จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างดำเนินโครงการยกระดับและพัฒนาระบบการคุ้มครองช่วยเหลือสำหรับผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ผ่าน Mobile Application PROTECT U

สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 69019022047
฿2,500,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 14 ม.ค. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีความประสงค์จ้างพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการคุ้มครองช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ผ่าน Mobile Application “PROTECT-U” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ และเปิดช่องทางให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการและตรวจสอบสถานะได้ด้วยตนเอง โครงการนี้จะพัฒนาขีดความสามารถของแอปพลิเคชันที่มีอยู่เดิมให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น

ขอบเขตงานหลักครอบคลุมการวิเคราะห์และออกแบบระบบ การพัฒนาระบบโมบายแอปพลิเคชันใหม่ในหลายฟีเจอร์สำคัญ ได้แก่ ระบบประเมินความเสี่ยงด้วยตนเอง (Self-Assessment Risk) ระบบขอรับการช่วยเหลือจากกองทุนป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ด้วยตนเอง (Self-Access DATIP-Fund) ระบบแจ้งเหตุแบบเรียลไทม์พร้อมติดตามสถานะ และระบบสนทนาข้อความระหว่างผู้ใช้และเจ้าหน้าที่ นอกจากนี้ ยังรวมถึงการปรับปรุงและเชื่อมโยงข้อมูลแบบไร้รอยต่อกับระบบฐานข้อมูลหลักของประเทศสองระบบ ได้แก่ ระบบ E-AHT (ด้านการดำเนินคดีและช่วยเหลือผู้เสียหาย) และระบบ DATIPFUND (ระบบสารสนเทศกองทุน) โดยต้องไม่กระทบการให้บริการปัจจุบัน การพัฒนาระบบต้องคำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุดและความเป็นส่วนตัวตามกฎหมาย PDPA รวมถึงการแยกสิทธิ์การเข้าถึงสำหรับเจ้าหน้าที่ ประชาชนทั่วไป และผู้รับบริการ

ผลงานที่ต้องส่งมอบ ได้แก่ แอปพลิเคชันที่พร้อมใช้งานบน Google Play Store และ Apple Store คู่มือการใช้งาน เอกสารรายงานโครงการฉบับสมบูรณ์ และการจัดฝึกอบรมให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ใช้งาน

English summary

The Ministry of Social Development and Human Security intends to contract for the enhancement and development of an information system to improve the efficiency of protection and assistance for victims of human trafficking through the Mobile Application “PROTECT-U”. The objectives are to enhance the operational efficiency of officials and provide channels for the public to access services and self-monitor their status. This project will advance the capabilities of the existing application.

The main scope of work includes system analysis and design, and the development of a new mobile application with several key features: a self-assessment risk system, a self-service system for applying for assistance from the Anti-Trafficking in Persons Fund (Self-Access DATIP-Fund), a real-time incident reporting system with status tracking, and a messaging system between users and officials. Additionally, the work involves seamless integration and data linkage with two key national databases: the E-AHT system (for case management and victim assistance) and the DATIPFUND system (the fund’s information system), without disrupting current services. System development must prioritize maximum security and privacy in compliance with the PDPA law, including separate access rights for officials, the general public, and service recipients.

Deliverables include the fully functional application deployed on Google Play Store and Apple App Store, user manuals, a comprehensive project report, and training sessions for operational staff.

สถานที่ดำเนินการ

ไม่ระบุสถานที่ตั้งโครงการชัดเจนใน TOR ที่ให้มา (อาจหมายถึงสำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์)

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อศึกษา วิเคราะห์ และพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของแอปพลิเคชันให้เกิดประโยชน์มากยิ่งขึ้น
  • เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานในการช่วยเหลือคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ สามารถเข้าถึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานได้อย่างรวดเร็ว
  • เพื่อเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการบันทึกข้อมูลในระบบฐานข้อมูลผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ โดยสามารถดำเนินการได้ผ่านโมบายแอปพลิเคชัน
  • เพื่อให้ประชาชนที่แจ้งเหตุการณ์การค้ามนุษย์ สามารถติดตาม และตรวจสอบสถานะการแจ้งเหตุได้ด้วยตนเอง รวมถึงสามารถติดต่อกับเจ้าหน้าที่ด้วยการสื่อสารผ่านข้อความ
  • เพื่อให้บุคคลที่เป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ สามารถตรวจสอบการขอรับการช่วยเหลือเยียวยาจากกองทุนเพื่อการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ผ่านโมบายแอปพลิเคชันได้
  • เพื่อปรับปรุงและเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างระบบฐานข้อมูลของประเทศไทย ด้านการดำเนินคดีและการช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ (E-AHT) และระบบสารสนเทศกองทุนเพื่อการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ (DATIPFUND)

ขอบเขตของงาน

  • จัดทำแผนการดำเนินโครงการให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และขอบเขตงาน
  • จัดเก็บข้อมูลความต้องการและจัดทำหน้าจอต้นแบบ (Screen Mockup)
  • ศึกษาและทำความเข้าใจระบบ DATIPFUND และระบบ E-AHT ที่มีอยู่
  • พัฒนาโมบายแอปพลิเคชันให้รองรับการคัดกรองความเสี่ยงด้วยตนเอง (Self-Assessment Risk)
  • พัฒนาโมบายแอปพลิเคชันให้รองรับการขอรับการช่วยเหลือจากกองทุนด้วยตนเอง (Self-Access DATIP-Fund) สำหรับผู้เสียหาย
  • ปรับปรุงระบบสารสนเทศกองทุน (DATIPFUND) เพื่อสนับสนุนการเชื่อมโยงกับแอปพลิเคชัน
  • พัฒนาโมบายแอปพลิเคชันให้มีส่วนจัดการและเพิ่มช่องทางการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร (อินโฟกราฟิก, วิดีโอ) สำหรับประชาชน
  • พัฒนาโมบายแอปพลิเคชันให้รองรับการแจ้งเหตุแบบเรียลไทม์ (Real-time) และให้ผู้แจ้งเหตุสามารถติดตามสถานะได้
  • พัฒนาระบบให้รองรับการบันทึกและเชื่อมโยงข้อมูลผู้เสียหายกับระบบฐานข้อมูล E-AHT
  • พัฒนาโมบายแอปพลิเคชันให้เชื่อมโยงกับระบบ E-AHT เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็ว
  • พัฒนาโมบายแอปพลิเคชันให้รองรับการสนทนาด้วยข้อความแบบตอบโต้แบบเรียลไทม์ ระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้ใช้
  • พัฒนาโมบายแอปพลิเคชันให้แยกช่องทางการเข้าถึงสำหรับเจ้าหน้าที่ ประชาชนทั่วไป และผู้รับบริการ พร้อมระบบความปลอดภัยและยืนยันตัวตน
  • ปรับปรุงระบบ E-AHT และ DATIPFUND เฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องให้เชื่อมโยงข้อมูลได้ โดยไม่หยุดชะงักการให้บริการปัจจุบัน
  • ปรับปรุงระบบฐานข้อมูล E-AHT ส่วนช่วยเหลือผู้เสียหายให้สนับสนุนการดำเนินงานแบบไร้รอยต่อ (Seamless)
  • อัปเดตแอปพลิเคชันที่พัฒนาขึ้นไปยัง Google Play Store (Android) และ Apple Store (iOS)
  • ดำเนินการทดสอบและพัฒนาให้ใช้งานได้บนทั้งระบบปฏิบัติการ Android และ iOS
  • จัดทำรายงานผลการดำเนินโครงการ จำนวน 5 ชุด พร้อมไฟล์อิเล็กทรอนิกส์
  • จัดทำคู่มือการใช้งานแอปพลิเคชันในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
  • จัดฝึกอบรมการใช้งานแอปพลิเคชันให้เจ้าหน้าที่ จำนวน 2 ครั้ง
  • ให้คำปรึกษาและปรับปรุงดูแลแอปพลิเคชันตลอดระยะเวลารับประกันตามสัญญา

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • แผนการดำเนินโครงการ
  • หน้าจอต้นแบบ (Screen Mockup)
  • โมบายแอปพลิเคชัน PROTECT-U ที่พัฒนาสมบูรณ์ รองรับ Android และ iOS
  • ระบบคัดกรองความเสี่ยงด้วยตนเอง (Self-Assessment Risk)
  • ระบบขอรับการช่วยเหลือจากกองทุนด้วยตนเอง (Self-Access DATIP-Fund)
  • ระบบแจ้งเหตุและติดตามสถานะแบบเรียลไทม์
  • ระบบสนทนาข้อความแบบเรียลไทม์
  • ส่วนจัดการข้อมูลข่าวสารและประชาสัมพันธ์
  • ระบบเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับระบบ E-AHT และ DATIPFUND
  • แอปพลิเคชันที่อัปโหลดและพร้อมดาวน์โหลดบน Google Play Store และ Apple App Store
  • รายงานผลการดำเนินโครงการฉบับสมบูรณ์ จำนวน 5 ชุด พร้อมไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ (Word, PDF) บน Thumb Drive 3 ชุด
  • คู่มือการใช้งานแอปพลิเคชัน (รูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์)
  • การฝึกอบรมการใช้งานให้เจ้าหน้าที่ จำนวน 2 ครั้ง
  • บริการให้คำปรึกษาและดูแลปรับปรุงตลอดระยะเวลารับประกัน

ระยะเวลาดำเนินการ

ระยะเวลาดำเนินการทั้งหมด 270 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • ประสบการณ์: ต้องมีผลการดำเนินงานด้านการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับข้อกฎหมายและมีการบูรณาการหรือเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายหน่วยงาน อย่างน้อย 1 ผลงานที่มีมูลค่าตั้งแต่ 9,000,000 บาท เป็นโครงการที่ดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน 5 ปีนับจากวันที่ส่งมอบโครงการโดยสมบูรณ์ (จากข้อ 3.10 ใน TOR ต้นฉบับ)
  • Previous Project Cost: ผลงานที่อ้างอิงต้องมีมูลค่าตั้งแต่ 9,000,000 บาท (เก้าล้านบาท) ขึ้นไป
  • บุคลากร: ต้องจัดเตรียมบุคลากรเพื่อดำเนินโครงการอย่างน้อย ประกอบด้วย:
    1. ที่ปรึกษาโครงการ 1 คน: ระดับปริญญาเอกขึ้นไปในสาขาที่เกี่ยวข้อง (เทคโนโลยีสารสนเทศ, วิศวกรรมคอมพิวเตอร์, โทรคมนาคม/การสื่อสาร, ไฟฟ้า) มีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 15 ปี
    2. ผู้จัดการโครงการ 1 คน: ระดับปริญญาโทขึ้นไปในสาขาที่เกี่ยวข้อง ต้องมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และมีประสบการณ์จัดการโครงการที่เกี่ยวข้องกับข้อกฎหมายการค้ามนุษย์และการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานของรัฐ มาก่อน มีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 10 ปี
    3. นักวิเคราะห์และออกแบบระบบสารสนเทศ 1 คน: ระดับปริญญาโทขึ้นไปในสาขาที่เกี่ยวข้อง ต้องมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และมีประสบการณ์วิเคราะห์และออกแบบระบบที่เกี่ยวข้องกับข้อกฎหมายการค้ามนุษย์และการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานของรัฐ มาก่อน มีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 7 ปี
    4. นักพัฒนาระบบ 2 คน: ระดับปริญญาตรีขึ้นไปในสาขาที่เกี่ยวข้อง มีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี
  • Standards Compliance: ไม่ได้ระบุมาตรฐาน ISO หรือมาตรฐานสากลเฉพาะทาง แต่การพัฒนาต้องคำนึงถึงกฎหมาย PDPA และข้อกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูล
  • Technical Capabilities: ต้องมีความสามารถในการพัฒนาโมบายแอปพลิเคชันสำหรับทั้งระบบปฏิบัติการ Android และ iOS, การเชื่อมโยงและบูรณาการข้อมูลกับระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ของรัฐ (E-AHT และ DATIPFUND) แบบเรียลไทม์โดยไม่หยุดชะงักการให้บริการ, การพัฒนาระบบความปลอดภัยและการยืนยันตัวตน, และการอัปเดตแอปพลิเคชันบนสโตร์อย่างเป็นทางการ

เกณฑ์การพิจารณา

ใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น โดยมีน้ำหนักคะแนนดังนี้

  • ราคาที่ยื่นข้อเสนอ: น้ำหนัก 20%
  • ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่นๆ: น้ำหนัก 80% โดยแบ่งเป็น:
    1. การบริหารโครงการและแผนการดำเนินงาน: น้ำหนัก 50% ของส่วนเทคนิค (หรือคิดเป็น 40% ของคะแนนรวม)
    2. ผลงานและประสบการณ์ของผู้เสนอราคา: น้ำหนัก 50% ของส่วนเทคนิค (หรือคิดเป็น 40% ของคะแนนรวม)

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • แพลตฟอร์ม: โมบายแอปพลิเคชันต้องรองรับทั้งระบบปฏิบัติการ Android (ผ่าน Google Play Store) และ iOS (ผ่าน Apple App Store)
  • ฟังก์ชันหลัก:
    • ระบบคัดกรองความเสี่ยงด้วยตนเอง (Self-Assessment Risk)
    • ระบบขอรับการช่วยเหลือจากกองทุน DATIP ด้วยตนเอง (Self-Access DATIP-Fund)
    • ระบบแจ้งเหตุแบบเรียลไทม์ (Real-time) พร้อมการแจ้งเตือนเจ้าหน้าที่และหน้าติดตามสถานะสำหรับผู้แจ้ง
    • ระบบสนทนาด้วยข้อความแบบตอบโต้เรียลไทม์ระหว่างผู้ใช้และเจ้าหน้าที่ (รองรับทั้งในช่วงเวลาทำการและตลอด 24 ชม.)
    • ส่วนจัดการและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร (อินโฟกราฟิก, สื่อประชาสัมพันธ์, วิดีโอ)
  • การบูรณาการระบบ: ต้องเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับระบบฐานข้อมูลหลักของประเทศ 2 ระบบ ได้แก่:
    1. ระบบฐานข้อมูลด้านการดำเนินคดีและการช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ (E-AHT)
    2. ระบบสารสนเทศกองทุนเพื่อการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ (DATIPFUND)
    • การเชื่อมโยงต้องเป็นแบบไร้รอยต่อ (Seamless) และ ต้องไม่ทำให้การให้บริการของระบบหลักทั้งสองหยุดชะงัก
  • ความปลอดภัยและสิทธิ์การเข้าใช้: ต้องมีระบบแยกสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลสำหรับผู้ใช้ 3 กลุ่ม ได้แก่ เจ้าหน้าที่, ประชาชนทั่วไป, และผู้รับบริการ (ผู้เสียหาย) พร้อมระบบยืนยันตัวตนและรักษาความปลอดภัยของข้อมูลตามกฎหมาย PDPA และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  • ข้อกำหนดอื่น: การพัฒนาต้องอยู่ภายใต้แนวทางและมาตรฐานที่กองต่อต้านการค้ามนุษย์กำหนด

เงื่อนไขสัญญา

  • วงเงินค่าจ้างกลาง: 2,500,000 บาท
  • ระยะเวลาสัญญา: 270 วัน
  • การจ่ายเงิน: แบ่งเป็น 3 งวด
    • งวดที่ 1 (20%): เมื่อส่งแผนการดำเนินโครงการที่สมบูรณ์ภายใน 30 วัน
    • งวดที่ 2 (50%): เมื่อส่งแผนการดำเนินโครงการที่สมบูรณ์ภายใน 210 วัน (ตามข้อความใน TOR ซึ่งอาจคลาดเคลื่อน ควรเป็นเมื่อดำเนินงานก้าวหน้าตามที่กำหนด)
    • งวดสุดท้าย (30%): เมื่อส่งมอบงานทั้งหมดและหน่วยงานตรวจรับแล้ว
  • หลักประกันสัญญา: ร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้าง
  • ค่าปรับ:
    • กรณีจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต: ปรับร้อยละ 10 ของวงเงินงานจ้างช่วงนั้น
    • กรณีปฏิบัติผิดสัญญาอื่นๆ: ปรับรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้าง
  • ระยะเวลารับประกัน/ให้คำปรึกษา: ผู้รับจ้างต้องให้คำปรึกษาและปรับปรุงดูแลแอปพลิเคชันให้รองรับระบบปฏิบัติการที่ทันสมัยได้ตลอดระยะเวลาการรับประกันตามสัญญา (ระยะเวลาไม่ระบุชัดใน TOR ที่ให้มา)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: แอปพลิเคชัน PROTECT-U เวอร์ชันเดิมมีฟังก์ชันอะไรบ้าง และเวอร์ชันใหม่จะพัฒนาอะไรเพิ่ม?
    A: เวอร์ชันเดิมมีฟังก์ชันแจ้งเหตุโดยระบุพิกัด ขอสนับสนุนล่าม 7 ภาษา เข้าถึงสิทธิผู้เสียหาย และสนับสนุนผลิตภัณฑ์จากผู้เสียหาย เวอร์ชันใหม่จะเพิ่มระบบคัดกรองความเสี่ยงด้วยตนเอง ระบบขอรับการช่วยเหลือจากกองทุนด้วยตนเอง ระบบแจ้งเหตุและติดตามสถานะแบบเรียลไทม์ ระบบแชท ข้อมูลประชาสัมพันธ์ และการเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลกลาง E-AHT และ DATIPFUND
  • Q: ระบบ “Self-Assessment Risk” คืออะไร และมีวัตถุประสงค์อย่างไร?
    A: เป็นระบบที่ให้บุคคลกลุ่มเสี่ยงสามารถประเมินสถานการณ์ของตนเองได้ผ่านชุดคำถามหรือเครื่องมือในแอปฯ เพื่อตรวจสอบว่ามีโอกาสตกเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์หรือไม่ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้สามารถขอรับความช่วยเหลือได้ตั้งแต่เนิ่นๆ และเป็นการป้องกัน
  • Q: การเชื่อมโยงกับระบบ E-AHT และ DATIPFUND มีความสำคัญอย่างไร และมีข้อควรระวังอะไร?
    A: การเชื่อมโยงทำให้ข้อมูลไหลระหว่างระบบได้อย่างราบรื่น ลดการป้อนข้อมูลซ้ำซ้อน และเพิ่มความแม่นยำ ข้อควรระวังที่สำคัญคือ การพัฒนาต้องไม่ทำให้การให้บริการของระบบหลักทั้งสองที่หน่วยงานอื่นใช้งานอยู่หยุดชะงัก หรือส่งผลกระทบต่อหน่วยงานความร่วมมือ เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, กรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นต้น
  • Q: แอปพลิเคชันจะจัดการกับความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) อย่างไร?
    A: การพัฒนาจะต้องคำนึงถึงกฎหมาย PDPA และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยจะมีการแยกสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลอย่างชัดเจน มีระบบยืนยันตัวตน และออกแบบให้การแสดงผลข้อมูลใดๆ เป็นไปตามที่กองต่อต้านการค้ามนุษย์เห็นสมควร เพื่อปกป้องข้อมูลอ่อนไหวของผู้เสียหาย
  • Q: ระบบสนทนาด้วยข้อความแบบ Real-time จะทำงานอย่างไร และรองรับการบริการตลอด 24 ชม. หรือไม่?
    A: ระบบจะอนุญาตให้ผู้ใช้แอปพลิเคชันสนทนากับเจ้าหน้าที่ผ่านข้อความแบบโต้ตอบทันที โดยในช่วงเวลาทำการ (Operating Hours) เจ้าหน้าที่จะเป็นผู้ตอบ ส่วนนอกเวลาอาจมีระบบตอบรับอัตโนมัติหรือมีการจัดการเพื่อให้บริการต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง
  • Q: ผู้ใช้แอปพลิเคชันมีกี่ประเภท และแต่ละประเภทเข้าถึงข้อมูลได้ต่างกันอย่างไร?
    A: มี 3 ประเภทหลัก: 1) เจ้าหน้าที่ (เข้าถึงข้อมูลสำหรับปฏิบัติงาน, ระบบจัดการ, แดชบอร์ด) 2) ประชาชนทั่วไป (เข้าถึงข้อมูลเพื่อป้องกันภัย, ระบบแจ้งเหตุ, ระบบประเมินความเสี่ยง) 3) ผู้รับบริการ/ผู้เสียหาย (เข้าถึงระบบติดตามสถานะ, ขอรับการช่วยเหลือจากกองทุน, ติดต่อเจ้าหน้าที่) โดยแต่ละประเภทมีสิทธิ์และข้อมูลที่มองเห็นแตกต่างกันตามความจำเป็น
  • Q: การปรับปรุงระบบ DATIPFUND และ E-AHT จะทำเพียงบางส่วนหรือทั้งระบบ?
    A: จะทำการปรับปรุงเฉพาะส่วน (module) ที่จำเป็นสำหรับการเชื่อมโยงข้อมูลและการแสดงผลที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้เท่านั้น โดยต้องไม่กระทบต่อการทำงานของส่วนอื่นๆ ของระบบหลัก
  • Q: นอกจากการพัฒนาแอปพลิเคชันแล้ว ผู้รับจ้างมีหน้าที่อบรมและสนับสนุนหลังการส่งมอบอย่างไร?
    A: ผู้รับจ้างมีหน้าที่จัดฝึกอบรมการใช้งานให้เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลระบบและผู้ใช้งาน จำนวน 2 ครั้ง และต้องให้คำปรึกษา พร้อมทั้งปรับปรุงดูแลแอปพลิเคชันให้รองรับระบบปฏิบัติการใหม่ๆ ได้ตลอดระยะเวลาการรับประกันตามสัญญา
  • Q: แอปพลิเคชันจะเผยแพร่สู่สาธารณะผ่านช่องทางใดบ้าง?
    A: แอปพลิเคชันที่พัฒนาสำเร็จแล้วจะต้องถูกอัปโหลดและเผยแพร่ผ่านช่องทางการจัดจำหน่ายมาตรฐาน ได้แก่ Google Play Store สำหรับผู้ใช้ Android และ Apple App Store (Apple Store) สำหรับผู้ใช้ iOS
  • Q: หากระหว่างการพัฒนา มีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายหรือนโยบายที่เกี่ยวข้อง จะมีการจัดการอย่างไร?
    A: TOR ไม่ได้ระบุชัดเจน แต่มักเป็นไปตามเงื่อนไขในสัญญาว่าหากมีกฎหมายใหม่ที่เกี่ยวข้องบังคับใช้ คู่สัญญาอาจต้องร่วมกันพิจารณาปรับปรุงขอบเขตงานหรือข้อกำหนดเพิ่มเติม โดยอาจมีผลต่อระยะเวลาและงบประมาณตามที่ตกลงกัน

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ข้อกําหนดและขอบเขตของงาน (Terms of Reference: TOR)
จ้างดําเนินโครงการยกระดับและพัฒนาระบบการคุ้มครองช่วยเหลือสําหรับผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์
๑. หลักการและความจําเป็น
nu Mobile Application PROTECT U
พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. ๒๕๕๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ตามมาตรา ๒๖ (๓) กําหนดให้สํานักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัดระบบงานด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ รวมทั้งช่วยเหลือเยียวยาและคุ้มครองสวัสดิภาพ
ผู้เสียหายให้มีประสิทธิภาพ
ในปี พ.ศ. ๒๕๖๒ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้พัฒนา Mobile Application “PROTECT-U” เพื่อเป็นช่องทางหนึ่งในการช่วยเหลือและคุ้มครองผู้ที่จะตกเป็นผู้เสียหายและ เข้าสู่กระบวนการค้ามนุษย์ ซึ่งสามารถใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือได้ทุกระบบปฏิบัติการ โดยมีฟังก์ชันสําหรับ การแจ้งเหตุการณ์การค้ามนุษย์ โดยการระบุพิกัดจุดเกิดเหตุ การขอสนับสนุนล่ามแปลภาษาที่ผ่าน การฝึกอบรมเพื่อให้ความช่วยเหลือคุ้มครอง การเข้าถึงสิทธิของผู้เสียหาย จํานวน ๗ ภาษา และการสนับสนุน ผลิตภัณฑ์จากผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ที่เข้ารับการคุ้มครองในสถานคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถเข้าถึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานอย่างทันท่วงที
และดําเนินงานตามภารกิจได้อย่างรวดเร็ว ได้แก่ การรับแจ้งเหตุกรณีมีการให้ความช่วยเหลือบุคคลที่มีเหตุ อันควรเชื่อได้ว่าเป็นผู้เสียหาย การคัดกรองตามบ่งชี้การค้ามนุษย์ การคุ้มครองช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ และบันทึกข้อมูลสถิติลงในระบบฐานข้อมูล รวมถึงบุคคลที่ตกเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ สามารถเข้าถึง การช่วยเหลือเยียวยาตามกฎหมาย และติดตามการรับบริการจากหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานได้ด้วยตนเอง จึงเห็นควรพัฒนา แอปพลิเคชัน “PROTECT-U” ที่มีอยู่แล้วให้เกิดประโยชน์และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และเพิ่มความสามารถของแอปพลิเคชัน ดังนี้
๑) เพิ่มระบบการคัดกรองความเสี่ยงด้วยตนเอง (Self-Assessment Risk) เพื่อให้บุคคลกลุ่ม เสี่ยงประเมินสถานการณ์ด้วยตนเอง และสามารถขอรับการช่วยเหลือได้
๒) เพิ่มช่องทางสําหรับผู้เสียหายในการขอรับการช่วยเหลือจากกองทุนเพื่อการป้องกันและ ปราบปรามการค้ามนุษย์ได้ด้วยตนเอง (Self-Access Datip-Fund) เพื่อให้ผู้เสียหายได้รับการช่วยเหลือ เยียวยาจากกองทุนฯ ผ่านช่องทางที่สะดวกรวดเร็วมากขึ้น รวมถึงสามารถติดตามผลได้
๓) เพิ่มช่องทางการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชนทั่วไป เช่น อินโฟกราฟฟิก สื่อประชาสัมพันธ์ หรือวีดีโอ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ และป้องกันไม่ให้ถูกหลอกลวงเข้าสู่กระบวนการค้ามนุษย์
๔) พัฒนาระบบการแจ้งเหตุให้มีการแจ้งเตือนแบบทันที และให้ผู้แจ้งเหตุสามารถติดตาม และตรวจสอบสถานการณ์แจ้งเหตุของตนเองได้
๕) เชื่อมโยงการบันทึกข้อมูลในระบบฐานข้อมูลด้านการช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์
เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถบันทึกข้อมูลผ่านแอปพลิเคชันได้อย่างรวดเร็ว
๖) เพิ่มการเชื่อมโยงแอปพลิเคชันกับระบบฐานข้อมูลของประเทศไทย ด้านการดําเนินคดี และการช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ (E-AHT) เพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลที่ เป็นประโยชน์ในการปฏิบัติงานได้อย่างรวดเร็ว
๗) เพิ่มช่องทางการสนทนาด้วยข้อความแบบตอบโต้ ระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้ใช้แอปพลิเคชัน ๔) พัฒนาช่องทางการเข้าถึงแอปพลิเคชัน โดยแยกเป็น เจ้าหน้าที่ ประชาชนทั่วไป และผู้รับบริการ รวมทั้งเพิ่มระบบความปลอดภัยในการเข้าถึง เช่น การยืนยันตัวตน
ลงชื่อ
Ander
ประธานกรรมการ
ลงชื่อ. beaon .กรรมการ (นางสาวไอลดา ชาตะวิทยากูล)
ลงชื่อ..
.กรรมการ
(นายภูวดล เกตุดี)
(นางสาวภริสสกราญณ์ อัชฌากรลักษณ์)
ดังนั้น เพื่อเป็นประโยชน์และรวดเร็วต่อการดําเนินการในกระบวนการช่วยเหลือคุ้มครองของ
เจ้าหน้าที่ และประชาชนสามารถเข้าถึงการบริการและตรวจสอบได้ รวมถึงเป็นช่องทางหนึ่งในการป้องกัน ไม่ให้บุคคลเข้าสู่กระบวนการค้ามนุษย์ จึงมีความจําเป็นที่จะพัฒนาแอปพลิเคชัน “PROTECT-U” เพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพระบบการปฏิบัติงาน
๒. วัตถุประสงค์
๒.๑ เพื่อศึกษา วิเคราะห์ และพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพการทํางานของแอปพลิเคชัน
ให้เกิดประโยชน์มากยิ่งขึ้น
๒.๒ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานในการช่วยเหลือคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ สามารถเข้าถึง
และช่องทางการเรียนรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานได้อย่างรวดเร็ว
ข้อมูลที่เป็นประโยชน์
๒.๓ เพื่อเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการบันทึกข้อมูลในระบบฐานข้อมูลผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์
โดยสามารถดําเนินการได้ผ่านโมบายแอปพลิเคชัน
๒.๔ เพื่อให้ประชาชนที่แจ้งเหตุการณ์การค้ามนุษย์ สามารถติดตาม และตรวจสอบสถานะ การแจ้งเหตุได้ด้วยตนเอง รวมถึงสามารถติดต่อกับเจ้าหน้าที่ด้วยการสื่อสารผ่านข้อความ
๒.๕ เพื่อให้บุคคลที่เป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ สามารถตรวจสอบการขอรับการช่วยเหลือ
เยียวยาจากกองทุนเพื่อการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ผ่านโมบายแอปพลิเคชันได้
๒.๖ เพื่อปรับปรุงและเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างระบบฐานข้อมูลของประเทศไทย ด้านการดําเนินคดีและการช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ (E-AHT) และ ระบบสารสนเทศกองทุน
เพื่อการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ (DATIPFUND)
คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๓.
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีความสามารถตามกฎหมาย
๓.๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องไม่เป็นบุคคลล้มละลาย และต้องไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๓.๓
(e-bidding) ดังกล่าว
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเป็นนิติบุคคล ที่มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๓.๔ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญา
กับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราวตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
ชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคล ที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๓.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการ
๓.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียน
จัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
๓.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่เสนอราคาดังกล่าว ๓.๔ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้รับจ้างรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอ
ให้แก่ สํานักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ณ วันเสนอราคา หรือไม่เป็น ผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม ในการเสนอราคาครั้งนี้
๓.๔. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย
เว้นแต่รัฐบาลของผู้รับจ้างได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์ความคุ้มกันเช่นว่านั้น
ลงชื่อ……
ประธานกรรมการ ลงชื่อ.. ไอ
(นางสาวภริสสกราญณ์ อัชฌากรลักษณ์)
..กรรมการ
(นางสาวไอลดา ชาตะวิทยากูล)
ลงชื่อ. 1080
(นายภูวดล เกตุดี)
..กรรมการ

  • 60
    ๓.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลการดําเนินงานด้านการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับ
    ข้อกฎหมายและมีการบูรณการหรือเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายหน่วยงานอย่างน้อย ๑ ผลงานที่มีมูลค่าตั้งแต่ 9,000,000 บาท เป็นโครงการที่ดําเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน ๕ ปีนับจากวันที่ส่งมอบโครงการโดยสมบูรณ์ พร้อมแนบหนังสือรับรองผลงานหรือสําเนาสัญญาจ้าง
    ๓.๑๑
    ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดเตรียมบุคลากรเพื่อดําเนินโครงการอย่างน้อย ประกอบด้วย
    ๑) ที่ปรึกษาโครงการ จํานวน ๑ คน มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ระดับการศึกษาไม่ต่ํากว่าปริญญาเอก ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ วิศวกรรม คอมพิวเตอร์ วิศวกรรมโทรคมนาคม/การสื่อสาร วิศวกรรมไฟฟ้า หรือ ด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ประสบการณ์ ไม่น้อยกว่า ๑๕ ปี
    ๒) ผู้จัดการโครงการ จํานวน ๑ คน มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และผ่านการจัดการโครงการที่เกี่ยวข้องกับข้อกฎหมายการค้ามนุษย์ และการบูรณาการข้อมูลระหว่าง หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์มาก่อน ระดับการศึกษาไม่ต่ํากว่าปริญญาโท ด้านเทคโนโลยี สารสนเทศ วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ วิศวกรรมโทรคมนาคม/การสื่อสาร วิศวกรรมไฟฟ้า หรือด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า ๑๐ ปี
    ๓) นักวิเคราะห์และออกแบบระบบสารสนเทศ จํานวน ๑ คน มีความเชี่ยวชาญ ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และผ่านการวิเคราะห์และออกแบบระบบสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับข้อกฎหมาย การค้ามนุษย์ และการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์มาก่อน ระดับการศึกษาไม่ต่ํากว่าปริญญาโท ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ วิศวกรรมโทรคมนาคม/ การสื่อสาร วิศวกรรมไฟฟ้า หรือ ด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า ๗ ปี
    ๔) นักพัฒนาระบบ จํานวน ๒ คน มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ระดับการศึกษาไม่ต่ํากว่าปริญญาตรี ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ วิศวกรรม คอมพิวเตอร์ วิศวกรรมโทรคมนาคม/การสื่อสาร วิศวกรรมไฟฟ้า หรือ ด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ประสบการณ์ ไม่น้อยกว่า ๕ ปี
    ๔. ขอบเขตงาน
    ๔.๑ จัดทําแผนการดําเนินโครงการฯ ให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และขอบเขตงาน วิธีการ
    ดําเนินงาน รวมถึงจัดทําแผนการดําเนินโครงการฯ
    ๔.๒ จัดเก็บข้อมูลความต้องการทางด้านสารสนเทศจากทางกองต่อต้านการค้ามนุษย์เพื่อใช้ เป็นข้อมูลตั้งต้นในการ จัดทําหน้าจอต้นแบบ (Screen Mockup) สําหรับดําเนินการศึกษา วิเคราะห์ แนวทางการพัฒนาแอปพลิเคชันให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ และผู้รับจ้างต้องทําการศึกษาการ ทํางานของระบบ DATIPFUND และระบบ E-AHT เพื่อให้เข้าใจกระบวนงานและการจัดเก็บข้อมูลบนระบบ ที่ให้บริการอยู่ในปัจจุบันอย่างชัดเจนก่อนดําเนินการในขั้นต่อไป ทั้งนี้ ให้ใส่ผลการศึกษาระบบทั้งสอง
    ในรายงานความก้าวหน้าผลการดําเนินโครงการยกระดับและพัฒนาระบบการคุ้มครองช่วยเหลือสําหรับ
    ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์
    ๔.๓ พัฒนาโมบายแอปพลิเคชันให้รองรับการคัดกรองความเสี่ยงด้วยตนเอง (Self-Assessment Risk) ตามที่กองต่อต้านการค้ามนุษย์เห็นสมควร และเป็นไปตามมาตรฐานที่กองต่อต้าน การค้ามนุษย์ได้กําหนดขึ้นที่ได้จากข้อ ๔.๒
    ๔.๔ พัฒนาโมบายแอปพลิเคชันให้รองรับการขอรับการช่วยเหลือจากกองทุนเพื่อการป้องกัน และปราบปรามการค้ามนุษย์ได้ด้วยตนเอง (Self-Assess DATIP-Fund) สําหรับผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์
    ลงชื่อ…………
    ลงชือ.
    ..ประธานกรรมการ
    ลงชื่อ ….กรรมการ
    ลงชื่อ
    21000 กรรมการ
    (นางสาวภริสสกราญณ์ อัชฌากรลักษณ์)
    (นายภูวดล เกตุดี)
    (นางสาวไอลดา ชาตะวิทยากูล)
  • C -
    ๔.๕ ปรับปรุงระบบสารสนเทศกองทุนเพื่อการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ (DATIPFUND) ให้สามารถเชื่อมโยงและสนับสนุนการดําเนินการในข้อที่ ๔.๔
    ๔.๖ พัฒนาโมบายแอปพลิเคชันให้รองรับส่วนจัดการ และเพิ่มช่องทางการเข้าถึงข้อมูล ข่าวสารที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชนทั่วไป เช่น อินโฟกราฟฟิก สื่อประชาสัมพันธ์ หรือวีดีโอ เพื่อสร้างความ ตระหนักรู้ และป้องกันไม่ให้ถูกหลอกลวงเข้าสู่กระบวนการค้ามนุษย์
    ๔.๗ พัฒนาโมบายแอปพลิเคชันให้รองรับการแจ้งเหตุจากประชาชน และทําการแจ้งเตือนเจ้าหน้าที่ แบบใกล้เวลาจริง (Real-time) โดยให้ผู้แจ้งเหตุสามารถติดตาม รวมถึงตรวจสอบสถานะการแจ้งเหตุของตนเองได้
    ๔.๘ พัฒนาระบบให้รองรับการบันทึกข้อมูลและเชื่อมโยงข้อมูลผู้เสียหาย ในระบบฐานข้อมูล ของประเทศไทย ด้านการดําเนินคดีและการช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ (E-AHT) ส่วนฐานข้อมูล
    ด้านการช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์
    ๔.๔ พัฒนาโมบายแอปพลิเคชันให้เชื่อมโยงกับระบบฐานข้อมูลของประเทศไทย ด้านการดําเนินคดีและการช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ (E-AHT) เพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานสามารถ เข้าถึงแหล่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการปฏิบัติงานได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ การแสดงผลข้อมูลใดๆให้เป็นไปตามที่ กองต่อต้านการค้ามนุษย์เห็นสมควร เนื่องจากข้อกฎหมาย PDPA และข้อกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
    ๔.๑๐ พัฒนาโมบายแอปพลิเคชันให้รองรับการสนทนาด้วยข้อความแบบตอบโต้
    แบบใกล้เวลาจริง (Real-time) ระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้ใช้โมบายแอปพลิเคชัน ทั้งในช่วงเวลาทําการ (Operating Hours) และตลอด ๒๔ ชั่วโมง
    ๔.๑๑ พัฒนาโมบายแอปพลิเคชันให้มีช่องทางการเข้าถึงข้อมูล โดยแยกเป็นแต่ละส่วนงาน ที่มีความรับผิดชอบ ได้แก่ เจ้าหน้าที่ ประชาชนทั่วไป และผู้รับบริการ ทั้งนี้ ต้องดํารงไว้ซึ่งความมั่นคงปลอดภัย และความเป็นส่วนตัวเนื่องจากเป็นข้อมูลที่เกี่ยวข้องทางด้านกฎหมาย และผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์
    ๔.๑๒ ปรับปรุงระบบระบบฐานข้อมูลของประเทศไทย ด้านการดําเนินคดีและการช่วยเหลือ ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ (E-AHT) และ ระบบ DATIPFUND เฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้อง ให้สามารถเชื่อมโยง ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกันได้ภายใต้โครงการนี้ เพื่อสนับสนุนการดําเนินการของโมบายแอปพลิเคชัน และการแสดงผล บนกระดานสถานการณ์ (Dashboard) บนระบบ E-AHT โดยที่ทั้ง ๒ ระบบงานจะต้องไม่หยุดชะงัก ในการให้บริการในปัจจุบัน รวมถึงไม่กระทบต่อหน่วยงานในความร่วมมือที่เกี่ยวข้อง อาทิ เช่น สํานักงาน ตํารวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สํานักงานอัยการสูงสุด สํานักงานศาลยุติธรรม สถานคุ้มครองผู้เสียหาย จากการค้ามนุษย์ สํานักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) เป็นต้น
    ๔.๑๓ ปรับปรุงระบบฐานข้อมูลของประเทศไทย ด้านการดําเนินคดีและการช่วยเหลือ ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ (E-AHT) ส่วนฐานข้อมูลด้านการช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ให้สามารถ เชื่อมโยงและสนับสนุนการดําเนินการส่วนที่เกี่ยวข้องในทุกข้อขอบเขตของงาน แบบไร้รอยต่อ (Seamless) และระบบ E-AHT ต้องไม่หยุดชะงักในการให้บริการในปัจจุบัน รวมถึงไม่กระทบต่อหน่วยงานในความร่วมมือ ที่เกี่ยวข้อง ตามข้อ ๔.๑๒
    ๔.๑๔ อัพเดทแอปพลิเคชันที่ได้รับการพัฒนาปรับปรุง เพื่อทดสอบการใช้งานระบบไปยัง Google Play Store สําหรับระบบปฏิบัติการ Android และ Apple Store สําหรับระบบปฏิบัติการ iOS
    ๔.๑๕ ดําเนินการทดสอบและพัฒนาแอปพลิเคชัน ให้สามารถเข้าถึงและใช้งานได้
    ทั้งในระบบปฏิบัติการ Android และ iOS
    ๔.๑๖ จัดทํารายงานผลการดําเนินโครงการจ้างยกระดับและพัฒนาระบบการคุ้มครอง ช่วยเหลือสําหรับผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ผ่าน Mobile Application “PROTECT-U” (PROTECT-U++) ในรูปแบบเอกสารรายงานจํานวน ๕ ชุด พร้อม Thump Drive บรรจุข้อมูลรูปแบบไฟล์ Word และ PDF จํานวน ๓ ชุด
    ………..
    ลงชื่อ.
    ประธานกรรมการ (นางสาวภริสสกราญณ์ อัชฌากรลักษณ์)
    ลงชื่อ..
    ..กรรมการ
    ลงชือ
    .กรรมการ
    (นางสาวไอลดา ชาตะวิทยากุล)
    (นายภูวดล เกตุดี)
  • & -
    ๔.๑๗ จัดทําคู่มือการใช้งานแอปพลิเคชันให้กับกองต่อต้านการค้ามนุษย์ ในรูปแบบเอกสาร
    ไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์
    ๔.๑๘ จัดฝึกอบรมการใช้งานแอปพลิเคชัน ให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลระบบ และเจ้าหน้าที่ ผู้ใช้งานแอปพลิเคชัน จํานวน ๒ ครั้ง
    ๔.๑๙ ดําเนินการให้คําปรึกษาแก่กองต่อต้านการค้ามนุษย์ และปรับปรุงดูแลแอปพลิเคชัน ที่ได้รับการพัฒนาให้สามารถรองรับการใช้งานในระบบปฏิบัติการ Android และ iOS ที่ทันสมัยขึ้นได้ตลอด
    ระยะเวลาการรับประกันตามสัญญา
    ๕. ระยะเวลาการดําเนินการ
    จํานวน ๒๗๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
  1. แผนการปฏิบัติงาน
    โครงการยกระดับและพัฒนาระบบการคุ้มครองช่วยเหลือสําหรับผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ผ่าน Mobile Application PROTECT U
    ระยะเวลา
    ๑.จัดทําแผนการดําเนินโครงการฯ ให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และขอบเขต
    งาน วิธีการดําาเนินงาน รวมถึงจัดทําแผนการ ดาเนินโครงการฯ
    ๒. ดําเนินการศึกษา วิเคราะห์ แนวทางการ พัฒนาโมบายแอปพลิเคชันให้สอดคล้องกับ
    วัตถุประสงค์ของโครงการ
    ๓. พัฒนาโมบายแอปพลิเคชันให้รองรับการ
    คัดกรองความเสี่ยงด้วยตนเอง (Self-Assessment
    Risk) และให้รองรับการขอรับการช่วยเหลือ จากกองทุนเพื่อการป้องกันและปราบปราม การค้ามนุษย์ได้ด้วยตนเอง (Self-Assess DATP- Fund) สําหรับผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์
    ๔. พัฒนาโมบายแอปพลิเคชันให้รองรับส่วน จัดการ และเพิ่มช่องทางการเข้าถึงข้อมูล ข่าวสารที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชนทั่วไป เช่น อินโฟกราฟฟิก สื่อประชาสัมพันธ์ หรือ วีดีโอ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ และป้องกัน ไม่ให้ถูกหลอกลวงเข้าสู่กระบวนการค้ามนุษย์ ๕. พัฒนาโมบายแอปพลิเคชันให้รองรับการ
    แจ้งเหตุจากประชาชน และทําการแจ้งเตือน เจ้าหน้าทีแบบใกล้เวลาจริง (Real-time) โดยให้ผู้แจ้งเหตุสามารถติดตาม รวมถึง ตรวจสอบสถานะการแจ้งเหตุของตนเองได้ 5. พัฒนาระบบให้รองรับการบันทึกข้อมูลและ เชื่อมโยงข้อมูลผู้เสียหาย ในระบบฐานข้อมูลของ ประเทศไทย ด้านการดําเนินคดีและการช่วยเหลือ
    ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ (E-AHT) ส่วนฐานข้อมูลด้านการช่วยเหลือผู้เสียหายจาก การค้ามนุษย์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน สามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการ ปฏิบัติงานได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงให้รองรับการ
    สนทนาด้วยข้อความแบบตอบโต้แบบใกล้เวลาจริง (Real-time) ระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้ใช้โมบาย
    ลงชื่อ……..
    ไตรมาส ๑
    ไตรมาส ๒
    ไตรมาส ๓
    ไตรมาส ๔
    ประธานกรรมการ
    ลงซ๊อ.. bongn ..กรรมการ (นางสาวไอลดา ชาตะวิทยากูล)
    ลงชื่อ
    ขวดล (นายภูวดล เกตุดี)
    ..กรรมการ
    (นางสาวภริสสกราญณ์ อัชฌากรลักษณ์)ราง
    ประกาศสํานักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
    เรื่อง ประกวดราคาจ้างดําเนินโครงการยกระดับและพัฒนาระบบการคุ้มครองช่วยเหลือสําหรับผู้เสียหาย จากการค้ามนุษย์ผ่าน Mobile Application PROTECT U ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
    สํานักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีความประสงค์จะ ประกวดราคาจ้างดําเนินโครงการยกระดับและพัฒนาระบบการคุ้มครองช่วยเหลือสําหรับผู้เสียหายจากการค้า มนุษย์ผ่าน Mobile Application PROTECT U ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ราคากลาง ของงานจ้าง ในการประกวดราคาครั้งนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น ๒,๕๐๐,000.00 บาท (สองล้านห้าแสนบาทถ้วน)
    จํานวน ๑ รายการ
    ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอโดยแสดงหลักฐานถึงขีดความสามารถและความพร้อมที่มีอยู่ใน
    วันยื่นข้อเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
    ระหว่างเวลา
    ราคา
    ลงวันที่
    Q.
    ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติให้เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กําหนด
    ๒. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่
    น. ซึ่งสามารถจัดเตรียมเอกสารข้อเสนอได้ตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงวันเสนอ
    น. ถึง
    ๓. ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เลขที่ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๙ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ได้ตั้งแต่วันที่ ประกาศจนถึงวันเสนอราคา ได้ที่เว็บไซต์ www.msdhs.go.th หรือ www.m-society.go.th หรือ www.
    gprocurement.go.th
    ประกาศ ณ วันที่
    มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๙
    (นางสาวสุนีย์ ศรีสง่าตระกูลเลิศ)
    รองปลัดกระทรวง ปฏิบัติราชการแทน
    ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
    สําเนาถูกต้อง
    สิริลดา ใช้ภูทอง (นางสาวสิริลดา ใช้ภูทอง)
    นักวิชาการพัสดุชํานาญการพิเศษ
    ประกาศขึ้นเว็บวันที่ 5 มกราคม ๒๕๖๙
    โดย นางสาวสิริลดา ใช้ภูทอง นักวิชาการพัสดุ
    ช้านาญการพิเศษร่าง
    เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
    เลขที่
    การจ้างดำเนินโครงการยกระดับและพัฒนาระบบการคุ้มครองช่วยเหลือสำหรับผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ผ่าน Mobile Application PROTECT U
    ตามประกาศ สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ลงวันที่ มกราคม ๒๕๖๙
    สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “สำนัก งานปลัดกระทรวงฯ” มีความประสงค์จะ ประกวดราคาจ้างดำเนินโครงการยกระดับและพัฒนาระบบการ คุ้มครองช่วยเหลือสำหรับผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ผ่าน Mobile Application PROTECT U ด้วยวิธี ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ตามรายการ ดังนี้
    จ้างดำเนินโครงการยกระดับและ
    พัฒนาระบบการคุ้มครองช่วยเหลือ
    สำหรับผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์
    ผ่าน Mobile Application
    PROTECT U
    โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้
    จำนวน ๑ งาน
    ๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    ๑.๑ ขอบเขตของงาน
    ๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาจ้างทำของ
    ๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
    (๑) หลักประกันสัญญา
    ๑.๕ บทนิยาม
    (๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
    (๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
    ๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
    (๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
    ๑.๗ แผนการทำงาน
    ๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
    ๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
    ๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    ๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    ๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
    ๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
    ๒.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
    ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงฯ ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการ ขัดขวาง การแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
    ๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
    ๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง ในวงเงิน ไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงาน ของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ สำนักงานปลัดกระทรวงฯ เชื่อถือ
    ๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
    (๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้ เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
    (๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน นามกิจการร่วมค้า
    (๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้ เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
    ๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
    ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
    ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๑ ล้านบาท
    ๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
    ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
    (๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ
    บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    (๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ
    ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา ๖. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
    (๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
    (๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
    (๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
    ๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
    ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
    ๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
    (๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
    (ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
    (ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ
    กว่า ๑ ล้านบาท
    ๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อ เสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือ มีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
    (๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    (๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน ทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ เอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง
    กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา (๕) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
    (๑) สำเนาหนังสือรับรองผลงานจ้าง
    (๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ๔. การเสนอราคา
    ๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วย อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้อง กรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอโดย ไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้ ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
    ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอราคา โดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคามิได้ ๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน ๒๗๐ วัน นับ ถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
    ๔.๔ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญารายละเอียด ขอบเขตของ
    งานฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตาม เงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    ๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. และเวลาในการเสนอราคาให้ถือ ตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์
    เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และ การเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
    ๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่สำนักงานปลัดกระทรวงฯผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๗ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
    หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณาข้อ เสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะ กรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการ พิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และสำนักงานปลัดกระทรวงฯ จะพิจารณาลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่สำนักงานปลัดกระทรวงฯจะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ริเริ่มให้มีการกระทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของ สำนักงานปลัดกระทรวงฯ
    ๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
    (๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
    (๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กำหนด
    (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ๔.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายใน
    ประเทศ โดยยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลา ดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน ๖๐ วัน
    ๔.๑๐ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา เว้นแต่เป็นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือ ที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา ๕. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
    ๕.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ สำนักงาน ปลัดกระทรวงฯจะพิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น
    ๕.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
    กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น ในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ สำนักงานปลัดกระทรวงฯ
    จะพิจารณาโดยให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ำหนักที่กำหนด ดังนี้
    ๕.๒.๑ จ้างดำเนินโครงการยกระดับและพัฒนาระบบการคุ้มครองช่วยเหลือ สำหรับผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ผ่าน Mobile Application PROTECT U
    (๑) ราคาที่ยื่นข้อเสนอ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๒๐.๐๐ โดยมี วิธีการให้คะแนน ดังนี้ ๑๐๐ - (((ราคาของผู้เสนอราคา - ราคาต่ำสุด)/ราคาต่ำสุด) * ๑๐๐) (๒) ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนอื่นๆ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๘๐.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ ๑. การบริหารโครงการและแผนการดำเนินงาน กำหนดน้ำหนักเท่ากับ ร้อยละ ๕๐ ๒. ผลงานและประสบการณ์ของผู้เสนอราคา กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๕๐ โดยกำหนดให้น้ำหนักรวมทั้งหมดเท่ากับร้อยละ ๑๐๐ ๕.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ ขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่สำนักงานปลัดกระทรวงฯ กำหนดไว้ในประกาศและเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่างนั้น ไม่มีผลทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบต่อ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ อาจพิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
    ๕.๔ สำนักงานปลัดกระทรวงฯสงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่ มีการผ่อนผัน ในกรณีดังต่อไปนี้
    (๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย อิเล็กทรอนิกส์
    (๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวด อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น
    ๕.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือสำนักงานปลัดกระทรวงฯ มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ สำนัก งานปลัดกระทรวงฯมีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสม หรือไม่ถูกต้อง
    ๕.๖ สำนักงานปลัดกระทรวงฯทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่ง ราคาใด หรือราคา ที่เสนอทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการ หนึ่งรายการใด หรืออาจจะยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะ พิจารณา ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของสำนักงานปลัดกระทรวงฯ
    เป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้องค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งสำนักงานปลัดกระทรวงฯจะ พิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์และลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อ เสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่เชื่อถือได้ว่าการยื่นข้อเสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การ เสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมายื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่ อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือสำนักงานปลัด กระทรวงฯ จะให้ผู้ยื่นข้อเสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการ ตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ สำนักงานปลัด กระทรวงฯ มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอหรือไม่รับราคาของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มี สิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายใดๆ จากสำนักงานปลัดกระทรวงฯ
    ๕.๗ ก่อนลงนามในสัญญาสำนักงานปลัดกระทรวงฯ อาจประกาศยกเลิกการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคา หรือที่ได้รับการคัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการ แข่งขันอย่างเป็นธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่า กระทำการทุจริตอื่นใดในการเสนอราคา
    ๖. การทำสัญญาจ้าง
    ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุใน ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับสำนักงานปลัดกระทรวงฯ ภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และ จะต้องวางหลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ได้ ให้สำนักงานปลัดกระทรวงฯยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ ๖.๑ เงินสด
    ๖.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่สำนักงานปลัดกระทรวงฯ ซึ่งเป็นเช็คหรือ ดราฟท์ลงวันที่ที่ใช้เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้น ไม่เกิน ๓ วัน ทำการ ๖.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง
    กำหนด
    ๖.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) ๖.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
    หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
    หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่งสำนักงานปลัด กระทรวงฯ ได้รับมอบไว้แล้ว
    ๗. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
    สำนักงานปลัดกระทรวงฯ จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่ายทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง โดยแบ่งออกเป็น ๓ งวด ดังนี้
    งวดที่ ๑ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๒๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานเมื่อผู้ รับจ้างได้ส่งแผนการดำเนินโครงการยกระดับและพัฒนาระบบการคุ้มครองช่วยเหลือสำหรับผู้เสียหายจากการ ค้ามนุษย์ผ่าน Mobile Application PROTECT U จำนวน ๕ ชุดในรูปแบบเอกสารรายงานและ ไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ ให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วัน
    งวดที่ ๒ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๕๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานเมื่อผู้ รับจ้างได้ส่งแผนการดำเนินโครงการยกระดับและพัฒนาระบบการคุ้มครองช่วยเหลือสำหรับผู้เสียหายจากการ ค้ามนุษย์ผ่าน Mobile Application PROTECT U จำนวน ๕ ชุดในรูปแบบเอกสารรายงานและ ไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ ให้แล้วเสร็จภายใน ๒๑๐ วัน
    งวดสุดท้าย เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๓๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ทั้งหมดให้แล้วเสร็จเรียบร้อยตามสัญญาหรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ และ สำนักงานปลัดกระทรวงฯ ได้ตรวจ รับมอบงานจ้างเรียบร้อยแล้ว
    ๘. อัตราค่าปรับ
    ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลง จ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
    ๘.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับ อนุญาตจากสำนักงานปลัดกระทรวงฯ จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของ วงเงินของงานจ้างช่วงนั้น
    ๘.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๘.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็น รายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้าง
    ๙. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
    ๙.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ สำนักงานปลัดกระทรวงฯได้รับอนุมัติ เงินค่าจ้างจากเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ แล้วเท่านั้น
    ๙.๒ เมื่อสำนักงานปลัดกระทรวงฯได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้รับจ้าง และ ได้ตกลงจ้างตามการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดัง กล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้ บริการรับขนได้ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้อง ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
    (๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
    (๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดย เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
    (๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
    ๙.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งสำนักงานปลัดกระทรวงฯได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อ ตกลงจ้างเป็นหนังสือภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ สำนักงานปลัดกระทรวงฯจะริบหลักประกันการ ยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้ออกหนังสือค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้งจะพิจารณาให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อ จัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
    ๙.๔ สำนักงานปลัดกระทรวงฯสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดใน แบบสัญญาหรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี) ๙.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของสำนักงานปลัดกระทรวงฯ คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็น ที่สุด และผู้ยื่นข้อเสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
    ๙.๖ สำนักงานปลัดกระทรวงฯ อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ ผู้ยื่นข้อเสนอ จะเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากสำนักงานปลัดกระทรวงฯไม่ได้
    (๑) สำนักงานปลัดกระทรวงฯไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือ ได้รับจัดสรร แต่ไม่เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
    (๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการ
    คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่น ใด ในการเสนอราคา
    (๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่สำนักงานปลัด กระทรวงฯ หรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
    (๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
    ๙.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
    ๑๐. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
    ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
    ๑๑. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
    สำนักงานปลัดกระทรวงฯ สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อ เสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับสำนักงานปลัดกระทรวงฯ ไว้ชั่วคราว
    สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
    มกราคม ๒๕๖๙
    สำเนาถูกต้อง
    สิริลดา ใช้ภู่ทอง
    (นางสาวสิริลดา ใช้ภู่ทอง)
    นักวิชาการพัสดุชำนาญการพิเศษ
    ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๖ มกราคม ๒๕๖๙
    โดย นางสาวสิริลดา ใช้ภู่ทอง นักวิชาการพัสดุ
    ชำนาญการพิเศษ