ประกวดราคาจ้างโครงการเปลี่ยนทดแทนและปรับปรุงระบบโทรศัพท์ฉุกเฉิน บนสายทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 ช่วงกม.68+000 - กม.108+000
กรมทางหลวง โดยกองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง มีความประสงค์ประกวดราคาจ้างโครงการเปลี่ยนทดแทนและปรับปรุงระบบโทรศัพท์ฉุกเฉิน บนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 ช่วงกิโลเมตรที่ 68+000 ถึงกิโลเมตรที่ 108+000 เนื่องจากระบบโทรศัพท์ฉุกเฉินเดิมมีอายุการใช้งานมากกว่า 10 ปี อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ชำรุดเสียหาย ซอฟต์แวร์ไม่เสถียร และไม่รองรับระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ ทำให้ประสิทธิภาพการสื่อสารด้อยลง
โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงระบบและเพิ่มประสิทธิภาพของระบบโทรศัพท์ฉุกเฉินบนทางหลวงพิเศษ พร้อมทั้งเปลี่ยนทดแทนอุปกรณ์ให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันสมัยด้วยเทคโนโลยีระบบ VDO CALL เพื่ออำนวยความสะดวกและความปลอดภัยแก่ประชาชนผู้ใช้ทาง
ขอบเขตงานครอบคลุมการดำเนินงานปรับปรุงระบบโทรศัพท์ฉุกเฉินพร้อมอุปกรณ์ประกอบ การตั้งค่าและเชื่อมโยงระบบให้ใช้งานได้สมบูรณ์ครบถ้วน การปรับปรุงตู้โทรศัพท์ฉุกเฉินและจุดเข้า-ออกใช้งานเดิม การสำรวจพื้นที่ติดตั้ง การจัดหาและติดตั้งสายสัญญาณและอุปกรณ์ที่เสื่อมสภาพ การปรับปรุงฐานและพื้นที่ใช้งาน ตลอดจนการเชื่อมต่อระบบใหม่ให้สามารถควบคุมจากศูนย์ควบคุมทางหลวงพิเศษ (ลาดกระบัง) ได้ นอกจากนี้ยังรวมถึงการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (PM) และการซ่อมแซมแก้ไข (CM) ตลอดระยะเวลารับประกันผลงาน 2 ปี
English summary
The Department of Highways, by the Inter-City Motorway Division, intends to hire a contractor for the “Replacement and Improvement Project of the Emergency Telephone System on Motorway No. 7, Section Km. 68+000 - Km. 108+000”. This is because the existing Emergency Telephone System (ETS) has been in operation for over 10 years, with deteriorating hardware, obsolete software, and incompatibility with new operating systems, leading to diminished communication effectiveness.
The project objectives are to improve and enhance the efficiency of the emergency telephone system on the motorway and to replace equipment so it can function effectively and modernly using VDO CALL technology for the benefit of road users.
The scope of work includes surveying the installation sites, procuring and installing new hardware and software systems (VDO CALL), improving existing emergency telephone casings and access points, upgrading associated cabling and electrical systems, and integrating the new system with the existing Advanced Traffic Management System (ATMS) at the Ladkrabang Control Center. The contractor is also responsible for providing preventive maintenance (PM) and corrective maintenance (CM) throughout the 2-year warranty period after project completion.
ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (ช่วง กม.68+000 ถึง กม.108+000) และ อาคารศูนย์ควบคุมทางหลวงพิเศษ (ลาดกระบัง) บริเวณแยกต่างระดับลาดกระบัง กม.21
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อดำเนินการทำการปรับปรุงระบบและเพิ่มประสิทธิภาพระบบโทรศัพท์ฉุกเฉินบนทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7
- เพื่อเปลี่ยนทดแทนอุปกรณ์ให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขอบเขตของงาน
- ดำเนินการปรับปรุงระบบโทรศัพท์ฉุกเฉิน (Emergency Telephone System - ETS) พร้อมอุปกรณ์ และตั้งค่าเชื่อมโยงระบบให้สามารถใช้งานได้อย่างสมบูรณ์ครบถ้วน
- ดำเนินการปรับปรุงตู้โทรศัพท์ฉุกเฉิน (Emergency Casing) และจุดเข้า-ออกใช้งานโทรศัพท์ฉุกเฉินเดิม
- สำรวจพื้นที่จุดติดตั้งระบบโทรศัพท์ฉุกเฉิน (ETS) และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน เสนอจุดติดตั้ง
- ปรับปรุง Emergency Casing และ Guide Sign ของระบบ ETS และติดตั้งโทรศัพท์ฉุกเฉินใหม่
- จัดหาและติดตั้งวัสดุ สายนำสัญญาณ สายไฟ อุปกรณ์ต่างๆ ที่เสื่อมสภาพจากการใช้งาน
- ปรับปรุงฐานและพื้นที่สำหรับเข้าไปใช้งานระบบ ETS เพื่ออำนวยความสะดวก
- ติดตั้งและปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบ ETS ทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ตามรายละเอียดในภาคผนวก ข.
- ดำเนินการจัดหา ปรับปรุง หรือเปลี่ยนทดแทนฮาร์ดแวร์/ซอฟต์แวร์เพิ่มเติม หากระบบใหม่ไม่สามารถทำงานร่วมกับระบบ ATMS เดิมได้ (ค่าใช้จ่ายเป็นของผู้รับจ้าง)
- ดำเนินการติดตั้งเชื่อมโยงระบบ ETS ใหม่ให้สามารถเชื่อมต่อกับระบบ ATMS เดิมได้
- ออกแบบหรือควบคุมการทำงานของโทรศัพท์ให้ทำงานได้ภายใต้อุณหภูมิและความชื้นบนทางหลวง และทำงานต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง
- ติดตั้งระบบให้สามารถควบคุมจากชุดควบคุมที่อาคารศูนย์ควบคุมฯ (ลาดกระบัง)
- ปรับปรุงระบบโครงข่ายสัญญาณ ระบบไฟฟ้าสื่อสาร และระบบตรวจสอบสถานะการทำงานของอุปกรณ์ (CCB)
- ดำเนินการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance - PM) และการซ่อมแซมแก้ไข (Corrective Maintenance - CM) ตลอดระยะเวลารับประกันผลงาน
- จัดทำและส่งแบบแสดงการติดตั้ง (Shop Drawing) ของระบบ
- จัดทำแผนดำเนินงานและผลดำเนินงานรายเดือน
- สำรวจ จัดเก็บ และจัดทำทะเบียนรายการอุปกรณ์ระบบทั้งหมด
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- ระบบโทรศัพท์ฉุกเฉิน (Emergency Telephone System) ใหม่แบบ VDO CALL ที่ติดตั้งและปรับปรุงแล้ว พร้อมอุปกรณ์ครบถ้วน
- ตู้โทรศัพท์ฉุกเฉิน (Emergency Casing) และจุดเข้าใช้งานที่ปรับปรุงแล้ว
- ระบบที่เชื่อมต่อและทำงานร่วมกับระบบ ATMS เดิมของกองทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองได้อย่างสมบูรณ์
- ระบบไฟฟ้า สื่อสาร และโครงข่ายสัญญาณที่ปรับปรุงแล้ว
- ระบบตรวจสอบสถานะการทำงานของอุปกรณ์ (CCB) ที่ปรับปรุงแล้ว
- แผนดำเนินงานโครงการ และแผนการทำงาน (ภายใน 7 และ 15 วันหลังลงนามสัญญาตามลำดับ)
- แบบแสดงการติดตั้ง (Shop Drawing) ของระบบ
- แผนดำเนินงานและผลดำเนินงานรายเดือน
- ทะเบียนรายการอุปกรณ์ระบบทั้งหมด (ในรูปแบบ Excel File และเอกสารรายงาน)
- การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (PM) และการซ่อมแซมแก้ไข (CM) ตลอดระยะเวลารับประกัน 2 ปี
ระยะเวลาดำเนินการ
ระยะเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน 240 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานจัดหาและติดตั้งประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง มูลค่าไม่น้อยกว่า 12,000,000.00 บาท ในสัญญาเดียว เป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ และได้ส่งมอบงานและตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว
- Standards Compliance: -
- Experience: ต้องมีประสบการณ์ผลงานจัดหาและติดตั้งระบบประเภทเดียวกัน มูลค่าไม่ต่ำกว่า 12 ล้านบาท (ตามด้านบน)
- Previous Project Cost: มูลค่าผลงานก่อนหน้าที่ต้องยื่นแสดงต้องไม่น้อยกว่า 12,000,000.00 บาท ต่อสัญญา
- Technical Capabilities: ต้องสามารถจัดหาและติดตั้งระบบโทรศัพท์ฉุกเฉิน (ETS) และเชื่อมต่อกับระบบ ATMS ได้ ต้องสามารถเข้าร่วมการทดสอบ Proof of Concept (POC) ได้
- Personnel: -
เกณฑ์การพิจารณา
การพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอใช้ หลักเกณฑ์ราคา โดยพิจารณาจาก ราคารวม ที่เสนอ
ข้อกำหนดทางเทคนิค
ระบบโทรศัพท์ฉุกเฉินที่ต้องติดตั้งใหม่เป็นระบบ VDO CALL แทนที่ระบบเดิม อุปกรณ์ต้องเป็นของแท้ ของใหม่ ไม่เคยใช้งาน ต้องสามารถทำงานร่วมกับระบบ Advanced Traffic Management System (ATMS) เดิมของกองทางหลวงฯ ได้ หากไม่สามารถทำงานร่วมกันได้ ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบจัดหาระบบ ATMS ใหม่ตามแบบรูปแนะนำในภาคผนวก ข. อุปกรณ์และระบบต้องออกแบบให้ทำงานได้ภายใต้สภาพแวดล้อมทางหลวง (อุณหภูมิ, ความชื้น) และทำงานได้ต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ระบบต้องสามารถควบคุมจากศูนย์ควบคุมทางหลวงพิเศษ อาคารศูนย์ควบคุมฯ (ลาดกระบัง) ได้ รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของอุปกรณ์ระบุอยู่ใน “ภาคผนวก ก.” และ “ภาคผนวก ข.” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ TOR
เงื่อนไขสัญญา
- ราคากลาง: 48,763,895.40 บาท
- หลักประกันการเสนอราคา: จำนวน 2,440,000.00 บาท
- หลักประกันสัญญา: ร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาได้
- การจ่ายเงิน: แบ่งเป็น 3 งวด
- งวดที่ 1 (20%): เมื่อปฏิบัติงานตาม TOR แล้วเสร็จภายใน 90 วัน
- งวดที่ 2 (30%): เมื่อปฏิบัติงานตาม TOR แล้วเสร็จภายใน 150 วัน
- งวดสุดท้าย (50%): เมื่อปฏิบัติงานทั้งหมดแล้วเสร็จและกองทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองตรวจรับมอบงานเรียบร้อยแล้ว
- อัตราค่าปรับ: กรณีปฏิบัติผิดสัญญา (นอกเหนือจากการจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต) คิดค่าปรับรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้าง
- ระยะเวลารับประกันผลงาน: ไม่น้อยกว่า 2 ปี นับจากวันที่กองทางหลวงฯ รับมอบงาน โดยต้องซ่อมแซมแก้ไขภายใน 1 วันหลังจากได้รับแจ้ง
- เงินล่วงหน้า: มีสิทธิเสนอขอรับได้ในอัตราไม่เกินร้อยละ 15 ของราคาค่าจ้างทั้งหมด โดยต้องส่งมอบหลักประกันเงินล่วงหน้าก่อน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
ถาม: ระบบ VDO CALL ที่ต้องติดตั้งใหม่ มีความแตกต่างจากระบบโทรศัพท์ฉุกเฉินเดิมอย่างไร?
ตอบ: ระบบ VDO CALL เป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยกว่า โดยนอกจากจะสามารถสนทนาเสียงได้แล้ว ยังอาจรองรับการสื่อสารด้วยวิดีโอ ซึ่งช่วยให้ศูนย์ควบคุมสามารถประเมินสถานการณ์ที่จุดเกิดเหตุได้แม่นยำและรวดเร็วยิ่งขึ้น เมื่อเทียบกับระบบเดิมที่เป็นเพียงระบบเสียงและอาจมีปัญหาความไม่เสถียร -
ถาม: หากอุปกรณ์ที่ผู้รับจ้างเสนอไม่สามารถทำงานร่วมกับระบบ ATMS เดิมได้ จะต้องทำอย่างไร?
ตอบ: ตามเงื่อนไขใน TOR ข้อ 5.1.8 ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการจัดหา ปรับปรุง ปรับแต่งค่า หรือเปลี่ยนทดแทนฮาร์ดแวร์และ/หรือซอฟต์แวร์เพิ่มเติม โดยไม่สามารถเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากผู้ว่าจ้างได้ เพื่อให้ระบบใหม่ทำงานร่วมกับ ATMS เดิมได้ หรือไม่เช่นนั้นต้องจัดหาระบบ ATMS ใหม่ทั้งหมดตามแบบในภาคผนวก ข. -
ถาม: การบำรุงรักษาระหว่างระยะเวลารับประกัน 2 ปี ครอบคลุมอะไรบ้าง?
ตอบ: ครอบคลุมการบำรุงรักษาเชิงป้องกันตามกำหนดเวลา (Preventive Maintenance - PM) เพื่อตรวจสอบและป้องกันปัญหา และการซ่อมแซมแก้ไขในกรณีที่ระบบชำรุด (Corrective Maintenance - CM) ทันทีที่ได้รับแจ้ง เพื่อให้ระบบใช้งานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพตลอดระยะเวลารับประกัน -
ถาม: โครงการนี้ต้องมีการปิดช่องทางหรือก่อความรำคาญต่อผู้ใช้ทางหรือไม่?
ตอบ: ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนงานและวิธีการติดตั้งที่ครอบคลุมผลกระทบและแนวทางแก้ไขปัญหา เพื่อไม่ให้กระทบกับการทำงานของ Control Room และระบบต่างๆ ของผู้ว่าจ้าง และต้องทำให้การบริหารจัดการระหว่างดำเนินงานไม่เกิดผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ -
ถาม: ตำแหน่งที่ตั้งของการติดตั้งอุปกรณ์สามารถเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่?
ตอบ: ผู้รับจ้างต้องสำรวจและเสนอจุดติดตั้งให้ครบถ้วน แต่ตำแหน่งติดตั้งสุดท้ายจะกำหนดโดยกองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (กท.) ในภายหลัง กรณีที่ต้องปรับปรุงพื้นที่บริเวณติดตั้ง ก็ต้องเสนอให้ กท. พิจารณาก่อนทุกครั้ง -
ถาม: เอกสาร Shop Drawing ที่ต้องส่งมอบมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: แบบแสดงการติดตั้ง (Shop Drawing) เป็นเอกสารสำคัญที่แสดงรายละเอียดการติดตั้งระบบและอุปกรณ์จริง เป็นส่วนหนึ่งของการส่งมอบงานงวดสุดท้าย และใช้สำหรับเป็นเอกสารอ้างอิงสำหรับการบำรุงรักษาและแก้ไขปัญหาในอนาคต -
ถาม: ระบบต้องทนต่อสภาพแวดล้อมแบบใดเป็นพิเศษ?
ตอบ: ระบบและอุปกรณ์ต้องออกแบบหรือมีระบบควบคุมการทำงานเพื่อให้สามารถทำงานได้ตามปกติภายใต้สภาพแวดล้อมของอุณหภูมิและความชื้นบนทางหลวงพิเศษ ซึ่งมีความแปรปรวนสูง และต้องสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง -
ถาม: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีตัวแทนจำหน่ายจากผู้ผลิตหรือไม่?
ตอบ: ใช่ ตามข้อ 5.2.5 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายจากผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย และต้องยื่นหลักฐานนี้มาพร้อมในวันเสนอราคา -
ถาม: การทดสอบ Proof of Concept (POC) คืออะไร และสำคัญอย่างไร?
ตอบ: การทดสอบ POC คือการทดสอบแนวคิดและความเข้าใจระบบเบื้องต้น โดยผู้ว่าจ้างจะนำผลการทดสอบไปใช้ประกอบการพิจารณาให้คะแนนข้อเสนอทางเทคนิคของผู้ยื่นข้อเสนอ รายละเอียดการทดสอบและเกณฑ์การพิจารณาอยู่ใน “ภาคผนวก ค.” -
ถาม: กรณีที่จำเป็นต้องนำเข้าอุปกรณ์จากต่างประเทศ มีข้อกำหนดพิเศษหรือไม่?
ตอบ: ใช่ หากผู้รับจ้างต้องนำสิ่งของเข้าจากต่างประเทศโดยทางเรือ และมีเรือไทยเดินอยู่ในเส้นทางนั้น ต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี เช่น แจ้งกรมเจ้าท่า และจัดการให้สิ่งของบรรทุกโดยเรือไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตหรือเป็นของที่ได้รับการยกเว้น
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
๑. ความเป็นมา
รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะจัดหา โครงการเปลี่ยนทดแทนและปรับปรุงระบบโทรศัพท์ฉุกเฉิน
บนทางหลวงพิเศษหมายเลข ๗ ช่วง กม.๖๘+๐๐๐ - กม.๑๐๘+๐๐๐
เนื่องจากระบบโทรศัพท์ฉุกเฉิน (Emergency Telephone System) บนทางหลวงพิเศษ ระหว่างเมือง หมายเลข ๗ มีอายุใช้งานมามากกว่า ๑๐ ปี ซึ่งชุดอุปกรณ์ ระบบ Hardware ที่ใช้งานอยู่มีการ ชํารุดเสียหาย ไม่คุ้มค่าต่อการบํารุงรักษา อุปกรณ์บางอย่างไม่สามารถจัดหาทดแทนได้ ระบบ Software เดิมไม่ เสถียรภาพ ไม่รองรับกับระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ได้ ทําให้การสื่อสารของระบบด้อยประสิทธิภาพ จึง จําเป็นต้องปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ ให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีในปัจจุบัน โดยเปลี่ยนใหม่เป็นระบบ VDO CALL เพื่อให้ทันสมัย และเพื่อเป็นประโยชน์ต่อประชาชนผู้ใช้ทาง
โดยมีวัตถุประสงค์ ขอบเขตงาน และเงื่อนไขของการรับจ้างตามรายละเอียดคุณลักษณะ
เฉพาะของวัสดุที่จัดหานี้
ผู้สนใจที่มีคุณสมบัติตามข้อกําหนดและมีความประสงค์จะรับจ้างทํางานดังกล่าว
จะต้องยื่นเอกสารให้ครบถ้วนตามรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะจัดหากําหนดไว้
๒. คําจํากัดความ
๒.๑ กท.
กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง กรมทางหลวง
หมายถึง
๒.๒ ผู้ว่าจ้าง
หมายถึง
กรมทางหลวง โดยกองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง
๒.๓ ผู้รับจ้าง
๒.๔. ผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๕ ระบบ ETS
๒.๖ อาคารศูนย์ฯ
๒.๗ บํารุงรักษาฯ
หมายถึง ผู้ยื่นข้อเสนอที่มีคุณสมบัติตามข้อกําหนดไว้ในข้อ
๑๑.
ซึ่ง
ได้รับการพิจารณาคัดเลือก และได้ลงนามในสัญญาจ้างฯ กับกรมทางหลวง โดย กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง
หมายถึง นิติบุคคล หรือกลุ่มนิติบุคคล หรือกิจการร่วมค้า (Joint venture) ที่มีคุณสมบัติตามข้อ ๑๑. และมีสิทธิ์เข้ายื่น ข้อเสนอเพื่อเข้ามารับจ้างดําเนินการโครงการนี้
หมายถึง ระบบโทรศัพท์ฉุกเฉิน (Emergency Telephone System) รวมถึงอุปกรณ์ประกอบระบบเพื่อให้สามาถ ทํางานได้โดยสมบูรณ์
หมายถึง อาคารศูนย์ควบคุมทางหลวงพิเศษ (ลาดกระบัง) ซึ่งตั้งอยู่ ที่บริเวณแยกต่างระดับลาดกระบัง ประมาณ กม.๒๑ บน ทางหลวงพิเศษหมายเลข ๗ แขวงทับยาว เขตลาดกระบัง
กรุงเทพมหานคร
หมายถึง การดูแลบํารุงรักษา ซ่อมแซม แก้ไข ปรับปรุงระบบฯ ให้ สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องและตลอดเวลา การ บํารุงรักษาเชิงป้องกันตามกําหนดเวลา (Preventive Maintenance, PM) และ การซ่อมแซมแก้ไขในกรณีที่ ระบบชํารุด (Corrective Maintenance, CM)
dr
๓.
วัตถุประสงค์
๓.๑
เพื่อดําเนินการทําการปรับปรุงระบบและเพิ่มประสิทธิภาพ ระบบโทรศัพท์ฉุกเฉินบนทางหลวงพิเศษ ระหว่างเมืองหมายเลข ๗
๓.๒ เพื่อเปลี่ยนทดแทนอุปกรณ์ให้สามารถทํางานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
๔. ขอบเขตงาน
งานเปลี่ยนทดแทนและปรับปรุงระบบโทรศัพท์ฉุกเฉิน บนทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข ๗
ช่วง กม.๖๘+000 - กม.๑๐๘,๐๐๐ มีขอบเขตการดําเนินงาน ดังต่อไปนี้
ดําเนินการปรับปรุงระบบโทรศัพท์ฉุกเฉิน (EMERGENCY TELEPHONE SYSTEM) พร้อม อุปกรณ์ และตั้งค่า เชื่อมโยงระบบ ให้สามารถใช้งานได้อย่างสมบูรณ์ครบถ้วนตามสัญญา ดําเนินการปรับปรุงตู้โทรศัพท์ฉุกเฉิน (EMERGENCY CASING) และจุดเข้า-ออกใช้งานโทรศัพท์
ฉุกเฉินเดิม ให้สามารถทํางานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
๕. เงื่อนไขและข้อกําหนด
๕.๑ ข้อกําหนดทั่วไป
๕.๑.๑.
๕.๑.๒.
๕.๑.๓.
๕.๑.๔
๕.๑.๕.
๕.๑.๖.
ผู้รับจ้างต้องจัดทําส่งแผนการดําเนินงาน รายละเอียดขั้นตอนการทํางาน วิธีการติดตั้งตาม หลักวิศวกรรม ให้ครอบคลุมขอบเขตงานที่จ้างที่จะใช้ในการทํางานให้แล้วเสร็จตาม กําหนดการ รวมถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นและแนวทางแก้ไขปัญหา เพื่อไม่ให้กระทบกับการ ทํางานของ Control Room และระบบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องของผู้ว่าจ้าง ให้ กท. พิจารณาถึง ขั้นตอนการทํางานและความเป็นไปได้ในการปฏิบัติงานที่น่าเชื่อถือภายใน ๗ วัน นับถัดจาก
วันลงนามในสัญญาจ้าง
ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการประชุมเริ่มงานโครงการ (Kickoff Project) เพื่อชี้แจงทําความเข้าใจ เกี่ยวกับรายละเอียดแผนงานและวิธีการดําเนินงานให้กับเจ้าหน้าที่ กท. ที่เกี่ยวข้องภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้างโดยแจ้งกําหนดจัดประชุมเริ่มงานให้ทราบภายใน ๗
วันทําการนับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
99
อุปกรณ์ที่จัดซื้อนี้ต้องเป็นของแท้ ของใหม่ ไม่เคยใช้งานมาก่อน ไม่เป็นของเก่าเก็บ อยู่ใน สภาพที่สามารถใช้งานได้ทันทีและมีคุณสมบัติตามเอกสารใน “ภาคผนวก ข ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการสํารวจพื้นที่จุดติดตั้งระบบโทรศัพท์ฉุกเฉิน (ETS) และอุปกรณ์ที่ เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน เสนอจุดติดตั้งให้ครบถ้วน โดยตําแหน่งติดตั้ง กท. จะกําหนดภายหลัง ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการปรับปรุง EMERGENCY CASING และ GUIDE SIGN ของระบบ โทรศัพท์ฉุกเฉิน (ETS) และติดตั้งโทรศัพท์ฉุกเฉิน ตลอดจนจัดหา และติดตั้งวัสดุ สายนํา สัญญาณ สายไฟ อุปกรณ์ต่างๆ ที่เสื่อมสภาพจากการใช้งาน เพื่อให้ระบบโทรศัพท์ฉุกเฉิน สามารถทํางานได้ ตามรูปแบบแนะนํา “ภาคผนวก ก
ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการปรับปรุงฐาน ตามรูปแบบแนะนํา “ภาคผนวก ก พร้อมทั้งพื้นที่ สําหรับเข้าไปใช้งานระบบโทรศัพท์ฉุกเฉิน (ETS) เพื่ออํานวยความสะดวกต่อผู้ใช้ทางให้ สามารถเข้าไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ กรณีที่จะต้องมีการปรับปรุงที่จะต้องพื้นที่บริเวณ ติดตั้งอุปกรณ์ระบบโทรศัพท์ฉุกเฉิน (ETS) ผู้รับจ้างจะต้องเสนอให้ กท. พิจารณาก่อนทุกครั้ง
- ๒
ch
2
๕.๑.๗.
๕.๑.๘.
๕.๑.๙.
1
ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการติดตั้งและปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบโทรศัพท์ฉุกเฉิน (ETS) ที่ ติดตั้งในโครงการนี้ ทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟแวร์ ตามรายละเอียดของอุปกรณ์ในภาคผนวก ข. ในกรณีที่โทรศัพท์ฉุกเฉิน (ETS) ที่ผู้รับจ้างเสนอมา ไม่สามารถใช้งานร่วมกับระบบ ATMS เดิม ที่ กท. ใช้งานอยู่ ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการจัดหา ปรับปรุงหรือปรับแต่งค่าหรือเปลี่ยนทดแทน ฮาร์ดแวร์และหรือซอฟท์แวร์ เพิ่มเติม เพื่อให้ระบบโทรศัพท์ฉุกเฉิน (ETS) ที่ผู้รับจ้างเสนอ สามารถทํางานร่วมกับระบบงานที่ กท. ใช้งานอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้รับจ้างต้อง ดําเนินการจัดหาเองและดําเนินการเองทั้งสิ้น โดยไม่สามารถเรียกร้องจากผู้ว่าจ้างได้ และการ ปรับปรุงหรือปรับแต่งค่าหรือเปลี่ยนทดแทน ฮาร์ดแวร์และหรือซอฟท์แวร์ในโครงการฯ ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการตามข้อ ๕.๑.๑ เพื่อเสนอให้ กท. พิจารณาก่อนทุกครั้ง ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการติดตั้งเชื่อมโยงระบบโทรศัพท์ฉุกเฉิน (ETS) ที่ติดตั้งในโครงการนี้ให้ สามารถเชื่อมต่อกับระบบ ATMS เดิมของ กท. ให้สามารถใช้งานได้ กรณีที่ผู้รับจ้างไม่ สามารถดําเนินการเชื่อมโยงระบบโทรศัพท์ฉุกเฉิน (ETS) ได้ ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ จัดหาระบบ ATMS ตามแบบรูปแนะนํา “ภาคผนวก ข” โดยค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เป็นความ รับผิดชอบของผู้รับจ้าง
โทรศัพท์ฉุกเฉิน และอุปกรณ์ต่างๆ จะต้องออกแบบ หรือมีระบบควบคุมการทํางานเพื่อให้ โทรศัพท์สามารถทํางานได้ตามปกติภายใต้สภาพแวดล้อมของอุณหภูมิ และความชื้นบนทาง หลวงพิเศษ รวมทั้งต้องสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องตลอด ๒๔ ชั่วโมง
๕.๑.๑๐. ผู้รับจ้างจะต้องติดตั้งระบบโทรศัพท์ฉุกเฉิน (Emergency Telephone System) ที่ติดตั้งใน
โครงการนี้ ให้สามารถควบคุมโดยใช้ชุดควบคุมที่อาคารศูนย์ควบคุมฯ
๕.๑.๑๑. ผู้รับจ้างจะต้องปรับปรุงระบบโครงข่ายสัญญาณ โดยผู้รับจ้างจะต้องสํารวจจุดติดตั้ง และ นําเสนอ กท. เพื่อขออนุมัติก่อนดําเนินการ ให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
๕.๑.๑๒. ผู้รับจ้างจะต้องปรับปรุงระบบไฟฟ้าสื่อสาร สําหรับระบบโทรศัพท์ฉุกเฉิน (Emergency
Telephone System) ที่ติดตั้งในโครงการนี้ ให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
๕.๑.๑๓. ผู้รับจ้างจะต้องปรับปรุงระบบตรวจสอบสถานะการทํางานของอุปกรณ์ (CCB) ให้สามารถใช้
งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
๕.๑.๑๔. ผู้รับจ้างต้องดําเนินการเชื่อมต่อระบบโทรศัพท์ฉุกเฉิน (ETS) ที่ติดตั้งในโครงการนี้ ให้สามารถ
ควบคุมโดยใช้ชุดควบคุมที่อาคารศูนย์ควบคุมฯ
๕.๑.๑๕. ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการบํารุงรักษาเชิงป้องกันตามเวลาที่กําหนด (PM) และการซ่อมแซม แก้ไขในกรณีที่ระบบชํารุด (CM) เพื่อให้ระบบฯ สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องและมี
ประสิทธิภาพ ตลอดระยะเวลารับประกันผลงาน
๕.๑.๑๖. ผู้รับจ้างต้องจัดทําผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการส่งแบบแสดงการติดตั้ง (Shop Drawing) ระบบ โทรศัพท์ฉุกเฉิน (Emergency Telephone System) พร้อมอุปกรณ์ประกอบ โดยส่งมอบ รายงานพร้อมการส่งงานงวดสุดท้าย
dr
1
Q
比
๕.๑.๑๗. ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําและเสนอ แผนงาน/ผลงาน รายเดือนดังต่อไปนี้
๕.๑.๑๗.๑. แผนดําเนินงานของเดือนถัดไป ภายในวันที่ ๒๕ ของทุกเดือนปัจจุบัน ๕.๑.๑๗.๒. ผลดําเนินงานของเดือนที่ผ่านมาภายในสิ้นเดือน ของทุกเดือนปัจจุบัน ประกอบด้วยรายงานสถานะของโครงการ อุปกรณ์และระบบฯ รายงานสรุปการ ดําเนินงานในรอบเดือนที่ผ่านมาทั้งหมด
๕.๑.๑๗.๓. รูปแบบรายงานต่าง ๆ ต้องเสนอเพื่อขอความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงานก่อน
ดําเนินการ
๕.๑.๑๗.๔. การปรับเปลี่ยนแผนดําเนินงานของเดือนต้องแจ้งขอความเห็นชอบจากผู้ควบคุม
งานก่อนดําเนินการ
๕.๑.๑๘. ผู้รับจ้างต้องสํารวจ จัดเก็บ เพื่อจัดทําทะเบียนรายการอุปกรณ์ระบบฯ ทั้งหมดตาม
ภาคผนวก ก ให้เสร็จสิ้นและส่งมอบ โดยมีละเอียดอย่างน้อยดังนี้
ہے
ส่น
ชื่อ ยี่ห้อ (Brand) รุ่น (Model)
หมายเลขเครื่อง (Serial Number) หมายเลขครุภัณฑ์ (ถ้ามี)
ภาพถ่าย
โครงการฯ และปีที่ตรวจรับ
สถานที่ติดตั้ง
ทั้งนี้ผู้ว่าจ้างสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการดังกล่าวได้ตามความเหมาะสมโดย ต้องจัดส่งผู้ว่าจ้างในรูปแบบ Excel File และเอกสารรายงาน
๕.๒ ข้อกําหนดการแสดงเอกสารทางด้านเทคนิค
๕.๒.๑
๕.๒.๒
๕.๒.๓
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเข้าร่วมการทดสอบแนวคิดและความเข้าใจระบบ (Proof of Concept:
POC) โดยผู้ว่าจ้างจะนําผลการทดสอบดังกล่าวไปใช้ประกอบการพิจารณาให้คะแนนข้อเสนอ ทาง เทคนิคของผู้ยื่นข้อเสนอ ทั้งนี้ รายละเอียดของการทดสอบและหลักเกณฑ์การพิจารณา เป็นไป ตามที่ระบุไว้ใน “ภาคผนวก ค
""
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องนําเสนอเอกสารแผนดําเนินการงานตลอดโครงการ ให้สามารถติดตั้งใช้งาน ได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ โดยจะต้องครอบคลุมขอบเขตงานตามข้อ ๔ และ รายละเอียดใน “ภาคผนวก ก.” การดําเนินการดังกล่าวจะต้องสอดคล้องกับการปฏิบัติงาน ของเจ้าหน้าที่ของ กท. และการบริหารจัดการระหว่างดําเนินงานต้องไม่เกิดผลกระทบต่อการ ปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ของ กท. เพื่อให้ผู้ว่าจ้างมั่นใจว่าผู้ยื่นข้อเสนอมีความเข้าใจในการ ดําเนินการติดตั้งระบบฯ และสามารถทํางานได้อย่างต่อเนื่อง ตลอดเวลาแห่งสัญญานี้ โดยยื่น เอกสารในวันยื่นเสนอราคา
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องนําเสนอเอกสารแสดงวิธีการดําเนินการติดตั้งและปรับปรุงประสิทธิภาพของ ระบบโทรศัพท์ฉุกเฉิน (ETS) ที่ติดตั้งใหม่ให้เข้ากับ ตามรายละเอียดของอุปกรณ์ใน “ภาคผนวก ข” ให้สามารถใช้งานร่วมกับระบบ ATMS เดิมที่ กท. ได้ หรือผู้ยื่นข้อเสนอ จะต้องเสนอเอกสารรายละเอียดของระบบ ATMS ที่จะจัดหาใหม่ตามข้อกําหนด ๕.๑.๔
22
Vrana
Wh
๕.๒.๔
๕.๒.๕
๕.๒.๖
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องนําเสนอเอกสารแผนดําเนินการบํารุงรักษา โดยต้องแสดงแผนบํารุงรักษาเชิง ป้องกันตามกําหนดเวลา (PM) และอธิบายขั้นตอนการบํารุงรักษาแบบแก้ไขในกรณีชํารุด (CM) ตลอดระยะเวลารับประกัน โดยยื่นเอกสารในวันยื่นเสนอราคา
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจําหน่ายจากผู้ผลิตหรือตัวแทนจําหน่ายใน
ประเทศไทย โดยให้ยื่นมาพร้อมในวันเสนอราคา
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องทําตารางเปรียบเทียบรายละเอียดและเงื่อนไขเฉพาะต่อข้อกําหนดและ รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ เป็นรายข้อของเอกสารโครงการฯ โดยใช้ตัวอย่างแบบฟอร์ม การเปรียบเทียบตามตารางที่ ๑ ในการเปรียบเทียบรายการดังกล่าว หากมีกรณีที่ต้องมีการ อ้างอิงข้อความหรือเอกสารในส่วนอื่นที่จัดทําเสนอมา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องระบุให้เห็นอย่าง ชัดเจน สามารถตรวจสอบได้โดยง่ายไว้ในเอกสารเปรียบเทียบด้วยว่า สิ่งที่ต้องการอ้างอิงถึง นั้น อยู่ในส่วนใดตําแหน่งใดของเอกสารอื่น ๆ ที่จัดทําเสนอมา สําหรับเอกสารที่อ้างอิงถึงให้ หมายเหตุ หรือขีดเส้นใต้ หรือระบายสี พร้อมเขียนหัวข้อกํากับไว้ เพื่อให้สามารถตรวจสอบกับ เอกสารเปรียบเทียบได้ง่ายและตรงกันด้วย
ตารางที่ ๑ ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติข้อกําหนดและรายละเอียดข้อเสนอโครงการฯ
อ้างถึงข้อ
ข้อกําหนด/
ข้อกําหนด/
เอกสารอ้างอิง
อุปกรณ์ที่ต้องการ
อุปกรณ์ที่นําเสนอ
ระบุหัวข้อให้ตรงกับ ให้คัดลอกคุณลักษณะ
หัวข้อที่ระบุใน
เฉพาะที่กําหนดใน
ให้ระบุคุณลักษณะ ระบุหมายเลขหน้าของ เฉพาะที่ผู้ยื่นข้อเสนอ เอกสารอ้างอิงของผู้ยื่น
เอกสารประกวด
ข้อกําหนดการก่อสร้าง
ยื่นเสนอ
บ
ข้อเสนอ
ราคา
(Specifications) มากรอกในช่องนี้
๕.๒.๗
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องนําเสนอและแสดงเอกสารด้านเทคนิคตามที่กําหนดไว้ในเอกสารแนบ “ภาคผนวก ข” ให้ถูกต้อง ครบถ้วนทุกรายการ โดยต้องส่งแคตตาล็อกของรายละเอียดคุณ ลักษณะเฉพาะของทุกรายการที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้เสนอ พร้อมทั้งระบุชื่อผลิตภัณฑ์ และรุ่นที่ นําเสนอให้ชัดเจน โดยต้องขีดเส้นใต้หรือระบายสี เน้นคุณสมบัติที่ตรงตามข้อกําหนดของ กท. ทั้งนี้คุณลักษณะเฉพาะของอุปกรณ์ที่ผู้เสนอราคานําเสนอต่อ กท. ต้องสามารถปฏิบัติตาม ข้อกําหนดรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะที่กรมกําหนดได้นับตั้ง
ตั้งแต่วันที่ยื่นข้อเสนอ กรณีที่
อุปกรณ์มีหลายรุ่น (Model) หรือ Series หรือมี Option ต้องระบุให้ชัดเจนว่าจะส่งมอบรุ่น หรือ Series ใด และ Option ใด เพื่อประกอบการพิจารณา สําหรับเอกสารที่ยื่นมาหากเป็น สําเนารูปถ่ายจะต้องรับรองสําเนาถูกต้อง โดยผู้มีอํานาจทํานิติกรรมแทนนิติบุคคล กรณีที่ กท. มีข้อสงสัยเกี่ยวกับรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของอุปกรณ์ที่นําเสนอ คณะกรรมการ ประกวดราคาขอสงวนสิทธิ์ในการร้องขอให้ผู้ยื่นข้อเสนอนําอุปกรณ์มาติดตั้งเพื่อทดสอบ แสดงคุณลักษณะเฉพาะของอุปกรณ์ดังกล่าวต่อ กท. ภายใน ๕ วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้ง
1
2
حكهร่าง
เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
เลขที่
การจ้างโครงการเปลี่ยนทดแทนและปรับปรุงระบบโทรศัพท์ฉุกเฉิน บนสายทางหลวงพิเศษหมายเลข ๗ ช่วงกม.๖๘+๐๐๐ - กม.๑๐๘+๐๐๐
ตามประกาศ กรมทางหลวง
ลงวันที่ มกราคม ๒๕๖๙
กรมทางหลวง ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง” มีความประสงค์จะ ประกวดราคาจ้างโครงการเปลี่ยนทดแทนและปรับปรุงระบบโทรศัพท์ฉุกเฉิน บนสายทางหลวงพิเศษ หมายเลข ๗ ช่วงกม.๖๘+๐๐๐ - กม.๑๐๘+๐๐๐ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ตาม รายการ ดังนี้
โครงการเปลี่ยนทดแทนและปรับปรุง
ระบบโทรศัพท์ฉุกเฉินบนทางหลวง
พิเศษหมายเลข ๗ ช่วง กม.
๖๘+๐๐๐ - กม.๑๐๘+๐๐๐
โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้
จำนวน ๑ งาน
๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๑.๑ ขอบเขตของงาน
๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาจ้างทำของ
๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
(๑) หลักประกันการเสนอราคา
(๒) หลักประกันสัญญา
(๓) หลักประกันการรับเงินค่าจ้างล่วงหน้า
๑.๕ บทนิยาม
(๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
(๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
(๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
๑.๗ แผนการทำงาน
๑.๘ ใบแจ้งการชำระเงิน สำหรับหลักประกันการเสนอราคา ๑.๙ รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ
๑.๑๐ ภาคผนวก ก.
๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
๒.๗ เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กอง ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการ ขัดขวาง การแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานจัดหาและติดตั้งประเภทเดียวกันกับงานที่ ประกวดราคาจ้างด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ มูลค่าไม่น้อยกว่า ๑๒,๐๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท ซึ่งผลงานดังกล่าว ของผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผลงานในสัญญาเดียว โดยเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ และ เป็นสัญญาที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้ทำงานแล้วเสร็จตามสัญญา และมีการส่งมอบงานและตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว โดยยื่นสำเนาหนังสือรับรองผลงาน มาพร้อมในวันยื่นเอกสารประกวดราคา
๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้ เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน นามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้ เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๘ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่
ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ
ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา ๖. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
(ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ
ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๘ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อ เสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือ มีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน ทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา
แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ เอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา (๕) สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
(๖) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) หลักประกันการเสนอราคา ตามข้อ ๕
(๒) สำเนาหนังสือรับรองผลงานจ้าง ตามข้อ ๒.๑๐ (๓) สำเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) (ถ้ามี) และกรณีใบขึ้นทะเบียนดังกล่าวหมดอายุ ณ วันยื่นข้อเสนอ จะไม่มีสิทธิได้แต้มต่อตาม หลักเกณฑ์ที่กำหนด
(๔) รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ ข้อ. ๕.๒ (๕) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔. การเสนอราคา
๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วย อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้อง กรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอโดย
ไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้ ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๑๒๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอ ราคาโดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคา มิได้
๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน ๒๔๐ วัน นับ ถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
๔.๔ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญารายละเอียด ขอบเขตของ งานฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตาม เงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. และเวลาในการเสนอราคาให้ถือ ตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์
เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และ การเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์
๔.๗ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณาข้อ เสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะ กรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการ พิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และกองทางหลวงพิเศษระหว่าง
เมือง จะพิจารณาลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองจะพิจารณา เห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ริเริ่มให้มีการกระทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการ พิจารณาของกองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง
๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
(๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
(๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กำหนด
(๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ๔.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายใน ประเทศ โดยยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลา ดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน ๖๐ วัน
๔.๑๐ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา เว้นแต่เป็นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือ ที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา ๕. หลักประกันการเสนอราคา
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องวางหลักประกันการเสนอราคาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบการ จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ จำนวน ๒,๔๔๐,๐๐๐.๐๐ บาท (สองล้านสี่แสนสี่หมื่นบาทถ้วน)
๕.๑ เงินสด
๕.๒ หนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารภายในประเทศตามแบบที่คณะ กรรมการนโยบายกำหนด
๕.๓ พันธบัตรรัฐบาลไทย
๕.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอนำพันธบัตรรัฐบาลไทยหรือหนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ มาวางเป็นหลักประกันการเสนอราคาจะต้องส่งต้นฉบับเอกสารดังกล่าวมาให้กอง ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองตรวจสอบความถูกต้องในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น.
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอประสงค์จะวางหลักประกันการเสนอราคาเป็นเงินสด ให้ผู้ยื่นข้อเสนอ ดำเนินการชำระเงินผ่านช่องทางการชำระเงิน ดังนี้
ผ่านบริการรับชำระเงิน (Bill Payment) ผ่านระบบ KTB Corporate Online ตามใบ แจ้งการชำระเงิน ที่แนบมาพร้อมกับเอกสารเชิญชวนนี้
และส่งหลักฐานการชำระเงินกับธนาคาร พร้อมทั้งแบบแจ้งความประสงค์ชำระเงินค่า หลักประกันการเสนอราคา (เฉพาะกรณีที่มีหลักประกันการเสนอราคาหลายรายการพิจารณา) มาให้ กอง ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ตรวจสอบความถูกต้อง โดยยื่นมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอผ่านระบบ e-GP โดย การชำระเงินและส่งหลักฐานการชำระเงินให้ดำเนินการในวันและเวลาที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันและ เวลาเสนอราคาเท่านั้น
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ประสงค์จะใช้หนังสือ ค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารในประเทศเป็นหลักประกันการเสนอราคาให้ระบุชื่อผู้เข้าร่วมค้ารายที่ สัญญาร่วมค้ากำหนดให้เป็นผู้เข้ายื่นข้อเสนอกับหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หลักประกันการเสนอราคาตามข้อนี้ กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองจะคืนให้ผู้ยื่นข้อ เสนอหรือผู้ค้ำประกันภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองได้พิจารณาเห็นชอบ รายงานผลคัดเลือกผู้ชนะการประกวดราคาเรียบร้อยแล้ว เว้นแต่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่คัดเลือกไว้ซึ่งเสนอราคาต่ำ สุดหรือได้คะแนนรวมสูงสุดไม่เกิน ๓ ราย ให้คืนได้ต่อเมื่อได้ทำสัญญาหรือข้อตกลง หรือผู้ยื่นข้อเสนอได้พ้น จากข้อผูกพันแล้ว
การคืนหลักประกันการเสนอราคา ไม่ว่าในกรณีใด ๆ จะคืนให้โดยไม่มีดอกเบี้ย ๖. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
๖.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ กอง ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองจะพิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคา
๖.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ กองทางหลวง พิเศษระหว่างเมือง จะพิจารณาจาก ราคารวม
๖.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ ขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กองทางหลวงพิเศษระหว่าง เมืองกำหนดไว้ในประกาศและเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่าง นั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบต่อ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ อาจพิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
๖.๔ กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอ โดยไม่มีการผ่อนผัน ในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย อิเล็กทรอนิกส์
(๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวด อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ๖.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือกองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติม ได้ กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองมีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดัง กล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง
๖.๖ กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคา หนึ่งราคาใด หรือราคา ที่เสนอทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะ รายการหนึ่งรายการใด หรืออาจจะยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของกองทางหลวง พิเศษระหว่างเมืองเป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้องค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งกอง ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองจะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์และลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่เชื่อถือได้ว่าการยื่นข้อเสนอ กระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมายื่นข้อ เสนอแทน เป็นต้น
ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่ อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือกองทางหลวง พิเศษระหว่างเมือง จะให้ผู้ยื่นข้อเสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถ ดำเนินการตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ กอง ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอหรือไม่รับราคาของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อ เสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายใดๆ จากกองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ๖.๗ ก่อนลงนามในสัญญากองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง อาจประกาศยกเลิกการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคา หรือที่ได้รับการคัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการ แข่งขันอย่างเป็นธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่า กระทำการทุจริตอื่นใดในการเสนอราคา
๖.๘ หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่ไม่เกินร้อยละ ๑๐ ให้จัดซื้อจัดจ้างกับผู้ประกอบการ SMEs ดังกล่าว โดยจัดเรียงลำดับผู้ ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นไม่เกินร้อยละ ๑๐ ที่จะเรียกมาทำสัญญาไม่เกิน ๓ ราย
ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย
จะต้องเป็นผู้ประกอบการ SMEs
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ SMEs ที่จะได้แต้มต่อด้านราคาตามวรรคหนึ่ง จะต้องมี วงเงินสัญญาสะสมตามปีปฏิทินรวมกับราคาที่เสนอในครั้งนี้แล้ว มีมูลค่ารวมกันไม่เกินมูลค่าของรายได้ตาม ขนาดที่ขึ้นทะเบียนไว้กับ สสว.
๖.๙ หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการ SMEs แต่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติ ไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็น บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศไม่เกินร้อยละ ๓ ให้ จัดซื้อจัดจ้างกับบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยดังกล่าว ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย
๗. การทำสัญญาจ้าง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุใน ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับกองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับ แจ้ง และจะต้องวางหลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่ง อย่างใดดังต่อไปนี้
๗.๑ เงินสด
๗.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ซึ่งเป็น เช็คหรือดราฟท์ลงวันที่ที่ใช้เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้น ไม่เกิน ๓ วัน ทำการ
๗.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง กำหนด
๗.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) ๗.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่งกองทางหลวง พิเศษระหว่างเมือง ได้รับมอบไว้แล้ว
๘. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษี อากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่ายทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง โดยแบ่งออก เป็น ๓ งวดดังนี้
งวดที่ ๑ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๒๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานตาม รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ ข้อ ๑๐ ให้แล้วเสร็จภายใน ๙๐ วัน
งวดที่ ๒ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๓๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานตาม รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ ข้อ ๑๐ ให้แล้วเสร็จภายใน ๑๕๐ วัน
งวดสุดท้าย เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๕๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ทั้งหมดให้แล้วเสร็จเรียบร้อยตามสัญญาหรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ และ กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ได้ ตรวจรับมอบงานจ้างเรียบร้อยแล้ว
๙. อัตราค่าปรับ
ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลง จ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
๙.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับ อนุญาตจากกองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงานจ้างช่วงนั้น
๙.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๙.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็น รายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้าง
๑๐. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งได้ทำสัญญาจ้างตามแบบดังระบุในข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ แล้วแต่กรณี จะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายใน ระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๒ ปี นับถัดจากวันที่กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองได้รับมอบงาน โดยต้องรีบ จัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ดีดังเดิมภายใน ๑ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่อง ๑๑. การจ่ายเงินล่วงหน้า
ผู้ยื่นข้อเสนอมีสิทธิเสนอขอรับเงินล่วงหน้า ในอัตราไม่เกินร้อยละ ๑๕ ของราคาค่าจ้าง ทั้งหมด แต่ทั้งนี้จะต้องส่งมอบหลักประกันเงินล่วงหน้า เป็นพันธบัตรรัฐบาลไทย หรือหนังสือค้ำประกันหรือ หนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารภายในประเทศ ตามแบบดังระบุในข้อ ๑.๔ (๓) ให้แก่กอง ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองก่อนการรับเงินล่วงหน้านั้น
๑๒. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
๑๒.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินนอกงประมาณ จากเงินทุน ค่าธรรมเนียมผ่านทาง ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙
การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองได้รับ อนุมัติเงินค่าจ้างจากเงินนอกงประมาณ จากเงินทุนค่าธรรมเนียมผ่านทาง ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ แล้วเท่านั้น
๑๒.๒ เมื่อกองทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้ รับจ้าง และได้ตกลงจ้างตามการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่อ งานจ้างดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และ สามารถให้บริการรับขนได้ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
(๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
(๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดย เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
(๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
๑๒.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งกองทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองจะริบ หลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้ออกหนังสือค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณา เรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้งจะพิจารณาให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่า ด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
๑๒.๔ กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือ ข้อกำหนดในแบบสัญญาหรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี) ๑๒.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของกองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อเสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
๑๒.๖ กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จะเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากกองทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองไม่ได้ (๑) กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้า งหรือได้รับจัดสรร แต่ไม่เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
(๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่น ใด ในการเสนอราคา
(๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่กองทางหลวง
พิเศษระหว่างเมือง หรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
(๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
๑๒.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
๑๓. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
๑๔. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับกองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ไว้ชั่วคราว
กรมทางหลวง
มกราคม ๒๕๖๙
สำเนาถูกต้อง
อรนุช ไชยวงศ์น้อย
(นางอรนุช ไชยวงศ์น้อย)
ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๘ มกราคม ๒๕๖๙
โดย นางอรนุช ไชยวงศ์น้อย ผู้อำนวยการฝ่าย
บริหารร่าง
ประกาศกรมทางหลวง
เรื่อง ประกวดราคาจ้างโครงการเปลี่ยนทดแทนและปรับปรุงระบบโทรศัพท์ฉุกเฉิน บนสายทางหลวงพิเศษ หมายเลข ๗ ช่วงกม.๖๘+๐๐๐ - กม.๑๐๘+๐๐๐
ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
กรมทางหลวง มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างโครงการเปลี่ยนทดแทนและปรับปรุง ระบบโทรศัพท์ฉุกเฉิน บนสายทางหลวงพิเศษหมายเลข ๗ ช่วงกม.๖๘+๐๐๐ - กม.๑๐๘+๐๐๐ ด้วยวิธี ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ราคากลางของงานจ้าง ในการประกวดราคาครั้งนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น ๔๘,๗๖๓,๘๙๕.๔๐ บาท (สี่สิบแปดล้านเจ็ดแสนหกหมื่นสามพันแปดร้อยเก้าสิบห้าบาทสี่สิบสตางค์) จำนวน ๑ รายการ
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอโดยแสดงหลักฐานถึงขีดความสามารถและความพร้อมที่มีอยู่ใน วันยื่นข้อเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
๑. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติให้เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กำหนด ๒. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. ซึ่งสามารถจัดเตรียมเอกสารข้อเสนอได้ตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงวันเสนอ ราคา
๓. ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เลขที่ ลงวันที่ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๙ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ได้ตั้งแต่วันที่ ประกาศจนถึงวันเสนอราคา ได้ที่เว็บไซต์ www.gprocurement.go.th หรือ www.gprocurement.go.th ทั้งนี้ หากต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของงาน โปรดสอบถามมายัง กรมทางหลวง ผ่าน ทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ [email protected] หรือช่องทางตามที่กรมบัญชีกลางกำหนด ภายในวันที่ ในเวลาราชการ โดยกรมทางหลวง จะชี้แจงรายละเอียดดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์ www.gprocurement. go.th และ www.gprocurement.go.th ในวันที่
ประกาศ ณ วันที่ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๙
(นายสุวิชาณ สุระบาล)
ผู้อำนวยการกองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง
ปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมทางหลวง
สำเนาถูกต้อง
อรนุช ไชยวงศ์น้อย
(นางอรนุช ไชยวงศ์น้อย)
ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๘ มกราคม ๒๕๖๙ โดย นางอรนุช ไชยวงศ์น้อย ผู้อำนวยการฝ่าย บริหาร