จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างพัฒนาระบบบริหารจัดการโครงการ แผนงานและงบประมาณ (PBM)

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) 69019071516
฿8,000,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 27 มี.ค. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

GISTDA มีโครงการพัฒนาระบบบริหารจัดการโครงการ แผนงานและงบประมาณ (PBM) ด้วยวงเงิน 8,000,000 บาท (ราคากลาง 7,500,000 บาท) เพื่อยกระดับการบริหารงานให้เป็นดิจิทัลอย่างสมบูรณ์ (Fully Digital Process) และตอบสนองแนวทาง Digital Government

วัตถุประสงค์หลัก ของโครงการคือเพื่อสร้างระบบที่สามารถวางแผน ควบคุม ติดตาม และประเมินผลการดำเนินโครงการได้อย่างเป็นระบบ โดยมีการเชื่อมโยงข้อมูลข้ามระบบสนับสนุนอื่นๆ ขององค์กร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารทรัพยากร ลดความซ้ำซ้อนของงาน และเสริมสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven Culture)

ขอบเขตงานหลัก ครอบคลุมการพัฒนาระบบสารสนเทศแบบครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบและปรับปรุงกระบวนการ (Business Process Re-engineering) การพัฒนาระบบหลัก (Core System Development) ซึ่งรวมถึงโมดูลต่างๆ เช่น การจัดการโครงการและแผนงาน, การบริหารงบประมาณ, การติดตามและรายงานผล, การบริหารเอกสารและเวิร์กโฟลว์ รวมถึงระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (Dashboard & Reporting) นอกจากนี้ยังต้องมีการเชื่อมต่อกับระบบเดิม (System Integration) การย้ายและแปลงข้อมูล (Data Migration & Conversion) การทดสอบระบบ การให้การฝึกอบรมและการถ่ายทอดองค์ความรู้ ตลอดจนการให้บริการบำรุงรักษาระบบหลังการติดตั้ง

ระยะเวลาโครงการ ที่กำหนดให้เสนอคือไม่เกิน 270 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา โดยการจ่ายค่าจ้างแบ่งเป็น 5 งวดตามความก้าวหน้าของงาน ผู้รับจ้างต้องให้บริการรับประกันผลงานและบำรุงรักษาระบบเป็นระยะเวลา 2 ปีหลังจากส่งมอบงานงวดสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว

English summary

The Geo-Informatics and Space Technology Development Agency (Public Organization), or GISTDA, is announcing a tender for the development of a Project, Budget, and Management (PBM) system with a budget of 8 million THB (estimated price 7.5 million THB). The objective is to create a fully digital, integrated system to manage projects, plans, and budgets. This system aims to enhance operational efficiency, reduce redundancy, and promote transparency in resource management by digitizing the entire workflow—from budgeting and planning to approval, progress tracking, and reporting. The new system must be capable of seamless integration with existing enterprise systems such as Microsoft Dynamic AX, HR systems, and procurement systems. The project duration is up to 270 days from contract signing, with a 2-year warranty and maintenance period post-delivery.

สถานที่ดำเนินการ

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการโครงการให้สามารถวางแผน ควบคุม ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานของแต่ละโครงการได้อย่างเป็นระบบในรูปแบบดิจิทัล (Fully Digital Process) โดยมีการเชื่อมโยงกับระบบงานสนับสนุนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
  • เพื่อพัฒนา ออกแบบ และปรับปรุงกระบวนการบริหารจัดการโครงการในองค์กรให้มีรูปแบบที่ชัดเจน โดยนำเข้าสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลข้ามระบบ รองรับการติดตามความก้าวหน้าโครงการ

ขอบเขตของงาน

  • การวิเคราะห์และออกแบบระบบ (Analysis & Design): ศึกษาข้อมูลและความต้องการปัจจุบัน, ออกแบบกระบวนการทำงานใหม่ (Business Process Re-engineering), ออกแบบโครงสร้างระบบและฐานข้อมูล
  • การพัฒนาระบบหลัก (Core System Development): พัฒนาโมดูลต่างๆ เช่น การจัดการโครงการและแผนงาน, การบริหารงบประมาณ (ของบประมาณ, อนุมัติ, ควบคุม, จัดสรร), การติดตามและรายงานผล (Dashboard, KPI Tracking), การบริหารเอกสารและเวิร์กโฟลว์, ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (Dashboard & Reporting)
  • การเชื่อมต่อระบบ (System Integration): พัฒนา Interface/API เพื่อเชื่อมโยงกับระบบเดิมของ GISTDA เช่น ระบบ Microsoft Dynamic AX, ระบบทรัพยากรบุคคล, ระบบพัสดุ
  • การย้ายและแปลงข้อมูล (Data Migration & Conversion): ออกแบบและดำเนินการแผนการโอนย้ายฐานข้อมูลจากระบบปัจจุบันไปยังระบบใหม่
  • การทดสอบระบบ (System Testing): ทดสอบหน่วยย่อย, ทดสอบระบบรวม, ทดสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัย, ทดสอบการรับมอบระบบ (User Acceptance Test: UAT)
  • การฝึกอบรมและส่งมอบ (Training & Deployment): จัดฝึกอบรมผู้ใช้ระบบและผู้ดูแลระบบ, ติดตั้งและปรับใช้ระบบในสภาพแวดล้อมจริง, ส่งมอบเอกสารประกอบระบบ (คู่มือใช้งาน, คู่มือติดตั้ง, เอกสารการออกแบบ)
  • การบำรุงรักษาและรับประกัน (Maintenance & Warranty): ให้บริการบำรุงรักษาระบบและรับประกันความถูกต้องของการทำงานเป็นเวลา 2 ปี

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • ระบบบริหารจัดการโครงการ แผนงานและงบประมาณ (PBM) ที่พัฒนาตามขอบเขตงานทั้งหมด
  • เอกสารการวิเคราะห์และออกแบบระบบ (System Analysis & Design Document)
  • เอกสารการออกแบบฐานข้อมูล (Database Design Document)
  • Source Code และเอกสารประกอบของระบบ
  • ระบบที่ติดตั้งและพร้อมใช้งานในสภาพแวดล้อมของ GISTDA
  • เอกสารคู่มือการใช้งานระบบสำหรับผู้ใช้และผู้ดูแลระบบ
  • รายงานผลการทดสอบระบบทุกขั้นตอน
  • รายงานการถ่ายทอดองค์ความรู้และการฝึกอบรม
  • เอกสารแผนการบำรุงรักษาระบบ
  • เอกสารรับรองการส่งมอบงาน (Acceptance Report)

ระยะเวลาดำเนินการ

  • กำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จ: ไม่เกิน 270 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
  • กำหนดการส่งมอบงานแบ่งเป็น 5 งวดตามการจ่ายเงิน:
    • งวดที่ 1 (10%): ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน
    • งวดที่ 2 (20%): ให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน
    • งวดที่ 3 (20%): ให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน
    • งวดที่ 4 (35%): ให้แล้วเสร็จภายใน 240 วัน
    • งวดสุดท้าย (15%): เมื่อส่งมอบงานทั้งหมดเรียบร้อยและผ่านการตรวจรับ
  • ระยะเวลารับประกันผลงาน: 2 ปี นับถัดจากวันที่คณะกรรมการตรวจรับงานงวดสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: ต้องเป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
  • Standards Compliance: ไม่ระบุ
  • Experience: ต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับการจัดจ้างครั้งนี้ ในวงเงินไม่น้อยกว่า 4,000,000 บาท ในสัญญาเดียวกัน โดยเป็นผลงานที่เสร็จเรียบร้อยแล้ว ไม่เกิน 5 ปี (เป็นส่วนหนึ่งของเกณฑ์การให้คะแนนด้านเทคนิค)
  • Previous Project Cost: ต้องมีผลงานในสัญญาเดียวที่มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 4 ล้านบาท
  • Technical Capabilities: ต้องมีแนวทางการบริหารโครงการ (Project Management Methodology) และเครื่องมือบริหารโครงการที่เหมาะสม, มีความสามารถในการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่าง Platform ต่างๆ ที่พัฒนาขึ้นใหม่กับระบบที่มีอยู่เดิม, มีความสามารถในการอธิบายแผนการโอนย้ายฐานข้อมูล (Data Migration & Data Conversion), มีความสามารถในการนำเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้กับระบบงาน
  • Personnel: ต้องมีประสบการณ์ของผู้จัดการโครงการที่สอดคล้องกับคุณสมบัติที่กำหนด (เป็นส่วนหนึ่งของเกณฑ์การให้คะแนน)

เกณฑ์การพิจารณา

การพิจารณาใช้ หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น โดยแบ่งน้ำหนักคะแนนดังนี้:

  • ราคาที่ยื่นข้อเสนอ: น้ำหนัก 20%
  • ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่นๆ: น้ำหนัก 80% ประกอบด้วยปัจจัยย่อย 9 หัวข้อ:
    1. ประสบการณ์ของผู้จัดการโครงการ (4%)
    2. ประสบการณ์และผลงานของผู้ยื่นข้อเสนอ (วงเงินไม่ต่ำกว่า 4 ล้านบาท, เสร็จไม่เกิน 5 ปี) (12%)
    3. แนวทางการบริหารโครงการ (Project Management Methodology) (8%)
    4. เครื่องมือบริหารโครงการที่นำมาใช้ (8%)
    5. การนำเสนอ ความสอดคล้องของขอบเขตงาน และความเป็นไปได้ทางเทคโนโลยี (16%)
    6. แผนการโอนย้ายฐานข้อมูล (Data Migration & Data Conversion) (8%)
    7. การนำเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้ (16%)
    8. การถ่ายทอดองค์ความรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากร GISTDA (4%)
    9. สิทธิ์การใช้งานลิขสิทธิ์ของ Program ที่นำเสนอ (4%)
      ผู้ยื่นข้อเสนอที่ผ่านคุณสมบัติเบื้องต้นจะต้องมานำเสนอและชี้แจงผลงานต่อคณะกรรมการภายใน 3 วันทำการนับถัดจากวันเสนอราคา

ข้อกำหนดทางเทคนิค

ระบบที่พัฒนาต้องเป็นระบบดิจิทัลแบบครบวงจร (Fully Digital Process) สำหรับบริหารจัดการโครงการ แผนงาน และงบประมาณ โดยมีคุณสมบัติและขอบเขตทางเทคนิคหลักดังนี้:

  • รูปแบบการทำงาน: ระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่รองรับการทำงานแบบครบวงจร ตั้งแต่การยื่นของบประมาณ, การจัดทำแผนปฏิบัติงาน, การอนุมัติงบประมาณ, การติดตามความก้าวหน้าโครงการ, จนถึงการรายงานผล
  • ความสามารถในการเชื่อมต่อ (Integration): ต้องสามารถเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับระบบสนับสนุนอื่นๆ ของ GISTDA ที่มีอยู่เดิมได้อย่างราบรื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ระบบ Microsoft Dynamic AX, ระบบทรัพยากรบุคคล, และระบบพัสดุ
  • การประยุกต์ใช้ AI: ระบบควรมีการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
  • การจัดการข้อมูล: ต้องมีแผนการย้ายและแปลงข้อมูล (Data Migration & Conversion) จากระบบปัจจุบันไปยังระบบใหม่ที่มีประสิทธิภาพและความถูกต้อง
  • การรายงานและติดตาม: ต้องมีระบบ Dashboard และรายงานสำหรับการติดตามความก้าวหน้าและประเมินผลโครงการอย่างเป็นระบบ
  • การรับประกันและบำรุงรักษา: ระบบต้องมีเสถียรภาพและได้รับการรับประกันการทำงานเป็นเวลา 2 ปี พร้อมบริการบำรุงรักษาและให้คำปรึกษาอย่างต่อเนื่อง

เงื่อนไขสัญญา

  • วงเงินโครงการ: 8,000,000 บาท (ราคากลาง 7,500,000 บาท)
  • หลักประกันการเสนอราคา: 400,000 บาท
  • หลักประกันสัญญา: ร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้าง
  • การจ่ายเงิน: แบ่งเป็น 5 งวดตามงวดการส่งมอบงาน
    • งวด 1: 10% (ภายใน 30 วัน)
    • งวด 2: 20% (ภายใน 90 วัน)
    • งวด 3: 20% (ภายใน 180 วัน)
    • งวด 4: 35% (ภายใน 240 วัน)
    • งวดสุดท้าย: 15% (หลังตรวจรับมอบงานทั้งหมด)
  • ค่าปรับ:
    • กรณีจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต: ค่าปรับร้อยละ 10 ของวงเงินงานจ้างช่วงนั้น
    • กรณีผิดสัญญาอื่น: ค่าปรับร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้างต่อวัน (ไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท)
    • กรณีระบบขัดข้องและไม่แก้ไขภายในเวลาที่กำหนด: ค่าปรับชั่วโมงละ 100 บาท
  • ระยะเวลารับประกัน: 2 ปี นับจากวันที่ตรวจรับงานงวดสุดท้าย

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: ระบบ PBM นี้ต้องเชื่อมต่อกับระบบใดของ GISTDA บ้าง?
    A: ระบบที่พัฒนาขึ้นใหม่ต้องมีความสามารถในการเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบสำคัญที่มีอยู่แล้วของ GISTDA ได้แก่ ระบบ Microsoft Dynamic AX (ระบบ ERP), ระบบทรัพยากรบุคคล (HR), และระบบพัสดุ เพื่อให้การทำงานเป็นเอกภาพและลดการป้อนข้อมูลซ้ำซ้อน

  • Q: การนำเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้ในระบบนี้คาดหวังในด้านใด?
    A: เอกสาร TOR ระบุว่าการนำ AI มาใช้เป็นหนึ่งในเกณฑ์การให้คะแนนที่มีน้ำหนักสูง (16%) แม้จะไม่ระบุรายละเอียดเชิงลึก แต่คาดหวังให้ผู้เสนอราคานำเสนอแนวทางการใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบ เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลโครงการ, การพยากรณ์การใช้จ่ายงบประมาณ, การให้คำแนะนำอัตโนมัติ, หรือการเพิ่มประสิทธิภาพการตัดสินใจ

  • Q: ระยะเวลาการรับประกันงาน 2 ปี รวมบริการอะไรบ้าง?
    A: การรับประกัน 2 ปี ครอบคลุมการแก้ไขความบกพร่องของระบบ, การให้บริการปรึกษาทางโทรศัพท์ในเวลาทำการ, การส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาติดตามผลและปรับแต่งระบบ (Tuning) อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง, และการให้ Upgrade Application Software โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหาก GISTDA ตัดสินใจอัพเกรดในช่วงเวลารับประกัน

  • Q: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเตรียมการนำเสนออย่างไรหลังจากยื่นเอกสาร?
    A: ผู้ยื่นข้อเสนอที่ผ่านคุณสมบัติเบื้องต้น ต้องมานำเสนอและชี้แจงผลงานต่อคณะกรรมการด้วยตนเอง ภายใน 3 วันทำการนับจากวันเสนอราคา โดยต้องลงทะเบียนเวลา 09.00-09.30 น. และเริ่มนำเสนอตั้งแต่ 09.30 น. เป็นต้นไป ณ สำนักงาน GISTDA ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ และต้องเตรียมสำเนาเอกสารการนำเสนอจำนวน 7 ชุด

  • Q: แผนการโอนย้ายข้อมูล (Data Migration) มีความสำคัญอย่างไรในการประเมิน?
    A: การอธิบายแผนการโอนย้ายฐานข้อมูลจากระบบปัจจุบันไปยังระบบใหม่ (Data Migration & Data Conversion) เป็นเกณฑ์การให้คะแนนแยกต่างหาก มีน้ำหนัก 8% ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของการรักษาความต่อเนื่องของข้อมูลเดิม และความเสี่ยงหากการย้ายข้อมูลล้มเหลวหรือไม่สมบูรณ์

  • Q: ในกรณีที่ระบบขัดข้องระหว่างการรับประกัน มีขั้นตอนการแจ้งและแก้ไขอย่างไร?
    A: GISTDA จะแจ้งปัญหาผ่านช่องทางต่างๆ เช่น อีเมล, โทรศัพท์, แอปพลิเคชัน Line ผู้รับจ้างต้องติดต่อกลับภายในวันที่ได้รับแจ้ง และต้องแก้ไขปัญหาให้ระบบใช้งานได้ภายใน 24 ชั่วโมงนับจากเวลาที่ติดต่อกลับ หากเกินเวลาอาจมีค่าปรับ

  • Q: เกณฑ์การพิจารณา “สิทธิ์การใช้งานลิขสิทธิ์ของ Program” หมายถึงอะไร?
    A: เกณฑ์นี้ (น้ำหนัก 4%) เกี่ยวข้องกับซอฟต์แวร์หรือเครื่องมือที่ผู้รับจ้างจะใช้ในการพัฒนาระบบ ผู้เสนอราคาต้องชี้แจงให้ชัดเจนเกี่ยวกับสิทธิ์ในการใช้ (License) ของซอฟต์แวร์เหล่านั้น (เช่น Development Tools, Libraries, Frameworks, หรือ CMS) เพื่อให้มั่นใจว่าการพัฒนาระบบและส่งมอบงานเป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์และสามารถบำรุงรักษาต่อได้

  • Q: โครงการนี้รองรับการทำงานของ “กิจการร่วมค้า” หรือไม่?
    A: รองรับ โดยผู้เข้าร่วมค้าต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไข และต้องมีการกำหนดสัดส่วนความรับผิดชอบที่ชัดเจนในข้อตกลงร่วมค้า หากกำหนดให้มีผู้เข้าร่วมค้าหลัก (Prime) ผลงานที่ใช้ในการประเมินต้องเป็นผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายนั้นเท่านั้น

  • Q: ระบบที่พัฒนาต้องรองรับการทำงานบนอุปกรณ์ประเภทใด?
    A: เอกสาร TOR ไม่ได้ระบุชัดเจนเกี่ยวกับ Device Specification แต่เนื่องจากเป็นระบบบริหารจัดการภายในองค์กร (Enterprise System) ที่เน้นการทำงานแบบดิจิทัลครบวงจร คาดว่าระบบควรเป็น Web-Based Application ที่สามารถเข้าถึงได้ผ่านเบราว์เซอร์บนคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะหรือโน๊ตบุ๊คเป็นหลัก

  • Q: นอกจากการพัฒนาระบบแล้ว ผู้รับจ้างมีหน้าที่ในการปรับปรุงกระบวนการทำงาน (Process) ของ GISTDA ด้วยหรือไม่?
    A: ใช่ หนึ่งในวัตถุประสงค์และขอบเขตงานคือการ “พัฒนา ออกแบบ และปรับปรุงกระบวนการบริหารจัดการโครงการในองค์กร” ซึ่งหมายถึงการทำ Business Process Re-engineering (BPR) ร่วมกับ GISTDA ก่อนหรือระหว่างการพัฒนาระบบ เพื่อให้กระบวนการใหม่มีประสิทธิภาพและระบบซอฟต์แวร์รองรับกระบวนการนั้นได้อย่างเหมาะสม

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

GiSTDA
หน่วยงาน
ที่ ฝพด-1 /88 /2569
บันทึกข้อความ
สจก. โทร.14422 วันที่
J3
มกราคม 2569
เรื่อง ร่างขอบเขตของงานจ้างพัฒนาระบบบริหารจัดการโครงการ แผนงานและงบประมาณ (PBM)
เรียน ประธานกรรมการร่างขอบเขตของงานฯ (ชาคริต) ผ่าน ผอ.สุจ
ตามบันทึกข้อความที่ สยศ. 49/2569 ลงวันที่ 21 มกราคม 2569 เรื่อง พิจารณาร่างขอบเขต
ของงาน จ้างพัฒนาระบบบริหารจัดการโครงการ แผนงานและงบประมาณ (PBM) วงเงิน 8,000,000.- บาท (แปดล้านบาทถ้วน) นั้น
ระบบ e-pro ต่อไป
บัดนี้ ฝพค.-1 ได้ตรวจเอกสารดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว เห็นควรดําเนินการตามระเบียบฯ ใน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ
เรียนด 8 รา
เ อ า พ ร ไป
به همرس
al
A
(นางสาววิไลพร แดงขํา)
หน.ฝพด.-1
GiSTDA ด่วนที่สุด
หน่วยงาน
บันทึกข้อความ
สยศ. /ธัญจิรา
ที่
ท สยศ. 49 /2569
วันที่
21
มกราคม 2569
เรื่องเพื่อโปรดพิจารณาร่างขอบเขตของงาน (Term of Reference : TOR) จ้างพัฒนาระบบบริหารจัดการ โครงการ แผนงานและงบประมาณ (PBM) โดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
เรียน ผอ.สจก. ผ่าน หน.ฝพด.-1
ตามคําสั่ง สทอภ.ที่ O-0022/2569 ลงวันที่ 16 มกราคม 2569 แต่งตั้งข้าพเจ้าผู้มีรายนามข้าง ท้ายนี้เป็นคณะกรรมการจัดทําร่างขอบเขตงาน (Terms of Reference : TOR) จ้างพัฒนาระบบบริหารจัดการ โครงการ แผนงานและงบประมาณ (PBM) โดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) วงเงินงบประมาณ 8,000,000 บาท (แปดล้านบาทถ้วน) นั้น
ในการนี้ คณะกรรมการฯ ได้ดําเนินการจัดทําร่างขอบเขตงาน (Terms of Reference : TOR) จ้างพัฒนาระบบบริหารจัดการโครงการ แผนงานและงบประมาณ (PBM) โดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เรียบร้อยแล้ว ตามเอกสารที่แนบมาพร้อมนี้
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา อนุมัติร่างขอบเขตงานดังกล่าว เพื่อจะได้ดําเนินการตามระเบียบฯ
ต่อไป
ลงชื่อ
بھری
ประธานกรรมการ
(นายชาคริต ประสงค์สุข)
ลงชื่อ
c
กรรมการ
(นายอมรพันธ์ พุ่มฉัตร)
ลงชื่อ
กรรมการ
(นางสาวมยุรา ซังแก้ว)
ลงชื่อ
कललन
กรรมการ
(นางสาวทิพารัตน์ วงศ์ประคอง)
ลงชื่อ
กรรมการและเลขานุการ
(นางสาวธัญจิรา บุญมา)
คําสั่งสํานักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)
ที่ O-0022/2569
เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการจัดทําร่างขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR) จ้างพัฒนาระบบบริหารจัดการโครงการ แผนงานและงบประมาณ (PBM)
ด้วย สํานักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) : สทอภ. จะดําเนินการจ้างพัฒนาระบบบริหารจัดการโครงการ แผนงานและงบประมาณ (PBM) ภายในวงเงินงบประมาณ 8,000,000.-บาท (แปดล้านบาทถ้วน)
เพื่อให้การดําเนินการจ้างพัฒนาระบบบริหารจัดการโครงการ แผนงานและงบประมาณ (PBM) ดังกล่าว เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นประโยชน์สูงสุดต่อ สทอภ.อาศัยอํานาจตามความในข้อ 21 แห่งระเบียบ กระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 จึงแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทําร่างขอบเขตของ
งาน (Terms of Reference : TOR) โดยมีองค์ประกอบและอํานาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
องค์ประกอบ

  1. นายชาคริต ประสงค์สุข
    ประธานกรรมการ
  2. นางสาวมยุรา ซึ่งแก้ว
    กรรมการ
  3. นางสาวทิพารัตน์ วงศ์ประคอง
    กรรมการ
  4. นายอมรพันธ์ พุ่มฉัตร
    กรรมการ
  5. นางสาวธัญจิรา บุญมา
    กรรมการและเลขานุการ
    อํานาจหน้าที่
  6. จัดทําร่างขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)จ้างพัฒนาระบบบริหารจัดการ
    โครงการ แผนงานและงบประมาณ (PBM)
    พ.ศ. 2560
  7. จัดทําราคากลาง ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
  8. ให้คณะกรรมการรายงานผลการพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 5 วันทําการนับจากวันที่ได้รับทราบ
    คําสั่งนี้
    -2-
  9. ปฏิบัติงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องตามที่ได้รับมอบหมาย
    ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
    สั่ง ณ วันที่
    16 มกราคม พ.ศ. 2569
    (นายดํารงค์ฤทธิ์ เนียมหมวด) รองผู้อํานวยการ ปฏิบัติงานแทนผู้อํานวยการ
    สํานักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ
    ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
    จ้างพัฒนาระบบบริหารจัดการโครงการ แผนงานและงบประมาณ (PBM)
    ของสํานักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)
  10. ความเป็นมา/เหตุผลความจําเป็น
    การบริหารจัดการโครงการและงบประมาณเป็นหัวใจสําคัญในการขับเคลื่อนภารกิจและแผนงานของหน่วยงาน ภาครัฐให้บรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ ในยุคที่เทคโนโลยีมีการ เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การดําเนินงานด้วยระบบเอกสารหรือการประมวลผลแบบแยกส่วนเดิม ๆ ไม่สามารถ ตอบสนองต่อความท้าทายใหม่ ๆ ได้อย่างทันท่วงที ทั้งในแง่ของความถูกต้อง ความรวดเร็วในการตัดสินใจ และ
    ความสามารถในการติดตามประเมินผลอย่างเป็นระบบ
    ดังนั้น สํานักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) จึงเห็นความจําเป็นในการ
    พัฒนาระบบบริหารจัดการโครงการและงบประมาณที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลและกระบวนการทํางานแบบครบ วงจร ตั้งแต่การยื่นคําของบประมาณ การจัดทําแผนปฏิบัติงาน การอนุมัติงบประมาณ การติดตามความก้าวหน้า โครงการ ตลอดจนการรายงานผลการดําเนินงาน ทั้งนี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารทรัพยากร ลดความ ซ้ําซ้อนของการทํางาน เสริมสร้างความโปร่งใสในการจัดสรรและใช้งบประมาณ รวมถึงยกระดับคุณภาพของการ วางแผนและบริหารโครงการให้เป็นระบบที่ทันสมัยและสอดคล้องกับแนวทาง Digital Government
    การพัฒนาระบบดังกล่าวยังช่วยเสริมศักยภาพบุคลากรในการทํางานผ่านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
    ที่เหมาะสม สร้างวัฒนธรรมการทํางานที่ยึดตามข้อมูลและหลักฐาน (Data-Driven Culture) และเอื้อต่อการ เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานในลักษณะบูรณาการ ทั้งนี้จะช่วยยกระดับองค์กรให้สามารถตอบสนองต่อภารกิจ
    หลักและความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
  11. วัตถุประสงค์ของโครงการ
    2.1 เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการโครงการให้สามารถวางแผน ควบคุม ติดตาม และประเมินผลการดําเนินงานของ แต่ละโครงการได้อย่างเป็นระบบในรูปแบบดิจิทัล (Fully Digital Process) โดยมีการเชื่อมโยงกับระบบงาน สนับสนุนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบ Microsoft Dynamic AX ระบบทรัพยากรบุคคล และระบบพัสดุ เป็น ต้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดําเนินงาน
    2.2 เพื่อพัฒนา ออกแบบ และปรับปรุงกระบวนการบริหารจัดการโครงการในองค์กรให้มีรูปแบบที่ชัดเจน
    โดยนําเข้าสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลข้ามระบบ รองรับการติดตามความก้าวหน้าโครงการ
    ลงนามกรรมการ
    ผู้จัดทํา

นายชาคริต ประสงค์สุข
2….
o
นายอมรพันธ์ พุ่มฉัตร
Dear 3….. นางสาวมยุรา ซึ่งแก้ว
…mi
นางสาวทิพารัตน์ วงศ์ประคอง
Z
5…… นางสาวธัญจิรา บุญมาร่าง
เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
เลขที่
การจ้างพัฒนาระบบบริหารจัดการโครงการ แผนงานและงบประมาณ (PBM) ตามประกาศ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ลงวันที่ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า " สำนักงาน" มีความประสงค์จะ ประกวดราคาจ้างพัฒนาระบบบริหารจัดการโครงการ แผนงานและ งบประมาณ (PBM) ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ตามรายการ ดังนี้
จ้างพัฒนาระบบบริหารจัดการ
โครงการ แผนงานและงบประมาณ
(PBM)
โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้
จำนวน ๑ งาน
๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๑.๑ ขอบเขตของงาน
๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาจ้างทำของ
๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
(๑) หลักประกันการเสนอราคา
(๒) หลักประกันสัญญา
๑.๕ บทนิยาม
(๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
(๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
(๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
๑.๗ แผนการทำงาน
๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
๒.๗ เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ สำนักงาน ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขัน อย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้ เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน นามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้ เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๒ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่
สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ
ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา ๖. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
(ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๒ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อ เสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง
แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือ มีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน ทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ เอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา (๕) สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ และสำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (๖) อื่นๆ
(๗) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด
ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) หลักประกันการเสนอราคา ตามข้อ ๕
(๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔. การเสนอราคา
๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วย อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้อง กรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอโดย ไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้ ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอราคา โดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคามิได้ ๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน ๒๗๐ วัน นับ ถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
๔.๔ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญารายละเอียด ขอบเขตของ งานฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตาม เงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. และเวลาในการเสนอราคาให้ถือ ตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์
เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และ การเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่สำนักงานผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๗ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณาข้อ เสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะ กรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการ พิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และสำนักงาน จะพิจารณา ลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่สำนักงานจะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ ริเริ่มให้มีการกระทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของสำนักงาน ๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
(๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
(๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กำหนด
(๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ๔.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายใน ประเทศ โดยยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลา ดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน ๖๐ วัน
๕. หลักประกันการเสนอราคา
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องวางหลักประกันการเสนอราคาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบการ
จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ จำนวน ๔๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท (สี่แสนบาทถ้วน)
๕.๑ เงินสด
๕.๒ หนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารภายในประเทศตามแบบที่คณะ กรรมการนโยบายกำหนด
๕.๓ พันธบัตรรัฐบาลไทย
๕.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอนำพันธบัตรรัฐบาลไทยหรือหนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ มาวางเป็นหลักประกันการเสนอราคาจะต้องส่งต้นฉบับเอกสารดังกล่าวมาให้สำนัก งานตรวจสอบความถูกต้องในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอประสงค์จะวางหลักประกันการเสนอราคาเป็นเงินสด ให้ผู้ยื่นข้อเสนอ ดำเนินการชำระเงินผ่านช่องทางการชำระเงิน ดังนี้
โอนเงินเข้าบัญชี ธนาคารกรุงไทยจำกัด (มหาชน) เลขที่บัญชี ๙๕๕๐๐๑๙๔๔๖ ชื่อ บัญชี สนง.พัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)
และส่งหลักฐานการชำระเงินกับธนาคาร พร้อมทั้งแบบแจ้งความประสงค์ชำระเงินค่า หลักประกันการเสนอราคา (เฉพาะกรณีที่มีหลักประกันการเสนอราคาหลายรายการพิจารณา) มาให้ สำนัก งาน ตรวจสอบความถูกต้อง โดยยื่นมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอผ่านระบบ e-GP โดยการชำระเงินและส่ง หลักฐานการชำระเงินให้ดำเนินการในวันและเวลาที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันและเวลาเสนอราคา เท่านั้น
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ประสงค์จะใช้หนังสือ ค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารในประเทศเป็นหลักประกันการเสนอราคาให้ระบุชื่อผู้เข้าร่วมค้ารายที่ สัญญาร่วมค้ากำหนดให้เป็นผู้เข้ายื่นข้อเสนอกับหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หลักประกันการเสนอราคาตามข้อนี้ สำนักงานจะคืนให้ผู้ยื่นข้อเสนอหรือผู้ค้ำประกัน ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่สำนักงานได้พิจารณาเห็นชอบรายงานผลคัดเลือกผู้ชนะการประกวดราคา เรียบร้อยแล้ว เว้นแต่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่คัดเลือกไว้ซึ่งเสนอราคาต่ำสุดหรือได้คะแนนรวมสูงสุดไม่เกิน ๓ ราย ให้คืนได้ต่อเมื่อได้ทำสัญญาหรือข้อตกลง หรือผู้ยื่นข้อเสนอได้พ้นจากข้อผูกพันแล้ว การคืนหลักประกันการเสนอราคา ไม่ว่าในกรณีใด ๆ จะคืนให้โดยไม่มีดอกเบี้ย ๖. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
๖.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ สำนักงาน จะพิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น
๖.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น ในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ สำนักงาน
จะพิจารณาโดยให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ำหนักที่กำหนด ดังนี้
๖.๒.๑ จ้างพัฒนาระบบบริหารจัดการโครงการ แผนงานและงบประมาณ (PBM) (๑) ราคาที่ยื่นข้อเสนอ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๒๐.๐๐ โดยมี วิธีการให้คะแนน ดังนี้ ๑๐๐ - (((ราคาของผู้เสนอราคา - ราคาต่ำสุด)/ราคาต่ำสุด) * ๑๐๐) (๒) ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนอื่นๆ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๘๐.๐๐ ประกอบด้วย
(๒.๑) คณะกรรมการฯ จะพิจารณาจาก ประสบการณ์ของ ผู้จัดการโครงการ ให้มีความสอดคล้องกับคุณสมบัติของ ผู้เสนอราคา ในหัวข้อ ๔.๑๔ หรือดีกว่า กำหนด น้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๔.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ พิจารณาตามเกณฑ์ระบุในขอบเขตของงานข้อ ๑๖ (๒.๒) คณะกรรมการฯ จะพิจารณาจาก ประสบการณ์ของผู้ยื่น ข้อเสนอ โดยมี ผลงานประเภทเดียวกันกับการจัดจ้าง ครั้งนี้ ในวงเงินไม่น้อยกว่า ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท ในสัญญา เดียวกัน โดยเป็นผลงาน ที่เสร็จเรียบร้อยแล้ว ไม่เกิน ๕ ปี กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๑๒.๐๐ โดยมีวิธีการ ให้คะแนน ดังนี้ พิจารณาตามเกณฑ์ระบุในขอบเขตของงานข้อ ๑๖
(๒.๓) คณะกรรมการฯ จะพิจารณาจากแนว ทางการบริหาร โครงการ (Project Management Methodology) ให้มี ความสอดคล้องกับแผนการส่งมอบงาน และมีความ ยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยน การดำเนินงานได้หากมีเหตุจำเป็น กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๘.๐๐ โดยมี วิธีการให้คะแนน ดังนี้ พิจารณาตามเกณฑ์ระบุในขอบเขตของงานข้อ ๑๖
(๒.๔) คณะกรรมการฯ จะพิจารณาจาก เครื่องมือบริหาร โครงการที่ได้นำมาใช้ใน โครงการได้อย่างเหมาะสม และทำได้ จริงตามแนวทางการบริหารโครงการที่ ได้นำ เสนอ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๘.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ พิจารณาตามเกณฑ์ระบุในขอบเขต ของงานข้อ ๑๖
(๒.๕) คณะกรรมการฯ จะพิจารณาจากการ นำเสนอของผู้ยื่นข้อ เสนอโดยดูจาก ความสอดคล้องของขอบเขตงาน กับ ความเป็นไปได้จริงจากเทคโนโลยีที่ นำเสนอ, การเชื่อม โยงข้อมูลระหว่าง Platform ต่างๆที่พัฒนาขึ้นใหม่กับ ระบบที่มีอยู่เดิม กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๑๖.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ พิจารณาตามเกณฑ์ระบุในขอบเขตของงานข้อ ๑๖
(๒.๖) คณะกรรมการฯ จะพิจารณาจากการ อธิบายแผนการโอน ย้ายฐานข้อมูลจาก ระบบปัจจุบันไปยังระบบใหม่ (Data Migration & Data Conversion) กำหนดน้ำหนัก เท่ากับร้อยละ ๘.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ พิจารณาตามเกณฑ์ระบุในขอบเขตของงานข้อ ๑๖ (๒.๗) คณะกรรมการฯ จะพิจารณาจากการนำ เทคโนโลยี AI มา ประยุกต์ใช้กับ ระบบงานที่จะพัฒนาขึ้น กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๑๖.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้
พิจารณาตามเกณฑ์ระบุในขอบเขตของงานข้อ ๑๖
(๒.๘) คณะกรรมการฯ จะพิจารณาจากการ ถ่ายทอดองค์ความรู้ เฉพาะทาง เพื่อพัฒนาส่งเสริมศักยภาพให้แก่ เจ้าหน้าที่และบุคลากร สทอภ. กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๔.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ พิจารณาตามเกณฑ์ระบุในขอบเขตของงานข้อ ๑๖ (๒.๙) คณะกรรมการฯ จะพิจารณาจาก สิทธิ์การใช้งานลิขสิทธิ์ ของ Program ที่นำเสนอ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๔.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ พิจารณาตาม เกณฑ์ระบุในขอบเขตของงานข้อ ๑๖
โดยกำหนดให้น้ำหนักรวมทั้งหมดเท่ากับร้อยละ ๑๐๐
๖.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ ขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่สำนักงานกำหนดไว้ในประกาศ และเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้ เปรียบเสียเปรียบต่อ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการพิจารณาผลฯ อาจ พิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
๖.๔ สำนักงานสงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการผ่อนผัน ในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย อิเล็กทรอนิกส์
(๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวด อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ๖.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือสำนักงาน มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ สำนักงานมีสิทธิที่จะ ไม่รับข้อเสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ๖.๖ สำนักงานทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคา ที่ เสนอทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจ จะยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อ ประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของสำนักงานเป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียก ร้องค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งสำนักงานจะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ และลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่ เชื่อถือได้ว่าการยื่นข้อเสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมายื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น
ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่
อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือสำนักงาน จะให้ผู้ ยื่นข้อเสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการตามเอกสาร ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ สำนักงาน มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอ หรือไม่รับราคาของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหาย ใดๆ จากสำนักงาน
๖.๗ ก่อนลงนามในสัญญาสำนักงาน อาจประกาศยกเลิกการประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใด ในการเสนอราคา
๖.๘ ผู้เสนอราคาต้องยื่นข้อเสนอรายละเอียดในทุกรายการและทุกกิจกรรมที่ปรากฏ ในโครงการ ต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว โดยต้องจัดทำตารางเปรียบเทียบรายละเอียดคุณสมบัติ หรือเอกสารรายละเอียดของซอฟต์แวร์ ที่ยื่นโดยให้ระบุหรืออ้างอิงถึงเอกสารในข้อเสนอที่เกี่ยวข้องและทำ เครื่องหมายในเอกสารนั้นหรือแคตตาล็อกให้สังเกตได้ง่าย ในวันยื่นข้อเสนอทางเทคนิคหากผู้เสนอราคาไม่ ดำเนินการตามข้อนี้ สทอภ.
ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้เสนอราคา
๖.๙ ผู้เสนอราคาต้องแสดงเอกสารหลักฐานที่ชัดแจ้ง เพื่อนำมาใช้ในการพิจารณาให้ คะแนนในแต่ละหัวข้อ
๖.๑๐ ผู้เสนอราคาที่ผ่านคุณสมบัติเบื้องต้น จะต้องมานำเสนอและชี้แจง โดยต้อง ครอบคลุมการดำเนินงานตามขอบเขตงานทั้งหมด ต่อคณะกรรมการพิจารณาผลประกวดราคาภายใน ๓ วันทำ การนับถัดจากวันเสนอราคา โดยผู้เสนอราคาจะต้องลงทะเบียนเวลา ๐๙.๐๐ - ๐๙.๓๐ น. และเริ่มนำเสนอ และชี้แจงฯ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๓๐ น. เป็นต้นไป ณ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ ถนนแจ้งวัฒนะ แขวง ทุ่งสองห้องเขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ๑๐๒๑๐ พร้อมสำเนาเอกสารการนำเสนอ ให้คณะกรรมการฯ จำนวน ๗ ชุด
๗. การทำสัญญาจ้าง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุใน ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับสำนักงาน ภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวาง หลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้สำนัก งานยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
๗.๑ เงินสด
๗.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่สำนักงาน ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ลงวันที่ที่ ใช้เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้น ไม่เกิน ๓ วัน ทำการ
๗.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง กำหนด
๗.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) ๗.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่งสำนักงาน ได้รับ มอบไว้แล้ว
๘. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
สำนักงาน จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่าย ทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง โดยแบ่งออกเป็น ๕ งวดดังนี้ งวดที่ ๑ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานตาม ขอบเขตของงาน ข้อ ๑๐ งวดงานที่ ๑ และคณะกรรมการได้ตรวจรับพัสดุเรียบร้อยแล้ว ให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วัน
งวดที่ ๒ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๒๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานตาม ขอบเขตของงาน ข้อ ๑๐ งวดงานที่ ๒ และคณะกรรมการได้ตรวจรับพัสดุเรียบร้อยแล้ว ให้แล้วเสร็จภายใน ๙๐ วัน
งวดที่ ๓ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๒๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานตาม ขอบเขตของงาน ข้อ ๑๐ งวดงานที่ ๓ และคณะกรรมการได้ตรวจรับพัสดุเรียบร้อยแล้ว ให้แล้วเสร็จภายใน ๑๘๐ วัน
งวดที่ ๔ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๓๕ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานตาม ขอบเขตของงาน ข้อ ๑๐ งวดงานที่ ๔ และคณะกรรมการได้ตรวจรับพัสดุเรียบร้อยแล้ว ให้แล้วเสร็จภายใน ๒๔๐ วัน
งวดสุดท้าย เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๕ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ทั้งหมดให้แล้วเสร็จเรียบร้อยตามสัญญาหรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ และ สำนักงาน ได้ตรวจรับมอบงานจ้าง เรียบร้อยแล้ว
๙. อัตราค่าปรับ
ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลง จ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
๙.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับ อนุญาตจากสำนักงาน จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงาน จ้างช่วงนั้น
๙.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๙.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็น รายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้าง แต่ต้องไม่ต่ำกว่าวันละ ๑๐๐ บาท
๑๐. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
๑๐.๑ ผู้รับจ้างจะต้องรับประกันผลงานเป็นระยะเวลา ๒ ปี โดยนับถัดจากวันที่คณะ กรรมการตรวจรับงานงวดสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว
๑๐.๒ ในกรณีที่ระบบงานหรือระบบฐานข้อมูลมีปัญหาเกิดเหตุขัดข้อง ผู้รับจ้างต้อง ดำเนินการแก้ไขระบบให้เสร็จสิ้นหลังจากได้รับแจ้งจากผู้ว่าจ้างทางอีเมล โทรศัพท์ แอปพลิเคชันไลน์ หรือทาง ใดทางหนึ่งโดยผู้รับจ้างต้องติดต่อกลับมายัง สทอภ. ภายในวันที่ได้รับแจ้ง ซึ่งหากปัญหาหรือเหตุขัดข้องไม่ สามารถดำเนินการแก้ไขให้ใช้งานได้ภายใน ๒๔ ชั่วโมง นับตั้งแต่เวลาที่ติดต่อกลับมายัง สทอภ. ผู้รับจ้างจะ ต้องทำการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาโดยต้องส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาให้บริการแก้ไขปัญหาที่ สทอภ. เพื่อพิจารณา ปัญหาร่วมกับผู้รับผิดชอบของ สทอภ. และกำหนดระยะเวลาในการแก้ไขปัญหาให้เสร็จสิ้นเหมาะสม ๑๐.๓ การบริการให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์ วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา ๘.๓๐-๑๗.๓๐ น. โดยผู้รับจ้างต้องระบุชื่อและเบอร์โทรศัพท์ ที่ สทอภ. สามารถติดต่อได้ในกรณีที่มีปัญหา ๑๐.๔ ในกรณี Upgrade Application Software หากมีการปรับปรุง Version ใหม่ ภายในช่วงรับประกันสัญญาผู้รับจ้างจะแจ้งให้สำนักงานฯ ทราบ พร้อมข้อเสนอและแผนการติดตั้ง การฝึก อบรมใหม่ และคู่มือการใช้งานระบบ และอธิบายผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับระบบที่สำนักงานฯ ใช้อยู่ เพื่อเป็น ข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการ Upgrade หากทางสำนักงานฯ เลือกที่จะ Upgrade จะต้องไม่มีค่าใช้จ่าย เพิ่มเติม
๑๐.๕ ผู้รับจ้างต้องส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาติดตามผลงาน ดูแลความเรียบร้อยของระบบ ปรับระบบและฐานข้อมูล (Tuning) เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการให้คำปรึกษา ระบบงาน และ/หรือปรับปรุงให้แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่สำนักงานฯ และผู้รับจ้างตกลงกันอย่างน้อย ๑ เดือน /ครั้ง พร้อมจัดทำรายงานผลการดำเนินการ
๑๐.๖ ในกรณีที่ระบบเกิดเหตุขัดข้อง ผู้รับจ้างต้องดำเนินการแก้ไขระบบให้เสร็จสิ้น หลังจากได้รับแจ้งจากทางผู้ว่าจ้างทางอีเมล โทรศัพท์ แอปพลิเคชั่นไลน์ หรือทางใดทางหนึ่ง หากไม่สามารถ ทำการแก้ไขให้เสร็จภายในเวลาที่กำหนด ผู้ว่าจ้างขอสงวนสิทธิ์ค่าปรับ ในอัตราชั่วโมงละ ๑๐๐ บาท เศษของ ชั่วโมงให้คิดเป็นหนึ่งชั่วโมง โดยหักค่าปรับจากหลักประกันสัญญา
๑๑. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
๑๑.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากอื่นๆ
การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ สำนักงานได้รับอนุมัติเงินค่าจ้างจาก อื่นๆ แล้วเท่านั้น
๑๑.๒ เมื่อสำนักงานได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลงจ้าง ตามการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามาจาก ต่างประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตาม กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
(๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
(๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดย เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
(๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
๑๑.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งสำนักงานได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็น หนังสือภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ สำนักงานจะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้ ออกหนังสือค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้ง จะพิจารณาให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ๑๑.๔ สำนักงานสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบสัญญาหรือ ข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
๑๑.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของสำนักงาน คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อ เสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
๑๑.๖ สำนักงาน อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จะเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากสำนักงานไม่ได้
(๑) สำนักงานไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้รับจัดสรร แต่ ไม่เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
(๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่น ใด ในการเสนอราคา
(๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่สำนักงาน หรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
(๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
๑๑.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
๑๒. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
๑๓. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
สำนักงาน สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการ คัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับสำนักงาน ไว้ชั่วคราว
สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)
กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
สำเนาถูกต้อง
วิไลพร แดงขำ
(นางสาววิไลพร แดงขำ)

ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
โดย นางสาววิไลพร แดงขำ -ราง
ประกาศสํานักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) เรื่อง ประกวดราคาจ้างพัฒนาระบบบริหารจัดการโครงการ แผนงานและงบประมาณ (PBM)
ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
สํานักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) มีความประสงค์จะ ประกวดราคาจางพัฒนาระบบบริหารจัดการโครงการ แผนงานและงบประมาณ (PBM) ดวยวิธีประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ราคากลางของงานจ้าง ในการประกวดราคาครั้งนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น ๗,๕๐๐,000.00 บาท (เจ็ดล้านสี่แสนบาทถ้วน) จํานวน ๑ รายการ
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอโดยแสดงหลักฐานถึงขีดความสามารถและความพร้อมที่มีอยู่ใน
วันยื่นข้อเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
ระหว่างเวลา
ราคา
ลงวันที่
๑. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติให้เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กําหนด ๒. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่
น. ซึ่งสามารถจัดเตรียมเอกสารข้อเสนอได้ตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงวันเสนอ
น. ถึง
๓. ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เลขที่ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๙ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ได้ตั้งแต่วันที่ ประกาศจนถึงวันเสนอราคา ได้ที่เว็บไซต์ www.gistda.or.th หรือ www.gprocurement.go.th
สําเนาถูกต้อง
ประกาศ ณ วันที่ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๙
(นายดํารงค์ฤทธิ์ เนียมหมวด) รองผู้อํานวยการ ปฏิบัติงานแทนผู้อํานวยการ
สํานักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ
วิไลพร แดงข่า
(นางสาววิไลพร แดงข่า)
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
โดย นางสาววิไลพร แดง า -