ประกวดราคาจ้างพัฒนาระบบกำกับการลงทุน (Compliance Limit) และปรับปรุงโครงสร้างสถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์ให้ทันสมัย
โครงการ “การจ้างพัฒนาระบบกำกับการลงทุน (Compliance Limit) และปรับปรุงโครงสร้างสถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์ให้ทันสมัย” จัดทำโดย กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อยกระดับระบบสารสนเทศให้มีขีดความสามารถในการควบคุมเกณฑ์การลงทุนตามกฎระเบียบฉบับใหม่ได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ และรองรับเงื่อนไขที่ซับซ้อน อีกทั้งเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ผ่านการปรับปรุงไลบรารีและแก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัย
ขอบเขตงานหลักแบ่งออกเป็น 4 ระยะตามลำดับเวลา โดยมีกำหนดดำเนินการให้แล้วเสร็จทั้งหมดภายใน 360 วัน นับจากวันลงนามสัญญา:
- ระยะที่ 1 (75 วัน): ปรับปรุงระบบ IIC (Investment Information Center) เพื่อพัฒนาฟังก์ชันการประมวลผลต้นวัน (BOD) และรองรับ Compliance Limit สำหรับการลงทุนใน Asian Credit Bond
- ระยะที่ 2 (165 วัน): ปรับปรุงระบบเพื่อรองรับ Compliance Limit สำหรับผลิตภัณฑ์ ‘แผนเกษียณสบายใจ’, Investment Limit, และ Counterparty Limit ตามคู่มือการลงทุนด้านเครดิต
- ระยะที่ 3 (210 วัน): ปรับปรุงความมั่นคงปลอดภัยของระบบเดิม 10 โปรแกรม โดยอัพเกรด Source Code และไลบรารีให้รองรับ .NET 10, ตรวจสอบและแก้ไขช่องโหว่ด้วยเครื่องมือ Checkmarx (SAST & SCA) และปรับปรุงโครงสร้างโครงการ
- ระยะที่ 4 (360 วัน): งานปฏิบัติงานตามมอบหมาย (Time & Material) รวม 200 วันทำการ (Man-days) เพื่อพัฒนา ปรับปรุง และบำรุงรักษาระบบงานสารสนเทศอื่นๆ ของ กบข.
ผู้รับจ้างต้องจัดบุคลากรนักพัฒนาระบบ 2 คน ปฏิบัติงานประจำที่สำนักงาน กบข. ตลอดระยะเวลาสัญญา โดยมีคุณสมบัติขั้นต่ำระดับปริญญาตรีสาขาที่เกี่ยวข้อง และมีประสบการณ์ใช้งาน .NET ตามที่กำหนด วงเงินจัดจ้างสำหรับโครงการนี้คือ 1,900,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว)
English summary
The project “Hiring for the Development of Investment Control System (Compliance Limit) and Modernization of Software Architecture” is initiated by the Government Pension Fund (GPF). Its main objectives are to enhance the information system’s capability to control investment limits in accordance with new regulations accurately and to handle complex conditions, as well as to strengthen cybersecurity by updating libraries and addressing security vulnerabilities.
The main scope of work is divided into 4 phases with sequential deadlines, to be completed within 360 days from the contract signing date:
- Phase 1 (75 days): Improve the IIC (Investment Information Center) system to develop Beginning-of-the-Day (BOD) processing functions and support Compliance Limit for investments in Asian Credit Bonds.
- Phase 2 (165 days): Enhance the system to support Compliance Limit for the ‘แผนเกษียณสบายใจ’ product, Investment Limit, and Counterparty Limit according to the credit investment manual.
- Phase 3 (210 days): Upgrade the security of 10 existing legacy systems by updating Source Code and libraries to support .NET 10, conducting vulnerability scans and remediation using Checkmarx tools (SAST & SCA), and improving the project structure.
- Phase 4 (360 days): Time & Material work assignment totaling 200 Man-days for the development, enhancement, and maintenance of other GPF information systems.
The contractor must assign 2 system developer personnel to work on-site at the GPF office throughout the contract period. They must hold a minimum bachelor’s degree in a related field and possess specified .NET experience. The project’s approved budget is 1,900,000 Baht (including VAT and all expenses).
สำนักงาน กบข. (กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ)
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อปรับปรุงขีดความสามารถของระบบงานให้รองรับการควบคุมเกณฑ์การลงทุน (Compliance Limit) ตามกฎระเบียบฉบับใหม่ ให้มีความถูกต้อง ครบถ้วน และสามารถประมวลผลเงื่อนไขที่ซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ โดยการปรับปรุงไลบรารีและแก้ไขช่องโหว่จากการวิเคราะห์ซอร์สโค้ดให้ระบบมีความปลอดภัยตามมาตรฐานสากลและลดความเสี่ยงจากภัยคุกคาม
ขอบเขตของงาน
งานหลักแบ่งเป็น 4 ระยะ ดังนี้:
ระยะที่ 1 (เสร็จภายใน 75 วัน):
- ปรับปรุงระบบ IIC (Investment Information Center) พัฒนาด้วย VB.NET และ .NET Framework 4.8
- พัฒนาฟังก์ชันการประมวลผลต้นวัน (BOD) สำหรับบันทึกมูลค่าการลงทุนประจำวันตามความต้องการใหม่
- ปรับปรุงระบบให้รองรับ Compliance limit สำหรับการลงทุนใน Asian Credit Bond
- กิจกรรมในแต่ละงานย่อยประกอบด้วย: รวบรวมความต้องการ, ออกแบบ UI/UX (Wireframe/Prototype), จัดทำเอกสาร Requirement Specification, พัฒนาตามมาตรฐานและตรวจสอบช่องโหว่ด้วย Checkmarx (ต้องไม่พบความเสี่ยงระดับ Critical/High), ทดสอบ Unit-Test และสนับสนุนการทดสอบระบบ (UAT) จนผ่านการอนุมัติ (Sign-off)
ระยะที่ 2 (เสร็จภายใน 165 วัน):
- ปรับปรุงระบบ IIC ต่อเพื่อรองรับ Compliance Limit สำหรับ:
- การลงทุนใน ‘แผนเกษียณสบายใจ’
- Investment Limit ต่างๆ ตามเกณฑ์คู่มือการลงทุนด้านเครดิต
- Counterparty Limit ต่างๆ ตามเกณฑ์คู่มือการลงทุนด้านเครดิต
- กิจกรรมในแต่ละงานย่อยเหมือนระยะที่ 1 (รวบรวมความต้องการ, ออกแบบ, พัฒนา, ทดสอบ, UAT)
ระยะที่ 3 (เสร็จภายใน 210 วัน):
- ปรับปรุงด้านความมั่นคงปลอดภัยของระบบเดิม (System Upgrade) จำนวน 10 โปรแกรม (เช่น My GPF Back Office, Website กิจกรรม-สื่อสารสมาชิก, Web Service for Contact Center ฯลฯ)
- ปรับปรุง Source Code และไลบรารีของระบบเดิมให้รองรับการทำงานด้วย .NET 10 (จากเดิม .NET 8)
- ปรับปรุงโครงสร้างโครงการ (Project Structure) และการตั้งค่าต่างๆ (Configuration) ให้สอดคล้องกับมาตรฐาน .NET เวอร์ชันใหม่
- ตรวจสอบช่องโหว่ด้วยเครื่องมือ Checkmarx ทั้งในรูปแบบ SAST (Static Application Security Testing) และ SCA (Software Composition Analysis)
- แก้ไขช่องโหว่ที่พบในระดับ Critical หรือ High จนเป็นศูนย์หรือได้รับการยอมรับความเสี่ยง
- จัดทำรายงานผลการ Scan (Security Assessment Report)
- ปรับปรุงและกำหนดมาตรการความปลอดภัยด้าน Application (เช่น Session Timeout, Token/OTP Expiry, การจัดการ Login Fail)
- สนับสนุนการทดสอบระบบ (UAT)
ระยะที่ 4 (เสร็จภายใน 360 วัน) และงานประจำ:
- งานปฏิบัติงานตามมอบหมาย (Time & Material): รวมทั้งสิ้น 200 วันทำงาน (Man-days) เพื่อพัฒนา ปรับปรุง และบำรุงระบบงานสารสนเทศอื่นๆ ของ กบข. ตามความต้องการที่ได้รับมอบหมาย ครอบคลุมงานต่างๆ เช่น:
- การพัฒนาและปรับปรุงระบบด้วย .NET
- การแก้ไขข้อผิดพลาด (Bug) และช่องโหว่ความปลอดภัย (ตาม OWASP Top 10 หรือผลการตรวจสอบ)
- การจัดทำและปรับปรุงเอกสาร (System Specification, User Manual, Installation Guide)
- การจัดบุคลากร: ผู้รับจ้างต้องจัดบุคลากรปฏิบัติงานประจำที่ กบข. จำนวน 2 ตำแหน่ง ตลอดระยะเวลาสัญญา:
- นักพัฒนาระบบอาวุโส: 1 คน มีประสบการณ์ .NET ตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป
- นักพัฒนาระบบ: 1 คน มีประสบการณ์ .NET ตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป
- บุคลากรทั้งสองต้องจบปริญญาตรีขึ้นไป สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์, วิศวกรรมคอมพิวเตอร์, เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
จากงาน Fixed Price (ขอบเขตข้อ 4.1):
- เอกสาร Requirement Specification (อนุมัติแล้ว)
- เอกสาร User Acceptance Testing Sign-off
- Source Code Program (ที่ผ่านการตรวจสอบความปลอดภัย)
- เอกสารผลการ Scan จาก Checkmarx (Security Assessment Report)
- ระบบงานที่ปรับปรุงแล้วและผ่านการทดสอบ UAT
จากงาน Time & Material (ขอบเขตข้อ 4.2):
- เอกสารใบบันทึกเวลาทำงาน (Timesheet) ที่ได้รับการอนุมัติจาก กบข.
- ผลงานการพัฒนา/ปรับปรุง/บำรุงรักษาตามที่ได้รับมอบหมาย
เอกสารทางเทคนิค (ส่วนหนึ่งของงานมอบหมาย):
- เอกสารทางเทคนิค (System Specification, Data Dictionary, API Document) ที่เป็นปัจจุบัน
- คู่มือการใช้ระบบ (User Manual)
- คู่มือการติดตั้ง (Installation Guide)
ระยะเวลาดำเนินการ
- ระยะเวลาดำเนินโครงการทั้งหมด: ไม่เกิน 360 วัน นับถัดจากวันลงนามสัญญา หรือวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กบข. ให้เริ่มทำงาน
- มิลestone หลัก:
- ระยะที่ 1: เสร็จภายใน 75 วัน
- ระยะที่ 2: เสร็จภายใน 165 วัน
- ระยะที่ 3: เสร็จภายใน 210 วัน
- ระยะที่ 4 (งานมอบหมาย): ปฏิบัติงานสะสมครบ 200 วันทำงาน (Man-days) และส่งมอบงานทั้งหมดภายใน 360 วัน
- ระยะเวลารับประกันงาน: ไม่น้อยกว่า 3 เดือน นับจากวันที่ กบข. ตรวจรับมอบงานทั้งหมดครบถ้วน
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
Eligibility Requirements:
- ต้องมีคุณสมบัติตามมาตรฐานที่ระบบ e-GP กำหนด
- ต้องเป็นผู้ประกอบการที่มีประสบการณ์และความชำนาญในการออกแบบและพัฒนาระบบสารสนเทศ
Standards Compliance:
- ต้องพัฒนาตามมาตรฐานการเขียนโปรแกรมของ กบข.
- ต้องสอดคล้องกับสถาปัตยกรรมระบบที่ กบข. กำหนด
- การพัฒนาต้องผ่านการตรวจสอบช่องโหว่ด้วยเครื่องมือ Checkmarx โดยไม่พบความเสี่ยงระดับ Critical หรือ High (หรือผ่านการประเมินเพื่อยอมรับความเสี่ยงตามหลักเกณฑ์ของ กบข.)
- ควรมีความรู้เกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัย เช่น OWASP Top 10
Experience:
- ต้องมีประสบการณ์และความชำนาญในการออกแบบและพัฒนาระบบสารสนเทศ
- ต้องยื่นเอกสารรับรองผลงานหรือสำเนาสัญญาจ้างงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบสารสนเทศให้แก่องค์กรภาครัฐและ/หรือเอกชนที่ กบข. เชื่อถือ เป็นผลงานที่ผ่านการตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว ภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 ปีนับจากวันที่ประกาศเชิญชวน
Previous Project Cost:
- ไม่ได้ระบุจำนวนเงินขั้นต่ำของโครงการประสบการณ์โดยตรงใน TOR นี้ แต่ในการให้คะแนนพิจารณา (ลำดับที่ 1.4 และ 1.5) ให้คะแนนสูงกว่าหากมีผลงานการพัฒนาด้วย .NET อย่างน้อย 2 โครงการที่มีมูลค่าโครงการมากกว่า 750,000 บาท
Technical Capabilities:
- มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาและปรับปรุงระบบด้วยเทคโนโลยี .NET (โดยเฉพาะ VB.NET, .NET Framework 4.8, .NET Core, .NET 10)
- มีความสามารถในการตรวจสอบและแก้ไขช่องโหว่ความปลอดภัยของซอร์สโค้ด (Security Assessment)
- มีประสบการณ์หรือความรู้ในการใช้เครื่องมือ SAST และ SCA เช่น Checkmarx, SonarQube, Fortify, Snyk, Veracode หรือเทียบเท่า
- มีความสามารถในการพัฒนาและปรับปรุงระบบให้รองรับการทำงานกับ .NET เวอร์ชันใหม่ (อัพเกรดจาก .NET 8 เป็น .NET 10)
Personnel:
- นักพัฒนาระบบอาวุโส: ต้องมีประสบการณ์ .NET ตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป
- นักพัฒนาระบบ: ต้องมีประสบการณ์ .NET ตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป
- บุคลากรทั้งสองตำแหน่งต้องจบการศึกษาระดับ ปริญญาตรีขึ้นไป สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์, วิศวกรรมคอมพิวเตอร์, เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง
- ต้องสามารถปฏิบัติงานประจำ ณ สถานที่ของ กบข. ได้
เกณฑ์การพิจารณา
การพิจารณาใช้หลักเกณฑ์คะแนนรวมสูงสุดด้านคุณภาพและด้านราคา (Price Performance) โดยแบ่งน้ำหนักดังนี้:
- ด้านราคา (Price): น้ำหนัก 20%
- ด้านคุณภาพและคุณสมบัติ: น้ำหนัก 80% (คิดคะแนนเต็ม 100 คะแนน แล้วแปลงเป็น 80%)
เกณฑ์การให้คะแนนด้านคุณภาพ (100 คะแนน):
- ประสบการณ์พัฒนาระบบสารสนเทศ (25 คะแนน): พิจารณาจากผลงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบสารสนเทศให้ภาครัฐ/เอกชนที่ กบข. เชื่อถือ ภายใน 5 ปี โดยให้คะแนนตามจำนวนโครงการและมูลค่าโครงการที่พัฒนาด้วย .NET (สูงสุด 25 คะแนนสำหรับมีโครงการ .NET ตั้งแต่ 4 โครงการขึ้นไป, อย่างน้อย 2 โครงการมูลค่า >750,000 บาท และมีอย่างน้อย 1 โครงการเกี่ยวกับระบบการเงิน/การลงทุน)
- ประสบการณ์ด้าน Security Assessment (15 คะแนน): พิจารณาจากประสบการณ์การตรวจสอบความมั่นคงปลอดภัยของระบบ (สูงสุด 15 คะแนนสำหรับมีผลงานที่ผ่านการตรวจสอบด้วยเครื่องมือ SAST หรือ SCA เช่น Checkmarx)
- เอกสารแผนงานและโครงสร้างการออกแบบ (15 คะแนน): พิจารณาจากความครบถ้วนของเอกสารแผนงานใน 3 หัวข้อหลัก (ขอบเขตงาน/แนวทาง, แผนงาน/กำหนดการ, โครงสร้างทีมงาน/คุณสมบัติ)
- ประสบการณ์ของบุคลากรที่มาปฏิบัติงาน (10 คะแนน): พิจารณาจากระดับประสบการณ์ของนักพัฒนาระบบและนักพัฒนาระบบอาวุโสที่เสนอมา (สูงสุด 10 คะแนนสำหรับนักพัฒนามีประสบการณ์ >=3 ปี และนักพัฒนาอาวุโส >=5 ปี พร้อมประสบการณ์บริหารโครงการ)
- การนำเสนอแผนงานและความเข้าใจเกี่ยวกับ TOR (10 คะแนน): พิจารณาจากการนำเสนอต่อคณะกรรมการ
- การตอบคำถามและข้อซักถาม (25 คะแนน): พิจารณาจากความสามารถในการตอบคำถามทางเทคนิคและแสดงความเข้าใจเชิงลึกในโครงการ, .NET และ Security Assessment
หมายเหตุ: ผู้ยื่นข้อเสนอทุกรายที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้น ต้องมานำเสนอและตอบข้อซักถาม ต่อคณะกรรมการ ตามวันเวลาที่ กบข. กำหนด
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- เทคโนโลยีหลัก: VB.NET, .NET Framework 4.8, .NET Core, .NET 10
- ระบบเป้าหมาย: ระบบ IIC (Investment Information Center) และระบบเดิมอีก 10 โปรแกรม (เช่น My GPF Back Office, Web Service for Contact Center, Member Communication Center ฯลฯ)
- ความต้องการด้านการทำงาน (Functional):
- พัฒนาฟังก์ชัน BOD (Beginning of the Day) สำหรับบันทึกมูลค่าการลงทุน
- ปรับปรุงระบบให้รองรับการควบคุม Compliance Limit, Investment Limit, และ Counterparty Limit สำหรับผลิตภัณฑ์การลงทุนต่างๆ (Asian Credit Bond, แผนเกษียณสบายใจ ฯลฯ)
- แทนที่กระบวนการ Manual ด้วยระบบอัตโนมัติผ่านหน้าจอ
- ความต้องการด้านความปลอดภัย (Security):
- ต้องผ่านการตรวจสอบช่องโหว่ด้วยเครื่องมือ Checkmarx (ทั้ง SAST และ SCA) และแก้ไขช่องโหว่ระดับ Critical/High ให้เป็นศูนย์หรือได้รับการยอมรับความเสี่ยง
- อัพเกรดไลบรารีและปรับปรุง Source Code ให้รองรับ .NET 10
- ปรับปรุงโครงสร้างโครงการและการตั้งค่า Configuration ให้สอดคล้องกับมาตรฐาน .NET เวอร์ชันใหม่ (เช่น การเชื่อมต่อ Secret Management)
- กำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยระดับ Application เช่น Session Timeout (15 นาที), การจัดการ Token/OTP expiry, การจำกัดจำนวนครั้ง Login Fail พร้อมกลไกป้องกัน (ตัด Session, หน่วงเวลา, Lock ชั่วคราว)
- รองรับการทำงานกับ API ของระบบ Preventive Monitoring ของ กบข. สำหรับการแจ้งเตือนข้อผิดพลาด
- ระบบต้องมี Monitoring และ Log management
- ระบบต้องสามารถเรียกค้นข้อมูลสมาชิกได้ภายในเวลาเฉลี่ยไม่เกิน 6 วินาทีต่อครั้ง
- มาตรฐานการพัฒนา: ต้องเป็นไปตามมาตรฐานการเขียนโปรแกรมและสถาปัตยกรรมระบบที่ กบข. กำหนด
เงื่อนไขสัญญา
- วงเงินจัดจ้าง: 1,900,000 บาท (รวม VAT และค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว)
- รูปแบบการจ่ายค่าแรง: แบ่งเป็น 2 ส่วน รวม 5 งวด
- ส่วนที่ 1 (Fixed Price - 60% ของมูลค่าโครงการ): จ่ายตามความสำเร็จของงานหลัก
- งวดที่ 1 (20%): เมื่อส่งมอบงานขอบเขต 4.1.1.1 - 4.1.1.2 ครบภายใน 75 วัน
- งวดที่ 2 (20%): เมื่อส่งมอบงานขอบเขต 4.1.1.3 - 4.1.1.5 ครบภายใน 165 วัน
- งวดที่ 3 (20%): เมื่อส่งมอบงานขอบเขต 4.1.2 ครบภายใน 210 วัน
- ส่วนที่ 2 (Time & Material - 40% ของมูลค่าโครงการ): จ่ายตามปริมาณงานจริง (Man-days) หลังจากส่งมอบส่วนที่ 1 ครบแล้ว
- งวดที่ 4 (20%): เมื่อปฏิบัติงานในส่วนที่ 2 สะสมครบ 100 Man-days
- งวดที่ 5 (20% สุดท้าย): เมื่อปฏิบัติงานในส่วนที่ 2 สะสมครบ 200 Man-days และส่งมอบงานทั้งหมดครบภายใน 360 วัน
- ส่วนที่ 1 (Fixed Price - 60% ของมูลค่าโครงการ): จ่ายตามความสำเร็จของงานหลัก
- หลักประกันสัญญา: ผู้ชนะการคัดเลือกต้องวางหลักประกันสัญญาเป็นเงินร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้าง
- ค่าปรับ:
- กรณีจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต: ค่าปรับร้อยละ 10 ของวงเงินงานจ้างช่วงนั้น
- กรณีปฏิบัติผิดสัญญา: ค่าปรับรายวันในอัตราร้อยละ 0.1 ของราคาค่าจ้าง (แต่ไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท)
- การรับประกันงาน: รับประกันความชำรุดบกพร่องของงานออกแบบและพัฒนาที่ส่งมอบ เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 เดือน นับจากวันที่ตรวจรับมอบงานทั้งหมด
- สิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญา: เอกสารและงานทั้งหมดที่พัฒนาขึ้นภายใต้ TOR นี้ รวมถึงซอฟต์แวร์ ให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของ กบข. โดยให้ กบข. มีสิทธิ์ในการใช้งานได้ตลอดไปโดยไม่มีข้อจำกัด
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
Q: โครงการนี้ต้องใช้บุคลากรปฏิบัติงานที่สำนักงาน กบข. ทุกวันหรือไม่?
A: ใช่ ผู้รับจ้างต้องจัดบุคลากร 2 คน (นักพัฒนาระบบอาวุโส 1 คน และนักพัฒนาระบบ 1 คน) ปฏิบัติงานประจำ ณ สถานที่ของ กบข. ในวันและเวลาทำการปกติ หรือตามที่ กบข. กำหนด ตลอดระยะเวลาสัญญา -
Q: เครื่องมือ Checkmarx สำหรับตรวจสอบช่องโหว่ ใครเป็นผู้จัดเตรียม?
A: กบข. จะเป็นผู้รับผิดชอบจัดเตรียมเครื่องมือและสิทธิ์การใช้งาน (License) ของซอฟต์แวร์ Checkmarx สำหรับการปฏิบัติงานตามขอบเขตงานนี้ -
Q: หากผลการ Scan ด้วย Checkmarx พบช่องโหว่ระดับ Critical หรือ High จะต้องทำอย่างไร?
A: ผู้รับจ้างต้องดำเนินการแก้ไข ปรับปรุงโค้ด หรืออัปเดตไลบรารี จนกว่าผลการตรวจสอบในระดับดังกล่าวจะเป็นศูนย์ (Zero Vulnerabilities) หรือได้รับการยอมรับความเสี่ยงตามหลักเกณฑ์ที่ กบข. กำหนด -
Q: งานในส่วน Time & Material (200 Man-days) จะเริ่มต้นเมื่อไร?
A: การเบิกจ่ายค่าจ้างในส่วนที่ 2 (Time & Material) จะเริ่มได้ภายหลังจากที่ผู้รับจ้างได้ส่งมอบงานและผ่านการตรวจรับในส่วนที่ 1 (Fixed Price - งวดที่ 1 ถึง 3) ครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว -
Q: การคำนวณวันทำงาน (Man-day) ในการทำงานนอกเวลาปกติเป็นอย่างไร?
A: หากบุคลากรจำเป็นต้องปฏิบัติงานนอกเวลาทำการปกติ ให้นำระยะเวลาส่วนที่เกินมาหักลดจากจำนวนวันทำงานทั้งหมดตามสัญญา โดยคำนวณเป็นชั่วโมงและเปลี่ยนเป็น Man-day (8 ชั่วโมง = 1 Man-day) -
Q: มีข้อกำหนดด้านประสิทธิภาพการทำงานของระบบที่พัฒนาขึ้นหรือไม่?
A: มี ระบบต้องสามารถเรียกค้นข้อมูลสมาชิกได้ภายในระยะเวลาเฉลี่ยไม่เกิน 6 วินาที ต่อการเรียกค้นข้อมูล 1 ครั้ง -
Q: ระบบที่พัฒนาต้องมีการจัดการ Error และการแจ้งเตือนอย่างไร?
A: เมื่อระบบทำงานผิดพลาด ต้องเรียกใช้ API ของระบบ Preventive Monitoring (จัดเตรียมโดย กบข.) เพื่อแจ้งเตือนผ่าน MS Team หรือ Email และต้องมีวิธีการจัดการ Error (try…catch) ในกรณีที่ระบบ Preventive Monitoring ไม่สามารถใช้งานได้ -
Q: ผู้รับจ้างมีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดเก็บ Log ระบบหรือไม่?
A: ใช่ ต้องจัดให้มีการจัดเก็บและบันทึกกิจกรรมการใช้งานของระบบ และตรวจสอบในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัย (Monitoring and Log management) -
Q: เอกสารแผนงานที่ต้องยื่นเสนอควรมีรายละเอียดอะไรบ้างเพื่อให้ได้คะแนนสูง?
A: เอกสารควรครอบคลุม 3 หัวข้อหลักอย่างเพียงพอ: (ก) ขอบเขตงานและแนวทางการดำเนินงาน, (ข) แผนงานและกำหนดการดำเนินงาน, (ค) โครงสร้างทีมงานและคุณสมบัติบุคลากร -
Q: ในระหว่างระยะเวลารับประกันงาน 3 เดือน หากพบข้อผิดพลาด ผู้รับจ้างมีหน้าที่อย่างไร?
A: ผู้รับจ้างต้องเสนอแนวทางแก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นให้ถูกต้องเป็นไปตาม TOR ภายใน 30 วัน หรือตามที่ตกลงกัน โดย กบข. ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม และต้องมีช่องทางรับแจ้งเหตุที่สามารถแจ้งได้ทุกวันทำการ และตอบกลับภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากรับแจ้ง
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
การจางพัฒนาระบบกำกับการลงทุน (Compliance Limit)
และปรับปรุงโครงสรางสถาปตยกรรมซอฟตแวรใหทันสมัย
-
หลักการและเหตุผล
ดวยการบริหารจัดการลงทุนของสำนักงาน จำเปนตองยึดถือกรอบวินัย และการกำกับดูแลความ เสี่ยงอยางเครงครัด โดยเฉพาะอยางยิ่งการควบคุมเกณฑการลงทุน (Compliance Limit) ใหสอดคลองกับ ประกาศดานการลงทุนฉบับใหม ซึ่งเปนกลไกสำคัญสูงสุดในการปองกันความเสี่ยงและสรางความโปรงใสใน การดำเนินงาน ระบบงานสารสนเทศจึงตองมีความพรอมในการประมวลผลเงื่อนไขที่ซับซอนและมีความ ถูกตองแมนยำในระดับสูง เพื่อใหผูปฏิบัติงานและผูบริหารสามารถติดตาม (Monitor) สถานะการลงทุนและ ตัดสินใจเชิงกลยุทธไดอยางทันทวงที
อยางไรก็ตาม เพื่อใหระบบงานสามารถรองรับภารกิจสำคัญดังกลาวไดอยางมีเสถียรภาพและ ปลอดภัย จึงมีความจำเปนตองยกระดับโครงสรางพื้นฐานทางเทคนิค ควบคูไปกับการปรับปรุงฟงกชันงาน โดยสำนักงานมีความประสงคจะดำเนินการปรับปรุงประสิทธิภาพและรองรับการใชงานในระยะยาวเพื่อ ปองกันภัยคุกคามทางไซเบอรที่อาจสงผลกระทบตอขอมูลทางการเงิน สำนักงานจึงกำหนดใหมีการปรับปรุง ชุดคำสั่งและไลบรารีเพื่อปดชองโหวความมั่นคงปลอดภัย อันจะเปนการยกระดับระบบงานใหมีความสมบรูณ พรอม ทั้งในดานการปฏิบัติตามกฎระเบียบ และดานความมั่นคงปลอดภัยทางสารสนเทศ
ฝายระบบงานสารสนเทศ มีความจำเปนตองจัดจางเจาหนาที่ที่มีความเชี่ยวชาญในดูแลและปรับปรุง พัฒนาระบบงานสารสนเทศ ที่จะตองมาปฏิบัติหนาที่ประจำที่สำนักงาน กบข. -
วัตถุประสงค
2.1. เพื่อปรับปรุงขีดความสามารถของระบบงานใหรองรับการควบคุมเกณฑการลงทุน (Compliance Limit) ตามกฎระเบียบฉบับใหม ใหมีความถูกตอง ครบถวน และสามารถประมวลผลเงื่อนไขที่ ซับซอนไดอยางมีประสิทธิภาพ
2.2. เพื่อเสริมสรางความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร โดยการปรับปรุงไลบรารีและแกไขชองโหวจากการ วิเคราะหซอรสโคดใหระบบมีความปลอดภัยตามมาตรฐานสากลและลดความเสี่ยงจากภัยคุกคาม -
คุณสมบัติผูยื่นขอเสนอ
3.1. ผูยื่นขอเสนอตองมีคุณสมบัติตามมาตรฐานที่ระบบการจัดซื้อจัดจางภาครัฐดวยอิเล็กทรอนิกส (Electronic Government Procurement : e-GP) กำหนด
3.2. ผูยื่นขอเสนอตองเปนผูประกอบการที่มีประสบการณและความชำนาญในการออกแบบและพัฒนา ระบบสารสนเทศ โดยตองยื่นเอกสารสำเนาหนังสือรับรองผลงาน หรือสำเนาสัญญาจางงาน ที่ เกี่ยวของกับการพัฒนาระบบสารสนเทศ ใหแกองคกรภาครัฐ และ/หรือเอกชนที่ กบข. เชื่อถือ และ เปนผลงานที่ผานการตรวจรับงานเรียบรอยแลว ภายในระยะเวลาไมเกิน 5 ปนับแตวันที่ประกาศ เชิญชวนมาประกอบการพิจารณาดวย -
รายการรายละเอียดของงานจาง
ผูยื่นขอเสนอตองดำเนินการปรับปรุงตามขอบเขตงานจาง โดยจัดบุคลากร (ผูปฏิบัติงาน) เพื่อ ดำเนินการปรับปรุงตามขอบเขตงานจาง โดยเขาปฏิบัติหนาที่ประจำสำนักงานหรือตามที่ กบข. กำหนด ตาม วันและเวลาทำการตลอดระยะเวลาสัญญาจำนวน 2 คน โดยมีรายละเอียดดังตอไปนี้
4.1. ขอกำหนดดานความตองการระบบ (Functional Requirement)
ระยะที่ 1 ดำเนินการแลวเสร็จภายใน 75 วัน นับถัดจากวันลงนามสัญญา หรือวันที่ไดรับ หนังสือแจงจาก กบข. ใหเริ่มทำงาน
4.1.1. งานปรับปรุงระบบ IIC (Investment Information Center) ผูยื่นขอเสนอตองดำเนินการ พัฒนาและปรับปรุงระบบงานสารสนเทศเพื่อการควบคุม Compliance Limit (พัฒนาดวย ภาษา VB.NET และ .NET Framework 4.8) ภายใตสภาพแวดลอม (Environment) และ มาตรฐานความปลอดภัยตามที่ กบข. กำหนด โดยมีขอบเขตการดำเนินงานดังตอ ไปนี้
4.1.1.1. การพัฒนาฟงกชันการประมวลผลตนวัน (BOD : Beginning of the Day) ตาม โครงสรางของระบบ IIC (Investment Information Center) เพื่อบันทึกมูลคาการ
ลงทุนประจำวันสำหรับความตองการใหม ดังนี้
ก. รวบรวมความตองการ (Business Requirement)
ข. จัดทำเอกสาร Requirement Specification เพื่อให กบข. ลงนามอนุมัติกอนเริ่ม ดำเนินการพัฒนา
ค. การพัฒนาตองเปนไปตามมาตรฐานการเขียนโปรแกรมของ กบข. และสอดคลองกับ สถาปตยกรรมระบบที่ กบข. กำหนด เชน ตองผานการตรวจสอบชองโหวดานความ
ปลอดภัยจากการใชเครื่องมือ Checkmarx โดยไมพบความเสี่ยงระบบ Critical หรือ
High (หากพบความเสี่ยง Critical หรือ High ผูยื่นขอเสนอจะตองทำการแกไขระบบจน
ไมพบความเสี่ยงระดับดังกลาว) หรือผานการประเมินเพื่อยอมรับความเสี่ยงตาม
หลักเกณฑที่ กบข. กำหนด
2
หมายเหตุ : กบข. จะเปนผูรับผิดชอบจัดเตรียมเครื่องมือและสิทธิ์การใชงาน (License)
ของซอฟตแวร Checkmarx สำหรับการปฏิบัติงานตามขอบเขตงานนี้
ง. ทดสอบการทำงานของฟงกชันยอยตางๆ (Unit-Test) สนับสนุนและอำนวยความสะดวก ใหแกคณะกรรมการตรวจรับหรือตัวแทนผูใชงานในการทดสอบระบบ (UAT) รวมถึงการ
แกไขขอผิดพลาด (Bugs) ที่พบจากการทดสอบจนกวาจะผานการอนุมัติ (User
Acceptance Testing Sign-off)
4.1.1.2. การปรับปรุงระบบใหรองรับ Compliance limit สำหรับการลงทุนใน Asian Credit Bond ดังนี้
ก. รวบรวมความตองการ (Business Requirement)
ข. ออกแบบหนาจอการใชงาน (User Interface) และประสบการณผูใชงาน (User Experience) โดยจัดทำเปนโครงรางหนาจอ (Wireframe) หรือตนแบบ (Prototype)
เพื่อให กบข. พิจารณา
ค. จัดทำเอกสาร Requirement Specification เพื่อให กบข. ลงนามอนุมัติกอนเริ่ม ดำเนินการพัฒนา
ง. การพัฒนาตองเปนไปตามมาตรฐานการเขียนโปรแกรมของ กบข. และสอดคลองกับ สถาปตยกรรมระบบที่ กบข. กำหนด เชน ตองผานการตรวจสอบชองโหวดานความ
ปลอดภัยจากการใชเครื่องมือ Checkmarx โดยไมพบความเสี่ยงระบบ Critical หรือ
High (หากพบความเสี่ยง Critical หรือ High ผูยื่นขอเสนอจะตองทำการแกไขระบบจน
ไมพบความเสี่ยงระดับดังกลาว) หรือผานการประเมินเพื่อยอมรับความเสี่ยงตาม
หลักเกณฑที่ กบข. กำหนด
หมายเหตุ : กบข. จะเปนผูรับผิดชอบจัดเตรียมเครื่องมือและสิทธิ์การใชงาน (License)
ของซอฟตแวร Checkmarx สำหรับการปฏิบัติงานตามขอบเขตงานนี้
จ. ทดสอบการทำงานของฟงกชันยอยตางๆ (Unit-Test)
ฉ. สนับสนุนการทดสอบระบบ (UAT) รวมถึงการแกไขขอผิดพลาด (Bugs) ที่พบจากการ ทดสอบจนกวาจะผานการอนุมัติ (User Acceptance Testing Sign-off)
ระยะที่ 2 ดำเนินการแลวเสร็จภายใน 165 วัน นับถัดจากวันลงนามสัญญา หรือวันที่ไดรับ หนังสือแจงจาก กบข. ใหเริ่มทำงาน
4.1.1.3. การปรับปรุงระบบงานใหรองรับ Compliance Limit สำหรับการลงทุนใน ‘แผนเกษียณสบายใจ’ โดยการใชงานผานหนาจอ เพื่อทดแทน Manual Process ซึ่ง
3
จะชวยเพิ่มประสิทธิภาพ ความถูกตองแมนยำในการประมวลผล และลดความเสี่ยง
จากการปฏิบัติงาน ดังนี้
ก. รวบรวมความตองการ (Business Requirement)
ข. ออกแบบหนาจอการใชงาน (User Interface) และประสบการณผูใชงาน (User Experience) โดยจัดทำเปนโครงรางหนาจอ (Wireframe) หรือตนแบบ (Prototype)
เพื่อให กบข. พิจารณา
ค. จัดทำเอกสาร Requirement Specification เพื่อให กบข. ลงนามอนุมัติกอนเริ่ม ดำเนินการพัฒนา
ง. การพัฒนาตองเปนไปตามมาตรฐานการเขียนโปรแกรมของ กบข. และสอดคลองกับ สถาปตยกรรมระบบที่ กบข. กำหนด เชน ตองผานการตรวจสอบชองโหวดานความ
ปลอดภัยจากการใชเครื่องมือ Checkmarx โดยไมพบความเสี่ยงระบบ Critical หรือ
High (หากพบความเสี่ยง Critical หรือ High ผูยื่นขอเสนอจะตองทำการแกไขระบบจน
ไมพบความเสี่ยงระดับดังกลาว) หรือผานการประเมินเพื่อยอมรับความเสี่ยงตาม
หลักเกณฑที่ กบข. กำหนด
หมายเหตุ : กบข. จะเปนผูรับผิดชอบจัดเตรียมเครื่องมือและสิทธิ์การใชงาน (License)
ของซอฟตแวร Checkmarx สำหรับการปฏิบัติงานตามขอบเขตงานนี้
จ. ทดสอบการทำงานของฟงกชันยอยตางๆ (Unit-Test)
ฉ. สนับสนุนการทดสอบระบบ (UAT) รวมถึงการแกไขขอผิดพลาด (Bugs) ที่พบจากการ ทดสอบจนกวาจะผานการอนุมัติ (User Acceptance Testing Sign-off)
4.1.1.4. การปรับปรุงระบบใหรองรับ Investment Limit และ Compliance Limit ตางๆ ตามเกณฑของคูมือการลงทุนดานเครดิต ดังนี้
ก. รวบรวมความตองการ (Business Requirement)
ข. ออกแบบหนาจอการใชงาน (User Interface) และประสบการณผูใชงาน (User Experience) โดยจัดทำเปนโครงรางหนาจอ (Wireframe) หรือตนแบบ (Prototype)
เพื่อให กบข. พิจารณา
ค. จัดทำเอกสาร Requirement Specification เพื่อให กบข. ลงนามอนุมัติกอนเริ่ม ดำเนินการพัฒนา
ง. การพัฒนาตองเปนไปตามมาตรฐานการเขียนโปรแกรมของ กบข. และสอดคลองกับ สถาปตยกรรมระบบที่ กบข. กำหนด เชน ตองผานการตรวจสอบชองโหวดานความ
4
ปลอดภัยจากการใชเครื่องมือ Checkmarx โดยไมพบความเสี่ยงระบบ Critical หรือ
High (หากพบความเสี่ยง Critical หรือ High ผูยื่นขอเสนอจะตองทำการแกไขระบบจน
ไมพบความเสี่ยงระดับดังกลาว) หรือผานการประเมินเพื่อยอมรับความเสี่ยงตาม
หลักเกณฑที่ กบข. กำหนด
หมายเหตุ : กบข. จะเปนผูรับผิดชอบจัดเตรียมเครื่องมือและสิทธิ์การใชงาน (License)
ของซอฟตแวร Checkmarx สำหรับการปฏิบัติงานตามขอบเขตงานนี้
จ. ทดสอบการทำงานของฟงกชันยอยตางๆ (Unit-Test)
ฉ. สนับสนุนการทดสอบระบบ (UAT) รวมถึงการแกไขขอผิดพลาด (Bugs) ที่พบจากการ ทดสอบจนกวาจะผานการอนุมัติ (User Acceptance Testing Sign-off)
4.1.1.5. การปรับปรุงระบบใหรองรับ Counterparty Limit และ Compliance Limit ตางๆ ตามเกณฑของคูมือการลงทุนดานเครดิต ดังนี้
ก. รวบรวมความตองการ (Business Requirement)
ข. ออกแบบหนาจอการใชงาน (User Interface) และประสบการณผูใชงาน (User Experience) โดยจัดทำเปนโครงรางหนาจอ (Wireframe) หรือตนแบบ (Prototype)
เพื่อให กบข. พิจารณา
ค. จัดทำเอกสาร Requirement Specification เพื่อให กบข. ลงนามอนุมัติกอนเริ่ม ดำเนินการพัฒนา
ง. การพัฒนาตองเปนไปตามมาตรฐานการเขียนโปรแกรมของ กบข. และสอดคลองกับ สถาปตยกรรมระบบที่ กบข. กำหนด เชน ตองผานการตรวจสอบชองโหวดานความ
ปลอดภัยจากการใชเครื่องมือ Checkmarx โดยไมพบความเสี่ยงระบบ Critical หรือ
High (หากพบความเสี่ยง Critical หรือ High ผูยื่นขอเสนอจะตองทำการแกไขระบบจน
ไมพบความเสี่ยงระดับดังกลาว) หรือผานการประเมินเพื่อยอมรับความเสี่ยงตาม
หลักเกณฑที่ กบข. กำหนด
หมายเหตุ : กบข. จะเปนผูรับผิดชอบจัดเตรียมเครื่องมือและสิทธิ์การใชงาน (License)
ของซอฟตแวร Checkmarx สำหรับการปฏิบัติงานตามขอบเขตงานนี้
จ. ทดสอบการทำงานของฟงกชันยอยตางๆ (Unit-Test)
ฉ. สนับสนุนการทดสอบระบบ (UAT) รวมถึงการแกไขขอผิดพลาด (Bugs) ที่พบจากการ ทดสอบจนกวาจะผานการอนุมัติ (User Acceptance Testing Sign-off)
5
ระยะที่ 3 ดำเนินการแลวเสร็จภายใน 210 วัน นับถัดจากวันลงนามสัญญา หรือวันที่ไดรับ หนังสือแจงจาก กบข. ใหเริ่มทำงาน
4.1.2. การปรับปรุงดานความมั่นคงปลอดภัยของระบบ ผูยื่นขอเสนอตองดำเนินการปรับปรุงระบบ เดิม (System Upgrade) ใหมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย ตรวจสอบชองโหวทางความมั่นคงปลอดภัย และทดสอบการทำงานของระบบใหถูกตองสมบูรณ โดยมีรายละเอียดดังนี้
4.1.2.1. ขอบเขตโปรแกรมสำหรับดำเนินการทั้งสิ้น 10 โปรแกรม ไดแก
ก. โปรแกรม My GPF Back Office
ข. โปรแกรม Website แสดงผลกิจกรรม-สื่อสารสมาชิก
ค. โปรแกรม สุขสันตวันเกิดสมาชิก กบข.
ง. โปรแกรม Web Service for Contact Center
จ. โปรแกรม GPF Webservice for Chatbot
ฉ. โปรแกรม Landing Page ยืนยันขอมูลอีเมล
ช. โปรแกรม Landing Page แบบประเมินความเสี่ยง
ซ. โปรแกรม เชื่อมตอบริการแทนใจ
ฌ. โปรแกรม Member Communication Center
ญ. โปรแกรม ลงทะเบียนขอรับใบแจงยอดทางไปรษณีย
4.1.2.2. ผูยื่นขอเสนอตองดำเนินการปรับปรุง Source Code และไลบรารี (Libraries) ของ ระบบเดิม ใหรองรับการทำงานดวย .NET 10 (ปจจุบันเปน .NET 8)
4.1.2.3. ดำเนินการปรับปรุงโครงสรางของโครงการ (Project Structure) และการตั้งคา ตางๆ (Configuration) ใหสอดคลองกับมาตรฐานของ .NET เวอรชันใหม เพื่อใหระบบ
ทำงานไดอยางเต็มประสิทธิภาพ เชน ปรับการอาน Configuration ของระบบใหเชื่อมตอ
Secret Management
4.1.2.4. ผูยื่นขอเสนอตองดำเนินการตรวจสอบชองโหวของรหัสตนฉบับ (Source Code) และสวนประกอบซอฟตแวร (Software Components) ดวยเครื่องมือ Checkmarx
โดยตองครอบคลุมทั้ง 2 รูปแบบ ไดแก
ก. SAST (Static Application Security Testing) ตรวจสอบชองโหวจากการเขียนโคด
ข. SCA (Software Composition Analysis) ตรวจสอบชองโหวจากไลบรารีหรือ Open Source ที่นำมาใชงาน
6
หมายเหตุ : กบข. จะเปนผูรับผิดชอบจัดเตรียมเครื่องมือและสิทธิ์การใชงาน (License)
ของซอฟตแวร Checkmarx สำหรับการปฏิบัติงานตามขอบเขตงานนี้
4.1.2.5. หากผลการตรวจสอบพบชองโหวในระดับวิกฤต (Critical) ระดับสูง (High) ผูยื่น ขอเสนอตองดำเนินการแกไข ปรับปรุงโคด หรืออัปเดตไลบรารี จนกวาผลการตรวจสอบ
ในระดับดังกลาวจะเปนศูนย (Zero Vulnerabilities) หรือไดรับการยอมรับความเสี่ยง
ตามหลักเกณฑที่ กบข. กำหนด
4.1.2.6. จัดทำรายงานผลการ Scan จาก Checkmarx (Security Assessment Report) 4.1.2.7. สามารถเรียกคนขอมูลสมาชิกไดภายในระยะเวลาเฉลี่ยไมเกิน 6 วินาที ตอการเรียก คนขอมูล 1 ครั้ง ในกรณีใชระยะเวลาเกินกวากำหนด หากพบวาสาเหตุมาจาก Software
หรือ Hardware ของ กบข. ใหผูรับจางเสนอขอแนะนำใหแก กบข.
4.1.2.8. เมื่อระบบทำงานผิดพลาดหรือตรวจพบความผิดปกติตองเรียกใช API ของระบบ Preventive Monitoring (กบข. เปนผูจัดเตรียม API ระบบ Preventive Monitoring)
เพื่อทำการแจงเตือนผานชองทาง MS Team หรือ Email และจะตองมีวิธีการจัดการ
Error (try…catch) ในกรณีระบบ Preventive Monitoring ไมสามารถใชงานได
4.1.2.9. ผูรับจางจะตองสนับสนุนขอมูลเกี่ยวกับการทำงานของโปรแกรมบนเครื่อง Server เพื่อนำมากำหนด Config ของ Health Check (Agent Program ที่ กบข. พัฒนา) ซึ่ง
รวมถึงการทดสอบการทำงานของโปรแกรมรวมกับ Agent Program ดังกลาว
4.1.2.10. ตองจัดใหมีการจัดเก็บและบันทึกกิจกรรมการใชงานของระบบ และตรวจสอบใน กรณีที่เกิดเหตุการณดานความมั่นคงปลอดภัย (Monitoring and Log management)
4.1.2.11. กำหนดใหมีการรักษาความปลอดภัยดาน Application ดังนี้
ก. ระบบตองยุติการใชงาน (Session Timeout) ของผูใชงาน เมื่อเวนจากการใชงานระบบ ตามระยะเวลา 15 นาที หรือตามขอจำกัดของระบบ
ข. กรณีมีการใชงาน Access Token หรือ OTP ตองกำหนดให Token หรือ OTP มี ระยะเวลาหมดอายุที่เหมาะสม
4.1.2.12. ระบบตองจัดใหมีการกำหนดจำนวนสูงสุดที่อนุญาตในการ Login Fail และหากพบ การ Login Fail เกินกำหนดใหระบบดำเนินการอยางใดอยางหนึ่ง ดังนี้
ก. ตัดการเชื่อมตอของ Session นั้น
ข. หนวงเวลา 30 - 60 วินาที
7
ค. Lock การใชงาน User นั้นเปนการชั่วคราว
4.1.2.13. สนับสนุนการทดสอบระบบ (UAT) รวมถึงการแกไขขอผิดพลาด (Bugs) ที่พบจาก การทดสอบจนกวาจะผานการอนุมัติ (User Acceptance Testing Sign-off)
ระยะที่ 4 ดำเนินการแลวเสร็จภายใน 360 วัน นับถัดจากวันลงนามสัญญา หรือวันที่ไดรับหนังสือแจงจาก กบข. ใหเริ่มทำงาน
4.2. งานปฏิบัติงานตามที่ กบข. มอบหมาย โดยมีกรอบภาระงานรวมทั้งสิ้น 200 วันทำงาน (Man days) โดยมีรายละเอียดเนื้องานดังนี้
4.2.1. งานพัฒนา ปรับปรุง และบำรุงระบบงานสารสนเทศอื่นๆ ของ กบข. นับตาม Man-day หมายถึง การพัฒนา ปรับปรุง หรือเปลี่ยนแปลงระบบงานสารสนเทศโดยคิดคำนวณคาบริการ ตามจำนวนวันทำงานตอคนที่ใชในการดำเนินงาน (Man-day) ซึ่งอาจครอบคลุมถึงงานในดาน ตาง ๆ เชน การเขียนโปรแกรม การออกแบบระบบ การทดสอบระบบ และการปรับปรุงแกไข ตามความตองการของผูวาจาง การบริหารจัดการขอมูล โดยจะพิจารณาจากจำนวนวันที่ผู รับจางใชในการปฏิบัติงานจริง โดยมีขอบเขตดำเนินการอยางนอยดังตอไปนี้
4.2.1.1. การพัฒนาระบบและปรับปรุงระบบ
ก. พัฒนาระบบ ดวยภาษา .NET (.NET Framework, .NET Core หรือเวอรชันที่ กบข. ใช งาน) ตามความตองการทางธุรกิจ (Business Requirement)
ข. ปรับปรุงฟงกชันการทำงานเดิมใหรองรับการเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบหรือ กระบวนการทำงานใหม
4.2.1.2. การแกไขขอผิดพลาดและชองโหวความปลอดภัย
ก. ตรวจสอบและแกไขขอผิดพลาด (Bug) ที่เกิดขึ้นจากการใชงานระบบ
ข. แกไขชองโหวทางความมั่นคงปลอดภัย (Security Vulnerabilities) ตามผลการ ตรวจสอบ (Vulnerability Assessment / Penetration Test) หรือตามมาตรฐาน
ความปลอดภัยที่ กบข. กำหนด (เชน OWASP Top 10)
4.2.1.3. การจัดทำและปรับปรุงเอกสาร (Documentation)
ก. จัดทำและปรับปรุงเอกสารทางเทคนิค (System Specification, Data Dictionary, API Document) ใหเปนปจจุบัน
ข. จัดทำคูมือการใชงานระบบ (User Manual) และคูมือการติดตั้ง (Installation Guide)
4.2.1.4. งานอื่นๆ ที่ไดรับมอบหมาย
4.2.2. วิธีการคำนวณวันทำงาน (Man-day)
4.2.2.1. การคำนวณระยะเวลาการปฏิบัติงาน 1 วันทำงานตอคน (Man-day) ใหเทียบเทา กับการปฏิบัติงานเปนระยะเวลา 8 ชั่วโมง
8
4.2.2.2. ในกรณทีี่บุคลากร (ผูปฏิบัติงาน) มีความจำเปนตองปฏิบัติงานนอกเวลาทำการปกติ ใหนำระยะเวลาสวนที่เกินดังกลาวมาหักลดจากจำนวนวันทำงานตอคน (Man-day) ที่
กำหนดไวทั้งหมดตามสัญญา
4.2.2.3. การคำนวณเวลาในการปฏิบัติงานที่หักออกจะคำนวณเปนชั่วโมงและเปลี่ยนเปน Man-day ตามจำนวนชั่วโมงที่กำหนดในวันทำงานปกติ เชน หากวันทำงานปกติคือ 8
ชั่วโมงตอวัน หากผูปฏิบัติงานขาดงาน 4 ชั่วโมง จะถูกหักจำนวน 0.5 Man-days
4.2.2.4. ผูปฏิบัติงานจะตองจัดทำและสงใบบันทึกเวลาทำงาน (Timesheet) เพื่อบันทึก จำนวนชั่วโมงที่ใชในการปฏิบัติงานประจำวัน เพื่อใชเปนหลักฐานในการหักเวลาการ
ทำงาน ทั้งนี้เอกสารจะตองผานการพิจารณาและไดรับการอนุมัติจาก กบข. อยางถูกตอง
4.2.2.5. ผูปฏิบัติงานมีภาระผูกพันในการปฏิบัติหนาที่และตองไดรับการรับรองบันทึกเวลา การปฏิบัติงานจากกองทุนบำเหน็จบำนาญขาราชการ (กบข.) เปนระยะเวลาปฏิบัติงาน
รวมกันไมนอยกวา 200 Man-day นับจากวันที่ลงนามในสัญญา ทั้งนี้ใหถือเอาเงื่อนไขใด
ถึงกำหนดกอนเปนสำคัญ
4.3. ขอกำหนดดานบุคลากร
ผูยื่นขอเสนอตองจัดใหมีบุคลากรประจำปฏิบัติงาน ณ สถานที่ของ กบข. ตลอดระยะเวลาสัญญา โดยมีรายละเอียดดังนี้
4.3.1. บุคลากรปฏิบัติงานประจำที่ กบข.
ตำแหนง จำนวน คุณสมบัติขั้นต่ำ
นักพัฒนาระบบอาวุโส 1 คน ประสบการณ .NET ตั้งแต 3 ปขึ้นไป
นักพัฒนาระบบ
1 คน
ประสบการณ .NET ตั้งแต 1 ปขึ้นไป
4.3.1.1. บุคลากรทั้ง 2 คน ตองปฏิบัติงานประจำ ณ สถานที่ที่ กบข. กำหนด ในวันและเวลา ทำการปกติ (จันทร-ศุกร เวลา 08.30-17.30 น. หรือ 09.00-18.00 น.) หรือตามที่ กบข.
กำหนด
4.3.1.2. การเปลี่ยนตัวบุคลากรตองมีคุณสมบัติเทียบเทาบุคลากรเดิม และไดรับความ เห็นชอบจาก กบข. เปนลายลักษณอักษรลวงหนาไมนอยกวา 15 วันทำการ
4.3.1.3. กบข. จะจัดเตรียมพื้นที่ปฏิบัติงาน เครื่องคอมพิวเตอร และอุปกรณที่จำเปนใหแก ผูปฏิบัติงาน
9
4.3.2. คุณสมบัติของบุคลากร
4.3.2.1. จบการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร, วิศวกรรม คอมพิวเตอร, เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือสาขาที่เกี่ยวของ
5. หลักฐานการยื่นขอ เสนอ
ผูยื่นขอเสนอจะตองเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพรอมการเสนอราคาโดยแยกเปน 2 สวน ดังตอไปนี้ 5.1. สวนที่ 1 อยางนอยตองมีเอกสารดังตอไปนี้
(1) ในกรณผีูยื่นขอเสนอเปนนิติบุคคล
(ก) หางหุนสวนสามัญหรือหางหุนสวนจำกัด ใหยื่นสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียน นิติบุคคลที่มีระยะเวลาไมเกิน 90 วัน นับถึงวันที่ยื่นขอเสนอ บัญชีรายชื่อหุนสวนผูจัดการ ผูมีอำนาจควบคุม (ถามี) พรอมรับรองสำเนาถูกตอง
(ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ใหยื่นสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียน นิติบุคคลที่มีระยะเวลาไมเกิน 90 วัน นับถึงวันที่ยื่นขอเสนอ หนังสือบริคณหสนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการ ผูจัดการ ผูมีอำนาจควบคุม (ถามี) บัญชีผูถือหุนรายใหญ (ถามี) พรอมรับรองสำเนาถูกตอง
(2) ในกรณีผูยื่นขอเสนอเปนบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่ไมใชนิติบุคคลใหยื่นสำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผูนั้น สำเนาขอตกลงที่แสดงถึงการเขาเปนหุนสวน (ถามี) สำเนาบัตรประจำตัว ประชาชนของผูเปนหุนสวน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผูเปนหุนสวนที่มิไดถือสัญชาติไทย พรอมทั้งรับรอง สำเนาถูกตอง
(3) ในกรณีผูยื่นขอเสนอเปนผูยื่นขอเสนอรวมกันในฐานะเปนผูรวมคา ใหยื่นสำเนาสัญญาของ การเขารวมคา และเอกสารตามที่ระบุไวใน (1) หรือ (2) ของผูรวมคา แลวแตกรณี
(4) เอกสารเพิ่มเติมอื่น ๆ ไดแก สำเนาใบทะเบียนพาณิชย สำเนาทะเบียนภาษีมูลคาเพิ่ม พรอม ทั้งรับรองสำเนาถูกตอง
5.2. สวนที่ 2 อยางนอยตองมีเอกสารดังตอไปนี้
(1) ในกรณีที่ผูยื่นขอเสนอมอบอำนาจใหบุคคลอื่นกระทำการแทนใหแนบหนังสือมอบอำนาจ ซึ่งปดอากรแสตมปตามกฎหมาย จะตองระบุในหนังสือมอบอำนาจใหชัดเจนวามีอำนาจในการเสนอราคาแทน หรือทำการในเรื่องใด โดยมีหลักฐานแสดงตัวตนของผูมอบอำนาจและผูรับมอบอำนาจ (แนบสำเนา บัตรประจำตัวประชาชนผูมอบอำนาจและผูรับมอบอำนาจพรอมรับรองสำเนาถูกตอง) ทั้งนี้ หากผูรับมอบ อำนาจเปนบุคคลธรรมดาตองเปนผูที่บรรลุนิติภาวะตามกฎหมายแลวเทานั้น
(2) สำเนาใบขึ้นทะเบียนผูประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดยอม (SMEs) (ถามี)
(3) ผูยื่นขอเสนอตองจัดทำตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติของผูยื่นเสนอราคา รายละเอียด คุณลักษณะเฉพาะที่ กบข. ตองการตาม TOR นี้ กับขอเสนอของผูยื่นขอเสนอ ซึ่งคุณลักษณะเฉพาะจะตอง ระบุหัวขอใหถูกตองตรงกันกับเอกสารหรือแคตตาล็อกที่เสนอโดยใหจัดทำใหรูปแบบดังตอไปนี้
10
ลำดับ ขอกำหนดรายละเอยีดความ สอดคลอง
ขอกำหนดรายละเอยีด
ที่เสนอมา เอกสารอางองิ
(คัดลอกคุณสมบัติของผูยื่น ขอเสนอ)
(คัดลอกขอกำหนด
รายละเอียดคุณลักษณะ เฉพาะตามที่กำหนดใน TOR ขอ 4)
(ตรงหรือดีกวา ขอกำหนดตาม TOR)
(ระบุคุณสมบัติของผูยื่น
ขอเสนอที่เสนอมาให
พิจารณา)
(ระบุรายละเอียดคณุ ลักษณะ เฉพาะที่เสนอมาใหพิจารณา)
(ระบุเลขหนาของ เอกสารอางอิง
หรือแคตตาล็อก)
(4) ผูยื่นขอเสนอตองจัดสงเอกสารดังตอไปนี้เพื่อประกอบการพิจารณาคัดเลือก
(ก) เอกสารหนังสือรับรองผลงาน หรือสำเนาสัญญาจาง ที่เกี่ยวของกับการพัฒนาระบบ สารสนเทศ ใหแกองคกรภาครัฐ และ/หรือเอกชนที่ กบข. เชื่อถือ และเปนผลงานที่ผานการตรวจรับงาน เรียบรอยแลว ภายในระยะเวลาไมเกิน 5 ปนับแตวันที่ประกาศเชิญชวน
กรณีใชหนังสือรับรองผลงาน ตองเปนหนังสือที่ออกโดยหนวยงานคูสัญญา ระบุชื่อ โครงการ, เลขที่สัญญา (หรือเลขที่ใบสั่งจาง), มูลคาสัญญา และขอความที่แสดงวา ไดสงมอบงานแลวเสร็จครบถวนตามสัญญา ลงนามโดยผูมีอำนาจของหนวยงานนั้น
กรณีใชสำเนาสัญญาจาง จะตองแนบเอกสารสำเนาใบตรวจรับงาน หรือใบตรวจรับ พัสดุ งวดสุดทาย ที่มีการลงนามรับรองโดยคณะกรรมการตรวจรับครบถวน
หมายเหตุ หากผูยื่นขอเสนอแนบเพียงสำเนาสัญญาจาง โดยไมมีเอกสารสำเนาใบ
ตรวจรับงาน หรือใบตรวจรับพัสดุงวดสุดทายมาประกอบ คณะกรรมการฯ ขอ
สงวนสิทธิ์ไมพิจารณาผลงานดังกลาว
(ข) เอกสารที่ระบุวามีประสบการณการตรวจสอบดาน Security Assessment หรือ ตัวอยางรายงานผลการ Scan (Scan Report) จากเครื่องมือ SAST (Static Application Security Testing) หรือ SCA (Software Composition Analysis) โดยปกปดขอมูลความลับของลูกคาได (ถามี)
(ค) เอกสารแผนงานของโครงการ และโครงสรางการออกแบบและพัฒนากระบวนการ ทำงานในภาพรวมโครงการ
(ง) ขอมูลบุคลากรของผูยื่นขอเสนอที่นำมาทำงานใหแก กบข. (คุณวุฒิและประสบการณ)
11
- การเสนอราคา
6.1. ผูยื่นขอเสนอตองยื่นขอเสนอและเสนอราคาโดยไมมีเง่อืนไขใด ๆ ทั้งสิ้น
6.2. ราคาที่เสนอตองเปนราคาที่รวมภาษีมูลคาเพิ่ม ภาษีอื่น (ถามี) รวมคาใชจายทั้งปวงไวดวยแลว 6.3. ผูยื่นขอเสนอตองยืนราคาเปนเวลาไมนอยกวา 90 วัน นับตั้งแตวันที่เสนอราคา โดยภายใน กำหนดยืนราคา ผูยื่นขอเสนอจะตองรับผิดชอบราคาที่ตนเสนอไวและถอนการเสนอราคามิได 6.4. ผูยื่นขอเสนอจะตองดำเนินการแลวเสร็จไมเกิน 360 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจาง หรือวันที่ไดรับหนังสือแจงจาก กบข. ใหเริ่มทำงาน - หลักเกณฑและสิทธิในการพิจารณา
การพิจารณาผลการยื่นขอเสนอครั้งนี้ กบข. จะพิจารณาตัดสินโดยใชหลักเกณฑคะแนนรวมสูงสุด ดานคุณภาพและดานราคา (Price Performance) ในการพิจารณาผูชนะการยื่นขอเสนอ กบข. จะพิจารณา โดยใหคะแนนตามปจจัยหลักและน้ำหนักที่กำหนด ดังตอไปนี้
7.1. ราคาที่ยื่นขอเสนอ (Price) กำหนดน้ำหนักเทากับรอยละ 20
7.2. ดานคุณภาพและคุณสมบัติที่เปนประโยชนกับ กบข. โดยพิจารณาใหคะแนนจากเอกสารที่ผูยื่น ขอเสนอยื่นมา กำหนดน้ำหนักเทากับรอยละ 80
กบข. จะพิจารณาดานคุณภาพและคุณสมบัติที่เปนประโยชนกับ กบข. กอน โดยคิดคะแนนเต็ม 100 คะแนน (คิดเปนรอยละ 80) โดยมีเกณฑการพิจารณาดังนี้
ลำดับที่ หัวขอใหคะแนน คะแนนยอย คิดเปนรอยละ
1 เอกสารประสบการณของผูยนื่ ขอ เสนอที่เกี่ยวของกับการพัฒนาระบบ สารสนเทศใหแกองคกรภาครัฐ และ/หรือเอกชน ที่ กบข. เชื่อถือ (เอกสารแนบ 5.2 (4) (ก))
เงื่อนไข : พิจารณาจากเอกสารสำเนาหนังสือรับรองผลงาน หรือสำเนา สัญญาจางงาน ทเี่ ปนผลงานทผี่ านการตรวจรับงานเรียบรอยแลว ภายใน ระยะเวลาไมเกิน 5 ปนบัแตวันที่ประกาศเชิญชวน
25
1.1 มีผลงานพัฒนาระบบ แตไ มใชการพัฒนาระบบดวย .NET 5 1.2 มีผลงานการพัฒนาดวย .NET จำนวน 1-3 โครงการ 10 1.3 มีผลงานการพัฒนาดวย .NET จำนวน ตงั้แต 4 โครงการขึ้นไป 15
1.4 มีผลงานการพัฒนาดวย .NET จำนวน ตงั้แต4 โครงการขึ้นไป และ
20
มีอยางนอย 2 โครงการที่มีมูลคา โครงการมากกวา 750,000 บาท
1.5 มีผลงานการพัฒนาดวย .NET จำนวน ตงั้แต4 โครงการขึ้นไป และ มีอยางนอย 2 โครงการที่มีมูลคา โครงการมากกวา 750,000 บาท และมี อยางนอย 1 โครงการที่เกี่ยวของกับระบบการเงิน/การลงทนุ
25
12
2 เอกสารประสบการณการของผูยื่นขอเสนอ มีการผานตรวจสอบดาน ความมั่นคงปลอดภัยของระบบ (Security Assessment) (เอกสาร
แนบ 5.2 (4) (ข))
2.1 ไมมีผลงาน Security Assessment โดยตรง หรือไมสามารถแสดง
หลักฐานได
2.2 มีผลงานพัฒนาระบบที่ผานการตรวจสอบดาน Security
Assessment ทั่วไป เชน Penetration Test, Vulnerability
Assessment แตไมเคยใชเคร่อืงมือ SAST (Static Application
Security Testing) หรือ SCA (Software Composition Analysis)
โดยเฉพาะ
2.3 มีผลงานพัฒนาระบบที่ผานการตรวจสอบดาน Security
Assessment ทั่วไป เชน Penetration Test, Vulnerability
Assessment และมีการใชเคร่อืงมือ SAST (Static Application
Security Testing) หรือ SCA (Software Composition Analysis) เชน
Checkmarx, SonarQube, Fortify, Snyk, Veracode หรือเทียบเทา
3 เอกสารแผนงานของโครงการ และโครงสรางการออกแบบและ พัฒนากระบวนการทำงานในภาพรวมโครงการ (เอกสารแนบ 5.2
(4) (ค)) ประกอบไปดวยขอหัวดังตอไปน้ี
(ก) ขอบเขตงานและแนวทางการดำเนินงาน เชน เปาหมาย แนวทาง
ขอจำกัด
(ข) แผนงานและกำหนดการดำเนินงาน เชน ตารางกิจกรรมและ
ระยะเวลา ผูรับผิดชอบ
(ค) โครงสรางทีมงานและคุณสมบัติบุคลากร เชน โครงสรางบุคลากร
ในโครงการ คุณสมบัติและประสบการณ
เงื่อนไข : เอกสารตองมีรายละเอียดที่เพียงพอตอการวินิจฉัยและให
คะแนนตามเกณฑของคณะกรรมการ
15
0
10
15
15
-
เอกสารมีรายละเอียดไมเพียงพอตอการใหคะแนน 5
-
เอกสารมีรายละเอียดท่ีเพียงพอ จำนวน 1 หัวขอ 10
-
เอกสารมีรายละเอียดท่ีเพียงพอ จำนวน 2 หัวขอ 12
-
เอกสารมีรายละเอียดท่ีเพียงพอ จำนวน 3 หัวขอ 15
4
เอกสารประสบการณของบุคลากรที่มาปฏิบัติงานให กบข. (เอกสารแนบ 5.2 (4) (ง))
เงื่อนไข: ตำแหนงนักพัฒนาระบบพิจารณาเฉพาะประสบการณท่ี เกี่ยวของกับการพัฒนาระบบสารสนเทศ10
13
-
ผูปฏิบัติงานในตำแหนงนักพัฒนาระบบ มีประสบการณต้ังแต 1 ป
ขึ้นไป และผูปฏิบัติงานในตำแหนงนักพัฒนาระบบอาวุโส มี
ประสบการณต้ังแต 3 ปขึ้นไป -
ผูปฏิบัติงานในตำแหนงนักพัฒนาระบบ มีประสบการณต้ังแต 2 ป
ขึ้นไป และผูปฏิบัติงานในตำแหนงนักพัฒนาระบบอาวุโส มี
ประสบการณต้ังแต 4 ปขึ้นไป -
ผูปฏิบัติงานในตำแหนงนักพัฒนาระบบ มีประสบการณต้ังแต 3 ป
ขึ้นไป และผูปฏิบัติงานในตำแหนงนักพัฒนาระบบอาวุโส มี
ประสบการณต้ังแต 5 ปขึ้นไป -
ผูปฏิบัติงานในตำแหนงนักพัฒนาระบบ มีประสบการณต้ังแต 3 ป
ขึ้นไป และผูปฏิบัติงานในตำแหนงนักพัฒนาระบบอาวุโส มี
ประสบการณต้ังแต 5 ปขึ้นไปและมีประสบการณการบริหารโครงการ
5 คะแนนการนำเสนอแผนงานและความเขาใจเกี่ยวกับ TOR แก คณะกรรมการจัดหาของ กบข. -
นำเสนอ ไมครบถวน หรือไมตรงกับตาม TOR หรือแสดงความเขาใจ
คลาดเคลื่อน
2.5
5
7.5
10
10 3 -
นำเสนอ ครบถวน ตรงกับตาม TOR 6
-
นำเสนอ ครบถวน ตรงกับตาม TOR และแนวทางการพัฒนาท่ีเปน
10
ประโยชนเพิ่มเติมจาก TOR
6 คะแนนการตอบคำถามและขอซักถามของคณะกรรมการ 25 - ไมสามารถตอบคำถามได หรือตอบไมตรงประเด็น 5 -
ตอบคำถามไดบางสวน ยังขาดความม่ันใจหรือรายละเอียดทาง เทคนิค
-
ตอบคำถามไดครบถวน ถูกตอง แสดงความเขาใจในโครงการและ เทคโนโลยีที่เก่ียวของ
-
ตอบคำถามไดครบถวน ถูกตอง แสดงความเขาใจในโครงการและ เทคโนโลยีที่เก่ียวของ และมีความรูเชิงลึกทั้งดาน .NET และ Security Assessment สามารถเสนอทางเลือกหรือ Best Practice ที่เปนประโยชน
10 20 25คะแนนรวม (รอยละ)
100
ผูยื่นขอเสนอจะตองสงเอกสารที่ใชในการคัดเลือกตามรายละเอียดขางตนให กบข. เพื่อให คณะกรรมการฯ พิจารณาประกอบการใหคะแนน ซึ่งผูยื่นขอเสนอทุกรายที่ผานการตรวจสอบคุณสมบัติ เบื้องตน จะตองมานำเสนอรายละเอียดแนวทางการดำเนินงาน และตอบขอซักถามตอคณะกรรมการ ตามวัน
14
และเวลาที่ กบข.กำหนด โดย กบข. จะแจงกำหนดวันและเวลาใหทราบหลังจากตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องตน แลวเสร็จ กรณีผูยื่นขอเสนอไมเขารวมนำเสนอตามกำหนดการดังกลาว ทำใหคณะกรรมการฯ ไมสามารถ พิจารณาใหคะแนนได อาจมีผลกระทบกับคะแนนการคัดเลือก
8. การทำสัญญาจาง
ผูชนะการคัดเลือกจะตองทำสัญญาจางตามแบบที่กบข. กำหนดภายใน 15 วัน นัดถัดจากวันที่ไดรับ แจงจาก กบข. และจะตองวางหลักประกันสัญญาเปนเงินเทากับรอยละ 5 ของราคาคาจาง
9. คาจางและการจายเงิน
กบข. จะจายคาจางซึ่งไดรวมภาษีมูลคาเพิ่ม ภาษีอากรอื่น และคาใชจายทั้งปวงดวยแลว ใหแกผูยื่น ขอเสนอที่ไดรับการคัดเลือกใหเปนผูรับจางภายใน 30 วัน เมื่อผูยื่นขอเสนอไดปฏิบัติงานถูกตองและครบถวน ตามสัญญาจางหรือขอตกลง และ กบข. ไดตรวจรับมอบงานจางเรียบรอยแลวพรอมทั้ง กบข. ไดรับหนังสือ เรียกเก็บเงินจากผูยื่นขอเสนอ โดยแบงการจายเงินออกเปน 2 สวน รวมทั้งสิ้น 5 งวด ดังตอไปนี้
สวนที่ 1 การจายเงินตามความสำเร็จของงาน (Fixed Price) สำหรับงานที่เปนโครงการหลัก หรือ การสงมอบชิ้นงานตามขอบเขตดำเนินการขอ 4.1 เปนจำนวนเงินรอยละ 60 ของมูลคาโครงการ กำหนด จายเงินเมื่อผูรับจางสงมอบงานและผานการตรวจรับ ดังนี้
งวดที่ 1 เปนจำนวนเงินรอยละ 20 ของคาจาง เมื่อผูรับจางไดปฏิบัติงาน ตามรายละเอียดในหัวขอ 4.1.1.1 - 4.1.1.2 ใหแลวเสร็จภายใน 75 วัน นับถัดจากวันลงนามสัญญา หรือวันที่ไดรับหนังสือแจงจาก กบข. ใหเริ่มทำงาน
งวดที่ 2 เปนจำนวนเงินรอยละ 20 ของคาจาง เมื่อผูรับจางไดปฏิบัติงาน ตามรายละเอียดในหัวขอ 4.1.1.3 - 4.1.1.5 ใหแลวเสร็จภายใน 165 วัน นับถัดจากวันลงนามสัญญา หรือวันที่ไดรับหนังสือแจงจาก กบข. ใหเริ่มทำงาน
งวดที่ 3 เปนจำนวนเงินรอยละ 20 ของคาจาง เมื่อผูรับจางไดปฏิบัติงาน ตามรายละเอียดในหัวขอ 4.1.2 ใหแลวเสร็จภายใน 210 วัน นับถัดจากวันลงนามสัญญา หรือวันที่ไดรับหนังสือแจงจาก กบข. ใหเริ่ม ทำงาน
สวนที่ 2 การจายเงินตามปริมาณงานจริง (Time & Material) สำหรับงานพัฒนา ปรับปรุง และ บำรุงระบบงานสารสนเทศอื่นๆ ของ กบข. ตามขอบเขตดำเนินการขอ 4.2 เปนจำนวนเงินรอยละ 40 ของ มูลคาโครงการ โดยจะเริ่มดำเนินการและเบิกจายได ภายหลังจากที่ผูรับจางไดสงมอบงานและผานการตรวจ รับในสวนที่ 1 (งวดที่ 1 - 3) ครบถวนเรียบรอยแลว
งวดที่ 4 เปนจำนวนเงินรอยละ 20 ของคาจาง เมื่อผูรับจางไดปฏิบัติงานในสวนที่ 2 สะสมครบ 100 วันทำงานตอคน (100 Man-days) และไดสงมอบเอกสารใบบันทึกเวลาทำงาน (Timesheet) ที่ไดรับการ อนุมัติจาก กบข.
15
งวดที่ 5 (งวดสุดทาย) เปนจำนวนเงินรอยละ 20 ของคา จาง เมื่อผูรับจางไดสงมอบเอกสารใบบันทึก เวลาทำงาน (Timesheet) และปฏิบัติงานทั้งหมดใหแลวเสร็จเรียบรอยตามสัญญาหรือขอตกลงเปนหนังสือ และ กบข. ไดตรวจรับมอบงานจางเรียบรอยแลว ภายใน 360 วัน นับถัดจากวันลงนามสัญญา หรือวันที่ไดรับ หนังสือแจงจาก กบข. ใหเริ่มทำงาน
ทั้งนี้ การเบิกจายเงินคาจางในสวนที่ 2 เมื่อรวมกับสวนที่ 1 แลว จะตองไมเกินวงเงินคาจางรวมตาม สัญญา และจำนวนวันทำงานรวม (Man-days รวม) ตองไมเกิน 200 วัน
ขั้นตอนการดำเนินงาน การสงมอบงาน
งวดที่ 1
- สงมอบตามขอ 4.1.1.1 - 4.1.1.2 *ภายในระยะเวลา 75 วันนับแตวันทำ สัญญา หรือวันที่ไดรับหนังสือแจงจาก กบข. ใหเริ่มทำงาน
งวดที่ 2 - สงมอบตาม ขอ 4.1.1.3 - 4.1.1.5 *ภายในระยะเวลา 165 วันนับแตวัน ทำสัญญา หรือวันที่ไดรับหนังสือแจง จาก กบข. ใหเริ่มทำงาน
1.1 เอกสาร Requirement Specification 1.2 เอกสาร User Acceptance Testing
1.3 Source code program
*เอกสารทั้งหมดจะตองไดรับการอนุมัติเห็นชอบจาก กบข. (Sign off)
2.1 เอกสาร Requirement Specification 2.2 เอกสาร User Acceptance Testing
2.3 Source code program
*เอกสารทั้งหมดจะตองไดรับการอนุมัติเห็นชอบจาก กบข. (Sign off)
งวดที่ 3
3. สงมอบตาม ขอ 4.1.2
*ภายในระยะเวลา 210 วันนับแตวัน ทำสัญญา หรือวันที่ไดรับหนังสือแจง จาก กบข. ใหเริ่มทำงาน
3.1 Program Source Code
3.2 เอกสาร User Acceptance Testing
3.3 เอกสารผลการ Scan จาก Checkmarx
*เอกสารทั้งหมดจะตองไดรับการอนุมัติเห็นชอบจาก กบข. (Sign off)
16
งวดที่ 4
4. สงมอบงานตามงวดที่ 1-3 เสร็จสิ้น
แลว และผูรับจางไดปฏิบัติงานในสวน
ที่ 2 สะสมครบ 100 วันทำงานตอคน
(100 Man-days)
*ภายในระยะเวลา 360 วันนับแตวัน
ทำสัญญา หรือวันที่ไดรับหนังสือแจง
จาก กบข. ใหเริ่มทำงาน
4.1 เอกสารใบบันทึกเวลาทำงาน (Timesheet) 4.2 *เอกสารทั้งหมดจะตองไดรับการอนุมัติเห็นชอบจาก กบข. (Sign off)
งวดที่ 5
4. สงมอบงานตามงวดที่ 1-3 เสร็จสิ้น แลว และผูรับจางไดปฏิบัติงานในสวน ที่ 2 สะสมครบ 200 วันทำงานตอคน (200 Man-days)
*ภายในระยะเวลา 360 วันนับแตวัน ทำสัญญา หรือวันที่ไดรับหนังสือแจง จาก กบข. ใหเริ่มทำงาน
4.3 เอกสารใบบันทึกเวลาทำงาน (Timesheet)
*เอกสารทั้งหมดจะตองไดรับการอนุมัติเห็นชอบจาก กบข. (Sign off)
- อัตราคาปรับ
คาปรับตามสัญญาจางหรือขอตกลงจางเปนหนังสือจะกำหนดไวดังตอไปนี้
(1) กรณีที่ผูยื่นขอเสนอนำงานที่รับจางไปจางชวงใหผูอื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไมไดรับอนุญาตจาก กบข. จะกำหนดคา ปรับสำหรับการฝาฝนดังกลาวเปนจำนวนรอยละ 10 ของวงเงนิของงานจางชวงนั้น (2) กรณีที่ผูยื่นขอเสนอปฏิบัติผิดสัญญาจางจะกำหนดคาปรับเปนรายวันในอัตรารอยละ 0.1 ของราคา คาจาง แตจะตองไมต่ำกวาวันละ 100 บาท - การรับประกันความชำรุดบกพรอง
11.1. ผูรับจางจะตองรับประกันความชำรุดบกพรองของการดำเนินงานออกแบบและพัฒนาระบบที่ สงมอบใหแก กบข. เปนระยะเวลาไมนอยกวา 3 เดือน นับแตวันที่ กบข. ตรวจรับมอบงานทั้งหมดโดย ถูกตองครบถวน
11.2. ในระหวางระยะเวลาการรับประกันดังกลาว หากเกิดความชำรุดบกพรองแกงานที่ผูรับจางสง มอบใหแก กบข. ตาม TOR นี้ หรือผูรับจางละเวนการดำเนินการตาม TOR นี้ ไมวาในสวนหนึ่งสวนใด หรือทั้งหมด ผูรับจางตองเสนอแนวทางแกไขความชำรุดบกพรองที่เกิดขึ้นใหถูกตองเปนไปตามขอกำหนด ของ TOR ภายในระยะเวลา 30 วัน หรือตามที่ตกลงกัน โดย กบข. ไมตองเสียคาใชจายใด ๆ เพิ่มเติม
17
11.3. ผูรับจางตองมีชองทางในการรับแจงเหตุที่สามารถแจงเหตุไดทุกวันทำการ ทั้งทางโทรศัพท และอีเมล และหลังจากรับแจงเหตุจาก กบข. แลว ผูรับจางตองตอบกลับภายใน 24 ชั่วโมง
12. วงเงินในการจัดจาง
วงเงินในการจัดจางครั้งนี้ เปนเงิน 1,900,000 บาท (หนึ่งลานเกาแสนบาทถวน) ซึ่งรวม ภาษีมูลคาเพิ่ม ภาษีอากรอื่น และคาใชจายทั้งปวงดวยแลว
13. การรักษาขอมูลที่เปนความลับ
ผูยื่นขอเสนอและบุคลากรของผูยื่นขอเสนอที่มาปฏิบัติงานตาม TOR นี้ จะตองรักษาขอมูลที่เปน ความลับของ กบข. ตามรายละเอียดดังนี้
13.1.นิยาม “ขอมูลที่เปนความลับ”
“ขอมูลที่เปน ความลับ” หมายความถึง ขอมูลใด ๆ ที่สามารถสื่อความหมายไดที่ กบข. หรือพนักงาน ของ กบข. ซึ่งตอไปจะเรียกวา “ผูใหขอมูล” ไดเปดเผยใหแกผูยื่นขอเสนอ ลูกจาง หรือผูแทนของผูยื่นขอเสนอ ซึ่งตอไปจะเรียกวา “ผูรับขอมูล” ทราบ และมีความประสงคใหผูรับขอมูลเก็บรักษาขอมูลดังกลาวไวเปน ความลับ
13.2. การเปดเผยและการรักษาขอมูลที่เปนความลับ
(1) ผูยื่นขอเสนอ หรือลูกจางหรือผูแทนของผูยื่นขอเสนอ ตกลงและรับทราบวาขอมูลที่เปนความลับ ที่เปดเผยภายใตสัญญาจางถือเปนและจะยังคงเปนทรัพยสินและทรัพยสินทางปญญา (ถามี) ของ กบข. (2) ผูยื่นขอเสนอ หรือลูกจางหรือผูแทนของผูยื่นขอเสนอ ตกลงวาจะเก็บรักษาขอมูลที่เปนความลับที่ กบข. หรือพนักงานของ กบข. ไดเปดเผยใหแกผูยื่นขอเสนอ หรือลูกจางหรือผูแทนของผูยื่นขอเสนอ ภายใต สัญญาจางตลอดระยะเวลาการปฏิบัติงานของผูยื่นขอเสนอ หรือลูกจางหรือผูแทนของผูยื่นขอเสนอ ตาม สัญญาจาง และเปนระยะเวลา 1 (หนึ่ง) ป นับแตวันที่สัญญาจางดังกลาวสิ้นสุดลง โดยผูยื่นขอเสนอ หรือ ลูกจางหรือผูแทนของผูยื่นขอเสนอ ตกลงที่จะดำเนินการ ดังตอ ไปนี้
(ก) รักษาขอมูลที่เปนความลับที่ไดรับมาอยางเครงครัด และไมเปดเผยขอมูลที่เปนความลับ ไมวาทั้งหมดหรือแตบางสวนใหแกบุคคลใดทราบ เวนแตจะเปนการเปดเผยขอมูลที่เปนความลับใหแกลูกจาง หรือผูแทนของผูยื่นขอเสนอที่ตองเกี่ยวของโดยตรงกับขอมูลที่เปนความลับนั้นเทานั้น และผูยื่นขอเสนอ หรือ ลูกจางหรือผูแทนของผูยื่นขอเสนอ จะตองจัดใหลูกจางหรือผูแทนของตนไดผูกพันและปฏิบัติตามเงื่อนไขใน การรักษาขอมูลที่เปนความลับดวย
(ข) ใชขอมูลที่เปนความลับเพียงเพื่อใหบรรลุตามวัตถุประสงคที่กำหนดไวในสัญญาจางเทานั้น (ค) เก็บรักษาเอกสาร บันทึก หรือวัตถุอื่นใดที่บรรจุขอมูลที่เปนความลับที่ไดรับมาไวในสถานที่ ที่ปลอดภัยที่บุคคลทั่วไปไมสามารถเขาถึงไดโดยงาย และรักษาขอมูลที่เปนความลับที่ไดรับมาในลักษณะและ ระดับเดียวกันกับการรักษาขอมูลที่เปนความลับของตนเอง แตทั้งนี้ จะตองไมนอยกวาระดับที่วิญูชนพึง รักษาขอมูลที่เปนความลับของตนเอง
18
(ง) ไมทำซ้ำซึ่งขอมูลที่เปนความลับแมเพียงสวนหนึ่งสวนใดหรือทั้งหมด เวนแตการทำซ้ำเพื่อ การใชขอมูลที่เปนความลับใหบรรลุผลตามวัตถุประสงคที่กำหนดไวสัญญาจางเทานั้น และไมทำวิศวกรรม ยอนกลับ หรือ ถอดรหัสขอมูลที่เปนความลับ ตนแบบ หรือสิ่งอื่นใดที่บรรจุขอมูลที่เปนความลับ รวมทั้ง ไมเคลื่อนยาย พิมพทับ หรือทำใหเสียรูปซึ่งสัญลักษณที่แสดงเครื่องหมายสิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการคา ตราสัญลักษณ และเครื่องหมายอื่นใดที่แสดงกรรมสิทธิ์ของตนแบบหรือสำเนาของขอมูลที่เปนความลับที่ไดรับ มาจากกบข. หรือพนักงานของ กบข.
13.3. วิธีปฏิบัติเมื่อสัญญาสิ้นสุดลง
เมื่อสัญญาสิ้นสุดลง ผูรับขอมูลจะตองสงมอบขอมูลที่เปนความลับและสำเนาของขอมูลที่เปนความลับ (ถามี) คืนใหแกผูใหขอมูล หรือทำลายขอมูลที่เปนความลับที่ไดรับจากผูใหขอมูลทั้งหมดและแจงยืนยันเปน ลายลักษณอักษรถึงการทำลายดังกลาวใหผูใหขอมูลทราบ ตลอดจนยุติการใชขอมูลที่เปนความลับ เมื่อสัญญาหรือขอตกลงสิ้นสุดลง ผูยื่นขอเสนอ หรือลูกจางหรือผูแทนของผูยื่นขอเสนอ จะตองสง มอบขอมูลที่เปนความลับและสำเนาของขอมูลที่เปนความลับที่ผูยื่นขอเสนอ หรือลูกจางหรือผูแทนของผูยื่น ขอเสนอ ไดรับไว คืนใหแก กบข. หรือพนักงานของ กบข. ทั้งหมด หรือทำลายขอมูลที่เปนความลับที่ไดรับจาก กบข. หรือพนักงานของ กบข. ทั้งหมด และแจงยืนยันเปนลายลักษณอักษรถึงการทำลายดังกลาวให กบข. หรือพนักงานของ กบข. ทราบ ตลอดจนยุติการใชขอมูลที่เปนความลับและสิทธิใด ๆ ภายใตสัญญาหรือ ขอตกลงทันที ทั้งนี้ ผูยื่นขอเสนอ หรือลูกจางหรือผูแทนของผูยื่นขอเสนอ ยังคงมีหนาที่รักษาความลับของ ขอมูลที่ไดรับภายใตสัญญาหรือขอตกลงตามระยะเวลาที่กำหนดไวแมสัญญาหรือขอตกลงสิ้นสุดลงแลว
14. ขอสงวนสิทธิ์ในการยื่นขอเสนอและอ่นื ๆ
(1) ผูยื่นขอเสนอซึ่ง กบข. ไดคัดเลือกแลว ไมไปทำสัญญาหรือขอตกลงจางเปนหนังสือภายในเวลาที่ กำหนด กบข. จะริบหลักประกันการยื่นขอเสนอ (ถามี) หรือเรียกรองจากผูออกหนังสือค้ำประกันการยื่นเสนอ ราคาทันที และอาจพิจารณาเรียกรองใหชดใชความเสียหายอื่น (ถามี) รวมทั้งจะพิจารณาใหเปนผูทิ้งงานตาม ระเบียบกระทรวงการคลังวาดวยการจัดซื้อจัดจางและการบริหารพัสดุภาครัฐ
(2) เอกสารทั้งหมดที่ผูยื่นขอเสนอจัดทำขึ้นและงานทั้งหมดตาม TOR นี้ รวมทั้งขอมูล เอกสาร และ ซอฟตแวรที่ผูยื่นขอเสนอจัดทำขึ้นและสงมอบให กบข. ตาม TOR นี้ ใหตกเปนกรรมสิทธิ์ของ กบข. หรือให กบข. มีสิทธิในการใชงานไดตลอดไปโดยชอบดวยกฎหมาย และไมตองเสียคา ใชจายใด ๆ เพิ่มเติมอีก ในกรณีที่ ผูยื่นขอเสนอนำงาน ขอมูล เอกสาร และซอฟตแวรที่บุคคลอื่นเปนเจาของกรรมสิทธิ์หรือเปนเจาของลิขสิทธิ์มา ใชในการดำเนินงานที่จัดจางนี้ ผูยื่นขอเสนอตองจัดให กบข. ไดสิทธิในการใชงานโดยไมมีขอจำกัดซึ่งรวมถึง การติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอรใด ๆ และไมจำกัดระยะเวลาการใชงาน ทั้งนี้ กบข. ไมตองเสียคาใชจายใด ๆ เพิ่มเติมไปจากคาจางในการจัดจางครั้งนี้อีก
(3) ผูยื่นขอเสนอตองรับประกันวาขอมูล เอกสารหรือที่จัดทำขึ้น และงานทั้งหมดตาม TOR ที่ผูยื่น ขอเสนอสงมอบใหแก กบข. นั้น ผูยื่นขอเสนอเปนผูมีสิทธิโดยชอบดวยกฎหมายในการจำหนาย ใหบริการ
19
จัดทำ สรางสรรค และสามารถนำมาใชในการดำเนินงานและสงมอบใหแก กบข. ตาม TOR นี้ เพื่อให กบข. สามารถใชงานไดโดยชอบดวยกฎหมายและไมมีขอจำกัดใด ๆ ภายใตวัตถุประสงคของการจัดจางที่กำหนดไว (4) ในกรณีที่มีบุคคลใดกลาวอางวา กบข. ละเมิดกรรมสิทธิ์ ลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอื่นใดของขอมูล เอกสาร และงานทั้งหมดตาม TOR ที่ผูยื่นขอเสนอสงมอบใหแก กบข. ผูยื่นขอเสนอตองรับผิดชอบคาใชจาย ทั้งหมดในการดำเนินคดีแทน กบข. และรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นแก กบข. ทั้งสิ้น
(5) เงื่อนไขการเขาปฏิบัติงาน
ผูยื่นขอเสนอตองตรวจสอบคุณสมบัติของลูกจางหรือบุคคลภายนอกทุกคนที่เขามาปฏิบัติงาน ในสถานที่ทำการของ กบข. วาไมเคยมีประวัติในการบุกรุก แกไข ทำลาย หรือ โจรกรรมขอมูลในระบบ เทคโนโลยีสารสนเทศของหนวยงานใด กอนที่จะอนุญาตใหเขามาปฏิบัติงานในสถานที่ทำการของ กบข.
การปฏิบัติงานของบุคลากรของผูยื่นขอเสนอในสถานที่ทำการของ กบข. จะตองไดรับความ เห็นชอบจาก กบข. กอน และใหถือปฏิบัติตามกฎระเบียบเกี่ยวกับการควบคุมดูแลสถานที่นั้นอยางเครงครดั ในกรณีที่บุคลากรของผูยื่นขอเสนอตองเขาถึงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศหรือขอมูลตางๆ ของ กบข. จะตองไดรับความเห็นชอบเปนหนังสือจาก กบข. กอน โดยใหถือปฏิบัติตามระเบียบและนโยบาย ความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศของ กบข. อยางเครงครดั
15. มาตรการปองกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ
ดวย กบข. มีนโยบายตอตานการทุจริตและประพฤติมิชอบที่บั่นทอนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ กบข. ไมยอมรับการทุจริตและประพฤติมิชอบทุกรูปแบบ (Zero Tolerance) ไมวาจะเปนการกระทำโดย บุคลากรของ กบข. หรือบริษัทในเครือของ กบข. หรือบุคคลที่เกี่ยวของกับกิจการของ กบข. ซึ่งรวมถึงคคู าของ กบข. ทุกราย นอกจากนี้ กบข. ยังยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจอยางมีจริยธรรม จรรยาบรรณ และรับผิดชอบตอ สังคมและผูมีสวนไดเสียทุกกลุมดวย
กบข. จึงขอความรวมมือจากผูยื่นขอเสนอ หากพบเห็นการกระทำของบุคลากรของ กบข. หรือบริษัท ในเครือของ กบข. หรือบุคคลที่เกี่ยวของกับกิจการของ กบข. หรือคูคาของ กบข. รายใดทมีการกระทำเขาขาย ี่ ทุจริต ติดสินบน หรือเรียกรับเงิน ทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดที่ไมเหมาะสม ไมวาในรูปแบบใด ขอใหแจง โดยตรงไปยังบุคคลและที่อยูดังตอไปนี้
“ประธานอนุกรรมการตรวจสอบ
ฝายตรวจสอบภายใน กองทุนบำเหน็จบำนาญขาราชการ
เลขที่ 990 อาคารอับดุลราฮิม เพลส ถนนพระราม 4
แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500”
20
- ผูจัดทำขอบเขตของงาน (Terms of Reference: TOR)
- นายภัทราวุธ คงคากุล
- นายปยภัทร รักษาทรัพย
21
นโยบายการคุมครองขอมูลสวนบคุคล
- การแจงการเก็บรวบรวมขอมูลสวนบุคคล (Privacy Notice)
กบข. มีการเก็บรวบรวมขอมูลสวนบุคคลของผูเสนองาน กรรมการของนิติบุคคลที่เปนผูเสนองาน ผูแทน ผูรับมอบฉันทะ หรือผูรับมอบอำนาจ แลวแตกรณี ซึ่งตอไปนี้จะเรียกวา “ผูเสนองาน” ตามที่ผูเสนอ งานไดจัดสงใหแก กบข. และตรวจสอบขอมูลสวนบุคคลของผูเสนองานจากแหลงอื่น เพื่อวัตถุประสงคในการ พิจารณาคัดเลือกผูเสนองานที่จะปฏิบัติงานตามขอกำหนดการจัดซื้อจัดจางและการบริหารพัสดุ และเพื่อการ ทำนิติกรรมสัญญา ทั้งนี้ ตามที่กำหนดไวในพระราชบัญญัติคุมครองขอมูลสวนบุคคล พ.ศ. 2562 โดย กบข. จะจัดเก็บรวบรวมขอมูลสวนบุคคลของผูเสนองานที่เปนตนฉบับและสำเนาเอกสาร รวมทั้งขอมูล อิเล็กทรอนิกสไวเปนระยะเวลา 10 ป นับแตวันที่ขอผูกพันตามนิติกรรมสัญญาเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจางและ การบริหารพัสดุที่ผูเสนองานมีอยูกับ กบข. สิ้นสุดลง
ตลอดระยะเวลาที่ กบข. เก็บรวบรวมขอมูลสวนบุคคลของผูเสนองานไวนั้น กบข. อาจใชหรือ เปดเผยขอมูลสวนบุคคลของผูเสนองานในการติดตอหรือประสานงานกับผูเสนองานเพื่อการจัดซื้อจัดจางและ การบริหารพัสดุของ กบข. เพื่อการสอบบัญชีของ กบข. เพื่อการใชสิทธิเรียกรองตามกฎหมาย หรือเปดเผยตอ หนวยงานที่มีอำนาจตามกฎหมายในการขอทราบขอมูลสวนบุคคลนั้น โดยผูเสนองานไดรับทราบนโยบาย เกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช และเปดเผยขอมูลสวนบุคคลของ กบข. รวมทั้งสิทธิของผูเสนองานในฐานะ เจาของขอมูลสวนบุคคลตามที่ กบข. กำหนดแลว - กรณีผูเสนองานมีขอบเขตการทำงานเปนการประมวลผลขอมูลสวนบุคคล
ในกรณีที่ผูเสนองานไดรับการคัดเลือกใหเขาทำนิติกรรมสัญญากับ กบข. ซึ่งเปนการจัดซื้อจัดจางที่ มีขอบเขตการทำงานเปนการประมวลผลขอมูลสวนบุคคล กบข. อาจมีความจำเปนที่จะตองเปดเผยขอมูลสวน บุคคลของบุคคลที่เกี่ยวของซึ่ง กบข. เก็บรวบรวมมาจากเจาของขอมูลสวนบุคคลใหแกผูเสนองาน เพื่อใหผู เสนองานสามารถดำเนินการตามขอกำหนดของนิติกรรมสัญญาได จึงเปนผลใหผูเสนองานมีสถานะเปนผู ประมวลผลขอมูลสวนบุคคล (Data Processor) ตามพระราชบัญญัติคมุ ครองขอมูลสวนบุคคล พ.ศ. 2562 ใน การนี้ กบข. อาจตองการทราบแนวทางการจัดการขอมูลสวนบุคคลที่จะไดรับจาก กบข. ของผูเสนองาน ซึ่งผู เสนองานตองจัดให กบข. รับทราบถึงนโยบายคุมครองขอมูลสวนบุคคลหรือมาตรการที่ใชจัดการเกี่ยวกับ ขอมูลสวนบุคคลที่จะไดรับจาก กบข. ที่เปนลายลักษณอักษร โดยนโยบายหรือมาตรการดังกลาวจะตอง สอดคลองตามพระราชบัญญัติคุมครองขอมูลสวนบุคคล พ.ศ. 2562 ซึ่งอยางนอยตองประกอบดวย
(1) มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในการเก็บรวบรวม ใช และเปดเผยขอมูลสวนบุคคล ตลอดจนมาตรการที่จะใชดำเนินการเมื่อขอมูลรั่วไหลหรือถูกละเมิด
22
(2) มาตรการควบคุมดูแลการใชและเปดเผยขอมูลสวนบุคคล
(3) เจาหนาที่คุมครองขอมูลสวนบุคคลหรือบุคคลผูรับผิดชอบประสานงานเกี่ยวกับขอมูลสวน บุคคล
นอกจากนี้ผูเสนองานจะตองถือปฏิบัติตาม “ขอตกลงการประมวลผลขอมูลสวนบุคคล” ซึ่งจะไดลง นามในวันทำนิติกรรมสัญญาดวย
3. กรณีผูเสนองานตองสงบุคคลเขามาทำงานภายในสถานที่ทำการของ กบข.
ผูเสนองานที่ไดรับการคัดเลือกใหเขาทำนิติกรรมสัญญากับ กบข. และตองสงบุคคลเขามาทำงาน ภายในสถานที่ทำการของ กบข. ผูเสนองานจะเปนผูเก็บรวบรวมขอมูลสวนบุคคลของบุคคลดังกลาวและ เปดเผยให กบข. รับทราบ ในการนี้ผูเสนองานมีหนาที่แจงวัตถุประสงคของการเก็บรวบรวม ใช และเปดเผย ขอมูลสวนบุคคล รวมทั้งนโยบายคมุ ครองขอมูลสวนบุคคลของ กบข. ใหเจาของขอมูลสวนบุคคลทราบดวย
23