ประกวดราคาจ้างก่อสร้างงานบำรุงถนนสาย สข.3038 แยกทางหลวงหมายเลข 408 - บ้านสทิงหม้อ (ตอนที่ 2) อ.สิงหนคร จ.สงขลา
โครงการนี้เป็นงานบำรุงรักษาถนนสาย สข.3038 ช่วงแยกทางหลวงหมายเลข 408 – บ้านสทิงหม้อ (ตอนที่ 2) ตำบล/อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา ดำเนินการโดยสำนักบำรุงทาง กรมทางหลวงชนบท ตามแบบเลขที่ สบร.12-05/69 อนุมัติเดือนตุลาคม 2568
วัตถุประสงค์หลักคือการฉาบผิวลาดยางสเลอรีซีลแบบ FIBROSEAL ระยะทาง 1,700 เมตร (กม.6+000 ถึง กม.7+700) เพื่อฟื้นฟูและป้องกันการเสื่อมสภาพของผิวทางเดิม โดยแบ่งเป็น 3 รูปแบบตัดขวาง ได้แก่ ช่วง กม.6+000–7+450 (ผิวทางกว้าง 9.00 ม.), ช่วง TAPER กม.7+450–7+475 (ผิวทางกว้าง 9.00–10.00 ม.) และช่วง กม.7+475–7+700 (ผิวทางกว้าง 10.00 ม.) โดยฉาบทั้งผิวจราจรกว้าง 7.00 ม. และผิวไหล่ทาง
วัสดุหลักใช้มอดิฟายด์แอสฟัลต์อิมัลชัน CSS-1hP(EMA) ตาม มอก.2157-2547 ผสมมวลรวมหินฝุ่น 80% และหิน 3/8" 20% โดยน้ำหนัก เสริมความแข็งแรงด้วยเส้นใยแก้ว (Glass Fiber) ตามมาตรฐาน ISO และสารผสมเพิ่ม FIBROSEAL 0.25% ต่อน้ำหนักหินผสม การออกแบบส่วนผสมต้องเป็นไปตาม Asphalt Institute MS-19, ASTM D3910 หรือ ISSA พร้อมทดสอบคุณสมบัติ เช่น Mixing Time 120–160 วินาที, Flow 10–20 มม., Cohesion, Wet Track Abrasion ไม่เกิน 500 ก./ตร.ม. และ Hubbard Field Stability ไม่น้อยกว่า 11.8 kN
งานที่ต้องส่งมอบประกอบด้วยผิวทางฉาบ FIBROSEAL แล้วเสร็จทั้งระยะ งานตีเส้นจราจรและเครื่องหมายจราจรด้วยเทอร์โมพลาสติก (มอก.542-2549) โรยลูกแก้ว (มอก.543-2550) พร้อมเอกสารออกแบบส่วนผสม ผลทดสอบคุณภาพ และใบรับรองผลิตภัณฑ์ โดยเครื่องหมายจราจรมีระยะประกันค่าการสะท้อนแสงที่ 12 และ 24 เดือน
English summary
This project involves maintenance of Rural Road No. SK.3038, section from Highway No. 408 junction to Ban Sating Mo (Part 2), Singhanakhon District, Songkhla Province, undertaken by the Maintenance Division, Department of Rural Roads, under drawing No. SBR.12-05/69 (approved October 2025). The main scope is FIBROSEAL slurry seal surfacing over a 1,700-meter length (km 6+000 to km 7+700), divided into three cross-section types covering a 7.00 m carriageway plus shoulders. Materials include modified asphalt emulsion CSS-1hP(EMA) per TISI 2157-2547, aggregates (80% stone dust, 20% 3/8" stone by weight), glass fiber reinforcement per ISO standards, and FIBROSEAL additive at 0.25%. Mix design must follow Asphalt Institute MS-19, ASTM D3910, or ISSA methods, with strict property requirements including mixing time of 120–160 seconds, flow of 10–20 mm, wet track abrasion loss not exceeding 500 g/m², and Hubbard Field Stability of at least 11.8 kN. Deliverables also include thermoplastic traffic line marking and pavement markings (TISI 542-2549) with glass beads (TISI 543-2550), mix design documentation, quality test results, and product certificates, with reflectance warranties on markings at 12 and 24 months.
- ถนนสาย สข.3038 ช่วงแยกทางหลวงหมายเลข 408 – บ้านสทิงหม้อ (ตอนที่ 2) อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา
- ช่วงดำเนินการงาน: กม.6+000 (N: 7.279939, E: 100.487006) ถึง กม.7+700 (N: 7.288316, E: 100.495726)
- อยู่ริมแนวชายทะเลสาบสงขลา
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- บำรุงรักษาและฟื้นฟูผิวทางถนนสาย สข.3038 ช่วง กม.6+000 – กม.7+700 ให้มีสภาพใช้งานได้ตามปกติ
- ฉาบผิวลาดยางสเลอรีซีลแบบ FIBROSEAL เพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพ รอยแตก และยืดอายุการใช้งานของผิวทางเดิม
- ตีเส้นจราจรและเครื่องหมายจราจรบนผิวทางเพื่อความปลอดภัยและการควบคุมการจราจร
ขอบเขตของงาน
- งานฉาบผิวลาดยางสเลอรีซีลแบบ FIBROSEAL ระยะทาง 1,700 ม. (กม.6+000 – กม.7+700) ครอบคลุมผิวจราจรและผิวไหล่ทาง แบ่งเป็น 3 รูปแบบตัดขวาง:
- แบบที่ 1: ช่วง กม.6+000 – กม.7+450 ผิวทางกว้าง 9.00 ม. ผิวจราจร 7.00 ม. ไหล่ทางข้างละ 1.00 ม.
- แบบที่ 2: ช่วง TAPER กม.7+450 – กม.7+475 ผิวทางกว้าง 9.00–10.00 ม. ไหล่ทาง 1.00–1.50 ม.
- แบบที่ 3: ช่วง กม.7+475 – กม.7+700 ผิวทางกว้าง 10.00 ม. ไหล่ทางข้างละ 1.50 ม.
- งานเตรียมการก่อนก่อสร้าง: จัดกองมวลรวมในบริเวณที่เหมาะสม, ตรวจสอบและแก้ไขความบกพร่องผิวทางเดิม (Deep Patch / Skin Patch สำหรับผิวแอสฟัลต์, ซ่อมรอยต่อ/รอยแตกสำหรับผิวคอนกรีต), ตรวจปรับมาตรวัด, กวาดฝุ่นและทำความสะอาดผิวทาง
- การออกแบบส่วนผสม FIBROSEAL ตามวิธี Asphalt Institute Manual Series No.19 (C.K.E.), ASTM D3910 หรือ ISSA พร้อมส่งตัวอย่างวัสดุและเอกสารให้กรมทางหลวงชนบทตรวจสอบ (ผู้รับจ้างออกค่าใช้จ่ายเอง)
- การตรวจสอบคุณสมบัติส่วนผสมในสนาม: ขนาดคละมวลรวม, ความชื้น, Sand Equivalent, Mixing Time, Flow, Initial Setting Time, Curing Time
- งานตีเส้นจราจรและเครื่องหมายจราจรด้วยวัสดุเทอร์โมพลาสติก:
- เส้นขอบทาง: เส้นทึบ (ยกเว้นบริเวณทางเชื่อมใช้เส้นประ 1.00 ม. เว้น 2.00 ม.)
- เส้นแบ่งทิศทางจราจร: เส้นประ 3.00 ม. เว้น 9.00 ม. (บริเวณโค้ง สะพาน และไหล่ทางลดลงใช้เส้นทึบ)
- ทำแปลงทดลองก่อนเริ่มงาน, วัดความหนาทุก 250 ม. จำนวน 3 ตำแหน่ง, วัดค่าการสะท้อนแสงไม่น้อยกว่า 10 ตำแหน่ง
- การปฏิบัติงานตามสภาพพื้นที่จริงเมื่อดำเนินการตามแบบไม่ได้ โดยอยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงานและได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ โดยปริมาณงานต้องไม่น้อยกว่าที่กำหนดในแบบ
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- ผิวทางฉาบลาดยางสเลอรีซีลแบบ FIBROSEAL แล้วเสร็จ ระยะทาง 1,700 ม. ทั้งผิวจราจรและผิวไหล่ทาง
- เอกสารการออกแบบส่วนผสม FIBROSEAL พร้อมตัวอย่างวัสดุส่งตรวจสอบกรมทางหลวงชนบท
- ผลการตรวจสอบคุณสมบัติส่วนผสมในสนาม (General Test / Control Test) ครบทุกรายการ
- เส้นจราจรและเครื่องหมายจราจรด้วยเทอร์โมพลาสติกบนผิวทาง (เส้นขอบทางและเส้นแบ่งทิศทางจราจร)
- ผลทดลองตีเส้นแปลงทดลอง ผลวัดความหนา และผลวัดค่าการสะท้อนแสงเครื่องหมายจราจร
- สำเนาต้นฉบับใบเสร็จ (คู่ฉบับจริง) ของวัสดุที่ใช้งาน พร้อมระบุเลขที่สัญญา แสดงต่อผู้ควบคุมงาน
- การประกันค่าการสะท้อนแสงเครื่องหมายจราจรที่ 12 เดือน และ 24 เดือน
ระยะเวลาดำเนินการ
- ไม่ระบุระยะเวลาดำเนินโครงการ / วันเริ่มต้น–สิ้นสุดสัญญาไว้ในเอกสารแบบงานฉบับนี้ (-)
- เงื่อนไขเวลาที่ระบุ: ตีเส้นจราจรบนผิวทางก่อสร้างใหม่ต้องทำหลังผิวทางแล้วเสร็จไม่น้อยกว่า 7 วัน
- ระยะเวลาประกันเครื่องหมายจราจร: 12 เดือน และ 24 เดือน (ตรวจค่าการสะท้อนแสง)
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: ไม่ระบุในเอกสารแบบงานฉบับนี้ (-)
- Standards Compliance: ไม่ระบุข้อกำหนด ISO สำหรับผู้รับจ้างโดยตรง แต่วัสดุต้องเป็นไปตามมาตรฐาน มอก.2157-2547, มอก.542-2549, มอก.543-2550, ASTM D3910, ISSA และเส้นใยแก้วตาม ISO 1889, ISO 3344, ISO 3375, ISO 1887
- Experience: ไม่ระบุ (-)
- Previous Project Cost: ไม่ระบุ (-)
- Technical Capabilities: ต้องมีเครื่องจักรและอุปกรณ์ครบตามข้อกำหนด ได้แก่ เครื่องผสมแบบต่อเนื่องพร้อมมาตรวัดปริมาณ, รถเกรด, เครื่องกวาดฝุ่น, เครื่องเป่าลม (Blower), ชุดอุปกรณ์ตัดเส้นใยแก้วพร้อม Glass Fiber Feeder ระบบ Auto Feeder (ห้ามใช้วิธี MANUAL หรือเส้นใยที่ตัดมาแล้ว), เครื่องตีเส้นจราจรเทอร์โมพลาสติก, เครื่องวัดความหนา MICROMETER, เครื่องวัดค่าการสะท้อนแสง, COHESION TESTER
- Personnel: ไม่ระบุ (-)
เกณฑ์การพิจารณา
- ไม่ระบุวิธีการประเมินราคา/ข้อเสนอในเอกสารแบบงานฉบับนี้ (-)
- เกณฑ์การตรวจรับงานที่ระบุ: คุณสมบัติส่วนผสมต้องผ่านการทดสอบตามสูตรส่วนผสมเฉพาะงานทุกรายการ หากผลตรวจในสนามไม่เป็นไปตามสูตรต้องหยุดก่อสร้างเพื่อแก้ไข
- เครื่องหมายจราจรต้องผ่านเกณฑ์ความหนา (พ่น ≥ 2.0 มม. / รีดหรือปาดลาก ≥ 3.0 มม.) และค่าการสะท้อนแสงตามตารางเกณฑ์ หากไม่ผ่านต้องลบออกด้วยเครื่องจักรกลและทำใหม่
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- วัสดุหลัก:
- แอสฟัลต์: มอดิฟายด์แอสฟัลต์อิมัลชัน CSS-1hP(EMA) ประเภทแตกและแยกตัวช้า ตาม มอก.2157-2547
- มวลรวม: หินแข็ง คงทน สะอาด — Sand Equivalent ≥ 60% (ASTM D2419), LA Abrasion ≤ 35% (มทช.(ท)501.9-2545), Soundness Loss ≤ 9% (ASTM C88-05)
- ส่วนผสม: หินฝุ่น 80% + หิน 3/8" 20% โดยน้ำหนัก, FIBROSEAL Additive 0.25% ต่อน้ำหนักหินผสม
- เส้นใยแก้ว (Glass Fiber): ความยาว 12 มม., เส้นผ่านศูนย์กลาง 20 ไมครอน, TEX 2,400/4,800, ความชื้น ≤ 0.35%, การสูญเสียจากการลุกไหม้ ≤ 1.75% ตาม ISO 1889, ISO 3344, ISO 3375, ISO 1887
- น้ำ: น้ำสะอาด ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงาน
- คุณสมบัติส่วนผสม FIBROSEAL:
- Mixing Time ที่ 25°C: 120–160 วินาที
- Flow: 10–20 มม.
- Initial Setting Time: ไม่เกิน 15 นาที
- Cohesion: ที่ 30 นาที > 15 กก.-ซม. / ที่ 60 นาที > 25 กก.-ซม.
- Curing Time: ไม่เกิน 1 ชั่วโมง
- Wet Track Abrasion Loss: ไม่เกิน 500 ก./ตร.ม.
- Hubbard Field Stability ที่ 25°C: ไม่น้อยกว่า 11.8 กิโลนิวตัน (1,200 กก.แรง)
- เงื่อนไขการก่อสร้าง: ห้ามฉาบผิวขณะฝนตก อุณหภูมิอากาศขณะฉาบต้องไม่ต่ำกว่า 10°C
- เครื่องหมายจราจรเทอร์โมพลาสติก (มทช.241-2553):
- วัสดุ: ผลิตในประเทศไทย มีเครื่องหมาย มอก.542-2549, ลูกแก้ว มอก.543-2550 ผสม ≥ 30% โดยน้ำหนัก โรยเพิ่ม ≥ 400 ก./ตร.ม.
- ความหนาเมื่อแห้ง: พ่น ≥ 2.0 มม. / รีดหรือปาดลาก ≥ 3.0 มม.
- ค่าการสะท้อนแสงกลางวัน R(30): สีขาว ≥ 130 / สีเหลือง ≥ 100 mcd.lx⁻¹.m⁻²
- ค่าการสะท้อนแสงกลางคืน RL(30): สีขาว ≥ 300 / สีเหลือง ≥ 200 mcd.lx⁻¹.m⁻²
- ประกัน 12 เดือน: สีขาว ≥ 65 / สีเหลือง ≥ 50 (กลางวัน), สีขาว ≥ 100 / สีเหลือง ≥ 65 (กลางคืน)
- ประกัน 24 เดือน: สีขาว ≥ 65 / สีเหลือง ≥ 45 (กลางวัน), สีขาว ≥ 100 / สีเหลือง ≥ 65 (กลางคืน)
- ห้ามใช้เทอร์โมพลาสติกที่หลอมเหลวนานเกิน 6 ชั่วโมง
- แบบอ้างอิง: แบบมาตรฐานงานทาง (2561), แบบมาตรฐานงานสะพาน (2564), แบบงานบำรุงรักษาทาง (2556), แบบมาตรฐานป้ายจราจร “กิจกรรมอำนวยความปลอดภัยขณะก่อสร้าง”
เงื่อนไขสัญญา
- ไม่ระบุรูปแบบสัญญา กำหนดการชำระเงิน หรือค่าปรับในเอกสารแบบงานฉบับนี้ (-)
- เงื่อนไขสำคัญที่ระบุ:
- ผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายการออกแบบส่วนผสมและการส่งตรวจวัสดุทั้งสิ้น
- กรณีดำเนินการตามแบบไม่ได้ ให้ทำงานตามสภาพพื้นที่จริงภายใต้ดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ และปริมาณงานต้องไม่น้อยกว่าที่กำหนดในแบบ
- หากความหนาหรือค่าสะท้อนแสงเครื่องหมายจราจรไม่ผ่าน ผู้รับจ้างต้องลบออกด้วยเครื่องจักรกล (โดยไม่ทำอันตรายต่อโครงสร้างผิวทาง) และทำใหม่
- ระยะเวลาประกันเครื่องหมายจราจร 12 เดือน และ 24 เดือน ตามเกณฑ์ค่าการสะท้อนแสงที่กำหนด
- ต้องส่งสำเนาต้นฉบับใบเสร็จวัสดุ (คู่ฉบับจริง) พร้อมระบุเลขที่สัญญาต่อผู้ควบคุมงาน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- FIBROSEAL คืออะไร แตกต่างจาก Slurry Seal ทั่วไปอย่างไร?
FIBROSEAL คืองานฉาบผิวลาดยางสเลอรีซีลที่เสริมความแข็งแรงด้วยเส้นใยแก้ว (Glass Fiber) สมรรถนะสูง ช่วยเพิ่มความต้านทานการแตกร้าว ทนสารเคมีกัดกร่อน ไม่ติดไฟ และทนการสึกหรอมากกว่าสเลอรีซีลทั่วไป - ส่วนผสมหลักของงานฉาบ FIBROSEAL มีอะไรบ้าง?
ประกอบด้วยมอดิฟายด์แอสฟัลต์อิมัลชัน CSS-1hP(EMA), มวลรวมหินฝุ่น 80% และหิน 3/8" 20% โดยน้ำหนัก, เส้นใยแก้ว, สารผสมเพิ่ม FIBROSEAL 0.25% ต่อน้ำหนักหินผสม และน้ำสะอาด - ต้องทดสอบคุณสมบัติส่วนผสมในสนามรายการใดบ้าง?
ต้องตรวจขนาดคละมวลรวม, ความชื้น, Sand Equivalent (≥60%), Mixing Time (120–160 วินาที), Flow (10–20 มม.), Initial Setting Time (≤15 นาที) และ Curing Time โดยวิธี Cohesion Tester, Shoe Test หรือทดสอบด้วยรถยนต์น้ำหนักไม่เกิน 1.5 ตัน - หากผลตรวจส่วนผสมในสนามไม่ผ่านต้องทำอย่างไร?
ต้องหยุดการก่อสร้างทันที ตรวจหาสาเหตุและแก้ไข พร้อมเก็บตัวอย่างมวลรวมและมอดิฟายด์แอสฟัลต์อิมัลชันจากแปลงนั้นไว้ตรวจสอบในภายหลัง - เครื่องจักรตัดเส้นใยแก้วมีข้อกำหนดพิเศษอย่างไร?
ต้องใช้ชุดอุปกรณ์ตัดเส้นใยแก้วแบบ Pre-Chopped Fiber พร้อม Glass Fiber Feeder ระบบ Auto Feeder ที่ควบคุมอัตราการลำเลียงได้ ห้ามใช้วิธีตัดแบบ MANUAL หรือใช้เส้นใยที่ตัดมาแล้ว เพราะควบคุมสัดส่วนผสมไม่ได้ - สภาพอากาศแบบใดห้ามทำการฉาบผิว?
ห้ามฉาบผิวระหว่างฝนตก และอุณหภูมิอากาศขณะฉาบต้องไม่ต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส - งานตีเส้นจราจรใช้วัสดุและมาตรฐานใด?
ใช้วัสดุเทอร์โมพลาสติกผลิตในประเทศไทยตาม มอก.542-2549 โรยลูกแก้วตาม มอก.543-2550 ในอัตราไม่น้อยกว่า 400 กรัมต่อตารางเมตร โดยลูกแก้วในส่วนผสมไม่น้อยกว่า 30% โดยน้ำหนัก - ระยะเวลาประกันเครื่องหมายจราจรนานเท่าใด และประกันอะไร?
ประกันค่าการสะท้อนแสงที่ 12 เดือน (สีขาว ≥65 / สีเหลือง ≥50 กลางวัน) และ 24 เดือน (สีขาว ≥65 / สีเหลือง ≥45 กลางวัน) หากค่าต่ำกว่าเกณฑ์ถือว่าไม่ผ่านการประกัน - ต้องตรวจวัดคุณภาพเครื่องหมายจราจรบ่อยแค่ไหน?
วัดความหนาทุก 250 เมตร จำนวน 3 ตำแหน่ง (เส้นขอบทางและเส้นแบ่งทิศทาง) และวัดค่าการสะท้อนแสงไม่น้อยกว่า 10 ตำแหน่ง ตำแหน่งละอย่างน้อย 3 ค่า พร้อมตรวจมาตรฐานเครื่องมือทุก 1 ชั่วโมง - เมื่อใดจึงจะเปิดการจราจรบนผิวทางที่ฉาบ FIBROSEAL ได้?
เมื่อผ่านการบ่มตัว (Curing) ตรวจสอบได้ด้วยค่า Torque ไม่น้อยกว่า 20 กก.-ซม. จาก Cohesion Tester, Shoe Test ไม่มีมวลรวมหลุดเป็นแอ่งรอยเท้า หรือรถยนต์น้ำหนักไม่เกิน 1.5 ตัน วิ่งที่ ~30 กม./ชม. แล้วไม่มีเม็ดหินหลุดกระเด็น
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
กรมทางหลวงบนบท
DEPARTMENT
OF
RURAL
ROADS
แบบงานฉาบผิวลาดยางสเลอรีซีล (แบบ FIBROSEAL)
งานบํารุงถนนสาย สข. 3038 แยกทางหลวงหมายเลข 408- บ้านสทิงหม้อ (ตอนที่ 2)
อ.สิงหนคร จ.สงขลา
จํานวน 1 แห่ง
สํานักบํารุงทาง
กรมทางหลวงชนบท
แบบเลขที่ สบร.12 - 05/69
แบบงานฉาบผิวลาดยางสเลอรีซีล (แบบ FIBROSEAL)
งานบํารุงถนนสาย สข. 3038
แยกทางหลวงหมายเลข 408 บ้านสทิงหม้อ (ตอนที่ 2)
อ.สิงหนคร จ.สงขลา
รายละเอียดประกอบแบบงานฉาบผิวลาดยางสเลอรีซีล (แบบ FIBROSEAL) ดําเนินการฉาบผิวลาดยางสเลอรีซีล (แบบ FIBROSEAL) ระยะทาง 1,700 กม.
งานฉาบผิวจราจรตามรูปตัดตามขวางงานฉาบผิวฯ ระยะทาง 1.700 กม.
สงขลา
พัทลุง
พัทลุง
สงขลา
14014
จุดเริ่มต้นโครงการฯ
กม6-4-000
N: 7.279939 E: 100.487006
อมจ
ขุดค้นสุดโครงการฯ
กม.7+700
N : 7.288316
E : 100.495726
A13038
แนวชายทะเลสาบสงขลา
ทะเลสาปสงขลา
408
แนวชายทะเลสาปสงขลา
อบจ.
จุดเริ่มต้นสายทาง
0+000
N: 7.321199
E: 100.488745
แนวชายทะเล
13011
แผนที่สังเขป
สารบัญแบบ
แผ่นที่
รายการ
1
แผนที่สังเขป รายละเอียดประกอบแบบ สารบัญแบบ
2
ทะเลอ่าวไทย
3
รายการข้อกําหนดและมาตรฐานทั่วไป งานฉาบผิวแบบไฟโบรซีล (FIBROSEAL)
รูปตัดตามขวางงานฉาบผิวลาดยางสเลอรีซีล (แบบ FIBROSEAL) แบบที่ 1
จุดสินสุดสายทาง
กม12.937
N: 7.237225
E : 100.521925
4
รูปตัดตามขวางงานฉาบผิวลาดยางสเลอรีซีล (แบบ FIBROSEAL) แบบที่ 2
5 รูปตัดตามขวางงานฉาบผิวลาดยางสเลอรีซีล (แบบ FIBROSEAL) แบบที่ 3
6
งานตีเส้นจราจรและเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง
หมายเหตุ
อ้างอิง
แบบมาตรฐานงานทาง (สํานักสํารวจและออกแบบ กรมทางหลวงชนบท พ.ศ. 2561) แบบมาตรฐานงานสะพาน (สํานักสํารวจและออกแบบ กรมทางหลวงชนบท พ.ศ. 2564) แบบงานบํารุงรักษาทาง (สํานักบํารุงทาง กรมทางหลวงชนบท พ.ศ. 2556) แบบมาตรฐานป้ายจราจร “กิจกรรมอํานวยความปลอดภัยขณะก่อสร้าง
สํานักบํารุงทาง
UNLISTARILŇORVMiriamantin (ULUI FIBROSEAL)
งานปรุงตนนสาย 13033
นายสุริยา สมประสงค์
แยกทางหลวงหมาย 408 - บ้านสทิงหม้อ (ตอนที่ 2) สิงหนคร สง
นายชัยณรงค์ ทองจันทร์
นายกฤต อินทรกุล
นายสุเมธ ในโภคทรัพย์
นายนพปฏล เสี่ยงบุญ
แผ่นที่
1 จํานวนแผ่น
6
กรมทางหลวงชนบท
สํารวจ เห็นชอบ เขียนแบบ
ออกแบบ
ผอ. อนุมั
- ผอ.กบท
ตุลาคม 2558
(แทน) ผู้อํานวยการสํานักฯ
(แทน) อธิบดี
กรณีที่ไม่สามารถดําเนินการได้ตามรายการข้างต้น ให้ทํางานได้ตามสภาพพื้นที่โดยให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน
โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุแต่จะต้องได้ปริมาณงานไม่น้อยกว่าที่กําหนดในแบบก่อสร้าง
เสดงแบบ
เน
บัญแบบ เครแบบ สบร.12 - 05/29
หมายเหตุ
1.วัสดุ
รายการข้อกําหนดและมาตรฐานทั่วไป งานฉาบผิวแบบไฟโบรซีล (FIBROSEAL)
1.1 แอสฟัลต์ คือมอดิฟายด์แอสฟัลต์อิมัลชันชนิด CSS-1hP(EMA) ซึ่งเป็นประเภทแตกและแยกตัวช้าโดยมีคุณภาพตาม มอก 2157–2547 มอดิฟายด์แอสฟัลต์อิมัลชันสําหรับงานทาง
1.2 สารผสมเพิ่ม (ADDITIVES) ใช้เพื่อทําให้มอดิฟายด์แอสฟัลต์อิมัลชันแตกตัวเร็วขึ้นหรือช้าลง หรือใช้เพื่อให้มอดิฟายด์แอสฟัลต์ อิมัลชั่นเคลือบมวลรวมได้ดียิ่งขึ้น ปริมาณที่ใช้ต้องพอเหมาะเพื่อให้สามารถเปิดการจราจรได้ภายในเวลาที่ต้องการ สารผสมเพิ่มนี้จะใช้ หรือไม่ก็ได้แล้วแต่การออกแบบ
1.3 น้ํา ต้องเป็นน้ําสะอาด ปราศจากสารที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพของส่วนผสมไฟโบรซีล และต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบ คุมงานก่อนนํามาใช้งาน 1.4 มวลรวม (AGGREGATE) ต้องเป็นหินไม่ซึ่งแข็ง คงทน สะอาด ปราศจากดินหรือวัสดุไม่พึงประสงค์อื่นใด อาจมีวัสดุผสมแทรก ด้วยก็ได้ ในกรณีที่ไม่ได้ระบุคุณสมบัติไว้เป็นอย่างอื่น มวลรวมต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
1.4.1 มีค่า SAND EQUIVALENT เมื่อทดลองตาม ASTM D2419 วิธีทดลองหาค่า SAND EQUIVALENT ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 1.4.2 มีค่าความสึกหรอ เมื่อทดลองตาม มทช (ท) 501.9 – 2545 : วิธีการทดสอบหาความสึกหรอของวัสดุชนิดเม็ดหยาบ โดยใช้ เครื่องมือทดสอบหาความสึกหรอ LOSS ANGELES ABRASION ไม่มากกว่าร้อยละ 35 1.4.3 มีค่าส่วนที่ไม่คงทน (LOSS) เมื่อทดลองตาม ASTM: C88 -05"วิธีการทดลองหาความคงทน (SOUNDNESS) ของมวล รวม โดยใช้โซเดียมซัลเฟต จํานวน 5 รอบ ไม่มากกว่าร้อยละ 9
1.5 วัสดุผสมแทรก (MINERAL FILLER) วัสดุผสมแทรก เช่นปูนซีเมนต์ ปูนขาว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมวลรวมต้องใช้ในปริมาณ น้อยที่สุดเท่าที่จําเป็น จะใช้เมื่อต้องการปรับปรุงความสะดวกในการทํางาน (WORKABILITY) หรือปรับปรุงขนาดคละ (GRADATION) 1.6 เส้นใยแก้ว (GLASS FIBER) เส้นใยสมรรถนะสูง ใช้เสริมความแข็งแรงให้แก่ผิวทาง ทนต่อสารเคมีกัดกร่อน เป็นฉนวนไม่ติดไฟ ทนต่อการสึกหรอ โดยมีลักษณะเป็นเส้นกลมและมีคุณสมบัติดังตาราง
ตาราง แสดงคุณสมบัติของเส้นใยแก้วสําหรับใช้ในส่วนผสมของการฉาบไฟโบรซีล
ความยาว (มม)
คุณลักษณะ
เส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นใย (ไมครอน)
ความหนาแน่นเชิงเส้น (TEX)
ความชื้น (%)
ระยะตึงของไฟเบอร์กลาส (มม)
ความสูญเสียจากการลุกไหม้ (%)
- ข้อกําหนดในการออกแบบส่วนผสมไฟโบรล
มาตรฐาน
ค่าที่กําหนด
12 12
20
14
ISO 1889
2,400
4,800
ISO 3344 ISO 3375
ISO 1887
สูงสุด 0.35 %
80 200
สูงสุด 1.75 %
2.1 การออกแบบส่วนผสมนี้ ให้ใช้วิธีของ ASPHALT INSTITUTE MANUAL SERIES NO.19 โดยวิธีหาค่า C.K.E. และตาม มาตรฐาน ASTM, D 3910 (STANDARD PRACTICE FOR DESIGN, TESTING, AND CONSTRUCTION OF SLURRY SEAL) หรือใช้ มาตรฐานและวิธีทดลองของ INTERNATIONAL SLURRY SURFACING ASSOCIATION (ISSA) หรือวิธีอื่นใดที่กรมทางหลวงชนบทเห็นชอบ ซึ่งก่อนเริ่มงานให้ผู้รับจ้างทําการออกแบบส่วนผสม แล้วให้ผู้ควบคุมงานเก็บตัวอย่างวัสดุพร้อมเอกสารการออกแบบจากผู้รับจ้าง ส่งให้ กรมทางหลวงชนบททําการตรวจสอบ โดยผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น
2.2 คุณภาพของวัสดุที่จะใช้ออกแบบจะต้องผ่านการทดลองคุณภาพให้ใช้ได้แล้ว การออกแบบส่วนผสมจะต้องออกแบบให้เหมาะ สมกับการใช้งาน 2.3 ส่วนผสมไฟโบรซิลต้องมีคุณสมบัติดังนี้
2.3.1 เวลาในการผสม (MIXING TIME) ที่ 25 องศาเซลเซียส 120-160 วินาที 2.3.2 ค่า FLOW อยู่ระหว่าง 10-20 มิลลิเมตร
2.3.3 เวลาในการแตกตัวและแยกตัว (INITIAL SETTING TIME) ไม่เกิน 15 นาที
2.3.4 ค่าการยึดเกาะ (COHESION)
www
ที่เวลา 30 นาที มากกว่า 15 กก. เซนติเมตร
ที่เวลา 60 นาที มากกว่า 25 กก. เซนติเมตร
2.3.5 เวลาในการบ่ม (CURING TIME) ไม่เกิน 1 ชั่วโมง
2.3.6 ค่า WET TRACK ABRASION Loss ไม่เกิน 500 กรัมต่อตารางเมตร
2.3.7 ค่า HUBBARD FIELD STABILITY ที่ 25 องศาเซลเซียส ไม่น้อยกว่า 11.8 กิโลนิวตัน (1,200 กิโลกรัมแรง)
3. เครื่องจักรและเครื่องมือ
3.1 เครื่องผสม ต้องเป็นเครื่องชนิดที่ผลิตส่วนผสมของไฟโบรซีลได้อย่างต่อเนื่องไม่ขาดตอน มีเครื่องลําเลียงวัสดุต่างๆ พร้อมมาตรวัด ปริมาณ สามารถลําเลียงมวลรวม วัสดุผสมแทรก น้ํา มอดิฟายด์แอสฟัลต์อิมัลชันและสารผสมเพิ่มลงสู่ถังผสมตามอัตราส่วนที่กําหนดได้ อย่างถูกต้อง มวลรวมและวัสดุผสมแทรกถูกลําเลียงลงสู่ถังผสมในตําแหน่งเดียวกัน เครื่องผสมสามารถลําเลียงวัสดุที่ผสมเข้ากันอย่างดีแล้วลง
เครื่องฉาบได้อย่างต่อเนื่องไม่ขาดตอน
3.2 รถเกรด เพื่อ CLEARING วัชพืชบริเวณไหล่ทาง
3.3 เครื่องกวาดฝุ่น เป็นแบบขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเองหรือแบบลากที่ติดตั้งที่รถไถนา (FARM TRACTOR) หรือรถอื่นใด ซึ่งเป็นชนิดไม้ กวาดหมุนโดยเครื่องกล ชนไม้กวาดอาจทําด้วยไฟเบอร์ ลวดเหล็ก ไนล่อน หวายหรือวัสดุอื่นใดที่เหมาะสม ทั้งนี้ต้องมีประสิทธิภาพพอที่จะ ทําให้พื้นที่ที่จะก่อสร้างสะอาด อาจใช้ร่วมกับเครื่องเป่าฝุ่นและไม้กวาดมือซึ่งสามารถทําความสะอาดผิวทางและรอยแตกได้
3.4 เครื่องเป่าลม (BLOWER) เป็นแบบติดตั้งที่รถไถนาหรือรถอื่นใด มีใบพัดขนาดใหญ่ให้กําลังลมแรงและมีประสิทธิภาพพอเพียงที่จะ ทําให้พื้นที่ที่จะก่อสร้างสะอาด 3.5 ชุดอุปกรณ์ตัดเส้นใยแก้ว (PRE-CHOPPED FIBER) ติดตั้งพร้อมอุปกรณ์ลําเลียงเส้นใย (GLASS FIBER FEEDER) เข้าห้องผสม แบบต่อเนื่องทํางานด้วยระบบอัตโนมัติ AUTO FEEDER สามารถควบคุมการทํางานและอัตราการลําเลียงส่วนผสมได้ ห้ามการใช้อุปกรณ์หรือ วิธีการตัดเส้นใยแก้วแบบ MANUAL หรือใช้เส้นใยแก้วที่ผ่านการตัดเรียบร้อยแล้ว เพราะจะทําให้ไม่สามารถควบคุมสัดส่วนผสมได้ซึ่งจะส่งผล ทําให้เกิดความเสียหายต่อคุณภาพของการฉาบผิวทางแบบไฟโบรซีล 3.6 อุปกรณ์อื่นๆ ที่จําเป็นในการดําเนินงาน เช่น เครื่องฉาบด้วยมือ พลั่ว
4. การเตรียมการก่อสร้าง
ก่อนทําการก่อสร้างให้ดําเนินการดังนี้
4.1 ให้กองมวลรวมให้เป็นระเบียบ โดยกองในบริเวณที่น้ําไม่ขังหรือบริเวณที่จะไม่ทําให้มวลรวมมีคุณสมบัติเปลี่ยนแปลงไป ก่อนนํา มวลรวมไปใช้งานจะต้องได้รับการตรวจสอบและได้รับการอนุญาตจาก ผู้ควบคุมงานก่อน 4.2 กรณีผิวทางเดิมเป็นผิวทางแอสฟัลต์ ให้ทําการตรวจสอบพื้นที่ที่จะทําการก่อสร้างและแก้ไข ความบกพร่องต่างๆ ก่อนฉาบผิว เช่น ถ้าผิวเดิมบางจุดมีความเสียหายหรือระดับไม่ดี ให้ทํา DEEP PATCH หรือ SKIN PATCH แล้วแต่กรณี
4.3 กรณีผิวทางเดิมเป็นผิวทางคอนกรีต ให้ทําการตรวจสอบรอยต่อและรอยแตกต่างๆแล้วทําการ แก้ไขซ่อมแซมตามความเหมาะสม ทํา ความสะอาดให้เรียบร้อย
4.4 ตรวจสอบอุปกรณ์ เครื่องจักรและเครื่องมือให้อยู่ในสภาพที่พร้อมจะนําออกใช้งานและผลิตส่วนผสมไฟโบรซีลได้ตามที่ออกแบบไว้ 4.5 ให้ทําการตรวจสอบและตรวจปรับมาตรวัดต่างๆ เพื่อให้ใช้วัสดุได้ตามอัตราส่วนที่ต้องการ 4.6 ในกรณีที่จําเป็นต้องกวาดฝุ่น ให้ใช้เครื่องกวาดฝุ่นกวาดวัสดุที่ไม่พึงประสงค์ออกจากผิวทางจนสะอาด ถ้าจําเป็นให้ใช้น้ําล้างด้วย 4.7 ต้องพิจารณาสภาวะอากาศให้เหมาะสม ห้ามทําการฉาบผิวในระหว่างฝนตกและอุณหภูมิของอากาศขณะฉาบต้องไม่ต่ํากว่า 10
องศาเซลเซียส
4.การตรวจสอบคุณสมบัติส่วนผสมในสนาม
เป็นการตรวจสอบคุณสมบัติของส่วนผสมว่าเป็นไปตามข้อกําหนดที่ออกแบบไว้หรือไม่ โดยมีการตรวจสอบดังนี้
4.1 ตรวจสอบขนาดคละของมวลรวมทั้งจาก STOCKPILE (GENERAL TEST) และจากหน้างานแต่ละวัน (CONTROL TEST) ว่าอยู่ ใน TOLERRANT LIMIT ของสูตรส่วนผสมเฉพาะงานหรือไม่ ซึ่งขนาดของมวลรวมมีผลต่อความหนาของผิวทางแบบไฟโบรซีล และคุณสมบัติ โดยรวมของส่วนผสมด้วย
4.2 ตรวจสอบความชื้น (MOISTURE CONTENT) ของมวลรวมเพื่อใช้ปรับเปอร์เซ็นต์ WATER CONTENT ในส่วนผสม และใช้คํานวณ น้ําหนักมวลรวมแห้งที่ใช้งานในแต่ละวันที่ทําการฉาบผิวทาง
4.3 ตรวจสอบค่า SAND EQUIVALENT ของมวลรวมที่มีขนาดผ่านตะแกรงเบอร์ 4 ซึ่งจะต้องมีค่าไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 4.4 ตรวจสอบส่วนผสม ว่าสามารถผสมมวลรวมกับแอสฟัลต์ให้เข้ากันได้อย่างทั่วถึงและสม่ําเสมอในเวลาที่ระบุในสูตรส่วนผสมเฉพาะ งานหรือไม่ (MIXING TIME) ซึ่งจะต้องอยู่ระหว่าง 120 - 160 วินาที
4.5 ตรวจสอบค่า FLOW ของส่วนผสม ซึ่งต้องอยู่ระหว่าง 10 - 20 มิลลิเมตร
4.6 ตรวจสอบช่วงเวลาในการแตกตัวหรือแยกตัว (INTIAL SETTING TIME) ของอนุภาคแอสฟัลต์ว่าเป็นไปตามที่กําหนดในสูตรส่วนผสม เฉพาะงานหรือไม่ ทั้งนี้ต้องไม่เกิน 15 นาที นับตั้งแต่เวลาที่เริ่มฉาบผิวทางบริเวณนั้น โดยใช้กระดาษสีขาวบางๆซับที่ผิวทาง ซึ่งต้องไม่มีสี ดําของแอสฟัลต์เบือนติดกระดาษ
4.7 ตรวจสอบเวลาการบ่ม (CURING TIME) ว่าเป็นไปตามข้อกําหนดในสูตรส่วนผสมเฉพาะงานหรือไม่ วิธีการตรวจสอบทําได้โดยการ เก็บตัวอย่างส่วนผสมจากส่วนท้ายของรถฉาบผิว มาทําการทดลองวัดค่า TORQUE ด้วยเครื่อง COHESION TESTER จับเวลาจนกว่าได้ ค่า TORQUE ไม่น้อยกว่า 20 กก-ชม. หรือทดสอบผิวทางในสนามโดยใช้วิธี SHOE TEST ทําโดยการยืนบนผิวทางให้น้ําหนักตัวลงบนขา ข้างที่ถนัดค่อนไปทางปลายเท้า เผยอส้นเท้าขึ้นเล็กน้อยแล้วปิดเท้าไปมา 2-3 ครั้ง หากไม่ปรากฏว่าเม็ดของมวลรวมหลุดจากผิวทางจนเป็น แอ่งรอยเท้า แสดงว่าเกิดการบ่มตัวของผิวทางจนสามารถเปิดการจราจรได้แล้ว หรือใช้รถยนต์น้าหนักไม่เกิน 1.5 ตัน วิ่งผ่านบนผิวทางที่ฉาบ แล้วด้วยความเร็วประมาณ 30 กม./ชม. ไม่มีเม็ดหินหลุดกระเด็นขึ้นมาจนสามารถมองเห็นรอยร่องล้อได้ชัดเจนในกรณีที่ผลตรวจสอบ คุณสมบัติส่วนผสมในสนามไม่เป็นไปตามสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน ต้องหยุดการก่อสร้าง เพื่อตรวจหาสาเหตุและทําการแก้ไข แล้วเก็บตัวอย่าง มวลรวมและมอติฟายด์แอสฟัลต์อิมัลชันที่ใช้ก่อสร้างในแปลงนั้นไว้เพื่อการตรวจสอบในภายหลัง ระหว่างการฉาบไฟโบรซีลถ้าผู้ควบคุมงาน เห็นว่าส่วนผสมของไฟโบรซิลที่ออกแบบไว้ ไม่เหมาะสมกับสภาพความเป็นจริงในสนาม หรือเห็นว่ามวลรวมวัสดุผสมไฟโบรซีลผิดพลาดจาก ข้อกําหนดของสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน
สํานักบํารุงทาง
KINITIUBILÄINEN:AmazÏÏA (US5J FIBROSEAL) จนป่านนสาย 433038
แยกทางหลวงหมายเลข 408 – บ้านสทิงหม้อ (ตอนที่ 2)
พัง นคร จ.สง
แสดงง
นายสุริยา สมประสงค์
обоб
กรมทางหลวงชนบท
คํารา เห็นชอบ
- เขียนแบบ
นายชัยณรงค์ ทองจันทร์
นายกฤท สินทรกุล
นายสุเมธ ในโภคทรัพย์
อา
ออกแบบ
นายนพปฎล บุญ
แผ่นที่
จํานวนแผ่น
8
รายการ อ าหนดและมาตรฐานทั่วไป eman@munistusin (FIBROSEAL)
เตร แบบ สบร.12 - 05/59
ผอ.กต. อนุมัต Gwanum
ผอ กบท
ตุลาคม 2568
ส
(แทน) ผู้อํานวยการสํานักฯ
(แทน) อธิบดี
ระดับดินเดิม
งานบํารุงถนนสาย
SIDE SLOPE
ผิวไหล่ทาง
1.00 ม
สข. 3038 แยกทางหลวงหมายเลข 408 - บ้านสทิงหม้อ (ตอนที่ 2)
อ.สิงหนคร จ.สงขลา
SLOPE
ผิวทางกว้าง 9,00 ม
ผิวจราจร 7.00 ม
SLOPE.
ผิวไหล่ทาง
1.00 ม
ฉาบผิวจราจรและผิวไหล่ทางแบบ FIBROSEAL
โครงสร้างทางเดิม
Ө
รูปตัดตามขวางงานฉาบผิวลาดยางสเลอรีซีล (แบบ FIBROSEAL) แบบที่ 1
ช่วงดําเนินการ
กม. ที่ 6+000
__
กม ที่ 7+450
1
NOT TO SCALE
ตารางส่วนผสม งานฉาบผิวลาดยางสเลอรีซีล (แบบ FIBROSEAL) 0.25 %
ชนิดสิวทาง
วัสดุหินฝุ่น
วัสดุหิน 3/8
FIBROSEAL 80% โดยนํ้าหนัก 20% โดยนํ้าหนัก
หมายเหตุ
FIBROSEAL
0.25% ต่อน้ําหนักหินผสม
กรณีที่ไม่สามารถดําเนินการได้ตามรายการข้างต้น ให้ทํางานได้ตามสภาพพื้นที่โดยให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน
โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุแต่จะต้องได้ปริมาณงานไม่น้อยกว่าที่กําหนดในแบบก่อสร้าง
SIDE SLOPE
สํานักบํารุงทาง
แบบบานตามผิวลาดยางหลอด (แบบ FIBROSEAL) งานบํารุงถนนสาย 413035 ทางหลวงหมายคร 406
. ง น ง คงท
แบบ
นายสุริยา สมประสงค์
ON
บ้านสทิงหม้อ (ดอนที่ 2)
นายชัยณรงค์ ทองจันทร์
นายกฤต อินทรกุล
ต
*ระดับดินเดิม
เขียนแบบ
ออกแบบ
กรมทางหลวงชนบท
พ เห็นชอบ
ผล กต. อนุมัติ
ศ
(แทน) ผู้อํานวยการสํานักฯ
Lisa!
(แทน) อธิบดี
นายสุเมฆ ในโภคทรัพย์
นายนพปฏล เยงบุญ
6
ตุลาคม 2568
(ULNU FIBROSEAL) WSSUMİ 1 เครแบบ สบร.12 - 05/69
แผ่นที่
3
จํานวนแผ่น
ระดับดินเดิม
งานบํารุงถนนสาย สข. 3038 สข.3038 แยกทางหลวงหมายเลข 408
อ.สิงหนคร จ.สงขลา
SIDE SLOPE
ผิวไหล่ทาง .00-1.50 ม
Ө
SLOPE
ผิวทางกว้าง 9.00-10.00 ม
ผิวจราจร 7.00 ม
บ้านสทิงหม้อ (ตอนที่ 2)
SLOPE
ผิวไหล่ทาง
1.00-1.50 ม
ฉาบผิวจราจรและผิวไหล่ทางแบบ FIBROSEAL
โครงสร้างทางเดิม
รูปตัดตามขวางงานฉาบผิวลาดยางสเลอรีซีล (แบบ FIBROSEAL) แบบที่ 2
ช่วงดําเนินการ
กม ที่ 74450 กม. ที่ 7+475 (TAPER)
SCALE
SIDE SLOPE
ตารางส่วนผสม งานฉาบผิวลาดยางสเลอรีซีล (แบบ FIBROSEAL) 0.25 %
ชนิดผิวทาง
วัสดุหินฝุ่น
วัสดุหิน 3/8”
FIBROSEAL 80% โดยนํ้าหนัก 20% โดยนํ้าหนัก
หมายเหตุ
FIBROSEAL
0.25% ต่อน้ําหนักหินผสม
กรณีที่ไม่สามารถดําเนินการได้ตามรายการข้างต้น ให้ทํางานได้ตามสภาพพื้นที่โดยให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน
โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุแต่จะต้องได้ปริมาณงานไม่น้อยกว่าที่กําหนดในแบบก่อสร้าง
สํานักบํารุงทาง
UULISTUMTURIMMEskaettin (UUU FIBROSEAL) งานปรุงถนนสาย 433038 Lawn wie หมายเลข 403 ลงพน 44
บ้าน ดงหม้อ (ดอนที่ 2)
นายสุริยา สมประสงค์ นายชัยณรงค์ ทองจันทร์ นายกฤต อินทรกุล นายสุเมธ ในโภคทรัพย์
ল
เลขที่แบบ สปร.12 - 05/29
แผ่นที่
นายนพปฏล เ ยงบุญ จํานวนแผ่น
และแบบ
รูป งานนาย วลาดยางแอด (แบบ FROSEAL) แบบที่ 2
ระดับดินเดิม
กรมทางหลวงชนบท
ล่า เห็นชอบ
เขียนแบบ
ออกแบบ
ผอ.กต. อนุม
- ผอ.กบท
ตุลาคม 2558
(แทน) ผู้อําานวยการสํานักฯ
Essmot
(แทน) อธิบดี
ระดับดินเดิม
งานบํารุงถนนสาย สข. 3038 แยกทางหลวงหมายเลข 408
อ.สิงหนคร จ.สงขลา
SIDE SLOPE
ผิวใหล่ทาง
1.50 ม
Ө
SLOPE
ผิวทางกว้าง 10.00 ม
ผิวจราจร 7.00 ม
S
บ้านสทิงหม้อ (ตอนที่ 2)
SLOPE.
ผิวไหล่ทาง
1.50 ม
ฉาบผิวจราจรและผิวไหล่ทางแบบ FIBROSEAL
โครงสร้างทางเดิม
3
รูปตัดตามขวางงานฉาบผิวลาดยางสเลอรีซีล (แบบ FIBROSEAL) แบบที่ 3
ช่วงดําเนินการ - กม ที่ 7+475
Med
กม ที่ 7+700
NOT TO SCALE
SIDE SLOPE
ระดับดินเดิม
ตารางส่วนผสม งานฉาบผิวลาดยางสเลอรีซีล (แบบ FIBROSEAL) 0.25 %
ชนิดผิวทาง
วัสดุหินฝุ่น
วัสดุหิน 3/8"
FIBROSEAL 80% โดยนํ้าหนัก 20% โดยนํ้าหนัก
หมายเหตุ
FIBROSEAL
0.25% ต่อน้ําหนักหินผสม
กรณีที่ไม่สามารถดําเนินการได้ตามรายการข้างต้น ให้ทํางานได้ตามสภาพพื้นที่โดยให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน
โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุแต่จะต้องได้ปริมาณงานไม่น้อยกว่าที่กําหนดในแบบก่อสร้าง
สํานักบํารุงทาง
KLUSIUATURUNMENIKAD‡În (UUJ FIBROSEAL)
น างถนนสาย 413036
แลกทัพ วงพม ลด 403 -
สิงหนคร สง
แบบบ
บ้านสดหม้อ (ตอนที่ 2)
พราน ว า ว ส ห (KUI FIBROSEAL) Wanaf 3
เครที่แบบ สปร.12 - 05/59
นายสุริยา สมประสงค์
นายชัยณรงค์ ทองจันทร์ นายกฤต อินทรกุล
ส
กรมทางหลวงชนบท
ล่าง เน้นรอบ
เขียนแบบ
ออกแบบ
ผอ.กต. อนุ
(แทน) ผู้อํานวยการสํานักฯ
นายสุเมธ ธนโภคทรัพย์
แผ่นด
.
นายนพปฎล ยงบุญ จ่านวนแผ่น
B
ตุลาคม 2568
(แทน) อธิบดี - ผลกบท
งานตีเส้นจราจรและเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง
รายการประกอบแบบ
- เส้นขอบทางให้ตีเส้นทึบ ยกเว้นในบริเวณทางเชื่อม ให้ตีเส้นประ เส้น 1.00 ม. เว้นระยะ 2.00 ม
- เส้นแบ่งทิศทางจราจร ให้ตีเส้นประ เส้น 3.00 ม เว้นระยะ 9,00 ม. ยกวันบริเวณทางโค้ง สะพาน และความกว้างไหล่ทางลดลงให้ตีเส้นทีบ
- ตําแหน่งการตีเส้นจราจร สามารถเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม โดยให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน ทั้งนี้ปริมาณงานจะต้องไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ในบัญชีปริมาณงาน การดําเนินการตีเส้นจราจรด้วยวัสดุเทอร์โมพลาสติก THERMOPLASTIC (มท.ช. 241 2553)
ให้ดําเนินการดังนี้
1.วิธีดําเนินการจัดทํา
1.1 การเตรียมผิวทาง : ผิวทางจราจรที่ทําการตีเส้นหรือเครื่องหมายจราจรต้องสะอาดและแห้ง ต้องไม่ทําบนผิวทางที่สกปรก มีฝุ่นจับ หรือสิ่งแปลก ปลอมอื่นใด การลงวัสดุรองพื้นต้องใช้วิธีพ่นเพื่อให้วัสดุติดแน่น กับผิวจราจรสม่ําเสมอ โดยไม่ก่อให้เกิด
การเพิ่มตัวและเปลี่ยนสีเดิม สารวัสดุรองพื้นดังกล่าวต้องสอดคล้องกับผิวจราจรที่จะทํางานรวมทั้งปริมาณจะต้องเหมาะสม ทั้งนี้ต้องได้รับความเห็นชอบ จากผู้ควบคุมงานก่อน ในการลบเครื่องหมายจราจรเดิมออกโดยใช้เครื่องจักรกล
1.2 ในกรณีที่ตีเส้นจราจรหรือเครื่องหมายจราจรบนผิวทางที่ก่อสร้างใหม่ให้ดําเนินการภายหลังการก่อสร้างผิวทางแล้วเสร็จไม่น้อยกว่า 7 วัน
1.3 การเตรียมวัสดุเทอร์โมพลาสติก : เพื่อป้องกันมิให้สีผิดเพี้ยนหรือเกิดการแตกเปราะของเทอร์โมพลาสติกเนื่องจากให้ความร้อนสูงเกินกว่าผู้ผลิตกําหนดไว้
ต้องใช้วัสดุเทอร์โมพลาสติกให้เพียงพอกับความร้อนในเตาต้มที่มีการกวนอยู่ตลอดเวลาและจะต้องไม่ให้ความร้อนสูงกว่าที่ผู้ผลิตกําหนดไว้ไม่ว่าขณะใดๆ เมื่อวัสดุเหลวแล้วจะต้องรีบใช้ทันที ห้ามมิให้นําวัสดุเทอร์โมพลาสติกที่หลอมเหลวอยู่นานเกิน 6 ชั่วโมงมาใช้งาน
1.4 การเตรียมเครื่องมือ : ต้องใช้เครื่องมือ เครื่องจักรกล และอุปกรณ์ต่างๆ ตามลักษณะของวัสดุที่ใช้ทํางาน ปริมาณของวัสดุต้องอยู่ในกรอบขอบข่าย ที่ผู้ผลิตกําหนดไว้หากมีการทํามากกว่าหนึ่งชั้นขึ้นไปต้องรอให้ชั้นแรกแห้งเสียก่อน - ข้อกําหนดคุณสมบัติ
2.1 วัสดุเทอร์โมพลาสติก (THERMOPLASTIC) หมายถึง วัสดุเทอร์โมพลาสติกที่ใช้ในการจัดทําเครื่องหมายจราจรโดยวิธี รีด หรือปาดลาก เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทําในประเทศไทย ซึ่งแสดงเครื่องหมายผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก 542-2549 วัสดุเทอร์โมพลาสติก และ วัน/เดือน/ปี LOT. BATCH ของการผลิต ซึ่งมีคุณสมบัติและอัตราส่วน ของลูกแก้วในส่วนผสมไม่น้อยกว่า 30 % โดยน้ําหนักรวมทั้งใช้โรยบนเส้นเทอร์โมพลาสติก สะท้อนแสงในอัตราส่วนไม่น้อยกว่า 400 กรัมต่อตารางเมตร
2.2 ลูกแก้ว (GLASS BEADS) ที่ใช้กับวัสดุทําเครื่องหมายจราจรบนผิวทางเพื่อให้เกิดการสะท้อนแสงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทําในประเทศไทย ซึ่งแสดงเครื่องหมาย มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก 543-2550 ไว้ที่ผลิตภัณฑ์ และวัน/เดือน/ปี LOT. BATCH ของการผลิต
2.3 วัสดุรองพื้น (TACK COAT หรือ PRIMER) เป็นน้ํายาเคมีใช้พ่นบนผิวทางก่อนทําเครื่องหมายจราจรเพื่อช่วยในการยึดเกาะระหว่างวัสดุทําเครื่องหมายจราจร กับผิวทางมีคุณสมบัติตามที่ผู้ผลิตวัสดุเทอร์โมพลาสติกกําหนด - การตรวจวัดคุณลักษณะเครื่องหมายจราจร
3.1 ความหนา
3.1.1 ก่อนเริ่มงานต้องทําการทดลองตีเส้นในแปลงทดลองเพื่อให้อัตราวัสดุปาดลากและความเร็วของเครื่องจักรกลมีความสัมพันธ์ จนได้ความหนาตามที่
กําหนดโดยใช้แผ่นโลหะผิวเรียบวางรับในแนวที่เครื่องตีเส้นจะผ่าน เมื่อปาดลากวัสดุไปบนแผ่นโลหะนั้นแล้วให้นํามาวัดความหนาของเครื่องหมายจราจรนั้นๆ โดยใช้เครื่องมือวัดความหนาแบบ MICROMETER เพื่อผลการทดลองนี้ไปใช้ปฏิบัติในการทํางานจริง
3.1.2 ในระหว่างการปฏิบัติงานให้มีการตรวจวัดความหนาของเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง ทุกๆ 250 เมตร จํานวน 3 ตําแหน่ง (เส้นขอบทางและเส้นแบ่งทิศทางจราจร)
โดยทําการวัดภายหลังที่ทําการเครื่องหมายจราจรแล้วเสร็จ
3.2 ค่าแฟคเตอร์การสะท้อนแสง ( REFLECTANCE หรือ LUMINANCE FACTOR) ในระหว่างการปฏิบัติงานให้มีการตรวจวัดค่าการสะท้อนแสงของเครื่องหมายจราจรในปริมาณงาน ไม่น้อยกว่า 10 ตําแหน่ง แต่ละตําแหน่งอย่างน้อย 3 ค่า และในทุกช่วงเวลา 1 ชั่วโมงให้ตรวจสอบมาตรฐานเครื่องมือ (STANDARDIZATION) และปรับค่าให้ถูกต้อง - กรณีความหนาที่ตรวจวัด หรือ ค่าสะท้อนแสงไม่ผ่านตรวจสอบคุณภาพ ให้ผู้รับจ้างดําเนินการลบเครื่องหมายจราจรออกโดยใช้เครื่องจักรกลที่สามารถลบเครื่องหมายจราจร บนผิวทางและต้องไม่ทําอันตรายต่อโครงสร้างความแข็งแรงของผิวจราจรและชั้นทางนั้น และดําเนินการทําเครื่องหมายจราจรผิวทางใหม่
- การแสดงใบรับรองผลิตภัณฑ์
ผู้รับจ้างต้องส่งสําเนาต้นฉบับใบเสร็จ (คู่ฉบับจริง) ออกโดยเจ้าของผลิตภัณฑ์หรือตัวแทนจําหน่ายที่มีหนังสือแต่งตั้งจากเจ้าของผลิตภัณฑ์ของวัสดุที่ใช้งานพร้อมระบุเลขที่สัญญา แสดงต่อผู้ควบคุมงาน
ตารางที่ 1 แสดงเกณฑ์กําหนดคุณลักษณะเครื่องหมายจราจร
สีจราจร วัสดุเทอร์โมพลาสติก
รายการที่ทําหนด - วัสดุ
1.1
ขอก้าหนด
1.2
การใช้งาน
มอก.415–2541
มอก.542-2549
พัน
กรีตหรือปาดลาก - ตรวจสอบคุณลักษณะขณะทํางาน
2.1
ความหนา เมื่อแห้งเฉลี่ย, มิลลิเมตร
พ่น
≥ 2.0
รีดหรือปาดลาก
23.0
2.2 อัตราการใช้ลูกแก้ว (โรยจากเครื่อง) กรัมต่อตารางเมตร
2 400
2400 - ตรวจสอบคุณลักษณะเมื่อเสร็จทันที (ตรวจรับงาน)
3.1
ความหนาเ อ งเฉย, มิลลิเมตร
พน
≥ 2.0
23,0
1
รีดหรือปาดลาก
การสะท้อนแสง เมื่อวัดด้วยเครื่องวัดที่มี geometry ของการวัดที่ระยะ 30 เมตร
3.2
3.2.1 การสะท้อนแสงในเวลากลางวัน (2450), med.tx
-2
.m
สีชาว สีเหลือง
3.2.2 การสะท้อนแสงในเวลากลางคืน (R (30) medix : m
-1 -2
•
สีขาว
3.3
3.3.1 การวัดค่าจ่าลองการมองเห็นในเวลากลางวัน
สีเหลือง
การสะท้อนแสง เมื่อวัดด้วยเครื่องวัดที่มี geometry ของการวัดที่ระยะ 15 เมตร
(1) แฟคเตอร์การสะท้อนแสง (reflectance) ร้อยละ
มาว เหลือง
3.3.2 การวัดค่าจําลองการมองเห็นในเวลากลางคืน (R
สีขาว สีเหลือง
L15)
หมายเหตุ การวัดค่าสะท้อนแสงโดยทั่วไปให้ใช้ตามข้อ 3.2 - หากมีความจําเป็นให้ใช้ตามข้อ 3.3 ได้โดยอนุโลม - ตรวจสอบคุณลักษณะหลังใช้งาน (ระยะเวลาประกัน)
≥ 130
2 130
≥100
≥ 100
2200
► 200
2130
2.130
275 - 45
≥ 75 2.45
mcd.lx1. m
≥ 300 - 300
≥ 200
≥ 200
4.1 การสะท้อนแสง เมื่อวัดด้วยเครื่องวัดที่มี geometry ของการวัดที่ระยะ 30 เมตร 4.1.1 การวัดค่าจําลองในเวลากลางวัน (0 430) mcd.Lx! m
สีขาว
สีเหลือง
•
3.2.2 การวัดค่าจําลองในเวลากลางคืน (R(30), medix, m - ระยะเวลาประกัน
สีขาว สีเหลือง
-2
นายสุริยา สมประสงค์
ল
บ้านส หม้อ (ตอนที่ 2)
นายชัยณรงค์ ทองจันทร์
นายกฤต อินทรกุล
Com
สํานักบํารุงทาง
แบบงานงานวาดยางดอก (แบบ FBROSEAL)
งาน างถนนสาย 33035
เสกพ. หมายเลข 408
สิงหนคร จ.สงขลา
แสดงแบบ
งานที่เห็นจราจรและเนื่อง
เลขที่แบบ สมศ.12
05/69
นายสุเมธ ในโภคทรัพย์
นายนพปฏล เสี่ยบุญ
แผ่นที
จํานวนแผ่น
8
12 เดือน 1 ครั้ง
24 เดือน 1 ครั้ง
12 เดือน 1 ครั้ง 24 เดือน 1 ครั้ง
65 2.50
≥ 65 ≥ 50
100
≥ 100
2 65
- 65
24 เดือน
24 เดือน
เขียนแบบ
ออกแบบ
กรมทางหลวงชนบท
เห็นชอบ
พอกดป อนุมัติ
- ผอ.กบท
ตุลาคม 2568
(แทน) ผู้อํานวยการสานักฯ
(แทน) อธิบดี