จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างดูแลและบำรุงรักษาระบบสารสนเทศ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการท่าอากาศยาน (Integrated Flight Information Management System :iFIMS)

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) 69019089323
฿171,505,592 ปีงบ 2569 ประกาศ 15 พ.ค. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. มีความประสงค์จะว่าจ้างให้บริการดูแลและบำรุงรักษาระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการท่าอากาศยาน (Integrated Flight Information Management System: iFIMS) ซึ่งเป็นระบบประมวลผลและศูนย์กลางข้อมูลการบินที่สำคัญ ระบบนี้ทำหน้าที่เชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบเรียลไทม์กับระบบย่อยต่างๆ ภายในท่าอากาศยานหลัก 6 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ แม่ฟ้าหลวงเชียงราย หาดใหญ่ และภูเก็ต

ขอบเขตงานครอบคลุมการดูแลบำรุงรักษาทั้งส่วน Hardware และ Software ของระบบคอมพิวเตอร์แม่ข่าย iFIMS ทั้งในศูนย์คอมพิวเตอร์หลัก (Main Site) และศูนย์คอมพิวเตอร์สำรอง (Backup Site) รวมถึงเซิร์ฟเวอร์ประจำท่าอากาศยานต่างๆ อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องได้แก่ เซิร์ฟเวอร์ Oracle SPARC, อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล ZFS Storage, Network/SAN Switch และตู้ Rack ซอฟต์แวร์หลักได้แก่ Oracle Database Enterprise/Standard Edition, Oracle Real Application Cluster, Oracle Solaris Cluster และระบบปฏิบัติการ Solaris 11

ผู้รับจ้างมีหน้าที่ต้องดูแลให้ระบบทำงานได้ตามมาตรฐาน Service Level Agreement (SLA) ที่กำหนดอัตราการแก้ไขข้อขัดข้อง (Resolution Time) ตามระดับความรุนแรง ตั้งแต่ 1 ชั่วโมงสำหรับปัญหา Critical ไปจนถึง 48 ชั่วโมงสำหรับปัญหา Low รวมถึงต้องรับผิดชอบในการเชื่อมต่อข้อมูลกับระบบอื่นๆ มากมาย อาทิ ระบบควบคุมการจราจรทางอากาศ (ATC-TOPSKY), ระบบสัมภาระ (BHS), ระบบแสดงข้อมูลเที่ยวบิน (FIDS), ระบบงานสายการบิน (CUPPS, APPS) และระบบสนับสนุนธุรกิจ (ERP, BIGS) เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานของท่าอากาศยานมีความต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพสูงสุด

English summary

The Airports of Thailand Public Company Limited (AOT) intends to hire a contractor for the operation and maintenance of the Integrated Flight Information Management System (iFIMS). This system is a critical flight data processing and integration hub that connects and exchanges real-time data with numerous subsystems across six major airports: Suvarnabhumi, Don Mueang, Chiang Mai, Mae Fah Luang Chiang Rai, Hat Yai, and Phuket.

The scope of work includes the maintenance of both hardware and software components of the iFIMS core servers. This covers the primary data center (Main Site), the backup data center (Backup Site), and operational servers at each airport. Key hardware includes Oracle SPARC servers, ZFS Storage appliances, network/SAN switches, and server racks. Core software involves Oracle Database Enterprise/Standard Edition, Oracle Real Application Cluster, Oracle Solaris Cluster, and the Solaris 11 operating system.

The contractor is responsible for ensuring system availability according to a strict Service Level Agreement (SLA), with defined resolution times ranging from 1 hour for Critical issues to 48 hours for Low-priority issues. A crucial part of the role is managing data interfaces and connectivity with over 30 ancillary systems, including Air Traffic Control (ATC-TOPSKY), Baggage Handling Systems (BHS), Flight Information Display Systems (FIDS), airline passenger processing systems (CUPPS, APPS), and business support systems (ERP, BIGS). The goal is to guarantee uninterrupted and efficient airport operations.

สถานที่ดำเนินการ

งานดูแลระบบครอบคลุมท่าอากาศยาน 6 แห่งภายใต้การดูแลของ ทอท. และศูนย์คอมพิวเตอร์

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อให้บริการดูแล บำรุงรักษา และแก้ไขข้อขัดข้องของระบบ iFIMS ให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง
  • เพื่อรักษาระดับคุณภาพการบริการของระบบ iFIMS ตามข้อตกลงระดับคุณภาพการบริการ (Service Level Agreement: SLA) ที่กำหนด
  • เพื่อดูแลและบำรุงรักษาอุปกรณ์ Hardware และ Software หลักของระบบ iFIMS ทั้งในส่วนศูนย์คอมพิวเตอร์หลักและศูนย์คอมพิวเตอร์สำรอง รวมถึงเซิร์ฟเวอร์ประจำท่าอากาศยานต่างๆ
  • เพื่อให้การเชื่อมต่อและการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างระบบ iFIMS กับระบบย่อยต่างๆ (ตามภาคผนวก ก.) ดำเนินไปอย่างถูกต้องและราบรื่น
  • เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดกับระบบ รวมถึงการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนความผิดปกติ

ขอบเขตของงาน

  • การดูแลบำรุงรักษา Hardware: ตรวจสอบ บำรุงรักษา และแก้ไขปัญหาอุปกรณ์เซิร์ฟเวอร์ Oracle SPARC, อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล Oracle ZFS Storage, Network Switch, SAN Switch, ตู้ Rack และ UPS ณ ศูนย์คอมพิวเตอร์หลัก (ทสภ.), ศูนย์คอมพิวเตอร์สำรอง (สนญ.), และท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่ง
  • การดูแลบำรุงรักษา Software: ติดตั้ง อัพเดต ปรับปรุง และแก้ไขปัญหาซอฟต์แวร์ระบบ ได้แก่ Oracle Database, Oracle RAC, Oracle Solaris Cluster, และระบบปฏิบัติการ Solaris 11
  • การบริหารและจัดการระบบ: จัดการระบบฐานข้อมูล การจัดเก็บข้อมูล การทำสำรองข้อมูล (Backup) และการกู้คืนระบบ (Recovery)
  • การตรวจสอบและเฝ้าระวัง: ตรวจสอบสถานะการทำงานของระบบอย่างต่อเนื่อง วิเคราะห์ Log เพื่อป้องกันปัญหา และแจ้งเตือนความผิดปกติ
  • การแก้ไขข้อขัดข้อง (Troubleshooting & Resolution): แก้ไขปัญหาตามระดับความรุนแรง (Critical, High, Medium, Low) ภายในระยะเวลาที่กำหนดใน SLA (Resolution Time)
  • การสนับสนุนการเชื่อมต่อข้อมูล: ดูแลและแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการเชื่อมต่อรับ-ส่งข้อมูล (Interface) ระหว่างระบบ iFIMS กับระบบย่อยต่างๆ ตามรายการในภาคผนวก ก. (เช่น ระบบ ATC, BHS, FIDS, CUPPS, ERP เป็นต้น)
  • การรายงานผล: จัดทำรายงานการปฏิบัติงาน รายงานปัญหาอุปสรรค และรายงานผลการดำเนินงานตามที่กำหนด
  • การปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัย: ปฏิบัติตามคู่มือความปลอดภัยของ ทอท. (ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง) และแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า ทอท. (AOT Supplier Sustainable Code of Conduct)

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • ระบบ iFIMS และระบบย่อยที่เชื่อมต่อทำงานได้อย่างปกติและมีเสถียรภาพตาม SLA
  • การแก้ไขข้อขัดข้องของระบบสำเร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด (Resolution Time)
  • รายงานการปฏิบัติงานประจำงวด (ตามที่ระบุในสัญญา)
  • รายงานสรุปปัญหาอุปสรรคและผลการแก้ไข
  • เอกสารบันทึกการบำรุงรักษา (Maintenance Log)
  • การสนับสนุนทางเทคนิคและคำปรึกษาตลอดระยะเวลาสัญญา
  • การฝึกอบรมหรือ Knowledge Transfer ให้กับบุคลากรของ ทอท. (หากสัญญากำหนด)
  • เอกสารรับรองการปฏิบัติตามแนวทางความปลอดภัยและจริยธรรม (ตามภาคผนวก ง, จ)

ระยะเวลาดำเนินการ

หมายเหตุ: เอกสารที่ให้มาเป็นส่วนของข้อกำหนด (TOR) และภาคผนวกเท่านั้น ไม่ได้ระบุวันที่เริ่มต้น สิ้นสุดโครงการ หรือระยะเวลาสัญญาที่ชัดเจน ข้อมูลนี้ควรระบุอยู่ในเอกสารสัญญาหลักหรือส่วนอื่นของ TOR ที่ไม่ได้รับมานี้

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: -
  • Standards Compliance: ผู้รับจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 50 คนขึ้นไปต้องจัดให้มีระบบการจัดการด้านความปลอดภัยตามกฎหมาย หรือระบบที่เทียบเท่าหรือดีกว่ามาตรฐานสากล เช่น ISO 45001, OHSAS 18001, ISO 14001, ISO 9001 เป็นต้น (ตามข้อ 5.1.2 และ 5.1.3)
  • Experience: -
  • Previous Project Cost: -
  • Technical Capabilities: ต้องมีความรู้และความสามารถเฉพาะด้านในการดูแลระบบต่อไปนี้:
    • ระบบคอมพิวเตอร์แม่ข่ายยี่ห้อ Oracle รุ่น SPARC (T7-4, T7-1, S7-2)
    • ระบบจัดเก็บข้อมูล Oracle ZFS Storage Appliance
    • ซอฟต์แวร์ Oracle Database Enterprise Edition และ Standard Edition
    • ซอฟต์แวร์ Oracle Real Application Cluster (RAC)
    • ซอฟต์แวร์ Oracle Solaris Cluster
    • ระบบปฏิบัติการ Solaris 11
    • การเชื่อมต่อระบบกับ Interface ต่างๆ ตามภาคผนวก ก. (ระบบการบิน, ระบบผู้โดยสาร, ระบบสายการบิน)
    • ความเข้าใจในโครงสร้างระบบ iFIMS (Core Process, ARF, FIDS, ESB)
  • Personnel: ต้องจัดให้มีบุคลากรที่มีความรู้ ความชำนาญ และประสบการณ์ตรงในการดูแลระบบดังกล่าว โดยต้องมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายและลักษณะงานกำหนด เช่น:
    • เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย: สำหรับงานที่มีความเสี่ยงสูง (ตามประเภทกิจการในบัญชีกฎหมาย) ต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับต่างๆ (จป. บริหาร, จป. เทคนิค, จป. หัวหน้างาน) ตามจำนวนลูกจ้างและประเภทงาน (ตามข้อ 5.1.9)
    • ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า: ต้องสำเร็จการศึกษาด้านไฟฟ้าโดยตรงหรือผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้าอย่างปลอดภัย (ตามข้อ 5.2.4)
    • การตรวจสุขภาพ: ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง (เช่น ที่อับอากาศ, บนที่สูงตั้งแต่ 4 เมตร) ต้องมีใบรับรองแพทย์ทั่วไปหรือใบรับรองแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ตามระยะเวลาที่กำหนด (ตามข้อ 5.1.15, 5.2.2, 5.2.3)

เกณฑ์การพิจารณา

หมายเหตุ: เอกสารที่ให้มาไม่มีส่วนที่ระบุเกณฑ์การประเมินข้อเสนอ (Evaluation Criteria) อย่างชัดเจน โดยทั่วไปเกณฑ์การประเมินมักจะอยู่ในส่วนอื่นของ TOR เช่น ราคา, แผนงาน, คุณสมบัติผู้เสนอ, วิธีการดำเนินงาน ฯลฯ เอกสารที่มีคือ “แบบประเมินผลงานผู้รับจ้าง” (ภาคผนวก ช) ซึ่งใช้ประเมินผลการทำงานระหว่างและหลังจ้างงาน โดยพิจารณาจาก การวางแผน, ความพร้อมของทรัพยากร, ความสำเร็จของงาน, ความซื่อสัตย์, ความรู้ความสามารถ, การแก้ปัญหา, ฐานะการเงิน, และการปฏิบัติตามระเบียบของ ทอท.

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • ระบบหลัก: Integrated Flight Information Management System (iFIMS)
  • สถาปัตยกรรม Hardware:
    • เซิร์ฟเวอร์หลัก: Oracle SPARC T7-4 Server (Main & Backup Site), SPARC T7-1 Server (ประจำท่าอากาศยาน)
    • Storage: Oracle ZFS Storage Appliance (รุ่น ZS9-2, ZS3-2)
    • เน็ตเวิร์ก: Oracle Switch ES1-24, SAN Switch Brocade 300
    • ระบบสำรองไฟ: UPS
  • สถาปัตยกรรม Software:
    • ระบบปฏิบัติการ: Oracle Solaris 11
    • ระบบฐานข้อมูล: Oracle Database Enterprise Edition (พร้อม Partitioning, Diagnostics, Tuning Pack) และ Standard Edition
    • Clustering & High Availability: Oracle Real Application Cluster (RAC), Oracle Solaris Cluster
    • Storage Software: Oracle ZFS Storage Appliance Replication และ Cloning
  • การเชื่อมต่อระบบ (Interfaces): ระบบต้องสามารถเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับระบบย่อยจำนวนมาก ได้แก่:
    • ระบบการบิน (Aeronautical): ATC-TOPSKY, AFTN, iDEP
    • ระบบผู้โดยสาร (PTC): VDGS, BHS, AAS, PCA, PBRS
    • ระบบสายการบิน: CUPPS, APPS, TypeB (SITA)
    • ระบบสนับสนุนธุรกิจ: ERP, BIGS, EDW, A-CDM Portal
    • ระบบอื่นๆ: BAFS, CAAT, E-FORMALITY, E-SERVICES, DIGITAL-SIGNAGE
    • ครอบคลุมท่าอากาศยาน: สุวรรณภูมิ (BKK), ดอนเมือง (DMK), เชียงใหม่ (CNX), เชียงราย (CEI), หาดใหญ่ (HDY), ภูเก็ต (HKT)
  • ข้อกำหนดด้านคุณภาพบริการ (SLA): กำหนดเวลาแก้ไขข้อขัดข้อง (Resolution Time) ตามระดับความรุนแรง:
    • Critical (ระบบใช้งานไม่ได้ทั้งหมด): 1 ชั่วโมง
    • High (ระบบหลักบางระบบใช้งานไม่ได้): 2 ชั่วโมง
    • Medium (ฟังก์ชันการทำงานบางส่วนผิดปกติ): 6 ชั่วโมง
    • Low (พบความผิดปกติ/ความเสี่ยง): 48 ชั่วโมง

เงื่อนไขสัญญา

หมายเหตุ: เอกสารที่ให้มาไม่มีรายละเอียดสัญญา เช่น เงื่อนไขการชำระเงิน, ค่าปรับ, ระยะเวลารับประกันงาน ฯลฯ ข้อมูลที่มีเกี่ยวข้องกับข้อกำหนดทั่วไปสำหรับผู้รับจ้างในด้านความปลอดภัยและจริยธรรม (ตามภาคผนวก ง, จ) รวมถึงข้อตกลงการไม่เปิดเผยข้อมูล (NDA - ภาคผนวก ฉ) และแบบฟอร์มประเมินผลงาน (ภาคผนวก ช)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: ระบบ iFIMS มีบทบาทสำคัญอย่างไรในการดำเนินงานของท่าอากาศยาน?
    A: iFIMS ทำหน้าที่เป็นระบบประมวลผลและศูนย์รวมข้อมูลการบินกลาง (Flight Information Management System) เชื่อมโยงข้อมูลแบบเรียลไทม์จากทุกฝ่ายการดำเนินงาน ทั้งการควบคุมการจราจรทางอากาศ ข้อมูลเที่ยวบิน ข้อมูลสัมภาระ และข้อมูลผู้โดยสาร เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจและการประสานงานให้การทำงานของท่าอากาศยานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย

  • Q: ระบบที่ต้องเชื่อมต่อกับ iFIMS มีความหลากหลายเพียงใด?
    A: ระบบที่ต้องเชื่อมต่อมีมากกว่า 30 ระบบ ครอบคลุมทุกด้าน เช่น ระบบควบคุมจราจรทางอากาศ (ATC), ระบบสายพานสัมภาระ (BHS), ระบบแสดงข้อมูลเที่ยวบิน (FIDS), ระบบแจ้งประกาศอัตโนมัติ (AAS), ระบบเช็คอินผู้โดยสาร (CUPPS, APPS), ระบบวางแผนทรัพยากรองค์กร (ERP) และระบบข้อมูลธุรกิจ (BIGS, EDW) ทั้งในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานภูมิภาค

  • Q: ระดับความรุนแรงของปัญหา “Critical” หมายถึงอะไร?
    A: ระดับ Critical หมายถึงปัญหาข้อขัดข้องอย่างรุนแรงที่ทำให้ระบบ iFIMS ไม่สามารถใช้งานได้ทั้งหมด ส่งผลกระทบต่อผู้ปฏิบัติงานของ ทอท. และการดำเนินธุรกิจโดยตรง ซึ่งต้องได้รับการแก้ไขภายใน 1 ชั่วโมง

  • Q: ข้อกำหนด SLA สำหรับปัญหา “High” ครอบคลุมสถานการณ์ใดบ้าง?
    A: ปัญหาระดับ High คือปัญหาที่ทำให้ระบบหลักบางระบบของ iFIMS ใช้งานไม่ได้ เช่น ระบบ Core Process (CSA, FRMS), ระบบ ARF, ระบบ FIDS หรือระบบ ESB ซึ่งส่งผลกระทบรุนแรงต่อการดำเนินงาน และต้องแก้ไขภายใน 2 ชั่วโมง

  • Q: ผู้รับจ้างต้องมีความชำนาญในเทคโนโลยีใดบ้างเป็นพิเศษ?
    A: ผู้รับจ้างต้องมีความชำนาญเฉพาะด้านในระบบ Oracle SPARC Server, ระบบจัดเก็บข้อมูล Oracle ZFS Storage, การจัดการคลัสเตอร์ฐานข้อมูลด้วย Oracle RAC และ Oracle Solaris Cluster รวมถึงการดูแลระบบปฏิบัติการ Solaris 11

  • Q: งานนี้จำเป็นต้องมีบุคลากรด้านความปลอดภัยในการทำงาน (จป.) หรือไม่?
    A: ขึ้นอยู่กับจำนวนลูกจ้างและลักษณะงานของผู้รับจ้าง ตามกฎหมายและข้อบังคับของ ทอท. (ข้อ 5.1.9) หากผู้รับจ้างมีลูกจ้างตั้งแต่ 20 คนขึ้นไปและดำเนินกิจการตามบัญชีท้ายกฎกระทรวง (เช่น งานติดตั้งซ่อมบำรุงเครื่องจักร) ต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับต่างๆ (จป.บริหาร, จป.เทคนิค, จป.หัวหน้างาน) ตามจำนวนที่กำหนด

  • Q: การตรวจสุขภาพของผู้ปฏิบัติงานมีข้อกำหนดอย่างไร?
    A: สำหรับงานที่มีความเสี่ยง เช่น การทำงานในที่อับอากาศ หรือ บนที่สูงตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป ผู้รับจ้างต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติงานมีใบรับรองแพทย์ทั่วไป (อายุไม่เกิน 1 เดือน) หรือใบรับรองแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ (อายุไม่เกิน 1 ปี) ก่อนเริ่มงาน (ข้อ 5.1.15, 5.2.2, 5.2.3)

  • Q: ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามข้อบังคับด้านความปลอดภัยอะไรบ้างของ ทอท.?
    A: ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตาม “ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง” ของ ทอท. อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการขออนุญาตก่อนเริ่มงาน (Work Permit) สำหรับงานเสี่ยง เช่น งานความร้อน/ประกายไฟ, งานบนที่สูง, งานในที่อับอากาศ และงานเกี่ยวกับไฟฟ้า (ตามภาคผนวก ง)

  • Q: แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า ทอท. กำหนดเรื่องอะไรบ้าง?
    A: กำหนดหลักการใน 3 มิติ: 1) เศรษฐกิจ - การกำกับดูแลกิจการที่ดี ความซื่อสัตย์ การรักษาความลับ 2) สังคม - อาชีวอนามัยและความปลอดภัยของแรงงาน การไม่ใช้แรงงานบังคับ/เด็ก ค่าจ้างที่เป็นธรรม ความเท่าเทียม และการเคารพสิทธิมนุษยชน 3) สิ่งแวดล้อม - การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษ (ตามภาคผนวก จ)

  • Q: ข้อมูลใดที่ผู้รับจ้างต้องรักษาความลับตาม NDA?
    A: ผู้รับจ้างต้องไม่เปิดเผยข้อมูลสารสนเทศใดๆ ของ ทอท. ที่ได้รับทราบในระหว่างการทำงาน ไม่ใช้ข้อมูลเพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากงานที่ได้รับมอบหมาย และไม่นำข้อมูลไปดัดแปลงหรือจดลิขสิทธิ์ต่อ (ตามภาคผนวก ฉ)

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ล่าดับ
1
1.1
1.2
1.3
1.4
1.5
1.6
ภาคผนวก ก.
รายชื่อระบบที่ทําการเชื่อมต่อๆ
ระบบการเชื่อมโยงรับ – ส่งข้อมูลด้านการบิน (Integration Capability)
Interface Package
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (BKK Interface)
Aeronautical Sub-Systems

Air Traffic Control System (ATC-TOPSKY)
Aeronautical Fixed Telecommunication Network (AFTN-UA-GATEWAY)
Intelligent Departure Enhancement Program (iDEP)
Passenger Terminal Complex Sub-Systems (PTC)

Passenger Terminal Complex-Visual Docking & Guidance System (PTC-VDGS)
Passenger Terminal Complex-Baggage Handling System (PTC-BHS)
Passenger Terminal Complex-Automatic Announcement System.
(PTC-AAS)
Passenger Terminal Complex-Pre-Condition Air System (PTC-PCA)

Passenger Baggage Reconciliation System (PBRS)
Satellite Building 1 (SAT1)

Satellite Building 1-Apron Management System (SAT1-AMS)
Satellite Building 1-CC5-Baggage Handling System (SAT1-CC5-BHS)
Satellite Building 1-the Flight Information Display System (SAT1-FIDS)
Terminal Baggage Transfer
Terminal Baggage Transfer-Baggage Handling System (TBT-BHS) OTHERS Sub-Systems

Bangkok Aviation Fuel Service (BAFS)

The Civil Aviation Authority of Thailand (CAAT)

TypeB (SITA)
Airline Sub-Systems

Thai Airways (TG)

Bangkok Airways (PG)
E-FORMALITY
ลําดับ
1
1.7
Interface Package
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (BKK Interface) (ต่อ)
AOT-AIMS Sub-Systems

Advanced Passenger Processing System (APPS)
• DIGITAL-SIGNAGE

  • Digital Platform - Digital Operation (DIGITAL-M2)
    2
    2.1
    2.2
    3
    3.1
    3.2
    4
    4.1

Common Use Passenger Processing Systems (CUPPS)

Enterprise Resource Planning (ERP)

E-SERVICES

Business Information Governance System (BIGS)

Enterprise Data Warehouse (EDW)

Enterprise Data Warehouse Web Key-In (EDW-WEB KEY IN)

Airport - Collaborative Decision Making (A-CDM Portal)

  • SMART-BREIF
    ท่าอากาศยานดอนเมือง (DMK Interface)
    Passenger Terminal Complex Sub-System (PTC)
    Passenger Terminal Complex-Automatic Announcement System
    (PTC-AAS)
    Aeronautical Sub-System
    Air Traffic Control System (ATC-TOPSKY)
    ท่าอากาศยานเชียงใหม่ (CNX Interface)
    Passenger Terminal Complex Sub-System (PTC)
    Passenger Terminal Complex-Automatic Announcement System
    (PTC-AAS)
    Aeronautical Sub-System

Air Traffic Control System (ATC-TOPSKY) ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย (CEI Interface)
Passenger Terminal Complex Sub-System (PTC)
Passenger Terminal Complex-Automatic Announcement System
(PTC-AAS)
ลําดับ
5
5.1
Interface Package
ท่าอากาศยานหาดใหญ่ (HDY Interface)
Passenger Terminal Complex S Sub-System (PTC)
Passenger Terminal Complex-Automatic Announcement System (PTC-AAS)
6. ท่าอากาศยานภูเก็ต (HKT Interface)
6.1
6.2
Passenger Terminal Complex Sub-System (PTC)

Passenger Terminal Complex-Automatic Announcement System
(PTC-AAS)
Aeronautical Sub-System
Air Traffic Control System (ATC-TOPSKY)
ภาคผนวก ข.
รายการอุปกรณ์ จุดติดตั้ง และซอฟท์แวร์ที่เกี่ยวข้องสําหรับระบบคอมพิวเตอร์แม่ข่าย
ระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการท่าอากาศยาน (iFIMS)
Hardware (ระบบคอมพิวเตอร์แม่ข่ายสําหรับระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการท่าอากาศยาน
(iFIMS))
ลําดับ รายการอุปกรณ์
ยี่ห้อ/รุ่น
จุดติดตั้ง ศูนย์คอมพิวเตอร์แม่ข่ายศูนย์คอมพิวเตอร์หลัก ณ ทสภ. (Main Site)
เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย iFIMS ยี่ห้อ: Oracle
จํานวน หมายเหตุ
2
1
หลัก
รุ่น: SPARC T7-4 Server
2
เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายสําหรับ ยี่ห้อ: Oracle
1
รุ่น: Oracle Server X5-2
การบริหารหลัก
อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล (Storage) ยี่ห้อ: Oracle
3
หลัก
รุ่น: Oracle ZFS Storage Appliance (ZS9-2)
ยี่ห้อ: Oracle
2
1
รุ่น: Oracle Storage Drive
Enclosure DE3-24P
4 อุปกรณ์ Network Switch หลัก ยี่ห้อ: Oracle
2
รุ่น: Oracle Switch ES1-24
5
อุปกรณ์ SAN Switch หลัก
ยี่ห้อ: Oracle
2
รุ่น: Brocade 300 Switch
6 | ตู้ Rack หลัก
ยี่ห้อ: Oracle รุ่น: SUN Rack II
1
7 เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย PLB
ยี่ห้อ: HP
2
รุ่น: ProLiant ML150 Gen 9
จุดติดตั้ง ห้อง ICT S-G1-181 อาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (SAT-1) ณ ทสภ.
8
เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย iFIDS ยี่ห้อ Oracle
2
รุ่น Sparce T8-1
9 อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลกลาง
ยี่ห้อ IBM
1
รุ่น Storwize V5000E
ลําดับ รายการอุปกรณ์
ยี่ห้อ/รุ่น
จุดติดตั้ง ห้อง ICTS-G1-181 อาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (SAT-1) ณ ทสภ. (ต่อ)
เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายทดสอบ ยี่ห้อ Oracle
10
(FIDS For Test)
รุ่น Sparc S7-2
11 Access Switch For Testbed
ยี่ห้อ Cisco
(อุปกรณ์เครือข่าย)
รุ่น WS-C2960XR-24PS-
จํานวน หมายเหตุ
1
1
จุดติดตั้ง ศูนย์คอมพิวเตอร์คอมพิวเตอร์แม่ข่ายสํารอง ณ สนญ (Backup Site)
12 เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย iFIMS ยี่ห้อ: Oracle
13
สํารอง
เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายสําหรับ ยี่ห้อ: Oracle
การบริหารจัดการสํารอง
14 อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล (Storage)
สํารอง
15 | อุปกรณ์ Network Switch
สํารอง
16 | อุปกรณ์ SAN Switch สํารอง
1
รุ่น: SPARC T7-4 Server
1
รุ่น: Oracle Server X5-2
ยีห้อ: Oracle
2
สุ่ม
รุ่น: Oracle ZFS Storage Appliance (ZS9-2)
ยี่ห้อ: Oracle
รุ่น: Oracle Storage Drive
Enclosure DE3-24P
ยี่ห้อ: Oracle
1
2
รุ่น: Oracle Switch ES1-24
ยี่ห้อ: Oracle
2
รุ่น: Brocade 300 Switch
1
17 ตู้ Rack สํารอง
จุดติดตั้ง ท่าอากาศยานดอนเมือง
เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายประจํา ท่าอากาศยานดอนเมือง
18
(Operational Server)
ยี่ห้อ: Oracle รุ่น: SUN Rack II
ยี่ห้อ : SUN/Oracle
รุ่น : SPARC T7-1 Server
1
ลําดับ รายการอุปกรณ์
จุดติดตั้ง ท่าอากาศยานดอนเมือง (ต่อ)
19
อุปกรณ์สําหรับเก็บข้อมูลประจํา
ท่าอากาศยานดอนเมือง
ยี่ห้อ/รุ่น
ยี่ห้อ : Oracle
รุ่น: Oracle ZFS Storage (ZS3-2)
ยี่ห้อ : Oracle
รุ่น : Oracle Storage Drive
Enclosure DE2-24P
จํานวน หมายเหตุ
1
1
20
ตู้ Rack ประจําท่าอากาศยาน
สน
ยี่ห้อ : GERMANY 19”
1
ดอนเมือง
รุ่น : G5 Series 27U
21
เครื่องสํารองไฟฟ้า (UPS) สําหรับ
1
เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายประจํา
ท่าอากาศยานดอนเมืองและ
อุปกรณ์สําหรับเก็บข้อมูลประจํา
ท่าอากาศยานดอนเมือง
จุดติดตั้ง ท่าอากาศยานภูเก็ต
เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายประจํา ยี่ห้อ : SUN/Oracle
(Operational Server)
22
:
1
ท่าอากาศยานภูเก็ต
รุ่น : SPARC T7-1 Server
ยี่ห้อ : Oracle
1
รุ่น: Oracle ZFS Storage (ZS3-2)
ยี่ห้อ : Oracle
1
23 อุปกรณ์สําหรับเก็บข้อมูลประจํา
ท่าอากาศยานภูเก็ต
24 | ตู้ Rack ประจําท่าอากาศยาน
ภูเก็ต
25
เครื่องสํารองไฟฟ้า (UPS) สําหรับ เครื่องคอมพิวเตอร์
แม่ข่ายประจําท่าอากาศยานภูเก็ต
และอุปกรณ์สําหรับ
รุ่น : Oracle Storage Drive
Enclosure DE2-24P
ยี่ห้อ : GERMANY 19”
1
รุ่น : G5 Series 27U
1
เก็บข้อมูลประจําท่าอากาศยาน
ภูเก็ต
ลําดับ รายการอุปกรณ์
ยี่ห้อ/รุ่น
จํานวน หมายเหตุ
จุดติดตั้ง ท่าอากาศยานหาดใหญ่
26
เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายประจํา ยี่ห้อ : SUN/Oracle
1
ท่าอากาศยานหาดใหญ่ (Operational Server)
รุ่น : SPARC T7-1 Server
27 | อุปกรณ์สําหรับเก็บข้อมูลประจํา ท่าอากาศยานหาดใหญ่
ยี่ห้อ : Oracle
1
รุ่น: Oracle ZFS Storage (ZS3-2)
ยี่ห้อ : Oracle
1
28 | ตู้ Rack ประจําท่าอากาศยาน
หาดใหญ่
29 เครื่องสํารองไฟฟ้า (UPS) สําหรับ
เครื่องคอมพิวเตอร์
แม่ข่ายประจําท่าอากาศยาน
หาดใหญ่และอุปกรณ์สําหรับเก็บ ข้อมูลประจําท่าอากาศยาน
หาดใหญ่
จุดติดตั้ง ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย
30
เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายประจํา
ท่าอากาศยาน
แม่ฟ้าหลวงเชียงราย
รุ่น : Oracle Storage Drive
Enclosure DE2-24P
ยี่ห้อ : GERMANY 19”
1
รุ่น : G5 Series 27U
1
ยี่ห้อ : SUN/Oracle
1
รุ่น : SPARC T7-1 Server
(Operational Server)
31
อุปกรณ์สําหรับเก็บข้อมูลประจํา
ยี่ห้อ : Oracle
1
ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง
รุ่น: Oracle ZFS Storage (ZS3-2)
เชียงราย
ยี่ห้อ : Oracle
1
รุ่น : Oracle Storage Drive
Enclosure DE2-24P
32
Rack ประจําท่าอากาศยานแม่ ยี่ห้อ : GERMANY 19”
ฟ้าหลวงเชียงราย
รุ่น : G5 Series 27U
1
ลําดับ รายการอุปกรณ์
ยี่ห้อ/รุ่น
จุดติดตั้ง ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย (ต่อ)
33 เครื่องสํารองไฟฟ้า (UPS) สําหรับ
เครื่องคอมพิวเตอร์
แม่ข่ายประจําท่าอากาศยาน
แม่ฟ้าหลวงเชียงรายและอุปกรณ์
สําหรับเก็บข้อมูลประจําท่า
อากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย
จุดติดตั้ง ท่าอากาศยานเชียงใหม่
34
เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายประจํา ยี่ห้อ : SUN/Oracle
จํานวน หมายเหตุ
1
1
ท่าอากาศยานเชียงใหม่
รุ่น : SPARC T7-1 Server
(Operational Server)
35 อุปกรณ์สําหรับเก็บข้อมูลประจํา ยี่ห้อ : Oracle
ท่าอากาศยานเชียงใหม่
36
ตู้ Rack ประจําท่าอากาศยาน เชียงใหม่
37 เครื่องสํารองไฟฟ้า (UPS) สําหรับ
เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายประจํา
ท่าอากาศยานเชียงใหม่และ
อุปกรณ์สําหรับเก็บข้อมูลประจํา
ท่าอากาศยานเชียงใหม่
1
รุ่น: Oracle ZFS Storage (ZS3-2)
ยี่ห้อ : Oracle
1
รุ่น : Oracle Storage Drive
Enclosure DE2-24P
dv
ยี่ห้อ : GERMANY 19”
1
รุ่น : G5 Series 27U
1
System Software (ระบบคอมพิวเตอร์แม่ข่ายสําหรับระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการท่าอากาศยาน
(iFIMS))
ลําาดับ รายการซอฟต์แวร์
ยี่ห้อ/รุ่น
จํานวน
หมายเหตุ
จุดติดตั้ง ศูนย์คอมพิวเตอร์แม่ข่ายหลัก ณ ทสภ. (Main Site)
1 Oracle Database Enterprise Edition -
Processor Perpetual
ยี่ห้อ: Oracle
4
2
Real Application Cluster
ยี่ห้อ: Oracle
4
3
Oracle Solaris Cluster Enterprise Edition: Oracle - Processor Perpetual
4
4
Oracle ZFS Storage Appliance
ยี่ห้อ: Oracle
2
Replication - Integrated Software Option

  • per Management Controller Metric
    5
    Oracle ZFS Storage Appliance Cloning - | ยี่ห้อ: Oracle
    2
    Integrated Software Option - Per
    Management Controller Metric
    6
    Oracle Database Enterprise Edition -
    Processor Perpetual uu Core License
    ยี่ห้อ: Oracle
    2
    7
    Oracle Partitioning Pack - Processor
    ยี่ห้อ: Oracle
    6
    Perpetual UU Core License
    8
    Oracle Diagnostics Pack Processor
    ยี่ห้อ: Oracle
    4
    Perpetual Core License
    9
    Oracle Tuning Pack - Processor Perpetual Core License
    ยี่ห้อ: Oracle
    4
    10 ระบบปฏิบัติการ Solaris 11
    ยี่ห้อ: Oracle
    ครอบคลุม การใช้งาน
    ทั้งหมด
    ลําดับ รายการซอฟต์แวร์
    จุดติดตั้ง ห้อง ICT S-G1-181 อาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (SAT-1) ณ ทสภ.
    ยี่ห้อ/รุ่น

    11 Oracle Database Standard Edition -
    ยี่ห้อ: Oracle
    Processor Perpetual
    12 ระบบปฏิบัติการ Solaris11
    ยี่ห้อ: Oracte
    จํานวน
    หมายเหตุ
    3
    จุดติดตั้ง ศูนย์คอมพิวเตอร์แม่ข่ายสํารอง ณ สนญ. (Backup Site)
    13 Oracle Database Enterprise Edition -
    ยี่ห้อ: Oracle
    2
    Processor Perpetual
    14
    Oracle ZFS Storage Appliance
    ยี่ห้อ: Oracle
    2
    Replication - Integrated Software Option

per Management Controller Metric
15
Oracle ZFS Storage Appliance Cloning - й: Oracle
2
Integrated Software Option - Per
Management Controller Metric
16 ระบบปฏิบัติการ Solaris11
ครอบคลุม การใช้งาน ทั้งหมด
ยี่ห้อ: Oracle
ครอบคลุม การใช้งาน
ทั้งหมด
จุดติดตั้ง ท่าอากาศยานดอนเมือง
17 Oracle Database Standard Edition -
ยี่ห้อ: Oracle
1
Processor Perpetual
18 ระบบปฏิบัติการ Solaris11
ยี่ห้อ: Oracle
ครอบคลุม การใช้งาน
ทั้งหมด
ลําดับ รายการซอฟต์แวร์
ยี่ห้อ/รุ่น
จํานวน
หมายเหตุ
จุดติดตั้ง ท่าอากาศยานภูเก็ต
19 Oracle Database Standard Edition -
ยี่ห้อ: Oracle
1
Processor Perpetual
20 ระบบปฏิบัติการ Solaris11
ยี่ห้อ: Oracle
ครอบคลุม การใช้งาน ทั้งหมด
จุดติดตั้ง ท่าอากาศยานหาดใหญ่
21 Oracle Database Standard Edition -
Processor Perpetual
ยี่ห้อ: Oracle
1
22 ระบบปฏิบัติการ Solaris11
ยี่ห้อ: Oracle
ครอบคลุม การใช้งาน ทั้งหมด
จุดติดตั้ง ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย
23 Oracle Database Standard Edition -
Processor Perpetual
24
ระบบปฏิบัติการ Solaris11
จุดติดตั้ง ท่าอากาศยานเชียงใหม่
25 Oracle Database Standard Edition -
Processor Perpetual
26
ระบบปฏิบัติการ Solaris11
ยี่ห้อ: Oracle
1
ยี่ห้อ: Oracle
ยี่ห้อ: Oracle
1
ยี่ห้อ: Oracle
ครอบคลุม การใช้งาน ทั้งหมด
ครอบคลุม การใช้งาน
ทั้งหมด
ภาคผนวก ค.
Resolution
Time
1 ชั่วโมง
ข้อตกลงระดับคุณภาพการให้บริการ(Service Level Agreement : SLA) งานจ้างดูแลและบํารุงรักษาระบบสารสนเทศ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการท่าอากาศยาน (Integrated Flight Information Management System: iFIMS)
ระดับความ ขัดข้อง
Critical
High
รายละเอียด
ปัญหาข้อขัดข้องอย่างรุนแรง (Critical) ที่ก่อให้เกิดความเสียหาย ของการใช้งานทั้งระบบฯ โดยส่งผลกระทบต่อผู้ปฏิบัติงานของ ทอท. รวมทั้งส่งผลกระทบต่อการดําเนินธุรกิจของ ทอท. ซึ่งจะต้อง
ได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เช่น ระบบ iFIMS ไม่สามารถใช้งานได้
ทั้งหมด
ปัญหาข้อขัดข้องเสียหายอย่างหนัก (High) ที่ทําให้ระบบหลัก ตาม ข้อ 3.1 – 3.6 บางระบบ ไม่สามารถใช้งานได้ โดยส่งผลกระทบต่อ
ผู้ปฏิบัติงานของ ทอท. รวมทั้งการดําเนินธุรกิจของ ทอท ในระดับ
รุนแรง เช่น

ระบบ iFIMS Core Process บางส่วนไม่สามารถใช้งานได้ (โปรแกรม CSA หรือ โปรแกรม FRMS ไม่สามารถใช้งาน ได้)
ระบบ ARF ไม่สามารถใช้งานได้

ระบบ FIDS ไม่สามารถทํางานได้

ระบบ ESB ไม่สามารถทํางานได้
ระบบ FIDS-SAT1 ไม่สามารถทํางานได้
ปัญหาข้อขัดข้องเสียหายปานกลาง (Medium) ที่ทําให้ฟังก์ชั่นการ
ทํางานของระบบตามข้อ 3.1-3.6 บางส่วน ไม่สามารถใช้งานได้
2 ชั่วโมง
6 ชั่วโมง
Medium
หมายเหตุ :
Low
ส่งผลกระทบต่อผู้ปฏิบัติงานของ ทอท. และ การดําเนินธุรกิจของ ทอท. ในระดับปานกลาง เช่น

ระบบ ARF ไม่สามารถบันทึกข้อมูลได้
โปรแกรมย่อยที่ควบคุมการเชื่อมต่อรับ-ส่งข้อมูลระหว่าง ระบบ iFIMS - และระบบอื่นๆ (ESB) เกิดปัญหา ปัญหาข้อขัดข้องรุนแรงน้อย (Minor) ที่ตรวจสอบพบความผิดปกติ อื่นๆ ของระบบงาน เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย เครื่องคอมพิวเตอร์ แม่ข่ายทดสอบ หรือ อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ที่มีความเสี่ยงบ่งชี้ว่าจะ
ส่งผลกระทบต่อผู้ปฏิบัติงานของ ทอท. เช่น มีไฟสถานะแจ้งเตือน อุปกรณ์ ขัดข้อง
48 ชั่วโมง
“Resolution Time” คือ ระยะเวลาตั้งแต่ผู้รับจ้างรับทราบปัญหา หรือ ตรวจสอบพบจาก Log Activity หรือ ตามหลักฐานที่ปรากฏขึ้นจริง จนถึงเวลาที่ผู้รับจ้างดําเนินการแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องแล้วเสร็จ
ภาคผนวก ง
AOT
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) Airports of Thailand Public Company Limited
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางาน สําหรับผู้รับจ้าง
Rev.02
ดาวน์โหลดข้อบังคับและคู่มือว่าด้วย
ความปลอดภัยในการทํางาน
สําหรับผู้รับจ้าง
ฝ่ายความปลอดภัยในการทํางานและอาชีวอนามัย
ปรับปรุงครั้งที่ 2 ปีงบประมาณ 2566 (ม.ค.66)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56)
คํานํา
-ก-
ตามกฎกระทรวงการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางาน บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคล เพื่อดําเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการ พ.ศ. 2565 หมวดที่ 3 หน่วยงานความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน ข้อ 40(3) ที่กําหนดให้หน่วยงานความปลอดภัยจัดทําคู่มือว่าด้วย ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานของสถานประกอบการ เพื่อใช้กํากับดูแลการดําเนินงาน ภายในสถานประกอบกิจการให้เป็นไปตามกฎหมาย
ฝ่ายความปลอดภัยในการทํางานและอาชีวอนามัย (ฝปอ.) ได้จัดทําข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัย ในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 เพื่อกํากับควบคุมการปฏิบัติงานที่มีความเสี่ยงของผู้รับจ้าง ที่เข้ามาทํางานในพื้นที่ ทอท. ได้ใช้เป็นแนวทางในการดําเนินการเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทํางานและปฏิบัติ ให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่กฎหมายกําหนด
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ฝ่ายความปลอดภัยในการทํางานและอาชีวอนามัย
ม.ค.66
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง

  1. วัตถุประสงค์ (Purpose)
    -1-
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้างฉบับนี้ ใช้เป็นแนวทางปฏิบัติเพื่อควบคุม การปฏิบัติงานที่มีความเสี่ยง จัดทําขึ้นสําหรับให้ผู้รับจ้างชั้นต้นและผู้รับจ้างช่วงที่เข้ามาทํางานในพื้นที่ ทอท. ได้ใช้ เป็นแนวทางในการดําเนินการเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทํางานและปฏิบัติได้ถูกต้อง ครบถ้วน ตามที่กฎหมายกําหนด โดยมีรายละเอียดที่สําคัญคือ การปฏิบัติด้านความปลอดภัยในการทํางานของงานที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายต่าง ๆ และเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย ข้อห้าม และข้อแนะนําในการปฏิบัติงานที่ปลอดภัย รวมถึงการรายงานการเกิดอุบัติเหตุ ของผู้รับจ้างเพื่อให้ ทอท. ได้ทราบ
  2. ขอบเขต (Scope)
    2.1 ข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ใช้กับผู้รับจ้างที่เข้ามาปฏิบัติงานกับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) หรือ ทอท. เพื่อให้การปฏิบัติงานเกิดความปลอดภัยและควบคุมการเกิดปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อมในการปฏิบัติงาน ดังนั้น ผู้รับจ้างต้องศึกษาและทําความเข้าใจ รวมถึงต้องปฏิบัติงานตามข้อกําหนดต่าง ๆ ในเอกสารชุดนี้อย่างเคร่งครัด
    2.2 ประเภทผู้รับจ้างตามข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ แบ่งเป็น 4 ประเภทคือ
    2.2.1 ผู้รับจ้างทั่วไปที่ปฏิบัติงานให้กับ ทอท. ได้แก่
    (1) งานจ้างเหมาแรงงานเพื่องานด้านเอกสาร (Outsource)
    (2) งานทําความสะอาดที่ไม่เป็นการทํางานบนที่สูง
    (3) งานอื่น ๆ ที่ปฏิบัติงานให้กับ ทอท. และเป็นงานที่ไม่เข้าข่ายตามข้อ 2.2.2
    2.2.2 ผู้รับจ้างงานความเสี่ยงสูงที่ปฏิบัติงานให้กับ ทอท. ได้แก่
    (1) งานก่อสร้าง ต่อเติม ติดตั้ง ซ่อม ซ่อมบํารุง ดัดแปลง หรือรื้อถอนอาคาร สนามบิน อุโมงค์ สะพาน ท่อระบายน้ํา โทรศัพท์ ไฟฟ้า ก๊าซ ประปา หรือสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ รวมทั้งการเตรียมการหรือการวางรากฐานของการก่อสร้าง
    (2) งานขนส่งคนโดยสารหรือสินค้า รวมทั้งการบรรทุกขนถ่ายสินค้า
    (3) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับความร้อนและประกายไฟ
    (4) การปฏิบัติงานในที่อับอากาศ
    (5) การปฏิบัติงานบนที่สูงตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป
    (6) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า
    (7) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องจักร รถยก ลิฟต์ เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูง
    และเครื่องช่วยยกต่าง ๆ รวมทั้งงานซ่อมบํารุงเครื่องจักร
    (8) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับปั้นจั่นและรถเฮียบ
    (9) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับสารเคมีและวัตถุอันตราย
    (10) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานประดาน้ํา (ปฏิบัติงานที่ความลึกตั้งแต่ 3 เมตร - 90 เมตร)
    (11) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีก่อไอออน และเครื่องกําเนิดรังสี
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56)
  3. การควบคุมการปฏิบัติ
    5.1 ข้อกําหนดทั่วไปสําหรับผู้รับจ้างทุกประเภทที่ต้องปฏิบัติ
    -3-
    5.1.1 ผู้รับจ้างทุกประเภทที่เข้ามาปฏิบัติงานให้กับ ทอท. จะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบความปลอดภัยที่ ทอท. ได้กําหนดไว้ใน “ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง” ฉบับนี้ โดยถือเป็นข้อกําหนด ขั้นพื้นฐานของการปฏิบัติงานให้เกิดความปลอดภัย หากการปฏิบัติใดที่ ทอท. ไม่ได้ระบุไว้ใน “ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วย ความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง” ฉบับนี้ ให้ถือปฏิบัติตาม “กฎหมายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทํางานที่เกี่ยวข้องทุกฉบับ” เป็นระเบียบปฏิบัติขั้นพื้นฐาน ในกรณีที่ข้อกําหนดใดถูกกําหนดไว้ทั้ง ในส่วนของ “ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง” และ “กฎหมายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน” ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตามข้อบังคับหรือข้อกําหนดที่ดีกว่าเพื่อการปฏิบัติ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการทํางานของผู้ปฏิบัติงานและผู้ที่เกี่ยวข้อง หากมีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม ข้อกําหนดดังกล่าว จะถูกลงโทษตามกฎระเบียบต่อไป
    5.1.2 ผู้รับจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 50 คนขึ้นไปที่เข้ามาปฏิบัติงานให้กับ ทอท. ต้องจัดให้มีระบบการจัดการ ด้านความปลอดภัยในการทํางานตามที่ได้กําหนดไว้ใน กฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานเกี่ยวกับระบบการจัดการ ด้านความปลอดภัย พ.ศ. 2565 ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบไปด้วย
    (1) นโยบายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน
    (2) การจัดการองค์กรด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน
    (3) แผนงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานและการนําไปปฏิบัติ (4) การประเมินผลและทบทวนการจัดการด้านความปลอดภัย
    (5) การปรับปรุงและพัฒนาระบบการจัดการด้านความปลอดภัย
    5.1.3 ให้ผู้รับจ้างดําเนินการให้เป็นไปตามระบบการจัดการด้านความปลอดภัยในการทํางาน ตามข้อ 5.1.2 และให้ผู้รับจ้างมีหน้าที่ดังต่อไปนี้
    (1) ควบคุมดูแลการดําเนินงานตามระบบการจัดการด้านความปลอดภัยในการทํางาน
    (2) ส่งเสริมให้ลูกจ้างทุกคนมีส่วนร่วมในการดําเนินการตามระบบการจัดการด้านความปลอดภัยในการทํางาน (3) ให้ผู้รับจ้างจัดทําเอกสารเกี่ยวกับระบบการจัดการด้านความปลอดภัยในการทํางานตามข้อ 5.1.2 เก็บไว้ในสถานประกอบกิจการเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปีนับจากวันที่จัดทําหรือจนกว่างานจะแล้วเสร็จในโครงการนั้น ๆ และพร้อมที่จะได้รับการตรวจสอบจากพนักงานตรวจแรงงานหรือจาก ทอท. ได้ทุกเมื่อ โดยเอกสารฯ จะจัดทําในรูปแบบ
    ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ด้วยก็ได้
    ในการทํางานได้
    (4) ผู้รับจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างสามารถเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบการจัดการด้านความปลอดภัย
    หมายเหตุ : กรณีที่ผู้รับจ้างได้จัดให้มีระบบการจัดการด้านความปลอดภัยตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) มาตรฐานขององค์การมาตรฐานสากล (International Standardization for Organization : ISO) มาตรฐานของ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization : ILO) มาตรฐานของสถาบันมาตรฐาน สหราชอาณาจักร (British Standards Institution : BSI) มาตรฐานของสํานักงานบริหารความปลอดภัยและ อาชีวอนามัยแห่งชาติ (Occupational Safety and Health Administration : OSHA) มาตรฐานของสถาบัน
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66)
    -5-
    5.1.9 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับต่าง ๆ และผู้เกี่ยวข้องอื่น ๆ ตามที่ กฎหมายด้านความปลอดภัยกําหนด ดังนี้
    ประเภทกิจการ
    ปลอดภัยฯ (คปอ.)
    คณะกรรมการความ
    หน่วยงาน
    ความปลอดภัย
    จป.บริหาร
    จป.เทคนิค
    จป.เทคนิคขั้นสูง
    จป.วิชาชีพ
    จป.หัวหน้างาน
    จํานวนลูกจ้าง
    กิจการตามบัญชี 2 ท้ายกฎกระทรวง การจัดให้
    มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางาน บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคลเพื่อ ดําเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบ กิจการ พ.ศ. 2565 เช่น กิจการลําดับที
  4. การก่อสร้าง ดัดแปลง การซ่อมแซม
    หรือการรื้อถอนอาคารตามกฎหมายว่าด้วย
    การควบคุมอาคาร
  5. อุตสาหกรรมการขนส่ง
  6. การติดตั้ง การซ่อม หรือการซ่อม
    2-19 คน
    20-49 คน ✓
    50-99 คน
    V
    7
    7

    100-199 คน
    V
    V
    V
    บํารุงเครื่องจักร
  7. การขายและการบํารุงรักษายานยนต์
    200 คนขึ้นไป
    V
    หรือการซ่อมยานยนต์
    กิจการตามบัญชี 3 ท้ายกฎกระทรวง การจัดให้ 20 คนขึ้นไป
    มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางาน
    บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคลเพื่อ
    ดําาเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบ
    กิจการ พ.ศ.2565 เช่น กิจการล่าดับที
  8. สํานักงานบริหารของสถานประกอบกิจการ
    ตามบัญชี 1 และบัญชี 2
    หมายเหตุ
    V
    V
  9. V หมายถึง กําหนดให้ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีบุคลากรและทําหน้าที่ตามที่กฎหมายกําหนด
  10. งานอื่น ๆ ซึ่งไม่เข้าข่ายตามประเภทกิจการตามบัญชี 2 และ 3 ท้ายกฎกระทรวง การจัดให้มีเจ้าหน้าที่ ความปลอดภัยในการทํางาน บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคลเพื่อดําเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการ พ.ศ. 2565 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับหัวหน้างานอย่างน้อย 1 คนทําหน้าที่เป็น ผู้ประสานงานด้านความปลอดภัย
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66)
    -7-
    ในสภาพแวดล้อมอื่นที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพลูกจ้าง ซึ่ง ทอท. อาจมีการกําหนดเพิ่มเติมในภายหลัง ผู้รับจ้าง ต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงานซึ่งตรวจโดยแพทย์ที่ได้รับวุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน
    แขนงอาชีวเวชศาสตร์หรือผ่านการอบรมด้านอาชีวเวชศาสตร์ ตามหลักสูตรที่กระทรวงสาธารณสุขรับรอง (ใบรับรองแพทย์เฉพาะทาง/ใบรับรองแพทย์ตามปัจจัยเสี่ยง)
    (3) เฉพาะการทํางานในที่อับอากาศ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงานซึ่งตรวจโดย
    แพทย์ที่ได้รับวุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติสาขาเวชศาสตร์ป้องกันแขนงอาชีวเวชศาสตร์หรือผ่านการอบรมด้านอาชีวเวชศาสตร์
    ตามหลักสูตรที่กระทรวงสาธารณสุขรับรอง (ใบรับรองแพทย์เฉพาะทาง/ใบรับรองแพทย์ตามปัจจัยเสี่ยง) และ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพโดยแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งเพิ่มเติม (ใบรับรองแพทย์ทั่วไป) เพื่อเป็นการ ตรวจเช็คร่างกายก่อนการเข้าไปทํางานในที่อับอากาศทุกครั้ง
    5.1.16 ห้ามผู้รับจ้างสูบบุหรี่ในพื้นที่ซึ่ง ทอท. กําหนดให้เป็นเขตห้ามสูบบุหรี่ เช่น พื้นที่หวงห้าม พื้นที่เขตการบิน พื้นที่ที่กําหนดว่าห้ามทําให้เกิดความร้อนและประกายไฟ สถานที่เก็บเชื้อเพลิง สารเคมี สารไวไฟ ยกเว้นในบริเวณที่ ทอท.
    ได้กําหนดให้เป็นเขตสูบบุหรี่
    5.1.17 การเข้า-ออกพื้นที่ของผู้รับจ้างในเขตพื้นที่ ทอท. (พื้นที่ทั่วไป พื้นที่ควบคุม และพื้นที่เขตก่อสร้าง)
    (1) การเข้า - ออกเพื่อปฏิบัติงานในพื้นที่ของ ทอท. ผู้รับจ้างต้องใช้ประตูและเส้นทางที่ ทอท. กําหนดให้ (2) ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัย
    อย่างเคร่งครัด
    (3) ต้องติดบัตรอนุญาตบุคคลของ ทอท. ไว้ที่เสื้อบริเวณจุดที่มองเห็นได้ง่ายและชัดเจนตลอดเวลา พร้อมให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตรวจสอบได้ตลอดเวลาที่เข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท.
    5.1.18 การแลกบัตร/การจัดทําบัตรอนุญาตบุคคลและการผ่านเข้าออกของยานพาหนะ ให้ผู้รับจ้างร่วมกับ เจ้าหน้าที่ควบคุมงานของ ทอท. ประสานงานกับหน่วยงานด้านการรักษาความปลอดภัยของแต่ละท่าอากาศยาน เพื่อดําเนินการให้เป็นไปตามกฎระเบียบของแต่ละพื้นที่ต่อไป
    5.1.19 หลักปฏิบัติด้านความปลอดภัยสําหรับผู้รับจ้างของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ที่เข้ามาสร้าง ติดตั้ง ต่อเติม รื้อถอนสิ่งต่าง ๆ ภายในพื้นที่ของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ให้ดําเนินการตามที่ผู้เช่าพื้นที่ ทอท. กําหนด ซึ่งข้อกําหนดดังกล่าวต้อง สอดคล้องตามกฎหมายความปลอดภัยฯ ในกรณีผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ยังไม่ได้กําหนดแนวทางการปฏิบัติ ให้ผู้รับจ้างของ ผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ได้ปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัยฯ ที่เกี่ยวข้องควบคู่กับข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ ยกเว้น การปฏิบัติ ดังต่อไปนี้ที่ผู้รับจ้างของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อกําหนดที่ ทอท. ได้กําหนด ประกอบด้วย
    (1) การขออนุญาตก่อนเริ่มงาน (work permit) ให้เป็นไปตามหลักปฏิบัติที่แต่ละพื้นที่ท่าอากาศยานเป็นผู้กําหนด (2) การเข้า-ออกพื้นที่ในเขตพื้นที่ ทอท. (พื้นที่ทั่วไป พื้นที่ควบคุม และพื้นที่เขตก่อสร้าง) ให้เป็นไปตาม หลักปฏิบัติที่แต่ละพื้นที่/ท่าอากาศยานเป็นผู้กําหนด
    (3) การผ่านเข้า-ออกของยานพาหนะ ให้เป็นไปตามหลักปฏิบัติที่แต่ละพื้นที่/ท่าอากาศยานเป็นผู้กําหนด
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -9- เอกสารแนบ 1
    5.2.1 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับความร้อนและประกายไฟ
    เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหารจัดการและ
    นําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ.2555 กฎหมายอื่น ๆ และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการ อาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดําเนินการดังนี้
  11. ดําเนินการขอ “ใบอนุญาตการทํางานที่มีความร้อนและประกายไฟ (Hot work)” ก่อนเริ่มปฏิบัติงาน
    ซึ่งรายละเอียดการขอใบอนุญาตให้เป็นไปตามที่กําหนดในข้อ 5.1.7
  12. พื้นที่ที่มีก๊าซ ไอ หรือฝุ่นละอองที่ติดไฟหรือระเบิดได้ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจวัด % LEL (ปริมาณ เปอร์เซ็นต์ของสารไวไฟ) และผลการตรวจวัดต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของค่าความเข้มข้นขั้นต่ําของสารเคมีแต่ละชนิด ในอากาศที่อาจติดไฟหรือระเบิดได้ (LFL : lower flammable limit และ LEL : lower explosive limit) กรณีพื้นที่ใด มีการกําหนดมาตรฐานไว้ดีกว่าข้อกําหนดในฉบับนี้ ให้ถือปฏิบัติตามข้อกําหนดที่ดีกว่า
  13. ก่อนใช้เครื่องเชื่อมไฟฟ้าและเครื่องเชื่อมก๊าซ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้
    3.1 ต้องจัดเตรียมถังดับเพลิงที่เหมาะสมกับประเภทของไฟ และมี Fire Rating ไม่น้อยกว่า 6A-20B ในจํานวนที่เพียงพอกับความเสี่ยงที่ทําการประเมิน แต่ต้องจัดให้มีอย่างน้อย 2 ถังต่อจุดปฏิบัติงานหนึ่งจุด
    3.2 จัดให้มีอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลให้ลูกจางสวมใส่อย่างเพียงพอและเหมาะสมตามที่ กฎหมายและการประเมินความเสี่ยงได้กําหนด
    และแสงจา
    3.3 จัดพื้นที่ปฏิบัติงานไม่ให้มีวัสดุที่ติดไฟงายวางอยู่ใกล้บริเวณที่มีการทํางานความร้อนและประกายไฟ 3.4 จัดให้มีฉากกั้นหรืออุปกรณ์ป้องกันอันตรายอื่น ๆ ที่เหมาะสม เพื่อป้องกันอันตรายจากประกายไฟ
  14. ผู้รับจ้างต้องบํารุงรักษา PPE ให้มีสภาพพร้อมใช้งานได้อย่างปลอดภัย และจัดให้ผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง ได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับวิธีการใช้และบํารุงรักษา PPE
  15. ต้องจัดให้มีแสงส่องสว่างที่เพียงพอในพื้นที่ปฏิบัติงาน
  16. ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลไม่ให้ลูกจ้างหรือผู้ซึ่งไม่เกี่ยวของเขาไปในบริเวณที่มีการทํางานด้วยเครื่องเชื่อมไฟฟ้า หรือเครื่องเชื่อมก๊าซ
  17. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีมาตรการด้านความปลอดภัยและควบคุมดูแลผู้ปฏิบัติงานให้ปฏิบัติงานอย่างเคร่งครัด
    เมื่อใช้เครื่องเชื่อมไฟฟ้าหรือเครื่องเชื่อมการในบริเวณที่อาจจะก่อให้เกิดอันตรายจากการระเบิด เพลิงไหม หรือ ไฟลุกลามจากก๊าซ น้ํามัน หรือวัตถุไวไฟอื่น ๆ
  18. ในกรณีที่ผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานทํางานเกี่ยวกับเครื่องเชื่อมไฟฟา ผู้รับจ้างตองปฏิบัติดังต่อไปนี้
    8.1 จัดให้มีการต่อสายดินกับโครงโลหะของเครื่องเชื่อมไฟฟ้าที่ต่อจากอุปกรณ์การเชื่อม ทั้งนี้ ขนาดของ สายดิน ต้องไม่ต่ํากว่ามาตรฐานของการไฟฟ้าในท้องถิ่นนั้น กรณีที่ไม่มีมาตรฐานดังกล่าว ให้ปฏิบัติตามมาตรฐานของ
    สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
    8.2 จัดสถานที่ปฏิบัติงานให้มีแสงสว่างและมีการระบายอากาศอย่างเหมาะสม
    8.3 จัดให้มีการใช้สายดิน สายเชื่อม หัวจับสายดิน และหัวจับลวดเชื่อม ตามขนาดและมาตรฐานที่ผู้ผลิตกําหนด
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56)
    5.2.2 กรณีปฏิบัติงานในที่อับอากาศ
    เอกสารแนบ 2
    เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหารจัดการ และ ดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับที่อับอากาศ พ.ศ. 2562 กฎหมายอื่น ๆ และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดําเนินการดังนี้
  19. ผู้รับจ้างหรือผู้ใดจะเข้าปฏิบัติงานในพื้นที่อับอากาศ จะต้องผ่านการอบรมหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย ในการทํางานในที่อับอากาศ เช่น หลักสูตรผู้ปฏิบัติงานในที่อับอากาศ, หลักสูตรผู้ช่วยเหลือในการทํางานในที่อับอากาศ จากสถาบันที่ได้รับการรับรองจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ซึ่งพื้นที่อับอากาศ มีความหมายดังนี้
    พื้นที่อับอากาศของ ทอท. หมายถึง ที่ซึ่งมีทางเข้าออกจํากัดและไม่ได้ออกแบบไว้สําหรับเป็นสถานที่ทํางาน อย่างต่อเนื่องเป็นประจํา และมีสภาพอันตรายหรือมีบรรยากาศอันตราย เช่น อุโมงค์ ถ้ํา บ่อ หลุม ห้องใต้ดิน ห้องนิรภัย ถังน้ํามัน ถังหมัก ถัง ไซโล ท่อ เตา ภาชนะ หรือสิ่งอื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน
    ดังต่อไปนี้
    สภาพอันตราย หมายถึง สภาพหรือสภาวะที่อาจทําให้ลูกจ้างได้รับอันตรายจากการทํางานอย่างใดอย่างหนึ่ง
    (1) มีวัตถุหรือวัสดุที่อาจก่อให้เกิดการจมลงของลูกจ้างหรือถมทับลูกจ้างที่เข้าไปทํางาน (2) สภาพที่อาจทําให้ลูกจ้างตก ถูกกัก หรือติดอยู่ภายใน
    (3) มีสภาวะที่ลูกจ้างมีความเสี่ยงที่จะได้รับอันตรายจากบรรยากาศอันตราย
    (4) สภาพอื่นใดที่อาจเป็นอันตรายต่อร่างกายหรือชีวิตตามที่อธิบดีประกาศกําหนด บรรยากาศอันตราย หมายถึง สภาพอากาศที่อาจทําให้ลูกจ้างได้รับอันตรายจากสภาวะอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้
    (1) มีออกซิเจนต่ํากว่าร้อยละ 19.5 หรือมากกว่าร้อยละ 23.5 โดยปริมาตร
    (2) มีก๊าซ ไอ หรือละอองที่ติดไฟหรือระเบิดได้ เกินร้อยละ 10 ของค่าความเข้มข้นขั้นต่ําของสารเคมี แต่ละชนิดในอากาศที่อาจติดไฟหรือระเบิดได้ (lower flammable limit หรือ lower explosive limit) กรณีพื้นที่ใดมี การกําหนดมาตรฐานไว้ดีกว่าข้อกําหนดในฉบับนี้ ให้ถือปฏิบัติตามข้อกําหนดที่ดีกว่า
    (3) มีฝุ่นที่ติดไฟหรือระเบิดได้ ซึ่งมีค่าความเข้มข้นเท่ากับหรือมากกว่าค่าความเข้มข้นขั้นต่ําสุดของฝุ่น ที่ติดไฟหรือระเบิดได้แต่ละชนิด (minimum explosible concentration)
    (4) มีค่าความเข้มข้นของสารเคมีแต่ละชนิดเกินมาตรฐานที่กําหนดตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐาน ในการบริหารจัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับสารเคมี
    พ.ศ.2556
    (5) สภาวะอื่นใดที่อาจเป็นอันตรายต่อร่างกายหรือชีวิตตามที่อธิบดีประกาศกําหนด
  20. ผู้ใดจะเข้าปฏิบัติงานในที่อับอากาศ ต้องจัดให้มีใบรับรองแพทย์จํานวน 2 ใบ ดังนี้
    2.1 ใบรับรองแพทย์ทั่วไป ตรวจโดยแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง ซึ่งมีอายุใบรับรองต้องไม่เกิน 1 เดือนนับ จากวันที่ระบุในใบรับรองแพทย์ และ
    2.2 ใบรับรองแพทย์เฉพาะทาง/ใบรับรองแพทย์ตามปัจจัยเสี่ยง ตรวจโดยแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ ซึ่งอายุ การรับรองของใบรับรองแพทย์ต้องไม่เกิน 1 ปี นับจากวันที่ระบุในใบรับรองแพทย์
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -13- เอกสารแนบ 3
    5.2.3 กรณีปฏิบัติงานบนที่สูงตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป
    เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และ ดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน ในสถานที่ที่มีอันตรายจากการตกจากที่สูงและ ที่ลาดชัน จากวัสดุกระเด็น ตกหล่น และพังทลาย และจากการตกลงไปในภาชนะเก็บหรือรองรับวัสดุ พ.ศ. 2564 ประกอบกับกฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับนั่งร้านและค้ํายัน พ.ศ. 2564 และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้าง ที่ปฏิบัติงานให้กับ ทอท. ดําเนินการดังนี้
  21. การทํางานบนที่สูง ต้องจัดให้มีการขอใบอนุญาตการทํางานบนที่สูงก่อนเริ่มปฏิบัติงาน ซึ่งรายละเอียด การขอใบอนุญาตให้เป็นไปตามที่กําหนดในข้อ 5.1.7
  22. การตรวจสุขภาพของการปฏิบัติงานบนที่สูง กรณีเป็นการปฏิบัติงานบนที่สูงที่ความสูงน้อยกว่า 4 เมตร ทอท. ไม่ได้กําหนดให้มีการตรวจสุขภาพ เว้นแต่สัญญาจ้างใดจะกําหนดเพิ่มเติมว่าต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพในงานนั้น ๆ ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติเพิ่มเติมเป็นกรณีไป กรณีที่ผู้รับจ้างจะปฏิบัติงานบนที่สูงตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป ได้แก่ งานเช็ด กระจกอาคาร, งานทาสี, งานตัดแต่งกิ่งไม้, งานซ่อมบํารุงสะพานเทียบ, งานเปลี่ยนหลอดไฟหรือโคมฉาย, การปฏิบัติงาน บนนั่งร้าน, การปฏิบัติงานบนรถกระเช้า, การปฏิบัติงานบนรถกระเช้าขากรรไกร (Scissors lift) และการปฏิบัติงานบนที่สูงอื่น ๆ ซึ่ง ทอท. อาจมีการกําหนดเพิ่มเติมในภายหลัง ต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพของผู้ปฏิบัติงานและมีใบรับรองการตรวจสุขภาพ (ใบรับรองแพทย์) อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
    2.1 มีใบรับรองแพทย์ทั่วไปโดยแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง ซึ่งอายุการรับรองของใบรับรองแพทย์ประเภทนี้ มีอายุไม่เกิน 1 เดือน นับจากวันที่ระบุในใบรับรองแพทย์ หรือ
    2.2 มีใบรับรองแพทย์เฉพาะทาง/ใบรับรองแพทย์ตามปัจจัยเสี่ยง ที่เกี่ยวข้องกับการทํางานบนที่สูง ตรวจ โดยแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ ซึ่งอายุการรับรองของใบรับรองแพทย์ประเภทนี้มีอายุไม่เกิน 1 ปี นับจากวันที่ระบุในใบรับรองแพทย์ คําอธิบายเพิ่มเติม : ใบรับรองแพทย์สําหรับการทํางานบนที่สูงใช้เฉพาะครั้งแรกของการเริ่มงานหรือเริ่มโครงการเท่านั้น ในรอบ 1 ปี เช่น บริษัท A เป็นผู้รับจ้างงานเช็ดกระจกของสํานักงานใหญ่ ทอท. มีสัญญาจ้าง 1 ปี เริ่มปฏิบัติงานครั้งแรก วันที่ 1 มกราคม และจะสิ้นสุดเดือนธันวาคม โดยการทํางานจะเข้ามาทํางานทุก ๆ 3 เดือนต่อครั้ง หรือ 1 ปีจะเข้ามา ทํางานเช็ดกระจกเพียง 4 ครั้ง ซึ่งก่อนเริ่มงานครั้งแรกในเดือนมกราคมตามสัญญาจ้าง ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจ สุขภาพเพื่อการทํางานบนที่สูงหรือหากมีใบรับรองแพทย์อยู่แล้วและเป็นใบรับรองแพทย์ตามข้อ 2.1 หรือ 2.2 อย่างใด อย่างหนึ่ง ก็สามารถนํามาแนบกับใบอนุญาตก่อนเริ่มปฏิบัติงานได้ แต่ใบรับรองแพทย์นั้นต้องไม่หมดอายุตามที่ได้กําหนดไว้ ในข้อ 2.1 และ 2.2 กรณีผู้รับจ้างจะเข้ามาปฏิบัติงานในครั้งถัดไป คือครั้งที่ 2, 3 และ 4 ผู้รับจ้างไม่ต้องแนบใบรับรองแพทย์มาก ได้ ยกเว้นทางแต่ละพื้นที่หรือแต่ละท่าอากาศยานจะกําหนดให้มีการตรวจสุขภาพเพิ่มเติมหรือให้แนบใบรับรองแพทย์ เพิ่มเติมนอกเหนือจากที่ได้กําหนดไว้ในข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ (ที่มาของคําอธิบายเพิ่มเติมโดยส่วนบริการทางการแพทย์
    ฝ่ายการแพทย์ ทอท.)
  23. การทํางานบนที่สูงจากพื้นดินหรือพื้นอาคารตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีนั่งร้าน บันได ขาหยั่ง ม้ายืนหรืออุปกรณ์ความปลอดภัยอื่น ๆ ตามความเหมาะสม เช่น กระเช้า รถกระเช้า ที่มีความปลอดภัยตามสภาพของงาน
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -15 เอกสารแนบ 4
    5.2.4 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า
    เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และ ดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับไฟฟ้า พ.ศ. 2558 กฎหมายอื่น ๆ และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดําเนินการดังนี้
  24. ก่อนการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการติดตั้ง ตรวจสอบ ทดสอบ หรือซ่อมบํารุงระบบไฟฟ้า ต้องจัดให้มีการขอใบอนุญาต การทํางานที่เกี่ยวข้องกับงานไฟฟ้าหรือขออนุญาตเกี่ยวกับงานที่ต้องมีการตัดแยกแหล่งพลังงาน (Lock Out - Tag Out)
    ซึ่งรายละเอียดการขอใบอนุญาตให้เป็นไปตามที่กําหนดในข้อ 5.1.7
  25. ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าต้องสําเร็จการศึกษาทางด้านไฟฟ้าโดยตรงหรือผ่านการฝึกอบรมในหลักสูตร การทํางานเกี่ยวกับไฟฟ้าจนมีความรู้ ความเข้าใจ และมีทักษะที่จําเป็นในการทํางานอย่างปลอดภัยเกี่ยวกับไฟฟ้า ตามที่กฎหมายกําหนด
  26. ห้ามผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าเข้าใกล้หรือนําสิ่งที่เป็นตัวนําไฟฟ้าที่ไม่มีที่หุ้มด้วยฉนวนไฟฟ้าที่เหมาะสมกับ
    แรงดันไฟฟ้าเข้าใกล้สิ่งที่มีกระแสไฟฟ้าในระยะที่น้อยกว่าระยะห่างตามมาตรฐานของ วสท. กําหนด หากยังไม่มี มาตรฐานดังกล่าว ให้ใช้มาตรฐานตามที่การไฟฟ้าประจําท้องถิ่นกําหนด เว้นแต่ผู้ปฏิบัติงานได้ดําเนินการสวมใส่อุปกรณ์ คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่เป็นฉนวนที่เหมาะสมกับแรงดันไฟฟ้า หรือนําฉนวนไฟฟ้าที่สามารถป้องกัน
    แรงดันไฟฟ้านั้นมาหุ้มสิ่งที่มีกระแสไฟฟ้า
  27. ห้ามผู้รับจ้างหรือบุคคลใดที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานไฟฟ้าเข้าใกล้สิ่งที่มีกระแสไฟฟ้าในระยะที่น้อยกว่าระยะห่างตาม มาตรฐานของ วสท. กําหนด หากยังไม่มีมาตรฐานดังกล่าวให้ใช้มาตรฐานตามที่การไฟฟ้าประจําท้องถิ่นกําหนด
  28. ห้ามผู้รับจ้างงานเกี่ยวกับไฟฟ้าสวมใส่เครื่องนุ่งห่มที่เปียกหรือเป็นสื่อไฟฟ้าปฏิบัติงานเกี่ยวกับสิ่งที่มี กระแสไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าเกินกว่า 50 โวลต์โดยไม่มีฉนวนไฟฟ้าปิดกั้น เว้นแต่ผู้ปฏิบัติงานได้สวมใส่อุปกรณ์คุ้มครอง ความปลอดภัยส่วนบุคคลหรือใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายที่เหมาะสมกับแรงดันไฟฟ้าที่กําลังปฏิบัติงานอยู่
  29. ในกรณีผู้รับจ้างทํางานโดยใช้อุปกรณ์ในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าหรืออยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับสิ่งที่มี กระแสไฟฟ้า ผู้ปฏิบัติงานต้องจัดหาอุปกรณ์ที่เป็นฉนวนไฟฟ้าหรือหุ้มด้วยฉนวนไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ป้องกันอันตราย
    ที่เหมาะสมกับแรงดันไฟฟ้าสําหรับปฏิบัติงานในครั้งนั้นด้วย
  30. ผู้รับจ้างต้องดูแลบริภัณฑ์ไฟฟ้าและสายไฟฟ้าในพื้นที่ปฏิบัติงานให้ใช้งานได้โดยปลอดภัย หากมีการชํารุด หรือมีกระแสไฟฟ้ารั่ว หรืออาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้ ผู้รับจ้างต้องแจ้งผู้เกี่ยวข้องกับงานซ่อมไฟฟ้าเพื่อดําเนินการ แก้ไขให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานได้อย่างปลอดภัยทันทีที่พบปัญหานั้น
  31. ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าต้องทราบวิธีการทํางานที่ปลอดภัย, วิธีปฏิบัติตัวเมื่อได้รับอันตราย จากไฟฟ้า, การปฐมพยาบาลและการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานโดยการผายปอดด้วยวิธีเป่าอากาศเข้าทางปากหรือจมูกของ ผู้ประสบอันตรายจากไฟฟ้า และวิธีการนวดหัวใจจากภายนอก
  32. กรณีผู้ปฏิบัติงานจะต่อพ่วงหรือติดตั้งบริภัณฑ์ไฟฟ้าใหม่หรือติดตั้งเพิ่มเติม ผู้ปฏิบัติงานต้องปฏิบัติตาม
    มาตรฐานของ วสท.
  33. ผู้รับจ้างต้องดําเนินการตรวจสอบความปลอดภัยเป็นประจําเมื่อมีการปฏิบัติงาน
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56)
    เอกสารแนบ 5
    5.2.5 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องจักร รถยก ลิฟต์ เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูง และเครื่องช่วยยกต่าง ๆ รวมทั้งงานซ่อมบํารุง
    ดําเนินการด้านความปลอดภัย
    เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และ
    อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั่นจั่น หม้อน้ํา พ.ศ. 2564 กฎหมายอื่น ๆ และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและ ความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดําเนินการดังนี้
    ส่วนที่ 1 เครื่องจักร
  34. ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ต้องสวมใส่เครื่องนุ่งห่มให้เรียบร้อย รัดกุม ไม่สวมเครื่องประดับที่ อาจเกี่ยวโยงกับสิ่งหนึ่งสิ่งใดได้ กรณีที่ผู้ปฏิบัติงานมีผมยาว ให้รวบผมที่ปล่อยยาวเกินสมควรหรือทําสิ่งหนึ่งสิ่งใดให้อยู่ ในลักษณะทีปลอดภัย
  35. ในบริเวณที่มีการติดตั้ง การซ่อมแซม หรือการตรวจสอบเครื่องจักรหรือเครื่องป้องกันอันตรายของเครื่องจักร ต้องมีการติดป้ายแสดงการดําเนินงานดังกล่าวโดยใช้เครื่องหมายหรือข้อความที่เข้าใจง่าย ชัดเจน รวมทั้งจัดให้มีระบบ วิธีการ หรืออุปกรณ์ป้องกันไม่ให้เครื่องจักรนั้นทํางาน (Lock Out - Tag Out) และให้แขวนป้าย หรือแสดงเครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ห้ามเปิดสวิตซ์ของเครื่องจักรด้วย
  36. ในการประกอบ ติดตั้ง ทดสอบ ใช้ ซ่อมแซม บํารุงรักษา ตรวจสอบ รื้อถอน หรือการเคลื่อนย้ายเครื่องจักร รถยก ลิฟต์ เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูง ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามรายละเอียดและคู่มือการใช้งาน ที่ผู้ผลิตกําหนด หากไม่มีรายละเอียดหรือคู่มือดังกล่าว ผู้รับจ้างต้องให้วิศวกรเป็นผู้จัดทํารายละเอียดหรือคู่มือเป็นหนังสือ และให้มีสําเนาไว้ ณ พื้นที่ปฏิบัติงานเพื่อให้ ทอท. สามารถดําเนินการตรวจสอบได้
    รายละเอียดหรือคู่มือดังกล่าวต้องจัดทําเป็นภาษาไทยหรือภาษาอื่น ๆ ที่ลูกจ้างสามารถศึกษาและปฏิบัติ
    เพื่อความปลอดภัยในการทํางานได้
  37. การเคลื่อนย้ายเครื่องจักรที่มีน้ําหนักตั้งแต่ 1 ตันขึ้นไปที่อาจก่อให้เกิดอันตราย ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีแผนป้องกัน อันตรายจากการเคลื่อนย้ายดังกล่าวและให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
  38. ผู้รับจ้างต้องดูแลเครื่องจักรให้พร้อมใช้งานได้อย่างปลอดภัย และต้องจัดให้มีการตรวจสอบเครื่องจักรประจําปี ตามประเภทและชนิดเครื่องจักรที่กําหนดไว้ในกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้าน ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั่นจั่น หม้อน้ํา พ.ศ.2564 หมวดที่ 1 เครื่องจักร ส่วนที่ 1 บททั่วไป ข้อ 9
  39. ผู้รับจ้างต้องไม่ใช้หรือยอมให้ลูกจ้างใช้เครื่องจักรทํางานเกินพิกัด หรือขีดความสามารถที่กําหนดไว้ใน
    รายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือการใช้งานที่ผู้ผลิตกําหนด
  40. เครื่องมือเครื่องจักรขนาดเล็กที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีข้อความเกี่ยวกับวิธีการทํางานกับ
    เครื่องมือเครื่องจักรนั้นติดไว้ในบริเวณที่ลูกจ้างทํางาน
  41. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการประเมินอันตรายของเครื่องจักรที่อาจก่อให้เกิดอันตรายจากการใช้งานถึงขั้นสูญเสียอวัยวะ โดยอย่างน้อยต้องประกอบไปด้วย การชี้บ่งอันตราย การประเมินความเสี่ยง และแผนบริหารจัดการความเสี่ยง
  42. การทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ผู้รับจ้างต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับขั้นตอนและวิธีการทํางาน ที่ปลอดภัย จนมีความรู้ความชํานาญ และประสบการณ์ ตลอดจนสามารถปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัย
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66)
    ส่วนที่ 3 ลิฟต์
  43. กรณีงานของผู้รับจ้างมีการนําลิฟต์มาใช้เพื่อโดยสารในพื้นที่ปฏิบัติงาน (งานก่อสร้าง) ให้ปฏิบัติดังนี้
    1.1 ติดตั้งลิฟต์ไว้ในที่มั่นคงแข็งแรงและปลอดภัย
    1.2 จัดให้มีการตรวจสอบความพร้อมของลิฟต์ทุกวัน หากส่วนใดชํารุดเสียหายต้องซ่อมแซมให้เรียบร้อย ก่อนใช้งาน และต้องมีสําเนาเอกสารการตรวจสอบไว้ให้ ทอท. สามารถตรวจสอบได้
    1.3 จัดให้มีมาตรการป้องกันอันตราย และติดป้ายห้ามใช้ลิฟต์ให้ผู้เกี่ยวข้องเห็นได้ชัดเจนในระหว่างที่ทดสอบ ตรวจสอบ ซ่อมแซม หรือบํารุงรักษาลิฟต์
    1.4 จัดให้มีระบบสัญญาณเตือน และมีอุปกรณ์ตัดระบบการทํางานของลิฟต์ เมื่อมีการใช้ลิฟต์บรรทุก น้ําหนักเกินพิกัดที่ผู้ผลิตกําหนด
    1.5 จัดให้มีมาตรการป้องกันไม่ให้ลิฟต์เคลื่อนที่ ในกรณีที่ประตูลิฟต์ยังไม่ปิด
    1.6 จัดทําคําแนะนําและวิธีการใช้ลิฟต์ และการขอความช่วยเหลือติดไว้ในห้องลิฟต์
    1.7 จัดให้มีระบบติดต่อกับภายนอกห้องลิฟต์และสัญญาณแจ้งเหตุขัดข้อง
    1.8 จัดทําคําแนะนําและวิธีการให้ความช่วยเหลือติดไว้ในห้องเครื่องต้นกําลัง และห้องผู้ดูแลลิฟต์ 1.9 จัดทําข้อห้ามการใช้ลิฟต์ ติดไว้ที่ข้างประตูลิฟต์ด้านนอกทุกชั้น
    1.10 จัดทําป้ายบอกพิกัดน้ําหนักและจํานวนคนโดยสารได้อย่างปลอดภัยติดตั้งไว้ในห้องลิฟต์
    1.11 จัดให้มีระบบไฟส่องสว่างและระบบระบายอากาศที่เพียงพอภายในห้องลิฟต์ ทั้งในขณะใช้งานปกติ
    และกรณีฉุกเฉิน
  44. ในกรณีที่มีลิฟต์ขนส่งวัสดุ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามข้อ 1.1, 1.2, 1.3, 1.4, และ 1.5 และจัดทําป้ายบอกพิกัด น้ําหนักวัสดุสิ่งของที่บรรทุกได้อย่างปลอดภัยตามที่ผู้ผลิตกําหนด และติดป้ายห้ามโดยสารไว้ในจุดที่เห็นชัดเจนนอก
    ประตูลิฟต์ทุกชั้น รวมทั้งกําหนดมาตรการเกี่ยวกับการดูแลวัสดุที่ขนส่งเพื่อป้องกันไม่ให้วัสดุเคลื่อนที่และมาตรการ
    ป้องกันการติดขัดของลิฟต์
  45. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการทดสอบชิ้นส่วนและอุปกรณ์ของลิฟต์หลังการติดตั้ง และเมื่อมีการใช้งาน อย่างน้อย ปีละ 1 ครั้ง ทั้งนี้ การทดสอบการรับน้ําหนักของลิฟต์ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 100 ของน้ําหนักการใช้งานสูงสุดที่ผู้ผลิต
    กําหนด และให้ติดประกาศผลการทดสอบที่อย่างน้อยต้องมีรายละเอียดประกอบไปด้วย วัน เดือน ปี ที่มีการทดสอบ วัน เดือน ปี ที่การรับรองหมดอายุ และรายชื่อผู้ทดสอบไว้ในลิฟต์ให้เห็นชัดเจน และมีสําเนาเอกสารการทดสอบให้ ทอท. สามารถตรวจสอบได้
  46. ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบระบบความปลอดภัยและระบบการทํางานของลิฟต์เป็นประจําทุกเดือน และมีสําเนา เอกสารการทดสอบไว้ให้ ทอท. ตรวจสอบได้
  47. ผู้รับจ้างต้องจัดให้ลวดสลิงที่ใช้สําหรับลิฟต์ขนส่งวัสดุมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 5 ในกรณีใช้โซ่ต้องมีค่า ความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 4 และลวดสลิงที่ใช้สําหรับลิฟต์โดยสารต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 10
  48. ผู้รับจ้างต้องไม่ใช้ลวดสลิงที่มีลักษณะตามข้อ 86 ของกฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และการดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ํา พ.ศ.2564 กับลิฟต์ทุกชนิด
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) 21-
    1.5 ต้องไม่ใช้ลวดสลิงที่มีลักษณะตามข้อ 86 ของกฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการและ การดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ํา
    พ.ศ.2564 กับรอก
    1.6 อุปกรณ์สําหรับการผูกมัดหรือยึดโยงวัสดุสิ่งของต้องมีค่าความปลอดภัยที่กฎหมายกําหนด
    1.7 ควบคุมดูแลไม่ให้บุคคลใดเกาะเกี่ยวไปกับส่วนหนึ่งส่วนใดของรอกหรือไปกับวัสดุสิ่งของที่ทําการยก
    หรืออยู่ภายใต้วัสดุสิ่งของที่ทําการยกหรือบริเวณที่ใช้รอกที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้
    1.8 รอกที่มีขนาดพิกัดน้ําหนักยกตั้งแต่ 1 ต้นขึ้นไป
    นายจ้างต้องจัดให้มีการทดสอบส่วนประกอบและอุปกรณ์
    ของรอกเพื่อให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัยอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และต้องมีสําเนาเอกสารการทดสอบไว้ให้ ทอท. ตรวจสอบได้
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -23-
  49. ผู้รับจ้างต้องเคลื่อนยายวัตถุไวไฟออกจากบริเวณที่ใช้ปูนจั่น กรณีไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ ผู้รับจ้างตอง จัดให้มีมาตรการป้องกันอันตรายที่เหมาะสมก่อนให้ผู้ปฏิบัติงานได้ปฏิบัติงาน
  50. หามผู้รับจ้างให้ลูกจางโซปนจั่นที่ชํารุดเสียหายหรืออยู่ในสภาพที่ไม่ปลอดภัย
  51. หามผู้รับจ้างดัดแปลงหรือแก้ไขส่วนหนึ่งส่วนใดของปนจั่นหรือยินยอมให้ผู้ปฏิบัติงานหรือผู้อื่นกระทําการ เชนวานั้น อันอาจกอให้เกิดอันตรายได ถ้าจําเป็นต้องดัดแปลงสวนที่เกี่ยวของกับโครงสรางที่มีผลต่อการรับน้ําหนัก
    ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการคํานวณทางวิศวกรรมพร้อมกับการทดสอบ
  52. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีสัญญาณเสียงและแสงไฟเตือนภัยตลอดเวลาที่ปนจั่นทํางานโดยติดตั้งไว้ให้เห็นได้ชัดเจน 10. ในกรณีที่มีการซ่อมบํารุงปนจั่น ผู้รับจ้างต้องติดปายแสดงการซ่อมบํารุงปนจั่น โดยใช้เครื่องหมายหรือ ขอความที่เขาใจง่ายและเห็นได้ชัดเจน รวมทั้งจัดให้มีระบบ วิธีการหรืออุปกรณ์ป้องกัน (Lock out) ไม่ใหปนจั่นนั้นทํางาน และให้แขวนปาย (Tag out) แสดงเครื่องหมายหรือสัญลักษณหามเปิดสวิตช์ไวที่สวิตซ์ของปูนจั่นด้วย
  53. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีปายบอกพิกัดน้ําหนักยกไว้ที่ปนจั่นเพื่อเตือนให้ระวังอันตราย และติดตั้งสัญญาณเตือน อันตรายให้ผู้บังคับปนจันทราบ
  54. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีคู่มือการใช้สัญญาณสื่อสารระหว่างผู้ปฏิบัติงาน ในกรณีที่การใช้สัญญาณเป็นการใช้ สัญญาณมือ ต้องจัดให้มีรูปภาพหรือคู่มือการใช้สัญญาณมือตามที่กฎหมายประกาศกําหนด ติดไว้ที่จุดหรือตําแหน่งที่ ผู้ปฏิบัติงานเห็นได้ชัดเจน กรณีที่มีการใช้วิธีการสื่อสารแบบอื่นที่มีประสิทธิภาพกว่าการใช้สัญญาณมือ เช่น การใช้วิทยุ สื่อสาร เป็นต้น ผู้รับจ้างไม่ต้องปฏิบัติตามข้อนี้
    ดังตอไปนี้
  55. ในกรณีที่ผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานใชปนจั่นไกลสายไฟฟา ผู้รับจ้างตองควบคุมดูแลให้ผู้ปฏิบัติงานได้ปฏิบัติ
    13.1 ในกรณีที่ใช้ปูนจั่นยกวัสดุ ให้ระยะห่างระหว่างสายไฟฟากับสวนหนึ่งสวนใดของปูนจั่นหรือสวนหนึ่ง สวนใดของวัสดุที่ปนจั่นกําลังยก เป็นดังต่อไปนี้
    (ก) สายไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าไม่เกิน 69 กิโลโวลต ตองหางไม่น้อยกว่า 3.1 เมตร
    (ข) สายไฟฟาที่มีแรงดันไฟฟาเกิน 69 กิโลโวลตแต่ไม่เกิน 115 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 3.3 เมตร
    (ค) สายไฟฟาที่มีแรงดันไฟฟาเกิน 115 กิโลโวลตแต่ไม่เกิน 230 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 4 เมตร (ง) สายไฟฟาที่มีแรงดันไฟฟาเกิน 230 กิโลโวลตแต่ไม่เกิน 500 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 6 เมตร 13.2 ในกรณีที่เคลื่อนยายปนจั่นชนิดเคลื่อนที่ โดยไม่ยกวัสดุและไม่ลดแขนปูนจั่นลง ให้ระยะห่างระหว่าง สวนหนึ่งส่วนใดของปูนจั่นกับสายไฟฟา เป็นดังต่อไปนี้
    (ก) สายไฟฟาที่มีแรงดันไฟฟาไมเกิน 69 กิโลโวลต ตองหางไมนอยกว่า 1.3 เมตร
    (ข) สายไฟฟาที่มีแรงดันไฟฟ้าเกิน 69 กิโลโวลตแต่ไม่เกิน 230 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 3 เมตร
    (ค) สายไฟฟาที่มีแรงดันไฟฟาเกิน 230 กิโลโวลตแต่ไม่เกิน 500 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 5 เมตร กรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามข้อ 13.1 – 13.2 ได้ ผู้รับจ้างต้องมีมาตรการที่ปลอดภัยเพียงพอ และได้รับการ อนุญาตจากการไฟฟ้าประจําท้องถิ่นที่รับผิดชอบสายไฟฟ้านั้น ก่อนดําเนินการ
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -25-
    19.5 ในการประกอบ การติดตั้ง การเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง การเพิ่มความสูง หรือการรื้อถอนปั้นจั่นหอสูง ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีวิศวกรควบคุมตลอดระยะเวลาดําเนินการ จนกว่าจะแล้วเสร็จ
    19.6 ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลไม่ให้ผู้ปฏิบัติงานหรือบุคคลใดเกาะเกี่ยวไปกับส่วนหนึ่งส่วนใดของปั้นจั่น หรือไปกับวัสดุที่ทําการยก หรืออยู่ภายใต้วัสดุที่ทําการยกหรือบริเวณที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้
    ส่วนที่ 4 อุปกรณ์ที่ใช้เกี่ยวกับปั้นจั่น
  56. ผู้รับจ้างต้องไม่ใช้ลวดสลิงที่มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ต่อไปนี้
    20.1 ลวดสลิงที่ลวดเส้นนอกสีกไปตั้งแต่หนึ่งในสามของเส้นผ่านศูนย์กลางเส้นลวด
    20.2 ลวดสลิงที่ขมวด ถูกบดกระแทก แตกเกลียว หรือชํารุดที่ทําให้ประสิทธิภาพในการใช้งานของลวดสลิงลดลง 20.3 ลวดสลิงมีเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กลงเกินร้อยละ 5 ของเส้นผ่านศูนย์กลางที่ระบุ
    20.4 ลวดสลิงถูกความร้อนทําลายหรือเป็นสนิมมากจนเห็นได้ชัดเจน
    20.5 ลวดสลิงถูกกัดกร่อนชํารุดมากจนเห็นได้ชัดเจน
    20.6 ลวดสลิงเคลื่อนที่ที่มีเส้นลวดในหนึ่งช่วงเกลียวขาดตั้งแต่สามเส้นขึ้นไปในเส้นเกลียวเดียวกัน
    หรือขาดรวมกันตั้งแต่หกเส้นขึ้นไปในหลายเส้นเกลียว
  57. ผู้รับจ้างต้องใช้ลวดสลิงที่มีค่าความปลอดภัยตามที่กําหนดไว้ ดังต่อไปนี้
    21.1 ลวดสลิงเคลื่อนที่ ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 5
    21.2 ลวดสลิงยึดโยง ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 3.5
  58. ผู้รับจ้างต้องใช้อุปกรณ์สําหรับการผูก มัด หรือยึดโยงวัสดุที่มีค่าความปลอดภัยตามที่กําหนดไว้ ดังต่อไปนี้
    22.1 ลวดสลิง ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 5
    22.2 โซ่ ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 4
    22.3 เชือก ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 5
    22.4 ห่วงหรือตะขอ ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 3.5
    22.5 อุปกรณ์สําหรับผูก มัด หรือยึดโยงอื่น ๆ ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 3.5
  59. ผู้รับจ้างต้องจัดหาวัสดุที่มีความทนทานและอ่อนตัวมารองรับบริเวณจุดที่มีการสัมผัสระหว่างอุปกรณ์ที่ใช้ ในการผูก มัด หรือยึดโยงกับวัสดุที่ทําการยกเคลื่อนย้าย
  60. ผู้รับจ้างต้องไม่ใช้ตะขอที่มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
    24.1 มีการบิดตัวของตะขอ
    24.2 มีการถ่างออกของปากตะขอเกินร้อยละ 5 24.3 มีการสีกหรอที่ท้องตะขอเกินร้อยละ 10 24.4 มีการแตกหรือร้าวส่วนหนึ่งส่วนใดของตะขอ 24.5 มีการเสียรูปทรงหรือสึกหรอของห่วงตะขอ
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) 27-
    5.2.8 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานประดาน้ํา (ปฏิบัติงานที่ความลึกตั้งแต่ 3 เมตร - 90 เมตร)
    เอกสารแนบ 8
    เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และ ดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับงานประดาน้ํา พ.ศ. 2563 กฎหมายอื่น ๆ และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดําเนินการดังนี้
  61. ผู้รับจ้างต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติงานประดาน้ําได้รับการตรวจสุขภาพตามกําหนดระยะเวลาและจัดทําบัตรตรวจ
    สุขภาพผู้ปฏิบัติงานไว้ตามที่กฎหมายกําหนด
  62. ผู้ปฏิบัติงานซึ่งผู้รับจ้างทํางานประดาน้ําต้องดําเนินการดังนี้
    2.1 มีอายุไม่ต่ํากว่า 18 ปีบริบูรณ์
    2.2 สุขภาพร่างกายแข็งแรง สมบูรณ์ ไม่เป็นโรคตามที่กฎหมายกําหนด
    2.3 มีความรู้และมีประสบการณ์ในงานประดาน้ําและต้องผ่านการอบรมตามมาตรฐานสากลหรือหน่วยงาน
    รัฐรับรอง หรือหลักสูตรตามที่กฎหมายกําหนด
  63. ผู้รับจ้างต้องควบคุมให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งทํางานประดาน้ําปฏิบัติตามตารางมาตรฐานของการดําน้ําและการลด ความกดดัน ตลอดจนการพักเพื่อปรับสภาพร่างกายก่อนลงในทํางานใต้น้ําในครั้งถัดไป ทั้งที่ให้เป็นไปตามที่กฎหมายกําหนด
  64. ผู้รับจ้างและหัวหน้านักประดาน้ําต้องสั่งให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งทํางานประดาน้ําหยุดหรือเลิกการดําน้ําในกรณี
    ต่อไปนี้
    4.1 เมื่อพี่เลี้ยงนักประดาน้ําและนักประดาน้ําไม่สามารถติดต่อสื่อสารกันได้
    4.2 เมื่อนักประดาน้ําต้องใช้อากาศสํารองจากขวดอากาศหรือขวดอากาศสํารอง 4.3 เมื่อมีการดําน้ําในพื้นที่ที่ไม่ปลอดภัย
  65. สําหรับการทํางานในน้ํา (การปฏิบัติงานที่มีความลึกไม่ถึง 3 เมตร) และการทํางานบนผิวน้ํา (ปฏิบัติงานบน เรือหรือแพ) ขอให้ผู้รับจ้างปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง ส่วนเรื่องการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงานสําหรับการทํางาน ในน้ําและการทํางานบนผิวน้ํา ทอท. ยังไม่ได้กําหนดให้มีการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงาน
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -29
  66. ไม่ให้บุคคลใดเข้าพักอาศัยหรือพักผ่อน หรือนําอาหาร เครื่องดื่ม หรือบุหรี่เข้าไปในพื้นที่ควบคุมทางรังสี 11. ไม่ให้บุคคลใดนําต้นกําเนิดรังสีที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ออกนอกพื้นที่ควบคุม เว้นแต่ได้ดําเนินการตาม
    มาตรการความปลอดภัยตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  67. ไม่ให้บุคคลใดนําภาชนะหรือวัสดุซึ่งปนเปื้อนวัสดุกัมมันตรังสีหรือวัสดุนิวเคลียร์ออกไปนอกพื้นที่ควบคุม
    เว้นแต่ได้ดําเนินการตามมาตรการความปลอดภัยตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  68. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีที่ล้างมือ ที่ล้างหน้า และที่อาบน้ํา เพื่อให้ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีได้ใช้หลังจาก การปฏิบัติงานหรือก่อนออกจากพื้นที่ปฏิบัติงานของลูกจ้าง และต้องจัดให้มีสถานที่ที่ปลอดภัยในการเก็บชุดทํางาน เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีถอดชุดทํางานและเก็บไว้ในสถานที่ดังกล่าว
  69. ต้องจัดให้มีอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) เกี่ยวกับรังสี
  70. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการทําความสะอาดชุดทํางาน อุปกรณ์ เครื่องใช้ต่าง ๆ ที่มีการปนเปื้อนรังสี 16. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีแผนเพื่อป้องกันและระงับอัคคีภัยจากรังสีในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินทางรังสี และต้องจัดให้ มีการฝึกซ้อมตามแผนดังกล่าวอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง และเก็บเอกสารหรือหลักฐานการฝึกซ้อมไว้ ณ พื้นที่ปฏิบัติงาน เพื่อให้พนักงานตรวจความปลอดภัยและ ทอท. ตรวจสอบได้
  71. ข้อกําหนดอื่น ๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในเอกสารแนบฉบับนี้ ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐาน การทํางานเกี่ยวกับรังสี พ.ศ.2564 พระราชบัญญัตินิวเคลียร์เพื่อสันติ กฎหมายความปลอดภัยอื่น ๆ และมาตรฐานความ ปลอดภัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    สัญญาเลขที่
    แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    ข้าพเจ้า …… มีสํานักงาน/ภูมิลําเนาตั้งอยู่ ณ
    (AOT Supplier Sustainable Code of Conduct)
    โดย…….
    ซึ่งเป็นคู่สัญญากับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) (ทอท.) ตามสัญญาเลขที่ ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “คู่ค้าของ ทอท.” ได้รับทราบแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า ทอท.รายละเอียดดังนี้
    บทน่า
    ทอท.มีความมุ่งมั่นต่อการดําเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนในทุกกระบวนการ ดังนั้น “แนวทางการปฏิบัติ อย่าง ยั่งยืนของคู่ค้า ทอท.” จึงได้ถูกกําหนดขึ้น โดยพิจารณาเนื้อหาและขอบเขตให้อยู่ภายใต้ข้อกําหนดและ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุมทั้ง 3 มิติ ได้แก่ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมให้คู่ค้าของ ทอท. ดําเนินงานอย่างโปร่งใส มีจริยธรรม เคารพสิทธิมนุษยชน ดูแลอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของลูกจ้าง คํานึงถึงผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมจากการดําเนินงาน ผ่านการกํากับดูแลกิจการและแนวปฏิบัติที่ดี ดังนี้
    มิติเศรษฐกิจ - การกํากับดูแลกิจการที่ดี
  72. การปฏิบัติตนตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ และความซื่อสัตย์สุจริต : คู่ค้าของ ทอท.ต้องดําเนินธุรกิจอย่าง เคารพกฎหมายของประเทศและระเบียบข้อบังคับของ ทอท.อย่างเคร่งครัด และดําเนินธุรกิจตามหลักจริยธรรม โดยปราศจากการติดสินบน หรือทุจริตในทุกรูปแบบ หรือประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย
  73. การรักษาความลับ: คู่ค้าของ ทอท.ต้องเก็บรักษาข้อมูลและป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลที่เป็นความลับ
    ของ ทอท. และไม่นําข้อมูลของ ทอท.ไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ที่ผิดกฎหมาย เพื่อประโยชน์ส่วนบุคคล หรือ เพื่อประโยชน์ทางการค้า
  74. ความขัดแย้งทางผลประโยชน์หรือผลประโยชน์ทับซ้อน: คู่ค้าของ ทอท.ต้องแจ้งให้ ทอท.ทราบเป็น ลายลักษณ์อักษร หากพบการดําเนินการใด ๆ ที่เป็นผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่าง ทอท. และคู่ค้า
  75. การแข่งขันเสรีและกฎหมายการแข่งขันทางการค้า: คู่ค้าของ ทอท.จะต้องปฏิบัติตนภายใต้การแข่งขันที่เสรี เป็นธรรมและดําเนินการตามกฎหมายการแข่งขันทางการค้าอย่างเคร่งครัด และไม่กระทําการอื่นใดซึ่งจะ
    ส่งผลกระทบเชิงลบต่อคู่แข่งทางการค้า
    ภาคผนวก จ.
    มิติสังคม - การจ้างงานและการเคารพสิทธิมนุษยชน
  76. อาชีวอนามัยและความปลอดภัยของแรงงาน: คู่ค้าของ ทอท.ต้องดูแลแรงงานด้านอาชีวอนามัยและ
    ความปลอดภัยให้เหมาะสม อาทิ สถานที่และสภาพแวดล้อมในการทํางาน และการดูแลสุขภาพของลูกจ้างและ ผู้รับเหมาช่วงให้สอดคล้องตามกฎหมายหรือมาตรฐานสากล
  77. อิสรภาพของการจ้างงาน: คู่ค้าของ ทอท.ต้องดําเนินธุรกิจโดยปราศจากการใช้แรงงานบังคับ ต้องไม่มีการใช้ แรงงานไม่สมัครใจ และเปิดโอกาสให้แรงงานสามารถรวมกลุ่มเพื่อเจรจาและต่อรองได้ตามกฎหมายของ
    ประเทศ
  78. ค่าจ้างและสิทธิประโยชน์: คู่ค้าของ ทอท.จะต้องจ่ายค่าจ้างและให้สิทธิประโยชน์อื่นใดที่ลูกจ้างจึงได้รับ
    อย่างถูกต้อง เป็นธรรม และตรงตามกําหนดเวลา
  79. การใช้แรงงานเด็ก: คู่ค้าของ ทอท.ต้องไม่จ้างแรงงานเด็กที่มีอายุไม่ถึงเกณฑ์ตามที่กฎหมายกําหนด และ
    ไม่อนุญาตให้เด็กหรือบุคคลที่มีอายุต่ํากว่า 18 ปี ทํางานในเวลากลางคืน หรือในสถานที่ที่มีลักษณะ
    เป็นอันตราย
  80. ระยะเวลาในการทํางาน: คู่ค้าของ ทอท. จะต้องดูแลไม่ให้แรงงานทํางานนานเกินกว่าที่กฎหมายกําหนด
    ทั้งนี้จะรวมถึงการทํางานล่วงเวลาและการทํางานในวันหยุด
  81. การปฏิบัติอย่างเท่าเทียม: คู่ค้าของ ทอท.ต้องปฏิบัติอย่างเท่าเทียมต่อลูกจ้าง โดยไม่เลือกปฏิบัติในการ
    จ้างงาน การจ่ายค่าตอบแทน การเข้ารับการฝึกอบรม การเลื่อนตําแหน่ง การเลิกจ้างหรือการให้ออกจากงาน อันเนื่องมาจากการแบ่งแยกเพศ เชื้อชาติ ถิ่นกําเนิด สีผิว ศาสนา อายุ ความนิยมทางการเมือง สถานภาพ การสมรส สภาพการตั้งครรภ์ หรือความพิการ
  82. การเลิกจ้าง: คู่ค้าของ ทอท.ต้องปฏิบัติและการดําเนินการเลิกจ้างในแต่ละขั้นตอนตามกฎหมายกําหนด และ
    ไม่ยกเลิกสัญญาจ้างด้วยความไม่เป็นธรรม
  83. การเคารพสิทธิมนุษยชน คู่ค้าของ ทอท.ต้องเคารพสิทธิมนุษยชนและมีการปฏิบัติต่อลูกจ้างของตนอย่าง
    เป็นธรรม ตามกฎหมายและมาตรฐานสากล และห้ามมิให้มีการกระทําอันเป็นการล่วงละเมิดทางร่างกายและ วาจา รวมถึงการคุกคามและการข่มขู่ใด ๆ แก่ลูกจ้าง
  84. แรงงานต่างด้าวหรือแรงงานอพยพ: คู่ค้าของ ทอท.ต้องปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานหากมีการจ้างแรงงาน
    ต่างด้าวหรือแรงงานอพยพ โดยต้องจัดเตรียมเอกสารสัญญาจ้างในภาษาแม่ของแรงงานหรือภาษาที่แรงงาน อ่านแล้วเข้าใจก่อนการจ้างงาน รวมทั้ง หนังสือเดินทางและเอกสารประจําตัวของแรงงานต้องเก็บโดยเจ้าของ เอกสารตลอดเวลา นายจ้างหรือบุคคลที่สามไม่สามารถถือครองเอกสารดังกล่าวของแรงงานได้
  85. ความรับผิดชอบต่อสังคม: คู่ค้าของ ทอท.ควรแสดงออกถึงการมีส่วนร่วมในการพัฒนาและรับผิดชอบ
    ต่อสังคม
    มิติสิ่งแวดล้อม - การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษ
  86. การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม: คู่ค้าของ ทอท.ต้องบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐาน ข้อกําหนด และ
    แนวปฏิบัติที่ดีที่เกี่ยวข้อง ในทุกกระบวนการผลิตและการให้บริการ เพื่อการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และไม่สร้างความเดือดร้อนรําคาญให้กับชุมชนรอบข้าง
  87. มาตรการป้องกันและลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม: คู่ค้าของ ทอท.จะต้องดําเนินมาตรการป้องกันและ ควบคุมมลพิษ อาทิ ของเสีย น้ําเสีย เสียงรบกวน มลพิษทางอากาศ และก๊าซเรือนกระจก โดยต้องควบคุมหรือ บําบัดก่อนปล่อยออกสู่ภายนอกตามกฎหมายและมาตรฐานสากล
    ทอท.คาดหวังให้คู่ค้าพิจารณานําแนวทางการปฏิบัติเหล่านี้ ทั้งการกํากับดูแลกิจการที่ดี การจ้างงานและ การเคารพสิทธิมนุษยชน และการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษ มาปรับใช้ในการดําเนินงานของคู่ค้า พร้อมส่งเสริมให้คู่ค้ามีแนวทางปฏิบัติอย่างยั่งยืนในห่วงโซ่อุปทานของตนเองตามความเหมาะสม
    ข้าพเจ้าได้อ่าน เข้าใจ และรับทราบ แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้าของ ทอท. และตกลงที่จะปฏิบัติ ตามแนวทางดังกล่าวนี้ในทุกประเด็นที่การดําเนินธุรกิจของบริษัทข้าพเจ้าเกี่ยวข้อง โดยจะแจ้งให้ลูกจ้างของบริษัท ที่เกี่ยวข้องทุกคนรับทราบรวมถึงเก็บข้อมูลซึ่งเป็นหลักฐานการปฏิบัติตามแนวทางนี้ไว้ และส่งมอบให้ตามที่ ทอท.
    ร้องขอ
    (asto)…………
    (………..
    (ประทับตราบริษัท)
    (คู่ค้าของ ทอท.)
    …….
    ภาคผนวก ฉ
    AOT
    บันทึกข้อตกลงการไม่เปิดเผยข้อมูล
    (Non-Disclosure Agreement : NDA)
    สายงานเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรม
    ระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มาตรฐาน ISO/IEC 27001:2022
    บันทึกข้อตกลงการไม่เปิดเผยข้อมูลฉบับนี้จัดทําขึ้นระหว่าง
    ผู้ให้สัญญา (นาย/นาง/นางสาว/บริษัท/หน่วยงาน…………….
    ……………………..
    เลขประจําตัวประชาชน/เลขหนังสือเดินทาง/หมายเลขทะเบียนนิติบุคคล
    ตําแหน่ง………..
    ………
    บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ทําขึ้น ณ
    fl………
    เอกสารควบคุม : Internal Use
    รหัสเอกสาร
    Version
    FM-1608010-003
    6
    วันที่บังคับใช้ : 1 กรกฎาคม 2567
    หน้า (1) ของ (1) หน้า
    เมื่อวันที่………………….
    …พ.ศ. …………
    ซึ่งต่อไปในบันทึกข้อตกลงนี้เรียกว่า “ผู้ให้สัญญา” กับ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) เลขที่ 333 ถนนเชิดวุฒากาศ แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพ 10210 ซึ่งต่อไปในบันทึกข้อตกลงนี้เรียกว่า “ทอท.” โดย “ข้อมูลสารสนเทศ” ที่กล่าวถึงต่อไป ในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ หมายถึง ข่าวสาร ข้อเท็จจริง ข้อมูลในรูปแบบใด ๆ หรือข้อมูลที่มีการประมวลผลใด ๆ ทั้งในเหตุการณ์ หรือกิจกรรมต่าง ๆ ของ ทอท. โดยที่ทั้งสองฝ่ายได้ทําข้อตกลงการไม่เปิดเผยข้อมูล ไว้ดังต่อไปนี้
  88. “ผู้ให้สัญญา” ตกลงถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ที่จะไม่เปิดเผย เผยแพร่ หรือกระทําการอื่นใด อันเป็นการละเมิด การรักษาความลับของ “ข้อมูลสารสนเทศ” เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจาก “ทอท.” เป็นลายลักษณ์อักษร
  89. “ผู้ให้สัญญา” จะไม่ใช้ “ข้อมูลสารสนเทศ” เพื่อวัตถุประสงค์อื่นใด นอกเหนือจากขอบข่ายงานหรือภารกิจหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมายจาก “ทอท.” เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจาก “ทอท.” เป็นลายลักษณ์อักษร
  90. “ผู้ให้สัญญา” จะไม่นํา “ข้อมูลสารสนเทศ” ทั้งหมด หรือบางส่วนไปดัดแปลง ทําซ้ําหรือนําไปจดลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร หรือทรัพย์สินทางปัญญาในด้านอื่น ๆ เพื่อนําไปสู่สิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ
  91. “ผู้ให้สัญญา” ตกลงยินยอมที่จะแจ้งและดําเนินการให้บุคลากรทุกคนของ “ผู้ให้สัญญา” หรือผู้รับเหมาช่วงของ “ผู้ให้สัญญา” ทราบ และถือปฏิบัติตามข้อตกลงฉบับนี้อย่างเคร่งครัด (ในกรณีที่ผู้ให้สัญญา ไม่ใช่พนักงานและลูกจ้าง ทอท.)
  92. หาก “ผู้ให้สัญญา” หรือบุคลากรของ “ผู้ให้สัญญา” หรือผู้รับเหมาช่วงของ “ผู้ให้สัญญา” กระทําการฝ่าฝืนข้อตกลง ฉบับนี้จนเป็นเหตุให้ “ทอท.” หรือเจ้าของข้อมูลสารสนเทศ ได้รับความเสียหาย “ผู้ให้สัญญา” ต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย และยินยอมชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น และ/หรืออาจเกิดขึ้นในภายหลัง พร้อมทั้งค่าใช้จ่ายค่าธรรมเนียมในการดําเนินการตาม ข้อตกลงฉบับนี้ ให้กับ “ทอท.” และ/หรือผู้ที่ได้รับความเสียหาย และ/หรือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการกระทําของ “ผู้ให้สัญญา”
  93. บันทึกข้อตกลงฯ ฉบับนี้ให้มีผลผูกพัน นับตั้งแต่วันที่ที่ระบุในบันทึกข้อตกลงนี้ เป็นต้นไป
  94. ในกรณีที่ข้อตกลงข้อใดข้อหนึ่งหรือหลายข้อตามบันทึกข้อตกลงนี้ไม่สมบูรณ์หรือตกเป็นโมฆะด้วยเหตุใดๆ ก็ตาม
    ความไม่สมบูรณ์หรือความเป็นโมฆะของข้อตกลงเช่นว่านี้ จะไม่กระทบกระเทือนถึงความสมบูรณ์ของข้อตกลงในส่วนอื่นๆ
  95. บันทึกข้อตกลงฯ ฉบับนี้มีผลใช้บังคับและอยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายไทย
    ผู้ให้สัญญา
    (…………
    ……
    (……….
    ……………
    ตําแหน่ง
    ตําแหน่ง
    พยาน
    ตําแหน่ง
    ……………………………. …..
    …………
    ตําแหน่ง
    ทอท.
    พยาน
    ภาคผนวก ช
    AOT
    แบบประเมินผลงานผู้รับจ้าง
    Vendor Evaluation Form
    สายงานเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรม
    ระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มาตรฐาน ISO/IEC 27001:2022
    เอกสารควบคุม : Internal Use
    รหัสเอกสาร : FM-1608010-011
    เวอร์ชัน : 4
    วันที่บังคับใช้ : 1 กรกฎาคม 2567
    หน้า (1) ของ (1) หน้า
    แบบประเมินผล
    ตามสัญญาจ้างเลขที่
    จํานวนเงินค่าจ้าง
    ผู้รับจ้าง
    บาท กําหนดงานแล้วเสร็จ วัน/ปี ตั้งแต่วันที่
    ถึง
    การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างตั้งแต่วันที่
    ถึงวันที่
    ระดับผลงาน
    ค่าความสําคัญ
    ปรับปรุง
    พอใช้
    13
    ดี
    ดีมาก
    เกณฑ์การประเมิน
    (1)
    (2)
    (3)
    (4)
    คะแนน 0-4
    คะแนน 5-6 กะแบบ 7-8
    คะแนน 9-10
    1 คือ สําคัญน้อย 5 คือ สําคัญมาก
    (5)
    ระบุ 1-5
    (1) ถึง (4) x (5)
    คะแนนถ่วงน้ําหนัก
    ค่าความสําคัญ (6)
  96. การวางแผนการดําเนินงาน
  97. ความสมบูรณ์ และความพร้อมของทรัพยากร (วัสดุ อุปกรณ์)
  98. ความสําเร็จของการดําเนินงาน
  99. ความชื่อสัตย์ไว้วางใจได้ในการปฏิบัติงาน
  100. ความรู้และความสามารถในการปฏิบัติงาน
  101. ความตั้งใจในการปฏิบัติงาน / การปฏิบัติงานไม่สร้างปัญหา
  102. ความสามารถในการแก้ปัญหา
  103. ฐานะทางการเงิน
  104. การปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับและนโยบายของ ทอท.หรือ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
    สรุปคะแนนประเมินที่ผู้รับจ้างได้รับทั้งสิ้น ( 1
    ข้อเสนอแนะ
    (………..
    ประธานคณะกรรมการ
    ตรวจรับพัสดุ
    กรรมการ
    (….
    ผู้ควบคุมงาน
    ………
    )=
    รวม
    คะแนน
    กรรมการ
    (…..
    กรรมการ
    (……..
    ผู้รับการประเมิน
    C…………
    ……….
    ตําแหน่ง ……
    ……..
    เอกสารฉบับนี้เป็นทรัพย์สินของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) - เฉพาะพนักงานที่เกี่ยวข้องเท่านั้น
    ห้ามทําการคัดลอก ทําซ้ํา เผยแพร่ส่วนหนึ่งส่วนใด โดยไม่ได้รับอนุญาต การฝ่าฝืนถือเป็นความผิดตามกฎหมายและระเบียบคําสั่งของบริษัทฯ