ประกวดราคาจ้างจัดทำหลักสูตรพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทยเพื่อการขยายการลงทุนสู่ตลาดต่างประเทศ
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) โดยกองพัฒนาผู้ประกอบการไทย มีความประสงค์จ้างจัดทำหลักสูตรพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทยเพื่อการขยายการลงทุนสู่ตลาดต่างประเทศ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจไทยให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก อาทิ มาตรการด้านสิ่งแวดล้อม (ESG), เศรษฐกิจดิจิทัล และความท้าทายด้านภูมิรัฐศาสตร์
ขอบเขตงานประกอบด้วยการออกแบบหลักสูตรที่บูรณาการระหว่างการบรรยายเชิงวิชาการ กิจกรรม Workshop และกรณีศึกษาจริง โดยต้องมีการจัดอบรมไม่น้อยกว่า 10 วัน การศึกษาดูงานในประเทศและต่างประเทศอย่างละ 1 ครั้ง สำหรับผู้เข้าร่วมไม่น้อยกว่า 50 ราย นอกจากนี้ยังรวมถึงการจัดกิจกรรมสร้างเครือข่าย (Networking) ระหว่างผู้เข้าอบรมรุ่นปัจจุบันและศิษย์เก่าทุกรุ่น รวมถึงการติดตามสถานภาพการลงทุนของผู้ประกอบการเพื่อสร้างฐานข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน
โครงการนี้มีระยะเวลาดำเนินการ 5 เดือน นับจากวันลงนามในสัญญา โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงความพร้อมด้านบุคลากรที่มีวุฒิการศึกษาและประสบการณ์ตรงตามที่กำหนด (ผู้จัดการโครงการ, ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าการลงทุน, และเจ้าหน้าที่ประสานงาน) การพิจารณาคัดเลือกจะใช้เกณฑ์คะแนนด้านเทคนิค (70%) และด้านราคา (30%) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องผ่านเกณฑ์คะแนนเทคนิคขั้นต่ำไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของคะแนนเต็ม
English summary
The Office of the Board of Investment (BOI) is seeking a contractor to develop a capacity-building program for Thai entrepreneurs to expand their investments into international markets. The project aims to equip SMEs with knowledge on global economic trends, international trade regulations, ESG compliance, and digital trade. The scope includes at least 10 days of training, one domestic study visit, and one international study visit for at least 50 participants. The project duration is 5 months with a budget of 1,000,900 THB. Selection will be based on a quality-cost based selection (70% technical, 30% price).
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- สร้างความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลก กฎระเบียบการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ
- ให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะด้านการลงทุนในต่างประเทศแก่ผู้ประกอบการ
- เสริมสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ทางสังคมและธุรกิจของผู้ประกอบการไทย
- ติดตามและปรับปรุงสถานะการลงทุนของผู้ผ่านการอบรมทุกรุ่นให้เป็นปัจจุบัน
- จัดทำฐานข้อมูลผู้ประกอบการที่ผ่านการอบรม
ขอบเขตของงาน
- ออกแบบหลักสูตรเชิงบูรณาการ (บรรยาย, Workshop, กรณีศึกษา)
- จัดการฝึกอบรมไม่น้อยกว่า 10 วัน (วันละไม่น้อยกว่า 5 ชั่วโมง)
- จัดกิจกรรมศึกษาดูงานในประเทศ (ไม่น้อยกว่า 1 ครั้ง) และต่างประเทศ (ไม่น้อยกว่า 1 ครั้ง)
- จัดกิจกรรมสร้างเครือข่าย (Networking) ทั้งในรุ่นและกับศิษย์เก่าทุกรุ่น
- ติดตามสถานภาพความคืบหน้าการลงทุนของผู้ผ่านการอบรมทุกรุ่น
- จัดทำเอกสารประกอบการอบรม ทำเนียบรุ่น และฐานข้อมูลผู้เข้ารับการอบรม
- ประชาสัมพันธ์กิจกรรมผ่านช่องทางออนไลน์ของหน่วยงาน
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- แผนการดำเนินโครงการ (งวดที่ 1)
- รายงานความก้าวหน้าโครงการ (งวดที่ 2)
- รายชื่อและฐานข้อมูลผู้เข้าอบรม (งวดที่ 2)
- สรุปผลการติดตามสถานภาพการลงทุน (งวดที่ 2 และ 3)
- หนังสือรุ่นและฐานข้อมูลในรูปแบบแฟลชไดรฟ์ (งวดที่ 3)
- วีดิทัศน์บันทึกการบรรยาย (งวดที่ 3)
- รายงานฉบับสมบูรณ์ (งวดที่ 3)
ระยะเวลาดำเนินการ
5 เดือน นับจากวันลงนามในสัญญา
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: นิติบุคคลที่มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคา, ลงทะเบียนในระบบ e-GP
- Standards Compliance: -
- Experience: มีผลงานกับหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชนที่มีลักษณะงานใกล้เคียง
- Previous Project Cost: -
- Technical Capabilities: ต้องนำเสนอแนวคิดการออกแบบหลักสูตรและแผนการดำเนินงานต่อคณะกรรมการ
- Personnel:
- ผู้จัดการโครงการ (ป.โท ขึ้นไป, ประสบการณ์ 10 ปี)
- ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าการลงทุน (ป.ตรี ขึ้นไป, ประสบการณ์ 5 ปี)
- เจ้าหน้าที่ประสานงาน (ป.ตรี ขึ้นไป, ประสบการณ์ 2 ปี)
เกณฑ์การพิจารณา
- เกณฑ์คะแนนรวม 100 คะแนน
- ด้านเทคนิค (70 คะแนน): แบ่งเป็น แนวคิดและวิธีการดำเนินงาน (45), ประสบการณ์และผลงานที่ผ่านมา (25)
- ด้านราคา (30 คะแนน)
- ผู้ผ่านเกณฑ์เทคนิคต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่า 49 คะแนน (70% ของ 70 คะแนน)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- หลักสูตรต้องครอบคลุม: เศรษฐกิจโลก, กฎระเบียบการค้า/การลงทุน, Green Economy, ESG Compliance, Digital Trade, Supply Chain Resilience
- รูปแบบ: บรรยาย, Workshop, กรณีศึกษา, ศึกษาดูงาน
เงื่อนไขสัญญา
- จ่ายเงิน 3 งวด: งวดที่ 1 (20%), งวดที่ 2 (50%), งวดที่ 3 (30%)
- ค่าปรับ: ร้อยละ 0.10 ของค่าจ้างต่อวัน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: โครงการนี้เน้นกลุ่มเป้าหมายใด? A: ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ที่สนใจขยายการลงทุนไปต่างประเทศ
- Q: การศึกษาดูงานต่างประเทศรวมค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง? A: ราคาจ้างไม่รวม ตั๋วเครื่องบิน, ที่พัก, อาหาร, ประกันการเดินทาง, วีซ่า, รถรับส่ง, ห้องประชุม, ล่าม และค่าธรรมเนียมเข้าชม
- Q: ผู้เข้าอบรมต้องมีจำนวนเท่าใด? A: ไม่น้อยกว่า 50 ราย
- Q: การติดตามสถานภาพการลงทุนต้องทำอย่างไร? A: ติดตามจากผู้ผ่านการอบรมทุกรุ่นที่ผ่านมาและรุ่นปัจจุบัน โดยจัดทำสรุปเป็นรายงานและฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์
- Q: วิทยากรสามารถเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่? A: ได้ แต่ต้องชี้แจงเหตุผลและได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานทุกครั้ง
- Q: กิจกรรมสร้างเครือข่ายมีกี่ประเภท? A: 2 ประเภท คือ กิจกรรมพบปะในรุ่น (อย่างน้อย 2 ครั้ง) และกิจกรรมเครือข่ายนักลงทุนไทยในต่างประเทศ (1 ครั้ง)
- Q: การนำเสนอผลงาน (Presentation) ใช้เวลานานเท่าใด? A: รวมไม่เกิน 50 นาที (นำเสนอ 25 นาที, ซักถาม 25 นาที)
- Q: หากส่งงานล่าช้าจะถูกปรับอย่างไร? A: ปรับร้อยละ 0.10 ของค่าจ้างตามสัญญาต่อวัน
- Q: ต้องมีบุคลากรประจำโครงการกี่คน? A: อย่างน้อย 4 คน (ผู้จัดการ 1, ผู้เชี่ยวชาญ 1, เจ้าหน้าที่ประสานงาน 2)
- Q: รายงานฉบับสมบูรณ์ต้องส่งเมื่อใด? A: ภายใน 5 เดือนนับจากวันลงนามในสัญญา (งวดที่ 3)
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ขอบเขตของงาน (Term of reference : TOR)
จ้างจัดทําหลักสูตรพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทยเพื่อการขยายการลงทุนสู่ตลาดต่างประเทศ
- หลักการและเหตุผล
ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566-2570) ซึ่งเป็นแผนระดับที่ 2 ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) ที่มุ่งพัฒนาประเทศไทยให้เกิดความสมดุลทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยเน้นการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง ตามบริบทโลก ควบคู่ไปกับการสร้างมูลค่าเพิ่มในภาคการผลิต บริการ เกษตร และการท่องเที่ยว รักษาเสถียรภาพ ทางเศรษฐกิจมหภาค และขยายโอกาสเชื่อมโยงการค้าและการลงทุนกับตลาดต่างประเทศที่มีศักยภาพ
เพื่อเสริมสร้างให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
สํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) มีบทบาทสําคัญในการสนับสนุนทั้งการลงทุน จากต่างประเทศในประเทศไทย (Inbound) และการลงทุนของไทยในต่างประเทศ (Outbound) โดยได้จัดตั้ง ศูนย์พัฒนาการลงทุนไทยในต่างประเทศ (Thai Overseas investment Support Center: TOISC) ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2554 ทําหน้าที่เสริมสร้างความรู้และทักษะที่จําเป็นแก่ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการ ขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMEs) ผ่านหลักสูตร “สร้างนักลงทุนไทยในต่างประเทศ” ซึ่งได้ดําเนินการมาแล้ว 21 รุ่น มีผู้ผ่านการอบรมจํานวน 744 ราย ทั้งนี้ จากการติดตามผลพบว่ามีผู้ประกอบการจํานวน 324 ราย สามารถนําองค์ความรู้ไปใช้จริงและมีการขยายธุรกิจในต่างประเทศ โดยส่วนใหญ่อยู่ในสาขาการผลิตและ มุ่งขยายการลงทุนในกลุ่มประเทศอาเซียน นอกจากนี้ การอบรมยังนําไปสู่การสร้างเครือข่ายนักลงทุนไทย ระหว่างรุ่น ส่งผลให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และความร่วมมือในการดําเนินธุรกิจร่วมกันทั้งในและ
ต่างประเทศ
ในขณะเดียวกัน การส่งเสริมการลงทุนของไทยในต่างประเทศยังเป็นกลไกสําคัญในการยกระดับ ศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจไทย โดยช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถ (1) ขยายตลาด และฐานการผลิตไปยังประเทศและภูมิภาคที่มีศักยภาพ (2) แสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ และเข้าถึงห่วงโซ่ มูลค่า (Value Chain) ระดับโลก (3) บริหารจัดการต้นทุนการผลิตและโลจิสติกส์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และ (4) กระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดภายในประเทศเพียงแห่งเดียว อันจะส่งผลให้ภาคเอกชนไทย มีความเข้มแข็ง พร้อมรองรับการแข่งขันและความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้ดียิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม ภายใต้สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและสังคมระหว่างประเทศในปัจจุบันที่มี การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อาทิ การปรับเปลี่ยนกฎระเบียบทางการค้าและการลงทุนของประเทศคู่ค้า มาตรการด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนที่เข้มงวดยิ่งขึ้น การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ตลอดจน ความท้าทายด้านภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาค ล้วนส่งผลให้นักลงทุนไทยจําเป็นต้องพัฒนาองค์ความรู้
ให้เท่าทันสถานการณ์ และเรียนรู้จากประสบการณ์จริงของผู้ประกอบการที่ประสบความสําเร็จในการดําเนิน ธุรกิจในต่างประเทศ เพื่อนํามาใช้เป็นแนวทางประกอบการตัดสินใจ และช่วยลดความเสี่ยงในการลงทุนและ การขยายธุรกิจในต่างประเทศ
เพื่อรองรับบริบทดังกล่าว สํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนจึงเห็นความจําเป็นในการจัดทํา
หลักสูตรเพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการไทยในการไปลงทุนในต่างประเทศ ควบคู่กับการพัฒนาและ
ต่อยอดองค์ความรู้อย่างต่อเนื่อง สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยสามารถขยายธุรกิจในต่างประเทศได้อย่างมี ประสิทธิภาพ และสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการไทยในต่างประเทศให้มีความเข้มแข็ง โดยหลักสูตรอบรมจะ
ครอบคลุมเนื้อหาเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลก กฎระเบียบการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศที่สําคัญ ความเปลี่ยนแปลงและความท้าทายที่นักลงทุนไทยต้องเผชิญในอนาคต อาทิ Green Economy, ESG Compliance, Digital Trade และ Supply Chain Resilience ตลอดจนการบรรยายและการแลกเปลี่ยน ประสบการณ์จากนักลงทุนและผู้เชี่ยวชาญที่ประสบความสําเร็จในต่างประเทศ กรณีศึกษาปัญหาและอุปสรรค ด้านการลงทุนเพื่อใช้เป็นบทเรียนในการดําเนินธุรกิจในต่างประเทศ และการเสริมสร้างเครือข่ายนักลงทุนไทย ในต่างประเทศระหว่างผู้เข้าร่วมรุ่นปัจจุบันและทุกรุ่นที่ผ่านมา
ดังนั้น สํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนจึงให้ความสําคัญกับการจัดทําหลักสูตรที่เชิญ
วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิและมีความเชี่ยวชาญด้านการค้าและการลงทุน เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรม การตลาด รวมทั้งการลงทุนระหว่างประเทศ ตลอดจนประเด็นสําคัญอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาองค์ ความรู้ของผู้ประกอบการไทย หลักสูตรและกิจกรรมได้รับการออกแบบให้มีความเข้มข้น ทันสมัย และ ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ เพื่อเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทยในการไปลงทุนในต่างประเทศ
ให้นักลงทุนไทยสามารถใช้ประโยชน์จากโอกาสที่เกิดขึ้นได้อย่างเต็มที่ และนําความสําเร็จกลับมาสนับสนุน
การพัฒนาประเทศต่อไปอย่างยั่งยืน - วัตถุประสงค์
2.1 สร้างความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลก ความตื่นตัวด้านสิ่งแวดล้อม กฎระเบียบเกี่ยวกับการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ ตลอดจนองค์ความรู้เกี่ยวกับการค้าการลงทุน ในต่างประเทศที่สําคัญ เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยที่เข้าร่วมโครงการ นําไปต่อยอดทักษะและความรู้ใน การขยายธุรกิจและการลงทุนในต่างประเทศ
2.2 ให้คําปรึกษาและข้อเสนอแนะด้านการลงทุนในต่างประเทศแก่ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมการอบรม โดยผู้เชี่ยวชาญและนักลงทุนที่มีประสบการณ์ตรงเพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพแสวงหา
โอกาสการลงทุนและลดความเสี่ยงในการทําธุรกิจในต่างประเทศ
2.3 เสริมสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ทางสังคมและธุรกิจของผู้ประกอบการไทย เพื่อเป็นช่องทาง ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์ระหว่างผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพไปลงทุนในต่างประเทศ
2.4 ติดตามและปรับปรุงสถานะการลงทุนของผู้ผ่านการอบรมทุกรุ่นให้เป็นปัจจุบัน เพื่อรวบรวมเป็น ฐานข้อมูลสําหรับสนับสนุนภารกิจของกองพัฒนาผู้ประกอบการไทย รวมถึงใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
2.5 จัดทําฐานข้อมูลผู้ประกอบการที่ผ่านการอบรม - คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
3.1 มีความสามารถตามกฎหมาย
3.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
3.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
3.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
3.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของ
หน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
3.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและ
การบริหารพัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
3.7 เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
3.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่สํานักงาน ณ วัน ประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ การประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมใน
3.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทยเว้นแต่รัฐบาลของ ผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
3.10 ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า" ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก
ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าจะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบในปริมาณงานสิ่งของ หรือ
มูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก
กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
สําหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก
กรณีข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง
ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
สําหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน
นามกิจการร่วมค้า
3.11 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement: e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
3.12 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
(1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย/กฎหมายต่างประเทศ ซึ่งได้ จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ของ 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ ซึ่งจะต้องแสดง
ค่าเป็นบวก
(2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย/กฎหมายต่างประเทศ ซึ่งยังไม่มี
การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ํากว่า 1 ล้านบาท
(3) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาถือสัญชาติไทย/บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยให้ พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝาก โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่าไม่น้อยกว่า 1 ใน
4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้งและหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัด จ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือก จะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าว อีกครั้งหนึ่งในวันลง นามในสัญญา ทั้งนี้ หนังสือรับรองบัญชีเงินฝากซึ่งธนาคารออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอหรือ วันลงนามในสัญญา ไม่เกิน 90 วัน
(4) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอมีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามข้อ (1) - (3)
ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอหนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกัน
ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย
ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้
ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ที่ได้รับอนุญาตให้ ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารกลางของ ประเทศนั้นตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารกลางของประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบโดยพิจารณาจากยอดเงิน
รวม ของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจ จากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ จากธนาคารไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอ ในแต่ละครั้ง ทั้งนี้ สําหรับธนาคารภายในประเทศหนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อให้เป็นไปตามแบบที่กําหนด
(5) กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศและบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ตาม ข้อ (2) - (4) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารเชิญชวนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
(e-GP) หรือมีหนังสือเชิญชวน จนถึงวันเสนอราคา
ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด
(6) กรณีตามข้อ (1) - (4) ใช้บังคับกับการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีประกาศเชิญชวนทั่วไปวิธีคัดเลือกและ วิธีเฉพาะเจาะจง ตามหมวด 6 งานจ้างที่ปรึกษา ตามหมวด 7 และงานจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้าง ตามหมวด 8 แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 เว้นแต่ในกรณี ดังต่อไปนี้
(6.1) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ
(6.2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ ตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(6.3) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และงานจ้าง ก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อน วันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
จัดจ้างฯ
(6.4) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อ
(6.5) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(6.6) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงาน
ขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
3.13 ผู้เสนอราคาต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ เป็นไปตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหา การจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 48 ลงวันที่ 20 มกราคม 2568
4. ขอบเขตของงาน
4.1 การออกแบบหลักสูตร
4.1.1 รูปแบบหลักสูตร
4.1.1.1 ออกแบบหลักสูตรเชิงบูรณาการ โดยมุ่งเน้นการเชื่อมโยงอย่างเป็นระบบระหว่าง การบรรยายเชิงวิชาการและการลงมือปฏิบัติจริง ผ่านกิจกรรม Workshop และกรณีศึกษา ควบคู่ไปกับ การส่งเสริมการรับรู้มุมมองเชิงลึก โดยจัดให้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากนักลงทุนหรือผู้ประกอบการที่ ประสบความสําเร็จ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถประยุกต์ใช้ความรู้ในสถานการณ์จริงและเข้าใจโลกธุรกิจอย่างรอบด้าน
4.1.1.2 จัดทําหลักสูตรโดยให้มีการบรรยาย การแบ่งปันประสบการณ์ กิจกรรม Workshop ไม่น้อยกว่า 10 วัน การศึกษาดูงานในประเทศ ไม่น้อยกว่า 1 ครั้ง และการศึกษาดูงานใน ต่างประเทศ ไม่น้อยกว่า 1 ครั้ง โดยมีจํานวนผู้เข้าร่วมการอบรม ไม่น้อยกว่า 50 ราย
4.1.2 เนื้อหาหลักสูตรครอบคลุมมิติสําคัญของการลงทุนในต่างประเทศ ประกอบด้วย การวิเคราะห์แนวโน้มเศรษฐกิจโลก กฎระเบียบการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ รวมถึงความท้าทายใหม่ ที่นักลงทุนไทยต้องเผชิญ ตลอดจนการถอดบทเรียนจากกรณีศึกษาจริง (Case Studies) ทั้งในด้านปัจจัยแห่ง ความสําเร็จ และการวิเคราะห์ปัญหาอุปสรรคพร้อมแนวทางแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม
4.1.3 การวางแผนดําเนินงานและการจัดทําแผนดําเนินโครงการอบรมอย่างเป็นระบบ โดยมี การเตรียมการและประชาสัมพันธ์ การคัดเลือกผู้เข้าร่วมอบรมตามเกณฑ์ที่กําหนด การดําเนินการจัดการอบรม รวมถึงพิธีเปิดและการจัดกิจกรรมตามหลักสูตร การศึกษาดูงานทั้งในและต่างประเทศ และการจัด
พิธีปิด มอบประกาศนียบัตร และการประเมินผลโครงการ
4.2 การจัดการฝึกการอบรม
4.2.1 ระยะเวลาและโครงสร้างการอบรม โดยมีการบรรยาย ไม่น้อยกว่า 10 วัน (แต่ละวันไม่น้อย กว่า 5 ชั่วโมง) การศึกษาดูงานในประเทศ ไม่น้อยกว่า 1 ครั้ง และการศึกษาดูงานในต่างประเทศ ไม่น้อยกว่า 1 ครั้ง
4.2.2 การจัดหาสถานที่ในการฝึกอบรม เช่น โรงแรม สถาบันการศึกษา หรือศูนย์ประชุม ที่สอดคล้องและเหมาะสมกับการอบรมและกิจกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยได้รับความเห็นชอบจากสํานักงาน
ๆ
4.2.3 การจัดหาวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งเป็นผู้ที่รอบรู้ในธุรกิจมาบรรยายถ่ายทอดความรู้และ ประสบการณ์และให้คําปรึกษาในด้านต่างๆ โดยเสนอรายชื่อวิทยากรเพื่อประกอบการพิจารณาจัดจ้าง หากมีการ ปรับเปลี่ยนวิทยากรจากรายชื่อที่นําเสนอคณะกรรมการ จะต้องชี้แจงเหตุผลประกอบการเปลี่ยนแปลงและ ต้องได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานทุกครั้ง
4.3 การจัดกิจกรรมหลักสูตร
4.3.1 กิจกรรมศึกษาดูงานในประเทศ ดําเนินการจัดกิจกรรมนําคณะผู้เข้ารับการอบรม เยี่ยมชมโรงงาน บริษัทชั้นนํา หรือองค์กรที่มีนวัตกรรมโดดเด่น เพื่อรับฟังมุมมองเชิงลึกและ แลกเปลี่ยนประสบการณ์จากผู้บริหารหรือผู้ประกอบการโดยตรง
4.3.2 กิจกรรมศึกษาดูงานในต่างประเทศ ดําเนินการจัดกิจกรรมนําคณะผู้อบรมเดินทาง ไปศึกษาดูงานในต่างประเทศตามข้อกําหนด หรือตามความเห็นชอบของสํานักงาน โดยมีหน้าที่นําเสนอ หน่วยงาน หรือกิจกรรม รวมถึงติดต่อประสานงานและร่วมเดินทางอํานวยความสะดวกแก่คณะผู้เข้ารับการอบรม มทั้งจัดทําเอกสารประกอบการเดินทาง และสรุปผลการดําเนินกิจกรรมศึกษาดูงานในต่างประเทศ หลังจากการดําเนินกิจกรรมเสร็จสิ้น (ในราคาจ้างไม่รวม ตั๋วเครื่องบิน, ที่พัก, อาหาร, ประกันการเดินทาง, วีซ่า, รถรับส่ง, ห้องประชุม, ล่าม, ค่าธรรมเนียมเข้าชม ฯลฯ)
พร้อมทง
4.3.3 กิจกรรมสร้างเครือข่าย (Networking Activities)
4.3.3.1 จัดกิจกรรมสร้างเครือข่ายผู้เข้ารับการอบรมในรุ่น (Participant Meet & Networking Event) อย่างน้อย 2 ครั้ง โดยจัดในลักษณะกิจกรรมพบปะเพื่อการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและ สร้างเครือข่าย เช่น การรับประทานอาหารร่วมกัน เพื่อเอื้อต่อการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ มุมมองทางธุรกิจ และการสร้างความร่วมมือระหว่างผู้เข้ารับการอบรมในรุ่นเดียวกัน โดยผู้รับจ้างต้องจัดหาสถานที่ที่เหมาะสม สะท้อนบรรยากาศเอื้อต่อการสร้างเครือข่าย และได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานก่อนดําเนินการ (ในราคา จ้างไม่รวม สถานที่, อาหาร ฯลฯ)
4.3.3.2 จัดกิจกรรมสร้างเครือข่ายนักลงทุนไทยในต่างประเทศ (Thai Overseas investor Networking Event) จํานวน 1 ครั้ง โดยเชิญผู้เข้ารับการอบรมในรุ่นปัจจุบัน วิทยากร และศิษย์เก่าหลักสูตรจาก ทุกรุ่น เข้าร่วมในรูปแบบกิจกรรมที่เอื้อต่อการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ มุมมองเชิงลึกด้านการลงทุน ในต่างประเทศ และการสร้างโอกาสความร่วมมือทางธุรกิจร่วมกัน ทั้งนี้ ผู้รับจ้างต้องจัดหาสถานที่ที่เหมาะสม กับลักษณะกิจกรรมและจํานวนผู้เข้าร่วม และได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานก่อนดําเนินการ (ในราคาจ้างไม่ รวม สถานที่, อาหาร ฯลฯ)
4.4 การติดตามสถานภาพความคืบหน้าการลงทุน
ติดตามสถานภาพความคืบหน้าการประกอบธุรกิจในต่างประเทศจากผู้เข้ารับการอบรมทุกรุ่นที่ผ่านมา
โดยจัดทําสรุปในรูปแบบรายงานและฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเสนอต่อสํานักงาน
4.5 การจัดทําเอกสารข้อมูลและการประชาสัมพันธ์
4.5.1 จัดทําเอกสารประกอบการอบรมให้กับผู้เข้ารับการอบรมทุกท่าน
4.5.2 จัดทําทําเนียบรุ่น ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลเบื้องต้นและภาพถ่ายของผู้เข้ารับการอบรม
ทุกท่าน ในรูปแบบไฟล์ พร้อมออกแบบอย่างสวยงาม
4.5.3 จัดทําฐานข้อมูลผู้เข้ารับการอบรมในรูปแบบทะเบียนประวัติ
4.5.4 ทําการประชาสัมพันธ์ข่าวสารกิจกรรมการอบรมและการศึกษาดูงาน ผ่านเว็บไซต์ของ กองพัฒนาผู้ประกอบการไทยหรือสํานักงาน และ Social Media อื่น ๆ ตลอดระยะเวลาการจัดจ้าง
4.6 จัดทํารายงานสรุปผลการดําเนินงานโครงการและข้อเสนอแนะต่อสํานักงาน
5. ระยะเวลาการดําเนินโครงการ
ระยะเวลา 5 เดือน นับแต่วันลงนามในสัญญา
6. ผลงานที่จะต้องส่งมอบและการจ่ายเงิน
สํานักงานจะชําระค่าจ้าง จํานวน 3 งวด โดยต้องส่งมอบเอกสารหลักฐานการปฏิบัติงานในแต่ละงวด ให้สํานักงาน และ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับพัสดุเรียบร้อยแล้ว
งวดที่ 1 จํานวนร้อยละ 20 ของค่าจ้างทั้งหมด ภายใน 2 เดือน นับจากวันลงนามในสัญญา โดยส่ง มอบรายงานแผนการดําเนินโครงการจํานวน 6 ชุด มีรายละเอียด ดังนี้
(1) รายละเอียดหลักสูตรการอบรม
(2) แผนการดําเนินงานการฝึกอบรมและแผนการดําเนินงานสํารวจสถานภาพนักลงทุนของผู้เข้ารับ
การอบรมทุกรุ่นทั้งรุ่นที่ผ่านมาและรุ่นที่จัดปัจจุบัน
(3) รายชื่อวิทยากรและสถานที่จัดฝึกอบรม
(4) แผนการจัดกิจกรรมศึกษาดูงานในประเทศและต่างประเทศ
(5) รูปแบบและวิธีการสร้างเครือข่ายของผู้เข้ารับการอบรมรุ่นปัจจุบันและทุกรุ่นที่ผ่านมา งวดที่ 2 จํานวนร้อยละ 50 ของค่าจ้างทั้งหมด ภายใน 4 เดือน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดย ส่งมอบรายงานความก้าวหน้าของโครงการจํานวน 6 ชุด มีรายละเอียด ดังนี้
(1) รายชื่อและฐานข้อมูลของผู้เข้าอบรมรุ่นปัจจุบัน
(2) ดําเนินการอบรมแล้วเสร็จ
(3) จัดกิจกรรมสร้างเครือข่ายแล้วเสร็จ
(4) จัดกิจกรรมศึกษาดูงานในประเทศและต่างประเทศแล้วเสร็จ
(5) สรุปความคืบหน้าผลการติดตามสถานภาพการลงทุนของผู้เข้ารับการอบรมทุกรุ่นที่ผ่านมา และรุ่นปัจจุบัน ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70
งวดที่ 3 จํานวนร้อยละ 30 ของค่าจ้างทั้งหมด ภายใน 5 เดือน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยส่ง มอบหนังสือรุ่น ฐานข้อมูลของผู้เข้ารับการอบรมในรูปแบบแฟลชไดรฟ์ และวีดิทัศน์บันทึกการบรรยายของ วิทยากรในรูปแบบแฟลชไดรฟ์ จํานวน 6 ชุด และรายงานฉบับสมบูรณ์ โดยรายงานฉบับสมบูรณ์มีรายละเอียด
ดังนี้
(1) สรุปภาพรวมการดําเนินงานตลอดโครงการ
(2) รายงานผลการจัดทําหลักสูตรการอบรมและผลการดําเนินการอบรม
(3) รายงานผลการจัดกิจกรรมสร้างเครือข่าย
(4) รายงานสรุปผลการจัดกิจกรรมศึกษาดูงานในประเทศและต่างประเทศ
(5) รายงานสรุปผลการติดตามสถานภาพการลงทุนของผู้เข้ารับการอบรมทุกรุ่นที่ผ่านมาและรุ่น
ปัจจุบัน
(6) รายงานสรุปประเด็นจากผู้เข้ารับการอบรม ข้อเสนอแนะ และข้อคิดเห็นที่มีต่อโครงการ
7. วงเงินงบประมาณ
1,000,900 บาท (หนึ่งล้านเก้าร้อยบาทถ้วน)
8. การบริการจัดการและบุคลากรในโครงการ
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงความพร้อมด้านบุคลากร เพื่อให้สํานักงานมีความเชื่อมั่นว่าผู้ประสงค์จะเสนอ
ราคา สามารถทํางานได้ทันที และสามารถส่งมอบผลงานที่แล้วเสร็จสมบูรณ์ได้ทันตามกําหนดเวลา โดยต้อง เสนอรายชื่อและจํานวนผู้ปฏิบัติงานโครงการเป็นอย่างน้อย ดังนี้
ลําดับ
คุณสมบัติ
ตําแหน่ง
จํานวน วุฒิการศึกษา
(คน)
1
ผู้จัดการโครงการ (Project
1
ไม่ต่ํากว่าปริญญาโท
Manager)
- มีประสบการณ์ทํางานที่
2 ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้า การ ลงทุนระหว่างประเทศ (Trade & Investment Expert)
ในสาขาสังคมศาสตร์ เช่น เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า 10 ปี
เศรษฐศาสตร์ การบัญชี
บริหารธุรกิจ รัฐศาสตร์ และ
นิติศาสตร์ เป็นต้น
1
ไม่ต่ํากว่าปริญญาตรี
มีประสบการณ์ทํางานที่
ในสาขาสังคมศาสตร์ เช่น เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า 5 ปี
เศรษฐศาสตร์ การบัญชี
บริหารธุรกิจ รัฐศาสตร์ และ
นิติศาสตร์ เป็นต้น
3
เจ้าหน้าที่ประสานงานและ
2
ไม่ต่ํากว่าปริญญาตรี
มีประสบการณ์ทํางานที่
บริหารโครงการ (Project
Coordinator)
ในสาขาสังคมศาสตร์ เช่น เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า 2 ปี
เศรษฐศาสตร์ การบัญชี
บริหารธุรกิจ รัฐศาสตร์ และ
นิติศาสตร์ เป็นต้น
- แผนการทํางาน
คู่สัญญาต้องจัดทําแผนการทํางานมาให้ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่ เป็นกรณีการเช่า หรือกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน 90 วัน หรือกรณีการซื้อซึ่งสัญญากําหนดส่งงานงวดเดียวหรือ กรณีการซื้อ การเช่า การจ้างก่อสร้าง ซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือมีวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท โดยจัดทําแผนการทํางานตามสิ่งที่ส่งมาด้วย ทั้งนี้ แผนการทํางานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่ง
ของสัญญา - หลักเกณฑ์ในการพิจารณา
10.1 สํานักงานจะพิจารณาการยื่นข้อเสนอโดยใช้เกณฑ์ขั้นต่ําและใช้เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น โดยพิจารณาให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ําหนักที่กําหนด ทั้งนี้ การยื่นข้อเสนอของผู้ประสงค์จะเสนอราคา
ประกอบด้วย
10.1.1 ข้อเสนอด้านเทคนิค (Performance) กําหนดน้ําหนักร้อยละ 70 โดยผู้ยื่นข้อเสนอ จะต้องนําเสนอ (Presentation) ข้อเสนอทางเทคนิค และการแสดงตัวอย่างแนวคิดการออกแบบหลักสูตรกับ ทางคณะกรรมการ ระยะเวลารวมไม่เกิน 50 นาที โดยแบ่งออกเป็นการนําาเสนอข้อเสนอด้านเทคนิคประมาณ 25 นาที และคณะกรรมการซักถามคําถามประมาณ 25 นาที สําหรับ วัน เวลา และสถานที่ สํานักงานจะแจ้ง
ให้ทราบต่อไป ทั้งนี้ ผู้ผ่านเกณฑ์ข้อเสนอด้านเทคนิคต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของคะแนนเต็มด้าน เทคนิค 70 คะแนน (ไม่น้อยกว่า 49 คะแนน)
10.1.2 ข้อเสนอด้านราคา (Price) กําหนดน้ําหนักร้อยละ 30
10.2 ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นเอกสารไม่ถูกต้องตามขอบเขตของงาน (TOR) สํานักงานขอสงวนสิทธิ์ ในการไม่รับพิจารณาเอกสารของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่เป็นข้อผิดพลาดเพียงเล็กน้อยหรือที่ผิดไปจาก เงื่อนไขและขอบเขตของงานตามเอกสารนี้ในส่วนที่ไม่ใช่สาระสําคัญ ทั้งนี้ เฉพาะในกรณีที่พิจารณาเห็นว่า
เป็นประโยชน์ต่อทางราชการเท่านั้น
10.3 สํานักงานมีหลักเกณฑ์การพิจารณาการให้คะแนน ดังนี้
เกณฑ์การพิจารณาให้คะแนน
เกณฑ์ด้านเทคนิค น้ําหนักร้อยละ 70 - แนวคิดและวิธีการดําเนินงาน น้ําหนักรวมร้อยละ 45
แบ่งเป็น
1.1 คุณภาพหลักสูตรและเนื้อหา เนื้อหาครอบคลุมตาม TOR รูปแบบการอบรมเข้มข้น มี Workshop และ Case Studies ที่ปฏิบัติได้จริง ระยะเวลาอบรมเหมาะสม
เกณฑ์การให้คะแนน
81-100 คะแนน : นําาเสนอรายละเอียดครบถ้วน และชัดเจนในภาพรวม 61-80 คะแนน : นําเสนอรายละเอียดครบถ้วน แต่ยังขาดความชัดเจนในบาง ประเด็น
41-60 คะแนน : นําเสนอรายละเอียดไม่ครบถ้วน หรือไม่ชัดเจนในบางประเด็น 21-40 คะแนน : นําเสนอรายละเอียดไม่ครบถ้วน และไม่ชัดเจนในประเด็นที่มี ความสําคัญ
1-20 คะแนน : นําเสนอรายละเอียดไม่ครบถ้วน และไม่ชัดเจนเป็นส่วนใหญ่ 0 คะแนน : ไม่ได้นําเสนอรายละเอียด หรือเนื้อหาไม่เกี่ยวข้องกับคําถาม
1.2 แผนกิจกรรมศึกษาดูงานมีความน่าสนใจและเป็นประโยชน์
ต่อการลงทุน
เกณฑ์การให้คะแนน
81-100 คะแนน : นําเสนอรายละเอียดครบถ้วน และชัดเจนในภาพรวม 61-80 คะแนน : นําเสนอรายละเอียดครบถ้วน แต่ยังขาดความชัดเจนในบาง ประเด็น
41-60 คะแนน : นําเสนอรายละเอียดไม่ครบถ้วน หรือไม่ชัดเจนในบางประเด็น 21-40 คะแนน : นําาเสนอรายละเอียดไม่ครบถ้วน และไม่ชัดเจนในประเด็นที่มี ความสําคัญ
1-20 คะแนน : นําเสนอรายละเอียดไม่ครบถ้วน และไม่ชัดเจนเป็นส่วนใหญ่ 0 คะแนน : ไม่ได้นําเสนอรายละเอียด หรือเนื้อหาไม่เกี่ยวข้องกับคําถาม
(ก)
(ข)
(ตะกะข)
คะแนน ร้อยละ
รวมคะแนน
คะแนน
25
10
เกณฑ์การพิจารณาให้คะแนน
(n)
(ย)
(ตะกะข)
คะแนน ร้อยละ
รวมคะแนน
คะแนน
1.3 แผนการสร้างเครือข่าย รูปแบบกิจกรรมสร้างเครือข่าย และ
กิจกรรมร่วมกับศิษย์เก่าที่ชัดเจนและน่าสนใจ
เกณฑ์การให้คะแนน
81-100 คะแนน : นําเสนอรายละเอียดครบถ้วน และชัดเจนในภาพรวม 61-80 คะแนน : นําเสนอรายละเอียดครบถ้วน แต่ยังขาดความชัดเจนในบาง ประเด็น
41-60 คะแนน : นําเสนอรายละเอียดไม่ครบถ้วน หรือไม่ชัดเจนในบางประเด็น 21-40 คะแนน : นําเสนอรายละเอียดไม่ครบถ้วน และไม่ชัดเจนในประเด็นที่มี ความสําคัญ
1-20 คะแนน : นําเสนอรายละเอียดไม่ครบถ้วน และไม่ชัดเจนเป็นส่วนใหญ่ - ประสบการณ์ และผลงานที่ผ่านมา น้ําหนักรวมร้อยละ 25
การนําเสนอประสบการณ์ และผลงานกับหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานเอกชนที่มีลักษณะงานใกล้เคียง ผลงานที่ ผ่านมาของผู้รับจ้าง (100 คะแนน)
เกณฑ์การให้คะแนน
81-100 คะแนน : นําเสนอรายละเอียดครบถ้วน และชัดเจนในภาพรวม 61-80 คะแนน : นําเสนอรายละเอียดครบถ้วน แต่ยังขาดความชัดเจนในบาง ประเด็น
41-60 คะแนน : นําาเสนอรายละเอียดไม่ครบถ้วน หรือไม่ชัดเจนในบางประเด็น 21-40 คะแนน : นําาเสนอรายละเอียดไม่ครบถ้วน และไม่ชัดเจนในประเด็นที่มี ความสําคัญ
1-20 คะแนน : นําเสนอรายละเอียดไม่ครบถ้วน และไม่ชัดเจนเป็นส่วนใหญ่ 0 คะแนน : ไม่ได้นําเสนอรายละเอียด หรือเนื้อหาไม่เกี่ยวข้องกับคําถาม
เกณฑ์ด้านราคา (100 คะแนน) น้ําหนักรวม ร้อยละ 30
รวมคะแนน
10
25
30
100
การให้คะแนนด้านเทคนิค ให้พิจารณาจากเอกสารข้อเสนอด้านเทคนิคตามข้อ 10 และการนําเสนอ (Presentation) ประกอบการพิจารณา โดยการพิจารณาให้คะแนนในแต่ละหัวข้อ ให้เป็นไปตามรายละเอียด และขอบเขตของงานที่กําหนดไว้ในเอกสาร TOR ฉบับนี้ ทั้งนี้ คณะกรรมการจะพิจารณาผู้ยื่นข้อเสนอที่ผ่าน เกณฑ์ข้อเสนอด้านเทคนิค และเป็นผู้ที่มีคะแนนรวมด้านเทคนิคและด้านราคารวมสูงสุด เป็นผู้ชนะการ
ประกวดราคา - เอกสารการยื่นข้อเสนอ
11.1 วิธีการดําเนินงานโดยอธิบายรายละเอียดอย่างชัดเจนถึงวิธีการดําเนินงานตามขอบเขตของงานที่ ผู้ยื่นข้อเสนอจะนํามาใช้ในโครงการ โครงสร้างการบริหารโครงการ และการติดต่อประสานงานโครงการ
11.2 แผนการดําเนินงานและระยะเวลาโครงการ
11.3 แผนการจัดอบรม/หลักสูตร/กิจกรรม 1.1.4 แผนการจัดศึกษาดูงาน
11.5 แผนการสร้างเครือข่ายนักลงทุนไทย
11.6 รายละเอียดประวัติการศึกษา สําเนาปริญญาบัตรหรือทรานสคริปต์ของบุคลากรในโครงการ 11.7 รายละเอียดประสบการณ์การทํางานของบุคลากรในโครงการ
11.8 รายละเอียดประสบการณ์ และผลงานกับหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานเอกชน ที่มีลักษณะงานใกล้เคียง ผลงานที่ผ่านมาของผู้รับจ้าง - อัตราค่าปรับ
กรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถดําเนินการส่งมอบงานได้ทันตามกําหนด ผู้รับจ้างจะต้องถูกปรับเป็นเงินร้อยละ
0.10 ของค่าจ้างตามสัญญาต่อวัน
นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างไม่สามารถส่งมอบงานให้แล้วเสร็จภายในกําหนด
ระยะเวลาของการส่งมอบงาน จนถึงวันที่สํานักงานได้รับมอบงานถูกต้องครบถ้วน - การสงวนสิทธิ์
13.1 หน่วยงานของรัฐขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือยกเลิกขอบเขตของงาน และ/หรือ เงื่อนไขของสัญญา รวมถึงการปรับลดปริมาณงานหรือวงเงินค่าจ้าง ทั้งนี้การดําเนินการดังกล่าวต้องเป็นไปตาม หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ระเบียบกระทรวงการคลังที่เกี่ยวข้อง และตามความจําเป็นเพื่อประโยชน์ของทางราชการ โดยไม่ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่คู่สัญญาโดยไม่เป็นธรรม
13.2 การดําเนินโครงการถือเป็นความลับทางราชการ ห้ามมิให้มีการเผยแพร่เอกสารที่ได้รับ รายละเอียด เนื้อหา หรือผลการศึกษาใดๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากสํานักงาน - หน่วยงานรับผิดชอบโครงการ
กองพัฒนาผู้ประกอบการไทย
คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
โทรศัพท์ 0 2553 8420
Email [email protected]