ประกวดราคาจ้างประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเศรษฐกิจการค้าและการลงทุนของไทย ภายใต้ความตกลงการค้าเสรี ผ่านสื่อวิทยุ
โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนของไทยภายใต้กรอบความตกลงการค้าเสรี (FTA) ผ่านสื่อวิทยุ โดยมีเป้าหมายสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจให้กับภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ SMEs เกษตรกร นักศึกษา และประชาชนทั่วไป เกี่ยวกับความคืบหน้าในการเจรจา FTA โอกาส ผลกระทบ และการปรับตัวเพื่อใช้ประโยชน์จากสิทธิพิเศษทางการค้า ตลอดจนส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีต่อการดำเนินงานของกรม
ขอบเขตงานครอบคลุมการจัดทำแผนดำเนินโครงการ (Action Plan) ที่ระบุรายละเอียดสถานีวิทยุ ช่วงเวลา และจำนวนครั้งการออกอากาศอย่างชัดเจน งานหลักประกอบด้วย: 1) การผลิตสปอตวิทยุความยาว 30 วินาที พร้อมจัดหาโฆษก 1 คน และเผยแพร่ผ่านสถานีวิทยุไม่น้อยกว่า 3 คลื่น รวม 300 ครั้ง 2) การผลิตและเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ (Tie-in) ภาษาไทย 20 เรื่องและภาษาอังกฤษ 10 เรื่อง รวม 30 เรื่อง ผ่านสถานีวิทยุ 2 คลื่น และ 3) การจัดสัมภาษณ์สดหรือบันทึกเทปผู้บริหารทางวิทยุ ความยาวไม่น้อยกว่า 5 นาที จำนวน 3 ครั้ง นอกจากนี้ ผู้รับจ้างต้องจัดหาเจ้าหน้าที่ประสานงาน 1 คน ตลอดโครงการ
ผลงานทั้งหมดเป็นกรรมสิทธิ์ของกรม และผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบเรื่องลิขสิทธิ์ของเนื้อหาและเสียงประกอบทั้งหมด ระยะเวลาดำเนินโครงการ 9 เดือน นับจากวันลงนามในสัญญา
English summary
This project aims to publicize information about Thailand’s economy, trade, and investment under Free Trade Agreements (FTAs) via radio media. The objective is to raise awareness and understanding among target groups, including the public and private sectors, SMEs, farmers, students, and the general public, regarding FTA negotiation progress, opportunities, impacts, and how to adapt to utilize trade benefits, as well as to promote a positive image of the Department’s work.
The scope of work includes developing an Action Plan detailing radio stations, time slots, and broadcast frequencies. Key tasks involve: 1) Producing a 30-second radio spot, securing one narrator, and broadcasting it on no less than 3 radio stations for a total of 300 times. 2) Producing and broadcasting promotional news segments (Tie-in) in Thai (20 segments) and English (10 segments), totaling 30 segments, on 2 radio stations. 3) Arranging and broadcasting live or recorded interviews with executives, each at least 5 minutes long, for a total of 3 times. The contractor must also assign one coordination officer for the entire project duration.
All outputs are the property of the Department, and the contractor is responsible for all content and audio copyrights. The project duration is 9 months from the contract signing date.
กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เลขที่ ๕๖๓ ถนนนนทบุรี ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจแก่กลุ่มเป้าหมาย เกี่ยวกับความคืบหน้าของการเจรจาจัดทำความตกลงการค้าเสรี (FTA) โอกาสและผลกระทบจากความตกลงทางการค้า รวมถึงนโยบายทางเศรษฐกิจการค้าของไทยและประเทศคู่ค้า
- เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายสามารถปรับตัวรองรับการเปิดตลาดสินค้า บริการ และการลงทุน รวมถึงโอกาสและความท้าทายของการจัดทำความตกลงการค้าเสรี(FTA) และการใช้สิทธิประโยชน์จาก FTA ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์และทัศนคติที่ดีของประชาชน ต่อการดำเนินงานด้านการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ของกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ
ขอบเขตของงาน
- จัดทำแผนการดำเนินโครงการ (Action Plan) ที่แสดงถึงวิธีการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อวิทยุที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ โดยระบุจำนวนครั้ง ช่วงเวลา/รายการ และสถานีวิทยุที่เผยแพร่ออกอากาศอย่างชัดเจน
- ผลิตและเผยแพร่สปอตวิทยุ:
- ผลิตสปอตวิทยุ ความยาวไม่น้อยกว่า 30 วินาที จำนวน 1 เรื่อง
- จัดหาโฆษกหรือผู้บรรยาย จำนวน 1 คน
- จัดทำบทสคริปต์สปอตวิทยุเพื่อขออนุมัติจากกรมก่อนผลิต
- เผยแพร่สปอตวิทยุทางสถานีวิทยุ จำนวนไม่น้อยกว่า 3 คลื่น รวมจำนวน 300 ครั้ง (Radio Thailand FM 92.5 MHz 100 ครั้ง และสถานีวิทยุประเภทข่าวอีก 2 คลื่นจากรายการที่กำหนด 200 ครั้ง)
- จัดทำและเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ (Tie-in):
- จัดทำข่าวประชาสัมพันธ์ (Tie-in) ในรูปแบบภาษาไทยและอังกฤษ (โดยนักจัดรายการ) ความยาวไม่น้อยกว่า 1 นาที
- ผลิตในรูปแบบภาษาไทย 20 เรื่อง และรูปแบบภาษาอังกฤษ 10 เรื่อง รวม 30 เรื่อง
- เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ทางสถานีวิทยุ จำนวน 2 คลื่น รวม 30 ครั้ง (ไทย 20 ครั้งบน 1 คลื่นจากรายการที่กำหนด, อังกฤษ 10 ครั้งบน Radio Thailand FM 88 MHz)
- จัดทำบทสคริปต์ข่าวประชาสัมพันธ์เพื่อขออนุมัติจากกรมก่อนผลิต
- ผลิตและเผยแพร่การสัมภาษณ์สดหรือบันทึกเทป ผู้บริหาร:
- ความยาวไม่น้อยกว่า 5 นาที จำนวน 3 ครั้ง
- เผยแพร่ออกอากาศผ่าน Radio Thailand FM 92.5 MHz 1 ครั้ง และสถานีวิทยุประเภทข่าวจากรายการที่กำหนดอีก 2 ครั้ง
- จัดทำแนวคำถามสำหรับการสัมภาษณ์เพื่อขออนุมัติจากกรมก่อนผลิต
- การติดต่อประสานงาน:
- จัดหาเจ้าหน้าที่ประสานงานที่มีความรู้ความสามารถด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์ทางสื่อวิทยุจำนวน 1 คน เพื่อทำหน้าที่ประสานงานกับกรมตลอดโครงการ
- กรณีเหตุสุดวิสัยหรือข้อผิดพลาด: ผู้รับจ้างต้องแจ้งกรมล่วงหน้าและจัดชดเชยการออกอากาศให้ครบ หรือรับผิดชอบแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- รายงานสรุปผลการดำเนินโครงการฯ ในรูปแบบไฟล์ .pdf และ .doc (จำนวน 3 ชุด พร้อมบันทึกลงแฟลชไดร์ฟ)
- หนังสือยืนยันการออกอากาศจากทางสถานีวิทยุ
- บทบรรยาย (Script) ของสปอตวิทยุ, ข่าวประชาสัมพันธ์ (Tie-in) ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ, และการสัมภาษณ์ (ในรูปแบบไฟล์ .pdf และ .doc)
- ต้นฉบับเสียงสปอตวิทยุ (ในรูปแบบไฟล์ .WMA และ .MP3)
- ไฟล์บันทึกเสียงสปอตวิทยุ, ข่าวประชาสัมพันธ์ (Tie-in) ภาษาไทยและอังกฤษ, และการสัมภาษณ์ที่ได้รับการเผยแพร่ออกอากาศ (ในรูปแบบไฟล์ .WMA และ .MP3)
- แผนการดำเนินโครงการ (Action Plan)
ระยะเวลาดำเนินการ
ระยะเวลาดำเนินการ 9 เดือน นับตั้งแต่วันที่ลงนามในสัญญาจ้าง
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
-
Eligibility Requirements:
- ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น
- ไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
- กรณีเป็นกิจการร่วมค้า ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขเกี่ยวกับผู้เข้าร่วมค้าหลักและการยื่นข้อเสนอที่กำหนด
- ต้องลงทะเบียนข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง
-
Standards Compliance: - (ไม่ระบุ)
-
Experience:
- ต้องแสดงผลงานทางสื่อวิทยุที่ผ่านมา พร้อมหนังสือรับรองหรือสำเนาสัญญาจ้าง (เป็นส่วนหนึ่งของเกณฑ์การให้คะแนนด้านเทคนิค)
-
Previous Project Cost: - (ไม่ระบุ)
-
Technical Capabilities:
- ความสามารถในการผลิตสปอตวิทยุ ข่าวประชาสัมพันธ์ (Tie-in) และการสัมภาษณ์ทางวิทยุ
- ความสามารถในการประสานงานและจัดซื้อเวลาเผยแพร่กับสถานีวิทยุต่างๆ ตามที่โครงการกำหนด (เช่น Radio Thailand, Quality News FM 97.0, วิทยุครอบครัวข่าว FM 106, MCOT NEWS FM 100.5, คลื่นความคิด FM 96.5, คลื่นมิติข่าว FM 90.5)
- ความสามารถในการจัดหาโฆษกหรือผู้บรรยายที่มีคุณสมบัติ
-
Personnel:
- ต้องจัดหาเจ้าหน้าที่ประสานงานที่มีความรู้ความสามารถด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์ทางสื่อวิทยุจำนวน 1 คน
- ต้องจัดหาโฆษกหรือผู้บรรยายสำหรับสปอตวิทยุจำนวน 1 คน (โดยในเกณฑ์การให้คะแนนจะพิจารณาความมีชื่อเสียงและเสียงที่เป็นเอกลักษณ์)
เกณฑ์การพิจารณา
การพิจารณาใช้หลักเกณฑ์การประเมินค่าประสิทธิภาพต่อราคา (Price Performance) โดยพิจารณาจากราคารวมและข้อเสนอด้านเทคนิค โดยกำหนดน้ำหนักรวม 100%
- ราคาที่ยื่นข้อเสนอ (Price): น้ำหนัก 40%
- ข้อเสนอด้านเทคนิค: น้ำหนัก 60% ซึ่งแบ่งการให้คะแนนย่อยดังนี้:
- แผนการดำเนินโครงการ (Action Plan) ที่ระบุรายละเอียดครบถ้วน: 5 คะแนน
- การเลือกสถานีวิทยุสำหรับเผยแพร่สปอตวิทยุ (เลือกคลื่นวิทยุที่กำหนด): สูงสุด 20 คะแนน
- คุณภาพสคริปต์สปอตวิทยุ: สูงสุด 5 คะแนน
- คุณภาพเสียงโฆษก/ผู้บรรยาย: สูงสุด 5 คะแนน
- การเลือกสถานีวิทยุสำหรับข่าวประชาสัมพันธ์ Tie-in (ภาษาไทย): สูงสุด 10 คะแนน
- คุณภาพสคริปต์ Tie-in ภาษาอังกฤษ: สูงสุด 5 คะแนน
- คุณภาพสคริปต์ Tie-in ภาษาไทย: สูงสุด 5 คะแนน
- การเลือกสถานีวิทยุสำหรับการสัมภาษณ์: สูงสุด 10 คะแนน
- ผลงานทางสื่อวิทยุที่ผ่านมา: สูงสุด 5 คะแนน
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- สปอตวิทยุ: ความยาวไม่น้อยกว่า 30 วินาที จำนวน 1 เรื่อง ต้องมีโฆษก 1 คน และบทสคริปต์ต้องสอดคล้องกับภารกิจของกรม/กระทรวงพาณิชย์
- ข่าวประชาสัมพันธ์ (Tie-in): ความยาวไม่น้อยกว่า 1 นาทีต่อเรื่อง, ผลิตในรูปแบบภาษาไทย (20 เรื่อง) และภาษาอังกฤษ (10 เรื่อง), ออกอากาศโดยนักจัดรายการ
- การสัมภาษณ์: ความยาวไม่น้อยกว่า 5 นาทีต่อครั้ง จำนวน 3 ครั้ง ต้องสัมภาษณ์ผู้บริหารของกรม กระทรวงพาณิชย์ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- รูปแบบไฟล์ส่งมอบ: ไฟล์เสียงในรูปแบบ .WMA และ .MP3, ไฟล์เอกสารในรูปแบบ .pdf และ .doc
- สถานีวิทยุเป้าหมาย: ครอบคลุมสถานีวิทยุหลักประเภทข่าวและเศรษฐกิจ เช่น Radio Thailand (FM 92.5, FM 88), Quality News FM 97.0, วิทยุครอบครัวข่าว FM 106, MCOT NEWS FM 100.5, คลื่นความคิด FM 96.5, คลื่นมิติข่าว FM 90.5
- กรรมสิทธิ์และลิขสิทธิ์: ผลงานทั้งหมดเป็นกรรมสิทธิ์ของกรม ดนตรีและเสียงประกอบต้องไม่มีปัญหาลิขสิทธิ์
เงื่อนไขสัญญา
- การเบิกจ่ายเงินค่าจ้าง: แบ่งเป็น 3 งวด ตามการส่งมอบงานบางส่วน
- งวดที่ 1: 40% ของค่าจ้าง หลังผลิตสปอตวิทยุ 1 เรื่องและเผยแพร่ 100 ครั้ง, เผยแพร่ Tie-in (ไทยหรืออังกฤษ) 10 ครั้ง, และการสัมภาษณ์ 1 ครั้ง
- งวดที่ 2: 30% ของค่าจ้าง หลังเผยแพร่สปอตวิทยุ 100 ครั้ง, Tie-in 10 ครั้ง, และการสัมภาษณ์ 1 ครั้ง
- งวดที่ 3: 30% ของค่าจ้าง หลังเผยแพร่สปอตวิทยุ 100 ครั้ง, Tie-in 10 ครั้ง, และการสัมภาษณ์ 1 ครั้ง
- อัตราค่าปรับ: หากทำงานไม่แล้วเสร็จตามเวลาที่กำหนด ต้องชำระค่าปรับร้อยละ 0.10 ของค่าจ้างตามสัญญาต่อวัน แต่ไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท
- หลักประกันสัญญา: ผู้ชนะการเสนอราคาต้องวางหลักประกันสัญญา ร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้าง
- แผนการทำงาน: ต้องจัดส่งแผนการทำงานภายใน 30 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
Q: ผู้รับจ้างสามารถเลือกสถานีวิทยุเองได้หรือไม่?
A: ได้บางส่วน แต่ต้องเป็นไปตามรายชื่อที่กรมกำหนดไว้ใน TOR เท่านั้น เช่น สำหรับสปอตวิทยุ ต้องเลือกจาก 5 คลื่นที่กำหนด, สำหรับข่าว Tie-in ภาษาไทยต้องเลือกจาก 4 คลื่นที่กำหนด เป็นต้น -
Q: หากไม่สามารถออกอากาศได้ตามกำหนดเนื่องจากเหตุสุดวิสัย ต้องทำอย่างไร?
A: ผู้รับจ้างต้องแจ้งเหตุผลอันสมควรให้กรมรับทราบล่วงหน้า และต้องเผยแพร่ออกอากาศชดเชยให้ครบถ้วนตามข้อกำหนดที่ตกลงไว้ -
Q: กรมมีสิทธิ์แก้ไขเนื้อหาที่ผลิตหรือไม่?
A: ใช่ กรมขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไขบทสคริปต์ แนวคำถาม และไฟล์เสียงที่ผลิตแล้ว ตามความเหมาะสมในทุกขั้นตอนก่อนการเผยแพร่ -
Q: ต้องยื่นขออนุมัติเนื้อหาก่อนผลิตล่วงหน้ากี่วัน?
A: สำหรับบทสคริปต์สปอตวิทยุและข่าวประชาสัมพันธ์ (Tie-in) ต้องส่งให้กรมพิจารณาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วัน สำหรับแนวคำถามสัมภาษณ์ต้องส่งล่วงหน้าอย่างน้อย 5 วัน -
Q: โครงการนี้มีกลุ่มเป้าหมายหลักคือใคร?
A: กลุ่มเป้าหมายครอบคลุมภาครัฐ, ภาคเอกชน, ผู้ประกอบการ SMEs, เกษตรกร, นิสิตนักศึกษา, องค์กรอิสระ และประชาชนทั่วไป -
Q: ต้องผลิตข่าวประชาสัมพันธ์ (Tie-in) ภาษาอังกฤษออกอากาศที่สถานีวิทยุใด?
A: ต้องเผยแพร่ทางคลื่น Radio Thailand FM 88 MHz เท่านั้น จำนวน 10 ครั้ง -
Q: ใครเป็นผู้รับผิดชอบหากมีปัญหาลิขสิทธิ์จากดนตรีหรือเสียงประกอบที่ใช้?
A: ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว ต้องขออนุญาตใช้ลิขสิทธิ์ให้ถูกต้องตามกฎหมายก่อนนำมาใช้ และรับผิดชอบค่าเสียหายหากมีการฟ้องร้อง -
Q: ต้องส่งมอบงานในรูปแบบใดบ้าง?
A: ต้องส่งมอบเป็นรายงานเล่ม 3 ชุด และบันทึกข้อมูลทั้งหมดลงในแฟลชไดร์ฟ รวมถึงไฟล์เสียง (.WMA, .MP3) และไฟล์เอกสาร (.pdf, .doc) -
Q: เกณฑ์การให้คะแนนด้านเทคนิคให้ความสำคัญกับส่วนใดมากที่สุด?
A: การเลือกสถานีวิทยุสำหรับเผยแพร่สปอตวิทยุ (สูงสุด 20 คะแนน) และการเลือกสถานีวิทยุสำหรับการสัมภาษณ์ (สูงสุด 10 คะแนน) มีน้ำหนักคะแนนสูงในส่วนเทคนิค -
Q: ผู้รับจ้างสามารถนำผลงานไปใช้ประโยชน์อื่นได้หรือไม่?
A: ไม่ได้ ผลงานทั้งหมดเป็นกรรมสิทธิ์และลิขสิทธิ์ของกรม หากต้องการนำไปเผยแพร่ต่อ ต้องขออนุญาตจากกรมเป็นลายลักษณ์อักษรในแต่ละครั้ง
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ขอบเขตของงาน
โครงการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเศรษฐกิจการค้าและการลงทุนของไทย ภายใต้ความตกลงการค้าเสรี ผ่านสื่อวิทยุ
- หลักการและเหตุผล
1.1 กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ มีวิสัยทัศน์ “ขับเคลื่อนการเจรจาการค้าเชิงรุก เพื่อประโยชน์ สูงสุดของประเทศครอบคลุม 80% ของการค้าไทยกับโลก ภายในปี 2570” โดยมีพันธกิจหลักในการเจรจาจัดทำ ความตกลงการค้าเสรีและเจรจาการค้าระหว่างประเทศเพื่อปกป้องผลประโยชน์ทางการค้าในเวทีต่างๆ ทั้งระดับทวิภาคี ภูมิภาค และพหุภาคี จากการดำเนินการของกรมที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ประเทศไทยมีความ ตกลงการค้าเสรี (FTA) ทั้งหมด ๑4 ฉบับกับ ๑๘ ประเทศ โดยไทยได้ร่วมลงนามความตกลงการค้าเสรีไทย-ศรี ลังกา เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2567 โดยความตกลงดังกล่าวนับเป็น FTA ฉบับที่ 15 ของไทย และได้ร่วมกับ
สมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (EFTA) ลงนามความตกลง FTA ไทย-EFTA เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2568 ซึ่ง นับเป็น FTA ฉบับที่ 16 ของไทย และเป็น FTA ฉบับแรกของไทยกับประเทศในกลุ่มยุโรป ล่าสุดไทยได้ลงนาม FTA ไทย-ภูฏาน เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2568 ถือเป็น FTA ฉบับที่ 17 ของไทย ปัจจุบันกรมได้ดำเนินการประชุม เจรจาความตกลงกับประเทศคู่ค้าสำคัญอย่างต่อเนื่องเพื่อเปิดตลาดสินค้า บริการ และการลงทุนเพิ่มเติมกับ ประเทศคู่ภาคี เช่น ไทย-สหภาพยุโรป อาเซียน-แคนาดา รวมถึงการเจรจาเพื่อยกระดับ/ปรับปรุงความตกลง เดิม เช่น ความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (ATIGA) อาเซียน-อินเดีย ไทย-เปรู และความร่วมมือทาง เศรษฐกิจเพื่อเป็นพื้นฐานในการจัดทำ FTA ในอนาคต เช่น ETP ไทย-สหราชอาณาจักร (UK) และไทย-สหภาพ ทางเศรษฐกิจยูเรเซีย (EAEU) และเปิดการเจรจาใหม่ เช่น ไทย-บังกลาเทศ นอกจากนี้ กรมได้ดำเนินการจัด จ้างศึกษาความเป็นไปได้ของการจัดทำ FTA กับบางกลุ่มประเทศคู่ค้าสำคัญ ซึ่งกรมจะพิจารณาจัดลำดับ ความสำคัญในการเจรจา เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับไทยภายใต้ทรัพยากรที่จำกัด ทั้งด้านงบประมาณ และบุคลากร พร้อมรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้านจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะภาคเอกชน รวมทั้ง พิจารณาปัจจัยด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของไทย เพื่อใช้ประกอบการจัดลำดับความสำคัญในการ เจรจาต่อไป
1.2 ตามยุทธศาสตร์ชาติ(พ.ศ. 2561-2580) ด้านความมั่นคง แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นการต่างประเทศ ในด้านความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 หมุดหมาย 5 ไทยเป็นประตูการค้าการลงทุนและ ยุทธศาสตร์ทางโลจิสติกส์ที่สำคัญของภูมิภาค และยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณรายจ่าย ประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2569 ด้านความมั่นคง กรมได้ดำเนินการเจรจาการค้าในระดับต่าง ๆ ซึ่งส่งผลให้การค้า ระหว่างประเทศของไทยขยายตัว และทำให้ไทยกลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการค้า การลงทุน ในภูมิภาค ในทางคู่ขนาน กรมยังให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมให้กับผู้ประกอบการทั้งในด้านองค์ความรู้เกี่ยวกับ ความตกลงการค้าเสรีและเน้นย้ำการใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรีเพื่อขยายการส่งออกของประเทศ การเสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับกฎเกณฑ์ทางการค้า มาตรการนำเข้าส่งออกของประเทศคู่ค้า พร้อมกับการสร้าง เครือข่ายพันธมิตร โดยดำเนินการยกระดับการสร้างความรู้ ความเข้าใจในเชิงลึกเป็นรายกลุ่มสินค้า ครอบคลุม แต่ละภูมิภาคทั่วประเทศ อีกทั้งยังดำเนินการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลการเจรจาการทำประชาพิจารณ์ การรับ ฟังความเห็นในทุกภาคส่วน เพื่อให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้เตรียมตัวรองรับผลกระทบจากการเปิดเสรี
1.3 กรมได้ดำเนินการตามแผนปฏิบัติราชการกระทรวงพาณิชย์ พ.ศ.2566-2570 ประเด็นที่ 3 สร้างขีดความสามารถการแข่งขันระหว่างประเทศ และแนวนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง ผลักดันให้มีการใช้ประโยชน์จาก FTA โดยมีการผลักดันส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ SMEs วิสาหกิจชุมชน สหกรณ์ และภาคประชาชนต่างๆ ใช้ประโยชน์จากความตกลง/ความร่วมมือทางการค้าภายใต้กรอบความ
ร่วมมือระหว่างประเทศในรูปแบบต่างๆ อาทิ ชี้ช่องทางการใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี การลง พื้นที่ให้คำปรึกษาแก่ภาคส่วนต่างๆ ลงลึกถึงระดับชุมชน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของผู้ประกอบการ และพร้อมรับมือกับการแข่งขันในตลาดโลกต่อไป
- ๒ -
1.4 เหตุผลความจำเป็นในการทำโครงการกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องเร่งประชาสัมพันธ์สร้างความรู้ความเข้าใจแก่กลุ่มเป้าหมาย ให้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการเจรจาจัดทำ ความตกลงการค้าเสรีรวมถึงโอกาสและผลกระทบจากความตกลงทางการค้า และนโยบายทางเศรษฐกิจการค้า ของไทยและประเทศคู่ค้าได้อย่างถูกต้องและชัดเจนมากขึ้น ผ่านการประชาสัมพันธ์ทางสื่อวิทยุ ซึ่งสามารถเข้าถึง ประชาชนได้ในวงกว้าง รวมทั้งสามารถนำเสนอได้อย่างรวดเร็ว และทันต่อสถานการณ์ ทำให้กลุ่มเป้าหมาย สามารถนำข้อมูลไปใช้ได้อย่างทันท่วงทีและเกิดประโยชน์สูงสุด อีกทั้งเพื่อให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีต่อการดำเนินงาน ด้านการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ของกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ
๒. วัตถุประสงค์
2.1 เพื่อสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจแก่กลุ่มเป้าหมาย เกี่ยวกับความคืบหน้าของการเจรจา จัดทำความตกลงการค้าเสรี (FTA) โอกาสและผลกระทบจากความตกลงทางการค้า รวมถึงนโยบายทางเศรษฐกิจ การค้าของไทยและประเทศคู่ค้า
2.2 เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายสามารถปรับตัวรองรับการเปิดตลาดสินค้า บริการ และการลงทุน รวมถึง โอกาสและความท้าทายของการจัดทำความตกลงการค้าเสรี(FTA) และการใช้สิทธิประโยชน์จาก FTA ได้อย่าง มีประสิทธิภาพ
2.3 เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์และทัศนคติที่ดีของประชาชน ต่อการดำเนินงานด้านการเจรจาการค้า ระหว่างประเทศ ของกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ
- กลุ่มเป้าหมาย
ภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เกษตรกร นิสิตและนักศึกษา องค์กรอิสระ และประชาชนทั่วไป - งบประมาณ
1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) โดยเบิกจ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 งบรายจ่ายอื่น รายการค่าใช้จ่ายในการจัดทำเขตการค้าเสรี - ระยะเวลาดำเนินการ
9 เดือน นับตั้งแต่วันที่ลงนามในสัญญาจ้าง - คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
6.1 มีความสามารถตามกฎหมาย
6.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
6.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
6.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
6.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของ หน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
6.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการ บริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
6.7 เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
- ๓ -
6.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่กรมเจรจาการค้า ระหว่างประเทศ ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการ แข่งขันอย่างเป็นธรรม ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
6.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่น ข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
6.10 ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ง (1) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของ ผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(2) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลักกิจการร่วมค้า นั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุก รายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
(3) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(3.1)กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่น ข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ
สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้า ทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการ ร่วมค้า
(3.2) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้าที่ ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (3.1) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการ จำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
6.11 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e - GP) ของกรมบัญชีกลาง 6.12 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้จ
(1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้ จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไป ก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบ แสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก 1 ปี ได้
(2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงาน งบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ - ๔ -
(3) สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 5๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอ เป็นบุคคลธรรมดาให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงิน ฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอ ในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดง หนังสือรับรองบัญชี
เงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
(4) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะ เข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(4.1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดาที่ถือ สัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของ โครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน
(4.2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคล ธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือ บริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจาก สำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน)
(5) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่ มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ 2 ข้อ 3 และข้อ 4 (2) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคา ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ แล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วย การรับรองเอกสาร พ.ศ. 2539 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่น เอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
(6) กรณีตามข้อ 1 - ข้อ 5 ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้
(6.1) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(6.2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ ตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒483 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(6.3) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และ งานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้ว ก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ - ๕ -
(6.4) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติการ จัดซื้อจัดจ้างฯ
(6.5) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(6.6)กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
- ขอบเขตการดำเนินการ
7.1 จัดทำแผนการดำเนินโครงการ (Action Plan) ที่แสดงถึงวิธีการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อวิทยุ ที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ โดยผู้รับจ้างจะต้องจัดทำแผนการเผยแพร่ออกอากาศทางสื่อวิทยุ ตลอดโครงการ โดยระบุจำนวนครั้ง ช่วงเวลา/รายการ และสถานีวิทยุที่เผยแพร่ออกอากาศอย่างชัดเจน ทั้งนี้ กรมขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนแผนการดำเนินงานได้ตามความเหมาะสม
7.2 ผลิตและเผยแพร่สปอตวิทยุ
7.2.1 ผลิตสปอตวิทยุ ความยาวไม่น้อยกว่า 30 วินาที จำนวน 1 เรื่อง โดยมีรายละเอียดการ ดำเนินงาน ดังนี้
(1) ผู้รับจ้างจะต้องนำเสนอโฆษกหรือผู้บรรยาย สำหรับดำเนินการลงเสียงสปอตวิทยุ จำนวน 1 คน
(2) ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำบทสคริปต์สปอตวิทยุที่สอดคล้องกับภารกิจของกรมหรือกระทรวง พาณิชย์และจัดส่งให้กรมพิจารณาก่อนดำเนินการผลิต ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๓ วัน พร้อมลงเสียงให้มีความ สอดคล้องกับเนื้อหาและสคริปต์ที่นำเสนอ และนำไฟล์เสียงที่ผลิตเรียบร้อยแล้วให้กรมตรวจสอบความถูกต้อง ก่อนนำเผยแพร่ออกอากาศ ทั้งนี้ กรมขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไขตามความเหมาะสมในทุกขั้นตอน
7.2.2 เผยแพร่สปอตวิทยุทางสถานีวิทยุ จำนวนไม่น้อยกว่า 3 คลื่น รวมจำนวน 300 ครั้งดังนี้ (1) สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย (Radio Thailand) คลื่น FM 92.5 MHz ครอบคลุมสถานีเครือข่ายทั่วประเทศ ทั้งในระบบ FM และ AM โดยออกอากาศในวันจันทร์ –ศุกร์วันละ 1 ครั้ง
ในช่วงข่าวภาคเช้า เวลา 07.30 – 08.00 น. หรือช่วงข่าวภาคเที่ยง เวลา 12.00 – 13.00 น. จำนวน 100 ครั้ง (2) สถานีวิทยุกระจายเสียงที่ได้รับความนิยมประเภทข่าว โดยให้เลือกจากสถานีวิทยุ ที่กำหนด จำนวนไม่น้อยกว่า 2 คลื่น ดังนี้ (1) คลื่น Quality News FM 97.0 MHz (2) คลื่นวิทยุครอบครัวข่าว FM 106 MHz (3) MCOT NEWS FM 100.5(4)คลื่นความคิด FM 96.5 MHz และ(5)คลื่นมิติข่าว FM 90.5 MHz โดยจะต้องเผยแพร่ออกอากาศในวันจันทร์ –ศุกร์ไม่น้อยกว่าวันละ 2 ครั้งช่วงเวลา 07.00 – 12.00 น.และ ช่วงเวลา 15.00 – 19.00 น.จำนวน 200 ครั้ง
7.3 จัดทำและเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ (Tie-in)
7.3.1 จัดทำข่าวประชาสัมพันธ์ (Tie-in) ดำเนินการจัดทำและเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ (Tie-in) ในรูปแบบภาษาไทยและอังกฤษ (โดยนักจัดรายการ) ความยาวไม่น้อยกว่า 1 นาที โดยจะต้องผลิตใน รูปแบบภาษาไทย 20 เรื่อง และรูปแบบภาษาอังกฤษ 10 เรื่อง รวมจำนวน 30 เรื่อง
7.3.2 เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์(Tie-in) ในรูปแบบภาษาไทยและอังกฤษ ทางสถานีวิทยุ จำนวน 2 คลื่น รวมจำนวน 30 ครั้ง ดังนี้
(1) รูปแบบภาษาไทย เผยแพร่จำนวน 20 ครั้ง โดยให้เลือกจากสถานีวิทยุที่กำหนด จำนวน 1 คลื่น ดังนี้ (1) คลื่นความคิด FM 96.5 MHz (2)คลื่น Quality News FM 97.0 MHz (3) คลื่นวิทยุ ครอบครัวข่าว FM 106 MHz และ (4) คลื่นมิติข่าว FM 90.5 MHzซึ่งจะต้องเผยแพร่ออกอากาศในรายการข่าว หรือรายการด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน หรือที่เกี่ยวข้อง ในวันจันทร์–ศุกร์ วันละ 1 ครั้ง ช่วงเวลา 08.30 – 12.00 น. หรือช่วงเวลา 13.00 – 19.00 น.
- ๖ -
(2) รูปแบบภาษาอังกฤษ เผยแพร่จำนวน 10 ครั้ง ทางคลื่น Radio Thailand FM 88 MHz ซึ่งจะต้องเผยแพร่ออกอากาศในวันจันทร์ – ศุกร์ วันละ 1 ครั้ง ช่วงข่าวภาค เวลา 07.00 – 19.30 น. ทั้งนี้ ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำบทสคริปต์ข่าวประชาสัมพันธ์ที่มีความน่าสนใจ เหมาะสม และทัน ต่อสถานการณ์พร้อมจัดส่งให้กรมพิจารณาก่อนดำเนินการผลิตล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๓ วัน ทั้งนี้ กรมขอสงวนสิทธิ์ การแก้ไขตามความเหมาะสมในทุกขั้นตอน
7.4 ผลิตและเผยแพร่การสัมภาษณ์สดหรือบันทึกเทป ผู้บริหารของกรม กระทรวงพาณิชย์ หรือ ผู้บริหารของหน่วยงานภาครัฐ/ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ความยาวไม่น้อยกว่า 5 นาที โดยเผยแพร่ออกอากาศ ในรายการข่าว หรือรายการด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน หรือที่เกี่ยวข้อง ในวันจันทร์– ศุกร์ จำนวน 3 ครั้ง รายละเอียดดังนี้
7.4.1 สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย (Radio Thailand) คลื่น FM 92.5 MHz ในช่วง ข่าวภาคเช้า เวลา 07.30 – 08.00 น. จำนวน 1 ครั้ง
7.4.2 สถานีวิทยุกระจายเสียงที่ได้รับความนิยมประเภทข่าว โดยให้เลือกจากสถานีวิทยุที่กำหนด ดังนี้ (1) คลื่นข่าว MCOT NEWS FM 100.5 (2) คลื่นความคิด FM 96.5 MHz (3) คลื่นมิติข่าว FM 90.5 MHz และ 4) วิทยุครอบครัวข่าว FM 106 MHz โดยจะต้องเผยแพร่ออกอากาศในวันจันทร์ – ศุกร์ ช่วงเวลา 09.00 – 17.00 น. จำนวน 2 ครั้ง
ทั้งนี้ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำแนวคำถามสำหรับการสัมภาษณ์ให้กรมพิจารณาก่อนผลิตรายการ สัมภาษณ์ล่วงหน้าอย่างน้อย 5 วัน ทั้งนี้ กรมขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไขตามความเหมาะสมในทุกขั้นตอน กรณีที่เหตุสุดวิสัย ไม่สามารถเผยแพร่ออกอากาศหรืองดเผยแพร่ออกอากาศในข้อ 7.2 – 7.5 ผู้รับจ้าง ต้องแจ้งเหตุผลอันสมควรให้กรมรับทราบล่วงหน้า และต้องเผยแพร่ออกอากาศชดเชยให้ครบถ้วนตามข้อกำหนด และหากกรณีเกิดข้อผิดพลาดจากการผลิตข้อมูลข่าวสาร ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบแก้ไขให้ถูกต้อง 7.5 การติดต่อประสานงาน ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาเจ้าหน้าที่ประสานงานที่มีความรู้ความสามารถด้าน การสื่อสารประชาสัมพันธ์ทางสื่อวิทยุจำนวน 1 คน เพื่อทำหน้าที่ประสานงานกับกรมและดำเนินงานตาม แผนงานให้สำเร็จลุล่วงตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการ
- การส่งมอบงาน
ผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบรายงานผลการจัดทำโครงการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุนของไทย ภายใต้ความตกลงการค้าเสรี ผ่านสื่อวิทยุ ในรูปแบบเล่ม จำนวน 3 ชุด และ บรรจุข้อมูลและหลักฐานการดำเนินงานในแต่ละงวดงานลงในแฟลชไดร์ฟ (Flash Drive) เพื่อประกอบการ ตรวจรับงานจ้าง โดยมีรายละเอียด ดังนี้
8.1 รายงานสรุปผลการดำเนินโครงการฯ ในรูปแบบไฟล์ .pdf และ .doc
8.2 หนังสือยืนยันการออกอากาศจากทางสถานีวิทยุ
8.3 บทบรรยาย (Script)ของสปอตวิทยุ ข่าวประชาสัมพันธ์ (Tie-in) ภาษาไทยและการสัมภาษณ์ (ในรูปแบบไฟล์ .pdf และ .doc)
8.4 ต้นฉบับเสียงสปอตวิทยุ (ในรูปแบบไฟล์ .WMA และ .MP3)
8.5 ไฟล์บันทึกเสียงสปอตวิทยุข่าวประชาสัมพันธ์ (Tie-in) ภาษาไทยและอังกฤษ และการ สัมภาษณ์ที่ได้รับการเผยแพร่ออกอากาศ (ในรูปแบบไฟล์ .WMA และ .MP3) - กรรมสิทธิ์และลิขสิทธิ์
9.1 ผลผลิตที่ได้จากการดำเนินงานภายใต้เงื่อนไขของโครงการทั้งหมดเป็นกรรมสิทธิ์และลิขสิทธิ์ของกรม ห้ามละเมิดสิทธิ์และกระทำการใดๆ อันมิควร หากผู้รับจ้างต้องการนำผลงานทั้งหมดหรือบางส่วนไปเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ จะต้องขออนุญาตจากกรม เป็นลายลักษณ์อักษรในแต่ละครั้ง
- ๗ -
9.2 ดนตรี เสียงประกอบ หรือสิ่งอื่นใดที่ปรากฏในการผลิตและเผยแพร่ออกอากาศ จะต้องไม่มี ปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์ ในกรณีจำเป็นต้องใช้ดนตรี เสียงประกอบ หรือสิ่งอื่นใดที่มีลิขสิทธิ์ ผู้รับจ้างต้องขออนุญาต ให้ถูกต้องตามกฎหมายก่อน หากมีการฟ้องร้องจากการนำผลงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้อื่นมาเป็นส่วนประกอบส่วน หนึ่งส่วนใดในการผลิตและเผยแพร่ออกอากาศ ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบในการทำละเมิดแต่เพียงผู้เดียว
-
การเบิกจ่ายเงินค่าจ้าง
การเบิกจ่ายเงินค่าจ้าง แบ่งเป็น 3 งวด ดังนี้
งวดที่ 1 เบิกจ่ายเงินร้อยละ 40 ของค่าจ้างตามสัญญาว่าจ้าง หลังจากดำเนินการผลิตสปอตวิทยุ จำนวน 1 เรื่องและเผยแพร่ จำนวน 100 ครั้ง ข่าวประชาสัมพันธ์(Tie-in) ในรูปแบบภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ จำนวน 10 ครั้ง และการสัมภาษณ์จำนวน 1 ครั้ง
งวดที่ 2 เบิกจ่ายเงินร้อยละ 30 ของค่าจ้างตามสัญญาว่าจ้าง หลังจากดำเนินการเผยแพร่สปอตวิทยุ จำนวน 100 ครั้ง ข่าวประชาสัมพันธ์ (Tie-in) ในรูปแบบภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ จำนวน 10 ครั้ง และการ สัมภาษณ์จำนวน 1 ครั้ง
งวดที่ 3 เบิกจ่ายเงินร้อยละ 30 ของค่าจ้างตามสัญญาว่าจ้าง หลังจากดำเนินการเผยแพร่สปอตวิทยุ จำนวน 100 ครั้ง ข่าวประชาสัมพันธ์ (Tie-in) ในรูปแบบภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ จำนวน 10 ครั้ง และการ สัมภาษณ์ จำนวน 1 ครั้ง -
หลักเกณฑ์และสิทธิ์ในการพิจารณาคัดเลือกผู้เสนอราคา
10.๑ กรมจะพิจารณาข้อเสนอด้านเทคนิคของผู้เสนอราคาทุกราย ที่ผ่านการประเมินคุณสมบัติตาม เงื่อนไขและหลักฐานข้อเสนอด้านเทคนิคแล้ว โดยจะพิจารณาให้คะแนนข้อเสนอด้านเทคนิคของผู้เสนอราคาที่ มีสิทธิ์เสนอราคาโดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
10.๒ การพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ กรมจะพิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์การประเมินค่าประสิทธิภาพต่อราคา (Price Performance) และพิจารณาจากราคารวม 10.๓ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ กรมจะใช้หลักเกณฑ์การประเมินค่าประสิทธิภาพต่อราคา โดยพิจารณาให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ำหนักที่กำหนด โดยกำหนดให้น้ำหนักรวมทั้งหมดเท่ากับร้อยละ ๑๐๐ • ราคาที่ยื่นข้อเสนอ (Price) กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ 4๐
• ข้อเสนอด้านเทคนิค หรือข้อเสนออื่นๆ โดยพิจารณาจากเอกสารตามตารางการให้คะแนน กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ 6๐
ที่
เกณฑ์การพิจารณา
เกณฑ์
คะแนน
คะแนน
1
ราคาที่ยื่นเสนอ40
2
ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่นๆ60
2.1 แผนการดำเนินโครงการประชาสัมพันธ์ (Action Plan) สอดคล้องกับ วัตถุประสงค์ พร้อมระบุรายละเอียด ดังนี้ (1) จำนวนครั้ง (2) ช่วงเวลา/ รายการ (3) สถานีวิทยุที่เผยแพร่ออกอากาศ และ (4) ระยะเวลาดำเนินการ 1) จัดทำ Action Plan พร้อมระบุรายละเอียดครบถ้วน
- จัดทำ Action Plan แต่ระบุรายละเอียดไม่ครบถ้วนหรือไม่นำเสนอ
(5)
5
0
-
๘ -
2.2 สปอตวิทยุ
2.2.1 เลือกสถานีวิทยุประเภทข่าว จำนวน 2 คลื่น เผยแพร่รวมจำนวน 200 ครั้ง (ตามข้อ 7.2.2) โดยให้เลือกจากสถานีวิทยุ จำนวน 5 คลื่น ดังนี้ (1)คลื่น Quality News FM 97.0 MHz (2) คลื่นวิทยุครอบครัวข่าว FM 106 MHz (3) คลื่นข่าว MCOT NEWS FM 100.5 (4) คลื่นความคิด FM 96.5 MHzและ (5) คลื่นมิติข่าว FM 90.5 MHz
-
เลือกคลื่นวิทยุลำดับที่ (1) และลำดับที่ (2) - (5)
-
เลือกคลื่นวิทยุ ลำดับที่ (2) - (5)
-
ไม่เลือกคลื่นวิทยุ หรือไม่เลือกคลื่นวิทยุตามที่กรมกำหนด
(20)
-10-
10
5
02.2.2 สคริปต์สปอตวิทยุ
-
จัดทำสคริปต์สปอตวิทยุที่สอดคล้องกับภารกิจของกรม
-
ตัวอย่างสคริปต์สปอตวิทยุอื่นๆที่เคยจัดทำ ให้กับหน่วยงานอื่น 3) ไม่จัดทำสคริปต์และไม่มีตัวอย่างสปอตวิทยุ
-5-
5
3
02.2.3 เสียงโฆษกหรือผู้บรรยาย
-
เสนอผู้ที่มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักและยอมรับของสาธารณชน และมีเสียงที่ เป็นเอกลักษณ์สร้างการจดจำ เช่น ผู้ดำเนินรายการ/พิธีกร ผู้ประกาศ ผู้สื่อข่าว นักแสดง และนักร้อง เป็นต้น พร้อมแนบโปรไฟล์
-
เสนอผู้ที่เคยลงเสียงโฆษณาให้กับหน่วยงานหรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่มี เสียงเป็นเอกลักษณ์สร้างการจดจำ พร้อมแนบโปรไฟล์
-
ระบุรายละเอียดไม่ครบถ้วน หรือไม่นำเสนอ
-5-
5
3
02.3 ข่าวประชาสัมพันธ์ Tie-in (ตามข้อ 7.3)
2.3.1 ระบุสถานีวิทยุจำนวน 1 คลื่น (ตามข้อ 7.3.2 (1)) 1) คลื่นความคิด FM 96.5 MHz -
คลื่น Quality News FM 97.0 MHz
-
คลื่นมิติข่าว FM 90.5 MHz
-
คลื่นวิทยุครอบครัวข่าว FM 106 MHz
-
ไม่นำเสนอสถานีวิทยุหรือไม่เลือกสถานีวิทยุที่กำหนด
(20)
-10-
10
5
5
5
02.3.2 สคริปต์ข่าวประชาสัมพันธ์ (Tie-in) ในรูปแบบภาษาอังกฤษ จำนวน 10 ครั้ง
-
จัดทำสคริปต์ข่าวประชาสัมพันธ์ที่สอดคล้องกับภารกิจของกรม 2) ตัวอย่างสคริปต์ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เคยจัดทำให้กับหน่วยงานอื่น ในรูปแบบภาษาอังกฤษ
-
ไม่จัดทำสคริปต์และไม่มีตัวอย่างสคริปต์ข่าวประชาสัมพันธ์
-5-
5
3
02.3.3 สคริปต์ข่าวประชาสัมพันธ์ (Tie-in) ในรูปแบบภาษาไทย จำนวน 20 ครั้ง
-
จัดทำสคริปต์ข่าวประชาสัมพันธ์ที่สอดคล้องกับภารกิจของกรม 2) ตัวอย่างสคริปต์ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เคยจัดทำให้กับหน่วยงานอื่น 3) ไม่จัดทำสคริปต์และไม่มีตัวอย่างสคริปต์ข่าวประชาสัมพันธ์
-5-
5
3
0
-
๙ -
2.4 การสัมภาษณ์(ตามข้อ 7.4)
เลือกสถานีวิทยุ (ตามข้อ 7.4.2) สำหรับเผยแพร่การสัมภาษณ์ จำนวน 2 ครั้ง ประกอบด้วย 1) คลื่นข่าว MCOT NEWSFM 100.5 2) คลื่น ความคิด FM 96.5 MHz 3) คลื่นมิติข่าว FM 90.5 MHz และ 4) วิทยุครอบครัว ข่าว FM 106 MHz
-
เลือกสถานีวิทยุ 2 คลื่น
-
เลือกสถานีวิทยุ 1 คลื่น
-
ไม่เลือกสถานีวิทยุที่กำหนด
(10)
10
5
02.5 ผลงานทางสื่อวิทยุที่ผ่านมา พร้อมหนังสือรับรอง หรือสำเนาสัญญาจ้าง 1) ตัวอย่างผลงาน 3 ชิ้นขึ้นไป
-
ตัวอย่างผลงานน้อยกว่า 3 ชิ้น
-
ไม่มีตัวอย่างผลงาน
(5)
5
3
0รวม
60
100
๑0.4 ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา กรมมีสิทธิ์ให้ผู้เสนอราคา ชี้แจงข้อเท็จจริง ฐานะ หรือข้อเท็จจริงอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับผู้เสนอราคาได้ และมีสิทธิ์ที่จะไม่รับข้อเสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากหลักฐานดังกล่าวไม่มีความเหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง
๑0.5 กรณีที่ผู้เสนอราคารายที่เสนอราคาต่ำสุด จนคาดหมายได้ว่าไม่อาจดำเนินงานตามสัญญาได้ กรมจะให้ผู้เสนอราคานั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้เสนอราคาสามารถดำเนินงานตาม ประกวดราคาจ้างอิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ กรมมีสิทธิ์ที่จะไม่รับข้อเสนอ หรือไม่รับราคาของผู้เสนอราคารายนั้น
๑0.6 กรณีที่ปรากฏข้อเท็จจริงภายหลังจากการพิจารณาข้อเสนอว่า ผู้เสนอราคาที่มีสิทธิ์ได้รับการ คัดเลือกเป็นผู้เสนอราคาที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้เสนอราคารายอื่นๆ ณ วันประกาศประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ หรือเป็นผู้เสนอราคาที่กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม กรมมีอำนาจที่จะตัดรายชื่อผู้เสนอราคาที่ได้รับคัดเลือกรายดังกล่าวออก และจะพิจารณาลงโทษผู้เสนอราคา รายนั้นเป็นผู้ทิ้งงาน
ในกรณีนี้ หากกรมพิจารณาแล้วเห็นว่า การยกเลิกการพิจารณาผลการเสนอราคาที่ได้ ดำเนินการไปแล้วจะเป็นประโยชน์แก่ทางราชการอย่างยิ่ง กรมมีอำนาจยกเลิกการพิจารณาผลการเสนอ ดังกล่าวได้ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ และถือว่าผลการพิจารณาคัดเลือกผู้เสนอราคาของ กรมเป็นผลการตัดสินอันเด็ดขาด ผู้เสนอราคาจะฟ้องร้องหรือเรียกร้องสิทธิ์ใดๆ มิได้
10.7 หากกรมพิจารณาเห็นว่า การยกเลิกการพิจารณาผลการเสนอราคาที่ได้ดำเนินการไปแล้ว จะเป็นประโยชน์แก่ทางราชการอย่างยิ่ง กรมมีอำนาจยกเลิกการพิจารณาผลการเสนอดังกล่าวได้ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ และถือว่าผลการพิจารณาคัดเลือกผู้เสนอราคาของกรมเป็นผลการ ตัดสินอันเด็ดขาด ผู้เสนอราคาจะฟ้องร้องหรือเรียกร้องสิทธิ์ใดๆ มิได้
11. อัตราค่าปรับ
หากผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จตามเงื่อนไขและเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญาผู้รับจ้างจะต้อง ชำระอัตราค่าปรับให้แก่กรมเป็นรายวันอัตราร้อยละ 0.10 (ศูนย์จุดหนึ่งศูนย์) ของค่าจ้างตามสัญญาแต่ไม่ต่ำ กว่าวันละ 100 บาท (หนึ่งร้อยบาทถ้วน)
- ๑๐ -
- ผลที่คาดว่าจะได้รับ
กลุ่มเป้าหมายมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความตกลงการค้าเสรี(FTA) นโยบายทางเศรษฐกิจการค้า ของไทยและประเทศคู่ค้ามากขึ้น และความคืบหน้าของผลการเจรจาการค้าระหว่างประเทศในกรอบต่าง ๆ รวมทั้งสามารถปรับตัวรองรับการเปิดตลาดสินค้า บริการ และการลงทุน พร้อมทั้งใช้สิทธิประโยชน์จากความ ตกลงการค้าเสรีขยายโอกาสทางการค้าในตลาดโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเกิดทัศนคติที่ดีและเกิดการ มีส่วนร่วมต่อการดำเนินงานด้านการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ของกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ - หน่วยงานรับผิดชอบ
สำนักบริหารกลาง ส่วนสื่อสารประชาสัมพันธ์ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เลขที่ ๕๖๓ ถนนนนทบุรี ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ๑๑๐๐๐ ————————————–ร่าง
ประกาศกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ
เรื่อง ประกวดราคาจ้างประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเศรษฐกิจการค้าและการลงทุนของไทย ภาย ใต้ความตกลงการค้าเสรี ผ่านสื่อวิทยุ
ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างประชาสัมพันธ์ข้อมูล ข่าวสารเกี่ยวกับเศรษฐกิจการค้าและการลงทุนของไทย ภายใต้ความตกลงการค้าเสรี ผ่านสื่อวิทยุ ด้วยวิธี ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ราคากลางของงานจ้าง ในการประกวดราคาครั้งนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น ๑,๑๓๐,๓๔๓.๓๓ บาท (หนึ่งล้านหนึ่งแสนสามหมื่นสามร้อยสี่สิบสามบาทสามสิบสามสตางค์) จำนวน ๑ รายการ
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอโดยแสดงหลักฐานถึงขีดความสามารถและความพร้อมที่มีอยู่ใน วันยื่นข้อเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
๑. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติให้เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กำหนด ๒. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. ซึ่งสามารถจัดเตรียมเอกสารข้อเสนอได้ตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงวันเสนอ ราคา
๓. ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เลขที่ ลงวันที่ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๙ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ได้ตั้งแต่วันที่ ประกาศจนถึงวันเสนอราคา ได้ที่เว็บไซต์ www.dtn.go.th หรือ www.gprocurement.go.th หรือ www. gprocurement.go.th
ทั้งนี้ หากต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของงาน โปรดสอบถามมายัง กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ผ่านทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ [email protected] หรือช่องทาง ตามที่กรมบัญชีกลางกำหนด ภายในวันที่ ในเวลาราชการ โดยกรมเจรจาการค้าระหว่าง
ประเทศ จะชี้แจงรายละเอียดดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์ www.dtn.go.th และ www.gprocurement.go. th
ประกาศ ณ วันที่ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๙
สำเนาถูกต้อง
นัจธพงศ์ เกียรติวานิชกุล
(นายนัจธพงศ์ เกียรติวานิชกุล) นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการพิเศษ ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๖ มกราคม ๒๕๖๙
(นางอุมาพร ฟูตระกูล)
รองอธิบดี ปฏิบัติราชการแทน อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ
โดย นายนัจธพงศ์ เกียรติวานิชกุล นักวิชาการ พาณิชย์ชำนาญการพิเศษร่าง
เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
เลขที่
การจ้างประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเศรษฐกิจการค้าและการลงทุนของไทย ภายใต้ความตกลง การค้าเสรี ผ่านสื่อวิทยุ
ตามประกาศ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ
ลงวันที่ มกราคม ๒๕๖๙
กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “กรม” มีความประสงค์จะ ประกวดราคา จ้างประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเศรษฐกิจการค้าและการลงทุนของไทย ภายใต้ความตกลงการค้าเสรี ผ่านสื่อวิทยุ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ตามรายการ ดังนี้
จ้างเหมางานผลิตสื่อการ
ประชาสัมพันธ์
โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้
จำนวน ๑ งาน
๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๑.๑ ขอบเขตของงาน
๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาจ้างทำของ
๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
(๑) หลักประกันสัญญา
๑.๕ บทนิยาม
(๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
(๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
(๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
๑.๗ แผนการทำงาน
๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
๒.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กรม ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขันอย่างเป็น ธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้ เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน นามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้ เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ดังนี้ มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕ ล้านบาท ต้องมี ทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๑ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง
ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ
ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา ๖. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง
พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
(ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ดังนี้ มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕ ล้านบาท ต้องมี ทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๑ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป
กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อ เสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือ มีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน ทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ เอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
(๕) สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
(๖) สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น
(๗) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
ข้อเสนอทางด้านเทคนิคตามขอบเขตของงาน
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ใน ข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔. การเสนอราคา
๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วย อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้อง กรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอโดย ไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้ ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๑๒๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอ ราคาโดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคา มิได้
๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน ๙ เดือน นับ ถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
๔.๔ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องนำเอกสารในส่วนที่เป็นสาระสำคัญที่มีปริมาณมากและเป็น อุปสรรค ในการนำเข้าระบบ ได้แก่ พร้อมสรุปจำนวนเอกสารสารดังกล่าว มาส่ง ณ กรม
ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันเสนอราคา โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงลายมือชื่อ พร้อมประทับตราสำคัญของ นิติบุคคล (ถ้ามี) กำกับในเอกสารนั้นด้วย และ upload ไฟล์แบบสรุปจำนวนเอกสารในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format) ผ่านระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๕ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญารายละเอียด ขอบเขตของงาน ฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตาม เงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. และเวลาในการเสนอราคาให้ถือ ตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์
เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และ การเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
๔.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่ กรม ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๘ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณาข้อ เสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะ กรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการ พิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และกรม จะพิจารณาลงโทษผู้ ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่กรมจะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ริเริ่มให้มีการกระ ทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของกรม
๔.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
(๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
(๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กำหนด
(๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้
(๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th
๔.๑๐ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๓๐ วัน นับถัดจากวันลงนาม ในสัญญา เว้นแต่เป็นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็น หนังสือที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา ๕. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
๕.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ กรมจะ พิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น
๕.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
ใช้หลักเกณฑ์ราคาในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ กรม จะพิจารณาจาก (๑) ราคาที่ยื่นข้อเสนอ (Price) กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๔๐ (๒) ข้อเสนอทางด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่นๆ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๖๐ โดยกำหนดให้น้ำหนักรวมทั้งหมดเท่ากับร้อยละ ๑๐๐ ๕.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ ขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กรมกำหนดไว้ในประกาศและ เอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้ เปรียบเสียเปรียบต่อ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการพิจารณาผลฯ อาจ พิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
๕.๔ กรม สงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการผ่อนผัน ใน กรณีดังต่อไปนี้
(๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย อิเล็กทรอนิกส์
(๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวด อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ๕.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือกรม มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ กรม มีสิทธิที่จะไม่รับข้อ เสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ๕.๖ กรม ทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคา ที่ เสนอทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจ จะยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อ
ประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของกรมเป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้องค่า ใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งกรมจะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์และลงโทษผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่เชื่อถือได้ว่าการ ยื่นข้อเสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล อื่นมายื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น
ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่ อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือกรม จะให้ผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการตามเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ กรม มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอหรือไม่รับราคาของ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายใดๆ จากกรม ๕.๗ ก่อนลงนามในสัญญา กรม อาจประกาศยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการคัดเลือก มีผล ประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม หรือสมยอม กันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใดในการเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้อง เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย
๖. การทำสัญญาจ้าง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุใน ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับกรม ภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวาง หลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้กรม ยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
๖.๑ เงินสด
๖.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่กรม ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ลงวันที่ที่ใช้ เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้น ไม่เกิน ๓ วัน ทำการ ๖.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง กำหนด
๖.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) ๖.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ
ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่งกรม ได้รับมอบไว้ แล้ว
๗. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
กรม จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่าย ทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง โดยแบ่งออกเป็น ๓ งวดดังนี้ งวดที่ ๑ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๔๐ ของค่าจ้างตามสัญญาว่าจ้าง หลังจาก ดำเนินการ ผลิตสปอตวิทยุ จำนวน ๑ เรื่อง และเผยแพร่ จำนวน ๑๐๐ ครั้ง ข่าวประชาสัมพันธ์ (Tie-in) ใน รูปแบบภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ จำนวน ๑๐ ครั้ง และการสัมภาษณ์ จำนวน ๑ ครั้ง งวดที่ ๒ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๓๐ ของค่าจ้างตามสัญญาว่าจ้าง หลังจาก ดำเนินการเผยแพร่สปอตวิทยุ จำนวน ๑๐๐ ครั้ง ข่าวประชาสัมพันธ์ (Tie-in) ในรูปแบบภาษาไทยหรือภาษา อังกฤษ จำนวน ๑๐ ครั้ง และการสัมภาษณ์ จำนวน ๑ ครั้ง
งวดที่ ๓ (งวดสุดท้าย) เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๓๐ ของค่าจ้างตามสัญญา ว่าจ้าง หลังจากดำเนินการหลังจากดำเนินการเผยแพร่สปอตวิทยุ จำนวน ๑๐๐ ครั้ง ข่าว ประชาสัมพันธ์ (Tie-in) ในรูปแบบภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ จำนวน ๑๐ ครั้ง และการสัมภาษณ์ จำนวน ๑ ครั้ง ให้แล้วเสร็จ เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานทั้งหมดให้แล้วเสร็จเรียบร้อยตามสัญญาหรือข้อตกลงจ้างเป็น หนังสือและ กรม ได้ตรวจรับมอบงานจ้างเรียบร้อยแล้ว
๘. อัตราค่าปรับ
ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลง จ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
๘.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับ อนุญาตจากกรม จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงานจ้างช่วง นั้น
๘.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๘.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็น รายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้าง แต่ไม่น้อยกว่าวันละ ๑๐๐ (หนึ่งร้อย) บาทต่อวัน ๙. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
๙.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ กรมได้รับอนุมัติเงินค่าจ้างจากเงิน งบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ แล้วเท่านั้น
๙.๒ เมื่อกรมได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลงจ้างตามการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามาจากต่าง
ประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ตาม ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
(๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
(๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดย เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
(๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
๙.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งกรมได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ ภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ กรมจะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้ออกหนังสือ ค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้งจะพิจารณา ให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
๙.๔ กรมสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบสัญญาหรือข้อ ตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
๙.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของกรม คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อเสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
๙.๖ กรม อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จะเรียก ร้องค่าเสียหายใดๆ จากกรมไม่ได้
(๑) กรมไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้รับจัดสรร แต่ไม่ เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
(๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่น ใด ในการเสนอราคา
(๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่กรม หรือ กระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
(๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
๙.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
๑๐. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
๑๑. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
กรม สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการ คัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับกรม ไว้ชั่วคราว
กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ
มกราคม ๒๕๖๙
สำเนาถูกต้อง
นัจธพงศ์ เกียรติวานิชกุล
(นายนัจธพงศ์ เกียรติวานิชกุล)
นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการพิเศษ
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๖ มกราคม ๒๕๖๙
โดย นายนัจธพงศ์ เกียรติวานิชกุล นักวิชาการ
พาณิชย์ชำนาญการพิเศษ