จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการยกเลิกประกาศเชิญชวน

ประกวดราคาจ้างเหมาบริการบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขเครื่องพิมพ์ Passbook ของกรมการขนส่งทางบก (ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

กรมการขนส่งทางบก 69019129451
฿3,500,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 6 ก.พ. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

กรมการขนส่งทางบกเปิดประมูลงานบริการบำรุงรักษาและซ่อมแซมเครื่องพิมพ์ Passbook สำหรับหน่วยงานทั่วประเทศ (ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค) เป็นระยะเวลา 5 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ถึง 31 สิงหาคม 2569 โดยมีงบประมาณกลาง 3,500,000 บาท

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อดูแลรักษาเครื่องพิมพ์ Passbook จำนวนทั้งสิ้น 1,708 เครื่อง ซึ่งแบ่งเป็น 2 รุ่นหลัก ได้แก่ เครื่องพิมพ์ยี่ห้อ Compuprint รุ่น SP40Plus จำนวน 1,191 เครื่อง และยี่ห้อ Epson รุ่น PLQ-50 Plus จำนวน 517 เครื่อง ให้สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและลดระยะเวลาหยุดทำงานของระบบ

ขอบเขตงานครอบคลุมการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (PM) ตามรอบที่กำหนด และการซ่อมแซมแก้ไข (CM) เมื่อเกิดปัญหา รวมถึงการบริหารโครงการโดยต้องมีหัวหน้าโครงการ (Project Manager) การจัดทำแผนกิจกรรม การติดสติกเกอร์ระบุข้อมูลบนอุปกรณ์ทุกเครื่อง การจัดหาเครื่องสำรอง และการจัดส่งรายงานสรุปการปฏิบัติงานรายเดือนทั้งในส่วน PM และ CM อย่างละเอียด ผู้รับจ้างต้องได้รับการสนับสนุนอะไหล่จากบริษัทผู้ผลิตหรือตัวแทนประจำประเทศไทยอย่างเป็นทางการ

English summary

The Department of Land Transport (DLT) is seeking a contractor for the maintenance and repair service of Passbook printers used nationwide (central and regional offices) for a period of 5 months, from April 1 to August 31, 2026, with a median budget of 3,500,000 THB.

The project aims to ensure the optimal operation of a total of 1,708 Passbook printers, comprising two main models: 1,191 units of Compuprint SP40Plus and 517 units of Epson PLQ-50 Plus.

The scope of work includes scheduled preventive maintenance (PM) and corrective maintenance (CM) for breakdowns. The contractor is responsible for project management, including appointing a Project Manager, developing an activity plan, affixing detailed information stickers on all equipment, providing backup printers, and submitting comprehensive monthly PM and CM reports. The contractor must also have official spare parts support from the manufacturers or their authorized distributors in Thailand.

สถานที่ดำเนินการ

หน่วยงานในสังกัดกรมการขนส่งทางบก ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค (รวมถึงสำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-5 และสำนักงานขนส่งจังหวัดต่างๆ)

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขตลอดจนการตรวจสอบการทำงานและทำความสะอาดของเครื่องพิมพ์ Passbook ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ

ขอบเขตของงาน

  • การบริหารโครงการ: ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีหัวหน้าบริหารจัดการโครงการ (Project Manager) อย่างน้อย 1 คน เพื่อควบคุมดูแลและประสานงานทั้งหมด
  • การแนะนำทีมงาน: แนะนำทีมงานซ่อมบำรุงพร้อมแจ้งรายชื่อและข้อมูลติดต่อเป็นลายลักษณ์อักษรให้คณะกรรมการตรวจการจ้างภายใน 30 วันนับจากวันลงนามสัญญา
  • การจัดทำแผนงาน: จัดทำแผนกิจกรรม (Activity Plan) สำหรับโครงการบำรุงรักษาและซ่อมแซม ส่งมอบภายใน 30 วันนับจากวันลงนามสัญญา
  • การติดสติกเกอร์อุปกรณ์: จัดทำและติดสติกเกอร์ระบุข้อมูลบนอุปกรณ์ที่ทำการบำรุงรักษาทุกเครื่องในสำนักงานขนส่งทั่วประเทศ (ให้ลอกสติกเกอร์เก่าออก) ภายใน 45 วันนับจากวันที่คณะกรรมการให้ความเห็นชอบแบบสติกเกอร์ สติกเกอร์ต้องมีข้อมูลครบถ้วน เช่น ข้อมูลการแจ้งขัดข้อง, URL, เลขที่สัญญา, Serial Number, วันที่เริ่ม/สิ้นสุดสัญญา, หมายเลขครุภัณฑ์, รอบเวลา PM, ประเภทอุปกรณ์, และหมายเลข IP Address (ถ้ามี)
  • การบันทึกการปฏิบัติงาน: ทุกครั้งที่เข้าดำเนินการบำรุงรักษาหรือซ่อมแซม ต้องมีใบบันทึกการดำเนินการที่ให้เจ้าหน้าของหน่วยงานลงลายมือชื่อรับทราบ
  • การจัดทำรายงาน: จัดทำและส่งรายงานสรุปการบำรุงรักษาแบบ PM และการซ่อมแซมแบบ CM รายเดือน พร้อมใบบันทึกการดำเนินการ เสนอต่อคณะกรรมการภายในวันที่ 5 ของเดือนถัดไป
  • การสนับสนุนอะไหล่: ผู้รับจ้างต้องได้รับการสนับสนุนอะไหล่สำหรับเครื่องพิมพ์ทั้งสองรุ่นจากบริษัทผู้ผลิตหรือบริษัทสาขาผู้ผลิตประจำประเทศไทย โดยต้องยื่นเอกสารรับรองพร้อมการเสนอราคา
  • การจัดหาเครื่องสำรอง: จัดเตรียมเครื่องพิมพ์ Passbook สำรอง (รุ่นที่กำหนดหรือเทียบเท่า/ดีกว่า) จำนวน 5 เครื่อง ไว้ที่ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ ภายใน 30 วันนับจากวันลงนามสัญญา

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • แผนกิจกรรม (Activity Plan) สำหรับโครงการ
  • สติกเกอร์ข้อมูลครบถ้วนติดบนอุปกรณ์บำรุงรักษาทุกเครื่อง
  • ใบบันทึกการดำเนินการ (Signed Service Report) ทุกครั้งที่ให้บริการ
  • รายงานสรุปการบำรุงรักษาแบบ PM รายเดือน (ประกอบด้วย ชื่อหน่วยงาน, Serial No., ยี่ห้อ/รุ่น, ครั้งที่/วันที่บำรุงรักษา, ผลการตรวจสอบ)
  • รายงานสรุปการซ่อมแซมแบบ CM รายเดือน (ประกอบด้วย วันที่แจ้ง, ผู้แจ้ง, Serial No., ยี่ห้อ/รุ่น, ชื่อช่าง, วันที่เริ่ม/เสร็จดำเนินการ, สาเหตุปัญหา, วิธีการแก้ไข)
  • เครื่องพิมพ์ Passbook สำรอง จำนวน 5 เครื่อง
  • เอกสารรับรองการสนับสนุนอะไหล่จากผู้ผลิต/ตัวแทนอย่างเป็นทางการ

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาโครงการ: 5 เดือน
  • วันที่เริ่มดำเนินการ: 1 เมษายน 2569
  • วันที่สิ้นสุดสัญญา: 31 สิงหาคม 2569
  • กำหนดส่งแผนกิจกรรม: ภายใน 30 วันนับจากวันลงนามสัญญา
  • กำหนดติดสติกเกอร์: ภายใน 45 วันนับจากวันที่แบบสติกเกอร์ได้รับอนุมัติ
  • กำหนดส่งรายงานประจำเดือน: ภายในวันที่ 5 ของเดือนถัดไป
  • กำหนดยื่นข้อเสนอ (ในระบบ e-GP): ตามวันที่และเวลาที่กรมกำหนดในเอกสารประกาศ (ระบุเป็น ____ ระหว่างเวลา _. น. ถึง _. น.)

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: ต้องเป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันหรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น
  • Standards Compliance: -
  • Experience: ต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้างในวงเงินไม่น้อยกว่า 1,750,000 บาท โดยเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานท้องถิ่น หรือหน่วยงานเอกชนที่กรมเชื่อถือ และต้องเป็นผลงานในสัญญาเดียวกัน
  • Previous Project Cost: วงเงินผลงานขั้นต่ำ 1,750,000 บาท ต่อสัญญา
  • Technical Capabilities: ต้องได้รับการสนับสนุนอะไหล่เครื่องพิมพ์ Passbook ยี่ห้อ Compuprint รุ่น SP40Plus และ Epson รุ่น PLQ-50 จากบริษัทผู้ผลิตหรือบริษัทสาขาผู้ผลิตประจำประเทศไทย (ต้องมีเอกสารรับรอง)
  • Personnel: ต้องจัดให้มีหัวหน้าบริหารจัดการโครงการ (Project Manager) อย่างน้อย 1 คน

เกณฑ์การพิจารณา

  • ใช้หลักเกณฑ์ราคา (Price) ในการพิจารณา
  • การพิจารณาผู้ชนะจะดูจาก ราคารวม ที่เสนอ
  • มีการให้แต้มต่อสำหรับผู้เสนอราคาที่เป็น SME (เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดไม่เกิน 10%) และสำหรับผู้เสนอราคาที่เป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย/นิติบุคคลไทย (เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้เสนอราคาต่างชาติไม่เกิน 3%)

ข้อกำหนดทางเทคนิค

โครงการนี้ครอบคลุมการบำรุงรักษาเครื่องพิมพ์ Passbook 2 รุ่นหลัก ได้แก่:

  1. เครื่องพิมพ์ Passbook ยี่ห้อ Compuprint รุ่น SP40Plus จำนวน 1,191 เครื่อง
  2. เครื่องพิมพ์ Passbook ยี่ห้อ Epson รุ่น PLQ-50 Plus จำนวน 517 เครื่อง
    รวมทั้งหมด 1,708 เครื่อง ซึ่งติดตั้งอยู่ในหน่วยงานของกรมการขนส่งทางบกทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ การบำรุงรักษาประกอบด้วยสองรูปแบบหลัก:
  • บำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance - PM): การตรวจสอบ ทำความสะอาด และบำรุงรักษาตามรอบเวลาที่กำหนดเพื่อป้องกันปัญหาก่อนเกิด
  • บำรุงรักษาเชิงแก้ไข (Corrective Maintenance - CM): การซ่อมแซมแก้ไขเมื่อเครื่องพิมพ์เกิดขัดข้องหรือเสียหาย
    ผู้รับจ้างต้องจัดหาเครื่องพิมพ์สำรองรุ่นที่กำหนดหรือเทียบเท่า/ดีกว่า จำนวน 5 เครื่อง และต้องมีช่องทางการสนับสนุนอะไหล่จากผู้ผลิตอย่างเป็นทางการ

เงื่อนไขสัญญา

  • งบประมาณกลาง: 3,500,000 บาท
  • การจ่ายเงิน: จ่ายเป็นรายงวด คิดในอัตราเฉลี่ยต่อเดือนของราคาจ้างเหมาทั้งหมด ตั้งแต่ 1 เมษายน 2569 ถึง 31 สิงหาคม 2569
  • หลักประกันสัญญา: ร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้างที่ชนะประมูล
  • ค่าปรับ:
    • กรณีฝ่าฝืนนำงานไปจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต: ร้อยละ 10 ของวงเงินงานจ้างช่วงนั้น
    • กรณีปฏิบัติผิดสัญญาอื่นๆ: ร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้างตามสัญญาต่อวัน
    • กรณีไม่เข้าดำเนินการบำรุงรักษาแบบ PM หรือ CM ตามกำหนด: ร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้าง (หรือราคาบำรุงรักษาต่อหน่วยต่อสำนักงานสำหรับ CM) ต่อวัน แต่ไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท
    • กรณีไม่จัดหาเครื่องทดแทนเมื่อซ่อมไม่ได้ภายใน 5 วันทำการ: ร้อยละ 0.10 ของค่าจ้างตามสัญญาต่อวัน แต่ไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท
  • การบอกเลิกสัญญา: ผู้ว่าจ้างสามารถแจ้งเตือนไม่เกิน 2 ครั้งและบอกเลิกสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน หากผู้รับจ้างไม่บำรุงรักษาตามสัญญา

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • ถาม: ผู้รับจ้างต้องติดสติกเกอร์บนเครื่องพิมพ์ทุกเครื่องหรือไม่ และมีข้อมูลอะไรบ้าง?
    ตอบ: ต้องติดสติกเกอร์ใหม่แทนของเก่าบนอุปกรณ์ทุกเครื่องภายใน 45 วันหลังจากแบบสติกเกอร์ได้รับอนุมัติ ข้อมูลที่ต้องมีได้แก่ ข้อมูลการแจ้งขัดข้อง, URL, เลขที่สัญญา, Serial Number, วันที่เริ่มและสิ้นสุดสัญญา, หมายเลขครุภัณฑ์, รอบเวลา PM, ประเภทอุปกรณ์, และหมายเลข IP Address (ถ้ามี)

  • ถาม: หากซ่อมเครื่องพิมพ์ไม่ได้ ผู้รับจ้างต้องทำอย่างไร?
    ตอบ: ผู้รับจ้างต้องนำเครื่องพิมพ์ที่มีคุณสมบัติเทียบเท่าหรือดีกว่ามาติดตั้งทดแทนให้ใช้งานได้ภายใน 5 วันทำการ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

  • ถาม: ผู้รับจ้างต้องส่งรายงานแบบไหนบ้าง และส่งเมื่อไร?
    ตอบ: ต้องส่งรายงาน 2 ประเภทเป็นรายเดือน ภายในวันที่ 5 ของเดือนถัดไป ได้แก่ 1) รายงานสรุปการบำรุงรักษาแบบ PM และ 2) รายงานสรุปการซ่อมแซมแบบ CM พร้อมใบบันทึกการดำเนินการแนบ

  • ถาม: มีการกำหนดเวลาในการตอบสนองเมื่อมีเครื่องเสียหรือไม่?
    ตอบ: เอกสาร TOR ระบุให้มี “ตารางกำหนดเวลาเข้าถึงสถานที่ดำเนินการแก้ไข” สำหรับงาน CM ซึ่งเป็นรายละเอียดที่ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตาม แต่ไม่ได้ระบุเวลาเฉพาะในส่วนที่ให้มาขณะนี้

  • ถาม: ผู้รับจ้างต้องจัดหาเครื่องสำรองไว้ที่ไหน และกี่เครื่อง?
    ตอบ: ต้องจัดเตรียมเครื่องพิมพ์ Passbook สำรอง (รุ่นที่กำหนดหรือเทียบเท่า/ดีกว่า) จำนวน 5 เครื่อง ไว้ที่ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ กรมการขนส่งทางบก ภายใน 30 วันนับจากวันลงนามสัญญา

  • ถาม: เอกสารรับรองการสนับสนุนอะไหล่ต้องยื่นเมื่อใด?
    ตอบ: ต้องยื่นเอกสารรับรองการสนับสนุนอะไหล่จากบริษัทผู้ผลิตหรือตัวแทนประจำประเทศไทย พร้อมกับการเสนอราคา ในระบบ e-GP

  • ถาม: การเข้าดำเนินงานแต่ละครั้งต้องมีหลักฐานอย่างไร?
    ตอบ: ทุกครั้งที่เข้าดำเนินการบำรุงรักษาหรือซ่อมแซม ต้องมี “ใบบันทึกการดำเนินการ” ที่ให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่รับบริการลงลายมือชื่อ ชื่อสกุล ตำแหน่ง และวันที่ให้ชัดเจน

  • ถาม: หากผู้รับจ้างไม่สามารถจัดหาเครื่องสำรองได้ภายในกำหนดจะเกิดอะไรขึ้น?
    ตอบ: ผู้ว่าจ้างจะคิดค่าปรับร้อยละ 0.10 ของค่าจ้างตามสัญญาต่อวัน (ไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท) นับจากวันที่ต้องดำเนินการจนกว่าจะจัดส่งเครื่องสำรองได้ หรือจนกว่าสัญญาจะถูกบอกเลิก

  • ถาม: โครงการนี้ครอบคลุมพื้นที่บริการใดบ้าง?
    ตอบ: ครอบคลุมหน่วยงานในสังกัดกรมการขนส่งทางบกทั่วประเทศ ทั้งส่วนกลาง (เช่น สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-5) และส่วนภูมิภาค (สำนักงานขนส่งจังหวัดต่างๆ)

  • ถาม: หัวหน้าโครงการ (Project Manager) มีบทบาทหน้าที่อะไร?
    ตอบ: มีหน้าที่ควบคุมดูแล รับผิดชอบ ตัดสินใจ สั่งการ และติดตามการปฏิบัติงานของทีมผู้รับจ้างทั้งหมด ให้เป็นไปตามนโยบายของกรมการขนส่งทางบก รวมทั้งเตรียมความพร้อมบุคลากรและอุปกรณ์ และประสานงานกับศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ร่างขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
๑. ชื่อโครงการ จัดจ้างเหมาบริการบํารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขเครื่องพิมพ์ Passbook ของกรมการขนส่งทางบก (ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค)
๒. ความเป็นมา
ด้วยกรมการขนส่งทางบก จะดําเนินการจ้างเหมาบํารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขเครื่องพิมพ์ Passbook
ที่มีการใช้งานอยู่ในระบบของกรมการขนส่งทางบกทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ซึ่งมีขอบเขตงานครอบคลุมถึงการ บํารุงรักษาเครื่องพิมพ์ Passbook เพื่อให้สามารถใช้งานได้ดีตลอดเวลา ซึ่งติดตั้ง ณ หน่วยงานในสังกัดกรมการขนส่งทางบก ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
เครื่องพิมพ์ Passbook หมายถึง รายการเครื่องพิมพ์ Passbook ทุกรายการ ตามที่กรมการขนส่งทางบก กําหนด (รายละเอียดตาม ภาคผนวก ๑) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา ซึ่งประกอบไปด้วยอุปกรณ์ทั้งหมด จํานวน ๒ รายการ โดยมีรายละเอียดของเครื่องพิมพ์ Passbook ที่จะทําการบํารุงรักษาแยกตามยี่ห้อและรุ่นขนาดต่าง ๆ ดังนี้ เครื่องพิมพ์ Passbook ยี่ห้อ Compuprint รุ่น SP๔๐Plus จํานวน ๑,๑๙๑ เครื่อง ๒. เครื่องพิมพ์ Passbook ยี่ห้อ Epson รุ่น PLQ-๕๐ Plus จํานวน ๕๑๗ เครื่อง
๓.
๑.
วัตถุประสงค์
เพื่อบํารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขตลอดจนการตรวจสอบการทํางานและทําความสะอาดของเครื่องพิมพ์
Passbook ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ
๔. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๔.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย ๔.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ๔.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๔.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๔.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงาน เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๔.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุ ภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
๔.๗ เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
๔.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กรมการขนส่งทางบก ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ในการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทยเว้นแต่รัฐบาล
๔.๔ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์ หรือความคุ้มกัน ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีค่าสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๔.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้างในวงเงินไม่น้อยกว่า ๑,๗๕๐,๐๐๐ บาท และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วย
adm
Par.
J
ระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น
หน่วยงานอื่นที่มีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น
หรือหน่วยงานเอกชนที่กรมเชื่อถือ โดยต้องเป็นผลงานในสัญญาเดียวกัน
๔.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
(๑) การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯจะต้องมี การกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลัก มากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
(๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้ร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย
จะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้าที่ ได้รับมอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ (๓.๑) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการ จําหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๔.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ
อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
๔.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑.
กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศซึ่งได้จดทะเบียนเกิน กว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏ ในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่หน่วยงานของ รัฐกําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอ
เป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการ ยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบ แสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงาน งบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ํากว่า ๑ ล้านบาท
๓. สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็น บุคคลธรรมดาให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือใน บัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหาก
โชดด
me
<sup
Ten -
G
3
เป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีก
ครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียนหรือมีแต่ไม่เพียงพอ
ที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดา ที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของ โครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศหรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัท
เงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจ
ค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย
แจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดา ที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของ โครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศ ของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบ ธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียน ให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ตามประกาศที่ ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้าง ภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ
แล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศ ว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าว ในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสาร
ไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
5. กรณีตาม ข้อ ๑ - ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้
(๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และงาน จ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่
พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
จัดซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้าง
ซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติการ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
ชุด
теа

(๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๕. ขอบเขตงานและการดําเนินการของผู้รับจ้าง
การบริหารโครงการ
๕.๑ ผู้รับจ้างจะต้องจัดให้มีหัวหน้าบริหารจัดการโครงการ (Project Manager) จํานวนอย่างน้อย ๑ คน เพื่อทําหน้าที่ควบคุมดูแลรับผิดชอบ ตัดสินใจ สั่งการ และควบคุมการติดตามการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ของผู้รับจ้าง ที่เข้ามาดําเนินการโครงการบํารุงรักษา และซ่อมแซมแก้ไขเครื่องพิมพ์ Passbook ของกรมการขนส่งทางบก ให้เป็นไปตามนโยบายของกรมการขนส่งทางบกอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเตรียมความพร้อมในส่วนของบุคลากร และอุปกรณ์ ให้สามารถรองรับงานและปัญหาที่จะเกิดขึ้นได้ในปัจจุบันและอนาคต พร้อมทั้งประสานงานกับ
ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศในด้านนโยบาย เพื่อให้การบริหารและการจัดการด้านการบํารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไข เครื่องพิมพ์ Passbook ของกรมการขนส่งทางบกสําเร็จตามเป้าหมายที่ได้วางไว้
๕.๒ ผู้รับจ้างต้องเริ่มดําเนินการทันทีที่ทําสัญญาจ้างกับกรมการขนส่งทางบก และแนะนําทีมงานซ่อมแซม แก้ไขเครื่องพิมพ์ Passbook ที่ให้บริการบํารุงรักษา พร้อมแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุ ชื่อ-สกุล ตําแหน่ง และ หมายเลขโทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ตลอดอายุสัญญา ส่งให้กับคณะกรรมการตรวจการจ้างภายใน ๓๐ วัน นับจาก
วันลงนามในสัญญา
๕.๓ ผู้รับจ้างจะต้องจัดทํากิจกรรม (Activity Plan) แผนการดําเนินงานโครงการบํารุงรักษาและซ่อมแซม แก้ไขเครื่องพิมพ์ Passbook ส่งให้กรรมการตรวจรับการจ้าง ภายใน ๓๐ วัน นับจากวันลงนามในสัญญา
๕.๔ ผู้รับจ้างต้องจัดทํา Sticker ติดที่อุปกรณ์ที่ทําการบํารุงรักษาให้เห็นชัดเจน (ให้ลอกของเก่าออก) ตั้งที่กรมการขนส่งทางบก สํานักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ ๑-๕ สํานักงานขนส่งต่างๆ ในส่วนภูมิภาค ภายใน ๔๕ วัน นับจากวันที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุให้ความเห็นชอบแบบ Sticker
อุปกรณ์ขัดข้องแจ้ง XX-XXXX–XXXX URL: http://…………… (ถ้ามี)
เลขที่สัญญา :
ประเภทอุปกรณ์ :
ยหอ :
รุ่น :
Serial Number:
วันเริ่มต้น :
วันสิ้นสุด :
IP Addres…………….
………..(ถ้ามี)
เดือน/ครั้ง
หมายเลขครุภัณฑ์
PM:
ครั้งที่ ๑ วันที่…………..ครั้งที่ ๒ วันที่…………….ครั้งที่ ๓ วันที่…………….ครั้งที่ ๔. วัน…………

๕.๔.๑ ข้อความ “อุปกรณ์ขัดข้องแจ้ง……………………………………… ๕.๔.๒ ชื่อ URL
๕.๔.๓ เลขที่สัญญาและวันที่ลงนามในสัญญา
Trader
\ Z -
๕.๔.๔ Serial No. ของอุปกรณ์ต่าง ๆ ๕.๔.๕ วันเริ่มต้นของสัญญา และวันสิ้นสุดของสัญญา ๕.๔.๖ หมายเลขครุภัณฑ์
๕.๔.๗ รอบเวลาการบํารุงรักษาแบบ PM ๕.๔.๘ ประเภทของอุปกรณ์
๕.๔.๙ กรณีที่ Label ชํารุดเสียหาย ต้องทําการซ่อมแซมหรือปรับปรุงตามความเหมาะสม ๕.๔.๑๐ กรณีที่อุปกรณ์ของกรมการขนส่งทางบก ยังไม่ได้ติด Label ให้ทําการออกเลขใหม่พร้อมทั้ง ติด Sticker บนอุปกรณ์ด้วย (ให้ลอกของเก่าออก)
๕.๕
๕.๔.๑๑ หมายเลข IP Address (ถ้ามี)
๕.๔.๑๒ วันที่ในการบํารุงรักษาตามรอบบํารุงรักษาแบบ PM การเข้าดําเนินการบํารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขผู้รับจ้างทุกครั้งต้องมีใบบันทึกการดําเนินการและ
ให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานลงลายมือชื่อ นามสกุล ตําแหน่ง วันที่ ให้ชัดเจน

๕.๖ ผู้รับจ้างต้องจัดทํารายงานการบํารุงรักษาและซ่อมแซมในแต่ละเดือน อย่างน้อยต้องมี ดังนี้
๕.๖.๑ รายงานสรุปการบํารุงรักษาแบบ PM (Preventive Maintenance) ต้องมีรายละเอียด
อย่างน้อย ดังนี้
อย่างน้อย ดังนี้

  • ชื่อหน่วยงานที่ให้บริการ
  • หมายเลขเครื่อง (Serial No.)
  • ยี่ห้อ รุ่น
  • ครั้งที่บํารุงรักษา/วันเดือนปี ที่ทําการบํารุงรักษา
    ผลการตรวจสอบบํารุงรักษา
    ๕.๖.๒ รายงานสรุปการซ่อมแซมแก้ไขแบบ CM (Corrective Maintenance) ต้องมีรายละเอียด
    วัน เวลา ที่แจ้ง
  • ชื่อ-สกุล ผู้แจ้งพร้อมหน่วยงาน
  • หมายเลขเครื่อง (Serial No.)
  • ยี่ห้อ รุ่น
  • ชื่อช่างผู้ดําเนินการแก้ไข
  • วัน เวลา ที่เริ่มดําเนินการ
    วัน เวลา ที่แก้ไขเสร็จ
  • สาเหตุของปัญหาที่เกิด
  • วิธีการแก้ไขปัญหาและรายละเอียดการซ่อมแซม
    โดยผู้รับจ้างต้องจัดส่งเอกสารรายงานการบํารุงรักษา พร้อมใบบันทึกการดําเนินการแก้ไข
    (ตามข้อ ๕.๖) เสนอต่อคณะกรรมการจ้างภายในวันที่ ๕ ของเดือนถัดไป
    ๕.๗ ผู้รับจ้างต้องได้รับการสนับสนุนอะไหล่เครื่องพิมพ์ Passbook ยี่ห้อ Compuprint รุ่น SP๔oPlus และ ยี่ห้อ Epson รุ่น PLQ-๕๐ จากบริษัทผู้ผลิตหรือบริษัทสาขาผู้ผลิตประจําประเทศไทย โดยมีเอกสารรับรองการ สนับสนุนอะไหล่จากบริษัทผู้ผลิตหรือบริษัทสาขาผู้ผลิตประจําประเทศไทย โดยยื่นพร้อมกับการเสนอราคา
    ๕.๔ ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมเครื่องพิมพ์ Passbook สํารอง ตามรุ่นที่กําหนดหรือรุ่นที่เทียบเท่าหรือดีกว่า สํารอง ณ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ จํานวน ๕ เครื่อง ภายใน ๓๐ วัน นับจากวันลงนามในสัญญา หากผู้รับจ้าง ไม่สามารถดําเนินการจัดหาเครื่องพิมพ์ Passbook สํารองได้ ผู้รับจ้างยินยอมให้ผู้ว่าจ้างคิดค่าปรับต่อวัน ในอัตราร้อยละ
    Tramm
    ) &..
    Jร่าง
    เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
    เลขที่
    การจ้างเหมาบริการบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขเครื่องพิมพ์ Passbook ของกรมการขนส่งทางบก (ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e bidding)
    ตามประกาศ กรมการขนส่งทางบก
    ลงวันที่ มกราคม ๒๕๖๙
    กรมการขนส่งทางบก ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “กรม” มีความประสงค์จะ ประกวดราคาจ้างเหมา บริการบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขเครื่องพิมพ์ Passbook ของกรมการขนส่งทางบก (ส่วนกลางและ ส่วนภูมิภาค) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ตาม รายการ ดังนี้
    จ้างเหมาบริการบำรุงรักษาและ
    ซ่อมแซมแก้ไขเครื่องพิมพ์
    Passbook ของกรมการขนส่งทาง
    บก (ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค)
    ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙
    ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    (e-bidding)
    โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้
    จำนวน ๑ งาน
    ๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    ๑.๑ ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
    ๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาจ้างบริการบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขคอมพิวเตอร์ ๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
    (๑) หลักประกันสัญญา
    ๑.๕ บทนิยาม
    (๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
    (๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
    ๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
    (๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
    ๑.๗ แผนการทำงาน
    ๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
    ๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
    ๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    ๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    ๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
    ๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
    ๒.๗ เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กรม การขนส่งทางบก ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การ แข่งขันอย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
    ๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
    ๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้างในวงเงินไม่ น้อยกว่า 1,750,000 บาท และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานตาม กฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นที่มีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการ บริหารส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานเอกชนที่กรมเชื่อถือ โดยต้องเป็นผลงานในสัญญาเดียวกัน ๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
    กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
    (๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
    สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้ เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
    (๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน นามกิจการร่วมค้า
    (๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้ เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
    ๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
    ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
    ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๑ ล้านบาท
    ๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
    ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
    (๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    (๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ
    ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา ๖. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
    (๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
    (๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
    (๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
    ๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
    ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
    ๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
    (๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
    (ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
    (ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มี
    การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๑ ล้านบาท
    ๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อ เสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือ มีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
    (๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    (๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน ทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ เอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
    ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา (๕) สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมรับรอง สำเนาถูกต้อง (ถ้ามี)
    (๖) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
    (1) สำเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) (ถ้ามี)
    (2) สำเนาหนังสือรับรองผลงานจ้าง
    (3) ยื่นสำเนาเอกสารประกอบ ตามที่ระบุในข้อกำหนดขอบเขตของงาน (Terms of Reference: TOR)
    (4) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ๔. การเสนอราคา
    ๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วย อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้อง กรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอโดย ไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ
    ราคาเดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้ ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
    ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๑๘๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอ ราคาโดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคา มิได้
    ๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569
    ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 รวมระยะเวลาทั้งสิ้น 5 เดือน
    ๔.๔ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญารายละเอียด ขอบเขตของ งานฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตาม เงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    ๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. และเวลาในการเสนอราคาให้ถือ ตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์
    เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และ การเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
    ๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่กรมผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๗ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
    หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณาข้อ เสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะ กรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการ พิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และกรม จะพิจารณาลงโทษผู้ ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่กรมจะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ริเริ่มให้มีการกระ ทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของกรม
    ๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
    (๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
    (๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กำหนด
    (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ๔.๙ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๓๐ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา เว้นแต่เป็นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือ ที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา ๕. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
    ๕.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ กรมการ ขนส่งทางบกจะพิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคา (Price)
    ๕.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
    กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ กรม จะพิจารณา จาก ราคารวม
    ๕.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ ขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กรมกำหนดไว้ในประกาศและ เอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้ เปรียบเสียเปรียบต่อ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการพิจารณาผลฯ อาจ พิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
    ๕.๔ กรมสงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการผ่อนผัน ในกรณี ดังต่อไปนี้
    (๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย อิเล็กทรอนิกส์
    (๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวด อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ๕.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือกรม มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ กรมมีสิทธิที่จะไม่รับข้อ
    เสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ๕.๖ กรมทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคา ที่เสนอ ทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจจะ ยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของกรมเป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้องค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งกรมจะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์และลงโทษผู้ยื่นข้อ เสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่เชื่อถือได้ว่าการยื่นข้อ เสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมา ยื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น
    ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่ อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือกรม จะให้ผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการตามเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ กรม มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอหรือไม่รับราคาของ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายใดๆ จากกรม ๕.๗ ก่อนลงนามในสัญญากรม อาจประกาศยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการคัดเลือก มีผล ประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม หรือสมยอม กันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใดในการเสนอราคา ๕.๘ หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่ไม่เกินร้อยละ ๑๐ ให้จัดซื้อจัดจ้างกับผู้ประกอบการ SMEs ดังกล่าว โดยจัดเรียงลำดับผู้ ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นไม่เกินร้อยละ ๑๐ ที่จะเรียกมาทำสัญญาไม่เกิน ๓ ราย
    ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องเป็นผู้ประกอบการ SMEs
    ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ SMEs ที่จะได้แต้มต่อด้านราคาตามวรรคหนึ่ง จะต้องมี วงเงินสัญญาสะสมตามปีปฏิทินรวมกับราคาที่เสนอในครั้งนี้แล้ว มีมูลค่ารวมกันไม่เกินมูลค่าของรายได้ตาม ขนาดที่ขึ้นทะเบียนไว้กับ สสว.
    ๕.๙ หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการ SMEs แต่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติ ไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็น บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศไม่เกินร้อยละ ๓ ให้ จัดซื้อจัดจ้างกับบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยดังกล่าว ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย
    ๖. การทำสัญญาจ้าง
    ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุใน ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับกรม ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวาง หลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้กรม ยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
    ๖.๑ เงินสด
    ๖.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่กรม ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ลงวันที่ที่ใช้ เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้น ไม่เกิน ๓ วัน ทำการ ๖.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง กำหนด
    ๖.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) ๖.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
    หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
    หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่งกรม ได้รับมอบไว้ แล้ว
    ๗. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
    กรมการขนส่งทางบกจะจ่ายเงินค่าจ้างเหมาบริการบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขเครื่อง พิมพ์ Passbook ของกรมการขนส่งทางบก (ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค) ให้ผู้ชนะการประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ เป็นรายงวด ตั้งแต่ 1 เมษายน 2569 ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 โดยคิดในอัตราเฉลี่ยต่อเดือน ของราคาจ้างเหมาทั้งหมดของโครงการตามรายการที่ทำจริง
    ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ จะต้องส่งมอบงานจ้างเหมาบำรุงรักษาและ ซ่อมแซมแก้ไขเครื่องพิมพ์ Passbook ที่ได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยจัดทำเป็นรายงานการบำรุงรักษา ฯ พร้อมทั้งรายงานการสรุปยอดการซ่อมแซมแก้ไขเครื่องพิมพ์ Passbook เสีย (ถ้ามี) โดยส่งถึงประธานคณะ กรรมการตรวจรับพัสดุ ที่ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ อาคาร 9 ชั้น 3 กรมการขนส่งทางบก ภายใน 5 วันทำ การแรกของเดือนถัดไป เพื่อให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ได้พิจารณาตรวจสอบความถูกต้องและนำเสนอ เบิกจ่ายต่อไป ซึ่งการเข้าดำเนินการบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขเครื่องพิมพ์ Passbook นั้น ผู้รับจ้างจะต้อง
    มีใบบันทึกการดำเนินการและให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยงาน ลงลายมือชื่อ นามสกุลตำแหน่งและวันที่ให้ชัดเจนทุก ครั้ง และเมื่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ได้พิจารณาตรวจรับเรียบร้อยแล้ว ผู้ว่าจ้างจะออกหลักฐานการรับ มอบเป็นหนังสือให้ผู้รับจ้างนำไปใช้เป็นหลักฐานการขอรับเงินค่าจ้างบำรุงรักษาฯ ต่อไป ๘. อัตราค่าปรับ
    ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลง จ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
    ๘.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับ อนุญาตจากกรม จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงานจ้างช่วง นั้น
    ๘.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๘.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็น รายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้างตามสัญญา
    ๙. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
    ๙.๑ กรณีบำรุงรักษาแบบปกติ Preventive Maintenance : PM หากผู้รับจ้างไม่เข้าดำเนินการบำรุงรักษาแบบ PM (Preventive Maintenance) หรือบำรุงรักษาไม่ครบถ้วนตามสัญญา ผู้รับจ้างยินยอมให้ผู้ว่าจ้างคิดค่าปรับต่อวัน ในอัตราร้อยละ 0.10 ของ ราคาค่าจ้างตามสัญญา แต่ไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท หากผู้รับจ้างไม่บำรุงรักษาหรือบำรุงรักษาแบบ PM ไม่ ครบถ้วน ผู้ว่าจ้างสามารถสงวนสิทธิ์ในการบอกเลิกสัญญาโดยคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ หรือผู้ว่าจ้างจะมี หนังสือแจ้งเตือนไม่เกิน 2 ครั้ง และจะแจ้งบอกเลิกสัญญาให้ผู้รับจ้างทราบเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 30 วัน
    ๙.๒ กรณีบำรุงรักษาแบบชำรุด Corrective Maintenance : CM 9.2.1 หากผู้รับจ้างไม่เข้าดำเนินการบำรุงรักษาแบบชำรุด CM (Corrective Maintenance) ภายในระยะเวลาที่กำหนด (ตามรายละเอียดตารางกำหนดเวลาเข้าถึงสถานที่ ดำเนินการแก้ไข) ผู้รับจ้างต้องยอมให้ผู้ว่าจ้างคิดค่าปรับในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคาบำรุงรักษาต่อหน่วยต่อ วันต่อสำนักงานขนส่งนั้นๆ แต่ไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท หากผู้รับจ้างไม่ทำการบำรุงรักษาแบบชำรุด CM ไม่ ครบถ้วน ผู้ว่าจ้างสามารถสงวนสิทธิ์ในการบอกเลิกสัญญา โดยคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ หรือผู้ว่าจ้างจะมี หนังสือแจ้งเตือนไม่เกิน 2 ครั้ง และจะแจ้งบอกเลิกสัญญาให้ผู้รับจ้างทราบเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าไม่ น้อยกว่า 30 วัน
    9.2.2 ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถซ่อมแซมและแก้ไขความชำรุดบกพร่องได้ ผู้ รับจ้างจะต้องนำเครื่องซึ่งมีคุณสมบัติเทียบเท่าหรือดีกว่ามาติดตั้งให้สามารถใช้งานทดแทนได้ ภายในระยะ เวลา 5 วันทำการ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ ตลอดสัญญา
    9.2.3 ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่ดำเนินการจัดหาเครื่องทดแทนภายในระยะเวลาตาม ขอบเขตของงาน (Terms of Reference: TOR) ข้อ 11.2.2 ผู้รับจ้างยินยอมให้ผู้ว่าจ้างคิดค่าปรับเป็นรายวัน ในอัตราร้อยละ 0.10 ของค่าจ้างตามสัญญาบำรุงรักษาต่อวัน แต่ไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท นับจากวันที่ต้อง
    ดำเนินการจนถึงวันที่ผู้รับจ้างนำส่งเครื่องหรือถึงวันที่ยกเลิกการจัดจ้างบำรุงรักษาหากผู้รับจ้างไม่ดำเนินการ จัดหาเครื่องทดแทนภายในระยะเวลาตามขอบเขตของงาน (Terms of Reference: TOR) ข้อ 11.2.2 ผู้ ว่าจ้างสามารถสงวนสิทธิ์ในการบอกเลิกสัญญา โดยคณะกรรมการตรวจรับฯ หรือผู้ว่าจ้างจะมีหนังสือแจ้งเตือน ไม่เกิน 2 ครั้ง และจะแจ้งบอกเลิกสัญญาให้ผู้รับจ้างทราบเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน ทั้งนี้ ผู้รับจ้างต้องเข้าดำเนินการแก้ไขซ่อมแซมนับจากเวลาที่ได้รับแจ้ง หากผู้ รับจ้างไม่เข้าดำเนินการตามระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับจ้างต้องยินยอมให้ผู้ว่าจ้างจัดจ้างบุคคลภายนอกเพื่อทำ การซ่อมแซมแก้ไข โดยค่าใช้จ่ายในการจัดจ้างซ่อมแซมแก้ไขนั้น ผู้รับจ้างต้องออกค่าใช้จ่ายดังกล่าวทั้งหมดให้ กับผู้ว่าจ้าง
    ๑๐. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
    ๑๐.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ กรมได้รับอนุมัติเงินค่าจ้างจากเงิน งบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ แล้วเท่านั้น
    ๑๐.๒ เมื่อกรมได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลงจ้างตามการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามาจากต่าง ประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ตาม ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
    (๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
    (๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดย เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
    (๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
    ๑๐.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งกรมได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ ภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ กรมจะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้ออกหนังสือ ค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้งจะพิจารณา
    ให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ๑๐.๔ กรมสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบสัญญาหรือข้อ ตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
    ๑๐.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ
    แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของกรม คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อเสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
    ๑๐.๖ กรม อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จะ เรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากกรมไม่ได้
    (๑) กรมไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้รับจัดสรร แต่ไม่ เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
    (๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่น ใด ในการเสนอราคา
    (๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่กรม หรือ กระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
    (๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
    ๑๐.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
    ๑๑. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
    ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
    ๑๒. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
    กรม สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการ คัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
    ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับกรม ไว้ชั่วคราว
    กรมการขนส่งทางบก
    มกราคม ๒๕๖๙
    สำเนาถูกต้อง
    รวิภา เตโช
    (นางสาวรวิภา เตโช)
    หัวหน้าส่วนพัสดุและแผ่นป้ายทะเบียนรถ ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๖๙ โดย นางสาวรวิภา เตโช หัวหน้าส่วนพัสดุและ แผ่นป้ายทะเบียนรถร่าง
    ประกาศกรมการขนส่งทางบก
    เรื่อง ประกวดราคาจ้างเหมาบริการบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขเครื่องพิมพ์ Passbook ของกรมการ ขนส่งทางบก (ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙
    ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
    กรมการขนส่งทางบก มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างเหมาบริการบำรุงรักษาและ ซ่อมแซมแก้ไขเครื่องพิมพ์ Passbook ของกรมการขนส่งทางบก (ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค) ประจำ ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ราคากลางของงานจ้าง ในการ ประกวดราคาครั้งนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น ๓,๕๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท (สามล้านห้าแสนบาทถ้วน)
    ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอโดยแสดงหลักฐานถึงขีดความสามารถและความพร้อมที่มีอยู่ใน วันยื่นข้อเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
    ๑. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติให้เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กำหนด ๒. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. ซึ่งสามารถจัดเตรียมเอกสารข้อเสนอได้ตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงวันเสนอ ราคา
    ๓. ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เลขที่ ลงวันที่ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๙ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ได้ตั้งแต่วันที่ ประกาศจนถึงวันเสนอราคา ได้ที่เว็บไซต์ www.dlt.go.th หรือ www.gprocurement.go.th ทั้งนี้ หาก ต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของงาน โปรดสอบถามมายัง กรมการขนส่งทางบก ผ่าน ทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือสอบถามทางโทรศัพท์หมายเลข 0-2271-8627 ในวันและเวลาราชการ
    ประกาศ ณ วันที่ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๙
    (นางสาวฐิฏิมา นิวาศะบุตร)
    ผู้อำนวยการสำนักบริหารการคลังและรายได้ ปฏิบัติราชการแทน
    อธิบดีกรมการขนส่งทางบก
    สำเนาถูกต้อง
    รวิภา เตโช
    (นางสาวรวิภา เตโช)
    หัวหน้าส่วนพัสดุและแผ่นป้ายทะเบียนรถ ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๖๙ โดย นางสาวรวิภา เตโช หัวหน้าส่วนพัสดุและ แผ่นป้ายทะเบียนรถ