จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างพัฒนาระบบวิเคราะห์และรายงานผล การทดสอบระดับชาติ ระยะที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569

สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) 69019110502
฿7,471,900 ปีงบ 2569 ประกาศ 22 ม.ค. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทศ. เปิดประกวดราคาเพื่อจ้างพัฒนาระบบวิเคราะห์และรายงานผลการทดสอบระดับชาติ ระยะที่ 1 ด้วยวิธี e-bidding วงเงินงบประมาณ 7,471,900 บาท และราคากลาง 7,828,333.33 บาท โครงการนี้เป็นเฟสแรกของการพัฒนาเพื่อสร้างระบบ Business Intelligence (BI) ที่จะช่วยจัดการกับข้อมูลผลการทดสอบระดับชาติจำนวนมหาศาลที่ สทศ. มีอยู่ เช่น O-NET, N-NET, B-NET เป็นต้น เนื้องงานหลักประกอบด้วยการสำรวจความต้องการ ศึกษา วิเคราะห์ ออกแบบ และพัฒนาโปรแกรมประยุกต์เพื่อวิเคราะห์และรายงานผลข้อมูลเชิงลึก พร้อมทั้งจัดหาและติดตั้งครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์แม่ข่ายและซอฟต์แวร์ที่จำเป็น

วัตถุประสงค์หลักของโครงการคือเพื่อพัฒนาระบบที่สามารถวิเคราะห์และรายงานผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายและการให้บริการข้อมูลแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้อย่างรวดเร็ว ลดระยะเวลาในการประมวลผล และรองรับการวิเคราะห์เชิงลึกในอนาคต โดยระบบนี้จะช่วยลดการพึ่งพาการทำงานด้วยมือของเจ้าหน้าที่ที่มีจำกัด และเป็นก้าวสำคัญในการแปลงเปลี่ยนองค์กรสู่ดิจิทัล

English summary

The National Institute of Educational Testing Service (Public Organization) or NIETS is inviting bids for the development of the National Testing Analysis and Reporting System: Phase 1 via e-bidding. The project budget is 7,471,900 THB with an estimated cost of 7,828,333.33 THB. This project is the first phase in developing a Business Intelligence (BI) system to manage the vast amount of national test data (e.g., O-NET, N-NET, B-NET) held by NIETS. The core scope of work includes requirement surveying, study, analysis, design, and development of an application for in-depth data analysis and reporting. It also encompasses the procurement and installation of necessary server computer equipment and software.

The main objectives are to develop a system capable of efficiently analyzing and reporting national educational test results, supporting strategic decision-making and data services to stakeholders promptly, reducing processing time, and enabling future in-depth analysis. This system aims to lessen reliance on manual work by limited staff and is a key step in the organization’s digital transformation.

สถานที่ดำเนินการ

สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ชั้น 36 (สำหรับการนำเสนองานตาม TOR)

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อพัฒนาระบบวิเคราะห์และรายงานผลการทดสอบระดับชาติที่สามารถวิเคราะห์และรายงานผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ในการใช้สนับสนุนการตัดสินใจและบริการผลการทดสอบ
  • เพื่อจัดหาครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ และซอฟต์แวร์ สําหรับใช้ในการดําเนินงานในโครงการ

ขอบเขตของงาน

  • การสำรวจ ศึกษา วิเคราะห์ ออกแบบ และจัดทำระบบวิเคราะห์และแสดงผลข้อมูลสารสนเทศเชิงลึก (Business Intelligence - BI)
  • การพัฒนาโปรแกรมประยุกต์สำหรับระบบวิเคราะห์และรายงานผล
  • การจัดหาและติดตั้งครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Server) และซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องสำหรับระบบ
  • การทำให้ระบบสามารถจัดการกับข้อมูลผลการทดสอบที่มีอยู่จำนวนมากและหลากหลาย
  • การออกแบบระบบเพื่อรองรับการวิเคราะห์ผลการทดสอบระดับชาติเชิงลึกในอนาคต
  • การช่วยปรับปรุงกระบวนการทำงานเดิมของ สทศ. ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • ระบบวิเคราะห์และรายงานผลการทดสอบระดับชาติ (ระบบ BI) ที่พัฒนาสำเร็จ
  • ครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Server) พร้อมซอฟต์แวร์ที่จัดหาและติดตั้งแล้ว
  • เอกสารการวิเคราะห์และออกแบบระบบ
  • ระบบที่พร้อมให้บริการและใช้งานได้จริง

ระยะเวลาดำเนินการ

กำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน 240 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องได้รับการสนับสนุนทางเทคนิคและการบริการหลังการขายสำหรับผลิตภัณฑ์หรือซอฟต์แวร์ที่เสนอจากบริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์ สาขาในประเทศไทย หรือตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย พร้อมแนบหนังสือรับรอง
  • Standards Compliance: -
  • Experience: ต้องมีประสบการณ์ด้านการพัฒนาระบบวิเคราะห์ข้อมูล หรือพัฒนาระบบจัดทำรายงาน หรือพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา อย่างน้อย 1 ผลงาน ในวงเงินไม่น้อยกว่า 3,730,000 บาท โดยต้องเป็นโครงการสัญญาเดียว และเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ หน่วยงานท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานเอกชนที่ สทศ. เชื่อถือ
  • Previous Project Cost: ประสบการณ์โครงการที่มีมูลค่าอย่างน้อย 3,730,000 บาท
  • Technical Capabilities: -
  • Personnel: ต้องเสนอทีมงานที่มีคุณสมบัติดังนี้ (อย่างน้อย):
    • ผู้จัดการโครงการ 1 คน: วุฒิปริญญาโทขึ้นไป มีประสบการณ์บริหารจัดการโครงการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบการรับสมัครสอบ/ระบบสอบ/ระบบที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ไม่น้อยกว่า 10 ปี
    • ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ 1 คน: วุฒิปริญญาตรีขึ้นไป ด้านวิศวกรรมศาสตร์/เทคโนโลยีสารสนเทศหรือสาขาที่เกี่ยวข้อง มีประสบการณ์ทำงานไม่น้อยกว่า 12 ปี
    • เจ้าหน้าที่วิเคราะห์และออกแบบระบบ 1 คน: วุฒิปริญญาตรีขึ้นไป ด้านวิศวกรรมศาสตร์/เทคโนโลยีสารสนเทศหรือสาขาที่เกี่ยวข้อง มีประสบการณ์ทำงานไม่น้อยกว่า 10 ปี
    • เจ้าหน้าที่พัฒนาระบบ อย่างน้อย 1 คน: วุฒิปริญญาตรีขึ้นไป ด้านวิศวกรรมศาสตร์/เทคโนโลยีสารสนเทศหรือสาขาที่เกี่ยวข้อง มีประสบการณ์ทำงานไม่น้อยกว่า 5 ปี
    • เจ้าหน้าที่ติดตั้งระบบ อย่างน้อย 1 คน: วุฒิปริญญาตรีขึ้นไป ด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์/เทคโนโลยีสารสนเทศหรือสาขาที่เกี่ยวข้อง มีประสบการณ์ทำงานไม่น้อยกว่า 5 ปี
    • เจ้าหน้าที่ติดต่อประสานงาน อย่างน้อย 1 คน: วุฒิปริญญาตรีขึ้นไป มีประสบการณ์ทำงานไม่น้อยกว่า 3 ปี

เกณฑ์การพิจารณา

การพิจารณาใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น (Score and Cost) โดยให้คะแนนตามน้ำหนักดังนี้:

  • ราคาที่ยื่นข้อเสนอ (20%): คำนวณคะแนนจากสูตร 100 - (((ราคาของผู้เสนอราคา - ราคาต่ำสุด)/ราคาต่ำสุด) * 100)
  • ข้อเสนอด้านเทคนิคหรืออื่นๆ (80%) ประกอบด้วย:
    1. คุณสมบัติของหน่วยเก็บข้อมูลสำรอง (Hard Disk) ของเครื่องแม่ข่าย (10%)
    2. คุณสมบัติของหน่วยประมวลผลกราฟฟิก (GPU) ของเครื่องแม่ข่าย (10%)
    3. คุณสมบัติของซอฟต์แวร์การวิเคราะห์ข้อมูลและจัดทำ Dashboard (20%)
    4. แนวคิด เทคนิค วิธีการดำเนินโครงการ และแผนปฏิบัติงาน (20%)
    5. ความพร้อมในการนำเสนอและความรู้เกี่ยวกับการวิเคราะห์ข้อมูลและจัดทำรายงาน (20%)

ข้อกำหนดทางเทคนิค

ระบบที่พัฒนาต้องเป็นระบบวิเคราะห์และแสดงผลข้อมูลสารสนเทศเชิงลึก (BI) สำหรับผลการทดสอบระดับชาติ ต้องรองรับการจัดการข้อมูลปริมาณมากและหลากหลายจากแบบทดสอบต่างๆ (เช่น O-NET, N-NET, B-NET) และต้องสามารถวิเคราะห์และรายงานผลได้อย่างรวดเร็วเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ โดยในส่วนของฮาร์ดแวร์ที่จัดหาต้องมีคุณสมบัติเฉพาะ เช่น จำนวนช่องสำหรับหน่วยเก็บข้อมูลสำรอง (Hard Disk) ขนาด 2.5" และความสามารถในการรองรับหน่วยประมวลผลกราฟฟิก (GPU) ในปริมาณที่กำหนด รวมถึงซอฟต์แวร์ต้องมีคุณสมบัติตามที่ระบุและควรสามารถเชื่อมต่อกับแหล่งข้อมูลที่หลากหลายเพื่อรองรับการทำงานกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Big Data ในอนาคต

เงื่อนไขสัญญา

  • ระยะเวลาสัญญา: ดำเนินการให้แล้วเสร็จไม่เกิน 240 วัน นับจากวันลงนามสัญญา
  • การจ่ายเงิน: แบ่งเป็น 4 งวด
    • งวดที่ 1: 10% เมื่อส่งมอบงานงวดที่ 1 และตรวจรับแล้ว
    • งวดที่ 2: 40% เมื่อส่งมอบงานงวดที่ 2 และตรวจรับแล้ว
    • งวดที่ 3: 30% เมื่อส่งมอบงานงวดที่ 3 และตรวจรับแล้ว
    • งวดที่ 4: 20% เมื่อส่งมอบงานงวดสุดท้ายและตรวจรับแล้ว
  • ค่าปรับ: กรณีส่งมอบงานล่าช้า คิดค่าปรับร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้างในส่วนที่ยังไม่ได้ส่งมอบ ต่อวัน นับจากวันที่กำหนดแล้วเสร็จ
  • การรับประกัน: รับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี นับจากวันที่ได้รับมอบงาน
  • หลักประกันสัญญา: ผู้ชนะการประกวดต้องวางหลักประกันสัญญาเท่ากับร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้าง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: โครงการนี้เป็นระยะที่ 1 แล้วมีแผนสำหรับระยะต่อไปหรือไม่?
    A: จาก TOR ระบุว่านี่คือ “ระยะที่ 1” ซึ่งเน้นการสำรวจ ออกแบบ และพัฒนาระบบ BI เบื้องต้น คาดว่ามีแผนพัฒนาต่อในระยะต่อไปเพื่อขยายขีดความสามารถของระบบ

  • Q: ระบบใหม่จะต้องเชื่อมต่อหรือใช้งานร่วมกับระบบเดิมของ สทศ. อย่างไร?
    A: TOR ระบุว่าปัจจุบัน สทศ. มีระบบจัดการสอบครบวงจรและระบบรายงานผลออนไลน์อยู่ ระบบใหม่ที่พัฒนาต้องสามารถจัดการกับข้อมูลจากระบบเดิมเหล่านี้ได้ และควรออกแบบให้รองรับการเชื่อมต่อกับแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย

  • Q: ข้อมูลที่ใช้วิเคราะห์ในระบบนี้เป็นข้อมูลประเภทใดและจากแหล่งไหนบ้าง?
    A: ข้อมูลหลักคือผลการทดสอบระดับชาติต่างๆ ที่ สทศ. จัดสอบ เช่น O-NET (ระดับ ป.6, ม.3, ม.6), N-NET, B-NET, I-NET, V-NET ซึ่งมีปริมาณมากและหลากหลาย

  • Q: ซอฟต์แวร์ BI ที่พัฒนาต้องมีฟีเจอร์ใดบ้างที่จำเป็น?
    A: จากเกณฑ์การประเมิน ซอฟต์แวร์ต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนดใน TOR และได้คะแนนเพิ่มหากสามารถเชื่อมต่อกับแหล่งข้อมูลหลายแหล่งพร้อมกันเพื่อทำ data blending และรองรับการประมวลผล AI และ Big Data ในอนาคต

  • Q: ครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ที่จัดหาต้องมีสเปคเป็นไปตามข้อกำหนดใดบ้าง?
    A: ต้องมีคุณสมบัติเฉพาะของฮาร์ดดิสก์ (เช่น จำนวนช่องใส่) และ GPU (เช่น จำนวนหน่วยที่รองรับ) ตามที่ระบุในเกณฑ์การให้คะแนนด้านเทคนิคของ TOR

  • Q: ผู้ชนะการประกวดมีหน้าที่ต้องฝึกอบรมการใช้งานระบบให้กับเจ้าหน้าที่ สทศ. หรือไม่?
    A: TOR ไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับการฝึกอบรมอย่างชัดเจน แต่จากการที่ระบบต้องสามารถใช้งานได้จริงและมีข้อกำหนดด้านการบริการหลังการขายทางเทคนิค จึงคาดว่าการสนับสนุนการถ่ายทอดความรู้น่าจะเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ

  • Q: ระบบที่พัฒนาต้องรองรับการแสดงรายงานในรูปแบบใดบ้าง?
    A: TOR ระบุว่าระบบปัจจุบันให้บริการรายงานผลในรูปแบบออนไลน์เว็บแอปพลิเคชั่น ตั้งแต่ระดับบุคคลถึงระดับประเทศ ระบบใหม่จึงควรสามารถสร้างรายงานในรูปแบบที่หลากหลายและเหมาะสมผ่านช่องทางออนไลน์

  • Q: หากระหว่างการพัฒนามีความต้องการเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมจากขอบเขตงานเดิม จะดำเนินการอย่างไร?
    A: TOR ไม่ได้ระบุกลไกการเปลี่ยนแปลงขอบเขตงาน (Change Request) โดยตรง แต่ให้อำนาจ สทศ. ในการตีความและวินิจฉัยกรณีที่มีความขัดแย้งในเอกสาร ซึ่งการเปลี่ยนแปลงอาจต้องมีการเจรจาและทำข้อตกลงเพิ่มเติม

  • Q: ระบบต้องรองรับผู้ใช้งานพร้อมกันจำนวนมากหรือไม่?
    A: เนื่องจากระบบมีวัตถุประสงค์เพื่อบริการผลการทดสอบและข้อมูลให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในหลายระดับ จึงควรออกแบบให้รองรับการใช้งานพร้อมกันได้ในระดับหนึ่ง แต่มิได้ระบุตัวเลขที่ชัดเจนใน TOR

  • Q: ข้อมูลในระบบมีการรักษาความปลอดภัยในระดับใด?
    A: TOR ไม่ได้ระบุรายละเอียดด้านความปลอดภัยของข้อมูล (Data Security) โดยเฉพาะ แต่การพัฒนาระบบสำหรับหน่วยงานรัฐที่จัดการข้อมูลสำคัญย่อมต้องคำนึงถึงมาตรฐานความปลอดภัยที่เหมาะสม

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

สทศ
NIETS
สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
National Institute of Educational Testing Service (Public Organization)
(ร่าง) ขอบเขตงาน (Term of Reference : TOR)
จ้างพัฒนาระบบวิเคราะห์และรายงานผลการทดสอบระดับชาติ : ระยะที่
(National Testing Analysis and Reporting System: Phase 1)
ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
1
สถาบันทดสอบทางศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
The National Institute of Educational Testing Service (Public Organization)
1)
b
2)
นิภาวรรณ
4)
5)
วันที่ 16 เดือน ธันวาคม พ.ศ. 2568
3)
(ร่าง) ขอบเขตงาน (Term of Reference : TOR)
จ้างพัฒนาระบบวิเคราะห์และรายงานผลการทดสอบระดับชาติ ระยะที่ 1
ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

  1. หลักการและเหตุผล
    พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 มาตรา 15 กําหนดให้ การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้และคุณธรรม มีจริยธรรม และวัฒนธรรมในการดํารงชีวิตสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข โดยการจัดระบบโครงสร้าง และกระบวนการจัดการศึกษา ยึดหลักมีเอกภาพด้านนโยบาย และมีความหลากหลายในการปฏิบัติ มีการกระจาย อํานาจที่มีประสิทธิภาพ และมีการทดสอบที่ได้มาตรฐานไปสู่ระดับชาติ สถานศึกษา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีการกําหนดมาตรฐานการศึกษา และจัดระบบประกันคุณภาพการศึกษาทุกระดับและทุกประเภทการศึกษา (พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545) ดังนั้น จึงจําเป็นที่รัฐต้อง ตรวจสอบประเมินผลว่าการจัดการศึกษาที่เป็นการให้บริการสาธารณะแก่ประชาชนที่รัฐจะต้องจัดให้ทั่วถึงนั้น มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาที่กําหนด และมีคุณภาพเท่าเทียมกันมากน้อยเพียงใด จึงได้จัดตั้งสถาบันทดสอบ ทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ขึ้น ตามพระราชกฤษฎีกา ปี พ.ศ. 2548 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบริหาร จัดการและดําเนินการเกี่ยวกับการศึกษา วิจัย พัฒนา และให้บริการทางการประเมินผลทางการศึกษาและทดสอบ ทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเป็นศูนย์กลางความร่วมมือด้านการทดสอบทางการศึกษาในระดับชาติและระดับ นานาชาติ ซึ่ง สทศ. มีพันธกิจแห่งกฎหมายตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันฯ เพื่อรองรับการดําเนินการ มาตรา 8 (4) ดําเนินการเกี่ยวกับการศึกษาวิจัย และเผยแพร่นวัตกรรมเกี่ยวกับการทดสอบทางการศึกษา ตลอดจนเผยแพร่เทคนิค การวัดและประเมินผลการศึกษา และมาตรา 8 (7) เป็นศูนย์กลางความร่วมมือด้านการทดสอบทางการศึกษาทั้งใน
    ระดับประเทศและระดับนานาชาติ
    ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580) ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ให้ความสําคัญกับการพัฒนาศักยภาพและคุณภาพของประชากรไทยทุกช่วงวัยให้เป็นคนดี เก่ง และมีคุณภาพ ดังนั้น แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติประเด็นการพัฒนาการเรียนรู้ จึงได้กําหนดแผนย่อยการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 การเสริมสร้างและยกระดับการพัฒนาการศึกษาและการเรียนรู้ ทั้งการศึกษาในระบบ นอกระบบ และการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยการพัฒนาระบบการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการ เปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 มีการออกแบบระบบการเรียนรู้ใหม่ การเปลี่ยนบทบาทครู การเพิ่มประสิทธิภาพระบบ บริหารจัดการศึกษา และการพัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้สามารถกํากับการเรียนรู้ที่
    เหมาะสมกับตนเองได้อย่างต่อเนื่องแม้จะออกจากระบบการศึกษาแล้ว ควบคู่กับการส่งเสริมการพัฒนาคนไทยตาม
    พหุปัญญาให้เต็มตามศักยภาพ รวมถึงการสร้างเสริมศักยภาพผู้มีความสามารถพิเศษให้สามารถต่อยอดการประกอบ
    อาชีพได้อย่างมั่นคงด้วยการจัดให้มีมาตรฐานขั้นต่ําของโรงเรียนในทุกระดับ เพื่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่สูงขึ้นมีการ ปฏิรูประบบการสอบที่นําไปสู่การวัดผลในเชิงทักษะที่จําเป็นสําหรับศตวรรษที่ 21 มากกว่าการวัดระดับความรู้ รวมทั้ง ส่งเสริมการวิจัยและใช้เทคโนโลยีในการสร้างและจัดการความรู้ การเรียนการสอน และการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนา ทักษะอาชีพที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ การพัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต สอดคล้อง กับยุทธศาสตร์จัดสรร งบประมาณยุทธศาสตร์ที่ 3 ด้านการพัฒนาและการเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์และสอดคล้องแผนแม่บท ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ : ประเด็น 11 การพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต คนไทยทุกช่วงวัยมีคุณภาพเพิ่มขึ้น ได้รับ การพัฒนาอย่างสมดุล ทั้งด้านร่างกาย สติปัญญาและคุณธรรมจริยธรรม เป็นผู้ที่มีความรู้และทักษะในศตวรรษที่ 21 รักการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตแผนย่อยการพัฒนาช่วงวัยเรียน/วัยรุ่น (ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ฉบับประกาศ
    5
    1).
    Amossal

W
3)…..
حله
2
ราชกิจจานุเบกษา : หน้า 32 - 37) โดยโครงการประเมินสมรรถนะการสื่อสารภาษาไทย ด้านการอ่าน การคิดวิเคราะห์ และการเขียนสรุปความ เป็นการทดสอบวัดและประเมินผลสมรรถนะการสื่อสารภาษาไทยของผู้รับการทดสอบที่เป็น พื้นฐานสําคัญในการเรียนรู้ และเชื่อมโยงสู่สาขาวิชาอื่น ๆ ในด้านการอ่าน การคิดวิเคราะห์ และการเขียนสรุปความ เพื่อพัฒนาทักษะภาษาไทยให้สอดรับกับทักษะในศตวรรษที่ 21 ส่งผลให้นักเรียนเกิดการพัฒนาอย่างสมดุล ทั้งด้าน ร่างกาย สติปัญญา เป็นผู้ที่มีความรู้และทักษะด้านภาษาอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งสอดรับกับแผนการปฏิรูปประเทศ ด้านการศึกษา แผนพัฒนาการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ฉบับที่ 12 ยุทธศาสตร์พัฒนาระบบบริหารจัดการ และส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา และยุทธศาสตร์พัฒนาหลักสูตร กระบวนการเรียนการสอน การวัดและประเมินผล (แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 - 2579 : หน้า 37 - 38) ประกอบกับ สทศ. มีหน้าที่หลัก ตามพันธกิจในการดําเนินการเกี่ยวกับการจัดทําระบบ วิธีการทดสอบและพัฒนาเครื่องมือวัดและประเมินผลตาม มาตรฐานการศึกษา โดยมีแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี สทศ. ในช่วงระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 - 2570) เป็นกรอบในการขับเคลื่อน การดําเนินงานโครงการตามยุทธศาสตร์ที่ 1 ยกระดับคุณภาพและมาตรฐานระบบการวัดและประเมินผลทางวิชาการ และวิชาชีพและการทดสอบทางการศึกษาสู่ระดับชาติ อาเซียน และระดับนานาชาติ (แผนยุทธศาสตร์ 20 ปี สทศ. ช่วงระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 – 2570 : หน้า 9 – 10) และมีกลยุทธ์ (1) ศึกษา วิจัยผลการทดสอบระดับชาติ เพื่อเป็น เครื่องมือช่วยพัฒนายกระดับการเรียนการสอน ภาษาไทย นอกจากจะเป็นเครื่องมือสําคัญที่ใช้ในการสื่อสารเพื่อให้เกิด ความเข้าใจตรงกันของคนในชาติแล้วยังเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการเรียนรู้และแสวงหาความรู้ที่มีประสิทธิภาพสําหรับ การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ที่ไม่จํากัดอยู่ในเฉพาะในห้องเรียน และเน้นผลลัพธ์สุดท้ายหรือสิ่งที่นักเรียนควรได้รับ ภายหลังจบการศึกษา เน้นการสอนที่น้อยลง เรียนรู้ให้มากขึ้น ใช้ศิลปะในการสื่อสารและศิลปะในการแลกเปลี่ยนกับ ผู้เรียนให้มากขึ้น
ปัจจุบัน สทศ. มีการนําระบบสารสนเทศมาใช้ในการบริหารการจัดสอบแบบครบวงจรครอบคลุมการสอบ O-NET ระดับชั้น ป.6 ม.3 และ ม.6 N-NET B-NET I-NET และ V-NET ครอบคลุมในทุกด้านของการจัดการทดสอบ เช่น การออกข้อสอบ การวางแผนดําเนินงานจัดสอบ ควบคุมการพิมพ์แบบทดสอบและกระดาษคําตอบ การตรวจ และประมวลผล มีระบบรายงานและให้บริการผลการทดสอบตั้งแต่ระดับรายบุคคล ระดับสถานศึกษา ระดับเขตพื้นที่ ระดับจังหวัด ระดับต้นสังกัด และระดับประเทศ ในรูปแบบออนไลน์เว็บแอพลิเคชั่น จากระบบรายงานผลในรูปแบบ ออนไลน์เว็บแอพลิเคชั่น ที่ทาง สทศ. ดําเนินการอยู่นั้น จะต้องอาศัยเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ความสามารถเฉพาะด้านใน การวิเคราะห์และจัดทํารูปแบบรายงาน อีกทั้งการที่ สทศ. มีข้อมูลผลการทดสอบที่เกิดจากการดําเนินการจัดการทดสอบ ในปริมาณมหาศาลและมีความหลากหลายแตกต่างกันไปในแต่ละการทดสอบ รวมถึงการร้องขอข้อมูลผลการทดสอบ
จากหน่วยงานภายนอกที่มีความหลากหลายแตกต่างกันจึงทําให้การวิเคราะห์และจัดทํารายงานต้องใช้ระยะเวลานาน เพื่อให้ได้ข้อมูลและรูปแบบรายงานตามที่ต้องการ ซึ่ง สทศ. มีจํานวนเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ด้านการวิเคราะห์ข้อมูลที่จํากัด จึงทําให้ไม่สามารถรองรับปริมาณงานที่มีอยู่
โครงการนี้ เป็นส่วนแรกของการพัฒนาระบบวิเคราะห์และรายงานผลการทดสอบระดับชาติมีเนื้องานเป็น การสํารวจ ศึกษา วิเคราะห์ ออกแบบและจัดทําระบบวิเคราะห์และแสดงผลข้อมูลสารสนเทศเชิงลึก (BI) ซึ่งจะเป็น เครื่องมือที่ช่วยในการจัดการกับข้อมูลที่มีอยู่ เพื่อให้ สทศ. สามารถดําเนินการได้อย่างรวดเร็ว ตอบสนองความต้องการ ของผู้ที่ขอข้อมูล อีกทั้งยังสามารถนําข้อมูลและรายงานที่ได้จากการวิเคราะห์ไปใช้ในการบริหารเชิงยุทธศาสตร์ ลดระยะเวลาในการประมวลผล เป็นศูนย์รวมของข้อมูลและสารสนเทศ รองรับการวิเคราะห์ผลการทดสอบระดับชาติ เชิงลึก และเป็นการนําเทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัยมาปรับปรุงกระบวนการทํางานที่มีอยู่ของ สทศ. เพื่อให้องค์กร
สามารถปรับเปลี่ยนกระบวนงานสู่การเป็นองค์กรดิจิทัล
1)
2)
4)
วรรณ
5)
/
3)
3
2. วัตถุประสงค์
2.1 เพื่อพัฒนาระบบวิเคราะห์และรายงานผลการทดสอบระดับชาติที่สามารถวิเคราะห์และรายงานผลการทดสอบ
ทางการศึกษาระดับชาติ ในการใช้สนับสนุนการตัดสินใจและบริการผลการทดสอบ
2.2 เพื่อจัดหาครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ และซอฟต์แวร์ สําหรับใช้ในการดําเนินงานในโครงการ
3. คุณสมบัติผู้ยื่นข้อเสนอ
3.1 มีความสามารถตามกฎหมาย 3.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
3.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
3.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็น ผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
กําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
3.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐ
ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการ ผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
3.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ
กําหนดในราชกิจจานุเบกษา
3.7 เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างของงานจ้างดังกล่าว
3.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ามายื่นข้อเสนอให้แก่ สทศ. ณ วันยื่นข้อเสนอ
หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการจัดจ้างโดยวิธีคัดเลือกครั้งนี้ 3.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอได้มี
คําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
3.10 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
(Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
3.11 ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งได้รับการคัดเลือกให้เป็นคู่สัญญาต้องรับและจ่ายเงินผ่านบัญชีธนาคาร เว้นแต่การจ่ายเงิน
แต่ละครั้งซึ่งมีมูลค่าไม่เกินสามหมื่นบาทคู่สัญญาอาจจ่ายเป็นเงินสดก็ได้
3.12 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องได้รับการสนับสนุนทางด้านเทคนิคและการบริการหลังการขายในผลิตภัณฑ์ หรือ ซอฟต์แวร์ที่เสนอในโครงการฯ จากบริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์ หรือจากบริษัทสาขาของเจ้าของผลิตภัณฑ์ใน ประเทศไทย หรือจากตัวแทนจําหน่ายในประเทศไทย พร้อมแนบหนังสือรับรอง ในการยื่นข้อเสนอครั้งนี้ 3.13 ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีประสบการณ์ด้านการพัฒนาระบบวิเคราะห์ข้อมูล หรือพัฒนาระบบจัดทํารายงาน หรือพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา อย่างน้อย 1 ผลงาน ในวงเงินไม่น้อยกว่า 3,730,000.- บาท (สามล้านเจ็ดแสนสามหมื่นบาทถ้วน) โดยต้องเป็นโครงการสัญญาเดียว และเป็นโครงการ ที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น
หน่วยงานอื่น ซึ่งมีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงาน เอกชนที่ สทศ. เชื่อถือ โดยจะต้องแนบสําเนาหนังสือรับรองผลงานหรือสําเนาสัญญาโครงการ พร้อมกับ การยื่นข้อเสนอโครงการด้วย
1)
2)
messe
4)
5)
W
3)
4
3.14 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องส่งรายชื่อทีมงานตามตําแหน่งต่าง ๆ และจํานวนตามที่กําหนด ดังนี้ (เป็นอย่างน้อย)
3.14.1 ผู้จัดการโครงการ จํานวน 1 คน มีวุฒิการศึกษาปริญญาโทหรือสูงกว่า มีประสบการณ์ด้านการบริหาร จัดการโครงการเกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบการรับสมัครสอบ หรือระบบการสอบ หรือระบบอื่น
ที่เกี่ยวข้องทางด้านการศึกษา และทํางานมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี
3.14.2 ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ จํานวน 1 คน มีวุฒิการศึกษาปริญญาตรีหรือสูงกว่า ด้าน วิศวกรรมศาสตร์ หรือด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง ทํางานมาแล้วไม่น้อยกว่า
12 ปี
3.14.3 เจ้าหน้าที่วิเคราะห์และออกแบบระบบ จํานวน 1 คน มีวุฒิการศึกษาปริญญาตรีหรือสูงกว่า ด้าน วิศวกรรมศาสตร์ หรือด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง ทํางานมาแล้วไม่น้อยกว่า
10 ปี
3.14.4 เจ้าหน้าที่พัฒนาระบบ อย่างน้อย 1 คน มีวุฒิการศึกษาปริญญาตรีหรือสูงกว่า ด้านวิศวกรรมศาสตร์
หรือด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง ทํางานมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี 3.14.5 เจ้าหน้าที่ติดตั้งระบบ อย่างน้อย 1 คน มีวุฒิการศึกษาปริญญาตรีหรือสูงกว่า ด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์
หรือด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง ทํางานมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี
3.14.6 เจ้าหน้าที่ติดต่อประสานงาน อย่างน้อย 1 คน มีวุฒิการศึกษาปริญญาตรีหรือสูงกว่าทํางานมาแล้ว
ไม่น้อยกว่า 3 ปี
4. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาในครั้งนี้ โดยแยกเป็น 2 ส่วน คือ 4.1 ส่วนที่ 1 อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้ (เอกสารจํานวน 1 ชุดและในรูปแบบไฟล์ดิจิทัลบันทึกลง
Flash drive จํานวน 1 ชุด)
4.1.1 ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(1) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจํากัด ให้ยื่นสําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้มีอํานาจควบคุม (ถ้ามี) พร้อมรับรองสําเนาถูกต้อง
(2) บริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัด ให้ยื่นสําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ ผู้มีอํานาจควบคุม (ถ้ามี) และบัญชีผู้ถือ หุ้นรายใหญ่ พร้อมรับรองสําเนาถูกต้อง และประทับตรา (ถ้ามี) ในเอกสารทุกหน้า 4.1.2 ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้เสนอราคาร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่นสําเนาสัญญาของการเข้า
ร่วมค้าและเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (1) หรือ (2) ของผู้ร่วมค้าแล้วแต่กรณี
4.1.3 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นสําเนาใบทะเบียนพาณิชย์ และสําเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมทั้ง
รับรองสําเนาถูกต้อง และประทับตรา (ถ้ามี) ในเอกสารทุกหน้า
4.1.4 บัญชีเอกสารส่วนที่ 1 ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับซองใบเสนอราคา ตามแบบบัญชีเอกสารส่วนที่ 1 4.2 ส่วนที่ 2 อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้ (เอกสารจํานวน 1 ชุดและในรูปแบบไฟล์ดิจิทัลบันทึกลง
Flash drive จํานวน 1 ชุด)
4.2.1 ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอมอบอํานาจให้บุคคลอื่นกระทําการแทน ให้แนบหนังสือมอบอํานาจซึ่ง
ปิดอากรแสตมป์ตามกฎหมาย โดยมีหลักฐานแสดงตัวตนของผู้มอบอํานาจและผู้รับมอบอํานาจ
ทั้งนี้หากผู้รับมอบอํานาจเป็นบุคคลธรรมดาต้องเป็นผู้ที่บรรลุนิติภาวะ ตามกฎหมายแล้วเท่านั้น
1)
b
W
nes
2)
3)
mวรร
4)
5)ร่าง
ประกาศสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
เรื่อง ประกวดราคาจ้างพัฒนาระบบวิเคราะห์และรายงานผล การทดสอบระดับชาติ ระยะที่ ๑ ประจำ ปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๙
ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้าง พัฒนาระบบวิเคราะห์และรายงานผล การทดสอบระดับชาติ ระยะที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๙ ด้วย วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) วงเงินงบประมาณ จำนวน ๗,๔๗๑,๙๐๐.๐๐ บาท (เจ็ดล้านสี่ แสนเจ็ดหมื่นหนึ่งพันเก้าร้อยบาทถ้วน) ราคากลางของงานจ้าง ในการประกวดราคาครั้งนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น ๗,๘๒๘,๓๓๓.๓๓ บาท (เจ็ดล้านแปดแสนสองหมื่นแปดพันสามร้อยสามสิบสามบาทสามสิบสามสตางค์) จำนวน ๑ รายการ
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอโดยแสดงหลักฐานถึงขีดความสามารถและความพร้อมที่มีอยู่ใน วันยื่นข้อเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
๑. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติให้เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กำหนด ๒. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. ซึ่งสามารถจัดเตรียมเอกสารข้อเสนอได้ตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงวันเสนอ ราคา
๓. ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เลขที่ ลงวันที่ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๙ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ได้ตั้งแต่วันที่ ประกาศจนถึงวันเสนอราคา ได้ที่เว็บไซต์ www.niets.or.th หรือ www.gprocurement.go.th ๔. เกณฑ์การพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอครั้งนี้ จะพิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคา ประกอบเกณฑ์อื่น
๔.๑ กำหนดยื่นข้อเสนอ ในวันที่ มกราคม ๒๕๖๙ ระหว่างเวลา น. ถึงเวลา น. ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
๔.๒ กำหนดให้ผู้เสนอราคานำเสนองานตามหลักเกณฑ์การพิจารณาใน TOR ในวันที่ มกราคม ๒๕๖๙ ระหว่างเวลา น. ถึงเวลา น. ณ สถาบันทดสอบทางการศึกษา แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ชั้น ๓๖
ประกาศ ณ วันที่ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๙
(นางสาววารุณี เลียววิวัฒน์ชัย)
รองผู้อำนวยการ ปฏิบัติงานแทน
ผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน)สำเนาถูกต้อง
ยงยุทธ รุ่งรอดศักดิ์ชัย
(นายยงยุทธ รุ่งรอดศักดิ์ชัย)
หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๖๙ โดย นายยงยุทธ รุ่งรอดศักดิ์ชัย หัวหน้า เจ้าหน้าที่พัสดุร่าง
เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
เลขที่
การจ้างพัฒนาระบบวิเคราะห์และรายงานผล การทดสอบระดับชาติ ระยะที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙
ตามประกาศ สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
ลงวันที่ มกราคม ๒๕๖๙
สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “สถาบัน” มีความ ประสงค์จะ ประกวดราคาจ้างพัฒนาระบบวิเคราะห์และรายงานผล การทดสอบระดับชาติ ระยะที่ ๑ ประจำ ปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๙ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ตามรายการ ดังนี้
จ้างเพัฒนาระบบวิเคราะห์และ
รายงานผล การทดสอบระดับชาติ
ระยะที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.
๒๕๖๙
โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้
จำนวน ๑ งาน
๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๑.๑ ขอบเขตของงาน
๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาจ้างทำของ
๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
(๑) หลักประกันการเสนอราคา
(๒) หลักประกันสัญญา
๑.๕ บทนิยาม
(๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
(๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
(๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
๑.๗ แผนการทำงาน
๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
๒.๗ เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ สถาบัน ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขัน อย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้ เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน นามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้ เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๒ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่
สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ
ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา ๖. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๒.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องได้รับการสนับสนุนทางด้านเทคนิคและการบริการหลังการขาย ในผลิตภัณฑ์ หรือซอฟต์แวร์ที่เสนอในโครงการฯ จากบริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์ หรือจากบริษัทสาขาของเจ้าของ ผลิตภัณฑ์ในประเทศไทย หรือจากตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย พร้อมแนบหนังสือรับรองในการยื่นข้อเสนอ ครั้งนี้
๒.๑๔ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีประสบการณ์ด้านการพัฒนาระบบวิเคราะห์ข้อมูลหรือ พัฒนาระบบจัดทำรายงาน หรือพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา อย่างน้อย ๑ ผล งาน ในวงเงินไม่น้อยกว่า ๓,๗๓๐,๐๐๐.- บาท (สามล้านเจ็ดแสนสามหมื่นบาทถ้วน) โดยต้องเป็นโครงการ สัญญาเดียว และเป็นโครงการที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบ บริหารราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่น ซึ่งมีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานเอกชนที่ สทศ. เชื่อถือ โดยจะต้องแนบสำเนาหนังสือรับรองผลงานหรือสำเนา สัญญาโครงการ พร้อมกับการยื่นข้อเสนอโครงการด้วย
๒.๑๕ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องส่งรายชื่อทีมงานตามตำแหน่งต่าง ๆ และจำนวนตามที่กำหนด ดังนี้ (เป็นอย่างน้อย)
๒.๑๕.๑ ผู้จัดการโครงการ จำนวน ๑ คน มีวุฒิการศึกษาปริญญาโทหรือสูงกว่า มีประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการโครงการเกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบการรับสมัครสอบหรือระบบการ สอบ หรือระบบอื่นที่เกี่ยวข้องทางด้านการศึกษา และทำงานมาแล้วไม่น้อยกว่า ๑๐ ปี ๒.๑๕.๒ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ จำนวน ๑ คน มีวุฒิการศึกษา ปริญญาตรีหรือสูงกว่า ด้านวิศวกรรมศาสตร์ หรือด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง ทำงาน มาแล้วไม่น้อยกว่า ๑๒ ปี
๒.๑๕.๓ เจ้าหน้าที่วิเคราะห์และออกแบบระบบ จำนวน ๑ คน มีวุฒิการศึกษา ปริญญาตรีหรือสูงกว่า ด้านวิศวกรรมศาสตร์ หรือด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง ทำงาน มาแล้วไม่น้อยกว่า ๑๐ ปี
๒.๑๕.๔ เจ้าหน้าที่พัฒนาระบบ อย่างน้อย ๑ คน มีวุฒิการศึกษาปริญญาตรีหรือ สูงกว่า ด้านวิศวกรรมศาสตร์ หรือด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง ทำงานมาแล้วไม่น้อย กว่า ๕ ปี
๒.๑๕.๕ เจ้าหน้าที่ติดตั้งระบบ อย่างน้อย ๑ คน มีวุฒิการศึกษาปริญญาตรีหรือ สูงกว่า ด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ หรือด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง ทำงานมาแล้วไม่ น้อยกว่า ๕ ปี
๒.๑๕.๖ เจ้าหน้าที่ติดต่อประสานงาน อย่างน้อย ๑ คน มีวุฒิการศึกษาปริญญาตรี หรือสูงกว่าทำงานมาแล้วไม่น้อยกว่า ๓ ปี
๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ
จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
(ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๒ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อ เสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือ
มีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน ทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ เอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา (๕) สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์
(๖) สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
(๗) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) หลักประกันการเสนอราคา ตามข้อ ๕
(๒) ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอมอบอำนาจให้บุคคลอื่นกระทำการแทน ให้แนบ หนังสือมอบอำนาจซึ่งปิดอากรแสตมป์ตามกฎหมาย โดยมีหลักฐานแสดงตัวตนของผู้มอบอำนาจและผู้รับ มอบอำนาจ ทั้งนี้หากผู้รับมอบอำนาจเป็นบุคคลธรรมดาต้องเป็นผู้ที่บรรลุนิติภาวะ ตามกฎหมายแล้วเท่านั้น (๓) สำเนาหนังสือรับรองผลงานหรือสำเนาสัญญาโครงการตามข้อ ๓.๑๓ พร้อมทั้งรับรองสำเนาถูกต้องและประทับตรา (ถ้ามี) ในเอกสารทุกหน้า
(๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายสำหรับระบบ คอมพิวเตอร์ และซอฟต์แวร์ ตามข้อ ๕.๒ โดยมีหนังสือรับรองการแต่งตั้งจากเจ้าของผลิตภัณฑ์หรือสาขาของ เจ้าของผลิตภัณฑ์ในประเทศไทย หรือตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากเจ้าของผลิตภัณฑ์ (๕) แบบรายชื่อทีมงาน ตำแหน่งงาน โดยระบุจำนวนผู้ปฏิบัติงานในแต่ละ ตำแหน่ง พร้อมทั้งรับรองสำเนาถูกต้อง และประทับตรา (ถ้ามี) ในเอกสารทุกหน้า
(๖) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔. การเสนอราคา
๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วย อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้อง กรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอโดย ไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้ ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอราคา โดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคามิได้ ๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน ๒๔๐ วัน นับ ถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
๔.๔ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญารายละเอียด ขอบเขตของ งานฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตาม เงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. และเวลาในการเสนอราคาให้ถือ ตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็น
เกณฑ์ และกำหนดให้ผู้เสนอราคานำเสนองานตามหลักเกณฑ์การพิจารณาใน TOR ในวันที่ มกราคม ๒๕๖๙ ระหว่างเวลา น. ถึง เวลา น. ณ สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การ มหาชน) ชั้น ๓๖ (รายละเอียดตามประกาศเชิญชวน)
เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และ การเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่สถาบันผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๗ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณาข้อ เสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะ กรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการ พิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และสถาบัน จะพิจารณาลงโทษ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่สถาบันจะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ริเริ่มให้มี การกระทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของสถาบัน ๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
(๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี)
รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
(๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กำหนด
(๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ๔.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายใน ประเทศ โดยยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลา ดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน ๖๐ วัน
๔.๑๐ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา เว้นแต่เป็นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือ ที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา ๕. หลักประกันการเสนอราคา
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องวางหลักประกันการเสนอราคาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบการ จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ จำนวน ๓๗๓,๕๙๕.๐๐ บาท (สามแสนเจ็ดหมื่นสามพันห้าร้อยเก้าสิบห้าบาทถ้วน)
๕.๑ เงินสด
๕.๒ หนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารภายในประเทศตามแบบที่คณะ กรรมการนโยบายกำหนด
๕.๓ พันธบัตรรัฐบาลไทย
๕.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอนำพันธบัตรรัฐบาลไทยหรือหนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ มาวางเป็นหลักประกันการเสนอราคาจะต้องส่งต้นฉบับเอกสารดังกล่าวมาให้สถาบัน ตรวจสอบความถูกต้องในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น.
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอประสงค์จะวางหลักประกันการเสนอราคาเป็นเงินสด ให้ผู้ยื่นข้อเสนอ ดำเนินการชำระเงินผ่านช่องทางการชำระเงิน ดังนี้
โอนเงินเข้าบัญชี ธนาคารกรุงเทพจำกัด (มหาชน) เลขที่บัญชี ๑๒๓๔๗๓๐๕๕๒ ชื่อ บัญชี สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
และส่งหลักฐานการชำระเงินกับธนาคาร พร้อมทั้งแบบแจ้งความประสงค์ชำระเงินค่า หลักประกันการเสนอราคา (เฉพาะกรณีที่มีหลักประกันการเสนอราคาหลายรายการพิจารณา) มาให้ สถาบัน
ตรวจสอบความถูกต้อง โดยยื่นมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอผ่านระบบ e-GP โดยการชำระเงินและส่งหลักฐาน การชำระเงินให้ดำเนินการในวันและเวลาที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันและเวลาเสนอราคาเท่านั้น กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ประสงค์จะใช้หนังสือ ค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารในประเทศเป็นหลักประกันการเสนอราคาให้ระบุชื่อผู้เข้าร่วมค้ารายที่ สัญญาร่วมค้ากำหนดให้เป็นผู้เข้ายื่นข้อเสนอกับหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หลักประกันการเสนอราคาตามข้อนี้ สถาบันจะคืนให้ผู้ยื่นข้อเสนอหรือผู้ค้ำประกัน ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่สถาบันได้พิจารณาเห็นชอบรายงานผลคัดเลือกผู้ชนะการประกวดราคา เรียบร้อยแล้ว เว้นแต่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่คัดเลือกไว้ซึ่งเสนอราคาต่ำสุดหรือได้คะแนนรวมสูงสุดไม่เกิน ๓ ราย ให้คืนได้ต่อเมื่อได้ทำสัญญาหรือข้อตกลง หรือผู้ยื่นข้อเสนอได้พ้นจากข้อผูกพันแล้ว การคืนหลักประกันการเสนอราคา ไม่ว่าในกรณีใด ๆ จะคืนให้โดยไม่มีดอกเบี้ย ๖. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
๖.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ สถาบันจะ พิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น
๖.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น ในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ สถาบัน
จะพิจารณาโดยให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ำหนักที่กำหนด ดังนี้
๖.๒.๑ จ้างเพัฒนาระบบวิเคราะห์และรายงานผล การทดสอบระดับชาติ ระยะ ที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๙
(๑) ราคาที่ยื่นข้อเสนอ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๒๐.๐๐ โดยมี วิธีการให้คะแนน ดังนี้ ๑๐๐ - (((ราคาของผู้เสนอราคา - ราคาต่ำสุด)/ราคาต่ำสุด) * ๑๐๐) (๒) ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนอื่นๆ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๘๐.๐๐ ประกอบด้วย
(๒.๑) คุณสมบัติของหน่วยเก็บข้อมูลสำรอง (Hard Disk) ของ เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๑๐.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ ๒.๑.๑ มีช่องสำหรับใส่หน่วยเก็บข้อมูลสำรอง ( Hard Disk)ที่มีขนาด ๒.๕" จำนวน ไม่น้อยกว่า ๓๒ หน่วย ได้ ๕ คะแนน
๒.๑.๒ มีช่องสำหรับใส่หน่วยเก็บข้อมูลสำรอง (Hard Disk) ที่มีขนาด ๒.๕" จำนวนไม่น้อยกว่า ๔๐ หน่วย ได้ ๑๐ คะแนน
(๒.๒) คุณสมบัติของหน่วยประมวลผลกราฟฟิก (GPU)ของเครื่อง คอมพิวเตอร์แม่ข่าย กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๑๐.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ ๒.๒.๑ รองรับหน่วยประมวลผลกราฟฟิก GPU จำนวน ไม่น้อยกว่า ๘ หน่วย ได้ ๕ คะแนน
๒.๒.๒ รองรับหน่วยประมวลผลกราฟฟิก GPU จำนวน ไม่น้อยกว่า ๑๐ หน่วย ได้ ๑๐ คะแนน
(๒.๓) คุณสมบัติของซอฟต์แวร์การวิเคราะห์ข้อมูลและจัดทำ Dashboard กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๒๐.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้
๒.๓.๑ มีคุณสมบัติของซอฟต์แวร์การวิเคราะห์ข้อมูล และจัดทำ Dashboard เป็นไปตามข้อกำหนดใน TOR ได้ ๑๐ คะแนน
๒.๓.๒ มีคุณสมบัติของซอฟต์แวร์การวิเคราะห์ข้อมูล และจัดทำ Dashboard เป็นไปตามข้อกำหนดใน TOR และสามารถเชื่อมต่อกับแหล่งข้อมูลที่มีความ หลากหลายและหลายแหล่งพร้อมๆ กันเพื่อทำ data blending ในขั้นตอนเดียวเพื่อรองรับการดำเนินงานใน การประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Big Data ในอนาคต ได้ ๒๐ คะแนน
(๒.๔) แนวคิด เทคนิค และวิธีการที่เลือกใช้ในการดำเนิน โครงการ การออกแบบและจัดทำชุดข้อมูล รวมทั้งแผนและขั้นตอนการปฏิบัติงาน ครอบคลุมและเหมาะสม ตามขอบเขตการดำเนินงาน กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๒๐.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ ๒.๔.๑ เสนอแนวคิด เทคนิค และวิธีการที่เลือกใช้ในการ ดำเนินโครงการ การออกแบบและจัดทำชุดข้อมูล รวมทั้งแผนและขั้นตอนการปฏิบัติงาน ครอบคลุมและ เหมาะสมตามขอบเขตการดำเนินงาน ได้ ๑๐ คะแนน
๒.๔.๒ เสนอแนวคิด เทคนิค และวิธีการที่เลือกใช้ในการ ดำเนินโครงการ การออกแบบและจัดทำชุดข้อมูล รวมทั้งแผนและขั้นตอนการปฏิบัติงาน ครอบคลุมและ เหมาะสมตามขอบเขตการดำเนินงาน พร้อมทั้งมีข้อเสนอเพิ่มเติมในด้านเทคนิคและวิธีการ ที่เป็นประโยชน์ ต่อ สทศ. และสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ได้ ๒๐ คะแนน
(๒.๕) ความพร้อมในการนำเสนอ ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการ วิเคราะห์ข้อมูลและจัดทำรายงานและสามารถตอบข้อซักถามที่ชัดเจนและตรงประเด็น กำหนดน้ำหนักเท่ากับ ร้อยละ ๒๐.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้
๒.๕.๑ มีความพร้อมในการนำเสนอ ได้ ๑๐ คะแนน ๒.๕.๒ มีความพร้อมในการนำเสนอ และมีความรู้ที่ เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์ข้อมูลและจัดทำรายงานสามารถตอบข้อซักถามที่ชัดเจนและตรงประเด็น ได้ ๒๐ คะแนน
โดยกำหนดให้น้ำหนักรวมทั้งหมดเท่ากับร้อยละ ๑๐๐ ๖.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ ขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่สถาบันกำหนดไว้ในประกาศ และเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้
เปรียบเสียเปรียบต่อ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการพิจารณาผลฯ อาจ พิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
๖.๔ สถาบันสงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการผ่อนผัน ใน กรณีดังต่อไปนี้
(๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย อิเล็กทรอนิกส์
(๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวด อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ๖.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือสถาบัน มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ สถาบันมีสิทธิที่จะไม่รับ ข้อเสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ๖.๖ สถาบันทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคา ที่ เสนอทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจ จะยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อ ประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของสถาบันเป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้อง ค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งสถาบันจะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์และ ลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่เชื่อถือ ได้ว่าการยื่นข้อเสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือ นิติบุคคลอื่นมายื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น
ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่ อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือสถาบัน จะให้ผู้ ยื่นข้อเสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการตามเอกสาร ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ สถาบัน มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอ หรือไม่รับราคาของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหาย ใดๆ จากสถาบัน
๖.๗ ก่อนลงนามในสัญญาสถาบัน อาจประกาศยกเลิกการประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใด ในการเสนอราคา
๗. การทำสัญญาจ้าง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุใน ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับสถาบัน ภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวาง
หลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้ สถาบันยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
๗.๑ เงินสด
๗.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่สถาบัน ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ลงวันที่ที่ใช้ เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้น ไม่เกิน ๓ วัน ทำการ ๗.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง กำหนด
๗.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) ๗.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่งสถาบัน ได้รับมอบ ไว้แล้ว
๘. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
สถาบัน จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่าย ทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง โดยแบ่งออกเป็น ๔ งวดดังนี้ งวดที่ ๑ ชำระเงินร้อยละ ๑๐ ของวงเงินค่าจ้างตามสัญญา สทศ. จะชำระเงินให้แก่ ผู้รับจ้าง เมื่อผู้รับจ้างดำเนินการส่งมอบงานในงวดงานที่ ๑ และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ทำการตรวจรับ งานเรียบร้อยแล้ว
งวดที่ ๒ ชำระเงินร้อยละ ๔๐ ของวงเงินค่าจ้างตามสัญญา สทศ. จะชำระเงินให้แก่ ผู้รับจ้าง เมื่อผู้รับจ้างดำเนินการส่งมอบงานในงวดงานที่ ๒ และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ทำการตรวจรับ งานเรียบร้อยแล้ว
งวดที่ ๓ ชำระเงินร้อยละ ๓๐ ของวงเงินค่าจ้างตามสัญญา สทศ. จะชำระเงินให้แก่ ผู้รับจ้าง เมื่อผู้รับจ้างดำเนินการส่งมอบงานในงวดงานที่ ๓ และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ทำการตรวจรับ งานเรียบร้อยแล้ว
งวดที่ ๔ (งวดสุดท้าย) ชำระเงินร้อยละ ๒๐ ของวงเงินค่าจ้างตามสัญญา สทศ. จะชำระเงินให้แก่ผู้รับจ้าง เมื่อผู้รับจ้างดำเนินการส่งมอบงานในงวดงานที่ ๔ และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ได้ทำการตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว
๙. อัตราค่าปรับ
ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลง จ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
๙.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับ อนุญาตจากสถาบัน จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงานจ้าง ช่วงนั้น
๙.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๙.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็น รายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้าง ในส่วนของค่าจ้างที่ยังไม่ได้ส่งมอบตามสัญญา นับถัดจากวันที่ กำหนดแล้วเสร็จตามสัญญา หรือวันที่ผู้ว่าจ้างได้ขยายเวลาให้จนถึงวันที่ทำงานแล้วเสร็จ ๑๐. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งได้ทำสัญญาจ้างตามแบบดังระบุในข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ แล้วแต่กรณี จะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายใน ระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๑ ปี นับถัดจากวันที่สถาบันได้รับมอบงาน โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้ การได้ดีดังเดิมภายใน ๓ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่อง
๑๑. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
๑๑.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ สถาบันได้รับอนุมัติเงินค่าจ้างจากเงิน งบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ แล้วเท่านั้น
๑๑.๒ เมื่อสถาบันได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลงจ้างตาม การประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามาจากต่าง ประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ตาม ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
(๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
(๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดย เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
(๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
๑๑.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งสถาบันได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็น หนังสือภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ สถาบันจะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้
ออกหนังสือค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้ง จะพิจารณาให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ๑๑.๔ สถาบันสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบสัญญาหรือ ข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
๑๑.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของสถาบัน คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อ เสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
๑๑.๖ สถาบัน อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จะ เรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากสถาบันไม่ได้
(๑) สถาบันไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้รับจัดสรร แต่ไม่ เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
(๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่น ใด ในการเสนอราคา
(๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่สถาบัน หรือ กระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
(๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
๑๑.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
๑๒. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
๑๓. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
สถาบัน สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการ คัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับสถาบัน ไว้ชั่วคราว
สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
มกราคม ๒๕๖๙
สำเนาถูกต้อง
ยงยุทธ รุ่งรอดศักดิ์ชัย
(นายยงยุทธ รุ่งรอดศักดิ์ชัย)
หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๖๙
โดย นายยงยุทธ รุ่งรอดศักดิ์ชัย หัวหน้า
เจ้าหน้าที่พัสดุ