จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างจ้างจัดทำโครงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการข้อมูลภูมิสารสนเทศด้านการประมง (Fisheries GIS Portal ) ระยะ 2 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

กรมประมง 68129562937
฿10,287,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 16 ม.ค. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

กรมประมง โดยศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการข้อมูลภูมิสารสนเทศด้านการประมง (Fisheries GIS Portal) ระยะที่ 2 โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อยกระดับขีดความสามารถของระบบให้ทันสมัย รองรับการประมวลผลข้อมูลปริมาณมากและหลากหลายขึ้น และพัฒนาเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการวางแผนและตัดสินใจเชิงบริหารที่แม่นยำและรวดเร็ว

โครงการนี้จะต่อยอดจากระบบเดิมที่มีอยู่ โดยเน้นการขยายความสามารถในการประมวลผลและการรับข้อมูลจากภาคสนามเข้าสู่ระบบแบบ Real-time ไม่ว่าจะผ่านเจ้าหน้าที่ในพื้นที่หรืออุปกรณ์ IoT ซึ่งจะใช้สำหรับงานติดตามเรือประมงและการตรวจสอบคุณภาพน้ำในพื้นที่เลี้ยงสัตว์น้ำ ระบบที่พัฒนาขึ้นใหม่จะช่วยลดขั้นตอนการทำงาน สร้างการบูรณาการข้อมูลเชิงพื้นที่แบบอัตโนมัติ และนำเสนอผลการวิเคราะห์ในรูปแบบที่หลากหลายและลึกซึ้งยิ่งขึ้น เช่น แผนที่ออนไลน์ แดชบอร์ดปฏิบัติการ (Operation Dashboard) และเว็บไซต์ภูมิสารสนเทศ

ขอบเขตการดำเนินงานครอบคลุมการจัดหาซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ประสิทธิภาพสูง การติดตั้งระบบ การศึกษาและวิเคราะห์ระบบฐานข้อมูลเดิมเพื่อพัฒนาและโยกย้ายข้อมูล การพัฒนาให้ระบบสามารถเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลทะเบียนผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและผู้ประกอบการด้านประมงของกรมได้ รวมถึงการเชื่อมต่อและแสดงข้อมูลจากเซ็นเซอร์ IoT แบบ Real-time บนแผนที่และแดชบอร์ด นอกจากนี้ยังรวมถึงการปรับแต่ง Web Application เดิมให้ทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ภูมิสารสนเทศใหม่ และการฝึกอบรมถ่ายทอดความรู้ให้เจ้าหน้าที่กรมประมง

English summary

The Department of Fisheries, through its Information and Communication Technology Center, is undertaking the “Fisheries GIS Portal Enhancement Project Phase 2”. The primary objectives are to modernize and enhance the efficiency of the existing Fisheries GIS Portal system, enabling it to handle larger and more diverse datasets, and to establish it as a crucial tool for precise and rapid administrative planning and decision-making in fisheries management.

Building upon the existing system, this project focuses on expanding data processing capabilities and enabling real-time data ingestion from the field, either through field officers or IoT devices. These will be used for tasks such as fishing vessel monitoring and water quality checks in aquaculture areas. The enhanced system aims to streamline workflows, automate spatial data integration, and present analytical results in more diverse and in-depth formats, including online maps, operational dashboards, and geospatial information websites.

The scope of work encompasses the procurement and installation of high-performance software and hardware, system installation, analysis and development of the existing database system including data migration, and development of interfaces to connect with the Department’s existing registries for aquaculture farmers and fisheries businesses. It also includes integrating and displaying real-time data from IoT sensors on maps and dashboards. Furthermore, the project involves customizing existing web applications to work with the new geospatial software and providing comprehensive training for Department of Fisheries personnel.

สถานที่ดำเนินการ

แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • ปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องมือเทคโนโลยีและระบบบริหารจัดการข้อมูลภูมิสารสนเทศให้มีความทันสมัย เพื่อให้มีเครื่องมือการเชื่อมโยงข้อมูลเชิงพื้นที่ด้านการประมงที่มีประสิทธิภาพรองรับปริมาณข้อมูลที่มีจำนวนมากและมีความหลากหลายมากขึ้น
  • สร้างและขยายฐานข้อมูลภูมิสารสนเทศด้านการประมงให้มีปริมาณมากขึ้น และต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาต่อยอดสู่การสร้างคลังข้อมูลขนาดใหญ่และปัญญาประดิษฐ์ในอนาคต
  • สร้างเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศให้เป็นเครื่องมือหนึ่งในการบริหาร วางแผนและตัดสินใจได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วในการบริหารจัดการ

ขอบเขตของงาน

  • ดำเนินการจัดหาซอฟต์แวร์ (Software) เพื่อรองรับการพัฒนาระบบ
  • ดำเนินการจัดหาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ (Hardware) ตามคุณลักษณะเฉพาะ
  • ดำเนินการติดตั้งซอฟต์แวร์บนฮาร์ดแวร์ที่จัดหาและที่กรมจัดเตรียม
  • ดำเนินการศึกษาและวิเคราะห์ระบบฐานข้อมูล Fisheries GIS Portal เดิม เพื่อพัฒนาระบบฐานข้อมูลและเครื่องมือสนับสนุนให้มีประสิทธิภาพ
  • ดำเนินการโอนย้ายข้อมูลจากระบบฐานข้อมูลเดิมไปยังระบบฐานข้อมูลใหม่
  • ดำเนินการพัฒนาให้ระบบรองรับการเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบหรือฐานข้อมูลการขึ้นทะเบียนผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและผู้ประกอบการด้านการประมงของกรมประมง เพื่อรองรับการเป็น e-service และการเชื่อมโยงกับหน่วยงานภายในและภายนอก
  • ดำเนินการพัฒนาการเชื่อมโยงและเชื่อมต่อข้อมูลจากระบบเซนเซอร์ IoT แบบ Real-time เพื่อแสดงผลบนระบบแผนที่และ Operation Dashboard
  • ดำเนินการปรับแต่ง/ตั้งค่าโปรแกรมประยุกต์เดิมด้านข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์ในรูปแบบเว็บแอปพลิเคชัน (Web Application) ให้รองรับการเรียกใช้งานบนซอฟต์แวร์ภูมิสารสนเทศใหม่
  • ดำเนินการติดตั้งและถ่ายทอดฝึกอบรมแก่เจ้าหน้าที่และบุคลากรกรมประมงให้สามารถใช้งานระบบได้เป็นอย่างดี

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • ระบบบริหารจัดการข้อมูลภูมิสารสนเทศด้านการประมง (Fisheries GIS Portal) ที่ได้รับการเพิ่มประสิทธิภาพและติดตั้งเรียบร้อยแล้ว
  • อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ (Hardware) ตามข้อกำหนด
  • ซอฟต์แวร์ (Software) ที่ติดตั้งและพร้อมใช้งาน
  • ฐานข้อมูลใหม่ที่ได้รับการพัฒนาและโอนย้ายข้อมูลจากระบบเดิมเรียบร้อย
  • ระบบที่สามารถเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลทะเบียนผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและผู้ประกอบการ
  • ระบบที่สามารถรับและแสดงข้อมูลจากเซ็นเซอร์ IoT แบบ Real-time บนแผนที่และแดชบอร์ด
  • เว็บแอปพลิเคชันที่ได้รับการปรับแต่งให้ทำงานกับซอฟต์แวร์ภูมิสารสนเทศใหม่
  • การฝึกอบรมที่ถ่ายทอดให้กับเจ้าหน้าที่กรมประมง

ระยะเวลาดำเนินการ

กำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน 150 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: ต้องเป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ต้องได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายจากผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย (สำหรับซอฟต์แวร์/ฮาร์ดแวร์) และต้องมีหนังสือรับรองผลิตภัณฑ์ว่าเป็นของแท้ ของใหม่ ยังอยู่ในสายการผลิต
  • Standards Compliance: -
  • Experience: ต้องมีผลงานในด้านการพัฒนาระบบสารสนเทศ วงเงินผลงานไม่น้อยกว่า 5,000,000 บาท ในสัญญาเดียวกัน จำนวน 1 โครงการ ซึ่งเป็นผลงานไม่เกิน 5 ปี และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานของเอกชนที่กรมประมงเชื่อถือ
  • Previous Project Cost: ผลงานที่ยื่นต้องมีวงเงินไม่น้อยกว่า 5,000,000 บาท
  • Technical Capabilities: ต้องมีความสามารถในการจัดหาซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ตามข้อกำหนด (เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับงานประมวลผลข้อมูลภูมิสารสนเทศที่มี CPU ไม่น้อยกว่า 20 แกนหลัก) และพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลและเชื่อมต่อ IoT แบบ Real-time
  • Personnel: ต้องมีบุคลากรประจำโครงการตามคุณสมบัติที่กำหนด ดังนี้
    • ผู้จัดการโครงการ (1 คน): สำเร็จการศึกษาปริญญาโทหรือสูงกว่า ด้าน ICT หรือเทียบเคียง มีประสบการณ์ทำงานตั้งแต่ 9 ปีขึ้นไป
    • นักวิเคราะห์ระบบอาวุโส (1 คน): สำเร็จการศึกษาปริญญาโทหรือสูงกว่า ด้าน ICT หรือเทียบเคียง มีประสบการณ์ทำงานตั้งแต่ 9 ปีขึ้นไป
    • นักวิเคราะห์ระบบ (1 คน): สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีหรือสูงกว่า ด้าน ICT หรือเทียบเคียง มีประสบการณ์ทำงานตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป
    • นักพัฒนาโปรแกรม (1 คน): สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีหรือสูงกว่า ด้าน ICT หรือเทียบเคียง มีประสบการณ์ทำงานตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป
    • ผู้ดูแลระบบฐานข้อมูล/เครือข่าย (2 คน): สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีหรือสูงกว่า ด้าน ICT หรือเทียบเคียง มีประสบการณ์ทำงานตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป
    • นักทดสอบระบบ (1 คน): สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีหรือสูงกว่า ด้าน ICT หรือเทียบเคียง มีประสบการณ์ทำงานตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป
    • ผู้ประสานงานโครงการ (1 คน): สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีหรือสูงกว่า มีประสบการณ์ทำงานตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป

เกณฑ์การพิจารณา

การพิจารณาใช้หลักเกณฑ์ราคา (ราคารวมต่ำสุด) โดยมีเงื่อนไขเพิ่มเติมสำหรับผู้ประกอบการ SMEs และผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นบุคคลธรรมดาชาวไทย/นิติบุคคลไทย

ข้อกำหนดทางเทคนิค

โครงการเน้นการพัฒนาระบบภูมิสารสนเทศ (GIS) ที่รองรับการประมวลผลข้อมูลเชิงพื้นที่จำนวนมาก ต้องสามารถเชื่อมต่อและแสดงข้อมูลจากเซ็นเซอร์ IoT แบบ Real-time ได้ พัฒนา Web Application และสร้างเครื่องมือวิเคราะห์และแสดงผล เช่น แผนที่ออนไลน์และ Operation Dashboard ฮาร์ดแวร์ที่จัดหาต้องมีสมรรถนะสูงสำหรับงานประมวลผล GIS โดยกำหนดให้มีเครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับงานประมวลผลข้อมูลภูมิสารสนเทศ จำนวน 3 ชุด โดยมีคุณสมบัติขั้นต่ำ เช่น CPU ไม่น้อยกว่า 20 แกนหลัก, RAM ขนาดไม่น้อยกว่า 32 GB แบบ DDR5 หรือดีกว่า, การ์ดแสดงผลแยกที่มีหน่วยความจำไม่น้อยกว่า 4 GB

เงื่อนไขสัญญา

  • วงเงินประมาณการ: 10,287,000 บาท (ราคากลาง)
  • การจ่ายเงิน: แบ่งเป็น 3 งวด
    • งวดที่ 1 (30%): เมื่อปฏิบัติงานให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน
    • งวดที่ 2 (60%): เมื่อปฏิบัติงานให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน
    • งวดสุดท้าย (10%): เมื่องานทั้งหมดแล้วเสร็จและกรมตรวจรับมอบงานเรียบร้อยแล้ว
  • ค่าปรับ: กรณีฝ่าฝืนนำงานไปจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต ค่าปรับร้อยละ 0.10 ของวงเงินงานจ้างช่วงนั้น กรณีปฏิบัติผิดสัญญาอื่นๆ ค่าปรับรายวันในอัตราร้อยละ 0.20 ของราคาค่าจ้าง
  • ระยะเวลารับประกันงาน: ไม่น้อยกว่า 1 ปี นับจากวันที่กรมได้รับมอบงาน
  • หลักประกันสัญญา: ร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้าง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: ระบบนี้จะนำไปใช้สนับสนุนงานด้านใดของกรมประมงบ้าง?
    A: ระบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อสนับสนุนงานหลักหลายด้านของกรมประมง เช่น การติดตามและจัดการเรือประมง (รวมถึงการป้องกัน IUU Fishing) การเฝ้าระวังโรคสัตว์น้ำและการรุกรานของสัตว์น้ำต่างถิ่น การจัดการภัยพิบัติในภาคเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การติดตามคุณภาพน้ำในแหล่งเพาะเลี้ยง และการบริหารข้อมูลเชิงพื้นที่ของฟาร์ม ท่าเทียบเรือ และเขตพื้นที่ประมงตามกฎหมาย

  • Q: การเชื่อมต่อข้อมูลแบบ Real-time ในโครงการนี้หมายถึงอะไร?
    A: หมายถึงการที่ระบบสามารถรับและประมวลผลข้อมูลจากแหล่งข้อมูลภายนอกได้ทันทีที่ข้อมูลถูกส่งมา โดยในโครงการนี้เน้นการรับข้อมูลจากสองช่องทางหลัก ได้แก่ 1) การป้อนข้อมูลโดยเจ้าหน้าที่กรมประมงในพื้นที่ผ่านแอปพลิเคชันหรือเว็บ และ 2) การรับข้อมูลอัตโนมัติจากอุปกรณ์เซ็นเซอร์ IoT ที่อาจติดตั้งบนเรือประมงหรือในกระชังเลี้ยงสัตว์น้ำ เพื่อดูตำแหน่งหรือคุณภาพน้ำ

  • Q: ระบบเดิม (ระยะที่ 1) มีหน้าที่อะไร และระยะที่ 2 จะพัฒนาต่อยอดอย่างไร?
    A: ระบบเดิมถูกใช้ในการบริหารจัดการข้อมูลเชิงพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะกิจ เช่น การติดตามความเค็มของน้ำจากประตูระบายน้ำที่แตก และการติดตามบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ ระยะที่ 2 จะเพิ่มประสิทธิภาพโดยการขยายขีดความสามารถในการประมวลผลข้อมูลที่มากขึ้นและหลากหลายขึ้น พัฒนาการเชื่อมโยงข้อมูลอัตโนมัติกับระบบอื่นๆ ของกรม และเพิ่มฟังก์ชันการแสดงผลและวิเคราะห์ข้อมูลที่ซับซ้อนและทันสมัยกว่าเดิม

  • Q: “Operation Dashboard” ที่จะพัฒนาขึ้นคืออะไร?
    A: Operation Dashboard คือ แผงควบคุมหรือแดชบอร์ดปฏิบัติการ ที่นำเสนอข้อมูลและตัวชี้วัดที่สำคัญ (KPIs) เกี่ยวกับสถานการณ์ต่างๆ ด้านการประมงในรูปแบบภาพกราฟิก แผนที่ และชาร์ตที่เข้าใจง่าย แสดงผลแบบ Real-time หรือใกล้ Real-time เพื่อให้ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สามารถติดตามสถานการณ์ ตัดสินใจ และสั่งการได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

  • Q: โครงการมีการเชื่อมโยงกับระบบ e-Service อย่างไร?
    A: โครงการกำหนดให้พัฒนาระบบให้รองรับการเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลการขึ้นทะเบียนผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและผู้ประกอบการด้านการประมงของกรม ซึ่งเป็นฐานข้อมูลสำหรับให้บริการประชาชน (e-Service) การเชื่อมโยงนี้จะทำให้ข้อมูลทะเบียนเหล่านั้นสามารถนำมาแสดงผลและวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลเชิงพื้นที่อื่นๆ บนแผนที่ของระบบ GIS Portal ได้

  • Q: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบในการโอนย้ายข้อมูลจากระบบเดิมทั้งหมดหรือไม่?
    A: ใช่ ตามขอบเขตงาน ผู้รับจ้างต้องดำเนินการศึกษาและวิเคราะห์ระบบฐานข้อมูลเดิม และดำเนินการโอนย้ายข้อมูลจากระบบฐานข้อมูลเดิมไปยังระบบฐานข้อมูลใหม่ที่พัฒนาขึ้นให้ครบถ้วนและถูกต้อง

  • Q: ฮาร์ดแวร์ที่จัดหาตามโครงการนี้จะติดตั้งที่ใด?
    A: จากชื่อโครงการที่มีระบุสถานที่ดำเนินการว่า “แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร” คาดว่าฮาร์ดแวร์จะถูกติดตั้งและให้บริการที่สำนักงานของศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กรมประมง ณ ที่ตั้งดังกล่าว

  • Q: การฝึกอบรมจะครอบคลุมเนื้อหาและกลุ่มเป้าหมายใดบ้าง?
    A: เอกสารระบุว่าเป็นการติดตั้งและถ่ายทอดฝึกอบรมแก่เจ้าหน้าที่และบุคลากรกรมประมง โดยคาดว่าควรครอบคลุมทั้งผู้บริหาร ผู้ใช้งานทั่วไป และผู้ดูแลระบบ เพื่อให้สามารถใช้งานระบบที่พัฒนาขึ้นใหม่ได้เป็นอย่างดีและเต็มประสิทธิภาพ

  • Q: หากระบบงานอื่นของกรมที่ต้องการเชื่อมโยงไม่ยินยอมให้เชื่อมต่อโดยตรง ผู้รับจ้างมีหน้าที่อย่างไร?
    A: ในกรณีดังกล่าว ผู้รับจ้าง (ผู้ขาย) จะต้องออกแบบโครงสร้างฐานข้อมูลและเครื่องมือสำหรับนำเข้าข้อมูล (Data Import Tools) เพื่อรองรับการเชื่อมโยงข้อมูลในรูปแบบอื่นที่ตกลงร่วมกันระหว่างกรมประมงกับผู้รับจ้างแทนการเชื่อมต่อโดยตรง

  • Q: โครงการนี้มีแผนรองรับการพัฒนาต่อไปในอนาคตอย่างไร?
    A: หนึ่งในวัตถุประสงค์ของโครงการคือการสร้างและขยายฐานข้อมูลให้มีปริมาณมากขึ้นและต่อเนื่อง เพื่อเป็นพื้นฐานสำหรับการพัฒนาต่อยอดสู่การสร้างคลังข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในอนาคตของกรมประมง

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ข้อกําหนดขอบเขต (Term of Reference: TOR) โครงการการเพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการข้อมูลภูมิสารสนเทศด้านการประมง (Fisheries GIS Portal) ระยะที่ ๒
๑. หลักการและเหตุผล
กรมประมงมีภารกิจในการศึกษา ค้นคว้า สํารวจ วิจัย วิเคราะห์ ทดลอง ด้านประมง เพื่อนํามา ประกอบการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพที่เกี่ยวกับการประมง และการนํามาประกอบการกําหนดนโยบายด้านการ
ประมง อีกทั้งเป็นหน่วยงานที่มีพันธกิจในการเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ําในแหล่งน้ําธรรมชาติ รวมทั้งบริหารจัดการ
ทรัพยากรสัตว์น้ําครอบคลุมทั่วประเทศไทย และมีภารกิจในการควบคุมการทําการประมงให้ทรัพยากรประมงเกิด ความยั่งยืน และ เพื่อเฝ้าระวัง ป้องกัน ยับยั้ง การทําประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม (Illegal Unreported and Unregulated Fishing : IUU Fishing) อีกทั้ง กรมประมงได้กําหนดวิสัยทัศน์ยกระดับ การประมงไทยให้แข่งขันได้ โดยใช้ทรัพยากรอย่างสมดุล พร้อมผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมที่สร้างความมั่งคั่งแก่ เกษตรกร และมีพันธกิจดังนี้ ๑. สร้างสมดุลการประมงที่รักษาสิ่งแวดล้อม พร้อมได้ผลผลิตอย่างต่อเนื่องและมั่นคง ๒. ยกระดับการประมงไทยด้วยงานวิจัยและพัฒนา พร้อมตอบสนองเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ๓. พัฒนา กําลังคนและการดําเนินงานของรัฐให้ทัดเทียมสากลจนเกิดการยอมรับในระดับนานาชาติ และในปัจจุบันกรมประมง ต้องเผชิญกับปัญหาที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน ได้แก่ การติดตามการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดํา ซึ่งเป็นสัตว์น้ํา ต่างถิ่นรุกรานสัตว์น้ําประจําถิ่นให้เกิดการสูญพันธุ์ได้ รวมถึงปัญหาโรคระบาดของสัตว์น้ํา ส่งผลอย่างมากต่อการสร้าง ความมั่นคงทางอาหารและการยกระดับโภชนาการ และส่งเสริมเกษตรกรรมที่ยั่งยืน ในสถานการณ์ความ เปลี่ยนแปลงของสภาวะสิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติอย่างรุนแรง รวมถึงผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั่วโลก
(Climate Change) ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการประมงเป็นอย่างยิ่ง
ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กรมประมง เล็งเห็นว่าเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รวมทั้งเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศมีความสําคัญอย่างมาก ตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ กรมประมงได้บริหารจัดการข้อมูลภูมิสารสนเทศ ด้วยระบบบริหารจัดการข้อมูลภูมิสารสนเทศด้านการประมง (Fisheries GIS Portal) ในการสนับสนุนผู้บริหารใน การแก้ไขปัญหาน้ําทะเลหนุนเข้าแม่น้ําลําคลองอันเนื่องมาจากประตูระบายน้ําท่าถั่ว จ.ฉะเชิงเทรา แตกส่งผลให้ ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ําไม่สามารถใช้น้ําที่มีความเค็มสูงในการเลี้ยงสัตว์น้ําได้ จึงได้ใช้ระบบบริหารจัดการข้อมูลใน เชิงพื้นที่เพื่อติดตามความเค็มของน้ํา ตลอดเส้นทางน้ําสู่บ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ําของเกษตรกร วางแผนการใช้น้ําให้ เกษตรกรช่วยลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจให้เกษตรกรได้เป็นอย่างมาก รวมทั้ง ใช้ในการติดตามบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ํา ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ และโรคระบาดของสัตว์น้ํา จากการมีระบบบริหารจัดการข้อมูลภูมิสารสนเทศ สามารถพิจารณาวางแผนข้อมูลเชิงพื้นที่ และเชิงเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และได้ประสิทธิผลมาก ดังนั้น ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กรมประมง จึงขอเพิ่มประสิทธิภาพระบบ Fisheries GIS Portal เพื่อ ขยายความสามารถในการประมวลผล และติดตามข้อมูลจากภาคสนามเข้าสู่ Portal อย่าง Real time ด้วย เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ หรือจากการติดตั้งอุปกรณ์ส่งสัญญาณ (IoT) สําหรับงานติดตามเรือประมงในน่านน้ําและนอก น่านน้ําไทย รวมการติดตามคุณภาพน้ําและสิ่งแวดล้อมประมงในบริเวณกระชังเลี้ยงสัตว์น้ําได้ ทั้งหมดที่กล่าวนี้ ช่วยลดกระบวนการและระยะเวลาทํางานให้เกิดการบูรณาการข้อมูลและเชื่อมโยงกับข้อมูลเชิงพื้นที่ได้อย่าง
อัตโนมัติแบบ Real-time แก้ไขสถานการณ์ได้ทันเหตุการณ์ โดยมีการวิเคราะห์และแสดงผลข้อมูลในรูปแบบต่างๆ
ใหม่ :
كلهاد
кути
ที่มีความสัมพันธ์เชิงลึกในลักษณะเชิงพื้นที่ ในหลากหลายรูปแบบ เช่น แผนที่ออนไลน์ Operation Dashboard และเว็บไซต์ภูมิสารสนเทศ นอกจากนี้ ระบบบริหารจัดการข้อมูลภูมิสารสนเทศ จะสามารถสนับสนุนภารกิจของ กรมประมงที่เป็นข้อมูลภูมิสารสนเทศ โดยการจัดเก็บตําแหน่งที่ตั้งฟาร์ม สถานประกอบการ ผู้ได้รับอนุญาตให้ เพาะเลี้ยงสัตว์น้ําในกระชังและหอยทะเล ตําแหน่งท่าเทียบเรือที่ขึ้นทะเบียนกับกรมประมง ตําแหน่งที่จัดสร้าง แหล่งอาศัยสัตว์ทะเล และเขตพื้นที่ตามมาตรการประมงที่ประกาศใช้ตาม พระราชกําหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ และพระราชกําหนดการประมง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม เป็นต้น เพื่อให้บริการข้อมูลแก่ เจ้าหน้าที่กรมประมง นักวิชาการ และประชาชนผู้ที่สนใจ
๒. วัตถุประสงค์
๓.
๒.๑ ปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องมือเทคโนโลยีและระบบบริหารจัดการข้อมูลภูมิสารสนเทศให้มี ความทันสมัยเพื่อให้มีเครื่องมือการเชื่อมโยงข้อมูลเชิงพื้นที่ด้านการประมงที่มีประสิทธิภาพรองรับ
๒.๒
ปริมาณข้อมูลที่มีจํานวนมากและมีความหลากหลายมากขึ้น
สร้างและขยายฐานข้อมูลภูมิสารสนเทศด้านการประมงให้มีปริมาณมากขึ้น และต่อเนื่อง เพื่อพัฒนา ต่อยอดสู่การสร้างคลังข้อมูลขนาดใหญ่และปัญญาประดิษฐ์ในอนาคต
๒.๓ สร้างเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศให้เป็นเครื่องมือหนึ่งในการบริหาร วางแผนและตัดสินใจได้อย่าง
แม่นยําและรวดเร็วในการบริหารจัดการ
คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๓.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย ๓.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๓.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๓.๔. ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๓.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและไม่แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน
ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๓.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
๓.๗ เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพขายพัสดุที่ประกวดราคาซื้อด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
๓.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่กรมประมง ณ วันประกาศ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๓.๔ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่น ข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์ความคุ้มกันเช่นว่านั้น
ฟราเฟ
Sav
:
[ftm
๓.๑๐
ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
๓.๑๐.๑ การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลักข้อตกลงฯ จะต้องมี การกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลัก มากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
๓.๑๐.๒ กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้า นั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สําหรับข้อตกลงฯ
ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วน
ตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
๓.๑๐.๓ การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
๓.๑๐.๓.๑ กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่น
ข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนาม
กิจการร่วมค้า
๓.๑๐.๓.๒ การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้า ที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ ๓.๑๐.๓.๑ ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการ จําหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๓.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government
Procurement : e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
๓.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจําหน่าย จากผู้ผลิตหรือตัวแทนจําหน่ายใน ประเทศไทย โดยต้องแนบแสดงเอกสารหลักฐานในวันเสนอราคา
๓.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีหนังสือรับรองผลิตภัณฑ์ที่เสนอต้องเป็นของแท้ ของใหม่ ไม่เคยใช้งานมาก่อน ไม่เป็นของเก่าเก็บ พร้อมทั้งอยู่ในสภาพที่จะใช้งานได้ทันที และต้องเป็นรุ่นที่ยังอยู่ในสายการผลิต (Product Line) ไม่เป็นเครื่องหรือซอฟต์แวร์ที่ถูกนํามาปรับปรุงสภาพใหม่ (Reconditioned หรือ Rebuilt) จากผู้ขายเจ้าของ
ผลิตภัณฑ์ หรือสาขาของเจ้าของผลิตภัณฑ์ หรือตัวแทนจําหน่ายในประเทศไทย โดยต้องแนบแสดงเอกสาร หลักฐานในวันเสนอราคา
๓.๑๔ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานในด้านการพัฒนาระบบสารสนเทศ วงเงินผลงานไม่น้อยกว่า 5,000,000 บาท (หกล้านบาทถ้วน) ซึ่งผลงานดังกล่าวของผู้รับจ้างต้องเป็นผลงานไม่เกิน ๕ ปี ในสัญญาเดียวกัน เท่านั้น จํานวน ๑ โครงการ และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานของเอกชน ที่กรมประมงเชื่อถือ โดยยื่นหนังสือรับรองผลงานมาพร้อมสําเนาสัญญาในวันที่ยื่นข้อเสนอ


Lor -
كلوك
উকাট
|pm|
๓.๑๕ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ ความชํานาญ และประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง เทคโนโลยีสารสนเทศ โดยต้องแนบเอกสารหลักฐานที่แสดงรายละเอียดด้านคุณวุฒิการศึกษา ประวัติการทํางาน (Job Description) และหลักฐานแสดงความเชี่ยวชาญของบุคลากรตามเงื่อนไขที่กําหนด ในวันที่ยื่นข้อเสนอ ดังนี้
๓.๑๕.๑ ผู้จัดการโครงการ จํานวน ๑ คน
(๑) สําเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทหรือสูงกว่า ด้านการบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศ
และการสื่อสาร (ICT) หรือเทียบเคียง
(๒) มีประสบการณ์การทํางานตั้งแต่ ๙ ปี ขึ้นไป
๓.๑๕.๒ นักวิเคราะห์ระบบอาวุโส จํานวน ๑ คน
(๑) สําเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทหรือสูงกว่า ด้านการบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศ
และการสื่อสาร (ICT) หรือเทียบเคียง
(๒) มีประสบการณ์การทํางานตั้งแต่ ๙ ปี ขึ้นไป
๓.๑๕.๓ นักวิเคราะห์ระบบ จํานวน ๑ คน
(๑) สําเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือสูงกว่า ด้านการบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศ
และการสื่อสาร (ICT) หรือเทียบเคียง
(๒) มีประสบการณ์การทํางานตั้งแต่ ๕ ปี ขึ้นไป
๓.๑๕.๔ นักพัฒนาโปรแกรม จํานวน ๑ คน
(๑) สําเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือสูงกว่า ด้านการบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศ
และการสื่อสาร (ICT) หรือเทียบเคียง
(๒) มีประสบการณ์การทํางานตั้งแต่ ๑๐ ปี ขึ้นไป
๓.๑๕.๕ ผู้ดูแลระบบฐานข้อมูล/เครือข่าย จํานวน ๒ คน
(๑) สําเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือสูงกว่า ด้านการบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศ
และการสื่อสาร (ICT) หรือเทียบเคียง
(๒) มีประสบการณ์การทํางานตั้งแต่ ๕ ปี ขึ้นไป
๓.๑๕.๖ นักทดสอบระบบ จํานวน ๑ คน
(๑) สําเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือสูงกว่า ด้านการบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศ
และการสื่อสาร (ICT) หรือเทียบเคียง
(๒) มีประสบการณ์การทํางานตั้งแต่ ๕ ปี ขึ้นไป ๓.๑๕.๗ ผู้ประสานงานโครงการ จํานวน ๑ คน
(๑) สําเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือสูงกว่า (๒) มีประสบการณ์การทํางานตั้งแต่ ๑ ปี ขึ้นไป
1
Ajok
бал
ইইল
Порот
๔. ขอบเขตการดําเนินงาน
๔.๑ ดําเนินการจัดหาซอฟต์แวร์ (Software) เพื่อรองรับการพัฒนาระบบบริหารจัดการข้อมูลภูมิสารสนเทศ ของกรมประมงให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
๔.๒ ดําเนินการจัดหาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ (Hardware) ตามคุณลักษณะตามข้อกําหนด ตามข้อ ๕.๑ ๔.๓ ดําเนินการติดตั้งซอฟต์แวร์ (Software) บนระบบคอมพิวเตอร์ (Hardware) ที่จัดหาและที่กรม จัดเตรียมความพร้อมให้สามารถทํางานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามข้อ ๕.๒
๔.๔ ดําเนินการศึกษาและวิเคราะห์ระบบฐานข้อมูล Fisheries GIS Portal เดิม เพื่อพัฒนาระบบฐานข้อมูล และเครื่องมือ และระบบงานสนับสนุนตามขั้นตอนการดําเนินงาน (Business Flow) ที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ
๔.๕ ดําเนินการโอนย้ายข้อมูลจากระบบฐานข้อมูล Fisheries GIS Portal เดิม ไปยังระบบที่ฐานข้อมูลใหม่ ตามข้อ ๔.๔
๔.๖ ดําเนินการพัฒนาให้รองรับการเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบหรือฐานข้อมูลการขึ้นทะเบียนผู้เพาะเลี้ยง สัตว์น้ํา และผู้ประกอบการด้านการประมงที่ทางกรมประมงมีอยู่ เพื่อรองรับการเป็น e-service และรองรับการ
เชื่อมโยงกับระบบหน่วยงานภายในและภายนอกโดยรูปแบบของการเชื่อมโยงเป็นไปตามการตกลงร่วมกันระหว่าง กรมประมงกับผู้ขาย ทั้งนี้หากไม่ได้รับความยินยอมจากระบบงานดังกล่าว ผู้ขายจะออกแบบโครงสร้างฐานข้อมูล และเครื่องมือนําเข้าข้อมูลเพื่อรองรับการเชื่อมโยงในรูปแบบที่ตกลงร่วมกัน
๔.๗ ดําเนินการพัฒนาการเชื่อมโยงและเชื่อมต่อข้อมูลระบบเซนเซอร์ IOT ตามที่กรมประมงมีอยู่ได้แบบ Real - time ให้สามารถแสดงบนระบบแผนที่และระบบ Operation Dashboard สําหรับการสรุปข้อมูลตามที่กรม
ต้องการ
๔.๔ ดําเนินการปรับแต่ง/ตั้งค่าโปรแกรมประยุกต์พร้อมใช้งานด้านข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์ในรูปแบบ เว็บแอปพลิเคชัน (Web Application) ที่กรมประมงมีอยู่เดิม ให้มีความสามารถรองรับการเรียกใช้งานบน ซอฟต์แวร์ภูมิสารสนเทศที่กรมประมงจัดหาในโครงการ
๔.๔ การดําเนินการจะต้องรวมการติดตั้งและถ่ายทอดฝึกอบรมแก่เจ้าหน้าที่และบุคลากรกรมประมงให้
สามารถใช้งานระบบได้เป็นอย่างดี
๕. รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะงาน
๕.๑ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ (Hardware) มีรายละเอียด ดังนี้
๕.๑.๑ เครื่องคอมพิวเตอร์สําหรับงานประมวลผลข้อมูลภูมิสารสนเทศ จํานวน ๓ ชุด โดยมี คุณสมบัติ ดังนี้
๕.๑.๑.๑ มีหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) ไม่น้อยกว่า ๒๐ แกนหลัก (๒๐ core) และ ๒๘ แกนเสมือน (๒๘ Thread) และมีเทคโนโลยีเพิ่มสัญญาณนาฬิกาได้ในกรณีที่ต้องใช้ความสามารถในการประมวลผลสูง (Turbo Boost หรือ Max Boost) โดยมีความเร็วสัญญาณนาฬิกาสูงสุด ไม่น้อยกว่า ๕.๔ GHz จํานวน ๑ หน่วย
๕.๑.๑.๒ หน่วยประมวลผลกลาง (CPU) มีหน่วยความจํา แบบ Cache Memory รวมใน
ระดับ (Level) เดียวกันขนาดไม่น้อยกว่า ๓๓ MB
๕.๑.๑.๓ มีหน่วยประมวลผลเพื่อแสดงภาพ เป็นแผงวงจรเพื่อแสดงภาพแยกจากแผงวงจรหลัก ที่มีหน่วยความจํา ขนาดไม่น้อยกว่า 4 GB
๕.๑.๑.๔ มีหน่วยความจําหลัก (RAM) แบบ DDR๕ หรือดีกว่า ขนาดไม่น้อยกว่า ๓๒ GB

Saur -
كلمه لك
ที่คุณร่าง
ประกาศกรมประมง
เรื่อง ประกวดราคาจ้างจ้างจัดทำโครงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการข้อมูลภูมิสารสนเทศด้าน การประมง (Fisheries GIS Portal ) ระยะ ๒ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
กรมประมง มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างจ้างจัดทำโครงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบ บริหารจัดการข้อมูลภูมิสารสนเทศด้านการประมง (Fisheries GIS Portal ) ระยะ ๒ แขวงลาดยาว เขต จตุจักร กรุงเทพมหานคร ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ราคากลางของงานจ้าง ในการ ประกวดราคาครั้งนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น ๑๐,๒๘๗,๐๐๐.๐๐ บาท (สิบล้านสองแสนแปดหมื่นเจ็ดพันบาทถ้วน) จำนวน ๑ รายการ
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอโดยแสดงหลักฐานถึงขีดความสามารถและความพร้อมที่มีอยู่ใน วันยื่นข้อเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
๑. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติให้เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กำหนด ๒. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. ซึ่งสามารถจัดเตรียมเอกสารข้อเสนอได้ตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงวันเสนอ ราคา
๓. ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เลขที่ ลงวันที่ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ได้ตั้งแต่วันที่ ประกาศจนถึงวันเสนอราคา ได้ที่เว็บไซต์ https://www4.fisheries.go.th/local/index.php/main/site/ict หรือ www.gprocurement.go.th ทั้งนี้ หากต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของงาน โปรดสอบถามมายัง กรมประมง ผ่านทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ [email protected] หรือช่องทาง ตามที่กรมบัญชีกลางกำหนด ภายในวันที่ ในเวลาราชการ โดยกรมประมง จะชี้แจงรายละเอียดดังกล่าว ผ่านทางเว็บไซต์ https://www4.fisheries.go.th/local/index.php/main/site/ict และ www. gprocurement.go.th ในวันที่
ประกาศ ณ วันที่ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๘
(นายอานันต์ อัลมาตร์)
ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
ปฏิบัติราชการแทน อธิบดีกรมประมง
สำเนาถูกต้อง
วัชรินทร์ ศิริสารโสภณ
(นางสาววัชรินทร์ ศิริสารโสภณ)
นักจัดการงานทั่วไปปฏิบัติการ
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๘ โดย นางสาววัชรินทร์ ศิริสารโสภณ นักจัดการ งานทั่วไปปฏิบัติการร่าง
เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
เลขที่
การจ้างจ้างจัดทำโครงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการข้อมูลภูมิสารสนเทศด้านการประมง (Fisheries GIS Portal ) ระยะ ๒ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ตามประกาศ กรมประมง
ลงวันที่ ธันวาคม ๒๕๖๘
กรมประมง ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “กรม” มีความประสงค์จะ ประกวดราคาจ้างจ้างจัดทำโครงการ เพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการข้อมูลภูมิสารสนเทศด้านการประมง (Fisheries GIS Portal ) ระยะ ๒ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ตามรายการ ดังนี้
จ้างจัดทำโครงการเพิ่มประสิทธิภาพ
ระบบบริหารจัดการข้อมูลภูมิ
สารสนเทศด้านการประมง
(Fisheries GIS Portal ) ระยะ ๒
แขวงลาดยาว เขตจตุจักร
กรุงเทพมหานคร
โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้
จำนวน ๑ โครงการ
๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๑.๑ ขอบเขตของงาน
๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาจ้างทั่วไป
๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
(๑) หลักประกันการเสนอราคา
(๒) หลักประกันสัญญา
๑.๕ บทนิยาม
(๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
(๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
(๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
๑.๗ แผนการทำงาน
๑.๘ แผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
๑.๙ ใบแจ้งการชำระเงิน สำหรับหลักประกันการเสนอราคา ๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
๒.๗ เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กรม ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขันอย่างเป็น ธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้ เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง
เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน นามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้ เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๓ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ
มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ
ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา ๖. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง
พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
(ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๓ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อ เสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือ มีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน ทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ เอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น
ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา (๕) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) หลักประกันการเสนอราคา ตามข้อ ๕
(๒) สำเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) (ถ้ามี)
(๓) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔. การเสนอราคา
๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วย อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้อง กรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอโดย ไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้ ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๑๒๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอ ราคาโดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคา มิได้
๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน ๑๕๐ วัน นับ
ถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
๔.๔ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญารายละเอียด ขอบเขตของ งานฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตาม เงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. และเวลาในการเสนอราคาให้ถือ ตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์
เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และ การเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่กรมผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๗ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณาข้อ เสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะ กรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการ พิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และกรม จะพิจารณาลงโทษผู้ ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่กรมจะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ริเริ่มให้มีการกระ ทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของกรม
๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
(๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
(๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กำหนด
(๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th
๔.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายใน ประเทศ โดยยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลา ดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน ๖๐ วัน
๔.๑๐ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๑๐ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา เว้นแต่เป็นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือ ที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา ๕. หลักประกันการเสนอราคา
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องวางหลักประกันการเสนอราคาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบการ จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ จำนวน ๕๑๔,๓๕๐.๐๐ บาท (ห้าแสนหนึ่งหมื่นสี่พันสามร้อยห้าสิบบาทถ้วน)
๕.๑ เงินสด
๕.๒ หนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารภายในประเทศตามแบบที่คณะ กรรมการนโยบายกำหนด
๕.๓ พันธบัตรรัฐบาลไทย
๕.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอนำพันธบัตรรัฐบาลไทยหรือหนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ มาวางเป็นหลักประกันการเสนอราคาจะต้องส่งต้นฉบับเอกสารดังกล่าวมาให้กรม ตรวจสอบความถูกต้องในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น.
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอประสงค์จะวางหลักประกันการเสนอราคาเป็นเงินสด ให้ผู้ยื่นข้อเสนอ ดำเนินการชำระเงินผ่านช่องทางการชำระเงิน ดังนี้
ผ่านบริการรับชำระเงิน (Bill Payment) ผ่านระบบ KTB Corporate Online ตามใบ แจ้งการชำระเงิน ที่แนบมาพร้อมกับเอกสารเชิญชวนนี้
และส่งหลักฐานการชำระเงินกับธนาคาร พร้อมทั้งแบบแจ้งความประสงค์ชำระเงินค่า หลักประกันการเสนอราคา (เฉพาะกรณีที่มีหลักประกันการเสนอราคาหลายรายการพิจารณา) มาให้ กรม ตรวจสอบความถูกต้อง โดยยื่นมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอผ่านระบบ e-GP โดยการชำระเงินและส่งหลักฐาน การชำระเงินให้ดำเนินการในวันและเวลาที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันและเวลาเสนอราคาเท่านั้น กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ประสงค์จะใช้หนังสือ ค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารในประเทศเป็นหลักประกันการเสนอราคาให้ระบุชื่อผู้เข้าร่วมค้ารายที่ สัญญาร่วมค้ากำหนดให้เป็นผู้เข้ายื่นข้อเสนอกับหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หลักประกันการเสนอราคาตามข้อนี้ กรมจะคืนให้ผู้ยื่นข้อเสนอหรือผู้ค้ำประกันภายใน
๑๕ วัน นับถัดจากวันที่กรมได้พิจารณาเห็นชอบรายงานผลคัดเลือกผู้ชนะการประกวดราคาเรียบร้อยแล้ว เว้นแต่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่คัดเลือกไว้ซึ่งเสนอราคาต่ำสุดหรือได้คะแนนรวมสูงสุดไม่เกิน ๓ ราย ให้คืนได้ต่อเมื่อ ได้ทำสัญญาหรือข้อตกลง หรือผู้ยื่นข้อเสนอได้พ้นจากข้อผูกพันแล้ว
การคืนหลักประกันการเสนอราคา ไม่ว่าในกรณีใด ๆ จะคืนให้โดยไม่มีดอกเบี้ย ๖. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
๖.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ กรมจะ พิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคา
๖.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ กรม จะพิจารณา จาก ราคารวม
๖.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ ขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กรมกำหนดไว้ในประกาศและ เอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้ เปรียบเสียเปรียบต่อ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการพิจารณาผลฯ อาจ พิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
๖.๔ กรมสงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการผ่อนผัน ในกรณี ดังต่อไปนี้
(๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย อิเล็กทรอนิกส์
(๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวด อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ๖.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือกรม มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ กรมมีสิทธิที่จะไม่รับข้อ เสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ๖.๖ กรมทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคา ที่เสนอ ทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจจะ ยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของกรมเป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้องค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งกรมจะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์และลงโทษผู้ยื่นข้อ
เสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่เชื่อถือได้ว่าการยื่นข้อ เสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมา ยื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น
ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่ อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือกรม จะให้ผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการตามเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ กรม มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอหรือไม่รับราคาของ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายใดๆ จากกรม ๖.๗ ก่อนลงนามในสัญญากรม อาจประกาศยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการคัดเลือก มีผล ประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม หรือสมยอม กันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใดในการเสนอราคา ๖.๘ หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่ไม่เกินร้อยละ ๑๐ ให้จัดซื้อจัดจ้างกับผู้ประกอบการ SMEs ดังกล่าว โดยจัดเรียงลำดับผู้ ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นไม่เกินร้อยละ ๑๐ ที่จะเรียกมาทำสัญญาไม่เกิน ๓ ราย
ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องเป็นผู้ประกอบการ SMEs
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ SMEs ที่จะได้แต้มต่อด้านราคาตามวรรคหนึ่ง จะต้องมี วงเงินสัญญาสะสมตามปีปฏิทินรวมกับราคาที่เสนอในครั้งนี้แล้ว มีมูลค่ารวมกันไม่เกินมูลค่าของรายได้ตาม ขนาดที่ขึ้นทะเบียนไว้กับ สสว.
๖.๙ หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการ SMEs แต่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติ ไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็น บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศไม่เกินร้อยละ ๓ ให้ จัดซื้อจัดจ้างกับบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยดังกล่าว ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย
๗. การทำสัญญาจ้าง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุใน ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับกรม ภายใน ๑๐ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวาง หลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้กรม ยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
๗.๑ เงินสด
๗.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่กรม ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ลงวันที่ที่ใช้ เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้น ไม่เกิน ๓ วัน ทำการ ๗.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง กำหนด
๗.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) ๗.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่งกรม ได้รับมอบไว้ แล้ว
๘. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
กรม จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่าย ทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง โดยแบ่งออกเป็น ๓ งวดดังนี้ งวดที่ ๑ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๓๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน โครงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการข้อมูลภูมิสารสนเทศด้านการประมง (Fisheries GIS Portal ) ระยะ ๒ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ให้แล้วเสร็จภายใน ๖๐ วัน
งวดที่ ๒ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๖๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน โครงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการข้อมูลภูมิสารสนเทศด้านการประมง (Fisheries GIS Portal ) ระยะ ๒ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ให้แล้วเสร็จภายใน ๑๒๐ วัน
งวดสุดท้าย เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ทั้งหมดให้แล้วเสร็จเรียบร้อยตามสัญญาหรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ และ กรม ได้ตรวจรับมอบงานจ้าง เรียบร้อยแล้ว
๙. อัตราค่าปรับ
ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลง จ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
๙.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับ อนุญาตจากกรม จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๐.๑๐ ของวงเงินของงานจ้าง ช่วงนั้น
๙.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๙.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็น
รายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๒๐ ของราคาค่าจ้าง
๑๐. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งได้ทำสัญญาจ้างตามแบบดังระบุในข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ แล้วแต่กรณี จะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายใน ระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๑ ปี นับถัดจากวันที่กรมได้รับมอบงาน โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ ดีดังเดิมภายใน ๑ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่อง
๑๑. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
๑๑.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ กรมได้รับอนุมัติเงินค่าจ้างจากเงิน งบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ แล้วเท่านั้น
๑๑.๒ เมื่อกรมได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลงจ้างตามการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามาจากต่าง ประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ตาม ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
(๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
(๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดย เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
(๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
๑๑.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งกรมได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ ภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ กรมจะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้ออกหนังสือ ค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้งจะพิจารณา
ให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ๑๑.๔ กรมสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบสัญญาหรือข้อ ตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
๑๑.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของกรม คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อเสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
๑๑.๖ กรม อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จะ เรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากกรมไม่ได้
(๑) กรมไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้รับจัดสรร แต่ไม่ เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
(๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่น ใด ในการเสนอราคา
(๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่กรม หรือ กระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
(๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
๑๑.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
๑๒. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
๑๓. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
กรม สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการ คัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับกรม ไว้ชั่วคราว
กรมประมง
ธันวาคม ๒๕๖๘
สำเนาถูกต้อง
วัชรินทร์ ศิริสารโสภณ
(นางสาววัชรินทร์ ศิริสารโสภณ)
นักจัดการงานทั่วไปปฏิบัติการ
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๘ โดย นางสาววัชรินทร์ ศิริสารโสภณ นักจัดการ งานทั่วไปปฏิบัติการ