จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการยกเลิกประกาศเชิญชวน

ประกวดราคาจ้างบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขระบบงานโครงสร้างพื้นฐานศูนย์คอมพิวเตอร์สำรอง เลขที่ หจก4. 90/2568

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย 68129579196
฿2,696,400 ปีงบ 2569 ประกาศ 20 ก.พ. 2569 นนทบุรี
รายละเอียดการจ้าง

โครงการจ้างบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขระบบงานโครงสร้างพื้นฐานศูนย์คอมพิวเตอร์สำรองของ กฟผ. เป็นสัญญาจ้างบริการระยะยาว 4 ปี เพื่อดูแลรักษาสภาพการทำงานของระบบสาธารณูปโภคและความปลอดภัยทั้งหมดภายในศูนย์คอมพิวเตอร์สำรอง ตั้งอยู่นอกสำนักงานใหญ่ จังหวัดพิษณุโลก โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้ระบบมีความมั่นคงปลอดภัย สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง และพร้อมให้บริการแบบ 24 ชั่วโมง ทุกวัน (24x7) ตลอดอายุสัญญา

ขอบเขตงานครอบคลุมการบำรุงรักษาตามแผน (Preventive Maintenance) ทุก 3 เดือน และการซ่อมแซมแก้ไขฉุกเฉิน สำหรับระบบทั้งหมด ได้แก่ ระบบไฟฟ้าศูนย์คอมพิวเตอร์, ระบบปรับอากาศชนิดควบคุมอุณหภูมิและความชื้น (Precision Air) ยี่ห้อ STULZ 5 เครื่อง, ระบบปรับอากาศแบบแยกส่วน, ระบบตรวจจับน้ำรั่วซึม (Water Sense), ระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติ (Tele alarm), ระบบเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator) ยี่ห้อ Cummins ขนาด 315 KVA, และระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้และดับเพลิงอัตโนมัติ (Notifier) การบริการรวมค่าแรง ค่าอะไหล่ (ยกเว้นสารดับเพลิงก๊าซไนโตรเจน) ค่ายานพาหนะ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งหมด

ผู้รับจ้างมีหน้าที่จัดทำแผนงาน แจ้งเตือนล่วงหน้า ดำเนินการตรวจสอบ ทดสอบ ทำความสะอาด เปลี่ยนอะไหล่ตามอายุการใช้งาน (เช่น น้ำมันเครื่อง, แบตเตอรี่, กรองอากาศ) และรายงานผลการปฏิบัติงานทุกงวด พร้อมรับผิดชอบซ่อมแซมฉุกเฉินภายในกรอบเวลาที่กำหนดอย่างเคร่งครัด โดยมีบทปรับหากปฏิบัติงานล่าช้าหรือระบบขัดข้องเกินเกณฑ์ที่คำนวณได้

English summary

The Electricity Generating Authority of Thailand (EGAT) is seeking a contractor for a comprehensive operation and maintenance (O&M) service for the entire infrastructure system at its Backup Data Center, located outside the headquarters in Phitsanulok Province. The contract period is 4 years, from May 1, 2026, to April 30, 2030.

The project aims to ensure the continuous, secure, and reliable 24/7 operation of all critical facility systems. The scope of work includes preventive maintenance every 3 months and corrective/emergency repair services for all listed systems. These systems encompass the computer center’s electrical system, 5 units of STULZ Precision Air Conditioning units, split-type air conditioners, a Water Sense water leakage detection system, a Tele alarm environmental monitoring system, a Cummins 315 KVA Generator set, and a Notifier fire alarm and suppression system. The service is all-inclusive, covering labor, spare parts (except fire suppression nitrogen gas), transportation, and other related costs.

The contractor is responsible for creating maintenance plans, providing advance notices, performing inspections, testing, cleaning, replacing consumables per manufacturer schedules (e.g., engine oil, batteries, air filters), and submitting detailed periodic reports. Strict response and repair timeframes for emergencies are mandated, with penalty clauses for delays or system downtime exceeding calculated thresholds.

สถานที่ดำเนินการ

ศูนย์คอมพิวเตอร์สำรอง นอกสำนักงานใหญ่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อจ้างบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขระบบงานโครงสร้างพื้นฐานศูนย์คอมพิวเตอร์ให้มีความมั่นคงปลอดภัย ทำงานได้อย่างต่อเนื่อง มีความพร้อมใช้และพร้อมให้บริการแบบ 24 X 7

ขอบเขตของงาน

  • การบำรุงรักษาตามแผน (Preventive Maintenance): ดำเนินการตรวจสอบ ทดสอบ ทำความสะอาด และบำรุงรักษาอุปกรณ์ทุกรายการทุก 3 เดือน ตามรายการตรวจสอบที่ระบุสำหรับแต่ละระบบ
  • การซ่อมแซมแก้ไขฉุกเฉิน (Corrective Maintenance): ให้บริการซ่อมแซมตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด โดยต้องเข้าซ่อมภายใน 8 ชั่วโมงนับจากได้รับแจ้ง และซ่อมให้แล้วเสร็จภายใน 48 ชั่วโมงนับจากเวลาเข้าซ่อม หากไม่สามารถทำได้ ต้องจัดหาอุปกรณ์ทดแทนที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่าหรือดีกว่า
  • การเปลี่ยนอะไหล่ตามอายุการใช้งาน: เปลี่ยนอะไหล่หรือของเหลวตามที่โรงงานผู้ผลิตกำหนด หรือเมื่อครบชั่วโมงการใช้งาน (เช่น น้ำมันเครื่อง, น้ำหล่อเย็น, กรองอากาศ, กรองน้ำมันเชื้อเพลิง, แบตเตอรี่) โดยใช้อะไหล่จากโรงงานผู้ผลิตหรือตัวแทนที่ได้รับการแต่งตั้งเท่านั้น
  • การจัดทำและส่งมอบเอกสาร: จัดทำแผนงานบำรุงรักษา แผนการทำงาน ส่งรายงานสรุปผลการบำรุงรักษา/ซ่อมแซมแต่ละงวด และรายงานข้อเสนอแนะ
  • การปฏิบัติตามกฎความปลอดภัย: ปฏิบัติงานตาม “บัญชี 3 เงื่อนไขด้านความปลอดภัย” ของ กฟผ. รวมถึงการจัดให้มีอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) ที่เหมาะสม
  • การดูแลระบบเฉพาะรายการ:
    • ระบบไฟฟ้าศูนย์คอมพิวเตอร์สำรอง (ตรวจสอบจุดเชื่อมต่อความร้อน, ATS, ตู้ MDB, EDB, OUB, GDB)
    • ระบบปรับอากาศ Precision Air (STULZ รุ่น ASD 311A และ 401A) - ตรวจสอบ Indoor Unit, Compressor, Humidifier, Heater, Condensing Unit
    • ระบบปรับอากาศ Split Type (Star Aire, Train) - ตรวจสอบการทำงานและทำความสะอาด
    • ระบบตรวจจับน้ำรั่วซึม (Water Sense) - ตรวจสอบสายตรวจจับ, โมดูล, แบตเตอรี่สำรอง, ทดสอบระบบ
    • ระบบตรวจสอบสภาวะแวดล้อม (Tele alarm) - ตรวจสอบการทำงาน, การส่งข้อมูล, เว็บเบราว์เซอร์
    • ระบบเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Cummins) - ตรวจสอบสภาพทั่วไป, ระบบหล่อลื่น/หล่อเย็น, เชื้อเพลิง, ท่อไอเสีย, แบตเตอรี่
    • ระบบแจ้งเหตุและดับเพลิงอัตโนมัติ (Notifier) - ทำความสะอาดหัว Smoke Detector, ตรวจสอบ Control Panel, ทดสอบ Manual Release, Abort Button, Cross Zone
  • การรักษาความลับ: ปฏิบัติตามข้อกำหนดการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ (เอกสารแนบ 2)

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • แผนงานบำรุงรักษาตลอดระยะเวลาสัญญา
  • แผนการทำงาน (ภายใน 15 วันนับจากวันลงนามในสัญญา)
  • ใบรายงานผลการปฏิบัติงาน (แบบฟอร์มการบำรุงรักษา) แต่ละงวด (ทุก 3 เดือน) จำนวน 16 งวด
  • รายงานสรุปผลการซ่อมหรือเปลี่ยนอุปกรณ์ พร้อมข้อเสนอแนะ หลังจากดำเนินการซ่อมแต่ละครั้ง
  • เอกสารรับรองผลงานและสัญญา (ยื่นพร้อมเสนอราคา)
  • เอกสารรับรองอะไหล่จากเจ้าของผลิตภัณฑ์ระบบ Precision Air และ Generator (ยื่นพร้อมเสนอราคา)
  • รายงานด้านความปลอดภัยรายเดือน (ตามบัญชี 3)
  • การส่งคืนหรือทำลายข้อมูลที่เป็นความลับเมื่อสัญญาสิ้นสุด

ระยะเวลาดำเนินการ

ระยะเวลาจ้าง 4 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ถึงวันที่ 30 เมษายน 2573

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย และประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการบำรุงรักษาระบบปรับอากาศ และเครื่องกำเนิดไฟฟ้ามาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี นับถึงวันที่เสนอราคา
  • Standards Compliance: -
  • Experience: ต้องมีผลงานบำรุงรักษาระบบงานโครงสร้างพื้นฐานศูนย์คอมพิวเตอร์ โดยเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานราชการ, องค์การ, เทศบาล, รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชนในประเทศไทยที่ กฟผ. เชื่อถือได้ โดยผลงานต้องแล้วเสร็จครบถ้วนภายในระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี นับจากวันที่ลงนามในสัญญาถึงวันที่เสนอราคา
  • Previous Project Cost: ต้องมีราคางานสัญญาเดียวไม่ต่ำกว่า 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • Technical Capabilities: ต้องมีหนังสือรับรองอะไหล่จากเจ้าของผลิตภัณฑ์ระบบปรับอากาศชนิดควบคุมอุณหภูมิและความชื้น (Precision Air) และระบบเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator) ตามที่ระบุในเอกสารแนบ 1 เป็นอย่างน้อยตลอดอายุสัญญา
  • Personnel: ผู้รับจ้างต้องจัดหาช่างผู้ชำนาญงานที่มีประสบการณ์ในการตรวจเช็คหรือบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขอุปกรณ์ของแต่ละระบบทั้งหมด

เกณฑ์การพิจารณา

กฟผ. จะพิจารณาตัดสินโดยใช้เกณฑ์ราคา โดยพิจารณารับราคารวมต่ำสุด และมีรายละเอียดถูกต้องตามข้อกำหนด กฟผ.

ข้อกำหนดทางเทคนิค

ระบบงานโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดที่ต้องบำรุงรักษาและซ่อมแซม มีรายละเอียดดังนี้:

  1. ระบบไฟฟ้าศูนย์คอมพิวเตอร์สำรอง: ระบบจ่ายไฟฟ้าหลักและสแตนบาย
  2. ระบบปรับอากาศ Precision Air: ยี่ห้อ STULZ รุ่น ASD 401A จำนวน 3 เครื่อง และรุ่น ASD 311A จำนวน 2 เครื่อง สำหรับควบคุมอุณหภูมิและความชื้นในห้องคอมพิวเตอร์
  3. ระบบปรับอากาศ Split Type: ยี่ห้อ Star Aire (40,298 BTU/H) จำนวน 4 เครื่องสำหรับห้อง UPS และยี่ห้อ Train (36,000 BTU/H) จำนวน 1 เครื่องสำหรับห้อง Admin
  4. ระบบตรวจจับน้ำรั่วซึม: ยี่ห้อ Water Sense รุ่น LDI-IM
  5. ระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติ (Tele alarm): ยี่ห้อ Tele alarm รุ่น SM01-MM 4000
  6. ระบบเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator): ยี่ห้อ Cummins ขนาด 315 KVA รุ่น MTAA11 G3
  7. ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้และดับเพลิงอัตโนมัติ: ยี่ห้อ Notifier รุ่น NFS2-640 และ RP-2002

การบำรุงรักษาต้องทำให้ระบบทั้งหมดพร้อมใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน (24x7) โดยมีข้อกำหนดการตอบสนองฉุกเฉินที่ชัดเจน: แจ้งซ่อมได้ตลอด 24 ชม., เข้าซ่อมภายใน 8 ชม., ซ่อมเสร็จภายใน 48 ชม.

เงื่อนไขสัญญา

  • งบประมาณ: 2,696,400.00 บาท (รวม VAT)
  • ราคากลาง: 2,689,980.00 บาท (รวม VAT)
  • หลักประกันสัญญา: ผู้ชนะการประกวดราคาต้องวางหลักประกันสัญญาไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของราคารวมทั้งหมดตามสัญญา
  • การจ่ายเงิน: ชำระค่าบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขเป็นรายงวด งวดละ 3 เดือน เท่ากันทุกงวด ตลอดอายุสัญญา จำนวน 16 งวด โดยชำระหลังผู้รับจ้างดำเนินการตรวจสอบ/บำรุงรักษาและส่งแบบฟอร์มให้คณะกรรมการตรวจรับงานลงนามเรียบร้อยแล้ว
  • บทปรับ: กำหนดรายละเอียดในเอกสารแนบ 1 ประกอบด้วย
    1. ค่าปรับกรณีเข้าบำรุงรักษาล่าช้า: หากไม่เข้ามาบำรุงรักษาตามกำหนดระยะเวลาแต่ละงวด ปรับชั่วโมงละ 2,500 บาท
    2. ค่าปรับกรณีเข้ามาซ่อมแซมแก้ไขล่าช้า: ต้องส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาซ่อมภายใน 3 ชั่วโมงหลังแจ้ง หากล่าช้า ปรับชั่วโมงละ 2,500 บาท
    3. ค่าปรับกรณีเวลาขัดข้องเกินเกณฑ์คำนวณ: เวลาขัดข้องสะสม (เวลาซ่อม x ค่าตัวถ่วงของอุปกรณ์) ต้องไม่เกินเดือนละ 1.80 ชั่วโมง ส่วนที่เกินปรับชั่วโมงละ 2,500 บาท
  • ระยะเวลายืนราคา: 90 วัน นับจากวันเสนอราคา

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: อะไหล่และค่าอะไหล่ทั้งหมดรวมอยู่ในค่าจ้างหรือไม่?
    A: ใช่ ค่าจ้างรวมค่าอะไหล่ ค่าแรง ค่ายานพาหนะ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ทั้งหมดแล้ว ยกเว้นการเติมสารดับเพลิงก๊าซไนโตรเจนสำหรับระบบดับเพลิงอัตโนมัติ ซึ่ง กฟผ. จะเป็นผู้จัดหาให้
  • Q: หากระบบขัดข้องในวันสุดท้ายของสัญญา แต่ต้องรออะไหล่ที่จัดส่งหลังจากสัญญาสิ้นสุด จะมีข้อกำหนดอย่างไร?
    A: ถือว่าการขัดข้องดังกล่าวยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ ผู้รับจ้างต้องดำเนินการซ่อมให้แล้วเสร็จใช้งานได้เป็นปกติตามเดิม โดยไม่สามารถเรียกร้องค่าใช้จ่ายใด ๆ ในส่วนของระยะเวลาที่เกินกําหนดสัญญาจาก กฟผ.
  • Q: ผู้รับจ้างต้องเปลี่ยนอะไหล่อะไรบ้างตามอายุการใช้งาน?
    A: ต้องเปลี่ยนอะไหล่ตามที่โรงงานผู้ผลิตกำหนด เช่น น้ำมันเครื่องยนต์ น้ำมันหล่อเย็น กรองอากาศ กรองน้ำมันเชื้อเพลิง สำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า และต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ทุก 2 ปี สำหรับระบบต่าง ๆ ตามที่กำหนด
  • Q: กรณีต้องใช้น้ำยาสารเคทำความสะอาดอุปกรณ์ต้องทำอย่างไร?
    A: ผู้รับจ้างต้องส่งตัวอย่างและรายละเอียดการใช้งานให้ผู้ควบคุมงานของ กฟผ. และกรรมการตรวจรับงานจ้างพิจารณาก่อนดำเนินการ
  • Q: หากต้องการเปลี่ยนอุปกรณ์ที่ขัดข้องเป็นอุปกรณ์ใหม่ ต้องทำอย่างไร?
    A: ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงานของ กฟผ. ก่อน โดยอุปกรณ์ใหม่ต้องมีคุณสมบัติเทียบเท่าหรือดีกว่าอุปกรณ์เดิม หากจัดหายี่ห้อและรุ่นเดียวกันไม่ได้ ต้องเสนอคุณสมบัติของอุปกรณ์ใหม่ให้ กฟผ. พิจารณาอนุมัติก่อน
  • Q: ผู้รับจ้างต้องมีช่องทางการติดต่อฉุกเฉินอย่างไร?
    A: ผู้รับจ้างต้องแจ้งหมายเลขโทรศัพท์สำนักงาน และเจ้าหน้าที่ที่สามารถติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่มีวันหยุด แก่ กฟผ. และต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงภายใน 2 วันทำการ
  • Q: เกณฑ์การคิดค่าปรับ “เวลาขัดข้องเกินเกณฑ์คำนวณ” คำนวณอย่างไร?
    A: คำนวณจากเวลาขัดข้องจริง (ตั้งแต่แจ้งจนซ่อมเสร็จ) คูณด้วย “ค่าตัวถ่วง” ของอุปกรณ์นั้นๆ (เช่น ระบบขัดข้องทั้งระบบมีตัวถ่วง=1.0, บางส่วนชำรุด=0.1) รวมเวลาทั้งหมดใน 1 เดือนต้องไม่เกิน 1.80 ชั่วโมง ส่วนที่เกินคิดค่าปรับ
  • Q: ผู้รับจ้างต้องเตรียมเครื่องมือและอุปกรณ์ความปลอดภัยเองหรือไม่?
    A: ใช่ ผู้รับจ้างต้องจัดหาเครื่องมือ เครื่องใช้ในการบำรุงรักษาและซ่อมแซม รวมถึงอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลมาเอง ให้เพียงพอต่อการใช้งาน
  • Q: งานนี้มีการส่งมอบพื้นที่ให้ผู้รับจ้างหรือไม่?
    A: ไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ (ตามเอกสารแนบ 3) ดังนั้นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎความปลอดภัยและระบบการควบคุมการเข้า-ออกของ กฟผ.
  • Q: หลังจากสัญญาสิ้นสุดลง ผู้รับจ้างมีหน้าที่อย่างไรเกี่ยวกับข้อมูลของ กฟผ.?
    A: ผู้รับจ้างต้องส่งคืนหรือทำลายข้อมูลที่เป็นความลับทั้งหมดที่ได้รับจาก กฟผ. และต้องรักษาความลับของข้อมูลนั้นตลอดไป ตามข้อกำหนดในเอกสารแนบ 2

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
งานจ้างบ ารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขระบบงานโครงสร้างพื้นฐานศูนย์คอมพิวเตอร์ส ารอง

  1. ความเป็นมา
    การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ติดตั้งระบบงานโครงสร้างพื้นฐานศูนย์คอมพิวเตอร์ ส ารอง เมื่อปี พ.ศ. 2552 ซึ่งประกอบด้วย ระบบไฟฟ้าศูนย์คอมพิวเตอร์ระบบปรับอากาศชนิดควบคุมอุณหภูมิ และความชื้น (Precision Air) ระบบปรับอากาศแบบแยกส่วน (Air Split Type) ระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติ(Tele alarm) ระบบตรวจจับน้ ารั่วซึม (Water Sense) ระบบเครื่องก าเนิดไฟฟ้า (Gen-Set) ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ และระบบดับเพลิงอัตโนมัติ ใช้งานที่ศูนย์คอมพิวเตอร์ส ารอง นอกส านักงานใหญ่ จังหวัดพิษณุโลก 2. วัตถุประสงค์
  • เพื่อจ้างบ ารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขระบบงานโครงสร้างพื้นฐานศูนย์คอมพิวเตอร์ให้มีความ มั่นคงปลอดภัยท างานได้อย่างต่อเนื่อง มีความพร้อมใช้และพร้อมให้บริการแบบ 24 X 7 - สัญญาบ ารุงรักษาเดิมจะสิ้นสุดในวันที่ 30 เมษายน 2569
  1. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
    3.1. เป็นไปตามข้อ 2 คุณสมบัติผู้ยื่นข้อเสนอของเอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
    3.2. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นนิติบุคคลที่ได้จดทะเบียนในประเทศไทยถูกต้องตามกฎหมาย และ ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการบ ารุงรักษาระบบปรับอากาศ และเครื่องก าเนิดไฟฟ้ามาแล้วเป็นเวลา ไม่น้อยกว่า 3 ปี นับถึงวันที่เสนอราคาด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    3.3. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานบ ารุงรักษาระบบงานโครงสร้างพื้นฐานศูนย์คอมพิวเตอร์ซึ่งเป็น คู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานที่เป็นส่วนราชการ องค์การ เทศบาล รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชนใน ประเทศไทยที่ กฟผ. เชื่อถือได้ โดยผลงานจะต้องแล้วเสร็จครบถ้วนตามสัญญาภายในระยะเวลา ไม่เกิน 3 ปี นับจากวันที่ลงนามในสัญญา ถึงวันที่เสนอราคาด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีราคางานสัญญาเดียวไม่ต่ ากว่า 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
    โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องแนบหนังสือรับรองผลงานมาในวันเสนอราคาด้วยวิธีประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ และในกรณีที่ผลงาน ดังกล่าวเป็นการรับจ้างท างานให้ผู้ว่าจ้างซึ่งเป็นเอกชนให้แนบส าเนาสัญญาด้วย
    3.4. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีหนังสือรับรองอะไหล่จากเจ้าของผลิตภัณฑ์ระบบปรับอากาศชนิดควบคุม อุณหภูมิและความชื้น (Precision Air) และระบบเครื่องก าเนิดไฟฟ้า Generator ตามที่ระบุใน เอกสารแนบ 1 เป็นอย่างน้อยตลอดอายุสัญญา
  2. คุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ / แบบรูปรายการ
    4.1. ข้อก าหนดงานจ้างบ ารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขระบบงานโครงสร้างพื้นฐานศูนย์คอมพิวเตอร์ ส ารอง จ านวน 9 แผ่น (เอกสารแนบ 1)
    4.2. บันทึกข้อตกลงว่าด้วยการรักษาข้อมูลเป็นความลับ จ านวน 3 แผ่น (เอกสารแนบ 2) 4.3. บัญชี 3 เงื่อนไขด้านความปลอดภัย จ านวน 8 แผ่น (เอกสารแนบ 3)
    1/4
  3. งบประมาณ กฟผ. (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
    จ านวนเงิน 2,696,400.00 บาท (สองล้านหกแสนเก้าหมื่นหกพันสี่ร้อยบาทถ้วน)
  4. ราคากลาง กฟผ. (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
    จ านวนเงิน 2,689,980.00 บาท (สองล้านหกแสนแปดหมื่นเก้าพันเก้าร้อยแปดสิบบาทถ้วน) 7. หลักเกณฑ์การเสนอราคา
    7.1. เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ข้อ 3. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ และข้อ 4. การเสนอราคา
    7.2. เอกสารประกอบการยื่นข้อเสนอ
    ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดท า และยื่นเอกสารดังต่อไปนี้มาในวันเสนอราคาด้วยวิธีประกวด ราคาอิเล็กทรอนิกส์ผ ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐฯ หากไม ่ยื ่นมาจะไม ่ได้รับการ พิจารณา
    7.2.1. หนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ตามข้อ 3.2
    7.2.2. ส าเนาหนังสือรับรองผลงาน และในกรณีที่ผลงานดังกล่าวเป็นการรับจ้างท างานให้ผู้ว ่า จ้างซึ่งเป็นเอกชนให้แนบส าเนาสัญญาตาม ข้อ 3.3
    7.2.3. ส าเนาหนังสือรับรองอะไหล่จากเจ้าของผลิตภัณฑ์ ตามข้อ 3.4
    7.2.4. ส าเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ซึ ่งขึ้น ทะเบียนผู้ประกอบการ SME เพื ่อการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (THAI SME-GP) ใน www.thaismegp.com (ถ้ามี)
    7.3. ก าหนดยืนราคา 90 วัน นับจากวันเสนอราคา
    7.4. ภายหลังการเสนอราคา ผู้ยื ่นข้อเสนอรายที ่ผ ่านเกณฑ์การพิจารณาจะต้องแจกแจง รายละเอียดของราคาให้ กฟผ. ทราบอย่างชัดเจน (ถ้ามี)
    ผู้ยื ่นข้อเสนอที ่มีคุณสมบัติไม ่ถูกต้อง หรือยื ่นหลักฐานการยื ่นข้อเสนอไม ่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนหรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้อง คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาจะไม่ รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
  5. หลักเกณฑ์การพิจารณา
    8.1. เป็นไปตามหัวข้อหลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณาของเอกสารประกวดราคาจ้าง ด้วยวิธี ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
    8.2. กฟผ. จะพิจารณาตัดสินโดยใช้เกณฑ์ราคา โดยพิจารณารับราคารวมต่ าสุด และมีรายละเอียด ถูกต้องตามข้อก าหนด กฟผ.
  6. ระยะเวลาด าเนินการ
    ระยะเวลาจ้าง 4 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ถึงวันที่ 30 เมษายน 2573
    2/4
  7. หลักประกันสัญญา
    ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้ชนะการประกวดราคาฯ ในวันท าสัญญาจะต้องวาง หลักประกันสัญญาเป็นจ านวนเงินไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของราคารวมทั้งหมดตามสัญญา 11. หลักเกณฑ์การตรวจรับ
    กฟผ. จะตั้งคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่งเพื่อตรวจรับการจ้างตามที่ระบุไว้ ในกรณีที่ความเห็นของผู้รับจ้าง กับคณะกรรมการตรวจรับงานจ้างไม่ตรงกัน ผู้รับจ้างตกลงกันให้ถือตามความเห็นของคณะกรรมการตรวจรับงาน จ้าง หากปรากฏว่าผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามเงื่อนไขข้อหนึ่งข้อใดก็ตาม หรือมีเหตุที่ชี้ให้เห็นว่าผู้รับจ้างไม่ สามารถท างานรับจ้างตามนี้ให้แล้วเสร็จเรียบร้อยถูกต้องครบถ้วนตามเงื่อนไข หรือเห็นว่าผู้รับจ้างปฏิบัติงานผิด จากข้อก าหนดในสัญญานี้ข้อหนึ่งข้อใด รวมตลอดคุณภาพของงานไม่เป็นไปตามก าหนด กฟผ. ทรงไว้ซึ่งสิทธิ์ที่จะ บอกเลิก โดยแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้รับจ้างทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน โดยผู้รับจ้างไม่มีสิทธิ์ที่จะเรียกร้อง ค่าเสียหายใดๆทั้งสิ้น หาก กฟผ. ต้องจ้างบุคคลอื่นด าเนินการแทนด้วยค่าจ้างที่สูงกว่า ผู้รับจ้างยินยอมชดใช้ ค่าจ้างในส่วนที่เกินให้แก่ กฟผ. ด้วย และ กฟผ. สงวนสิทธิ์ที่จะเรียกร้องค่าเสียหายที่เกิดขึ้นระหว่างที่ กฟผ. ด าเนินการจัดหาผู้รับจ้างใหม่
  8. หลักเกณฑ์การจ่ายเงิน
    กฟผ. จะช าระค่าบ ารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไข โดยแบ่งช าระเป็นรายงวด งวดละ 3 เดือน จ านวน 16 งวด งวดละเท่า ๆ กัน ตลอดอายุสัญญา โดยจะช าระภายหลังจากผู้รับจ้างด าเนินการตรวจสอบและบ ารุงรักษา อุปกรณ์ตามสัญญา และส่งแบบฟอร์มการบ ารุงรักษาแต่ละงวด ให้คณะกรรมการตรวจรับงานพิจารณาและลง นามเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
  9. บทปรับ
    เป็นไปตาม ข้อก าหนดงานจ้างบ ารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขระบบงานโครงสร้างพื้นฐานศูนย์ คอมพิวเตอร์ส ารอง ตามเอกสารแนบ 1 (ข้อก าหนดการซ่อมแซมแก้ไข)
  10. การบังคับค่าปรับ ค่าเสียหาย และค่าใช้จ่าย
    ในกรณีที่ที่ผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามสัญญาข้อใดข้อหนึ่งด้วยเหตุใด ๆ ก็ตาม จนเป็นเหตุให้เกิดค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายแก่ผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้างต้องชดใช้ค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้แก่ผู้ว่าจ้าง โดยสิ้นเชิงภายในก าหนด 7 (เจ็ด) วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้าง หากผู้รับจ้างไม่ชดใช้ให้ ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาดังกล่าวให้ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะหักเอาจากจ านวนเงินค่าจ้างที่ต้องช าระ หรือบังคับ จากหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาได้ทันที
    หากค่าปรับค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายที่บังคับจากเงินค่าจ้างที่ต้องช าระ หรือหลักประกันการปฏิบัติ ตามสัญญาแล้วยังไม่เพียงพอ ผู้รับจ้างยินยอมช าระส่วนที่เหลือที่ยังขาดอยู่จนครบถ้วนตามจ านวนค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายนั้น ภายในก าหนด 7 (เจ็ด) วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจงเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้าง
    หากมีเงินค่าจ้างตามสัญญาที่หักไว้จ่ายเป็นค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายแล้วยังเหลืออยู่อีกเท่าใด ผู้ว่าจ้างจะคืนให้แก่ผู้รับจ้างทั้งหมด
    3/4
  11. เงื่อนไขในการจัดหา
    การเสนอราคาครั้งนี้ยอมไม่ผูกพัน กฟผ. หากงบประมาณรายการนี้ไม่ได้รับอนุมัติ
  12. ข้อก าหนดการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ
    ผู้รับจ้างต้องรักษาข้อมูลที่เป็นความลับตามข้อก าหนดการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ
  13. แผนการท างาน
    คู่สัญญาต้องจัดท าแผนการท างานมาให้ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยจัดท า แผนการท างานตามเอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่เป็นกรณีการเช่า หรือกรณี สัญญาอายุไม่เกิน 90 วัน หรือกรณีการซื้อซึ่งสัญญาก าหนดส่งงานงวดเดียว หรือกรณีการซื้อ การเช่า การจ้าง และการจ้างก่อสร้าง ซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือมีวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท ทั้งนี้ แผนการท างาน ดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา
    4/4
    เอกสารแนบ 1
    ข้อก ำหนดงำนจ้ำงบ ำรุงรักษำและซ่อมแซมแก้ไขระบบงำนโครงสร้ำงพื้นฐำน
    ศูนย์คอมพิวเตอร์ส ำรอง
  14. รำยกำรอุปกรณ์ระบบงำนโครงสร้ำงพื้นฐำนศูนย์คอมพิวเตอร์ส ำรอง
    1.1 ระบบไฟฟ้าศูนย์คอมพิวเตอร์ส ารอง
    1.2 ระบบปรับอากาศชนิดควบคุมอุณหภูมิและความชื้น (Precision Air) จ านวน 5 เครื่อง 1.2.1 ยี่ห้อ STULZ รุ่น ASD 401A (PAU 2/1) S/N 0530090765/01-01
    1.2.2 ยี่ห้อ STULZ รุ่น ASD 401A (PAU 2/2) S/N 0530090765/01-02
    1.2.3 ยี่ห้อ STULZ รุ่น ASD 401A (PAU 2/3) S/N 0530090765/01-03
    1.2.4 ยี่ห้อ STULZ รุ่น ASD 311A (PAU 1/1) S/N 0530090765/02-01
    1.2.5 ยี่ห้อ STULZ รุ่น ASD 311A (PAU 1/2) S/N 0530090765/02-02
    1.3 ระบบปรับอากาศแบบแยกส่วน (Split Type Air Conditioning)
    1.3.1 ยี่ห้อ Star Aire ขนาด 40,298 BTU/H (ห้อง UPS) จ านวน 4 เครื่อง
    1.3.2 ยี่ห้อ Train ขนาด 36,000 BTU/H (ห้อง Admin) จ านวน 1 เครื่อง
    1.4 ระบบตรวจจับน้ ารั่วซึม ยี่ห้อ Water Sense รุ่น LDI-IM S/N 2009081000
    1.5 ระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติTele alarm ยี่ห้อ Tele alarm รุ่น SM01- MM 4000 หมายเลขเครื่อง PB101605 1.6 ระบบเครื่องก าเนิดไฟฟ้า Generator ยี่ห้อ Cummins 315 KVA. รุ่น MTAA11 G3 1.7 ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้และระบบดับเพลิงอัตโนมัติ Notifier รุ่น NFS2-640, RP-2002
  15. ข้อก ำหนดงำนจ้ำงบ ำรุงรักษำและซ่อมแซมแก้ไขพร้อมอะไหล่ระบบงำนโครงสร้ำงพื้นฐำนศูนย์คอมพิวเตอร์ ส ำรอง
    2.1 ข้อก ำหนดทั่วไป
    2.1.1 ผู้รับจ้างต้องบ ารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขอุปกรณ์ของระบบพื้นฐานส าหรับศูนย์คอมพิวเตอร์ ส ารอง ทุกรายการอุปกรณ์ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ต้องมีความพร้อมใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 7 วัน (24X7) ให้สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง แบบรวมค่าอะไหล่ ค่าแรง ค่ายานพาหนะ และ ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ทั้งหมด ยกเว้นการเติมสารดับเพลิงก๊าซไนโตรเจนส าหรับระบบดับเพลิงอัตโนมัติ
    2.1.2 กรณีจ าเป็นต้องเติมสารดับเพลิงก๊าซไนโตรเจนส าหรับระบบดับเพลิงอัตโนมัติ ผู้รับจ้างต้องแจ้งให้ กฟผ. ทราบล่วงหน้าโดยเร็ว และ กฟผ. จะเป็นผู้จัดหามาให้โดยผู้รับจ้างเป็นผู้ด าเนินการเติมสาร ดับเพลิงก๊าซไนโตรเจน
    2.1.3 กรณีฉีดสารดับเพลิงอันเนื่องมาจาก ความผิดพลาดของระบบหรือการกระท าของเจ้าหน้าที่ของผู้ รับจ้าง ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบในการเติมสารดับเพลิงใหม่ให้ กฟผ. โดยไม่คิดมูลค่า ใด ๆ ทั้งสิ้น 2.1.4 ความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากการกระท าของเจ้าหน้าที่ของผู้รับจ้าง ทั้งต่อ กฟผ.หรือ บุคคลอื่น ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด
    1/9
    เอกสารแนบ 1
    2.1.5 ผู้รับจ้างต้องส่งแผนงานบ ารุงรักษาตลอดระยะเวลาในสัญญาจ้างให้แก่ผู้ควบคุมงานของ กฟผ. ทราบล่วงหน้า
    2.1.6 ผู้รับจ้างต้องจัดหาเครื่องมือ เครื่องใช้ในการบ ารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไข รวมถึงอุปกรณ์คุ้มครอง ความปลอดภัยส่วนบุคคลมาเอง ให้เพียงพอต่อการใช้งาน และต้องใช้งานอย่างถูกวิธี 2.1.7 การเข้าท าการบ ารุงรักษาหรือซ่อมแซมแก้ไขอุปกรณ์ระบบงานโครงสร้างพื้นฐานทุกครั้งต้องไม่ กระทบกับการใช้งานตามปกติของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ใด ๆ ที่ต่อใช้งานอยู่ และไม่ เกิดการเสียหายหรือการหยุดชะงักของระบบไฟฟ้าด้านขาออกจาก ระบบส ารองไฟฟ้าอัตโนมัติ 2.1.8 ผู้รับจ้างต้องจัดหาช่างผู้ช านาญงานที่มีประสบการณ์ในการตรวจเช็คหรือบ ารุงรักษาและซ่อมแซม แก้ไขอุปกรณ์ของแต่ละระบบทั้งหมดให้อยู่ในสภาพดี พร้อมใช้งานได้ตามปกติ
    2.1.9 กรณีมีความจ าเป็นต้องเปลี่ยนอุปกรณ์เพื่อให้อุปกรณ์สามารถใช้งานได้ตามปกติต้องได้รับความ เห็นชอบจากผู้ควบคุมงานของ กฟผ. ก่อนจึงจะด าเนินการได้ โดยอุปกรณ์ที่น ามาเปลี่ยนนั้นจะต้อง เป็นอุปกรณ์ใหม่ ไม่เคยใช้งานมาก่อนและมีคุณสมบัติเทียบเท่าหรือดีกว่าอุปกรณ์เดิม
    2.1.10 ผู้รับจ้างต้องจัดท ารายงานสรุปผลการซ่อมหรือเปลี่ยนอุปกรณ์ รวมทั้งข้อเสนอแนะ หลังจาก ด าเนินการซ่อมแล้วเสร็จให้ผู้ควบคุมงานของ กฟผ. 1 ชุด
    2.1.11 ผู้รับจ้างต้องควบคุมให้เจ้าหน้าที่ของผู้รับจ้างปฏิบัติตามกฎหรือระเบียบเกี่ยวกับความปลอดภัยใน การท างานให้สอดคล้องกับการด าเนินการของ กฟผ. เกี่ยวกับการบริหารความปลอดภัยเช่น จัดให้ มีเครื่องดับเพลิงอยู่ที่บริเวณปฏิบัติงาน เมื่อมีการปฏิบัติงานเกี่ยวกับเปลวไฟ เป็นต้น
    2.1.12 ภายหลังการบ ารุงรักษาหรือซ่อมแซมแก้ไข ผู้รับจ้างต้องจัดเก็บเศษวัสดุและท าความสะอาดบริเวณ ให้เรียบร้อย
    2.1.13 ผู้รับจ้างต้องท าการเปลี่ยนอะไหล่หรือของเหลวตามที่โรงงานผู้ผลิตก าหนดหรือต้องเปลี่ยนเมื่อครบ ชั่วโมงการใช้งาน เช่น น้ ามันเครื่องยนต์น้ ามันหล่อเย็น กรองอากาศ เป็นต้น โดยต้องเป็นอะไหล่จาก โรงงานผู้ผลิตหรือตัวแทนจ าหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งเท่านั้น ซึ่งเมื่อครบระยะเวลาผู้รับจ้างต้อง เปลี่ยนให้ กฟผ. ทันทีโดย กฟผ. ไม่เสียค่าใช้จ่าย ใด ๆ ทั้งสิ้น
    2.1.14 ในกรณีอุปกรณ์ขัดข้องในวันสุดท้ายของสัญญาแต่จ าเป็นต้องรอการจัดส่งอะไหล่ เมื่อพ้นวันครบ ก าหนดในสัญญาให้ถือเสมือนว่ากรณีอุปกรณ์ขัดข้องดังกล่าวยังด าเนินการไม่แล้วเสร็จ ผู้รับจ้างต้อง ด าเนินการซ่อมให้แล้วเสร็จใช้งานได้เป็นปกติตามเดิม และไม่สามารถเรียกร้องค่าใช้จ่ายใด ๆ ใน ส่วนของระยะเวลาที่เกินก าหนดสัญญาจาก กฟผ.
    2.1.15 ผู้รับจ้างต้องแจ้งหมายเลขโทรศัพท์ส านักงาน และเจ้าหน้าที่ ที่สามารถติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่มีวันหยุด แก่ กฟผ. หากมีการเปลี่ยนแปลงหมายเลขโทรศัพท์ หรือเจ้าหน้าที่ต้องแจ้งให้ กฟผ. ทราบอย่างเป็นทางการภายใน 2 วันท าการ โดย กฟผ. จะแจ้ง และลงบันทึก วัน เวลา และ อาการขัดข้องไว้เป็นหลักฐาน ถ้าไม่สามารถติดต่อตามเบอร์โทร.ดังกล่าวได้ กฟผ. จะติดต่อโดยตรง กับผู้รับจ้างหรือผู้ลงนามในสัญญาเพื่อให้ทราบถึงปัญหาดังกล่าว
    2/9
    เอกสารแนบ 1
    2.2 ข้อก ำหนดกำรบ ำรุงรักษำ (Preventive Maintenance)
    2.2.1 ผู้รับจ้างต้องเข้าด าเนินการบ ารุงรักษาอุปกรณ์ระบบพื้นฐานทุกรายการตามสัญญา ทุก 3 เดือน 2.2.2 การเข้าท าการบ ารุงรักษาตามวาระ ให้ผู้รับจ้างต้องแจ้งเข้าด าเนินการกับผู้ควบคุมงานของ กฟผ. ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 5 วันท าการ
    2.2.3 หากมีการล้างท าความสะอาดอุปกรณ์ด้วยน้ ายาสารเคมี ผู้รับจ้างต้องส่งตัวอย่าง และรายละเอียด การใช้งานให้ผู้ควบคุมงานของ กฟผ. และกรรมการตรวจรับงานจ้างพิจารณาก่อน
    2.2.4 การด าเนินการบ ารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไข ผู้รับจ้างจะต้องด าเนินการตามค าแนะน าในคู่มือของ ผู้ผลิตหากมีความจ าเป็นต้องปฏิบัติโดยไม่เป็นไปตามที่คู่มือก าหนดไว้ ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุม งานของ กฟผ.
    2.2.5 การบ ารุงรักษาตามวาระ ให้จัดท าใบรายงานผลการปฏิบัติงานตามรายการบ ารุงรักษา ให้ผู้ควบคุม งานของ กฟผ. ตรวจรับ
    2.2.6 การบ ารุงรักษาตามวาระ หากพบการท างานผิดปกติของอุปกรณ์ หรือมีอุปกรณ์ช ารุดเสียหาย ผู้รับ จ้างต้องแจ้งให้ผู้ควบคุมงานของ กฟผ. ทราบทุกครั้ง
    2.3 รำยกำรอุปกรณ์และรำยละเอียดกำรบ ำรุงรักษำ
    2.3.1 ระบบไฟฟ้าศูนย์คอมพิวเตอร์ส ารอง
  • ตรวจสอบความร้อนจุดเชื่อมต่อของอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในตู้จ่ายไฟฟ้า อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง - ตรวจสอบการท างาน Automatic Transfer Switch (ATS)
  • ตรวจสอบการท างานอุปกรณ์ควบคุมการจ่ายไฟฟ้าภายในตู้MDB
  • ตรวจสอบการท างานอุปกรณ์ควบคุมการจ่ายไฟฟ้าภายในตู้EDB1
  • ตรวจสอบการท างานอุปกรณ์ควบคุมการจ่ายไฟฟ้าภายในตู้EDB2
  • ตรวจสอบการท างานอุปกรณ์ควบคุมการจ่ายไฟฟ้าภายในตู้OUB1
  • ตรวจสอบการท างานอุปกรณ์ควบคุมการจ่ายไฟฟ้าภายในตู้OUB2
  • ตรวจสอบการท างานอุปกรณ์ควบคุมการจ่ายไฟฟ้าภายในตู้GDB
  • ตรวจสอบส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
    2.3.2 ระบบปรับอากาศชนิดควบคุมอุณหภูมิและความชื้น (Precision Air)
  • ยี่ห้อ STULZ รุ่น ASD 311A จ านวน 2 เครื่อง
  • ยี่ห้อ STULZ รุ่น ASD 401A จ านวน 3 เครื่อง
    ตามรายละเอียดตรวจเช็คและท าความสะอาด ดังนี้
  • ตรวจสอบการท างาน Indoor Unit (ชุดท าความเย็น)
  • ตรวจสอบการท างาน Compressor (คอมเพลชเซอร์)
  • ตรวจสอบการท างานของ Humidifier (ชุดหม้อต้มน้ าเพิ่มความชื้น)
  • ตรวจสอบการท างานของ Heater (ชุดท าความร้อน)
  • ตรวจสอบชุด Condensing Air Cooled Water Cooled (ชุดระบายความร้อน) - ตรวจสอบระบบ ระบบ sequence ของเครื่องปรับอากาศ
    3/9
    เอกสารแนบ 1
  • ตรวจสอบตั้งค่าวันที่และเวลาเครื่องให้ตรงปัจจุบัน
  • ตรวจสอบส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
    2.3.3 ระบบปรับอากาศแบบแยกส่วน (Split Type Air Conditioning)
    ขนาด 40,298 BTU/H จ านวน 4 เครื่อง
    ขนาด 36,000 BTU/H จ านวน 1 เครื่อง
  • ตรวจสอบระบบการท างานและอุปกรณ์ควบคุมตั้งเวลาท างาน
  • ตรวจสอบและท าความสะอาดชุดท าความเย็น
  • ตรวจสอบและท าความสะอาดชุดระบายความร้อน
  • ตรวจสอบส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
    2.3.4 ระบบตรวจจับน้ ารั่วซึม ยี่ห้อ Water Sense รุ่น LDI-IM
    หมายเลขเครื่อง 2009081000
    ตามรายละเอียดตรวจเช็ค ดังนี้
  • ตรวจสอบจ านวนและความยาวของสายตรวจจับ
  • ตรวจสอบจ านวนโมดูล
  • ตรวจสอบการเชื่อมต่อซอฟต์แวร์
  • ตรวจสอบแรงดันไฟฟ้า AC Input
  • ตรวจสอบแรงดันไฟฟ้า DC Input
  • ทดสอบแบตเตอรี่ส ารอง
  • ตรวจเช็คการท างานของหน้าจอแสดงผล
  • ตั้งค่าวันที่และเวลา
  • ทดสอบระบบ (Detection Test)
  • เปลี่ยนแบตเตอรี่ทุก 2 ปี
    2.3.5 ระบบตรวจสอบสภาวะแวดล้อมอัตโนมัติ (Tele alarm) หมายเลขเครื่อง PB101605 - ตรวจสอบการท างาน
  • ตรวจสอบการแสดงผล Web Browser
  • ตรวจสอบการส่งข้อมูล
  • ตรวจสอบตั้งค่าวันที่และเวลาเครื่องให้ตรงปัจจุบัน
  • ตรวจสอบส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
    2.3.6 ระบบเครื่องก าเนิดไฟฟ้า (Gen-Set) ยี่ห้อ Cummins 315 KVA. รุ่น MTAA11 G3 ผู้รับจ้างต้อง เปลี่ยนอุปกรณ์ของเครื่องก าเนิดไฟฟ้าตามรายการอุปกรณ์ที่ต้องเปลี่ยนเมื่อครบระยะเวลาการใช้ งาน หรือตามค าแนะน าจากผู้ผลิต / จ าหน่าย ดังนี้
  • เปลี่ยนกรองน้ ามันเชื้อเพลิง
  • เปลี่ยนกรองน้ ามันเครื่อง
  • เปลี่ยนน้ าหล่อเย็น
    4/9
    เอกสารแนบ 1
  • เปลี่ยนกรองอากาศ
  • เปลี่ยนน้ ามันเครื่อง
  • เปลี่ยนแบตเตอรี่ทุก 2 ปี
    รายละเอียดตรวจสอบ ดังนี้
  • ตรวจสอบสภาพทั่วไปและท าความสะอาดเครื่องยนต์และสถานที่ปฏิบัติงาน
  • ตรวจสอบระบบหล่อลื่น และเปลี่ยนถ่ายตามอายุการใช้งาน
  • ตรวจสอบระบบหล่อเย็น และเปลี่ยนถ่ายตามอายุการใช้งาน
  • ตรวจสอบระบบน้ ามันเชื้อเพลิง
  • ตรวจสอบระบบท่อไอเสีย
  • ตรวจสอบระบบแบตเตอรี่และเปลี่ยนตามอายุการใช้งาน
  • ตรวจสอบการจ่ายกระแสไฟฟ้า
  • ตรวจสอบตั้งค่าวันที่และเวลาเครื่องให้ตรงปัจจุบัน
  • ตรวจสอบสภาพการท างานของเครื่องยนต์
    2.3.7 ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้และระบบดับเพลิงอัตโนมัติ Notifier รุ่น NFS2-640 RP-2002 - ท าความสะอาดหัว Smoke Detector
  • ตรวจสอบชุด Power Supply
  • ตรวจสอบชุด Control Panel
  • ทดสอบ Smoke Detector
  • ทดสอบ Manual Release
  • ทดสอบ Function การท างาน
  • ทดสอบ Abort Button
  • ทดสอบ Silence Button
  • ตรวจสอบระบบการท างาน
  • ทดสอบ Single Zone
  • ทดสอบ Cross Zone
  • ตรวจสอบ Delay Time befor Discharge
  • ตรวจสอบ Signal to Shutdown Air
  • ตรวจสอบตั้งค่าวันที่และเวลาเครื่องให้ตรงปัจจุบัน
  • เปลี่ยนแบตเตอรี่ทุก 2 ปี
    2.4 ข้อก ำหนดกำรซ่อมแซมแก้ไข
    2.4.1 กรณีอุปกรณ์ขัดข้อง กฟผ. สามารถแจ้งซ่อมได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่มีวันหยุด กฟผ. จะแจ้ง และลงบันทึก วัน เวลา และอาการขัดข้องไว้เป็นหลักฐาน
    2.4.2 ผู้รับจ้างจะต้องเข้าซ่อม ภายใน 8 ชั่วโมง นับจากเวลาที่ได้รับแจ้งจาก กฟผ. และต้องซ่อมแซม แก้ไขให้อยู่ในสภาพที่ใช้การได้ตามปกติภายใน 48 ชั่วโมง นับจากเวลาเข้าซ่อม หากเห็นว่าไม่
    5/9
    เอกสารแนบ 1
    สามารถซ่อมแซมแก้ไขได้ทันเวลาดังกล่าว ผู้รับจ้างต้องจัดหา / น าอุปกรณ์ ที่มีประสิทธิภาพเท่า เทียมกันหรือสูงกว่ามาใช้งานทดแทน มิฉะนั้นจะถูกปรับตามเกณฑ์การคิดค่าปรับ
    การด าเนินการตามข้อ 2.4.2 นั้น ผู้รับจ้างต้องไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้นจาก กฟผ. และ หากผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามที่ระบุในวรรคหนึ่ง กฟผ. มีสิทธิจ้างบุคคลภายนอกท าการซ่อมแซมแก้ไข แทน โดยผู้รับจ้างต้องออกค่าใช้จ่ายในการจ้างบุคคลภายนอกท าการซ่อมแซมแก้ไขทั้งสิ้นแทน กฟผ.
    2.4.3 ในกรณีที่น าอุปกรณ์มาให้ใช้งานทดแทนตามข้อก าหนดข้อ 2. ผู้รับจ้างต้องซ่อมแซมอุปกรณ์ที่ ขัดข้องให้แล้วเสร็จ และท าการติดตั้งพร้อมทดสอบการท างานให้สามารถท างานได้ตามปกติ จึง สามารถน าอุปกรณ์ทดแทนคืนได้ หากไม่สามารถซ่อมแซมอุปกรณ์ดังกล่าวได้ต้องด าเนินการดังนี้
    กรณี 1 จัดหาอุปกรณ์ที่เป็นของใหม่ ยี่ห้อและรุ่นเดียวกันกับอุปกรณ์ที่ขัดข้อง โดยต้องมี คุณลักษณะเท่าเทียมกันหรือสูงกว่า มาทดแทน โดยต้องติดตั้งพร้อมทดสอบการท างานให้สามารถ ท างานได้ตามปกติ จึงสามารถน าอุปกรณ์ทดแทนคืนได้
    กรณี 2 หากจัดหายี่ห้อและรุ่นเดียวกันไม่ได้ต้องเสนอคุณสมบัติรายละเอียดของอุปกรณ์ ใหม่ให้กฟผ. พิจารณาอนุมัติก่อนจึงสามารถด าเนินการติดตั้งพร้อมทดสอบการท างานให้สามารถ ท างานได้ตามปกติ จึงสามารถน าอุปกรณ์ทดแทนคืนได้
    หากด าเนินการไม่แล้วเสร็จภายใน 45 วันท าการนับจากวันที่เข้าซ่อม กฟผ. จะด าเนินการ ปรับเป็นรายวันตามวันปฏิทินในอัตราวันละ ร้อยละ 0.1 ของราคาจ้างทั้งหมด จนถึงวันที่ ด าเนินการเรียบร้อย
    ในกรณีที่ค่าปรับไม่เพียงพอกับค่าเสียหาย ผู้รับจ้างต้องยินยอมชดใช้ค่าเสียหายในส่วนที่ ขาดให้แก่ กฟผ. จนครบ
    2.4.4 ผู้รับจ้างต้องด าเนินการบ ารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขระบบงานโครงสร้างพื้นฐานศูนย์คอมพิวเตอร์ ส ารอง ให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ดีอยู่เสมอตลอดระยะเวลาบ ารุงรักษา หากอุปกรณ์ของระบบใด ๆ ขัดข้องเกินระยะเวลาที่ก าหนด กฟผ. จะท าการปรับในส่วนที่เกินเกณฑ์ที่ก าหนด โดยการคิด ค่าปรับ ประกอบด้วย 3 ส่วนคือ
    ส่วนที่ 1 ค่ำปรับกรณีเข้ำบ ำรุงรักษำล่ำช้ำ
    กรณีผู้รับจ้างไม่เข้ามาบ ารุงรักษาอุปกรณ์ให้แล้วเสร็จตามก าหนดระยะเวลาแต่ละงวด กฟผ. จะปรับเป็นรายวันในอัตราชั่วโมงละ 2,500 บาท
    ส่วนที่ 2 ค่ำปรับกรณีเข้ำมำซ่อมแซมแก้ไขล่ำช้ำ
    นับตั้งแต่ได้รับแจ้งจากพนักงานดูแลระบบของ กฟผ. ผู้รับจ้างจะต้องส่งเจ้าหน้าที่เข้ามา ซ่อมแซมแก้ไขอุปกรณ์ ภายใน 3 ชั่วโมง โดยคิดจากเวลาลงบันทึกในสมุดแจ้งอุปกรณ์ขัดข้อง ถึง เวลาที่ช่างของผู้รับจ้างเข้าซ่อมแซมแก้ไข หากล่าช้ากว่าเวลาก าหนด ผู้รับจ้างจะต้องช าระค่าปรับ ส าหรับเวลาที่ล่าช้าในอัตราชั่วโมงละ 2,500 บาท เศษของชั่วโมงไม่เกิน 30 นาที คิดเป็น 30 นาที
    ถ้าเกิน 30 นาที คิดเป็น 1 ชั่วโมง
    6/9
    เอกสารแนบ 1
    ส่วนที่ 3 ค่ำปรับกรณีเวลำขัดข้องเกินเกณฑ์ค ำนวณ
    เวลาที่ใช้ในการค านวณค่าปรับในรอบ 1 เดือน จะคิดจากเวลาที่ใช้ในการซ่อมอุปกรณ์ (เริ่มนับตั้งแต่เวลาแจ้งอุปกรณ์ขัดข้องจนถึงเวลาซ่อมเสร็จ) คูณด้วยค่าตัวถ่วงของอุปกรณ์นั้น ๆ โดย ค่าดังกล่าวรวมแล้วจะต้องไม่เกินเดือนละ 1.80 ชั่วโมง (1 ชั่วโมง 48 นาที) ส่วนที่เกินเกณฑ์ค านวณ ในแต่ละเดือน กฟผ. จะคิดอัตราค่าปรับชั่วโมงละ 2,500 บาท เศษของชั่วโมงไม่เกิน 30 นาที คิด เป็น 30 นาที ถ้าเกิน 30 นาที คิดเป็น 1 ชั่วโมง โดยค่าปรับจะหักออกจากค่าบ ารุงรักษาและ/หรือ ค่าใช้จ่าย ใด ๆ ที่ กฟผ. จะต้องช าระให้ผู้รับจ้าง ถ้า กฟผ. ไม่มีค่าบ ารุงรักษาและ/หรือค่าใช้จ่ายที่ จะต้องช าระให้ผู้รับจ้าง และ กฟผ. ไม่สามารถหักเป็นค่าปรับได้ ผู้รับจ้างต้องน าเงินค่าปรับมาช าระ ให้ กฟผ. ภายใน 7 วัน หลังจากได้รับแจ้งอย่างเป็นทางการจาก กฟผ.
    ตัวถ่วงของอุปกรณ์
    รำยกำรอุปกรณ์
    ลักษณะกำรขัดข้อง
    ค่ำตัวถ่วง
    ระบบไฟฟ้าศูนย์คอมพิวเตอร์ส ารอง
    ใช้งานไม่ได้ทั้งระบบ
    1.0
    อุปกรณ์บางส่วนช ารุดแต่ยังใช้งานได้
    0.1
    ระบบปรับอากาศควบคุมความชื้น
    (Precision Air)
    ใช้งานไม่ได้ทั้งเครื่อง
    1.0
    อุปกรณ์บางส่วนช ารุดแต่ยังใช้งานได้
    0.1
    ระบบปรับอากาศแบบแยกส่วน (ต่อเครื่อง)
    ใช้งานไม่ได้ทั้งเครื่อง
    1.0
    อุปกรณ์บางส่วนช ารุดแต่ยังใช้งานได้
    0.1
    ระบบตรวจจับน้ ารั่วซึม (Water Sense)
    ใช้งานไม่ได้ทั้งระบบ
    1.0
    อุปกรณ์บางส่วนช ารุดแต่ยังใช้งานได้
    0.1
    ระบบเครื่องก าเนิดไฟฟ้า (Generator)
    ใช้งานไม่ได้ทั้งเครื่อง
    1.0
    อุปกรณ์บางส่วนช ารุดแต่ยังใช้งานได้
    0.1
    ระบบแจ้งเตือนและดับเพลิงอัตโนมัติ
    ใช้งานไม่ได้ทั้งระบบ
    1.0
    อุปกรณ์บางส่วนช ารุดแต่ยังใช้งานได้
    0.1
    ระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติ (Telealarm)
    ใช้งานไม่ได้ทั้งระบบ
    1.0
    อุปกรณ์บางส่วนช ารุดแต่ยังใช้งานได้
    0.1

ตัวอย่ำง การคิดค่าปรับ ใน 1 เดือน ระบบใช้งานแบบ 7 วัน 24 ชั่วโมง (7x24) ใน 1 เดือนต้องใช้ งานได้ 720 ชั่วโมง (24x30) ร้อยละ 0.25 ของเวลาใช้งานเท่ากับ 1.80 ชั่วโมง (1 ชั่วโมง 48 นาที) อุปกรณ์เสีย 3 ครั้งในเดือนเดียวกันโดยมีรายละเอียดดังนี้
7/9
เอกสารแนบ 1
ตัวอย่ำง การคิดค่าปรับ ใน 1 เดือน มีอุปกรณ์ระบบงานโครงสร้างพื้นฐานศูนย์คอมพิวเตอร์ส ารอง ขัดข้อง 3 ครั้ง ดังนี้
A
B
C
D
E
F
G
H
ครั้ง
ที่
วัน/เวลาแจ้ง อุปกรณ์
ขัดข้อง (น.)
วัน/เวลาเข้า ซ่อม
(น.)
ระยะ เวลา
เข้าซ่อมล่าช้า เกิน 3 ชั่วโมง (ชั่วโมง:นาที)
วัน/เวลา
ซ่อมเสร็จ
(น.)
ระยะเวลา
ขัดข้อง
(ชั่วโมง)
(E-B)
ตัว
ถ่วง
ระยะ เวลา
ขัดข้อง x ตัว
ถ่วง (ชั่วโมง)
(F*G)
1
1/10/68
19:00
1/10/68
22:45
00:45
2/10/68
01:00
6.00
1.0
6.00
2
10/10/68
20:00
10/10/68
23:30
00:30
11/10/68
7:00
11.00
0.1
1.10
3
28/10/68
22:15
28/10/68
23:30
00:00
29/10/68 06:45
8.50
1.0
8.50
รวมทั้งสิ้น
-
-
-
15.60

ค ำอธิบำยกำรคิดค่ำปรับ
ครั้งที่ 1 ระบบไฟฟ้ำขัดข้องทั้งระบบ
ค่าปรับส่วนที่ 1 คู่สัญญาเข้าซ่อมล่าช้า ก าหนดให้เข้าซ่อมภายใน 3 ชั่วโมง ในกรณีนี้ใช้ ระยะเวลาในการเข้าซ่อม ล่าช้าไป 45 นาที เศษของชั่วโมงเกิน 30 นาที คิดเป็น 1 ชั่วโมง คิดค่าปรับ เป็น 2,500 X 1 = 2,500 บาท
ค่าปรับส่วนที่ 2 ใช้งานไม่ได้ทั้งระบบ ระยะเวลาขัดข้อง 6.00 ชั่วโมง คูณค่าตัวถ่วง 1.0 เท่ากับ 6.00 ชั่วโมง
ครั้งที่ 2 ระบบปรับอำกำศควบคุมควำมชื้นอุปกรณ์บำงส่วนช ำรุดแต่ยังใช้งำนได้
ค่าปรับส่วนที่ 1 คู่สัญญาเข้าซ่อมล่าช้า ก าหนดให้เข้าซ่อมภายใน 3 ชั่วโมง ในกรณีนี้ใช้ ระยะเวลาในการเข้าซ่อม ล่าช้าไป 30 นาที คิดเป็น 0.5 ชั่วโมง คิดค่าปรับเป็น 2,500 X 0.5 = 1,250 บาท
ค่าปรับส่วนที่ 2 อุปกรณ์บางส่วนช ารุดแต่ยังใช้งานได้ ระยะเวลาขัดข้อง 11.00 ชั่วโมง คูณค่าตัวถ่วง 0.1 เท่ากับ 1.10 ชั่วโมง
ครั้งที่ 3 ระบบเครื่องก ำเนิดไฟฟ้ำ (Generator) ขัดข้องทั้งระบบ
ค่าปรับส่วนที่ 1 ก าหนดให้เข้าซ่อมภายใน 3 ชั่วโมง ในกรณีนี้ใช้ระยะเวลาในการเข้าซ่อม ก่อนก าหนด ไม่เสียค่าปรับ
8/9
เอกสารแนบ 1
ค่าปรับส่วนที่ 2 ใช้งานไม่ได้ทั้งระบบ ระยะเวลาขัดข้อง 8.50 ชั่วโมง คูณค่าตัวถ่วง 1.0 เท่ากับ 8.50 ชั่วโมง
สรุปรวมค่ำปรับทั้งเดือน
ค่าปรับกรณีการเข้าซ่อมแซมแก้ไขล่าช้าคิดค่าปรับเป็น 2,500 + 1,250 = 3,750 บาท ค่าปรับกรณีขัดข้องเกินเกณฑ์ค านวณ อุปกรณ์ขัดข้องได้ไม่เกินเดือนละ 1.80 ชั่วโมง ดังนั้นในเดือนนี้ขัดข้องเกินเกณฑ์ค านวณ 6.00 + 1.10 + 8.50 – 1.80 = 13.80 ชั่วโมง หรือ 13 ชั่วโมง 48 นาที เศษของชั่วโมงเกิน 30 นาที คิดเป็น 1 ชั่วโมง คิดเป็น 14 ชั่วโมง ดังนั้นคิดค่าปรับ เท่ากับ 2,500 X 14 = 35,000 บาท
รวมเป็นเงินค่ำปรับในเดือนนี้ทั้งสิ้น 3,750 + 35,000 = 38,750 บำท
9/9
เอกสารแนบ 2
ข้อก ำหนดกำรรักษำข้อมูลที่เป็นควำมลับ
(ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญำ)

คู่สัญญาได้ตกลงกัน โดยมีข้อความดังต่อไปนี้
ข้อ 1. ค ำนิยำม
“ข้อมูลที่เป็นควำมลับ” หมายความถึง บรรดาข้อความ เอกสาร ข้อมูล ตลอดจน รายละเอียดทั้งปวงที่เป็นของผู้ให้ข้อมูล รวมถึงที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของผู้ให้ข้อมูล และ ไม่เป็นที่รับรู้ของสาธารณชนโดยทั่วไป ไม่ว่าจะในรูปแบบที่จับต้องได้หรือไม่ หรือสื่อแบบใด ไม่ว่าจะถูก ดัดแปลงแก้ไขโดยผู้รับข้อมูลหรือไม่ และไม่ว่าจะเปิดเผยเมื่อใดและอย่างไร ให้ถือว่าเป็นความลับ
. ข้อ 2. กำรรักษำข้อมูลที่เป็นควำมลับ
2.1 ผู้รับข้อมูลต้องรับผิดชอบรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ และเก็บข้อมูลความลับไว้โดย ครบถ้วน และอย่างเคร่งครัด ผู้รับข้อมูลจะต้องไม่เปิดเผย ทำสำเนา หรือทำการอื่นใดทำนองเดียวกันแก่ บุคคลอื่นไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้ให้ข้อมูล
2.2 ผู้รับข้อมูลต้องใช้ข้อมูลที่เป็นความลับเพื่อการอันเกี่ยวกับหรือสัมพันธ์กับ การ ดำเนินงานที่มีอยู่ระหว่างผู้ให้ข้อมูลกับผู้รับข้อมูล โดยผู้รับข้อมูลต้องแจ้งให้ผู้ให้ข้อมูลทราบโดยทันทีที่พบการ ใช้หรือการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือการละเมิดหรือฝ่าฝืนข้อกำหนดนี้ อีกทั้งผู้รับ ข้อมูลจะต้องให้ความร่วมมือกับผู้ให้ข้อมูลอย่างเต็มที่ในการเรียกคืนซึ่งการครอบครองข้อมูลที่เป็นความลับ
การป้องกันการใช้ข้อมูลที่เป็นความลับโดยไม่ได้รับอนุญาต และการระงับยับยั้งการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็น ความลับออกสู่สาธารณะ
2.3 ผู้รับข้อมูลต้องใช้มาตรการที่เหมาะสมในการเก็บรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ เพื่อ ป้องกันมิให้ข้อมูลที่เป็นความลับถูกนำไปใช้โดยมิได้รับอนุญาตหรือถูกเปิดเผยแก่บุคคลอื่น โดยผู้รับข้อมูลต้อง ใช้มาตรการการเก็บรักษาข้อมูลที่เป็นความลับในระดับเดียวกันกับที่ผู้รับข้อมูลใช้กับข้อมูลที่เป็นความลับของ ตนเอง ซึ่งต้องไม่น้อยกว่าการดูแลที่สมควร
2.4 ผู้รับข้อมูลต้องแจ้งให้บุคลากร พนักงาน ลูกจ้าง ที่ปรึกษาของผู้รับข้อมูล และ/หรือ บุคคลภายนอกที่ต้องเกี่ยวข้องกับข้อมูลที่เป็นความลับนั้นทราบถึงความเป็นความลับและข้อจำกัดสิทธิใน การใช้และการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับ และผู้รับข้อมูลต้องดำเนินการให้บุคคลดังกล่าวต้องผูกพันด้วยสัญญา หรือข้อตกลงเป็นหนังสือในการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับโดยมีข้อกำหนดเช่นเดียวกับหรือไม่น้อยกว่า ข้อกำหนดและเงื่อนไขในข้อกำหนดฉบับนี้ด้วย
2.5 ข้อมูลที่เป็นความลับตามข้อกำหนดฉบับนี้ ไม่รวมไปถึงข้อมูลดังต่อไปนี้
(1) ข้อมูลที่ ผู้ให้ข้อมูล เปิดเผยแก่สาธารณะ
1/3
เอกสารแนบ 2
(2) ข้อมูลที่ผู้รับข้อมูลทราบอยู่ก่อนที่ ผู้ให้ข้อมูล จะเปิดเผยข้อมูลนั้น
(3) ข้อมูลที่มาจากการพัฒนาโดยอิสระของผู้รับข้อมูลเอง
(4) ข้อมูลที่ต้องเปิดเผยโดยกฎหมายหรือตามคำสั่งศาล ทั้งนี้ผู้รับข้อมูลต้องมีหนังสือ แจ้งให้ ผู้ให้ข้อมูล ได้รับทราบถึงข้อกำหนดหรือคำสั่งดังกล่าวพร้อมทั้งหมายศาล
และ/หรือ หมายค้นอย่างเป็นทางการยื่นต่อผู้ให้ข้อมูล ก่อนที่จะดำเนินการ
เปิดเผยข้อมูลดังกล่าว และในการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวผู้รับข้อมูลจะต้อง
ดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายเพื่อขอให้คุ้มครองข้อมูลดังกล่าวไม่ให้ถูก
เปิดเผยต่อสาธารณะด้วย
(5) เป็นการเปิดเผยข้อมูลโดยได้รับความเห็นชอบจากผู้ให้ข้อมูล เป็นลายลักษณ์ อักษร ก่อนที่ผู้รับข้อมูลจะเปิดเผยข้อมูลนั้น
ข้อ 3. ทรัพย์สินทำงปัญญำ
ข้อกำหนดฉบับนี้ไม่มีผลบังคับใช้เป็นการโอนสิทธิหรือการอนุญาตให้ใช้สิทธิ (ไม่ว่าโดยตรง หรือโดยอ้อม) ให้แก่ผู้รับข้อมูลที่ได้รับความลับซึ่ง สิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ การออกแบบ เครื่องหมายการค้า ตรา สัญลักษณ์รูปประดิษฐ์อื่นใด ชื่อทางการค้า ความลับทางการค้า ไม่ว่าจดทะเบียนไว้ตามกฎหมายหรือไม่ก็ ตาม หรือสิทธิอื่น ๆ ของผู้ให้ข้อมูล ซึ่งอาจมีอยู่ใน ปรากฏอยู่ หรือนำมาทำซ้ำไว้ในเอกสารข้อมูลที่เป็น ความลับ ทั้งนี้ ผู้รับข้อมูลหรือบุคคลอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับผู้รับข้อมูล และเกี่ยวข้องกับข้อมูลที่เป็นความลับ ดังกล่าว จะไม่ยื่นขอรับสิทธิและหรือขอจดทะเบียนเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาใดๆ ตลอดจนไม่นำไปใช้โดย ไม่ได้รับการอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้ให้ข้อมูล เกี่ยวกับรายละเอียดข้อมูลที่เป็นความลับหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของ รายละเอียดดังกล่าว
ข้อ 4. กำรส่งคืน ลบ หรือกำรท ำลำยข้อมูลที่เป็นควำมลับ
เมื่อการดำเนินงานที่มีอยู่ระหว่างผู้ให้ข้อมูลกับผู้รับข้อมูลเสร็จสิ้นลง ผู้รับข้อมูลจะต้องส่งมอบ ข้อมูลที่เป็นความลับและสำเนาของข้อมูลที่เป็นความลับที่ผู้รับข้อมูลได้รับไว้คืนให้แก่ผู้ให้ข้อมูล ตลอดจนลบ หรือทำลายข้อมูลที่เป็นความลับที่ถูกจัดเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์อื่นใดที่ใช้จัดเก็บข้อมูล (ถ้ามี) หรือ ดำเนินการอื่นตามที่ได้รับการแจ้งเป็นหนังสือจากผู้ให้ข้อมูล ตลอดจนยุติการใช้ข้อมูลที่เป็นความลับที่ได้จาก ผู้ให้ข้อมูลทันที และผู้รับข้อมูลจะต้องรักษาความลับของข้อมูลที่ได้รับจากผู้ให้ข้อมูลตลอดไป แม้ว่า การดำเนินงานเสร็จสิ้นลงแล้วก็ตาม
ข้อ 5. กำรชดใช้ค่ำเสียหำย
ในกรณีที่ผู้รับข้อมูล และ/หรือบุคคลที่ได้รับข้อมูลที่เป็นความลับตามข้อกำหนดนี้ซึ่งอยู่ใน ความรับผิดชอบดูแลของผู้รับข้อมูล ฝ่าฝืนข้อกำหนดตามข้อกำหนดนี้ และก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ให้ ข้อมูล ผู้รับข้อมูลจะต้องชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้แก่ผู้ให้ข้อมูล
2/3
เอกสารแนบ 2
ข้อ 6. กำรบังคับใช้
6.1 ในกรณีที่ปรากฏในภายหลังว่าส่วนใดส่วนหนึ่งในข้อกำหนดฉบับนี้เป็นโมฆะ ให้ถือว่า ข้อกำหนดส่วนที่เป็นโมฆะไม่มีผลบังคับในข้อกำหนดนี้ และข้อกำหนดที่เหลืออยู่ในข้อกำหนดฉบับนี้ ยังคงใช้ บังคับและมีผลอยู่อย่างสมบูรณ์
6.2 ข้อกำหนดฉบับนี้อยู่ภายใต้การบังคับใช้และตีความตามกฎหมายไทย
3/3
เอกสารแนบ 3
บัญชี ๓ เงื่อนไขด้านความปลอดภัย (Safety Criteria)
หน่วยงานผู้ว่าจ้าง : กองปฏิบัติการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ฝ่ายปฏิบัติการเทคโนโลยีดิจิทัล
งานที่ว่าจ้าง : จ้างบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขระบบงาน โครงสร้างพื้นฐานศูนย์คอมพิวเตอร์สำรอง
ระยะเวลาที่ว่าจ้าง : เริ่ม 1 พฤษภาคม 2569
ถึงวันที่ 30 เมษายน 2573
การส่งมอบพื้นที่ ⬜ ส่งมอบพื้นที่ ⬜ ไม่ได้ส่งมอบพื้นที่

กลุ่มงานของผู้รับจ้าง

⚪ กลุ่มที่ ๑ กลุ่มงานที่มีความเสี่ยงต่ำ (Low Risk Contracts)
⚪ กลุ่มที่ ๒ กลุ่มงานที่มีความเสี่ยงปานกลาง (Medium Risk Contracts) ⚪ กลุ่มที่ ๓ กลุ่มงานที่มีความเสี่ยงสูง (High Risk Contracts)
๑. รายละเอียดกิจกรรมด้านความปลอดภัย ที่ต้องด าเนินงานตามกลุ่มงานของผู้รับจ้าง
⬜ ✔
๑.๑ จัดทำแผนงานความปลอดภัย ให้ผู้ว่าจ้างตรวจสอบและเห็นชอบก่อนเริ่มปฏิบัติงานตามสัญญา อย่างน้อย ดังนี้
(๑) การตรวจสอบพื้นที่ อุปกรณ์ เครื่องจักร และเครื่องมือ
(๒) การฝึกอบรมให้ความรู้ด้านความปลอดภัยในการทำงาน
(๓) การรณรงค์ส่งเสริมความปลอดภัยในการทำงาน
(๔) การเตรียมความพร้อม และการตอบโต้เหตุฉุกเฉิน
(๕) รายงานการค้นหาและวิเคราะห์อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น

๑.๒ การชี้บ่งอันตราย และประเมินความเสี่ยงกิจกรรมและการดำเนินงานของผู้รับจ้าง ซึ่งมีผลกระทบต่อ หน่วยงาน ลูกจ้างของผู้รับจ้าง และผู้มีส่วนได้เสียในสถานที่ทำงาน ให้ดำเนินการ ดังนี้ ⬜ (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างจัดทำการวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย (Job Safety Analysis) หรือวิธีการอื่นใด และจัดส่งเอกสารให้หน่วยงานผู้ว่าจ้างทวนสอบความครบถ้วน และเหมาะสม

⬜ (๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้พิจารณาทางเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้ (ก) ให้ผู้ว่าจ้างจัดทำการวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย หรือวิธีการอื่นใด (ข) ให้ผู้รับจ้างจัดทำการวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย หรือวิธีการอื่นใด และจัดส่งเอกสารให้ หน่วยงานผู้ว่าจ้างทวนสอบความครบถ้วน และเหมาะสม

๑.๓ จัดให้มีการตรวจสุขภาพลูกจ้างของผู้รับจ้างที่ทำงานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง โดยแพทย์แผนปัจจุบัน ชั้นหนึ่งที่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมด้านอาชีวเวชศาสตร์หรือที่ผ่านการอบรมด้าน อาชีวเวชศาสตร์มีเงื่อนไข ดังนี้
⬜ (๑) กรณีสัญญาจ้างตั้งแต่ ๑๘๐ วัน ขึ้นไป จัดให้มีการตรวจสุขภาพลูกจ้างครั้งแรกให้เสร็จสิ้น ภายใน ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเข้าทำงาน และตรวจสุขภาพครั้งต่อไปอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งตามปี

ปฏิทิน 

⬜ (๒) กรณีสัญญาจ้างไม่ถึง ๑๘๐ วัน จัดให้มีการตรวจสุขภาพลูกจ้างครั้งแรกให้เสร็จสิ้น ภายใน ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเข้าทำงานและตรวจสุขภาพครั้งต่อไปอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งตามปีปฏิทิน หรือให้แสดงใบรับรองแพทย์ของลูกจ้างที่มีระยะเวลาไม่เกิน ๓๐ วัน
⬜ (๓) กรณีปฏิบัติงานในที่อับอากาศ ลูกจ้างต้องมีสุขภาพแข็งแรง สามารถทำงานในที่อับอากาศได้ โดยให้ระบุความเห็นของแพทย์ที่บ่งบอกสภาวะสุขภาพของลูกจ้างที่มีผลกระทบ หรือเป็นอุปสรรคต่อการ ทำงานหรือลักษณะงานที่ได้รับมอบหมายของลูกจ้าง พร้อมทั้งลงลายมือชื่อแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง (เวชกรรมด้านอาชีวเวชศาสตร์หรือผ่านการอบรมด้านอาชีวเวชศาสตร์) ว่าสามารถเข้าทำงานใน ที่อับอากาศได้ครั้งต่อไปอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งตามปีปฏิทิน ทั้งนี้ ผลการตรวจสุขภาพ จะต้องนำมา แสดงต่อผู้ควบคุมงาน หรือผู้บริหารสัญญาก่อนมีการเริ่มดำเนินงานการเข้าทำงานในที่อับอากาศ

๑.๔ การค้นหาความจำเป็นในการใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล ให้ดำเนินการ ดังนี้ ⬜ (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างค้นหาความจำเป็นในการใช้อุปกรณ์คุ้มครอง ความปลอดภัยส่วนบุคคลให้เหมาะสมกับลักษณะความเสี่ยง และจัดส่งเอกสารให้หน่วยงานผู้ว่าจ้างทวน สอบความครบถ้วน และเหมาะสม
⬜ (๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้ว่าจ้างค้นหาความจำเป็นในการใช้อุปกรณ์ คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลให้เหมาะสมกับลักษณะความเสี่ยง

๑.๕ การจัดเตรียมความพร้อมของเครื่องดับเพลิงแบบเคลื่อนย้ายได้ ให้ดำเนินการ ดังนี้ ⬜ (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างจัดเตรียมเครื่องดับเพลิงแบบเคลื่อนย้ายได้ ให้ครบถ้วนและเหมาะสมกับลักษณะงาน
⬜ (๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้ว่าจ้างจัดเตรียมเครื่องดับเพลิงแบบเคลื่อนย้ายได้ ให้ครบถ้วนและเหมาะสมกับลักษณะงาน
⬜ ✔
๑.๖ จัดส่งข้อมูลการดำเนินงานด้านความปลอดภัยของผู้รับจ้างก่อนเริ่มปฏิบัติงานตามสัญญาจ้าง ดังนี้ (๑) โครงสร้างการบริหารจัดการ หน้าที่ ความรับผิดชอบด้านความปลอดภัย
(๒) หลักสูตร เอกสารแสดงการผ่านการฝึกอบรม และใบอนุญาต ตามที่กฎหมายกำหนด (๓) การตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยง
(๔) การตรวจสอบ ทดสอบ สอบเทียบ และใบรับรองเครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์ (๕) ประวัติข้อมูลความสูญเสียและสถิติอุบัติเหตุในอดีต (ถ้ามี)
(๖) ความสามารถในการปฏิบัติตามมาตรฐาน กฎหมายด้านความปลอดภัย (ถ้ามี)

๑.๗ ระบบการควบคุมการเข้า-ออก (Access Control) ให้ดำเนินการ ดังนี้
⬜ (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างจัดให้มีระบบการควบคุมการเข้า-ออก ของผู้รับจ้าง ดังนี้
(ก) การควบคุมบุคคลเข้า-ออก (Personnel Access Control) กำหนดให้ลูกจ้างของผู้รับจ้าง หรือผู้เกี่ยวข้อง ต้องแสดงหรือแขวนบัตรเพื่อใช้แสดงตนผ่านเข้า-ออก

 (ข) การควบคุมการนำสิ่งของเข้า-ออก (Gate Pass) จัดให้มีการควบคุมการนำเครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์รวมทั้งวัสดุและสารเคมีอันตราย ที่ทางเข้า การอยู่ในพื้นที่ และการออกนอกพื้นที่ ของผู้รับจ้างหรือผู้เกี่ยวข้อง 

(ค) การควบคุมยานพาหนะเข้า-ออก (Vehicle Access Control) จัดให้มีการควบคุม ยานพาหนะที่ใช้สำหรับส่งคนไปยังสถานที่ทำงาน ขนส่งเครื่องมืออุปกรณ์ในการทำงาน ตรวจงานโดย ผู้รับผิดชอบของงานหรือโครงการที่ได้รับมอบหมายจากหน่วยงาน เพื่อควบคุมการจราจรและ ความปลอดภัยของยานพาหนะเข้า-ออก โดยปฏิบัติตามกฎความปลอดภัยเฉพาะพื้นที่ หรือระเบียบ ปฏิบัติ ของหน่วยงาน กฟผ. ที่เกี่ยวข้อง

⬜ (๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างดำเนินการตามระบบการควบคุมการ เข้า-ออก ของหน่วยงานผู้ว่าจ้างหรือเจ้าของพื้นที่
⬜ ✔
๑.๘ กฎความปลอดภัยทั่วไป กฎเฉพาะงาน เครื่องหมายและป้ายสัญลักษณ์ความปลอดภัย ให้ดำเนินการ ดังนี้
⬜ (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างจัดให้มีกฎความปลอดภัย เครื่องหมายและ ป้ายสัญลักษณ์ความปลอดภัย เพื่อสื่อสารให้เกิดความเข้าใจและนำไปปฏิบัติ
⬜ (๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตามกฎความปลอดภัย เครื่องหมาย

และป้ายสัญลักษณ์ความปลอดภัยของหน่วยงานผู้ว่าจ้างหรือเจ้าของพื้นที่
⬜ ✔
๑.๙ ระบบการแจ้งการกระทำหรือสภาพการณ์ที่ต่ำกว่ามาตรฐาน ให้ดำเนินการ ดังนี้ ⬜ (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างจัดให้มีระบบการแจ้งการกระทำหรือ สภาพการณ์ที่ต่ำกว่ามาตรฐานของผู้รับจ้าง ดังนี้
(ก) เมื่อลูกจ้างของผู้รับจ้างพบเห็นการกระทำหรือสภาพการณ์ที่ต่ำกว่ามาตรฐาน ต้องแจ้ง ผู้ควบคุมงานของผู้รับจ้าง เพื่อกำหนดมาตรการแก้ไขและการป้องกัน
(ข) ผู้ควบคุมงานของผู้รับจ้างต้องรายงานการกระทำหรือสภาพการณ์ที่ต่ำกว่ามาตรฐาน พร้อม มาตรการแก้ไขและการป้องกัน ต่อผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้าง

⬜ (๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตามระบบการแจ้งการกระทำหรือ สภาพการณ์ที่ต่ำกว่ามาตรฐานของหน่วยงานผู้ว่าจ้างหรือหน่วยงานเจ้าของพื้นที่

๑.๑๐ ดำเนินการสนทนาความปลอดภัย (Safety Talk) เฉพาะงานที่เสี่ยงอันตราย โดยมีหัวข้ออย่างน้อย ดังนี้
(๑) งานที่ต้องปฏิบัติ
(๒) อันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นจากการทำงาน ระดับความเสี่ยงของงาน อุบัติเหตุที่เคยเกิดขึ้น รวมทั้งข้อควรระวังพิเศษ
(๓) มาตรการควบคุมป้องกัน เช่น กฎเฉพาะงาน การอนุญาตเข้าทำงาน การล็อคและการแขวน ป้ายเพื่อความปลอดภัย อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล
(๔) การเตรียมความพร้อมสภาพร่างกายก่อนเริ่มทำงาน


๑.๑๑ จัดให้มีการตรวจสอบความปลอดภัยของพื้นที่ อาคาร เครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์ตามแผนที่ กำหนด รวมทั้งจัดทำรายงานผลการตรวจสอบให้ผู้ควบคุมงานของหน่วยงานผู้ว่าจ้าง

๑.๑๒ จัดและดูแลให้ลูกจ้างของผู้รับจ้างสวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่ได้มาตรฐาน โดยลูกจ้างของผู้รับจ้างมีหน้าที่สวมใส่และดูแลรักษาอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลให้ สามารถใช้งานได้ตามสภาพและลักษณะของงานตลอดระยะเวลาทำงาน
⬜ ✔
๑.๑๓ การขออนุญาตเข้าทำงาน (Work Permit) สำหรับงานตามที่กฎหมายกำหนด และงานหรือพื้นที่ที่ มีความเสี่ยงสูง ให้ดำเนินการ ดังนี้
⬜ (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างจัดให้มีระบบการขออนุญาตเข้าทำงาน และให้ หน่วยงานผู้ว่าจ้างกำกับดูแล ตรวจสอบความครบถ้วน เหมาะสม สำหรับงาน ดังนี้ (ก) งานในที่อับอากาศ
(ข) งานในที่ที่มีประกายไฟหรือมีความเสี่ยงจากการระเบิด
(ค) งานขุดเจาะ
(ง) งานในที่ที่มีรังสี
(จ) งานแหล่งพลังงาน
(ฉ) งานที่สูง
(ช) งานเหนือผิวน้ำ
(ซ) งานลิฟต์ขนาดใหญ่หรืออุปกรณ์ยกย้ายขนาดใหญ่
(ฌ) งานสารที่เป็นอันตราย
(ญ) งานประดาน้ำ
(ฎ) งานอื่น ๆ ตามความจำเป็น

⬜ (๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างขออนุญาตเข้าพื้นที่ โดยปฏิบัติตามระบบ การขออนุญาตเข้าทำงานของหน่วยงานผู้ว่าจ้างหรือเจ้าของพื้นที่

๑.๑๔ ควบคุมการปฏิบัติด้วยการสังเกตการทำงาน (Task Observation) หรือวิธีการอื่นใด โดยหัวหน้า งานหรือเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานของผู้รับจ้าง ทั้งนี้หน่วยงานผู้ว่าจ้างอาจดำเนินการตาม ความเหมาะสม โดยพิจารณาตามลักษณะงาน ดังนี้
(๑) งานที่มีวิธีการปฏิบัติด้านความปลอดภัย (Work Instruction)
(๒) งานที่มีกฎความปลอดภัยเฉพาะงานหรือเฉพาะพื้นที่
(๓) งานที่เคยมีประวัติการเกิดอุบัติเหตุระดับความรุนแรงมาก
(๔) งานที่มีระดับความรุนแรงมาก จากการชี้บ่งอันตรายและประเมินความเสี่ยง (๕) งานใหม่หรืองานที่ไม่ได้ทำเป็นประจำ
(๖) งานที่ต้องมีระบบการขออนุญาตเข้าทำงาน

๑.๑๕ ดำเนินการเมื่อเกิดอุบัติการณ์ดังนี้
(๑) แจ้งต่อหน่วยงานผู้ว่าจ้าง โดยทันทีด้วยวาจา โทรศัพท์โทรสารหรือวิธีอื่นใดที่มีรายละเอียด

พอสมควร 

(๒) ห้ามเคลื่อนย้าย เปลี่ยนแปลงพยานวัตถุและพยานแวดล้อม ก่อนที่หน่วยงานผู้ว่าจ้างเข้าทำ การตรวจสอบ ณ จุดเกิดเหตุ
(๓) กรณีเสียชีวิตหรือเกิดอุบัติภัยร้ายแรง ให้แจ้งต่อพนักงานตรวจความปลอดภัยทันทีที่ทราบ โดยโทรศัพท์ โทรสาร หรือวิธีอื่นใด และแจ้งเป็นหนังสือ (สปร.๕) ภายหลังจากเข้าร่วมการค้นหาสาเหตุ อุบัติการณ์ โดยระบุสาเหตุอันตรายที่เกิดขึ้น ความเสียหาย การแก้ไขและวิธีการป้องกันการเกิดซ้ำ ทั้งนี้ ภายใน ๗ วันนับแต่วันเกิดเหตุ
(๔) เมื่อเกิดอุบัติเหตุระดับความรุนแรงมาก (Class A) ต้องแจ้งให้หน่วยงานผู้ว่าจ้างเข้าร่วมในการ ค้นหาสาเหตุอุบัติการณ์ทุกครั้ง สำหรับระดับความรุนแรงปานกลาง หรือระดับความรุนแรงน้อย ให้ หน่วยงานผู้ว่าจ้างพิจารณาการมีส่วนร่วมตามความเหมาะสม
(๕) จัดให้มีการค้นหาสาเหตุอุบัติการณ์ที่เกิดกับลูกจ้างของผู้รับจ้างโดยระบุรายละเอียดของ เหตุการณ์สาเหตุขณะนั้น สาเหตุพื้นฐาน กำหนดมาตรการแก้ไขและการป้องกัน
(๖) จัดส่งรายงานผลการค้นหาสาเหตุอุบัติการณ์ให้หน่วยงานผู้ว่าจ้าง เพื่อพิจารณาประสิทธิภาพ และประสิทธิผล
(๗) ในกรณีที่ลูกจ้างของผู้รับจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยตามกฎหมายว่าด้วยเงินทดแทน ให้ผู้รับจ้างแจ้งการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยต่อสํานักงานประกันสังคม และส่งสําเนาหนังสือแจ้งต่อ พนักงานตรวจความปลอดภัยภายใน ๗ วัน พร้อมทั้งส่งสำเนาให้หน่วยงานผู้ว่าจ้าง

๑.๑๖ ดำเนินการเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมและการตอบโต้เหตุฉุกเฉิน
⬜ (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างดำเนินการ ดังนี้
(ก) วิเคราะห์และประเมินความจำเป็นในการรองรับและตอบโต้เหตุฉุกเฉิน (ข) จัดทำแผนรองรับและตอบโต้เหตุฉุกเฉิน
(ค) ฝึกซ้อมแผนรองรับและตอบโต้เหตุฉุกเฉิน
(ง) ประเมินผลการฝึกซ้อมและประเมินผลภายหลังการเกิดเหตุจริงทุกครั้ง (จ) รายงานผลการฝึกซ้อม

⬜ (๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตามแผนรองรับและตอบโต้เหตุ ฉุกเฉินของหน่วยงานผู้ว่าจ้างหรือหน่วยงานเจ้าของพื้นที่

๑.๑๗ จัดส่งรายงานด้านความปลอดภัย เพื่อใช้ในการประเมินผลและติดตามการปฏิบัติด้าน ความปลอดภัยทุกเดือน ดังนี้
(๑) จำนวนลูกจ้างและจำนวนชั่วโมงการทำงาน
(๒) จำนวนการเกิดอุบัติการณ์
(๓) รายงานผลการดำเนินงานตามแผนงานความปลอดภัย
(๔) สรุปผลการตรวจสอบความปลอดภัยของพื้นที่ อาคาร เครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์ (๕) รายงานการประชุมคณะกรรมการความปลอดภัย (ถ้ามี)

๒. ชี้บ่งกฎหมาย ระเบียบด้านความปลอดภัยที่เกี่ยวข้อง
๒.๑ กฎหมายความปลอดภัย

⬜ พระราชบัญญัติ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ✔
⬜ กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. ๒๕๔๙
⬜ กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงาน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๓
⬜ กฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสุขภาพของลูกจ้าง และส่งผลการตรวจแก่พนักงานตรวจ แรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๗
⬜ กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับที่อับอากาศ พ.ศ. ๒๕๖๒
⬜ กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับงานประดาน้ำ พ.ศ. ๒๕๔๘
⬜ กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับรังสีชนิดก่อไอออน พ.ศ. ๒๕๔๗
⬜ กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง พ.ศ. ๒๕๕๑
⬜ กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ พ.ศ. ๒๕๕๒
⬜ กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. ๒๕๕๕
⬜ กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย พ.ศ. ๒๕๕๖
⬜ กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย. และ สภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า พ.ศ. ๒๕๕๘
⬜ กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. ๒๕๕๙
⬜ กฎกระทรวง ว่าด้วยการจัดสวัสดิการในสถานประกอบกิจการ พ.ศ. ๒๕๔๘
⬜ อื่น ๆ (ระบุ) ……………………………………………………………
๒.๒ ระเบียบด้านความปลอดภัยของหน่วยงาน/กฟผ.

⬜ ระเบียบ กฟผ. ที่ ๑๒๙ ว่าด้วย ข้อกำหนดสำหรับการดำเนินงานด้านความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับงาน ก่อสร้าง
⬜ ระเบียบ กฟผ. ที่ ๑๐๐ ว่าด้วยมาตรฐานเครื่องหมายความปลอดภัย

⬜ ระเบียบ กฟผ. ที่ ๖๖ ว่าด้วยข้อกำหนดการแขวนป้ายเพื่อความปลอดภัย พ.ศ. ๒๕๔๘ ⬜ อื่น ๆ (ระบุ) ระเบียบข้อบังคับว่าด้วยความปลอดภัยของ กฟผ.
ประกาศฝ่ายบริหารและจัดการทรัพยากรว่าด้วยกฎความปลอดภัยทั่วไป
๓. โครงสร้างการบริหารจัดการ บุคลากร และหน้าที่ ความรับผิดชอบด้านความปลอดภัย
⬜ คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน
⬜ หน่วยงานความปลอดภัย
⬜ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย

⬜ หัวหน้างาน

⬜ ลูกจ้างของผู้รับจ้าง
⬜ อื่น ๆ (ระบุ) ……………………………………..
เกณฑ์พิจารณาหน่วยงานและบุคลากร
ประเภทกิจการ
จ านวนลูกจ้าง
จป.บริหาร
จป.หัวหน้างาน
จป.วิชาชีพ
จป.เทคนิค ขั้นสูง
จป.เทคนิค
หน่วยงานความ ปลอดภัย
(๑)
๒ คน ขึ้นไป
ระดับบริหารทุกคน
หัวหน้างานทุกคน
อย่างน้อย
๑ คน
-
-
จัดให้มี
(๒) ถึง (๕)
๒ – ๑๙ คน
ระดับบริหารทุกคน
หัวหน้างานทุกคน
-
-
-
-
๒๐ – ๔๙
ระดับบริหารทุกคน
หัวหน้างานทุกคน
-
-
๑ คน
ปฏิบัติงานความปลอดภัย ไม่น้อยกว่า วันละ ๑ ช.ม.
-
๕๐ – ๙๙
ระดับบริหารทุกคน
หัวหน้างานทุกคน
-
๑ คน
-
-
๑๐๐ คนขึ้นไป
ระดับบริหารทุกคน
หัวหน้างานทุกคน
อย่างน้อย
๑ คน
-
-
-
๒๐๐ คนขึ้นไป
ระดับบริหารทุกคน
หัวหน้างานทุกคน
อย่างน้อย
๑ คน
-
-
จัดให้มี
(๖) ถึง (๑๔)
๒๐ คนขึ้นไป
ระดับบริหารทุกคน
หัวหน้างานทุกคน
-
-
-
-
เกณฑ์พิจารณาคณะกรรมการความปลอดภัยฯ
ประเภทกิจการ
จ านวนลูกจ้าง
คณะกรรมการความปลอดภัยฯ (คปอ.)
(๑) ถึง (๑๔)
๕๐ – ๙๙ คน
ไม่น้อยกว่า ๕ คน
(๑) ถึง (๑๔)
๑๐๐ – ๔๙๙ คน
ไม่น้อยกว่า ๗ คน
(๑) ถึง (๑๔)
๕๐๐ คนขึ้นไป
ไม่น้อยกว่า ๑๑ คน

๔. คุณสมบัติด้านความปลอดภัยเบื้องต้นของผู้รับจ้าง
๔.๑ หลักสูตร เอกสารแสดงการผ่านการฝึกอบรม และใบอนุญาต ตามที่กฎหมายก าหนด
(๑) การบริหารจัดการ
⬜ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับบริหาร พร้อมหลักฐานการขึ้นทะเบียน

⬜ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับหัวหน้างาน พร้อมหลักฐานการขึ้นทะเบียน ⬜ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับเทคนิค พร้อมหลักฐานการขึ้นทะเบียน
⬜ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับเทคนิคขั้นสูง พร้อมหลักฐานการขึ้นทะเบียน ⬜ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพ พร้อมหลักฐานการขึ้นทะเบียน
⬜ คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานของสถานประกอบกิจการ ✔
⬜ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานสำหรับลูกจ้างทั่วไปและลูกจ้างเข้าทำงานใหม่ ⬜ หัวหน้าหน่วยงานความปลอดภัย
(๒) การท างานในที่อับอากาศ
⬜ ผู้อนุญาต ⬜ ผู้ควบคุมงาน ⬜ ผู้ช่วยเหลือ ⬜ ผู้ปฏิบัติงานในที่อับอากาศ
⬜ ใบรับรองผลการตรวจสุขภาพพิเศษตามกฎหมายกำหนด
(๓) การท างานเกี่ยวกับรังสี
⬜ การป้องกันอันตรายทางรังสี ของผู้รับผิดชอบดำเนินการทางด้านเทคนิคในเรื่องรังสี
⬜ อันตรายและวิธีการป้องกันอันตรายจากรังสีก่อนเข้ารับหน้าที่สำหรับลูกจ้างที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสี
(๔) การท างานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง
⬜ อบรมการใช้เครื่องจักร รหัสสัญญาณต่าง ๆ
⬜ อบรมการช่วยเหลือและการปฐมพยาบาลเบื้องต้น
⬜ อบรมผู้บังคับเครื่องตอกเสาเข็ม
⬜ อบรมความปลอดภัยในการใช้เครื่องจักรที่อาจเกิดอันตราย
⬜ ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ให้สัญญาณแก่ ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ยึดเกาะวัสดุ หรือผู้ควบคุมการใช้ปั้นจั่น ⬜ อบรมการใช้ลิฟต์ขนส่งวัสดุชั่วคราวและลิฟต์โดยสารชั่วคราวในงานก่อสร้าง
⬜ อบรมวิธีทำงานในอุโมงค์และวิธีป้องกันอันตรายแก่ลูกจ้างก่อนเข้าทำงานในอุโมงค์
⬜ อบรมและฝึกซ้อมกรณีเกิดภัยธรรมชาติ
⬜ อบรมขั้นตอนและวิธีการรื้อถอนทำลายสิ่งก่อสร้าง
⬜ การใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลสำหรับงานก่อสร้าง
(๕) การท างานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ า

⬜ การทำงานเกี่ยวกับเครื่องปั๊มโลหะ เครื่องเชื่อมไฟฟ้า เครื่องเชื่อมก๊าซ รถยก หรือเครื่องจักรที่อาจก่อให้เกิด อันตรายได้โดยสภาพ
⬜ อบรมผู้ขับรถยก
⬜ ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ให้สัญญาณแก่ ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ยึดเกาะวัสดุ หรือผู้ควบคุมการใช้ปั้นจั่น ⬜ ผู้ควบคุมประจำหม้อน้ำ หรือหม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อน
(๖) การท างานเกี่ยวกับไฟฟ้า
⬜ ความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้าสำหรับลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า
(๗) การท างานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย
⬜ ความปลอดภัยเกี่ยวกับสารเคมี
⬜ วิธีการแก้ไขปัญหาเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขณะขนถ่าย เคลื่อนย้าย หรือขนส่งสารเคมีอันตราย ⬜ การควบคุมและระงับเหตุอันตรายกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย
⬜ ความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้ปฏิบัติงานในสถานที่เก็บรักษาสารเคมีและวัตถุอันตราย
(๘) การป้องกันและระงับอัคคีภัย
⬜ การดับเพลิงขั้นต้น
(๙) อื่น ๆ
⬜ (ระบุ) …………………………………………………
๔.๒ การตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยง
⬜ ตรวจสมรรถภาพปอด
⬜ ตรวจสมรรถภาพการได้ยิน
⬜ ตรวจสมรรถภาพการมองเห็น
⬜ ตรวจด้านพิษวิทยา
⬜ อื่น ๆ (ระบุ) …………………………………………………
๔.๓ การตรวจสอบ ทดสอบ สอบเทียบ และใบรับรองเครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์
⬜ รายการเครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์ ……………………………..
๔.๔ ประวัติข้อมูลความสูญเสียและสถิติอุบัติเหตุในอดีต (ถ้ามี)
⬜ ข้อมูลการบาดเจ็บ การเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพถาวร บาดเจ็บมีผลทำให้เป็นอัมพาต ⬜ ข้อมูลสถิติอุบัติเหตุ (IFR, ISR, DII)
๔.๕ ความสามารถในการปฏิบัติตามมาตรฐาน กฎหมายด้านความปลอดภัย (ถ้ามี)

⬜ ใบรับรองระบบการจัดการความปลอดภัย
⬜ รางวัลด้านความปลอดภัย
⬜ อื่น ๆ ……………………………………………………………

ข อมูลประชาสัมพันธ และช องทางรับข อคิดเห็นหรือข อร องเรียน ด านการส งเสริมคุณธรรมและความโปร งใสในการดำเนินการ
นโยบายต อต านการให หรือรับสินบนเพื่อป*องกันการทุจริต
และประพฤติมิชอบ

จรรยาบรรณของผู ปฏิบัติงานจัดซื้อจัดจ างและบริหารพัสดุ ช องทางรับข อคิดเห็นหรือข อร องเรียน *

การแจ งข อคิดเห็นหรือข อร องเรียนทางเว็บไซต กฟผ. * จรรยาบรรณคู ค า กฟผ. **

  • ไม ใช ช องทางแสดงความคิดเห็นร างขอบเขตของงานหรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะ ซื้อหรือจาง/ ร างประกาศ/ ร างเอกสารประกวดราคาฯ
    ** กฟผ. จัดทำและเผยแพร จรรยาบรรณคู ค
    า เพื่อใหคู คาของ กฟผ. ทุกรายมีแนวปฏิบัติในการดำเนิน ธุรกิจอย างมีจริยธรรมและธรรมาภิบาล โดยคำนึงถึงสิ่งแวดลอม สังคม การกำกับดูแลกิจการที่ดี ปฏิบัติ ตามกฎหมาย และเคารพหลักสิทธิมนุษยชน ดังมีรายละเอียดระบุใน QR Code จรรยาบรรณคู คา กฟผ."
    ประกาศความเปนสวนตัว (Privacy Notice) สําหรับการจัดซื้อจัดจาง การบริหารพัสดุและการบริหารสัญญา ของ กฟผ.
    การไฟฟาฝายผลิตแหงประเทศไทย (กฟผ.) ไดดําเนินการคุมครองขอมูลสวนบุคคลสําหรับการจัดซื้อจัด จาง การบริหารพัสดุ และการบริหารสัญญา เพื่อใหเปนไปตามพระราชบัญญัติคุมครองขอมูลสวนบุคคลของ ประเทศไทย พ.ศ. 2562 (PDPA) ซึ่งมีผลบังคับใชอยางครบถวน ตั้งแตวันที่ 1 มิถุนายน 2565 ทั้งนี้ ทานสามารถ ศึกษารายละเอียดประกาศความเปนสวนตัว (Privacy Notice) สําหรับการจัดซื้อจัดจางการบริหารพัสดุ และการ บริหารสัญญา ไดที่https://www.egat.co.th/privacy-notice-procurement.html หรือที่ QR Code ดานลาง

การขีดฆาขอมูลสวนบุคคลออนไหว
กฟผ. มีประกาศความเปนสวนตัว (Privacy Notice) สําหรับการจัดซื้อจัดจาง การบริหารพัสดุ และการ บริหารสัญญา เพื่อใชในการเก็บรวบรวม ใช หรือเปดเผย ขอมูลสวนบุคคล แตไมเก็บขอมูลสวนบุคคลออนไหว หากเอกสารของทานที่ตองสงมอบให กฟผ. มีขอมูลสวนบุคคลออนไหวตามที่ถูกบัญญัติไวในมาตรา 26 ของ PDPA ดังนี้ เชื้อชาติ เผาพันธุ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทาง เพศ ประวัติอาชญากรรม ขอมูลสุขภาพ ความพิการ ขอมูลสหภาพแรงงาน ขอมูลพันธุกรรม ขอมูลชีวภาพ หรือ ขอมูลอื่นใด ซึ่งกระทบตอเจาของขอมูลสวนบุคคลในทํานองเดียวกันรวมอยูดวย ขอใหทานขีดฆา หรือปกปดขอมูล ดังกลาว กอนสงมอบใหแก กฟผ.