้สอดคล้องตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และตามภารกิจการคุ้มครองพยานของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ
- เพื่อให้กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ สามารถบริหารจัดการการเฝ้าระวังภัยที่อาจเกิดขึ้น เพื่อเสริมประสิทธิภาพการคุ้มครองพยาน โดยเชื่อมต่อระบบตามภารกิจงานของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ได้อย่างครบถ้วน ถูกต้อง
ขอบเขตของงาน
- การจัดหาอุปกรณ์และระบบเฝ้าระวังเพื่อเสริมประสิทธิภาพการคุ้มครองพยาน
- การพัฒนาระบบซอฟต์แวร์เพื่อบริหารจัดการการเฝ้าระวังภัยคุกคามต่อพยาน
- การทำให้ระบบสามารถเชื่อมต่อและทำงานร่วมกับระบบสารสนเทศอื่นๆ ของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพได้อย่างครบถ้วนและถูกต้อง
- การจัดหาอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่เกี่ยวข้อง (ตามที่ระบุในข้อกำหนดเกี่ยวกับหนังสือแต่งตั้งตัวแทนจำหน่าย)
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- ระบบเฝ้าระวังเพื่อเสริมประสิทธิภาพการคุ้มครองพยาน (รวมฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์) ที่สามารถใช้งานได้จริง
- ระบบซอฟต์แวร์สำหรับบริหารจัดการการเฝ้าระวังภัยที่อาจเกิดขึ้นต่อพยาน
- ระบบที่เชื่อมต่อกับภารกิจงานของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพได้อย่างสมบูรณ์
- เอกสาร หนังสือรับรอง และการฝึกอบรมที่เกี่ยวข้อง (โดยอ้างอิงจากเงื่อนไขทั่วไป)
- การส่งมอบบุคลากรที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด (ผู้จัดการโครงการ, นักวิเคราะห์ระบบ, นักพัฒนาระบบ)
ระยะเวลาดำเนินการ
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: ต้องเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือที่เกี่ยวข้องโดยตรง มาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี นับถึงวันยื่นข้อเสนอ
- Standards Compliance: -
- Experience: ต้องมีผลงานกับหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชนที่น่าเชื่อถือ ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศหรือที่เกี่ยวข้อง โดยมีอย่างน้อย 1 สัญญาที่มีวงเงินไม่ต่ำกว่า 2,373,500 บาท และโครงการต้องดำเนินการเสร็จสิ้นมาแล้วไม่นานเกิน 3 ปี นับจากวันตรวจรับงานงวดสุดท้าย
- Previous Project Cost: อย่างน้อย 2,373,500 บาท ต่อสัญญา
- Technical Capabilities: ต้องมีหนังสือแต่งตั้งจากผู้ผลิตหรือบริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์หรือตัวแทนจำหน่ายประจำประเทศไทย สำหรับอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่เสนอ (หนังสือต้องมีอายุไม่เกิน 90 วัน)
- Personnel:
- ผู้จัดการโครงการ: วุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาโท, ประสบการณ์บริหารโครงการหรือระบบสารสนเทศที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า 5 ปี (อย่างน้อย 1 คน)
- นักวิเคราะห์และออกแบบระบบ: วุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี, ประสบการณ์ด้านการวิเคราะห์และออกแบบระบบไม่น้อยกว่า 5 ปี (อย่างน้อย 1 คน)
- นักพัฒนาระบบโปรแกรมประยุกต์: วุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี, ประสบการณ์ด้านการพัฒนาระบบไม่น้อยกว่า 5 ปี (อย่างน้อย 2 คน)
เกณฑ์การพิจารณา
ข้อกำหนดทางเทคนิค
ระบบเฝ้าระวังเพื่อเสริมประสิทธิภาพการคุ้มครองพยาน ประกอบด้วยฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ที่ต้องสอดคล้องกับภารกิจตามกฎหมายคุ้มครองพยาน ระบบต้องสามารถบริหารจัดการการเฝ้าระวังภัยคุกคามได้ และที่สำคัญต้องสามารถเชื่อมต่อและทำงานร่วมกับระบบสารสนเทศอื่นๆ ของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพได้อย่างครบถ้วนและถูกต้อง อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ต้องเป็นสินค้าใหม่ที่จำหน่ายในท้องตลาดทั่วไปของประเทศไทย
เงื่อนไขสัญญา
- กรมฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการตรวจสอบภายหลังหากพบว่าหนังสือรับรองคุณสมบัติเฉพาะของสินค้าไม่สามารถดำเนินการได้จริง อาจยกเลิกสัญญาและเรียกร้องค่าเสียหายได้
- ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคารวมค่าดำเนินการต่างๆ ภาษี และค่าใช้จ่ายอื่นทั้งหมด โดยกรมฯ จะไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนอกเหนือจากใบเสนอราคา
- เงื่อนไขเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ/ทุนจดทะเบียน/วงเงินสินเชื่อ ต้องเป็นไปตามเกณฑ์ของ กค(กวจ) ที่ 1415.2/ว124 ลงวันที่ 9 มีนาคม 2566
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: ระบบเฝ้าระวังนี้ต้องทำงานร่วมกับระบบเดิมของ กคส. อย่างไร?
A: ระบบที่พัฒนาขึ้นจะต้องสามารถเชื่อมต่อและทำงานร่วมกับระบบสารสนเทศตามภารกิจงานของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพได้อย่างครบถ้วนและถูกต้อง เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นเอกภาพ- Q: อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่จัดหาต้องเป็นสินค้าอะไรบ้าง?
A: TOR ไม่ได้ระบุรายละเอียดแบบเจาะจง แต่กำหนดว่าผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีหนังสือแต่งตั้งจากผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายสำหรับฮาร์ดแวร์ที่เสนอ และต้องเป็นสินค้าใหม่ที่จำหน่ายในท้องตลาดทั่วไปในประเทศไทย - Q: โครงการนี้เน้นการพัฒนาซอฟต์แวร์หรือการจัดหาฮาร์ดแวร์มากกว่ากัน?
A: โครงการนี้เป็นแบบครบวงจร ประกอบด้วยทั้งการจัดหาอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์และการพัฒนาระบบซอฟต์แวร์เพื่อการบริหารจัดการการเฝ้าระวัง - Q: หากจัดตั้งเป็นกิจการร่วมค้า (JV) ต้องยื่นเอกสารอย่างไร?
A: หาก JV จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลใหม่ ต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนและสามารถใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้ามาแสดงได้ หากไม่จดทะเบียนใหม่ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายต้องมีคุณสมบัติครบ เว้นแต่มีข้อตกลงระบุผู้รับผิดชอบหลัก ซึ่งสามารถใช้ผลงานของรายนั้นได้ - Q: หนังสือรับรองผลงานจากโครงการเก่าต้องมีลักษณะใด?
A: ต้องเป็นหนังสือรับรองผลงานจากหน่วยงานคู่สัญญา (ภาครัฐ/รัฐวิสาหกิจ/เอกชนที่น่าเชื่อถือ) พร้อมแนบสำเนาสัญญาจ้าง โดยกรมฯ สงวนสิทธิ์ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานนั้นโดยตรง - Q: ผู้จัดการโครงการต้องมีประสบการณ์ในโครงการลักษณะใดโดยเฉพาะ?
A: ต้องมีประสบการณ์ด้านการบริหารงานโครงการ หรือระบบสารสนเทศอื่นที่เกี่ยวข้อง เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี - Q: ระบบที่พัฒนาต้องรองรับการทำงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ในส่วนภูมิภาคหรือไม่?
A: ใช่ วัตถุประสงค์ระบุชัดเจนว่าเพื่อให้กรมฯ สามารถกํากับดูแลการคุ้มครองพยานของพนักงานเจ้าหน้าที่ทั่วประเทศได้ - Q: จะมีการฝึกอบรมการใช้งานระบบให้กับเจ้าหน้าที่ของกรมฯ หรือไม่?
A: TOR ฉบับนี้ไม่ระบุรายละเอียด แต่โดยทั่วไปการส่งมอบโครงการพัฒนาระบบมักรวมถึงการฝึกอบรมผู้ใช้ ซึ่งควรสอบถามหรือระบุในข้อเสนอ - Q: หากชนะการประกวด ต้องแสดงหนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อหรือบัญชีเงินฝากอีกครั้งเมื่อไหร่?
A: สำหรับกรณีบุคคลธรรมดา หากเป็นผู้ชนะ จะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าตามเงื่อนไขอีกครั้งในวันลงนามในสัญญา - Q: กรมฯ มีสิทธิ์ตรวจสอบอะไรหลังจากที่ระบบเริ่มทำงานแล้ว?
A: กรมฯ สงวนสิทธิ์ตรวจสอบภายหลัง หากพบว่าสินค้าหรือระบบที่ส่งมอบไม่สามารถดำเนินการได้ตามคุณสมบัติเฉพาะที่ระบุในหนังสือรับรองที่เสนอมา อาจดำเนินการยกเลิกสัญญาและเรียกร้องค่าเสียหายได้
- Q: อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่จัดหาต้องเป็นสินค้าอะไรบ้าง?
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
โครงการระบบเฝ้าระวังเพื่อเสริมประสิทธิภาพการคุ้มครองพยาน
๑. หลักการและความเป็นมา
กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ (กคส.) มีภารกิจให้ความช่วยเหลือและดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยทางตรงและทางอ้อม จากการกระทําผิดทางอาญาที่เกิดขึ้น ให้บริการประชาชนตามภารกิจเกี่ยวกับสิทธิ และเสรีภาพที่ประชาชนพึงได้รับตามกฎหมาย โดยการจัดวางระบบและส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้เกี่ยวกับ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ตลอดจนดําเนินการให้พยาน ผู้เสียหายและจําเลยในคดีอาญาได้รับการคุ้มครอง ช่วยเหลือเยียวยาในเบื้องต้น
เพื่อให้ประชาชนได้รับการคุ้มครองและดูแลจากรัฐอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๐ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพได้พัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์และระบบสารสนเทศ เพื่อรองรับตามภารกิจงาน ถึงกระนั้น ปัจจุบันกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ มีภารกิจในการคุ้มครองและเฝ้าระวัง ภัยคุกคามที่อาจเกิดแก่พยาน เพื่อกําหนดแนวทาง วิธีการคุ้มครองพยานตามมาตรการทั่วไปและมาตรการพิเศษ เพิ่มเติม โดยเป็นไปตามอํานาจหน้าที่ที่กําหนดในมาตรา ๑๓ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๖ และที่แก้ไขเพิ่มเติม อย่างไรก็ดี การดําเนินการดังกล่าวยังขาดอุปกรณ์และระบบเพื่อใช้ในการดําเนินงานให้มี
ประสิทธิภาพ
ดังนั้น เพื่อให้กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ มีระบบที่ใช้ในการเฝ้าระวังภัยที่อาจเกิดขึ้นต่อพยาน และกํากับดูแลการคุ้มครองพยานของพนักงานเจ้าหน้าที่ทั่วประเทศ จึงจําเป็นต้องจัดให้มีอุปกรณ์ และระบบเฝ้าระวัง เพื่อเสริมประสิทธิภาพการคุ้มครองพยาน ให้สอดคล้องตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๖ และที่แก้ไขเพิ่มเติม และตามภารกิจการคุ้มครองพยานของกรมฯ ให้มีประสิทธิภาพต่อไป
๒. วัตถุประสงค์
๒.๑ เพื่อจัดให้มีระบบเฝ้าระวังเพื่อเสริมประสิทธิภาพการคุ้มครองพยานให้สอดคล้องตามพระราชบัญญัติ คุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๖ และที่แก้ไขเพิ่มเติม และตามภารกิจการคุ้มครองพยานของกรมคุ้มครอง
สิทธิและเสรีภาพ
๒.๒ เพื่อให้กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ สามารถบริหารจัดการการเฝ้าระวังภัยที่อาจเกิดขึ้น เพื่อเสริมประสิทธิภาพการคุ้มครองพยาน โดยเชื่อมต่อระบบตามภารกิจงานของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ได้อย่างครบถ้วน ถูกต้อง
(นายชนะชัย วรรณษา) นักสืบสวนสอบสวนชํานาญการพิเศษ
Hound.
ฟ
(นายปณิธาน เขินอํานวย)
ผู้อํานวยการฝ่ายความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์
สํานักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน)
(นางสาวขวัญตา เสกทวีลาภ)
นักสืบสวนสอบสวนชํานาญการ
(นายนภัทร พงษ์สิมา)
นักวิชาการยุติธรรมปฏิบัติการ
คุณสมบัติ…
(นายพงศ์ธร อาจละออ) นักวิชาการยุติธรรมชํานาญการ
๒
8
๓. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๓.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๓.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๓.๓
ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๓.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๓.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงาน และได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการ
ผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๓.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหาร พัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
๓.๗ เป็นนิติบุคคล ผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่กรมคุ้มครองสิทธิ
และเสรีภาพ ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขัน ราคาอย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๓.๔. ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทยเว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่น ข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๓.๑๐
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องไม่มีเจ้าหน้าที่ของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เป็นผู้จัดการ หุ้นส่วนผู้จัดการ
กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของบุคคลธรรมดาหรือของนิติบุคคล เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจํากัด เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในบริษัทจํากัด หรือบริษัทจํากัด มหาชน หรือเป็นที่ปรึกษาของกิจการนั้น
๓.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการประกอบ ธุรกิจเกี่ยวกับการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือที่เกี่ยวข้องโดยตรง มาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๕ ปี นับจนถึงวันยื่นเอกสารประกวดราคา
(นายชนะชัย วรรณษา)
นักสืบสวนสอบสวนชํานาญการพิเศษ
dand the
(นายปณิธาน เขินอํานวย)
ผู้อํานวยการฝ่ายความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์
สํานักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน)
Ospow.
(นางสาวขวัญตา เสกทวีลาภ)
นักสืบสวนสอบสวนชํานาญการ
(นายนภัทร พงษ์สิมา)
นักวิชาการยุติธรรมปฏิบัติการ
๓.๑๒ ผู้…
(นายพงศ์ธร อาจละออ) นักวิชาการยุติธรรมชํานาญการ
E
๓.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานกับหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชนที่น่าเชื่อถือ ด้านเทคโนโลยี สารสนเทศ หรือที่เกี่ยวข้อง โดยที่ในแต่ละสัญญามีวงเงินไม่ต่ํากว่า ๒,๓๗๓,๕๐๐ บาท อย่างน้อย ๑ สัญญา โดยเป็นโครงการที่ดําเนินการเสร็จสิ้นมาแล้วไม่นานเกิน ๓ ปี นับจากวันตรวจรับงานงวดสุดท้าย ถึงวันยื่นเอกสาร ประกวดราคา โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงรายชื่อหน่วยงานที่ได้มีการดําเนินการพร้อมแนบหนังสือรับรองผลงาน และสําเนาสัญญาจ้าง มาเพื่อประกอบการพิจารณาด้วย กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะตรวจสอบ วินิจฉัยข้อเท็จจริงโดยตรงจากหน่วยงานคู่สัญญาตามใบรับรองที่เสนอนั้น
๓.๑๓
ผู้ยื่นข้อเสนอที่เสนอราคาในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” จะต้องมีคุณสมบัติตามแนวทาง ในการพิจารณาคุณสมบัติของผู้เสนอราคาที่เป็นกิจการร่วมค้าดังนี้
๓.๑๓.๑ กรร
กรณีที่กิจการร่วมค้าได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลใหม่ กิจการร่วมค้าจะต้องมีคุณสมบัติ ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาและการเสนอราคาให้เสนอราคาในนาม “กิจการร่วมค้า”
ส่วนคุณสมบัติด้านผลงาน กิจการร่วมค้าดังกล่าวสามารถนําผลงานของผู้เข้าร่วมค้ามาใช้แสดงเป็นผลงานของ กิจการร่วมค้าที่เข้าประกวดราคาได้
๓.๑๓.๒ กรณีที่กิจการร่วมค้าไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลใหม่ โดยหลักการแต่ละนิติบุคคล ที่เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา เว้นแต่ในกรณี
ที่กิจการร่วมค้าได้มีข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าเป็นลายลักษณ์อักษร กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการเข้าเสนอราคากับหน่วยงานภาครัฐ และแสดงหลักฐานดังกล่าวมาพร้อม การยื่นข้อเสนอทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ กิจการร่วมค้านั้นสามารถใช้ผลงานของ ผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอได้
๓.๑๔ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ เป็นไปตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหา การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค(กวจ) ที่ ๑๔๑๕.๒/ว๑๒๔ ลงวันที่ 9 มีนาคม ๒๕๖๖
ดังนี้
๓.๑๔.๑ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียน เกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะ การเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
๓.๑๔.๒ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงาน งบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน
(นายชนะชัย วรรณษา)
นักสืบสวนสอบสวนชํานาญการพิเศษ
Nazm
de Jind thou.
(นายปณิธาน เขินอํานวย)
ผู้อํานวยการฝ่ายความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์
สํานักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน)
(นางสาวขวัญตา เสกทวีลาภ)
นักสืบสวนสอบสวนชํานาญการ
(นายนภัทร พงษ์สิมา)
นักวิชาการยุติธรรมปฏิบัติการ
โดยผู้ยื่น….
อาจละออ)
(นายพงศ์ธร อ่าวละออ) นักวิชาการยุติธรรมชํานาญการ
ค
๔
โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ดังนี้
(๑) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างไม่เกิน ๑ ล้านบาท ไม่ต้องกําหนดทุนจดทะเบียน (๒) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕ ล้านบาท ต้องมีทุน
จดทะเบียนไม่ต่ํากว่า ๑ ล้านบาท
(๓) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๐ ล้านบาท ต้องมีทุน
จดทะเบียนไม่ต่ํากว่า ๒ ล้านบาท
(๔) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๒๐ ล้านบาท ต้องมีทุน
จดทะเบียนไม่ต่ํากว่า ๓ ล้านบาท
(๕) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๒๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน 50 ล้านบาท ต้องมีทุน จดทะเบียนไม่ต่ํากว่า 4 ล้านบาท
៨
(๖) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 50 ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๕๐ ล้านบาท ต้องมีทุน จดทะเบียนไม่ต่ํากว่า ๒๐ ล้านบาท
(๗) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๕๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๓๐๐ ล้านบาท ต้องมีทุน
จดทะเบียนไม่ต่ํากว่า 50 ล้านบาท
(๘) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๓๐๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕๐๐ ล้านบาท ต้องมีทุน
จดทะเบียนไม่ต่ํากว่า ๑๐๐ ล้านบาท
๒๐๐ ล้านบาท
(๔) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕๐๐ ล้านบาทขึ้นไป ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ํากว่า
๓.๑๔.๓ สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอ เป็นบุคคลธรรมดา โดยพิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมี เงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอ ในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือก จะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชี
เงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๓.๑๔.๔ กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอ ที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในครั้งนั้น (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้าประกัน
ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ
(นายชนะชัย วรรณษา)
นักสืบสวนสอบสวนชํานาญการพิเศษ
(นายปณิธาน เป็นอํานวย) ผู้อํานวยการฝ่ายความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ สํานักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน)
(นางสาวขวัญตา เสกทวีลาภ)
นักสืบสวนสอบสวนชํานาญการ
(นายนภัทร พงษ์สิมา) นักวิชาการยุติธรรมปฏิบัติการ
โดยพิจารณา…
(นายพงศ์ธร อาจละออ) นักวิชาการยุติธรรมชํานาญการ
ad
๕
โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรองหรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ
มอบหมายอํานาจจากสํานักงานใหญ่)
ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอนับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน)
๓.๑๔.๕ กรณีตาม ๓.๑๓.๑ - ๓.๑๓.๔ ยกเว้นสําหรับกรณีดังต่อไปนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ
(๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติ
ล้มละลาย (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๖๑
๓.๑๕ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีหนังสือแต่งตั้งจากผู้ผลิต หรือบริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์ หรือบริษัทสาขาของ ผู้ผลิตที่ประจําประเทศไทย หรือ ตัวแทนจําหน่ายที่ประจําประเทศไทย ในหัวข้อ ฮาร์ดแวร์ โดยต้องมีหนังสือ รับรองการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจําหน่าย และรับรองเป็นสินค้าใหม่ และเป็นสินค้าในท้องตลาดทั่วไปในประเทศไทย ไม่ใช้สินค้าที่นํามาประกอบหรือปรับปรุงหรือแก้ไขหรือผ่านการใช้งานมาก่อน และหนังสือนั้นต้องมีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน นับถัดจากวันที่ออกจนถึงวันที่ยื่นเอกสารประกวดราคา
๓.๑๖ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ สงวนสิทธิ์ในการตรวจสอบภายหลัง ในกรณีที่ใช้หนังสือรับรอง คุณสมบัติเฉพาะของทุกรายการที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้เสนอต่อกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ที่ไม่ได้ระบุไว้ใน แคตตาล็อก หากพบว่าไม่สามารถดําเนินการได้ตามที่ระบุในหนังสือรับรอง กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ
สามารถยกเลิกสัญญาและเรียกร้องค่าเสียหายได้
๓.๑๗ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาทุกรายการที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้เสนอต่อกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ รวมถึงค่าดําเนินการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ค่าภาษีและค่าใช้จ่ายอื่นใดทั้งปวงที่เกิดขึ้น โดยกรมคุ้มครองสิทธิและ เสรีภาพต้องไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติมจากที่ปรากฏในใบเสนอราคา
๓.๑๘ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแจ้งรายชื่อบุคลากร และแสดงรายละเอียดเพื่อแสดงความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ ในการดําเนินโครงการเฝ้าวังเพื่อเสริมประสิทธิภาพการคุ้มครองพยาน พร้อมแนบเอกสารที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วยบุคลากร อย่างน้อยดังต่อไปนี้
(๑) ผู้จัดการโครงการ คุณวุฒิไม่ต่ํากว่าปริญญาโท และมีประสบการณ์ด้านการบริหารงาน โครงการ หรือระบบสารสนเทศอื่นที่เกี่ยวข้อง ไม่น้อยกว่า ๕ ปี จํานวนไม่น้อยกว่า ๑ คน
(๒) นักวิเคราะห์และออกแบบระบบ คุณวุฒิไม่ต่ํากว่าปริญญาตรี และมีประสบการณ์ด้านการ วิเคราะห์และออกแบบระบบ ไม่น้อยกว่า ๕ ปี จํานวนไม่น้อยกว่า ๑ คน
(๓) นักพัฒนาระบบโปรแกรมประยุกต์ คุณวุฒิไม่ต่ํากว่าปริญญาตรี และมีประสบการณ์ด้าน
การพัฒนาระบบ ไม่น้อยกว่า ๕ ปี จํานวนไม่น้อยกว่า ๒ คน
(นายชนะชัย วรรณษา)
นักสืบสวนสอบสวนชํานาญการพิเศษ
Olym
(นายปณิธาน เงินอํานวย) ผู้อํานวยการฝ่ายความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ สํานักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน)
(นางสาวขวัญตา เสกทวีลาภ)
นักสืบสวนสอบสวนชํานาญการ
(นายนภัทร พงษ์สิมา)
นักวิชาการยุติธรรมปฏิบัติการ
หากมีการ…
(นายพงศ์ธร อาจละออ) นักวิชาการยุติธรรมชํานาญการ